๑. จีวรวคฺโค
๑. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา
นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๒-๔๖๓) นิฏฺฐิตญฺจ ตํ จีวรญฺจาติ นิฏฺฐิตจีวรํ, นิฏฺฐิเต อานิสํสมูลเก จีวเร, ปจฺจาสาจีวเร จาติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน ตํ จีวรํ กรเณนปิ นิฏฺฐิตํ โหติ นาสนาทีหิปิ, ตสฺมา ‘‘สูจิกมฺมปริโยสาเนน วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยํ กิญฺจิ สูจิยา กตฺตพฺพํ ปาสกปฏฺฏคณฺฐิกปฏฺฏปริโยสานกมฺมํ, ตํ สูจิกมฺมปริโยสานํ นาม, เตน. นฏฺฐนฺติ โจราทีหิ หฏํ. เอตมฺปิ หิ กรณปลิโพธสฺส นิฏฺฐิตตฺตา ‘‘นิฏฺฐิต’’นฺติ วุจฺจติ. วินฏฺฐนฺติ อุปจิกาทีหิ ขาทิตํ. ทฑฺฒนฺติ อคฺคินา ทฑฺฒํ. จีวราสา วา อุปจฺฉินฺนาติ ‘‘อสุกสฺมึ นาม กุเล จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ ยา จีวราสา อุปฺปนฺนา โหติ, สา อุปจฺฉินฺนา. เอเตสมฺปิ กรณปลิโพธสฺเสว นิฏฺฐิตตฺตา นิฏฺฐิตภาโว เวทิตพฺโพ. เตนาห ‘‘อิเมสุ วา’’ติอาทิ. เอเตน จีวรปลิโพธาภาโว วุตฺโต. เตนาห ‘‘จีวรสฺส กรณปลิโพเธ อุปจฺฉินฺเนติ อตฺโถ’’ติ. กถเมตํ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘อตฺถตกถินสฺส หี’’ติอาทิ. ปญฺจานิสํเส อญฺญตฺถ คนฺตุํ อทตฺวา สงฺคณฺหนฏฺเฐน กถินํ, ถิรนฺติ อตฺโถ, อตฺถตํ กถินํ เยน โส อตฺถตกถิโน, ตสฺส อตฺถตกถินสฺส. หีติ การณตฺเถ นิปาโต. ตาว กถินานิสํสํ ลภตีติ เอตฺถ โย อตฺถตกถิโน ภิกฺขูติ อชฺฌาหริตพฺพํ, ตาว โส อตฺถตกถิโน ภิกฺขูติ เวทิตพฺโพ, อนามนฺตจาราทิกํ กถินานิสํสํ ลภตีติ อตฺโถ. ‘‘อตฺถตกถินสฺส ภิกฺขุโน’’ติ อิทํ วา ‘‘อตฺถตกถิโน ภิกฺขู’’ติ วิภตฺติวิปริณามํ กตฺวา โยเชตพฺพํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – จีวรปลิโพโธ อาวาสปลิโพโธติ เทฺว ปลิโพธา. เตสุ เอกปลิโพเธปิ สติ ยสฺมา อนามนฺตจาราทิกํ อานิสํสํ ลภติ, นาสติ. กสฺมา? ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมิ’’นฺติ เอตสฺส จีวรสฺส กรณปลิโพเธ อุปจฺฉินฺเนติ อยมตฺโถ วิญฺญายตีติ. สงฺฆสฺสาติ สงฺเฆน. กตฺตริ เจตํ สามิวจนํ. อุพฺภเตติ อฏฺฐนฺนํ มาติกานมญฺญตเรน, อนฺตรุพฺภาเรน วา อุทฺธเฏ.
ตตฺราติ ตสฺมึ กถิเน. อุพฺภาโร อุทฺธรณํ. ปุริมวสฺสํวุฏฺเฐ ตึสมตฺเต ปาเวยฺยเก ภิกฺขู อุทฺทิสฺส ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสฺสํวุฏฺฐานํ ภิกฺขูนํ กถินํ อตฺถริตุ’’นฺติ กถินกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๐๖) ภควตา กถินสฺส อนุญฺญาตตฺตา ‘‘อยญฺหิ กถินตฺถาโร นาม…เป… อนุญฺญาโต’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ปุริมวสฺสํวุฏฺฐานนฺติ วสฺสจฺเฉทํ อกตฺวา ปุริมวสฺสํวุฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. เอเตน วุฏฺฐวสฺสวเสน ตาว ปุริมิกาย วสฺสํ อุปคตาเยว กถินตฺถารํ ลภนฺติ, น ปจฺฉิมิกาย อุปคตาติ ทสฺเสติ. วุฏฺฐวสฺสวเสน ตาว เอวํ โหตุ, คณนวเสน ตํ กิตฺตกา ลภนฺตีติ อาห ‘‘โส’’ติอาทิ. โสติ กถินตฺถาโร. สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทนาติ คณนวเสน ปจฺฉิมโกฏิยา. ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตีติ ปจฺฉิมโกฏิยา จตฺตาโร กถินทุสฺสสฺส ทายกา, เอโก ปฏิคฺคาหโกติ ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏติ. เกจิ ปน ‘‘ปญฺจวคฺคกรณียตฺตา ‘ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏตี’ติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยฺวายํ จตุวคฺโค ภิกฺขุสงฺโฆ ฐเปตฺวา ตีณิ กมฺมานิ อุปสมฺปทํ ปวารณํ อพฺภาน’’นฺติ จมฺเปยฺยกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๘๘) วุตฺตตฺตา. ตสฺมาติ ยสฺมา วุฏฺฐวสฺสวเสน ปุริมวสฺสํวุฏฺฐานํ อนญฺญาโต, ยสฺมา จ สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน ปญฺจนฺนํ ชนานํ วฏฺฏติ, ตสฺมา. ยตฺถาติ ยสฺมึ วิหาเร. อานิสํเสติ อนามนฺตจาราทิเก กถินานิสํเส. อถ ปน จตฺตาโร ภิกฺขู วสฺสํ อุปคตา, เอโก ปริปุณฺณวสฺโส สามเณโร สเจ ปจฺฉิมิกาย อุปสมฺปชฺชติ, คณปูรโก เจว โหติ, อานิสํสญฺจ ลภติ. ตโย ภิกฺขู, เทฺว สามเณรา, เทฺว ภิกฺขู, ตโย สามเณรา, เอโก ภิกฺขุ, จตฺตาโร สามเณราติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
ขนฺธเก วุตฺตาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจายาติ –
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิทํ สงฺฆสฺส กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิมํ กถินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทเทยฺย กถินํ อตฺถริตุํ, เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิทํ สงฺฆสฺส กถินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ, สงฺโฆ อิมํ กถินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทติ กถินํ อตฺถริตุํ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิมสฺส กถินทุสฺสสฺส อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทานํ กถินํ อตฺถริตุํ, โส ตุณฺหสฺส. ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย. ทินฺนํ อิทํ สงฺเฆน กถินทุสฺสํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กถินํ อตฺถริตุํ, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ (มหาว. ๓๐๗) –
เอวํ กถินกฺขนฺธเก วุตฺตาย ญตฺติทุติยกมฺมวาจาย. กถินตฺถารารหสฺสาติ กถินํ อตฺถริตุํ ภพฺพสฺส. โส จ โข ปุพฺพกรณชานนาทีหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโตติ เวทิตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ วินยวินิจฺฉเย ‘‘อฏฺฐธมฺมโกวิโท ภิกฺขุ, กถินตฺถารมรหตี’’ติ. ปริวาเรปิ (ปริ. ๔๐๙) วุตฺตํ –
‘‘อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กถินํ อตฺถริตุํ. กตเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กถินํ อตฺถริตุํ? ปุพฺพกรณํ ชานาติ, ปจฺจุทฺธารํ ชานาติ, อธิฏฺฐานํ ชานาติ, อตฺถารํ ชานาติ, มาติกํ ชานาติ, ปลิโพธํ ชานาติ, อุทฺธารํ ชานาติ, อานิสํสํ ชานาติ, อิเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กถินํ อตฺถริตุ’’นฺติ.
เอตฺถ จ ปุพฺพกรณํ นาม โธวนวิจารณจฺเฉทนพนฺธนสิพฺพนรชนกปฺปกรณํ. ปจฺจุทฺธาโร นาม ปุราณสงฺฆาฏิอาทีนํ ปจฺจุทฺธรณํ. อธิฏฺฐานํ นาม กถินจีวราธิฏฺฐานํ. อตฺถาโร นาม กถินตฺถาโร. มาติกา นาม อฏฺฐ มาติกา. ปลิโพโธ นาม อาวาสปลิโพโธ จีวรปลิโพโธติ เทฺว ปลิโพธา. อุทฺธาโร นาม ปกฺกมนนฺติกาทโย. อานิสํโส นาม ปญฺจานิสํสา.
ยํ ปน สมนฺตปาสาทิกายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๐๖) วุตฺตํ ‘‘กถินํ ปน เกน อตฺถริตพฺพํ? ยสฺส สงฺโฆ กถินจีวรํ เทติ, สงฺเฆน ปน กสฺส ทาตพฺพํ? โย ชิณฺณจีวโร โหติ, สเจ พหู ชิณฺณจีวรา โหนฺติ, วุฑฺฒสฺส ทาตพฺพํ. วุฑฺเฒสุปิ โย มหาปริโส ตทเหว จีวรํ กตฺวา อตฺถริตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ทาตพฺพํ. สเจ วุฑฺโฒ น สกฺโกติ, นวกตโร สกฺโกติ, ตสฺส ทาตพฺพํ. อปิจ สงฺเฆน มหาเถรสฺส สงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา ‘ตุเมฺห, ภนฺเต, คณฺหถ, มยํ กตฺวา ทสฺสามา’ติ วตฺตพฺพ’’นฺติ, ตมฺปิ กถินตฺถารารหํเยว คเหตฺวาว ทาตพฺพํ. เทนฺเตน ปน ตีสุ จีวเรสุ ยํ ยํ ชิณฺณํ โหติ, ตํ ตทตฺถาย ทาตพฺพํ. ปกติยา ทุปฏฺฏจีวรสฺส ทุปฏฺฏตฺถาเยว ทาตพฺพํ. สเจปิสฺส เอกปฏฺฏจีวรํ ฆนํ โหติ, กถินสาฏโก จ เปลโว, สารุปฺปตฺถาย ทุปฏฺฏปฺปโหนกเมว ทาตพฺพํ. ‘‘อหํ อลภนฺโต เอกปฏฺฏํ ปารุปามี’’ติ วทนฺตสฺสาปิ ทุปฏฺฏํ ทาตุํ วฏฺฏติ. โย ปน โลภปกติโก โหติ, ตสฺส น ทาตพฺพํ. เตนาปิ กถินํ อตฺถริตฺวา ปจฺฉา สิพฺเพตฺวา ‘‘เทฺว จีวรานิ กริสฺสามี’’ติ น คเหตพฺพํ.
เตนาติ กถินตฺถารเกน ภิกฺขุนา. ตทเหวาติ ตสฺมึเยว ทิวเส. ปญฺจ วา อติเรกานิ วา ขณฺฑานิ ฉินฺทิตฺวาติ ยถา ปญฺจขณฺฑิกาทีนํ สงฺฆาฏิอาทีนํ ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรปฺปโหนกานิ มหามณฺฑลอฑฺฒมณฺฑลาทิวเสน ปญฺจ ขณฺฑานิ วา อติเรกานิ วา สตฺตาทิขณฺฑานิ โหนฺติ, เอวํ ฉินฺทิตฺวา. ตสฺมิญฺจ กถินจีวเร กริยมาเน ‘‘อหํ เถโร’’ติ วา ‘‘พหุสฺสุโต’’ติ วา เอเกนาปิ อกาตุํ น ลพฺภติ. อนาทริเยน อกโรนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ตสฺมา สพฺเพเหว สนฺนิปติตฺวา โธวนเฉทนสิพฺพนรชนานิ นิฏฺฐาเปตพฺพานิ. เตนาห ‘‘เสสภิกฺขูหิปิ ตสฺส สหาเยหิ ภวิตพฺพ’’นฺติ. กตจีวรเมวาติ นิฏฺฐิตปริกมฺมเมว กถินทุสฺสํ. สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน อนฺตรวาสโกปิ ฉินฺทิตฺวาว กาตพฺโพ อญฺญถา อตฺถารวิปตฺติโต. ยถาห –
‘‘กถญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อนตฺถตํ โหติ กถินํ? น อุลฺลิขิตมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กถินํ…เป… น อญฺญตฺร ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนนา’’ติ (มหาว. ๓๐๘).
เตเนวาห ‘‘อจฺฉินฺนาสิพฺพิตํ ปน น วฏฺฏตี’’ติ. เตน ภิกฺขุนาติ อตฺถารเกน ภิกฺขุนา. อตฺถริตพฺพนฺติ อตฺถรณํ กาตพฺพํ. ตญฺจ โข ตถาวจีเภทกรณเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยถาห –
‘‘สเจ สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถริตุกาโม โหติ, โปราณิกา สงฺฆาฏิ ปจฺจุทฺธริตพฺพา, นวา สงฺฆาฏิ อธิฏฺฐาตพฺพา, ‘อิมาย สงฺฆาฏิยา กถินํ อตฺถรามี’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา’’ติ (ปริ. ๔๑๓) –
วิตฺถาโร. ‘‘ภนฺเต, อาวุโส’’ติ จ ‘‘อนุโมทถ, อนุโมทาหี’’ติ จ วจนเภทํ สนฺธาย ‘‘เถรานญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เอวํ อตฺถารเกน ปฏิปชฺชิตพฺพวิธึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนุโมทเกหิ ปฏิปชฺชิตพฺพวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘เตหิปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อนุโมทามา’’ติ อตฺตนาว อตฺตนิ คารววเสน วุตฺตํ. กิญฺจาปิ เอวํ วุตฺตํ, ตถาปิ เอกเกน ‘‘อนุโมทามา’’ติ วตฺตุํ น วฏฺฏติ, ‘‘อนุโมทามิ’’จฺเจว วตฺตพฺพนฺติ วทนฺติ, วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ. อิทานิ กถินานิสํเส ทสฺเสตุํ ภูมึ วิจารยนฺโต ‘‘ปุริมวสฺสํวุฏฺเฐสุปี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เตสํเยวาติ อตฺถารกอนุโมทกานํเยว. วุตฺตเญฺหตํ ปริวาเร ‘‘ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กถินํ อตฺถารกสฺส จ อนุโมทกสฺส จา’’ติ (ปริ. ๔๐๓). เตติ อตฺถารกอนุโมทกา. ตโต ปฏฺฐายาติ อตฺถารานุโมทนโต ปฏฺฐาย. ยาว กถินสฺสุพฺภาราติ น เกวลํ จีวรมาเสเยว, อถ โข อฏฺฐนฺนํ มาติกานํ อญฺญตเรน วา อนฺตรุพฺภาเรน วา ยาว กถินสฺสุพฺภารา ปญฺจานิสํเส ลภนฺติ, อุทฺธเฏ ปน น ลภนฺตีติ อตฺโถ.
อิทานิ เต ปญฺจานิสํเส สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘อนามนฺตจาโร’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อนามนฺตจาโร นาม ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน นิมนฺติตสฺส สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา กุเลสุ จาริตฺตาปชฺชนํ. อสมาทานจาโร นาม นาเมนาธิฏฺฐิตสฺส จีวรสฺส อสมาทานจรณํ, นาเมนาธิฏฺฐิตานํ ติณฺณํ จีวรานมญฺญตรํ จีวรํ ยตฺถ กตฺถจิ นิกฺขิปิตฺวา อญฺญตฺถ อรุณุฏฺฐาปนนฺติ อตฺโถ, จีวรวิปฺปวาโสติ วุตฺตํ โหติ. ยาวทตฺถจีวรนฺติ ยาวตา จีวเรน อตฺโถ โหติ, ตาวตกํ อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิตํ จีวรธารณํ, ทสาหมติกฺกมิตฺวา จีวรสฺส ฐปนนฺติ อตฺโถ. คณสฺส โภชนํ คณโภชนํ. คโณติ เจตฺถ จตฺตาโร วา ตตุตฺตริ วา ภิกฺขู. เตสํ วิญฺญตฺติโต วา นิมนฺตนโต วา ลทฺธสฺส โอทนาทีนํ ปญฺจนฺนํ อญฺญตรโภชนสฺส สห คหณนฺติ อตฺโถ. โย จ ตตฺถ จีวรุปฺปาโทติ ตตฺถ กถินตฺถตสีมาย มตกจีวรํ วา โหตุ, สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทินฺนํ วา สงฺฆิเกน ตตฺรุปฺปาเทน อาภตํ วา เยน เกนจิ อากาเรน ยํ สงฺฆิกํ จีวรํ อุปฺปชฺชติ, ตํ เตสํ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ตสฺมึ อาวาเส สงฺฆสฺส อุปฺปนฺนจีวรญฺจา’’ติ.
‘‘ยํ ปน ตตฺถ สงฺฆสฺส อุปฺปนฺนํ ปตฺตาทิ วา อญฺญํ ภณฺฑํ วา, ตํ สพฺเพสํ ปาปุณาติ. ยํ ปน ตตฺรุปฺปาเทน ตณฺฑุลาทินา วตฺถํ เจตาปิตํ, อตฺถตกถินานเมว ตานิ วตฺถานิ ปาปุณนฺติ. วตฺเถหิ ปน ตณฺฑุลาทีสุ เจตาปิเตสุ สพฺเพสํ ตานิ ปาปุณนฺตี’’ติ คณฺฐิปเท วุตฺตํ, ตมฺปิ เจตาปิตกาลโต ปฏฺฐาย จีวรุปฺปาโท น โหตีติ สุวุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อนตฺถตกถินา ปน อิเมสุ ปญฺจสุ อานิสํเสสุ จีวรมาเส อสมาทานจารํ ฐเปตฺวา เสสานิสํเส ลภนฺติ. ยทิ อสมาทานจาโรปิ ลพฺเภยฺย, ปาเวยฺยกา ภิกฺขู วสฺสํวุฏฺฐา โอกปุณฺเณหิ จีวเรหิ น ภควนฺตํ อุปสงฺกเมยฺยุํ. ยสฺมา ตํ น ลพฺภติ, ตสฺมา จีวรมาเสปิ จีวรํ สมาทาย เอว ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ.
เอวํ กถินตฺถารํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อุพฺภารํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตํ ปเนตํ กถิน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ มาติกาติ มาตโร, ชเนตฺติโยติ อตฺโถ. กถินุพฺภารญฺหิ เอตา อฏฺฐ ชเนนฺติ. ตาสุ ปกฺกมนํ อนฺโต เอติสฺสาติ ปกฺกมนนฺติกา. เอวํ เสสาปิ เวทิตพฺพา. ตตฺถ โย ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน กถินจีวรํ อาทาย ตสฺมึ อาวาเส นิรเปกฺโข ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ ปกฺกมติ, ตสฺเสวํ ปกฺกมโต กถินุทฺธาโร อติกฺกนฺตมตฺตาย สีมาย โหตีติ ปกฺกมนนฺติโก กถินุทฺธาโรติ เวทิตพฺโพ.
โย ปน อานิสํสจีวรํ อาทาย ปกฺกมติ, ตสฺส พหิสีมาคตสฺส เอวํ โหติ ‘‘อิเธวิมํ กริสฺสามิ, น ปุน ตํ วิหารํ คจฺฉิสฺสามี’’ติ ตสฺมึ อาวาเส นิรเปกฺโข หุตฺวา ตํ จีวรํ กาเรติ, ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ยทิ ปน อานิสํสมูลจีวรํ อาทาย พหิสีมาคโต ‘‘เนวิมํ จีวรํ กริสฺสามิ, น จ ตํ อาวาสํ คจฺฉิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กโรติ, ตทา สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.
ตเทว อานิสํสจีวรํ ลทฺธา ตํ อาทาย พหิสีมํ คนฺตฺวา ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กริสฺสามิ, น คจฺฉิสฺสามี’’ติ กโรนฺตสฺส สเจ ตํ จีวรํ นสฺสติ วินสฺสติ ฑยฺหติ, นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร โหติ.
