ปาราชิกกณฺฑํ
อิทานิ นิทานุทฺเทสานนฺตรํ วุตฺตสฺส ปาราชิกุทฺเทสสฺส อตฺถํ สํวณฺเณตุํ ‘‘อิทานี’’ติอาทิ อารทฺธํ. นิทานานนฺตรนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, นิทานํ อนนฺตรํ กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถาติ ปาราชิกกณฺเฑ. ปาติโมกฺเขติ ภิกฺขุปาติโมกฺเข. จตฺตาโรติ คณนปริจฺเฉโท อูนาติเรกภาวนิวตฺตนโต. ปาราชิกาติ สชาตินามํ. อาปตฺติโยติ สพฺพสาธารณนามํ. อุทฺทิสียตีติ อุทฺเทโส. ภาวปฺปธาโนยํ นิทฺเทโส. เตนาห ‘‘อุทฺทิสิตพฺพต’’นฺติ.
๑. ปฐมปาราชิกวณฺณนา
โย ปนาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕ ภิกฺขุปทภาชนียวณฺณนา) เอตฺถ ยสฺมา ปนาติ นิปาตมตฺตํ, โยติ อตฺถปทํ, ตญฺจ อนิยเมน ปุคฺคลํ ทีเปติ. ตสฺมา ตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย โกจี’’ติ อาห. ยสฺมา ปน โย โยโกจิ นาม, โส อวสฺสํ ลิงฺคยุตฺตชาตินามโคตฺตสีลวิหารโคจรวเยสุ เอเกนากาเรน ปญฺญายติ, ตสฺมา ตํ ตถา ญาเปตุํ ‘‘รสฺสทีฆาทินา’’ติอาทิมาห. อาทิสทฺเทน นวกมฺมาทีนํ คหณํ. ลิงฺคาทิเภเทนาติ ลิงฺคียติญายติ เอเตนาติ ลิงฺคํ, ตํ อาทิ เยสํ เตติ ลิงฺคาทโย, เตสํ เภโท ลิงฺคาทิเภโท, เตน ลิงฺคาทิเภเทน. เอตฺถาทิสทฺเทน ปน ยุตฺตาทีนํ คหณํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ลิงฺควเสน ยาทิโส วา ตาทิโส วา โหตุ, ทีโฆ วา รสฺโส วา กาโฬ วา โอทาโต วา มงฺคุรจฺฉวิ วา กิโส วา ถูโล วา. โยควเสน เยน วา เตน วา ยุตฺโต โหตุ, นวกมฺมยุตฺโต วา อุทฺเทสยุตฺโต วา วาสธุรยุตฺโต วา. ชาติวเสน ยํชจฺโจ วา ตํชจฺโจ วา โหตุ, ขตฺติโย วา พฺราหฺมโณ วา เวสฺโส วา สุทฺโธ วา. นามวเสน ยถานาโม วา ตถานาโม วา โหตุ, พุทฺธรกฺขิโต วา ธมฺมรกฺขิโต วา สงฺฆรกฺขิโต วา. โคตฺตวเสน ยถาโคตฺโต วา ตถาโคตฺโต วา โหตุ, กจฺจายโน วา วาสิฏฺโฐ วา โกสิโย วา. สีเลสุ ยถาสีโล วา ตถาสีโล วา โหตุ, นวกมฺมสีโล วา อุทฺเทสสีโล วา วาสธุรสีโล วา. วิหาเรสุปิ ยถาวิหารี วา ตถาวิหารี วา โหตุ, นวกมฺมวิหารี วา อุทฺเทสวิหารี วา วาสธุรวิหารี วา. โคจเรสุปิ ยถาโคจโร วา ตถาโคจโร วา โหตุ, นวกมฺมโคจโร วา อุทฺเทสโคจโร วา วาสธุรโคจโร วา. วเยสุปิ โย วา โส วา โหตุ เถโร วา นโว วา มชฺฌิโม วา, อถ โข สพฺโพว อิมสฺมึ อตฺเถ ‘‘โย’’ติ วุจฺจตีติ.
อิทานิ ‘‘ภิกฺขู’’ติ ปทํ สํวณฺเณตุํ ‘‘เอหิภิกฺขูปสมฺปทา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘เอหิ ภิกฺขู’’ติ ภควโต วจนมตฺเตน ภิกฺขุภาโว เอหิภิกฺขูปสมฺปทา. ‘‘พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามี’’ติอาทินา (มหาว. ๑๐๕) นเยน ติกฺขตฺตุํ วาจํ ภินฺทิตฺวา วุตฺเตหิ ตีหิ สรณคมเนหิ อุปสมฺปทา สรณคมนูปสมฺปทา. โอวาทปฺปฏิคฺคหณูปสมฺปทา (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕) นาม –
‘‘ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ติพฺพํ เม หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ เถเรสุ นเวสุ มชฺฌิเมสู’ติ, เอวญฺหิ เต กสฺสป สิกฺขิตพฺพํ. ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘ยํ กิญฺจิ ธมฺมํ สุณิสฺสามิ กุสลูปสํหิตํ, สพฺพํ ตํ อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กริตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณิสฺสามี’ติ, เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพํ. ตสฺมาติห เต, กสฺสป, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ‘สาตสหคตา จ เม กายคตาสติ น วิชหิสฺสตี’ติ, เอวญฺหิ เต, กสฺสป, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔) –
อิมินา โอวาทปฺปฏิคฺคหเณน มหากสฺสปตฺเถรสฺส อนุญฺญาตอุปสมฺปทา.
ปญฺหาพฺยากรณูปสมฺปทา นาม โสปากสฺส อนุญฺญาตอุปสมฺปทา. ภควา กิร ปุพฺพาราเม อนุจงฺกมนฺตํ โสปากสามเณรํ ‘‘‘อุทฺธุมาตกสญฺญา’ติ วา โสปาก ‘รูปสญฺญา’ติ วา อิเม ธมฺมา นานตฺถา นานาพฺยญฺชนา, อุทาหุ เอกตฺถา พฺยญฺชนเมว นาน’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕) ทส อสุภนิสฺสิเต ปเญฺห ปุจฺฉิ. โส เต พฺยากาสิ. ภควา ตสฺส สาธุการํ ทตฺวา ‘‘กติวสฺโส ตฺวํ, โสปากา’’ติ ปุจฺฉิ. สตฺตวสฺโสหํ ภควาติ. ‘‘โสปาก, ตฺวํ มม สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวา ปเญฺห พฺยากาสี’’ติ อารทฺธจิตฺโต อุปสมฺปทํ อนุชานิ, อยํ ปญฺหาพฺยากรณูปสมฺปทา.
อฏฺฐครุธมฺมปฏิคฺคหณูปสมฺปทา นาม มหาปชาปติยา อฏฺฐครุธมฺมปฺปฏิคฺคหเณน อนุญฺญาตอุปสมฺปทา.
ทูเตนูปสมฺปทา นาม อฑฺฒกาสิยา คณิกาย อนุญฺญาตอุปสมฺปทา.
อฏฺฐวาจิกูปสมฺปทา นาม ภิกฺขุนิยา ภิกฺขุนิสงฺฆโต ญตฺติจตุตฺเถน, ภิกฺขุสงฺฆโต ญตฺติจตุตฺเถนาติ อิเมหิ ทฺวีหิ กมฺเมหิ อุปสมฺปทา.
ญตฺติจตุตฺถกมฺมูปสมฺปทา นาม ภิกฺขูนํ เอตรหิ อุปสมฺปทา. ญตฺติจตุตฺเถนาติ ตีหิ อนุสฺสาวนาหิ, เอกาย จ ญตฺติยาติ เอวํ ญตฺติจตุตฺเถน. กิญฺจาปิ หิ ญตฺติ สพฺพปฐมํ วุจฺจติ, ติสฺสนฺนํ ปน อนุสฺสาวนานํ อตฺถพฺยญฺชนเภทาภาวโต อตฺถพฺยญฺชนภินฺนํ ญตฺตึ ตาสํ จตุตฺถนฺติ กตฺวา ‘‘ญตฺติจตุตฺถ’’นฺติ วุจฺจติ. อกุปฺเปนาติ อโกเปตพฺพตํ, อปฺปฏิกฺโกสิตพฺพตญฺจ อุปคเตน. ฐานารเหนาติ การณารเหน สตฺถุ สาสนารเหน. อุปสมฺปนฺโน นาม อุปริภาวํ สมาปนฺโน, ปตฺโตติ อตฺโถ. ภิกฺขุภาโว หิ อุปริภาโว, ตญฺเจส ยถาวุตฺเตน กมฺเมน สมาปนฺนตฺตา ‘‘อุปสมฺปนฺโน’’ติ วุจฺจติ. กสฺมา ปเนตฺถ อิมินาว อุปสมฺปนฺโน อิธ คหิโต, นาญฺเญหีติ? วุจฺจเต – เอหิภิกฺขูปสมฺปทา อนฺติมภวิกานเมว, สรณคมนูปสมฺปทา ปริสุทฺธานํ, โอวาทปฺปฏิคฺคหณปญฺหาพฺยากรณูปสมฺปทา มหากสฺสปโสปากานํ, น จ เต ภพฺพา ปาราชิกาทิโลกวชฺชํ อาปชฺชิตุํ, อฏฺฐครุธมฺมปฺปฏิคฺคหณาทโย จ ภิกฺขุนีนํเยว อนุญฺญาตา. อยญฺจ ภิกฺขุ, ตสฺมา ญตฺติจตุตฺเถเนว อุปสมฺปทากมฺเมน อุปสมฺปนฺโน อิธ คหิโต, นาญฺเญหีติ เวทิตพฺโพ. ปณฺณตฺติวชฺเชสุ ปน สิกฺขาปเทสุ อญฺเญปิ เอหิภิกฺขูปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺนาทโย สงฺคยฺหนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๔๕ ภิกฺขุปทภาชนียวณฺณนา). วกฺขติ หิ ‘‘ปณฺณตฺติวชฺเชสุ ปน อญฺเญปิ สงฺคหํ คจฺฉนฺตี’’ติ. อิทานิ ‘‘อกุปฺเปน ฐานารเหน อุปสมฺปนฺโน’’ติ สํขิตฺเตน วุตฺตมตฺถํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺส ปนา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถาติ เตสุ ปญฺจสุ. วสติ เอตฺถาติ วตฺถุ, อาธาโร ปติฏฺฐา. เตนาห ‘‘อุปสมฺปทาเปกฺโข ปุคฺคโล’’ติ. อูนานิ อปริปุณฺณานิ วีสติ วสฺสานิ อสฺสาติ อูนวีสติวสฺโส. เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ อุปริ สปฺปาณกวคฺเค อูนวีสติสิกฺขาปเท (กงฺขา. อฏฺฐ. อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา) วณฺณยิสฺสาม. เตสูติ ปณฺฑกาทีสุ เอกาทสสุ อภพฺพปุคฺคเลสุ. ปณฺฑโก (มหาว. อฏฺฐ. ๑๐๙) ปเนตฺถ ปญฺจวิโธ โหติ อาสิตฺตปณฺฑโก, อุสูยปณฺฑโก, โอปกฺกมิกปณฺฑโก, นปุํสกปณฺฑโก, ปกฺขปณฺฑโกติ. เตสุ อาสิตฺตปณฺฑกสฺส จ อุสูยปณฺฑกสฺส จ ปพฺพชฺชา น วาริตา, อิตเรสํ ติณฺณํ วาริตา. เตสุปิ ปกฺขปณฺฑกสฺส ยสฺมึ ปกฺเข ปณฺฑโก โหติ, ตสฺมึเยวสฺส ปกฺเข ปพฺพชฺชา วาริตาติ. ตโย เจตฺถ ปพฺพชฺชูปสมฺปทานํ อภพฺพตาย อวตฺถู. เตนาห ‘‘อาสิตฺตปณฺฑกญฺจา’’ติอาทิ. ตตฺถ ยสฺส ปเรสํ องฺคชาตํ มุเขน คเหตฺวา อสุจินา อาสิตฺตสฺส ปริฬาโห วูปสมฺมติ, อยํ อาสิตฺตปณฺฑโก. ยสฺส ปเรสํ อชฺฌาจารํ ปสฺสโต อุสูยาย อุปฺปนฺนาย ปริฬาโห วูปสมฺมติ, อยํ อุสูยปณฺฑโก. ยสฺส อุปกฺกเมน พีชานิ อปนีตานิ, อยํ โอปกฺกมิกปณฺฑโก (วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๑๓๕; วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๑๐๙). โย ปน ปฏิสนฺธิยํเยว อภาวโก อุปฺปนฺโน, อยํ นปุํสกปณฺฑโก. เอกจฺโจ ปน อกุสลวิปากานุภาเวน กาฬปกฺเข ปณฺฑโก โหติ, ชุณฺหปกฺเข ปนสฺส ปริฬาโห วูปสมฺมติ, อยํ ปกฺขปณฺฑโกติ เวทิตพฺโพ.
เถยฺเยน สํวาโส เอตสฺสาติ เถยฺยสํวาสโก. โส จ น สํวาสมตฺตสฺเสว เถนโก อิธาธิปฺเปโต, อถ โข ลิงฺคสฺส, ตทุภยสฺส จ เถนโกปีติ อาห ‘‘เถยฺยสํวาสโก ปน ติวิโธ’’ติอาทิ. น ภิกฺขุวสฺสานิ คเณตีติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๐) ‘‘อหํ ทสวสฺโส วา วีสติวสฺโส วา’’ติ มุสา วตฺวา ภิกฺขุวสฺสานิ น คเณติ. น ยถาวุฑฺฒํ ภิกฺขูนํ วา สามเณรานํ วา วนฺทนํ สาทิยตีติ อตฺตนา มุสาวาทํ กตฺวา ทสฺสิตวสฺสานุรูเปน ยถาวุฑฺฒํ วนฺทนํ นาธิวาเสติ. น อาสเนน ปฏิพาหตีติ ‘‘อเปหิ, เม เอตํ ปาปุณาตี’’ติ อาสเนน นปฺปฏิพาหติ. น อุโปสถาทีสุ สนฺทิสฺสตีติ อุโปสถปฺปวารณาทีสุ น สนฺทิสฺสติ. ลิงฺคมตฺตสฺเสวาติ เอวสทฺเทน สํวาสํ นิวตฺเตติ. สมาโนติ สนฺโต. ลิงฺคานุรูปสฺส สํวาสสฺสาติ สามเณรลิงฺคานุรูปสฺส สามเณรสํวาสสฺส. สเจ ปน กาสาเย ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา นคฺโค วา โอทาตวตฺถนิวตฺโถ วา เมถุนเสวนาทีหิ อสฺสมโณ หุตฺวา กาสายานิ นิวาเสติ, ลิงฺคตฺเถนโก โหติ. สเจ คิหิภาวํ ปตฺถยมาโน กาสายํ โอวฏฺฏิกํ กตฺวา, อญฺเญน วา อากาเรน คิหินิวาสเนน นิวาเสติ ‘‘โสภติ นุ โข เม คิหิลิงฺคํ, น โสภตี’’ติ วีมํสนตฺถํ, รกฺขติ ตาว, ‘‘โสภตี’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปุน ลิงฺคํ สาทิยติ, ลิงฺคตฺเถนโก โหติ. โอทาตํ นิวาเสตฺวา วีมํสนสมฺปฏิจฺฉเนสุปิ เอเสว นโย. สเจปิ นิวตฺถกาสาวสฺส อุปริ โอทาตํ นิวาเสตฺวา วีมํสติ วา สมฺปฏิจฺฉติ วา, รกฺขติ เอว.
อนฺติมวตฺถุอชฺฌาปนฺนเกปิ เอเสว นโยติ ปาราชิกํ อาปนฺนเก ภิกฺขุมฺหิปิ เอเสว นโยติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ โกจิ ภิกฺขุ กาสาเย สอุสฺสาโหว โอทาตํ นิวาเสตฺวา เมถุนํ ปฏิเสวิตฺวา ปุน กาสายานิ นิวาเสตฺวา วสฺสคณนาทิเภทํ สพฺพํ วิธึ อาปชฺชติ, อยํ ภิกฺขูหิ ทินฺนลิงฺคสฺส อปริจฺจตฺตตฺตา น ลิงฺคตฺเถนโก, ลิงฺคานุรูปสฺส สํวาสสฺส สาทิตตฺตา นาปิ สํวาสตฺเถนโกติ. วิเทสนฺติ ปรเทสํ. อิทญฺจ วญฺเจตุํ สกฺกุเณยฺยฏฺฐานํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. โย ปน สเทเสปิ เอวํ กโรติ, โสปิ สํวาสตฺเถนโกว. ‘‘สํวาสมตฺตสฺเสวา’’ติ อิมินา ลิงฺคํ ปฏิกฺขิปติ. สเจ โกจิ วุฑฺฒปพฺพชิโต (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๐) ภิกฺขุวสฺสานิ คเณตฺวา มหาเปฬาทีสุ ทิยฺยมานภตฺตํ คณฺหาติ, โสปิ เถยฺยสํวาสโก โหติ. สยํ สามเณโรว สามเณรปฺปฏิปาฏิยา กูฏวสฺสานิ คเณตฺวา คณฺหนฺโต เถยฺยสํวาสโก น โหติ. ภิกฺขุ ปน ภิกฺขุปฏิปาฏิยา กูฏวสฺสานิ คเณตฺวา คณฺหนฺโต ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺโพ.
นนุ สํวาโส นาม เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขตาติ อาห ‘‘ภิกฺขุวสฺสคณนาทิโก หี’’ติอาทิ. อิมินา น เกวลํ เอกกมฺมาทิโกว กิริยเภโท สํวาโสติ อิธาธิปฺเปโต, อถ โข ตทญฺโญ ภิกฺขุวสฺสคณนาทิโกปีติ ทสฺเสติ. อิมสฺมึ อตฺเถติ เถยฺยสํวาสกาธิกาเร. สิกฺขํ ปจฺจกฺขายาติ สิกฺขํ ปริจฺจชิตฺวา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ โกจิ ภิกฺขุ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย ลิงฺคํ อนปเนตฺวา ทุสฺสีลกมฺมํ กตฺวา วา อกตฺวา วา ‘‘น มํ โกจิ ชานาตี’’ติ ปุน สพฺพํ ปุพฺเพ วุตฺตํ วสฺสคณนาทิเภทํ วิธึ ปฏิปชฺชติ, โส เถยฺยสํวาสโก โหตีติ.
สเจ ปน กสฺสจิ ราชา กุทฺโธ โหติ, โส ‘‘เอวํ เม โสตฺถิ ภวิสฺสตี’’ติ สยเมว ลิงฺคํ คเหตฺวา ปลายติ. ตํ ทิสฺวา รญฺโญ อาโรเจนฺติ. ราชา ‘‘สเจ ปพฺพชิโต, น ตํ ลพฺภา กิญฺจิ กาตุ’’นฺติ ตสฺมึ โกธํ ปฏิวิเนติ. โส ‘‘วูปสนฺตํ เม ราชภย’’นฺติ สงฺฆมชฺฌํ อโนสริตฺวาว คิหิลิงฺคํ คเหตฺวา อาคโต ปพฺพาเชตพฺโพ. อถาปิ ‘‘สาสนํ นิสฺสาย มยา ชีวิตํ ลทฺธํ, หนฺท ทานิ อหํ ปพฺพชามี’’ติ อุปฺปนฺนสํเวโค เตเนว ลิงฺเคน อาคนฺตฺวา อาคนฺตุกวตฺตํ น สาทิยติ, ภิกฺขูหิ ปุฏฺโฐ วา อปุฏฺโฐ วา ยถาภูตมตฺตานํ อาวิกตฺวาว ปพฺพชฺชํ ยาจติ, ลิงฺคํ อปเนตฺวา ปพฺพาเชตพฺโพ. สเจ ปน วตฺตํ สาทิยติ, ปพฺพชิตาลยํ ทสฺเสติ, สพฺพํ ปุพฺเพ วุตฺตํ วสฺสคณนาทิเภทํ ปฏิปชฺชติ, อยํ ปน น ปพฺพาเชตพฺโพ.
อิธ ปเนกจฺโจ ทุพฺภิกฺเข ชีวิตุํ อสกฺโกนฺโต สยเมว ลิงฺคํ คเหตฺวา สพฺพปาสณฺฑิยภตฺตานิ ภุญฺชนฺโต ทุพฺภิกฺเข วีติวตฺเต สงฺฆมชฺฌํ อโนสริตฺวาว คิหิลิงฺคํ คเหตฺวา อาคโตติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว.
อปโร มหากนฺตารํ นิตฺถริตุกาโม โหติ, สตฺถวาโห จ ปพฺพชิเต คเหตฺวา คจฺฉติ. โส ‘‘เอวํ มํ สตฺถวาโห คเหตฺวา คมิสฺสตี’’ติ สยเมว ลิงฺคํ คเหตฺวา สตฺถวาเหน สทฺธึ กนฺตารํ นิตฺถริตฺวา เขมนฺตํ ปตฺวา สงฺฆมชฺฌํ อโนสริตฺวาว คิหิลิงฺคํ คเหตฺวา อาคโตติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว.
อปโร โรคภเย (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๐; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๑๓๘) อุปฺปนฺเน ชีวิตุํ อสกฺโกนฺโต สยเมว ลิงฺคํ คเหตฺวา สพฺพปาสณฺฑิยภตฺตานิ ภุญฺชนฺโต โรคภเย วูปสนฺเต สงฺฆมชฺฌํ อโนสริตฺวาว คิหิลิงฺคํ คเหตฺวา อาคโตติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว.
อปรสฺส เอโก เวริโก กุทฺโธ โหติ, ฆาเตตุกาโม นํ วิจรติ. โส ‘‘เอวํ เม โสตฺถิ ภวิสฺสตี’’ติ สยเมว ลิงฺคํ คเหตฺวา ปลายติ. เวริโก ‘‘กุหึ โส’’ติ ปริเยสนฺโต ‘‘ปพฺพชิตฺวา ปลาโต’’ติ สุตฺวา ‘‘สเจ ปพฺพชิโต, น ตํ ลพฺภา กิญฺจิ กาตุ’’นฺติ ตสฺมึ โกธํ ปฏิวิเนติ. โส ‘‘วูปสนฺตํ เม เวริภย’’นฺติ สงฺฆมชฺฌํ อโนสริตฺวาว คิหิลิงฺคํ คเหตฺวา อาคโตติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว.
อปโร ญาติกุลํ คนฺตฺวา สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย คิหี หุตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ อิธ วินสฺสิสฺสนฺติ, สเจปิ อิมานิ คเหตฺวา วิหารํ คมิสฺสามิ, อนฺตรามคฺเค มํ ‘โจโร’ติ คเหสฺสนฺติ, ยํนูนาหํ กายปริหาริยานิ กตฺวา คจฺเฉยฺย’’นฺติ จีวราหรณตฺถํ นิวาเสตฺวา จ ปารุปิตฺวา จ วิหารํ คจฺฉติ. ตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สามเณรา จ ทหรา จ อพฺภุคฺคจฺฉนฺติ, วตฺตํ ทสฺเสนฺติ. โส น สาทิยติ, ยถาภูตมตฺตานํ อาวิกโรติ. สเจ ภิกฺขู ‘‘น ทานิ มยํ ตํ มุญฺจิสฺสามา’’ติ พลกฺกาเรน ปพฺพาเชตุกามา โหนฺติ, กาสายานิ อปเนตฺวา ปุน ปพฺพาเชตพฺโพ. สเจ ปน ‘‘น อิเม มม หีนายาวตฺตภาวํ ชานนฺตี’’ติ ตํเยว ภิกฺขุภาวํ ปฏิชานิตฺวา สพฺพํ ปุพฺเพ วุตฺตวสฺสคณนาทิเภทํ วิธึ ปฏิปชฺชติ, อยํ น ปพฺพาเชตพฺโพ. เตนาห ‘‘ราชทุพฺภิกฺขกนฺตาร-โรคเวรีภเยน วา’’ติอาทิ. ภยสทฺโท เจตฺถ ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ ‘‘ราชภเยน, ทุพฺภิกฺขภเยนา’’ติอาทินา. ลิงฺคํ อาทิยตีติ เวสํ คณฺหาติ. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. สํวาสํ นาธิวาเสติ, ยาว โส สุทฺธมานโสติ ภิกฺขูนํ วญฺเจตุกามตาย อภาวโต โย สุทฺธมานโส ยาว สํวาสํ นาธิวาเสติ, ตาว เอส ‘‘คิหี มํ ‘สมโณ’ติ ชานนฺตู’’ติ วญฺจนจิตฺเต สติปิ ภิกฺขูนํ วญฺเจตุกามตาย อภาวโต โทโส นตฺถีติ เถยฺยสํวาสโก นามาติ น วุจฺจตีติ อตฺโถ.
