นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ทีฆนิกาเย
ปาถิกวคฺคฏีกา
๑. ปาถิกสุตฺตวณฺณนา
สุนกฺขตฺตวตฺถุวณฺณนา
๑. อปุพฺพปทวณฺณนาติ อตฺถสํวณฺณนาวเสน เหฏฺฐา อคฺคหิตตาย อปุพฺพสฺส อภินวสฺส ปทสฺส วณฺณนา อตฺถวิภาวนา. ‘‘หิตฺวา ปุนปฺปุนาคตมตฺถ’’นฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา) หิ วุตฺตํ. มลฺเลสูติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. ฉายูทกสมฺปนฺเน วนสณฺเฑ วิหรตีติ อนุปิยสามนฺตา กตสฺส วิหารสฺส อภาวโต. ยทิ น ตาว ปวิฏฺโฐ, กสฺมา ‘‘ปาวิสี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปวิสิสฺสามี’’ติอาทิ, เตน อวสฺสํ ภาวินิ ภูเต วิย อุปจารา โหนฺตีติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘ยถา กิ’’นฺติอาทิมาห. เอตนฺติ เอตํ ‘‘อติปฺปโค โข’’ติอาทิกํ จินฺตนํ อโหสิ. อติวิย ปโค โขติ อติวิย ปาโตว. ฉนฺนโกปีนตาย, ปริพฺพาชกปพฺพชฺชุปคเมน จ ฉนฺนปริพฺพาชกํ, น นคฺคปริพฺพาชกํ.
๒. ยสฺมา ภควโต อุจฺจากุลปฺปสุตตํ, มหาภินิกฺขมนนิกฺขนฺตตํ, อนญฺญสาธารณทุกฺกรจรณํ, วิเวกวาสํ, โลกสมฺภาวิตตํ, โอวาทานุสาสนีหิ โลกสฺส พหุปการตํ, ปรปฺปวาทมทฺทนํ, มหิทฺธิกตํ, มหานุภาวตนฺติ เอวมาทิกํ ตํตํอตฺตปจฺจกฺขคุณวิเสสํ นิสฺสาย เยภุยฺเยน อญฺญติตฺถิยาปิ ภควนฺตํ ทิสฺวา อาทรคารวพหุมานํ ทสฺเสนฺติเยว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ภควนฺตํ ทิสฺวา มานถทฺธตํ อกตฺวา’’ติอาทิ. โลกสมุทาจารวเสนาติ โลโกปจารวเสน. จิรสฺสนฺติ จิรกาเลน. อาทีนิ วทนฺติ อุปจารวเสน. ตสฺสาติ ภคฺควโคตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส. คิหิสหาโยติ คิหิกาลโต ปฏฺฐาย สหาโย. ปจฺจกฺขาโตติ เยนากาเรน ปจฺจกฺขานา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺจกฺขามี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๓. อุทฺทิสฺสาติ สตฺถุการภาเวน อุทฺทิสฺสาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโยติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา เม’’ติอาทิมาห. ยทา สุนกฺขตฺตสฺส ‘‘ภควนฺตํ ปจฺจกฺขามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, วาจา ภินฺนา, ตทา เอวสฺส ภควตา สทฺธึ โกจิ สมฺพนฺโธ นตฺถิ อสกฺยปุตฺติยภาวโต สาสนโต ปริพาหิรตฺตา. อยํ ตาเวตฺถ สาสนยุตฺติ, สา ปนายํ ฐเปตฺวา สาสนยุตฺติโกวิเท อญฺเญสํ น สมฺมเทว วิสโยติ ภควา สพฺพสาธารณวเสนสฺส อตฺตนา สมฺพนฺธาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิ นู’’ติ อาทึ วตฺวา สุนกฺขตฺตํ ‘‘โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสี’’ติ อาห. ยสฺมา มุขาคโตยํ สมฺพนฺโธ, น ปูชาคตาทิโก, โย จ ยาจกยาจิตพฺพตาวเสน โหติ, ตทุภยญฺเจตฺถ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ภควา สุนกฺขตฺตํ ‘‘โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสี’’ติ อโวจ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาจโก วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยาจิตโก วา ยาจกํ ปจฺจาจิกฺเขยฺยาติ สมฺพนฺโธ. ตฺวํ ปน เนว ยาจโก ‘‘อหํ ภนฺเต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส วิหริสฺสามี’’ติ เอวํ มม สนฺติกํ อนุปคตตฺตา. น ยาจิตโก ‘‘เอหิ ตฺวํ สุนกฺขตฺต มมํ อุทฺทิสฺส วิหราหี’’ติ เอวํ มยา อปตฺถิตตฺตา.
โก สมาโนติ ยาจกยาจิตเกสุ โก นาม โหนฺโต. กนฺติ ยาจกยาจิตเกสุ เอว กํ นาม โหนฺตํ มํ ปจฺจาจิกฺขสิ. ตุจฺฉปุริสาติ ฌานมคฺคาทิอุตฺตริมนุสฺสธมฺเมสุ กสฺสจิปิ อภาวา ริตฺตปุริสา. นนุ จายํ สุนกฺขตฺโต โลกิยชฺฌานานิ, เอกจฺจาภิญฺญญฺจ อุปฺปาเทสีติ? กิญฺจาปิ อุปฺปาเทสิ, ตโต ปน ภควติ อาฆาตุปฺปาทเนน สเหว ปริหีโน อโหสิ. อปราโธ นาม สุปฺปฏิปตฺติยา วิรชฺฌนเหตุภูโต กิเลสุปฺปาโทติ อาห ‘‘ยตฺตโก เต อปราโธ, ตตฺตโก โทโส’’ติ. ยาวญฺจาติ อวธิปริจฺเฉทภาวทสฺสนํ ‘‘ยาวญฺจ เตน ภควตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓) วิย. เตติ ตยา. อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. อปรทฺธนฺติ อปรชฺฌิตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ปจฺจาจิกฺขามิทานาหํ ภนฺเต ภควนฺต’’นฺติอาทีนิ วทนฺเตน ตุจฺฉปุริส ตยา ยาวญฺจิทํ อปรทฺธํ, น ตสฺส อปราธสฺส ปมาณํ อตฺถีติ.
๔. มนุสฺสธมฺมาติ ภาวนานุโยเคน วินา มนุสฺเสหิ อนุฏฺฐาตพฺพธมฺมา. โส หิ มนุสฺสานํ จิตฺตาธิฏฺฐานมตฺเตน อิชฺฌนโต เตสํ สมฺภาวิตธมฺโม วิย ฐิโต ตถา วุตฺโต, มนุสฺสคฺคหณญฺเจตฺถ เตสุ พหุลํ ปวตฺตนโต. อิทฺธิภูตํ ปาฏิหาริยํ, น อาเทสนานุสาสนีปาฏิหาริยนฺติ อธิปฺปาโย. กเตติ ปวตฺติเต. นิยฺยาตีติ นิคฺคจฺฉติ, วฏฺฏทุกฺขโต นิคฺคมนวเสน ปวตฺตตีติ อตฺโถ. ธมฺเม หิ นิคฺคจฺฉนฺเต ตํสมงฺคิปุคฺคโล ‘‘นิคฺคจฺฉตี’’ติ วุจฺจติ, อฏฺฐกถายํ ปน นิ-สทฺโท อุปสคฺคมตฺตํ, ยาติ อิจฺเจว อตฺโถติ ทสฺเสตุํ คจฺฉตีติ อตฺโถ วุตฺโต. ตตฺราติ ปธานภาเวน วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ภุมฺมวเสน ปฏินิทฺเทโสติ ตสฺมึ ธมฺเม สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย นิยฺยนฺเตติ อยเมตฺถ อตฺโถติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตสฺมึ…เป… สํวตฺตมาเน’’ติ.
๕. อคฺคนฺติ ญายตีติ อคฺคญฺญํ. โลกปญฺญตฺตินฺติ โลกสฺส ปญฺญาปนํ. โลกสฺส อคฺคนฺติ โลกุปฺปตฺติสมเย ‘‘อิทํ นาม โลกสฺส อคฺค’’นฺติ เอวํ ชานิตพฺพํ พุชฺฌิตพฺพํ. อคฺคมริยาทนฺติ อาทิมริยาทํ.
๖. เอตฺตกํ วิปฺปลปิตฺวาติ ‘‘น ทานาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส วิหริสฺสามี’’ติ, ‘‘น หิ ปน เม ภนฺเต ภควา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อิทฺธิปาฏิหาริยํ กโรตี’’ติ, ‘‘น หิ ปน เม ภนฺเต ภควา อคฺคญฺญํ ปญฺญเปตี’’ติ จ เอตฺตกํ วิปฺปลปิตฺวา. อิทํ กิร โส ภควา สตฺถุกิจฺจํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ, อคฺคญฺญปญฺญาปนญฺจ กาตุํ น สกฺโกตีติ ปกาเสนฺโต กเถสิ. เตนาห ‘‘สุนกฺขตฺโต กิรา’’ติอาทิ. อุตฺตรวจนวเสน ปติฏฺฐาภาวโต อปฺปติฏฺโฐ. ตโต เอว นิรโว นิสฺสทฺโท.
อาทีนวทสฺสนตฺถนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกสฺส อาทีนวสฺส ทสฺสนตฺถํ. เตนาห ‘‘สยเมว ครหํ ปาปุณิสฺสสี’’ติ. สมฺปรายิกา ปน อาทีนวา อเนกวิธา, เต ทสฺเสนฺโต สุนกฺขตฺโต น สทฺทเหยฺยาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสฺเสว คหณํ. อเนกการเณนาติ ‘‘อิติปิ โส ภควา อรห’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๕๗, ๒๕๕) อเนกวิเธน วณฺณการเณน. เอวํ เม อวณฺโณ น ภวิสฺสตีติ อชฺฌาสเยน อตฺตโน พาลตาย วณฺณารหานํ อวณฺณํ กเถตฺวา. เอวํ ภควา มกฺขิภาเว อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา ปุน ตสฺส กถเน การณํ วิภาเวตุํ ‘‘อิติ โข เต’’ติอาทิมาหาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวญฺหิ สุนกฺขตฺตสฺส อปฺปโกปิ วจโนกาโส น ภวิสฺสตีติ. อปกฺกมีติ อตฺตนา ยถาฐิตา วุฏฺฐาย อปสกฺกิ. อปกฺกนฺโต สาสนโต ภฏฺโฐ. เตนาห ‘‘จุโต’’ติ. เอวเมวาติ อปกฺกมนฺโต จ น ยถา ตถา อปกฺกมิ, ยถา ปน กายสฺส เภทา อปาเย นิพฺพตฺเตยฺย, เอวเมว อปกฺกมิ.
โกรขตฺติยวตฺถุวณฺณนา
๗. ทฺวีหิ ปเทหีติ ทฺวีหิ วาเกฺยหิ อารทฺธํ พฺยติเรกวเสน ตทุภยตฺถนิทฺเทสวเสน อุปริเทสนาย ปวตฺตตฺตา. อนุสนฺธิทสฺสนวเสนาติ ยถานุสนฺธิสงฺขาตอนุสนฺธิทสฺสนวเสน.
เอกํ สมยนฺติ จ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘เอกสฺมึ สมเย’’ติ จ. ถูลู นาม ชนปโทติ ชนปทีนํ ราชกุมารานํ วเสน ตถาลทฺธนาโม. กุกฺกุรวตํ สมาทานวเสน เอตสฺมึ อตฺถีติ กุกฺกุรวติโกติ อาห ‘‘สมาทินฺนกุกฺกุรวโต’’ติ. อญฺญมฺปีติ ‘‘จตุกฺโกณฺฑิกสฺเสว วิจรณํ, ตถา กตฺวาว ขาทนํ, ภุญฺชนํ, วามปาทํ อุทฺธริตฺวา มุตฺตสฺส วิสฺสชฺชน’’นฺติ เอวมาทิกํ อญฺญมฺปิ สุนเขหิ กาตพฺพกิริยํ. จตูหิ สรีราวยเวหิ กุณฺฑนํ คมนํ จตุกฺโกณฺโฑ, โส เอตสฺมึ อตฺถีติ จตุกฺโกณฺฑิโก. โส ปน ยสฺมา จตูหิ สรีราวยเวหิ สงฺฆฏฺฏิตคมโน โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘จตุสงฺฆฏฺฏิโต’’ติ. เตเนวาห ‘‘เทฺว ชณฺณูนี’’ติอาทิ. ภกฺขสนฺติ วา ภกฺขิตพฺพํ, อสิตพฺพญฺจ. เตเนวาห ‘‘ยํ กิญฺจิ ขาทนียํ โภชนีย’’นฺติ. กามํ ขาทนญฺจ นาม มุเขน กาตพฺพํ, หตฺเถน ปน ตตฺถ อุปนามนํ นิวาเรตุํ อวธารณํ กตนฺติ อาห ‘‘หตฺเถน อปรามสิตฺวา’’ติ, อคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ. สุนฺทรรูโปติ สุนฺทรภาโว. วตาติ ปตฺถนตฺเถ นิปาโต ‘‘อโห วตาหํ ลาภี อสฺส’’นฺติอาทีสุ วิย. ‘‘สมเณน นาม เอวรูเปน ภวิตพฺพํ อโห วตาหํ เอทิโส ภเวยฺย’’นฺติ เอวํ ตสฺส ปตฺถนา อโหสิ. เตนาห ‘‘เอวํ กิรา’’ติอาทิ.
