๑๐. สงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา

สหิตสฺสาติ กายจิตฺเตหิ เอกีภูตสฺส. เตนาห ‘‘จิตฺเตน จ สรีเรน จ อวิยุตฺตสฺสาติ อตฺโถ’’ติ. อสฺสาติ ‘‘สมคฺคสฺสา’’ติ ปทสฺส. สมานสํวาสโกติ สมาโน เอกูโปสถาทิเภโท สํวาโส อสฺสาติ สมานสํวาสโก, ลทฺธินานาสํวาสเกน วา กมฺมนานาสํวาสเกน วา วิรหิโต. กายสามคฺคิทานโตติ กาเยน, กายสฺส วา สามคฺคิยา สหิตภาวสฺส ทานโต, เตสุ เตสุ สงฺฆกมฺเมสุ หตฺถปาสูปคมนโตติ วุตฺตํ โหติ. กถํ นามายํ ภิชฺเชยฺยาติ อยํ สงฺโฆ เกน นุ โข อุปาเยน วคฺโค ภเวยฺย. วายาเมยฺยาติ อุสฺสาหํ กเรยฺย, ปกฺขํ ปริเยเสยฺย, คณํ พนฺเธยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. อตฺตโน ผลํ กโรตีติ กรณํ, ยํ กิญฺจิ การณํ, อธิกํ กรณนฺติ อธิกรณํ, วิเสสการณํ, วิเสสการณญฺจ สงฺฆเภทสฺสาติ วุตฺตํ ‘‘เภทนสฺสา’’ติอาทิ. เภทกรวตฺถุวเสน อฏฺฐารสวิธนฺติ –

‘‘อิธุปาลิ ภิกฺขู อธมฺมํ ‘ธมฺโม’ติ ทีเปนฺติ, ธมฺมํ ‘อธมฺโม’ติ ทีเปนฺติ. อวินยํ ‘วินโย’ติ ทีเปนฺติ, วินยํ ‘อวินโย’ติ ทีเปนฺติ. อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตน ‘ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ, ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน ‘อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ. อนาจิณฺณํ ตถาคเตน ‘อาจิณฺณํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ, อาจิณฺณํ ตถาคเตน ‘อนาจิณฺณํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ. อปญฺญตฺตํ ตถาคเตน ‘ปญฺญตฺตํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ, ปญฺญตฺตํ ตถาคเตน ‘อปญฺญตฺตํ ตถาคเตนา’ติ ทีเปนฺติ. อนาปตฺตึ ‘อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ, อาปตฺตึ ‘อนาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ. ลหุกํ อาปตฺตึ ‘ครุกา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ, ครุกํ อาปตฺตึ ‘ลหุกา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ. สาวเสสํ อาปตฺตึ ‘อนวเสสา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ, อนวเสสํ อาปตฺตึ ‘สาวเสสา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ. ทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ‘อทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺติ, อทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ‘ทุฏฺฐุลฺลา อาปตฺตี’ติ ทีเปนฺตี’’ติ (จูฬว. ๓๕๒) –

เอวํ กมฺมกฺขนฺธเก วุตฺตานํ อฏฺฐารสนฺนํ เภทกรณานํ วเสน อฏฺฐารสวิธํ. การณญฺหิ ตทายตฺตวุตฺติตาย ผลํ เอตฺถ วสตีติ ‘‘วตฺถู’’ติ วุจฺจติ. โหนฺติ เจตฺถ –

‘‘ธมฺมวินยภาสิตา-จิณฺณปญฺญตฺติกา ทุกา;

อาปตฺติลหุทุฏฺฐุลฺล-สาวเสสทุกานิ จ.

‘‘เอตานฏฺฐารส ‘เภท-กรวตฺถู’ติ วุจฺจเร;

วิปลฺลาสคหิตานิ, วาทมูลูปนิสฺสยา’’ติ.

