๔. จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา

อนภิชานนฺติ น อภิชานํ. เยน หิ โย ธมฺโม อธิคโต, โส ตสฺส ปากโฏ โหตีติ อาห ‘‘สกสนฺตาเน’’ติอาทิ. อุตฺตริมนุสฺสานนฺติ ปกติมนุสฺเสหิ อุตฺตริตรานํ มนุสฺสานํ, อุกฺกฏฺฐมนุสฺสานนฺติ อตฺโถ. ธมฺมนฺติ มหคฺคตโลกุตฺตรภูตํ อธิคตธมฺมํ. อถ วา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม. มนุสฺสธมฺโม นาม วินา ภาวนามนสิกาเรน ปกติยา มนุสฺเสหิ นิพฺพตฺเตตพฺโพ ทสกุสลกมฺมปถธมฺโม. โส หิ มนุสฺสานํ จิตฺตาธิฏฺฐานมตฺเตน อิชฺฌนโต เตสํ โส ภาวิตธมฺโม วิย ฐิโตติ ตถา วุตฺโต, มนุสฺสคฺคหณญฺเจตฺถ เตสุ พหุลํ ปวตฺตนโต. ฌานาทิกํ ปน ตพฺพิธุรนฺติ ตตุตฺตริ, อิติ อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมาติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม, ตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมนฺติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สมุทาจรนฺโตติ อาโรเจนฺโต.

กิญฺจาปิ โลกิยโลกุตฺตรา สพฺพาว ปญฺญา ‘‘ญาณ’’นฺติ วุจฺจติ, อิธ ปน มหคฺคตโลกุตฺตราว เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘มหคฺคตโลกุตฺตรปญฺญา ชานนฏฺเฐน ญาณ’’นฺติ. กิเลเสหิ อารกตฺตา ปริสุทฺธฏฺเฐน อริยนฺติ อาห ‘‘อริยํ วิสุทฺธํ อุตฺตม’’นฺติ. อริยสทฺโท เจตฺถ วิสุทฺธปริยาโย, น โลกุตฺตรปริยาโย. ฌานาทิเภเทติ อาทิสทฺเทน ‘‘วิโมกฺโข, สมาธิ, สมาปตฺติ, ญาณทสฺสนํ, มคฺคภาวนา, ผลสจฺฉิกิริยา, กิเลสปฺปหานํ, วินีวรณตา จิตฺตสฺส, สุญฺญาคาเร อภิรตี’’ติ (ปารา. ๑๙๘) อิเม สงฺคณฺหาติ. วิญฺญุสฺส มนุสฺสชาติกสฺสาติ อาโรเจตพฺพปุคฺคลนิทสฺสนํ. เอตสฺส หิ อาโรจิเต อาโรจิตํ โหติ, น เทวพฺรหฺมานํ, นาปิ เปตยกฺขติรจฺฉานคตานนฺติ. อาโรเจยฺยาติ วเทยฺย, วิญฺญาเปยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. วินา อญฺญาปเทเสนาติ ‘‘โย เต วิหาเร วสติ, โส ภิกฺขุ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี’’ติอาทินา (ปารา. ๒๒๐) นเยน อญฺญาปเทสํ วินาติ อตฺโถ. อิเธวาติ ‘‘อิติ ชานามิ, อิติ ปสฺสามี’’ติ อิมสฺมึเยว ปเท. ‘‘เตน วุตฺต’’นฺติอาทิ นิคมนํ.

สมนุคฺคาหียมาโนติ โจทิยมาโน, ยํ วตฺถุ อาโรจิตํ โหติ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ‘‘กึ เต อธิคตํ, กินฺติ เต อธิคตํ, กทา เต อธิคตํ, กตฺถ เต อธิคตํ, กตเม เต กิเลสา ปหีนา, กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภี’ติ เกนจิ วุจฺจมาโน’’ติ วุตฺตํ โหติ. อสมนุคฺคาหียมาโนติ น เกนจิ วุจฺจมาโน.