ติตฺถิเยสุ ปกฺกนฺตโก ปวิฏฺโฐติ ติตฺถิยปกฺกนฺตโก. โส จ น เกวลํ ตตฺถ ปวิฏฺฐมตฺเตเนว ติตฺถิยปกฺกนฺตโก โหติ, อถ โข เตสํ ลทฺธิคฺคหเณน. เตนาห ‘‘โย ปนา’’ติอาทิ. ‘‘อุปสมฺปนฺโน’’ติ อิมินา อนุปสมฺปนฺโน ติตฺถิยปกฺกนฺตโก น โหตีติ ทสฺเสติ. วุตฺตเญฺหตํ กุรุนฺทิอฏฺฐกถายํ ‘‘อยญฺจ ติตฺถิยปกฺกนฺตโก นาม อุปสมฺปนฺนภิกฺขุนา กถิโต, ตสฺมา สามเณโร สลิงฺเคน ติตฺถายตนํ คโตปิ ปุน ปพฺพชฺชญฺจ อุปสมฺปทญฺจ ลภตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๐). กุสจีราทิกนฺติ เอตฺถาทิสทฺเทน ผลกกฺขณฺฑชฏาทีนํ คหณํ. สเจปิ ‘‘อยํ ปพฺพชฺชา เสฏฺฐา’’ติ เสฏฺฐภาวํ วา อุปคจฺฉติ, น มุจฺจติ, ติตฺถิยปกฺกนฺตโกว โหติ. วตานีติ อุกฺกุฏิกปฺปธานาทีนิ วตานิ. สเจ ปน ‘‘โสภติ นุ โข เม ติตฺถิยปพฺพชฺชา, นนุ โข โสภตี’’ติ วีมํสนตฺถํ กุสจีราทีนิ นิวาเสติ, ชฏํ วา พนฺธติ, ขาริกาชํ วา อาทิยติ, ยาว น สมฺปฏิจฺฉติ ตํ ลทฺธึ, ตาว รกฺขติ, สมฺปฏิจฺฉิตมตฺเต ติตฺถิยปกฺกนฺตโก โหติ. อจฺฉินฺนจีวโร ปน กุสจีราทีนิ นิวาเสนฺโต, ราชภยาทีหิ วา ติตฺถิยลิงฺคํ คณฺหนฺโต ลทฺธิยา อภาเวน เนว ติตฺถิยปกฺกนฺตโก โหติ.
อวเสโส สพฺโพปีติ นาคสุปณฺณยกฺขคนฺธพฺพาทิโก. ยเญฺหตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.
ยถา สมานชาติกสฺส (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๑๑๒) วิโกปเน กมฺมํ ครุตรํ, น ตถา วิชาติกสฺสาติ อาห ‘‘มนุสฺสชาติกา’’ติ. ปุตฺตสมฺพนฺเธน มาตาปิตุสมญฺญา, ทตฺตกิตฺติมาทิวเสนปิ ปุตฺตโวหาโร โลเก ทิสฺสติ, โส จ โข ปริยายโตติ นิปฺปริยายสิทฺธตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ชเนตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ชเนตฺตีติ ชนิกา, มาตาติ อตฺโถ. ยถา มนุสฺสตฺตภาเว ฐิตสฺเสว กุสลธมฺมานํ ติกฺขวิสทสูรภาวาปตฺติ, ยถา ตํ ติณฺณมฺปิ โพธิสตฺตานํ โพธิตฺตยนิปฺผตฺติยํ, เอวํ มนุสฺสตฺตภาเว ฐิตสฺเสว อกุสลธมฺมานมฺปิ ติกฺขวิสทสูรภาวาปตฺตีติ อาห ‘‘มนุสฺสภูเตเนวา’’ติ. สญฺจิจฺจาติ ‘‘ปาโณ’’ติ สญฺญาย สทฺธึ วธกเจตนาย เจเตตฺวา. อยํ มาตุฆาตโก นามาติ อยํ อานนฺตริเยน มาตุฆาตกกมฺเมน มาตุฆาตโก นาม. เยน ปน มนุสฺสิตฺถิภูตาปิ อชนิกา โปสาวนิกมาตา วา มหามาตา วา จูฬมาตา วา ชนิกาปิ วา อมนุสฺสิตฺถิภูตา มาตา ฆาติตา, ตสฺส ปพฺพชฺชา น วาริตา, น จ อานนฺตริโก โหติ. เยน สยํ ติรจฺฉานภูเตน มนุสฺสิตฺถิภูตา มาตา ฆาติตา, โสปิ อานนฺตริโก น โหติ. ติรจฺฉานคตตฺตา ปนสฺส ปพฺพชฺชา ปฏิกฺขิตฺตา, กมฺมํ ปนสฺส ภาริยํ โหติ, อานนฺตริยํ อาหจฺเจว ติฏฺฐติ.
เยน มนุสฺสภูโต ชนโก ปิตา สยมฺปิ มนุสฺสชาติเกเนว สตา สญฺจิจฺจ ชีวิตา โวโรปิโต, อยํ อานนฺตริเยน ปิตุฆาตกกมฺเมน ปิตุฆาตโก นามาติ อิมมตฺถํ อติทิสนฺโต ‘‘ปิตุฆาตเกปิ เอเสว นโย’’ติ อาห. สเจปิ หิ เวสิยา ปุตฺโต โหติ, ‘‘อยํ เม ปิตา’’ติ น ชานาติ, ยสฺส สมฺภเวน นิพฺพตฺโต, โส จ เตน ฆาติโต, ‘‘ปิตุฆาตโก’’เตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ, อานนฺตริยญฺจ ผุสติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๔).
เอฬกจตุกฺกํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๒๘; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๗๕; วิภ. อฏฺฐ. ๘๐๙; สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๑๑๒), สงฺคามจตุกฺกํ, โจรจตุกฺกญฺเจตฺถ กเถตพฺพํ. ‘‘เอฬกํ มาเรมี’’ติ อภิสนฺธินาปิ หิ เอฬกฏฺฐาเน ฐิตํ มนุสฺสภูตํ มาตรํ วา ปิตรํ วา มาเรนฺโต อานนฺตริยํ ผุสติ มารณาธิปฺปาเยเนว อานนฺตริยวตฺถุโน วิโกปิตตฺตา. เอฬกาภิสนฺธินา, ปน มาตาปิติอภิสนฺธินา วา เอฬกํ มาเรนฺโต อานนฺตริยํ น ผุสติ อานนฺตริยวตฺถุอภาวโต. มาตาปิติอภิสนฺธินา มาตาปิตโร มาเรนฺโต ผุสเตว. เอเสว นโย อิตรสฺมิมฺปิ จตุกฺกทฺวเย. สพฺพตฺถ หิ ปุริมํ อภิสนฺธิจิตฺตํ อปฺปมาณํ, วธกจิตฺตํ, ปน ตทารมฺมณชีวิตินฺทฺริยญฺจ อานนฺตริยานานนฺตริยภาเว ปมาณํ.
อรหนฺตฆาตโกปิ มนุสฺสอรหนฺตวเสเนว เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘เยน อนฺตมโส คิหิลิงฺเค ฐิโตปี’’ติอาทิ. อมนุสฺสชาติกํ ปน อรหนฺตํ, มนุสฺสชาติกํ วา อวเสสํ อริยปุคฺคลํ ฆาเตตฺวา อานนฺตริโก น โหติ, ปพฺพชฺชาปิสฺส น วาริตา, กมฺมํ ปน พลวํ โหติ. ติรจฺฉาโน มนุสฺสอรหนฺตมฺปิ ฆาเตตฺวา อานนฺตริโก น โหติ, กมฺมํ ปน ภาริยนฺติ อยเมตฺถ วินิจฺฉโย. ยถา มาตาปิตูสุ, เอวํ อรหนฺเตปิ เอฬกจตุกฺกาทีนิ เวทิตพฺพานิ.
ปกตตฺตํ ภิกฺขุนินฺติ ปริสุทฺธสีลํ อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนํ ภิกฺขุนึ. โย (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๕) ปน กายสํสคฺเคน สีลวินาสํ ปาเปติ, ตสฺส ปพฺพชฺชา จ อุปสมฺปทา จ น วาริตา. พลกฺกาเรน โอทาตวตฺถวสนํ กตฺวา อนิจฺฉมานํเยว ทูเสนฺโตปิ ภิกฺขุนิทูสโกเยว, พลกฺกาเรน ปน โอทาตวตฺถวสนํ กตฺวา อิจฺฉมานํ ทูเสนฺโต ภิกฺขุนิทูสโก น โหติ. กสฺมา? ยสฺมา คิหิภาเว สมฺปฏิจฺฉิตมตฺเตเยว สา อภิกฺขุนี โหติ. สกึ สีลวิปนฺนํ ปน ปจฺฉา ทูเสนฺโต สิกฺขมานสามเณรีสุ จ วิปฺปฏิปชฺชนฺโต เนว ภิกฺขุนิทูสโก โหติ, ปพฺพชฺชํ, อุปสมฺปทญฺจ ลภตีติ.
ธมฺมโต อุคฺคตํ อปคตํ อุทฺธมฺมํ. อุพฺพินยนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. จตุนฺนํ กมฺมานนฺติ อปโลกนญตฺติญตฺติทุติยญตฺติจตุตฺถสงฺขาตานํ จตุนฺนํ กมฺมานํ. อิเมสญฺหิ อญฺญตรํ สงฺฆกมฺมํ เอกสีมายํ วิสุํ วิสุํ กโรนฺเตน สงฺโฆ ภินฺโน นาม โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘จตุนฺนํ กมฺมานํ อญฺญตรวเสน สงฺฆํ ภินฺทตี’’ติ.
‘‘ทุฏฺฐจิตฺเตนา’’ติ วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘วธกจิตฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. วธกเจตนาย หิ ทูสิตํ จิตฺตํ อิธ ทุฏฺฐจิตฺตํ นาม. โลหิตํ อุปฺปาเทตีติ อนฺโตสรีเรเยว โลหิตํ อุปฺปาเทติ, สญฺจิตํ กโรตีติ อธิปฺปาโย. น หิ ตถาคตสฺส อเภชฺชกายตาย ปรูปกฺกเมน ธมฺมํ ภินฺทิตฺวา โลหิตํ ปคฺฆรติ, สรีรสฺส ปน อนฺโตเยว เอกสฺมึ ฐาเน โลหิตํ สโมสรติ, อาฆาเตน ปกุปฺปมานํ สญฺจิตํ โหติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. โย ปน โรควูปสมนตฺถํ ชีวโก วิย สตฺเถน ผาเลตฺวา ปูติมํสญฺจ โลหิตญฺจ นีหริตฺวา ผาสุกํ กโรติ, อยํ โลหิตุปฺปาทโก น โหติ, พหุํ ปน โส ปุญฺญํ ปสวติ (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๕).
ทุวิธมฺปิ พฺยญฺชนนฺติ ยถาวุตฺตกมฺมทฺวยโต สมุฏฺฐิตํ อิตฺถินิมิตฺตํ, ปุริสนิมิตฺตญฺจาติ ทุวิธมฺปิ พฺยญฺชนํ. อิมินา จ วิคฺคเหน ‘‘อุภโตพฺยญฺชนโก’’ติ อสมานาธิกรณวิสโย พาหิรตฺถสมาโสยํ, ปุริมปเท จ วิภตฺติอโลโปติ ทสฺเสติ. โส ทุวิโธ โหติ อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนโก, ปุริสอุภโตพฺยญฺชนโก จาติ. ตตฺถ อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนกสฺส อิตฺถินิมิตฺตํ ปากฏํ โหติ, ปุริสนิมิตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนํ. ปุริสอุภโตพฺยญฺชนกสฺส ปุริสนิมิตฺตํ ปากฏํ, อิตฺถินิมิตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนํ. อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนกสฺส อิตฺถีสุ ปุริสตฺตํ กโรนฺตสฺส อิตฺถินิมิตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนํ โหติ, ปุริสนิมิตฺตํ ปากฏํ โหติ. ปุริสอุภโตพฺยญฺชนกสฺส ปุริสานํ อิตฺถิภาวํ อุปคจฺฉนฺตสฺส ปุริสนิมิตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนํ โหติ, อิตฺถินิมิตฺตํ ปากฏํ โหติ. อิตฺถิอุภโตพฺยญฺชนโก สยญฺจ คพฺภํ คณฺหาติ, ปรญฺจ คณฺหาเปติ. ปุริสอุภโตพฺยญฺชนโก ปน สยํ น คณฺหาติ, ปรํ คณฺหาเปตีติ อิทเมเตสํ นานากรณํ.
อปรามสนานีติ อคฺคหณานิ อวจนานิ. ‘‘อยํ อิตฺถนฺนาโม’’ติ อุปสมฺปทาเปกฺขสฺส อกิตฺตนนฺติ ยสฺส อุปสมฺปทา กรียติ, ตสฺส อกิตฺตนํ, ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ ธมฺมรกฺขิโต อายสฺมโต พุทฺธรกฺขิตสฺส อุปสมฺปทาเปกฺโข’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘อยํ ธมฺมรกฺขิโต’’ติ (ปริ. อฏฺฐ. ๔๘๔) อวจนนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส อุปสมฺปทาเปกฺโข’’ติ อุปชฺฌายสฺส อกิตฺตนนฺติ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ ธมฺมรกฺขิโต อายสฺมโต พุทฺธรกฺขิตสฺส อุปสมฺปทาเปกฺโข’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ, อยํ ธมฺมรกฺขิโต อุปสมฺปทาเปกฺโข’’ติ วตฺวา ‘‘อายสฺมโต พุทฺธรกฺขิตสฺสา’’ติ อวจนํ. สพฺเพน สพฺพํ ญตฺติยา อนุจฺจารณนฺติ ญตฺตึ อฏฺฐเปตฺวา จตุกฺขตฺตุํ กมฺมวาจาย เอว อนุสฺสาวนกมฺมสฺส กรณํ. สมฺปนฺนนฺติ อุเปตํ.
หาปนํ ปริจฺจชนํ. โยปิ เอกํ ญตฺตึ ฐเปตฺวา สกึเยว วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา อนุสฺสาวนํ กโรติ, อยมฺปิ สาวนํ หาเปติเยว. ทุรุจฺจารณํ นาม อญฺญสฺมึ อกฺขเร วตฺตพฺเพ อญฺญสฺส วจนํ. ตสฺมา กมฺมวาจํ กโรนฺเตน ภิกฺขุนา ยฺวายํ –
‘‘สิถิลํ ธนิตญฺจ ทีฆรสฺสํ;
ครุกํ ลหุกญฺเจว นิคฺคหีตํ;
สมฺพนฺธววตฺถิตํ วิมุตฺตํ;
ทสธา พฺยญฺชนพุทฺธิยา ปเภโท’’ติ. (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๙๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๙๑; อ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓.๖๔, ปริ. อฏฺฐ. ๔๘๕; วิ. สงฺค. อฏฺฐ. ๒๕๒) –
วุตฺโต, อยํ สุฏฺฐุ อุปลกฺเขตพฺโพ. เอตฺถ หิ สิถิลํ นาม ปญฺจสุ วคฺเคสุ ปฐมตติยํ. ธนิตํ นาม เตเสฺวว ทุติยจตุตฺถํ. ทีฆนฺติ ทีเฆน กาเลน วตฺตพฺพํ อา-การาทิ. รสฺสนฺติ ตโต อุปฑฺฒกาเลน วตฺตพฺพํ อ-การาทิ. ครุกนฺติ ทีฆเมว, ยํ วา ‘‘อายสฺมโต พุทฺธรกฺขิตตฺเถรสฺส ยสฺส นกฺขมตี’’ติ เอวํ สํโยคปรํ กตฺวา วุจฺจติ. ลหุกนฺติ รสฺสเมว, ยํ วา ‘‘อายสฺมโต พุทฺธรกฺขิตตฺเถรสฺส ยสฺส น ขมตี’’ติ เอวํ อสํโยคปรํ กตฺวา วุจฺจติ. นิคฺคหีตนฺติ ยํ กรณานิ นิคฺคเหตฺวา อวิสฺสชฺเชตฺวา อวิวเฏน มุเขน สานุนาสิกํ กตฺวา วตฺตพฺพํ. สมฺพนฺธนฺติ ยํ ปรปเทน สมฺพนฺธิตฺวา ‘‘ตุณฺหิสฺสา’’ติ วา ‘‘ตุณฺหสฺสา’’ติ วา วุจฺจติ. ววตฺถิตนฺติ ยํ ปรปเทน สมฺพนฺธํ อกตฺวา วิจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘ตุณฺหี อสฺสา’’ติ วา ‘‘ตุณฺห อสฺสา’’ติ วา วุจฺจติ. วิมุตฺตนฺติ ยํ กรณานิ อนิคฺคเหตฺวา วิสฺสชฺเชตฺวา วิวเฏน มุเขน อนุนาสิกํ อกตฺวา วุจฺจติ.
ตตฺถ ‘‘สุณาตุ เม’’ติ วตฺตพฺเพ ต-การสฺส ถ-การํ กตฺวา ‘‘สุณาถุ เม’’ติ วจนํ สิถิลสฺส ธนิตกรณํ นาม, ตถา ‘‘ปตฺตกลฺลํ เอสา ญตฺตี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘ปตฺถกลฺลํ เอสา ญตฺตี’’ติอาทิวจนญฺจ. ‘‘ภนฺเต, สงฺโฆ’’ติ วตฺตพฺเพ ภ-การ ฆ-การานํ พ-การ ค-กาเร กตฺวา ‘‘พนฺเต สํโค’’ติ วจนํ ธนิตสฺส สิถิลกรณํ นาม. ‘‘สุณาตุ เม’’ติ วิวเฏน มุเขน วตฺตพฺเพ ‘‘สุณํตุ เม’’ติ วา ‘‘เอสา ญตฺตี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘เอสํ ญตฺตี’’ติ วา อวิวเฏน มุเขน อนุนาสิกํ กตฺวา วจนํ วิมุตฺตสฺส นิคฺคหิตวจนํ นาม. ‘‘ปตฺตกลฺล’’นฺติ อวิวเฏน มุเขน อนุนาสิกํ กตฺวา วตฺตพฺเพ ‘‘ปตฺตกลฺลา’’ติ วิวเฏน มุเขน อนุนาสิกํ อกตฺวา วจนํ นิคฺคหิตสฺส วิมุตฺตวจนํ นาม. อิติ สิถิเล กตฺตพฺเพ ธนิตํ, ธนิเต กตฺตพฺเพ สิถิลํ, วิมุตฺเต กตฺตพฺเพ นิคฺคหิตํ, นิคฺคหิเต กตฺตพฺเพ วิมุตฺตนฺติ อิมานิ จตฺตาริ พฺยญฺชนานิ อนฺโตกมฺมวาจาย กมฺมํ ทูเสนฺติ. เอวํ วทนฺโต หิ อญฺญสฺมึ อกฺขเร วตฺตพฺเพ อญฺญํ วทติ, ทุรุตฺตํ กโรตีติ วุจฺจติ.
อิตเรสุ ปน ทีฆรสฺสาทีสุ ฉสุ พฺยญฺชเนสุ ทีฆฏฺฐาเน ทีฆเมว. รสฺสฏฺฐาเน จ รสฺสเมวาติ เอวํ ยถาฐาเน ตํ ตเทว อกฺขรํ ภาสนฺเตน อนุกฺกมาคตํ ปเวณึ อวินาเสนฺเตน กมฺมวาจา กาตพฺพา. สเจ ปน เอวํ อกตฺวา ทีเฆ วตฺตพฺเพ รสฺสํ, รสฺเส วา วตฺตพฺเพ ทีฆํ วทติ, ตถา ครุเก วตฺตพฺเพ ลหุกํ, ลหุเก วา วตฺตพฺเพ ครุกํ วทติ, สมฺพนฺเธ วา ปน วตฺตพฺเพ ววตฺถิตํ, ววตฺถิเต วา วตฺตพฺเพ สมฺพนฺธํ วทติ, เอวํ วุตฺเตปิ กมฺมวาจา น กุปฺปติ. อิมานิ หิ ฉ พฺยญฺชนานิ กมฺมํ น โกเปนฺติ.
ยํ ปน สุตฺตนฺติกตฺเถรา ‘‘ท-กาโร ต-การมาปชฺชติ, ต-กาโร ท-การมาปชฺชติ, จ-กาโร ช-การมาปชฺชติ, ช-กาโร จ-การมาปชฺชติ, ย-กาโร ก-การมาปชฺชติ, ก-กาโร ย-การมาปชฺชติ, ตสฺมา ท-การาทีสุ วตฺตพฺเพสุ ต-การาทีนํ วจนํ น วิรุชฺฌตี’’ติ วทนฺติ, ตํ กมฺมวาจํ ปตฺวา น วฏฺฏติ. ตสฺมา วินยธเรน เนว ท-กาโร ต-กาโร กาตพฺโพ…เป… น ก-กาโร ย-กาโร. ยถาปาฬิยา นิรุตฺตึ โสเธตฺวา ทสวิธาย พฺยญฺชนนิรุตฺติยา วุตฺตโทเส ปริหรนฺเตน กมฺมวาจา กาตพฺพา. อิตรถา หิ สาวนํ หาเปติ นาม. ญตฺตึ อฏฺฐเปตฺวา ปฐมํ อนุสฺสาวนกรณนฺติ สมฺพนฺโธ.
ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตาติ ยตฺตกา ภิกฺขู ตสฺส อุปสมฺปทากมฺมสฺส ปตฺตา ยุตฺตา อนุรูปา. เต จ โข สพฺพนฺติเมน ปริยาเยน หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา เอกสีมฏฺฐา ปญฺจ ปกตตฺตา ภิกฺขู. น หิ เตหิ วินา ตํ กมฺมํ กรียติ, น เตสํ ฉนฺโท เอติ. อวเสสา ปน สเจปิ สหสฺสมตฺตา โหนฺติ, สเจ เอกสีมฏฺฐา เอกสฺมึ ฐาเน สมานสํวาสกา, สพฺเพ ฉนฺทารหาว โหนฺติ, ฉนฺทํ ทตฺวา อาคจฺฉนฺตุ วา, มา วา, กมฺมํ น กุปฺปติ. ปฏิกฺโกสนนฺติ นิวารณํ. ติฏฺฐติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ ฐานํ, การณํ. อิธ ปน อุปสมฺปทากมฺมกรณสฺส การณตฺตา อุปสมฺปทากมฺมวาจาสงฺขาตํ ภควโต วจนํ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘การณารหตฺตา ปน สตฺถุ สาสนารหตฺตา’’ติ. ยถา จ ‘‘ตํ กตฺตพฺพ’’นฺติ ภควตา อนุสิฏฺฐํ, ตถากรณํ อุปสมฺปทากมฺมสฺส การณํ โหตีติ ฐานารหํ นาม. เกจิ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๔๕) ปน ‘‘ฐานารเหนาติ เอตฺถ ‘น, ภิกฺขเว, หตฺถจฺฉินฺโน ปพฺพาเชตพฺโพ’ติอาทิ (มหาว. ๑๑๙) สตฺถุสาสนํ ฐาน’’นฺติ วทนฺติ. อิธาติ อิมสฺมึ ปาราชิเก. ยถา จ อิธ, เอวํ สพฺพตฺถาปิ โลกวชฺชสิกฺขาปเทสุ อยเมว อธิปฺเปโตติ เวทิตพฺพํ. เตนาห ‘‘ปณฺณตฺติวชฺเชสุ ปนา’’ติอาทิ. อญฺเญปีติ เอหิภิกฺขูปสมฺปนฺนาทโยปิ. กถเมตํ วิญฺญายติ ปณฺณตฺติวชฺเชสุ สิกฺขาปเทสุ อญฺเญปิ สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ? อตฺถโต อาปนฺนตฺตา. ตถา หิ ‘‘เทฺว ปุคฺคลา อภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ พุทฺธา จ ปจฺเจกพุทฺธา จ, เทฺว ปุคฺคลา ภพฺพา อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภิกฺขู จ ภิกฺขุนิโย จา’’ติ (ปริ. ๓๒๒) สามญฺญโต วุตฺตตฺตา. เอหิภิกฺขูปสมฺปนฺนาทโยปิ อสญฺจิจฺจ อสฺสติยา อจิตฺตกํ สหเสยฺยาปตฺติอาทิเภทํ ปณฺณตฺติวชฺชํ อาปชฺชนฺตีติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๔๕) อตฺถโต อาปนฺนํ.
