๑๐. สงฺคีติสุตฺตวณฺณนา

๒๙๖. ทสสหสฺสจกฺกวาเฬติ พุทฺธเขตฺตภูเต ทสสหสฺสปริมาเณ จกฺกวาเฬ. ตตฺถ หิ อิมสฺมึ จกฺกวาเฬ เทวมนุสฺสาเยว กตาธิการา, อิตเรสุ เทวา วิเสสภาคิโน. เตน วุตฺตํ ‘‘ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ ญาณชาลํ ปตฺถริตฺวา’’ติ. ญาณชาลปตฺถรณนฺติ จ เตสํ เตสํ สตฺตานํ อาสยาทิวิภาวนวเสน ญาณสฺส ปวตฺตนเมว. เตนาห ‘‘โลกํ โวโลกยมาโน’’ติ, สตฺตโลกํ พฺยวโลกยมาโน อาสยานุสยจริตาธิมุตฺติอาทิเก วิเสสโต โอคาเหตฺวา ปสฺสนฺโตติ อตฺโถ. มงฺคลํ ภณาเปสฺสนฺติ ‘‘ตํ เตสํ อายตึ วิเสสาธิคมสฺส วิชฺชาฏฺฐานํ หุตฺวา ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสา’’ติ. ตีหิ ปิฏเกหิ สมฺมสิตฺวาติ ติปิฏกโต เอกกทุกาทินา สงฺคเหตพฺพสฺส สงฺคณฺหนวเสน สมฺมสิตฺวา วีมํสิตฺวา. ญาตุํ อิจฺฉิตา อตฺถา ปญฺหา, เต ปน อิมสฺมึ สุตฺเต เอกกาทิวเสน อาคตา สหสฺสํ, จุทฺทส จาติ อาห ‘‘จุทฺทสปญฺหาธิเกน ปญฺหสหสฺเสน ปฏิมณฺเฑตฺวา’’ติ. เอวมิธ สมฺปิณฺเฑตฺวา ทสฺสิเต ปเญฺห ปรโต สุตฺตปริโยสาเน ‘‘เอกกวเสน เทฺว ปญฺหา กถิตา’’ติอาทินา (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๔๙) วิภาเคน ปริคเณตฺวา สยเมว ทสฺเสสฺสติ.

อุพฺภตกนวสนฺธาคารวณฺณนา

๒๙๗. อุจฺจาธิฏฺฐานตาย ตํ สนฺธาคารํ ภูมิโต อุพฺภตํ วิยาติ ‘‘อุพฺภตก’’นฺติ นามํ ลภติ. เตนาห ‘‘อุจฺจตฺตา วา เอวํ วุตฺต’’นฺติ. สนฺธาคารสาลาติ เอกา มหาสาลา. อุยฺโยคกรณาทีสุ หิ ราชาโน ตตฺถ ฐตฺวา ‘‘เอตฺตกา ปุรโต คจฺฉนฺตุ, เอตฺตกา ปจฺฉา’’ติอาทินา ตตฺถ นิสีทิตฺวา สนฺธํ กโรนฺติ มริยาทํ พนฺธนฺติ, ตสฺมา ตํ ฐานํ ‘‘สนฺธาคาร’’นฺติ วุจฺจติ. อุยฺโยคฏฺฐานโต จ อาคนฺตฺวา ยาว เคหํ โคมยปริภณฺฑาทิวเสน ปฏิชคฺคนํ กโรนฺติ, ตาว เอกํ เทฺว ทิวเส เต ราชาโน ตตฺถ สนฺถมฺภนฺตีติปิ สนฺธาคารํ, เตสํ ราชูนํ สห อตฺถานุสาสนอคารนฺติปิ สนฺธาคารนฺติ. ยสฺมา วา เต ตตฺถ สนฺนิปติตฺวา ‘‘อิมสฺมึ กาเล กสิตุํ วฏฺฏติ, อิมสฺมึ กาเลวปิตุ’’นฺติอาทินา ฆราวาสกิจฺจํ สนฺธรนฺติ, ตสฺมา ฉิทฺทาวฉิทฺทํ ฆราวาสํ ตตฺถ สนฺธรนฺตีติปิ สนฺธาคารํ, สา เอว สาลาติ สนฺธาคารสาลา. เทวตาติ ฆรเทวตา. นิวาสวเสน อนชฺฌาวุตฺถตฺตา ‘‘เกนจิ วา มนุสฺสภูเตนา’’ติ วุตฺตํ. กมฺมกรณวเสน ปน มนุสฺสา ตตฺถ นิสชฺชาทีนิ กปฺเปสุเมว. ‘‘สยเมว ปน สตฺถุ อิธาคมนํ อมฺหากํ ปุญฺญวเสเนว, อโห มยํ ปุญฺญวนฺโต’’ติ หฏฺฐตุฏฺฐา เอวํ สมฺมา จินฺเตสุนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อเมฺหหี’’ติอาทิมาห.

๒๙๘. อฏฺฏกาติ จิตฺตกมฺมกรณตฺถํ พทฺธา มญฺจกา. มุตฺตมตฺตาติ ตาวเทว สนฺธาคาเร นวกมฺมสฺส นิฏฺฐาปิตภาวมาห, เตน‘‘อจิรการิต’’นฺติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวติ. อรญฺญํ อาราโม อารมิตพฺพฏฺฐานํ เอเตสนฺติ อรญฺญารามา. สนฺถรณํ สนฺถริ, สพฺโพ สกโล สนฺถริ เอตฺถาติ สพฺพสนฺถริ, ภาวนปุํสกนิทฺเทโสยํ. เตนาห ‘‘ยถา สพฺพํ สนฺถตํ โหติ, เอว’’นฺติ.

๒๙๙. สมนฺตปาสาทิโกติ สมนฺตโต สพฺพภาเคน ปสาทาวโห จาตุริยโส. ‘‘อสีติหตฺถํ ฐานํ คณฺหาตี’’ติ อิทํ พุทฺธานํ กายปฺปภาย ปกติยา อสีติหตฺเถ ฐาเน อภิพฺยาปนโต วุตฺตํ. อิทฺธานุภาเวน ปน อนนฺตํ อปริมาณํ ฐานํ วิชฺโชตเตว. นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชฏฺฐปภสฺสรวเสน ฉพฺพณฺณา. สพฺเพ ทิสาภาคาติ สรีรปฺปภาย พาหุลฺลโต วุตฺตํ.

อพฺภมหิกาทีหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ สุญฺญํ น โสภติ, ตารกาจิตํ ปน อนฺตลิกฺขํ ตาสํ ปภาหิ สมนฺตโต วิชฺโชตมานํ วิโรจตีติ อาห ‘‘สมุคฺคตตารกํ วิย คคนตล’’นฺติ. สพฺพปาลิผุลฺโลติ มูลโต ปฏฺฐาย ยาว สาขคฺคา ผุลฺโล. ‘‘ปฏิปาฏิยาฐปิตาน’’นฺติอาทิ ปริกปฺปูปมา. ตถา หิ วิย-สทฺทคฺคหณํ กตํ. สิริยา สิรึ อภิภวมานํ วิยาติ อตฺตโน โสภาย เตสํ โสภนฺติ อตฺโถ. ‘‘ภิกฺขูปิ สพฺเพวา’’ติ อิทํ เนสํ ‘‘อปฺปิจฺฉา’’ติอาทินา วุตฺตคุเณสุ โลกิยคุณานํ วเสน โยเชตพฺพํ. น หิ เต สพฺเพว ทสกถาวตฺถุลาภิโน. เตน วุตฺตํ ‘‘สุตฺตนฺตํ อาวชฺเชตฺวา…เป… อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺตี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๙๖). ตสฺมา เย ตตฺถ อริยา, เต สพฺเพสมฺปิ ปทานํ วเสน โพธิตา โหนฺติ. เย ปน ปุถุชฺชนา, เต โลกิยคุณทีปเกหิ ปเทหีติ น ตถา เหฏฺฐา ‘‘อสีติมหาเถรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปุพฺเพ อรหตฺตภาคิโน คหิตา.

รูปกายสฺส อสีติอนุพฺยญฺชน-ปฏิมณฺฑิต-ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณกายปฺปภาพฺยามปฺปภาเกตุมาลาวิจิตฺตตาว (ที. นิ. ๒.๓๓; ๓.๒๐๐; ม. นิ. ๒.๓๘๕) พุทฺธเวโส. ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย วิสฺสชฺเชนฺตสฺส ภควโต กายสฺส อาโลกิตวิโลกิตาทีสุ ปรมุกฺกํสคโต พุทฺธาเวณิโก อจฺจนฺตุปสโม พุทฺธวิลาโส. อสฺสนฺติ ตสฺสํ.

สนฺธาคารานุโมทนปฏิสํยุตฺตาติ ‘‘สีตํ อุณฺหํ ปฏิหนฺตี’’ติอาทินา (จูฬว. ๒๙๕, ๓๑๕) นเยน สนฺธาคารคุณูปสญฺหิตา สนฺธาคารกรณปุญฺญานิสํสภาวินี. ปกิณฺณกกถาติ สงฺคีติอนารุฬฺหา สุณนฺตานํ อชฺฌาสยานุรูปตาย วิวิธวิปุลเหตูปมาสมาลงฺกตา นานานยวิจิตฺตา วิตฺถารกถา. เตนาห ‘‘ตทา หี’’ติอาทิ. อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิย นิรุปกฺกิเลสตาย สุวิสุทฺเธน, วิปุโลทารตาย อปริเมยฺเยน จ อตฺเถน สุณนฺตานํ กายจิตฺตปริฬาหวูปสมนโต. ปถโวชํ อากฑฺฒนฺโต วิย อญฺเญสํ สุทุกฺกรตาย, มหาสารตาย วา อตฺถสฺส. มหาชมฺพุํ มตฺถเก คเหตฺวา จาเลนฺโต วิย จาลนปจฺจยฏฺฐานวเสน ปุพฺเพนาปรํ อนุสนฺธานโต. โยชนิย…เป… ปายมาโน วิย เทสนํ จตุสจฺจยนฺเต ปกฺขิปิตฺวา อตฺถเวทธมฺมเวทสฺเสว ลภาปเนน สาตมธุรธมฺมามตรสูปสํหรณโต. มธุคณฺฑนฺติ มธุปฏลํ.

๓๐๐. ‘‘ตุณฺหีภูตํ ตุณฺหีภูต’’นฺติ พฺยาปนิจฺฉายํ อิทํ อาเมฑิตวจนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ ยนฺทิส’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อนุวิโลเกตฺวาติ เอตฺถ อนุ-สทฺโท ‘‘ปรี’’ติ อิมินา สมานตฺโถ, วิโลกนญฺเจตฺถ สตฺถุ จกฺขุทฺวเยนปิ อิจฺฉิตพฺพนฺติ ‘‘มํสจกฺขุนา…เป… ตโต ตโต วิโลเกตฺวา’’ติ สงฺเขปโต วตฺวา ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘มํสจกฺขุนา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. หตฺเถน กุจฺฉิตํ กตํ หตฺถกุกฺกุจฺจํ กุกตเมว กุกฺกุจฺจนฺติ กตฺวา. เอวํ ปาทกุกฺกุจฺจํ ทฏฺฐพฺพํ. นิจฺจลา นิสีทึสุ อตฺตโน สุวินีตภาเวน, พุทฺธคารเวน จ. ‘‘อาโลกํ ปน วฑฺฒยิตฺวา’’ติอาทิ กทาจิ ภควา เอวมฺปิ กโรตีติ อธิปฺปาเยน วุตฺตํ. น หิ สตฺถุ สาวกานํ วิย เอวํ ปโยคสมฺปาทนียเมตํ ญาณํ. ติโรหิตวิทูรวตฺตนิปิ รูปคเต มํสจกฺขุโน ปวตฺติยา อิจฺฉิตตฺตา วีมํสิตพฺพํ. อรหตฺตุปคํ อรหตฺตปทฏฺฐานํ. จกฺขุตเลสุ นิมิตฺตํ ฐเปตฺวาติ ภาวนานุโยคสมฺปตฺติยา สพฺเพสํ เตสํ ภิกฺขูนํ จกฺขุตเลสุ ลพฺภมานํ สนฺตินฺทฺริยวิคตถินมิทฺธตาการสงฺขาตํ นิมิตฺตํ อตฺตโน หทเย ฐเปตฺวา สลฺลกฺเขตฺวา. กสฺมา อาคิลายติ โกฏิสตสหสฺสหตฺถินาคานํ พลํ ธาเรนฺตสฺสาติ โจทกสฺส อธิปฺปาโย. อาจริโย เอส สงฺขารานํ สภาโว, ยทิทํ อนิจฺจตา. เย ปน อนิจฺจา, เต เอกนฺเตเนว อุทยวยปฏิปีฬิตตาย ทุกฺขา เอว, ทุกฺขสภาเวสุ เตสุ สตฺถุ กาเย ทุกฺขุปฺปตฺติยา อยํ ปจฺจโยติ ทสฺเสตุํ ‘‘ภควโต หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปิฏฺฐิวาโต อุปฺปชฺชิ, โส จ โข ปุพฺเพ กตกมฺมปจฺจยา. สฺวายมตฺโถ ปรมตฺถทีปนิยํ อุทานฏฺฐกถายํ อาคตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

ภินฺนนิคณฺฐวตฺถุวณฺณนา

๓๐๑. เหฏฺฐา วุตฺตเมว ปาสาทิกสุตฺตวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๖๔).

๓๐๒. สฺวาขฺยาตํ ธมฺมํ เทเสตุกาโมติ สฺวาขฺยาตํ กตฺวา ธมฺมํ กเถตุกาโม, สตฺถารา วา สฺวาขฺยาตํ ธมฺมํ สยํ ภิกฺขูนํ กเถตุกาโม. สตฺถารา เทสิตธมฺมเมว หิ ตโต ตโต คเหตฺวา สาวกา สพฺรหฺมจารีนํ กเถนฺติ.