สเจ ปน อานิสํสจีวรํ ลทฺธา ตสฺมึ วิหาเร สาเปกฺโขว พหิสีมาคโต ‘‘วิหาเร ภิกฺขูหิ อนฺตรุพฺภารํ กต’’นฺติ สุณาติ, ตสฺส สวนนฺติโก กถินุทฺธาโร โหติ.
อาสาย อวจฺเฉโท เอติสฺสาติ อาสาวจฺเฉทิกา. โย ปน เยน เกนจิ ‘‘ตุยฺหํ จีวรํ ทสฺสามี’’ติ วุตฺโต ตสฺมึ จีวเร อาสาย วิหาเร อเปกฺขํ ปหาย พหิสีมาคโต ปุน เตน ‘‘น สกฺโกมิ ทาตุ’’นฺติ วุตฺเต อาสํ ฉินฺทติ, ตสฺส อาสาวจฺเฉทิโก กถินุทฺธาโร โหติ.
โย ปน วสฺสํวุฏฺฐวิหารโต อญฺญํ วิหารํ สาเปกฺโขว คนฺตฺวา อาคจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเคเยว กถินุทฺธารํ วีตินาเมติ, ตสฺส สีมาติกฺกมนนฺติโก กถินุทฺธาโร.
สห อุพฺภาเรนาติ สหุพฺภารา. อานิสํสจีวรํ อาทาย สาเปกฺโขว พหิ คนฺตฺวา กถินุทฺธารํ สมฺภุณนฺตสฺส กถินุทฺธาโร สหุพฺภาโรติ เวทิตพฺโพ.
‘‘เอตสฺมึ ปน ปกฺกมนนฺติเก กถินุทฺธาเร ปฐมํ จีวรปลิโพโธ ฉิชฺชตี’’ติอาทินา จีวรปลิโพธุปจฺเฉทาทิกสฺส วินิจฺฉยสฺส วิตฺถารโต สมนฺตปาสาทิกายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๑๑) วุตฺตตฺตา ๘ ‘‘ตตฺถ วิตฺถารวินิจฺฉโย’’ติอาทิมาห. อตฺถารุพฺภารานํเยว วา วิตฺถารวินิจฺฉยสฺส ตตฺถาคตตฺตา เอวํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เสสปลิโพธาภาวนฺติ อวเสสสฺส ปลิโพธสฺส อภาวํ, อาวาสปลิโพธาภาวนฺติ อตฺโถ.
อสฺสาติ กาลสฺส. ทสาหปรมนฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘ตํ ทสาหปรมํ กาล’’นฺติ. อติเรกนฺติ อธิกํ, โส จ อธิกภาโว อธิฏฺฐิตวิกปฺปิตจีวรโตติ อาห ‘‘อธิฏฺฐิตวิกปฺปิเตสู’’ติอาทิ. โขมนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๓๖-๖๓๘) โขมสุตฺเตหิ วายิตํ โขมปฏฺฏจีวรํ. ตถา เสสานิ. กมฺพลํ นาม มนุสฺสโลมวาฬโลเม ฐเปตฺวา เสสโลเมหิ วายิตฺวา กตวตฺถํ. สาณํ นาม สาณวาเกหิ กตวตฺถํ. ภงฺคํ นาม โขมสุตฺตาทีหิ ปญฺจหิ มิสฺเสตฺวา กตวตฺถํ. ‘‘ปาเฏกฺกํ วากมยเมวา’’ติปิ วทนฺติ. ตทนุโลมานํ วาติ ทุกูลํ ปตฺตุณฺณํ โสมารปฏฺฏํ จีนปฏฺฏํ อิทฺธิชํ เทวทินฺนนฺติ เตสํ โขมาทีนํเยว อนุโลมานํ ฉนฺนํ จีวรานํ วา, ตตฺถ ทุกูลํ สาณสฺส อนุโลมํ วากมยตฺตา. ปตฺตุณฺณเทเส ปาณเกหิ สญฺชาตวตฺถํ ปตฺตุณฺณํ. โสมารเทเส ชาตํ วตฺถํ โสมารปฏฺฏํ. ตถา จีนปฏฺฏํ. อิมานิ ตีณิปิ โกเสยฺยสฺส อนุโลมานิ ปาณเกหิ กตสุตฺตมยตฺตา. อิทฺธิชํ เอหิภิกฺขูนํ ปุญฺญิทฺธิยา นิพฺพตฺตจีวรํ. ตํ ปน โขมาทีนมญฺญตรํ โหตีติ เตสํเยว อนุโลมํ. เทเวหิ ทินฺนํ จีวรํ เทวทินฺนํ, ตํ กปฺปรุกฺเข นิพฺพตฺตํ ชาลินิยา เทวกญฺญาย อนุรุทฺธตฺเถรสฺส ทินฺนวตฺถสทิสํ, ตมฺปิ โขมาทีนํเยว อนุโลมํ โหติ เตสุ อญฺญตรภาวโต.
ทีฆโต วฑฺฒกิหตฺถปฺปมาณํ, วิตฺถารโต ตโต อุปฑฺฒปฺปมาณํ วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิมํ. อฏฺฐงฺคุลํ สุคตงฺคุเลนาติ เอตฺถ สุคตงฺคุลํ นาม อิทานิ มชฺฌิมสฺส ปุริมสฺส ตีณิ องฺคุลานิ, เตน สุคตงฺคุเลน อฏฺฐงฺคุลํ วฑฺฒกิหตฺถปฺปมาณนฺติ อตฺโถ. จตุรงฺคุลวิตฺถตนฺติ เอตฺถาปิ ยถาวุตฺตานุสาเรเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เยสํ ปน อธิฏฺฐานวิกปฺปนานํ อภาวโต อธิฏฺฐิตวิกปฺปิเตสุ อปริยาปนฺนตฺตา อิทํ อติเรกจีวรํ นาม โหติ.
ตํ อธิฏฺฐานวิกปฺปนํ เกนากาเรน ชานิตพฺพนฺติ อนุโยคํ สนฺธาย ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ ปน วุตฺต’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ ยํ ปน วุตฺตนฺติ อติเรกจีวรํ ทสฺเสตุํ ‘‘อธิฏฺฐิตวิกปฺปิเตสุ อปริยาปนฺนตฺตา’’ติ อเมฺหหิ ยํ วุตฺตนฺติ อตฺโถ. ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุนฺติ นามํ วตฺวา อธิฏฺฐาตุํ. น วิกปฺเปตุนฺติ สงฺฆาฏิอาทินาเมน วิกปฺเปตุํ น อนุชานามีติ อตฺโถ. ‘‘อิมํ จีวรํ วิกปฺเปมี’’ติ ปน วิกปฺเปตุํ วฏฺฏติเยว. สามญฺญวจนํ ปน ติจีวรสฺส กณฺฑุปฏิจฺฉาทิวสฺสิกสาฏิกานํ วิย กาลวเสน วิเสสาภาวา จสฺส วิกปฺเปตพฺพตาติ ทสฺสนตฺถํ, น ปน สพฺพถา วิกปฺปนปฏิเสธนตฺถนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ตถา หิ ปุราณจีวรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา นวสฺส อธิฏฺฐานวจนโต, ‘‘อนาปตฺติ อธิฏฺเฐติ วิกปฺเปตี’’ติอาทิวจนโต (ปารา. ๔๖๙) จ ติจีวรสฺสปิ วิกปฺปนาย โอกาโส ทินฺโน. เอส นโย สพฺพตฺถ. ติจีวราทีนิ หิ อธิฏฺฐหนฺเตน ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติอาทินา ตํ ตํ นามํ วตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ. วิกปฺเปนฺเตน ปน ‘‘อิมํ สงฺฆาฏิ’’นฺติอาทินา ตสฺส ตสฺส จีวรสฺส นามํ อคฺคเหตฺวา ‘‘อิมํ จีวรํ ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วิกปฺเปตพฺพํ. ติจีวรํ วา โหตุ, อญฺญํ วา, ยทิ ตํ ตํ นามํ คเหตฺวา วิกปฺเปติ, อวิกปฺปิตํ โหติ, อติเรกจีวรฏฺฐาเนเยว ติฏฺฐติ. ตโต ปรํ วิกปฺเปตุนฺติ จตุมาสโต ปรํ ‘‘อิมํ จีวรํ วิกปฺเปมี’’ติ วิกปฺเปตุํ. อิทญฺจ ปริภุญฺชิตุํ อนุญฺญาตํ. เกจิ ปน (สารตฺถ. ฏี. ๒.๔๖๙) ‘‘ตโต ปรํ วิกปฺเปตฺวา ยาว อาคามิสํวจฺฉเร วสฺสานํ จตุมาสํ, ตาว ฐเปตุํ อนุญฺญาต’’นฺติ วทนฺติ. ตโต ปรนฺติ อาพาธโต ปรํ. ‘‘อิมาสญฺจ ปน วสฺสิกสาฏิกกณฺฑุปฏิจฺฉาทีนํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตฺวา ปริโภคสฺส อนุญฺญาตตฺตา ตถาวิกปฺปิตํ อญฺญนาเมน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อธิฏฺฐาตพฺพวิกปฺเปตพฺพตา ชานิตพฺพาติ อธิฏฺฐาตพฺพํ วิกปฺเปตพฺพนฺติ เอวํ อธิฏฺฐานวิกปฺปนา ชานิตพฺพาติ อตฺโถ.
ปญฺจปริมาณํ อสฺสาติ ปญฺจกํ, มุฏฺฐิสฺส มุฏฺฐิหตฺถสฺส สมฺพนฺธํ ปญฺจกํ มุฏฺฐิปญฺจกํ. เอส น โย มุฏฺฐิตฺติกนฺติ เอตฺถาปิ. ปารุปเนนปิ สกฺกา นาภึ ปฏิจฺฉาเทตุนฺติ อาห ‘‘ทฺวิหตฺโถปิ วฏฺฏตี’’ติ. น เกวลํ อฑฺฒเตยฺโยว วฏฺฏติ, อถ โข ทฺวิหตฺโถปิ วฏฺฏตีติ ปิ-สทฺทสฺส อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อติเรกญฺจาติ สุคตจีวรปฺปมาณมฺปิ ตโต อธิกมฺปิ. ปจฺจุทฺธรามีติ ฐเปมิ, ปริจฺจชามีติ วา อตฺโถ. ‘‘อิมํ จีวรํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๔๖๙) เอวมฺปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. กายวิการํ กโรนฺเตนาติ หตฺถาทินา จีวรํ ปรามสนฺเตน, จาเลนฺเตน วา. อิทญฺหิ อธิฏฺฐานํ เยน เกนจิ สรีราวยเวน อผุสนฺตสฺส น วฏฺฏติ. ทุวิธนฺติ สมฺมุขาปรมฺมุขเภเทน ทุวิธํ. วาจา ภินฺทิตพฺพาติ วจนํ นิจฺฉาเรตพฺพํ. อนฺโตคพฺภาทีสูติ อนฺโตคพฺภอุปริปาสาเทสุ. สามนฺตวิหาเรติ ยตฺถ ตทเหว คนฺตฺวา นิวตฺเตตุํ สกฺกา, เอวรูเป สมีปวิหาเร. อิทญฺจ เทสนาสีสมตฺตํ, ตสฺมา ทูเร ฐิตมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ วทนฺติ. ‘‘ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา’’ติ อิมินา จีวรสํลกฺขณํ วุตฺตํ. น หิ ฐปิตฏฺฐานมตฺตสลฺลกฺขเณน กิญฺจิ ปโยชนํ อตฺถิ.
อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตวตฺเถหีติ ปจฺจตฺถรณมุขปุญฺฉนโจฬปริกฺขารโจฬวเสน อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตวตฺเถหิ. อธิฏฺฐานโต ปุพฺเพ สงฺฆาฏิอาทิโวหารสฺส อภาวโต ‘‘อิมํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปจฺจตฺถรณาทีนํ วิสุํ ปจฺจุทฺธรณวิธึ ทสฺเสติ. ปจฺจตฺถรณาทินาเมน ปน อธิฏฺฐาตพฺพตฺตา ‘‘อิมํ ปจฺจตฺถรณํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติอาทินา วุตฺเตปิ เนวตฺถิ โทโส. ปุน อธิฏฺฐาตพฺพานีติ สงฺฆาฏิอาทินาเมน อธิฏฺฐาตพฺพานิ. ปริกฺขารโจฬกสฺส ปน ปริกฺขารโจฬวเสน อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตวตฺเถหิปิ สงฺฆาฏิอาทิมฺหิ กเต ปจฺจุทฺธริตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ นตฺถิ. ปุพฺเพ กตาธิฏฺฐานเมว อธิฏฺฐานํ. อธิฏฺฐิเตน ปน เตน สทฺธึ มหนฺตตรเมว ทุติยํ ปฏฺฏํ วา ขณฺฑํ วา สํสิพฺพนฺเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ, สเม วา ขุทฺทเก วา อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ. สุขปริโภคตฺถนฺติ วิปฺปวาสโทสาภาวโต ยตฺถ กตฺถจิ ฐเปตฺวา ธมฺมสฺสวนาทินา กิจฺเจน อญฺญตฺถ อรุณํ อุฏฺฐาเปตฺวา อาคนฺตฺวา นิสฺสชฺชนํ วินาว ปริภุญฺชิตุํ สกฺกุเณยฺยตาย สุขปริโภคตฺถํ. ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุนฺติ ปริกฺขารโจฬํ กตฺวา อธิฏฺฐาตุํ.
อนติริตฺตปมาณาติ ‘‘ทีฆโส ฉ วิทตฺถิโย สุคตวิทตฺถิยา, ติริยํ อฑฺฒเตยฺยา’’ติ (ปาจิ. ๕๔๓) วุตฺตปฺปมาณโต อนธิกปมาณา. ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพาติ วสฺสิกสาฏิกภาวโต อปเนตฺวา วิกปฺเปตพฺพา, เหมนฺตสฺส ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย อนฺโตทสาเห วสฺสิกสาฏิกาวสฺสิกสาฏิกภาวโต อปเนตฺวา ‘‘อิมํ จีวรํ ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติอาทินา นเยน วิกปฺเปตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ. อญฺญถา หิ ‘‘วสฺสิกสาฏิกา วสฺสานมาสาติกฺกเมนาปิ, กณฺฑุปฏิจฺฉาทิ อาพาธวูปสเมนาปิ อธิฏฺฐานํ วิชหตี’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. กถินสิกฺขาปทวณฺณนา) วกฺขมานตฺตา วสฺสานมาสโต ปรํ อสติ อธิฏฺฐาเน กึ ปจฺจุทฺธเรยฺยาติ ‘‘ปจฺจุทฺธริตฺวา’’ติ วจนเมว โนปปชฺเชยฺย.
เกจิ ปน (สารตฺถ. ฏี. ๒.๔๖๙) ‘‘ยถา กถินมาสพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนจีวรํ กถินมาสาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ โหติ, เอวมยํ วสฺสิกสาฏิกาปิ วสฺสานมาสาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยา โหติ. ตสฺมา กตฺติกปุณฺณมทิวเส ปจฺจุทฺธริตฺวา ตโต ปรํ เหมนฺตสฺส ปฐมทิวเส วิกปฺเปตพฺพาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ, ปจฺจุทฺธริตฺวา ตโต ปรํ วิกปฺเปตพฺพาติ ปทโยชนา เวทิตพฺพา’’ติ จ วทนฺติ, ตํ น ยุตฺตํ. กถินมาเส อุปฺปนฺนญฺหิ จีวรํ อติเรกจีวรฏฺฐาเน ฐิตตฺตา อวสานทิวเส อนธิฏฺฐิตํ กถินมาสาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ โหติ. อยํ ปน วสฺสิกสาฏิกา อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตตฺตา น เตน สทิสาติ วสฺสานาติกฺกเม กถํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ อนธิฏฺฐิตอวิกปฺปิตเมว หิ ตํ กาลาติกฺกเม นิสฺสคฺคิยํ โหติ, ตสฺมา เหมนฺเตปิ วสฺสิกสาฏิกา ทสาหปริหารํ ลภติ. เอวํ กณฺฑุปฏิจฺฉาทิปิ อธิฏฺฐานวิชหนโต ปรํ ทสาหปริหารํ ลภติ. ทสาหํ ปน อนติกฺกาเมตฺวา วิกปฺเปตพฺพา. นหานตฺถาย อนุญฺญาตตฺตา วณฺณเภทมตฺตรตฺตาปิ เจสา วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. ‘‘เทฺว ปน น วฏฺฏนฺตี’’ติ ทฺวินฺนํ อธิฏฺฐานาภาวโต วุตฺตํ. ‘‘สเจ วสฺสาเน อปรา วสฺสิกสาฏิกา อุปฺปนฺนา โหติ, ปุริมวสฺสิกสาฏิกํ ปจฺจุทฺธริตฺวา, วิกปฺเปตฺวา จ อธิฏฺฐาตพฺพา’’ติ วทนฺติ.
ปมาณยุตฺตนฺติ ‘‘ทีฆโส สุคตวิทตฺถิยา เทฺว วิทตฺถิโย, วิตฺถารโต ทิยฑฺฒํ ทสา วิทตฺถี’’ติ (ปาจิ. ๕๓๑ อาทโย) อิมินา ปมาเณน ยุตฺตํ. ปมาณิกาติ ‘‘สุคตวิทตฺถิยา ทีฆโส จตสฺโส วิทตฺถิโย, ติริยํ เทฺว วิทตฺถิโย’’ติ เอวํ วุตฺตปฺปมาณยุตฺตา. ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. ยสฺมา ภิกฺขูนํ ติจีวเร ปริปุณฺเณ, อตฺเถ จ สติ ปริสฺสาวนาทีหิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปริกฺขารโจฬก’’นฺติ (มหาว. ๓๕๗) พหูนํ ปตฺตตฺถวิกปริสฺสาวนาทีนํ สงฺคหวเสน ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานมนุญฺญาตํ, ตสฺมา ‘‘ปริกฺขารโจเฬ คณนา นตฺถี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ภควตา หิ ยํ ยํ ภิกฺขู ลภนฺติ, ตํ ตํ อิมินา วิธาเนน อธิฏฺฐหิตฺวา ปุน ‘‘เยน เยน ปริสฺสาวนาทินา อตฺโถ โหติ, ตํ ตํ กตฺวา คณฺหนฺตู’’ติ อนุกมฺปาย อนุญฺญาตํ. เตเนวาห ‘‘ถวิกาปี’’ติอาทิ. อาทิสทฺเทน ‘‘เอตานิ จีวรานิ ปริกฺขารโจฬานิ อธิฏฺฐามี’’ติ อสมฺมุขาธิฏฺฐานํ สงฺคณฺหาติ. ‘‘เสนาสนปริกฺขารตฺถาย ทินฺนปจฺจตฺถรเณ จา’’ติ อิมินา อตฺตโน สนฺตกํ ปฏิกฺขิปติ. เกจิ ปน (สารตฺถ. ฏี. ๒.๔๖๙) ‘‘อนิวาเสตฺวา, อปารุปิตฺวา จ เกวลํ ปญฺจปีเฐสุเยว อตฺถริตฺวา ปริภุญฺชิยมานํ ปจฺจตฺถรณํ อตฺตโน สนฺตกมฺปิ อนธิฏฺฐิตํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ อยุตฺตํ เสนาสนปริกฺขารตฺถาย ทินฺน’’นฺติ ปจฺจตฺถรณสฺส วิเสสิตตฺตา. ภิสิพิพฺโพหนปาวารโกชวานมฺปิ เสนาสนปริกฺขารโตเยว อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถีติ เวทิตพฺพํ.