อิทานิ ‘‘ภิกฺขูน’’นฺติ อิมํ ปทํ วิเสสตฺถาภาวโต วิสุํ อวณฺเณตฺวาว ยํ สิกฺขญฺจ สาชีวญฺจ สมาปนฺนตฺตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติอาทิมาห. สิกฺขิตพฺพาติ สิกฺขา, ปาติโมกฺขสํวรสีลํ, สห ชีวนฺติ เอตฺถาติ สาชีวํ, มาติกาทิเภทา ปณฺณตฺติ, สิกฺขา จ สาชีวญฺจ สิกฺขาสาชีวํ, ตทุภยํ สมาปนฺโน อุปคโตติ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน. เตนาห ‘‘ยา ภิกฺขูน’’นฺติอาทิ. เอตฺถ จ ‘‘สิกฺขา’’ติ สาชีวสหจริยโต อธิสีลสิกฺขาว อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘อธิสีลสงฺขาตา’’ติ. อธิกํ อุตฺตมํ สีลนฺติ อธิสีลํ, ‘‘อธิสีล’’นฺติ สงฺขาตา อธิสีลสงฺขาตา.
กตมํ ปเนตฺถ สีลํ, กตมํ อธิสีลนฺติ? วุจฺจเต – ปญฺจงฺคทสงฺคสีลํ ตาว สีลเมว, น ตํ อธิสีลํ. ปาติโมกฺขสํวรสีลํ ปน อธิสีล’’นฺติ วุจฺจติ. ตญฺหิ สูริโย วิย ปชฺโชตานํ, สิเนรุ วิย จ ปพฺพตานํ สพฺพโลกิยสีลานํ อธิกญฺเจว อุตฺตมญฺจ, พุทฺธุปฺปาเทเยว จ ปวตฺตติ, น วินา พุทฺธุปฺปาทา. น หิ ตํ ปญฺญตฺตึ อุทฺธริตฺวา อญฺโญ สตฺโต ปญฺญาเปตุํ สกฺโกติ, พุทฺธาเยว ปนสฺส สพฺพโส กายวจีทฺวารชฺฌาจารโสตํ ฉินฺทิตฺวา ตสฺส ตสฺส วีติกฺกมสฺส อนุจฺฉวิกํ ตํ ตํ สีลสํวรํ ปญฺญาเปนฺติ. ปาติโมกฺขสํวรสีลโตปิ จ มคฺคผลสมฺปยุตฺตเมว สีลํ อธิสีลํ, ตํ ปน อิธ น อธิปฺเปตํ. น หิ ตํ สมาปนฺโน เมถุนธมฺมํ ปฏิเสวติ.
เอเตติ นานาเทสชาติโคตฺตาทิเภทภินฺนา ภิกฺขู. สห ชีวนฺตีติ เอกุทฺเทสาทิวเสน สห ปวตฺตนฺติ. เตนาห ‘‘เอกชีวิกา สภาควุตฺติโน’’ติ. สิกฺขาปทสงฺขาตนฺติ ปณฺณตฺติสงฺขาตํ. สาปิ หิ วิรติอาทีนํ ทีปนโต ‘‘สิกฺขาปท’’นฺติ วุจฺจติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘สิกฺขาปทนฺติ โย ตตฺถ นามกาโย ปทกาโย นิรุตฺติกาโย พฺยญฺชนกาโย’’ติ. ตตฺถาติ เตสุ. สิกฺขํ ปริปูเรนฺโตติ อกตฺตพฺพปริวชฺชนกตฺตพฺพกรณวเสน วาริตฺตจาริตฺตสงฺขาตํ ทุวิธํ สีลํ ปริปูเรนฺโตติ อตฺโถ, วาริตฺตสีลวเสน วิรติสมฺปยุตฺตเจตนํ, จาริตฺตสีลวเสน วิรติวิปฺปยุตฺตเจตนญฺจ อตฺตนิ ปวตฺเตนฺโตติ วุตฺตํ โหติ. สาชีวญฺจ อวีติกฺกมนฺโตติ สิกฺขาปทญฺจ อมทฺทนฺโต, สีลสํวรณํ, สาชีวานติกฺกมนญฺจาติ อิทเมว ทฺวยํ อิธ สมาปชฺชนํ นามาติ อธิปฺปาโย. ตตฺถ สาชีวานติกฺกโม สิกฺขาปาริปูริยา ปจฺจโย. ตสฺสานติกฺกมนโต หิ ยาว มคฺคา สิกฺขา ปริปูรติ. อปิเจตฺถ ‘‘สิกฺขํ ปริปูเรนฺโต’’ติ อิมินา วิรติเจตนาสงฺขาตสฺส สีลสํวรสฺส วิเสสโต สนฺตาเน ปวตฺตนกาโลว คหิโต, ‘‘อวีติกฺกมนฺโต’’ติ อิมินา ปน อปฺปวตฺตนกาโลปิ. สิกฺขญฺหิ ปริปูรณวเสน อตฺตนิ ปวตฺเตนฺโตปิ นิทฺทาทิวเสน อปฺปวตฺเตนฺโตปิ วีติกฺกมาภาวา สิกฺขนวเสน สมาปนฺโนติ วุจฺจติ.
ยสฺมา สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺส เอกจฺจํ ทุพฺพลฺยาวิกมฺมํ อตฺโถ โหติ, ตสฺมา ตํ สนฺธาย ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติ ปทสฺส อตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ อาหาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สิยา (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๔๕ สิกฺขาปจฺจกฺขานวิภงฺควณฺณนา), ยสฺมา น สพฺพํ ทุพฺพลฺยาวิกมฺมํ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ, ตสฺมา ‘‘ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา’’ติ ปฐมํ วตฺวา ตสฺส อตฺถนิยมนตฺถํ ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติ วตฺตพฺพนฺติ? ตํ น, กสฺมา? อตฺถานุกฺกมาภาวโต. ‘‘สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน’’ติ หิ วุตฺตตฺตา ยํ สิกฺขํ สมาปนฺโน, ตํ อปจฺจกฺขาย, ยญฺจ สาชีวํ สมาปนฺโน, ตตฺถ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวาติ วุจฺจมาเน อนุกฺกเมเนว อตฺโถ วุตฺโต โหติ, น อญฺญถา. ตสฺมา อิทเมว ปฐมํ วุตฺตนฺติ.
อิทานิ ตทุภยเมว ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตทภาเวนาติ เตสํ จิตฺตาทีนํ อภาเวน. จวิตุกามตาจิตฺเตนาติ อปคนฺตุกามตาจิตฺเตน. ทวาติ สหสา. โย หิ อญฺญํ ภณิตุกาโม สหสา ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติ ภณติ, อยํ ทวา วทติ นาม. รวาติ วิรชฺฌิตฺวา. โย หิ อญฺญํ ภณิตุกาโม วิรุชฺฌิตฺวา ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติ ภณติ, อยํ รวา ภณติ นาม. ปุริเมน โก วิเสโสติ เจ? ปุริมํ ปณฺฑิตสฺสาปิ สหสาวเสน อญฺญภณนํ, อิทํ ปน มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ปกฺขลนฺตสฺส ‘‘อญฺญํ ภณิสฺสามี’’ติ อญฺญภณนํ. ‘‘อกฺขรสมยานภิญฺญาตตาย วา กรณสมฺปตฺติยา อภาวโต วา กเถตพฺพํ กเถตุมสกฺโกนฺโต หุตฺวา อญฺญํ กเถนฺโต รวา ภณติ นามา’’ติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๔) เอเก.
วชฺชาวชฺชํ อุปนิชฺฌายตีติ อุปชฺฌาโย, ตํ อุปชฺฌายํ. ‘‘เอวํ สชฺฌายิตพฺพํ, เอวํ อภิกฺกมิตพฺพ’’นฺติอาทินา อาจารสิกฺขาปนโก อาจริโย. อนฺเต สมีเป วสติ สีเลนาติ อนฺเตวาสี, วิภตฺติอโลเปน ยถา ‘‘วเนกเสรุกา’’ติ. สมาโน อุปชฺฌาโย อสฺสาติ สมานุปชฺฌายโก. เอวํ สมานาจริยโก. สพฺรหฺมจารินฺติ ภิกฺขุํ. โส หิ ‘‘เอกกมฺมํ, เอกุทฺเทโส, สมสิกฺขตา’’ติ อิมํ พฺรหฺมํ สมานํ จรติ, ตสฺมา ‘‘สพฺรหฺมจารี’’ติ วุจฺจติ. เอวํ วุตฺตานนฺติ เอวํ ปทภาชนีเย วุตฺตานํ. ยถา หิ โลเก สสฺสานํ วิรุหนฏฺฐานํ ‘‘เขตฺต’’นฺติ วุจฺจติ, เอวมิมานิปิ พุทฺธาทีนิ ปทานิ สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺส วิรุหนฏฺฐานตฺถา ‘‘เขตฺต’’นฺติ วุจฺจนฺตีติ อาห ‘‘อิเมสํ ทฺวาวีสติยา เขตฺตปทาน’’นฺติ. ยสฺมา ปเนเตสํ เววจเนหิปิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, ตสฺมา ‘‘สเววจนสฺสา’’ติ วุตฺตํ. วิวิธํ เอกสฺมึเยว อตฺเถ วจนํ วิวจนํ, วิวจนเมว เววจนํ, ปริยายนามํ, สห เววจเนหีติ สเววจนํ, ตสฺส สเววจนสฺส. เอตฺถ จ วณฺณปฏฺฐาเน (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๒; วิ. วิ. ฏี. ๑.๕๓; วชิร. ฏี. ๕๓) อาคตํ นามสหสฺสํ, อุปาลิคาถาสุ (ม. นิ. ๒.๗๖) นามสตํ, อญฺญานิ จ คุณโต ลพฺภมานานิ นามานิ ‘‘พุทฺธเววจนานี’’ติ เวทิตพฺพานิ. สพฺพานิปิ ธมฺมสฺส นามานิ ‘‘ธมฺมเววจนานี’’ติ เวทิตพฺพานิ. เอส นโย สพฺพตฺถ.
เตสุ ยํ กิญฺจิ วตฺตุกามสฺส ยํ กิญฺจิ วทโต สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหตีติ เตสุ ทฺวาวีสติยา เขตฺตปเทสุ ยํ กิญฺจิ เอกํ ปทํ วตฺตุกามสฺส ตโต อญฺญํ ยํ กิญฺจิ ปทมฺปิ วจีเภทํ กตฺวา วทโต เขตฺตปทนฺโตคธตฺตา สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหตีติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สเจ ปนายํ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติ วตฺตุกาโม ปทปจฺจาภฏฺฐํ กตฺวา ‘‘ปจฺจกฺขามิ พุทฺธ’’นฺติ วา วเทยฺย, มิลกฺขภาสาทีสุ วา อญฺญตรภาสาย ตมตฺถํ วเทยฺย, ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติ วตฺตุกาโม อุปฺปฏิปาฏิยา ‘‘ธมฺมํ ปจฺจกฺขามี’’ติ วา ‘‘สพฺรหฺมจารึ ปจฺจกฺขามี’’ติ วา วเทยฺย, เสยฺยถาปิ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมวิภงฺเค ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชามี’’ติ วตฺตุกาโม ‘‘ทุติยํ ฌาน’’นฺติ วทติ. สเจ ‘‘ยสฺส วทติ, โส อยํ ภิกฺขุภาวํ จชิตุกาโม เอตมตฺถํ วทตี’’ติ เอตฺตกมตฺตมฺปิ ชานาติ, วิรทฺธํ นาม นตฺถิ, เขตฺตเมว โอติณฺณํ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. สกฺกตฺตา วา พฺรหฺมตฺตา วา จุตสตฺโต วิย จุโตว โหติ สาสนาติ.
อลนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๒) โหตุ, ปริยตฺตนฺติ อตฺโถ. กึ นุ เมติ กึ มยฺหํ กิจฺจํ, กึ กรณียํ, กึ สาเธตพฺพนฺติ อตฺโถ. น มมตฺโถติ นตฺถิ มม อตฺโถ. สุมุตฺตาหนฺติ สุฏฺฐุ มุตฺโต อหํ. ปุริเมหิ จุทฺทสหิ ปเทหีติ พุทฺธาทีหิ สพฺรหฺมจาริปริยนฺเตหิ ปุริเมหิ จุทฺทสหิ ปเทหิ. ยนฺนูนาหํ ปจฺจกฺเขยฺยนฺติ เอตฺถ ‘‘ยนฺนูนา’’ติ ปริวิตกฺกทสฺสเน นิปาโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘สจาหํ พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺยํ, สาธุ วต เม สิยา’’ติ. อาทิสทฺเทน ‘‘ปจฺจกฺขิ’’นฺติ วา ‘‘ปจฺจกฺขิสฺสามี’’ติ วา ‘‘ภวิสฺสามี’’ติ วา ‘‘โหมี’’ติ วา ‘‘ชาโตมฺหี’’ติ วา ‘‘อมฺหี’’ติ วา เอวํภูตานํ คหณํ. สเจ ปน ‘‘อชฺช ปฏฺฐาย ‘คิหี’ติ มํ ธาเรหี’’ติ วา ‘‘ชานาหี’’ติ วา ‘‘สญฺชานาหี’’ติ วา ‘‘มนสิ กโรหี’’ติ วา วทติ, อริยเกน วา วทติ, มิลกฺขเกน วา. เอวเมตสฺมึ อตฺเถ วุตฺเต ยสฺส วทติ, สเจ โส ชานาติ, ปจฺจกฺขาตา โหติ สิกฺขา. เอส นโย เสเสสุปิ ‘‘อุปาสโก’’ติอาทีสุ สตฺตสุ ปเทสุ. เอตฺถ จ อริยกํ นาม มาคธโวหาโร. มิลกฺขกํ นาม อนริยโก อนฺธทมิฬาทิ.
อกฺขรลิขนนฺติ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทินา อญฺเญสํ ทสฺสนตฺถํ อกฺขรลิขนํ. อธิปฺปายวิญฺญาปโก องฺคุลิสงฺโกจนาทิโก หตฺถวิกาโร หตฺถมุทฺทา, หตฺถสทฺโท เจตฺถ ตเทกเทเสสุ องฺคุลีสุ ทฏฺฐพฺโพ ‘‘น ภุญฺชมาโน สพฺพํ หตฺถํ มุเข ปกฺขิปิสฺสามี’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๖๑๘) วิย. ตสฺมา อธิปฺปายวิญฺญาปกสฺส องฺคุลิสงฺโกจนาทิโน หตฺถวิการสฺส ทสฺสนํ หตฺถมุทฺทาทิทสฺสนนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๑) เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อาทิสทฺเทน สีสกมฺปนทสฺสนาทึ สงฺคณฺหาติ.
อุมฺมตฺตกขิตฺตจิตฺตเวทนาฏฺฏานนฺติ เอตฺถ อุมฺมตฺตโกติ ปิตฺตุมฺมตฺตโก. ขิตฺตจิตฺโตติ ยกฺเขหิ กตจิตฺตวิกฺเขโป, ยกฺขุมฺมตฺตโกติ วุตฺตํ โหติ. อุภินฺนํ ปน วิเสโส อนาปตฺติวาเร อาวิภวิสฺสติ. เวทนาฏฺโฏติ พลวติยา ทุกฺขเวทนาย ผุฏฺโฐ มุจฺฉาปเรโต, เตน วิปฺปลปนฺเตน ปจฺจกฺขาตาปิ อปจฺจกฺขาตาว โหติ. มนุสฺสชาติโก โหตีติ สภาโค วา วิสภาโค วา คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา วิญฺญู โยโกจิ มนุสฺโส โหติ. อุมฺมตฺตกาทีนนฺติ เอตฺถาทิสทฺเทน ขิตฺตจิตฺตเวทนาฏฺฏเทวตาติรจฺฉานคตานํ คหณํ. ตตฺร อุมฺมตฺตกขิตฺตจิตฺตเวทนาฏฺฏติรจฺฉานคตานํ สนฺติเก ปจฺจกฺขาตาปิ อชานนภาเวน อปจฺจกฺขาตาว โหติ. เทวตาย ปน สนฺติเก อติขิปฺปํ ชานนภาเวน. เทวตา นาม มหาปญฺญา ติเหตุกปฺปฏิสนฺธิกา อติขิปฺปํ ชานนฺติ, จิตฺตญฺจ นาเมตํ ลหุปริวตฺตํ, ตสฺมา ‘‘จิตฺตลหุกสฺส ปุคฺคลสฺส จิตฺตวเสเนว มา อติขิปฺปํ วินาโส อโหสี’’ติ เทวตาย สนฺติเก สิกฺขาปจฺจกฺขานํ ปฏิกฺขิปิ. เตน วุตฺตํ ‘‘น จ อุมฺมตฺตกาทีนํ อญฺญตโร’’ติ. ทูเตน วาติ ‘‘มม สิกฺขาปจฺจกฺขานภาวํ กเถหี’’ติ มุขสาสนวเสน ทูเตน วา. ปณฺเณน วาติ ปณฺเณ ลิขิตฺวา ปหิณวเสน ปณฺเณน วา.
สเจ เต สิกฺขาปจฺจกฺขานภาวํ ชานนฺตีติ สมฺพนฺโธ. อาวชฺชนสมเยติ อตฺถาโภคสมเย. อิมินา ตํ ขณํเยว ปน อปุพฺพํ อจริมํ ทุชฺชานนฺติ ทสฺเสติ. วจนานนฺตรเมวาติ วจนสฺส อนนฺตรเมว, อาวชฺชนสมเยวาติ อตฺโถ. เอว-สทฺเทน ปน จิเรน ชานนํ ปฏิกฺขิปติ. อุกฺกณฺฐิโตติ อนภิรติยา อิมสฺมึ สาสเน กิจฺฉชีวิกํ ปตฺโต. อถ วา ‘‘อชฺช ยามิ, เสฺว ยามิ, อิโต ยามิ, เอตฺถ ยามี’’ติ อุทฺธํ กณฺฐํ กตฺวา วิหรมาโน วิกฺขิตฺโต, อเนกคฺโคติ วุตฺตํ โหติ. อิทญฺจ ‘‘อนภิรโต สามญฺญา จวิตุกาโม’’ติอาทีนํ (ปารา. ๔๕) อุปลกฺขณํ. เยน เกนจิ…เป… ชานนฺตีติ สเจ เต‘‘อุกฺกณฺฐิโต’’ติ วา ‘‘คิหิภาวํ ปตฺเถตี’’ติ วา ‘‘อนภิรโต’’ติ วา ‘‘สามญฺญา จวิตุกาโม’’ติ วา เยน เกนจิ อากาเรน สิกฺขาปจฺจกฺขานภาวํ ชานนฺติ. อิทญฺหิ สิกฺขาปจฺจกฺขานญฺจ อุปริ อภูตาโรจนทุฏฺฐุลฺลวาจาอตฺตกามทุฏฺฐโทสภูตาโรจนสิกฺขาปทานิ จ เอกปริจฺเฉทานิ, อาวชฺชนสมเย ญาเต เอว สีสํ เอนฺติ. ‘‘กึ อยํ ภณตี’’ติ กงฺขตา จิเรน ญาเต สีสํ น เอนฺติ. เตนาห ‘‘อถ อปรภาเค’’ติอาทิ. อถ ทฺวินฺนํ ฐิตฏฺฐาเน ทฺวินฺนมฺปิ นิยเมตฺวา ‘‘เอเตสํ อาโรเจมี’’ติ วทติ, เตสุ เอกสฺมึ ชานนฺเตปิ ทฺวีสุ ชานนฺเตสุปิ ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. เอวํ สมฺพหุเลสุปิ เวทิตพฺพํ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘ตสฺส วจนานนฺตร’’นฺติอาทินา วุตฺเตน นเยน. โย โกจิ มนุสฺสชาติโกติ อนฺตมโส นวกมฺมิกํ อุปาทาย โย โกจิ มนุสฺโส. วุตฺตเญฺหตํ สมนฺตปาสาทิกายํ –
‘‘สเจ ปน อนภิรติยา ปีฬิโต สภาเค ภิกฺขู ปริสงฺกมาโน ‘โย โกจิ ชานาตู’ติ อุจฺจาสทฺทํ กโรนฺโต ‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’ติ วทติ, ตญฺจ อวิทูเร ฐิโต นวกมฺมิโก วา อญฺโญ วา สมยญฺญู ปุริโส สุตฺวา ‘อุกฺกณฺฐิโต อยํ สมโณ คิหิภาวํ ปตฺเถติ, สาสนโต จุโต’ติ ชานาติ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๑).
สเจ วจนตฺถํ ญตฺวาปิ ‘‘อยํ อุกฺกณฺฐิโต’’ติ วา ‘‘คิหิภาวํ ปตฺเถตี’’ติ วา น ชานาติ, อปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. สเจ ปน วจนตฺถํ อชานิตฺวาปิ ‘‘อุกฺกณฺฐิโต’’ติ วา ‘‘คิหิภาวํ ปตฺเถตี’’ติ วา ชานาติ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. ทวายปีติ กีฬาธิปฺปาเยนปิ. จิตฺตาทีนํ วา วเสนาติ จิตฺตาทีนํ วา ฉฬงฺคานํ วเสน. โหติ เจตฺถ –
‘‘จิตฺตํ เขตฺตญฺจ กาโล จ, ปโยโค ปุคฺคโล ตถา;
วิชานนนฺติ สิกฺขาย, ปจฺจกฺขานํ ฉฬงฺคิก’’นฺติ.
สพฺพโส วา ปน อปจฺจกฺขาเนนาติ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทีสุ เยน เยน ปริยาเยน สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, ตโต เอกสฺสปิ ปจฺจกฺขานสฺส อภาเวน. อิมินา ปน ‘‘อิทํ ปทํ สาเวสฺสามิ, สิกฺขํ ปจฺจกฺขามี’’ติ เอวํ ปวตฺตจิตฺตุปฺปาทสฺส อภาวํ ทสฺเสติ. ยสฺส หิ เอวรูโป จิตฺตุปฺปาโท นตฺถิ, โส สพฺพโส น ปจฺจกฺขาติ นามาติ. สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺสาติ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทิสิกฺขาปจฺจกฺขานสฺส. อตฺถภูตํ เอกจฺจํ ทุพฺพลฺยนฺติ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติ วทติ วิญฺญาเปติ, เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺเจว โหติ, สิกฺขา จ ปจฺจกฺขาตา’’ติอาทินา (ปารา. ๕๓) วุตฺเตหิ เยหิ วจเนหิ สิกฺขาปจฺจกฺขานญฺเจว โหติ ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺจ, ตํ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทิกํ อตฺถภูตํ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา. ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทิมฺหิ ปน วุตฺเต สิกฺขาปริปูรเณ ทุพฺพลภาวสฺสาปิ คมฺยมานตฺตา สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺส อิทํ ทุพฺพลฺยาวิกมฺมํ อตฺโถติ ทฏฺฐพฺพํ. เอตฺถ จ ‘‘อตฺถภูต’’นฺติ อิมินา ‘‘ยนฺนูนาหํ พุทฺธํ ปจฺจกฺเขยฺย’’นฺติอาทิกํ ทุพฺพลฺยาวิกมฺมํ ปฏิกฺขิปติ. เยน หิ สิกฺขาปจฺจกฺขานญฺเจว โหติ ทุพฺพลฺยาวิกมฺมญฺจ, ตเทว สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺส อตฺถภูตํ. เยน ปน ทุพฺพลฺยาวิกมฺมเมว โหติ, น สิกฺขาปจฺจกฺขานํ, น ตํ ตสฺส อตฺถภูตนฺติ.
