สงฺฆาทิเสสกณฺฑํ

ปิยวจเนน อาลปนนฺติ ปิยายิตพฺพวจเนนาลปนํ, สาธูนํ สมาลปนนฺติ วุตฺตํ โหติ. สาธโว หิ ปเร ‘‘โภนฺโต’’ติ วา ‘‘เทวานํปิยา’’ติ วา ‘‘ภทฺรภว’’นฺติ วา ‘‘อายสฺมนฺโต’’ติ วา สมาลปนฺติ.

๑. สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา

สํ-สทฺโท วิชฺชมานตฺโถติ อาห ‘‘สํวิชฺชตี’’ติ. เจตนาติ วีติกฺกมวสปฺปวตฺตา ปุพฺพภาคเจตนา, โมจนสฺสาทเจตนาติ อตฺโถ. อสฺสาติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา. อญฺญปทตฺถสมาเสเนว สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา วุตฺตตฺตา อิก-สทฺทสฺส วิสุํ อตฺโถ นตฺถีติ อาห ‘‘สญฺเจตนาว สญฺเจตนิกา’’ติ. อิทานิ อิก-สทฺโทว อตฺถิอตฺถํ ปกาเสตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สญฺเจตนา วา’’ติอาทิมาห. สํวิชฺชมานา เจตนา สญฺเจตนา. สุกฺกสฺสาติ สมฺภวสฺส. วิสฏฺฐีติ วิสฺสคฺโค.

อิทานิ ตํ ยสฺมึ กาเล โมเจติ, เยนาธิปฺปาเยน โมเจติ, เยน โจปาเยน โมเจติ, ยญฺจ ตสฺส อธิปฺปายสฺส วตฺถุ, ตํ สพฺพํ สงฺเขปโต วิภาเวตฺวา สรูปโต ตํ วิสฏฺฐึ ทสฺเสตุํ ‘‘ราคูปตฺถมฺภาทีสู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ราคสฺส พลวภาโว, ราเคน วา องฺคชาตสฺสูปตฺถมฺโภ ถทฺธภาโว ราคูปตฺถมฺโภ, โส อาทิ เยสํ เต ราคูปตฺถมฺภาทโย, เตสุ ราคูปตฺถมฺภาทีสุ. อาทิสทฺเทน (ปารา. ๒๓๘) วจฺจูปตฺถมฺภปสฺสาวูปตฺถมฺภวาตูปตฺถมฺภอุจฺจาลิงฺคปาณกทฏฺฐูปตฺถมฺภานํ คหณํ. กมฺมญฺญตํ ปตฺเตติ โมจนกมฺมกฺขมตาย กมฺมนิยตํ ปตฺเต, อชฺฌตฺตรูปาทีสุ อุปกฺกมารหภาวํ ปตฺเตติ อตฺโถ. อโรคสฺส ภาโว อาโรคฺยํ, ตํ อาทิ เยสํ เต อาโรคฺยาทโย, เตสุ อาโรคฺยาทีสุ. อาทิสทฺเทน สุขเภสชฺชทานปุญฺญยญฺญสคฺคพีชวีมํสทวานํ คหณํ. อชฺฌตฺตรูปํ อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนรูปํ, ตํ อาทิ เยสํ เต อชฺฌตฺตรูปาทโย, เตสุ. อาทิสทฺเทน พหิทฺธารูปอชฺฌตฺตพหิทฺธารูปอากาเสกฏิกมฺปนานํ คหณํ. โมจเน อสฺสาโท สุขเวทนา โมจนสฺสาโท, โมจนตฺถํ ปุพฺพภาเค ปวตฺตราโค, สมฺปยุตฺตอสฺสาทสีเสน เจตฺถ ราโค วุตฺโต, เตน สมฺปยุตฺตา เจตนา โมจนสฺสาทเจตนา, ตาย. อิมินา มุจฺจนสฺสาโท (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๔๐) มุตฺตสฺสาโท เมถุนสฺสาโท ผสฺสสฺสาโท กณฺฑุวนสฺสาโท ทสฺสนสฺสาโท นิสชฺชสฺสาโท วาจสฺสาโท เคหสิตเปมํ วนภงฺคิยนฺติ อิเมหิ สมฺปยุตฺตา เจตนาโย ปฏิกฺขิปติ, ตาหิ นิมิตฺเต อุปกฺกมนฺตสฺส มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. ‘‘นิมิตฺเต อุปกฺกมนฺตสฺสา’’ติ อิมินา ปน อูรุมทฺทาปนาทีนิ ปฏิกฺขิปติ. เตน หิ สติปิ โมจนสฺสาเท นิมิตฺเต อุปกฺกมาภาวโต มุตฺเตปิ อนาปตฺติ. วุตฺตเญฺหตํ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘สา จ โข นิมิตฺเต อุปกฺกมนฺตสฺเสว, หตฺถปริกมฺมปาทปริกมฺมคตฺตปริกมฺมกรเณน สเจปิ อสุจิ มุจฺจติ, อนาปตฺตี’’ติ.

อาสยธาตุนานาตฺตโตติ ปิตฺตเสมฺหปุพฺพโลหิตาสยานญฺเจว ปถวีธาตุอาทีนญฺจ จตุนฺนํ ธาตูนํ, รสโสณิตาทีนํ วา สตฺตนฺนํ ธาตูนํ นานาตฺตโต. ฐานา จาวนาติ สุกฺกสฺส ยํ ฐานํ, ตโต จุติ. สุกฺกสฺส หิ วตฺถิสีสํ กฏิ กาโยติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗) ติธา ฐานํ ปกปฺเปนฺติ. เอโก กิราจริโย ‘‘วตฺถิสีสํ สุกฺกสฺส ฐาน’’นฺติ อาห, เอโก ‘‘กฏี’’ติ, เอโก ‘‘สกโล กาโย’’ติ. เตสุ ตติยสฺส ภาสิตํ สุภาสิตํ. เกสโลมนขทนฺตานญฺหิ มํสวินิมุตฺตฏฺฐานํ, อุจฺจารปสฺสาวเขฬสิงฺฆาณิกา, ถทฺธสุกฺขจมฺมานิ จ วชฺเชตฺวา อวเสโส ฉวิมํสโลหิตานุคโต สพฺโพปิ กาโย กายปฺปสาทภาวชีวิตินฺทฺริยาพทฺธปิตฺตานํ, สมฺภวสฺส จ ฐานเมว. ตถา หิ ราคปริยุฏฺฐาเนนาภิภูตานํ หตฺถีนํ อุโภหิ กณฺณจูฬิกาหิ สมฺภโว นิกฺขมติ.

เอตฺถ จ ‘‘ราคูปตฺถมฺภาทีสู’’ติอาทินา (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗) กาโล ทสฺสิโต. ราคูปตฺถมฺภาทิกาเลสุ หิ องฺคชาตํ กมฺมนิยํ โหติ. ยสฺส กมฺมนิยตฺเต สติ โมเจติ, อิโต ปรํ อญฺโญ กาโล นตฺถิ. น หิ วินา ราคูปตฺถมฺภาทีหิ ปุพฺพณฺหาทโย กาลเภทา โมจเน นิมิตฺตํ โหนฺติ. ‘‘อาโรคฺยาทีสู’’ติอาทินา ปน อธิปฺปาโย ทสฺสิโต. เอวรูเปน หิ อธิปฺปายเภเทน โมเจติ, น อญฺญถา. ‘‘อชฺฌตฺตรูปาทีสู’’ติอาทินา อุปาโย ทสฺสิโต. อชฺฌตฺตรูเป วา หิ โมเจยฺย, พหิทฺธารูเป วา, อุภยตฺถ วา, อากาเส วา กฏึ กมฺเปนฺโต, อิโต ปรํ อญฺโญ อุปาโย นตฺถิ. นีลาทิวเสนา’’ติอาทีหิ ปน ทสหิ นวมสฺส อธิปฺปายสฺส วตฺถุ ทสฺสิตํ. วีมํสนฺโต หิ นีลาทีสุ อญฺญตรวเสน วีมํสติ, น เตหิ วินิมุตฺตนฺติ. ‘‘ฐานา จาวนา’’ติ อิมินา ปน อตฺถโต วิสฺสฏฺฐิ ทสฺสิตา. ยถาห ‘‘วิสฺสฏฺฐีติ ฐานโต จาวนา วุจฺจตี’’ติ (ปารา. ๒๓๗). สา จายํ ตสฺส สุกฺกสฺส ฐานา จาวนา ราควเสน. วุตฺตเญฺหตํ กถาวตฺถุอฏฺฐกถายํ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ นาม ราคสมุฏฺฐานา โหตี’’ติ (กถา. อฏฺฐ. ๓๐๗). อญฺญตฺร สุปินนฺตาติ สุปิโน เอว สุปินนฺโต, ตํ ฐเปตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘ยา สุปิเน’’ติอาทิ. สงฺฆาทิเสโสติ อิมสฺส อาปตฺตินิกายสฺส นามํ. เตนาห ‘‘ยา อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติอาทิ. อาปตฺตินิกาโยติ อาปตฺติสมูโห. กิญฺจาปิ อยํ เอกาว อาปตฺติ, รุฬฺหิสทฺเทน, ปน อวยเว สมูหโวหาเรน วา ‘‘นิกาโย’’ติ วุตฺโต ‘‘เอโก เวทนากฺขนฺโธ, เอโก วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ วิย.

อสฺสาติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๑๖ สํฆาทิเสสกณฺฑ) อาปตฺตินิกายสฺส. นนุ จ อยุตฺโตยํ นิทฺเทโส ‘‘สงฺโฆ อาทิมฺหิ เจว เสเส จ อิจฺฉิตพฺโพ อสฺสา’’ติ. น หิ อาปตฺตินิกายสฺส อาทิมฺหิ เจว เสเส จ สงฺโฆ อิจฺฉิโต, กิญฺจรหิ วุฏฺฐานสฺสาติ อิมํ โจทนํ มนสิ นิธาย ยถา น วิรุชฺฌติ, ตถา อธิปฺปายํ วิวริตุํ ‘‘กึ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทิมาห. อาปตฺติโต วุฏฺฐานสฺส อาทิมฺหิ เจว เสเส จ อิจฺฉิโต สงฺโฆ อาปตฺติยาว อิจฺฉิโต นาม โหตีติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. อาปตฺติวุฏฺฐานนฺติ อาปตฺติโต วุฏฺฐานํ, อนาปตฺติกภาวูปคมนนฺติ อตฺโถ.

ทกโสตนฺติ ปสฺสาวมคฺคํ, องฺคชาตปฺปเทสนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา อฏฺฐกถายํ ‘‘ทกโสตํ โอติณฺณมตฺเต’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ฐานโต ปน จุต’’นฺติอาทิ. อวสฺสเมว ทกโสตํ โอตรติ อธิวาเสตฺวา อนฺตรา นิวาเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. ทกโสโตโรหนโต (สารตฺถ. ฏี. ๒.๒๓๖-๒๓๗) ปฏฺฐาย ปน อุปาทินฺนโต วินิมุตฺตตฺตา สมฺภวรูปํ อุตุสมุฏฺฐานเมว อวสิสฺสติ, เสสํ ติสมุฏฺฐานํ นตฺถีติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ฐานโต จุตํ ทกโสตํ โอตรติ, ตสฺมา.

อโมจนาธิปฺปายสฺสาติ เภสชฺเชน นิมิตฺตํ อาลิมฺปนฺตสฺส อุจฺจาราทีนิ วา กโรนฺตสฺส. สุปินํ ปสฺสนฺตสฺสาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๗) ธาตุกฺโขภโต วา อนุภูตปุพฺพโต วา เทวโตปสํหารโต วา ปุพฺพนิมิตฺตโต วาติ อิเมหิ จตูหิ การเณหิ สุปินํ ปสฺสนฺตสฺส. กึ ปเนตํ ปสฺสนฺโต สุตฺโต ปสฺสติ, ปฏิพุทฺโธ, อุทาหุ เนว สุตฺโต, น ปฏิพุทฺโธติ? กิญฺเจตฺถ – ยทิ ตาว สุตฺโต ปสฺสติ, อภิธมฺมวิโรโธ อาปชฺชติ. ภวงฺคจิตฺเตน หิ สุปติ, ตํ รูปนิมิตฺตาทิอารมฺมณํ วา ราคาทิสมฺปยุตฺตํ วา น โหติ. สุปินํ ปสฺสนฺตสฺส จ อีทิสานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. อถ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, วินยวิโรโธ อาปชฺชติ. ยญฺหิ ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, ตํ สพฺโพหาริกจิตฺเตน ปสฺสติ. สพฺโพหาริกจิตฺเตน จ กเต วีติกฺกเม อนาปตฺติ นาม นตฺถิ. สุปินํ ปสฺสนฺเตน ปน กเตปิ วีติกฺกเม เอกนฺตํ อนาปตฺติ เอว. อถ เนว สุตฺโต น ปฏิพุทฺโธ ปสฺสติ, โก นาม ปสฺสติ, เอวญฺจ สติ สุปินสฺส อภาโวว อาปชฺชตีติ? น อภาโว, กสฺมา? ยสฺมา กปิมิทฺธปเรโต ปสฺสติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘กปิมิทฺธปเรโต โข มหาราช สุปินํ ปสฺสตี’’ติ (มิ. ป. ๕.๓.๕). กปิมิทฺธปเรโตติ มกฺกฏนิทฺทาย ยุตฺโต. ยถา หิ มกฺกฏสฺส นิทฺทา ลหุปริวตฺตา โหติ, เอวํ ยา นิทฺทา ปุนปฺปุนํ กุสลาทิจิตฺตโวกิณฺณตฺตา ลหุปริวตฺตา, ยสฺสา ปวตฺติยํ ปุนปฺปุนํ ภวงฺคโต อุตฺตรณํ โหติ, ตาย ยุตฺโต สุปินํ ปสฺสติ. ยสฺส จ เอวํ ปสฺสนฺตสฺส สุปิเน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวนฺตสฺส วิย, กายสํสคฺคาทีนิ อาปชฺชนฺตสฺส วิย จ สุปินนฺเตเนว การเณน อสุจิ มุจฺจติ, ตสฺสปิ อนาปตฺติ. สุปิเน (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๖๒) ปน อุปฺปนฺนาย อสฺสาทเจตนาย สจสฺส วิสโย โหติ, นิจฺจเลน ภวิตพฺพํ, น หตฺเถน นิมิตฺตํ กีฬาเปตพฺพํ. กาสาวปจฺจตฺถรณรกฺขณตฺถํ ปน หตฺถปุเฏน คเหตฺวา ชคฺคนตฺถาย อุทกฏฺฐานํ คนฺตุํ วฏฺฏติ.

สุกฺกวิสฺสฏฺฐิสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘โอติณฺโณ’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๒๗๐) อิทํ กมฺมสาธนํ, กตฺตุสาธนํ วา โหตีติ ตทุภยวเสน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยกฺขาทีหิ วิย สตฺตา’’ติอาทิมาห. อสมเปกฺขิตฺวาติ ยถาสภาวํ อนุปปริกฺขิตฺวา, ยถา เต รติชนกา รูปาทโย วิสยา อนิจฺจทุกฺขาสุภานตฺตากาเรน อวฏฺฐิตา, ตถา อปสฺสิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ปริณเตนาติ ปริวตฺเตน. เตนาห ‘‘ยถา ปริวตฺตมาน’’นฺติอาทิ. วุตฺตราควเสนาติ กายสํสคฺคราควเสน. ตทหุชาตายปีติ ตสฺมึ อหนิ ชาตํ ชนนํ เอติสฺสาติ ตทหุชาตา, ตสฺมึ อหนิ ชาตาติ วา ตทหุชาตา, ตาย, ตํ ทิวสํ ชาตายปีติ อตฺโถ, ชาตมตฺตาย อลฺลมํสเปสิวณฺณายปีติ วุตฺตํ โหติ.

อสฺสาติ ‘‘กายสํสคฺคํ สมาปชฺเชยฺยา’’ติ ปทสฺส. อิทานิ หตฺถาทีนํ วิภาคทสฺสนตฺถํ ‘‘ตตฺถ หตฺโถ นาม กปฺปรโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิมาห. กปฺปรโต ปฏฺฐายาติ ทุติยมหาสนฺธึ อุปาทาย. อญฺญตฺถ ปน มณิพนฺธโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคนขา หตฺโถ. วินนฺธิตฺวา วา อวินนฺธิตฺวา วา กตเกสกลาปสฺเสตํ อธิวจนนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ วินนฺธิตฺวาติ ตีหิ เกสวฏฺฏีหิ คนฺถิตฺวา. สุวณฺณจีรกนฺติ สุวณฺณปาฬึ. หตฺถญฺจ เวณิญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสสรีรํ องฺคนฺติ อาห ‘‘อวเสสสฺส สรีรสฺสา’’ติอาทิ.

โย หิ เสวนาธิปฺปาโยปิ นิจฺจเลน กาเยน เกวลํ ผสฺสํ ปฏิวิชานาติ สาทิยติ อนุโภติ, ตสฺส จิตฺตุปฺปาทมตฺเต อาปตฺติยา อภาวโต อนาปตฺตีติ อาห ‘‘กาเยน อวายมิตฺวา’’ติอาทิ. โมกฺขาธิปฺปาเยนาติ อิตฺถิโต มุจฺจิตุกามตาธิปฺปาเยน. อสญฺจิจฺจาติ ‘‘อิมินา อุปาเยน อิมํ ผุสิสฺสามี’’ติ อเจเตตฺวา. เอวญฺหิ อเจเตตฺวา ปตฺตปฺปฏิคฺคหณาทีสุ มาตุคามสฺส องฺเค ผุฏฺเฐปิ อนาปตฺติ. อสติยาติ อญฺญวิหิโต โหติ, ‘‘มาตุคามํ ผุสิสฺสามี’’ติ สติ นตฺถิ, เอวํ อสติยา หตฺถปาทปสารณาทิกาเล ผุสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อชานนฺตสฺสาติ ทารกเวเสน ฐิตํ ทาริกํ ‘‘อิตฺถี’’ติ อชานนฺโต เกนจิเทว กรณีเยน ผุสติ, เอวํ ‘‘อิตฺถี’’ติ อชานนฺตสฺส ผุสโต อนาปตฺติ. อสาทิยนฺตสฺสาติ กายสํสคฺคํ อสาทิยนฺตสฺส พาหาปรมฺปราย นีตภิกฺขุสฺส วิย อนาปตฺติ. อิธ ปน อุทายิตฺเถโร อาทิกมฺมิโก. ตสฺส อนาปตฺติ อาทิกมฺมิกสฺสาติ.

กายสํสคฺคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา

ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราควเสนาติ ทุฏฺฐุลฺลา วาจา ทุฏฺฐุลฺลวาจา, ตาย อสฺสาทเจตนา ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาโท, เตน สมฺปยุตฺตราควเสน. เอตฺถาธิปฺเปตํ มาตุคามํ ทสฺเสตุํ ‘‘มาตุคาม’’นฺติอาทิมาห. ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลสํลกฺขณสมตฺถนฺติ อสทฺธมฺมสทฺธมฺมปฺปฏิสํยุตฺตํ กถํ ชานิตุํ สมตฺถํ. ยา ปน มหลฺลิกาปิ พาลา เอฬมูคา, อยํ อิธานธิปฺเปตา. วณฺโณ นาม เทฺว มคฺเค อุทฺทิสฺส ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติอาทินา (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๕) โถมนา. อวณฺโณ นาม เทฺว มคฺเค อุทฺทิสฺส วุตฺตวิปริยาเยน ครหนา, ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน อสมนฺนาคตาสี’’ติอาทีหิ ขุํสนาติ วุตฺตํ โหติ. ยาจนา นาม ‘‘เทหิ เม, อรหสิ เม ทาตุ’’นฺติ (ปารา. ๒๘๕) วจนํ. อายาจนา นาม ‘‘กทา เต มาตา ปสีทิสฺสติ, กทา เต ปิตา ปสีทิสฺสติ, กทา เต เทวตาโย ปสีทิสฺสนฺติ, กทา เต สุขโณ สุลโย สุมุหุตฺโต ภวิสฺสติ, กทา เต เมถุนํ ธมฺมํ ลภิสฺสามี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) วจนํ. ปุจฺฉนํ นาม ‘‘กถํ ตฺวํ สามิกสฺส เทสิ, กถํ ชารสฺส เทสี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) วจนํ. ปฏิปุจฺฉนํ นาม ‘‘เอวํ กิร ตฺวํ สามิกสฺส เทติ, เอวํ ชารสฺส เทสี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) วจนํ. อาจิกฺขนํ นาม ปุฏฺฐสฺส ‘‘เอวํ เทหิ, เอวํ เทนฺตา สามิกสฺส ปิยา ภวิสฺสสิ, มนาปา จา’’ติ (ปารา. ๒๘๕) ภณนํ. อนุสาสนํ นาม อปุฏฺฐสฺส ‘‘เอวํ เทหิ, เอวํ เทนฺตา สามิกสฺส ปิยา ภวิสฺสสิ, มนาปา จา’’ติ (ปารา. ๒๘๕) ภวนํ. อกฺโกสนํ (ปารา. ๒๘๕) นาม ‘‘อนิมิตฺตาสิ, นิมิตฺตมตฺตาสิ, อโลหิตาสิ, ธุวโลหิตาสิ, ธุวโจฬาสิ, ปคฺฆรนฺตีสิ, สิขรณีสิ, อิตฺถิปณฺฑกาสิ, เวปุริสิกาสิ, สมฺภินฺนาสิ, อุภโตพฺยญฺชนกาสี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) วจนํ. ยสฺมา เมถุนุปสํหิตาย วาจาย อธิกํ ทุฏฺฐุลฺลํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘เมถุนุปสํหิตาหี’’ติ อิทํ ทุฏฺฐุลฺลวาจาย สิขาปตฺตลกฺขณทสฺสนนฺติ วุตฺตํ, น ปน เมถุนุปสํหิตาเยว ทุฏฺฐุลฺลวาจตฺตา. สิขรณีสีติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๕) พหินิกฺขนฺตอาณิมํสา. สมฺภินฺนาสีติ สมฺภินฺนวจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคา. อุภโตพฺยญฺชนกาสีติ ปุริสนิมิตฺเตน, อิตฺถินิมิตฺเตน จาติ อุภโตพฺยญฺชเนหิ สมนฺนาคตา.

เอตฺถ จ วณฺณภณเน ตาว ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติ วทติ, น ตาว สีสํ เอติ. ‘‘ตว วจฺจมคฺโค จ ปสฺสาวมคฺโค จ สุโภ สุภสณฺฐาโน ทสฺสนีโย, อีทิเสน นาม อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติ วทติ, สีสํ เอติ, สงฺฆาทิเสโส โหตีติ อตฺโถ.

อวณฺณภณเน ปน ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทีหิ เอกาทสหิ ปเทหิ อวณฺเณ อฆฏิเต สีสํ น เอติ, ฆฏิเตปิ เตสุ ‘‘สิขรณีสิ สมฺภินฺนาสิ อุภโตพฺยญฺชนกาสี’’ติ อิเมหิ ตีหิ ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส.

ยาจนายปิ ‘‘เทหิ เม’’ติ เอตฺตเกเนว สีสํ น เอติ, ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ เทหี’’ติ เอวํ เมถุนธมฺเมน ฆฏิเต เอว สงฺฆาทิเสโส.

‘‘กทา เต มาตา ปสีทิสฺสตี’’ติอาทีสุ อายาจนวจเนสุปิ เอตฺตเกเนว สีสํ น เอติ, ‘‘กทา เต มาตา ปสีทิสฺสติ, กทา เต เมถุนํ ธมฺมํ ลภิสฺสามี’’ติ วา ‘‘ตว มาตริ ปสนฺนาย วา เมถุนํ ธมฺมํ ลภิสฺสามี’’ติอาทินา ปน นเยน เมถุนธมฺเมน ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส.

‘‘กถํ ตฺวํ สามิกสฺส เทสี’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๘๕) ปุจฺฉาวจเนสุปิ ‘‘เมถุนํ ธมฺม’’นฺติ วุตฺเตเยว สงฺฆาทิเสโส. ‘‘เอวํ กิร ตฺวํ สามิกสฺส เทสี’’ติ (ปารา. ๒๘๕) ปฏิปุจฺฉาวจเนสุปิ เอเสว นโย.

อาจิกฺขนาย จ ‘‘เอวํ เทหี’’ติ, ‘‘เอวํ ททมานา’’ติ วุตฺเตปิ สีสํ น เอติ, ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ เอวํ เทหิ, เอวํ อุปเนหิ, เอวํ เมถุนํ ธมฺมํ ททมานา อุปนยมานา สามิกสฺส ปิยา โหตี’’ติอาทินา ปน นเยน เมถุนธมฺเมน ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส. อนุสาสนิวจเนสุปิ เอเสว นโย.

อกฺโกสวจเนสุ ปน เอกาทสสุ ‘‘สิขรณีสิ สมฺภินฺนาสิ อุภโตพฺยญฺชนกาสี’’ติ อิมานิ ตีณิเยว ปทานิ สุทฺธานิ สีสํ เอนฺติ, อิติ อิมานิ จ ตีณิ, ปุริมานิ จ วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคเมถุนธมฺมปทานิ ตีณีติ ฉ ปทานิ สุทฺธานิ อาปตฺติกรานิ, เสสานิ ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทีนิ อนิมิตฺเต ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ เม เทหี’’ติ วา ‘‘อนิมิตฺตาสิ, เมถุนํ ธมฺมํ เม เทหี’’ติ วา อาทินา นเยน เมถุนธมฺเมน ฆฏิตาเนว อาปตฺติกรานิ โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.

อธกฺขกนฺติ อกฺขกโต ปฏฺฐาย อโธ. อุพฺภชาณุมณฺฑลนฺติ ชาณุมณฺฑลโต ปฏฺฐาย อุทฺธํ. อุพฺภกฺขกนฺติ อกฺขกโต ปฏฺฐาย อุทฺธํ. อโธชาณุมณฺฑลนฺติ ชาณุมณฺฑลโต ปฏฺฐาย อโธ. อกฺขกํ, ปน ชาณุมณฺฑลญฺจ เอตฺเถว ทุกฺกฏเขตฺเต สงฺคหํ คจฺฉติ ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺเค วิย. น หิ พุทฺธา ครุกาปตฺตึ สาวเสสํ ปญฺญาเปนฺตีติ. กายปฺปฏิพทฺธนฺติ วตฺถํ วา ปุปฺผํ วา อาภรณํ วา.

อตฺถธมฺมอนุสาสนิปุเรกฺขารานนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๘๗) เอตฺถ ‘‘อนิมิตฺตา’’ติอาทีนํ ปทานํ อตฺถํ กเถนฺโต, อฏฺฐกถํ วา สชฺฌายํ กโรนฺโต อตฺถปุเรกฺขาโร นาม, ปาฬึ วาเจนฺโต, สชฺฌายํ วา กโรนฺโต ธมฺมปุเรกฺขาโร นาม, ‘‘อิทานิปิ อนิมิตฺตาสิ, อุภโตพฺยญฺชนกาสิ, อปฺปมาทํ ทานิ กเรยฺยาสิ, ยถา อายติมฺปิ เอวรูปา มา โหหิสี’’ติ ภณนฺโต อนุสาสนิปุเรกฺขาโร นาม. อิติ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ อนุสาสนิญฺจ ปุรกฺขิตฺวา ภณนฺตานํ อนาปตฺติ. โย ปน ภิกฺขุนีนํ ปาฬึ วาเจนฺโต ปกติวาจนามคฺคํ ปหาย หสนฺโต หสนฺโต ‘‘สิขรณีสิ, สมฺภินฺนาสิ, อุภโตพฺยญฺชนกาสี’’ติ ปุนปฺปุนํ ภณติ, ตสฺส อาปตฺติเยว. อิธ อาทิกมฺมิโก อุทายิตฺเถโร, ตสฺส อนาปตฺติ อาทิกมฺมิกสฺส. นนุ ‘‘สิขรณี’’ติอาทีหิ อกฺโกสนฺตสฺส ปฏิฆจิตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ ทุกฺขเวทนายปิ ภวิตพฺพํ, อถ กสฺมา ทฺวิเวทนนฺติ? นายํ โทโส. ราควเสน หิ อยํ อาปตฺติ, น ปฏิฆวเสน, ตสฺมา ราควเสเนว ปวตฺโต อกฺโกโส อิธาธิปฺเปโต, น ปฏิฆวเสนาปีติ.

ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. อตฺตกามสิกฺขาปทวณฺณนา

อตฺตกามปาริจริยาวเสนาติ อตฺตกามปาริจริยาย ราควเสน. อิธาปิ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลชานนสมตฺถาว อิตฺถี อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ทุฏฺฐุลฺโลภาเสน วุตฺตปฺปการาย อิตฺถิยา’’ติ. สมีเปติ สวนูปจาเร. ‘‘ฐตฺวา’’ติ ปาฐเสโส. อตฺตกามปาริจริยาติ กามียตีติ กาโม, เมถุนธมฺโม, ปริจรณํ อุปฏฺฐานํ ปริจริยา, สาว ปาริจริยา, กาเมน ปาริจริยา กามปาริจริยา, อตฺตโน กามปาริจริยา อตฺตกามปาริจริยา, อตฺตโน อตฺถาย เมถุนธมฺเมน อุปฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. อถ วา กามิตาติ กามา, ปาริจริยา, อตฺตโน กามา อตฺตกามา, อตฺตกามา จ สา ปาริจริยา จาติ อตฺตกามปาริจริยา, สยํ เมถุนราควเสน ปตฺถิตอุปฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เมถุนธมฺมสงฺขาเตนา’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ปฐเมน อตฺถวิกปฺเปน กามเหตุปาริจริยาสงฺขาตํ อตฺถตฺตยํ ทสฺเสติ, ทุติเยน อธิปฺปายปาริจริยาสงฺขาตํ อตฺถทฺวยํ. พฺยญฺชเน (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๙๑) ปน อาทรํ อกตฺวา อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺตโน กามํ อตฺตโน เหตุํ อตฺตโน อธิปฺปายํ อตฺตโน ปาริจริย’’นฺติ (ปารา. ๒๙๒) ปทภาชนํ วุตฺตํ. ‘‘อตฺตโน กามํ อตฺตโน เหตุํ อตฺตโน ปาริจริย’’นฺติ หิ วุตฺเต ชานิสฺสนฺติ ปณฺฑิตา ‘‘เอตฺตาวตา อตฺตโน อตฺถาย กามปาริจริยา วุตฺตา’’ติ, ‘‘อตฺตโน อธิปฺปายํ อตฺตโน ปาริจริย’’นฺติ (ปารา. ๒๙๒) วุตฺเตปิ ชานิสฺสนฺติ ‘‘เอตฺตาวตา อตฺตนา อิจฺฉิตกามิตฏฺเฐน อตฺตกามปาริจริยา วุตฺตา’’ติ.

กลฺยาเณน ภทฺทเกน คุเณน สมนฺนาคตตฺตา กลฺยาณธมฺมํ. เตนาห ‘‘ตทุภเยนาปี’’ติอาทิ. อภิรเมยฺยาติ โตเสยฺย. เอตทคฺคนฺติ เอสา อคฺคา. ปาริจริยานนฺติ ปาริจริยานํ มชฺเฌ, นิทฺธารเณ เจตํ สามิวจนํ. นนุ ทุฏฺฐลฺลวาจาสิกฺขาปเท (ปารา. ๒๘๕) เมถุนยาจนํ อาคตํ, อถ กสฺมา อิทํ วุตฺตํ? นายํ โทโส. ตตฺถ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๒๙๑) หิ ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราควเสน วุตฺตํ, อิธ ปน อตฺตโน เมถุนสฺสาทราควเสนาติ.

ตสฺมึเยว ขเณติ ภณิตกฺขเณ. อุภโตพฺยญฺชนโก ปน ปณฺฑกคติกตฺตา วิสุํ น วุตฺโต. ‘‘อิมสฺมึ สิกฺขาปททฺวเย กายสํสคฺเค วิย ยกฺขิเปตีสุปิ ทุฏฺฐุลฺลตฺตกามวจเน ถุลฺลจฺจย’’นฺติ (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๒๙๕) วทนฺติ. ตสฺมึเยวาติ ปณฺฑเกเยว อิตฺถิสญฺญิโน อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณภณเนปิ ทุกฺกฏํ. ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, ตสฺส อคฺคทานํ เมถุนํ ธมฺมํ เทหี’’ติ ปริยายวจเนปิ ทุกฺกฏํ. ‘‘อตฺตกามปาริจริยาย วณฺณํ ภาเสยฺย ยา มาทิสํ ‘สีลวนฺต’นฺติ วุตฺตตฺตา’’ติ (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๒๙๕) เอเก. ‘‘ปญฺจสุ องฺเคสุ สพฺภาวา สงฺฆาทิเสโสวา’’ติ อปเร. ‘‘เมถุนุปสํหิเตนา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘จีวราทีหิ…เป… ภาสนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ.

อตฺตกามสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา

สญฺจรณํ สญฺจโร, โส เอตสฺส อตฺถีติ สญฺจรี, สญฺจรณสีโลติ วา สญฺจรี, ตสฺส ภาโว สญฺจริตฺตํ, สญฺจรณนฺติ อตฺโถ. ตญฺจ ปรโต ‘‘อิตฺถิยา วา ปุริสมติ’’นฺติอาทิวจนโต อิตฺถิปุริสานํ เวมชฺเฌติ อาห ‘‘อิตฺถิปุริสานํ อนฺตเร สญฺจรณภาว’’นฺติ. ปฏิคฺคณฺหนวีมํสนปจฺจาหรณานีติ เอตฺถ ปฏิคฺคณฺหนํ นาม ปุริเสน วา อิตฺถิยา วา อุภินฺนํ มาตาทีหิ วา ‘‘ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา เอวํ ภณาหี’’ติ วุตฺเต เตสํ วจนํ ‘‘สาธู’’ติ วา ‘‘โหตู’’ติ วา ‘‘ภณามี’’ติ วา เยน เกนจิ อากาเรน วจีเภทํ กตฺวา, สีสกมฺปนาทีหิ วา สมฺปฏิจฺฉนํ. วีมํสนํ นาม วุตฺตปฺปกาเรน สาสนํ คเหตฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา วา ปุริสสฺส วา เตสํ อวสฺสํ อาโรจนกานํ มาตาปิตุภาตาภคินิอาทีนํ วา สนฺติกํ คนฺตฺวา ตสฺส สาสนสฺส อาโรจนํ. ปจฺจาหรณํ นาม เตน คนฺตฺวา อาโรจิเต สา อิตฺถี วา ปุริโส วา ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉตุ วา, มา วา, ลชฺชาย วา ตุณฺหี โหตุ, ปุน อาคนฺตฺวา ตสฺสา อิตฺถิยา วา ปุริสสฺส วา ตสฺสา ปวตฺติยา อาโรจนํ. อาปชฺเชยฺยาติ ปฏิปชฺเชยฺย.

อิตฺถิยา วา ปุริสมตึ ปุริสสฺส วา อิตฺถิมตินฺติ เอตฺถ ‘‘อาโรเจยฺยา’’ติ ปาฐเสโส ทฏฺฐพฺโพ. เตเนวาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ชายาภาเวติ ภริยาภาเว. ชารภาเวติ ปติภาเว, นิมิตฺตตฺเถ เจตํ ภุมฺมวจนํ. ตสฺมา ภริยาภาวนิมิตฺตํ ปติภาวนิมิตฺตํ, ภริยาภาวเหตุ ปติภาวเหตุ, ภริยาภาวปจฺจยา ปติภาวปจฺจยา อาโรเจตีติ อตฺโถ. เอส นโย ‘‘ชายตฺตเน อาโรเจตี’’ติอาทีสุปิ. ‘‘ชายตฺตเน วา ชารตฺตเน วา’’ติ หิ อิทํ ยทตฺถํ ตํ เตสํ มตึ อาโรเจติ, ตํ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อิทานิ ปน ปทภาชนิยํ (ปารา. ๓๐๒) วุตฺตนเยนาปิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. กิญฺจาปิ อิตฺถิลิงฺควเสน ปทภาชนิยํ วุตฺตํ, ‘‘ชายตฺตเน วา ชารตฺตเน วา’’ติ ปน นิทฺเทสสฺส อุภยลิงฺคสาธารณตฺตา ปุริสลิงฺควเสนาปิ โยเชตฺวา วตฺตพฺพนฺติ อาห ‘‘เอเตเนว อุปาเยนา’’ติอาทิ. มุหุตฺติกาติ คณิกา. ‘‘อนฺตมโส ตงฺขณิกายปี’’ติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตนฺติ อาห ‘‘เอเตเนว อุปาเยนา’’ติอาทิ.

อญฺญตฺร นาลํวจนียายาติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๓๙-๓๔๐) เทสจาริตฺตวเสน ปณฺณทานาทินา อปริจฺจตฺตํ ฐเปตฺวา. สญฺจริตฺตวเสน ภิกฺขุนา วจนียา น โหตีติ นาลํวจนียา, ตํ ฐเปตฺวาติ เกจิ. อปฺเปน วา พหุนา วา ธเนน กีตา ธนกฺกีตา. ยสฺมา ปน สา น กีตมตฺตาเยว ภริยา, สํวาสตฺถาย ปน กีตตฺตา ภริยา, ตสฺมาสฺส นิทฺเทเส ‘‘ธเนน กิณิตฺวา วาเสตี’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตํ. ฉนฺทวาสินีติ ฉนฺเทน อตฺตโน รุจิยา วสตีติ ฉนฺทวาสินี. ยสฺมา ปน สา น อตฺตโน ฉนฺทมตฺเตเนว ภริยา โหติ, ปุริเสน ปน สมฺปฏิจฺฉิตตฺตา, ตสฺมาสฺส นิทฺเทเส ‘‘ปิโย ปิยํ วาเสตี’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตํ. อาทิสทฺเทน ‘‘โภควาสินี, ปฏวาสินี, โอทปตฺตกินี, โอภฏจุมฺพฏา, ทาสี จ ภริยา จ, กมฺมการี จ ภริยา จ, ธชาหฏา, มุหุตฺติกา’’ติ (ปารา. ๓๐๔) อิเมสํ อฏฺฐนฺนํ อาการานํ คหณํ. ยถา จ ‘‘ฉนฺทวาสินี’’ติอาทีสุ อญฺญตรวเสน วทโต วิสงฺเกโต นตฺถิ, เอวํ ปาฬิยํ อวุตฺเตสุปิ ‘‘โหหิ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา, ชายา, ปชาปติ, ปุตฺตมาตา, ฆรณี, ฆรสามินี, ภตฺตรนฺธิกา, สุสฺสูสิกา, ปริจาริกา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๐๕) เอวมาทีสุ สํวาสปริทีปเกสุ วจเนสุ อญฺญตรวเสน วทนฺตสฺสาปิ วิสงฺเกโต นตฺถิ, ติวงฺคสมฺปตฺติยา อาปตฺติเยว.

