อกุสลกมฺมปถทสกวณฺณนา
๓๔๗. ปถภูตตฺตาติ เตสํ ปวตฺตนุปายตฺตา มคฺคภูตตฺตา. เมถุนสมาจาเรสูติ สทารสนฺโตสปรทารคมนวเสน ทุวิเธสุ เมถุนสมาจาเรสุ. เตปิ หิ กาเมตพฺพโต กามา นาม. เมถุนวตฺถูสูติ เมถุนสฺส วตฺถูสุ เตสุ สตฺเตสุ. มิจฺฉาจาโรติ คารยฺหาจาโร. คารยฺหตา จสฺส เอกนฺตนิหีนตาย เอวาติ อาห ‘‘เอกนฺตนินฺทิโต ลามกาจาโร’’ติ. อสทฺธมฺมาธิปฺปาเยนาติ อสทฺธมฺมเสวนาธิปฺปาเยน.
สโคตฺเตหิ รกฺขิตา โคตฺตรกฺขิตา. สหธมฺมิเกหิ รกฺขิตา ธมฺมรกฺขิตา. สสฺสามิกา สารกฺขา. ยสฺสา คมเน รญฺญา ทณฺโฑ ฐปิโต, สา สปริทณฺฑา. ภริยาภาวตฺถํ ธเนน กีตา ธนกฺกีตา. ฉนฺเทน วสนฺตี ฉนฺทวาสินี. โภคตฺถํ วสนฺตี โภควาสินี. ปฏตฺถํ วสนฺตี ปฏวาสินี. อุทกปตฺตํ อามสิตฺวา คหิตา โอทปตฺตกินี. จุมฺพฏํ อปเนตฺวา คหิตา โอภตจุมฺพฏา. กรมรานีตา ธชาหฏา. ตงฺขณิกา มุหุตฺติกา. อภิภวิตฺวา วีติกฺกเม มิจฺฉาจาโร มหาสาวชฺโช, น ตถา ทฺวินฺนํ สมานจฺฉนฺทตาย. ‘‘อภิภวิตฺวา วีติกฺกมเน สติปิ มคฺเคนมคฺคปฏิปตฺติอธิวาสเน ปุริมุปฺปนฺนเสวนาภิสนฺธิปโยคาภาวโต มิจฺฉาจาโร น โหติ อภิภุยฺยมานสฺสา’’ติ วทนฺติ. เสวนจิตฺเต สติ ปโยคาภาโว อปฺปมาณํ เยภุยฺเยน อิตฺถิยา เสวนปโยคสฺส อภาวโต. ตสฺมึ อสติ ปุเรตรํ เสวนจิตฺตสฺส อุปฏฺฐาปเนปิ ตสฺสา มิจฺฉาจาโร น สิยา, ตถา ปุริสสฺสปิ เสวนปโยคาภาเวติ. ตสฺมา อตฺตโน รุจิยา ปวตฺติตสฺส วเสน ตโย พลกฺกาเรน ปวตฺติตสฺส วเสน ตโยติ สพฺเพปิ อคฺคหิตคฺคหเณน ‘‘จตฺตาโร สมฺภารา’’ติ วุตฺตํ.
อุปสคฺควเสน อตฺถวิเสสวาจิโน ธาตุสทฺทาติ ‘‘อภิชฺฌายตี’’ติ ปทสฺส ‘‘ปรภณฺฑาภิมุขี’’ติอาทินา อตฺโถ วุตฺโต. ตตฺถ ตนฺนินฺนตายาติ ตสฺมึ ปรภณฺเฑ ลุพฺภนวเสน นินฺนตายาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อภิปุพฺโพ วา ฌา-สทฺโท ลุพฺภเน นิรุโฬฺห ทฏฺฐพฺโพ. อุปสคฺควเสน อตฺถวิเสสวาจิโน เอว ธาตุสทฺทา. อทินฺนาทานสฺส อปฺปสาวชฺชมหาสาวชฺชตา พฺรหฺมชาลวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. จูฬสีลวณฺณนา) วุตฺตาติ อาห ‘‘อทินฺนาทานํ วิย อปฺปสาวชฺชา, มหาสาวชฺชา จา’’ติ. ตสฺมา ‘‘ยสฺส ภณฺฑํ อภิชฺฌายติ, ตสฺส อปฺปคุณตาย อปฺปสาวชฺชตา, มหาคุณตาย มหาสาวชฺชตา’’ติอาทินา อปฺปสาวชฺชมหาสาวชฺชวิภาโค เวทิตพฺโพ. อตฺตโน ปริณามนํ จิตฺเตเนวาติ เวทิตพฺพํ.