เอกกวณฺณนา

๓๐๓. สมคฺเคหิ ภาสิตพฺพนฺติ อญฺญมญฺญํ สมคฺเคหิ หุตฺวา ภาสิตพฺพํ, สชฺฌายิตพฺพญฺเจว วณฺเณตพฺพญฺจาติ อตฺโถ. ยถา ปน สมคฺเคหิ สงฺคายนํ โหติ, ตมฺปิ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกวจเนหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกวจเนหีติ วิโรธาภาเวน สมานวจเนหิ. เตนาห ‘‘อวิรุทฺธวจเนหี’’ติอาทิ. สามคฺคิรสํ ทสฺเสตุกาโมติ ยสฺมึ ธมฺเม สงฺคายเน สามคฺคิรสานุภวนํ อิจฺฉิตํ เทสนากุสลตาย, ตตฺถ เอกกทุกติกาทิวเสน พหุธา สามคฺคิรสํ ทสฺเสตุกาโม. สพฺเพ สตฺตาติ อนวเสสา สตฺตา, เต ปน ภวเภทโต สงฺเขเปเนว ภินฺทิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘กามภวาทีสู’’ติอาทิมาห. พฺยธิกรณานมฺปิ พาหิรตฺถสมาโส โหติ ยถา ‘‘อุรสิโลโม’’ติ อาห ‘‘อาหารโต ฐิติ เอเตสนฺติ อาหารฏฺฐิติกา’’ติ. ติฏฺฐติ เอเตนาติ ฐิติ, อาหาโร ฐิติ เอเตสนฺติ อาหารฏฺฐิติกาติ เอวํ วา เอตฺถ สมาสวิคฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อาหารฏฺฐิติกาติ ปจฺจยฏฺฐิติกา, ปจฺจยายตฺตวุตฺติกาติ อตฺโถ. ปจฺจยตฺโถ เหตฺถ อาหาร-สทฺโท ‘‘อยํ อาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา กามจฺฉนฺทสฺสอุปฺปาทายา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๑๘๓, ๒๓๒) วิย. เอวญฺหิ ‘‘สพฺเพ สตฺตา’’ติ อิมินา อสญฺญสตฺตาปิ ปริคฺคหิตา โหนฺติ. สา ปนายํ อาหารฏฺฐิติกตา นิปฺปริยายโต สงฺขารธมฺโม, น สตฺตธมฺโม. เตเนวาหุ อฏฺฐกถาจริยา ‘‘สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกาติ อาคตฏฺฐาเน สงฺขารโลโก เวทิตพฺโพ’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๑๓๖; ปารา. อฏฺฐ. เวรญฺชกณฺฑวณฺณนา; อุทา. อฏฺฐ. ๓๐; จูฬนิ. อฏฺฐ. ๖๕; อุทา. อฏฺฐ. ๑๘๖) ยทิ เอวํ ‘‘สพฺเพ สตฺตา’’ติ อิทํ กถนฺติ? ปุคฺคลาธิฏฺฐานา เทสนาติ นายํ โทโส. ยถาห ภควา ‘‘เอกธมฺเม ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมา นิพฺพินฺทมาโน สมฺมา วิรชฺชมาโน สมฺมา วิมุจฺจมาโน สมฺมา ปริยนฺตทสฺสาวี สมฺมตฺตํ อภิสเมจฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ, กตมสฺมึ เอกธมฺเม? สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๒๗) เอโก ธมฺโมติ ‘‘สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’ติ ยฺวายํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย กถาย สพฺเพสํ สงฺขารานํ ปจฺจยายตฺตวุตฺติตาย อาหารปริยาเยน สามญฺญโต ปจฺจยธมฺโม วุตฺโต, อยํ อาหาโร นาม เอโก ธมฺโม. ยาถาวโต ญตฺวาติ ยถาสภาวโต อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา. สมฺมทกฺขาโตติ เตเนว อภิสมฺพุทฺธากาเรน สมฺมเทว เทสิโต.

โจทโก วุตฺตมฺปิ อตฺถํ ยาถาวโต อปฺปฏิปชฺชมาโน เนยฺยตฺถํ สุตฺตปทํ นีตตฺถโต ทหนฺโต ‘‘สพฺเพ สตฺตา’’ติ วจนมตฺเต ฐตฺวา ‘‘นนุ จา’’ติอาทินา โจเทติ. อาจริโย อวิปรีตํ ตตฺถ ยถาธิปฺเปตมตฺถํ ปเวเทนฺโต ‘‘น วิรุชฺฌตี’’ติ วตฺวา ‘‘เตสญฺหิ ฌานํ อาหาโร โหตี’’ติ อาห. ฌานนฺติ เอกโวการภวาวหํ สญฺญาย วิรชฺชนวเสน ปวตฺตํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อนาหารา’’ติ วจนํ อสญฺญภเว จตุนฺนํ อาหารานํ อภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปจฺจยาหารสฺส อภาวโต. ‘‘เอวํ สนฺเตปี’’ติ อิทํ สาสเน เยสุ ธมฺเมสุ วิเสสโต อาหาร-สทฺโท นิรุโฬฺห, ‘‘อาหารฏฺฐิติกา’’ติ เอตฺถ ยทิ เต เอว คยฺหนฺติ, อพฺยาปิตโทโส อาปนฺโน. อถ สพฺโพปิ ปจฺจยธมฺโม อาหาโรติ อธิปฺเปโต, อิมาย อาหารปาฬิยา วิโรโธ อาปนฺโนติ ทสฺเสตุํ อารทฺธํ. ‘‘น วิรุชฺฌตี’’ติ เยนาธิปฺปาเยน วุตฺตํ, ตํ วิวรนฺโต ‘‘เอตสฺมิญฺหิ สุตฺเต’’ติอาทิมาห. กพฬีการาหาราทีนํ โอชฏฺฐมกรูปาหรณาทิ นิปฺปริยาเยน อาหารภาโว. ยถา หิ กพฬีการาหาโร โอชฏฺฐมกรูปาหรเณน รูปกายํ อุปตฺถมฺเภติ, เอวํ ผสฺสาทโย จ เวทนาทิอาหรเณน นามกายํ อุปตฺถมฺเภนฺติ, ตสฺมา สติปิ ชนกภาเว อุปตฺถมฺภกภาโว โอชาทีสุ สาติสโย ลพฺภมาโน มุโขฺย อาหารฏฺโฐติ เต เอว นิปฺปริยาเยน อาหารลกฺขณา ธมฺมา วุตฺตา. อิธาติ อิมสฺมึ สงฺคีติสุตฺเต. ปริยาเยน ปจฺจโย อาหาโรติ วุตฺโต สพฺโพ ปจฺจโย ธมฺโม อตฺตโน ผลํ อาหรตีติ อิมํ ปริยายํ ลภตีติ. เตนาห ‘‘สพฺพธมฺมานญฺหี’’ติอาทิ. ตตฺถ สพฺพธมฺมานนฺติ สพฺเพสํ สงฺขตธมฺมานํ. อิทานิ ยถาวุตฺตมตฺถํ สุตฺเตน (อ. นิ. ๑๐.๖๑) สมตฺเถตุํ ‘‘เตเนวาหา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยนฺติ ปจฺจยาหาโร.

นิปฺปริยายาหาโรปิ คหิโตว โหติ, ยาวตา โสปิ ปจฺจยภาเวเนว ชนโก, อุปตฺถมฺภโก จ หุตฺวา ตํ ตํ ผลํ อาหรตีติ วตฺตพฺพตํ ลภตีติ. ตตฺถาติ ปริยายาหาโร, นิปฺปริยายาหาโรติ ทฺวีสุ อาหาเรสุ. อสญฺญภเว ยทิปิ นิปฺปริยายาหาโร น ลพฺภติ, ปจฺจยาหาโร ปน ลพฺภติ ปริยายาหารลกฺขโณ. อิทานิ อิมเมวตฺถํ วิตฺถาเรน ทสฺเสตุํ ‘‘อนุปฺปนฺเน หิ พุทฺเธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. อุปฺปนฺเน พุทฺเธ ติตฺถกรมตนิสฺสิตานํ ฌานภาวนาย อสิชฺฌนโต ‘‘อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ’’ติ วุตฺตํ. สาสนิกา ตาทิสํ ฌานํ น นิพฺพตฺเตนฺตีติ ‘‘ติตฺถายตเน ปพฺพชิตา’’ติ วุตฺตํ. ติตฺถิยา หิ อุปตฺติวิเสเส วิมุตฺติสญฺญิโน, อญฺญาวิราคาวิราเคสุ อาทีนวานิสํสทสฺสิโน วา หุตฺวา อสญฺญสมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตตฺวา อกฺขณภูมิยํ อุปฺปชฺชนฺติ, น สาสนิกา. วาโยกสิเณ ปริกมฺมํ กตฺวาติ วาโยกสิเณ ปฐมาทีนิ ตีณิ ฌานานิ นิพฺพตฺเตตฺวา ตติยชฺฌาเน จิณฺณวสี หุตฺวา ตโต วุฏฺฐาย จตุตฺถชฺฌานาธิคมาย ปริกมฺมํ กตฺวา. เตนาห ‘‘จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา’’ติ. กสฺมา ปเนตฺถ วาโยกสิเณเยว ปริกมฺมํ วุตฺตนฺติ? ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ พฺรหฺมชาลฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๔๑) วิตฺถาริตเมว. ธีติ ชิคุจฺฉนตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา ธี จิตฺตนฺติ จิตฺตํ ชิคุจฺฉามีติ อตฺโถ. ธิพฺพเตตํ จิตฺตนฺติ เอตํ มม จิตฺตํ ชิคุจฺฉิตํ วต โหตุ. วตาติ สมฺภาวเน, เตน ชิคุจฺฉํ สมฺภาเวนฺโต วทติ. นามาติ จ สมฺภาวเน เอว, เตน จิตฺตสฺส อภาวํ สมฺภาเวติ. จิตฺตสฺส ภาวาภาเวสุ อาทีนวานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺตญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ขนฺตึ รุจึ อุปฺปาเทตฺวาติ ‘‘จิตฺตสฺส อภาโว เอว สาธุ สุฏฺฐู’’ติ อิมํ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺตึ, ตตฺถ จ อภิรุจึ อุปฺปาเทตฺวา.

ตถา ภาวิตสฺส ฌานสฺส ฐิติภาคิยภาวปฺปตฺติยา อปริหีนชฺฌานสฺส ติตฺถายตเน ปพฺพชิตสฺเสว ตถา ฌานภาวนา โหตีติ อาห ‘‘มนุสฺสโลเก’’ติ. ปณิหิโต อโหสีติ มรณสฺส อาสนฺนกาเล ฐปิโต อโหสิ. ยทิ ฐานาทินา อากาเรน นิพฺพตฺเตยฺย, กมฺมพเลน ยาว เภทา เตเนวากาเรน ติฏฺเฐยฺย วาติ อาห ‘‘โส เตน อิริยาปเถนา’’ติอาทิ.

เอว รูปานมฺปีติ เอวํ อเจตนานมฺปิ. ปิ-สทฺเทน ปเคว สเจตนานนฺติ ทสฺเสติ. กถํ ปน อเจตนานํ เนสํ ปจฺจยาหารสฺส อุปกปฺปนนฺติ โจทนํ สนฺธาย ตตฺถ นิทสฺสนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา’’ติอาทิมาห.

เย อุฏฺฐานวีริเยเนว ทิวสํ วีตินาเมตฺวา ตสฺส นิสฺสนฺทผลมตฺตํ กิญฺจิเทว ลภิตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺติ, เต อุฏฺฐานผลูปชีวิโน. เย ปน อตฺตโน ปุญฺญผลเมว อุปชีเวนฺติ, เต ปุญฺญผลูปชีวิโน. เนรยิกานํ ปน เนว อุฏฺฐานวีริยวเสน ชีวิกากปฺปนํ, ปุญฺญผลสฺส ปน เลโสปิ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘เย ปน เต เนรยิกา…เป… น ปุญฺญผลูปชีวีติ วุตฺตา’’ติ. ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส อาหรเณน มโนสญฺเจตนาหาโรติ วุตฺตา, น ยสฺส กสฺสจิ ผลสฺสาติ อธิปฺปาเยน ‘‘กึ ปญฺจ อาหารา อตฺถี’’ติ โจเทติ. อาจริโย นิปฺปริยายาหาเร อธิปฺเปเต สิยา ตว โจทนายาวสโร, สา ปน เอตฺถ อนวสราติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺจ น ปญฺจาติ อิทํ น วตฺตพฺพ’’นฺติ วตฺวา ปริยายาหารสฺเสว ปเนตฺถ อธิปฺเปตภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘นนุ ปจฺจโย อาหาโรติ วุตฺตเมต’’นฺติ อาห. ตสฺมาติ ยสฺส กสฺสจิ ปจฺจยสฺส ‘‘อาหาโร’’ติ อิจฺฉิตตฺตา. อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ปาฬิยา สมตฺเถนฺโต ‘‘ยํ สนฺธายา’’ติอาทิมาห.

มุขฺยาหารวเสนปิ เนรยิกานํ อาหารฏฺฐิติกตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กพฬีการํ อาหารํ…เป… สาเธตี’’ติ วุตฺตํ. ยทิ เอวํ เนรยิกา สุขปฏิสํเวทิโนปิ โหนฺตีติ? โนติ ทสฺเสตุํ ‘‘เขโฬปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตโยติ ตโย อรูปาหารา กพฬีการาหารสฺส อภาวโต. อวเสสานนฺติ อสญฺญสตฺเตหิ อวเสสานํ. กามภวาทีสุ นิพฺพตฺตสตฺตานํ ปจฺจยาหาโร หิ สพฺเพสํ สาธารโณติ. เอตํ ปญฺหนฺติ ‘‘กตโม เอโก ธมฺโม’’ติ เอวํ โจทิตเมตํ ปญฺหํ. กเถตฺวาติ วิสฺสชฺเชตฺวา.