มาตุรกฺขิตํ พฺรูหีติ เอตฺถ มาตุรกฺขิตา นาม มาตรา รกฺขิตา, ยถา ปุริเสน สห สํวาสํ น กปฺเปติ, เอวํ มาตรา รกฺขิตาติ อตฺโถ. เตเนวสฺส ปทภาชเนปิ ‘‘มาตา รกฺขติ โคเปติ, อิสฺสริยํ กาเรติ, วสํ วตฺเตตี’’ติ (ปารา. ๓๐๔) วุตฺตํ. ปิตุรกฺขิตาทีสูติ ‘‘ปิตุรกฺขิตา, มาตาปิตุรกฺขิตา, ภาตุรกฺขิตา, ภคินิรกฺขิตา, ญาติรกฺขิตา, โคตฺตรกฺขิตา, ธมฺมรกฺขิตา, สารกฺขา, สปริทณฺฑา’’ติ (ปารา. ๓๐๓) เอวํ วุตฺเตสุ ปิตุรกฺขิตาทีสุ. ยถา จ เอตฺถ, เอวํ ‘‘ปิตุรกฺขิตํ พฺรูหี’’ติอาทีสุปิ นโย เวทิตพฺโพ.

สงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา คิลานสฺส วา กิจฺเจน คจฺฉนฺตสฺสาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๐) เอตฺถ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุโปสถาคารํ วา กิญฺจิ วา วิปฺปกตํ โหติ. ตตฺถ การุกานํ ภตฺตเวตนตฺถาย อุปาสโก วา อุปาสิกาย สนฺติกํ ภิกฺขุํ ปหิเณยฺย, อุปาสิกา วา อุปาสกสฺส, เอวรูเปน สงฺฆกิจฺเจน คจฺฉนฺตสฺส อนาปตฺติ. เจติยกมฺเม กริยมาเนปิ เอเสว นโย. คิลานสฺส เภสชฺชตฺถายปิ อุปาสเกน วา อุปาสิกาย สนฺติกํ, อุปาสิกาย วา อุปาสกสฺส สนฺติกํ ปหิตสฺส คจฺฉโต อนาปตฺติ.

กิญฺจาปิ เอตฺถ ‘‘อิตฺถี นาม มนุสฺสิตฺถี, น ยกฺขี น เปตี น ติรจฺฉานคตา. ปุริโส นาม มนุสฺสปุริโส, น ยกฺโข’’ติอาทิ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๔๑) นตฺถิ, ตถาปิ มนุสฺสชาติกาว อิตฺถิปุริสา อิธ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘เตสํ มนุสฺสชาติกตา’’ติ. นนาลํวจนียตาติ ยถาวุตฺตนเยน ปริจฺจตฺตา อลํวจนียา. นิวารณตฺโถ หิ เอตฺถ อลํ-สทฺโท. น อลํวจนียา นาลํวจนียา, น นาลํวจนียา, ตสฺสา ภาโว นนาลํวจนียตา, ‘‘อลํวจนียตา’’อิจฺเจว วุตฺตํ โหติ.

ปณฺณตฺตินฺติ, อิมํ สิกฺขาปทํ. กายวิกาเรนาติ สีสุกฺขิปนาทิกายวิกาเรน. ตเถว วีมํสิตฺวา ตเถว ปจฺจาหรนฺตสฺสาติ หตฺถมุทฺทาทินา กายวิกาเรน วีมํสิตฺวา ปุน อาคนฺตฺวา ตเถว อาโรเจนฺตสฺส. อาคมิสฺสตีติ ตว สนฺติเก ธมฺมสฺสวนาทิอตฺถํ อาคมิสฺสติ. เกนจิ วุตฺเตติ อาสนสาลาทีสุ นิสินฺนสฺส เกนจิ ปุริเสน วุตฺเต. สเจ หิ ขีณาสวสฺส มาตาปิตโร กุชฺฌิตฺวา อลํวจนียา โหนฺติ, ตญฺจ ภิกฺขุํ ฆรํ อุปคตํ ปิตา วทติ ‘‘มาตา เต, ตาต, มํ มหลฺลกํ ฉฑฺเฑตฺวา ญาติกุลํ คตา, คจฺฉ นํ มํ อุปฏฺฐาตุํ เปเสหี’’ติ. โส เจ คนฺตฺวา ตํ วตฺวา ปุน ปิตุโน ตสฺสา อาคมนํ วา อนาคมนํ วา อาโรเจติ, เอวํ อาโรเจนฺตสฺส ตสฺสปิ กายวาจโต สมุฏฺฐาติ. เตนาห ‘‘ปณฺณตฺตึ อชานนฺตสฺส ปนา’’ติอาทิ. ขีณาสวสฺสปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺเทน เสกฺขปุถุชฺชนานํ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทีเปติ. ปิตุวจเนนาติ อตฺตโน ปิตุวจเนน. คนฺตฺวาติ ตสฺสา สมีปํ คนฺตฺวา. ปณฺณตฺตึ, อลํวจนียภาวญฺจาติ อุภยํ อชานนฺตสฺสปิ กายวาจโต สมุฏฺฐาติ. ตทุภยนฺติ ปณฺณตฺตึ, อลํวจนียภาวญฺจ. ยํ ปน ปณฺณตฺตึ ชานิตฺวา เอเตเหว ตีหิ นเยหิ สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชโต กายจิตฺตโต, วาจาจิตฺตโต, กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. อิมานิ ตีณิ ปณฺณตฺติชานนจิตฺเตน ‘‘สจิตฺตกสมุฏฺฐานานี’’ติ วุตฺตํ, ตํ อยุตฺตํ. น หิ ปณฺณตฺตึ ชานิตฺวาปิ ‘‘นาลํวจนียา’’ติ มญฺญมานสฺส สจิตฺตเกหิ สมุฏฺฐาเนหิ อาปตฺติ สมุฏฺฐาตีติ วตฺตุํ ยุชฺชติ วีติกฺกมเจตนาย อสมฺภวโต.

สญฺจริตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา

สญฺญาจิกาย ปนาติ เอตฺถ สนฺติ อตฺตวาจโก ตติยตฺเถ นิปาโต, ยาจิกาติ ภาวสาธโน, เตสญฺจ มชฺเฌปทโลปสมาโส. ปนาติ นิปาตมตฺตเมว. เตนาห ‘‘สยํ ปวตฺติตยาจนา วุจฺจตี’’ติ. ยา หิ อตฺตนา ปวตฺติตา, สา อตฺตโน นาม โหตีติ อาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. นนุ น สกฺกา ยาจนาเยว กุฏึ กาตุนฺติ อนุโยคํ สนฺธาย ตสฺสาธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สยํ ยาจิตเกหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สยํ ยาจิตเกหีติ ‘‘วาสึ เทถ, ผรสุํ เทถา’’ติอาทินา (ปารา. ๓๔๒) สยํ ยาจิตเกหิ. อุปกรเณหีติ วาสิยาทีหิ. ปเรน ภณฺฑสามิเกน ‘‘มม อิท’’นฺติ อปริจฺจาคารกฺขณโคปนวเสน ปริคฺคหิตํ ปรปริคฺคหิตกํ, ปรสนฺตกนฺติ วุตฺตํ โหติ. มูลจฺเฉทวเสนาติ มูลสฺส ฉินฺทนวเสน, ปรสนฺตกภาวโต โมเจตฺวา อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. เอวญฺหิ อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐานโต ยาจนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติยา ทุกฺกฏํ. ตาวกาลิกํ ปน วฏฺฏตีติ ตาวกาลิกํ กตฺวา ยาจิตุํ วฏฺฏติ. สกกมฺมํ น ยาจิตพฺพาติ ปาณาติปาตสิกฺขาปทรกฺขณตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘หตฺถกมฺมํ เทถา’’ติ อนิยเมตฺวาปิ น ยาจิตพฺพา. เอวํ ยาจิตา หิ เต ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ภิกฺขุํ อุยฺโยเชตฺวา มิเคปิ มาเรตฺวา อาหเรยฺยุํ. นิยเมตฺวา ปน ‘‘วิหาเร กิญฺจิ กตฺตพฺพํ อตฺถิ, ตตฺถ หตฺถกมฺมํ เทถา’’ติ ยาจิตพฺพา. ‘‘กุฏิ นาม อุลฺลิตฺตา วา โหติ, อวลิตฺตา วา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตา วา’’ติ (ปารา. ๓๔๕) ปทภาชเน วุตฺตตฺตา ‘‘กุฏินฺติ อุลฺลิตฺตาทีสุ อญฺญตร’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อุทฺธํ มุขํ ลิตฺตา อุลฺลิตฺตา. อนฺโต ลิมฺปนฺตา หิ เอวํ ลิมฺปนฺติ. อโธ มุขํ ลิตฺตา อวลิตฺตา. พหิ ลิมฺปนฺตา หิ เอวํ ลิมฺปนฺติ. เตนาห ‘‘ตตฺถ อุลฺลิตฺตา นามา’’ติอาทิ. ปิฏฺฐสงฺฆาโฏติ ทฺวารพาหา. ‘‘สุธาย วา มตฺติกาย วา’’ติ เอเตน ฐเปตฺวา อิเม เทฺว เลเป อวเสโส ภสฺมาโคมยาทิเภโท อเลโปติ ทสฺเสติ.

ยสฺมา ปน สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรนฺเตนาปิ อิธ วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ, ตสฺมา ‘‘สยํ วา กโรนฺเตน อาณตฺติยา วา การาเปนฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘สยํ วา กโรนฺเตนา’’ติ อิมินา สามตฺถิยโต ลพฺภมานมตฺถมาห, น ตุ ปทตฺถโต. ‘‘อาณตฺติยา วา การาเปนฺเตนา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๘-๓๔๙) ปน ปทตฺถโต. เอวญฺจ กตฺวา ยทิ ปน ‘‘กโรนฺเตน วา การาเปนฺเตน วา’’ติ วเทยฺย, พฺยญฺชนํ วิโลมิตํ ภเวยฺย. น หิ การาเปนฺโต กโรนฺโต นาม โหตีติ เอทิสี โจทนา อนวกาสาติ ทฏฺฐพฺพํ. นตฺถิ สามี ปติ เอติสฺสาติ อสามิกา, ตํ อสามิกํ, อนิสฺสรนฺติ อตฺโถ. อนิสฺสรตา เจตฺถ การาปเนนาติ อาห ‘‘กาเรตา ทายเกน วิรหิต’’นฺติ. อุทฺเทโสติ อุทฺทิสิตพฺโพ.

ตตฺราติ สามิสฺมึ ภุมฺมวจนนฺติ อาห ‘‘ตสฺสา กุฏิยา’’ติ. ทีฆโสติ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘ทีฆโต’’ติ. พหิกุฏฺเฏติ กุฏฺฏสฺส พหิ, ถุเสน มิสฺสโก ปิณฺโฑ ถุสปิณฺโฑ, ตสฺส ปริยนฺโต ถุสปิณฺฑปริยนฺโต, เตน, ถุสมิสฺสกมตฺติกาปิณฺฑปริยนฺเตนาติ วุตฺตํ โหติ. ถุสปิณฺฑสฺสูปริ เสตกมฺมํ ปน อพฺโพหาริกํ. อพฺภนฺตเร ภโว อพฺภนฺตริโม, เตน. ยตฺถาติ ยสฺสํ กุฏิยํ. ปมาณยุตฺโตติ ปกติวิทตฺถิยา นววิทตฺถิปมาโณ. ‘‘ติริยํ สตฺตนฺตรา’’ติ (ปารา. ๓๔๘) อุกฺกํสโต ปมาณสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘เหฏฺฐิมโกฏิยา จตุหตฺถวิตฺถารา น โหตี’’ติ วุตฺตํ.

โสเธตฺวาติ สมตลสีมมณฺฑลสทิสํ กตฺวา. ปทภาชเน วุตฺตนเยน สงฺฆํ ติกฺขตฺตุํ ยาจิตฺวาติ ‘‘สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย ‘อหํ, ภนฺเต, สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ กุฏิวตฺถุโอโลกนํ ยาจามี’’’ติ (ปารา. ๓๔๙) ปทภาชเน วุตฺตนเยน ติกฺขตฺตุํ ยาจิตฺวา. สงฺเฆน วา สมฺมตาติ ปทภาชนิยํ (ปารา. ๓๕๐) วุตฺเตน ญตฺติทุติยกมฺเมน, อปโลกนกมฺมวเสน วา สงฺเฆน สมฺมตา. วตฺถูติ กุฏิวตฺถุ. อนารมฺภนฺติ อนุปทฺทวํ. ปริโต กมติ คจฺฉติ เอตฺถาติ ปริกฺกมนํ, เตน สห วตฺตตีติ สปริกฺกมนํ, สอุปจารนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เตหิ ภิกฺขูหี’’ติอาทิ.

กิปิลฺลิกาทีนนฺติ เอตฺถ กิปิลฺลิกา (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๕๓) นาม รตฺตกาฬปิงฺคลาทิเภทา ยา กาจิ, ตา อาทิ เยสํ ตานิ กิปิลฺลิกาทีนิ, เตสํ. อาทิสทฺเทน อุปจิกาทีนํ สงฺคหณํ. อาสโยติ นิพทฺธวสนฏฺฐานํ, โส อาทิ เยสํ เต อาสยาทโย, เตหิ. อาทิสทฺเทน เจตฺถ นิสฺสิตสฺส คหณํ. โสฬสหิ อุปทฺทเวหีติ ‘‘กิปิลฺลิกานํ วา อาสโย โหติ, อุปจิกานํ วา อุนฺทูรานํ วา อหีนํ วา วิจฺฉิกานํ วา สตปทีนํ วา หตฺถีนํ วา อสฺสานํ วา สีหานํ วา พฺยคฺฆานํ วา ทีปีนํ วา อจฺฉานํ วา ตรจฺฉานํ วา เยสํ เกสญฺจิ ติรจฺฉานคตานํ ปาณานํ วา อาสโย โหติ, ปุพฺพณฺณนิสฺสิตํ วา โหติ, อปรณฺณอพฺภาฆาตอาฆาตนสุสานอุยฺยานราชวตฺถุหตฺถิสาลาอสฺสสาลาพนฺธนาคารปานาคารสูนรจฺฉาจจฺจรสภาสํสรณนิสฺสิตํ วา โหตี’’ติ (ปารา. ๓๕๓) เอวํ วุตฺเตหิ โสฬสหิ อุปทฺทเวหิ. ตตฺถ จ อพฺภาฆาตํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๕๓) นาม การณาฆรํ. อาฆาตนํ นาม ธมฺมคนฺธิกา. สุสานนฺติ มหาสุสานํ. สํสรณํ นาม อนิพฺพิชฺฌคมนีโย คตปจฺจาคตมคฺโค.

อาวิชฺฌิตุํ สกฺกุเณยฺยตายาติ ฉินฺนตฏาทีนมภาวโต อนุปริยายิตุํ สกฺกุเณยฺยตาย. เตน ภิกฺขุนาติ กุฏิการเกน ภิกฺขุนา. ยาจิเตหีติ ‘‘เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย ‘อหํ, ภนฺเต, สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ กุฏิวตฺถุเทสนํ ยาจามี’’’ติ (ปารา. ๓๕๑) ติกฺขตฺตุํ ยาจิเตหิ. ญตฺติทุติเยน กมฺเมนาติ –

‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โส สงฺฆํ กุฏิวตฺถุเทสนํ ยาจติ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏิวตฺถุํ เทเสยฺย. เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โส สงฺฆํ กุฏิวตฺถุเทสนํ ยาจติ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏิวตฺถุํ เทเสติ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏิวตฺถุสฺส เทสนา, โส ตุณฺหสฺส. ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย. เทสิตํ สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏิวตฺถุ, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ –

เอวํ ปทภาชเน วุตฺเตน ญตฺติทุติเยน กมฺเมน. อาฬวิกา นาม อาฬวิรฏฺเฐ ชาตา ทารกา, เต ปพฺพชิตกาเลปิ ‘‘อาฬวิกา’’เตฺวว ปญฺญายึสุ. เต สนฺธาย วุตฺตํ อาฬวิเก ภิกฺขู’’ติ. เลเป ฆฏิเตติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๕๓) อนฺโตเลเป วา อนฺโตเลเปน สทฺธึ ภิตฺติญฺจ ฉทนญฺจ เอกาพทฺธํ กตฺวา ฆฏิเต, พหิเลเป วา พหิเลเปน สทฺธึ ฆฏิเต. เทฺว จ ทุกฺกฏานิ สารมฺภอปริกฺกมนวเสน. อุภยวิปนฺนาติ อุภเยหิ เทสนาปมาเณหิ วิปนฺนา วิรหิตา อุภยวิปนฺนา, อเทสิตวตฺถุกา ปมาณาติกฺกนฺตาติ อตฺโถ. ตสฺมินฺติ ทฺวารพนฺเธ วา วาตปาเน วา. เลโป น ฆฏิยตีติ ปุพฺเพ ทินฺนเลโป ทฺวารพนฺเธน วา วาตปาเนน วา สทฺธึ น ฆฏิยติ, เอกาพทฺธํ หุตฺวา น ติฏฺฐตีติ วุตฺตํ โหติ. ตนฺติ ทฺวารพนฺธํ วา วาตปานํ วา ปรามสติ. ปฐมเมวาติ เลปกิจฺจสฺส นิฏฺฐิตตฺตา ทฺวารพนฺธวาตปานานํ ฐปนโต ปุพฺเพเยว, เลปสฺส นิฏฺฐิตกฺขเณเยวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๕๕) ปทภาชนิยํ วุตฺตตฺตา ‘‘เกวลํ สารมฺภายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิปฺปกตนฺติ อนิฏฺฐิตํ. อญฺญสฺส ททโต จาติ อญฺญสฺส ปุคฺคลสฺส วา สงฺฆสฺส วา ททโต จ. คุหา นาม อิฏฺฐกคุหา วา สิลาคุหา วา ทารุคุหา วา ภูมิคุหา วา. ติณกุฏิ นาม สตฺตภูมิโกปิ ปาสาโท ติณจฺฉทโน ‘‘ติณกุฏิกา’’ติ วุจฺจติ. อญฺญสฺสาติ อาจริยสฺส วา อุปชฺฌายสฺส วา สงฺฆสฺส วา. วาสาคารํ ฐเปตฺวาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๖๔) อตฺตโน วสนตฺถาย วาสาคารํ ฐเปตฺวา. อุโปสถาคาราทีสูติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ชนฺตาฆรโภชนสาลาอคฺคิสาลานํ คหณํ. เหฏฺฐิมปมาณสมฺภโวติ จตุหตฺถวิตฺถิณฺณตา. อเทสาเปตฺวา กโรโตติ วตฺถุํ อเทสาเปตฺวา ปมาณาติกฺกนฺตํ, ปมาณยุตฺตํ วา กโรโต. เอตฺถ จ วตฺถุโน อเทสาปนํ อกิริยา. กุฏิกรณํ กิริยา.

กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา

มหนฺตํ ลาติ คณฺหาตีติ มหลฺลโก, ตํ มหลฺลกํ. โย จ ยํ คณฺหาติ, โส ตสฺส อตฺถีติ อาห ‘‘มหนฺตภาโว เอตสฺส อตฺถีติ มหลฺลโก’’ติ. โส จ มหนฺตภาโว เกน, กุโต จาติ อาห ‘‘สสามิกภาเวนา’’ติอาทิ. น เกวลํ สสามิกภาเวเนวาติ อาห ‘‘ยสฺมา วา’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา ‘‘มหลฺลโก นาม วิหาโร สสามิโก วุจฺจตี’’ติ (ปารา. ๓๖๗) เอตฺตกเมว ปทภาชเน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. วิหรนฺติ เอตฺถาติ วิหาโร, อาวาโส. มาติกายํ ภิกฺขู วา อนภิเนยฺยาติ เอตฺถ วา-สทฺโท ‘‘อยํ วา โส มหานาโค’’ติอาทีสุ วิย อวธารณตฺโถ.

โกสมฺพิยนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๖๕) เอวํนามเก นคเร. ตสฺส กิร นครสฺส อารามโปกฺขรณิอาทีสุ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ โกสมฺพรุกฺขาว อุสฺสนฺนา อเหสุํ, ตสฺมา ตํ ‘‘โกสมฺพี’’ติ สงฺขํ คจฺฉติ. ‘‘กุสุมฺพสฺส นาม อิสิโน อสฺสมโต อวิทูเร มาปิตตฺตา’’ติ เอเก. ฉนฺนตฺเถรํ อารพฺภาติ โย อภินิกฺขมนกาเล สทฺธึ นิกฺขนฺโต, ยสฺส จ สตฺถารา ปรินิพฺพานกาเล พฺรหฺมทณฺโฑ (จูฬว. ๔๔๕) อาณตฺโต, ตํ ฉนฺนตฺเถรํ อารพฺภ. เจติยรุกฺขนฺติ จิตฺตีกตฏฺเฐน เจติยํ, ปูชารหานํ เทวฏฺฐานานเมตํ อธิวจนํ, ‘‘เจติย’’นฺติ สมฺมตํ รุกฺขํ เจติยรุกฺขํ. วตฺถุโน อเทสนาย อาปชฺชนโต ‘‘อกิริยมตฺตโต สมุฏฺฐานภาโว’’ติ วุตฺตํ. มตฺต-สทฺเทน กิริยโต สมุฏฺฐานตํ ปฏิกฺขิปติ. เกจิ ปน ‘‘วตฺถุอเทสนาย, กุฏิกรเณน จ สมุฏฺฐานโต กิริยากิริยโต สมุฏฺฐาตี’’ติ วทนฺติ. ปมาณนิยมาภาโวว วิเสโส.

วิหารการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา

ทูสียตีติ ทุฏฺโฐ, ทูเสติ ปรํ วินาเสตีติ โทโส. เตนาห ‘‘ทูสิโต เจวา’’ติอาทิ. อิทานิ ‘‘ทูสิโต เจว ทูสโก จา’’ติ อิมินา สงฺเขเปน วุตฺตเมวตฺถํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อุปฺปนฺเน หิ โทเส’’ติอาทิมาห. ปกติภาวํ ชหาปิโตติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๘๕-๓๘๖) โสมฺมภาวํ ชหาปิโตติ อตฺโถ, วิการมาปาทิโตติ วุตฺตํ โหติ. อาการนานาตฺเตนาติ ทูสิตาการสฺส เจว ทูสกาการสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ อาการานํ นานาภาเวน. นปฺปติโตติ ปีติสุขาทีหิ น อภิคโต อนุปคโต, น อุปคโตติ อตฺโถ. โย จ ปีติสุขาทีหิ อนุปคโต, โส เตหิ วชฺชิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘ปีติสุขาทีหิ วิวชฺชิโต’’ติ. โย จ เตหิ วชฺชิโต, น โส เตหิ อภิสโฏ นาม โหตีติ อาห ‘‘น อภิสโฏ’’ติ, ปีติสุขาทีหิ น ปตฺถโฏติ อตฺโถ. นาสฺส มูลนฺติ อมูลกํ. ตํ ปน อมูลกตฺตํ ยสฺมา โจทกวเสน อธิปฺเปตํ, น จุทิตกวเสน, ตสฺมา ตทตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ โจทเกนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยนฺติ ปาราชิกํ. เอตนฺติ จุทิตกสฺส อาปนฺนานาปนฺนตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท.

อิทานิ อตฺตนา วุตฺตเมว ทิฏฺฐาทึ วิวริตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตเถวาติ ‘‘ปสาทโสเตน วา ทิพฺพโสเตน วา’’ติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. ปริสงฺกิตํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๕-๓๘๖) ปน ติวิธํ ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ, สุตปริสงฺกิตํ, มุตปริสงฺกิตนฺติ. ตตฺถ ภิกฺขุญฺจ มาตุคามญฺจ ตถารูเป ฐาเน ทิสฺวา ‘‘อทฺธา อิเมหิ กต’’นฺติ วา ‘‘กริสฺสนฺตี’’ติ วา ปริสงฺกิตํ, อิทํ ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ นาม. อนฺธกาเร วา ปฏิจฺฉนฺโนกาเส วา ภิกฺขุสฺส จ มาตุคามสฺส จ วจนํ สุตฺวา ทุติยสฺส อตฺถิภาวํ อชานโต ปุพฺเพ วุตฺตนเยน ปริสงฺกิตํ, อิทํ สุตปริสงฺกิตํ นาม. ธุตฺเตหิ อิตฺถีหิ สทฺธึ ปจฺจนฺตวิหาเร มณฺฑเป วา สาลาทีสุ วา ปุปฺผคนฺธมํสสุราทีนิ อนุภวิตฺวา คตฏฺฐานํ ทิสฺวา ‘‘เกน นุ โข อิทํ กต’’นฺติ วีมํสนฺเตน ตตฺร เกนจิ ภิกฺขุนา คนฺธาทีหิ ปูชา กตา โหติ, เภสชฺชตฺถาย อริฏฺฐํ วา ปีตํ, โส ตสฺส คนฺธํ ฆายิตฺวา ‘‘อยํ โส ภวิสฺสตี’’ติ ปริสงฺกิตํ, อิทํ มุตปริสงฺกิตํ นาม. เอวํ ติวิธสฺส ปริสงฺกิตสฺส อภาโว อปริสงฺกิตํ. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐสุตมุตวเสน เจตสา อปริสงฺกิต’’นฺติ. ตญฺจ ปเนตํ ทิฏฺฐาทิกํ น เกวลํ อตฺตโน วาติ อาห ‘‘อตฺตโน วา ปรสฺส วา’’ติ. ยสฺมา ‘‘ตฺวํ ปณฺฑโก’’ติอาทิวจเนนาปิ โจทยโต อาปตฺติเยว, ตสฺมา ‘‘ภิกฺขุโน อนุรูเปสุ เอกูนวีสติยา อญฺญตเรนา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา ปทภาชเน ‘‘ปาราชิเกน ธมฺเมนาติ จตุนฺนํ อญฺญตเรนา’’ติ (ปารา. ๓๘๖) วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปทภาชเน ปนา’’ติอาทิ. อุปสคฺคนิปาตานํ วาจกสทฺทสนฺนิฏฺฐาเน ตทตฺถโชตนภาเวน ปวตฺตนโต ‘‘ธํเสยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ธํสนญฺเจตฺถ อภิภวนํ. เตนาห ‘‘อภิภเวยฺยา’’ติ. ‘‘ตฺวํ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวี’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตาติ ‘‘ตฺวํ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิ, อทินฺนํ อาทิยิ, มนุสฺสํ ฆาตยิตฺถ, อภูตํ อาโรจยิตฺถา’’ติ เอวํ ปวตฺตา. เอตฺถ จ ‘‘อสฺสมโณสี’ติ อวนฺทนการณสฺส อวุตฺตตฺตา อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโน น วนฺทิตพฺโพ’’ติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ อวนฺทิเยสุ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนสฺส อวุตฺตตฺตา, ‘‘ปจฺฉา อุปสมฺปนฺเนน ปุเร อุปสมฺปนฺโน วนฺทิโย’’ติ (ปริ. ๔๖๘) วุตฺตตฺตา จ. อิทํ ปน อตฺตนา วตฺตพฺพํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ.

สมีเปติ ทฺวาทสหตฺถปมาเณ ปเทเส. สิกฺขาปจฺจกฺขานเมว หิ หตฺถมุทฺทาย สีสํ น เอติ, อิทํ ปน อนุทฺธํสนํ, อภูตโรจนญฺจ เอติเยว. เตนาห ‘‘หตฺถมุทฺทาย เอว วา’’ติ. พฺรหฺมจริยาติ พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ ปสตฺถํ จริยนฺติ พฺรหฺมจริยํ, พฺรหฺมูนํ วา เสฏฺฐานํ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธอริยสาวกานํ, พฺรหฺมานญฺจ จริยนฺติ พฺรหฺมจริยํ, ตมฺหา พฺรหฺมจริยา. เตนาห ‘‘เสฏฺฐจริยา’’ติ. สาธุ วตสฺส เอกนฺเตน ภทฺทกํ ภเวยฺย. ‘‘ตชฺชนียกมฺมาทิสตฺตวิธมฺปิ กมฺมํ กริสฺสามา’’ติ อาปตฺติยา โจเทนฺตสฺส อธิปฺปาโย กมฺมาธิปฺปาโย. ‘‘อาปตฺติโต วุฏฺฐาเปสฺสามา’’ติ อธิปฺปาโย วุฏฺฐานาธิปฺปาโย. อนุวิชฺชนาธิปฺปาโยติ วีมํสนาธิปฺปาโย, อุปปริกฺขาธิปฺปาโย. อนุวิชฺชเกนาติ สงฺฆมชฺเฌ โอติณฺณํ อธิกรณํ วินิจฺฉินิตุํ นิสินฺเนน วินยธเรน. กึ เต ทิฏฺฐนฺติ ตยา กึ ทิฏฺฐํ, ปฐมํ ปาราชิกํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ, ทุติยํ ตติยํ จตุตฺถํ ปาราชิกํ อาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐติ วุตฺตํ โหติ. อาทิสทฺเทน ‘‘กินฺติ เต ทิฏฺฐํ, กทา เต ทิฏฺฐํ, กตฺถ เต ทิฏฺฐ’’นฺติ อิมํ นยํ สงฺคณฺหาติ.

สมนตฺถาย ปวตฺตมาเนหิ สมเถหิ อธิกาตพฺพนฺติ อธิกรณํ. ยถา หิ สมนวเสน สมถานํ วิวาทาทีสุ อธิกตภาโว, เอวํ วิวาทาทีนํ เตหิ อธิกตฺตพฺพตาติ. เตนาห ‘‘สมเถหิ อธิกรณียภาเวนา’’ติอาทิ. อิมินา หิ อธิกรณสทฺทสฺส กมฺมสาธนตา วุตฺตา. อธิกรณนฺติ วิวาทาธิกรณํ อนุวาทาธิกรณํ อาปตฺตาธิกรณํ กิจฺจาธิกรณนฺติ จตุพฺพิธํ อธิกรณํ. วิวาทาทีนิ อธิกรณานิ สเมนฺติ วูปสเมนฺตีติ สมถา, สมฺมุขาวินยาทโย. อถ วา อธิกรียนฺติ เอตฺถาติ อธิกรณํ. เก อธิกรียนฺติ? สมถา. กถํ อธิกรียนฺติ? สมนวเสน. อธิกรณํ สเมนฺติ วูปสเมนฺตีติปิ สมถาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อาปตฺตาธิกรณํ ฐเปตฺวา เสสาธิกรเณหิ โจทนาย อภาวโต ‘‘อิทํ ปน ปาราชิกสงฺขาตํ อาปตฺตาธิกรณเมว อธิปฺเปต’’นฺติ วุตฺตํ. อาปตฺติเยว อธิกรณํ อาปตฺตาธิกรณํ. อนุทฺธํสิตกฺขเณเยว สงฺฆาทิเสโส, โส เจ ตงฺขเณเยว ชานาตีติ อธิปฺปาโย.

เมตฺติยภูมชเกติ เมตฺติยญฺจ ภูมชกญฺจ. ฉพฺพคฺคิยานํ อคฺคปุริสา เอเต. สุทฺธํ วาติ ปาราชิกมนาปนฺนํ วา. ‘‘สเจ โส ตงฺขเณเยว ชานาตี’’ติ อิมินา อาวชฺชนสมยมาห. ตงฺขเณเยว ชานนํ นาม ทุกฺกรํ, สมเยน อาวชฺชิตฺวา ญาเต ปน ญาตเมว โหติ. ปจฺฉา เจ ชานาติ, สีสํ น เอติ. สิกฺขาปจฺจกฺขานอภูตาโรจนทุฏฺฐุลฺลวาจาอตฺตกามทุฏฺฐโทสภูตาโรจนสิกฺขาปทานีติ สพฺพาเนว หิ อิมานิ เอกปริจฺเฉทานิ. ยสฺมา ปน ปรมฺมุขา สตฺตหิปิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ วทโต ทุกฺกฏเมว, ตสฺมา ‘‘ปรมฺมุขา โจเทนฺตสฺส ปน สีสํ น เอตี’’ติ วุตฺตํ. วุตฺตนยาปตฺติโยติ ‘‘วาจาย วาจายา’’ติอาทินา วุตฺตนยา สงฺฆาทิเสสทุกฺกฏาปตฺติโย. ตเถวาติ วาจาย วาจาเยว. วทนฺตสฺสาติ สตฺตหิปิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ อุปสมฺปนฺนํ สมฺมุขา วทนฺตสฺส. วุตฺตนเยเนวาติ วาจาย วาจาเยว. โอกาสํ กาเรตฺวา อุปสมฺปนฺนํ สมฺมุขา วทนฺตสฺส วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยนฺติ อาห ‘‘โอกาสํ กาเรตฺวา วทนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมวา’’ติ. เอวสทฺเทน ทุกฺกฏํ นิวตฺตียติ. อสมฺมุขา สตฺตหิปิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. สตฺตวิธมฺปิ กมฺมนฺติ ตชฺชนียํ, นิยสํ, ปพฺพาชนียํ, ปฏิสารณียํ, ติวิธญฺจ อุกฺเขปนียนฺติ สตฺตวิธมฺปิ กมฺมํ.

อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส จ โอกาสกมฺมํ นตฺถีติ เอตฺถ อุโปสถโต ปุเร วา ปจฺฉา วา ฐปิโตปิ อฏฺฐปิโต โหติ. เขตฺเต ฐปิโต ปน ฐปิโต โหติ, ตสฺมา ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อชฺชุโปสโถ ปนฺนรโส, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อุโปสถํ กเรยฺยา’’ติ เอตฺถ ยาว เร-การํ ภณติ, ตาว ฐเปตพฺโพ, อิทํ เขตฺตํ. ยฺย-กาเร ปน วุตฺเต ฐเปนฺเตน ปจฺฉา ฐปิโต นาม โหติ. ‘‘สุณาตุ เม’’ติ อนารทฺเธ ฐเปนฺเตน ปุเร ฐปิโต โหติ. ปวารณาฏฺฐปนํ ปน สพฺพสงฺคาหิกํ, ปุคฺคลิกญฺจาติ ทุวิธํ. ตตฺถ สพฺพสงฺคาหิเก ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ…เป… สงฺโฆ เตวาจิกํ ปวาเรยฺยา’’ติ สุ-การโต ยาว เร-กาโร, ตาว อปริโยสิตาว โหติ ปวารณา, เอตฺถนฺตเร เอกปเทปิ ฐเปนฺเตน ฐปิตา โหติ ปวารณา. ยฺย-กาเร ปน ปตฺเต ปริโยสิตาว โหติ, ตสฺมา ตโต ปฏฺฐาย ฐเปนฺเตน อฏฺฐปิตา โหติ. ปุคฺคลิกฏฺฐปเน ปน ‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปวาเรมิ…เป… ตติยมฺปิ ภนฺเต สงฺฆํ ปวาเรมิ ทิฏฺเฐน วา…เป… ปสฺสนฺโต ปฏี’’ติ (มหาว. ๒๑๐) สํ-การโต ยาว อยํ สพฺพปจฺฉิโม ฏิ-กาโร, ตาว อปริโยสิตาว โหติ ปวารณา, เอตฺถนฺตเร เอกปเทปิ ฐเปนฺเตน ฐปิตา โหติ ปวารณา. ‘‘กริสฺสามี’’ติ วุตฺเต ปน ปริโยสิตา โหติ, ตสฺมา ‘‘กริสฺสามี’’ติ เอตสฺมึ ปเท สมฺปตฺเต ฐปิตาปิ อฏฺฐปิตา โหติ. เอเสว นโย เทฺววาจิกเอกวาจิกสมานวสฺสิกาสุ. เอตาสุปิ หิ ฏิ-การาวสานํเยว ฐปนกฺเขตฺตนฺติ. เตนาห ‘‘ฐปนกฺเขตฺตํ ปน ชานิตพฺพ’’นฺติ. โอสเฏ วตฺถุสฺมินฺติ โจทเกน อตฺตนา วตฺตพฺเพ สงฺฆมชฺเฌ อุทาหเฏ. อิทญฺจ อิทญฺจ กโรตีติ ปาณาติปาตํ, อทินฺนาทานญฺจ กโรติ, ชาตรูปรชตญฺจ ปฏิคฺคณฺหาติ. อสุโก จ อสุโก จ อสฺสมโณ, อนุปาสโกติ อกฺโกสาธิปฺปาเยน ปรมฺมุขา วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, สมฺมุขา วทนฺตสฺส ปน ปาจิตฺติยเมว. เตนาห ‘‘สเจ ปน โอทิสฺส นิยเมตฺวา’’ติอาทิ. สงฺขฺยุปคมนนฺติ โวหารูปคมนํ.

ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อญฺญภาคิยสิกฺขาปทวณฺณนา

อญฺญภาคสฺสาติ อญฺญโกฏฺฐาสสฺส, ยํ โจเทตุกาโม, ตสฺส ชาติอาทิโต อญฺญสฺส ติรจฺฉานชาติอาทิโกฏฺฐาสสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. อิทนฺติ นปุํสกนิทฺเทเสน ฉคลกาทึ นิทฺทิสติ, อยํ ฉคลกาทิโกติ อตฺโถ, อธิกรณสทฺทาเปกฺขาย วา นปุํสกนิทฺเทโส, อิทํ ฉคลกาทิสงฺขาตํ อธิกรณนฺติ วุตฺตํ โหติ. อญฺญภาโค วาติ ติรจฺฉานชาติอาทิเภโท อญฺโญ โกฏฺฐาโส วา. อสฺสาติ ฉคลกาทิกสฺส. อญฺญภาคิยํ ฉคลกาทิ. เอตฺถ จ ‘‘อญฺญภาคสมฺพนฺธิ อญฺญภาคิย’’นฺติ ปฐมวิคฺคหสฺส อตฺโถ, ‘‘อญฺญภาควนฺตํ อญฺญภาคิย’’นฺติ ทุติยวิคฺคหสฺส. ฐเปตฺวา ปน ติรจฺฉานชาติอาทิกํ ปรมตฺถโต วิสุํ ฉคลกาทิเก อสติปิ ‘‘ปฏิมาย สรีร’’นฺติอาทีสุ วิย อเภเทปิ เภทกปฺปนาย ปวตฺตโลกโวหารวเสน ‘‘อญฺญภาคสฺส อิทํ, อญฺญภาโค วา อสฺส อตฺถี’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อธิกรียติ เอตฺถาติ อธิกรณํ. เตนาห ‘‘อาธาโร เวทิตพฺโพ’’ติ. อาธรียติ อสฺมินฺติ อาธาโร, ปติฏฺฐานํ. เตนาห ‘‘วตฺถุ อธิฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ โหตี’’ติ.