ครหตฺเถ อปิ-กาโร ‘‘อปิ สิญฺเจ ปลณฺฑก’’นฺติอาทีสุ วิย. อรหนฺเต จ พุทฺเธ, พุทฺธสาวเก ‘‘อรหนฺโต ขีณาสวา น โหนฺตี’’ติ เอวํ ตสฺส ทิฏฺฐิ อุปฺปนฺนา. ยถาห มหาสีหนาทสุตฺเต ‘‘นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๖). สตฺตมํ ทิวสนฺติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ. อลสเกนาติ อชีรเณน อามโรเคน.
อฏฺฐิตจมตฺตตาย ปุราณปณฺณสทิโส.พีรณตฺถมฺพกนฺติ พีรณคจฺฉา.
มตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ มตฺตํ, โภชนมตฺตวนฺตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปมาณยุตฺต’’นฺติ. มนฺตา มนฺตาติ มนฺตาย มนฺตาย.
๘. เอกทฺวีหิกาย คณนาย. นิราหาโรว อโหสิ ภควโต วจนํ อญฺญถา กาตุกาโม, ตถาภูโตปิ สตฺตเม ทิวเส อุปฏฺฐาเกน อุปนีตํ ภกฺขสํ ทิสฺวา ‘‘ธี’’ติ อุปฏฺฐาเปตุํ อสกฺโกนฺโต โภชนตณฺหาย อากฑฺฒิยมานหทโย ตํ กุจฺฉิปูรํ ภุญฺชิตฺวา ภควตา วุตฺตนิยาเมเนว กาลมกาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถสฺสา’’ติอาทิ. สเจปิ…เป… จินฺเตยฺยาติ ยทิ เอโส อเจโล ‘‘ธี’’ติ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘อชฺชปิ อหํ น ภุญฺเชยฺย’’นฺติ จินฺเตยฺย, ตถาจินฺตเน สติปิ เทวตาวิคฺคเหน ตํ ทิวสํ…เป… กเรยฺย. กสฺมา? อเทฺวชฺฌวจนา หิ ตถาคตา, น เตสํ วจนํ วิตถํ โหติ.
คตคตฏฺฐานํ องฺคณเมว โหตีติ เตหิ ตํ กฑฺฒิตฺวา คจฺฉนฺเตหิ คตคตปฺปเทโส อุตฺตรกสามนฺตา วิวฏงฺคณเมว หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. เตติ ติตฺถิยา. สุสานํเยว คนฺตฺวาติ ‘‘พีรณตฺถมฺพกํ อติกฺกมิสฺสามา’’ติ คจฺฉนฺตาปิ อเนกวารํ ตํ อนุสํยายิตฺวา ปุนปิ ตํเยว สุสานํ อุปคนฺตฺวา.
๙. อิทนฺติ อิทํ มตสรีรํ. ‘‘ตเมว วา สรีรํ กถาเปสีติ ตํ สรีรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ฐิตเปเตน กถาเปสี’’ติ เกจิ. โกรขตฺติยํ วา อสุรโยนิโต อาเนตฺวา กถาเปตุ อญฺญํ วา เปตํ, โก เอตฺถ วิเสโส. ‘‘อจินฺเตยฺโย หิ พุทฺธวิสโย’’ติ ปน วจนโต ตเทว สรีรํ สุนกฺขตฺเตน ปหตมตฺตํ พุทฺธานุภาเวน อุฏฺฐาย ตมตฺถํ ญาเปสีติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุริโมเยว ปน อตฺโถ อฏฺฐกถาสุ วินิจฺฉิโต. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘นิพฺพตฺตฏฺฐานโต’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๐).
๑๐. วิปากนฺติ ผลํ, อตฺถนิพฺพตฺตีติ อตฺโถ.
สมาเนตพฺพานีติ สมฺมา อาเนตพฺพานิ, สรูปโต อาเนตฺวา ทสฺเสตพฺพานีติ อตฺโถ. ปาฏิหาริยานํ ปฐมาทิตา ภควตา วุตฺตานุปุพฺพิยา เวทิตพฺพา. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘ปรจิตฺตวิภาวนํ, อายุปริจฺเฉทวิภาวนํ, พฺยาธิวิภาวนํ, คติวิภาวนํ, สรีรนิกฺเขปวิภาวนํ, สุนกฺขตฺเตน สทฺธึ กถาวิภาวนญฺจาติ ฉ ปาฏิหาริยานี’’ติ วทนฺติ, ตํ ยทิ สุนกฺขตฺตสฺส จิตฺตวิภาวนํ สนฺธาย วุตฺตํ, เอวํ สติ ‘‘สตฺตา’’ติ วตฺตพฺพํ ตสฺส ภาวิอวณฺณวิภาวนาย สทฺธึ. อถ อเจลสฺส มรณจิตฺตวิภาวนํ, ตํ ‘‘สตฺตมํ ทิวสํ กาลํ กริสฺสตี’’ติ อิมินา สงฺคหิตนฺติ วิสุํ น วตฺตพฺพํ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺพํ.
อเจลกฬารมฏฺฏกวตฺถุวณฺณนา
๑๑. นิกฺขนฺตทนฺตมฏฺฏโกติ นิกฺขนฺตทนฺโต มฏฺฏโก. โส กิร อเจลกภาวโต ปุพฺเพ มฏฺฏกิโต หุตฺวา วิจริ วิวรทนฺโต จ, เตน นํ ‘‘โกรมฏฺฏโก’’ติ สญฺชานนฺติ. ยํ กิญฺจิ ตสฺส เทนฺโต ‘‘สาธุรูโป อยํ สมโณ’’ติ สมฺภาเวนฺโต อคฺคํ เสฏฺฐํเยว เทนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ลาภคฺคํ ปตฺโต, อคฺคลาภํ ปตฺโต’’ติ. พหู อเจลกา ตํ ปริวาเรตฺวา วิจรนฺติ, คหฏฺฐา จ ตํ พหู อฑฺฒา วิภวสมฺปนฺนา กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปยิรุปาสนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยสคฺคํ อคฺคปริวารํ ปตฺโต’’ติ. วตานิเยว ปชฺชิตพฺพโต ปทานิ. อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต วตโกฏฺฐาสา วา.สมตฺตานีติ สมํ อตฺตนิ คหิตานิ. ปุรตฺถิเมนาติ เอน-สทฺทสมฺพนฺเธน ‘‘เวสาลิ’’นฺติ อุปโยควจนํ, อวิทูรตฺเถ จ เอน-สทฺโท ปญฺจมฺยนฺโตติ อาห ‘‘เวสาลิโต อวิทูเร’’ติ.
๑๒. สาสเน ปริจยวเสน ติลกฺขณาหตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ.น สมฺปายาสีติ นาวพุชฺฌิ น สมฺปาเทสิ. เตนาห ‘‘สมฺมา ญาณคติยา’’ติอาทิ. สมฺปายนํ วา สมฺปาทนํ. ปญฺหํ ปุฏฺฐสฺส จ สมฺปาทนํ นาม สมฺมเทว กถนนฺติ ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. โกปวเสน ตสฺส อกฺขีนิ กมฺปนภาวํ อาปชฺชึสูติ อาห ‘‘กมฺปนกฺขีนิปิ ปริวตฺเตตฺวา’’ติ. โกปนฺติ โกธํ, โส ปน จิตฺตสฺส ปกุปฺปนวเสน ปวตฺตตีติ อาห ‘‘กุปฺปนาการ’’นฺติ. โทสนฺติ อาฆาตํ, โส ปน อารมฺมเณ ทุสฺสนวเสน ปวตฺตีติ อาห ‘‘ทุสฺสนาการ’’นฺติ. อตุฏฺฐาการนฺติ ตุฏฺฐิยา ปีติยา ปฏิปกฺขภูตปฺปวตฺติอาการํ. กายวจีวิกาเรหิ ปากฏมกาสิ. มา วต โนติ เอตฺถ มาติ ปฏิกฺเขโป, โนติ มยฺหนฺติ อตฺโถติ อาห ‘‘อโห วต เม น ภเวยฺยา’’ติ. มํ วต โนติ เอตฺถ ปน โนติ สํสเยติ อาห ‘‘อโหสิ วต นุ มมา’’ติ.
๑๔. ปริปุพฺโพ ทหิต-สทฺโท วตฺถนิวาสนํ วทตีติ อาห ‘‘ปริทหิโต นิวตฺถวตฺโถ’’ติ. ยสนิมิตฺตกตาย ลาภสฺส ยสปริหานิยาว ลาภปริหานิ วุตฺตา โหตีติ ปาฬิยํ ‘‘ยสา นิหีโน’’ติ วุตฺตํ.
อเจลปาถิกปุตฺตวตฺถุวณฺณนา
๑๕. ‘‘อหํ สพฺพํ ชานามี’’ติ เอวํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ วทติ ปฏิชานาตีติ ญาณวาโท, เตน มยา ญาณวาเทน สทฺธึ.อติกฺกมฺม คจฺฉโตติ อุปฑฺฒภาเคน ปริจฺฉินฺนํ ปเทสํ อติกฺกมิตฺวา อิทฺธิปาฏิหาริยํ กาตุํ คจฺฉโต. กึ ปนายํ อเจโล ปาถิกปุตฺโต อตฺตโน ปมาณํ น ชานาตีติ? โน น ชานาติ. ยทิ เอวํ, กสฺมา สุกฺขคชฺชิตํ คชฺชีติ? ‘‘เอวาหํ โลเก ปาสํโส ภวิสฺสามี’’ติ โกหญฺเญ กตฺวา สุกฺขคชฺชิตํ คชฺชิ. เตน วุตฺตํ ‘‘นครวาสิโน’’ติอาทิ. ปฏฺฐเปตฺวาติ ยุคคฺคาหํ อารภิตฺวา.
๑๖. หีนชฺฌาสยตฺตา…เป… อุทปาทิ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเก เอว สตฺเต เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๙๘).
ยสฺมา ตถาวุตฺตา วาจา ตถารูปจิตฺตเหตุกา, ตญฺจ จิตฺตํ ตถารูปทิฏฺฐิจิตฺตเหตุกํ, ตสฺมา ‘‘ตํ วาจํ อปฺปหายา’’ติ วตฺวา ยถา ตสฺสา อปฺปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตํ จิตฺตํ อปฺปหายา’’ติ อาห, ตสฺส จ ยถา อปฺปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา’’ติ อโวจ. ยสฺมา วา ตถารูปา วาจา มหาสาวชฺชา, จิตฺตํ ตโต มหาสาวชฺชตรํ ตํสมุฏฺฐาปกภาวโต, ทิฏฺฐิ ปน ตโต มหาสาวชฺชตมา ตทุภยสฺส มูลภาวโต, ตสฺมา เตสํ มหาสาวชฺชตาย อิมํ วิภาคํ ทสฺเสตฺวา อยํ อนุกฺกโม ฐปิโตติ เวทิตพฺโพ. เตสํ ปน ยถา ปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อห’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘นาหํ พุทฺโธ’’ติ วทนฺโตติ สาเฐยฺเยน วินา อุชุกเมว ‘‘อหํ พุทฺโธ น โหมี’’ติ วทนฺโต. จิตฺตทิฏฺฐิปฺปหาเนปิ เอเสว นโย. วิปเตยฺยาติ เอตฺถ วิ-สทฺโท ปฐเม วิกปฺเป อุปสคฺคมตฺตํ, ทุติเย ปน วิสรณตฺโถติ อาห ‘‘สตฺตธา วา ปน ผเลยฺยา’’ติ.
๑๗. เอกํเสนาติ เอกนฺเตน, เอกนฺติกํ ปน วจนปริยายวินิมุตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘นิปฺปริยาเยนา’’ติ. โอธาริตาติ อวธาริตา นิยเมตฺวา ภาสิตา. วิคตรูเปนาติ อปคตสภาเวน. เตนาห ‘‘วิคจฺฉิตสภาเวนา’’ติ, อิทฺธานุภาเวน อปนีตสกภาเวน. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน’’ติอาทิ.
๑๘. ทฺวยํ คจฺฉตีติ ทฺวยคามินี. กีทิสํ ทฺวยนฺติ อาห ‘‘สรูเปนา’’ติอาทิ. อยญฺหิ โส คณฺฑสฺสุปริโผฏฺฐพฺพาโทสํ.
๑๙. อชิตสฺส ลิจฺฉวิเสนาปติสฺส มหานิรเย นิพฺพตฺติตฺวา ตโต อาคนฺตฺวา อเจลสฺส ปาถิกปุตฺตสฺส สนฺติเก ปโรทนํ. อภาวาติ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการสฺส ปาฏิหาริยกรณสฺส อภาวา. ภควา ปน สนฺนิปติตปริสายํ ปสาทชนนตฺถํ ตทนุรูปํ ปาฏิหาริยมกาสิเยว. ยถาห ‘‘เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา’’ติอาทิ.
อิทฺธิปาฏิหาริยกถาวณฺณนา
๒๐. นิจยนํ ธนธญฺญานํ สญฺจยนํ นิจโย, ตตฺถ นิยุตฺตาติ เนจยิกา, คหปติ เอว เนจยิกา คหปติเนจยิกา. เอตฺตกานิ ชงฺฆสหสฺสานีติ ปริมาณาภาวโต สหสฺเสหิปิ อปริมาณคณนา. เตเนวาติ อิมสฺส วเสน สนฺนิปติตาย เอวํ มหติยา ปริสาย พนฺธนโมกฺขํ กาตุํ ลพฺภติ, เอเตเนว การเณน.