อธิฏฺฐิตญฺจ ปเนตํ จีวรํ ปริภุญฺชโต กถํ อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ อาห ‘‘สพฺพญฺจ ปเนต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อจฺฉินฺทิตฺวา คหเณนาติ โจราทีหิ อจฺฉินฺทิตฺวา คหเณน. หีนายาวตฺตเนนาติ คิหิภาวาย อาวตฺตเนน, วิพฺภเมนาติ อตฺโถ, ‘‘สีลวนฺโตว หุตฺวา คิหี ภวิสฺสามี’’ติ เสตวตฺถนิวาสเนนาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนสฺส เสตวตฺถนิวาโส วา กาสายจชนํ วา หีนายาวตฺตน’’นฺติ เกจิ. ‘‘‘หีนายาวตฺตเนนา’ติ อิมินา ภิกฺขุนิยา เอว อธิฏฺฐานวิชหนํ คหิตํ โหติ. สา หิ ยทา วิพฺภมติ, ตทา อสฺสมณี โหติ. ภิกฺขุ ปน วิพฺภมนฺโตปิ ยาว สิกฺขํ น ปจฺจกฺขาติ, ตาว ภิกฺขุเยวาติ อธิฏฺฐานํ น วิชหตี’’ติ อปเร. สิกฺขาปจฺจกฺขาเนนาติ ลิงฺเค ฐิตสฺเสว สิกฺขาย ปจฺจกฺขาเนน. โย หิ ภิกฺขุลิงฺเค ฐิโตว สิกฺขํ ปจฺจกฺขาติ, ตสฺส กายลคฺคมฺปิ จีวรํ อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ. กาลงฺกิริยายาติ มรเณน. ลิงฺคปริวตฺตเนนาติ ปุริสลิงฺคสฺส, อิตฺถิลิงฺคสฺส วา ปริวตฺตเนน, ปุริสสฺส อิตฺถิลิงฺคปาตุภาเวน, อิตฺถิยา วา ปุริสลิงฺคปาตุภาเวนาติ วุตฺตํ โหติ.
กนิฏฺฐงฺคุลินขปิฏฺฐิปฺปมาเณนาติ เหฏฺฐิมปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. โอรโตติ อพฺภนฺตรโต. โย ปน ทุพฺพลฏฺฐาเน ปฐมํ อคฺคฬํ ทตฺวา ปจฺฉา ทุพฺพลฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา อปเนติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. มณฺฑลปริวตฺตเนปิ เอเสว นโย. ทุปฏฺฏสฺส ปน เอกสฺมึ ปฏเล ฉิทฺเท วา ชาเต, คลิเต วา อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. ขุทฺทกํ จีวรํ มหนฺตํ กโรติ, มหนฺตํ วา ขุทฺทกํ กโรติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. อุโภ โกฏิโย มชฺเฌ กโรนฺโต สเจ ปน ปฐมํ ฉินฺทิตฺวา ปจฺฉา ฆเฏติ, อธิฏฺฐานํ ภิชฺชติ. อถ ฆเฏตฺวา ฉินฺทติ, น ภิชฺชติ. รชเกหิ โธวาเปตฺวา เสตํ กโรนฺตสฺสาปิ อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานเมว. วสฺสานมาสาติกฺกเมนาปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ. เตน น เกวลํ ปุพฺเพ วุตฺเตน ทานาทินา อฏฺฐวิเธเนว การเณน วสฺสิกสาฏิกา อธิฏฺฐานํ วิชหติ, อถ โข วสฺสานมาสาติกฺกเมนปีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอส นโย อาพาธวูปสเมนาปีติ เอตฺถาปิ. วิกปฺปนสิกฺขาปเทติ (ปาจิ. ๓๗๒ อาทโย) ปาจิตฺติเย สุราปานวคฺคสฺส นวมสิกฺขาปเท.
ตํ อติกฺกามยโตติ เอตฺถ ตนฺติ จีวรํ, กาลํ วา ปรามสตีติ อาห ‘‘ตํ ยถาวุตฺตชาติปฺปมาณ’’นฺติอาทิ. อสฺสาติ ภิกฺขุสฺส. ตสฺส โย อรุโณติ ตสฺส จีวรุปฺปาททิวสสฺส โย อติกฺกนฺโต อรุโณ. จีวรุปฺปาททิวเสน สทฺธินฺติ จีวรุปฺปาททิวสสฺส อรุเณน สทฺธึ. ทิวสสทฺเทน เจตฺถ ตํทิวสนิสฺสิโต อรุโณ วุตฺโต. อิทานิ ยสฺส จ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ยถา จ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ คเหตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺรายํ นโยติ ตสฺมึ นิสฺสชฺชเน อยํ วิธิ. อญฺญถาปีติ ภาสนฺตเรนาปิ, ยาย กายจิ ภาสายปีติ อตฺโถ. ปฏิพเลนาติ วตฺตุํ สมตฺเถน. อายตึ สํวเรยฺยาสีติ อุปริ สํวรมาปชฺเชยฺยาสิ, สํวุตกายวจีทฺวาโร ภเวยฺยาสีติ อตฺโถ. อิมานิ จ ‘‘ปสฺสสี’’ติอาทีนิ ยถากฺกมํ ปฏิคฺคาหกเทสเกหิ วตฺตพฺพวจนานิ. ตถา หิ ‘‘ปสฺสสี’’ติ ปฏิคฺคาหเกน วตฺตพฺพวจนํ, ‘‘อาม ปสฺสามี’’ติ ตทนุเทสเกน วตฺตพฺพวจนํ. ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ ตทนุปฺปฏิคฺคาหเกน วตฺตพฺพวจนํ, ‘‘สาธุ สุฏฺฐุ สํวริสฺสามี’’ติ ตทนุเทสเกน วตฺตพฺพวจนํ. อิมินา จ อตฺตโน อายตึ สํวเร ปติฏฺฐิตภาวํ ทสฺเสติ. ทฺวีสุ, ปน สมฺพหุลาสุ วาติ ทฺวีสุ วา สมฺพหุลาสุ วา อาปตฺตีสุ ปุริมนเยเนว วจนเภโท กาตพฺโพ. ญตฺติยํ อาปตฺตึ สรติ วิวรตีติ เอตฺถ ‘‘เทฺว อาปตฺติโย’’ติ วา ‘‘สมฺพหุลา อาปตฺติโย’’ติ วา วจนเภโท กาตพฺโพ. ทฺวีสุ, พหูสุ วา วจนเภโท กาตพฺโพติ ‘‘สงฺโฆ อิมานิ จีวรานี’’ติ วตฺถุวเสน วจนเภโท กาตพฺโพ.
เอวํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชนวิธึ ทสฺเสตฺวา คณสฺส นิสฺสชฺชนวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘คณสฺส ปน นิสฺสชฺชนฺเตนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เสสํ ปุริมสทิสเมวาติ นิสฺสชฺชนาปตฺติปฺปฏิคฺคหณนิสฺสฏฺฐจีวรทาเนสุ ‘‘อายสฺมนฺตาน’’นฺติอาทินา วุตฺตวจนเภทํ วินา อวเสสํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชนาทีสุ วุตฺตสทิสเมวาติ อตฺโถ.
อิทานิ ปุคฺคลสฺส นิสฺสชฺชนวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุคฺคลสฺส ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทฺวีสุ, ตีสุ วาติ ทฺวีสุ, ตีสุ วา อาปตฺตีสุ เจว ทาตพฺพจีวเรสุ จ. ยถา จ คณสฺส นิสฺสชฺชเน, เอวํ ทฺวินฺนํ นิสฺสชฺชเนปิ ปาฬิ เวทิตพฺพา. ยทิ หิ วิเสโส ภเวยฺย, ยเถว ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติณฺณํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ, เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กาตพฺโพ – พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน เต ภิกฺขู ญาเปตพฺพา’’ติอาทินา (มหาว. ๑๖๘) นเยน ติณฺณํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ วตฺวา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ, เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กตฺตพฺโพ – เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺค’’นฺติอาทินา นเยน วิสุํเยว ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ วุตฺโต, เอวํ อิธาปิ วิสุํ ปาฬึ วเทยฺย. ยสฺมา ปน นตฺถิ, ตสฺมา อวตฺวาว คโตติ คณสฺส วุตฺตา ปาฬิเยเวตฺถ ปาฬิ. อาปตฺติปฺปฏิคฺคหเณ ปน อยํ วิเสโส – ยถา คณสฺส นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติยา เทสิยมานาย อาปตฺติปฺปฏิคฺคาหโก ภิกฺขุ ญตฺตึ ฐเปติ, เอวํ อฏฺฐเปตฺวา ทฺวีสุ อญฺญตเรน ยถา เอกปุคฺคโล ปฏิคฺคณฺหาติ, เอวํ อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา. ทฺวินฺนญฺหิ ญตฺติฏฺฐปนํ นาม นตฺถิ. ยทิ สิยา, ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ วิสุํ น วเทยฺย. นิสฺสฏฺฐจีวรทาเนปิ ยถา ‘‘อิมํ จีวรํ อายสฺมโต ทมฺมี’’ติ เอโก วทติ, เอวํ ‘‘มยํ อิมํ จีวรํ อายสฺมโต เทมา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อิโต ครุกตรานิปิ หิ ญตฺติทุติยกมฺมานิ อปโลเกตฺวา กาตพฺพานีติ วุตฺตานิ อตฺถิ, เตสํ เอตํ อนุโลมํ. เตเนวาห ‘‘ทฺวินฺนํ ปนา’’ติอาทิ. นิสฺสฏฺฐจีวรํ ปน ทาตพฺพเมว, อทาตุํ น ลพฺภติ. วินยกมฺมมตฺตเมว เหตํ. น ตํ เตน สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ทินฺนเมว โหติ. เตนาห ‘‘นิสฺสฏฺฐวตฺถุ’’นฺติอาทิ.
อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ สกึ นิวตฺถํ วา สกึ ปารุตํ วา กายโต อโมเจตฺวา ทิวสมฺปิ จรติ, เอกเมว ทุกฺกฏํ. โมเจตฺวา นิวาเสติ วา ปารุปติ วา, ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ. ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา สณฺฐาเปนฺตสฺส อนาปตฺติ. อญฺญสฺส ตํ ปริภุญฺชโตปิ อนาปตฺติ. ‘‘อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติอาทิวจนญฺเจตฺถ (ปารา. ๕๗๐) สาธกํ. ทสาหํ อนติกฺกนฺเตปิ อติกฺกนฺตสญฺญิโน, เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏนฺติ เอตฺถาปิ ‘‘ปริภุญฺชนฺตสฺสา’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อติกฺกนฺเต อนติกฺกนฺตสญฺญิโนปีติ ทสาหํ อติกฺกนฺเต จีวเร ‘‘อนติกฺกนฺตํ อิท’’นฺติ เอวํ สญฺญิโน, ทสาเห วา อติกฺกนฺเต ‘‘อนติกฺกนฺโต ทสาโห’’ติ เอวํ สญฺญิโน.
อิทานิ ‘‘อนธิฏฺฐิเต อธิฏฺฐิตสญฺญิโน นิสฺสคฺคิย’’นฺติอาทิอาปตฺติวารํ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา’’ติอาทิมาห. ตถาติ ยถา ทสาหํ อติกฺกนฺเต สญฺญาเภเทน ติกปาจิตฺติยํ, ตถา อนธิฏฺฐิตาทีสุ สตฺตสุ วิกปฺเปสุ อธิฏฺฐิตาทิสญฺญาเภทโตติ อตฺโถ. ตตฺถ อวิสฺสชฺชิเต วิสฺสชฺชิตสญฺญิโนติ กสฺสจิ อทินฺเน อปริจฺจตฺเต ‘‘ทินฺนํ ปริจฺจตฺตํ มยา’’ติ เอวํ สญฺญิโน. อนฏฺเฐ นฏฺฐสญฺญิโนติ อตฺตโน จีวเรน สทฺธึ พหูนิ อญฺเญสํ จีวรานิ เอกโต ฐปิตานิ, ตานิ เจ โจรา หรนฺติ, ตเตฺรส อตฺตโน จีวเร อนฏฺเฐ นฏฺฐสญฺญี โหติ, ตสฺส นฏฺฐสญฺญิโน. เอส นโย อวินฏฺฐาทีสุปิ. อวิลุตฺเตติ เอตฺถ ปน คพฺภํ ภินฺทิตฺวา ปสยฺหาวหารวเสน อวิลุตฺเตติ เวทิตพฺพํ.
วิสฺสชฺชิเตติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) อญฺญสฺส ทินฺเน. กถํ ปน ทินฺนํ โหติ, กถํ คหิตํ? ‘‘อิมํ ตุยฺหํ เทมิ, ททามิ, ทชฺชามิ, โอโณเชมิ, ปริจฺจชามิ, วิสฺสชฺชามิ, นิสฺสชฺชามี’’ติ วา วทติ, ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส เทมิ…เป… นิสฺสชฺชามี’’ติ วา วทติ, สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ ทินฺนํเยว โหติ. ‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วทติ, สุทินฺนํ, สุคฺคหิตญฺจ. ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหิ, ตว สนฺตกํ โหตุ, ตว สนฺตกํ กริสฺสสี’’ติ วุตฺเต ‘‘มม สนฺตกํ กโรมิ, มม สนฺตกํ โหตุ, มม สนฺตกํ กริสฺสามี’’ติ วทติ, ทุทฺทินฺนํ, ทุคฺคหิตญฺจ. เนว ทาตา ทาตุํ ชานาติ, น อิตโร คเหตุํ. สเจ ปน ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหี’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, ภนฺเต, มยฺหํ คณฺหามี’’ติ คณฺหาติ, สุคฺคหิตํ, สเจ ปน เอโก ‘‘คณฺหาหี’’ติ วทติ, อิตโร ‘‘น คณฺหามี’’ติ วทติ, ปุน โส ‘‘ทินฺนํ มยา ตุยฺหํ, คณฺหาหี’’ติ วทติ, อิตโรปิ ‘‘น มยฺหํ อิมินา อตฺโถ’’ติ วทติ. ตโต ปุริโมปิ ‘‘มยา ทินฺน’’นฺติ ทสาหํ อติกฺกาเมติ, ปจฺฉิโมปิ ‘‘มยา ปฏิกฺขิตฺต’’นฺติ, กสฺสาปตฺตีติ? น กสฺสจิ. ยสฺส ปน รุจฺจติ, เตน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. โย ปน อธิฏฺฐาเน เวมติโก, เตน กึ กาตพฺพํ? เวมติกภาวํ อาโรเจตฺวา ‘‘สเจ อนธิฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ, เอวํ เม กปฺปิยํ โหตี’’ติ วตฺวา วุตฺตนเยเนว นิสฺสชฺชิตพฺพํ. น หิ เอวํ ชานาเปตฺวา วินยกมฺมํ กโรนฺตสฺส มุสาวาโท โหติ.
ยถา จ อิทํ, เอวํ อิโต ปรานิปีติ ยถา อิทํ อติเรกจีวรธารณสิกฺขาปทํ อาจารวิปตฺติ, เอวํ อิโต ปรานิปิ สิกฺขาปทานิ อาจารวิปตฺติเยวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อุภโตปาติโมกฺเขสู’’ติอาทิ. อาชีววิปตฺติปจฺจยา ปน ฐเปตฺวา ทุพฺภาสิตํ ฉ อาปตฺติกฺขนฺธา ปญฺญตฺตาติ –
‘‘อาชีวเหตุ อาชีวการณา ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ, อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา ‘โย เต วิหาเร วสติ, โส ภิกฺขุ อรหา’ติ ภณติ, ปฏิวิชานนฺตสฺส อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ ปณีตโภชนานิ อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุนี ปณีตโภชนานิ อคิลานา อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, อาปตฺติ ปาฏิเทสนียสฺส. อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปริ. ๒๘๗) –
เอวํ ปาราชิกาทิวเสน ฐเปตฺวา ทุพฺภาสิตํ อาชีววิปตฺติปจฺจยา ฉ อาปตฺติกฺขนฺธา ปญฺญตฺตา. ทิฏฺฐิวิปตฺติปจฺจยา ปาจิตฺติยทุกฺกฏวเสน เทฺว อาปตฺติกฺขนฺธา ปญฺญตฺตาติ สมนุภาสนาย ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสชฺชเน ญตฺติยา ทุกฺกฏํ, กมฺมวาจาปริโยสาเน ปาจิตฺติยนฺติ เอวํ ทิฏฺฐิวิปตฺติปจฺจยา ปาจิตฺติยทุกฺกฏวเสน เทฺว อาปตฺติกฺขนฺธา ปญฺญตฺตา. เอตฺถาติ วิปตฺติกถาสุ.
คณนุปคตาติ ทิวสคณนํ อุปคตภาโว. อญฺเญหิ ‘‘อิมํ จีวรํ อิตฺถนฺนามสฺส เทมา’’ติ ปรหตฺเถ ทินฺนมฺปิ ‘‘น ตาว ตํ คณนุปคํ, ยาว น หตฺถํ คจฺฉตี’’ติ (มหาว. ๒๕๙) จมฺมกฺขนฺธเก วุตฺตตฺตา ยาว อาหริตฺวา วา น ทินฺนํ, ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, จีวรํ อุปฺปนฺน’’นฺติ ปหิณิตฺวา วา อนาโรจิตํ, ตาว ทิวสคณนํ น อุเปติ, อนธิฏฺฐิตํ วฏฺฏติ. ยทา ปน อาเนตฺวา ทินฺนํ โหติ, ‘‘อุปฺปนฺน’’นฺติ วา สุตํ, ตโต ปฏฺฐาย คณนุปคํ โหติ, อนฺโตทสาเห อธิฏฺฐาตพฺพํ. กถินสญฺญิตํ สมุฏฺฐานมสฺสาติ กถินสมุฏฺฐานํ, ตติยฉฏฺฐสมุฏฺฐานวเสน ทฺวิสมุฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. กายวาจาหิ กตฺตพฺพอธิฏฺฐานวิกปฺปนานํ อกรเณน กายวาจโต, จิตฺเต ปน สติ กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาตีติ วุตฺตํ โหติ. อนธิฏฺฐานาวิกปฺปนวเสน อาปชฺชนโต อกิริยํ. อชานนฺโตปิ อาปชฺชตีติ โนสญฺญาวิโมกฺขํ. กายทฺวาเร จ วจีทฺวาเร จ กตฺตพฺพากรณโต กายกมฺมํ วจีกมฺมํ.
กถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา
ภิกฺขุนาติ ภิกฺขุสฺสาติ อตฺโถ, สามิอตฺเถ เจตํ กรณวจนํ. เตนาห ‘‘ปุริมสิกฺขาปเท วิยา’’ติอาทิ. อถ กสฺมา กรณวเสเนว กรณวจนสฺส อตฺถํ อคฺคเหตฺวา สามิวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘กรณวเสน หี’’ติอาทิ. หีติ การณตฺเถ นิปาโต. ฉินฺนปลิโพโธติ ฉินฺนจีวราวาสปลิโพโธ. เอกาว รตฺติ เอกรตฺตํ, สมาสนฺตคตสฺส อตฺถํ. ติณฺณํ จีวรานํ สมาหาโรติ ติจีวรํ. เตน ติจีวเรน, ตีหิ จีวเรหีติ อตฺโถ. เอเกน วิปฺปวุตฺโถปิ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๗๕-๔๗๖) หิ ติจีวเรน วิปฺปวุตฺโถ นาม โหติ ปฏิสิทฺธปริยาปนฺเนน วิปฺปวุตฺถตฺตา, อวยเวปิ วา สมุทายโวหารโต. เตนาห ‘‘ติจีวราธิฏฺฐานนเยนา’’ติอาทิ.