อิทานิ ‘‘อญฺญภาคสฺส อิท’’นฺติอาทินา สงฺเขเปน วุตฺตเมวตฺถํ เกวลํ นยทสฺสนตฺถํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ อาคตเมว คเหตฺวา วิภชนฺโต ‘‘โย หิ โส’’ติอาทิมาห. เตน นนุ อนาคเต เอวํ โจเทนฺตานํ ปาปภิกฺขูนํ เลโสกาสปิทหนตฺถํ อิทํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, น ปน เมตฺติยภูมชกานํ. เตสญฺหิ อาทิกมฺมิกตฺตา อนาปตฺติ, ตสฺมา สามญฺเญน อตฺโถ วิภชิตพฺโพ. น ปน ‘‘โย หิ โส อฏฺฐุปฺปตฺติยํ ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติอาทินา วิเสเสนาติ เอทิสี โจทนา อนวกาสาติ ทฏฺฐพฺพํ. หีติ การณตฺเถ นิปาโต, ยสฺมาติ วุตฺตํ โหติ. อฏฺฐุปฺปตฺติยนฺติ อตฺถสฺส อุปฺปตฺติ อตฺถุปฺปตฺติ, อตฺถุปฺปตฺติเยว อฏฺฐุปฺปตฺติ, ตสฺสํ อฏฺฐุปฺปตฺติยํ, สิกฺขาปทสฺส นิทาเนติ วุตฺตํ โหติ. ฉคลโกติ เสตฉคลโก. โสติ ฉคลโก. อิมสฺส ปน ‘‘โหตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อญฺญสฺส…เป… ฉคลกภาวสฺส จาติ ‘‘ติรจฺฉานชาติยา เจว ฉคลกภาวสฺส จา’’ติ สงฺขาตสฺส อญฺญสฺส ภาคสฺส โกฏฺฐาสสฺส, ปกฺขสฺสาติ อตฺโถ.

กุโตยมญฺโญ, ยโต ‘‘อญฺญสฺส ภาคสฺสา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ยฺวายํ…เป… ตโต’’ติ. ตตฺถ มนุสฺสชาติ เจว ภิกฺขุภาโว จาติ โย อยํ ภาโค โกฏฺฐาโส ปกฺโขติ สมฺพนฺโธ, ‘‘มนุสฺสชาติ เจว ภิกฺขุภาโว จา’’ติ สงฺขาโต โย อยํ ภาโค โกฏฺฐาโส ปกฺโขติ อตฺโถ. ตโตติ ‘‘มนุสฺสชาติ เจว ภิกฺขุภาโว จา’’ติ ภาคโต. โส วา อญฺญภาโคติ ยถาวุตฺตติรจฺฉานชาติฉคลกภาวสงฺขาโต โส อญฺญภาโค วา. อสฺสาติ ฉคลกสฺส. อตฺถีติ อุปลพฺภติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อญฺญภาคสฺส ฉคลโก โหติ, ยสฺมา จ โส วา อญฺญภาโค อสฺส อตฺถิ, ตสฺมา. อญฺญภาคิยสงฺขฺยํ ลภตีติ เอตฺถ ‘‘โส ยฺวาย’’นฺติ อิธ โส-สทฺทเมว อาเนตฺวา โส อญฺญภาคิยสงฺขํ ลภตีติ โยเชตพฺพํ, ‘‘โส’’ติ วา ปาฐเสโส ทฏฺฐพฺโพ. จ-สทฺโท สมุจฺจยตฺโถ. โส ปน อธิกรณสทฺทโต ปรํ ทฏฺฐพฺโพ, ‘‘อธิกรณ’’นฺติ จ เวทิตพฺโพติ. เตสนฺติ เมตฺติยภูมชกานํ. อิมํ มยํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ นาม กโรมาติ ฉคลกํ อชิกาย วิปฺปฏิปชฺชนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยํ, อาวุโส, อิมํ ฉคลกํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ นาม กโรมา’’ติ วทนฺตานํ. นามกรณสญฺญายาติ นามกรณสงฺขาตาย สญฺญาย. เอตฺถาปิ ‘‘โย โส’’ติอาทิกํ อาเนตฺวา ตสฺสา นามกรณสญฺญาย โย โส อฏฺฐุปฺปตฺติยํ ‘‘ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต นามา’’ติ ฉคลโก วุตฺโต, โส ยสฺมา อาธาโร วตฺถุ อธิฏฺฐานนฺติ โยเชตพฺพํ.

อิทานิ กถเมตํ วิญฺญายติ ‘‘อธิกรณ’’นฺติ เจตฺถ อาธาโร เวทิตพฺโพ, น วิวาทาธิกรณาทีสุ อญฺญตรนฺติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘ตญฺหิ สนฺธายา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตนฺติ ตสฺสา นามกรณสญฺญาย อธิฏฺฐานภูตํ ฉคลกํ ปจฺจามสติ. วิวาทาธิกรณาทีสุ อญฺญตรํ สนฺธาย น วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ การณํ ปุจฺฉติ ‘‘กสฺมา’’ติ. การณมาห ‘‘อสมฺภวโต’’ติ. อิทานิ ตเมว อสมฺภวํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘น หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. น หิ อุปาทิยึสูติ สมฺพนฺโธ. อุปาทิยึสูติ คณฺหึสุ. กึ จตุนฺนํ อธิกรณานมฺปิ เลโส อตฺถิ, เยเนวํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘น จ จตุนฺนํ อธิกรณาน’’นฺติอาทิ. อิทานิ ตเมว สมตฺเถตุํ ‘‘ชาติเลสาทโย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ชาติเยว เลโส ชาติเลโส. อาทิสทฺเทน นามเลสาทีนํ คหณํ. โหติ เจตฺถ –

‘‘เลสา ชาตินามโคตฺต-ลิงฺคาปตฺติวสาปิ จ;

ปตฺตจีวรุปชฺฌายา-จริยาวาสวสา ทสา’’ติ.

อาปตฺติเลโส นาม ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหติ. ตญฺเจ ปาราชิเกน โจเทติ ‘‘อสฺสมโณสิ, อสกฺยปุตฺติโยสี’’ติ, อาปตฺติ วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสสสฺสาติ (ปารา. ๓๙๖) เอวํ อาปตฺติเลสมฺปิ ปุคฺคลสฺมึเยว อาโรเปตฺวา วุตฺตตฺตา ‘‘ปุคฺคลานํเยว เลสา วุตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ตญฺจ ‘‘ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติ นามนฺติ เมตฺติยภูมชเกหิ ฉคลกสฺส กตํ ตํ ‘‘ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติ นามญฺจ. เอวํ อสมฺภวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อิมินาว ปสงฺเคน เทสเลสสทฺทานํ อตฺถํ สํวณฺเณตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. เอตฺถาติ เอเตสุ ทฺวีสุ เทสเลเสสุ. เทโส นาม ชาติอาทิเภโท โวหาโร. เตนาห ‘‘ชาติอาทีสู’’ติอาทิ. อญฺญมฺปิ วตฺถุนฺติ ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปติฏฺฐิตํ, ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญมฺปิ วตฺถุํ. กถํ สิลิสฺสตีติ อาห ‘‘โวหารมตฺเตเนวา’’ติอาทิ, โวหารมตฺเตเนว, น ตุ อตฺถโตติ อธิปฺปาโย. ‘‘อีสกํ อลฺลียตี’’ติ อิมินา ‘‘เลโส’’ติ ลิส อลฺลีภาเวติ อิมสฺส รูปนฺติ ทสฺเสติ. กิญฺจาปิ เทสเลสานํ วุตฺตนเยน พฺยญฺชนโต นานากรณํ อตฺถิ, อตฺถโต ปน นตฺถีติ อาห ‘‘ชาติอาทีนํเยว อญฺญตรโกฏฺฐาสสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ.

ยทิ ปน นามกรณสญฺญาย อาธารภูตํ ฉคลกํ สนฺธาย ‘‘อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺสา’’ติ วุตฺตํ, อถ กสฺมา ปทภาชเน ตํ อวิภชิตฺวา ‘‘อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺสาติ อาปตฺตญฺญภาคิยํ วา โหติ อธิกรณญฺญภาคิยํ วา’’ติอาทิ (ปารา. ๓๙๓) วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปทภาชเน ปนา’’ติอาทิ. ตนฺติ อาธารสงฺขาตํ อธิกรณํ. อาวิภูตํ ปากฏํ. อตฺถุทฺธารวเสนาติ เตน วตฺตพฺพอตฺถานํ อุทฺธรณวเสน. นนุ จ ‘‘อตฺถมตฺตํ ปติ สทฺทา อภินิวิสนฺตี’’ติ น เอเกน สทฺเทน อเนกตฺถา อภิธียนฺตีติ? สจฺจเมตํ สทฺทวิเสเส อเปกฺขิเต, เตสํ เตสํ ปน อตฺถานํ อธิกรณสทฺทวจนียตาสามญฺญํ อุปาทาย วุจฺจมาโน อยํ วิจาโร อธิกรณสทฺทสฺส อตฺถุทฺธาโรติ วุตฺโต. เตเนวาห ‘‘อธิกรณนฺติ วจนสามญฺญโต อตฺถุทฺธารวเสน ปวตฺตานิ จตฺตาริ อธิกรณานี’’ติ. อญฺญภาคิยตาติ อญฺญปกฺขิยตา. ตพฺภาคิยตาติ ตปฺปกฺขิยตา. อปากฏา ปทภาชนโต อญฺญตฺร ทสฺสิตฏฺฐานาภาวโต. อวสาเน อาปตฺตญฺญภาคิเยน โจทนญฺจาติ ‘‘ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหติ, สงฺฆาทิเสเส สงฺฆาทิเสสทิฏฺฐิ โหติ, ตญฺเจ ปาราชิเกน โจเทตี’’ติอาทิโจทนํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อธิกรณญฺญภาคิย’’นฺติ. เอกเมกญฺหิ อธิกรณํ อิตเรสํ ติณฺณํ ติณฺณํ อญฺญภาคิยํ อญฺญปกฺขิยํ อญฺญโกฏฺฐาสิยํ โหติ วตฺถุวิสภาคตฺตา. อาทิสทฺเทน ‘‘กถํ อธิกรณํ อธิกรณสฺส อญฺญภาคิย’’นฺติอาทิโก ปทวิภาโค สงฺคหิโต.

กิญฺจิ เทสํ เลสมตฺตํ อุปาทายาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตสฺสาปิ อสมฺภวทสฺสนปฺปสงฺเคน เหฏฺฐา วุตฺตตฺตา ‘‘เสสา วินิจฺฉยกถา อฏฺฐเม วุตฺตสทิสาเยวา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ เสสา วินิจฺฉยกถาติ ‘‘ปาราชิเกนาติ ภิกฺขุโน อนุรูเปสุ เอกูนวิสติยา อญฺญตเรนา’’ติอาทิกา (กงฺขา. อฏฺฐ. ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา) วินิจฺฉยกถา. วุตฺตสทิสาเยวาติ เอตฺถ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท ยา วตฺตพฺพา, เตน สิกฺขาปเทน สาธารณภูตา สา วุตฺตสทิสาเยวาติ อธิปฺเปตา, น อสาธารณภูตา อปุพฺพวณฺณนาย อธิปฺเปตตฺตา. เตเนวาห ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิ. ปุริมสฺมึ สิกฺขาปเทปิ ตถาสญฺญิโน อนาปตฺติกตฺตา ‘‘อิธ จา’’ติ วุตฺตํ. ตถาสญฺญิโนปีติ ‘‘ปาราชิกํเยว อยํ อาปนฺโน’’ติ เอวํสญฺญิโนปิ. อิติสทฺโท อาทิอตฺโถ วา ปการตฺโถ วา. เตน เกนจิ ภิกฺขุนา อญฺโญ โกจิ ขตฺติยชาติโก ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหติ, อถ โส อญฺญํ อตฺตโน เวรึ ขตฺติยชาติกํ ภิกฺขุํ ปสฺสิตฺวา ตํ ขตฺติยชาติเลสํ คเหตฺวา เอวํ โจเทติ ‘‘ขตฺติโย มยา ทิฏฺโฐ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต, ตฺวํ ขตฺติโย ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสิ, อถ วา ตฺวํ โข ขตฺติโย, น อญฺโญ, ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปนฺโนสิ, อสฺสมโณสิ, อสกฺยปุตฺติโยสิ, นตฺถิ ตยา สทฺธึ อุโปสโถ วา ปวารณา วา สงฺฆกมฺมํ วา’’ติ, อาปตฺติ วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสสสฺส. เอตฺถ จ เตสํ ขตฺติยานํ อญฺญมญฺญํ อสทิสสฺส ตสฺส ตสฺส ทีฆาทิโน วา ทิฏฺฐาทิโน วา วเสน อญฺญภาคิยตา, ขตฺติยชาติปญฺญตฺติยา อาธารวเสน อธิกรณตา จ เวทิตพฺพา. เอส นโย นามเลสาทีสุปิ.

อาปตฺติเลเส ปน เกนจิ ภิกฺขุนา โกจิ ภิกฺขุ ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหติ, โส เจตํ ภิกฺขุํ ปาราชิเกน โจเทติ, อาปตฺติ วาจาย วาจาย สงฺฆาทิเสสสฺส. ยทิ เอวํ กถํ อญฺญภาคิยํ อธิกรณํ โหตีติ? ยญฺหิ โส ลหุกํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตํ ปาราชิกสฺส อญฺญภาคิยํ อธิกรณํ, ตสฺส ปน อญฺญภาคิยสฺส อธิกรณสฺส เลโส นาม. โย โส สพฺพขตฺติยานํ สาธารโณ ขตฺติยภาโว วิย สพฺพาปตฺตีนํ สาธารโณ อาปตฺติภาโว. เอเตเนว อุปาเยน ‘‘เกนจิ ภิกฺขุนา โกจิ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ โหตี’’ติอาทิกํ วิเสสํ สงฺคณฺหาติ.

อญฺญภาคิยสิกฺขํ โย, เนว สิกฺขติ ยุตฺติโต;

คจฺเฉ วินยวิญฺญูหิ, อญฺญภาคิยตํว โส. (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๔๐๘);

อญฺญภาคิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. สงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา

สหิตสฺสาติ กายจิตฺเตหิ เอกีภูตสฺส. เตนาห ‘‘จิตฺเตน จ สรีเรน จ อวิยุตฺตสฺสาติ อตฺโถ’’ติ. อสฺสาติ ‘‘สมคฺคสฺสา’’ติ ปทสฺส. สมานสํวาสโกติ สมาโน เอกูโปสถาทิเภโท สํวาโส อสฺสาติ สมานสํวาสโก, ลทฺธินานาสํวาสเกน วา กมฺมนานาสํวาสเกน วา วิรหิโต. กายสามคฺคิทานโตติ กาเยน, กายสฺส วา สามคฺคิยา สหิตภาวสฺส ทานโต, เตสุ เตสุ สงฺฆกมฺเมสุ หตฺถปาสูปคมนโตติ วุตฺตํ โหติ. กถํ นามายํ ภิชฺเชยฺยาติ อยํ สงฺโฆ เกน นุ โข อุปาเยน วคฺโค ภเวยฺย. วายาเมยฺยาติ อุสฺสาหํ กเรยฺย, ปกฺขํ ปริเยเสยฺย, คณํ พนฺเธยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. อตฺตโน ผลํ กโรตีติ กรณํ, ยํ กิญฺจิ การณํ, อธิกํ กรณนฺติ อธิกรณํ, วิเสสการณํ, วิเสสการณญฺจ สงฺฆเภทสฺสาติ วุตฺตํ ‘‘เภทนสฺสา’’ติอาทิ. เภทกรวตฺถุวเสน อฏฺฐารสวิธนฺติ –

‘‘อิธุปาลิ ภิกฺขู อธมฺมํ ‘ธมฺโม’ติ ทีเปนฺติ, ธมฺมํ ‘อธมฺโม’ติ ทีเปนฺติ. อวินยํ ‘วินโย’ติ ทีเปนฺติ, วินยํ ‘อวินโย’ติ ทีเปนฺติ. อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน ‘ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ, ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน ‘อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ. อนาจิณฺณํ ตถาคเตน ‘อาจิณฺณํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ, อาจิณฺณํ ตถาคเตน ‘อนาจิณฺณํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ. อปญฺญตฺตํ ตถาคเตน ‘ปญฺญตฺตํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ, ปญฺญตฺตํ ตถาคเตน ‘อปญฺญตฺตํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ. อนาปตฺตึ ‘อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ, อาปตฺตึ ‘อนาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ. ลหุกํ อาปตฺตึ ‘ครุกา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ, ครุกํ อาปตฺตึ ‘ลหุกา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ. สาวเสสํ อาปตฺตึ ‘อนวเสสา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ, อนวเสสํ อาปตฺตึ ‘สาวเสสา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ. ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ‘อทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ, อทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ‘ทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺตี’’ติ (จูฬว. ๓๕๒) –

เอวํ กมฺมกฺขนฺธเก วุตฺตานํ อฏฺฐารสนฺนํ เภทกรณานํ วเสน อฏฺฐารสวิธํ. การณญฺหิ ตทายตฺตวุตฺติตาย ผลํ เอตฺถ วสตีติ ‘‘วตฺถู’’ติ วุจฺจติ. โหนฺติ เจตฺถ –

‘‘ธมฺมวินยภาสิตา-จิณฺณปญฺญตฺติกา ทุกา;

อาปตฺติลหุทุฏฺฐุลฺล-สาวเสสทุกานิ จ.

‘‘เอตานฏฺฐารส ‘เภท-กรวตฺถู’ติ วุจฺจเร;

วิปลฺลาสคหิตานิ, วาทมูลูปนิสฺสยา’’ติ.

ปคฺคยฺหาติ ปคฺคหิตํ อพฺภุสฺสิตํ ปากฏํ กตฺวา. ติฏฺเฐยฺยาติ ยถาสมาทินฺนํ, ยถาปคฺคหิตเมว จ กตฺวา อจฺเฉยฺย. ยสฺมา ปน เอวํ ปคฺคณฺหตา, ติฏฺฐตา จ ตํ ทีปิตญฺเจว อวินิสฺสฏฺฐญฺจ โหติ, ตสฺมา ‘‘ทีเปยฺย เจว นปฺปฏินิสฺสชฺเชยฺย จา’’ติ วุตฺตํ. กีว ทูเร สุตฺวา คนฺตฺวา อวทนฺตานํ ทุกฺกฏนฺติ อาห ‘‘สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทนา’’ติอาทิ. ปิ-สทฺโท เจตฺถ อฏฺฐานปฺปยุตฺโต, ตสฺส ‘‘อฑฺฒโยชนมตฺต’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ‘‘อฑฺฒโยชนมตฺต’’นฺติ อิมินา เอกวิหาเร วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทีเปติ. ‘‘คนฺตฺวา’’ติ อิมินา ทูตํ วา ปณฺณํ วา เปเสตฺวา วทโตปิ อาปตฺติโมกฺโข นตฺถิ, สยเมว ปน คนฺตฺวา ‘‘ครุโก โข, อาวุโส, สงฺฆเภโท, มา สงฺฆเภทาย ปรกฺกมี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๑๑) นิวาเรตพฺโพติ ทีเปติ.