๒๑. จิตฺตุตฺราสภยนฺติ จิตฺตสฺส อุตฺราสนากาเรน ปวตฺตภยํ, น ญาณภยํ, นาปิ ‘‘ภายติ เอตสฺมา’’ติ เอวํ วุตฺตํ อารมฺมณภยํ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ เตเนว จิตฺตุตฺราสภเยน สกลสรีรสฺส ฉมฺภิตภาโว. โลมหํโสติ เตเนว ภเยน, เตน จ ฉมฺภิตตฺเตน สกลสรีเร โลมานํ หฏฺฐภาโว, โส ปน เตสํ ภิตฺติยํ นาคทนฺตานํ วิย อุทฺธํมุขตาติ อาห ‘‘โลมานํ อุทฺธคฺคภาโว’’ติ. อนฺตนฺเตน อาวิชฺฌิตฺวาติ อตฺตโน นิสีทนตฺถํ นิคูฬฺหฏฺฐานํ อุปปริกฺขนฺโต ปริพฺพาชการามํ ปริยนฺเตน อนุสํยายิตฺวา, กสฺสจิเทว สุนกฺขตฺตสฺส วา สุนกฺขตฺตสทิสสฺส วา สพฺพญฺญุปฏิญฺญํ อปฺปหาย สตฺถุ สมฺมุขีภาเว สตฺตธา ตสฺส มุทฺธาผลนํ ธมฺมตา. เตน วุตฺตํ ‘‘มา นสฺสตุ พาโล’’ติอาทิ.
๒๒. สํสปฺปตีติ ตตฺเถว ปาสาณผลเก พาลทารโก วิย อุฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต อวสีทนวเสน อิโต จิโต จ สํสปฺปติ. เตนาห ‘‘โอสีทตี’’ติ. ตตฺเถว สญฺจรตีติ ตสฺมึเยว ปาสาเณ อานิสทุปฏฺฐิโน สญฺจลนํ นิสชฺชวเสเนว สญฺจรติ, น อุฏฺฐาย ปทสา.
๒๓. วินฏฺฐรูโปติ สมฺภาวนาย วินาเสน, ลาภสฺส วินาเสน จ วินฏฺฐสภาโว.
ปฐมภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒๕. โคยุตฺเตหีติ พลวนฺตพลีพทฺทโยชิเตหิ.
๒๖. ตสฺสาติ ชาลิยสฺส. อยญฺหิ มณฺฑิเสน ปริพฺพาชเกน สทฺธึ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณิ, ตโต ปุเรตรํ ภควโต คุณานํ อชานนกาเล อยํ ปวตฺติ. เตเนวาห ‘‘ติฏฺฐตุ ตาว ปาฏิหาริยํ…เป… ปราชโย ภวิสฺสตี’’ติ.
๒๗. ติณสีโหติ ติณสทิสหริตวณฺโณ สีโห. กาฬสีโหติ กาฬวณฺโณ สีโห. ปณฺฑุสีโหติ ปณฺฑุวณฺโณ สีโห. เกสรสีโหติ เกสรวนฺโต เสตวณฺโณ, โลหิตวณฺโณ วา สีโห. มิครญฺโญติ เอตฺถ มิค-สทฺโท กิญฺจาปิ ปสทกุรุงฺคาทีสุ เกสุจิเทว จตุปฺปเทสุ นิรุโฬฺห, อิธ ปน สพฺพสาธารณวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มิครญฺโญติ สพฺพจตุปฺปทานํ รญฺโญ’’ติ วุตฺตํ. อาคนฺตฺวา เสติ เอตฺถาติ อาสโย, นิวาสนฏฺฐานํ. สีหนาทนฺติ ปริสฺสยานํ สหนโต, ปฏิปกฺขสฺส จ หนนโต ‘‘สีโห’’ติ ลทฺธนามสฺส มิคาธิปสฺส โฆสํ, โส ปน เตน ยสฺมา กุโตจิปิ อภีตภาเวน ปวตฺตียติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อภีตนาท’’นฺติ. ตตฺถ ตตฺถ ตาสุ ตาสุ ทิสาสุ คนฺตฺวา จริตพฺพตาย ภกฺขิตพฺพตาย โคจโร ฆาโสติ อาห ‘‘โคจรายาติ อาหารตฺถายา’’ติ. วรํ วรนฺติ มิคสงฺเฆ มิคสมูเห มุทุมํสตาย วรํ วรํ มหึสวนวราหาทึ วธิตฺวาติ โยชนา. เตนาห ‘‘ถูลํ ถูล’’นฺติ. วรวรภาเวน หิ ตสฺส วรภาโว อิจฺฉิโต. สูรภาวํ สนฺนิสฺสิตํ สูรภาวสนฺนิสฺสิตํ, เตน. สูรภาเวนาปิ หิ ‘‘กึ อิเม ปาณเก ทุพฺพเล หนฺตฺวา’’ติ อปฺปถาเมสุ ปาเณสุ การุญฺญํ อุปติฏฺฐติ.
๒๘. วิฆาโสติ ปรสฺส ภกฺขิตเสสตาย วิรูโป ฆาโส วิฆาโส, อุจฺฉิฏฺฐํ. เตนาห ‘‘ภกฺขิตาติริตฺตมํส’’นฺติ, ตสฺมึ วิฆาเส, วิฆาสนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. อสฺมิมานโทเสนาติ อสฺมิมานโทสเหตุ, อหํการนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. โส ปนสฺส อสฺมิมาโน ยถา อุปฺปชฺชิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
‘‘เสคาลกํเยวา’’ติปิ ปาโฐ, ยถาวุตฺโตว อตฺโถ. เภรณฺฑกํเยวาติ เภรณฺฑสกุณรวสทิสํเยว, เภรณฺโฑ นาม เอโก ปกฺขี ทฺวิมุโข, ตสฺส กิร สทฺโท อติวิย วิรูโป อมนาโป. เตนาห ‘‘อปฺปิยอมนาปสทฺทเมวา’’ติ. สมฺมาปฏิปตฺติยา วิเสสโต สุฏฺฐุ คตาติ สุคตา, สมฺมาสมฺพุทฺธา. เต อปทายนฺติ โสเธนฺติ สตฺตสนฺตานํ เอเตหีติ สุคตาปทานานิ, ติสฺโส สิกฺขา. ยสฺมา ตาหิ เต ‘‘สุคตา’’ติ ลกฺขียนฺติ, ตา จ เตสํ โอวาทภูตา, ตสฺมา ‘‘สุคตลกฺขเณสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยทิ ตา สุคตสฺส ลกฺขณภูตา, สาสนภูตา จ, กถํ ปเนส ปาถิกปุตฺโต ตตฺถ ตาสุ สิกฺขาสุ ชีวติ, โก ตสฺส ตาหิ สมฺพนฺโธติ อาห ‘‘เอตสฺส หี’’ติอาทิ. สมฺพุทฺธานํ เทมาติ เทนฺตีติ พุทฺธสญฺญาย เทนฺตีติ อธิปฺปาโย. เตน เอส…เป… ชีวติ นาม น สุคตนฺวยอชฺฌุปคมนโต. ‘‘ตถาคเต’’ติอาทิ เอกตฺเต ปุถุวจนนฺติ อาห ‘‘ตถาคต’’นฺติอาทิ. พหุวจนํ เอว ครุสฺมึ เอกสฺมิมฺปิ พหุวจนปฺปโยคโต เอกวจนํ วิย วุตฺตํ วจนวิปลฺลาเสน.
๒๙. สเมกฺขิตฺวาติ สมํ กตฺวา มิจฺฉาทสฺสเนน อเปกฺขิตฺวา, ตํ ปน อเปกฺขนํ ตถา มญฺญนเมวาติ อาห ‘‘มญฺญิตฺวา’’ติ. ปุพฺเพ วุตฺตํ สเมกฺขนมฺปิ มญฺญนํ เอวาติ วุตฺตํ ‘‘อมญฺญีติ ปุน อมญฺญิตฺถา’’ติ, เตน อปราปรํ ตสฺส มญฺญนปฺปวตฺตึ ทสฺเสติ. เภรณฺฑกรวํ โกสติ วิกฺโกสตีติ โกตฺถุ.
๓๐. เต เต ปาเณ พฺยาปาเทนฺโต ฆสตีติ พฺยคฺโฆติ อิมินา นิพฺพจเนน ‘‘พฺยคฺโฆ’’ติ มิคราชสฺสปิ สิยา นามนฺติ อาห ‘‘พฺยคฺโฆติ มญฺญตีติ สีโหหมสฺมีติ มญฺญตี’’ติ. ยทิปิ ยถาวุตฺตนิพฺพจนวเสน สีโหปิ ‘‘พฺยคฺโฆ’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, พฺยคฺฆ-สทฺโท ปน มิคราเช เอว นิรุโฬฺหติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สีเหน วา’’ติอาทิมาห.
๓๑. สีเหน วิจริตวเน สํวฑฺฒตฺตา วุตฺตํ ‘‘มหาวเน สุญฺญวเน วิวฑฺโฒ’’ติ.
๓๔. กิเลสพนฺธนาติ ตณฺหาพนฺธนโต. ตณฺหาพนฺธนญฺหิ ถิรํ ทฬฺหพนฺธนํ ทุมฺโมจนียํ. ยถาห –
‘‘สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ,
ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา;
เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา,
โอหารินํ สิถิลํ ทุปฺปมุญฺจ’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๔๖; ชา. ๑.๒.๑๐๒);
กิเลสพนฺธนาติ วา ทสวิธสํโยชนโต. มหาวิทุคฺคํ นาม จตฺตาโร โอฆา มหนฺตํ ชลวิทุคฺคํ วิย อนุปจิตกุสลสมฺภาเรหิ ทุคฺคมฏฺเฐน.
อคฺคญฺญปญฺญตฺติกถาวณฺณนา
๓๖. อิมสฺส ปทสฺส. อิทํ นาม โลกสฺส อคฺคนฺติ ชานิตพฺพํ, ตํ อคฺคญฺญํ, โส ปน โลกสฺส อุปฺปตฺติกฺกโม ปวตฺติ ปเวณี จาติ อาห ‘‘โลกุปฺปตฺติจริยวํส’’นฺติ. สมฺมาสมฺโพธิโต อุตฺตริตรํ นาม กิญฺจิ นตฺถิ ปชานิตพฺเพสุ, ตํ ปน โกฏึ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ยาว สพฺพญฺญุตญฺญาณา ปชานามี’’ติ อาห. ‘‘มม ปชานนา’’ติ อสฺสาเทนฺโต ตณฺหาวเสน, ‘‘อหํ ปชานามี’’ติ อภินิวิสนฺโต ทิฏฺฐิวเสน, ‘‘สุฏฺฐุ ปชานามิ สมฺมา ปชานามี’’ติ ปคฺคณฺหนฺโต มานวเสน น ปรามสามีติ โยชนา. ‘‘ปจฺจตฺตญฺเญวา’’ติ ปทํ ‘‘นิพฺพุติ วิทิตา’’ติ ปททฺวเยนาปิ โยเชตพฺพํ ‘‘ปจฺจตฺตํเยว อุปฺปาทิตา นิพฺพุติ จ ปจฺจตฺตํเยว วิทิตา’’ติ, สยมฺภุญาเณน นิพฺพตฺติตา นิพฺพุติ สยเมว วิทิตาติ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ปจฺจตฺต’’นฺติ ปทํ วิวิธวิภตฺติกํ หุตฺวา อาวุตฺตินเยน อาวตฺตตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺตนาเยว อตฺตนี’’ติ วุตฺตํ. อวิทิตนิพฺพานาติ อปฺปฏิลทฺธนิพฺพานา มิจฺฉาปฏิปนฺนตฺตา. ปชานนมฺปิ หิ ตทธิคมวเสเนว เวทิตพฺพํ. เอติ อิฏฺฐภาเวน ปวตฺตตีติ อโย, สุขํ. ตปฺปฏิกฺเขเปน อนโย, ทุกฺขํ. ตเทว หิตสุขสฺส พฺยสนโต พฺยสนํ.
๓๗. ตํ ทสฺเสนฺโตติ ภควาปิ ‘‘อญฺญติตฺถิโย ตตฺถ สารสญฺญี’’ติ ตํ ทสฺเสนฺโต. อาธิปจฺจภาเวนาติ อาธิปจฺจสภาเวน. ยสฺส อาจริยวาทสฺส วเสน ปุริโส ‘‘อาจริโย’’ติ วุจฺจติ, โส อาจริยวาโท อาจริยภาโวติ อาห ‘‘อาจริยภาวํ อาจริยวาท’’นฺติ. เอตฺถาติ อาจริยวาเท. อิติ กตฺวาติ อิมินา การเณน. โสติ อาจริยวาโท. ‘‘อคฺคญฺญํ’’ เตฺวว วุตฺโต อคฺคญฺญวิสยตฺตา. เกน วิหิตนฺติ เกน ปกาเรน วิหิตํ. เตนาห ‘‘เกน วิหิตํ กินฺติ วิหิต’’นฺติ. พฺรหฺมชาเลติ พฺรหฺมชาลสํวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘). ตตฺถ หิ วิตฺถารโต วุตฺตวิธึ อิธ อติทิสติ, ปาฬิ ปน ตตฺถ เจว อิธ จ เอกสทิสา วาติ.