ราคปริยุฏฺฐาเนน สทิสภาวาปตฺติยา มิถุนานํ อยนฺติ ‘‘เมถุโน’’ติ ธมฺโมว วุจฺจตีติ อาห ‘‘ราคปริยุฏฺฐาเนนา’’ติอาทิ. ตตฺถ ราคปริยุฏฺฐาเนนาติ ราคสฺส ปริยุฏฺฐาเนน, เมถุนราคสฺส ปวตฺติยา ปริโยนทฺธจิตฺตตายาติ อตฺโถ. ธมฺโมติ อชฺฌาจาโร. ‘‘ปลมฺพเต วิลมฺพเต’’ติอาทีสุ วิย อุปสคฺคสฺส โกจิ อตฺถวิเสโส นตฺถีติ อาห ‘‘เสเวยฺยา’’ติ. อชฺฌาปชฺเชยฺยาติ อภิภุยฺย ปชฺเชยฺย. สพฺพนฺติเมนาติ ปรนิมฺมิตวสวตฺติ…เป… จาตุมหาราชิกมนุสฺสิตฺถินาคครุฬมาณวิกาทีนํ สพฺพาสํ อนฺติเมน. ติรจฺฉานคตายาติ ติรจฺฉาเนสุ อุปฺปนฺนาย. เตนาห ‘‘ปฏิสนฺธิวเสนา’’ติ. ปาราชิกาย วตฺถุภูตา เอว เจตฺถ ติรจฺฉานคติตฺถี ‘‘ติรจฺฉานคตา’’ติ คเหตพฺพา, น สพฺพา. ตตฺรายํ ปริจฺเฉโท –
‘‘อปทานํ อหิมจฺฉา, ทฺวิปทานญฺจ กุกฺกุฏี;
จตุปฺปทานํ มชฺชารี, วตฺถุ ปาราชิกสฺสิมา’’ติ. (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๕)
ตตฺถ อหิคฺคหเณน สพฺพาปิ อชครโคนสาทิเภทา ทีฆชาติ สงฺคหิตา. ตสฺมา ทีฆชาตีสุ ยตฺถ ติณฺณํ มคฺคานํ อญฺญตรสฺมึ สกฺกา ติลผลมตฺตมฺปิ ปเวเสตุํ, สา ปาราชิกวตฺถุ, อวเสสา ทุกฺกฏวตฺถูติ เวทิตพฺพา. มจฺฉคฺคหเณน สพฺพาปิ มจฺฉกจฺฉปมณฺฑูกาทิเภทา โอทกชาติ สงฺคหิตา. ตตฺราปิ ทีฆชาติยํ วุตฺตนเยเนว ปาราชิกวตฺถุ จ ทุกฺกฏวตฺถุ จ เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – ปตงฺคมุขมณฺฑูกา นาม โหนฺติ, เตสํ มุขสณฺฐานํ มหนฺตํ, ฉิทฺทํ อปฺปกํ, ตตฺถ ปเวสนํ นปฺปโหติ, มุขสณฺฐานํ ปน วณสงฺเขปํ คจฺฉติ, ตสฺมา ตํ ถุลฺลจฺจยวตฺถูติ เวทิตพฺพํ. กุกฺกุฏิคฺคหเณน สพฺพาปิ กากกโปตาทิเภทา ปกฺขิชาติ สงฺคหิตา. ตตฺราปิ วุตฺตนเยเนว ปาราชิกวตฺถุ จ ทุกฺกฏวตฺถุ จ เวทิตพฺพํ. มชฺชาริคฺคหเณน สพฺพาปิ รุกฺขสุนขมงฺคุสโคธาทิเภทา จตุปฺปทชาติ สงฺคหิตา. ตตฺราปิ วุตฺตนเยเนว ปาราชิกวตฺถุ จ ทุกฺกฏวตฺถุ จ เวทิตพฺพํ.
ปาราชิโก โหตีติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๕) ปราชิโต โหติ ปราชยํ อปนฺโน. อยญฺหิ ปาราชิกสทฺโท สิกฺขาปทาปตฺติปุคฺคเลสุ วตฺตติ. ตตฺถ ‘‘อฏฺฐานเมตํ, อานนฺท, อนวกาโส, ยํ ตถาคโต วชฺชีนํ วา วชฺชิปุตฺตกานํ วา การณา สาวกานํ ปาราชิกํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ สมูหเนยฺยา’’ติ (ปารา. ๔๓) เอวํ สิกฺขาปเท วตฺตมาโน เวทิตพฺโพ. ‘‘อาปตฺตึ ตฺวํ ภิกฺขุ อาปนฺโน ปาราชิก’’นฺติ (ปารา. ๖๗) เอวํ อาปตฺติยํ. ‘‘น มยํ ปาราชิกา, โย อวหโฏ, โส ปาราชิโก’’ติ (ปารา. ๑๕๕) เอวํ ปุคฺคเล วตฺตมาโน เวทิตพฺโพ. ‘‘ปาราชิเกน ธมฺเมน อนุทฺธํเสยฺยา’’ติอาทีสุ (ปารา. ๓๘๔) ปน ธมฺเม วตฺตตีติ วทนฺติ. ยสฺมา ปน ตตฺถ ‘‘ธมฺโม’’ติ กตฺถจิ อาปตฺติ, กตฺถจิ สิกฺขาปทเมว อธิปฺเปตํ, ตสฺมา โส วิสุํ น วตฺตพฺโพ. ตตฺถ สิกฺขาปทํ โย ตํ อติกฺกมติ, ตํ ปราเชติ, ตสฺมา ‘‘ปาราชิก’’นฺติ วุจฺจติ. อาปตฺติ ปน โย นํ อชฺฌาปชฺชติ, ตํ ปราเชติ, ตสฺมา ‘‘ปาราชิกา’’ติ วุจฺจติ. ปุคฺคโล ยสฺมา ปราชิโต ปราชยมาปนฺโน, ตสฺมา ‘‘ปาราชิโก’’ติ วุจฺจติ. อิธ ปน ปุคฺคโล เวทิตพฺโพติ อาห ‘‘ปาราชิโก โหตี’’ติอาทิ. อิมินาปิ อิทํ ทสฺเสติ – ‘‘ปราชิตสทฺเท อุปสคฺคสฺส วุทฺธึ กตฺวา, ต-การสฺส จ ก-การํ กตฺวา ปาราชิโก โหตีติ นิทฺทิฏฺโฐ’’ติ.
อปโลกนาทิ จตุพฺพิธมฺปิ สงฺฆกมฺมํ สีมาปริจฺฉินฺเนหิ ปกตตฺเตหิ ภิกฺขูหิ เอกโต กตฺตพฺพตฺตา เอกกมฺมํ นาม. อาทิสทฺเทน เอกุทฺเทสสมสิกฺขตานํ คหณํ. ตตฺถ ปญฺจวิโธปิ ปาติโมกฺขุทฺเทโส เอกโต อุทฺทิสิตพฺพตฺตา เอกุทฺเทโส นาม. นหาปิตปุพฺพกาทีนํ วิย โอทิสฺส อนุญฺญาตํ ฐเปตฺวา อวเสสํ สพฺพมฺปิ สิกฺขาปทํ สพฺเพหิปิ ลชฺชิปุคฺคเลหิ สมํ สิกฺขิตพฺพภาวโต สมสิกฺขตา นาม. ยสฺมา สพฺเพปิ ลชฺชิโน เอเตสุ เอกกมฺมาทีสุ สห วสนฺติ, น เอโกปิ ตโต พหิทฺธา สนฺทิสฺสติ, ตสฺมา ตานิ สพฺพานิปิ คเหตฺวา เอกกมฺมาทิโก ติวิโธปิ สํวาโส นามาติ อาห ‘‘โส จ วุตฺตปฺปกาโร สํวาโส เตน ปุคฺคเลน สทฺธึ นตฺถิ, เตน การเณน โส ปาราชิโก ปุคฺคโล ‘อสํวาโส’ติ วุจฺจตี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๕).
อิทานิ ยสฺมา น เกวลํ มนุสฺสิตฺถิยา เอว นิมิตฺตํ ปาราชิกวตฺถุ, อถ โข อมนุสฺสิตฺถิติรจฺฉานคติตฺถีนมฺปิ. น จ อิตฺถิยา เอว. อถ โข อุภโตพฺยญฺชนกปณฺฑกปุริสานมฺปิ, ตสฺมา เต สตฺเต, เตสญฺจ ยํ ยํ นิมิตฺตํ วตฺถุ โหติ, ตํ ตํ นิมิตฺตํ, ตตฺถ จ ยถา ปฏิเสวนฺโต ปาราชิโก โหติ, ตญฺจ สพฺพํ วิตฺถาเรตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย’’ติอาทิมาห. เอตฺถาติ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท. เตสูติ เย ตึสมคฺคา วุตฺตา, เตสุ. อตฺตโน วาติ ลมฺพิมุทุปิฏฺฐิเก สนฺธาย วุตฺตํ. สนฺถตสฺส วาติ เยน เกนจิ วตฺเถน วา ปณฺเณน วา วากปฏฺเฏน วา จมฺเมน วา ติปุสีสาทีนํ ปฏฺเฏน วา ปลิเวเฐตฺวา, อนฺโต วา ปเวเสตฺวา ปฏิจฺฉนฺนสฺส. อกฺขายิตสฺส วาติ โสณสิงฺคาลาทีหิ อกฺขาทิตสฺส. เยภุยฺเยน อกฺขายิตสฺสาติ ยาว อุปฑฺฒกฺขายิโต นาม น โหติ, เอวํ อกฺขายิตสฺส. อลฺโลกาเสติ ตินฺโตกาเส. สนฺถตนฺติ เตสํเยว วตฺถาทีนํ เยน เกนจิ ปฏิจฺฉนฺนํ. อยเญฺหตฺถ สงฺเขปตฺโถ – น เหตฺถ อนุปาทินฺนกํ อนุปาทินฺนเกน ฉุปติ, มุตฺติ อตฺถิ, อถ โข อุปาทินฺนเกน วา อนุปาทินฺนกํ ฆฏฺฏิยตุ, อนุปาทินฺนเกน วา อุปาทินฺนกํ, อนุปาทินฺนเกน วา อนุปาทินฺนกํ, อุปาทินฺนเกน วา อุปาทินฺนกํ. สเจ ยตฺตเก ปวิฏฺเฐ ปาราชิกํ โหตีติ วุตฺตํ, ตตฺตกํ เสวนจิตฺเตน ปเวเสติ, สพฺพตฺถายํ ปาราชิกาปตฺตึ อาปนฺโน นาม โหตีติ.
เอวํ เสวนจิตฺเตเนว ปเวเสนฺตสฺส อาปตฺตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยสฺมา ตํ ปเวสนํ นาม น เกวลํ อตฺตูปกฺกเมเนว, ปรูปกฺกเมนาปิ โหติ. ตตฺราปิ สาทิยนฺตสฺเสว อาปตฺติ ปฏิเสวนจิตฺตสมงฺคิสฺส, น อิตรสฺสาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปเรน วา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปเรนาติ ภิกฺขุปจฺจตฺถิกาทินา เยน เกนจิ อญฺเญน. ปเวสนปวิฏฺฐฏฺฐิตอุทฺธรเณสูติ เอตฺถ อคฺคโต (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๘) ยาว มูลา ปเวสนํ ปเวสนํ นาม. องฺคชาตสฺส ยตฺตกํ ฐานํ ปเวสนารหํ, ตตฺตกํ อนวเสสโต ปวิฏฺฐํ ปวิฏฺฐํ นาม. เอวํ ปวิฏฺฐสฺส อุทฺธรณารมฺภโต อนฺตรา ฐิตกาโล ฐิตํ นาม. สมนฺตปาสาทิกายํ ปน มาตุคามสฺส สุกฺกวิสฏฺฐึ ปตฺวา สพฺพถา วายามโต โอรมิตฺวา ฐิตกาลํ สนฺธาย ‘‘สุกฺกวิสฏฺฐิสมเย’’ติ วุตฺตํ. อุทฺธรณํ นาม ยาว อคฺคา นีหรณกาโล. สาทิยตีติ เสวนจิตฺตํ อุปฏฺฐเปติ. อสาธารณวินิจฺฉโยติ อทินฺนาทานาทีหิ สพฺเพหิ สิกฺขาปเทหิ อสาธารโณ วินิจฺฉโย.
สาธารณวินิจฺฉยตฺถนฺติ ปริวารวเสน สาธารณวินิจฺฉยตฺถํ. มาติกาติ มาตา, ชเนตฺตีติ อตฺโถ. นิททาติ เทสนํ เทสวเสน อวิทิตํ วิทิตํ กตฺวา นิทสฺเสตีติ นิทานํ. ปญฺญาปียตีติ ปญฺญตฺติ, ตสฺสา ปกาโร ปญฺญตฺติวิธิ องฺเคติ คเมติ ญาเปตีติ องฺคํ, การณํ. สมุฏฺฐหนฺติ อาปตฺติโย เอเตนาติ สมุฏฺฐานํ, อุปฺปตฺติการณํ, ตสฺส วิธิ สมุฏฺฐานวิธิ. วชฺชกมฺมปฺปเภทญฺจาติ เอตฺถ ปเภทสทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ ‘‘วชฺชปฺปเภทํ, กมฺมปฺปเภทญฺจา’’ติ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สิกฺขาปเท.
ปญฺญตฺติฏฺฐานนฺติ ปญฺญตฺติฏฺฐปนสฺส ฐานํ, สิกฺขาปทานํ ปญฺญตฺติเทโสติ อตฺโถ. ปุคฺคโลติ เอตฺถ อาทิกมฺมิโกเยว อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ปุคฺคโล นาม ยํ ยํ อารพฺภ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺต’’นฺติ, โส โส ปุคฺคโลติ อธิปฺปาโย. โหนฺติ เจตฺถ –
‘‘สุทินฺโน ธนิโย สมฺพหุลา วคฺคุมุทนฺติกา;
เสยฺยสโก อุทายิ จา-ฬวกา ฉนฺนเมตฺติยา.
‘‘เทวทตฺตสฺสชิปุนพฺพสุ-ฉพฺพคฺคิโยปนนฺทญฺญตโรปิ จ;
หตฺถโก จานุรุทฺโธ จ, สตฺตรส จูฬปนฺถโก.
‘‘เพลฏฺฐสีโส จานนฺโท, สาคโตริฏฺฐนามโก;
นนฺทตฺเถเรน เตวีส, ภิกฺขูนํ อาทิกมฺมิกา.
‘‘สุนฺทรีนนฺทา ถุลฺลนนฺทา, ฉพฺพคฺคิยญฺญตราปิ จ;
จณฺฑกาฬี สมฺพหุลา, เทฺว จ ภิกฺขุนิโย ปรา;
ภิกฺขุนีนํ ตุ สตฺเตว, โหนฺติ ตา อาทิกมฺมิกา’’ติ.
ตสฺส ตสฺส ปุคฺคลสฺสาติ ยํ ยํ สุทินฺนาทิกํ ปุคฺคลํ อารพฺภ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ, ตสฺส ตสฺส ปุคฺคลสฺส. ปญฺญตฺตีติ ปฐมปญฺญตฺติ. ปฐมปญฺญตฺติยา ปจฺฉา ฐปิตา ปญฺญตฺติ อนุปญฺญตฺติ. อนุปฺปนฺเน โทเส ฐปิตา ปญฺญตฺติ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ. สพฺพตฺถ มชฺฌิมเทเส เจว ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ จาติ สพฺเพสุ ปเทเสสุ ฐปิตา ปญฺญตฺติ สพฺพตฺถปญฺญตฺติ. มชฺฌิมเทเสเยว ฐปิตา ปญฺญตฺติ ปเทสปญฺญตฺติ. ภิกฺขูนญฺเจว ภิกฺขุนีนญฺจ สาธารณภูตา ปญฺญตฺติ สาธารณปญฺญตฺติ. สุทฺธภิกฺขูนเมว, สุทฺธภิกฺขุนีนํ วา ปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ อสาธารณปญฺญตฺติ. อุภินฺนมฺปิ ปญฺญตฺติ อุภโตปญฺญตฺติ. วินยธรปญฺจเมนาติ อนุสฺสาวนกาจริยปญฺจเมน. คุณงฺคุณูปาหนาติ จตุปฺปฏลโต ปฏฺฐาย กตา อุปาหนา, น เอกทฺวิติปฏลา. จมฺมตฺถรณนฺติ อตฺถริตพฺพํ จมฺมํ. เอเตสํ วเสน จตุพฺพิธา ปเทสปญฺญตฺติ นามาติ เอเตสํ วเสน จตุพฺพิธา ปญฺญตฺติ มชฺฌิมเทเสเยว ปญฺญตฺตาติ ปเทสปญฺญตฺติ นาม. เตเนวาห ‘‘มชฺฌิมเทเสเยว หี’’ติอาทิ. ยสฺมา มชฺฌิมเทเสเยว ยถาวุตฺตวตฺถุวีติกฺกเม อาปตฺติ โหติ, น ปจฺจนฺติมชนปเท, ตสฺมา ปเทสปญฺญตฺตีติ อตฺโถ. ธุวนฺหานํ ปฏิกฺเขปมตฺตนฺติ นิจฺจนหานปฺปฏิเสธนเมว. เอตฺถ จ มตฺตสทฺเทน อญฺญานิ ตีณิ สิกฺขาปทานิ ปฏิกฺขิปติ. ตานิ หิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺพปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ วินยธรปญฺจเมน คเณน อุปสมฺปท’’นฺติอาทินา (มหาว. ๒๕๙) จมฺมกฺขนฺธเก อาคตานิ. เตเนวาห ‘‘ตโต อญฺญา ปเทสปญฺญตฺติ นาม นตฺถี’’ติ. สพฺพานีติ ตโต อวเสสานิ สพฺพานิ สิกฺขาปทานิ. ตสฺมาติ ยสฺมา อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ อฏฺฐครุธมฺมวเสน ภิกฺขุนีนํเยว อาคตา, ยสฺมา จ ธุวนฺหานํ ปฏิกฺเขปมตฺตํ ฐเปตฺวา ปาติโมกฺเข สพฺพานิ สิกฺขาปทานิ สพฺพตฺถปญฺญตฺติเยว โหนฺติ, ยสฺมา จ สาธารณปญฺญตฺติทุกญฺจ เอกโตปญฺญตฺติทุกญฺจ พฺยญฺชนมตฺตํ นานํ, อตฺถโต เอกํ, ตสฺมา. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ สิกฺขาปเทสุ. อาปตฺติเภโท เหตฺถ อุตฺตรปทโลเปน ‘‘อาปตฺตี’’ติ วุตฺโตติ อาห ‘‘อาปตฺตีติ ปุพฺพปฺปโยคาทิวเสน อาปตฺติเภโท’’ติ. สีลอาจารทิฏฺฐิอาชีววิปตฺตีนนฺติ เอตฺถ ปฐมา เทฺว อาปตฺติกฺขนฺธา สีลวิปตฺติ นาม, อวเสสา ปญฺจ อาจารวิปตฺติ นาม, มิจฺฉาทิฏฺฐิ จ อนฺตคฺคาหิกาทิฏฺฐิ จ ทิฏฺฐิวิปตฺติ นาม, อาชีวเหตุ ปญฺญตฺตานิ ฉ สิกฺขาปทานิ อาชีววิปตฺติ นาม, อิติ อิมาสํ สีลอาจารทิฏฺฐิอาชีววิปตฺตีนํ อญฺญตราติ อตฺโถ.
น เกวลํ ยถาวุตฺตนเยเนว วุจฺจนฺตีติ อาห ‘‘ยานิ สิกฺขาปทสมุฏฺฐานานีติปิ วุจฺจนฺตี’’ติ. เอตานิ หิ กิญฺจาปิ อาปตฺติยา สมุฏฺฐานานิ, น สิกฺขาปทสฺส, โวหารสุขตฺถํ ปเนวํ วุจฺจนฺตีติ. ตตฺถาติ เตสุ ฉสุ สมุฏฺฐาเนสุ. เตสูติ สจิตฺตกาจิตฺตเกสุ. เอกํ สมุฏฺฐานํ อุปฺปตฺติการณํ เอติสฺสาติ เอกสมุฏฺฐานา, เอเกน วา สมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ เอกสมุฏฺฐานา. ‘‘ทฺวิสมุฏฺฐานา’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
สมุฏฺฐานวเสนาติ สมุฏฺฐานสีสวเสน. ปฐมปาราชิกํ สมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานา. ตถา อทินฺนาทานสมุฏฺฐานา’’ติอาทีสุปิ.
สยํ ปถวิขณเน กาเยน, ปเร อาณาเปตฺวา ขณาปเน วาจาย จ อาปตฺติสมฺภวโต ‘‘ปถวิขณนาทีสุ วิยา’’ติ วุตฺตํ. อาทิสทฺเทน อทินฺนาทานาทีนํ ปริคฺคโห. ปฐมกถินาปตฺติ กายวาจโต กตฺตพฺพํ อธิฏฺฐานํ วา วิกปฺปนํ วา อกโรนฺตสฺส โหติ, โน กโรนฺตสฺสาติ อาห ‘‘ปฐมกถินาปตฺติ วิยา’’ติ. อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรปฺปฏิคฺคหณาปตฺติ ตสฺสา หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส, ปริวตฺตกํ อเทนฺตสฺส จ โหตีติ กิริยากิริยโต สมุฏฺฐาติ. ‘‘สิยา กโรนฺตสฺสา’’ติอาทีสุ สิยาติ ‘‘สิยา โข ปน เต พฺราหฺมณ เอวมสฺสา’’ติอาทีสุ วิย ‘‘กทาจี’’ติ อิมินา สมานตฺโถ นิปาโต. รูปิยปฺปฏิคฺคหณาปตฺติ สิยา กิริยา คหเณน อาปชฺชนโต, สิยา อกิริยา ปฏิกฺเขปสฺส อกรณโตติ อาห ‘‘รูปิยปฺปฏิคฺคหณาปตฺติ วิยา’’ติ. กุฏิการาปตฺติ วตฺถุํ เทสาเปตฺวา ปมาณาติกฺกนฺตกรเณ กโรนฺตสฺส สิยา, อเทสาเปตฺวา ปน ปมาณาติกฺกนฺตกรเณ ปมาณยุตฺตํ วา กโรนฺตสฺส จ อกโรนฺตสฺส จ สิยาติ อาห ‘‘กุฏิการาปตฺติ วิยา’’ติ.