สมาคจฺฉตูติ เอกีภวตุ. เอกีภาโว จ สมานลทฺธิวเสน โหตีติ อาห ‘‘เอกลทฺธิโก โหตู’’ติ. เอกา ลทฺธิ คหณํ อสฺสาติ เอกลทฺธิโก, เอกทิฏฺฐิโกติ อตฺโถ. อญฺญมญฺญสมฺปตฺติยาติ อญฺญมญฺญสฺส สมานทิฏฺฐิจิตฺตตาสงฺขาตาย สมฺปตฺติยา. ‘‘อญฺญมญฺญสฺส คุณลาภาทิกาย สมฺปตฺติยา’’ติ เกจิ. อสมคฺโค หิ วิสุํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ, พหิสีมายํ วา อนุปริเวณิยํ วาติ น เอกุทฺเทโส. เตนาห ‘‘เอกโต ปวตฺตปาติโมกฺขุทฺเทโสติ อตฺโถ’’ติ. อปฺปฏินิสฺสชฺชโต ทุกฺกฏนฺติ วิสุํ วิสุํ วทนฺตานํ คณนาย ทุกฺกฏํ. สมนุภาสนกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ยาวตติยํ สมนุภาสนกมฺมํ กาตพฺพํ, ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกมตี’’ติอาทินา (ปารา. ๔๑๓) ปทภาชเน วุตฺตาหิ ญตฺติจตุตฺถาหิ ตีหิ สมนุภาสนกมฺมวาจาหิ กมฺมํ กาตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘เภทาย ปรกฺกเมยฺยา’’ติ วิสุํ วุตฺตตฺตา เภทนสํวตฺตนิกสฺส อธิกรณสฺส สมาทาย ปคฺคณฺหนโต ปุพฺเพปิ ปกฺขปริเยสนาทิวเสน สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนฺตสฺส สมนุภาสนกมฺมํ กาตพฺพนฺติ เวทิตพฺพํ. ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส อนาปตฺติภาวโต ‘‘โสตฺถิภาโว ตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ วุตฺตํ.

กิญฺจาปิ ภิกฺขุนี สงฺฆํ น ภินฺทติ, อปิจ โข เภทาย ปรกฺกมตีติ ‘‘สาธารณปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตํ. สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปชฺชนฺตสฺส ญตฺติยา ทุกฺกฏํ, ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา จ ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตีติ อาห ‘‘สมนุภาสนกมฺเม’’ติอาทิ. ตญฺจ ทุกฺกฏํ เต จ ถุลฺลจฺจยา ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตีติ ยญฺจ ญตฺติปริโยสาเน ทุกฺกฏํ อาปนฺโน, เย จ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจเย, ตา ติสฺโสปิ อาปตฺติโย ลิงฺคปริวตฺเตน อสาธารณาปตฺติโย วิย ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ. สเจ ปนสฺส ญตฺติปริโยสาเน ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมติ, สํวโร อุปฺปชฺชติ, ตํ ปฏินิสฺสชฺชติ, ญตฺติยา ทุกฺกฏํ เทเสตฺวา มุจฺจติ. อถ ตํ น ปฏินิสฺสชฺชติ, เภทาย ปรกฺกมติ เจว เภทนสํวตฺตนิกํ อธิกรณํ สมาทาย ปคฺคยฺห ติฏฺฐติ จ, ญตฺติทุกฺกฏํ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, ปฐมกมฺมวาจาย ถุลฺลจฺจเย ปติฏฺฐาติ. เอส นโย อิตรกมฺมวาจายมฺปิ. อสมนุภาสิยมานสฺส อปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺสาปิ สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ. ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺสาปิ ญตฺติโต ปุพฺเพ วา ญตฺติกฺขเณ วา ญตฺติปริโยสาเน วา ปฐมาย วา อนุสฺสาวนาย ทุติยาย วา ตติยาย วา ยาว ยฺย-การํ น สมฺปาปุณาติ, ตาว ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ. เตนาห ‘‘อสมนุภาสิยมานสฺส จา’’ติอาทิ.

เอตฺถ ปน (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๑๖) ‘‘เทวทตฺโต สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกมิ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ (ปริ. ๑๗) ปริวาเร อาคตตฺตา เทวทตฺโต อาทิกมฺมิโก, โส จ โข สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนสฺเสว, น อปฺปฏินิสฺสชฺชนสฺส. น หิ ตสฺส ตํ กมฺมํ กตํ. กถมิทํ ชานิตพฺพนฺติ เจ? สุตฺตโต. ตถา หิ ‘‘อริฏฺโฐ ภิกฺขุ คทฺธพาธิปุพฺโพ ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา ยาวตติยํ สมนุภาสนาย น ปฏินิสฺสชฺชิ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ ปริวาเร อาคตตฺตา อริฏฺฐสฺส กมฺมํ กตนฺติ ปญฺญายติ, น ตถา เทวทตฺตสฺส. อถาปิสฺส กเตน ภวิตพฺพนฺติ โกจิ อตฺตโน รุจิมตฺเตน วเทยฺย, ตถาปิ อปฺปฏินิสฺสชฺชเน อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติ นาม นตฺถิ. น หิ ปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมนฺตสฺส อญฺญตฺร โอทิสฺส อนุญฺญาตโต อนาปตฺติ นาม ทิสฺสติ. ยมฺปิ อริฏฺฐสิกฺขาปทสฺส ปทภาชเน อนาปตฺติยํ ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ โปตฺถเกสุ ลิขิตํ, ตํ ปมาทลิขิตํ, ปมาทลิขิตภาโว จ ตสฺส ‘‘ปฐมํ อริฏฺโฐ ภิกฺขุ โจเทตพฺโพ, โจเทตฺวา สาเรตพฺโพ, สาเรตฺวา อาปตฺตึ อาโรเปตพฺโพ’’ติ (จูฬว. ๖๕) เอวํ กมฺมกฺขนฺธเก อาปตฺติโรปนโต เวทิตพฺโพ.

อิธ เภทาย ปรกฺกมเน อาทิกมฺมิกสฺส เทวทตฺตสฺส ยสฺมา ตํ กมฺมํ น กตํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๑๖), ตสฺมาสฺส อาปตฺติเยว น ชาตา. สิกฺขาปทํ ปน ตํ อารพฺภ ปญฺญตฺตนฺติ กตฺวา ‘‘อาทิกมฺมิโก’’ติ วุตฺโต. อิติ อาปตฺติยา อภาวโตเยวสฺส อนาปตฺติ วุตฺตา. สา ปเนสา กิญฺจาปิ ‘‘อสมนุภาสิยมานสฺสา’’ติ อิมินาว สิทฺธา. ยสฺมา ปน อสมนุภาสิยมาโน นาม ยสฺส เกวลํ สมนุภาสนํ น กโรนฺติ, โส วุจฺจติ, น อาทิกมฺมิโก. อยญฺจ เทวทตฺโต อาทิกมฺมิโกเยว. ตสฺมา ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๔๑๖) วุตฺตํ. เอเตเนว อุปาเยน ฐเปตฺวา อริฏฺฐสิกฺขาปทํ สพฺพสมนุภาสนาสุ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐานโต สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ. ‘‘ปฏินิสฺสชฺชามี’’ติ กายวิการํ วา วจีเภทํ วา อกโรนฺตสฺเสว ปน อาปชฺชนโต อกิริยํ. ‘‘นปฺปฏินิสฺสชฺชามี’’ติ สญฺญาย อภาเวน มุจฺจนโต สญฺญาวิโมกฺขํ. ‘‘นปฺปฏินิสฺสชฺชามี’’ติ ชานนจิตฺเตเนว สจิตฺตกํ.

สงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๑. เภทานุวตฺตกสิกฺขาปทวณฺณนา

ตสฺเสวาติ เภทาย ปรกฺกมนฺตสฺเสว. โขติ นิปาตมตฺตํ. ปนาติ วิเสเส นิปาโต. ยํ วจนํ สมคฺเคปิ วคฺเค อวยวภูเต กโรติ ภินฺทติ, ตํ กลหการกวจนํ อิธ ‘‘วคฺค’’นฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘วคฺคํ อสามคฺคิปกฺขิยวจนํ วทนฺตี’’ติ. อสามคฺคิปกฺเข ภวา อสามคฺคิปกฺขิยา, กลหการกา, เตสํ วจนํ อสามคฺคิปกฺขิยวจนํ, อสามคฺคิปกฺเข วา ภวํ วจนํ อสามคฺคิปกฺขิยวจนํ. ‘‘น หิ สงฺโฆ สงฺฆสฺส กมฺมํ กโรตี’’ติ อิทํ นิคฺคหวเสน กตฺตพฺพํ กมฺมํ สนฺธาย วุตฺตํ, อุพฺพาหิกาทิกมฺมํ ปน พหูนมฺปิ กาตุํ วฏฺฏติเยว. ธมฺมวาทีติ ภูตวาที. วินยวาทีติ วูปสมวาที. ชานาติ โนติ เอตฺถาปิ ‘‘ฉนฺทญฺจ รุจิญฺจา’’ติ อิทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เตนาห ‘‘อมฺหากํ ฉนฺทาทีนิ ชานาตี’’ติ. ภาสตีติ เอตฺถ ‘‘โน’’ติ อิทํ วิภตฺติวิปริณาเมน ยุชฺชติ. เตนาห ‘‘เอวํ กโรมาติ อเมฺหหิ สทฺธึ ภาสตี’’ติ. ‘‘เอต’’นฺติ อิมินา ตสฺส กมฺมํ ปจฺจามฏฺฐนฺติ อาห ‘‘ยํ โส กโรตี’’ติอาทิ. โสติ สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนฺโต. สเมตายสฺมนฺตานนฺติ เอตฺถ ‘‘จิตฺต’’นฺติ อชฺฌาหริตพฺพนฺติ อาห ‘‘อายสฺมนฺตานํ จิตฺต’’นฺติ. วุตฺตสทิสาเยวาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา อญฺญภาคิยสิกฺขาปทฏฺฐกถาย วณฺณนายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. อญฺญภาคิยสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตเมว.

เภทานุวตฺตกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๒. ทุพฺพจสิกฺขาปทวณฺณนา

ทุกฺเขน วตฺตพฺโพ อนุสาสิตุํ อสกฺกุเณยฺโย สภาโว อสฺสาติ ทุพฺพจชาติโก, วิโลมภาวี. เตนาห ‘‘ทุพฺพจสภาโว’’ติอาทิ. วตฺตุํ อสกฺกุเณยฺโยติ กิสฺมิญฺจิ วุจฺจมาเน อสหนโต โอวทิตุํ อสกฺกุเณยฺโย. อุทฺทิสียตีติ อุทฺเทโส, ปาติโมกฺโข, ตสฺมึ ปริยาปนฺนา อนฺโตคธา อุทฺเทสปริยาปนฺนา, เตสุ อุทฺเทสปริยาปนฺเนสุ. เตนาห ‘‘อุทฺเทเส’’ติอาทิ. อถ สพฺพาเนว สิกฺขาปทานิ กถํ ปาติโมกฺขุทฺเทสปริยาปนฺนานีติ อาห ‘‘ยสฺส สิยา อาปตฺติ, โส ‘อาวิกเรยฺยา’ติ เอวํ สงฺคหิตตฺตา’’ติ. ‘‘ยสฺส สิยา อาปตฺตี’’ติ อิมินา สพฺพาปิ อาปตฺติโย นิทานุทฺเทเส สงฺคหิตา เอว โหนฺติ. สิกฺขาปเทสูติ อธิสีลสิกฺขาย อธิคมูปายภูเตสุ วินยปญฺญตฺตีสูติ อตฺโถ. โส ปน ปากโฏเยวาติ อฏฺฐกถายํ น วุตฺโต. ปญฺจหิ สหธมฺมิเกหีติ ภิกฺขุภิกฺขุนิสามเณรสามเณริสิกฺขมานาหิ. สิกฺขิตพฺพตฺตาติ ลพฺภมานวเสน สิกฺขิตพฺพตฺตา. ตถา หิ เตหิ ยถาสกํ สิกฺขา สิกฺขียติ, น สพฺพา. พุทฺธปญฺญตฺเตนาติ พุทฺเธน ฐปิเตน, วิหิเตนาติ อตฺโถ. อถ วา สหธมฺมิเกน สการเณน วุจฺจมาโนติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. วจนายาติ นิสฺสกฺเก สมฺปทานวจนนฺติ อาห ‘‘ตโต มม วจนโต’’ติ.

ทุพฺพจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๓. กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา

นครสฺสาปิ คามวิเสสตฺตา อิธ คามคฺคหเณเนว นครมฺปิ คหิตนฺติ อาห ‘‘นครมฺปิ คาเม อนฺโตคธเมวา’’ติ, วา-สทฺเทน วา อนุตฺตวิกปฺปตฺเถน คหณนฺติ เอวํ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อปาการปริกฺเขโป สาปโณ นิคโม, สปาการาปณํ นครํ, ตํตํวิปรีโต คาโมติ อิเมสํ ติณฺณํ วิเสโส ทฏฺฐพฺโพ. กุลานิ ทูเสตีติ ขตฺติยพฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทวเสน จตฺตาริ กุลานิ วิการํ อาปาเทติ. ทูเสนฺโต จ น อสุจิกทฺทมาทีหิ ทูเสติ, อถ โข อตฺตโน ทุปฺปฏิปตฺติยา เตสํ ปสาทํ วินาเสติ. เตนาห ‘‘ปุปฺผทานาทีหี’’ติอาทิ. ตตฺถ หริตฺวา วา หราเปตฺวา วา ปกฺโกสิตฺวา วา ปกฺโกสาเปตฺวา วา สยํ วา อุปคตานํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๓๖-๔๓๗) ยสฺส กสฺสจิ อตฺตโน สนฺตกสฺส ปุปฺผสฺส กุลสงฺคหตฺถาย ทานํ ปุปฺผทานํ, ตํ อาทิ เยสํ เต ปุปฺผทานาทโย, เตหิ ปุปฺผทานาทีหิ. อาทิสทฺเทน (ปารา. ๔๓๗) ผลทานจุณฺณมตฺติกาทนฺตกฏฺฐเวฬุเวชฺชิกาชงฺฆเปสนิกานํ คหณํ. สทฺธํ วินาเสนฺโตติ ตถา อกโรนฺเตสุ อญฺเญสุ เปสเลสุ ภิกฺขูสุ อปฺปสาทํ อทสฺสนํ คเมนฺโต. ปุปฺผทานาทีหิ จ เตหิ กตสงฺคเหหิ อญฺเญ เปสเล ตถา อกโรนฺเต เต มนุสฺสา อิสฺสนฺติ น อลฺลียนฺตีติ โส เตสํ ปสาทํ วินาเสติ นามาติ ทฏฺฐพฺพํ. ปาปกา สมาจาราติ พุทฺธปฺปฏิกุฏฺฐตฺตา ลามกา สมาจารา. เต ปน ยสฺมา กุลสงฺคหตฺถํ มาลาวจฺฉโรปนาทโย อิธ อธิปฺเปตา, ตสฺมา ‘‘มาลาวจฺฉโรปนาทโย’’ติ วุตฺตํ. อารามาทีนมตฺถาย ปน กปฺปิยโวหาราทีหิ โรปาปนาทิกํ วฏฺฏติ. ตตฺถ มาลาวจฺฉนฺติ ตรุณปุปฺผรุกฺขํ. ตรุณกา หิ ปุปฺผรุกฺขาปิ ปุปฺผคจฺฉาปิ ‘‘มาลาวจฺฉา’’เตฺวว วุจฺจนฺติ, ตสฺส โรปนํ มาลาวจฺฉโรปนํ, ตํ อาทิ เยสํ เต มาลาวจฺฉโรปนาทโย. อาทิสทฺเทน เจตฺถ โรปาปนสิญฺจนสิญฺจาปนโอจินนโอจินาปนคนฺถนคนฺถาปนานํ คหณํ.

มาติกายํ ทิสฺสนฺตีติ เย ปจฺจกฺขโต ปสฺสนฺติ, เตหิ ทิสฺสนฺติ. สุยฺยนฺตีติ เย ปรโต สุณนฺติ, เตหิ โสตทฺวาเรน สุตฺวา อุปธารียนฺติ. ทุฏฺฐานีติ ทูสิตานิ. อลํ เต อิธ วาเสนาติ ตว อิธ วาเสน อลํ, มา อิธ ตว วาโส โหตูติ อตฺโถ. วารณตฺโถ หิ อิธ อลํ-สทฺโท. ปพฺพาชนียกมฺมกโตติ โจเทตฺวา สาเรตฺวา อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อิเม อสฺสชิปุนพฺพสุกา’’ติอาทินา (ปารา. ๔๓๔) ปทภาชเน วุตฺตาย ญตฺติจตุตฺถกมฺมวาจาย กตปพฺพาชนียกมฺโม. ยสฺมิญฺจ วิหาเร วสตีติ คามโต พหิวิหารมาห. เนว ตสฺมึ คาเม…เป… จริตุํ ลภตีติ สเจปิ คาโม วา นิคโม วา ทฺวาทสโยชนปรโม โหติ, ติโยชนปรโม จ วิหาโร โหติ, เนว ตสฺมึ คาเม วา นิคเม วา ปิณฺฑาย จริตุํ ลภติ, น วิหาเร วสิตุํ. ตสฺมึ วิหาเร วสนฺเตน สามนฺตคาเมปิ ปิณฺฑาย น จริตพฺพํ, สามนฺตวิหาเรปิ วสนฺเตน ตสฺมึ คาเม ปิณฺฑาย น จริตพฺพํ. สามนฺตวิหาเร วสนฺเตน ปน สามนฺตคาเม จริตุํ วฏฺฏติ. อาปชฺชิตพฺพา อาปตฺติโยติ กุลสงฺคหตฺถํ อตฺตโน สนฺตกทาเน ทุกฺกฏํ, อิสฺสรวตาย สงฺฆสนฺตกทาเน ถุลฺลจฺจยํ, ปสยฺห ทาเน ปาราชิกนฺติ อิมา อาปตฺติโย. มาติกายํ ‘‘ปกฺกมตา ยสฺมา’’ติ ปพฺพาชนียกมฺมกตสฺส วตฺตวเสน วุตฺตํ. อาทิมฺหิ ปน ปพฺพาชนียกมฺมวเสน ทฏฺฐพฺพํ. อสฺสชิปุนพฺพสุเกติ อสฺสชิญฺเจว ปุนพฺพสุกญฺจ.

กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สงฺฆาทิเสสนิคมนวณฺณนา

ปฐมาปตฺติกาติ อวยเวน วิคฺคโห สมุทาโย สมาสตฺโถติ อาห ‘‘ปฐมํ อาปตฺติ เอเตสนฺติ ปฐมาปตฺติกา’’ติ. วีติกฺกมนกฺขเณเยวาติ วตฺถุวีติกฺกมนกฺขเณเยว. เอว-กาเรน สมนุภาสนกมฺมกฺขณํ ปฏิกฺขิปติ. อหสฺส ยตฺตโก ปริจฺเฉโท ยาวตีหํ. เตนาห ‘‘ยตฺตกานิ อหานี’’ติ. อหานีติ จ ทิวสานีติ อตฺโถ.