๔๑. ขิฑฺฑา ปโทสิกา มูลภูตา เอตฺถ สนฺตีติ ขิฑฺฑาปโทสิกํ, อาจริยกํ. เตเนวาห ‘‘ขิฑฺฑาปโทสิกมูลก’’นฺติ. มโนปโทสิกนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
๔๗. เยน วจเนน อพฺภาจิกฺขนฺติ, ตสฺส อวิชฺชมานตา นาม อตฺถวเสเนวาติ อาห ‘‘อสํวิชฺชมานฏฺเฐนา’’ติ. ตุจฺฉา, มุสาติ จ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘ตุจฺเฉน, มุสาวาเทนา’’ติ. วจนสฺส อนฺโตสารํ นาม อวิปรีโต อตฺโถติ ตทภาเวนาห ‘‘อนฺโตสารวิรหิเตนา’’ติ. อภิอาจิกฺขนฺตีติ อภิภวิตฺวา ฆฏฺเฏนฺตา กเถนฺติ, อกฺโกสนฺตีติ อตฺโถ. วิปรีตสญฺโญติ อยาถาวสญฺโญ. สุภํ วิโมกฺขนฺติ ‘‘สุภ’’นฺติ วุตฺตวิโมกฺขํ. วณฺณกสิณนฺติ สุนีลกสุปีตกาทิวณฺณกสิณํ. สพฺพนฺติ ยํ สุภํ, อสุภญฺจ วณฺณกสิณํ, ตญฺจ สพฺพํ. น อสุภนฺติ อสุภมฺปิ ‘‘อสุภ’’นฺติ ตสฺมึ สมเย น สญฺชานาติ, อถ โข ‘‘สุภํ’’ เตฺวว สญฺชานาตีติ อตฺโถ. วิปรีตา อยาถาวคาหิตาย, อยาถาววาทิตาย จ.
๔๘. ยสฺมา โส ปริพฺพาชโก อวิสฺสฏฺฐมิจฺฉาคาหิตาย สมฺมา อปฺปฏิปชฺชิตุกาโม สมฺมาปฏิปนฺนํ วิย มํ สมโณ โคตโม, ภิกฺขโว จ สญฺชานนฺตูติ อธิปฺปาเยน ‘‘ตถา ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติอาทิมาห, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มยา เอตสฺส…เป… วฏฺฏตี’’ติ. มมฺมนฺติ มมฺมปฺปเทสํ ปีฬาชนนฏฺฐานํ. สุฏฺฐูติ สกฺกจฺจํ. ยถา น วินสฺสติ, เอวํ อนุรกฺข.
วาสนายาติ กิเลสกฺขยาวหาย ปฏิปตฺติยา วาสนาย. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
ปาถิกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.
๒. อุทุมฺพริกสุตฺตวณฺณนา
นิโคฺรธปริพฺพาชกวตฺถุวณฺณนา
๔๙. อุทุมฺพริกายาติ สมฺพนฺเธ สามิวจนนฺติ อาห ‘‘อุทุมฺพริกาย เทวิยา สนฺตเก ปริพฺพาชการาเม’’ติ. ‘‘อุทุมฺพริกาย’’นฺติ วา ปาโฐ, ตถา สติ อธิกรเณ เอตํ ภุมฺมํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ อุทุมฺพริกาย รญฺโญ เทวิยา นิพฺพตฺติโต อาราโม อุทุมฺพริกา, ตสฺสํ อุทุมฺพริกายํ. เตนาห ‘‘อุทุมฺพริกาย เทวิยา สนฺตเก’’ติ. ตาย หิ นิพฺพตฺติโต ตสฺสา สนฺตโก. วรณาทิปาฐวเสน เจตฺถ นิพฺพตฺตตฺถโพธกสฺส สทฺทสฺส อทสฺสนํ. สนฺธาโนติ ภินฺนานมฺปิ เตสํ สนฺธาปเนน ‘‘สนฺธาโน’’ติ เอวํ ลทฺธนาโม. สํวณฺณิโตติ ปสํสิโต. อิริยตีติ ปวตฺตติ. อริเยน ญาเณนาติ กิเลเสหิ อารกตฺตา อริเยน โลกุตฺตเรน ญาเณน. อริยาย วิมุตฺติยาติ สุวิสุทฺธาย โลกุตฺตรผลวิมุตฺติยา.
ทิวา-สทฺโท ทิน-สทฺโท วิย ทิวสปริยาโย, ตสฺส วิเสสนภาเวน วุจฺจมาโน ทิวา-สทฺโท สวิเสสํ ทิวสภาคํ ทีเปตีติ อาห ‘‘ทิวสสฺส ทิวา’’ติอาทิ. ยสฺมา สมาปนฺนสฺส จิตฺตํ นานารมฺมณโต ปฏิสํหตํ โหติ, ฌานสมงฺคี จ ปวิเวกูปคมเนน สงฺคณิกาภาวโต เอกากิยาย นิลีโน วิย โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตโต ตโต…เป… คโต’’ติ. มโน ภวนฺติ มนโส วิวฏฺฏนิสฺสิตํ วฑฺฒึ อาวหนฺตีติ มโนภาวนิยาติ อาห ‘‘มนวฑฺฒกาน’’นฺติอาทิ. อุนฺนมติ น สงฺกุจติ, อลีนญฺจ โหตีติ อตฺโถ.
๕๑. ยาวตาติ ยาวนฺโตติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘ยตฺตกา’’ติ. เตสนฺติ นิทฺธารเณ สามิวจนํ. นิทฺธารณญฺจ เกนจิ วิเสเสน อิจฺฉิตพฺพํ. เยหิ จ คุณวิเสเสหิ สมนฺนาคตา ภควโต สาวกา อุปาสกา ราชคเห ปฏิวสนฺติ, อยญฺจ เตหิ สมนฺนาคโตติ อิมํ วิเสสํ ทีเปตุํ ‘‘เตสํ อพฺภนฺตโร’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ภควโต กิรา’’ติอาทิ.
๕๒. เตสนฺติ ปริพฺพาชกานํ. กถายาติ ติรจฺฉานกถาย. ทสฺสเนนาติ ทิฏฺฐิทสฺสเนน. อากปฺเปนาติ เวเสน. กุตฺเตนาติ กิริยาย. อาจาเรนาติ อญฺญมญฺญสฺมึ อาจริตพฺพอาจาเรน. วิหาเรนาติ รตฺตินฺทิวํ วิหริตพฺพวิหรเณน. อิริยาปเถนาติ ฐานาทิอิริยาปเถน. อญฺญาการตาย อญฺญติตฺเถ นิยุตฺตาติ อญฺญติตฺถิยา. สงฺคนฺตฺวา สมาคนฺตฺวา ราสี หุตฺวา ปเรหิ นิสินฺนฏฺฐาเน. อรญฺญานิ จ ตานิ วนปตฺถานิ จาติ อรญฺญวนปตฺถานิ. ตตฺถ ยํ อรญฺญกงฺคนิปฺผาทกํ อารญฺญกานํ, ตํ ‘‘อรญฺญ’’นฺติ เวทิตพฺพํ. วนปตฺถนฺติ คามนฺตํ อติกฺกมิตฺวา มนุสฺสานํ อนุปจารฏฺฐานํ, ยตฺถ น กสียติ น วปฺปียติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘วนปตฺถนฺติ ทูรานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจน’’นฺติ ‘‘วนปตฺถนฺติ วนสณฺฑานเมตํ เสนาสนานํ, วนปตฺถนฺติ ภีสนกานเมตํ, วนปตฺถนฺติ สโลมหํสานเมตํ, วนปตฺถนฺติ ปริยนฺตานเมตํ วนปตฺถนฺติ น มนุสฺสูปจารานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจน’’นฺติ (วิภ. ๕๓๑). เตน วุตฺตํ ‘‘คามูปจารโต มุตฺตานี’’ติอาทิ. ปนฺตานีติ ปริยนฺตานิ อติทูรานิ. เตนาห ‘‘ทูรตรานี’’ติอาทิ. วิหารูปจาเรนาติ วิหารสฺส อุปจารปฺปเทเสน. อทฺธิกชนสฺสาติ มคฺคคามิโน ชนสฺส. มนฺทสทฺทานีติ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทาภาวโต ตนุสทฺทานิ. มนุสฺเสหิ สมาคมฺม เอกชฺฌํ ปวตฺติตสทฺโท นิคฺโฆโส, ตสฺส ยสฺมา อตฺโถ ทุพฺพิภาวิโต โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อวิภาวิตตฺเถน นิคฺโฆเสนา’’ติ. วิคตวาตานีติ วิคตสทฺทานิ. ‘‘รหสฺส กรณสฺส ยุตฺตานี’’ติ อิมินาปิ เตสํ ฐานานํ อรญฺญลกฺขณยุตฺตตํ, ชนวิวิตฺตตํ, วนวิวิตฺตเมว จ วิภาเวติ, ตถา ‘‘เอกีภาวสฺส อนุรูปานี’’ติ อิมินา.
๕๓. เกนาติ เหตุมฺหิ, สหโยเค จ กรณวจนนฺติ อาห ‘‘เกน การเณน เกน ปุคฺคเลน สทฺธิ’’นฺติ. เอโกปิ หิ วิภตฺตินิทฺเทโส อเนกตฺถวิภาวโน โหติ, ตถา ตทฺธิตตฺถปทสมาหาเรติ.
สํสนฺทนนฺติ อาลาปสลฺลาปวเสน กถาสํสนฺทนํ. ญาณพฺยตฺตภาวนฺติ พฺยตฺตญาณภาวํ, โส ปน ปรสฺส วจเน อุตฺตรทานวเสน, ปเรน วา วุตฺตอุตฺตเร ปจฺจุตฺตรทานวเสน สิยาติ อาห ‘‘อุตฺตรปจฺจุตฺตรนเยนา’’ติ. โย หิ ปรสฺส วจนํ ติปุกฺขเลน นเยน รูเปติ, ตถา ปรสฺส รูปนวจนํ ชาติภาวํ อาปาเทติ, ตสฺส ตาทิสํ วจนสภาวํ ญาณเวยฺยตฺติยํ วิภาเวติ ปากฏํ กโรตีติ. สุญฺญาคาเรสุ นฏฺฐาติ สุญฺญาคาเรสุ นิวาเสสุ นฏฺฐา วินฏฺฐา อภาวํ คตา. นาสฺส ปญฺญา นสฺเสยฺย เตหิ เตหิ กตปุจฺฉนปฏิปุจฺฉนนิมิตฺตํ นานาปฏิภานุปฺปตฺติยา วิสารมาปนฺนํ ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตุํ อสมตฺถตาย. โอโรเธยฺยามาติ นิรุสฺสาหํ วิย กโรนฺตา อวโรเธยฺยาม, ตํ ปรสฺส โอโรธนํ วาทชาเลน วินนฺธนํ วิย โหตีติ อาห ‘‘วินนฺเธยฺยามา’’ติ. ตทตฺถํ เตน ตุจฺฉกุมฺภินิทสฺสนํ กตํ, ตํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘ปูริตฆโฏ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
พลํ ทีเปนฺโตติ อภูตเมว อตฺตโน ญาณพลํ ปกาเสนฺโต. อสมฺภินฺนนฺติ ชาติสมฺเภทาภาเวน อสมฺภินฺนํ. อญฺญชาติสมฺเภเท สติ อสฺสตรสฺส อสฺสสฺส ชาตภาโว วิย สีหสฺสปิ สีหถามาภาโว สิยาติ อาห ‘‘อสมฺภินฺนเกสรสีห’’นฺติ. ฐานโส วาติ ตงฺขเณ เอว.
๕๔. ‘‘สุมาคธา นาม นที’’ติ เกจิ, ตํ มิจฺฉาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุมาคธา นาม โปกฺขรณี’’ติ วตฺวา ตสฺสา โปกฺขรณิภาวสฺส สุตฺตนฺตเร อาคตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺสา ตีเร’’ติอาทิ วุตฺตํ. โมรานํ นิวาโป เอตฺถาติ โมรนิวาโป. พฺยธิกรณานมฺปิ หิ ปทานํ พาหิรตฺถสมาโส โหติเยว ยถา ‘‘อุรสิโลโม’’ติ. อถ วา นิวุตฺถํ เอตฺถาติ นิวาโป, โมรานํ นิวาโป โมรนิวาโป, โมรานํ นิวาปทินฺนฏฺฐานํ. เตนาห ‘‘ยตฺถ โมราน’’นฺติอาทิ. ยสฺมา นิโคฺรโธ ตโปชิคุจฺฉวาโท, สาสเน จ ภิกฺขู อตฺตกิลมถานุโยคํ วชฺเชตฺวา ภาวนานุโยเคน ปรมสฺสาสปฺปตฺเต วิหรนฺเต ปสฺสติ, ตสฺมา ‘‘กถํ นุ โข สมโณ โคตโม กายกิลมเถน วินาว สาวเก วิเนตี’’ติ สญฺชาตสนฺเทโห ‘‘โก นาม โส’’ติอาทินา ภควนฺตํ ปุจฺฉิ. อสฺสสติ อนุสงฺกิตปริสงฺกิโต โหติ เอเตนาติ อสฺสาโส, ปีติโสมนสฺสนฺติ อาห ‘‘อสฺสาสปฺปตฺตาติ ตุฏฺฐิปฺปตฺตา โสมนสฺสปฺปตฺตา’’ติ. อธิโก เสฏฺโฐ อาสโย นิสฺสโย อชฺฌาสโยติ อาห ‘‘อุตฺตมนิสฺสยภูต’’นฺติ. อาทิภูตํ ปุราตนํ เสฏฺฐจริยํ อาทิพฺรหฺมจริยํ, โลกุตฺตรมคฺคนฺติ อตฺโถ. ตถา เหส สพฺพพุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวเกหิ เตเนว อากาเรน อธิคโต. เตนาห ‘‘ปุราณ…เป… อริยมคฺค’’นฺติ. ตถา หิ ตํ ภควา ‘‘อทฺทส ปุราณํ มคฺคํ ปุราณมญฺชส’’นฺติ อโวจ. ปูเรตฺวา ภาวนาปาริปูริวเสน. ‘‘ปูเรตฺวา’’ติ วา อิทํ ‘‘อชฺฌาสยํ อาทิพฺรหฺมจริย’’นฺติ เอตฺถ ปาฐเสโสติ วทนฺติ. ‘‘อชฺฌาสยํ อาทิพฺรหฺมจริยํ ปฏิชานนฺติ อสฺสาสปฺปตฺตา’’ติ เอวํ วา เอตฺถ โยชนา.