สญฺญาย อภาเวน วิโมกฺโข อสฺสาติ สญฺญาวิโมกฺโขติ มชฺเฌปทโลปสมาโส ทฏฺฐพฺโพติ อาห ‘‘ยโต วีติกฺกมสญฺญายา’’ติอาทิ. อิตรา นาม ยโต วีติกฺกมสญฺญาย อภาเวน น มุจฺจติ, สา อิตรสทฺทสฺส วุตฺตปฺปฏิโยคิวิสยตฺตา. ยา อจิตฺตเกน วา สจิตฺตกมิสฺสเกน วา สมุฏฺฐาตีติ ยา อาปตฺติ กทาจิ อจิตฺตเกน วา กทาจิ สจิตฺตกมิสฺสเกน วา สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ. เอตฺถ จ สญฺญาทุกํ อนาปตฺติมุเขน วุตฺตํ, สจิตฺตกทุกํ อาปตฺติมุเขนาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ยสฺสา สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหตีติ ยสฺสา สจิตฺตกาย อาปตฺติยา จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, ยสฺสา จ สจิตฺตกาจิตฺตกสงฺขาตาย สุราปานาทิอจิตฺตกาย อาปตฺติยา วตฺถุวิชานนจิตฺเตน สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, อยํ โลกวชฺชา. ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ หิ อิทํ วจนํ สจิตฺตกาจิตฺตกํ สนฺธาย วุตฺตํ. น หิ เอกํสโต สจิตฺตกสฺส ‘‘สจิตฺตกปกฺเข’’ติ วิเสสเน ปโยชนํ อตฺถีติ. ยํ ปเนตฺถ คณฺฐิปเท ‘‘สุราปานสฺมิญฺหิ ‘สุรา’ติ วา ‘น วฏฺฏตี’ติ วา ชานิตฺวา ปิวเน อกุสลเมวา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘น วฏฺฏตีติ วา ชานิตฺวา’’ติ วุตฺตวจนํ น ยุชฺชติ ปณฺณตฺติวชฺชสฺสาปิ โลกวชฺชภาวปฺปสงฺคโต. ยสฺสา ปน ‘‘สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมวา’’ติ นิยโม นตฺถิ, สา ปณฺณตฺติวชฺชาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เสสา ปณฺณตฺติวชฺชา’’ติ. ตถา หิ ตสฺสา วตฺถุวิชานนจิตฺเตน สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ สิยา กุสลํ, สิยา อกุสลํ, สิยา อพฺยากตนฺติ ‘‘อกุสลเมวา’’ติ นิยโม นตฺถิ. อุภยตฺถ อาปชฺชิตพฺพาติ กายทฺวาเร, วจีทฺวาเร จาติ อุภยตฺถ อาปชฺชิตพฺพา อาปตฺติ, ตา ปน อทินฺนาทานาทโย. ‘‘มโนทฺวาเร อาปตฺติ นาม นตฺถี’’ติ อิทํ เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ อุปนิกฺขิตฺตสาทิยนาทีสุ อาปตฺติสมฺภวโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
อกุสลจิตฺโต วา อาปชฺชตีติ ปาราชิกสุกฺกวิสฏฺฐิกายสํสคฺคทุฏฺฐุลฺลอตฺตกามปาริจริยทุฏฺฐโทสสงฺฆเภทปฺปหารทานตลสตฺติกาทิเภทํ อาปตฺตึ อกุสลจิตฺโต อาปชฺชติ. อนุปสมฺปนฺนํ ปทโสธมฺมํ วาเจนฺโต, มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโตติ เอวรูปํ อาปตฺตึ กุสลจิตฺโต อาปชฺชติ. อสญฺจิจฺจสหเสยฺยาทึ อพฺยากตจิตฺโต อาปชฺชติ. ยํ อรหา อาปชฺชติ, สพฺพํ อพฺยากตจิตฺโตว อาปชฺชติ. เตนาห ‘‘กุสลาพฺยากตจิตฺโต วา’’ติ.
ทุกฺขเวทนาสมงฺคี วาติ ทุฏฺฐโทสาทิเภทํ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต ทุกฺขเวทนาสมงฺคี อาปชฺชติ. เมถุนธมฺมาทิเภทํ ปน สุขเวทนาสมงฺคี อาปชฺชติ. ยํ สุขเวทนาสมงฺคี อาปชฺชติ, ตํเยว มชฺฌตฺโต หุตฺวา อาปชฺชนฺโต อทุกฺขมสุขเวทนาสมงฺคี อาปชฺชติ. เตนาห ‘‘อิตรเวทนาทฺวยสมงฺคี วา’’ติ. อิทมฺปิ จ ติกทฺวยํ เยภุยฺยวเสเนว วุตฺตํ. นิปชฺชิตฺวา นิโรธสมาปนฺโน หิ อจิตฺตโก อเวทโน สหเสยฺยาปตฺตึ อาปชฺชตีติ. กิญฺจาปิ เอวํ อนิยเมน วุตฺตํ, วิเสโส ปเนตฺถ อตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ สนฺเตปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปีติ หิ วิเสสาภิธานนิมิตฺตาภฺยูปคเมว ยุชฺชติ. สพฺเพสํ วเสน ตีณิ จิตฺตานีติ กุสลากุสลาพฺยากตานํ วเสน ปทโสธมฺมาทีสุ ตีณิ จิตฺตานิ.
อิทานิ ตํ ยถาวุตฺตนิทานาทิเวทนาตฺติกปริโยสานํ สตฺตรสปฺปการํ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท โยเชตุํ ‘‘อิธ ปนา’’ติอาทิมาห. อิธาติ อิมสฺมึ ปฐมปาราชิกสิกฺขาปเท. เวสาลิยนฺติ เอวํนามเก อิตฺถิลิงฺควเสน ปวตฺตโวหาเร นคเร. ตญฺหิ นครํ ติกฺขตฺตุํ ปาการปริกฺเขปวฑฺฒเนน วิสาลีภูตตฺตา ‘‘เวสาลี’’ติ วุจฺจติ. อิทมฺปิ จ นครํ สพฺพญฺญุตํ สมฺปตฺเตเยว สมฺมาสมฺพุทฺเธ สพฺพาการเวปุลฺลตฺตํ ปตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติ จ ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปี’’ติ จ เทฺว อนุปญฺญตฺติโยติ มกฺกฏิวชฺชิปุตฺตกวตฺถูนํ วเสน วุตฺตา. ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายา’’ติ จ ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติ จ อิมา เทฺว อนุปญฺญตฺติโย. อาปตฺติกรา จ โหตีติ ปฐมปญฺญตฺติโต วิสุํเยวาปตฺติกรา จ โหติ. อญฺญวาทกสิกฺขาปทาทีสุ วิยาติ อญฺญวาทกสิกฺขาปทาทีสุ ‘‘วิเหสเก’’ติอาทิกา (ปาจิ. ๙๘) วิยาติ อตฺโถ. อาทิสทฺเทน อุชฺฌาปนกสฺส ปริคฺคโห. เอตฺถ หิ อญฺญวาทกาทิโต วิสุํเยว วิเหสกาทีสุปิ ปาจิตฺติยํ โหติ. ยถาห ‘‘โรปิเต วิเหสเก สงฺฆมชฺเฌ วตฺถุสฺมึ วา อาปตฺติยา วา อนยุญฺชิยมาโน ตํ นกเถตุกาโม ตํ นอุคฺฆาเฏตุกาโม ตุณฺหีภูโต สงฺฆํ วิเหเสติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติอาทิ (ปารา. ๑๐๐). สุปินนฺเต วิชฺชมานาปิ โมจนสฺสาทเจตนา อพฺโพหาริกตฺตา อนาปตฺติกราติ อาห ‘‘อญฺญตฺร สุปินนฺตาติอาทิกา วิยา’’ติ. ตถา หิ ถินมิทฺเธน อภิภูตตฺตา สุปิเน จิตฺตํ อพฺโพหาริกํ, จิตฺตสฺส อพฺโพหาริกตฺตา โอปกฺกมนกิริยาปวตฺตนิกาปิ เจตนา อพฺโพหาริกา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อตฺเถสา, ภิกฺขเว, เจตนา, สา จ โข อพฺโพหาริกา’’ติ (ปารา. ๒๓๕), ตสฺมา ‘‘อญฺญตฺร สุปินนฺตา’’ติ อยํ อนุปญฺญตฺติ อนาปตฺติกรา ชาตา. อาทิสทฺเทน ‘‘อญฺญตฺร อธิมานา’’ติอาทิกํ (ปารา. ๑๙๗) สงฺคณฺหาติ. อทินฺนาทานาทีสุ วิยาติ อทินฺนาทานาทีสุ ‘‘อรญฺญา วา’’ติอาทิกา (ปารา. ๙๑) วิยาติ อตฺโถ. เอตฺถ ปน อาทิสทฺเทน ปฐมปาราชิกาทีนํ สงฺคโห. เอตฺถ หิ ‘‘ตญฺจ โข คาเม, โน อรญฺเญ’’ติอาทินา (ปารา. ๙๐) นเยน เลสํ โอฑฺเฑนฺตานํ เลสปิทหนตฺถํ ‘‘อรญฺญา วา’’ติอาทิกา อนุปญฺญตฺติ วุตฺตาติ อุปตฺถมฺภกราว โหติ. เตเนว หิ ‘‘นนุ, อาวุโส, ตเถเวตํ โหตี’’ติ (ปารา. ๙๐) ภิกฺขูหิ วุตฺตํ.
วุตฺตปฺปกาเร มคฺเคติ ‘‘มนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคตวเสนา’’ติอาทินา (กงฺขา. อฏฺฐ. ปฐมปาราชิกวณฺณนา) วุตฺตปฺปกาเร ตึสมคฺเค. อิมสฺส ปน ‘‘ฉินฺเน’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ตจาทีนิ อนวเสเสตฺวาติ นิมิตฺตปฺปเทเส พหิ ฐิตานิ ฉวิจมฺมานิ อนวเสเสตฺวา. นิมิตฺตสณฺฐานมตฺตํ ปญฺญายตีติ นิมิตฺตมํสสฺส ปน อพฺภนฺตเร ฉวิจมฺมสฺส จ วิชฺชมานตฺตา วุตฺตํ. จมฺมขิลนฺติ จมฺมกฺขณฺฑํ. ‘‘อุณฺณิคณฺโฑ’’ติปิ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๕๕; วิ. วิ. ฏี. ๑.๕๕) วทนฺติ. ตญฺหิ นิมิตฺเต ชาตตฺตา นิมิตฺตเมว. เตนาห ‘‘เสวนจิตฺเต สติ ปาราชิก’’นฺติ. เสวนจิตฺเตติ เมถุนเสวนจิตฺเต. กายสํสคฺคเสวนจิตฺเต ปน สติ สงฺฆาทิเสโสว. นฏฺโฐ กายปฺปสาโท เอตฺถาติ นฏฺฐกายปฺปสาทํ, สุกฺขปีฬกํ วา มตจมฺมํ วาติ อตฺโถ. มเต อกฺขายิเต, เยภุยฺเยน อกฺขายิเต จ ปาราชิกาปตฺติวจนโต (ปารา. ๖๑) ปน นฏฺฐกายปฺปสาเทปิ อิตฺถินิมิตฺเต ปเวเสนฺตสฺส ปาราชิกาปตฺติเยว. นิมิตฺตสณฺฐานมตฺตมฺปิ อนวเสเสตฺวาติ นิมิตฺตากาเรน ฐิตํ ยถาวุตฺตนิมิตฺตมํสาทิมฺปิ อนวเสเสตฺวา. วณสงฺเขปวเสนาติ วณสงฺคหวเสน. วเณ ถุลฺลจฺจยญฺจ ‘‘อมคฺเคน อมคฺคํ ปเวเสติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (ปารา. ๖๖) อิมสฺส สุตฺตสฺส วเสน เวทิตพฺพํ. ตสฺมิญฺหิ สุตฺเต ทฺวีสุ สมฺภินฺนวเณสุ เอเกน วเณน ปเวเสตฺวา ทุติเยน นีหรนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ วุตฺตํ. วุตฺตญฺหิ สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘อิมสฺส สตฺตสฺส อนุโลมวเสน สพฺพตฺถ วณสงฺเขเป ถุลฺลจฺจยํ เวทิตพฺพ’’นฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๖๖). มนุสฺสานํ ปน อกฺขิอาทโยปิ วณสงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ วเณน เอกปริจฺเฉทํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา’’ติอาทิมาห. เตสํ วณสงฺคโห ‘‘นวทฺวาโร มหาวโณ’’ติ (มิ. ป. ๒.๖.๑) เอวมาทิสุตฺตานุสาเรน เวทิตพฺโพ. ตตฺถ มนุสฺสานนฺติ อิตฺถิปุริสปณฺฑกอุภโตพฺยญฺชนกวเสน จตุพฺพิธานํ มนุสฺสานํ. วตฺถิโกเสสูติ วตฺถิปุเฏสุ ปุริสานํ องฺคชาตโกเสสุ. หตฺถิอสฺสาทีนญฺจ ติรจฺฉานานนฺติ หตฺถิอสฺสโคณคทฺรภโอฏฺฐมหึสาทีนํ ติรจฺฉานคตานํ. ติรจฺฉานานํ ปนาติ สพฺเพสมฺปิ ติรจฺฉานคตานํ. สพฺเพสนฺติ ยถาวุตฺตมนุสฺสาทีนํ สพฺเพสํ.
เอวํ ชีวมานกสรีเร ลพฺภมานํ อาปตฺติวิเสสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ มตสรีเร ลพฺภมานํ อาปตฺติวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘มตสรีเร’’ติอาทิมาห. วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคมุขมคฺคานํ จตูสุ โกฏฺฐาเสสุ เทฺว โกฏฺฐาเส ฐเปตฺวา ยทา อปเร เทฺว โกฏฺฐาสา ขาทิตา, ตทา อุปฑฺฒกฺขายิตํ นาม โหติ. น กุถิตํ โหตีติ อุทฺธุมาตกาทิภาเวน กุถิตํ น โหติ, อลฺลนฺติ อตฺโถ. ยทา ปน สรีรํ อุทฺธุมาตกํ โหติ กุถิตํ นีลมกฺขิกสมากิณฺณํ กิมิกุลสมากุลํ นวหิ วณมุเขหิ ปคฺคฬิตปุพฺพกุณปภาเวน อุปคนฺตุมฺปิ อสกฺกุเณยฺยํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๕๙-๖๐), ตทา ปาราชิกวตฺถุญฺจ ถุลฺลจฺจยวตฺถุญฺจ วิชหติ, ทุกฺกฏวตฺถุเมว โหตีติ อาห ‘‘กุถิเต ทุกฺกฏ’’นฺติ. กุถิเตติ อุทฺธุมาตกภาวปฺปตฺเต. อีทิเส หิ สรีเร ยตฺถ กตฺถจิ อุปกฺกมโต ทุกฺกฏํ. ตถา วฏฺฏกเต มุเข อจฺฉุปนฺตํ องฺคชาตํ ปเวเสนฺตสฺสาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๗๓) วิวฏฺเฏ มุเข จตฺตาริ ปสฺสานิ, ตาลุกญฺจ อปฺผุสนฺตํ องฺคชาตํ ปเวเสนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อตฺโถ. สเจ ปน เหฏฺฐา วา อุปริ วา อุภยปสฺเสหิ วา ฉุปนฺตํ ปเวเสติ, ปาราชิกํ. จตูหิ ปสฺเสหิ อจฺฉุปนฺตํ ปเวเสตฺวา อพฺภนฺตเร ตาลุกํ ฉุปติ, ปาราชิกเมว. พหิ นิกฺขนฺตชิวฺหาย วา ทนฺเตสุ วา องฺคชาตํ ปเวเสนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยนฺติ สมฺพนฺโธ. ชีวมานกสรีเรปิ พหิ นิกฺขนฺตชิวฺหาย ถุลฺลจฺจยเมว. ยทิ ปน พหิ ชิวฺหาย ปลิเวเฐตฺวา อนฺโตมุขํ ปเวเสติ, ปาราชิกเมว. ยทิ ปน ทนฺตา สุผุสิตา, อนฺโตมุเข โอกาโส นตฺถิ, ทนฺตา จ พหิ โอฏฺฐมํเสน ปฏิจฺฉนฺนา, ตตฺถ วาเตน อสมฺผุฏฺฐํ อลฺโลกาสํ ติลผลมตฺตมฺปิ ปเวเสนฺตสฺส ปาราชิกเมว. อุปฺปาฏิเต ปน โอฏฺฐมํเส ทนฺเตสุเยว อุปกฺกมนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ. โยปิ ทนฺโต พหิ นิกฺขมนฺโต ติฏฺฐติ, น สกฺกา โอฏฺเฐหิ ปิทหิตุํ, ตตฺถาปิ เอเสว นโย.
เวทนาย อฏฺโฏ ปีฬิโต เวทนาฏฺโฏ. อุมฺมตฺตโกติ เจตฺถ ปิตฺตุมฺมตฺตโก อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘โย ปิตฺตวเสนา’’ติอาทิ. ปิตฺตวเสนาติ พทฺธปิตฺตวเสน. ตสฺมิญฺหิ พทฺธปิตฺเต ปิตฺตโกสโต จลิตฺวา พหิ นิกฺขมนฺเต สตฺตา อุมฺมตฺตกา โหนฺติ, วิปลฺลตฺถสญฺญา หิโรตฺตปฺปํ ฉฑฺเฑตฺวา อสารุปฺปจริยํ จรนฺติ, ลหุกครุกานิ สิกฺขาปทานิ มทฺทนฺตาปิ น ชานนฺติ, เภสชฺชกิริยายปิ อเตกิจฺฉา โหนฺติ, เอวรูปสฺส อุมฺมตฺตกสฺส อนาปตฺติ. อพทฺธปิตฺตํ ปน โลหิตํ วิย สพฺพงฺคคตํ, ตมฺหิ กุปิเต สตฺตานํ กณฺฑุกจฺฉุสรีรกมฺปาทีนิ โหนฺติ, ตานิ เภสชฺชกิริยาย วูปสมนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘พทฺธปิตฺตวเสนา’’ติ. ขิตฺตจิตฺโต นาม วิสฺสฏฺฐจิตฺโต ยกฺขุมฺมตฺตโก วุจฺจตีติ อาห ‘‘ยกฺเขหิ กตจิตฺตวิกฺเขโป ขิตฺตจิตฺโต’’ติ. ยกฺขา กิร เภรวานิ อารมฺมณานิ ทสฺเสตฺวา มุเขน หตฺถํ ปเวเสตฺวา, หทยรูปํ วา มทฺทนฺตา สตฺเต วิกฺขิตฺตจิตฺเต วิปลฺลตฺถสญฺเญ กโรนฺติ, เอวรูปสฺส ขิตฺตจิตฺตสฺส อนาปตฺติ. เตสํ ปน อุภินฺนํ อยํ วิเสโส – ปิตฺตุมฺมตฺตโก นิจฺจเมว อุมฺมตฺตโก โหติ, ปกติสญฺญํ น ลภติ. ยกฺขุมฺมตฺตโก อนฺตรนฺตรา ปกติสญฺญํ ปฏิลภติ. อิธ ปน ปิตฺตุมฺมตฺตโก วา โหตุ, ยกฺขุมฺมตฺตโก วา, โย สพฺพโส มุฏฺฐสฺสติ กิญฺจิ น ชานาติ, อคฺคิมฺปิ สุวณฺณมฺปิ คูถมฺปิ จนฺทนมฺปิ เอกสทิสํ มทฺทนฺโตว วิจรติ, เอวรูปสฺส อนาปตฺติ. อนฺตรนฺตรา ปกติสญฺญํ ปฏิลภิตฺวา ญตฺวา กโรนฺตสฺส ปน อาปตฺติเยว. เตนาห ‘‘ทฺวินฺนมฺปิ จ เอเตส’’นฺติอาทิ.
อธิมตฺตเวทนายาติ อธิกปฺปมาณาย ทุกฺขเวทนาย. อาทิกมฺเม นิยุตฺโต อาทิกมฺมิโก, โย จ อาทิกมฺเม นิยุตฺโต, โส ตสฺมึ กมฺเม อาทิภูโต โหตีติ อาห ‘‘โย’’ติอาทิ. อิธ ปน สุทินฺนตฺเถโร อาทิกมฺมิโก, ตสฺส อนาปตฺติ. อวเสสานํ มกฺกฏิสมณวชฺชิปุตฺตกาทีนํ อาปตฺติเยว. ปฏิปาทนํ สมฺปาทนํ. กโรนฺโตเยว หิ ตํ อาปชฺชตีติ กิริยํ. อิทํ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๖๖) ปน เยภุยฺยวเสน วุตฺตํ เมถุนธมฺเม ปรูปกฺกเม สติ สาทิยนฺตสฺส อกิริยสมุฏฺฐานภาวโต. เมถุนปฺปฏิสํยุตฺตาย หิ กามสญฺญาย อภาเวน มุจฺจนโต สญฺญาวิโมกฺขํ. ‘‘อนาปตฺติ อชานนฺตสฺส, อสาทิยนฺตสฺสา’’ติ (ปารา. ๖๖) หิ วุตฺตํ. เมถุนจิตฺเตเนว นํ อาปชฺชติ, น วินา จิตฺเตนาติ สจิตฺตกํ. ราควเสเนว อาปชฺชิตพฺพโต โลกวชฺชํ. กายทฺวาเรเนว สมุฏฺฐานโต กายกมฺมํ. จิตฺตํ ปเนตฺถ องฺคมตฺตํ โหติ, น ตสฺส วเสน กมฺมภาโว ลพฺภติ. โลภจิตฺเตเนว อาปชฺชิตพฺพโต อกุสลจิตฺตํ. สุขสมงฺคี วา อุเปกฺขาสมงฺคี วา อาปชฺชตีติ ทฺวิเวทนํ. นนุ สมุฏฺฐานาทีนิ อาปตฺติยา โหนฺติ, น สิกฺขาปทสฺส, อถ กสฺมา สิกฺขาปทสฺส สมุฏฺฐานาทีนิ วุตฺตานีติ อาห ‘‘อิมานิ จ สมุฏฺฐานาทีนิ นามา’’ติอาทิ. อาปตฺติยา โหนฺตีติ อชฺฌาจารสฺส โหนฺติ.
มุนนโต อนุมุนนโต มุติ, ญาณํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ มุติมา, ญาณวาติ อตฺโถ.
ปฐมปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. ทุติยปาราชิกวณฺณนา
เอตฺถาติ เอเตสุ ทฺวีสุ. เอกกุฏิกาทิเภโท สพฺโพปิ คาโมติ เวทิตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. ตตฺถ เอกกุฏิกาทิเภโทติ ยสฺมึ คาเม เอกา เอว กุฏิ เอกํ เคหํ เสยฺยถาปิ มลยชนปเท, อยํ เอกกุฏิโก คาโม นาม. อาทิสทฺเทน ‘‘ทฺวิกุฏิโกปิ คาโม, ติกุฏิโกปิ คาโม, จตุกฺกุฏิโกปิ คาโม’’ติ (ปารา. ๙๒) วุตฺตปฺปเภทํ สงฺคณฺหาติ. อภินวนิวิฏฺโฐ เอกกุฏิกาทิคาโม ปน ยาว มนุสฺสา ปวิสิตฺวา วาสํ น กปฺเปนฺติ, ตาว คามสงฺขํ น คจฺฉติ. กึภูโตติ อาห ‘‘ปริกฺขิตฺโต วา’’ติอาทิ. ตตฺถ ปริกฺขิตฺโต นาม อิฏฺฐกปาการํ อาทึ กตฺวา อนฺตมโส กณฺฏกสาขาหิปิ ปริกฺขิตฺโต. ตพฺพิปรีโต อปริกฺขิตฺโต. อมนุสฺโส นาม โย สพฺพโส วา มนุสฺสานํ อภาเวน ยกฺขปริคฺคหภูโต, ยโต วา มนุสฺสา เกนจิ กรณีเยน ปุนปิ อาคนฺตุกามา เอว อปกฺกนฺตา, ยโต ปน นิรเปกฺขา หุตฺวา ปกฺกมนฺติ, โส คามสงฺขํ น คจฺฉติ. น เกวลํ เอกกุฏิกาทิเภโทวาติ อาห ‘‘อนฺตมโส’’ติอาทิ. โย โกจิ สตฺโถปีติ ชงฺฆสตฺถสกฏสตฺถาทีสุ โย โกจิ สตฺโถปิ. อิมสฺมึ สิกฺขาปเท นิคมนครานิ วิย คามคฺคหเณเนว คามูปจาโรปิ สงฺคหิโตติ อาห ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ. อญฺญถา ปน มาติกาย อนวเสสโต อวหารฏฺฐานปริคฺคโห กโต นาม น โหติ, น จ พุทฺธา สาวเสสํ ปาราชิกํ ปญฺญาเปนฺติ.
