๖. กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา
สญฺญาจิกาย ปนาติ เอตฺถ สนฺติ อตฺตวาจโก ตติยตฺเถ นิปาโต, ยาจิกาติ ภาวสาธโน, เตสญฺจ มชฺเฌปทโลปสมาโส. ปนาติ นิปาตมตฺตเมว. เตนาห ‘‘สยํ ปวตฺติตยาจนา วุจฺจตี’’ติ. ยา หิ อตฺตนา ปวตฺติตา, สา อตฺตโน นาม โหตีติ อาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. นนุ น สกฺกา ยาจนาเยว กุฏึ กาตุนฺติ อนุโยคํ สนฺธาย ตสฺสาธิปฺปายตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สยํ ยาจิตเกหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สยํ ยาจิตเกหีติ ‘‘วาสึ เทถ, ผรสุํ เทถา’’ติอาทินา (ปารา. ๓๔๒) สยํ ยาจิตเกหิ. อุปกรเณหีติ วาสิยาทีหิ. ปเรน ภณฺฑสามิเกน ‘‘มม อิท’’นฺติ อปริจฺจาคารกฺขณโคปนวเสน ปริคฺคหิตํ ปรปริคฺคหิตกํ, ปรสนฺตกนฺติ วุตฺตํ โหติ. มูลจฺเฉทวเสนาติ มูลสฺส ฉินฺทนวเสน, ปรสนฺตกภาวโต โมเจตฺวา อตฺตโน สนฺตกํ กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. เอวญฺหิ อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐานโต ยาจนฺตสฺส อญฺญาตกวิญฺญตฺติยา ทุกฺกฏํ. ตาวกาลิกํ ปน วฏฺฏตีติ ตาวกาลิกํ กตฺวา ยาจิตุํ วฏฺฏติ. สกกมฺมํ น ยาจิตพฺพาติ ปาณาติปาตสิกฺขาปทรกฺขณตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘หตฺถกมฺมํ เทถา’’ติ อนิยเมตฺวาปิ น ยาจิตพฺพา. เอวํ ยาจิตา หิ เต ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ภิกฺขุํ อุยฺโยเชตฺวา มิเคปิ มาเรตฺวา อาหเรยฺยุํ. นิยเมตฺวา ปน ‘‘วิหาเร กิญฺจิ กตฺตพฺพํ อตฺถิ, ตตฺถ หตฺถกมฺมํ เทถา’’ติ ยาจิตพฺพา. ‘‘กุฏิ นาม อุลฺลิตฺตา วา โหติ, อวลิตฺตา วา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตา วา’’ติ (ปารา. ๓๔๕) ปทภาชเน วุตฺตตฺตา ‘‘กุฏินฺติ อุลฺลิตฺตาทีสุ อญฺญตร’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อุทฺธํ มุขํ ลิตฺตา อุลฺลิตฺตา. อนฺโต ลิมฺปนฺตา หิ เอวํ ลิมฺปนฺติ. อโธ มุขํ ลิตฺตา อวลิตฺตา. พหิ ลิมฺปนฺตา หิ เอวํ ลิมฺปนฺติ. เตนาห ‘‘ตตฺถ อุลฺลิตฺตา นามา’’ติอาทิ. ปิฏฺฐสงฺฆาโฏติ ทฺวารพาหา. ‘‘สุธาย วา มตฺติกาย วา’’ติ เอเตน ฐเปตฺวา อิเม เทฺว เลเป อวเสโส ภสฺมาโคมยาทิเภโท อเลโปติ ทสฺเสติ.
ยสฺมา ปน สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรนฺเตนาปิ อิธ วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ, ตสฺมา ‘‘สยํ วา กโรนฺเตน อาณตฺติยา วา การาเปนฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ‘‘สยํ วา กโรนฺเตนา’’ติ อิมินา สามตฺถิยโต ลพฺภมานมตฺถมาห, น ตุ ปทตฺถโต. ‘‘อาณตฺติยา วา การาเปนฺเตนา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๔๘-๓๔๙) ปน ปทตฺถโต. เอวญฺจ กตฺวา ยทิ ปน ‘‘กโรนฺเตน วา การาเปนฺเตน วา’’ติ วเทยฺย, พฺยญฺชนํ วิโลมิตํ ภเวยฺย. น หิ การาเปนฺโต กโรนฺโต นาม โหตีติ เอทิสี โจทนา อนวกาสาติ ทฏฺฐพฺพํ. นตฺถิ สามี ปติ เอติสฺสาติ อสามิกา, ตํ อสามิกํ, อนิสฺสรนฺติ อตฺโถ. อนิสฺสรตา เจตฺถ การาปเนนาติ อาห ‘‘กาเรตา ทายเกน วิรหิต’’นฺติ. อุทฺเทโสติ อุทฺทิสิตพฺโพ.