ตโปชิคุจฺฉาวาทวณฺณนา
๕๕. ปกตา หุตฺวา วิจฺฉินฺนา วิปฺปกตาติ อาห ‘‘อนิฏฺฐิตาว หุตฺวา ฐิตา’’ติ.
๕๖. วีริเยน ปาปชิคุจฺฉนวาโทติ ลูขปฏิปตฺติสาธเนน วีริเยน อตฺตตณฺหาวิโนทนวเสน ปาปกสฺส ชิคุจฺฉนวาโท. ชิคุจฺฉตีติ ชิคุจฺโฉ, ตพฺภาโว เชคุจฺฉํ, อธิกํ เชคุจฺฉํ อธิเชคุจฺฉํ, อติวิย ปาปชิคุจฺฉนํ, ตสฺมึ อธิเชคุจฺเฉ. กายทฬฺหีพหุลํ ตปตีติ ตโป, อตฺตกิลมถานุโยควเสน ปวตฺตํ วีริยํ, เตน กายทฬฺหีพหุลตานิมิตฺตสฺส ปาปสฺส ชิคุจฺฉนํ, วิรชฺชนมฺปิ ตโปชิคุจฺฉาติ อาห ‘‘วีริเยน ปาปชิคุจฺฉา’’ติ. ฆาสจฺฉาทนเสนาสนตณฺหาวิโนทนมุเขน อตฺตเสฺนหวิรชฺชนนฺติ อตฺโถ. อุปริ วุจฺจมาเนสุ นานากาเรสุ อเจลกาทิวเตสุ เอกชฺฌํ สมาทินฺนานํ ปริโสธนเมเวตฺถ ปาริปูรณํ, น สพฺเพสํ อนวเสสโต สมาทานํ ตสฺส อสมฺภวโตติ อาห ‘‘ปริปุณฺณาติ ปริสุทฺธา’’ติ. ปริโสธนญฺจ เนสํ สกสมยสิทฺเธน นเยน ปฏิปชฺชนเมว. วิปริยาเยน อปริสุทฺธตา เวทิตพฺพา.
๕๗. ‘‘เอกํ ปญฺหมฺปิ น กเถตี’’ติ ปฐมํ อตฺตนา ปุจฺฉิตปญฺหสฺส อกถิตตฺตา วุตฺตํ.
ตปนิสฺสิตโกติ อตฺตกิลมถานุโยคสงฺขาตํ ตปํ นิสฺสาย สมาทาย วตฺตนโก. สีหนาเทติ สีหนาทสุตฺตวณฺณนายํ. ยสฺมา ตตฺถ วิตฺถาริตนเยน เวทิตพฺพานิ, ตสฺมา ตสฺสา อตฺถปฺปกาสนาย วุตฺตนเยนปิ เวทิตพฺพานิ.
อุปกฺกิเลสวณฺณนา
๕๘. ‘‘สมฺมา อาทิยตี’’ติ วตฺวา สมฺมา อาทิยนญฺจสฺส ทฬฺหคฺคาโห เอวาติ อาห ‘‘ทฬฺหํ คณฺหาตี’’ติ. ‘‘สาสนาวจเรนาปิ ทีเปตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกจฺโจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ, เตน ธุตงฺคธรตามตฺเตน อตฺตมนตา, ปริปุณฺณสงฺกปฺปตา สมฺมาปฏิปตฺติยา อุปกฺกิเลโสติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ, น ยถาวุตฺตตปสมาทานธุตงฺคธรตานํ สติปิ อนิยฺยานิกตฺเต สทิสตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
‘‘ทุวิธสฺสาปีติ ‘อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป’ติ จ เอวํ อุปกฺกิเลสเภเทน วุตฺตสฺส ทุวิธสฺสาปิ ตปสฺสิโน’’ติ เกจิ. ยสฺมา ปน อฏฺฐกถายํ สาสนิกวเสนาปิ อตฺโถ ทีปิโต, ตสฺมา พาหิรกสฺส, สาสนิกสฺส จาติ เอวํ ทุวิธสฺสาปิ ตปสฺสิโนติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตถา เจว หิ อุปริปิ อตฺถวณฺณนํ วกฺขตีติ. เอตฺตาวตาติ ยทิทํ ‘‘โก อญฺโญ มยา สทิโส’’ติ เอวํ อติมานสฺส, อนิฏฺฐิตกิจฺจสฺเสว จ ‘‘อลเมตฺตาวตา’’ติ เอวํ อติมานสฺส จ อุปฺปาทนํ, เอตฺตาวตา.
อุกฺกํสตีติ อุกฺกฏฺฐํ กโรติ. อุกฺขิปตีติ อญฺเญสํ อุปริ ขิปติ, ปคฺคณฺหาตีติ อตฺโถ. ปรํ สํหาเรตีติ ปรํ สํหรํ นิหีนํ กโรติ. อวกฺขิปตีติ อโธ ขิปติ, อวมญฺญตีติ อตฺโถ.
มานมทกรเณนาติ มานสงฺขาตสฺส มทสฺส กรเณน อุปฺปาทเนน. มุจฺฉิโต โหตีติ มุจฺฉาปนฺโน โหติ, สา ปน มุจฺฉาปตฺติ อภิชฺฌาสีลพฺพตปรามาสกายคนฺเถหิ คธิตจิตฺตตา, ตตฺถ จ อติลคฺคภาโวติ อาห ‘‘คธิโต อชฺโฌสนฺโน’’ติ. ปมชฺชนญฺเจตฺถ ปมชฺชนเมวาติ อาห ‘‘ปมาทมาปชฺชตี’’ติ. เกวลํ ธุตงฺคสุทฺธิโก หุตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อนนุยุญฺชนฺโต ตาย เอว ธุตงฺคสุทฺธิกตาย อตฺตุกฺกํสนาทิวเสน ปวตฺเตยฺยาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สาสเน’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ธุตงฺคเมว…เป… ปจฺเจตี’’ติ.
๕๙. เตเยว ปจฺจยา. สุฏฺฐุ กตฺวา ปฏิสงฺขริตฺวา ลทฺธาติ อาทรคารวโยเคน สกฺกจฺจํ อภิสงฺขริตฺวา ทานวเสน อุปนยวเสน ลทฺธา. วณฺณภณนนฺติ คุณกิตฺตนํ. อสฺสาติ ตปสฺสิโน.
๖๐. โวทาสนฺติ พฺยาสนํ, วิภชฺชนนฺติ อตฺโถ. ตํ ปเนตฺถ วิภชฺชนํ ทฺวิธา อิจฺฉิตนฺติ อาห ‘‘เทฺวภาคํ อาปชฺชตี’’ติ. เทฺว ภาเค กโรติ รุจฺจนารุจฺจนวเสน. เคธชาโตติ สญฺชาตเคโธ. มุจฺฉนํ นาม สติวิปฺปวาเสเนว โหติ, น สติยา สตีติ อาห ‘‘สมุฏฺฐสฺสตี’’ติ. อาทีนวมตฺตมฺปีติ คธิตาทิภาเวน ปริโภเค อาทีนวมตฺตมฺปิ น ปสฺสติ. มตฺตญฺญุตาติ ปริโภเค มตฺตญฺญุตา. ปจฺจเวกฺขณปริโภคมตฺตมฺปีติ ปจฺจเวกฺขณมตฺเตน ปริโภคมฺปิ เอกวารํ ปจฺจเวกฺขิตฺวาปิ ปริภุญฺชนมฺปิ น กโรติ.
๖๑. วิจกฺกสณฺฐานาติ วิปุลตมจกฺกสณฺฐานา. สพฺพสฺส ภุญฺชนโต อโยกูฏสทิสา ทนฺตา เอว ทนฺตกูฏํ.อปสาเทตีติ ปสาเทติ. อเจลกาทิวเสนาติ อเจลกวตาทิวเสน. ลูขาชีวินฺติ สลฺเลขปฏิปตฺติยา ลูขชีวิกํ.
๖๒. ตปํ กโรตีติ ภาวนามนสิการลกฺขณํ ตปํ จรติ จรนฺโต วิย โหติ. จงฺกมํ โอตรติ ภาวนํ อนุยุญฺชนฺโต วิย. วิหารงฺคณํ สมฺมชฺชติ วตฺตปฏิปตฺตึ ปูเรนฺโต วิย.
‘‘อาทสฺสยมาโน’’ติ วา ปาโฐ.
กิญฺจิ วชฺชนฺติ กิญฺจิ กายิกํ วา วาจสิกํ วา โทสํ. ทิฏฺฐิคตนฺติ วิปรีตทสฺสนํ. อรุจฺจมานนฺติ อตฺตโน สิทฺธนฺเต ปฏิกฺขิตฺตภาเวน อรุจฺจมานํ. รุจฺจติ เมติ ‘‘กปฺปติ เม’’ติ วทติ. อนุชานิตพฺพนฺติ ตจฺฉาวิปรีตภูตภาเวน ‘‘เอวเมต’’นฺติ อนุชานิตพฺพํ. สวนมโนหาริตาย ‘‘สาธุ สุฏฺฐู’’ติ อนุโมทิตพฺพํ.
๖๓. กุชฺฌนสีลตาย โกธโน. วุตฺตลกฺขโณ อุปนาโห เอตสฺส อตฺถีติ อุปนาหี. เอวํภูโต จ ตํสมงฺคี โหตีติ ‘‘สมนฺนาคโต โหตี’’ติ วุตฺตํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ.
อยํ ปน วิเสโส – อิสฺสติ อุสูยตีติ อุสฺสุกี. สฐนํ อสนฺตคุณสมฺภาวนํ สโฐ, โส เอตสฺส อตฺถีติ สโฐ. สนฺตโทสปฏิจฺฉาทนสภาวา มายา, มายา เอตสฺส อตฺถีติ มายาวี. ครุฏฺฐานิยานมฺปิ ปณิปาตากรณลกฺขณํ ถมฺภนํ ถทฺธํ, ตเมตฺถ อตฺถีติ ถทฺโธ. คุเณหิ สมานํ, อธิกญฺจ อติกฺกมิตฺวา นิหีนํ กตฺวา มญฺญนสีลตาย อติมานี. อสนฺตคุณสมฺภาวนตฺถิกตาสงฺขาตา ปาปา ลามกา อิจฺฉา เอตสฺสาติ ปาปิจฺโฉ. มิจฺฉา วิปรีตา ทิฏฺฐิ เอตสฺสาติ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก. ‘‘อิทเมว สจฺจํ, โมฆมญฺญ’’นฺติ (ม. นิ. ๑๘๗, ๒๐๒, ๔๒๗; ๓.๒๗, ๒๙; อุทา. ๕๕; มหานิ. ๒๐; เนตฺติ. ๕๘) เอวํ อตฺตนา อตฺตาภินิวิฏฺฐตาย สตา ทิฏฺฐิ สนฺทิฏฺฐิ, ตเมว ปรามสตีติ สนฺทิฏฺฐิปรามาสี. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สยํ ทิฏฺฐิ สนฺทิฏฺฐี’’ติ วตฺถุวเสน อตฺโถ วุตฺโต. อา พาฬฺหํ วิย ธียตีติ อาธานนฺติ อาห ‘‘ทฬฺหํ สุฏฺฐุ ฐปิต’’นฺติ. ยถาคหิตํ คาหํ ปฏินิสฺสชฺชนสีโล ปฏินิสฺสคฺคี, ตปฺปฏิกฺเขเปน ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี. ปฏิเสธตฺโถ หิ อยํ ทุ-สทฺโท ยถา ‘‘ทุปฺปญฺโญ, (ม. นิ. ๑.๔๔๙) ทุสฺสีโล’’ติ (อ. นิ. ๕.๒๑๓; ๑๐.๗๕; ปารา. ๑๙๕; ธ. ป. ๓๐๘) จ.
ปริสุทฺธปปฏิกปฺปตฺตกถาวณฺณนา
๖๔. อิธ นิโคฺรธ ตปสฺสีติ ยถานุกฺกนฺตํ ปุริมปาฬึ นิคมนวเสน เอกเทเสน ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘เอวํ ภควา’’ติอาทิ. คหิตลทฺธินฺติ ‘‘อเจลกาทิภาโว เสยฺโย, เตน จ สํสารสุทฺธิ โหตี’’ติ เอวํ คหิตลทฺธึ. รกฺขิตํ ตปนฺติ ตาย ลทฺธิยา สมาทิยิตฺวา รกฺขิตํ อเจลกวตาทิตปํ. ‘‘สพฺพเมว สํกิลิฏฺฐ’’นฺติ อิมินา ยํ วกฺขติ ปริสุทฺธปาฬิวณฺณนายํ ‘‘ลูขตปสฺสิโน เจว ธุตงฺคธรสฺส จ วเสน โยชนา เวทิตพฺพา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๖๔), ตสฺส ปริกปฺปิตรูปสฺส ลูขสฺส ตปสฺสิโนติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโยติ ทสฺเสติ. ‘‘ปริสุทฺธปาฬิทสฺสนตฺถ’’นฺติ จ อิมินา ติตฺถิยานํ วเสน ปาฬิ เยเวตฺถ ลพฺภติ, น ปน ตทตฺโถติ ทสฺเสติ. วุตฺตวิปกฺขวเสนาติ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ปฏิปกฺขวเสน, ปฏิกฺเขปวเสนาติ อตฺโถ. ตสฺมึ ฐาเนติ เหตุอตฺเถ ภุมฺมนฺติ ตสฺส เหตุอตฺเถน กรณวจเนน อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ โส เตนา’’ติอาทิมาห. อุตฺตริ วายมมาโนติ ยถาสมาทินฺเนหิ ธุตธมฺเมหิ อปริตุฏฺโฐ, อปริโยสิตสงฺกปฺโป จ หุตฺวา อุปริ ภาวนานุโยควเสน สมฺมาวายามํ กโรนฺโต.