‘‘ตตฺถ ตตฺถ…เป… ทุกฺขํ โหตี’’ติ เอเตน ยถา อิธ ปฐมสฺส ปญฺหสฺส นิยฺยาตนํ, ทุติยสฺส อุทฺธรณํ น กตํ, เอวํ อิมินา เอว อธิปฺปาเยน อิโต ปเรสุ ทุกติกาทิปเญฺหสุ ตตฺถ ตตฺถ อาทิปริโยสาเนสุ เอว อุทฺธรณนิยฺยาตนานิ กตฺวา เสเสสุ น กตนฺติ ทสฺเสติ. ปฏิจฺจ เอตสฺมา ผลํ เอตีติ ปจฺจโย, การณํ, ตเทว อตฺตโน ผลํ สงฺขโรตีติ สงฺขาโรติ อาห ‘‘อิมสฺมิมฺปิ…เป… สงฺขาโรติ วุตฺโต’’ติ. อาหารปจฺจโยติ อาหรณฏฺฐวิสิฏฺโฐ ปจฺจโย. อาหรณญฺเจตฺถ อุปฺปาทกตฺตปฺปธานํ, สงฺขรณํ อุปตฺถมฺภกตฺตปฺปธานนฺติ อยเมเตสํ วิเสโส. เตนาห ‘‘อยเมตฺถ เหฏฺฐิมโต วิเสโส’’ติ. นิปฺปริยายาหาเร คหิเต ‘‘สพฺเพ สตฺตา’’ติ วุตฺเตปิ อสญฺญสตฺตา น คหิตา เอว ภวิสฺสนฺตีติ ปเทสวิสโย สพฺพ-สทฺโท โหติ ยถา ‘‘สพฺเพ ตสนฺติทณฺฑสฺสา’’ติอาทีสุ (ธ. ป. ๑๓๐). น เหตฺถ ขีณาสวาทีนํ คหณํ โหติ. ปากโฏ ภเวยฺย วิเสสสามญฺญสฺส วิสยตฺตา ปญฺหานํ. โน จ คณฺหึสุ อฏฺฐกถาจริยา. ธมฺโม นาม นตฺถิ สงฺขโตติ อธิปฺปาโย. อิธ ทุติยปเญฺห ‘‘สงฺขาโร’’ติ ปจฺจโย เอว กถิโตติ สมฺพนฺโธ.

ยทา สมฺมาสมฺโพธิสมธิคโต, ตทา เอว สพฺพเญยฺยํ สจฺฉิกตํ ชาตนฺติ อาห ‘‘มหาโพธิมณฺเฑ นิสีทิตฺวา’’ติ. สยนฺติ สามํเยว. อทฺธนิยนฺติ อทฺธานกฺขมํ จิรกาลาวฏฺฐายิ ปารมฺปริยวเสน. เตนาห ‘‘เอเกน หี’’ติอาทิ. ปรมฺปรกถานิยเมนาติ ปรมฺปรกถากถนนิยเมน, นิยมิตตฺถพฺยญฺชนานุปุพฺพิยา กถายาติ อตฺโถ. เอกกวเสนาติ เอกํ เอกํ ปริมาณํ เอตสฺสาติ เอกโก, ปโญฺห. ตสฺส เอกกสฺส วเสน. เอกกํ นิฏฺฐิตํ วิสฺสชฺชนนฺติ อธิปฺปาโยติ.

เอกกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุกวณฺณนา

๓๐๔. จตฺตาโร ขนฺธาติ เตสํ ตาว นามนฏฺเฐน นามภาวํ ปฐมํ วตฺวา ปจฺฉา นิพฺพานสฺส วตฺตุกาโม อาห. ตสฺสาปิ หิ ตถา นามภาวํ ปรโต วกฺขติ. ‘‘นามํ กโรติ นามยตี’’ติ เอตฺถ ยํ นามกรณํ, ตํ นามนฺติ อาห ‘‘นามนฏฺเฐนาติ นามกรณฏฺเฐนา’’ติ, อตฺตโนวาติ อธิปฺปาโย. เอวญฺหิ สาติสยมิทํ เตสํ นามกรณํ โหติ. เตนาห ‘‘อตฺตโน นามํ กโรนฺตาว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทิ. อิทานิ ตมตฺถํ พฺยติเรกมุเขน วิภาเวตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺส นามสฺส กรเณเนว เต ‘‘นาม’’นฺติ วุจฺจนฺติ, ตํ สามญฺญนามํ, กิตฺติมนามํ, คุณนามํ วา น โหติ, อถ โข โอปปาติกนามนฺติ ปุริมานิ ตีณิ นามานิ อุทาหรณวเสน ทสฺเสตฺวา ‘‘น เอวํ เวทนาทีน’’นฺติ เต ปฏิกฺขิปิตฺวา อิตรนามเมว นามกรณฏฺเฐน นามนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เวทนาทโย หี’’ติอาทิมาห. ‘‘มหาปถวิอาทโย’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ปถวิอาปาทโย อิธ นามนฺติ อนธิปฺเปตา, รูปนฺติ ปน อธิปฺเปตาติ? สจฺจเมตํ, ผสฺสเวทนาทีนํ วิย ปน ปถวิอาทีนํ โอปปาติกนามตาสามญฺเญน ‘‘ปถวิอาทโย วิยา’’ติ นิทสฺสนํ กตํ, น อรูปธมฺมา วิย รูปธมฺมานํ นามสภาวตฺตา. ผสฺสเวทนาทีนญฺหิ อรูปธมฺมานํ สพฺพทาปิ ผสฺสาทินามกตฺตา, ปถวิอาทีนํ เกสกุมฺภาทินามนฺตราปตฺติ วิย นามนฺตรานาปชฺชนโต จ สทา อตฺตนาว กตนามตาย จตุกฺขนฺธนิพฺพานานิ นามกรณฏฺเฐน นามํ. อถ วา อธิวจนสมฺผสฺโส วิย อธิวจนนามมนฺตเรน เย อนุปจิตสมฺภารานํ คหณํ น คจฺฉนฺติ, เต นามายตฺตคฺคหณา นามํ. รูปํ ปน วินาปิ นามสาธนํ อตฺตโน รุปฺปนสภาเวน คหณํ อุปยาตีติ รูปํ. เตนาห ‘‘เตสุ อุปฺปนฺเนสู’’ติอาทิ. อิธาปิ ‘‘ยถาปถวิยา’’ติอาทีสุ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ นิทสฺสนวเสน อาคตตฺตา. ‘‘อตีเตปี’’ติอาทินา เวทนาทีสุ นามสญฺญา นิรุฬฺหา, อนาทิกาลิกา จาติ ทสฺเสติ.

อิติ อตีตาทิวิภาควนฺตานมฺปิ เวทนาทีนํ นามกรณฏฺเฐน นามภาโว เอกนฺติโก, ตพฺพิภาครหิเต ปน เอกสภาเว นิจฺเจ นิพฺพาเน วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘นิพฺพานํ ปน…เป… นามนฏฺเฐน นาม’’นฺติ อาห. นามนฏฺเฐนาติ นามกรณฏฺเฐน. นมนฺตีติ เอกนฺตโต สารมฺมณตฺตา ตนฺนินฺนา โหนฺติ, เตหิ วินา นปฺปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. สพฺพนฺติ ขนฺธจตุกฺกํ, นิพฺพานญฺจ. ยสฺมึ อารมฺมเณเยว เวทนากฺขนฺโธ ปวตฺตติ, ตํสมฺปยุตฺตตาย สญฺญากฺขนฺธาทโยปิ ตตฺถ ปวตฺตนฺตีติ โส เน ตตฺถ นาเมนฺโต วิย โหติ วินา อปฺปวตฺตนโต. เอส นโย สญฺญากฺขนฺธาทีสุปีติ วุตฺตํ ‘‘อารมฺมเณ อญฺญมญฺญํ นาเมนฺตี’’ติ. อนวชฺชธมฺเม มคฺคผลาทิเก. กามํ เกสุจิ รูปธมฺเมสุปิ อารมฺมณาธิปติภาโว ลพฺภเตว, นิพฺพาเน ปเนส สาติสโย ตสฺส อจฺจนฺตสนฺตปณีตตากปฺปภาวโตติ ตเทว อารมฺมณาธิปติปจฺจยตาย ‘‘อตฺตนิ นาเมตี’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ อริยา สกลมฺปิ ทิวสภาคํ ตํ อารพฺภ วีตินาเมนฺตาปิ ติตฺตึ น คจฺฉนฺติ.

‘‘รุปฺปนฏฺเฐนา’’ติ เอเตน รุปฺปตีติ รูปนฺติ ทสฺเสติ. ตตฺถ สีตาทิวิโรธิปจฺจยสนฺนิปาเต วิสทิสุปฺปตฺติ รุปฺปนํ. นนุ จ อรูปธมฺมานมฺปิ วิโรธิปจฺจยสมาคเม วิสทิสุปฺปตฺติ ลพฺภตีติ? สจฺจํ ลพฺภติ, น ปน วิภูตตรํ. วิภูตตรเญฺหตฺถ รุปฺปนํ อธิปฺเปตํ สีตาทิคฺคหณโต. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘รุปฺปตีติ โข ภิกฺขเว ตสฺมา ‘รูป’นฺติ วุจฺจติ. เกน รุปฺปติ? สีเตนปิ รุปฺปติ, อุเณฺหนปิ รุปฺปตี’’ติอาทิ (สํ. นิ. ๓.๗๙). ยทิ เอวํ กถํ พฺรหฺมโลเก รูปสมญฺญาติ? ตตฺถาปิ ตํสภาวานติวตฺตนโต โหติเยว รูปสมญฺญา. อนุคฺคาหกปจฺจยวเสน วา วิสทิสปจฺจยสนฺนิปาเตติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ‘‘โย อตฺตโน สนฺตาเน วิชฺชมานสฺสเยว วิสทิสุปฺปตฺติเหตุภาโว, ตํ รุปฺปน’’นฺติ อญฺเญ. อิมสฺมึ ปกฺเข รูปยติ วิการมาปาเทตีติ รูปํ. ‘‘สงฺฆฏฺฏเนน วิการาปตฺติยํ รุปฺปน-สทฺโท นิรุโฬฺห’’ติ เกจิ. เอตสฺมึ ปกฺเข อรูปธมฺเมสุ รูปสมญฺญาย ปสงฺโค เอว นตฺถิ สงฺฆฏฺฏนาภาวโต. ‘‘ปฏิฆโต รุปฺปน’’นฺติ อปเร. ‘‘ตสฺสาติ รูปสฺสา’’ติ วทนฺติ, นามรูปสฺสาติ ปน ยุตฺตํ. ยถา หิ รูปสฺส, เอวํ นามสฺสาปิ เวทนากฺขนฺธาทิวเสน, มทนิมฺมทนาทิวเสน จ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๔๕๖) วุตฺตา เอวาติ. อิติ อยํ ทุโก กุสลตฺติเกน สงฺคหิเต สภาวธมฺเม ปริคฺคเหตฺวา ปวตฺโตติ.

อวิชฺชาติ อวินฺทิยํ ‘‘อตฺตา, ชีโว, อิตฺถี, ปุริโส’’ติ เอวมาทิกํ วินฺทตีติ อวิชฺชา. วินฺทิยํ ‘‘ทุกฺขํ, สมุทโย’’ติ เอวมาทิกํ น วินฺทตีติ อวิชฺชา. สพฺพมฺปิ ธมฺมชาตํ อวิทิตกรณฏฺเฐน อวิชฺชา. อนฺตรหิเต สํสาเร สตฺเต ชวาเปตีติ อวิชฺชา. อตฺถโต ปน สา ทุกฺขาทีนํ จตุนฺนํ สจฺจานํ สภาวจฺฉาทโก สมฺโมโห โหตีติ อาห ‘‘ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณ’’นฺติ. ภวปตฺถนา นาม กามภวาทีนํ ปตฺถนาวเสน ปวตฺตตณฺหา. เตนาห ‘‘โย ภเวสุ ภวจฺฉนฺโท’’ติอาทิ. อิติ ‘‘อยํ ทุโก วฏฺฏมูลสมุทาจารทสฺสนตฺถํ คหิโต.

ภวทิฏฺฐีติ ขนฺธปญฺจกํ ‘‘อตฺตา จ โลโก จา’’ติ คาเหตฺวา ตํ ‘‘ภวิสฺสตี’’ติ คณฺหนวเสน นิวิฏฺฐา สสฺสตทิฏฺฐีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ภโว วุจฺจตี’’ติอาทิ. ภวิสฺสตีติ ภโว, ติฏฺฐติ สพฺพกาลํ อตฺถีติ อตฺโถ. สสฺสตนฺติ สสฺสตภาโว. วิภวทิฏฺฐีติ ขนฺธปญฺจกเมว ‘‘อตฺตา’’ติ จ ‘‘โลโก’’ติ จ คเหตฺวา ตํ ‘‘น ภวิสฺสตี’’ติ คณฺหนวเสน นิวิฏฺฐา อุจฺเฉททิฏฺฐีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘วิภโว วุจฺจตี’’ติอาทิ. วิภวิสฺสติ วินสฺสติ อุจฺฉิชฺชตีติ วิภโว, อุจฺเฉโท.

ยํ น หิรียตีติ เยน ธมฺเมน ตํสมฺปยุตฺตธมฺมสมูโห, ปุคฺคโล วา น หิรียติ น ลชฺชติ, ลิงฺควิปลฺลาสํ วา กตฺวา โย ธมฺโมติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. หิรียิตพฺเพนาติ อุปโยคตฺเถ กรณวจนํ, หิรียิตพฺพยุตฺตกํ กายทุจฺจริตาทิธมฺมํ น ชิคุจฺฉตีติ อตฺโถ. นิลฺลชฺชตาติ ปาปสฺส อชิคุจฺฉนา. ยํ น โอตฺตปฺปตีติ เอตฺถาปิ วุตฺตนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. โอตฺตปฺปิตพฺเพนาติ ปน เหตุอตฺเถ กรณวจนํ, โอตฺตปฺปิตพฺพยุตฺตเกน โอตฺตปฺปสฺส เหตุภูเตน กายทุจฺจริตาทินาติ อตฺโถ. หิรียิตพฺเพนาติ เอตฺถาปิ วา เอวเมว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อภายนกอากาโรติ ปาปโต อนุตฺตาสนากาโร.