วตฺถุวเสน วาติ อสุจิโมจนาทิวีติกฺกมมตฺตวเสน วา. อิทนฺติ อิทํ วีติกฺกมํ. นามมตฺตวเสน วา อยํ อิตฺถนฺนามา อาปตฺตีติ ‘‘อยํ สงฺฆาทิเสโส นาม อาปตฺตี’’ติ เอวํ วินา วตฺถุํ นามวเสน วา. มตฺตสทฺเทน เจตฺถ วตฺถุํ ปฏิกฺขิปติ. โปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิ ‘‘นามโคตฺตวเสน วา’’ติ ลิขนฺติ, ตํ น สุนฺทรํ ‘‘อยํ อิตฺถนฺนามา อาปตฺตี’’ติ วุตฺตตฺตา. อิทานิ นํ กสฺสจิ น อาโรเจสฺสามีติ สมฺพนฺโธ. ธุรํ นิกฺขิปิตฺวาติ อาโรจเน อุสฺสาหํ ฐเปตฺวา. น เกวลํ วตฺถุนามวเสเนว อาปตฺติสญฺญี หุตฺวา ฉาเทนฺตสฺเสว, อถ โข โยปิ เอวํ อชานนฺโต เกวลํ ‘‘อาปตฺตึ ฉาเทมี’’ติ อาปตฺติสญฺญาย ฉาเทติ, ตสฺสปิ ฉนฺนา โหตีติ เวทิตพฺพํ. สเจ ปเนตฺถ อนาปตฺติสญฺญี วา โหติ, อญฺญาปตฺติกฺขนฺธสญฺญี วา เวมติโก วา หุตฺวา ‘‘น ทานิ นํ กสฺสจิ อาโรเจสฺสามี’’ติ เอวํ ฉาเทตุกาโมว ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา อรุณํ อุฏฺฐาเปติ, อจฺฉนฺนาว โหตีติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อนาปตฺติ ปน อาปตฺติสญฺญายปิ อนาปตฺติสญฺญายปิ ฉาเทนฺเตน อจฺฉาทิตาว โหติ. ลหุกํ วา ‘‘ครุกา’’ติ ครุกํ วา ‘‘ลหุกา’’ติ ฉาเทติ, อลชฺชิปกฺเข ติฏฺฐติ, อาปตฺติ ปน อจฺฉนฺนา โหติ. ครุกํ ‘‘ลหุกา’’ติ มญฺญมาโน เทเสติ, เนว เทสิตา โหติ นจฺฉนฺนา.

ปกโต สภาวภูโต อตฺตา อสฺสาติ ปกตตฺโต, น กมฺเมหิ วิกตตฺโตติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อนุกฺขิตฺโต สมานสํวาสโก’’ติ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘น ทานิ นํ กสฺสจิ อาโรเจสฺสามี’’ติอาทินา วุตฺตเนว นเยน. อถ ‘‘มยฺหํ สงฺเฆน กมฺมํ กต’’นฺติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) อปกตตฺตสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. อปกตตฺเตน ปน ปกตตฺตสญฺญินา วา ปกตตฺเตน อปกตตฺตสญฺญินา วา ฉาทิตาปิ อจฺฉนฺนาว โหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘อาปชฺชติ ครุกํ สาวเสสํ;

ฉาเทติ อนาทริยํ ปฏิจฺจ;

น ภิกฺขุนี โน จ ผุเสยฺย วชฺชํ;

ปญฺหาเมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);

อยญฺหิ ปโญฺห อุกฺขิตฺตเกน กถิโต.

ทสสุ อนฺตราเยสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. สเจ ปน โย ภีรุกชาติกตาย อนฺธกาเร อมนุสฺสจณฺฑมิคภเยน อนฺตรายิกสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. ยสฺสปิ ปพฺพตวิหาเร วสนฺตสฺส กนฺทรํ วา นทึ วา อติกฺกมิตฺวา อาโรเจตพฺพํ โหติ, อนฺตรามคฺเค จ จณฺฑวาฬอมนุสฺสาทิภยํ อตฺถิ, มคฺเค อชครา นิปชฺชนฺติ, นที ปูรา โหติ, เอตสฺมึ สติเยว อนฺตราเย อนฺตรายิกสญฺญี หุตฺวา ฉาเทติ, อจฺฉนฺนาว โหติ. อนฺตรายิกสฺส ปน อนฺตรายิกสญฺญาย วา อนนฺตรายิกสญฺญาย วา ฉาทยโต อจฺฉนฺนาว.

ภิกฺขุโนติ สภาคสฺส ภิกฺขุโน. สจสฺส มุเข อปฺปมตฺตโก คณฺโฑ วา โหติ, หนุกวาโต วา วิชฺฌติ, ทนฺโต วา รุชฺชติ, ภิกฺขา วา มนฺทา ลทฺธา โหติ, ตาวตเกน ปน เนว วตฺตุํ น สกฺโกติ, น คนฺตุํ. อปิจ โข ‘‘น สกฺโกมี’’ติ สญฺญี โหติ, อยํ ปหุ หุตฺวา อปฺปหุสญฺญี นาม. อิมินา ฉาทิตาปิ อจฺฉาทิตา. อปฺปหุนา ปน วตฺตุํ วา คนฺตุํ วา อสมตฺเถน ปหุสญฺญินา วา อปฺปหุสญฺญินา วา ฉาทิตาปิ อจฺฉาทิตาว.

อิทํ อุตฺตานเมวาติ อิทํ องฺคทฺวยํ อุตฺตานตฺถเมว. สเจ ปน ‘‘ฉาเทสฺสามี’’ติ ธุรนิกฺเขปํ กตฺวา ปุเรภตฺเต วา ปจฺฉาภตฺเต วา ปฐมยามาทีสุ วา ลชฺชิธมฺมํ โอกฺกมติ, อนฺโตอรุเณเยว อาโรเจติ, อยํ ฉาเทตุกาโม น ฉาเทติ นาม.

ยสฺส ปน อภิกฺขุเก ฐาเน วสนฺตสฺส อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา สภาคสฺส ภิกฺขุโน อาคมนํ อาคเมนฺตสฺส วา, สภาคสฺส สนฺติกํ วา คจฺฉนฺตสฺส อฑฺฒมาโสปิ มาโสปิ อติกฺกมติ, อยํ นจฺฉาเทตุกาโม ฉาเทติ นาม. อยมฺปิ อจฺฉนฺนาว โหติ.

โย ปน อาปนฺนมตฺโตว อคฺคึ อกฺกนฺตปุริโส วิย สหสา อปกฺกมิตฺวา สภาคฏฺฐานํ คนฺตฺวา อาวิ กโรติ, อยํ นจฺฉาเทตุกาโมว น ฉาเทติ นาม. สภาคมตฺตเมว ปมาณนฺติ อเวริสภาคมตฺตเมว ปมาณํ. อเวริสภาคสฺส หิ สนฺติเก อาโรเจตพฺพํ. โย ปน วิสภาโค โหติ สุตฺวา ปกาเสตุกาโม, เอวรูปสฺส อุปชฺฌายสฺสปิ สนฺติเก น อาโรเจตพฺพา. ตตฺถ ปุเรภตฺตํ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหตุ, ปจฺฉาภตฺตํ วา ทิวา วา รตฺตึ วา, ยาว อรุณํ น อุคฺคจฺฉติ, ตาว อาโรเจตพฺพํ. อุทฺธสฺเต อรุเณ ปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ปฏิจฺฉาทนปจฺจยา จ ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. สงฺเขปโตติ สมาสโต. วิตฺถารโต ปน สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺโตติ อธิปฺปาโย.

อกามา ปริวตฺถพฺพนฺติ อปฺปฏิกมฺมกตาย อาปตฺติยา สคฺคโมกฺขาวรณภาวโต อนิจฺฉนฺเตนาปิ ปริวสิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘น กาเมนา’’ติอาทิ. ปริวาสํ สมาทายาติ ปริวาสวตฺตํ สงฺฆมชฺเฌ สมาทิยิตฺวา. ยทิปิ จตุพฺพิโธ ปริวาโส อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส, ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส, สุทฺธนฺตปริวาโส, สโมธานปริวาโสติ, ตถาปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนปริวาโส อิธ น อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ตตฺถ ปฏิจฺฉนฺน…เป… ติวิโธ ปริวาโส’’ติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ วาเกฺย. ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา สติ ทาตพฺโพ ปริวาโส ปฏิจฺฉนฺนวิสยตาย ปฏิจฺฉนฺนปริวาโส. สุทฺธนฺตโต ปฏฺฐาย ทาตพฺโพ ปริวาโส สุทฺธนฺตปริวาโส. สโมทหิตฺวา ทาตพฺโพ ปริวาโส สโมธานปริวาโส.

อิทานิ เต ติวิเธเยว ปริวาเส สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. หีติ ยสฺมา. เอกาหํ ปฏิจฺฉนฺนา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนา. วุตฺตนเยนาติ ‘‘อาปตฺติ จ โหตี’’ติอาทินา วุตฺเตน นเยน. เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ เอตฺถ อิติสทฺโท ‘‘อิติ วา, อิติ เอวรูปา วิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๓, ๑๙๗) วิย อาทิอตฺโถ. เตน ‘‘โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฏฺฐิยา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาย เอกาหปริวาสํ ยาจามี’’ติ อิมํ ปาฬิเสสํ (จูฬว. ๑๐๒) สงฺคณฺหาติ. เอวํ ปริวาสํ ยาจาเปตฺวาติ เอวํ ยาวตติยํ ยาจาเปตฺวา. ขนฺธเก อาคตนเยนาติ สมุจฺจยกฺขนฺธเก (จูฬว. ๙๗ อาทโย) อาคตนเยน. ตโตติ ปกฺขโต ปฏฺฐาย. อติเรกปกฺขปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ ปกฺขสฺส อติเรโก อติเรกปกฺโข, ตํ ปฏิจฺฉนฺนนฺติ อตฺโถ. ตโตติ ตึสติมทิวสโต ปฏฺฐาย. มาสปฺปฏิจฺฉนฺนนฺติ สตฺตานํ อายุํ มินนฺโต วิย สิยติ อนฺตํ กโรตีติ มาโส, ตึสรตฺตินฺทิโว, ตํ ปฏิจฺฉนฺนนฺติ อตฺโถ. สํวจฺฉเร ปุณฺเณติ ตํ ตํ สตฺตํ, ธมฺมปฺปวตฺติญฺจ สงฺคมฺม วทนฺโต วิย สรติ ปวตฺตตีติ สํวจฺฉโร, ทฺวาทส มาสา, ตสฺมึ ปริปุณฺเณ.

วตฺถุกิตฺตนวเสน วาติ นาเมน สห วตฺถุกิตฺตนวเสน วาติ อตฺโถ. เตเนว หิ อุปริ ‘‘นามมตฺตวเสน วา’’ติ มตฺตคฺคหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นามมตฺตวเสนาติ วตฺถุกิตฺตนํ วินา เกวลํ นามสฺเสว วเสน. ตสฺมาติ ยสฺมา ทุวิเธ นาเม ‘‘อาปตฺตี’’ติ สพฺพสาธารณํ นามํ, ตสฺมา. สุกฺกวิสฺสฏฺฐีติ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ นามายํ. อิติสทฺโท เหตฺถ วจนียตฺถํ นิทสฺเสติ. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ ‘‘สุกฺกวิสฺสฏฺฐี’’ติ กายสํสคฺคาทีนมฺปิ วตฺถุอาทิภาเวน อิจฺฉิตพฺพตฺตา. วตฺถุ เจว โคตฺตญฺจาติ วีติกฺกมตฺตา วตฺถุ เจว อนญฺญสาธารณตฺตา โคตฺตญฺจ. คํ ตายตีติ โคตฺตํ, สชาติโต อญฺญตฺถ กายสํสคฺคาทีสุ คนฺตุํ อทตฺวา พุทฺธึ, วจนญฺจ รกฺขตีติ อตฺโถ. สงฺฆาทิเสโสติ สงฺฆาทิเสโส นามายํ. เอตฺถ ปน อิติสทฺโท วจนวจนียสมุทายํ นิทสฺเสติ. เตนาห ‘‘นามญฺเจว อาปตฺติ จา’’ติ, สชาติสาธารณนามตฺตา นามญฺเจว เตน เตน วีติกฺกเมนาปชฺชิตพฺพตฺตา อาปตฺติ จาติ อตฺโถ. อิทมฺปิ นิทสฺสนมตฺตเมว ‘‘อาปตฺติโย’’ติ อิมสฺสาปิ นามาทิภาเวน อิจฺฉิตพฺพตฺตา. อิติสทฺโท วา อาทิอตฺโถ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘กายสํสคฺคนฺติอาทิวจเนนาปี’’ติอาทิกมฺปิ สมตฺถิตํ โหติ.

ตยิทํ กมฺมวาจาย เกน วจเนน คหิตนฺติ อนุโยคํ สนฺธาย ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ‘‘อาปตฺตี’’ติ สพฺพสาธารณนามตฺตา, วีติกฺกเมน อาปชฺชิตพฺพตฺตา จ นามญฺเจว อาปตฺติ จ โหตีติ อาห ‘‘อาปตฺติโยติ วจเนนาปี’’ติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อิทํ ปริวาสาทิวินยกมฺมํ วตฺถุวเสน, โคตฺตวเสน, นามวเสน, อาปตฺติวเสน จ กาตุํ วฏฺฏติเยว, ตสฺมา. เอเตสูติ วตฺถุอาทีสุ, สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทีสุ วา. วตฺตํ สมาทาตพฺพนฺติ ยถาวุตฺเตสุ ทฺวีสุ ปเทสุ เอเกนปิ สมาทาตพฺพํ. ทฺวีหิ ปน สุสมาทินฺนํเยว. เตเนว วกฺขติ ‘‘สมาทาเนปิ เอเสว นโย’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา).

อาโรเจตฺวาติ –

‘‘อหํ, ภนฺเต, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนํ, โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาย เอกาหปริวาสํ ยาจึ, ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา เอกาหปฺปฏิจฺฉนฺนาย เอกาหปริวาสํ อทาสิ, โสหํ ปริวสามิ, เวทยามหํ, ภนฺเต, ‘เวทยตี’ติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) –

เอวมาทินา ตํ ตํ โยชนานุรูปํ อาโรเจตฺวา. อิมญฺจ ปนตฺถํ คเหตฺวา ยาย กายจิ ภาสาย อาโรเจตุํ วฏฺฏติเยว (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒). ‘‘ปุน อาคตาคตานํ ภิกฺขูนํ อาโรเจนฺเตนา’’ติ อิทํ อาคนฺตุกํ ภิกฺขุํ สนฺธาย วุตฺตํ. เอตฺถ จ เอกสฺส อาโรเจนฺเตน อวสาเน ‘‘เวทยตีติ มํ อายสฺมา ธาเรตุ’’, ทฺวินฺนํ ‘‘อายสฺมนฺตา ธาเรนฺตุ’’, ติณฺณํ ‘‘อายสฺมนฺโต ธาเรนฺตู’’ติ วตฺตพฺพํ. วตฺตเภทญฺจ รตฺติจฺเฉทญฺจ อกตฺวาติ ‘‘น, ภิกฺขเว, ปาริวาสิเกน ภิกฺขุนา สาทิตพฺพํ ปกตตฺตานํ ภิกฺขูนํ อภิวาทนํ ปจฺจุปฏฺฐาน’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๗๕) ปาริวาสิกกฺขนฺธเก ยานิ จตุนวุติ วตฺตานิ วุตฺตานิ, เตสํ เภทญฺจ, โย จ ‘‘ตโย โข, อุปาลิ, ปาริวาสิกสฺส ภิกฺขุโน รตฺติจฺเฉทา สหวาโส วิปฺปวาโส อนาโรจนา’’ติ (จูฬว. ๘๓) รตฺติจฺเฉโท วุตฺโต, ตญฺจ อกตฺวา.

อยํ เหตฺถ วินิจฺฉโย – สเจ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖) อาคนฺตุกา มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา วา อวิสฺสมิตฺวา เอว วา วิหารมชฺเฌน คจฺฉนฺติ, เตสมฺปิ อาโรเจตพฺพํ. สเจ ตสฺส อชานนฺตสฺเสว คจฺฉนฺติ, อยญฺจ คตกาเล ชานาติ, คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ. สมฺปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏํ. เยปิ อนฺโตวิหารํ อปฺปวิสิตฺวา อุปจารสีมํ โอกฺกมิตฺวา คจฺฉนฺติ, อยญฺจ เนสํ ฉตฺตสทฺทํ วา อุกฺกาสิตสทฺทํ วา ขิปิตสทฺทํ วา สุตฺวาว อาคนฺตุกภาวํ ชานาติ, คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ. คตกาเล ชานนฺเตนาปิ อนุพนฺธิตฺวา อาโรเจตพฺพเมว. สมฺปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏํ. โยปิ รตฺตึเยว อาคนฺตฺวา รตฺตึเยว คจฺฉติ, โสปิสฺส รตฺติจฺเฉทํ กโรติ. อญฺญาตตฺตา ปน วตฺตเภททุกฺกฏํ นตฺถิ. สเจ อชานิตฺวาว อพฺภานํ กโรติ, อกตเมว โหตีติ กุรุนฺทิยํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖) วุตฺตํ. ตสฺมา อธิกา รตฺติโย คเหตฺวา กาตพฺพํ. อยํ อปณฺณกปฺปฏิปทา.

นทิอาทีสุ นาวาย คจฺฉนฺตมฺปิ ปรตีเร ฐิตมฺปิ อากาเส คจฺฉนฺตมฺปิ ปพฺพตตลอรญฺญาทีสุ ทูเร ฐิตมฺปิ ภิกฺขุํ ทิสฺวา สเจ ‘‘ภิกฺขู’’ติ ววตฺถานํ อตฺถิ, นาวาทีหิ วา คนฺตฺวา, มหาสทฺทํ กตฺวา วา เวเคน อนุพนฺธิตฺวา วา อาโรเจตพฺพํ, อนาโรเจนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภททุกฺกฏญฺจ. สเจ วายมนฺโตปิ สมฺปาปุณิตุํ วา สาเวตุํ วา น สกฺโกติ, รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น วตฺตเภททุกฺกฏํ.

อญฺญํ กญฺจิ วิหารํ คเตนปิ ภิกฺขูนํ อาโรเจตพฺพเมว (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๖). สเจ สพฺเพ เอกฏฺฐาเน ฐิเต ปสฺสติ, เอกฏฺฐาเน ฐิเตเนว อาโรเจตพฺพํ. อถ รุกฺขมูลาทีสุ วิสุํ วิสุํ ฐิตา โหนฺติ, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา อาโรเจตพฺพํ. สญฺจิจฺจ อนาโรเจนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท จ โหติ, วตฺตเภเท จ ทุกฺกฏํ. อถ วิจินนฺโต เอกจฺเจ น ปสฺสติ, รตฺติจฺเฉโทว โหติ, น จ วตฺตเภททุกฺกฏํ. สญฺจิจฺจ อนาโรเจนฺตสฺส ปน รตฺติจฺเฉโท เจว โหติ, วตฺตเภเท จ ทุกฺกฏํ.