อิทานิ วิปฺปวาสลกฺขณววตฺถาปนตฺถํ ‘‘คาโม เอกูปจาโร’’ติอาทิมาห. ตตฺถ นิเวสนนฺติ อุโทสิตาทีนํ วเสน อกตาย ปติสฺสยวิกติยา อธิวจนํ. อุโทสิโตติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๘๒-๔๘๗) ยานาทีนํ ภณฺฑานํ สาลา. โย ‘‘อุทวสิโต’’ติปิ วุจฺจติ. อฏฺโฏติ ปฏิราชาทิปฏิพาหนตฺถํ อิฏฺฐกาหิ กโต พหลภิตฺติโก จตุปญฺจภูมิโก ปติสฺสยวิเสโส. ‘‘อฏฺโฏติ พหลภิตฺติกเคหํ, ยสฺส โคปานสิโย อคฺคเหตฺวา อิฏฺฐกาหิ เอว ฉทนํ โหตี’’ติ อปเร. ‘‘อฏฺฏากาเรน กรียตี’’ติปิ วทนฺติ. มาโฬติ เอกกูฏสงฺคหิโต จตุรสฺสปาสาโท, เอกกูฏสงฺคหิโต วา อเนกโกณวนฺโต ปติสฺสยวิเสโส. ‘‘มาโฬติ วฏฺฏากาเรน กตเสนาสน’’นฺติ อปเร. ปาสาโทติ ทีฆปาสาโท, อฑฺฒโยคาทิเภโท อฏฺฏมาฬหมฺมิยวชฺชิโต สพฺโพ วา ปาสาโท. หมฺมิยนฺติ มุณฺฑจฺฉทนปาสาโท. ‘‘จนฺทิยงฺคณยุตฺต’’นฺติ อปเร. นาวาติ ถลฏฺฐอุทกฏฺฐวเสน ทฺวิธา นาวา. สตฺโถติ ชงฺฆสตฺโถ, สกฏสตฺโถ วา. ธญฺญกรณนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๙๑-๔๙๔) ขลํ วุจฺจติ. อาราโมติ ปุปฺผาราโม, ผลาราโม วา. วิหาโรติ สปริกฺขิตฺโต วา อปริกฺขิตฺโต วา สกโล อาวาโส. ‘‘เคหมฺปี’’ติ เกจิ. นิเวสนาทีนิ เจตฺถ คามโต พหิ นิวิฏฺฐานิ คหิตานิ. อนฺโตคาเม ฐิตานํ ปน คามคฺคหเณเนว คหิตตฺตา คามปริหาโรเยวาติ. ‘‘นิเวสนาทโย หมฺมิยปริโยสานา คามปริกฺเขปโต พหิ นิวิฏฺฐา’’ติ อปเร. หตฺถปาสาติกฺกเมติ เอตฺถ หตฺถปาโส นาม อฑฺฒเตยฺยรตนปฺปมาโณ ปเทโส, ตสฺส อติกฺกโม หตฺถปาสาติกฺกโม, ตสฺมึ หตฺถปาสาติกฺกเม. หตฺถปาสพฺภนฺตเร ปน วตฺถุํ วฏฺฏติ. ตํ ปมาณํ อติกฺกมิตฺวา สเจปิ อิทฺธิมา ภิกฺขุ อากาเส อรุณํ อุฏฺฐาเปติ, นิสฺสคฺคิยเมว โหติ.
อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – สเจ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๗๗-๔๗๘) คาโม เอกสฺส รญฺโญ วา โภชกสฺส วา วเสน เอกกุลสฺส โหติ, ปาการาทินา ปริกฺขิตฺตตฺตา เอกูปจาโร จ, เอวรูเป คาเม จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺมึ คามพฺภนฺตเร ยถารุจิตฏฺฐาเน วสิตพฺพํ, สเจ อปริกฺขิตฺโต, ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ ฆเร วสิตพฺพํ, ตสฺส ฆรสฺส สมนฺตโต หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ.
สเจ คาโม เวสาลิกุสินาราทโย วิย นานาราชูนํ วา โภชกานํ วา โหติ, วุตฺตปฺปกาเรน ปริกฺขิตฺโต จ, เอวรูเป คาเม ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ ฆเร วา วตฺถพฺพํ, ตสฺส ฆรสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. ยสฺสา วีถิยา ฆรํ โหติ, ตสฺสา วีถิยา ตสฺส ฆรสฺส สมฺมุขาฏฺฐาเน สภายํ วา ฆรทฺวาเร วา วตฺถพฺพํ, เตสํ สภาทฺวารานํ หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ.
สเจ โส คาโม อปริกฺขิตฺโต, ยสฺมึ ฆเร จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตตฺถ วา ตสฺส หตฺถปาเส วา วตฺถพฺพํ. นิเวสเน ปน สเจ เอกกุลสฺส นิเวสนํ โหติ, ปริกฺขิตฺตญฺจ, อนฺโตนิเวสเน จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตนิเวสเน วตฺถพฺพํ. อปริกฺขิตฺตํ เจ โหติ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ วตฺถพฺพํ, ตสฺส คพฺภสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ.
สเจ นานากุลสฺส นิเวสนํ โหติ, ปริกฺขิตฺตญฺจ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ คพฺเภ วตฺถพฺพํ, สพฺเพสํ สาธารณทฺวารมูเล วา เตสํ คพฺภทฺวารมูลานํ หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. อปริกฺขิตฺตํ เจ, ยสฺมึ คพฺเภ จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตสฺมึ คพฺเภ วตฺถพฺพํ, ตสฺส คพฺภสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. เอส นโย อุโทสิตาทีสุปิ.
สตฺโถ ปน ชงฺฆสตฺโถ วา โหตุ, สกฏสตฺโถ วา. สเจ เอกกุลสฺส สตฺโถ โหติ, สตฺเถ จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา ปุรโต วา ปจฺฉโต วา สตฺตพฺภนฺตรา น วิชหิตพฺพา, ปสฺสโต อพฺภนฺตรํ น วิชหิตพฺพํ. สเจ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๘๙) สตฺโถ คจฺฉนฺโต คามํ วา นทึ วา ปริยาทิยิตฺวา ติฏฺฐติ, อนฺโตปวิฏฺเฐน สทฺธึ เอกาพทฺโธ หุตฺวา โอรญฺจ ปารญฺจ ผริตฺวา ฐิโต โหติ, สตฺถปริหาโรว ลพฺภติ. อถ คาเม วา นทิยา วา ปริยาปนฺโน โหติ อนฺโตปวิฏฺโฐ, คามปริหาโร เจว นทิปริหาโร จ ลพฺภติ. สเจ วิหารสีมํ อติกฺกมิตฺวา ติฏฺฐติ, อนฺโตสีมาย จ จีวรํ โหติ, วิหารํ คนฺตฺวา วสิตพฺพํ. สเจ พหิสีมาย จีวรํ โหติ, สตฺถสมีเปเยว วสิตพฺพํ. สเจ คจฺฉนฺโต สกเฏ วา ภคฺเค, โคเณ วา นฏฺเฐ อนฺตรา ฉิชฺชติ, ยสฺมึ โกฏฺฐาเส จีวรํ นิกฺขิตฺตํ, ตตฺถ วสิตพฺพํ.
เขตฺเตปิ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๙๐) สเจ เอกกุลสฺส เขตฺตํ โหติ, ปริกฺขิตฺตญฺจ, อนฺโตเขตฺเต จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา อนฺโตเขตฺเต วตฺถพฺพํ. สเจ อปริกฺขิตฺตํ, หตฺถปาสา จีวรํ น วิชหิตพฺพํ. สเจ นานากุลสฺส เขตฺตํ โหติ, ปริกฺขิตฺตญฺจ, อนฺโตเขตฺเต จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา เขตฺตทฺวารมูเล วา วตฺถพฺพํ, ตสฺส หตฺถปาสา วา น วิชหิตพฺพํ. สเจ อปริกฺขิตฺตํ, จีวรํ หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ. เอส นโย ธญฺญกรณาราเมสุ ทฺวีสุปิ. วิหาเร ปน นิเวสเน วุตฺตสทิโสว วินิจฺฉโย.
รุกฺขมูเล ปน ยํ มชฺฌนฺหิเก กาเล สมนฺตา ฉายา ผรติ, ตสฺมึ ฐาเน อวิรเฬ ปเทเส ตสฺส ฉายาย ผุฏฺโฐกาสสฺส อนฺโตเยว นิกฺขิปิตพฺพํ. สเจ วิรฬสาขสฺส รุกฺขสฺส อาตเปน ผุฏฺโฐกาเส ฐเปติ, อรุณุคฺคมเน จ โส ภิกฺขุ ตสฺส หตฺถปาเส น โหติ, อญฺญสฺมึ ฐาเน ตสฺส ฉายายปิ โหติ, นิสฺสคฺคิยํ โหติ. สเจ นานากุลสฺส รุกฺโข โหติ, จีวรสฺส หตฺถปาสา น วิชหิตพฺพํ.
อชฺโฌกาเส ปน วิญฺฌาฏวิอาทีสุ อรญฺเญสุปิ สมุทฺทมชฺเฌ มจฺฉพนฺธานํ อคมนปถทีปเกสุปิ จีวรํ ฐเปตฺวา ตโต สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตเร ปเทเส ยตฺถ กตฺถจิ วสิตพฺพํ, อิโต อญฺญตฺถ วสนฺโต วิปฺปวุตฺโถ นาม โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
อิมสฺส ปน วิตฺถารสฺส อิธ อวุตฺตตฺตา, สมนฺตปาสาทิกายญฺจ วุตฺตตฺตา ‘‘อยเมตฺถ สงฺเขโป’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอตฺถาติ ‘‘ติจีวเรน วิปฺปวเสยฺยา’’ติ เอตสฺมึ ปเท. สงฺเขโปติ สงฺเขปวณฺณนา. เอตฺถ ปน ปาฬิยํ (ปารา. ๔๗๗) ‘‘คาโม เอกูปจาโร นานูปจาโร’’ติอาทินา อวิเสเสน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวาปิ คามนิเวสนอุโทสิตเขตฺตธญฺญกรณอารามวิหารานํ เอกูปจารนานูปจารตา ‘‘คาโม เอกูปจาโร นาม เอกกุลสฺส คาโม โหติ ปริกฺขิตฺโต จ อปริกฺขิตฺโต จา’’ติอาทินา (ปารา. ๔๗๘) ปริกฺขิตฺตาปริกฺขิตฺตวเสน วิภตฺตา. อฏฺฏมาฬปาสาทหมฺมิยนาวาสตฺถรุกฺขมูลอชฺโฌกาสานํ ปน เอวํ อวตฺวา ‘‘เอกกุลสฺส อฏฺโฏ โหติ, นานากุลสฺส อฏฺโฏ โหตี’’ติอาทินา (ปารา. ๔๘๔) นเยน เอกกุลนานากุลวเสน จ อนฺเต ‘‘อชฺโฌกาโส เอกูปจาโร นาม อคามเก อรญฺเญ สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตรา เอกูปจาโร, ตโต ปรํ นานูปจาโรติ (ปารา. ๔๙๔) จ เอวํ เอกูปจารนานูปจารตา วิภตฺตา. ตสฺมา คามาทีสุ ปริกฺขิตฺตํ เอกูปจารํ, อปริกฺขิตฺตํ นานูปจารนฺติ จ, อฏฺฏาทิสุ ยํ เอกกุลสฺส, ตํ เอกูปจารํ, ยํ นานากุลสฺส, ตํ นานูปจารนฺติ จ คเหตพฺพํ. อชฺโฌกาเส วุตฺตนเยน คเหตพฺพํ. อุปจาโรติ หิ ‘‘คาโม เอกูปจาโร นานูปจาโร’’ติอาทีสุ ทฺวารํ, ‘‘อชฺโฌกาโส เอกูปจาโร’’ติ เอตฺถ สมนฺตา สตฺตพฺภนฺตรสงฺขาตํ ปมาณนฺติ อปเร.
อญฺญตฺร ภิกฺขุสมฺมุติยาติ ภิกฺขุโน สงฺเฆน ทินฺนา สมฺมุติ ภิกฺขุสมฺมุติ, ตํ วินาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยํ สงฺโฆ’’ติอาทิ. อวิปฺปวาสสมฺมุตึ เทตีติ อวิปฺปวาสา สมฺมุติ, อวิปฺปวาสาย วา สมฺมุติ อวิปฺปวาสสมฺมุติ, ตํ ญตฺติทุติเยน กมฺเมน เทตีติ อตฺโถ.
สนฺตรุตฺตเรนาติ ‘‘อนฺตร’’นฺติ อนฺตรวาสโก วุจฺจติ, ‘‘อุตฺตร’’นฺติ อุตฺตราสงฺโค, สห อนฺตเรน อุตฺตรํ สนฺตรุตฺตรํ, เตน สนฺตรุตฺตเรน, สห อนฺตรวาสเกน อุตฺตราสงฺเคนาติ อตฺโถ. อนฺโตอรุเณ ปจฺจุทฺธเฏติ นิวตฺติตฺวา สมฺปาปุณิตุมสกฺโกนฺเตน ตตฺเถว ฐตฺวา อนฺโต อรุเณ ปจฺจุทฺธเฏ. ปจฺจาคนฺตพฺพนฺติ ยถา โรโค น กุปฺปติ, ตถา ปุน จีวรสฺส ฐปิตฏฺฐานํ อาคนฺตพฺพํ. ยโต ปฏฺฐาย หิ สตฺถํ วา ปริเยสติ, ‘‘คจฺฉามี’’ติ อาโภคํ วา กโรติ, ตโต ปฏฺฐาย วฏฺฏติ. ‘‘น ทานิ คมิสฺสามี’’ติ เอวํ ปน ธุรนิกฺเขปํ กโรนฺเตน ปจฺจุทฺธริตพฺพํ ‘‘อติเรกจีวรฏฺฐาเน ฐสฺสตี’’ติ. เตนาห ‘‘ตตฺเถว วา ฐิเตน ปจฺจุทฺธริตพฺพ’’นฺติ. โสติ ยสฺส สมฺมุติ ทินฺนา, โส โรโค. ลทฺธกปฺปิยเมว ปุน สมฺมุติทานกิจฺจํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย.
อธิฏฺฐิตจีวรตาติ ติจีวราธิฏฺฐานนเยน อธิฏฺฐิตจีวรตา. วิปฺปวาโส นาม ยทิ พทฺธสีมายํ จีวรํ โหติ, ตโต พหิ อรุณุฏฺฐาปนํ. อถ อพทฺธสีมายํ, ยถาวุตฺตคามาทีนํ พหิ หตฺถปาสาติกฺกเม อรุณุฏฺฐาปนํ. พทฺธสีมายํ ปน ยตฺถ กตฺถจิ จีวรํ ฐเปตฺวา อนฺโตสีมายเมว ยตฺถ กตฺถจิ วสิตุํ วฏฺฏติ. อิธ อปจฺจุทฺธรณํ อกิริยาติ สมฺพนฺโธ.
อุโทสิตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. อกาลจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา
ปุริมสิกฺขาปเท วิย เอตฺถาปิ ภิกฺขุนาติ สามิอตฺเถ กรณวจนนฺติ อาห ‘‘นิฏฺฐิตจีวรสฺมึ ภิกฺขุนา’’ติอาทิ. ‘‘อกาลจีวรํ นาม อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส อุปฺปนฺนํ, อตฺถเต กถิเน สตฺตมาเส อุปฺปนฺนํ, กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ, เอตํ อกาลจีวรํ นามา’’ติ (ปารา. ๕๐๐) ปทภาชนิยํ วุตฺตตฺตา ‘‘ยฺวายํ อนตฺถเต กถิเน’’ติอาทิมาห. ยฺวายํ จีวรกาโล วุตฺโตติ สมฺพนฺโธ. วสฺสานสฺสาติ วสฺสานสงฺขาตสฺส อุตุโน. ปจฺฉิโม มาโส นาม จีวรมาโส. ตสฺมิญฺหิ อนตฺถเตปิ กถิเน อุปฺปนฺนํ จีวรํ อนธิฏฺฐิตํ, อวิกปฺปิตํ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. ปญฺจ มาสาติ ปจฺฉิมกตฺติกมาโส, เหมนฺติกา จตฺตาโร จาติ ปญฺจ มาสา. อญฺญทาติ อนตฺถเต กถิเน เอกาทสมาเส, อตฺถเต กถิเน สตฺตมาเส. กาเลปีติ ‘‘อนตฺถเต กถิเน จีวรมาโส, อตฺถเต กถิเน ปญฺจ มาสา’’ติ ยถาวุตฺตจีวรกาเลปิ. ‘‘อาทินา นเยนา’’ติ อิมินา ‘‘ททามิ ทชฺชามี’’ติอาทีนํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) สงฺคโห. กิญฺจาปิ เจตานิ สพฺพานิ ‘‘อกาลจีวร’’นฺติ วุตฺตานิ, ตถาปิ ปิฏฺฐิสมเยเยว อุปฺปนฺนานิ ‘‘อกาลจีวร’’นฺติ อิธาธิปฺเปตานิ.
‘‘กาเล สงฺฆสฺส อิทํ อกาลจีวร’’นฺติ ทินฺนํ ปน อกาลจีวรสามญฺญโต อตฺถุทฺธารวเสน วุตฺตํ. ยถา ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนํ จีวรํ วุฏฺฐวสฺเสหิ, เสเสหิ จ สมฺมุขีภูเตหิ ภาเชตุํ ลพฺภตีติ อกาลจีวรํ นาม ชาตํ, ตเถวิทมฺปีติ ตทิทํ อกาลจีวรสามญฺญํ. ยทิ เอวํ ‘‘ปุคฺคลสฺส วา อิทํ ตุยฺหํ ‘ทมฺมี’ติอาทินา นเยน ทินฺน’’นฺติ กสฺมา วุตฺตํ, น หิ ปุคฺคลสฺส อาทิสฺส ทินฺนํ เกนจิ ภาชนียํ โหตีติ? นายํ วิโรโธ, อาทิสฺส ทานสามญฺญโต ลพฺภมานมตฺถํ ทสฺเสตุํ ตถา วุตฺตนฺติ. อตฺตโน วา ธเนนาติ อตฺตโน กปฺปาสสุตฺตาทินา ธเนน. อิมสฺส ‘‘อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ‘‘สีมาย เทตี’’ติอาทิ ปุคฺคลาธิฏฺฐานนเยน วุตฺตํ. เอตฺถ ปน สีมาย ทานํ เอกา มาติกา, กติกาย ทานํ ทุติยา…เป… ปุคฺคลสฺส ทานํ อฏฺฐมา.
‘‘ปริกฺเขปารหฏฺฐาเนนา’’ติ อิมินา อปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ธุวสนฺนิปาตฏฺฐานาทิโต ปฐมเลฑฺฑุปาตสฺส อนฺโต อุปจารสีมาติ ทสฺเสติ. อิทานิ ทุติยเลฑฺฑุปาตสฺสปิ อนฺโต อุปจารสีมาเยวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ธุวสนฺนิปาตฏฺฐานมฺปิ สีมาปริยนฺตคตเมว เวทิตพฺพํ. อาวาเส วฑฺฒนฺเต วฑฺฒตีติ สเจ อุปจารโต อพหิภูโต หุตฺวา อาวาโส วฑฺฒตีติ อธิปฺปาโย. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘ภิกฺขูสุปิ วฑฺฒนฺเตสุ วฑฺฒตี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สเจ วิหาเร สนฺนิปติตภิกฺขูหิ สทฺธึ เอกาพทฺธา หุตฺวา โยชนสตมฺปิ ปูเรตฺวา นิสีทนฺติ, โยชนสตมฺปิ อุปจารสีมาว โหติ, สพฺเพสํ ลาโภ ปาปุณาตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตํ. ภิกฺขุนีนํ อารามปเวสนเสนาสนาปุจฺฉนานีติ อาคนฺตุกคมิกานํ ภิกฺขุนีนํ อารามปเวสนาปุจฺฉนํ, เสนาสนาปุจฺฉนญฺจาติ อตฺโถ. ตถา หิ อาคนฺตุกาย ภิกฺขุนิยา อารามปเวสนํ อาปุจฺฉิตพฺพํ, คมิกาย สงฺฆิกํ ทสวิธํ เสนาสนํ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ‘‘ภิกฺขุนีน’’นฺติ วุตฺตํ, คมิกสฺส ปน ภิกฺขุสฺสาปิ อิมิสฺสาเยว สีมาย วเสน เสนาสนาปุจฺฉนํ เวทิตพฺพํ.
ปริวาสมานตฺตาโรจนนฺติ ปาริวาสิกมานตฺตจารีนํ ปริวาสาโรจนํ, มานตฺตาโรจนญฺจ. วสฺสจฺเฉทนิสฺสยเสนาสนคฺคาหาทิวิธานนฺติ วสฺสจฺเฉทวิธานํ, นิสฺสยคฺคาหวิธานํ, เสนาสนคฺคาหวิธานนฺติ อตฺโถ. อาทิสทฺเทน นิสฺสยปฏิปฺปสฺสทฺธิ, ลาภคฺคาโห อาคนฺตุกวตฺตํ ปูเรตฺวา อารามปเวสนนฺติ เอวมาทิกํ สงฺคณฺหาติ. อิมิสฺสาว สีมาย วเสนาติ อุปจารสีมาเยวาติ ยถาสมฺภวํ อนฺโต, พหิ จ อิมสฺส สพฺพสฺส ลพฺภนโต วุตฺตํ.