‘‘ยํ หิรียตี’’ติอาทีสุ อนนฺตรทุเก วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. นิยกชฺฌตฺตํ ชาติอาทิสมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา. นิยกชฺฌตฺตโต พหิภาวโต พหิทฺธา ปรสนฺตาเน สมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ พหิทฺธา สมุฏฺฐานา. อตฺตา เอว อธิปติ อตฺตาธิปติ, อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานตฺตา เอว อตฺตาธิปติโต อาคมนโต อตฺตาธิปเตยฺยา. โลกาธิปเตยฺยนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ลชฺชาสภาวสณฺฐิตาติ ปาปโต ชิคุจฺฉนรูเปน อวฏฺฐิตา. ภยสภาวสณฺฐิตนฺติ ตโต อุตฺตาสนรูเปน อวฏฺฐิตํ. อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานาทิตา จ หิโรตฺตปฺปานํ ตตฺถ ตตฺถ ปากฏภาเวน วุตฺตา, น ปน เตสํ กทาจิปิ อญฺญมญฺญวิปฺปโยคโต. น หิ ลชฺชนํ นิพฺภยํ, ปาปภยํ วา อลชฺชนํ อตฺถีติ.

ทุกฺขนฺติ กิจฺฉํ, อนิฏฺฐนฺติ วา อตฺโถ. วิปฺปฏิกูลคาหิมฺหีติ ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติยา วิโลมคาหเก. ตสฺสา เอว วิปจฺจนีกํ ทุปฺปฏิปตฺติ สาตํ อิฏฺฐํ เอตสฺสาติ วิปจฺจนีกสาโต, ตสฺมึ วิปจฺจนีกสาเต. เอวํภูโต จ โอวาทภูเต สาสนกฺกเม โอวาทเก จ อาทรภาวรหิโต โหตีติ อาห ‘‘อนาทเร’’ติ. ตสฺส กมฺมนฺติ ตสฺส ทุพฺพจสฺส ปุคฺคลสฺส อนาทริยวเสน ปวตฺตเจตนา โทวจสฺสํ. ตสฺส ภาโวติ ตสฺส ยถาวุตฺตสฺส โทวจสฺสสฺส อตฺถิภาโว โทวจสฺสตา, อตฺถโต โทวจสฺสเมว. เตเนวาห ‘‘สา อตฺถโต สงฺขารกฺขนฺโธ โหตี’’ติ. เจตนาปฺปธานตาย หิ สงฺขารกฺขนฺธสฺส เอวํ วุตฺตํ. เอเตนากาเรนาติ อปฺปทกฺขิณคฺคาหิตากาเรน. อสฺสทฺธิยทุสฺสีลฺยาทิปาปธมฺมโยคโต ปุคฺคลา ปาปา นาม โหนฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เย เต ปุคฺคลา อสฺสทฺธา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยาย เจตนาย ปุคฺคโล ปาปสมฺปวงฺโก นาม โหติ, สา เจตนา ปาปมิตฺตตา, จตฺตาโรปิ วา อรูปิโน ขนฺธา ตทาการปฺปวตฺตา ปาปมิตฺตตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สาปิ อตฺถโต โทวจสฺสตา วิย ทฏฺฐพฺพา’’ติ อาห.

‘‘สุขํ วโจ เอตสฺมึ ปทกฺขิณคฺคาหิมฺหิ อนุโลมสาเต สาทเร ปุคฺคเลติ สุพฺพโจติอาทินา, ‘‘กลฺยาณา สทฺธาทโย ปุคฺคลา เอตสฺส มิตฺตาติ กลฺยาณมิตฺโต’’ติอาทินา จ อนนฺตรทุกสฺส อตฺโถ อิจฺฉิโตติ อาห โสวจสฺสตา…เป… วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺพา’’ติ. อุโภติ โสวจสฺสตา, กลฺยาณมิตฺตตา จ. เตสํ ขนฺธานํ ปวตฺติอาการวิเสสา ‘‘โสวจสฺสตา, กลฺยาณมิตฺตตา’’ติ จ วุจฺจนฺติ, เต โลกิยาปิ โหนฺติ โลกุตฺตราปีติ อาห ‘‘โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา กถิตา’’ติ.

วตฺถุเภทาทินา อเนกเภทภินฺนา ตํตํชาติวเสน เอกชฺฌํ กตฺวา ราสิโต คยฺหมานา อาปตฺติโยว อาปตฺติกฺขนฺธา. ตา ปน อนฺตราปตฺตีนํ อคฺคหเณ ปญฺจปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺติโย, ตาสํ ปน คหเณ สตฺตปิ อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺติโย. ‘‘อิมา อาปตฺติโย, เอตฺตกา อาปตฺติโย, เอวญฺจ เตสํ อาปชฺชนํ โหตี’’ติ ชานนปญฺญา อาปตฺติกุสลตาติ อาห ‘‘ยา ตาส’’นฺติอาทิ. ตาสํ อาปตฺตีนนฺติ ตาสุ อาปตฺตีสุ. ตตฺถ ยํ สมฺภินฺนวตฺถุกาสุ วิย ฐิตาสุ, ทุวิญฺเญยฺยวิภาคาสุ จ อาปตฺตีสุ อสงฺกรโต ววตฺถาน, อยํ วิเสสโต อาปตฺติกุสลตาติ ทสฺเสตุํ ทุติยํ อาปตฺติคฺคหณํ กตํ. สห กมฺมวาจายาติ กมฺมวาจาย สเหว. อาปตฺติโต วุฏฺฐาปนปโยคตาย กมฺมภูตา วาจา กมฺมวาจา, ตถาภูตา อนุสาวนวาจา เจว ‘‘ปสฺสิสฺสามี’’ติ เอวํ ปวตฺตวาจา จ. ตาย กมฺมวาจาย สทฺธึ สมกาลเมว ‘‘อิมาย กมฺมวาจาย อิโต อาปตฺติโต วุฏฺฐานํ โหติ, โหนฺตญฺจ ปฐเม วา ตติเย วา อนุสาวเนยฺยการปฺปตฺเต, ‘สํวริสฺสามี’ติ วา ปเท ปริโยสิเต โหตี’’ติ เอวํ ตํ ตํ อาปตฺตีหิ วุฏฺฐานปริจฺเฉทปริชานนปญฺญา อาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตา. วุฏฺฐานนฺติ จ ยถาปนฺนาย อาปตฺติยา ยถา ตถา อนนฺตรายตาปาทนํ, เอวํ วุฏฺฐานคฺคหเณเนว เทสนายปิ สงฺคโห สิทฺโธ โหติ.

‘‘อิโต ปุพฺเพ ปริกมฺมํ ปวตฺตํ, อิโต ปรํ ภวงฺค มชฺเฌ สมาปตฺตี’’ติ เอวํ สมาปตฺตีนํ อปฺปนาปริจฺเฉทชานนปญฺญา สมาปตฺติกุสลตา. วุฏฺฐาเน กุสลภาโว วุฏฺฐานกุสลตา, ปเคว วุฏฺฐาน ปริจฺเฉทกรํ ญาณํ. เตนาห ‘‘ยถาปริจฺฉินฺนสมยวเสเนวา’’ติอาทิ. วุฏฺฐานสมตฺถาติ วุฏฺฐาปเน สมตฺถา.

‘‘ธาตุกุสลตา’’ติ เอตฺถ ปถวีธาตุอาทโย, สุขธาตุอาทโย, กามธาตุอาทโย จ ธาตุโย เอตาเสฺวว อนฺโตคธาติ เอตาสุ โกสลฺเล ทสฺสิเต ตาสุปิ โกสลฺลํ ทสฺสิตเมว โหตีติ ‘‘อฏฺฐารส ธาตุโย จกฺขุธาตุ…เป… มโนวิญฺญาณธาตู’’ติ วตฺวา ‘‘อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ สภาวปริจฺเฉทกา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ สภาวปริจฺเฉทกาติ ยถาภูตสภาวาวโพธินี. ‘‘สวนปญฺญา ธารณปญฺญา’’ติอาทินา ปจฺเจกํ ปญฺญา-สทฺโท โยเชตพฺโพ. ธาตูนํ สวนธารณปญฺญา สุตมยา, อิตรา ภาวนามยา. ตตฺถาปิ สมฺมสนปญฺญา โลกิยา. วิปสฺสนา ปญฺญา หิ สา, อิตรา โลกุตฺตรา. ลกฺขณาทิวเสน, อนิจฺจาทิวเสน จ มนสิกรณํ มนสิกาโร, ตตฺถ โกสลฺลํ มนสิการกุสลตา. ตํ ปน อาทิมชฺฌปริโยสานวเสน ติธา ภินฺทิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณปญฺญา’’ติ อาห. สมฺมสนปญฺญา หิ ตสฺสา อาทิ, ปฏิเวธปญฺญา มชฺเฌ, ปจฺจเวกฺขณปญฺญา ปริโยสานํ.

อายตนานํ คนฺถโต จ อตฺถโต จ อุคฺคณฺหนวเสน เตสํ ธาตุลกฺขณาทิวิภาคสฺส ชานนปญฺญา อุคฺคหชานนปญฺญา. สมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณวิธิโน ชานนปญฺญา มนสิการชานนปญฺญา. ยสฺมา อายตนานิปิ อตฺถโต ธาตุโยว มนสิกาโร จ อุคฺคณฺหนาทิวเสน เตสเมว มนสิการวิธิ, ตสฺมา ธาตุกุสลตาทิกา ติสฺโสปิ กุสลตา เอกเทเส กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สวนํ วิย อุคฺคณฺหนปจฺจเวกฺขณานิปิ ปริตฺตญาณกตฺตุกานีติ อาห ‘‘สวน อุคฺคหณปจฺจเวกฺขณา โลกิยา’’ติ. อริยมคฺคกฺขเณ สมฺมสนมนสิการานํ นิปฺผตฺติ ปรินิฏฺฐานนฺติ เตสํ โลกุตฺตรตาปริยาโยปิ ลพฺภตีติ วุตฺตํ ‘‘สมฺมสนมนสิการา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา’’ติ. ปจฺจยธมฺมานํ เหตุอาทีนํ อตฺตโน ปจฺจยุปฺปนฺนานํ เหตุปจฺจยาทิภาเวน ปจฺจยภาโว ปจฺจยากาโร, โส ปน อวิชฺชาทีนํ ทฺวาทสนฺนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานํ วเสน ทฺวาทสวิโธติ อาห ‘‘ทฺวาทสนฺนํ ปจฺจยาการาน’’นฺติ. อุคฺคหาทิวเสนาติ อุคฺคหมนสิการสวนสมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณวเสน.

ฐานญฺเจว ติฏฺฐติ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ การณญฺจ เหตุปจฺจยภาเวน กรณโต นิปฺผาทนโต. เตสํ โสตวิญฺญาณาทีนํ. เอตสฺมึ ทุเก อตฺโถ เวทิตพฺโพติ สมฺพนฺโธ. เย ธมฺมา ยสฺส ธมฺมสฺส การณภาวโต ฐานํ, เตว ธมฺมา ตํวิธุรสฺส ธมฺมสฺส อการณภาวโต อฏฺฐานนฺติ ปฐมนเย ผลเภเทน ตสฺเสว ธมฺมสฺส ฐานาฏฺฐานตา ทีปิตา; ทุติยนเย ปน อภินฺเนปิ ผเล ปจฺจยธมฺมเภเทน เตสํ ฐานาฏฺฐานตา ทีปิตาติ อยเมเตสํ วิเสโส. น หิ กทาจิ อริยา ทิฏฺฐิสมฺปทา นิจฺจคฺคาหสฺส การณํ โหติ, อกิริยตา ปน สิยา ตสฺส การณนฺติ.

อุชุโน ภาโว อชฺชวํ, อชิมฺหตา อกุฏิลตา อวงฺกตาติ อตฺโถติ ตมตฺถํ อนชฺชวปฏิกฺเขปมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘โคมุตฺตวงฺกตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สฺวายํ อนชฺชโว ภิกฺขูนํ เยภุยฺเยน อเนสนาย, อโคจรจาริตาย จ โหตีติ อาห ‘‘เอกจฺโจ หิ…เป… จรตี’’ติ. อยํ โคมุตฺตวงฺกตา นาม อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา ปฏิปตฺติยา วงฺกภาวโต. ปุริมสทิโสติ ปฐมํ วุตฺตภิกฺขุสทิโส. จนฺทวงฺกตา นาม ปฏิปตฺติยา มชฺฌฏฺฐาเน วงฺกภาวาปตฺติโต. นงฺคลโกฏิวงฺกตา นาม ปริโยสาเน วงฺกภาวาปตฺติโต. อิทํ อชฺชวํ นาม สพฺพตฺถกเมว อุชุภาวสิทฺธิโต. อชฺชวตาติ อาการนิทฺเทโส, เยนากาเรนสฺส อชฺชโว ปวตฺตติ, ตทาการนิทฺเทโสติ อตฺโถ. ลชฺชตีติ ลชฺชี, หิริมา, ตสฺส ภาโว ลชฺชวํ, หิรีติ อตฺโถ. ลชฺชา เอตสฺส อตฺถีติ ลชฺชี ยถา ‘‘มาลี, มายี’’ติ จ, ตสฺส ภาโว ลชฺชีภาโว, สา เอว ลชฺชา.

ปราปราธาทีนํ อธิวาสนกฺขมํ อธิวาสนขนฺติ. สุจิสีลตา โสรจฺจํ. สา หิ โสภนกมฺมรตตา, สุฏฺฐุ วา ปาปโต โอรตภาโว วิรตตา โสรจฺจํ. เตนาห ‘‘สุรตภาโว’’ติ.

‘‘นามญฺจ รูปญฺจา’’ติอาทีสุ อยํ อปโร นโย – นามกรณฏฺเฐนาติ อญฺญํ อนเปกฺขิตฺวา สยเมว อตฺตโน นามกรณสภาวโตติ อตฺโถ. ยญฺหิ ปรสฺส นามํ กโรติ, ตสฺส จ ตทเปกฺขตฺตา อญฺญาเปกฺขํ นามกรณนฺติ นามกรณสภาวตา น โหติ, ตสฺมา มหาชนสฺส ญาตีนํ, คุณานญฺจ สามญฺญนามาทิการกานํ นามภาโว นาปชฺชติ. ยสฺส จ อญฺเญหิ นามํ กรียติ, ตสฺส จ นามกรณสภาวตา นตฺถีติ, นตฺถิเยว นามภาโว. เวทนาทีนํ ปน สภาวสิทฺธตฺตา เวทนาทินามสฺส นามกรณสภาวโต นามตา วุตฺตา. ปถวีอาทิ นิทสฺสเนน นามสฺส สภาวสิทฺธตํเยว นิทสฺเสติ, น นามภาวสามญฺญํ, นิรุฬฺหตฺตา ปน นาม-สทฺโท อรูปธมฺเมสุ เอว วตฺตติ, น ปถวีอาทีสูติ น เตสํ นามภาโว. น หิ ปถวีอาทินามํ วิชหิตฺวา เกสาทินาเมหิ รูปธมฺมานํ วิย เวทนาทินามํ วิชหิตฺวา อญฺเญน นาเมน อรูปธมฺมานํ โวหริตพฺเพน ปิณฺฑากาเรน ปวตฺติ อตฺถีติ.