๖๙. อิโต ปรนฺติ อิโต ยถาวุตฺตนยโต ปรํ. อคฺคภาวํ วา สารภาวํ วาติ ตโปชิคุจฺฉาย อคฺคภาวํ วา สารภาวํ วา อชานนฺโต. ‘‘อยเมวสฺส อคฺคภาโว สารภาโว’’ติ มญฺญมาโน ‘‘อคฺคปฺปตฺตา, สารปฺปตฺตา จา’’ติ อาห.
ปริสุทฺธตจปฺปตฺตาทิกถาวณฺณนา
๗๐. ยมนํ สํยมนํ ยาโม, หึสาทีนํ อกรณวเสน จตุพฺพิโธ ยาโมว จาตุยาโม, โส เอว สํวโร, เตน สํวุโต คุตฺตสพฺพทฺวาโร จาตุยามสํวรสํวุโต. เตนาห ‘‘จตุพฺพิเธน สํวเรน ปิหิโต’’ติ. อติปาตนํ หึสนนฺติ อาห ‘‘ปาณํ น หนตี’’ติ. โลภจิตฺเตน ภาวิตํ สมฺภาวิตนฺติ กตฺวา ภาวิตํ นาม ปญฺจ กามคุณา. อยญฺจ เตสุ เตสํเยว สมุทาจาโร มคฺโคฏฺฐาปกํ วิยาติ อาห ‘‘เตสํ สญฺญายา’’ติ.
เอตนฺติ อภิหรณํ, หีนาย อนาวตฺตนญฺจ. เตนาห ‘‘โส อภิหรตีติ อาทิลกฺขณ’’นฺติ. อภิหรตีติ อภิพุทฺธึ เนติ. เตนาห ‘‘อุปรูปริ วฑฺเฒตี’’ติ. จกฺกวตฺตินาปิ ปพฺพชิตสฺส อภิวาทนาทิ กรียเตวาติ ปพฺพชฺชา เสฏฺฐา คุณวิเสสโยคโต, โทสวิรหิตโต จ, ยโต สา ปณฺฑิตปญฺญตฺตา วุตฺตา. คิหิภาโว ปน นิหีโน ตทุภยาภาวโตติ อาห ‘‘หีนาย คิหิภาวตฺถายา’’ติ.
๗๑. ตจปฺปตฺตาติ ตจํ ปตฺตา, ตจสทิสา โหตีติ อตฺโถ.
๗๔. ติตฺถิยานํ วเสนาติ ติตฺถิยานํ สมยวเสน. เนสนฺติ ติตฺถิยานํ. ตนฺติ ทิพฺพจกฺขุํ. สีลสมฺปทาติ สพฺพาการสมฺปนฺนํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. ตจสารสมฺปตฺติโตติ ตจตโปชิคุจฺฉายาสารสมฺปตฺติโต. วิเสสภาวนฺติ วิเสสสภาวํ.
อเจลกปาฬิมตฺตมฺปีติ อเจลกปาฬิอาคตตฺถมตฺตมฺปิ นตฺถิ, ตสฺมา มยํ อนสฺสาม วินฏฺฐาติ อตฺโถ. อ-กาโร วา นิปาตมตฺตํ, นสฺสามาติ วินสฺสาม. กุโต ปริสุทฺธปาฬีติ กุโต เอว อเมฺหสุ ปริสุทฺธปาฬิอาคตปฏิปตฺติ. เอส นโย เสเสสุปิ. สุติวเสนาปีติ โสตปถาคมนมตฺเตนาปิ น ชานาม.
นิโคฺรธสฺสปชฺฌายนวณฺณนา
๗๕. อสฺสาติ สนฺธานสฺส คหปติสฺส. กกฺขฬนฺติ ผรุสํ. ทุราสทวจนนฺติ อวตฺตพฺพวจนํ. ยสฺมา ผรุสวจนํ ยํ อุทฺทิสฺส ปยุตฺตํ, ตสฺมึ ขมาปิเต ขมาปกสฺส ปฏิปากติกํ โหติ, ตสฺมา ‘‘อยํ มยี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๗๖. โพธตฺถาย ธมฺมํ เทเสติ, น อตฺตโน พุทฺธภาวโฆสนตฺถาย. วาทตฺถายาติ ปรวาทภญฺชนวาทตฺถาย. ราคาทิสมนตฺถาย ธมฺมํ เทเสติ, น อนฺเตวาสิกมฺยตาย. โอฆนิตฺถรณตฺถายาติ จตุโรฆนิตฺถรณตฺถาย ธมฺมํ เทเสติ สพฺพโส โอรปาราติณฺณมาวหตฺตา เทสนาย. สพฺพกิเลสปรินิพฺพานตฺถาย ธมฺมํ เทเสติ กิเลสานํ เลเสนปิ เทสนาย อปรามฏฺฐภาวโต.
พฺรหฺมจริยปริโยสานาทิวณฺณนา
๗๗. อิทํ สพฺพมฺปีติ สตฺตวสฺสโต ปฏฺฐาย ยาว ‘‘สตฺตาห’’นฺติ ปทํ, อิทํ สพฺพมฺปิ วจนํ. อสโฐ ปน อมายาวี อุชุชาติโก ติกฺขปญฺโญ อุคฺฆฏิตญฺญูติ อธิปฺปาโย. โส หิ ตํมุหุตฺเตเนว อรหตฺตํ ปตฺตุํ สกฺขิสฺสตีติ. วงฺกวงฺโกติ กายวงฺกาทีหิปิ วงฺเกหิ วงฺโก ชิโมฺห กุฏิโล. ‘‘สฐํ ปนาหํ อนุสาสิตุํ น สกฺโกมี’’ติ น อิทํ ภควา กิลาสุภาเวเนว วทติ, อถ โข ตสฺส อภาชนภาเวเนว.
๗๘. ปกติยา อาจริโยติ โย เอว ตุมฺหากํ อิโต ปุพฺเพ ปกติยา อาจริโย อโหสิ, โส เอว อิทานิปิ ปุพฺพาจิณฺณวเสน อาจริโย โหตุ, น มยํ ตุเมฺห อนฺเตวาสิเก กาตุกามาติ อธิปฺปาโย. น มยํ ตุมฺหากํ อุทฺเทเสน อตฺถิกา, ธมฺมตนฺติ เมว ปน ตุเมฺห ญาเปตุกามมฺหาติ อธิปฺปาโย. อาชีวโตติ ชีวิกาย วุตฺติโต. อกุสลาติ โกฏฺฐาสํ ปตฺตาติ อกุสลาติ ตํ ตํ โกฏฺฐาสตํเยว อุปคตา. กิเลสทรถสมฺปยุตฺตาติ กิเลสทรถสหิตา ตํสมฺพนฺธนโต. ชาติชรามรณานํ หิตาติ ชาติชรามรณิยา. สํกิเลโส เอตฺถ อตฺถิ, สํกิเลเส วา นิยุตฺตาติ สํกิเลสิกา. โวทานํ วุจฺจติ วิสุทฺธิ, ตสฺส ปจฺจยภูตตฺตา โวทานิยา. ตถาภูตา เจเต โวทาเปนฺตีติ อาห ‘‘สตฺเต โวทาเปนฺตี’’ติ. สิขาปฺปตฺตา ปญฺญาย ปาริปูริเวปุลฺลตา มคฺคผลวเสเนว อิจฺฉิตพฺพาติ อาห ‘‘มคฺคปญฺญา…เป… เวปุลฺลต’’นฺติ. อุโภปิ วา เอตานิ ปาริปูริเวปุลฺลานิ. ยา หิ ตสฺส ปาริปูรี, สา เอว เวปุลฺลตาติ. ตโตติ สํกิเลสธมฺมปฺปหานโวทานธมฺมาภิพุทฺธิเหตุ.
๗๙. ‘‘ยถา มาเรนา’’ติ นยิทํ นิทสฺสนวเสน วุตฺตํ, อถ โข ตถาภาวกถนเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘มาโร กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อถาติ มาเรน เตสํ ปริยุฏฺฐานปฺปตฺติโต ปจฺฉา อญฺญาสีติ โยชนา. กสฺมา ปน ภควา ปเคว น อญฺญาสีติ? อนาวชฺชิตตฺตา. มารํ ปฏิพาหิตฺวาติ มาเรน เตสุ กตํ ปริยุฏฺฐานํ วิธเมตฺวา, น เตสํ สติ ปโยชเน พุทฺธานํ ทุกฺกรํ. โสติ มคฺคผลุปฺปตฺติเหตุ. เตสํ ปริพฺพาชกานํ.
ผุฏฺฐาติ ปริยุฏฺฐานวเสน ผุฏฺฐา. ยตฺราติ นิทฺธารเณ ภุมฺมนฺติ อาห ‘‘เยสู’’ติ. อญฺญาณตฺถนฺติ อาชานนตฺถํ, อุปสคฺคมตฺตญฺเจตฺถ อา-กาโรติ อาห ‘‘ชานนตฺถ’’นฺติ, วีมํสนตฺถนฺติ อตฺโถ. จิตฺตํ นุปฺปนฺนนฺติ ‘‘ชานาม ตาวสฺส ธมฺม’’นฺติ อาชานนตฺถํ ‘‘พฺรหฺมจริยํ จริสฺสามา’’ติ เอกสฺมึ ทิวเส เอกวารมฺปิ เตสํ จิตฺตํ นุปฺปนฺนํ. สตฺตาโห ปน วุจฺจมาโน เอเตสํ กึ กริสฺสตีติ โยชนา. สตฺตาหํ ปูเรตุนฺติ สตฺตาหํ พฺรหฺมจริยํ ปูเรตุํ, พฺรหฺมจริยวเสน วา สตฺตาหํ ปูเรตุนฺติ อตฺโถ. ปรวาทภินฺทนนฺติ ปรวาทมทฺทนํ. สกวาทสมุสฺสาปนนฺติ สกวาทปคฺคณฺหนํ. วาสนายาติ สจฺจสมฺปฏิเวธวาสนาย. เนสนฺติ จ ปกรณวเสน วุตฺตํ. ตทญฺเญสมฺปิ หิ ภควโต สมฺมุขา, ปรมฺปราย จ เทวมนุสฺสานํ สุณนฺตานํ วาสนาย ปจฺจโย เอวาติ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต น วิภตฺตํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
อุทุมฺพริกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.
๓. จกฺกวตฺติสุตฺตวณฺณนา
อตฺตทีปสรณตาวณฺณนา
๘๐. อุตฺตานํ วุจฺจติ ปากฏํ, ตปฺปฏิกฺเขเปน อนุตฺตานํ อปากฏํ, ปฏิจฺฉนฺนํ, อปจุรํ, ทุวิญฺเญยฺยญฺจ. อนุตฺตานานํ ปทานํ วณฺณนา อนุตฺตานปทวณฺณนา. อุตฺตานปทวณฺณนาย ปโยชนาภาวโต อนุตฺตานคฺคหณํ. ‘‘มาตุลา’’ติ อิตฺถิลิงฺควเสน ลทฺธนาโม เอโก รุกฺโข, ตสฺสา อาสนฺนปฺปเทเส มาปิตตฺตา นครมฺปิ ‘‘มาตุลา’’ เตฺวว ปญฺญายิตฺถ. เตน วุตฺตํ ‘‘มาตุลายนฺติ เอวํ นามเก นคเร’’ติ. อวิทูเรติ ตสฺส นครสฺส อวิทูเร.
กามญฺเจตฺถ สุตฺเต ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, ราชา ทฬฺหเนมิ นาม อโหสี’’ติอาทินา อตีตวํสทีปิกา กถา อาทิโต ปฏฺฐาย อาคตา, ‘‘อฑฺฒเตยฺยวสฺสสตายุกานํ มนุสฺสานํ วสฺสสตายุกา ปุตฺตา ภวิสฺสนฺตี’’ติอาทินา ปน สวิเสสํ อนาคตตฺถปฏิสํยุตฺตา กถา อาคตาติ วุตฺตํ ‘‘อนาคตวํสทีปิกาย สุตฺตนฺตกถายา’’ติ. อนาคตตฺถทีปนญฺหิ อจฺฉริยํ, ตตฺถาปิ อนาคตสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฏิปตฺติกิตฺตนํ อจฺฉริยตมํ. สมาคเมนาติ สนฺนิปาเตน.
‘‘ภตฺตคฺคํ อมนาป’’นฺติอาทิ เกวลํ เตสํ ปริวิตกฺกมตฺตํ. อมนาปนฺติ อมนุญฺญํ. พุทฺเธสุ กโต อปฺปโกปิ อปราโธ อปฺปโก กาโร วิย ครุตรวิปาโกติ อาห ‘‘พุทฺเธหิ สทฺธึ…เป… สทิสํ โหตี’’ติ. ตตฺราติ ตสฺมึ มาตุลนครสฺส สมีเป, ตสฺสํ วา ปริสายํ.