ลาภตฺถาย ฐปิตา สีมา ลาภสีมา (มหาว. ๓๗๙), สา จ โข เนว สมฺมาสมฺพุทฺเธน อนุญฺญาตา, น ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ฐปิตา, อปิจ โข ลาภทายเกหิ. เตนาห ‘‘ยํ ราชราชมหามตฺตาทโย’’ติอาทิ. สมนฺตาติ วิหารสฺส สมนฺตา. ยนฺติ สุงฺกสสฺสาทิ. ‘‘สีมํ ฐเปนฺตี’’ติ ปาฐเสโส. เอกสฺส รญฺโญ อาณาปวตฺติฏฺฐานนฺติ โจฬโภโค เกรฬโภโคติ เอวํ เอเกกสฺส รญฺโญ อาณาปวตฺติฏฺฐานํ. ทฺวิธา อาโป คโต เอตฺถาติ ทีโป, โอเฆน อนชฺโฌตฺถโต ภูมิภาโค, โสว สีมา ทีปสีมา. เตนาห สมุทฺทนฺเตนา’’ติอาทิ. จกฺกวาฬสีมา จกฺกวาฬปพฺพเตเนว ปริจฺฉินฺนาติ อาห ‘‘เอกจกฺกวาฬปพฺพตปริกฺเขปพฺภนฺตรํ จกฺกวาฬสีมา’’ติ.
เสสาติ ขณฺฑสีมาทโย. ขณฺฑสีมาย เทมาติ ทินฺนนฺติ ขณฺฑสีมาย เกนจิ กมฺเมน สนฺนิปติตํ สงฺฆํ ทิสฺวา ‘‘ขณฺฑสีมายํ สงฺฆสฺส เทมา’’ติ ทินฺนํ. ขณฺฑสีมาย ฐิเต รุกฺเข วา ปพฺพเต วา ฐิโตปิ เหฏฺฐา วา ปถวิเวมชฺฌคโตปิ ขณฺฑสีมาเยว ฐิโตติ เวทิตพฺโพ. สมานสํวาสสีมาย ทินฺนนฺติ ‘‘สมานสํวาสสีมาย ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ. เอส นโย เสเสสุปิ. ขณฺฑสีมา สีมนฺตริกฏฺฐานํ น ปาปุณาติ ตตฺถ สมานสํวาสสีมาย อภาวโตติ อธิปฺปาโย. สมานสํวาสอวิปฺปวาสสีมาสุ ทินฺนสฺส อิทํ นานาตฺตํ – ‘‘อวิปฺปวาสสีมาย ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ คามฏฺฐานํ น ปาปุณาติ. กสฺมา? ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ (มหาว. ๑๔๔) วุตฺตตฺตา. ‘‘สมานสํวาสสีมาย ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ ปน คาเม ฐิตานมฺปิ ปาปุณาตีติ. อพฺภนฺตรสีมาอุทกุกฺเขปสีมาสุ ทินฺนนฺติ ตตฺถ อุโปสถาทิอตฺถาย สนฺนิปติเต ทิสฺวา ‘‘อิมิสฺสา อพฺภนฺตรสีมาย เทมา’’ติอาทินา ทินฺนํ. ชนปทรฏฺฐรชฺชทีปจกฺกวาฬสีมาสุปิ คามสีมาทีสุ วุตฺตสทิโสว วินิจฺฉโยติ อาห ‘‘ชนปทสีมาทีสู’’ติอาทิ. เอโกปิ คนฺตฺวา สพฺเพสํ สงฺคณฺหิตุํ ลภตีติ เอโกปิ คนฺตฺวา อิธ วสฺสคฺเคน ภาเชตฺวา คเหตฺวา อาคนฺตุํ ลภตีติ อตฺโถ. เอโกติ สภาโค เอโก ภิกฺขุ, อยมฺปิ ภาคเมว คเหตุํ ลภติ. เตนาห ‘‘สภาคานํ ภาคํ คณฺหาตี’’ติ.
เอวํ ตาว โย สีมํ ปรามสิตฺวา เทติ, ตสฺส ทาเน วินิจฺฉยํ วตฺวา อิทานิ โย ‘‘อสุกสีมายา’’ติ วตฺตุํ น ชานาติ, เกวลํ ‘‘สีมา’’ติ วจนมตฺตเมว ชานนฺโต วิหารํ อาคนฺตฺวา ‘‘สีมาย ทมฺมี’’ติ วา ‘‘สีมฏฺฐกสงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ วา ภณติ, ตตฺถ วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุํ ‘‘โย ปน วิหารํ ปวิสิตฺวา’’ติอาทิมาห. กตรนฺติ กตรสีมํ. อหเมตํ เภทํ น ชานามีติ อหํ ‘‘อสุกา สีมา’’ติ เอตํ วิภาคํ น ชานามิ. อุปจารสีมฏฺเฐหิ ภาเชตพฺพํ ลาภสฺส อุปจารสีมาย ปริจฺฉินฺนตฺตาติ อธิปฺปาโย. สาติ สมานลาภกติกา.
ยตฺถ มยฺหํ ธุวการา กรียนฺตีติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) เอตฺถ ยสฺมึ วิหาเร ตสฺส จีวรทายกสฺส สนฺตกํ สงฺฆสฺส ปากวตฺตํ วา วตฺตติ. ยสฺมึ วิหาเร ภิกฺขู อตฺตโน ภารํ กตฺวา สทา เคเห โภเชติ, ยตฺถ วา อเนน อาวาโส วา การิโต, สลากภตฺตาทีนิ วา นิพทฺธานิ, อิเม ธุวการา นาม. เยน ปน สกโลปิ วิหาโร ปติฏฺฐาปิโต, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. เตนาห ‘‘ยตฺถ ตสฺส ปากวตฺตํ วา วตฺตตี’’ติอาทิ. ตตฺถ ปากวตฺตนฺติ ทานวตฺตํ. วตฺตตีติ ปวตฺตติ. ยโตติ ยสฺมา วิหารา. ยตฺถาติ ยสฺมึ วิหาเร. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ วิหาเรสุ. มาติกํ อาโรเปตฺวาติ เอกสฺมึ วิหาเร ภิกฺขู พหุตรา, เอกสฺมึ โถกตรา, เอกญฺจ วตฺถํ, ธุวการฏฺฐานญฺจ พหุกํ, กตฺถ เทมาติ ปุจฺฉิตฺวา, ยทิ ปน มญฺโจ วา ปีฐํ วา เอกเมว โหติ, ตํ ปุจฺฉิตฺวา ยสฺส วา วิหารสฺส, เอกวิหาเรปิ วา ยสฺส เสนาสนสฺส โส วิจาเรติ, ตตฺถ ทาตพฺพํ. สเจปิ ‘‘อสุกภิกฺขุ คณฺหตู’’ติ วทติ, วฏฺฏติ. อถ ‘‘มยฺหํ ธุวกาเร เทถา’’ติ วตฺวา อวิจาเรตฺวาว คจฺฉติ, สงฺฆสฺสปิ วิจาเรตุํ วฏฺฏติ. เอวํ ปน วิจาเรตพฺพํ – ‘‘สงฺฆตฺเถรสฺส วสนฏฺฐาเน เทถา’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ ตตฺถ เสนาสนํ ปริปุณฺณํ โหติ, ยตฺถ นปฺปโหติ, ตตฺถ ทาตพฺพํ. สเจ เอโก ภิกฺขุ ‘‘มยฺหํ วสนฏฺฐาเน เสนาสนปริโภคภณฺฑํ นตฺถี’’ติ วทติ, ตตฺถ ทาตพฺพํ.
สงฺฆสฺส ทมฺมีติ ทินฺนนฺติ ‘‘อิมานิ จีวรานิ สงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ เอวํ ทินฺนํ. ตโต พหิทฺธาปีติ อุปจารสีมาโต พหิทฺธาปิ. เตหิ สทฺธินฺติ อุปจารสีมาคเตหิ สทฺธึ. เอกาพทฺธานญฺจ ปาปุณาติ ปริสาวเสน วฑฺฒิตา สีมา โหตีติ กตฺวาติ อธิปฺปาโย. ตสฺมาติ ยสฺมา อุปจารสีมาคตานํ ปาปุณาติ, ยสฺมา จ ตโต พหิทฺธาปิ อุปจารสีโมกฺกนฺเตหิ เอกาพทฺธานํ ปาปุณาติ, ตสฺมา. เตสนฺติ อุปจารสีมาคตานํ, ตโต พหิทฺธา เตหิ สทฺธึ เอกาพทฺธานญฺจ. คาหเต สตีติ อนฺเตวาสิกาทิเก คณฺหนฺเต สติ. อสมฺปตฺตานมฺปีติ อุปจารสีมายํ ฐิเตหิ ฆณฺฏึ ปหริตฺวา กาลํ โฆเสตฺวา ลาภภาชนฏฺฐานํ อสมฺปตฺตานมฺปิ อุปจารสีมาย ปวิฏฺฐานํ, เตหิ วา สทฺธึ เอกาพทฺธานํ หุตฺวา อตฺตโน วิหารทฺวาเร วา อนฺโตวิหาเรเยว วา ฐิตานญฺจาติ อตฺโถ. ภาโค ทาตพฺโพติ สงฺฆนวกสฺส ทินฺเนปีติ อธิปฺปาโย. ทุติยภาเค ปน เถราสนํ อารุเฬฺห อาคตานํ ปฐมภาโค น ปาปุณาติ. ทุติยภาคโต วสฺสคฺเคน ทาตพฺพํ.
สเจ ปน ‘‘พหิอุปจารสีมายํ ฐิตานํ เทถา’’ติ วทนฺติ, น ทาตพฺพํ. ยทิ ปน วิหาโร มหา โหติ, เถราสนโต ปฏฺฐาย วตฺเถสุ ทียมาเนสุ อลสชาติกา มหาเถรา ปจฺฉา อาคจฺฉนฺติ, ‘‘ภนฺเต, วีสติวสฺสานํ ทียติ, ตุมฺหากํ ฐิติกา อติกฺกนฺตา’’ติ น วตฺตพฺพา. ฐิติกํ ฐเปตฺวา เตสํ ทตฺวา ปจฺฉา ฐิติกาย ทาตพฺพํ.
‘‘อสุกวิหาเร กิร พหุจีวรํ อุปฺปนฺน’’นฺติ สุตฺวา โยชนนฺตริกวิหารโตปิ ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ, สมฺปตฺตสมฺปตฺตานํ ฐิตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ทาตพฺพํ, อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกาย จีวรกฺขนฺธกวณฺณนายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ.
เอวํ วิหารํ ปวิสิตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ สงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ ทินฺเนสุ วินิจฺฉยํ วตฺวา อิทานิ พหิอุปจารสีมายํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ‘‘สงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ ทินฺเนสุ วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกาพทฺธปริสาย ปาปุณาตีติ สเจ โยชนํ ผริตฺวา ปริสา ฐิตา โหติ, เอกาพทฺธา เจ, สพฺเพสํ ปาปุณาตีติ อตฺโถ. เอกาพทฺธตา เจตฺถ ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตรโต ปริจฺฉินฺทิตพฺพา. เตนาห ‘‘เย ปนา’’ติอาทิ.
อุภโตสงฺฆสฺส ทินฺนนฺติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) ‘‘อุภโตสงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ. ‘‘เทฺวธาสงฺฆสฺส ทมฺมิ, ทฺวินฺนํ สงฺฆานํ ทมฺมิ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส จ ทมฺมี’’ติ วุตฺเตปิ อุภโตสงฺฆสฺส ทินฺนเมว โหติ. อุปฑฺฒํ ภิกฺขูนํ, อุปฑฺฒํ ภิกฺขุนีนํ ทาตพฺพนฺติ เทฺว ภาเค สเม กตฺวา เอโก ภาโค ภิกฺขูนํ, เอโก ภาโค ภิกฺขุนีนํ ทาตพฺโพ. คเหตุํ ลภติ อุภโตสงฺฆคฺคหเณน คหิตตฺตาติ อธิปฺปาโย. เจติยสฺสาติ ถูปาทิโน. ตญฺหิ ธาตายตนาทิภาเวน จิตตฺตา, โลกสฺส จิตฺตีการฏฺฐานตาย จ ‘‘เจติย’’นฺติ วุจฺจติ. น โกจิ วิเสโสติ อาห ‘‘อิธ ปน เจติยสฺสา’’ติอาทิ.
‘‘อุภโตสงฺฆสฺส จ ตุยฺหญฺจ เจติยสฺส จา’’ติ วุตฺเต ปน ทฺวาวีสติโกฏฺฐาเส กตฺวา ทส ภิกฺขูนํ, ทส ภิกฺขุนีนํ, เอโก ปุคฺคลสฺส, เอโก เจติยสฺส ทาตพฺโพ. ตตฺถ ปุคฺคโล สงฺฆโตปิ อตฺตโน วสฺสคฺเคน ปุน คเหตุํ ลภติ, เจติยสฺส เอโกเยว. อยํ ปน วาโร ยถาวุตฺเตเนว นเยน ญายตีติ กตฺวา อิธ น วุตฺโต. สมนฺตปาสาทิกายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) ปน วุตฺโตเยว.
น มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา ทาตพฺพํ ‘‘ภิกฺขุนีน’’นฺติ ปุคฺคลิกวเสน วุตฺตตฺตา. ปุคฺคโล วิสุํ น ลภตีติ ปุพฺเพ วิย วิสุํ ปุคฺคลิกโกฏฺฐาสํ น ลภติ. ปาปุณนฏฺฐานโต เอกเมว ลภตีติ อตฺตโน วสฺสคฺเคน ปตฺตพฺพฏฺฐานโต เอกเมว โกฏฺฐาสํ ลภติ. กสฺมา? ภิกฺขุสงฺฆคฺคหเณน คหิตตฺตา. ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ภิกฺขุนีนญฺจ ตุยฺหญฺจ เจติยสฺส จา’’ติ วุตฺเตปิ เจติยสฺส เอกปุคฺคลปฏิวีโส ลพฺภติ, ปุคฺคลสฺส วิสุํ น ลพฺภติ. ตสฺมา เอกํ เจติยสฺส ทตฺวา อวเสสํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ คเณตฺวา ภาเชตพฺพํ. เตนาห ‘‘เจติยสฺส จาติ วุตฺเต ปนา’’ติอาทิ.
เตหิ สทฺธึ ปุคฺคลเจติยปรามสนํ อนนฺตรนยสทิสเมวาติ เตหิ ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ ปุคฺคลสฺส จ เจติยสฺส จ คหณํ อนนฺตรนยสทิสเมวาติ อตฺโถ. ‘‘ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ ตุยฺหญฺจ, ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ เจติยสฺส จ, ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ ตุยฺหญฺจ เจติยสฺส จา’’ติ วุตฺเตปิ เจติยสฺส เอกปฏิวีโส ลพฺภติ, ปุคฺคลสฺส วิสุํ นตฺถิ, ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จ คเณตฺวาว ภาเชตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปุคฺคลสฺส วิสุํ น ลพฺภตีติ ปุคฺคลสฺส วิสุํ ปฏิวีโส น ลพฺภติ, วสฺสคฺเคน เอโกว ลพฺภตีติ อตฺโถ. ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ เจติยสฺส จา’’ติ วุตฺเต ปน เจติยสฺส วิสุํ ปฏิวีโส ลพฺภตีติ อาห ‘‘เจติยสฺส ปน ลพฺภตี’’ติ. ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ตุยฺหญฺจ เจติยสฺส จา’’ติ วุตฺเตปิ เจติยสฺเสว วิสุํ ลพฺภติ, น ปุคฺคลสฺส. เจติยสฺส ปน ลพฺภติเยวาติ ‘‘ภิกฺขูนญฺจ เจติยสฺส จา’’ติ วุตฺเต ปน เจติยสฺส วิสุํ ปฏิวีโส ลพฺภตีติ อตฺโถ. ‘‘ภิกฺขูนญฺจ ตุยฺหญฺจ เจติยสฺส จา’’ติ วุตฺเตปิ เจติยสฺเสว วิสุํ ลพฺภติ, น ปุคฺคลสฺส. ภิกฺขุนิสงฺฆํ อาทึ กตฺวาปิ เอวเมว โยเชตพฺพํ.
เอตฺถาห – ยํ ปเนตรหิ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) ปณฺฑิตมนุสฺสา สธาตุกํ ปฏิมํ วา เจติยํ วา ฐเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส อุภโตสงฺฆสฺส ทานํ เทนฺติ, ปฏิมาย วา เจติยสฺส วา ปุรโต อาธารเก ปตฺตํ ฐเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ‘‘พุทฺธานํ เทมา’’ติ, ตตฺถ ยํ ปฐมํ ขาทนียํ โภชนียํ เทนฺติ, วิหารํ วา อาหริตฺวา ‘‘อิทํ เจติยสฺส เทมา’’ติ ปิณฺฑปาตญฺจ มาลาคนฺธาทีนิ จ เทนฺติ, ตตฺถ กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ? วุจฺจเต – มาลาคนฺธาทีนิ ตาว เจติเย อาโรเปตพฺพานิ, วตฺเถหิ ปฏากา, เตเลน ปทีปา กาตพฺพา, ปิณฺฑปาตมธุผาณิตาทีนิ ปน โย นิพทฺธเจติยชคฺคโก โหติ ปพฺพชิโต วา คหฏฺโฐ วา, ตสฺส ทาตพฺพานิ. นิพทฺธชคฺคเก อสติ อาหฏภตฺตํ ฐเปตฺวา วตฺตํ กตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อุปกฏฺเฐ กาเล ภุญฺชิตฺวา ปจฺฉาปิ วตฺตํ กาตุํ วฏฺฏติเยว.
มาลาคนฺธาทีสุ จ ยํ กิญฺจิ ‘‘อิทํ หริตฺวา เจติยปูชํ กโรถา’’ติ วุตฺเต ทูรมฺปิ หริตฺวา ปูเชตพฺพํ. ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส หรา’’ติ วุตฺเตปิ หริตพฺพํ. สเจ ปน ‘‘อหํ ปิณฺฑาย จรามิ, อาสนสาลายํ ภิกฺขู อตฺถิ, เต หริสฺสนฺตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ภนฺเต, ตุยฺหํเยว ทมฺมี’’ติ วทติ, ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อถ ปน ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทสฺสามี’’ติ หรนฺตสฺส คจฺฉโต อนฺตราว กาโล อุปกฏฺโฐ โหติ, อตฺตโน ปาเปตฺวา ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.
วสฺสํวุฏฺฐสงฺฆสฺส ทมฺมีติ วทตีติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) ‘‘วสฺสํวุฏฺฐสงฺฆสฺส อิมานิ จีวรานิ ทมฺมี’’ติ วทติ. เตสํ พหิสีมฏฺฐานมฺปิ ปาปุณาตีติ อตฺถเต กถิเน พหิสีมฏฺฐานมฺปิ ยาว กถินสฺส อุพฺภารา ปาปุณาติ, ตสฺมา ทิสาปกฺกนฺตสฺสาปิ สติ ปฏิคฺคาหเก ทาตพฺพํ. อนตฺถเต ปน กถิเน อนฺโตเหมนฺเต, เอวญฺจ ปน วตฺวา ทินฺนํ ปจฺฉิมวสฺสํวุฏฺฐานมฺปิ ปาปุณาติ. ยตฺถ กตฺถจีติ เยสุ เกสุจิ วิหาเรสุ. เอวํ วทตีติ ‘‘วสฺสํวุฏฺฐสงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ วทติ. ตตฺร สมฺมุขีภูตานํ สพฺเพสํ ปาปุณาติ ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนตฺตา. สเจ ปน ‘‘วสฺสํ วสนฺตานํ ทมฺมี’’ติ วทติ, อนฺโตวสฺเสเยว วสฺสํ วสนฺตาว ลภนฺติ, ฉินฺนวสฺสา น ลภนฺติ. จีวรมาเส ปน ‘‘วสฺสํ วสนฺตานํ ทมฺมี’’ติ วุตฺเต ปจฺฉิมิกาย วสฺสูปคตานํเยว ปาปุณาติ, ปุริมิกาย วสฺสูปคตานญฺจ ฉินฺนวสฺสานญฺจ น ปาปุณาติ.