อถ วา รูปธมฺมา จกฺขาทโย รูปาทโย จ, เตสํ ปกาสกปกาสิตพฺพภาวโต วินาปิ นาเมน ปากฏา โหนฺติ, น เอวํ อรูปธมฺมาติ เต อธิวจนสมฺผสฺโส วิย นามายตฺตคฺคหณียภาเวน ‘‘นาม’’นฺติ วุตฺตา. ปฏิฆสมฺผสฺโส จ น จกฺขาทีนิ วิย นาเมน วินา ปากโฏติ ‘‘นาม’’นฺติ วุตฺโต, อรูปตาย วา อญฺญนามสภาคตฺตา สงฺคหิโตยํ, อญฺญผสฺสสภาคตฺตา วา. วจนตฺโถปิ หิ รูปยตีติ รูปํ, นามยตีติ นามนฺติ อิธ ปจฺฉิมปุริมานํ สมฺภวติ. รูปยตีติ วินาปิ นาเมน อตฺตานํ ปกาเสตีติ อตฺโถ. นามยตีติ นาเมน วินา อปากฏภาวโต อตฺตโน ปกาสกํ นามํ กโรตีติ อตฺโถ. อารมฺมณาธิปติปจฺจยตายาติ สติปิ รูปสฺส อารมฺมณาธิปติปจฺจยภาเว น ตํ ปรมสฺสาสภูตํ นิพฺพานํ วิย สาติสยํ นามนภาเวน ปจฺจโยติ นิพฺพานเมว ‘‘นาม’’นฺติ วุตฺตํ.

‘‘อวิชฺชา จ ภวตณฺหา จา’’ติ อยํ ทุโก สตฺตานํ วฏฺฏมูลสมุทาจารทสฺสนตฺโถ. สมุทาจรตีติ หิ สมุทาจาโร, วฏฺฏมูลเมว สมุทาจาโร วฏฺฏมูลสมุทาจาโร, วฏฺฏมูลทสฺสเนน วา วฏฺฏมูลานํ ปวตฺติ ทสฺสิตา โหตีติ วฏฺฏมูลานํ สมุทาจาโร วฏฺฏมูลสมุทาจาโร, ตํทสฺสนตฺโถติ อตฺโถ.

เอเกกสฺมิญฺจ ‘‘อตฺตา’’ติ จ ‘‘โลโก’’ติ จ คหณวิเสสํ อุปาทาย ‘‘อตฺตา จ โลโก จา’’ติ วุตฺตํ, เอกํ วา ขนฺธํ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา อญฺญํ อตฺตโน อุปโภคภูตํ ‘‘โลโก’’ติ คณฺหนฺตสฺส, อตฺตโน อตฺตานํ ‘‘อตฺตา’’ติ คเหตฺวา ปรสฺส อตฺตานํ ‘‘โลโก’’ติ คณฺหนฺตสฺส วา วเสน ‘‘อตฺตา จ โลโก จา’’ติ วุตฺตํ.

สห สิกฺขิตพฺโพ ธมฺโม สหธมฺโม, ตตฺถ ภวํ สหธมฺมิกํ, ตสฺมึ สหธมฺมิเก. โทวจสฺส-สทฺทโต อาย-สทฺทํ อนญฺญตฺตํ กตฺวา ‘‘โทวจสฺสาย’’นฺติ วุตฺตํ, โทวจสฺสสฺส วา อยนํ ปวตฺติ โทวจสฺสายํ. อาเสวนฺตสฺสาปิ อนุสิกฺขนา อชฺฌาสเยน ภชนาติ อาห ‘‘เสวนา…เป… ภชนา’’ติ. สพฺพโตภาเคน ภตฺติ สมฺภตฺติ.

สห กมฺมวาจายาติ อพฺภานติณวตฺถารกกมฺมวาจาย, ‘‘อหํ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปชฺชิ’’นฺติอาทิกาย จ สเหว. สเหว หิ กมฺมวาจาย อาปตฺติวุฏฺฐานญฺจ ปริจฺฉิชฺชติ, ‘‘ปญฺญตฺติลกฺขณาย อาปตฺติยา วา การณํ วีติกฺกมลกฺขณํ กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ วา, วุฏฺฐานสฺส การณํ กมฺมวาจา’’ติ การเณน สห ผลสฺส ชานนวเสน ‘‘สห กมฺมวาจายา’’ติ วุตฺตํ.‘‘สห กมฺมวาจายา’’ติ. อิมินา นเยน สห ปริกมฺเมนาติ เอตฺถาปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ธาตุวิสยา สพฺพาปิ ปญฺญา ธาตุกุสลตา. ตเทกเทสา มนสิการกุสลตาติ อธิปฺปาเยน ปุริมปเทปิ สมฺมสนปฏิเวธปญฺญา วุตฺตา. ยสฺมา ปน นิปฺปริยายโต วิปสฺสนาทิปญฺญา เอว มนสิการโกสลฺลํ, ตสฺมา ‘‘ตาสํเยว ธาตูนํ สมฺมสนปฏิเวธปจฺจเวกฺขณปญฺญา’’ติ วุตฺตํ.

อายตนวิสยา สพฺพาปิ ปญฺญา อายตนกุสลตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทฺวาทสนฺนํ อายตนานํ อุคฺคหมนสิการชานนปญฺญา’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทฺวีสุปิ วา ปเทสุ วาจุคฺคตาย อายตนปาฬิยา, ธาตุปาฬิยา จ มนสิกรณํ มนสิกาโร. ตถา อุคฺคณฺหนฺตี, มนสิ กโรนฺตี, ตทตฺถํ สุณนฺตี, คนฺถโต จ อตฺถโต จ ธาเรนฺตี, ‘‘อิทํ จกฺขายตนํ นาม, อยํ จกฺขุธาตุ นามา’’ติอาทินา สภาวโต, คณนโต จ ปริจฺเฉทํ ชานนฺตี จ ปญฺญา อุคฺคหปญฺญาทิกา วุตฺตา. มนสิการปเท ปน จตุพฺพิธาปิ ปญฺญา อุคฺคโหติ ตโต ปวตฺโต อนิจฺจาทิมนสิกาโร ‘‘อุคฺคหมนสิกาโร’’ติ วุตฺโต. ตสฺส ชานนํ ปวตฺตนเมว, ‘‘ยถา ปวตฺตํ วา อุคฺคหํ, เอวเมว ปวตฺโต อุคฺคโห’’ติ ชานนํ อุคฺคหชานนํ. ‘‘มนสิกาโร เอวํ ปวตฺเตตพฺโพ, เอวญฺจ ปวตฺโต’’ติ ชานนํ มนสิการชานนํ. ตทุภยมฺปิ ‘‘มนสิการโกสลฺล’’นฺติ วุตฺตํ. อุคฺคโหปิ หิ มนสิการสมฺปโยคโต มนสิการนิรุตฺตึ ลทฺธุํ อรหติ. โย จ มนสิกาตพฺโพ, โย จ มนสิกรณูปาโย, สพฺโพ โส ‘‘มนสิกาโร’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ, ตตฺถ โกสลฺลํ มนสิการกุสลตาติ. สมฺมสนํ ปญฺญา, สา มคฺคสมฺปยุตฺตา อนิจฺจาทิสมฺมสนกิจฺจํ สาเธติ นิจฺจสญฺญาทิปชหนโต. มนสิกาโร สมฺมสนสมฺปยุตฺโต, โส ตตฺเถว อนิจฺจาทิมนสิการกิจฺจํ มคฺคสมฺปยุตฺโต สาเธตีติ อาห ‘‘สมฺมสนมนสิการา โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา’’ติ. ‘‘อิมินา ปจฺจเยนิทํ โหตี’’ติ เอวํ อวิชฺชาทีนํ สงฺขาราทิปจฺจยุปฺปนฺนสฺส ปจฺจยภาวชานนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตา.

อธิวาสนํ ขมนํ. ตญฺหิ ปเรสํ ทุกฺกฏํ ทุรุตฺตญฺจ ปฏิวิโรธากรเณน อตฺตโน อุปริ อาโรเปตฺวา วาสนํ ‘‘อธิวาสน’’นฺติ วุจฺจติ. อจณฺฑิกฺกนฺติ อกุชฺฌนํ. โทมนสฺสวเสน ปเรสํ อกฺขีสุ อสฺสูนํ อนุปฺปาทนา อนสฺสุโรโป. อตฺตมนตาติ สกมนตา. จิตฺตสฺส อพฺยาปนฺโน สโก มโนภาโว อตฺตมนตา. จิตฺตนฺติ วา จิตฺตปฺปพนฺธํ เอกตฺเตน คเหตฺวา ตสฺส อนฺตรา อุปฺปนฺเนน ปีติสหคตมเนน สกมนตา. อตฺตมโน วา ปุคฺคโล, ตสฺส ภาโว อตฺตมนตา, สา น สตฺตสฺสาติ ปุคฺคลทิฏฺฐินิวารณตฺถํ ‘‘จิตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. อธิวาสนลกฺขณา ขนฺติ อธิวาสนขนฺติ. สุจิสีลตา โสรจฺจํ. สา หิ โสภนกมฺมรตตา. สุฏฺฐุ ปาปโต โอรตภาโว วิรตตา โสรจฺจํ. เตนาห ‘‘สุรตภาโว’’ติ.

สขิโล วุจฺจติ สณฺหวาโจ, ตสฺส ภาโว สาขลฺยํ, สณฺหวาจตา. ตํ ปน พฺยติเรกมุเขน วิภาเวนฺตี ยา ปาฬิ ปวตฺตา, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ กตมํ สาขลฺย’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อณฺฑกาติ สโทสวเณ รุกฺเข นิยฺยาสปิณฺฑิโย, อหิจฺฉตฺตกาทีนิ วา อุฏฺฐิตานิ ‘‘อณฺฑกานี’’ติ วทนฺติ. เผคฺคุรุกฺขสฺส ปน กุถิตสฺส อณฺฑานิ วิย อุฏฺฐิตา จุณฺณปิณฺฑิโย, คณฺฐิโย วา อณฺฑกา. อิธ ปน พฺยาปชฺชนกกฺกสาทิภาวโต อณฺฑกปกติภาเวน วาจา ‘‘อณฺฑกา’’ติ วุตฺตา. ปทุมนาฬํ วิย โสตํ ฆํสยมานา ปวิสนฺตี กกฺกสา ทฏฺฐพฺพา. โกเธน นิพฺพตฺตตฺตา ตสฺส ปริวารภูตา โกธสามนฺตา. ปุเร สํวทฺธนารี โปรี, สา วิย สุกุมารา มุทุกา วาจา โปรี วิยาติ โปรี. ตตฺถาติ ‘‘ภาสิตา โหตี’’ติ วุตฺตาย กิริยายาติปิ โยชนา สมฺภวติ, ตตฺถ วาจายาติ วา. ‘‘สณฺหวาจตา’’ติอาทินา ตํ วาจํ ปวตฺตยมานํ เจตนํ ทสฺเสติ. สมฺโมทกสฺส ปุคฺคลสฺส มุทุกภาโว มทฺทวํ สมฺโมทกมุทุกภาโว. อามิเสน อลพฺภมาเนน, ตถา ธมฺเมน จาติ ทฺวีหิ ฉิทฺโท. อามิสสฺส, ธมฺมสฺส จ อลาเภน อตฺตโน ปรสฺส จ อนฺตเร สมฺภวนฺตสฺส หิ ฉิทฺทสฺส วิวรสฺส เภทสฺส ปฏิสนฺถรณํ ปิทหนํ สงฺคณฺหนํ ปฏิสนฺถาโร. ตํ สรูปโต, ปฏิปตฺติโต จ ปาฬิทสฺสนมุเขน วิภาเวตุํ ‘‘อภิธมฺเมปี’’ติอาทิมาห. อคฺคํ อคฺคเหตฺวาติ อคฺคํ อตฺตโน อคฺคเหตฺวา. อุทฺเทสทานนฺติ ปาฬิยา, อฏฺฐกถาย จ อุทฺทิสนํ. ปาฬิวณฺณนาติ ปาฬิยา อตฺถวณฺณนา. ธมฺมกถากถนนฺติ สรภญฺญสรภณนาทิวเสน ธมฺมกถนํ.

กรุณาติ กรุณาพฺรหฺมวิหารมาห. กรุณาปุพฺพภาโคติ ตสฺส ปุพฺพภาคอุปจารชฺฌานํ วทติ. ปาฬิปเท ปน ยา กาจิ กรุณา ‘‘กรุณา’’ติ วุตฺตา, กรุณาเจโตวิมุตฺตีติ ปน อปฺปนาปฺปตฺตาว. เมตฺตายปิ เอเสว นโย. สุจิ-สทฺทโต ภาเว ยฺย-การํ, อิ-การสฺส จ เอ-การาเทสํ กตฺวา อยํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘โสเจยฺยนฺติ สุจิภาโว’’ติ. โหตุ ตาว สุจิภาโว โสเจยฺยํ, ตสฺส ปน เมตฺตาปุพฺพภาคตา กถนฺติ อาห ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิ.

มุฏฺฐา สติ เอตสฺสาติ มุฏฺฐสฺสติ, ตสฺส ภาโว มุฏฺฐสฺสจฺจํ, สติปฏิปกฺโข ธมฺโม, น สติยา อภาวมตฺตํ. ยสฺมา ปฏิปกฺเข สติ ตสฺส วเสน สติวิคตา วิปฺปวุตฺถา นาม โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สติวิปฺปวาโส’’ติ. ‘‘อสฺสตี’’ติอาทีสุ อ-กาโร ปฏิปกฺเข ทฏฺฐพฺโพ, น สตฺตปฏิเสเธ. อุทเก ลาพุ วิย เยน จิตฺตํ อารมฺมเณ ปิลวนฺตา วิย ติฏฺฐติ, น โอคาหติ, สา ปิลาปนตา. เยน คหิตมฺปิ อารมฺมณํ สมฺมุสฺสติ น สรติ, สา สมฺมุสฺสนตา. ยถา วิชฺชาปฏิปกฺขา อวิชฺชา วิชฺชาย ปหาตพฺพโต, เอวํ สมฺปชญฺญปฏิปกฺขํ อสมฺปชญฺญํ, อวิชฺชาเยว.

