๑๑. เภทานุวตฺตกสิกฺขาปทวณฺณนา

ตสฺเสวาติ เภทาย ปรกฺกมนฺตสฺเสว. โขติ นิปาตมตฺตํ. ปนาติ วิเสเส นิปาโต. ยํ วจนํ สมคฺเคปิ วคฺเค อวยวภูเต กโรติ ภินฺทติ, ตํ กลหการกวจนํ อิธ ‘‘วคฺค’’นฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘วคฺคํ อสามคฺคิปกฺขิยวจนํ วทนฺตี’’ติ. อสามคฺคิปกฺเข ภวา อสามคฺคิปกฺขิยา, กลหการกา, เตสํ วจนํ อสามคฺคิปกฺขิยวจนํ, อสามคฺคิปกฺเข วา ภวํ วจนํ อสามคฺคิปกฺขิยวจนํ. ‘‘น หิ สงฺโฆ สงฺฆสฺส กมฺมํ กโรตี’’ติ อิทํ นิคฺคหวเสน กตฺตพฺพํ กมฺมํ สนฺธาย วุตฺตํ, อุพฺพาหิกาทิกมฺมํ ปน พหูนมฺปิ กาตุํ วฏฺฏติเยว. ธมฺมวาทีติ ภูตวาที. วินยวาทีติ วูปสมวาที. ชานาติ โนติ เอตฺถาปิ ‘‘ฉนฺทญฺจ รุจิญฺจา’’ติ อิทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เตนาห ‘‘อมฺหากํ ฉนฺทาทีนิ ชานาตี’’ติ. ภาสตีติ เอตฺถ ‘‘โน’’ติ อิทํ วิภตฺติวิปริณาเมน ยุชฺชติ. เตนาห ‘‘เอวํ กโรมาติ อเมฺหหิ สทฺธึ ภาสตี’’ติ. ‘‘เอต’’นฺติ อิมินา ตสฺส กมฺมํ ปจฺจามฏฺฐนฺติ อาห ‘‘ยํ โส กโรตี’’ติอาทิ. โสติ สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนฺโต. สเมตายสฺมนฺตานนฺติ เอตฺถ ‘‘จิตฺต’’นฺติ อชฺฌาหริตพฺพนฺติ อาห ‘‘อายสฺมนฺตานํ จิตฺต’’นฺติ. วุตฺตสทิสาเยวาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา อญฺญภาคิยสิกฺขาปทฏฺฐกถาย วณฺณนายํ (กงฺขา. อฏฺฐ. อญฺญภาคิยสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตเมว.

เภทานุวตฺตกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.