ปคฺคยฺหาติ ปคฺคหิตํ อพฺภุสฺสิตํ ปากฏํ กตฺวา. ติฏฺเฐยฺยาติ ยถาสมาทินฺนํ, ยถาปคฺคหิตเมว จ กตฺวา อจฺเฉยฺย. ยสฺมา ปน เอวํ ปคฺคณฺหตา, ติฏฺฐตา จ ตํ ทีปิตญฺเจว อวินิสฺสฏฺฐญฺจ โหติ, ตสฺมา ‘‘ทีเปยฺย เจว นปฺปฏินิสฺสชฺเชยฺย จา’’ติ วุตฺตํ. กีว ทูเร สุตฺวา คนฺตฺวา อวทนฺตานํ ทุกฺกฏนฺติ อาห ‘‘สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทนา’’ติอาทิ. ปิ-สทฺโท เจตฺถ อฏฺฐานปฺปยุตฺโต, ตสฺส ‘‘อฑฺฒโยชนมตฺต’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ‘‘อฑฺฒโยชนมตฺต’’นฺติ อิมินา เอกวิหาเร วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทีเปติ. ‘‘คนฺตฺวา’’ติ อิมินา ทูตํ วา ปณฺณํ วา เปเสตฺวา วทโตปิ อาปตฺติโมกฺโข นตฺถิ, สยเมว ปน คนฺตฺวา ‘‘ครุโก โข, อาวุโส, สงฺฆเภโท, มา สงฺฆเภทาย ปรกฺกมี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๑๑) นิวาเรตพฺโพติ ทีเปติ.

สมาคจฺฉตูติ เอกีภวตุ. เอกีภาโว จ สมานลทฺธิวเสน โหตีติ อาห ‘‘เอกลทฺธิโก โหตู’’ติ. เอกา ลทฺธิ คหณํ อสฺสาติ เอกลทฺธิโก, เอกทิฏฺฐิโกติ อตฺโถ. อญฺญมญฺญสมฺปตฺติยาติ อญฺญมญฺญสฺส สมานทิฏฺฐิจิตฺตตาสงฺขาตาย สมฺปตฺติยา. ‘‘อญฺญมญฺญสฺส คุณลาภาทิกาย สมฺปตฺติยา’’ติ เกจิ. อสมคฺโค หิ วิสุํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ, พหิสีมายํ วา อนุปริเวณิยํ วาติ น เอกุทฺเทโส. เตนาห ‘‘เอกโต ปวตฺตปาติโมกฺขุทฺเทโสติ อตฺโถ’’ติ. อปฺปฏินิสฺสชฺชโต ทุกฺกฏนฺติ วิสุํ วิสุํ วทนฺตานํ คณนาย ทุกฺกฏํ. สมนุภาสนกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ยาวตติยํ สมนุภาสนกมฺมํ กาตพฺพํ, ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกมตี’’ติอาทินา (ปารา. ๔๑๓) ปทภาชเน วุตฺตาหิ ญตฺติจตุตฺถาหิ ตีหิ สมนุภาสนกมฺมวาจาหิ กมฺมํ กาตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘เภทาย ปรกฺกเมยฺยา’’ติ วิสุํ วุตฺตตฺตา เภทนสํวตฺตนิกสฺส อธิกรณสฺส สมาทาย ปคฺคณฺหนโต ปุพฺเพปิ ปกฺขปริเยสนาทิวเสน สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนฺตสฺส สมนุภาสนกมฺมํ กาตพฺพนฺติ เวทิตพฺพํ. ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส อนาปตฺติภาวโต ‘‘โสตฺถิภาโว ตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ วุตฺตํ.

กิญฺจาปิ ภิกฺขุนี สงฺฆํ น ภินฺทติ, อปิจ โข เภทาย ปรกฺกมตีติ ‘‘สาธารณปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตํ. สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปชฺชนฺตสฺส ญตฺติยา ทุกฺกฏํ, ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา จ ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตีติ อาห ‘‘สมนุภาสนกมฺเม’’ติอาทิ. ตญฺจ ทุกฺกฏํ เต จ ถุลฺลจฺจยา ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตีติ ยญฺจ ญตฺติปริโยสาเน ทุกฺกฏํ อาปนฺโน, เย จ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจเย, ตา ติสฺโสปิ อาปตฺติโย ลิงฺคปริวตฺเตน อสาธารณาปตฺติโย วิย ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ. สเจ ปนสฺส ญตฺติปริโยสาเน ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมติ, สํวโร อุปฺปชฺชติ, ตํ ปฏินิสฺสชฺชติ, ญตฺติยา ทุกฺกฏํ เทเสตฺวา มุจฺจติ. อถ ตํ น ปฏินิสฺสชฺชติ, เภทาย ปรกฺกมติ เจว เภทนสํวตฺตนิกํ อธิกรณํ สมาทาย ปคฺคยฺห ติฏฺฐติ จ, ญตฺติทุกฺกฏํ ปฏิปฺปสฺสมฺภติ, ปฐมกมฺมวาจาย ถุลฺลจฺจเย ปติฏฺฐาติ. เอส นโย อิตรกมฺมวาจายมฺปิ. อสมนุภาสิยมานสฺส อปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺสาปิ สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ. ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺสาปิ ญตฺติโต ปุพฺเพ วา ญตฺติกฺขเณ วา ญตฺติปริโยสาเน วา ปฐมาย วา อนุสฺสาวนาย ทุติยาย วา ตติยาย วา ยาว ยฺย-การํ น สมฺปาปุณาติ, ตาว ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ. เตนาห ‘‘อสมนุภาสิยมานสฺส จา’’ติอาทิ.