อตฺตทีปาติ เอตฺถ กามํ โย ปโร น โหติ, โส อตฺตาติ สสนฺตาโน ‘‘อตฺตา’’ติ วุจฺจติ, หิตสุเขสิภาเวน ปน อตฺตนิพฺพิเสสตฺตา ธมฺโม อิธ ‘‘อตฺตา’’ติ อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘อตฺตา นาม โลกิยโลกุตฺตโร ธมฺโม’’ติ. ทฺวิธา อาโป คโต เอตฺถาติ ทีโป, โอเฆน อนชฺโฌตฺถโต ภูมิภาโค. อิธ ปน กาโมฆาทีหิ อนชฺโฌตฺถรณียตฺตา ทีโป วิยาติ ทีโป, อตฺตา ทีโป ปติฏฺฐา เอเตสนฺติ อตฺตทีปา. เตนาห ‘‘อตฺตานํ ทีป’’นฺติอาทิ. ทีปภาโว เจตฺถ ปฏิสรณตาติ อาห ‘‘อิทํ ตสฺเสว เววจน’’นฺติ. อญฺญสรณปฏิกฺเขปวจนนฺติ อญฺญสรณภาวปฏิกฺเขปวจนํ. อิทญฺหิ น อญฺญํ สรณํ กตฺวา วิหรณสฺเสว ปฏิกฺเขปวจนํ, อถ โข อญฺญสฺส สรณสภาวสฺเสว ปฏิกฺเขปวจนํ ตปฺปฏิกฺเขเป จ เตน อิตรสฺสาปิ ปฏิกฺเขปสิทฺธิโต. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. อิทานิ ตเมวตฺถํ สุตฺตนฺตเรน สาเธตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิ. ยทิ เอตฺถ ปากติโก อตฺตา อิจฺฉิโต, กถํ ตสฺส ทีปสรณภาโว, ตสฺมา อธิปฺปายิโก เอตฺถ อตฺตา ภเวยฺยาติ ปุจฺฉติ ‘‘โก ปเนตฺถ อตฺตา นามา’’ติ. อิตโร ยถาธิปฺเปตํ อตฺตานํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โลกิยโลกุตฺตโร ธมฺโม’’ติ. ทุติยวาโรปิ ปฐมวารสฺเสว ปริยายภาเวน เทสิโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘เตนาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
โคจเรติ ภิกฺขูนํ โคจรฏฺฐานภูเต. เตนาห ‘‘จริตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน’’ติ. สเกติ กถํ ปนายํ ภิกฺขูนํ สโกติ อาห ‘‘เปตฺติเก วิสเย’’ติ. ปิติโต สมฺมาสมฺพุทฺธโต อาคตตฺตา ‘‘อยํ ตุมฺหากํ โคจโร’’ติ เตน อุทฺทิฏฺฐตฺตา เปตฺติเก วิสเยติ. จรนฺตนฺติ สามิอตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘อยเมวตฺโถ’’ติ, จรนฺตานนฺติ จ อตฺโถ, เตนายํ วิภตฺติวิปลฺลาเสนปิ วจนวิปลฺลาเสนปีติ ทสฺเสติ. กิเลสมารสฺส โอตาราลาเภเนว อิตรมารานมฺปิ โอตาราลาโภ เวทิตพฺโพ. อยํ ปนตฺโถติ โคจเร จรณํ สนฺธายาห, วตฺถุ ปน พฺยติเรกมุเขน อาคตํ.
สกุเณ หนฺตีติ สกุณคฺฆิ, มหาเสนสกุโณ. อชฺฌปฺปตฺตาติ อภิภวนวเสน ปตฺตา อุปคตา. น มฺยายนฺติ เม อยํ สกุณคฺฆิ นาลํ อภวิสฺส. นงฺคลกฏฺฐกรณนฺติ นงฺคเลน กสิตปฺปเทโส. เลฑฺฑุฏฺฐานนฺติ เลฑฺฑูนํ อุฏฺฐปิตฏฺฐานํ. สเก พเลติ อตฺตโน พลเหตุ. อปตฺถทฺธาติ อวคาฬฺหตฺถมฺภา สญฺชาตตฺถมฺภา. อสฺสรมานาติ อวฺหายนฺตี.
มหนฺตํ เลฑฺฑุนฺติ นงฺคเลน ภินฺนฏฺฐาเน สุกฺขตาย ติขิณสิงฺคอโยฆนสทิสํ มหนฺตํ เลฑฺฑุํ. อภิรุหิตฺวาติ ตสฺส อโธภาเคน อตฺตนา ปวิสิตฺวา นิลีนโยคฺคปฺปเทสํ สลฺลกฺเขตฺวา ตสฺสุปริ จงฺกมนฺโต อสฺสรมาโน อฏฺฐาสิ. ‘‘เอหิ โข’’ติอาทิ ตสฺส อสฺสรมานาการทสฺสนํ. สนฺนยฺหาติ วาตคฺคหณวเสน อุโภ ปกฺเข สมํ ฐเปตฺวา. ปจฺจุปาทีติ ปาวิสิ. ตตฺเถวาติ ยตฺถ ปุพฺเพ ลาโป ฐิโต, ตตฺเถว เลฑฺฑุมฺหิ. อุรนฺติ อตฺตโน อุรปฺปเทสํ. ปจฺจตาเฬสีติ ปติ อตาเฬสิ สารมฺภวเสน เวเคน คนฺตฺวา ปหรณโต วิธาเรนฺตี ปตาเฬสิ. อารมฺมณนฺติ ปจฺจยํ. ‘‘อวสร’’นฺติ เกจิ.
‘‘กุสลาน’’นฺติ เอวํ ปวตฺตาย เทสนาย โก อนุสนฺธิ? ยถาอนุสนฺธิ เอว. อาทิโต หิ ‘‘อตฺตทีปา, ภิกฺขเว, วิหรถา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๘๐) เยว อตฺตธมฺมปริยาเยน โลกิยโลกุตฺตรธมฺมา คหิตา, เต เยเวตฺถ กุสลคฺคหเณน คหิตาติ. อนวชฺชลกฺขณานนฺติ อวชฺชปฏิปกฺขสภาวานํ. ‘‘อวชฺชรหิตสภาวาน’’นฺติ เกจิ. ตตฺถ ปุริเม อตฺถวิกปฺเป วิปากธมฺมธมฺมา เอว คหิตา, ทุติเย ปน วิปากธมฺมาปิ. ยทิ เอวํ, กถํ เตสํ สมาทาย วตฺตนนฺติ? น โข ปเนตํ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ‘‘วิปากธมฺมา สีลาทิ วิย สมาทาย วตฺติตพฺพา’’ติ. สมาทานนฺติ ปน อตฺตโน สนฺตาเน สมฺมา อาทานํ ปจฺจยวเสน ปวตฺติ เยวาติ ทฏฺฐพฺพํ. วิปากธมฺมา หิ ปจฺจยวิเสเสหิ สตฺตสนฺตาเน สมฺมเทว อาหิตา อายุอาทิสมฺปตฺติวิเสสภูตา อุปรูปริกุสลวิเสสุปฺปตฺติยา อุปนิสฺสยา โหนฺตีติ วทนฺติ. ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ เอตฺถ ปุญฺญนฺติ อุตฺตรปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ปุญฺญผลํ วฑฺฒตี’’ติ. ปุญฺญผลนฺติ จ เอกเทสสรูเปกเสเสน วุตฺตํ ‘‘ปุญฺญญฺจ ปุญฺญผลญฺจ ปุญฺญผล’’นฺติ อาห ‘‘อุปรูปริ ปุญฺญมฺปิ ปุญฺญวิปาโกปิ เวทิตพฺโพ’’ติ.
‘‘มาตาปิตูน’’นฺติอาทิ นิทสฺสนมตฺตํ, ตสฺมา อญฺญมฺปิ เอวรูปํ เหตูปนิสฺสยํ กุสลํ ทฏฺฐพฺพํ. สิเนหวเสนาติ อุปนิสฺสยภูตสฺส สิเนหสฺส วเสน, น สมฺปยุตฺตสฺส. น หิ สิเนหสมฺปยุตฺตํ นาม กุสลํ อตฺถิ. มุทุมทฺทวจิตฺตนฺติ เมตฺตาวเสน อติวิย มทฺทวนฺตํ จิตฺตํ. ยถา มตฺถกปฺปตฺตํ วฏฺฏคามิกุสลํ ทสฺเสตุํ ‘‘มาตาปิตูนํ …เป… มุทุมทฺทวจิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ มตฺถกปฺปตฺตเมว วิวฏฺฏคามิกุสลํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตฺตาโร สติ…เป… โพธิปกฺขิยธมฺมา’’ติ วุตฺตํ. ตทญฺเญปิ ปน ทานสีลาทิธมฺมา วฏฺฏสฺส อุปนิสฺสยภูตา วฏฺฏคามิกุสลํ วิวฏฺฏสฺส อุปนิสฺสยภูตา วิวฏฺฏคามิกุสลนฺติ เวทิตพฺพา. ปริโยสานนฺติ ผลวิเสสาวหตาย ผลทาย โกฏิ สิขาปฺปตฺติ, เทวโลเก จ ปวตฺติสิริวิภโวติ ปริโยสานํ ‘‘มนุสฺสโลเก’’ติ วิเสสิตํ, มนุสฺสโลกวเสเนว จายํ เทสนา อาคตาติ. มคฺคผลนิพฺพานสมฺปตฺติ ปริโยสานนฺติ โยชนา. วิวฏฺฏคามิกุสลสฺส วิปากํ สุตฺตปริโยสาเน ทสฺสิสฺสติ ‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, สงฺโข นาม ราชา’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๑๐๘).
ทฬฺหเนมิจกฺกวตฺติราชกถาวณฺณนา
๘๑. อิธาติ อิมสฺมึ ‘‘กุสลานํ, ภิกฺขเว, ธมฺมาน’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๓.๑๑๐) สุตฺตเทสนาย อารทฺธฏฺฐาเน วฏฺฏวิวฏฺฏคามิภาเวน สาธารเณ กุสลคฺคหเณ. ตตฺถ วฏฺฏคามิกุสลานุสนฺธิวเสน ‘‘ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว’’ติ เทสนํ อารภิ, อารภนฺโต จ เทสิยมานมตฺตํ. ธมฺมปฏิคฺคาหกานํ ภิกฺขูนํ สงฺเขปโต เอวํ ทีเปตฺวา อารภีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ภิกฺขเว’’ติอาทิ วุตฺตํ, ปฐมํ ตถา อทีเปนฺโตปิ ภควา อตฺถโต ทีเปติ วิยาติ อธิปฺปาโย.
๘๒. อีสกมฺปีติ อปฺปมตฺตกมฺปิ. อวสกฺกิตนฺติ โอคตภฏฺฐํ. เนมิอภิมุขนฺติ เนมิปฺปเทสสฺส สมฺมุขา. พนฺธึสุ จกฺกรตนสฺส โอสกฺกิตาโนสกฺกิตภาวํ ชานิตุํ. ตเทตนฺติ ยถาวุตฺตฏฺฐานา จวนํ. อติพลวโทเสติ รญฺโญ พลวติ อนตฺเถ อุปฏฺฐิเต สติ.
อปฺปมตฺโตติ รญฺโญ อาณาย ปมาทํ อกโรนฺโต.
เอกสมุทฺทปริยนฺตเมวาติ ชมฺพุทีปเมว สนฺธาย วทติ. โส อุตฺตรโต อสฺสกณฺณปพฺพเตน ปริจฺฉินฺนํ หุตฺวา อตฺตานํ ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตเอกสมุทฺทปริยนฺโต. ปุญฺญิทฺธิวเสนาติ จกฺกวตฺติภาวาวหาย ปุญฺญิทฺธิยา วเสน.
๘๓. เอวํ กตฺวาติ กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา. สุกตํ กมฺมนฺติ ทสกุสลกมฺมปถเมว วทติ.
‘‘ทสวิธํ, ทฺวาทสวิธ’’นฺติ จ วุตฺตวิภาโค ปรโต อาคมิสฺสติ. ปูเรนฺเตเนวาติ ปูเรตฺวา ฐิเตเนว. นิทฺโทเสติ จกฺกวตฺติวตฺตสฺส ปฏิปกฺขภูตานํ โทสานํ อปคมเน นิทฺโทเส. จกฺกวตฺตีนํ วตฺเตติ จกฺกวตฺติราชูหิ วตฺติตพฺพวตฺเต. ภาวินิ ภูเต วิย หิ อุปจาโร ยถา ‘‘อคมา ราชคหํ พุทฺโธ’’ติ (สุ. นิ. ๔๑๐). อธิคตจกฺกวตฺติภาวาปิ หิ เต ตตฺถ วตฺตนฺเตวาติ ตถา วุตฺตํ.