จีวรมาสโต ปฏฺฐาย ยาว เหมนฺตสฺส ปจฺฉิโม ทิวโส, ตาว ‘‘วสฺสาวาสิกํ เทมา’’ติ วุตฺเต กถินํ อตฺถตํ วา โหตุ, อนตฺถตํ วา, อตีตวสฺสํวุฏฺฐานํเยว ปาปุณาติ. คิมฺหานํ ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย วุตฺเต ปน มาติกา อาโรเปตพฺพา ‘‘อตีตวสฺสาวาสสฺส ปญฺจ มาสา อติกฺกนฺตา, อนาคโต จตุมาสจฺจเยน ภวิสฺสติ, กตรวสฺสาวาสสฺส เทสี’’ติ. สเจ ‘‘อตีตวสฺสํวุฏฺฐานํ ทมฺมี’’ติ วทติ, ตํอนฺโตวสฺสํวุฏฺฐานเมว ปาปุณาติ, ทิสา ปกฺกนฺตานมฺปิ สภาคา คณฺหิตุํ ลภนฺติ.
สเจ ‘‘อนาคเต วสฺสาวาสิกํ ทมฺมี’’ติ วทติ, ตํ ฐเปตฺวา วสฺสูปนายิกทิวเส คเหตพฺพํ. อถ ‘‘อคุตฺโต วิหาโร, โจรภยํ อตฺถิ, น สกฺกา ฐเปตุํ, คณฺหิตฺวา วา อาหิณฺฑิตุ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘สมฺปตฺตานํ ทมฺมี’’ติ วทติ, ภาเชตฺวา คเหตพฺพํ. สเจ วทติ ‘‘อิโต เม, ภนฺเต, ตติเย วสฺเส วสฺสาวาสิกํ น ทินฺนํ, ตํ ทมฺมี’’ติ, ตสฺมึ อนฺโตวสฺเส วุฏฺฐภิกฺขูนํ ปาปุณาติ. สเจ เต ทิสา ปกฺกนฺตา, อญฺโญ วิสฺสาสิโก คณฺหาติ, ทาตพฺพํ. อถ เอโกเยว อวสิฏฺโฐ, เสสา กาลงฺกตา, สพฺพํ เอกสฺเสว ปาปุณาติ. สเจ เอโกปิ นตฺถิ, สงฺฆิกํ โหติ, สมฺมุขีภูเตหิ ภาชิตพฺพํ.
เยหิ นิมนฺติเตหิ ยาคุ ปีตาติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) นิมนฺติเตหิ เยหิ ภิกฺขูหิ ยาคุ ปีตา, เยหิ ปน ภิกฺขาจารวตฺเตน ฆรทฺวาเรน คจฺฉนฺเตหิ วา ฆรํ ปวิฏฺเฐหิ วา ยาคุ ลทฺธา, เยสํ วา อาสนสาลโต ปตฺตํ อาหริตฺวา มนุสฺเสหิ นีตา, เยสํ วา เถเรหิ เปสิตา, เตสํ น ปาปุณาติ. สเจ ปน นิมนฺติตภิกฺขูหิ สทฺธึ อญฺเญปิ พหู อาคนฺตฺวา อนฺโตเคหญฺจ พหิเคหญฺจ ปูเรตฺวา นิสินฺนา, ทายโก จ เอวํ วทติ ‘‘นิมนฺติตา วา โหนฺตุ, อนิมนฺติตา วา, เยสํ มยา ยาคุ ทินฺนา, สพฺเพสํ อิมานิ วตฺถานิ โหนฺตู’’ติ, สพฺเพสํ ปาปุณาติ. เยหิ ปน เถรานํ หตฺถโต ยาคุ ลทฺธา, เตสํ น ปาปุณาติ. อถ โส ‘‘เยหิ มยฺหํ ยาคุ ปีตา, สพฺเพสํ โหตู’’ติ วทติ, สพฺเพสํ ปาปุณาติ. ภตฺตขชฺชกาทีหีติ เอตฺถ อาทิสทฺเทนปิ จีวรเสนาสนเภสชฺชานํ คหณํ.
ปุคฺคลสฺสาติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) สมฺมุขาสมฺมุขภูตสฺส ปุคฺคลสฺส. เตนาห ‘‘อิทํ จีวร’’นฺติอาทิ. สเจ ปน ‘‘อิทํ ตุมฺหากญฺเจว ตุมฺหากํ อนฺเตวาสิกานญฺจ ทมฺมี’’ติ เอวํ วทติ, เถรสฺส จ อนฺเตวาสิกานญฺจ ปาปุณาติ. อุทฺเทสํ คเหตุํ อาคโต, คเหตฺวา คจฺฉนฺโต จ อตฺถิ, ตสฺสาปิ ปาปุณาติ. ตุเมฺหหิ สทฺธึ นิพทฺธจาริกภิกฺขูนํ ทมฺมี’’ติ วุตฺเต อุทฺเทสนฺเตวาสิกานํ วตฺตํ กตฺวา อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนิ คเหตฺวา วิจรนฺตานํ สพฺเพสํ ปาปุณาติ. เอตฺถาติ อฏฺฐสุ มาติกาสุ. ยทิ ปน อยเมตฺถ สงฺเขปกถา, วิตฺถาโร ปน กถํ ญาตพฺโพติ อาห ‘‘สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโต’’ติ. สมนฺตปาสาทิกายํ จีวรกฺขนฺธกวณฺณนายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) วุตฺโตติ อตฺโถ.
‘‘ญาตเกหิ วา เม จีวรตฺถาย เปสิตํ, มิตฺเตหิ วา เปสิตํ, เต อาภเต จีวเร ทสฺสนฺตี’’ติ เอวํ ญาติโต วา มิตฺตโต วา ปจฺจาสา โหตีติ เวทิตพฺพํ. กปฺปิยภณฺเฑนาติ กปฺปาสสุตฺตาทินา อตฺตโน ธเนน. สณฺหนฺติ สุขุมํ. อญฺญํ ปจฺจาสาจีวรํ ลภิตฺวา เอว กาลพฺภนฺตเร กาเรตพฺพนฺติ อญฺญํ มูลจีวรสทิสํ ปจฺจาสาจีวรํ ลภิตฺวาเยว มาสพฺภนฺตเร กาเรตพฺพํ. ตญฺจ โข สติยาเยว ปจฺจาสาย, อสติยา ปน ปจฺจาสาย มูลจีวรํ ทสาหํ เจ สมฺปตฺตํ, ตทเหว อธิฏฺฐาตพฺพํ. เตนาห ‘‘สเจ น ลภตี’’ติอาทิ. ปจฺจาสาจีวรมฺปิ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ ปฐมตรํ อุปฺปนฺนํ ถูลปจฺจาสาจีวรมฺปิ สนฺธาย วุตฺตํ. ปิ-สทฺเทน น เกวลํ มูลจีวรเมวาติ ทสฺเสติ.
อกาลจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ปุราณจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘อมฺหากเมว ญาตี’’ติ ญายตีติ ญาติ, สาว ญาติกา, น ญาติกา อญฺญาติกา, ตาย อญฺญาติกาย. เตนาห ‘‘น ญาติกายา’’ติ. มาติโต วา ปิติโต วาติ มาติปกฺขโต วา ปิติปกฺขโต วา. ยาว สตฺตมํ ยุคนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๐๓-๕๐๕) ยาว สตฺตมสฺส ปุริสสฺส, สตฺตมาย วา อิตฺถิยา อายุปฺปมาณํ, ยาว ปิตามหยุคํ ปิตามหิยุคํ มาตามหยุคํ มาตามหิยุคนฺติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา ยาว สตฺตมํ ยุคนฺติ ยาว สตฺตมทฺวนฺทนฺติ อตฺโถ. ยุคสทฺโท เจตฺถ เอกเสสนเยน ทฏฺฐพฺโพ ‘‘ยุโค จ ยุโค จ ยุคา’’ติ. เอวญฺหิ ตตฺถ ตตฺถ ทฺวนฺทํ คหิตํ โหติ. เกนจิ อากาเรน อสมฺพทฺธายาติ ภาตุภคินิภาคิเนยฺยปุตฺตปปุตฺตาทีสุ เยน เกนจิ อากาเรน อสมฺพทฺธาย. ปิตา, ปิตุปิตา, ตสฺส ปิตา, ตสฺสาปิ ปิตาติ เอวํ ยาว สตฺตมา ยุคา, ปิตา, ปิตุมาตา, ตสฺสา ปิตา จ มาตา จ ภาตา จ ภคินี จ, ปุตฺตา จ, ธีตโร จาติ เอวมฺปิ อุทฺธญฺจ อโธ จ ยาว สตฺตมา ยุคา, ปิตา, ปิตุภาตา, ปิตุภคินี, ปิตุปุตฺตา, ปิตุธีตโร, เตสมฺปิ ปุตฺตธีตุปรมฺปราติ เอวมฺปิ ยาว สตฺตมา ยุคา, มาตา, มาตุมาตา, ตสฺสา มาตา, ตสฺสาปิ มาตาติ เอวํ ยาว สตฺตมา ยุคา, มาตา, มาตุปิตา, ตสฺส ปิตา จ มาตา จ ภาตา จ ภคินี จ ปุตฺตา จ ธีตโร จาติ เอวมฺปิ อุทฺธญฺจ อโธ จ ยาว สตฺตมา ยุคา, มาตา, มาตุภาตา, มาตุภคินี, มาตุปุตฺตา, มาตุธีตโร, เตสมฺปิ ปุตฺตธีตุปรมฺปราติ เอวมฺปิ ยาว สตฺตมา ยุคา, ตาว เนว มาตุสมฺพนฺเธน, น ปิตุสมฺพนฺเธน ยา สมฺพทฺธา, สา ‘‘อญฺญาติกา นามา’’ติ วุตฺตํ โหติ.
สากิยานิโย วิยาติ ปญฺจสตมตฺตา สากิยานิโย วิย. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ, ตสฺมา ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา ปริวตฺตลิงฺคา ภิกฺขุนิโยปิ อิธ สุทฺธภิกฺขุสงฺเฆ ‘‘อุปสมฺปนฺนา’’ อิจฺเจว เวทิตพฺพา. อุภโตสงฺเฆ วาติ ภิกฺขุนิสงฺเฆ ญตฺติจตุตฺเถน, ภิกฺขุสงฺเฆ ญตฺติจตุตฺเถนาติ เอวํ อุภโตสงฺเฆ วา. ปุราณจีวรนฺติ เอตฺถ จีวรนฺติ นิวาสนปารุปนุปคเมว อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘รชิตฺวา’’ติอาทิ. กปฺปํ กตฺวาติ กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา. ‘‘อิมินา อทินฺนกปฺปํ ปาจิตฺติยวตฺถุ น โหตีติ ทสฺเสตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๐๕) วทนฺติ. ปริโภคสีเสนาติ กาเยน ผุสิตฺวา ปริโภคสีเสน. อํเสติ ชตฺตุมฺหิ. มตฺถเกติ สีสมตฺถเก. สเจ ปน ปจฺจตฺถรณสฺส เหฏฺฐา กตฺวา นิปชฺชติ, หตฺเถหิ วา อุกฺขิปิตฺวา อากาเส วิตานํ กตฺวา สีเสน อสมฺผุสนฺโต คจฺฉติ, อยํ ปริโภโค นาม น โหติ.
กายวิการํ วา กโรตีติ ยถา สา ‘‘โธวาเปตุกาโม อย’’นฺติ ชานาติ, เอวํ กายวิการํ กโรติ. ‘‘อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ โอกาเส ฐตฺวา อุปริ วา ขิปตี’’ติ อิมินา อุปจารํ มุญฺจิตฺวา โอรโต ขิปนฺตสฺส อนาปตฺตีติ ทสฺเสติ. อญฺญสฺส วา หตฺเถ เปเสตีติ อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ โอกาเส ฐตฺวา สิกฺขมานสามเณรสามเณริอุปาสกอิตฺถิยาทีสุ ยสฺส กสฺสจิ อญฺญสฺส หตฺเถ วา เปเสติ. โสติ อุปาสโก จ สามเณโร จ. อุปสมฺปชฺชิตฺวา โธวตีติ เอตฺถ อุปาสโก ลิงฺเค ปริวตฺเต ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตฺวา อุปสมฺปชฺชิตฺวา โธวติ, สามเณโร ลิงฺเค ปริวตฺเต ภิกฺขุนีสุ อุปสมฺปชฺชิตฺวา โธวตีติ ยถาโยคํ อตฺโถ คเหตพฺโพ. สเจ ปน ภิกฺขุนิยา หตฺเถ ทินฺนํ โหติ, สเจ ลิงฺเค ปริวตฺเต โธวติ, วฏฺฏติ.
เอตฺถ จ เอกสฺส ติกฺขตฺตุํ นิสฺสชฺชนาภาวโต ตีณิปิ กาเรนฺตสฺส เอเกน นิสฺสคฺคิยํ, ทฺวีหิ เทฺว ทุกฺกฏานิ. เทฺว กาเรนฺตสฺส เอเกน นิสฺสคฺคิยํ, ทุติเยน ทุกฺกฏํ. เตนาห ‘‘โธวนาทีนิ ตีณี’’ติอาทิ. ‘‘เอเกน วตฺถุนา’’ติ ปฐมํ กตฺวา นิฏฺฐาปิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. สเจ ปน ‘‘อิมํ จีวรํ รชิตฺวา โธวิตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺเต สา ภิกฺขุนี ปฐมํ โธวิตฺวา ปจฺฉา รชติ, นิสฺสคฺคิเยน ทุกฺกฏเมว, เอวํ สพฺเพสุ วิปรีตวจเนสุ นโย เนตพฺโพ. สเจ ปน ‘‘โธวิตฺวา อาเนหี’’ติ วุตฺตา โธวติ เจว รชติ จ, โธวาปนปจฺจยา เอว อาปตฺติ, รชเน อนาปตฺติ. เอวํ สพฺพตฺถ. เตนาห ‘‘สเจ ปน‘โธวา’ติ วุตฺตา’’ติอาทิ. ภิกฺขูนํ วเสน เอกโต อุปสมฺปนฺนาย โธวาเปนฺตสฺส ยถาวตฺถุกเมวาติ อาห ‘‘ภิกฺขุนิสงฺฆวเสนา’’ติอาทิ.
อญฺญสฺส วา สนฺตกนฺติ อญฺญสฺส สนฺตกํ ปุราณจีวรํ โธวาเปนฺตสฺสาติ อตฺโถ. นิสีทนปจฺจตฺถรณนฺติ อญฺญสฺส วา อตฺตโน วา สนฺตกํ นิสีทนญฺเจว ปจฺจตฺถรณญฺจ. นิวาสนปารุปนุปคสฺเสว จ อิธ ‘‘ปุราณจีวร’’นฺติ อธิปฺเปตตฺตา อตฺตโน สนฺตกมฺปิ นิสีทนปจฺจตฺถรณํ โธวาเปนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว โหติ, น นิสฺสคฺคิยํ. อวุตฺตา วา โธวตีติ อุทฺเทสาย วา โอวาทาย วา อาคตา กิลิฏฺฐจีวรํ ทิสฺวา ฐปิตฏฺฐานโต วา คเหตฺวา, ‘‘เทถ อยฺย, โธวิสฺสามี’’ติ อาหราเปตฺวา วา โธวติ เจว รชติ จ อาโกเฏติ จ, อยํ อวุตฺตา โธวติ นาม. ยาปิ ‘‘อิมํ จีวรํ โธวา’’ติ ทหรํ วา สามเณรํ วา อาณาเปนฺตสฺส ภิกฺขุโน วจนํ สุตฺวา ‘‘อาหรถยฺย, อหํ โธวิสฺสามี’’ติ โธวติ, ตาวกาลิกํ วา คเหตฺวา โธวิตฺวา รชิตฺวา เทติ, อยมฺปิ อวุตฺตา โธวติ นาม.
อญฺญํ วา ปริกฺขารนฺติ อุปาหนตฺถวิกปตฺตตฺถวิกอํสพทฺธกกายพนฺธนมญฺจปีฐตฏฺฏิกาทึ ยํ กิญฺจิ. ‘‘อุปจาเร ฐตฺวา’’ติ วจนโต เปสิตฺวา โธวเนปิ อนาปตฺติ. อุปจาเรติ อนฺโตทฺวาทสหตฺเถ โอกาเส.
ปุราณจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. จีวรปฺปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา
ฉนฺนนฺติ โขมาทีนํ ฉนฺนํ จีวรานํ มชฺเฌ. อุปจารํ มุญฺจิตฺวาติ ทฺวาทสหตฺถูปจารํ มุญฺจิตฺวา. ปิ-สทฺเทน ธมฺมกถํ กเถนฺตสฺส จตสฺโส ปริสา จีวรานิ จ นานาวิราควตฺถานิ จ อาหริตฺวา ปาทมูเล ฐเปนฺติ, อุปจาเร วา ฐตฺวา อุปริ ขิปนฺติ, ‘‘สเจ สาทิยติ, ปฏิคฺคหิตเมวา’’ติ เอตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสติ. ขิปตูติ ทิวา วา รตฺติภาเค วา ขิปตุ. ปฏิคฺคหิตเมว โหตีติ กิญฺจาปิ ‘‘อิทํ ภิกฺขุนิยา, อิทํ อญฺเญส’’นฺติ ญาตุํ น สกฺกา, ตถาปิ อจิตฺตกภาเวน คหิตเมว โหติ. ยสฺส กสฺสจิ ปน อนุปสมฺปนฺนสฺสาติ สิกฺขมานสามเณรสามเณริอุปาสกอุปาสิกาทีสุ ยสฺส กสฺสจิ อนุปสมฺปนฺนสฺส. ฐปิตนฺติ ภิกฺขุนิยา ฐปิตํ. ปํสุกูลํ อธิฏฺฐหิตฺวาติ ‘‘อสฺสามิกํ อิท’’นฺติ สญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา. อสฺสามิกญฺหิ ‘‘ปํสุกูล’’นฺติ วุจฺจติ. อิมินา ‘‘อมฺหากมตฺถาย ฐปิต’’นฺติอาทิกาย สญฺญาย คเหตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. อญฺญตฺร ปาริวตฺตกาติ ปริวตฺเตตพฺพํ ปริวตฺตํ, ปริวตฺตเมว ปาริวตฺตกํ, ปริวตฺเตตฺวา ทิยฺยมานํ, ตํ วินาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ยํ อนฺตมโส หรีฏกกฺขณฺฑมฺปี’’ติอาทิ. อาโภคํ กตฺวาติ จิตฺเตน สมนฺนาหริตฺวา. สเจ ภิกฺขุนี วสฺสาวาสิกมฺปิ เทติ, ตมฺปิ ยถาวุตฺตวิธานํ อกตฺวา คเหตุํ น วฏฺฏตีติ เวทิตพฺพํ.
ปฏิลาเภนาติ คหเณน. ติกปาจิตฺติยนฺติ ตีณิ ปริมาณานิ อสฺสาติ ติกํ,ติกญฺจ ตํ ปาจิตฺติยญฺจาติ ติกปาจิตฺติยํ, อญฺญาติกาย ญาติกสญฺญิเวมติกอญฺญาติกสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานีติ อตฺโถ. เอกโตอุปสมฺปนฺนายาติ ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย. ตาย หิ หตฺถโต อญฺญตฺร ปาริวตฺตกา จีวรํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, ภิกฺขูนํ สนฺติเก อุปสมฺปนฺนาย ปน ปาจิตฺติยเมว. ‘‘ปตฺตตฺถวิกาทิมฺหิ จ อนธิฏฺฐาตพฺพปริกฺขาเร’’ติ อิมินา ภิสิจฺฉวิมฺปิ สงฺคณฺหาติ. สา หิ มหนฺตาปิ เสนาสนสงฺคหิตตฺตา จีวรสงฺขํ น คจฺฉตีติ เนว อธิฏฺฐานุปคา, น วิกปฺปนุปคา จ. วุตฺตญฺหิ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘สเจปิ มญฺจปฺปมาณา ภิสิจฺฉวิ โหติ, วฏฺฏติเยวา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๑๔). ‘‘หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคณฺหาตี’’ติ วจนโต ปน อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา เปสิตคฺคหเณปิ อนาปตฺติ. ปฏิคฺคหณโต, ปริวตฺตนากรณโต จ กิริยากิริยํ.
จีวรปฺปฏิคฺคหณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา
เคหสฺส ปติ เชฏฺโฐติ คหปติ, ตํ คหปตึ, อิธ ปน อปพฺพชิโต โย โกจิ มนุสฺโส อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘ภิกฺขูสุ อปพฺพชิตมนุสฺส’’นฺติ. เอเสว นโย คหปตานินฺติ เอตฺถาปิ. ‘‘วิญฺญาเปยฺยา’’ติ อิทํ สุทฺธกตฺตุอตฺเถ จ เหตุกตฺตุอตฺเถ จ วตฺตตีติ อาห ‘‘ยาเจยฺย วา ยาจาเปยฺย วา’’ติ. ยาจาปนญฺเจตฺถ อตฺตโน อตฺถาเยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. เอวญฺจ ปน กตฺวา ‘‘อนาณตฺติก’’นฺติ อิทํ สมตฺถิตํ โหติ. อญฺญตฺร สมยาติ สเมติ เอตฺถ, เอเตน วา สํคจฺฉติ สตฺโต, สภาวธมฺโม วา สหชาตาทีหิ, อุปฺปาทาทีหิ วาติ สมโย, กาโล, ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย อตฺถโต อภูโตปิ หิ กาโล ธมฺมปฺปวตฺติยา อธิกรณํ, กรณํ วิย จ กปฺปนามตฺตสิทฺเธน รูเปน โวหรียติ, ตํ สมยํ ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘โย อจฺฉินฺนจีวโร วา โหตี’’ติอาทิ. ตตฺถ ราชาทีสุ เยหิ เกหิจิ อจฺฉินฺนํ จีวรํ เอตสฺสาติ อจฺฉินฺนจีวโร. ยถาห ‘‘อจฺฉินฺนจีวโร นาม ภิกฺขุสฺส จีวรํ อจฺฉินฺนํ โหติ, ราชูหิ วา โจเรหิ วา ธุตฺเตหิ วา เยหิ เกหิจิ วา อจฺฉินฺนํ โหตี’’ติ. อคฺคิอาทีสุ เยน เกนจิ นฏฺฐํ จีวรเมตสฺสาติ นฏฺฐจีวโร. ยถาห ‘‘นฏฺฐจีวโร นาม ภิกฺขุสฺส จีวรํ อคฺคินา วา ทฑฺฒํ โหติ, อุทเกน วา วูฬฺหํ โหติ, อุนฺทูเรหิ วา อุปจิกาหิ วา ขายิตํ โหติ, ปริโภคชิณฺณํ วา โหตี’’ติ (ปารา. ๕๑๙). สมยาติ อญฺญตฺรสทฺทาเปกฺขาย อุปโยคตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘ตํ สมย’’นฺติ. อญฺญสฺมินฺติ อญฺญสฺมึ สมเย.
ติกปาจิตฺติยนฺติ อญฺญาตเก อญฺญาตกสญฺญิเวมติกญฺญาตกสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. สมเยติ ยถาวุตฺเต อจฺฉินฺนจีวรกาเล จ นฏฺฐจีวรกาเล จ. ญาตกปฺปวาริเต วา วิญฺญาเปนฺตสฺสาติ ญาตเก, ปวาริเต จ ‘‘ตุมฺหากํ สนฺถตํ เทถา’’ติ ยาจนฺตสฺส. เอตฺถ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๒๑) จ สงฺฆวเสน ปวาริเต ปมาณเมว ยาจิตุํ วฏฺฏติ, ปุคฺคลิกวเสน ปวาริเต ปน ยํ ยํ ปวาเรนฺติ, ตํ ตเมว วิญฺญาเปตพฺพํ. โย หิ จตูหิ ปจฺจเยหิ ปวาเรตฺวา สยเมว สลฺลกฺเขตฺวา กาลานุกาลํ จีวราทีนิ ทิวเส ทิวเส ยาคุภตฺตาทีนิ เทติ, เอวํ เยน เยน อตฺโถ, ตํ ตํ เทติ, ตสฺส วิญฺญาปนกิจฺจํ นตฺถิ. โย ปน ปวาเรตฺวา พาลตาย วา สติสมฺโมเสน วา น เทติ, โส วิญฺญาเปตพฺโพ. โย ‘‘มยฺหํ เคหํ ปวาเรมี’’ติ วทติ, ตสฺส เคหํ คนฺตฺวา ยถาสุขํ นิสีทิตพฺพํ นิปชฺชิตพฺพํ, น กิญฺจิ คเหตพฺพํ. โย ปน ‘‘ยํ มยฺหํ เคเห อตฺถิ, ตํ ปวาเรมี’’ติ วทติ, ยํ ตตฺถ กปฺปิยํ, ตํ วิญฺญาเปตพฺพํ. เคเห ปน นิสีทิตุํ วา นิปชฺชิตุํ วา น ลพฺภติ. ตสฺเสวตฺถายาติ ‘‘อญฺญสฺสา’’ติ ลทฺธโวหารสฺส ตสฺเสว พุทฺธรกฺขิตสฺส วา ธมฺมรกฺขิตสฺส วา อตฺถาย. อตฺตโน ธเนน คณฺหนฺตสฺสาติ อตฺตโน กปฺปิยภณฺเฑน กปฺปิยโวหาเรเนว คณฺหนฺตสฺส เจตาเปนฺตสฺส, ปริวตฺตาเปนฺตสฺสาติ อตฺโถ.
อญฺญาตกวิญฺญตฺติสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา
ตํ-สทฺโท เจตฺถ ปกตตฺถวจโน. เจติ นิปาตมตฺตํ. เจติ วา ยทีติ อตฺโถ, ตสฺส ‘‘ปวาเรยฺยา’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ปวาเรยฺย เจติ ยทิ ปวาเรยฺยาติ อตฺโถ. ‘‘อภีติ อุปสคฺโค’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๒๓-๕๒๔) อิมินา ตสฺส อตฺถวิเสสาภาวํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘หริตุนฺติ อตฺโถ’’ติ. ปวารสทฺทสฺส อิจฺฉายํ วตฺตมานตฺตา ‘‘อิจฺฉาเปยฺยา’’ติ วุตฺตํ. อิจฺฉํ อุปฺปาเทยฺยาติ ปจฺจเย อิจฺฉํ อุปฺปาเทยฺย. อุปนิมนฺตนาเยตํ อธิวจนํ. เตนาห ‘‘ยาวตฺตก’’นฺติอาทิ. เนกฺขมฺมนฺติ ปพฺพชฺชํ. ทฏฺฐูติ ทฏฺฐุํ. ฉนฺทานุรกฺขณตฺถเญฺหตฺถ อนุนาสิกโลโป. เขมโตติ นิพฺภยโต. กาเยน วา วาจาย วา อภิหริตฺวา นิมนฺเตยฺยาติ สมฺพนฺโธ. ยถา จ กาเยน อภิหเรยฺย, วาจาย จ, ตํ วิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘อุปเนตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ สอนฺตรนฺติ อนฺตรวาสกสหิตํ. อุตฺตรนฺติ อุตฺตราสงฺคํ. ปรมนฺติ อวสานํ. อสฺส จีวรสฺสาติ อสฺส สมุทายภูตสฺส หริตพฺพสฺส จีวรสฺส. ตคฺคุณสํวิญฺญาโณ หิ อยํ พาหิรตฺถสมาโส ยถา ‘‘ลมฺพกณฺโณ’’ติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘นิวาสเนนา’’ติอาทิ. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน หิ สพฺเพ ตํปรมํเยว คเหตุํ ลภนฺติ.
ยสฺมา อจฺฉินฺนสพฺพจีวเรน ติจีวรมตฺตเกเนว ภิกฺขุนา เอวํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ, อญฺเญน ปน อญฺญถาปิ, ตสฺมา ตํ วิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺรายํ วินิจฺฉโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. อธิฏฺฐิตจีวรสฺสาติ ติจีวราธิฏฺฐานนเยน วา ปริกฺขารโจฬวเสน วา เยน เกนจิ อธิฏฺฐิตจีวรสฺส, อิทญฺจ เยภุยฺเยน อธิฏฺฐหิตฺวา จีวรํ ปริภุญฺชโต วุตฺตํ, น ปน อนธิฏฺฐิตจีวรสฺส จีวเร อจฺฉินฺเน อยํ วิธิ น สมฺภวตีติ. ยสฺส วา ติจีวรโต อธิกมฺปิ จีวรํ อญฺญตฺถ อตฺถิ, ตตฺถ นตฺถิ, เตนาปิ ตทา ตตฺถ อภาวโต เทฺว สาทิตุํ วฏฺฏติ. ปกติยาว สนฺตรุตฺตเรน จรตีติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๒๓-๕๒๔) อตฺถตกถินตฺตา วา สาสงฺกสิกฺขาปทวเสน วา อวิปฺปวาสสมฺมุติวเสน วา ตติยสฺส อลาเภน วา จรติ. ‘‘เทฺว นฏฺฐานี’’ติ อธิการตฺตา วุตฺตํ ‘‘เทฺว สาทิตพฺพานี’’ติ. เอกํ สาทิยนฺเตเนว สโม ภวิสฺสตีติ ติณฺณํ จีวรานํ ทฺวีสุ นฏฺเฐน เอกํ สาทิยนฺเตน สโม ภวิสฺสติ อุภินฺนมฺปิ สนฺตรุตฺตรปรมตาย อวฏฺฐานโต. ยสฺส เอกํเยว โหติ อญฺเญน เกนจิ การเณน วินฏฺฐเสสจีวรตฺตา.
ปญฺจสุ นฏฺเฐสูติ ติจีวรํ อุทกสาฏิกา สํกจฺจิกาติ อิเมสุ ปญฺจสุ จีวเรสุ นฏฺเฐสุ. ‘‘เอกสฺมึ วา นฏฺเฐ’’ติ วจนวิปริณามํ กตฺวา โยเชตพฺพํ. ตโต อุตฺตรีติ สนฺตรุตฺตรปรมโต อุตฺตริ.
เสสกํ อาหริสฺสามีติ เทฺว จีวรานิ กตฺวา ‘‘เสสกํ ปุน อาหริสฺสามี’’ติ อตฺโถ. เสสกํ ตุยฺหํเยว โหตูติ วุตฺตสฺสาติ ทานสมเย เอวํ วุตฺตสฺส. สเจ ปน ‘‘เสสกํ อาหริสฺสามี’’ติ วตฺวา คเหตฺวา คมนสมเยปิ ‘‘เสสกํ ตุยฺหํเยว โหตู’’ติ วทนฺติ, ลทฺธกปฺปิยเมว. น อจฺฉินฺนนฏฺฐการณา ทินฺนนฺติ พาหุสจฺจาทิคุณวเสน ทินฺนํ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘ญาตกปฺปวาริเต วา วิญฺญาเปนฺตสฺส, สมเย จ อญฺญสฺส วา ญาตกปฺปวาริเต ตสฺเสวตฺถาย วิญฺญาเปนฺตสฺส’’ติ วุตฺตนเยน.
ตตุตฺตริสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ปฐมอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา
ภิกฺขุํ ปเนว อุทฺทิสฺสาติ เอตฺถ ปนาติ นิปาตมตฺตํ, ตถา เอว-สทฺโทปิ. เตนาห ‘‘อิตฺถนฺนามสฺสา’’ติอาทิ. อปทิสิตฺวาติ กเถตฺวา, อารพฺภาติ วา อตฺโถ. อญฺญาตกสฺส คหปติสฺสาติ อญฺญาตกคหปตินาติ อตฺโถ. กรณตฺเถ หิ อิทํ สามิวจนํ. อฏฺฐกถายํ ปน อิทํ สุวิญฺเญยฺยนฺติ น วิจาริตํ. จีวรํ เจตาเปนฺติ ปริวตฺเตนฺติ เอเตนาติ จีวรเจตาปนฺนํ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๒๘-๕๒๙), จีวรมูลํ, น-กาโร ปเนตฺถ อาคโม, ‘‘จีวรเจตาปน’’นฺติปิ ปฐนฺติ. ตํ ปน ยสฺมา หิรญฺญาทีสุ อญฺญตรํ โหติ, ตสฺมา ‘‘หิรญฺญาทิก’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ หิรญฺญนฺติ กหาปโณ วุจฺจติ. อาทิสทฺเทน สุวณฺณาทีนํ คหณํ. อุปกฺขฏนฺติ อุปฏฺฐาปิตํ. ตํ อุปกฺขรณํ เตสํ ตถา สชฺชิตนฺติ อาห ‘‘อุปกฺขฏํ โหตีติ สชฺชิตํ โหตี’’ติ. สํหริตฺวา ฐปิตนฺติ ราสึ กตฺวา ฐปิตํ. ปริวตฺตนญฺจ อกตสฺส การาปนํ, กตสฺส กิณนนฺติ อาห ‘‘กาเรตฺวา วา กิณิตฺวา วาติ อตฺโถ’’ติ. อจฺฉาเทสฺสามีติ ปารุเปสฺสามีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘โวหารวจนเมต’’นฺติ. โวหารวจนนฺติ จ อุปจารวจนนฺติ อตฺโถ.
‘‘ตตฺร เจ โส ภิกฺขู’’ติอาทีสุ โก ปทสมฺพนฺโธติ อาห ‘‘ยตฺร โส คหปติ วา’’ติอาทิ. ปุพฺเพ อปฺปวาริโตติ ‘‘ทสฺสามิ, กีทิเสน เต, ภนฺเต, จีวเรน อตฺโถ, กีทิสํ เต จีวรํ เจตาเปมี’’ติ ปุพฺเพ อวุตฺโต. อุปสงฺกมิตฺวาติ คนฺตฺวา. ปทภาชเน ปจุรโวหารวเสน ‘‘ฆรํ คนฺตฺวา’’ติ (ปารา. ๕๒๙) วุตฺตํ. เอตฺถ จ ปจุรโวหารวเสนาติ เยภุยฺยโวหารวเสน. เยภุยฺเยน หิ ฆรสามิกํ ทฏฺฐุกามา ตสฺส ฆรํ คจฺฉนฺตีติ ตเถว พหุลโวหาโร. วิกปฺปนฺติ วิสิฏฺโฐ กปฺโป วิกปฺโป, วิ-สทฺโท เจตฺถ วิสิฏฺฐตฺโถ. เตนาห ‘‘วิสิฏฺฐกปฺป’’นฺติ. อิมินา วจนตฺถมาห. ‘‘อธิกวิธาน’’นฺติ อิมินา ปน อธิปฺปายตฺถํ. ยถา ปน ตมาปชฺชตีติ เยนากาเรน ตํ วิกปฺปํ อาปชฺชติ. ตํ ทสฺเสตุนฺติ ตํ อาการํ ทสฺเสตุํ.
‘‘สาธู’’ติ อยํ สทฺโท สมฺปฏิจฺฉนสมฺปหํสนสุนฺทรายาจนาทีสุ ทิสฺสติ. ตถา เหส ‘‘สาธุ, ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๘๖) สมฺปฏิจฺฉเน ทิสฺสติ, ‘‘สาธุ สาธุ สาริปุตฺตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๔๙; ม. นิ. ๑.๓๔๐) สมฺปหํสเน.
‘‘สาธุ ธมฺมรุจิ ราชา, สาธุ ปญฺญาณวา นโร;
สาธุ มิตฺตานมทฺทุพฺโภ, ปาปสฺสากรณํ สุข’’นฺติอาทีสุ. (ชา. ๒.๑๘.๑๐๑) –
สุนฺทเร, ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต ภควา, สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๖๔-๖๘) อายาจเน, อิธาปิ อายาจเนเยว ทฏฺฐพฺโพติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๘๙; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑ มูลปริยายสุตฺตวณฺณนา; สุ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๑๕ อคฺคิกภารทฺวาชสุตฺตวณฺณนา; พุ. วํ. อฏฺฐ. ๑.๔๙) อาห ‘‘สาธูติอายาจเน นิปาโต’’ติ. ตตฺถ อายาจเนติ อภิมุขํ ยาจเน, อภิปตฺถนายนฺติ อตฺโถ. ปริวิตกฺเก นิปาโตติ สมฺพนฺโธ. อาลปตีติ อามนฺเตติ. อายตาทีสูติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน วิตฺถตอปฺปิตสณฺหานํ คหณํ. ยสฺมา ปน น อิมสฺส อาปชฺชนมตฺเตเนว อาปตฺติ สีสํ เอติ, ตสฺมา ‘‘ตสฺส วจเนนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปโยเคติ สุตฺตปริเยสนาทิปโยเค.
มหคฺฆํ เจตาเปตุกามํ อปฺปคฺฆนฺติ วีสติอคฺฆนกํ จีวรํ เจตาเปตุกามํ ‘‘อลํ มยฺหํ เตน, ทสอคฺฆนกํ วา อฏฺฐคฺฆนกํ วา เทหี’’ติ วทนฺตสฺสาติ อตฺโถ. เอวรูปนฺติ เอวํ สมภาคํ, อิมินา สมกนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตญฺจ โข อคฺฆวเสเนว, น ปมาณวเสน. อคฺฆวฑฺฒนกญฺหิ อิทํ สิกฺขาปทํ.
ปฐมอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. ทุติยอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา
กสฺมา อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘อิทญฺหี’’ติอาทิ. หีติ การณตฺเถ นิปาโต. น โกจิ วิเสโสติ อาห ‘‘เกวล’’นฺติอาทิ.
ทุติยอุปกฺขฏสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. ราชสิกฺขาปทวณฺณนา
ราชโต โภคฺคนฺติ ราชโต ลทฺธโภคฺคํ. ราชโภคฺโคติ ราชามตฺโต. ราชโต โภโคติ รญฺญา ทินฺนํ อิสฺสริยํ. อิมินาติอาทีติ ‘‘อิมินา จีวรเจตาปนฺเนน จีวรํ เจตาเปตฺวา อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ จีวเรน อจฺฉาเทหี’’ติ อิทํ. อาคมนสุทฺธินฺติ มูลสุทฺธึ. ยทิ หิ อิมินา กปฺปิยนีหาเรน อเปเสตฺวา ‘‘อิทํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทหี’’ติ เปเสยฺย, โสปิ ทูโต ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วเทยฺย ‘‘อิทํ โข, ภนฺเต, อายสฺมนฺตํ อุทฺทิสฺส จีวรเจตาปนฺนํ อาภตํ, ปฏิคฺคณฺหาตุ อายสฺมา จีวรเจตาปนฺน’’นฺติ (ปารา. ๕๓๘), ตทา ปฏิกฺขิปิตฺวาปิ กปฺปิยการกํ ปุฏฺเฐน ตํ นิทฺทิสิตุํ น วฏฺฏติ. เตนาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ. อกปฺปิยวตฺถุํ อารพฺภาติ หิรญฺญาทึ อารพฺภ. อีทิเสน ทูตวจเนนาติ ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ อายสฺมา จีวรเจตาปนฺน’’นฺติ เอวรูเปน ทูตวจเนน. ตสฺมาติ ยสฺมา สมฺปฏิจฺฉิตุํ อกปฺปิยํ โหติ, ตสฺมา. สุวณฺณนฺติ ชาตรูปํ. รชตนฺติ รูปิยํ. กหาปเณนาติ สุวณฺณมโย วา รูปิยมโย วา ปากติโก วา กหาปโณ. มาสโกติ โลหมาสโก วา โหตุ, ทารุมาสโก วา โหตุ, ชตุมาสโก วา โหตุ, โย โย ยตฺถ ยตฺถ ชนปเท ยทา ยทา โวหารํ คจฺฉติ, อนฺตมโส อฏฺฐิมโยปิ จมฺมมโยปิ รุกฺขผลพีชมโยปิ สมุฏฺฐาปิตรูโปปิ อสมุฏฺฐาปิตรูโปปิ สพฺโพ อิธ มาสโกติ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ รูปิยสิกฺขาปเท วกฺขาม.