ตตฺเถวาติ มาฬกสีมายเมว. มาฬกโต ปน ภิกฺขูสุ นิกฺขนฺเตสุ เอกสฺสปิ สนฺติเก นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗). มาฬกโต นิกฺขมิตฺวา สตึ ปฏิลภนฺเตน สห คจฺฉนฺตสฺส สนฺติเก นิกฺขิปิตพฺพํ. เตนาห ‘‘เอกปุคฺคลสฺส วา สนฺติเก’’ติ. สเจ โสปิ ปกฺกนฺโต, อญฺญสฺส ยสฺส มาฬเก นาโรจิตํ, ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ. ปกตตฺตฏฺฐาเนติ สงฺฆกมฺมานํ อรหฏฺฐาเน. เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวาติ (สารตฺถ. ฏี. จูฬวคฺค ๓.๙๗) ภิกฺขูนํ สชฺฌายนสทฺทสวนูปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ. มหามคฺคโต โอกฺกมฺมาติ มคฺคปฺปฏิปนฺนภิกฺขูนํ อุปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ. คุมฺเพน วา วติยา วา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเนติ ทสฺสนูปจารวิชหนตฺถํ วุตฺตํ. วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตพฺพนฺติ วุตฺตนเยเนว วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ปริวาโส อาโรเจตพฺโพ. ‘‘อาโรเจตพฺพ’’นฺติ ปน สามญฺเญน วุตฺตํ. อาโรเจนฺเตน จ สเจ นวกตโร โหติ, ‘‘อาวุโส’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ วุฑฺฒตโร, ‘‘ภนฺเต’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ อญฺโญ โกจิ ภิกฺขุ เกนจิเทว กรณีเยน ตํ ฐานํ อาคจฺฉติ. สเจ เอส นํ ปสฺสติ, สทฺทํ วา ตสฺส สุณาติ, อาโรเจตพฺพํ. อนาโรเจนฺตสฺส รตฺติจฺเฉโท เจว วตฺตเภโท จ. เตนาห ‘‘ยมฺปิ อญฺญํ ภิกฺขุํ ปสฺสติ, ตสฺสาปิ อาโรเจตพฺพเมวา’’ติ. อถ ทฺวาทสหตฺถํ อุปจารํ โอกฺกมิตฺวา อชานนฺตสฺเสว คจฺฉติ, รตฺติจฺเฉโท โหติเยว, วตฺตเภโท ปน นตฺถิ. อุฏฺฐิเตติ อุคฺคเต. ยํ สพฺพปฐมํ ภิกฺขุนฺติ วิหารโต นิกฺขมนฺตํ วา อาคนฺตุกํ วา สพฺพปฐมํ ยํ อญฺญํ ภิกฺขุํ ปสฺสติ. ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพนฺติ อนาโรเจนฺตสฺส ทุกฺกฏํ สิยา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ตุ รตฺติจฺเฉทํ สนฺธาย. อิตรถา หิ ‘‘วิหารสีมาปริยาปนฺนานํ สพฺเพสํ อาโรเจตฺวา’’ติ วเทยฺย. ยาว รตฺติโย ปูเรนฺตีติ ยตฺตกา รตฺติโย อาปตฺติ ปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ตตฺตกา รตฺติโย ยาว ปูเรนฺติ, ตาว ปริวตฺถพฺพํ. สมนฺตปาสาทิกายํ ปน ‘‘เอวํ ยตฺตกานิ ทิวสานิ อาปตฺติ ปฏิจฺฉนฺนา โหติ, ตตฺตกานิ, ตโต อธิกตรานิ วา กุกฺกุจฺจวิโนทนตฺถาย ปริวสิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. วิตฺถาโรติ ปปญฺโจ.

อิตเรสุ ปน ทฺวีสูติ สุทฺธนฺตปริวาโส, สโมธานปริวาโสติ ทฺวินฺนํ มชฺเฌ. ขนฺธเกติ สมุจฺจยกฺขนฺธเก (จูฬว. ๑๕๖ อาทโย). จูฬสุทฺธนฺโต มหาสุทฺธนฺโตติ เอตฺถ โย อุปสมฺปทโต (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๔๒) ปฏฺฐาย อนุโลมกฺกเมน วา อาโรจิตทิวสโต ปฏฺฐาย ปฏิโลมกฺกเมน วา ‘‘อสุกญฺจ อสุกญฺจ ทิวสํ วา ปกฺขํ วา มาสํ วา สํวจฺฉรํ วา ตว สุทฺธภาวํ ชานาสี’’ติ ปุจฺฉิยมาโน ‘‘อาม, ภนฺเต, ชานามิ, เอตฺตกํ นาม กาลํ อหํ สุทฺโธ’’ติ วทติ, ตสฺส ทินฺโน สุทฺธนฺตปริวาโส ‘‘จูฬสุทฺธนฺโต’’ติ วุจฺจติ.

ตํ คเหตฺวา ปริวสนฺเตน ยตฺตกํ กาลํ อตฺตโน สุทฺธภาวํ ชานาติ, ตตฺตกํ อปเนตฺวา อวเสสํ มาสํ วา เทฺวมาสํ วา ปริวสิตพฺพํ. สเจ ‘‘มาสมตฺตํ อสุทฺโธมฺหี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ปริวาสํ อคฺคเหสิ, ปริวสนฺโต จ ปุน อญฺญํ มาสํ สรติ, ตมฺปิ มาสํ ปริวสิตพฺพเมว, ปุน ปริวาสทานกิจฺจํ นตฺถิ. อถ ‘‘เทฺวมาสํ อสุทฺโธมฺหี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา อคฺคเหสิ, ปริวสนฺโต จ ‘‘มาสมตฺตเมวาหํ อสุทฺโธมฺหี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กโรติ, มาสเมว ปริวสิตพฺพํ, ปุน ปริวาสทานกิจฺจํ นตฺถิ. อยญฺหิ สุทฺธนฺตปริวาโส อุทฺธมฺปิ อาโรหติ, เหฏฺฐาปิ โอโรหติ, อิทมสฺส ลกฺขณํ.

โย ปน ยถาวุตฺเตน อนุโลมปฺปฏิโลมวเสน ปุจฺฉิยมาโนปิ รตฺติปริยนฺตํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒) น ชานาติ นสฺสรติ, รตฺติปริยนฺเต เวมติโก วา โหติ, ตสฺส ทินฺโน สุทฺธนฺตปริวาโส ‘‘มหาสุทฺธนฺโต’’ติ วุจฺจติ. ตํ คเหตฺวา คหิตทิวสโต ยาว อุปสมฺปททิวโส, ตาว รตฺติโย คเณตฺวา ปริวสิตพฺพํ. อยํ อุทฺธํ นาโรหติ, เหฏฺฐา ปน โอโรหติ. ตสฺมา สเจ ปริวสนฺโต รตฺติปริจฺเฉเท สนฺนิฏฺฐานํ กโรติ ‘‘มาโส วา สํวจฺฉโร วา มยฺหํ อาปนฺนสฺสา’’ติ, มาสํ วา สํวจฺฉรํ วา ปริวสิตพฺพํ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ‘‘เอตฺตกํ กาลํ อหํ สุทฺโธ’’ติ วทนฺตสฺส จูฬสุทฺธนฺโต ทียติ, ตถาปิ นิยเมเนว ชานนาภาวา ‘‘ทุวิโธปิ เจส…เป… ทาตพฺโพ’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส ทานวิธิ ขนฺธเก อาคโตติ ตสฺส ทุวิธสฺสาปิ สุทฺธนฺตสฺส ทานวิธิ ‘‘เตน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา…เป… เอวมสฺส วจนีโย’’ติอาทินา สมุจฺจยกฺขนฺธเก (จูฬว. ๑๕๖) อาคโต. ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ อธิปฺปาโย. เอส นโย วินิจฺฉยกถา ปน วิตฺถารโต สมนฺตปาสาทิกายํ วุตฺตาติ เอตฺถาปิ.

โอธุนิตฺวา อวธุย ปหาย สโมธาโน โอธานสโมธาโน. จิรปฺปฏิจฺฉนฺนานํ อคฺเฆน สโมธาโน อคฺฆสโมธาโน. มิสฺสกานํ สโมธาโน มิสฺสกสโมธาโน. อิทานิ ตํ ติวิธมฺปิ สโมธานปริวาสํ สงฺเขปโต ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. อนฺตราปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺสาติ โย ปริวาสํ คเหตฺวา อนิกฺขิตฺตวตฺโต หุตฺวา ปริวสนฺโต อปรินิฏฺฐิเตเยว ปริวาเส อนฺตรา เวมชฺเฌ สงฺฆาทิเสสาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส. ปริวุตฺถทิวเสติ ลกฺขณวจนเมตํ, เตน ‘‘มานตฺตจิณฺณทิวเส จา’’ติปิ วุตฺตเมว โหติ. มกฺเขตฺวาติ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน มูลาย ปฏิกสฺสนวเสน มกฺเขตฺวา. สโมทหิตฺวาติ มูลาปตฺติฏฺฐาเน ฐเปตฺวา, ปกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถ. ทาตพฺพปริวาโสติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ’’ติอาทินา ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน ทาตพฺพปริวาโส. อิทํ วุตฺตํ โหติ – โย ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ปริวาสํ คเหตฺวา ปริวสนฺโต (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๔๓) วา มานตฺตารโห วา มานตฺตํ จรนฺโต วา อพฺภานารโห วา อนิกฺขิตฺตวตฺโต อญฺญํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปุริมาปตฺติยา สมา วา อูนตรา วา รตฺติโย ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส มูลาย ปฏิกสฺสเนน เต ปริวุตฺถทิวเส จ มานตฺตจิณฺณทิวเส จ สพฺเพ โอธุนิตฺวา อทิวเส กตฺวา ปจฺฉา อาปนฺนาปตฺตึ มูลาปตฺติยํ สโมธาย ปริวาโส ทาตพฺโพติ.

สเจ ปน อนฺตราปตฺติ มูลาปตฺติโต อติเรกปฺปฏิจฺฉนฺนา โหติ (จูฬว. อฏฺฐ. ๑๐๒), ตํ มูลาปตฺตึ กตฺวา ตตฺถ อิตรํ สโมธาย ปริวาโส ทาตพฺโพ. สเจ ปน อนฺตราปตฺติ อปฺปฏิจฺฉนฺนา โหติ, มูลาย ปฏิกสฺสนํ อกตฺวา ปุพฺเพ คหิตปริวาเสเนว ปริวสิตพฺพํ.

ยา เอกา วา…เป… สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโยติ ยา เอกา วา อาปตฺติ สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนา, ยา เทฺว วา ติสฺโส วา สมฺพหุลา วา อาปตฺติโย สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนาโยติ อตฺโถ. ตาสนฺติ สพฺพจิรปฺปฏิจฺฉนฺนานํ อาปตฺตีนํ. ทานวิธิ ปนสฺส ขนฺธเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

ยสฺส ปน สตํ อาปตฺติโย ทสาหปฏิจฺฉนฺนา, อปรมฺปิ สตํ อาปตฺติโย ทสาหปฏิจฺฉนฺนา, อปรมฺปิ สตํ อาปตฺติโย ทสาหปฏิจฺฉนฺนาติ เอวํ ทสกฺขตฺตุํ กตฺวา อาปตฺติสหสฺสํ ทิวสสตปฏิจฺฉนฺนํ โหติ, เตน กึ กาตพฺพนฺติ? สพฺพํ สโมทหิตฺวา ทส ทิวเส ปริวสิตพฺพํ. เอวํ เอเกเนว ทสาเหน ทิวสสตมฺปิ ปริวสิตเมว โหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ทสสตํ รตฺติสตํ, อาปตฺติโย ฉาทยิตฺวาน;

ทส รตฺติโย วสิตฺวาน, มุจฺเจยฺย ปาริวาสิโก’’ติ. (ปริ. ๔๗๗);

อยํ อคฺฆสโมธาโน นาม.

อิทานิ มิสฺสกสโมธานํ นิทฺทิสิตุํ ‘‘มิสฺสกสโมธาโน นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ นโย –

‘‘อหํ, ภนฺเต, สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เอกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ, เอกํ กายสํสคฺคํ, เอกํ ทุฏฺฐุลฺลวาจํ, เอกํ อตฺตกามํ, เอกํ สญฺจริตฺตํ, เอกํ กุฏิการกํ, เอกํ วิหารการกํ, เอกํ ทุฏฺฐโทสํ, เอกํ อญฺญภาคิยํ, เอกํ สงฺฆเภทํ, เอกํ เภทานุวตฺตกํ, เอกํ ทุพฺพจํ, เอกํ กุลทูสกํ, โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจามี’’ติ –

ติกฺขตฺตุํ ยาจาเปตฺวา ตทนุรูปาย กมฺมวาจาย ปริวาโส ทาตพฺโพ. เอตฺถ จ ‘‘สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ นานาวตฺถุกาโย’’ติปิ ‘‘สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ’’นฺติปิ เอวํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยน วตฺถุวเสนปิ โคตฺตวเสนปิ นามวเสนปิ อาปตฺติวเสนปิ โยเชตฺวา กมฺมวาจํ กาตุํ วฏฺฐติเยวาติ. อยํ มิสฺสกสโมธาโน. สพฺพปริวาสกมฺมวาจาวสาเน ปน นิกฺขิตฺตานิกฺขิตฺตวตฺตาทิกถา ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพา. ติวิเธปิ สโมธานปริวาเส อตฺถมตฺตสฺเสว วุตฺตตฺตา, วินิจฺฉยาทีนํ วา อนามฏฺฐตฺตา ‘‘อยํ ติวิเธปิ สโมธานปริวาเส สงฺเขปกถา’’ติ วุตฺตํ. มหาวิสยตฺตา สโมธานวิจารณาย สา นิรวเสสา กุโต ลทฺธพฺพาติ อาห ‘‘วิตฺถาโร’’ติอาทิ.

ฉารตฺตนฺติ รา สทฺโท ตียติ ฉิชฺชติ เอตฺถาติ รตฺติ, สตฺตานํ สทฺทสฺส วูปสมนกาโลติ อตฺโถ, ฉ รตฺติโย สมาหฏา, ฉนฺนํ รตฺตีนํ วา สมาหาโร ฉรตฺตํ, ฉรตฺตเมว ฉารตฺตํ, อวยวพฺยติเรเกน สมุทายสฺสาภาวโต ฉ รตฺติโยติ อตฺโถ วุตฺโต.

ปริวาสํ อทตฺวา มานตฺตเมว ทาตพฺพนฺติ ยสฺมา อาปตฺติ อปฺปฏิจฺฉนฺนา, ยสฺมา จ อาปนฺนภาเวเนว มานตฺตารโห โหติ, ตสฺมา ปริวาสํ อทตฺวา เกวลํ มานตฺตเมว ทาตพฺพํ. ยํ ปฏิจฺฉนฺนาย อาปตฺติยา ปริวุตฺถปริวาสสฺส ทียติ, อิทํ ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ นามาติ อาห ‘‘ยสฺส ปฏิจฺฉนฺนา โหตี’’ติอาทิ. อิทนฺติ ปฏิจฺฉนฺนมานตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ วาเกฺย. กถํ ปน เตสํ ทฺวินฺนํ มานตฺตานํ ทานวิธิ จ วินิจฺฉยกถา จ เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘อุภินฺนมฺปิ ปนา’’ติอาทิ.

อยนฺติ วกฺขมานํ สนฺธายาห. ปริวาเส วุตฺตปฺปการํ ปเทสนฺติ ปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ปริกฺเขปโต, อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขปารหฏฺฐานโต เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา มหามคฺคโต โอกฺกมฺม คุมฺเพน วา วติยา วา ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐานํ. สมาทิยิตฺวาติ อนฺโตอรุเณเยว สมาทิยิตฺวา. อาโรเจตฺวาติ –

‘‘อหํ, ภนฺเต, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ สญฺเจตนิกํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐึ อปฺปฏิจฺฉนฺนํ, โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา อปฺปฏิจฺฉนฺนาย ฉารตฺตํ มานตฺตํ ยาจึ, ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา สญฺเจตนิกาย สุกฺกวิสฺสฏฺฐิยา อปฺปฏิจฺฉนฺนาย ฉารตฺตํ มานตฺตํ อทาสิ, โสหํ มานตฺตํ จรามิ, เวทยามหํ, ภนฺเต, เวทยตี’ติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติอาทินา (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) –

อาปตฺติทิวสานุรูปํ อาโรเจตฺวา. อิมญฺจ ปน อตฺถํ คเหตฺวา (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) ยาย กายจิ ภาสาย อาโรเจตุํ วฏฺฏติเยว. อาโรจิตกาลโต ปฏฺฐาย จ เอกํ ภิกฺขุํ ฐเปตฺวา เสเสหิ สติ กรณีเย คนฺตุมฺปิ วฏฺฏติ. อรุเณ อุฏฺฐิเต ตสฺส ภิกฺขุสฺส สนฺติเก วตฺตํ นิกฺขิปิตพฺพํ. สเจ โสปิ เกนจิ กมฺเมน ปุเร อรุเณเยว คจฺฉติ, อญฺญํ วิหารโต นิกฺขนฺตํ วา อาคนฺตุกํ วา ยํ ปฐมํ ปสฺสติ, ตสฺส สนฺติเก อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ. อยญฺจ ยสฺมา คณสฺส อาโรเจตฺวา, ภิกฺขูนญฺจ อตฺถิภาวํ สลฺลกฺเขตฺวาว วสิ, เตนสฺส อูเน คเณ จรณโทโส วา วิปฺปวาโส วา น โหติ. สเจ ปน กญฺจิ น ปสฺสติ, วิหารํ คนฺตฺวา ยํ ปฐมํ ปสฺสติ, ตสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ. เตนาห ‘‘ตโต เตสุ คเตสุ วา อคเตสุ วา ปุริมนเยน ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ.

ยตฺถ สิยาติ ยสฺสํ สมานสํวาสกสีมายํ วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ อตฺถิ. อวฺหาตพฺโพติ อพฺภานกมฺมวเสน ปกฺโกสิตพฺโพ. อพฺภานกมฺมํ ปน กถนฺติ อาห ‘‘อพฺภานกมฺมํ ปนา’’ติอาทิ. ปาฬิวเสนาติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ’’ติอาทินา (จูฬว. ๑๐๑) ปาฬิวเสน. วินิจฺฉยวเสนาติ ‘‘อพฺภนฺเตหิ จ ปฐมํ อพฺภานารโห กาตพฺโพ. อยญฺหิ นิกฺขิตฺตวตฺตตฺตา ปกตตฺตฏฺฐาเน ฐิโต, ปกตตฺตสฺส จ อพฺภานํ กาตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา วตฺตํ สมาทเปตพฺโพ. วตฺเต สมาทินฺเน อพฺภานารโห โหติ. เตนาปิ วตฺตํ สมาทิยิตฺวา อาโรเจตฺวา อพฺภานํ ยาจิตพฺพํ. อนิกฺขิตฺตวตฺตสฺส ปน วตฺตสมานกิจฺจํ นตฺถิ. โส หิ ฉารตฺตาติกฺกเมเนว อพฺภานารโห โหตี’’ติอาทินา (จูฬว. อฏฺฐ. ๙๗) วินิจฺฉยวเสน. ตํ ปเนตํ สพฺพํ ปริวาสาทิกมฺมํ ปาฬิวเสน (จูฬว. ๗๕) จ อฏฺฐกถาวเสน (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๕, ๙๗) จ สุวิญฺเญยฺยตฺตา อติวิตฺถารภเยน น วิตฺถารยิมฺห, อตฺถิเกหิ ปน ตโตว คเหตพฺพํ. อิมสฺส ปน กมฺมสฺส วีสติวคฺคกรณียตฺตา ตโต อูนตเรน กตํ กุปฺปติ. เตนาห ‘‘เอเกนาปิ เจ…เป… อนพฺภิโต’’ติ. อยนฺติ อยํ ยถาวุตฺตา. สามีจีติ วตฺตํ.

อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ

สงฺฆาทิเสสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.