จกฺกวตฺติอริยวตฺตวณฺณนา
๘๔. อญฺญถา วตฺติตุํ อเทนฺโต โส ธมฺโม อธิฏฺฐานํ เอตสฺสาติ ตทธิฏฺฐานํ, เตน ตทธิฏฺฐาเนน เจตสา. สกฺกโรนฺโตติ อาทรกิริยาวเสน กโรนฺโต. เตนาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. ครุํ กโรนฺโตติ ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุกรณวเสน ครุํ กโรนฺโต. เตเนวาห ‘‘ตสฺมึ คารวุปฺปตฺติยา’’ติ. มาเนนฺโตติ สมฺภาวนาวเสน มเนน ปิยายนฺโต. เตนาห ‘‘ตเมวา’’ติอาทิ. เอวํ ปูชยโต อปจายโต เอวญฺจ ยถาวุตฺตสกฺการาทิสมฺภโวติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ อปทิสิตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ธมฺมาธิปติภูโต อาคตภาเวนา’’ติ อิมินา ยถาวุตฺตธมฺมสฺส เชฏฺฐกภาเวน ปุริมปุริมตรอตฺตภาเวสุ สกฺกจฺจ สมุปจิตภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘ธมฺมวเสเนว สพฺพกิริยานํ กรเณนา’’ติ เอเตน ฐานนิสชฺชาทีสุ ยถาวุตฺตธมฺมนินฺนโปณปพฺภารภาวํ ทสฺเสติ. อสฺสาติ รกฺขาวรณคุตฺติยา. ปรํ รกฺขนฺโต อญฺญํ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอนตฺถโต รกฺขนฺโต เตเนว ปรตฺถสาธเนน ขนฺติอาทิคุเณน อตฺตานํ ตโต เอว รกฺขติ. เมตฺตจิตฺตตาติ เมตฺตจิตฺตตาย. นิวาสนปารุปนเคหาทีนํ สีตุณฺหาทิปฏิพาหเนน อาวรณํ. อนฺโต ชนสฺมินฺติ อพฺภนฺตรภูเต ปุตฺตทาราทิชเน.
‘‘สีลสํวเร ปติฏฺฐาเปหี’’ติ อิมินา รกฺขํ ทสฺเสติ, ‘‘วตฺถคนฺธมาลาทีนิ เทหี’’ติ อิมินา อาวรณํ, อิตเรน คุตฺตึ. ภตฺตเวตนสมฺปทาเนนปีติ ปิ-สทฺเทน สีลสํวเร ปติฏฺฐาปนาทีนิ สมฺปิณฺเฑติ. เอเสว นโย อิโต ปเรสุปิ ปิ-สทฺทคฺคหเณสุ. นิคโม นิวาโส เอเตสนฺติ เนคมา, เอวํ ชานปทาติ อาห ‘‘นิคมวาสิโน’’ติอาทิ.
นววิธา มานมทาติ ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๔.๑๐๘; ธ. ส. ๑๑๒๑; วิภ. ๘๖๖; มหานิ. ๒๑, ๑๗๘) นยปฺปวตฺติยา นววิธา มานสงฺขาตา มทา. มาโน เอว เหตฺถ ปมชฺชนากาเรน ปวตฺติยา มานมโท. โสภเน กายิกวาจสิกกมฺเม รโตติ สูรโต อุ-การสฺส ทีฆํ กตฺวา, ตสฺส ภาโว โสรจฺจํ, กายิกวาจสิโก อวีติกฺกโม, สพฺพํ วา กายวจีสุจริตํ. สุฏฺฐุ โอรโตติ โสรโต, ตสฺส ภาโว โสรจฺจํ, ยถาวุตฺตเมว สุจริตํ. ราคาทีนนฺติ ราคโทสโมหมานาทีนํ. ทมนาทีหีติ ทมนสมนปรินิพฺพาปเนหิ. เอกมตฺตานนฺติ เอกํ จิตฺตํ, เอกจฺจํ อตฺตโน จิตฺตนฺติ อตฺโถ. ราคาทีนญฺหิ ปุพฺพภาคิยํ ทมนาทิปจฺเจกํ อิจฺฉิตพฺพํ, น มคฺคกฺขเณ วิย เอกชฺฌํ ปฏิสงฺขานมุเขน ปชหนโต. เอกมตฺตานนฺติ วา วิเวกวเสน เอกํ เอกากินํ อตฺตานํ. กาเล กาเลติ เตสํ สนฺติกํ อุปสงฺกมิตพฺเพ กาเล กาเล.
อิธ ฐตฺวาติ ‘‘อิทํ โข, ตาต, ต’’นฺติ เอวํ นิคมนวเสน วุตฺตฏฺฐาเน ฐตฺวา. วตฺตนฺติ อริยจกฺกวตฺติวตฺตํ. สมาเนตพฺพนฺติ ‘‘ทสวิธํ, ทฺวาทสวิธ’’นฺติ จ เหฏฺฐา วุตฺตคณนาย จ สมานํ กาตพฺพํ อนูนํ อนธิกํ กตฺวา ทสฺเสตพฺพํ. อธมฺมราคสฺสาติ อยุตฺตฏฺฐาเน ราคสฺส. วิสมโลภสฺสาติ ยุตฺตฏฺฐาเนปิ อติวิย พลวภาเวน ปวตฺตโลภสฺส.
จกฺกรตนปาตุภาววณฺณนา
๘๕. วตฺตมานสฺสาติ ปริปุณฺเณ จกฺกวตฺติวตฺเต วตฺตมานสฺส, โน อปริปุณฺเณติ อาห ‘‘ปูเรตฺวา วตฺตมานสฺสา’’ติ. กิตฺตาวตา ปนสฺส ปาริปูรี โหตีติ? ตตฺถ ‘‘กตาธิการสฺส ตาว เหฏฺฐิมปริจฺเฉเทน ทฺวาทสหิปิ สํวจฺฉเรหิ ปูรติ, ปญฺจวีสติยา, ปญฺญาสาย วา สํวจฺฉเรหิ. อยญฺจ เภโท ธมฺมจฺฉนฺทสฺสปิ ติกฺขมชฺฌมุทุตาวเสน, อิตรสฺส ตโต ภิยฺโยปี’’ติ วทนฺติ.
ทุติยาทิจกฺกวตฺติกถาวณฺณนา
๙๐. อตฺตโน มติยาติ ปรมฺปราคตํ ปุราณํ ตนฺตึ ปเวณึ ลงฺฆิตฺวา อตฺตโน อิจฺฉิตากาเรน. เตนาห ‘‘โปราณก’’นฺติอาทิ.
น ปพฺพนฺตีติ สมิทฺธิยา น ปูเรนฺติ, ผีตา น โหนฺตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘น วฑฺฒนฺตี’’ติ. ตถา จาห ‘‘กตฺถจิ สุญฺญา โหนฺตี’’ติ. ตตฺถ ตตฺถ ราชกิจฺเจ รญฺญา อมา สห วตฺตนฺตีติ อมจฺจา, เยหิ วินา ราชกิจฺจํ นปฺปวตฺตติ. ปรมฺปราคตา หุตฺวา รญฺโญ ปริสาย ภวาติ ปาริสชฺชา. เตนาห ‘‘ปริสาวจรา’’ติ. ตสฺมึ ฐานนฺตเร ฐปิตา หุตฺวา รญฺโญ อายํ, วยญฺจ ยาถาวโต คเณนฺตีติ คณกา. ชาติกุลสุตาจาราทิวเสน ปุถุตฺตํ คตตฺตา มหตี มตฺตา เอเตสนฺติ มหามตฺตา, เต ปน มหานุภาวา อมจฺจา เอวาติ อาห ‘‘มหาอมจฺจา’’ติ. เย รญฺโญ หตฺถานีกาทีสุ อวฏฺฐิตา, เต อนีกฏฺฐาติ อาห ‘‘หตฺถิอาจริยาทโย’’ติ. มนฺตํ ปญฺญํ อสิตา หุตฺวา ชีวนฺตีติ มนฺตสฺสาชีวิโน, มติสชีวาติ อตฺโถ, เย ตตฺถ ตตฺถ ราชกิจฺเจ อุปเทสทายิโน. เตนาห ‘‘มนฺตา วุจฺจติ ปญฺญา’’ติอาทิ.
อายุวณฺณาทิปริหานิกถาวณฺณนา
๙๑. พลวโลภตฺตาติ ‘‘อิมสฺมึ โลเก อิทานิ ทลิทฺทมนุสฺสา นาม พหู, เตสํ สพฺเพสํ ธเน อนุปฺปทิยมาเน มยฺหํ โกสสฺส ปริกฺขโย โหตี’’ติ เอวํ อุปฺปนฺนพลวโลภตฺตา. อุปรูปริภูมีสูติ ฉกามสคฺคสงฺขาตาสุ อุปรูปริกามภูมีสุ. กมฺมสฺส ผลํ อคฺคํ นาม, ตํ ปเนตฺถ อุทฺธคามีติ อาห ‘‘อุทฺธํ อคฺคํ อสฺสา’’ติ. สคฺเค นิยุตฺตา, สคฺคปฺปโยชนาติ วา โสวคฺคิกา. ทสนฺนํ วิเสสานนฺติ ทิพฺพอายุวณฺณยสสุขอาธิปเตยฺยานญฺเจว ทิพฺพรูปาทีนญฺจ ผลวิเสสานํ. วณฺณคฺคหเณน เจตฺถ สโก อตฺตภาววณฺโณ คหิโต, รูปคฺคหเณน พหิทฺธา รูปารมฺมณํ.
๙๒. สุฏฺฐุ นิสิทฺธนฺติ ยถายํ อิมินา อตฺตภาเวน อทินฺนํ อาทาตุํ น สกฺโกติ, เอวํ สมฺมเทว ตโต นิเสธิตํ กตฺวา. มูลหตนฺติ ชีวิตา โวโรปเนน มูเล เอว หตํ.
๙๖. ราควเสน จรณํ จริตฺตํ, จริตฺตเมว จาริตฺตํ, เมถุนนฺติ อธิปฺปาโย, ตํ ปน ‘‘ปเรสํ ทาเรสู’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘มิจฺฉาจาร’’นฺติ อาห.
๑๐๐. ปจฺจนีกทิฏฺฐีติ ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิกาย (ม. นิ. ๑.๔๔๑; ๒.๙๔; วิภ. ๗๙๓) สมฺมาทิฏฺฐิยา ปฏิปกฺขภูตา ทิฏฺฐิ.
๑๐๑. มาตุจฺฉาทิกา อุปริ สยเมว วกฺขติ. อติพลวโลโภติ อติวิย พลวา พหลกิเลโส, เยน อกาเล, อเทเส จ ปวตฺตติ. มิจฺฉาธมฺโมติ มิจฺฉา วิปรีโต อวิสภาควตฺถุโก โลภธมฺโม. เตนาห ‘‘ปุริสาน’’นฺติอาทิ.
ตสฺส ภาโวติ เยน เมตฺตากรุณาปุพฺพงฺคเมน จิตฺเตน ปุคฺคโล ‘‘มตฺเตยฺโย’’ติ วุจฺจติ, โส ตสฺส ยถาวุตฺตจิตฺตุปฺปาโท, ตํสมุฏฺฐานา จ กิริยา มตฺเตยฺยตา. เตนาห ‘‘มาตริ สมฺมา ปฏิปตฺติยา เอตํ นาม’’นฺติ. ยา สมฺมา ปชฺชิตพฺเพ สมฺมา อปฺปฏิปตฺติ, โสปิ โทโส อคารวกิริยาทิภาวโต. วิปฺปฏิปตฺติยํ ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ อาห ‘‘ตสฺสา อภาโว เจว ตปฺปฏิปกฺขตา จ อมตฺเตยฺยตา’’ติ. กุเล เชฏฺฐานนฺติ อตฺตโน กุเล วุทฺธานํ มหาปิตุจูฬปิตุเชฏฺฐกภาติกาทีนํ.
ทสวสฺสายุกสมยวณฺณนา
๑๐๓. ‘‘ย’’นฺติ อิมินา สมโย อามฏฺโฐ, ภุมฺมตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘ยสฺมึ สมเย’’ติ. อลํ ปติโนติ อลํปเตยฺยา. ตสฺสา ปริยตฺตตา ภริยาภาเวนาติ อาห ‘‘ทาตุํ ยุตฺตา’’ติ. อคฺครสานีติ มธุรภาเวน, เภสชฺชภาเวน จ อคฺคภูตรสานิ.
ทิปฺปิสฺสนฺตีติ ปฏิปกฺขภาเวน สมุชฺชลิสฺสนฺติ. เตนาห ‘‘กุสลนฺติปิ น ภวิสฺสตี’’ติ. อโห ปุริโสติ มาตาทีสุปิ อีทิโส, อญฺเญสํ เกสํ กึ วิสฺสชฺเชสฺสติ, อโห เตชวปุริโสติ.
เคเห มาตุคามํ วิยาติ อตฺตโน เคเห ทาสิภริยาภูตมาตุคามํ วิย. มิสฺสีภาวนฺติ มาตาทีสุ ภริยาย วิย จาริตฺตสงฺกรํ.
พลวโกโปติ หนฺตุกามตาวเสน อุปฺปตฺติยา พลวโกโป. อาฆาเตตีติ อาหนติ, อตฺตโน กกฺขฬผรุสภาเวน จิตฺตํ วิพาธตีติ อตฺโถ. นิสฺสยทหนรโส หิ โทโส. พฺยาปาเทตีติ วินาเสติ, มโนปทูสนโต มนสฺส ปโกปนโต. ติพฺพนฺติ ติกฺขํ, สา ปนสฺส ติกฺขตา สรีเร อวหนฺเตปิ สิเนหวตฺถุํ ลงฺฆิตฺวาปิ ปวตฺติยา เวทิตพฺพาติ อาห ‘‘ปิยมานสฺสปี’’ติอาทิ.
๑๐๔. กปฺปวินาโส กปฺโป อุตฺตรปทโลเปน, อนฺตราว กปฺโป อนฺตรกปฺโป. ตณฺหาทิเภโท กปฺโป เอตสฺส อตฺถีติ กปฺโป, สตฺตโลโกติ อาห ‘‘อนฺตราว โลกวินาโส’’ติ. สฺวายํ อนฺตรกปฺโป กติวิโธ, กถญฺจสฺส สมฺภโว, กึ คติโกติ อนฺโตคธํ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘อนฺตรกปฺโป จ นามา’’ติอาทิ. โลภุสฺสทายาติ โลภาธิกาย ปชาย วตฺตมานาย.