หิตสุขํ พฺยาปาทยตีติ โย นํ อุปฺปาเทติ, ตสฺส ยํ ปติ จิตฺตํ อุปฺปาเทติ, ตสฺส ตสฺส สติ สมวาเย หิตสุขํ วินาเสติ. ผรุสวาจาย อปฺปสาวชฺชมหาสาวชฺชตา พฺรหฺมชาลวณฺณนายํ วิภาวิตาติ อาห ‘‘ผรุสวาจา วิยา’’ติอาทิ. ตสฺมา ‘‘ยํ ปติ จิตฺตํ พฺยาปาเทติ, ตสฺส อปฺปคุณตาย อปฺปสาวชฺโช, มหาคุณตาย มหาสาวชฺโช’’ติอาทินา ตทุภยวิภาโค เวทิตพฺโพ. ‘‘อโห วตา’’ติ อิมินา ปรสฺส อจฺจนฺตาย วินาสจินฺตนํ ทีเปติ. เอวญฺหิ สฺส ทารุณปฺปวตฺติยา กมฺมปถปฺปวตฺติ.
ยถาภุจฺจคหณาภาเวนาติ ยาถาวคหณสฺส อภาเวน อนิจฺจาทิสภาวสฺส นิจฺจาทิโต คหเณน. มิจฺฉา ปสฺสตีติ วิตถํ ปสฺสติ. ‘‘สมฺผปฺปลาโป วิยา’’ติ อิมินา อาเสวนสฺส มนฺทตาย อปฺปสาวชฺชตํ, มหนฺตตาย มหาสาวชฺชตํ ทสฺเสติ. คหิตาการวิปรีตตาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิยา คหิตาการวิปรีตภาโว. วตฺถุโนติ ตสฺส อยถาภูตสภาวมาห. ตถาภาเวนาติ คหิตากาเรเนว วิปรีตากาเรเนว. ตสฺส ทิฏฺฐิคติกสฺส, ตสฺส วา วตฺถุโน อุปฏฺฐานํ, ‘‘เอวเมตํ น อิโต อญฺญถา’’ติ.
ธมฺมโตติ สภาวโต. โกฏฺฐาสโตติ ผสฺสปญฺจมกาทีสุ จิตฺตงฺคโกฏฺฐาเสสุ เย โกฏฺฐาสา โหนฺติ, ตโตติ อตฺโถ.
เจตนาธมฺมาติ เจตนาสภาวา.
‘‘ปฏิปาฏิยา สตฺตา’’ติ เอตฺถ นนุ เจตนา อภิธมฺเม กมฺมปเถสุ น วุตฺตาติ ปฏิปาฏิยา สตฺตนฺนํ กมฺมปถภาโว น ยุตฺโตติ? น, อวจนสฺส อญฺญเหตุกตฺตา. น หิ ตตฺถ เจตนาย อกมฺมปถปฺปตฺตตฺตา (ธ. ส. มูลฏี. อกุสลกมฺมปถกถาวณฺณนา) กมฺมปถราสิมฺหิ อวจนํ, กทาจิ ปน กมฺมปโถ โหติ, น สพฺพทาติ กมฺมปถภาวสฺส อนิยตตฺตา อวจนํ. ยทา ปน กมฺมปโถ โหติ, ตทา กมฺมปถราสิสงฺคโห น นิวาริโต.
เอตฺถาห – ยทิ เจตนาย สพฺพทา กมฺมปถภาวาภาวโต อนิยโต กมฺมปถภาโวติ กมฺมปถราสิมฺหิ อวจนํ, นนุ อภิชฺฌาทีนมฺปิ กมฺมปถภาวํ อปฺปตฺตานํ อตฺถิตาย อนิยโต กมฺมปถภาโวติ เตสมฺปิ กมฺมปถราสิมฺหิ อวจนํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ กมฺมปถตาตํสภาคตา หิ เตสํ ตตฺถ วุตฺตตฺตา. ยทิ เอวํ เจตนาปิ ตตฺถ วตฺตพฺพา สิยาติ? สจฺจเมตํ, สา ปน ปาณาติปาตาทิกาวาติ ปากโฏ ตสฺสา กมฺมปถภาโวติ น วุตฺตํ สิยา. เจตนาย หิ ‘‘เจตนาหํ, ภิกฺขเว, กมฺมํ วทามิ (อ. นิ. ๖.๖๓; กถา. ๕๓๙), ติวิธา, ภิกฺขเว, กายสญฺเจตนา อกุสลํ กายกมฺม’’นฺติ (กถา. ๕๓๙) วจนโต กมฺมภาโว ปากโฏ; กมฺมํเยว จ สุคติทุคฺคตีนํ, ตทุปฺปชฺชนสุขทุกฺขานญฺจ ปถภาเวน ปวตฺตํ ‘‘กมฺมปโถ’’ติ วุจฺจตีติ ปากโฏ ตสฺสา กมฺมปถภาโว. อภิชฺฌาทีนํ ปน เจตนาสมีหนภาเวน สุจริตทุจฺจริตภาโว, เจตนาชนิตภาเวน [เจตนาชนิตตํพนฺธติภาเวน (ธ. ส. อนุฏี. อกุสลกมฺมปถาวณฺณนา)] สุคติทุคฺคติตทุปฺปชฺชนสุขทุกฺขานํ ปถภาโว จาติ น ตถา ปากโฏ กมฺมปถภาโวติ เต เอว เตน สภาเวน ทสฺเสตุํ อภิธมฺเม เจตนา กมฺมปถภาเว น วุตฺตา, อตถาชาติยตฺตา วา เจตนา เตหิ สทฺธึ น วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. มูลํ ปตฺวาติ มูลเทสนํ ปตฺวา, มูลสภาเวสุ ธมฺเมสุ เทสิยมาเนสูติ อตฺโถ.