‘‘ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา อภพฺโพ ฌานาทีนิ อธิคนฺตุ’’นฺติ สิกฺขาปทาติกฺกมสฺส อนฺตรายกรตฺตา วุตฺตํ. ภิกฺขุภาโว หิสฺส สคฺคนฺตราโย เจว โหติ มคฺคนฺตราโย จ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๙๘). วุตฺตเญฺหตํ ‘‘สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ, นิรยายุปกฑฺฒตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๘๙; ธ. ป. ๓๑๑). อปรมฺปิ วุตฺตํ ‘‘สิถิโล หิ ปริพฺพาโช, ภิยฺโย อากิรเต รช’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๘๙; ธ. ป. ๓๑๓). ภิกฺขุภาโวติ ปาราชิกํ อาปชฺชิตฺวา ‘‘สมโณ อห’’นฺติ ปฏิชานนโต โวหารมตฺตสิทฺโธ ภิกฺขุภาโว. ทานาทีหีติ ทานสรณสีลสํวราทีหิ.

อชานเมวาติ เอตฺถ เอวาติ อวธารณตฺเถ นิปาโต. ‘‘อชานเมว’’นฺติปิ ปฐนฺติ. ตตฺถ ปน ‘‘เอวํ ชานามิ, เอวํ ปสฺสามี’’ติ อวจนฺติ โยเชตพฺพํ. วจนตฺถวิรหโตติ ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิ’’นฺติ อาทิวจนสฺส (ปารา. ๒๐๙) อตฺถภูเตน ฌานาทินา วชฺชิตตฺตา ตุจฺฉํ อุทกาทิสุญฺญํ ภาชนํ วิย. มุสาติ วิสํวาทนปุเรกฺขารสฺส ปรวิสํวาทโก วจีปโยโค, กายปโยโค วา. เตนาห ‘‘วญฺจนาธิปฺปายโต มุสา’’ติ. มุสา จ วญฺจนาธิปฺปาโย จ ปุพฺพภาคกฺขเณ, ตงฺขเณ จ. วุตฺตญฺหิ ‘‘ปุพฺเพ วาสฺส โหติ ‘มุสา ภณิสฺส’นฺติ, ภณนฺตสฺส โหติ ‘มุสา ภณามี’’’ติ (ปารา. ๒๐๐). เอตญฺหิ ทฺวยํ องฺคภูตํ, อิตรํ ปน โหตุ วา, มา วา, อการณเมตํ. อภณินฺติ วิญฺญาปนํ อกาสึ.

อญฺญตฺร อธิมานาติ อธิคโต มาโน, อธิโก วา มาโน อธิมาโน, ถทฺธมาโนติ อตฺโถ, ตํ วินาติ อตฺโถ. กสฺส ปนายํ อธิมาโน อุปฺปชฺชติ, กสฺส นุปฺปชฺชติ? อริยสาวกสฺส ตาว นุปฺปชฺชติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๙๖). โส หิ มคฺคผลนิพฺพานปหีนกิเลสาวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขเณน สญฺชาตโสมนสฺโส อริยคุณปฺปฏิเวเธ นิกฺกงฺโข, ตสฺมา โสตาปนฺนาทีนํ ‘‘อหํ สกทาคามี’’ติอาทิวเสน มาโน นุปฺปชฺชติ. ทุสฺสีลสฺส นุปฺปชฺชติ. โส หิ อริยคุณาธิคเม นิราโสว. สีลวโตปิ ปริจฺจตฺตกมฺมฏฺฐานสฺส นิทฺทารามตาทิมนุยุตฺตสฺส นุปฺปชฺชติ, สุปริสุทฺธสีลสฺส ปน กมฺมฏฺฐาเน อปฺปมตฺตสฺส นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา ปจฺจยปริคฺคเหน วิติณฺณกงฺขสฺส ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส อุปฺปชฺชติ. เตนาห ‘‘ยฺวาย’’นฺติอาทิ. ตตฺถ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวาติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๑๙๖) กลาปสมฺมสนวเสน อนิจฺจาทิลกฺขณตฺตยํ อาโรเปตฺวา. สมฺมสนฺตสฺสาติ วิปสฺสนฺตสฺส. อารทฺธวิปสฺสกสฺสาติ อุทยพฺพยานุปสฺสนาย อารทฺธวิปสฺสกสฺส. อปตฺเตติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปตฺติวเสน อปตฺเต, อนธิคเตติ วุตฺตํ โหติ. ปตฺตสญฺญิตาสงฺขาโตติ ‘‘ปตฺโต มยา อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม’’ติ เอวํสญฺญิตาสงฺขาโต อธิมาโน อุปฺปชฺชติ. อุปฺปนฺโน จ สุทฺธสมถลาภึ วา สุทฺธวิปสฺสนาลาภึ วา อนฺตรา ฐเปติ. โส หิ ทสปิ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ วสฺสานิ กิเลสสมุทาจารํ อปสฺสนฺโต ‘‘อหํ โสตาปนฺโน’’ติ วา ‘‘สกทาคามี’’ติ วา ‘‘อนาคามี’’ติ วา มญฺญติ. สมถวิปสฺสนาลาภึ ปน อรหตฺเตเยว ฐเปติ. ตสฺส หิ สมาธิพเลน กิเลสา วิกฺขมฺภิตา, วิปสฺสนาพเลน สงฺขารา สุปริคฺคหิตา, ตสฺมา สฏฺฐิมฺปิ วสฺสานิ, อสีติมฺปิ วสฺสานิ, วสฺสสตมฺปิ กิเลสา น สมุทาจรนฺติ, ขีณาสวสฺเสว จิตฺตาจาโร โหติ. โส เอวํ ทีฆรตฺตํ กิเลสสมุทาจารํ อปสฺสนฺโต อนฺตรา อฏฺฐตฺวาว ‘‘อรหา อห’’นฺติ มญฺญตีติ. ‘‘ตํ อธิมานํ ฐเปตฺวา’’ติ อิมินา ‘‘อญฺญตฺรา’’ติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา ‘‘อธิมานา’’ติ อุปโยคตฺเถ นิสฺสกฺกวจนนฺติ ทสฺเสติ.