ตตฺราติ สามิสฺมึ ภุมฺมวจนนฺติ อาห ‘‘ตสฺสา กุฏิยา’’ติ. ทีฆโสติ นิสฺสกฺกวจนนฺติ อาห ‘‘ทีฆโต’’ติ. พหิกุฏฺเฏติ กุฏฺฏสฺส พหิ, ถุเสน มิสฺสโก ปิณฺโฑ ถุสปิณฺโฑ, ตสฺส ปริยนฺโต ถุสปิณฺฑปริยนฺโต, เตน, ถุสมิสฺสกมตฺติกาปิณฺฑปริยนฺเตนาติ วุตฺตํ โหติ. ถุสปิณฺฑสฺสูปริ เสตกมฺมํ ปน อพฺโพหาริกํ. อพฺภนฺตเร ภโว อพฺภนฺตริโม, เตน. ยตฺถาติ ยสฺสํ กุฏิยํ. ปมาณยุตฺโตติ ปกติวิทตฺถิยา นววิทตฺถิปมาโณ. ‘‘ติริยํ สตฺตนฺตรา’’ติ (ปารา. ๓๔๘) อุกฺกํสโต ปมาณสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘เหฏฺฐิมโกฏิยา จตุหตฺถวิตฺถารา น โหตี’’ติ วุตฺตํ.
โสเธตฺวาติ สมตลสีมมณฺฑลสทิสํ กตฺวา. ปทภาชเน วุตฺตนเยน สงฺฆํ ติกฺขตฺตุํ ยาจิตฺวาติ ‘‘สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย ‘อหํ, ภนฺเต, สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ กุฏิวตฺถุโอโลกนํ ยาจามี’’’ติ (ปารา. ๓๔๙) ปทภาชเน วุตฺตนเยน ติกฺขตฺตุํ ยาจิตฺวา. สงฺเฆน วา สมฺมตาติ ปทภาชนิยํ (ปารา. ๓๕๐) วุตฺเตน ญตฺติทุติยกมฺเมน, อปโลกนกมฺมวเสน วา สงฺเฆน สมฺมตา. วตฺถูติ กุฏิวตฺถุ. อนารมฺภนฺติ อนุปทฺทวํ. ปริโต กมติ คจฺฉติ เอตฺถาติ ปริกฺกมนํ, เตน สห วตฺตตีติ สปริกฺกมนํ, สอุปจารนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘เตหิ ภิกฺขูหี’’ติอาทิ.
กิปิลฺลิกาทีนนฺติ เอตฺถ กิปิลฺลิกา (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๕๓) นาม รตฺตกาฬปิงฺคลาทิเภทา ยา กาจิ, ตา อาทิ เยสํ ตานิ กิปิลฺลิกาทีนิ, เตสํ. อาทิสทฺเทน อุปจิกาทีนํ สงฺคหณํ. อาสโยติ นิพทฺธวสนฏฺฐานํ, โส อาทิ เยสํ เต อาสยาทโย, เตหิ. อาทิสทฺเทน เจตฺถ นิสฺสิตสฺส คหณํ. โสฬสหิ อุปทฺทเวหีติ ‘‘กิปิลฺลิกานํ วา อาสโย โหติ, อุปจิกานํ วา อุนฺทูรานํ วา อหีนํ วา วิจฺฉิกานํ วา สตปทีนํ วา หตฺถีนํ วา อสฺสานํ วา สีหานํ วา พฺยคฺฆานํ วา ทีปีนํ วา อจฺฉานํ วา ตรจฺฉานํ วา เยสํ เกสญฺจิ ติรจฺฉานคตานํ ปาณานํ วา อาสโย โหติ, ปุพฺพณฺณนิสฺสิตํ วา โหติ, อปรณฺณอพฺภาฆาตอาฆาตนสุสานอุยฺยานราชวตฺถุหตฺถิสาลาอสฺสสาลาพนฺธนาคารปานาคารสูนรจฺฉาจจฺจรสภาสํสรณนิสฺสิตํ วา โหตี’’ติ (ปารา. ๓๕๓) เอวํ วุตฺเตหิ โสฬสหิ อุปทฺทเวหิ. ตตฺถ จ อพฺภาฆาตํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๕๓) นาม การณาฆรํ. อาฆาตนํ นาม ธมฺมคนฺธิกา. สุสานนฺติ มหาสุสานํ. สํสรณํ นาม อนิพฺพิชฺฌคมนีโย คตปจฺจาคตมคฺโค.