ตตฺถาติ เตสุ คามคามูปจาเรสุ. ทฺวาเรติ นิพฺพโกสสฺส อุทกปตนฏฺฐานโต อพฺภนฺตเร. อนฺโตเคเหติ ปมุขสฺส อพฺภนฺตเร. กตปริกฺเขโปติ ปาการวติอาทีหิ กตปริกฺเขโป. สุปฺปปตนาทิปริจฺเฉโท ปเนตฺถ อปริกฺขิตฺตฆรํ สนฺธาย วุตฺโต. น เกวลํ ฆรสฺส ปุรโต, อถ โข สมนฺตโต ตตฺตโกว ปริจฺเฉโท ฆรูปจาโร นามาติ คเหตพฺพํ. ‘‘ปุรโต’’ติอาทิกํ ปน โลกิเยหิ ตถากรณโต วุตฺตํ. ถามมชฺฌิมสฺสาติ มชฺฌิมถามสฺส, เนว อปฺปถามสฺส, น มหาถามสฺสาติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ยถา ตรุณมนุสฺสา’’ติอาทินา ยถา มาตุคาโม กาเก อุฑฺฑาเปนฺโต อุชุกเมว หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา เลฑฺฑุํ ขิปติ, ยถา จ อุทกุกฺเขเป อุทกํ ขิปนฺติ, เอวํ ขิตฺตสฺส เลฑฺฑุสฺส ปติตฏฺฐานํ ปฏิกฺขิปติ. ปวตฺติตฺวาติ ลุฐิตฺวา, ปริวตฺติตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส สเจ เทฺว อินฺทขีลา โหนฺตีติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒) ตสฺส ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส สเจ อนุราธปุรสฺเสว เทฺว อุมฺมารา โหนฺติ. ยสฺส ปน เอโก, ตสฺส คามทฺวารพาหานํ เวมชฺเฌ ฐิตสฺส เลฑฺฑุปาตพฺภนฺตรํ คามูปจาโร นาม. ยตฺร ปน อินฺทขีโล นตฺถิ, ตตฺร คามทฺวารพาหานํ เวมชฺฌํ. ยตฺร ทฺวารพาหาปิ นตฺถิ, ตตฺถ อุโภสุ ปสฺเสสุ วติยา วา ปาการสฺส วา โกฏิเวมชฺฌํว อินฺทขีลฏฺฐานิยตฺตา อินฺทขีโลติ คเหตพฺพํ. โย ปน คาโม ปุพฺเพ มหา หุตฺวา ปจฺฉา กุเลสุ นฏฺเฐสุ อปฺปโก โหติ, โส ฆรูปจารโต เลฑฺฑุปาเตเนว ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ. ปุริมปริจฺเฉโท ปนสฺส ปริกฺขิตฺตสฺสาปิ อปริกฺขิตฺตสฺสาปิ อปฺปมาณเมวาติ. นนุ เจตํ อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจารทสฺสนํ ปทภาชเนน วิรุทฺธมิว ทิสฺสติ. ตตฺถ หิ ‘‘คามูปจาโร นาม ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อินฺทขีเล ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ (ปารา. ๙๒) วตฺวา ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ฆรูปจาเร ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ (ปารา. ๙๒) เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น ปน ตํ เลฑฺฑุปาตํ คามสงฺเขปํ กตฺวา ตโต ปรํ คามูปจาโรติ วุตฺโตติ อาห ‘‘ปทภาชเนปิ หิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ.
อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – อิธ คาโม นาม ทุวิโธ โหติ ปริกฺขิตฺโต จ อปริกฺขิตฺโต จ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒). ตตฺร ปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปเยว ปริจฺเฉโท. ตสฺมา ตสฺส วิสุํ ปริจฺเฉทํ อวตฺวา ‘‘คามูปจาโร นาม ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อินฺทขีเล ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตํ. อปริกฺขิตฺตสฺส ปน คามสฺส คามปริจฺเฉโท วตฺตพฺโพ. ตสฺมา ตสฺส คามสฺส คามปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ ‘‘อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส ฆรูปจาเร ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ (ปารา. ๙๒) วุตฺตํ. คามปริจฺเฉเท จ ทสฺสิเต คามูปจารลกฺขณํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว สกฺกา ญาตุนฺติ ปุน ‘‘ตตฺถ ฐิตสฺส มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาโต’’ติ น วุตฺตํ, อตฺโถ ปน ตตฺถาปิ อยเมว ยถาวุตฺโตติ. โย ปน ฆรูปจาเร ฐิตสฺส เลฑฺฑุปาตํเยว ‘‘คามูปจาโร’’ติ วทติ, ตสฺส ฆรูปจาโร ‘‘คาโม’’ติ อาปชฺชติ. ตโต ฆรํ ฆรูปจาโร, คาโม คามูปจาโรติ เอส วิภาโค สงฺกรียติ. อสํกรโต เจตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. ตสฺมา ปาฬิญฺจ อฏฺฐกถญฺจ สํสนฺทิตฺวา วุตฺตนเยเนเวตฺถ คาโม, คามูปจาโร จ เวทิตพฺโพติ.
ตตฺถาติ เตสุ ทฺวีสุ อุปจาเรสุ. ยฺวายํ อุปจาโร ทสฺสิโตติ สมฺพนฺโธ. วิกาเล คามปฺปเวสนาทีสูติ เอตฺถ อาทิสทฺเทน อสํกจฺจิกาคามปฺปเวสนํ (ปาจิ. ๑๒๒๕) สงฺคณฺหาติ. โย ปน ปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจาโร วุตฺโต, โส น กตฺถจิ วินยปิฏเก อุปโยคํ คโต. เกวลํ อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปกาสโต อปโร เอโก เลฑฺฑุปาโต คามูปจาโร นามาติ ญาปนตฺถํ วุตฺโต. เอวํ วุตฺเต หิ ญายติ ‘‘ปริกฺขิตฺตสฺสาปิ เจ คามสฺส เอโก เลฑฺฑุปาโต กปฺปิยภูมิ สมาโน อุปจาโรติ วุตฺโต, ปเคว อปริกฺขิตฺตสฺส ปริกฺเขโปกาสโต เอโก’’ติ. อิเมสํ ปริจฺเฉททสฺสนตฺถนฺติ อิเมสํ คามารญฺญานํ ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺตา อฏฺฐกถายํ. ปาราชิกวตฺถุนฺติ ปาทคฺฆนกํ. อวหรนฺตสฺสาติ คณฺหนฺตสฺส.
อทินฺนนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๙๒) ทนฺตโปนสิกฺขาปเท อตฺตโน สนฺตกมฺปิ อปฺปฏิคฺคหิตกํ กปฺปิยํ อชฺโฌหรณียํ วุจฺจติ, อิธ ปน ยํ กิญฺจิ ปรปริคฺคหิตํ สสามิกํ ภณฺฑํ, ตเทตํ เตหิ สามิเกหิ กาเยน วา วาจาย วา น ทินฺนนฺติ อทินฺนํ. อวหารปฺปโหนกเมว ปน ทสฺเสตุํ ‘‘อญฺญสฺส มนุสฺสชาติกสฺส สนฺตก’’นฺติ วุตฺตํ. สงฺขาสทฺทสฺเสว ต-กาเรน วฑฺเฒตฺวา วุตฺตตฺตา ‘‘สงฺขา สงฺขาตนฺติ อตฺถโต เอก’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ อตฺถโต เอกนฺติ ปทตฺถโต เอกํ, อนตฺถนฺตรนฺติ วุตฺตํ โหติ. โกฏฺฐาสสฺเสตํ นามํ ภาคโต สงฺขายติ อุปฏฺฐาตีติ กตฺวา. ปปญฺจสงฺขาติ สตฺตานํ สํสาเร ปปญฺเจนฺติ จิรายนฺตีติ ปปญฺจา, ตณฺหามานทิฏฺฐิโย, ยสฺส วา อุปฺปนฺนา, ตํ ‘‘รตฺโต’’ติ วา ‘‘มตฺโต’’ติ วา ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐินิวิฏฺโฐ’’ติ วา ปปญฺเจนฺติ พฺยญฺเชนฺตีติ ปปญฺจา, สงฺขา วุจฺจติ โกฏฺฐาโส, ปปญฺจาว สงฺขา ปปญฺจสงฺขา, ปปญฺจโกฏฺฐาสาติ อตฺโถ, ตณฺหามานทิฏฺฐิโยติ วุตฺตํ โหติ. เถยฺยจิตฺตสงฺขาโตติ ‘‘เถยฺยจิตฺโต’’ติ กถิโต. เอโก จิตฺตโกฏฺฐาโสติ วิสฺสาสตาวกาลิกาทิคฺคาหวสปฺปวตฺตอเถยฺยจิตฺตโกฏฺฐาสโต อญฺโญ จิตฺตโกฏฺฐาโส. เถยฺยสงฺขาเตนาติ เถยฺยภูตจิตฺตโกฏฺฐาเสน. ยทิ เอวํ อถ กสฺมา เอตสฺส วิภงฺเค ‘‘เถยฺยจิตฺโต อวหรณจิตฺโต’’ติ (ปารา. ๙๒) วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โย จา’’ติอาทิ. พฺยญฺชนํ อนาทิยิตฺวาติ พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวาติ อตฺโถ, สทฺทตฺถมนเปกฺขิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อตฺถเมวาติ ภาวตฺถเมว.
เต ปน อวหาราติ เต ปญฺจวีสติ อวหารา. สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกวเสน นานาวิโธ ภณฺโฑ เอตสฺส ปญฺจกสฺสาติ นานาภณฺฑํ, ปญฺจนฺนํ อวหารานํ สมูโห ปญฺจกํ, ปญฺจปริมาณมสฺสาติ วา ปญฺจกํ, นานาภณฺฑเมว ปญฺจกํ นานาภณฺฑปญฺจกํ. สวิญฺญาณกวเสน เอโก ภณฺโฑ เอตสฺสาติ เอกภณฺฑํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. สาหตฺถิโกว ปญฺจกํ สาหตฺถิกปญฺจกํ. อาทิปทวเสน เจตํ นามํ กุสลาทิตฺติกสฺส กุสลตฺติกโวหาโร วิย. ตสฺมา สาหตฺถิกาทิปญฺจกนฺติ อตฺถโต ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย เสเสสุ ปญฺจกทฺวเยสุ. เอตสฺเสวาติ ‘‘อาทิเยยฺยา’’ติ เอตสฺเสว มาติกาปทสฺส. อิเมสํ ปทานํ วเสนาติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ ปทานํ วเสน. เอตฺถ จ ปฐมปทํ อภิโยควเสน วุตฺตํ, ทุติยปทํ อญฺเญสํ ภณฺฑํ หรนฺตสฺส คจฺฉโต วเสน, ตติยปทํ อุปนิกฺขิตฺตภณฺฑวเสน, จตุตฺถํ สวิญฺญาณกวเสน, ปญฺจมํ ถเล นิกฺขิตฺตาทิวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิทานิ เนสํ อตฺถโยชนํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ ทฺวีสุ ปญฺจเกสุ. อิตรนฺติ เอกภณฺฑปญฺจกํ. อารามนฺติ ปุปฺผารามผลารามํ. อภิยุญฺชตีติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๒) ปรสนฺตกํ ‘‘มม สนฺตโกว อย’’นฺติ มุสา ภณิตฺวา อภิยุญฺชติ โจเทติ, อฏฺฏํ กโรตีติ อตฺโถ. สมฺปชานมุสาวาเทปิ อทินฺนาทานสฺส ปุพฺพปโยคตฺตา ทุกฺกฏนฺติ อาห ‘‘อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ, ทุกฺกฏสงฺขาตา อาปตฺติ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา ทุกฺกฏสญฺญิตสฺส วีติกฺกมสฺส อาปชฺชนนฺติ อตฺโถ. เอส นโย ‘‘อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติอาทีสุ. สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทตีติ วินิจฺฉยกุสลตาย, พลวนิสฺสิตาทิภาเวน วา อารามสามิกสฺส สํสยํ ชเนติ. กถํ? ตญฺหิ ตถา วินิจฺฉยปฺปสุตํ ทิสฺวา สามิโก จินฺเตติ ‘‘สกฺขิสฺสามิ นุ โข อหํ อิมํ อารามํ อตฺตโน กาตุํ, น สกฺขิสฺสามิ นุ โข’’ติ. เอวํ ตสฺส วิมติ อุปฺปชฺชมานา เตน อุปฺปาทิตา โหติ. ธุรํ นิกฺขิปตีติ ยทา ปน สามิโก ‘‘อยํ ถทฺโธ กกฺขโฬ ชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตรายมฺปิ เม กเรยฺย, อลํ ทานิ มยฺหํ อิมินา อาราเมนา’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, อุสฺสาหํ ฐเปติ, อตฺตโน สนฺตกกรเณ นิรุสฺสาโห โหตีติ อตฺโถ. อาปตฺติ ปาราชิกสฺส สเจ สยมฺปิ กตธุรนิกฺเขโป จาติ อธิปฺปาโย. อถ ปน สามิเกน ธุเร นิกฺขิตฺเตปิ อภิยุญฺชโก ธุรํ อนิกฺขิปิตฺวาว ‘‘อิมํ สุฏฺฐุ ปีเฬตฺวา มม อาณาปวตฺตึ ทสฺเสตฺวา กิงฺการปฺปฏิสฺสาวิภาเว ฐเปตฺวา ทสฺสามี’’ติ ทาตพฺพภาเว สอุสฺสาโห, รกฺขติ ตาว. อถาปิ อภิยุญฺชโก อจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘น ทานิ อิมํ อิมสฺส ทสฺสามี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, สามิโก ปน ธุรํ น นิกฺขิปติ, ปกฺขํ ปริเยสติ, กาลํ อาคเมติ, ‘‘ลชฺชิปริสํ ตาว ลภามิ, ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ คหเณเยว สอุสฺสาโห โหติ, รกฺขติเยว. ยทา ปน ‘‘โสปิ น ทสฺสามี’’ติ, ‘‘สามิโกปิ น ลจฺฉามี’’ติ เอวํ อุโภ ธุรํ นิกฺขิปนฺติ, ตทา อภิยุญฺชกสฺส ปาราชิกํ.
อญฺญสฺส ภณฺฑํ หรนฺโตติ เวตเนน วา มิตฺตภาเวน วา อญฺญสฺส ภณฺฑํ หรนฺโต. สีเส ภารนฺติ สีเส ฐิตภารํ. สีสสฺส ตาว ปุริมคเล คลวาฏโก, ปิฏฺฐิคเล เกสญฺจิ เกสนฺเต อาวฏฺโฏ โหติ, คลสฺเสว อุโภสุ ปสฺเสสุ เกสญฺจิ เกสา โอรุยฺห ชายนฺติ, เย ‘‘กณฺณจูฬิกา’’ติ วุจฺจนฺติ, เตสํ อโธภาโค จาติ อยํ เหฏฺฐิมโก ปริจฺเฉโท, ตโต อุปริ สีสํ, เอตฺถนฺตเร ฐิตภารนฺติ วุตฺตํ โหติ. ขนฺธํ โอโรเปตีติ อุโภสุ ปสฺเสสุ กณฺณจูฬิกาหิ ปฏฺฐาย เหฏฺฐา, กปฺปเรหิ ปฏฺฐาย อุปริ, ปิฏฺฐิคลาวฏฺฏโต จ คลวาฏกโต จ ปฏฺฐาย เหฏฺฐา, ปิฏฺฐิเวมชฺฌาวฏฺฏโต จ อุรปริจฺเฉทมชฺเฌ, หทยาวาฏกโต จ ปฏฺฐาย อุปริ ขนฺโธ, ตํ โอโรเปติ.
อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – โย ภิกฺขุ ‘‘อิทํ คเหตฺวา เอตฺถ ยาหี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๑) สามิเกหิ อนาณตฺโต สยเมว ‘‘มยฺหํ อิทํ นาม เทถ, อหํ โว ภณฺฑํ วหามี’’ติ เตสํ ภณฺฑํ สีเสน อาทาย คจฺฉนฺโต เถยฺยจิตฺเตน ตํ ภณฺฑํ อามสติ, ทุกฺกฏํ. ยถาวุตฺตสีสปริจฺเฉทํ อนติกฺกมนฺโตว อิโต จิโต จ ฆํสนฺโต สาเรติปิ ปจฺจาสาเรติปิ, ถุลฺลจฺจยํ. ขนฺธํ โอโรปิตมตฺเต กิญฺจาปิ สามิกานํ ‘‘วหตู’’ติ จิตฺตํ อตฺถิ, เตหิ ปน อนาณตฺตตฺตา ปาราชิกํ. ขนฺธํ ปน อโนโรเปตฺวาปิ สีสโต เกสคฺคมตฺตมฺปิ จาเวนฺตสฺส ปาราชิกํ. ยมกภารสฺส ปน เอโก ภาโค สีเส ปติฏฺฐาติ, เอโก ปิฏฺฐิยํ, ตตฺถ ทฺวินฺนํ ฐานานํ วเสน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อยํ ปน สุทฺธสีสภารสฺเสว วเสน วุตฺโต. โย จายํ สีสภาเร วุตฺโต, ขนฺธภาราทีสุปิ อยเมว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
อุปนิกฺขิตฺตํ ภณฺฑนฺติ สงฺโคปนตฺถาย อตฺตโน หตฺเถ ปเรหิ ฐปิตภณฺฑํ. อหํ น คณฺหามีติ สมฺพนฺโธ. อตีตตฺเถ เจตํ วตฺตมานวจนํ, นาหํ คเหสินฺติ อตฺโถ. ทุกฺกฏํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๑๑) สมฺปชานมุสาวาเทปิ อทินฺนาทานสฺส ปุพฺพปโยคตฺตา. ‘‘กึ ตุเมฺห ภณถ, เนวิทํ มยฺหํ อนุรูปํ, น ตุมฺหาก’’นฺติอาทีนิ วทนฺตสฺสาปิ ทุกฺกฏเมว. สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทตีติ ‘‘รโห มยา เอตสฺส หตฺเถ ฐปิตํ, น อญฺโญ โกจิ ชานาติ, ทสฺสติ นุ โข เม, โน’’ติ สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ. ธุรํ นิกฺขิปตีติ ตสฺส ผรุสาทิภาวํ ทิสฺวา อุสฺสาหํ ฐเปติ. ตตฺร สจายํ ภิกฺขุ ‘‘กิลเมตฺวา นํ ทสฺสามี’’ติ ทาเน สอุสฺสาโห, รกฺขติ ตาว. สเจ โส ทาเน นิรุสฺสาโห, ภณฺฑสามิโก ปน คหเณ สอุสฺสาโห, รกฺขเตว. ยทิ ปน โส ตสฺมึ ทาเน นิรุสฺสาโห, ภณฺฑสามิโกปิ ‘‘น มยฺหํ ทสฺสตี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, เอวํ อุภินฺนํ ธุรนิกฺเขเปน ภิกฺขุโน ปาราชิกํ. ยทิปิ มุเขน ‘‘ทสฺสามี’’ติ วทติ, จิตฺเตน ปน อทาตุกาโม, เอวมฺปิ สามิกสฺส ธุรนิกฺเขเปน ภิกฺขุโน ปาราชิกํ.
สหภณฺฑหารกํ เนสฺสามีติ ‘‘สหภณฺฑหารกํ ภณฺฑํ เนสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา. ปฐมํ ปาทํ อติกฺกาเมตีติ ภณฺฑหารกํ ตชฺเชตฺวา ตสฺส คมนปถํ วาเรตฺวา อตฺตนา รุจิตมคฺคํ เอกปาทํ อติกฺกาเมติ. ถลฏฺฐนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๕) ถเล นิกฺขิตฺตํ, ภูมิตเล วา ปาสาณปพฺพตตลาทีสุ วา ยตฺถ กตฺถจิ ปฏิจฺฉนฺเน วา อปฺปฏิจฺฉนฺเน วา ฐปิตนฺติ อตฺโถ. ผนฺทาเปติ, ถุลฺลจฺจยนฺติ โย ผนฺทาเปติ, ตสฺส ปโยเค ปโยเค ถุลฺลจฺจยํ, อามสเน ทุกฺกฏํ, ผนฺทาปเน ถุลฺลจฺจยญฺจ วิสุํ วิสุํ เถยฺยจิตฺเตน อามสนผนฺทาปนปโยเค กโรนฺตสฺเสว โหติ. ‘‘เอกปโยเคน คณฺหนฺตสฺส ปน อุทฺธาเร ปาราชิกเมว, น ทุกฺกฏถุลฺลจฺจยานี’’ติ วทนฺติ. ฐานาติ ฐิตฏฺฐานโต. สเจ ตํ ถลฏฺฐํ ราสิกตํ โหติ, อนฺโตกุมฺภิยํ ภาชนคตกรณมุฏฺฐิจฺเฉทนวินิจฺฉเยน วินิจฺฉินิตพฺพํ. สเจ เอกาพทฺธํ สิเลสนิยฺยาสาทิ, ปกฺกมธุผาณิตวินิจฺฉเยน วินิจฺฉินิตพฺพํ. สเจ ครุกํ โหติ ภารพทฺธํ โลหปิณฺฑิเตลมธุฆฏาทิ วา, กุมฺภิยํ ฐานาจาวนวินิจฺฉเยน วินิจฺฉินิตพฺพํ. สงฺขลิกาพทฺธสฺส จ ฐานเภโท สลฺลกฺเขตพฺโพ. ปตฺถริตฺวา ฐปิตํ ปน ปาวารตฺถรณกฏสารกาทึ อุชุกํ คเหตฺวา อากฑฺฒติ, ปาริมนฺเต โอริมนฺเตน ผุฏฺโฐกาสํ อติกฺกนฺเต ปาราชิกํ. ตเถว คเหตฺวา ปรโต เปลฺลติ, ปาริมนฺเต ผุฏฺโฐกาสํ โอริมนฺเต อติกฺกนฺเต ปาราชิกํ. วามโต วา ทกฺขิณโต วา อปนาเมนฺตสฺส วามนฺเตน วา ทกฺขิณนฺเตน วา ผุฏฺโฐกาสํ ทกฺขิณนฺเต วา วามนฺเต วา อติกฺกนฺเต ปาราชิกํ. เวเฐตฺวา อุทฺธรติ, เกสคฺคมตฺตํ อากาสคตํ กโรนฺตสฺส ปาราชิกํ.
สโก หตฺโถ สหตฺโถ, เตน นิพฺพตฺโต, ตสฺส วา สมฺพนฺธีติ สาหตฺถิโก, อวหาโร. อาณาปนํ อาณตฺติ, ตาย อาณตฺติยา นิพฺพตฺโต อวหาโร อาณตฺติโก. นิสฺสชฺชนํ นิสฺสคฺโค, สุงฺกฆาตฏฺฐาเน, ปริกปฺปิโตกาเส จ ฐตฺวา ภณฺฑสฺส พหิ นิปาตนํ, นิสฺสคฺโคว นิสฺสคฺคิโย. กิริยาสิทฺธิโต ปุเรตรเมว ปาราชิกาปตฺติสงฺขาตํ อตฺถํ สาเธตีติ อตฺถสาธโก. ธุรสฺส อาลยสงฺขาตสฺส ภารสฺส นิกฺขิปนํ ปริจฺจชนํ นิรุสฺสาหภาวาปชฺชนํ ธุรนิกฺเขโป. อิทานิ พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวา เตสํ อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ สาหตฺถิโก นามา’’ติอาทิมาห. สหตฺถาติ สหตฺเถน. กรณตฺเถ หิ อิทํ นิสฺสกฺกวจนํ. ‘‘อสุกสฺส ภณฺฑํ อวหรา’’ติ อญฺญํ อาณาเปตีติ เอตฺถาปิ อาณตฺติกฺขเณ เอว อาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา. ยทิ เอวํ อิมสฺส, อตฺถสาธกสฺส จ โก วิเสโสติ? ตํ ขณํ เอว คหเณ นิยุญฺชนํ อาณตฺติกปโยโค, กาลนฺตเรน คหณตฺถํ นิโยโค อตฺถสาธโกติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๙๒; วิ. วิ. ฏี. ๑.๙๒) อยเมเตสํ วิเสโสติ. เตเนวาห ‘‘อสุกสฺส ภณฺฑํ ยทา สกฺโกสิ, ตทา ตํ อวหราติ อาณาเปตี’’ติ.
สุงฺกฆาตปริกปฺปิโตกาสานนฺติ สุงฺกฆาตญฺจ ปริกปฺปิโตกาโส จ สุงฺกฆาตปริกปฺปิโตกาสา, เตสํ. ตตฺถ สุงฺกฆาตนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๑๓) รุกฺขปพฺพตาทิสญฺญาเณน นิยมิตสฺส สุงฺกฏฺฐานสฺเสตํ อธิวจนํ. ตญฺหิ ยสฺมา ตโต ราชเทยฺยภาคํ สุงฺกํ อทตฺวา นีหรนฺตา รญฺโญ สุงฺกํ หนนฺติ วินาเสนฺติ, ตสฺมา ‘‘สุงฺกฆาต’’นฺติ วุตฺตํ.