อินฺทฺริยสํวรเภโทติ อินฺทฺริยสํวรวินาโส. อปฺปฏิสงฺขาติ อปจฺจเวกฺขิตฺวา อโยนิโส จ อาหารปริโภเค อาทีนวานิสํเส อวีมํสิตฺวา.

อปฺปฏิสงฺขายาติ อิติกตฺตพฺพตาสุ อปฺปจฺจเวกฺขณาย นามํ. อญฺญาณํ อปฺปฏิสงฺขาต นิมิตฺตํ. อกมฺปนญาณนฺติ ตาย อนภิภวนียํ ญาณํ, ตตฺถ ตตฺถ ปจฺจเวกฺขณาญาณญฺเจว ปจฺจเวกฺขณาย มุทฺธภูตํ โลกุตฺตรญาณญฺจ. นิปฺปริยายโต มคฺคภาวนา ภาวนา นาม, ยา จ ตทตฺถา, ตทุภยญฺจ ภาเวนฺตสฺเสว อิจฺฉิตพฺพํ, น ภาวิตภาวนสฺสาติ วุตฺตํ ‘‘ภาเวนฺตสฺส อุปฺปนฺนํ พล’’นฺติ. เตนาห ‘‘ยา กุสลานํ ธมฺมานํ อาเสวนา ภาวนา พหุลีกมฺม’’นฺติ.

กามํ สมฺปยุตฺตธมฺเมสุ ถิรภาโวปิ พลฏฺโฐ เอว, ปฏิปกฺเขหิ ปน อกมฺปนียตา สาติสยํ พลฏฺโฐติ วุตฺตํ ‘‘อสฺสติยา อกมฺปนวเสนา’’ติ. ปจฺจนีกธมฺมสมนโต สมโถ สมาธิ. อนิจฺจาทินา วิวิเธนากาเรน ทสฺสนโต วิปสฺสนา ปญฺญา. ตํ อาการํ คเหตฺวาติ สมาธานาการํ คเหตฺวา. เยนากาเรน ปุพฺเพ อลีนํ อนุทฺธตํ มชฺฌิมํ ภาวนาวีถิปฏิปนฺนํ หุตฺวา จิตฺตํ สมาหิตํ โหติ, ตํ อาการํ คเหตฺวา สลฺลกฺเขตฺวา. นิมิตฺตวเสนาติ การณวเสน. ‘‘เอเสว นโย’’ติ อิมินา ปคฺคโหว ตํ อาการํ คเหตฺวา ปุน ปวตฺเตตพฺพสฺส ปคฺคาหสฺส นิมิตฺตวเสน ปคฺคาหนิมิตฺตนฺติ อิมมตฺถํ อติทิสติ, ตสฺสตฺโถ สมเถ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺโพ. ปคฺคาโห วีริยํ โกสชฺชปกฺขโต จิตฺตสฺส ปติตุํ อทตฺวา ปคฺคณฺหนโต. อวิกฺเขโป เอกคฺคตา วิกฺเขปสฺส อุทฺธจฺจสฺส ปฏิปกฺขภาวโต. ปฏิสงฺขานกิจฺจนิพฺพตฺติภาวโต โลกุตฺตรธมฺมานํ ปฏิสงฺขานพลภาโว, ตถา ปุพฺเพ ปวตฺตาการสลฺลกฺขณวเสน สมถปคฺคาหานํ อุปริ ปวตฺติสพฺภาวโต สมถนิมิตฺตทุกสฺสปิ มิสฺสกตา วุตฺตา.

ยถาสมาทินฺนสฺส สีลสฺส เภทกโร วีติกฺกโม. สีลวินาสโก อสํวโร. สมฺมาทิฏฺฐิวินาสิกาติ ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๑.๔๔๑; ๒.๙๔; วิภ. ๗๙๓) นยปฺปวตฺตาย สมฺมาทิฏฺฐิยา ทูสิกา.

สีลสฺส สมฺปาทนํ นาม สพฺพภาคโต ตสฺส อนูนตาปาทนนฺติ อาห ‘‘สมฺปาทนโต ปริปูรณโต’’ติ. ปาริปูรตฺโถ หิ สมฺปทา-สทฺโทติ. มานสิกสีลํ นาม สีลวิโสธนวเสน อภิชฺฌาทิปฺปหานํ. ทิฏฺฐิปาริปูริภูตํ ญาณนฺติ อตฺถิกทิฏฺฐิอาทิสมฺมาทิฏฺฐิยา ปาริปูริภาเวน ปวตฺตํ ญาณํ.

วิสุทฺธึ ปาเปตุํ สมตฺถนฺติ จิตฺตวิสุทฺธิอาทิอุปริวิสุทฺธิยา ปจฺจโย ภวิตุํ สมตฺถํ. สุวิสุทฺธเมว หิ สีลํ ตสฺสา ปทฏฺฐานํ โหตีติ. วิสุทฺธึ ปาเปตุํ สมตฺถํ ทสฺสนนฺติ ญาณทสฺสนวิสุทฺธึ, ปรมตฺถวิสุทฺธินิพฺพานญฺจ ปาเปตุํ อุปเนตุํ สมตฺถํ กมฺมสฺสกตาญาณาทิสมฺมาทสฺสนํ. เตนาห ‘‘อภิธมฺเม’’ติอาทิ. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ อกุสลํ กมฺมํ โน สกํ, อิทํ ปน กมฺมํ สก’’นฺติ เอวํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ กมฺมสฺสกตาชานนญาณํ กมฺมสฺสกตาญาณํ. เตนาห ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ. ‘‘ปเรน กตมฺปี’’ติ อิทํ นิทสฺสนวเสน วุตฺตํ ยถา ปเรน กตํ, เอวํ อตฺตนา กตมฺปิ สกกมฺมํ นาม น โหตีติ. อตฺตนา วา อุสฺสาหิเตน ปเรน กตํปีติ เอวํ วา อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ยญฺหิ ตํ ปรสฺส อุสฺสาหนวเสน กตํ, ตมฺปิ สกกมฺมํ นาม โหตีติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. อตฺถภญฺชนโตติ ทิฏฺฐธมฺมิกาทิสพฺพอตฺถวินาสนโต. อตฺถชนนโตติ อิธโลกตฺถปรโลกตฺถปรมตฺถานํ อุปฺปาทนโต. อารพฺภกาเล ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ ปวตฺตมฺปิ วจีสจฺจญฺจ ลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌนฺตํ วิปสฺสนาญาณํ อนุโลเมติ ตตฺเถว ปฏิวิชฺฌนโต. ปรมตฺถสจฺจญฺจ นิพฺพานํ น วิโลเมติ น วิโรเธติ เอกนฺเตเนว สมฺปาปนโต.

ญาณทสฺสนนฺติ ญาณภูตํ ทสฺสนํ, เตน มคฺคํ วทติ. ตํสมฺปยุตฺตเมว วีริยนฺติ ปฐมมคฺคสมฺปยุตฺตํ วีริยมาห. สพฺพาปิ มคฺคปญฺญา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิเยวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยเมว จ นโย อภิธมฺมปาฬิยา (ธ. ส. ๕๕๐) สเมตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อภิธมฺเม ปนา’’ติ อาทึ อโวจ.

ยสฺมา สํเวโค นาม สโหตฺตปฺปญาณํ, ตสฺมา สํเวควตฺถุํ ภยโต ภายิตพฺพโต ทสฺสนวเสน ปวตฺตญาณํ. เตนาห ‘‘ชาติภย’’นฺติอาทิ. ภายนฺติ เอตสฺมาติ ภยํ, ชาติ เอว ภยํ ชาติภยํ. สํเวชนียนฺติ สํวิชฺชิตพฺพํ ภายิตพฺพํ อุตฺตาสิตพฺพํ. ฐานนฺติ การณํ, วตฺถูติ อตฺโถ. สํเวคชาตสฺสาติ อุปฺปนฺนสํเวคสฺส. อุปายปธานนฺติ อุปาเยน ปวตฺเตตพฺพํ วีริยํ.

กุสลานํ ธมฺมานนฺติ สีลาทีนํ อนวชฺชธมฺมานํ. ภาวนายาติ อุปฺปาทเนน วฑฺฒเนน จ. อสนฺตุฏฺฐสฺสาติ ‘‘อลํ เอตฺตาวตา, กถํ เอตฺตาวตา’’ติ สงฺโกจาปตฺติวเสน น สนฺตุฏฺฐสฺส. ภิยฺโยกมฺยตาติ ภิยฺโย ภิยฺโย อุปฺปาทนิจฺฉา. โวสานนฺติ สงฺโกจํ อสมตฺถนฺติ. ตุสฺสนํ ตุฏฺฐิ สนฺตุฏฺฐิ, นตฺถิ เอตสฺส สนฺตุฏฺฐีติ อสนฺตุฏฺฐิ, ตสฺส ภาโว อสนฺตุฏฺฐิตา. วีริยปฺปวาเห วตฺตมาเน อนฺตรา เอว ปฏิคมนํ นิวตฺตนํ ปฏิวานํ, ตํ ตสฺส อตฺถีติ ปฏิวานี, น ปฏิวานี อปฺปฏิวานี, ตสฺส ภาโว อปฺปฏิวานิตา. สกฺกจฺจกิริยตาติ กุสลานํ กรเณ สกฺกจฺจกิริยตา อาทรกิริยตา. สาตจฺจกิริยตาติ สตตเมว กรณํ. อฏฺฐิตกิริยตาติ อนฺตรา อฏฺฐเปตฺวา ขณฺฑํ อกตฺวา กรณํ. อโนลีนวุตฺติตาติ น ลีนปฺปวตฺติตา. อนิกฺขิตฺตฉนฺทตาติ กุสลจฺฉนฺทสฺส อนิกฺขิปนํ. อนิกฺขิตฺตธุรตาติ กุสลกรเณ วีริยธุรสฺส อนิกฺขิปนํ. อาเสวนาติ อาทเรน เสวนา. ภาวนาติ วฑฺฒนา พฺรูหนา. พหุลีกมฺมนฺติ ปุนปฺปุนํ กรณํ.

ติสฺโส วิชฺชาติ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณํ, ทิพฺพจกฺขุญาณํ อาสวกฺขยญาณนฺติ อิมา ติสฺโส วิชฺชา. ปฏิปกฺขวิชฺฌนฏฺเฐน ปุพฺเพ นิวุตฺถกฺขนฺธาทีนํ วิทิตกรณฏฺเฐน วิสิฏฺฐา มุตฺตีติ วิมุตฺติ. สฺวายํ วิเสโส ปฏิปกฺขวิคมเนน, ปฏิโยคิวิคมเนน จ อิจฺฉิตพฺโพติ ตทุภยํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เยน วิเสเสน สมาปตฺติโย ปจฺจนีกธมฺเมหิ สุฏฺฐุ มุตฺตา, ตโต นิราสงฺกตาย อารมฺมเณ จ อภิรตา, ตํ วิเสสํ อุปาทาย ตา อธิกํ มุจฺจนโต, อารมฺมเณ อธิมุจฺจนโต จ อธิมุตฺติโย นามาติ วุตฺตํ ‘‘จิตฺตสฺส จ อธิมุตฺตี’’ติ. มุตฺตตฺตาติ สพฺพสงฺขาเรหิ วิเสเสน นิสฺสฏตฺตา วิมุตฺติ.

ขเย ญาณนฺติ สมุจฺเฉทวเสน กิเลเส เขเปตีติ ขโย, อริยมคฺโค, ตปฺปริยาปนฺนํ ญาณํ ขเย ญาณํ.ปฏิสนฺธิวเสนาติ กิเลสานํ ตํตํมคฺควชฺฌานํ อุปฺปนฺนมคฺเค ขนฺธสนฺตาเน ปุน สนฺทหนวเสน. อนุปฺปาทภูเตติ ตํตํผเล. อนุปฺปาทปริโยสาเนติ อนุปฺปาทกโร มคฺโค อนุปฺปาโท, ตสฺส ปริโยสาเน, กิเลสานํ วา อนุปฺปชฺชนสงฺขาเต ปริโยสาเน, ภงฺเคติ อตฺโถติ.

ทุกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ติกวณฺณนา

๓๐๕. ธมฺมโต อญฺโญ กตฺตา นตฺถีติ ทสฺเสตุํ กตฺตุสาธนวเสน ‘‘ลุพฺภตีติ โลโภ’’ติ วุตฺตํ. ลุพฺภติ เตน, ลุพฺภนมตฺตเมตนฺติ กรณภาวสาธนวเสนปิ อตฺโถ ยุชฺชเตว. ทุสฺสติ มุยฺหตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อกุสลญฺจ ตํ อโกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน เอกนฺตากุสลภาวโต มูลญฺจ อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธนโต, น อกุสลภาวสาธนโต. น หิ มูลกโต อกุสลานํ อกุสลภาโว, กุสลาทีนญฺจ กุสลาทิภาโว. ตถา สติ โมมูหจิตฺตทฺวเย โมหสฺส อกุสลภาโว น สิยา. เตสนฺติ โลภาทีนํ. ‘‘น ลุพฺภตีติ อโลโภ’’ติอาทินา ปฏิปกฺขนเยน.

