๘. ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา
ทูสียตีติ ทุฏฺโฐ, ทูเสติ ปรํ วินาเสตีติ โทโส. เตนาห ‘‘ทูสิโต เจวา’’ติอาทิ. อิทานิ ‘‘ทูสิโต เจว ทูสโก จา’’ติ อิมินา สงฺเขเปน วุตฺตเมวตฺถํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อุปฺปนฺเน หิ โทเส’’ติอาทิมาห. ปกติภาวํ ชหาปิโตติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๓๘๕-๓๘๖) โสมฺมภาวํ ชหาปิโตติ อตฺโถ, วิการมาปาทิโตติ วุตฺตํ โหติ. อาการนานาตฺเตนาติ ทูสิตาการสฺส เจว ทูสกาการสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ อาการานํ นานาภาเวน. นปฺปติโตติ ปีติสุขาทีหิ น อภิคโต อนุปคโต, น อุปคโตติ อตฺโถ. โย จ ปีติสุขาทีหิ อนุปคโต, โส เตหิ วชฺชิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘ปีติสุขาทีหิ วิวชฺชิโต’’ติ. โย จ เตหิ วชฺชิโต, น โส เตหิ อภิสโฏ นาม โหตีติ อาห ‘‘น อภิสโฏ’’ติ, ปีติสุขาทีหิ น ปตฺถโฏติ อตฺโถ. นาสฺส มูลนฺติ อมูลกํ. ตํ ปน อมูลกตฺตํ ยสฺมา โจทกวเสน อธิปฺเปตํ, น จุทิตกวเสน, ตสฺมา ตทตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ โจทเกนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยนฺติ ปาราชิกํ. เอตนฺติ จุทิตกสฺส อาปนฺนานาปนฺนตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท.
อิทานิ อตฺตนา วุตฺตเมว ทิฏฺฐาทึ วิวริตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตเถวาติ ‘‘ปสาทโสเตน วา ทิพฺพโสเตน วา’’ติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. ปริสงฺกิตํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๘๕-๓๘๖) ปน ติวิธํ ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ, สุตปริสงฺกิตํ, มุตปริสงฺกิตนฺติ. ตตฺถ ภิกฺขุญฺจ มาตุคามญฺจ ตถารูเป ฐาเน ทิสฺวา ‘‘อทฺธา อิเมหิ กต’’นฺติ วา ‘‘กริสฺสนฺตี’’ติ วา ปริสงฺกิตํ, อิทํ ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ นาม. อนฺธกาเร วา ปฏิจฺฉนฺโนกาเส วา ภิกฺขุสฺส จ มาตุคามสฺส จ วจนํ สุตฺวา ทุติยสฺส อตฺถิภาวํ อชานโต ปุพฺเพ วุตฺตนเยน ปริสงฺกิตํ, อิทํ สุตปริสงฺกิตํ นาม. ธุตฺเตหิ อิตฺถีหิ สทฺธึ ปจฺจนฺตวิหาเร มณฺฑเป วา สาลาทีสุ วา ปุปฺผคนฺธมํสสุราทีนิ อนุภวิตฺวา คตฏฺฐานํ ทิสฺวา ‘‘เกน นุ โข อิทํ กต’’นฺติ วีมํสนฺเตน ตตฺร เกนจิ ภิกฺขุนา คนฺธาทีหิ ปูชา กตา โหติ, เภสชฺชตฺถาย อริฏฺฐํ วา ปีตํ, โส ตสฺส คนฺธํ ฆายิตฺวา ‘‘อยํ โส ภวิสฺสตี’’ติ ปริสงฺกิตํ, อิทํ มุตปริสงฺกิตํ นาม. เอวํ ติวิธสฺส ปริสงฺกิตสฺส อภาโว อปริสงฺกิตํ. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐสุตมุตวเสน เจตสา อปริสงฺกิต’’นฺติ. ตญฺจ ปเนตํ ทิฏฺฐาทิกํ น เกวลํ อตฺตโน วาติ อาห ‘‘อตฺตโน วา ปรสฺส วา’’ติ. ยสฺมา ‘‘ตฺวํ ปณฺฑโก’’ติอาทิวจเนนาปิ โจทยโต อาปตฺติเยว, ตสฺมา ‘‘ภิกฺขุโน อนุรูเปสุ เอกูนวีสติยา อญฺญตเรนา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา ปทภาชเน ‘‘ปาราชิเกน ธมฺเมนาติ จตุนฺนํ อญฺญตเรนา’’ติ (ปารา. ๓๘๖) วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปทภาชเน ปนา’’ติอาทิ. อุปสคฺคนิปาตานํ วาจกสทฺทสนฺนิฏฺฐาเน ตทตฺถโชตนภาเวน ปวตฺตนโต ‘‘ธํเสยฺยา’’ติ วุตฺตํ. ธํสนญฺเจตฺถ อภิภวนํ. เตนาห ‘‘อภิภเวยฺยา’’ติ. ‘‘ตฺวํ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวี’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตาติ ‘‘ตฺวํ เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิ, อทินฺนํ อาทิยิ, มนุสฺสํ ฆาตยิตฺถ, อภูตํ อาโรจยิตฺถา’’ติ เอวํ ปวตฺตา. เอตฺถ จ ‘‘อสฺสมโณสี’ติ อวนฺทนการณสฺส อวุตฺตตฺตา อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺโน น วนฺทิตพฺโพ’’ติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ อวนฺทิเยสุ อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนสฺส อวุตฺตตฺตา, ‘‘ปจฺฉา อุปสมฺปนฺเนน ปุเร อุปสมฺปนฺโน วนฺทิโย’’ติ (ปริ. ๔๖๘) วุตฺตตฺตา จ. อิทํ ปน อตฺตนา วตฺตพฺพํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ.
สมีเปติ ทฺวาทสหตฺถปมาเณ ปเทเส. สิกฺขาปจฺจกฺขานเมว หิ หตฺถมุทฺทาย สีสํ น เอติ, อิทํ ปน อนุทฺธํสนํ, อภูตโรจนญฺจ เอติเยว. เตนาห ‘‘หตฺถมุทฺทาย เอว วา’’ติ. พฺรหฺมจริยาติ พฺรหฺมํ เสฏฺฐํ ปสตฺถํ จริยนฺติ พฺรหฺมจริยํ, พฺรหฺมูนํ วา เสฏฺฐานํ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธอริยสาวกานํ, พฺรหฺมานญฺจ จริยนฺติ พฺรหฺมจริยํ, ตมฺหา พฺรหฺมจริยา. เตนาห ‘‘เสฏฺฐจริยา’’ติ. สาธุ วตสฺส เอกนฺเตน ภทฺทกํ ภเวยฺย. ‘‘ตชฺชนียกมฺมาทิสตฺตวิธมฺปิ กมฺมํ กริสฺสามา’’ติ อาปตฺติยา โจเทนฺตสฺส อธิปฺปาโย กมฺมาธิปฺปาโย. ‘‘อาปตฺติโต วุฏฺฐาเปสฺสามา’’ติ อธิปฺปาโย วุฏฺฐานาธิปฺปาโย. อนุวิชฺชนาธิปฺปาโยติ วีมํสนาธิปฺปาโย, อุปปริกฺขาธิปฺปาโย. อนุวิชฺชเกนาติ สงฺฆมชฺเฌ โอติณฺณํ อธิกรณํ วินิจฺฉินิตุํ นิสินฺเนน วินยธเรน. กึ เต ทิฏฺฐนฺติ ตยา กึ ทิฏฺฐํ, ปฐมํ ปาราชิกํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐ, ทุติยํ ตติยํ จตุตฺถํ ปาราชิกํ อาปชฺชนฺโต ทิฏฺโฐติ วุตฺตํ โหติ. อาทิสทฺเทน ‘‘กินฺติ เต ทิฏฺฐํ, กทา เต ทิฏฺฐํ, กตฺถ เต ทิฏฺฐ’’นฺติ อิมํ นยํ สงฺคณฺหาติ.