‘‘อทินฺนาทานํ สตฺตารมฺมณ’’นฺติ อิทํ ‘‘ปญฺจสิกฺขาปทา ปริตฺตารมฺมณา เอวา’’ติ อิมาย ปญฺหปุจฺฉกปาฬิยา (วิภ. ๗๑๕) วิรุชฺฌติ. ยญฺหิ ปาณาติปาตาทิทุสฺสีลฺยสฺส อารมฺมณํ, ตเทว ตํเวรมณิยา อารมฺมณํ. วีติกฺกมิตพฺพวตฺถุโต เอว หิ วิรตีติ. สตฺตารมฺมณนฺติ วา สตฺตสงฺขาตสงฺขารารมฺมณํ, ตเมว อุปาทาย วุตฺตนฺติ น โกจิ วิโรโธ. ตถา หิ วุตฺตํ สมฺโมหวิโนทนิยํ ‘‘ยานิ สิกฺขาปทานิ เอตฺถ ‘สตฺตารมฺมณานี’ติ วุตฺตานิ, ตานิ ยสฺมา สตฺโตติ สงฺขํ คเต สงฺขาเรเยว อารมฺมณํ กโรนฺตี’’ติ. (วิภ. อฏฺฐ. ๗๑๔) เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. วิสภาควตฺถุโน ‘‘อิตฺถี ปุริโส’’ติ คเหตพฺพโต ‘‘สตฺตารมฺมโณ’’ติ เอเก. ‘‘เอโก ทิฏฺโฐ, เทฺว สุตา’’ติอาทินา สมฺผปฺปลาเปน ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตวเสน. ตถา อภิชฺฌาติ เอตฺถ ตถา-สทฺโท ‘‘ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตวเสนา’’ ติทมฺปิ อุปสํหรติ, น สตฺตสงฺขารารมฺมณตเมว ทสฺสนาทิวเสน อภิชฺฌายนโต. ‘‘นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๗๑) ปวตฺตมานาปิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ เตภูมกธมฺมวิสยา เอวาติ อธิปฺปาเยนสฺสา สงฺขารารมฺมณตา วุตฺตา. กถํ ปน มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สพฺเพ เตภูมกธมฺมา อารมฺมณํ โหตีติ? สาธารณโต. ‘‘นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๗๑; ม. นิ. ๒.๙๔) ปวตฺตมานาย อตฺถโต รูปารูปาวจรธมฺมาปิ คหิตา เอว โหนฺตีติ.
สุขพหุลตาย ราชาโน หสมานาปิ ‘‘ฆาเตถา’’ติ วทนฺติ, หาโส ปน เนสํ อตฺตวูปสมาทิอญฺญวิสโยติ อาห ‘‘สนฺนิฏฺฐาปก…เป… โหตี’’ติ. มชฺฌตฺตเวทโน น โหติ, สุขเวทโนว เอตฺถ สมฺภวตีติ. มุสาวาโท โลภสมุฏฺฐาโน สุขเวทโน วา สิยา มชฺฌตฺตเวทโน วา, โทสสมุฏฺฐาโน ทุกฺขเวทโน วาติ มุสาวาโท ติเวทโน. อิมินา นเยน เสเสสุปิ ยถารหํ เวทนาเภโท เวทิตพฺโพ.
โทสโมหวเสน ทฺวิมูลโกติ สมฺปยุตฺตมูลเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ตสฺส หิ มูลฏฺเฐน อุปการกภาโว. นิทานมูเล ปน คยฺหมาเน ‘‘โลภโมหวเสนปี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา. อามิสกิญฺชกฺขเหตุปิ ปาณํ หนนฺติ. เตเนวาห – ‘‘โลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยายา’’ติอาทิ (อ. นิ. ๓.๓๔). เสเสสุปิ เอเสว นโย.