ทุฏฺฐุ จริตานีติ ปจฺจยโต, สมฺปยุตฺตธมฺมโต, ปวตฺติอาการโต จ น สุฏฺฐุ อสมฺมา ปวตฺติตานิ. วิรูปานีติ พีภจฺฉานิ สมฺปติ, อายติญฺจ อนิฏฺฐรูปตฺตา. กาเยนาติ กายทฺวาเรน กรณภูเตน. กายโตติ กายทฺวารโต. ‘‘สุฏฺฐุ จริตานี’’ติอาทีสุ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยสฺส สิกฺขาปทสฺส วีติกฺกเม กายสมุฏฺฐานา อาปตฺติ โหติ, ตํ กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ. อวีติกฺกโม กายสุจริตนฺติ วาริตฺตสีลสฺส วเสน วทติ, จาริตฺตสีลสฺสปิ วา, ยสฺส อกรเณ อาปตฺติ โหติ. วจีทุจฺจริตสุจริตนิทฺธารณมฺปิ วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. อุภยตฺถ ปญฺญตฺตสฺสาติ กายทฺวาเร, วจีทฺวาเร จ ปญฺญตฺตสฺส. สิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโมว มโนทุจฺจริตํ มโนทฺวาเร ปญฺญตฺตสฺส สิกฺขาปทสฺส อภาวโต, ตยิทํ ทฺวารทฺวเย อกิริยสมุฏฺฐานาย อาปตฺติยา วเสน เวทิตพฺพํ. อวีติกฺกโมติ ยถาวุตฺตาย อาปตฺติยา อวีติกฺกโม มโนสุจริตํ. ‘‘สพฺพสฺสาปิ สิกฺขาปทสฺส อวีติกฺกโม มโนสุจริต’’นฺติ เกจิ. ตทุภยญฺหิ จาริตฺตสีลํ อุทฺทิสฺสปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ, ตสฺส อวีติกฺกโม สิยา กายสุจริตํ, สิยา วจีสุจริตนฺติ.

ปาโณ อติปาตียติ เอตายาติ ปาณาติปาโต, ตถาปวตฺตา เจตนา, เอวํ อทินฺนาทานาทโยปีติ อาห ‘‘ปาณาติปาตาทโย ปน ติสฺโส เจตนา’’ติ. วจีทฺวาเรปิ อุปฺปนฺนา กายทุจฺจริตํ ทฺวารนฺตเร อุปฺปนฺนสฺสาปิ กมฺมสฺส สนามาปริจฺจาคโต เยภุยฺยวุตฺติยา, ตพฺพหุลวุตฺติยา จ. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา –

‘‘ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานิ, น ทฺวารา ทฺวารจาริโน;

ตสฺมา ทฺวาเรหิ กมฺมานิ, อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตา’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. กามาวจรกุสลทฺวารกถา);

วจีทุจฺจริตํ กายทฺวาเรปิ วจีทฺวาเรปิ อุปฺปนฺนาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมาติ มโนกมฺมภูตาย เจตนาย สมฺปยุตฺตธมฺมา. กายวจีกมฺมภูตาย ปน เจตนาย สมฺปยุตฺตา อภิชฺฌาทโย ตํ ตํ ปกฺขิกา วา โหนฺติ อพฺโพหาริกา วาติ. เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมา มโนสุจริตนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ติวิธสฺส ทุจฺจริตสฺส อกรณวเสน ปวตฺตา ติสฺโส เจตนาปิ วิรติโยปิ กายสุจริตํ กายิกสฺส วีติกฺกมสฺส อกรณวเสน ปวตฺตนโต, กาเยน ปน สิกฺขาปทานํ สมาทิยเน สีลสฺส กายสุจริตภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. เอเสว นโย วจีสุจริเต.

กามปฏิสํยุตฺโตติ เอตฺถ เทฺว กามา วตฺถุกาโม จ กิเลสกาโม จ. ตตฺถ วตฺถุกามปกฺเข อารมฺมณกรณวเสน กาเมหิ ปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก กามวิตกฺโก. กิเลสกามปกฺเข ปน สมฺปโยควเสน กาเมน ปฏิสํยุตฺโตติ โยเชตพฺพํ. ‘‘พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต’’ติอาทีสุ สมฺปโยควเสเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. พฺยาปาทวตฺถุปฏิสํยุตฺโตปิ พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโตติ คยฺหมาเน อุภยถาปิ โยชนา ลพฺภเตว. วิหึสาปฏิสํยุตฺโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. วิหึสนฺติ เอตาย สตฺเต, วิหึสนํ วา เอสา สตฺตานนฺติ วิหึสา, ตาย ปฏิสํยุตฺโต วิหึสาปฏิสํยุตฺโตติ เอวํ สทฺทตฺโถ เวทิตพฺโพ. อปฺปิเย อมนาเป สงฺขาเร อารพฺภ พฺยาปาทวิตกฺกปฺปวตฺติ อฏฺฐานาฆาตวเสน ทีเปตพฺพา. พฺยาปาทวิตกฺกสฺส อวธึ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาว วินาสนา’’ติ วุตฺตํ. วินาสนํ ปน ปาณาติปาโต เอวาติ. ‘‘สงฺขาโร’’ หิ ทุกฺขาเปตพฺโพ นาม นตฺถี’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ เย ‘‘ทุกฺขาเปตพฺพา’’ติ อิจฺฉิตา สตฺตสญฺญิตา, เตปิ อตฺถโต สงฺขารา เอวาติ? สจฺจเมตํ, เย ปน อินฺทฺริยพทฺธา สวิญฺญาณกตาย ทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ตสฺมา เต วิหึสาวิตกฺกสฺส วิสยา อิจฺฉิตา สตฺตสญฺญิตา. เย ปน น ทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ วุตฺตลกฺขณาโยคโต, เต สนฺธาย ‘‘วิหึสาวิตกฺโก สงฺขาเรสุ นุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. ยตฺถ ปน อุปฺปชฺชติ, ยถา จ อุปฺปชฺชติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิเม สตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

เนกฺขมฺมํ วุจฺจติ โลภโต นิกฺขนฺตตฺตา อโลโภ, นีวรเณหิ นิกฺขนฺตตฺตาปิ ปฐมชฺฌานํ, สพฺพากุสเลหิ นิกฺขนฺตตฺตา สพฺโพ กุสโล ธมฺโม, สพฺพสงฺขเตหิ ปน นิกฺขนฺตตฺตา, นิพฺพานํ. อุปนิสฺสยโต, สมฺปโยคโต, อารมฺมณกรณโต จ เนกฺขมฺเมน ปฏิสํยุตฺโตติ เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต. เนกฺขมฺมวิตกฺโก สมฺมาสงฺกปฺโป. อิทานิ ตํ ภูมิวิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘โส’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสุภปุพฺพภาเคติ อสุภชฺฌานสฺส ปุพฺพภาเค. อสุภคฺคหณญฺเจตฺถ กามวิตกฺกสฺส อุชุวิปจฺจนีกทสฺสนตฺถํ กตํ. กามวิตกฺกปฏิปกฺโข หิ เนกฺขมฺมวิตกฺโกติ. เอวญฺจ กตฺวา อุปริวิตกฺกทฺวยสฺส ภูมึ ทสฺเสนฺเตน สปุพฺพภาคานิ เมตฺตากรุณาฌานาทีนิ อุทฺธฏานิ. อสุภชฺฌาเนติ อสุภารมฺมเณ ปฐมชฺฌาเน. อวยเว หิ สมุทายโวหารํ กตฺวา นิทฺทิสติ ยถา ‘‘รุกฺเข สาขา’’ติ. ฌานํ ปาทกํ กตฺวาติ นิทสฺสนมตฺตํ. ตํ ฌานํ สมฺมสิตฺวา อุปฺปนฺนมคฺคผลกาเลปิ หิ โส โลกุตฺตโรติ. พฺยาปาทสฺส ปฏิปกฺโข, กิญฺจิปิ น พฺยาปาเทติ เอเตนาติ วา อพฺยาปาโท, เมตฺตา, ตาย ปฏิสํยุตฺโต อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต. เมตฺตาฌาเนติ เมตฺตาภาวนาวเสน อธิคเต ปฐมชฺฌาเน. กรุณาฌาเนติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. วิหึสาย ปฏิปกฺโข, น วิหึสนฺติ วา เอตาย สตฺเตติ อวิหึสา, กรุณา.

นนุ จ อโลภาโทสานํ อญฺญมญฺญาวิรหโต เตสํ วเสน อุปฺปชฺชนกานํ อิเมสํ เนกฺขมฺมวิตกฺกาทีนํ อญฺญมญฺญํ อสงฺกรณโต ววตฺถานํ น โหตีติ? โนติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยทา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อโลโภ สีสํ โหตีติ อโลโภ ปธาโน โหติ. นิยมิตปริณตสมุทาจาราทิวเสน ยทา อโลภปฺปธาโน เนกฺขมฺมครุโก จิตฺตุปฺปาโท โหติ, ตทา ลทฺธาวสโร เนกฺขมฺมวิตกฺโก ปติฏฺฐหติ. ตํสมฺปยุตฺตสฺส ปน อโทสลกฺขณสฺส อพฺยาปาทสฺส วเสน โย ตสฺเสว อพฺยาปาทวิตกฺกภาโว สมฺภเวยฺย, สติ จ อพฺยาปาทวิตกฺกภาเว กสฺสจิปิ อวิเหฐนชาติกตาย อวิหึสาวิตกฺกภาโว จ สมฺภเวยฺย, เต อิตเร เทฺว. ตทนฺวยิกาติ ตสฺเสว เนกฺขมฺมวิตกฺกสฺส อนุคามิโน, สรูปโต อทิสฺสนโต ‘‘ตสฺมึ สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺตี’’ติ ตทนุมานเนยฺยา ภวนฺติ. เสสทฺวเยปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. วุตฺตนเยเนวาติ ‘‘กามปฏิสํยุตฺโต สงฺกปฺโป กามสงฺกปฺโป’’ติอาทินา วิตกฺกตฺติเก วุตฺตนเยเนว (ที. นิ. ๓.๒๘๘) เวทิตพฺโพ อตฺถโต อภินฺนตฺตา. ยทิ เอวํ กสฺมา ปุน เทสนา กตาติ? ตถา เทสนาย พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสยวเสน เทสนามตฺตเมเวตํ.

กามวิตกฺกาทีนํ วิย อุปฺปชฺชนากาโร เวทิตพฺโพ ‘‘ตาสุ เทฺว สตฺเตสุปิ สงฺขาเรสุปิ อุปฺปชฺชนฺตี’’ติอาทินา. ตตฺถ การณมาห ‘‘ตํสมฺปยุตฺตาเยว หิ เอตา’’ติ. ตเถวาติ ยถา เนกฺขมฺมวิตกฺกาทีนํ ‘‘อสุภปุพฺพภาเค กามาวจโร โหตี’’ติอาทินา กามาวจราทิภาโว วุตฺโต, ตเถว ตาสมฺปิ เนกฺขมฺมสญฺญาทีนมฺปิ กามาวจราทิภาโว เวทิตพฺโพ.

กามปฏิสํยุตฺโตติ สมฺปโยควเสน กาเมน ปฏิสํยุตฺโต. ตกฺกนวเสน ตกฺโก. วิเสสโต ตกฺกนวเสน วิตกฺโก. สงฺกปฺปนปริกปฺปนวเสน สงฺกปฺโป. อญฺเญสุปิ กามปฏิสํยุตฺเตสุ ธมฺเมสุ วิชฺชมาเนสุ วิตกฺเก เอว กาโมปปโท ธาตุ-สทฺโท นิรุโฬฺห เวทิตพฺโพ วิตกฺกสฺส กามสงฺกปฺปปฺปวตฺติยา สาติสยตฺตา. เอส นโย พฺยาปาทธาตุอาทีสุ. สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา กามธาตู หีนชฺฌาสเยหิ กามิตพฺพธาตุภาวโต กิเลสกามสฺส อารมฺมณสภาวตฺตาติ อตฺโถ. วิเหเฐตีติ วิพาธติ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ยถาวุตฺเต กามธาตุตฺติเก. สพฺพากุสลสงฺคาหิกาย กามธาตุยา อิตรา เทฺว สงฺคเหตฺวา กถนํ สพฺพสงฺคาหิกา กถา. ติสฺโส ธาตุโย อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต กถา อสมฺภินฺนา. อิตรา เทฺว คหิตาว โหนฺตีติ อิตรา เทฺว ธาตุโย คหิตา เอว โหนฺติ สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา กามธาตู’’ติ วุตฺตตฺตา สามญฺญโชตนาย สวิสยสฺส อติพฺยาปเนน. ตโตติ อิตรธาตุทฺวยสงฺคาหิกาย กามธาตุยา. นีหริตฺวาติ นิทฺธาเรตฺวา. ทสฺเสตีติ เอวํ ภควา ทสฺเสตีติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. พฺยาปาทธาตุํ…เป… กเถสิ. กสฺมา? ปเคว อปวาทา อภินิวิสนฺติ, ตโต ปรํ อุสฺสคฺโค ปวตฺตติ, ฐเปตฺวา วา อปวาทวิสยํ ตํ ปริหรนฺโตว อุสฺสคฺโค ปวตฺตตีติ, ญาโย เหส โลเก นิรุโฬฺหติ.

เทฺว กถาติ ‘‘สพฺพสงฺคาหิกา, อสมฺภินฺนา จา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๕) อนนฺตรตฺติเก วุตฺตา เทฺว กถา. ตตฺถ วุตฺตนเยน อาเนตฺวา กถนวเสน เวทิตพฺพา. ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตอตฺโถ อิธาปิ อาหริตฺวา เวทิตพฺโพ ‘‘เนกฺขมฺมธาตุยา คหิตาย อิตรา เทฺว คหิตาว โหนฺตี’’ติอาทินา.

สุญฺญตฏฺเฐนาติ อตฺตสุญฺญตาย. กามภโว กาโม อุตฺตรปทโลเปน สุญฺญตฏฺเฐน ธาตุ จาติ กามธาตุ. พฺรหฺมโลกนฺติ ปฐมชฺฌานภูมิสญฺญิตํ พฺรหฺมโลกํ. ธาตุยา อาคตฏฺฐานมฺหีติ ‘‘กามธาตุ รูปธาตู’’ติอาทินา ธาตุคฺคหเณ กเต. ภเวน ปริจฺฉินฺทิตพฺพาติ ‘‘กามภโว รูปภโว’’ติอาทินา ภววเสน ตทตฺโถ ปริจฺฉินฺทิตพฺโพ, น ยาย กายจิ ธาตุยา วเสน. ยทคฺเคน จ ธาตุยา อาคตฏฺฐาเน ภเวน ปริจฺเฉโท กาตพฺโพ, ตทคฺเคน ภวสฺส อาคตฏฺฐาเน ธาตุยา ปริจฺเฉโท กาตพฺโพ ภววเสน ธาตุยา ปริจฺฉิชฺชนโต. นิรุชฺฌติ กิเลสวฏฺฏเมตฺถาติ นิโรโธ, สา เอว สุญฺญตฏฺเฐน ธาตูติ นิโรธธาตุ, นิพฺพานํ. นิรุทฺเธ จ กิเลสวฏฺเฏ กมฺมวิปากวฏฺฏา นิรุทฺธา เอว โหนฺติ.