โกจิ ปรปริเวณาทีนิ ปวิฏฺโฐ กิญฺจิ โลภเนยฺยภณฺฑํ ทิสฺวา ทฺวารปฺปมุขาทิวเสน ยํ ฐานํ ‘‘สเจ มํ เอตฺถนฺตเร ปสฺสิสฺสนฺติ, ทฏฺฐุกามตาย คเหตฺวา วิจรนฺโต วิย ทสฺสามิ, โน เจ ปสฺสิสฺสนฺติ, หริสฺสามี’’ติ ปริกปฺเปติ, อยํ ปริกปฺปิโตกาโส. อาณตฺติกฺขเณเยว ปาราชิกนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๒๑) อตฺถสาธกเจตนากฺขเณเยว ปาราชิกํ. สเจปิ อวหารโก สฏฺฐิวสฺสาติกฺกเมนปิ ตํ ภณฺฑํ อวหรติ, อาณาปโก จ อนฺตราเยว กาลํ กโรติ, หีนาย วา อาวตฺตติ, อสฺสมโณว หุตฺวา กาลํ วา กริสฺสติ, หีนาย วา อาวตฺติสฺสติ, อวหารกสฺส ปน อวหารกฺขเณเยว ปาราชิกํ. ปาทคฺฆนกเตลนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๔) เอตฺถ ปาโท นาม กหาปณสฺส จตุตฺโถ ภาโค, ตํ อคฺฆตีติ ปาทคฺฆนกํ, ปาทคฺฆนกญฺจ ตํ เตลญฺจาติ ปาทคฺฆนกเตลํ. อุปาหนา อาทิ เยสํ วตฺถูนํ ตานิ อุปาหนาทีนิ. อาทิสทฺเทน ทุกูลสาฏกจมฺมกฺขณฺฑาทีนํ คหณํ. ปกฺขิปตีติ เถยฺยจิตฺเตน ปกฺขิปติ. เตนาห ‘‘หตฺถโต มุตฺตมตฺเตเยว ปาราชิก’’นฺติ สเจ ปน อตฺตโนปิ กุมฺภิยํ อญฺโญ สปฺปึ วา เตลํ วา อากิรติ, ตตฺร จายํ เถยฺยจิตฺเตน เตลปิวนกํ ภณฺฑํ ปกฺขิปติ, วุตฺตนเยเนว ปาราชิกํ.
กาเยน วา วาจาย วา ปยุญฺชนํ อาณาปนํ ปโยโค, อาณตฺตสฺส ภณฺฑคฺคหณโต ปุพฺพตฺตา ปุพฺโพ, อิติ ปุพฺโพ จ โส ปโยโค จาติ ปุพฺพปโยโค. ปโยเคน สห วตฺตมาโน อวหาโร สหปโยโค. สมํ เอกี หุตฺวา วิทหิตฺวา มนฺเตตฺวา อวหรณํ สํวิธาวหาโร, อญฺญมญฺญํ สญฺญุปฺปตฺติยา กตาวหาโรติ วุตฺตํ โหติ. ปุพฺพณฺหาทิกาลปริจฺเฉเทน สญฺชานนํ สงฺเกโต, ตสฺส กมฺมํ สงฺเกตกมฺมํ. นิมิตฺตสฺส กมฺมํ นิมิตฺตกมฺมํ, สญฺญุปฺปาทนตฺถํ กสฺสจิ นิมิตฺตสฺส กรณนฺติ อตฺโถ. ตตฺถาติ ยถาวุตฺเตสุ ปุพฺพปโยคาทีสุ ปญฺจสุ. ขิลาทีนิ สงฺกาเมตฺวา เขตฺตาทิคฺคหณวเสนาติ ขิลํ, รชฺชุํ, วตึ, มริยาทํ วา ปาการํ วา สงฺกาเมตฺวา เขตฺตคฺคหณวเสน, ขิลํ, รชฺชุํ, วตึ, มริยาทํ วา ปาการํ วา สงฺกาเมตฺวา วตฺถุคฺคหณวเสน. สเจ ปน ทฺวีหิ ขิเลหิ คเหตพฺพํ โหติ, ปฐเม ขิเล ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเย ปาราชิกํ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๔). สเจ ตีหิ คเหตพฺพํ โหติ, ปฐเม ทุกฺกฏํ, ทุติเย ถุลฺลจฺจยํ, ตติเย ปาราชิกํ. เอวํ พหุเกสุปิ อวสาเน เทฺว ฐเปตฺวา ปุริเมหิ ทุกฺกฏํ, อวสาเน ทฺวินฺนํ เอเกน ถุลฺลจฺจยํ, อิตเรน ปาราชิกํ. รชฺชุปสารณาทีสุปิ เอเสว นโย. ยํ ปน สมนฺตปาสาทิกายํ ‘‘ตญฺจ โข สามิกานํ ธุรนิกฺเขเปนา’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๐๔) วุตฺตํ, ตํ ‘‘เขตฺตํ อภิยุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิ (ปารา. ๑๐๔) -อธิกาเร วุตฺตตฺตา อภิโยควเสน คหณํ สนฺธายาติ ทฏฺฐพฺพํ. สํวิทหิตฺวาติ เอตสฺเสว เววจนํ. สํมนฺตยิตฺวาติ เอกจฺฉนฺทตาย เอกชฺฌาสยตาย ภณิตฺวาติ อตฺโถ. อิมสฺมึ อวหาเร อสมฺโมหตฺถํ ‘‘เอวํ สํวิทหิตฺวา คเตสุ หี’’ติอาทิมาห. สญฺชานนกมฺมนฺติ ปุพฺพณฺหาทิกาลปริจฺเฉทวเสน สญฺญาณกรณํ. เตนาห ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ.
เอตฺถ จ ‘‘ปุเรภตฺตํ อวหรา’’ติ วุตฺเต (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๑๙) อชฺช วา ปุเรภตฺตํ อวหรตุ, เสฺว วา, อนาคเต วา สํวจฺฉเร, นตฺถิ วิสงฺเกโต, อุภินฺนมฺปิ ปาราชิกํ. สเจ ปน ‘‘อชฺช ปุเรภตฺตํ อวหรา’’ติ วุตฺเต เสฺว อวหรติ. ‘‘อชฺชา’’ติ นิยมิตํ สงฺเกตํ อติกฺกมฺม ปจฺฉา อวหฏํ โหติ. สเจ ‘‘เสฺว ปุเรภตฺตํ อวหรา’’ติ วุตฺเต อชฺช ปุเรภตฺตํ อวหรติ, ‘‘เสฺว’’ติ นิยมิตํ ตํ สงฺเกตํ อปตฺวา ปุเร อวหฏํ โหติ, เอวํ อวหรนฺตสฺส อวหารกสฺเสว ปาราชิกํ, มูลฏฺฐสฺส อนาปตฺติ. ‘‘เสฺวว ปุเรภตฺต’’นฺติ วุตฺเต ตทเหว วา, เสฺว ปจฺฉาภตฺตํ วา อวหรนฺโตปิ ตํสงฺเกตโต ปุเร จ ปจฺฉา จ อวหรติ. โย ปน เอวํอกตฺวา ยถาปริจฺฉินฺนกาลเมว อวหรติ, อยํ สงฺเกตโต อปุเร อปจฺฉา ตํ อวหรตีติ เวทิตพฺโพ. เอส นโย ปจฺฉาภตฺตรตฺตินฺทิเวสุปิ, ปุริมยามมชฺฌิมยามปจฺฉิมยามกาฬชุณฺหมาสอุตุสํวจฺฉราทิวเสนาปิ เอตฺถ สงฺเกตวิสงฺเกตตา เวทิตพฺพา. ปรภณฺฑาวหารสญฺญุปฺปาทสฺส เหตุตฺตา อกฺขินิขณาทีเนว นิมิตฺตนฺติ อกฺขินิขณาทินิมิตฺตํ, ตสฺส กรณํ อกฺขินิขณาทินิมิตฺตกรณํ. อาทิสทฺเทน ภมุกุกฺเขปสีสกมฺปนหตฺถลงฺฆนปาณิปฺปหารองฺคุลิโผฏนคีวุนฺนามนอุกฺกาสนาทิอเนกปฺปการํ สงฺคณฺหาติ. เสสเมตฺถ สงฺเกตกมฺเม วุตฺตนยเมว.
เถโน วุจฺจติ โจโร, ตสฺส ภาโว เถยฺยํ, เตน อวหรณํ เถยฺยาวหาโร. ปสยฺห อภิภวิตฺวา อวหรณํ ปสยฺหาวหาโร. วตฺถสุตฺตาทิกํ ปริจฺฉิชฺช กปฺปนํ ปริกปฺโป, เตน อวหรณํ ปริกปฺปาวหาโร. ติณปณฺณาทีหิ ปฏิจฺฉนฺนสฺส อวหาโร ปฏิจฺฉนฺนาวหาโร. กุเสน อวหาโร กุสาวหาโร. กูฏมานกูฏกหาปณาทีหีติ เอตฺถ กูฏมานํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๙๓; ปุ. ป. อฏฺฐ. ๑๗๙) นาม หทยเภทสิขาเภทรชฺชุเภทวเสน ติวิธํ มานกูฏํ. ตตฺถ หทยนฺติ นาฬิอาทิมานภาชนานํ อพฺภนฺตรํ, ตสฺส เภโท ฉิทฺทกรณํ หทยเภโท, โส สปฺปิเตลาทิมินนกาเล ลพฺภติ. ตานิ หิ คณฺหนฺโต เหฏฺฐาฉิทฺเทน มาเนน ‘‘สณิกํ อาสิญฺจา’’ติ วตฺวา อนฺโตภาชเน พหุํ ปคฺฆราเปตฺวา คณฺหาติ, ททนฺโต จ ฉิทฺทํ ปิธาย สีฆํ ปูเรตฺวา เทติ.
สิขาเภโท ปน ติลตณฺฑุลาทิมินนกาเล ลพฺภติ. ตานิ หิ คณฺหนฺโต สณิกํ สิขํ อุสฺสาเปตฺวา คณฺหาติ, ททนฺโต เวเคน ปูเรตฺวา สิขํ ฉินฺทนฺโต เทติ.
รชฺชุเภโท เขตฺตวตฺถุมินนกาเล ลพฺภติ. เขตฺตาทึ มินนฺตา หิ อมหนฺตมฺปิ มหนฺตํ กตฺวา มินนฺติ, มหนฺตมฺปิ อมหนฺตํ.
ตมฺพกํสาทิมโย กูโฏ กหาปโณ กูฏกหาปโณ. อาทิสทฺเทน ตุลากูฏกํสกูฏวญฺจนาทึ สงฺคณฺหาติ. ตตฺถ ตุลากูฏํ รูปกูฏํ, องฺคกูฏํ, คหณกูฏํ, ปฏิจฺฉนฺนกูฏนฺติ จตุพฺพิธํ โหติ. ตตฺถ รูปกูฏํ นาม เทฺว ตุลา สมรูปา กตฺวา คณฺหนฺโต มหติยา คณฺหาติ, ททนฺโต ขุทฺทิกาย เทติ. องฺคกูฏํ นาม คณฺหนฺโต ปจฺฉาภาเค หตฺเถน ตุลํ อกฺกมติ, ททนฺโต ปุพฺพภาเค อกฺกมติ. คหณกูฏํ นาม คณฺหนฺโต มูเล รชฺชุํ คณฺหาติ, ททนฺโต อคฺเค. ปฏิจฺฉนฺนกูฏํ นาม ตุลํ สุสิรํ กตฺวา อนฺโต อยจุณฺณํ ปกฺขิปิตฺวา คณฺหนฺโต ตํ ปจฺฉาภาเค กโรติ, ททนฺโต อคฺคภาเค.
กํโส วุจฺจติ สุวณฺณปาติ, ตาย วญฺจนํ กํสกูฏํ. กถํ? เอกํ สุวณฺณปาตึ กตฺวา อญฺญา เทฺว ติสฺโส โลหปาติโย สุวณฺณวณฺณา กโรนฺติ. ตโต ชนปทํ คนฺตฺวา กิญฺจิเทว อฑฺฒํ กุลํ ปวิสิตฺวา ‘‘สุวณฺณภาชนานิ กิณาถา’’ติ วตฺวา อคฺเฆ ปุจฺฉิเต สมคฺฆตรํ ทาตุกามา โหนฺติ. ตโต เตหิ ‘‘กถํ อิเมสํ สุวณฺณภาโว ชานิตพฺโพ’’ติ วุตฺเต ‘‘วีมํสิตฺวา คณฺหถา’’ติ สุวณฺณปาตึ ปาสาเณ ฆํสิตฺวา สพฺพา ปาติโย ทตฺวา คจฺฉติ.
วญฺจนํ นาม เตหิ เตหิ อุปาเยหิ ปเรสํ วญฺจนํ. ตตฺริทเมกํ วตฺถุ – เอโก กิร ลุทฺทโก มิคญฺจ มิคโปตกญฺจ คเหตฺวา อาคจฺฉติ, ตเมโก ธุตฺโต ‘‘กึ โภ มิโค อคฺฆติ, กึ มิคโปตโก’’ติ อาห. ‘‘มิโค เทฺว กหาปเณ, มิคโปตโก เอก’’นฺติ วุตฺเต เอกํ กหาปณํ ทตฺวา มิคโปตกํ คเหตฺวา โถกํ คนฺตฺวา นิวตฺเตนฺโต ‘‘น เม โภ มิคโปตเกน อตฺโถ, มิคํ เม เทหี’’ติ อาห. ‘‘เตน หิ เทฺว กหาปเณ เทหี’’ติ อาห. โส อาห ‘‘นนุ โภ มยา ปฐมํ เอโก กหาปโณ ทินฺโน’’ติ. อาม ทินฺโน, อิมํ มิคโปตกํ คณฺห, เอวํ โส จ กหาปโณ, อยญฺจ กหาปณคฺฆนโก มิคโปตโกติ เทฺว กหาปณา ภวิสฺสนฺตีติ. โส ‘‘การณํ วทตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา มิคโปตกํ คเหตฺวา มิคํ อทาสีติ.
ปสยฺหาติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๘) ปเร อภิภุยฺย. คามํ ฆาเตนฺตีติ คามฆาตกา, คามํ ปหรนฺตา โจรา, เต อาทิ เยสํ เต คามฆาตกาทโย. อาทิสทฺเทน เจตฺถ ปนฺถฆาตกาทีนํ คหณํ. อุทฺธาเรเยว ปาราชิกนฺติ ‘‘สเจ สาฏโก ภวิสฺสติ, คณฺหิสฺสามี’’ติ ปริกปฺปสฺส ปวตฺตตฺตา, สาฏกสฺส จ ตตฺถ สพฺภาวโต. ปทวาเรน กาเรตพฺโพติ ภูมิยํ อนิกฺขิปิตฺวาว วีมํสิตตฺตา วุตฺตํ. ภณฺฑเทยฺยนฺติ ยํ ปรสฺส นฏฺฐํ, ตสฺส มูลํ วา ตเทว วา ภณฺฑํ ทาตพฺพนฺติ อตฺโถ.
ตสฺสาติ โย เอวํ ปริกปฺเปติ, ตสฺส. อิมสฺส ‘‘อวหาโร โหตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ.
ปเรสนฺติ กีฬนฺตานํ, ปวิสนฺตานํ วา ปเรสํ มนุสฺสานํ. ‘‘ปจฺฉา คณฺหิสฺสามี’’ติ ปํสุนา วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทตีติ ‘‘สเจ อิทาเนว โอนมิตฺวา คณฺหิสฺสามิ, ‘กึ สมโณ คณฺหาตี’ติ มํ ชานิตฺวา วิเหเฐยฺยุํ ปจฺฉา คณฺหิสฺสามี’’ติ ปํสุนา วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทติ. อุทฺธาโร นตฺถีติ ฐานาจาวนํ นตฺถีติ อตฺโถ. สามิกาติ อนฺตาคามํ ปวิสิตุกามา ภณฺฑสามิกา มนุสฺสา. อุทฺธาเรติ อุทฺธรเณ, ฐานาจาวเนติ อตฺโถ. ฐานาจาวนญฺเจตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. ปเวเสตีติ ฐานาจาวนวเสน ปเวเสติ, เหฏฺฐิมนฺเตน ผุฏฺโฐกาสํ เกสคฺคมตฺตมฺปิ อุปริมนฺเตน อติกฺกาเมนฺโต ปเวเสตีติ อตฺโถ.
สมคฺฆตรนฺติ อปฺปคฺฆตรํ. อุทฺธฏมตฺเต อวหาโรติ สกภาวปฺปโยคสฺส นิฏฺฐาปิตตฺตา, น อตฺถสาธกวเสน. อุทฺธาเร รกฺขติ อตฺตโน โกฏฺฐาเส ปาเตตุกามตาย อุทฺธฏตฺตา. เอเสว นโย ปาตเนปิ รกฺขตีติ เอตฺถาปิ. ‘‘อุทฺธาเรเยว รกฺขตี’’ติ อิมินาว ปาตเน น รกฺขตีติ อตฺเถ สิทฺเธปิ อตฺถสาธกวเสน อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ อุทฺธริตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สเจ ปน ทฺวีสุปิ โกฏฺฐาเสสุ ปติตทณฺฑเก อทสฺสนํ คเมติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๘), ตโต อวเสสภิกฺขูสุ คเตสุ อิตโร ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, ทณฺฑโก น ปญฺญายตี’’ติ, ‘‘มยฺหมฺปิ, อาวุโส, น ปญฺญายตี’’ติ, ‘‘กตโม ปน, ภนฺเต, มยฺหํ ภาโค’’ติ. ‘‘อยํ ตุยฺหํ ภาโค’’ติ อตฺตโน ภาคํ ทสฺเสติ. ตสฺมึ วิวทิตฺวา วา อวิวทิตฺวา วา ตํ คณฺหิตฺวา คเต อิตโร ตสฺส ภาคํ อุทฺธรติ, อุทฺธาเร ปาราชิกํ. สเจปิ เตน ‘‘อหํ มม ภาคํ ตุยฺหํ น เทมิ, ตฺวํ ปน อตฺตโน ภาคํ ญตฺวา คณฺหา’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘นายํ มมา’’ติ ชานนฺโตปิ ตสฺเสว ภาคํ คณฺหาติ, อุทฺธาเร ปาราชิกํ. สเจ ปน อิตโร ‘‘อยํ ตุยฺหํ ภาโค, อยํ มยฺหํ ภาโคติ กึ อิมินา วิวาเทนา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘มยฺหํ วา ปตฺโต โหตุ, ตุมฺหากํ วา, โย วรภาโค, ตํ ตุเมฺห คณฺหถา’’ติ วทติ, ทินฺนกํ นาม คหิตํ โหติ, นตฺเถตฺถ อวหาโร. สเจ โส วิวาทภีรุโก ภิกฺขุ ‘‘ยํ ตุยฺหํ รุจฺจติ, ตํ คณฺหา’’ติ วุตฺโต อตฺตโน ปตฺตํ วรภาคํ ฐเปตฺวา ลามกํเยว คเหตฺวา คจฺฉติ, ตโต อิตรสฺส วิจินิตาวเสสํ คณฺหนฺตสฺสาปิ อวหาโร นตฺเถว. เอวมิมานิ ปญฺจ ปญฺจกานิ สโมธาเนตฺวา อิเม ปญฺจวีสติ อวหารา เวทิตพฺพา. นิฏฺฐิโต ‘‘อาทิเยยฺยา’’ติ อิมสฺส ปทสฺส วินิจฺฉโย. เตนาห ‘‘อิติ ยํ วุตฺตํ…เป… ยสฺสตฺโถ ปกาสิโต โหตี’’ติ.
ราชาโนติ กิญฺจาปิ อวิเสเสน วุตฺตํ, อปราธานุรูปํ ปน เฉชฺชเภชฺชานุสาสโก ปมาณภูโตว อิธาธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ราชาโนติ อิทํ พิมฺพิสารํเยว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. โส หิ ธมฺมิกราชตฺตา ยถาปเวณิยาว กโรติ. อญฺเญ ปน กากณิกมตฺตสฺสปิ สีสํ ฉินฺเทยฺยุํ, พหุกสฺสาปิ น วา กิญฺจิ กเรยฺยุํ. เตนาห ‘‘อญฺเญ ปนา’’ติอาทิ. หนนํ นาม โปถนญฺเจว เฉทนญฺจาติ อาห ‘‘หตฺถาทีหิ วา’’ติอาทิ. อาทิสทฺเทน ปาทกสาเวตฺตอฑฺฒทณฺฑกานํ คหณํ. รชฺชุพนฺธนาทีหีติ อาทิสทฺเทน อนฺทุพนฺธนสงฺขลิกาพนฺธนฆรพนฺธนนครพนฺธนปุริสคุตฺตีนํ คหณํ. นีหเรยฺยุนฺติ รฏฺฐโต นิกฺขาเมยฺยุํ. โจโรสิ…เป… เถโนสีติ เอตฺถ ‘‘ปริภาเสยฺยุ’’นฺติ ปทํ อชฺฌาหริตพฺพํ อูนตฺตา ปทปฺปโยคสฺส. เตนาห ‘‘อิเมหิ วจเนหิ ปริภาเสยฺยุ’’นฺติ. ยถารูปํ ปน ยสฺมา ปาทโต ปฏฺฐาย โหติ, ตสฺมา ‘‘ปาทสฺส วา ปาทารหสฺส วา’’ติ อาห. โปราณกสฺส กหาปณสฺส จตุตฺโถ ภาโค ปาโท, ปาทํ อรหตีติ ปาทารโห, ตสฺส ปาทสฺส วา ปาทารหสฺส วา. เอตฺถ จ ปาเทน กหาปณสฺส จตุตฺถภาคํ อกปฺปิยภณฺฑเมว ทสฺเสติ, ปาทารเหน ปาทคฺฆนกํ กปฺปิยภณฺฑํ. เอตฺตาวตา เหฏฺฐิมนฺตทสฺสเนน สพฺพากาเรน ทุติยปาราชิกปฺปโหนกวตฺถุ ทสฺสิตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. โปราณกสฺสาติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๘๘; วิ. วิ. ฏี. ๑.๘๘) โปราณสตฺถานุรูปํ อุปฺปาทิตสฺส ลกฺขณสมฺปนฺนสฺส นีลกหาปณสทิสสฺส กหาปณสฺส. เอเตน รุทฺรทามกาทีนิ ปฏิกฺขิปติ.
เอวํ อสาธารณวินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สาธารณวินิจฺฉยํ ทสฺเสตุํ ‘‘ราชคเห’’ติอาทิมาห. รญฺโญติ พิมฺพิสารรญฺโญ. มาสโก นาม โปราณกสฺส กหาปณสฺส วีสติโม ภาโค. โย โลเก ‘‘มญฺเชฏฺฐี’’ติปิ วุจฺจติ. อิทานิ อิมสฺมึ อทินฺนาทาเน วินิจฺฉยํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สพฺพตฺถาติ อูนมาสกาติเรกมาสกปญฺจมาสเกสุ. ปริหีนาปริหีนวเสนาติ อคฺฆสฺส ปริหีนาปริหีนวเสน. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน เอวํ เวทิตพฺโพ – อิทญฺหิ อทินฺนาทานํ วินิจฺฉินนฺเตน โอติณฺเณ วตฺถุสฺมึ สหสา อวินิจฺฉินิตฺวา ปญฺจ ฐานานิ โอโลเกตพฺพานิ. ยานิ สนฺธาย โปราณา อาหุ –
‘‘วตฺถุํ กาลญฺจ เทสญฺจ, อคฺฆํ ปริโภคปญฺจมํ;
ตุลยิตฺวา ปญฺจฐานานิ, ธาเรยฺยตฺถํ วิจกฺขโณ’’ติ. (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒);
ตตฺถ จ วตฺถูติ ภณฺฑํ. อวหารเกน หิ ‘‘มยา อิทํ นาม อวหฏ’’นฺติ วุตฺเตปิ อาปตฺตึ อนาโรเปตฺวาว ตํ ภณฺฑํ สสามิกํ วา อสามิกํ วาติ อุปปริกฺขิตพฺพํ. สสามิเกปิ สามิกานํ สาลยภาโว วา นิราลยภาโว วา อุปปริกฺขิตพฺโพ. สเจ เตสํ สาลยกาเล อวหฏํ, ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา อาปตฺติ กาเรตพฺพา. สเจ นิราลยกาเล, น ปาราชิเกน กาเรตพฺโพ. ภณฺฑสามิเกสุ ปน ภณฺฑํ อาหราเปนฺเตสุ ภณฺฑํ ทาตพฺพํ. อยเมตฺถ สามีจิ. เอวํ วตฺถุ โอโลเกตพฺพํ.