อาวิชฺฌิตุํ สกฺกุเณยฺยตายาติ ฉินฺนตฏาทีนมภาวโต อนุปริยายิตุํ สกฺกุเณยฺยตาย. เตน ภิกฺขุนาติ กุฏิการเกน ภิกฺขุนา. ยาจิเตหีติ ‘‘เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย ‘อหํ, ภนฺเต, สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โสหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ กุฏิวตฺถุเทสนํ ยาจามี’’’ติ (ปารา. ๓๕๑) ติกฺขตฺตุํ ยาจิเตหิ. ญตฺติทุติเยน กมฺเมนาติ –
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โส สงฺฆํ กุฏิวตฺถุเทสนํ ยาจติ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏิวตฺถุํ เทเสยฺย. เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กตฺตุกาโม อสามิกํ อตฺตุทฺเทสํ, โส สงฺฆํ กุฏิวตฺถุเทสนํ ยาจติ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏิวตฺถุํ เทเสติ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏิวตฺถุสฺส เทสนา, โส ตุณฺหสฺส. ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย. เทสิตํ สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน กุฏิวตฺถุ, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ –
เอวํ ปทภาชเน วุตฺเตน ญตฺติทุติเยน กมฺเมน. อาฬวิกา นาม อาฬวิรฏฺเฐ ชาตา ทารกา, เต ปพฺพชิตกาเลปิ ‘‘อาฬวิกา’’เตฺวว ปญฺญายึสุ. เต สนฺธาย วุตฺตํ อาฬวิเก ภิกฺขู’’ติ. เลเป ฆฏิเตติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๕๓) อนฺโตเลเป วา อนฺโตเลเปน สทฺธึ ภิตฺติญฺจ ฉทนญฺจ เอกาพทฺธํ กตฺวา ฆฏิเต, พหิเลเป วา พหิเลเปน สทฺธึ ฆฏิเต. เทฺว จ ทุกฺกฏานิ สารมฺภอปริกฺกมนวเสน. อุภยวิปนฺนาติ อุภเยหิ เทสนาปมาเณหิ วิปนฺนา วิรหิตา อุภยวิปนฺนา, อเทสิตวตฺถุกา ปมาณาติกฺกนฺตาติ อตฺโถ. ตสฺมินฺติ ทฺวารพนฺเธ วา วาตปาเน วา. เลโป น ฆฏิยตีติ ปุพฺเพ ทินฺนเลโป ทฺวารพนฺเธน วา วาตปาเนน วา สทฺธึ น ฆฏิยติ, เอกาพทฺธํ หุตฺวา น ติฏฺฐตีติ วุตฺตํ โหติ. ตนฺติ ทฺวารพนฺธํ วา วาตปานํ วา ปรามสติ. ปฐมเมวาติ เลปกิจฺจสฺส นิฏฺฐิตตฺตา ทฺวารพนฺธวาตปานานํ ฐปนโต ปุพฺเพเยว, เลปสฺส นิฏฺฐิตกฺขเณเยวาติ อธิปฺปาโย. ‘‘ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ สารมฺภํ สปริกฺกมนํ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ภิกฺขุ กุฏึ กโรติ เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ อนารมฺภํ อปริกฺกมนํ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๓๕๕) ปทภาชนิยํ วุตฺตตฺตา ‘‘เกวลํ สารมฺภายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิปฺปกตนฺติ อนิฏฺฐิตํ. อญฺญสฺส ททโต จาติ อญฺญสฺส ปุคฺคลสฺส วา สงฺฆสฺส วา ททโต จ. คุหา นาม อิฏฺฐกคุหา วา สิลาคุหา วา ทารุคุหา วา ภูมิคุหา วา. ติณกุฏิ นาม สตฺตภูมิโกปิ ปาสาโท ติณจฺฉทโน ‘‘ติณกุฏิกา’’ติ วุจฺจติ. อญฺญสฺสาติ อาจริยสฺส วา อุปชฺฌายสฺส วา สงฺฆสฺส วา. วาสาคารํ ฐเปตฺวาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๓๖๔) อตฺตโน วสนตฺถาย วาสาคารํ ฐเปตฺวา. อุโปสถาคาราทีสูติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน ชนฺตาฆรโภชนสาลาอคฺคิสาลานํ คหณํ. เหฏฺฐิมปมาณสมฺภโวติ จตุหตฺถวิตฺถิณฺณตา. อเทสาเปตฺวา กโรโตติ วตฺถุํ อเทสาเปตฺวา ปมาณาติกฺกนฺตํ, ปมาณยุตฺตํ วา กโรโต. เอตฺถ จ วตฺถุโน อเทสาปนํ อกิริยา. กุฏิกรณํ กิริยา.
กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.