มุตฺตาติ หตฺถิกุมฺภชาทิกา อฏฺฐวิธา มุตฺตา. ตถา หิ หตฺถิกุมฺภํ วราหทาฐํ, ภุชงฺคสีสํ, วลาหกํ, เวฬุ, มจฺฉสิโร, สงฺโข, สิปฺปีติ อฏฺฐ มุตฺตาโยนิโย. ตตฺถ ยา มจฺฉสงฺขสิปฺปิชาตา, สา สามุทฺทิกา, ภุชงฺคชาปิ กาจิ สามุทฺทิกา โหติ. อิตรา อสามุทฺทิกา. ยสฺมา ปน พหุลํ สามุทฺทิกาว มุตฺตา โลเก ทิสฺสนฺติ, ตตฺถาปิ สิปฺปิชาว, อิตรา กทาจิ. ตสฺมา สมฺโมหวิโนทนิยํ ‘‘มุตฺตาติ สามุทฺทิกมุตฺตา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๑๗๒) วุตฺตํ. มณีติ ฐเปตฺวา เวฬุริยาทิเก อนฺตมโส ชาติผลิกํ อุปาทาย สพฺโพปิ นีลปีตาทิวณฺณเภโท มณีติ เวทิตพฺโพ, ปจิตฺวา กโต ปน กาจมณิเยเวโก ปตฺตาทิภณฺฑมูลตฺถํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. เวฬุริโย นาม วํสวณฺณมณิ. สงฺโขติ ธมนสงฺโข โธตวิทฺโธ รตนมิสฺโส, ปานียสงฺโข ปน รตนามิสฺสกโต, โส จ อญฺชนาทิเภสชฺชตฺถาย, ภณฺฑมูลตฺถาย จ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. สิลาติ โธตวิทฺธา รตนสํยุตฺตา มุคฺควณฺณา สิลา. รตเนน ปน อมิสฺสา สตฺถกนิสานาทิอตฺถาย ปฏิคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏติ. เอตฺถ จ ‘‘รตนสํยุตฺตาติ สุวณฺเณน สทฺธึ โยเชตฺวา ปจิตฺวา กตา’’ติ วทนฺติ. ปวาฬนฺติ โธตมฺปิ อโธตมฺปิ สพฺพํ ปวาฬํ. โลหิตงฺโกติ รตฺตมณิ. มสารคลฺลนฺติ กพรมณิ. ยํ ‘‘มรกต’’นฺติปิ วุจฺจติ.
สตฺต ธญฺญานีติ สานุโลมานิ สาลิอาทีนิ สตฺต ธญฺญานิ. นีวาราทิอุปธญฺญสฺส ปน สาลิอาทิมูลธญฺญนฺโตคธตฺตา ‘‘สตฺต ธญฺญานี’’ติ วุตฺตํ. ทาสิทาสเขตฺตวตฺถุปุปฺผารามผลารามาทโยติ เอตฺถ ทาสี นาม อนฺโตชาตธนกฺกีตกรมรานีตปฺปเภทา. ตถา ทาโส. เขตฺตํ นาม ยสฺมึ ปุพฺพณฺณํ รุหติ. วตฺถุ นาม ยสฺมึ อปรณฺณํ รุหติ. ยตฺถ วา อุภยมฺปิ รุหติ, ตํ เขตฺตํ. ตทตฺถาย อกตภูมิภาโค วตฺถุ. เขตฺตวตฺถุสีเสน เจตฺถ วาปิตฬากาทีนิปิ สงฺคหิตาเนว. วสฺสิกาทีนํ ปุปฺผนโก ปุปฺผาราโม. อมฺพผลาทีนํ ผลนโก ผลาราโม. น เกวลญฺจ อตฺตโนเยวตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ, สเจปิ โกจิ ชาตรูปรชตํ อาเนตฺวา ‘‘อิทํ สงฺฆสฺส ทมฺมิ, อารามํ วา กโรถ, เจติยํ วา โภชนสาลาทีนํ วา อญฺญตร’’นฺติ วทติ, อิทมฺปิ สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘ยสฺส กสฺสจิ หิ อญฺญสฺส อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ โหตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙) มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘เจติยสงฺฆคณปุคฺคลานํ วา อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏนฺตี’’ติ.
สเจ ปน สงฺฆํ วา คณํ วา ปุคฺคลํ วา อนามสิตฺวา ‘‘อิทํ หิรญฺญสุวณฺณํ เจติยสฺส เทม, วิหารสฺส เทม, นวกมฺมสฺส เทมา’’ติ วทนฺติ, ปฏิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘อิเม อิทํ ภณนฺตี’’ติ กปฺปิยการกานํ อาจิกฺขิตพฺพํ. ‘‘เจติยาทีนํ อตฺถาย ตุเมฺห คเหตฺวา ฐเปถา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อมฺหากํ คเหตุํ น วฏฺฏตี’’ติ ปฏิกฺขิปิตพฺพํ.
เวยฺยาวจฺจกโรติ กิจฺจกโร. อิธ ปน สพฺโพ กิจฺจกโรว ‘‘เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘กปฺปิยการโก’’ติ. เอโส โขติ ‘‘อสุกวีถิยํ อสุกฆเร อสุกนาโม’’ติ ปรมฺมุขํ วทติ. อิตรมฺปีติ ปรมฺมุขานิทฺทิฏฺฐมฺปิ. ‘‘อตฺโถ เม, อาวุโส, จีวเรนา’’ติ เอตํ โจทนาลกฺขณนิทสฺสนนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ โจทนาลกฺขณนิทสฺสนนฺติ วาจาย โจทนาลกฺขณนิทสฺสนํ. เตนาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ. อิทํ วา วจนํ วตฺตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. เอตสฺส วา อตฺโถ ยาย กายจิ ภาสาย วตฺตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. ‘‘เทหิ เม จีวรํ, อาหร เม จีวรํ, ปริวตฺเตหิ เม จีวรํ, เจตาเปหิ เม จีวร’’นฺติ เอตานิ ปน วจนานิ เอเตสํ วา อตฺโถ ยาย กายจิ ภาสาย น วตฺตพฺโพ. เตนาห ‘‘เทหิ เม’’ติอาทิ. สาเธยฺยาติ นิปฺผาเทยฺย. อิจฺเจตํ กุสลนฺติ เอวํ ยาวตติยํ โจทเนน ตสฺส จีวรสฺส ยเทตํ อภินิปฺผาทนํ, เอตํ กุสลํ สาธุ สุฏฺฐูติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เอตํ สุนฺทร’’นฺติ.
ฉกฺขตฺตุํ ปรโม ปริจฺเฉโท อสฺสาติ ฉกฺขตฺตุปรมํ. อิทญฺหิ ‘‘ฐาตพฺพ’’นฺติ อิมิสฺสา กิริยาย วิเสสนํ, ฉกฺขตฺตุปรมํ ฐานํ กาตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ภาวนปุํสกวจนเมต’’นฺติ, เอตํ ภาเว ฐาตพฺพนฺติ วุตฺตธาตฺวตฺถมตฺเต สาเธตพฺเพ นปุํสกลิงฺควจนนฺติ อตฺโถ. น นิสีทิตพฺพนฺติ ‘‘อิธ, ภนฺเต, นิสีทถา’’ติ วุตฺเตปิ น นิสีทิตพฺพํ. น อามิสํ ปฏิคฺคเหตพฺพนฺติ ยาคุขชฺชกาทิเภทํ กิญฺจิ อามิสํ ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต’’ติ ยาจิยมาเนนาปิ น คณฺหิตพฺพํ. น ธมฺโม ภาสิตพฺโพติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙) ‘‘มงฺคลํ วา อนุโมทนํ วา ภาสถา’’ติ ยาจิยมาเนนาปิ น กิญฺจิ ภาสิตพฺพํ. ฐานํ ภญฺชตีติ ฐิตึ วินาเสติ. ฐตฺวา จีวรํ คเหตุํ อาคเตน หิ ตํ อุทฺทิสฺส ตุณฺหีภูเตน ฐาตพฺพเมว, น นิสชฺชาทิกํ กาตพฺพํ. อิมินา ปน ตํ กตนฺติ ฐานํ วินาสิตํ โหติ. เตนาห ‘‘อาคตการณํ วินาเสตี’’ติ. ‘‘อาคตการณํ นาม ฐานเมว, ตสฺมา ‘น กาตพฺพ’นฺติ วาริตสฺส กตตฺตา นิสชฺชาทีสุ กเตสุ ฉสุ ฐาเนสุ เอกํ ฐานํ ภญฺชตี’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๓๗-๕๓๙) อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูเตน อุทฺทิสฺส ฐาตพฺพํ. ‘‘น อญฺญํ กิญฺจิ กาตพฺพ’’นฺติ หิ อิทํ ฐานลกฺขณํ. เตเนวาห ‘‘อิท’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อิทนฺติ ‘‘จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ, ฉกฺขตฺตุปรมํ ตุณฺหีภูเตน อุทฺทิสฺส ฐาตพฺพ’’นฺติ วจนํ. เอตฺถ จ ‘‘นิสีทนาทิมฺหิ กเต ปุน จีวรํ คเหตุํ น ลภตี’’ติ เกจิ. ‘‘เทฺว ฐานานิ ปริหายนฺตี’’ติ อญฺเญ. ‘‘เอกํ ฐานํ ปริหายตี’’ติ อปเร. อุภยํ กโรตีติ โจเทติปิ ติฏฺฐติปิ.
‘‘ตตฺร ตตฺร ฐาเน ติฏฺฐตี’’ติ อิทํ โจทกสฺส ฐิตฏฺฐิตฏฺฐานโต อปกฺกมฺม ตตฺร ตตฺร จีวรํ อุทฺทิสฺส ฐานํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. เอตฺถาติ เอเตสุ ทฺวีสุ โจทนาฏฺฐาเนสุ.
กึ ปน สพฺพกปฺปิยการเกสุ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๖๕) เอวํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ? น ปฏิปชฺชิตพฺพํ. อยญฺหิ กปฺปิยการโก นาม สงฺเขปโต ทุวิโธ นิทฺทิฏฺโฐ จ อนิทฺทิฏฺโฐ จ. ตตฺถ จ นิทฺทิฏฺโฐ ทุวิโธ ภิกฺขุนา นิทฺทิฏฺโฐ, ทูเตน นิทฺทิฏฺโฐติ. อนิทฺทิฏฺโฐปิ ทุวิโธ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก, ปรมฺมุขกปฺปิยการโกติ. เตสุ ภิกฺขุนา นิทฺทิฏฺโฐ สมฺมุขาสมฺมุขวเสน จตุพฺพิโธ โหติ, ตถา ทูเตน นิทฺทิฏฺโฐปิ.
กถํ? อิเธกจฺโจ ภิกฺขุสฺส จีวรตฺถาย ทูเตน อกปฺปิยวตฺถุํ ปหิณติ, ทูโต จ ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิทํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนาเมน ตุมฺหากํ จีวรตฺถาย ปหิตํ, คณฺหถ น’’นฺติ วทติ. ภิกฺขุ ‘‘อิทํ น กปฺปตี’’ติ ปฏิกฺขิปติ. ทูโต ‘‘อตฺถิ ปน เต, ภนฺเต, เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ ปุจฺฉติ, ปุญฺญตฺถิเกหิ จ อุปาสเกหิ ‘‘ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจํ กโรถา’’ติ อาณตฺตา วา ภิกฺขูนํ วา สนฺทิฏฺฐา สมฺภตฺตา เกจิ เวยฺยาวจฺจกรา โหนฺติ, เตสํ อญฺญตโร ตสฺมึ ขเณ ภิกฺขุสฺส สนฺติเก นิสินฺโน โหติ, ภิกฺขุ ตํ นิทฺทิสติ ‘‘อยํ ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ. ทูโต ตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘เถรสฺส จีวรํ กิณิตฺวา เทหี’’ติ คจฺฉติ, อยํ ภิกฺขุนา สมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ.
โน เจ ภิกฺขุสฺส (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๗; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๖๕) สนฺติเก นิสินฺโน โหติ, อปิจ โข ภิกฺขุ นิทฺทิสติ ‘‘อสุกสฺมึ นาม คาเม อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขูนํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ. โส คนฺตฺวา ตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘เถรสฺส จีวรํ กิณิตฺวา ทเทยฺยาสี’’ติ อาคนฺตฺวา ภิกฺขุสฺส อาโรเจตฺวา คจฺฉติ, อยเมโก ภิกฺขุนา อสมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ.
น เหว โข โส ทูโต อตฺตนา อาคนฺตฺวา อาโรเจติ, อปิจ โข อญฺญํ ปหิณติ ‘‘ทินฺนํ มยา, ภนฺเต, ตสฺส หตฺเถ จีวรเจตาปนฺนํ, จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ, อยํ ทุติโย ภิกฺขุนา อสมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ.
น เหว โข อญฺญํ ปหิณติ, อปิจ โข คจฺฉนฺโตว ภิกฺขุํ วทติ ‘‘อหํ ตสฺส หตฺเถ จีวรเจตาปนฺนํ ทสฺสามิ, ตุเมฺห จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ, อยํ ตติโย ภิกฺขุนา อสมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐติ เอวํ เอโก สมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ ตโย อสมฺมุขานิทฺทิฏฺฐาติ อิเม จตฺตาโร ภิกฺขุนา นิทฺทิฏฺฐเวยฺยาวจฺจกรา นาม. เอเตสุ อิมสฺมึ ราชสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ.
อปโร ภิกฺขุ ปุริมนเยเนว ทูเตน ปุจฺฉิโต นตฺถิตาย วา อวิจาเรตุกามตาย วา ‘‘นตฺถมฺหากํ กปฺปิยการโก’’ติ วทติ, ตสฺมิญฺจ ขเณ โกจิ มนุสฺโส อาคจฺฉติ, ทูโต ตสฺส หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘อิมสฺส หตฺถโต จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ วตฺวา คจฺฉติ, อยํ ทูเตน สมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ.
อปโร ทูโต คามํ ปวิสิตฺวา อตฺตนา อภิรุจิตสฺส กสฺสจิ หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ปุริมนเยเนว อาคนฺตฺวา วา อาโรเจติ, อญฺญํ วา ปหิณติ, ‘‘อหํ อสุกสฺส นาม หตฺเถ จีวรเจตาปนฺนํ ทสฺสามิ, ตุเมฺห จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ วตฺวา วา คจฺฉติ, อยํ ตติโย ทูเตน อสมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐติ เอวํ เอโก สมฺมุขานิทฺทิฏฺโฐ, ตโย อสมฺมุขานิทฺทิฏฺฐาติ อิเม จตฺตาโร ทูเตน นิทฺทิฏฺฐเวยฺยาวจฺจกรา นาม. เอเตสุ เมณฺฑกสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ.
วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา, เต กปฺปิยการกานํ หตฺเถ หิรญฺญํ อุปนิกฺขิปนฺติ ‘อิมินา อยฺยสฺส ยํ กปฺปิยํ, ตํ เทถา’ติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยํ ตโต กปฺปิยํ, ตํ สาทิตุํ, น เตฺววาหํ, ภิกฺขเว, เกนจิ ปริยาเยน ชาตรูปรชตํ สาทิตพฺพํ ปริเยสิตพฺพนฺติ วทามี’’ติ (มหาว. ๒๙๙).
เอตฺถ จ โจทนาย ปริมาณํ นตฺถิ. มูลํ อสาทิยนฺเตน สหสฺสกฺขตฺตุมฺปิ โจทนาย วา ฐาเนน วา กปฺปิยภณฺฑํ สาทิตุํ วฏฺฏติ. โน เจ เทติ, อญฺญํ กปฺปิยการกํ ฐเปตฺวาปิ อาหราเปตพฺพํ. สเจ อิจฺฉติ, มูลสามิกานมฺปิ กเถตพฺพํ. โน เจ อิจฺฉติ, น กเถตพฺพํ.
อปโร ภิกฺขุ ปุริมนเยเนว ทูเตน ปุจฺฉิโต ‘‘นตฺถมฺหากํ กปฺปิยการโก’’ติ วทติ, ตทญฺโญ สมีเป ฐิโต สุตฺวา ‘‘อาหร, โภ, อหํ อยฺยสฺส จีวรํ เจตาเปตฺวา ทสฺสามี’’ติ วทติ. ทูโต ‘‘หนฺท, โภ, ทเทยฺยาสี’’ติ ตสฺส หตฺเถ ทตฺวา ภิกฺขุสฺส อนาโรเจตฺวาว คจฺฉติ, อยํ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก.
อปโร (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๓๘-๕๓๙; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๖๕) ภิกฺขุโน อุปฏฺฐากสฺส วา อญฺญสฺส วา หตฺเถ อกปฺปิยวตฺถุํ ทตฺวา ‘‘เถรสฺส จีวรํ ทเทยฺยาสี’’ติ เอตฺโตว ปกฺกมติ, อยํ ปรมฺมุขกปฺปิยการโกติ อิเม เทฺว อนิทฺทิฏฺฐกปฺปิยการกา นาม. เอเตสุ อญฺญาตกอปฺปวาริเตสุ วิย ปฏิปชฺชิตพฺพํ.
สเจ สยเมว จีวรํ อาเนตฺวา เทนฺติ, คเหตพฺพํ. โน เจ, น กิญฺจิ วตฺตพฺพา. เตนาห ‘‘สเจ’’ติอาทิ. กปฺปิยการเกติ สมฺมุขาสมฺมุขวเสน จตฺตาโร กปฺปิยการเกติ อตฺโถ. ‘‘ทายโก สยเมวา’’ติ อิมินา ภิกฺขุํ ปฏิกฺขิปติ, น ทูตํ. ตสฺมา ทูเตน นิทฺทิฏฺโฐปิ ยถารุจิ โจเทตุํ วฏฺฏติ. มุขํ วิวริตฺวา สยเมว กปฺปิยการกตฺตํ อุปคโตติ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก. เอวนฺติ ‘‘เอโส โข’’ติอาทินา ยถาวุตฺเตน อากาเรน. ทสฺสิตา โหนฺติ สงฺเขปโตติ อธิปฺปาโย.
วุตฺตโจทนาฏฺฐานปริมาณโตติ วุตฺตโจทนาปริมาณโต จ วุตฺตฏฺฐานปริมาณโต จ. สนฺติกนฺติ สมีปํ. ตตฺถาติ เอตฺถ กถมยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘สมีปตฺเถ หิ อิทํ ภุมฺมวจน’’นฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘คงฺคายํ โคยูถานิ จรนฺติ, กูเป คคฺคกูล’’นฺติอาทีสุ วิย ยสฺมา สมีปาธาเร อิทํ สตฺตมีวิภตฺติวจนํ, ตสฺมา อยมตฺโถ ลพฺภตีติ. เอวํ อกโรนฺโตติ สามํ วา อคจฺฉนฺโต, ทูตํ วา อปาเหนฺโต.
อชฺชโณฺห, ภนฺเต, อาคเมหีติ, ภนฺเต, อชฺช เอกทิวสํ อมฺหากํ ติฏฺฐ, อธิวาเสหีติ อตฺโถ. ติกปาจิตฺติยนฺติ อติเรเกสุ โจทนาฏฺฐาเนสุ อติเรกสญฺญิเวมติกอูนกสญฺญีนํ วเสน ตีณิ ปาจิตฺติยานิ. ติกฺขตฺตุํ โจทนาย ฉกฺขตฺตุํ ฐาเนน, อูนกติกฺขตฺตุํ โจทนาย อูนกจฺฉกฺขตฺตุํ ฐาเนน ลทฺเธปิ อนาปตฺติ. อปฺปิตตาติ ปติฏฺฐาปิตตา, ‘‘สญฺญตฺโต โส มยา’’ติอาทินา (ปารา. ๕๓๘) กถิตตาติ วุตฺตํ โหติ.
ราชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จีวรวคฺโค ปฐโม.