ปาปิจฺฉตายาติ ปาปา อิจฺฉา เอตสฺสาติ ปาปิจฺโฉ, ตสฺส ภาโว ปาปิจฺฉตา, ตาย, ปาปิกาย อิจฺฉายาติ อตฺโถ. ยา สา ‘‘อิเธกจฺโจ ทุสฺสีโลว สมาโน ‘สีลวา’ติ มํ ชโน ชานาตู’’ติอาทินา (วิภ. ๘๕๑) นเยน วุตฺตา, ตาย อสนฺตคุณสมฺภาวนิจฺฉายาติ วุตฺตํ โหติ. อิมินา ปน มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา สมุทาจรนฺตสฺส อนาปตฺตีติ ทสฺเสติ. อยมฺปีติ ปิ-สทฺเทน น เกวลํ ปุริมา ตโยวาติ ทสฺเสติ.

อสนฺตนฺติ อภูตํ. ฌานาทิธมฺมนฺติ ฌานํ, วิโมกฺโข, สมาธิ, สมาปตฺติ, ญาณทสฺสนํ, มคฺคภาวนา, ผลสจฺฉิกิริยา, กิเลสปฺปหานํ, วินีวรณตา จิตฺตสฺส, สุญฺญาคาเร อภิรตี’’ติ (ปารา. ๑๙๘) เอวํ วุตฺตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ. ยสฺส อาโรเจตีติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๑๕) วาจาย วา หตฺถวิการาทีหิ วา องฺคปจฺจงฺคโจปเนหิ วิญฺญตฺติปเถ ฐิตสฺส ยสฺส ปุคฺคลสฺส อาโรเจติ. วิญฺญตฺติปถํ ปน อติกฺกมิตฺวา ฐิโต โกจิ เจ ทิพฺเพน จกฺขุนา (สารตฺถ. ฏี. ๒.๒๑๕), ทิพฺพาย จ โสตธาตุยา ทิสฺวา จ สุตฺวา จ ชานาติ, น ปาราชิกํ. โยปิ ‘‘กึ อยํ ภณตี’’ติ สํสยํ วา อาปชฺชติ, จิรํ วีมํสิตฺวา วา ปจฺฉา ชานาติ, ‘‘อวิชานนฺโต’’อิจฺเจว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. โย ปน ฌานาทีนิ อตฺตโน อธิคมวเสน วา อุคฺคหปริปุจฺฉาทิวเสน วา น ชานาติ, เกวลํ ‘‘ฌาน’’นฺติ วา ‘‘วิโมกฺโข’’ติ วา วจนมตฺตเมว สุตํ โหติ, โสปิ เตน วุตฺเต ‘‘ฌานํ กิร สมาปชฺชี’’ติ เอส วทตีติ ยทิ เอตฺตกมตฺตมฺปิ ชานาติ, ‘‘ชานาติ’’จฺเจว สงฺขฺยํ คจฺฉติ, ตสฺส วุตฺเต ปาราชิกเมว. เสโส ปน เอกสฺส วา ทฺวินฺนํ วา พหูนํ วา นิยมิตานิยมิตวเสน วิเสโส สพฺโพ สิกฺขาปจฺจกฺขานกถายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ปริยายภาสเน ปน ‘‘อห’’นฺติ อวุตฺตตฺตา ปฏิวิชานนฺตสฺส วุตฺเตปิ ถุลฺลจฺจยํ. วิสํวาทนาธิปฺปาเยน มุสาวาทปโยคสฺส กตตฺตา อปฺปฏิวิชานนฺตสฺสาปิ ทุกฺกฏนฺติ อาห ‘‘โย เต วิหาเร วสติ…เป… ทุกฺกฏ’’นฺติ. อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ อุลฺลปนาธิปฺปายวิรหิตสฺส, อภูตาโรจนาธิปฺปายวิรหิตสฺสาติ อตฺโถ. อุมฺมตฺตกาทโย ปุพฺเพ วุตฺตนยา เอว. อิธ ปน อาทิกมฺมิกา วคฺคุมุทาตีริยภิกฺขู, เตสํ อนาปตฺติ.

จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปาราชิกนิคมนวณฺณนา

อิธาติ อิมสฺมึ ภิกฺขุปาติโมกฺเข. อุทฺทิฏฺฐปาราชิกปริทีปนเมวาติ อุทฺทิฏฺฐานํ จตุนฺนํ ปาราชิกานํ ปริทีปนวจนเมว. อวธารณํ ปน น อญฺเญสมฺปีติ ทสฺสนตฺถํ. เตนาห ‘‘สโมธาเนตฺวา ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ สโมธาเนตฺวาติ ตตฺถ ตตฺถ อาคตานิ เอตฺเถว สโมทหิตฺวา, ปกฺขิปิตฺวา ราสึ กตฺวาติ อตฺโถ. ปาฬิยํ อาคตานีติ อุทฺเทสปาฬิยํ อาคตานิ. ภิกฺขุนีนํ อสาธารณานิ จตฺตารีติ อุพฺภชาณุมณฺฑลิกา, วชฺชปฺปฏิจฺฉาทิกา, อุกฺขิตฺตานุวตฺติกา, อฏฺฐวตฺถุกาติ อิมานิ ภิกฺขุนีนํ ภิกฺขูหิ อสาธารณานิ จตฺตาริ. ปณฺฑกาทีนญฺหิ เอกาทสนฺนํ อภพฺพภาโว ปาราชิกาปตฺติสทิสตฺตา ปาราชิโกติ อาห ‘‘เอกาทสนฺน’’นฺติอาทิ. อภพฺพภาวสงฺขาเตหีติ วตฺถุวิปนฺนตาทินา ปพฺพชฺชูปสมฺปทาย นอรหภาวสงฺขาเตหิ. ปณฺฑกติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกา (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๒๓๓) หิ ตโย วตฺถุวิปนฺนา อเหตุกปฺปฏิสนฺธิกา, เตสํ สคฺโค อวาริโต, มคฺโค ปน วาริโต. อภพฺพา หิ เต มคฺคปฺปฏิลาภาย วตฺถุวิปนฺนตฺตา. ปพฺพชฺชาปิ เนสํ ปฏิกฺขิตฺตา, ตสฺมา เตปิ ปาราชิกาว. เถยฺยสํวาสโก, ติตฺถิยปกฺกนฺตโก, มาตุฆาตโก, ปิตุฆาตโก, อรหนฺตฆาตโก, ภิกฺขุนิทูสโก, โลหิตุปฺปาทโก, สงฺฆเภทโกติ อิเม อฏฺฐ อตฺตโน กิริยาย วิปนฺนตฺตา อภพฺพฏฺฐานํ ปตฺตาติ ปาราชิกาว. เตสุ เถยฺยสํวาสโก, ติตฺถิยปกฺกนฺตโก, ภิกฺขุนิทูสโกติ อิเมสํ ติณฺณํ สคฺโค อวาริโต, มคฺโค ปน วาริโตว. อิตเรสํ ปญฺจนฺนํ อุภยมฺปิ วาริตํ. เต หิ อนนฺตราว นรเก นิพฺพตฺตนกสตฺตา. ยทา ภิกฺขุนี วิพฺภมิตุกามา หุตฺวา กาสาวเมว วา คิหิวตฺถํ วา คิหินิวาสนากาเรน นิวาเสติ, ตทา ปาราชิกมาปนฺนา นาม โหตีติ อาห ‘‘คิหิภาวํ ปตฺถยมานายา’’ติอาทิ. สา หิ อชฺฌาจารวีติกฺกมํ อกตฺวาปิ เอตฺตาวตา อสฺสมณี นาม โหติ.