สมนตฺถาย ปวตฺตมาเนหิ สมเถหิ อธิกาตพฺพนฺติ อธิกรณํ. ยถา หิ สมนวเสน สมถานํ วิวาทาทีสุ อธิกตภาโว, เอวํ วิวาทาทีนํ เตหิ อธิกตฺตพฺพตาติ. เตนาห ‘‘สมเถหิ อธิกรณียภาเวนา’’ติอาทิ. อิมินา หิ อธิกรณสทฺทสฺส กมฺมสาธนตา วุตฺตา. อธิกรณนฺติ วิวาทาธิกรณํ อนุวาทาธิกรณํ อาปตฺตาธิกรณํ กิจฺจาธิกรณนฺติ จตุพฺพิธํ อธิกรณํ. วิวาทาทีนิ อธิกรณานิ สเมนฺติ วูปสเมนฺตีติ สมถา, สมฺมุขาวินยาทโย. อถ วา อธิกรียนฺติ เอตฺถาติ อธิกรณํ. เก อธิกรียนฺติ? สมถา. กถํ อธิกรียนฺติ? สมนวเสน. อธิกรณํ สเมนฺติ วูปสเมนฺตีติปิ สมถาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อาปตฺตาธิกรณํ ฐเปตฺวา เสสาธิกรเณหิ โจทนาย อภาวโต ‘‘อิทํ ปน ปาราชิกสงฺขาตํ อาปตฺตาธิกรณเมว อธิปฺเปต’’นฺติ วุตฺตํ. อาปตฺติเยว อธิกรณํ อาปตฺตาธิกรณํ. อนุทฺธํสิตกฺขเณเยว สงฺฆาทิเสโส, โส เจ ตงฺขเณเยว ชานาตีติ อธิปฺปาโย.
เมตฺติยภูมชเกติ เมตฺติยญฺจ ภูมชกญฺจ. ฉพฺพคฺคิยานํ อคฺคปุริสา เอเต. สุทฺธํ วาติ ปาราชิกมนาปนฺนํ วา. ‘‘สเจ โส ตงฺขเณเยว ชานาตี’’ติ อิมินา อาวชฺชนสมยมาห. ตงฺขเณเยว ชานนํ นาม ทุกฺกรํ, สมเยน อาวชฺชิตฺวา ญาเต ปน ญาตเมว โหติ. ปจฺฉา เจ ชานาติ, สีสํ น เอติ. สิกฺขาปจฺจกฺขานอภูตาโรจนทุฏฺฐุลฺลวาจาอตฺตกามทุฏฺฐโทสภูตาโรจนสิกฺขาปทานีติ สพฺพาเนว หิ อิมานิ เอกปริจฺเฉทานิ. ยสฺมา ปน ปรมฺมุขา สตฺตหิปิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ วทโต ทุกฺกฏเมว, ตสฺมา ‘‘ปรมฺมุขา โจเทนฺตสฺส ปน สีสํ น เอตี’’ติ วุตฺตํ. วุตฺตนยาปตฺติโยติ ‘‘วาจาย วาจายา’’ติอาทินา วุตฺตนยา สงฺฆาทิเสสทุกฺกฏาปตฺติโย. ตเถวาติ วาจาย วาจาเยว. วทนฺตสฺสาติ สตฺตหิปิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ อุปสมฺปนฺนํ สมฺมุขา วทนฺตสฺส. วุตฺตนเยเนวาติ วาจาย วาจาเยว. โอกาสํ กาเรตฺวา อุปสมฺปนฺนํ สมฺมุขา วทนฺตสฺส วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยนฺติ อาห ‘‘โอกาสํ กาเรตฺวา วทนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมวา’’ติ. เอวสทฺเทน ทุกฺกฏํ นิวตฺตียติ. อสมฺมุขา สตฺตหิปิ อาปตฺติกฺขนฺเธหิ วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. สตฺตวิธมฺปิ กมฺมนฺติ ตชฺชนียํ, นิยสํ, ปพฺพาชนียํ, ปฏิสารณียํ, ติวิธญฺจ อุกฺเขปนียนฺติ สตฺตวิธมฺปิ กมฺมํ.
อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส จ โอกาสกมฺมํ นตฺถีติ เอตฺถ อุโปสถโต ปุเร วา ปจฺฉา วา ฐปิโตปิ อฏฺฐปิโต โหติ. เขตฺเต ฐปิโต ปน ฐปิโต โหติ, ตสฺมา ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อชฺชุโปสโถ ปนฺนรโส, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อุโปสถํ กเรยฺยา’’ติ เอตฺถ ยาว เร-การํ ภณติ, ตาว ฐเปตพฺโพ, อิทํ เขตฺตํ. ยฺย-กาเร ปน วุตฺเต ฐเปนฺเตน ปจฺฉา ฐปิโต นาม โหติ. ‘‘สุณาตุ เม’’ติ อนารทฺเธ ฐเปนฺเตน ปุเร ฐปิโต โหติ. ปวารณาฏฺฐปนํ ปน สพฺพสงฺคาหิกํ, ปุคฺคลิกญฺจาติ ทุวิธํ. ตตฺถ สพฺพสงฺคาหิเก ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ…เป… สงฺโฆ เตวาจิกํ ปวาเรยฺยา’’ติ สุ-การโต ยาว เร-กาโร, ตาว อปริโยสิตาว โหติ ปวารณา, เอตฺถนฺตเร เอกปเทปิ ฐเปนฺเตน ฐปิตา โหติ ปวารณา. ยฺย-กาเร ปน ปตฺเต ปริโยสิตาว โหติ, ตสฺมา ตโต ปฏฺฐาย ฐเปนฺเตน อฏฺฐปิตา โหติ. ปุคฺคลิกฏฺฐปเน ปน ‘‘สงฺฆํ, ภนฺเต, ปวาเรมิ…เป… ตติยมฺปิ ภนฺเต สงฺฆํ ปวาเรมิ ทิฏฺเฐน วา…เป… ปสฺสนฺโต ปฏี’’ติ (มหาว. ๒๑๐) สํ-การโต ยาว อยํ สพฺพปจฺฉิโม ฏิ-กาโร, ตาว อปริโยสิตาว โหติ ปวารณา, เอตฺถนฺตเร เอกปเทปิ ฐเปนฺเตน ฐปิตา โหติ ปวารณา. ‘‘กริสฺสามี’’ติ วุตฺเต ปน ปริโยสิตา โหติ, ตสฺมา ‘‘กริสฺสามี’’ติ เอตสฺมึ ปเท สมฺปตฺเต ฐปิตาปิ อฏฺฐปิตา โหติ. เอเสว นโย เทฺววาจิกเอกวาจิกสมานวสฺสิกาสุ. เอตาสุปิ หิ ฏิ-การาวสานํเยว ฐปนกฺเขตฺตนฺติ. เตนาห ‘‘ฐปนกฺเขตฺตํ ปน ชานิตพฺพ’’นฺติ. โอสเฏ วตฺถุสฺมินฺติ โจทเกน อตฺตนา วตฺตพฺเพ สงฺฆมชฺเฌ อุทาหเฏ. อิทญฺจ อิทญฺจ กโรตีติ ปาณาติปาตํ, อทินฺนาทานญฺจ กโรติ, ชาตรูปรชตญฺจ ปฏิคฺคณฺหาติ. อสุโก จ อสุโก จ อสฺสมโณ, อนุปาสโกติ อกฺโกสาธิปฺปาเยน ปรมฺมุขา วทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, สมฺมุขา วทนฺตสฺส ปน ปาจิตฺติยเมว. เตนาห ‘‘สเจ ปน โอทิสฺส นิยเมตฺวา’’ติอาทิ. สงฺขฺยุปคมนนฺติ โวหารูปคมนํ.
ทุฏฺฐโทสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.