กาโลติ อวหารกาโล. ตเทว หิ ภณฺฑํ กทาจิ สมคฺฆํ โหติ, กทาจิ มหคฺฆํ. ตสฺมา ตํ ภณฺฑํ ยสฺมึ กาเล อวหฏํ, ตสฺมึเยว กาเล โย ตสฺส อคฺโฆ, เตน อคฺเฆน อาปตฺติ กาเรตพฺพา. เอวํ กาโล โอโลเกตพฺโพ.
เทโสติ อวหารเทโส. ตญฺหิ ภณฺฑํ ยสฺมึ เทเส อวหฏํ, ตสฺมึเยว เทเส โย ตสฺส อคฺโฆ, เตน อคฺเฆน อาปตฺติ กาเรตพฺพา. ภณฺฑุฏฺฐานเทเส หิ ภณฺฑํ สมคฺฆํ โหติ, อญฺญตฺถ มหคฺฆํ. เอวํ เทโส โอโลเกตพฺโพ.
อคฺโฆติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๙๒) ภณฺฑคฺโฆ. นวภณฺฑสฺส หิ โย อคฺโฆ, โส ปจฺฉา ปริหายติ. ยถา นวโธโต ปตฺโต อฏฺฐ วา ทส วา อคฺฆติ, โส ปจฺฉา ภินฺโน วา ฉิทฺโท วา อาณิคณฺฐิกาหโต วา อปฺปคฺโฆ โหติ, ตสฺมา น สพฺพทา ภณฺฑํ ปกติอคฺเฆเนว กาตพฺพนฺติ. เอวํ อคฺโฆ โอโลเกตพฺโพ.
ปริโภโคติ ภณฺฑสฺส ปริโภโค. ปริโภเคนาปิ หิ วาสิอาทิภณฺฑสฺส อคฺโฆ ปริหายติ, ตสฺมา เอวํ อุปปริกฺขิตพฺพํ – สเจ โกจิ กสฺสจิ ปาทคฺฆนกํ วาสึ หรติ, ตตฺร วาสิสามิโก ปุจฺฉิตพฺโพ ‘‘ตยา อยํ วาสิ กิตฺตเกน กีตา’’ติ. ‘‘ปาเทน, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปน เต กิณิตฺวาว ฐปิตา, อุทาหุ ตํ วลญฺเชสี’’ติ? สเจ วทติ ‘‘เอกทิวสํ เม ทนฺตกฏฺฐํ วา รชนฉลฺลิ วา ปตฺตปจนทารุ วา ฉินฺนํ, ฆํสิตฺวา วา นิสิตา’’ติ. อถสฺส โปราโณ อคฺโฆ ภฏฺโฐติ เวทิตพฺโพ. ยถา จ วาสิยา, เอวํ อญฺชนิยา วา อญฺชนิสลากาย วา กุญฺจิกาย วา ปลาเลน วา ถุเสหิ วา อิฏฺฐกจุณฺเณน วา เอกวารํ ฆํสิตฺวา โธวนมตฺเตนาปิ อคฺโฆ ภสฺสติ. ติปุมณฺฑลสฺส มกรทนฺตจฺเฉทเนนาปิ ปริมทฺทนมตฺเตนาปิ, อุทกสาฏิกาย สกึ นิวาสนปารุปเนนาปิ, ปริโภคสีเสน อํเส วา สีเส วา ฐปนมตฺเตนาปิ, ตณฺฑุลาทีนํ ปปฺโผฏเนนาปิ ตโต เอกํ วา เทฺว วา อปนยเนนปิ, อนฺตมโส เอกํ ปาสาณสกฺขรํ อุทฺธริตฺวา ฉฑฺฑิตมตฺเตนาปิ, สปฺปิเตลาทีนํ ภาชนนฺตรปริวตฺตเนนปิ, อนฺตมโส ตโต มกฺขิกํ วา กิปิลฺลิกํ วา อุทฺธริตฺวา ฉฑฺฑิตมตฺเตนปิ, คุฬปิณฺฑกสฺส มธุรภาวชานนตฺถํ นเขน วิชฺฌิตฺวา อณุมตฺตํ คหิตมตฺเตนปิ อคฺโฆ ภสฺสติ. ตสฺมา ยํ กิญฺจิ ปาทคฺฆนกํ วุตฺตนเยเนว สามิเกน ปริโภเคน อูนํ กตํ โหติ, น ตํ อวหารโก ภิกฺขุ ปาราชิเกน กาเรตพฺโพติ. เอวํ ปริโภโค โอโลเกตพฺโพ.
เอวํ อิมานิ ตุลยิตฺวา ปญฺจ ฐานานิ ธาเรยฺย อตฺถํ วิจกฺขโณ อาปตฺตึ วา อนาปตฺตึ วา ครุกํ วา ลหุกํ วา อาปตฺตึ ยถาฐาเน ฐเปยฺยาติ.
เอวํ ตตฺถ วินิจฺฉยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนาปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘สกสญฺญิสฺสา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สกสญฺญิสฺสาติ ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ อิทํ ภณฺฑ’’นฺติ เอวํ สกสญฺญิสฺส ปรภณฺฑมฺปิ คณฺหโต คหเณ อนาปตฺติ, คหิตํ ปน ปุน ทาตพฺพํ. สเจ สามิเกหิ ‘‘เทหี’’ติ วุตฺโต น เทติ, เตสํ ธุรนิกฺเขเป ปาราชิกํ. วิสฺสาสคฺคาเหติ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๓๑) วิสฺสาสคฺคหเณปิ อนาปตฺติ. วิสฺสาสคฺคาหลกฺขณํ ปน อิมินา สุตฺเตน ชานิตพฺพํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส วิสฺสาสํ คเหตุํ, สนฺทิฏฺโฐ จ โหติ, สมฺภตฺโต จ อาลปิโต จ ชีวติ จ ชานาติ จ ‘คหิเต เม อตฺตมโน’’’ติ (มหาว. ๓๕๖).
ตตฺถ สนฺทิฏฺโฐติ ทิฏฺฐมตฺตกมิตฺโต. สมฺภตฺโตติ ทฬฺหมิตฺโต. อาลปิโตติ ‘‘มม สนฺตกํ ยํ อิจฺฉสิ, ตํ คเณฺหยฺยาสิ, อาปุจฺฉิตฺวา คหเณ การณํ นตฺถี’’ติ วุตฺโต. ชีวตีติ อนุฏฺฐานเสยฺยาย สยิโตปิ ยาว ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทํ น ปาปุณาติ. คหิเต จ อตฺตมโนติ คหิเต ตุฏฺฐจิตฺโต. เอวรูปสฺส สนฺตกํ ‘‘คหิเต เม อตฺตมโน ภวิสฺสตี’’ติ ชานนฺเตน คเหตุํ วฏฺฏติ. อนวเสสปริยาทานวเสน เจตานิ ปญฺจงฺคานิ วุตฺตานิ. วิสฺสาสคฺคาโห ปน ตีหิ องฺเคหิ รุหติ. กถํ? สนฺทิฏฺโฐ, ชีวติ, คหิเต อตฺตมโน, สมฺภตฺโต, ชีวติ, คหิเต อตฺตมโน, อาลปิโต, ชีวติ, คหิเต อตฺตมโนติ เอวํ.
โย ปน ชีวติ, น จ คหิเต อตฺตมโน โหติ, ตสฺส สนฺตกํ วิสฺสาสภาเวน คหิตมฺปิ ปุน ทาตพฺพํ. ททนฺเตน จ มตกธนํ ตาว เย ตสฺส ธเน อิสฺสรา คหฏฺฐา วา ปพฺพชิตา วา, เตสํ ทาตพฺพํ. อนตฺตมนสฺส สนฺตกํ ตสฺเสว ทาตพฺพํ. โย ปน ปฐมํเยว ‘‘สุฏฺฐุ กตํ ตยา มม สนฺตกํ คณฺหนฺเตนา’’ติ วจีเภเทน วา จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน วา อนุโมทิตฺวา ปจฺฉา เกนจิ การเณน กุปิโต, โส ปจฺจาหราเปตุํ น ลภติ. โย จ อทาตุกาโม, จิตฺเตน ปน อธิวาเสติ, น กิญฺจิ วทติ, โสปิ ปุน ปจฺจาหราเปตุํ น ลภติ. โย ปน ‘‘มยา ตุมฺหากํ สนฺตกํ คหิต’’นฺติ วา ‘‘ปริภุตฺต’’นฺติ วา วุตฺโต คหิตํ วา โหตุ, ปริภุตฺตํ วา, ‘‘มยา ปน ตํ เกนจิเทว กรณีเยน ฐปิตํ, ปากติกํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทติ, อยํ ปจฺจาหราเปตุํ ลภติ.
ตาวกาลิเกติ ‘‘ปฏิทสฺสามิ ปฏิกริสฺสามี’’ติ เอวํ คณฺหนฺตสฺส ตาวกาลิเกปิ คหเณ อนาปตฺติ. คหิตํ ปน สเจ ภณฺฑสามิโก ปุคฺคโล วา คโณ วา ‘‘ตุเยฺหเวตํ โหตู’’ติ อนุชานาติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ อนุชานาติ, อาหราเปนฺเต ทาตพฺพํ. สงฺฆสนฺตกํ ปน ปฏิทาตุเมว วฏฺฏติ.
เปตปริคฺคเหติ เอตฺถ ปน เปตฺติวิสเย อุปปนฺนาปิ, กาลํ กตฺวา ตสฺมึเยว อตฺตภาเว นิพฺพตฺตาปิ, จาตุมหาราชิกาทโย เทวาปิ สพฺเพ ‘‘เปตา’’เตฺวว สงฺขฺยํ คตา, เตสํ ปริคฺคเห อนาปตฺติ. เทวตาย ปน อุทฺทิสฺส พลิกมฺมํ กโรนฺเตหิ รุกฺขาทีสุ ลคฺคิตสาฏเก วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตญฺจ โข อารกฺขเกหิ อปริคฺคหิเต, ปริคฺคหิตํ ปน คเหตุํ น วฏฺฏติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๑๓๑).
ติรจฺฉานคตปริคฺคเหติ นาคสุปณฺณาทีนํ ติรจฺฉานคตานํ ปริคฺคเห. สเจปิ หิ เทโว วา นาคสุปณฺโณ วา มนุสฺสรูเปน อาปณํ ปสาเรติ, ตโต จสฺส สนฺตกํ โกจิ ทิพฺพจกฺขุโก ภิกฺขุ ตํ ญตฺวา คเหตฺวา คจฺฉติ, วฏฺฏติ.
ปํสุกูลสญฺญิสฺสาติ ‘‘อสามิกํ อิทํ ปํสุกูล’’นฺติ เอวสญฺญิสฺสาปิ คหเณ อนาปตฺติ. สเจ ปน ตํ สสามิกํ โหติ, อาหราเปนฺเต ทาตพฺพํ. อุมฺมตฺตกาทีนิ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการาเนว. อาทิกมฺมิโก ปเนตฺถ ธนิโย. อวเสสานํ ปน รชกภณฺฑิกาทิโจรานํ ฉพฺพคฺคิยาทีนํ อาปตฺติเยว.
สจิตฺตเกหิ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ อิทํ สมุฏฺฐาตีติ อาห ‘‘อทินฺนาทานสมุฏฺฐาน’’นฺติ. ตถา หิ สาหตฺถิกํ กายจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ. อาณตฺติกํ วาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ. สาหตฺติกาณตฺติกํ กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, ตญฺจ โข ‘‘ภาริยมิทํ, ตฺวํ เอกปสฺสํ คณฺห, อหํ เอกปสฺส’’นฺติ สํวิธาย อุภเยสํ ปโยเคน เอกสฺส วตฺถุโน ฐานาจาวเน ลพฺภติ. ‘‘กายวจีกมฺม’’นฺติ อวจนํ ปน กายวาจานํ อีทิเส ฐาเน องฺคมตฺตตฺตา. ยาย ปน เจตนาย สมุฏฺฐาปิโต ปโยโค สาหตฺถิโก วา อาณตฺติโก วา ปธานภาเวน ฐานาจาวนํ สาเธติ, ตสฺสา วเสน อาปตฺติ กาเรตพฺพา. อญฺญถา สาหตฺถิกํ วา อาณตฺติกสฺส องฺคํ น โหติ, อาณตฺติกํ วา สาหตฺถิกสฺสาติ อิทํ วิรุชฺฌติ. ‘‘อทินฺนํ อาทิยามี’’ติ สญฺญาย อภาเวน มุจฺจนโต สญฺญาวิโมกฺขํ. กาเยน กตํ กมฺมํ กายกมฺมํ, กายทฺวาเรน กตนฺติ อตฺโถ. วจีกมฺมนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตุฏฺโฐ วา ภีโต วา มชฺฌตฺโต วา นํ อาปชฺชตีติ ติเวทนํ. เสสํ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ทุติยปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. ตติยปาราชิกวณฺณนา
สนฺติ สหตฺเถ อุปสคฺโค. เตน สทฺธึ อุสฺสุกฺกวจนเมตํ ‘‘สญฺจิจฺจา’’ติ อาห ‘‘สญฺเจเตตฺวา’’ติอาทิ. อุสฺสุกฺกวจนนฺติ เอตฺถ อุสฺสุกฺกวจนํ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๑๗๒) นาม ปุพฺพกาลกิริยาวจนํ. อยญฺหิ สมานกตฺตุเกสุ ปุพฺพาปรกาลกิริยาวจเนสุ ปุพฺพกาลกิริยาวจนสฺส นิรุตฺติโวหาโร. อิทานิ ‘‘สทฺธึ เจเตตฺวา’’ติ อิมินา สงฺเขเปน วุตฺตเมวตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ปาโณ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘ปาโณ’’ติ สญฺญาย สทฺธึเยวาติ ‘‘ปาโณ’’ติ สญฺญํ อวิชหิตฺวา เอว, ‘‘ปาโณ’’ติ สญฺญุปฺปตฺติยา อนนฺตรนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวญฺจ กตฺวา กถํ เอกกฺขเณ เอกสฺส จิตฺตสฺส อุภยารมฺมณภาโวติ เอทิสี โจทนา อนวกาสาติ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ ปน ‘‘ญาตปริญฺญาย ทิฏฺฐสภาเวสุ ธมฺเมสุ ตีรณปริญฺญาย ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา (สารตฺถ. ฏี. ๒.๑๗๒) ‘รูปํ อนิจฺจ’นฺติอาทินา สภาเวน สทฺธึ เอกกฺขเณ อนิจฺจาทิลกฺขณชานนํ วิย ‘ปาโณ’ติ สญฺญาย สทฺธึเยว ‘วธามิ น’นฺติ ชานาตี’’ติ วทนฺติ. อปเร ปน อาจริยา ตตฺถาปิ เอวํ น กเถนฺติ. เอตฺถ จ มนุสฺสวิคฺคโห’’ติ อวตฺวา ‘‘ปาโณ’’ติ วจนํ ‘‘มนุสฺโส อย’’นฺติ อชานิตฺวา เกวลํ สตฺตสญฺญาย ฆาเตนฺตสฺสาปิ ปาราชิกภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เจเตตฺวาติ จินฺเตตฺวา. ปกปฺเปตฺวาติ อภิวิจาเรตฺวา, สนฺนิฏฺฐานํ กริตฺวาติ อตฺโถ.
อิทานิ มนุสฺสอตฺตภาวํ อาทิโต ปฏฺฐาย ทสฺเสตุํ ‘‘มนุสฺสวิคฺคห’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ กลลโต ปฏฺฐายาติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน สทฺธึ อุปฺปนฺนกลลรูปโต ปฏฺฐาย. กลลรูปํ นาม อิตฺถิปุริสานํ กายวตฺถุภาวทสกวเสน สมตึส รูปานิ, นปุํสกานํ กายวตฺถุทสกวเสน วีสติ. ตตฺถ อิตฺถิปุริสานํ กลลรูปํ ชาติอุณฺณาย เอเกน อํสุนา อุทฺธฏเตลพินฺทุมตฺตํ โหติ อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ. วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐกถายํ –
‘‘ติลเตลสฺส ยถา พินฺทุ, สปฺปิมณฺโฑ อนาวิโล;
เอวํวณฺณปฺปฏิภาคํ, ‘กลล’นฺติ ปวุจฺจตี’’ติ. (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๓๕; วิภ. อฏฺฐ. ๒๖; ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๗๒);
เอวํ ปริตฺตกํ วตฺถุํ อาทึ กตฺวา ยาว มรณกาลา เอตฺถนฺตเร อนุปุพฺเพน วุฑฺฒิปฺปตฺโต อตฺตภาโว มนุสฺสวิคฺคโห นามาติ วุตฺตํ โหติ. อิทญฺจ เยภุยฺยวเสเนว วุตฺตํ. โอปปาติกสํเสทชาปิ หิ มนุสฺสา ปาราชิกวตฺถุเยว. กลลกาเลปีติ ปฐมสตฺตาเหปิ. ตตฺถ หิ สนฺตติวเสน ปวตฺตมานํ กลลสงฺขาตํ อตฺตภาวํ ชีวิตา โวโรเปตุํ สกฺกา, น ปน สพฺพปฐมํ กลลรูปํ. ปฏิสนฺธิจิตฺเตน หิ สทฺธึ ตึส กมฺมชรูปานิ นิพฺพตฺตนฺติ. เตสุ ปน ฐิเตสุเยว โสฬส ภวงฺคจิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. เอตสฺมึ อนฺตเร คหิตปฏิสนฺธิกสฺส ทารกสฺส วา มาตุยา วา ปนสฺส อนฺตราโย นตฺถิ. อยญฺหิ มรณสฺส อโนกาโส นาม. เภสชฺชสมฺปทาเนนาติ คพฺภปาตนเภสชฺชทาเนน. ตโต วา อุทฺธมฺปีติ อพฺพุทเปสิกาลาทีสุปิ. ชีวิตา วิโยเชยฺยาติ สนฺตติวิโกปนวเสน ชีวิตินฺทฺริยโต อปเนยฺย.
อิมสฺส ปนตฺถสฺสาติ ‘‘สญฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ ชีวิตา โวโรเปยฺยา’’ติ (ปารา. ๑๗๑) อิมสฺส อตฺถสฺส. อาวิภาวตฺถนฺติ ปกาสนตฺถํ. ปาณสฺส อติปาโต ปาณาติปาโต, ปาณวโธ ปาณฆาโตติ วุตฺตํ โหติ. สตฺโตติ ขนฺธสนฺตาโน. ตตฺถ หิ สตฺตปญฺญตฺติ. ชีวิตินฺทฺริยนฺติ รูปารูปชีวิตินฺทฺริยํ. รูปชีวิตินฺทฺริเย หิ วิโกปิเต อิตรมฺปิ ตํสมฺพนฺธตาย วินสฺสตีติ. ยาย เจตนายาติ ตสฺมึ ปาเณ ปาณสญฺญิโน กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตาย ยาย เจตนาย. มโนทฺวาเร ปน ปวตฺตาย วธกเจตนาย ปาณาติปาตภาโว นตฺถิ. สา เจตนาติ สา ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทกอุปกฺกมสมุฏฺฐาปิกา กายวจีทฺวารานํ อญฺญตรทฺวารปฺปวตฺตา วธกเจตนา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยาย เจตนาย ปวตฺตมานสฺส ชีวิตินฺทฺริยสฺส นิสฺสยภูเตสุ มหาภูเตสุ อุปกฺกมกรณเหตุ ตํมหาภูตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกมหาภูตา นุปฺปชฺชิสฺสนฺติ (สารตฺถ. ฏี. ๒.๑๗๒), สา ตาทิสปโยคสมุฏฺฐาปิกา เจตนา ปาณาติปาโต. ลทฺธูปกฺกมานิ หิ มหาภูตานิ อิตรภูตานิ วิย น วิสทานีติ สมานชาติกานํ การณํ น โหนฺตีติ.
ปาณาติปาโต อสฺส อตฺถีติ ปาณาติปาตี. สํสคฺเค อยมีกาโร. เตนาห ‘‘วุตฺตเจตนาย สมงฺคิปุคฺคโล’’ติ. สโก หตฺโถ สหตฺโถ, เตน นิพฺพตฺโต ปโยโค สาหตฺถิโก. นิสฺสชฺชนํ นิสฺสคฺโค, โสว นิสฺสคฺคิโย. เอวํ อาณตฺติโก. วิชฺชามโย มนฺตปริชปฺปนโยโค. อิทฺธิมโย กมฺมวิปากชิทฺธิมโย.
อิทานิ ยถาวุตฺเตเยว ฉ ปโยเค วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตตฺถาติ เตสุ ฉสุ ปโยเคสุ. สาหตฺถิโกติ เอตฺถ หตฺโถ อุปลกฺขณภาเวน คหิโตติ อาห ‘‘กาเยน วา’’ติอาทิ. ตตฺถ กาเยนาติ หตฺเถน วา ปาเทน วา มุฏฺฐินา วา ชาณุนา วา เยน เกนจิ องฺคปจฺจงฺเคน. กาเยกเทโส เหตฺถ หตฺถาทิกาโย อวยเว สมุทาโยปจาโร ยถา ‘‘คาโม ทฑฺโฒ’’ติ. กายปฺปฏิพทฺเธนาติ กายโต อโมจิเตน อสิอาทินา ปหรเณน. ปหรณนฺติ กายวิญฺญตฺติสหิตาย วธกเจตนาย อธิปฺเปตตฺถสาธนํ. กาเยน วา สตฺติอาทีนํ, กายปฺปฏิพทฺเธน วา อุสุยนฺตปาสาณาทีนํ นิสฺสชฺชนนฺติ ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺพํ. ตตฺถาติ เตสุ สาหตฺถิกนิสฺสคฺคิเยสุ. อุทฺทิสฺสานุทฺทิสฺสเภทโตติ อุทฺทิสิตฺวา จ อนุทฺทิสิตฺวา จ ปวตฺติเภเทน. อุทฺทิสนํ อุทฺทิโส, โส เอตสฺส อตฺถีติ อุทฺทิสโก, ปโยโค, ตสฺมึ. พชฺฌติ เอเตนาติ พทฺโธ, กมฺมเมว พทฺโธ กมฺมพทฺโธ, ปาณาติปาโตติ อตฺโถ. อถ วา พนฺธนํ พทฺโธ, กมฺมุนา พทฺโธ กมฺมพทฺโธ, โส อสฺส โหติ, ปาณาติปาตกมฺมมสฺส สิทฺธนฺติ วุตฺตํ โหติ. อุภยตฺถาปีติ อุทฺทิสเก, อนุทฺทิสเก จาติ ทฺวีสุปิ. ปจฺฉา วา เตเนว โรเคน มรตูติ โยชนา. ปหริตกฺขเณเยวาติ มรณาย ปโหนกปฺปหารสฺส ลทฺธกฺขเณเยว กมฺมพทฺโธ. ยทิ อวสฺสํ เตน มรตีติ อธิปฺปาโย. สเจ ปน มรณาธิปฺปาเยน ปหารํ ทตฺวา เตน อมตสฺส ปุน อญฺเญน จิตฺเตน ปหาเร ทินฺเน ปจฺฉาปิ ปฐมปฺปหาเรเนว มรติ, ตทาว กมฺมพทฺโธ. อถ ทุติยปหาเรน มรติ, นตฺถิ ปาณาติปาโต. อุภเยหิ มเตปิ ปฐมปฺปหาเรเนว กมฺมพทฺโธ, อุภเยหิปิ อมเต เนวตฺติ ปาณาติปาโต. เอส นโย พหูหิปิ เอกสฺส ปหาเร ทินฺเน. ตตฺราปิ หิ ยสฺส ปหาเรน มรติ, ตสฺเสว กมฺมพทฺโธติ. อาณาปนํ นาม วจีวิญฺญตฺติสหิตาย วธกเจตนาย อธิปฺเปตตฺถสาธนํ.
อิทานิ อิมสฺมึ อาณตฺติกปโยเค สงฺเกตวิสงฺเกตภาวชานนตฺถํ ฉพฺพิธํ นิยมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ อาณตฺติกปโยเค. อาณตฺตินิยามกาติ อาณตฺติกปโยคสาธิกา. เอเตสุ หิ อวิรชฺฌิเตสุเยว อาณตฺติกปโยโค โหติ, น อญฺญถาติ.