ทีฆตาย ลมฺพมานํ องฺคชาตเมตสฺสาติ ลมฺพี (สารตฺถ. ฏี. ๒.๒๓๓). น โส เอตฺตาวตา ปาราชิโก, อถ โข ยทา อนภิรติยา ปีฬิโต อตฺตโน องฺคชาตํ มุเข วา วจฺจมคฺเค วา ปเวเสติ, ตทา ปาราชิโก โหติ. มุทุกตา ปิฏฺฐิ เอตสฺสาติ มุทุปิฏฺฐิโก, กตปริกมฺมาย มุทุกาย ปิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต. โสปิ ยทา อนภิรติยา ปีฬิโต อตฺตโน องฺคชาตํ อตฺตโน มุขมคฺควจฺจมคฺเคสุ อญฺญตรํ ปเวเสติ, ตทา ปาราชิโก โหติ. ปรสฺส องฺคชาตํ มุเขน คณฺหาตีติ โย อนภิรติยา ปีฬิโต ปรสฺส สุตฺตสฺส วา ปมตฺตสฺส วา องฺคชาตํ มุเขน คณฺหาติ. ปรสฺส องฺคชาเต อภินิสีทตีติ โย อนภิรติยา ปีฬิโต ปรสฺส องฺคชาตํ กมฺมนิยํ ทิสฺวา อตฺตโน วจฺจมคฺเคน ตสฺสูปริ นิสีทติ, ตํ อตฺตโน วจฺจมคฺคํ ปเวเสตีติ อตฺโถ. เอตานิ หิ จตฺตาริ ยสฺมา อุภินฺนํ ราควเสน สทิสภาวูปคตานํ ธมฺโม ‘‘เมถุนธมฺโม’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา เอเกน ปริยาเยน เมถุนธมฺมํ อปฺปฏิเสวิตฺวาเยว เกวลํ มคฺเคน มคฺคปฺปเวสนวเสน อาปชฺชิตพฺพตฺตา เมถุนธมฺมปาราชิกสฺส อนุโลเมนฺตีติ ‘‘อนุโลมปาราชิกานี’’ติ วุจฺจนฺติ.

เอตฺถาห – มาตุฆาตกปิตุฆาตกอรหนฺตฆาตกา ตติยปาราชิกํ อาปนฺนา, ภิกฺขุนิทูสโก, ลมฺพิอาทโย จตฺตาโร จ ปฐมปาราชิกํ อาปนฺนา เอวาติ กตฺวา กุโต จตุวีสตีติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๒๓๓)? วุจฺจเต – มาตุฆาตกาทโย หิ จตฺตาโร อิธ อนุปสมฺปนฺนา เอว อธิปฺเปตา, ลมฺพิอาทโย จตฺตาโร กิญฺจาปิ ปฐมปาราชิเกน สงฺคหิตา, ยสฺมา ปน เอเกน ปริยาเยน เมถุนธมฺมํ อปฺปฏิเสวิโน โหนฺติ, ตสฺมา วิสุํ วุตฺตาติ. ทุติยวิกปฺเป กจฺจิตฺถาติ เอตฺถ กจฺจิ อตฺถาติ ปทจฺเฉโท กาตพฺโพ.

อิติ กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย

วินยตฺถมญฺชูสายํ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ

ปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.