๗. วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา
มหนฺตํ ลาติ คณฺหาตีติ มหลฺลโก, ตํ มหลฺลกํ. โย จ ยํ คณฺหาติ, โส ตสฺส อตฺถีติ อาห ‘‘มหนฺตภาโว เอตสฺส อตฺถีติ มหลฺลโก’’ติ. โส จ มหนฺตภาโว เกน, กุโต จาติ อาห ‘‘สสามิกภาเวนา’’ติอาทิ. น เกวลํ สสามิกภาเวเนวาติ อาห ‘‘ยสฺมา วา’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา ‘‘มหลฺลโก นาม วิหาโร สสามิโก วุจฺจตี’’ติ (ปารา. ๓๖๗) เอตฺตกเมว ปทภาชเน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. วิหรนฺติ เอตฺถาติ วิหาโร, อาวาโส. มาติกายํ ภิกฺขู วา อนภิเนยฺยาติ เอตฺถ วา-สทฺโท ‘‘อยํ วา โส มหานาโค’’ติอาทีสุ วิย อวธารณตฺโถ.
โกสมฺพิยนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๖๕) เอวํนามเก นคเร. ตสฺส กิร นครสฺส อารามโปกฺขรณิอาทีสุ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ โกสมฺพรุกฺขาว อุสฺสนฺนา อเหสุํ, ตสฺมา ตํ ‘‘โกสมฺพี’’ติ สงฺขํ คจฺฉติ. ‘‘กุสุมฺพสฺส นาม อิสิโน อสฺสมโต อวิทูเร มาปิตตฺตา’’ติ เอเก. ฉนฺนตฺเถรํ อารพฺภาติ โย อภินิกฺขมนกาเล สทฺธึ นิกฺขนฺโต, ยสฺส จ สตฺถารา ปรินิพฺพานกาเล พฺรหฺมทณฺโฑ (จูฬว. ๔๔๕) อาณตฺโต, ตํ ฉนฺนตฺเถรํ อารพฺภ. เจติยรุกฺขนฺติ จิตฺตีกตฏฺเฐน เจติยํ, ปูชารหานํ เทวฏฺฐานานเมตํ อธิวจนํ, ‘‘เจติย’’นฺติ สมฺมตํ รุกฺขํ เจติยรุกฺขํ. วตฺถุโน อเทสนาย อาปชฺชนโต ‘‘อกิริยมตฺตโต สมุฏฺฐานภาโว’’ติ วุตฺตํ. มตฺต-สทฺเทน กิริยโต สมุฏฺฐานตํ ปฏิกฺขิปติ. เกจิ ปน ‘‘วตฺถุอเทสนาย, กุฏิกรเณน จ สมุฏฺฐานโต กิริยากิริยโต สมุฏฺฐาตี’’ติ วทนฺติ. ปมาณนิยมาภาโวว วิเสโส.
วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.