เอตฺถ ปน (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๑๖) ‘‘เทวทตฺโต สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกมิ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ (ปริ. ๑๗) ปริวาเร อาคตตฺตา เทวทตฺโต อาทิกมฺมิโก, โส จ โข สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนสฺเสว, น อปฺปฏินิสฺสชฺชนสฺส. น หิ ตสฺส ตํ กมฺมํ กตํ. กถมิทํ ชานิตพฺพนฺติ เจ? สุตฺตโต. ตถา หิ ‘‘อริฏฺโฐ ภิกฺขุ คทฺธพาธิปุพฺโพ ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา ยาวตติยํ สมนุภาสนาย น ปฏินิสฺสชฺชิ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ ปริวาเร อาคตตฺตา อริฏฺฐสฺส กมฺมํ กตนฺติ ปญฺญายติ, น ตถา เทวทตฺตสฺส. อถาปิสฺส กเตน ภวิตพฺพนฺติ โกจิ อตฺตโน รุจิมตฺเตน วเทยฺย, ตถาปิ อปฺปฏินิสฺสชฺชเน อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติ นาม นตฺถิ. น หิ ปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมนฺตสฺส อญฺญตฺร โอทิสฺส อนุญฺญาตโต อนาปตฺติ นาม ทิสฺสติ. ยมฺปิ อริฏฺฐสิกฺขาปทสฺส ปทภาชเน อนาปตฺติยํ ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ โปตฺถเกสุ ลิขิตํ, ตํ ปมาทลิขิตํ, ปมาทลิขิตภาโว จ ตสฺส ‘‘ปฐมํ อริฏฺโฐ ภิกฺขุ โจเทตพฺโพ, โจเทตฺวา สาเรตพฺโพ, สาเรตฺวา อาปตฺตึ อาโรเปตพฺโพ’’ติ (จูฬว. ๖๕) เอวํ กมฺมกฺขนฺธเก อาปตฺติโรปนโต เวทิตพฺโพ.

อิธ เภทาย ปรกฺกมเน อาทิกมฺมิกสฺส เทวทตฺตสฺส ยสฺมา ตํ กมฺมํ น กตํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๑๖), ตสฺมาสฺส อาปตฺติเยว น ชาตา. สิกฺขาปทํ ปน ตํ อารพฺภ ปญฺญตฺตนฺติ กตฺวา ‘‘อาทิกมฺมิโก’’ติ วุตฺโต. อิติ อาปตฺติยา อภาวโตเยวสฺส อนาปตฺติ วุตฺตา. สา ปเนสา กิญฺจาปิ ‘‘อสมนุภาสิยมานสฺสา’’ติ อิมินาว สิทฺธา. ยสฺมา ปน อสมนุภาสิยมาโน นาม ยสฺส เกวลํ สมนุภาสนํ น กโรนฺติ, โส วุจฺจติ, น อาทิกมฺมิโก. อยญฺจ เทวทตฺโต อาทิกมฺมิโกเยว. ตสฺมา ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ (ปารา. ๔๑๖) วุตฺตํ. เอเตเนว อุปาเยน ฐเปตฺวา อริฏฺฐสิกฺขาปทํ สพฺพสมนุภาสนาสุ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐานโต สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ. ‘‘ปฏินิสฺสชฺชามี’’ติ กายวิการํ วา วจีเภทํ วา อกโรนฺตสฺเสว ปน อาปชฺชนโต อกิริยํ. ‘‘นปฺปฏินิสฺสชฺชามี’’ติ สญฺญาย อภาเวน มุจฺจนโต สญฺญาวิโมกฺขํ. ‘‘นปฺปฏินิสฺสชฺชามี’’ติ ชานนจิตฺเตเนว สจิตฺตกํ.

สงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.