หีนธาตุตฺติโก อภิธมฺเม (ธ. ส. ติกมาติกา ๑๔) หีนตฺติเกน ปริจฺฉินฺทิตพฺโพติ วุตฺตํ ‘‘หีนา ธาตูติ ทฺวาทส อกุสลจิตฺตุปฺปาทา’’ติ. เต หิ ลามกฏฺเฐน หีนธาตุ. หีนปณีตานํ มชฺเฌ ภวาติ มชฺฌิมธาตุ, อวเสสา เตภูมกธมฺมา. อุตฺตมฏฺเฐน อตปฺปกฏฺเฐน จ ปณีตธาตุ, นวโลกุตฺตรธมฺมา.

ปญฺจกามคุณา วิสยภูตา เอตสฺส สนฺตีติ ปญฺจกามคุณิโก, กามราโค. รูปารูปภเวสูติ รูปารูปูปปตฺติภเวสุ ยถาธิคเตสุ. อนธิคเตสุ ปน โส ปตฺถนา นาม น โหตีติ ภววเสน ปตฺถนาติ อิมินาว คหิโต. ฌานนิกนฺตีติ รูปารูปชฺฌาเนสุ นิกนฺติ. ภววเสน ปตฺถนาติ ภเวสุ ปตฺถนาติ. เอวํ จตูหิปิ ปเทหิ ยถากฺกมํ มหคฺคตูปปตฺติภววิสยา, มหคฺคตกมฺมภววิสยา, ภวทิฏฺฐิสหคตา, ภวปตฺถนาภูตา จ ตณฺหา ‘‘ภวตณฺหา’’ติ วุตฺตา. วิภวทิฏฺฐิ วิภโว อุตฺตรปทโลเปน, วิภวสหคตา ตณฺหา วิภวตณฺหา. รูปาทิปญฺจวตฺถุ กามวิสยา พลวราคภูตา ตณฺหา กามตณฺหาติ ปฐมนโย, ‘‘สพฺเพปิ เตภูมกธมฺมา กามนียฏฺเฐน กามา’’ติ (มหานิ. ๑) วจนโต เต อารพฺภ ปวตฺตา ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตา สพฺพาปิ ตณฺหา กามตณฺหาติ ทุติยนโยติ อยเมเตสํ วิเสโส.

อภิธมฺเม ปนาติ ปน-สทฺโท วิเสสตฺถโชตโน, เตน ปญฺจกามคุณิกราคโต อญฺโญปิ กามาวจรธมฺมวิสโย โลโภ อภิธมฺเม (วิภ. ๙๑๕) ‘‘กามตณฺหา’’ติ อาคโตติ อิมํ วิเสสํ โชเตติ. ติกนฺตรมฺปิ สมานํ ตณฺหํเยว นิสฺสาย ปวตฺติตเทสนานนฺตรตาย ตํ ‘‘วาโร’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ ‘‘อิมินา วาเรนา’’ติ วุตฺตํ. อิมินา วาเรนาติ อิมินา ปริยาเยนาติ อตฺโถ. รชนียฏฺเฐนาติ กามนียฏฺเฐน. ปริยาทิยิตฺวาติ ปริคฺคเหตฺวา. ตโตติ กามตณฺหาย. นีหริตฺวาติ นิทฺธาเรตฺวา. อิตรา เทฺว ตณฺหาติ รูปตณฺหํ, อรูปตณฺหญฺจ ทสฺเสติ. เอเตน ‘‘กามตณฺหา’’ติ สาธารณวจนเมตํ สพฺพสฺสปิ โลภสฺส, ตสฺส ปน ‘‘รูปตณฺหา อรูปตณฺหา’’ติ วิเสสวจนํ ยถา กามคุณิกราโค รูปราโค อรูปราโคติ ทสฺเสติ. นิโรธตณฺหาติ ภวนิโรเธ ภวสมุจฺเฉเท ตณฺหา. ยสฺมา หิ อุจฺเฉททิฏฺฐิ มนุสฺสตฺตภาเว, กามาวจรเทวตฺตภาเว, รูปาวจรอรูปาวจรตฺตภาเว ฐิตสฺส อตฺตโน สมฺมา สมุจฺเฉโท โหตีติ ภวนิโรธํ อารพฺภ ปวตฺตติ, ตสฺมา ตํสหคตาปิ ตณฺหา ตเมว อารพฺภ ปวตฺตตีติ.

วฏฺฏสฺมินฺติ ติวิเธปิ วฏฺเฏ. ยถา เต หิ นิสฺสริตุํ อปฺปทานวเสน กมฺมวิปากวฏฺเฏ ตํสมงฺคิสตฺตํ เตสํ ปราปรุปฺปตฺติยา ปจฺจยภาเวน สํโยเชนฺติ, เอวํ กิเลสวฏฺเฏปีติ. สตีติ ปรมตฺถโต วิชฺชมาเน. รูปาทิเภเทติ รูปเวทนาทิวิภาเค. กาเยติ ขนฺธสมูเห. วิชฺชมานาติ สตี ปรมตฺถโต อุปลพฺภมานา. ทิฏฺฐิยา ปริกปฺปิโต หิ อตฺตาทิ ปรมตฺถโต นตฺถิ, ทิฏฺฐิ ปน อยํ อตฺเถวาติ. วิจินนฺโตติ ธมฺมสภาวํ วีมํสนฺโต. กิจฺฉตีติ กิลมติ. ปรามสตีติ ปรโต อามสติ. ‘‘สีเลน สุทฺธิ, วเตน สุทฺธี’’ติ คณฺหนฺโต หิ วิสุทฺธิมคฺคํ อติกฺกมิตฺวา ตสฺส ปรโต อามสติ นาม. วีสติวตฺถุกา ทิฏฺฐีติ รูปาทิ-ธมฺเม, ปจฺเจกํ เต วา นิสฺสิตํ, เตสํ วา นิสฺสยภูตํ, สามิภูตํ วา กตฺวา ปริกปฺปนวเสน ปวตฺติยา วีสติวตฺถุกา อตฺตทิฏฺฐิ วีสติ. วิมตีติ ธมฺเมสุ สมฺมา, มิจฺฉา วา มนนาภาวโต สํสยิตฏฺเฐน อมติ, อปฺปฏิปชฺชนนฺติ อตฺโถ. วิปริยาสคฺคาโหติ อสุทฺธิมคฺเค ‘‘สุทฺธิมคฺโค’’ติ วิปรีตคฺคาโห.

จิรปาริวาสิยฏฺเฐนาติ จิรปริวุตฺถตาย ปุราณภาเวน. อาสวนฏฺเฐนาติ สนฺทนฏฺเฐน, ปวตฺตนฏฺเฐนาติ อตฺโถ. สวตีติ ปวตฺตติ. อวธิอตฺโถ อา-กาโร, อวธิ จ มริยาทาภิวิธิเภทโต ทุวิโธ. ตตฺถ มริยาโท กิริยํ พหิ กตฺวา ปวตฺตติ ยถา ‘‘อา ปาฏลิปุตฺตา วุฏฺโฐ เทโว’’ติ. อภิวิธิ กิริยํ พฺยาเปตฺวา ปวตฺตติ ยถา ‘‘อา ภวคฺคา ภควโต ยโส ปวตฺโต’’ติ. อภิวิธิอตฺโถ อยํ อา-กาโร เวทิตพฺโพ.

กตฺถจิ เทฺว อาสวา อาคตาติ วินยปาฬึ (ปารา. ๓๙) สนฺธายาห. ตตฺถ หิ ‘‘ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย, สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตายา’’ติ (ปารา. ๓๙) ทฺวิธา อาสวา อาคตาติ. กตฺถจีติ ติกนิปาเต อาสวสุตฺเต, (อิติวุ. ๕๖; สํ. นิ. ๕.๑๖๓) อญฺเญสุ จ สฬายตนสุตฺตาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๓๒๑). สฬายตนสุตฺเตสุปิ หิ ‘‘ตโยเม อาวุโส อาสวา กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว’’ติ ตโย เอว อาคตาติ. นิรยํ คเมนฺตีติ นิรยคามินียา. ยสฺมา อิธ สาสวํ กุสลากุสลํ กมฺมํ อาสวปริยาเยน เทสิตํ, ตสฺมา ปญฺจคติสํวตฺตนียภาเวน อาสวา อาคตา. อิมสฺมึ สงฺคีติสุตฺเต ตโย อาคตาติ. เอตฺถ ยสฺมา อญฺเญสุ จ อา ภวคฺคํ อา โคตฺรภุํ ปวตฺตนฺเตสุ มานาทีสุ วิชฺชมาเนสุ อตฺตตฺตนิยาทิคฺคาหวเสน, อภิพฺยาปนมทกรณวเสน อาสวสทิสตา จ เอเตสํเยว, น อญฺเญสํ, ตสฺมา เอเตเสฺวว อาสว-สทฺโท นิรุโฬฺห ทฏฺฐพฺโพ. น เจตฺถ ‘‘ทิฏฺฐาสโว นาคโต’’ติ จินฺเตตพฺพํ ภวตณฺหาย, ภวทิฏฺฐิยาปิ ภวาสวคฺคหเณเนว คหิตตฺตา. กามาสโว นาม กามนฏฺเฐน, อาสวนฏฺเฐน จ. วุตฺตาเยว อตฺถโต นินฺนานากรณโต.

กาเม เอสติ คเวสติ เอตายาติ กาเมสนา, กามานํ อภิปตฺถนาวเสน, ปริเยฏฺฐิวเสน, ปริภุญฺชนวเสน วา ปวตฺตราโค. ภเวสนา ปน ภวปตฺถนา, ภวาภิรติภวชฺโฌสานวเสน ปวตฺตราโค. ทิฏฺฐิคติกสมฺมตสฺสาติ อญฺญติตฺถิเยหิ ปริกปฺปิตสฺส, สมฺภาวิตสฺส จ. พฺรหฺมจริยสฺสาติ ตโปปกฺกมสฺส. ตเทกฏฺฐนฺติ ตาหิ ราคทิฏฺฐีหิ สหเชกฏฺฐํ. กมฺมนฺติ อกุสลกมฺมํ. ตมฺปิ หิ กามาทิเก นิพฺพตฺตนาธิฏฺฐานาทิวเสน ปวตฺตํ ‘‘เอสตี’’ติ วุจฺจติ. อนฺตคฺคาหิกา ทิฏฺฐีติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ. ยา กาจิ ปน มิจฺฉาทิฏฺฐิ ตโปปกฺกมเหตุกา พฺรหฺมจริเยสนา เอว.

อาการสณฺฐานนฺติ วิสิฏฺฐาการาวฏฺฐานํ กถํวิธนฺติ หิ เกน ปกาเรน สณฺฐิตํ, สมวฏฺฐิตนฺติ อตฺโถ. สทฺทตฺถโต ปน วิทหนํ วิสิฏฺฐากาเรน อวฏฺฐานํ วิธา, วิธียติ วิสทิสากาเรน ฐปียตีติ วิธา, โกฏฺฐาโส. วิทหนโต หีนาทิวเสน วิวิเธนากาเรน ทหนโต อุปธารณโต วิธา, มาโนว. เสยฺยสทิสหีนานํ วเสนาติ เสยฺยสทิสหีนภาวานํ ยาถาวา’ ยาถาวภูตานํ วเสน. ตโย มานา วุตฺตา เสยฺยสฺเสว อุปฺปชฺชนกา. เอส นโย สทิสหีเนสุปิ. เตนาห ‘‘อยญฺหิ มาโน’’ติอาทิ. อิทานิ ยถาอุทฺทิฏฺเฐ นววิเธปิ มาเน วตฺถุวิภาเคน ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ราชูนญฺเจว ปพฺพชิตานญฺจ อุปฺปชฺชติ กสฺมา? เต วิเสสโต อตฺตานํ เสยฺยโต ทหนฺตีติ. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสนฺโต ‘‘ราชา หี’’ติอาทิมาห. โก มยา สทิโส อตฺถีติ โก-สทฺโท ปฏิกฺเขปตฺโถ, อญฺโญ สทิโส นตฺถีติ อธิปฺปาโย. เอเตสํเยวาติ ราชูนํ, ปพฺพชิตานญฺจ. อุปฺปชฺชติ เสฏฺฐวตฺถุกตฺตา ตสฺส. ‘‘หีโนหมสฺมี’’ติ มาเนปิ เอเสว นโย.

‘‘โก มยา สทิโส อญฺโญ ราชปุริโส อตฺถี’’ติ วา ‘‘มยฺหํ อญฺเญหิ สทฺธึ กึ นานากรณ’’นฺติ วา ‘‘อมจฺโจ ติ นามาเมว…เป… นามาห’’นฺติ วาติ สทิสสฺส เสยฺยมานาทีนํ ติณฺณํ ปวตฺติอาการทสฺสนํ.

ทาสาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน ภติก กมฺมกราทีนํ ปราธีนวุตฺติกานํ คหณํ. อาทิ-สทฺเทน วา คหิเต เอว ‘‘ปุกฺกุสจณฺฑาลาทโยปี’’ติ สยเมว ทสฺเสติ. นนุ จ มาโน นามายํ สํปคฺคหรโส, โส กถํ โอมาเน สมฺภวตีติ? โสปิ อวกรณมุเขน วิธานวตฺถุนา ปคฺคณฺหนวเสเนว ปวตฺตตีติ นายํ วิโรโธ. เตเนวาห ‘‘กึ ทาโส นาม อหนฺติ เอเต มาเน กโรตี’’ติ. ตถา หิสฺส ยาถาวมานตา วุตฺตา.

ยาถาวมานา ภวนิกนฺติ วิย, อตฺตทิฏฺฐิ วิย จ น มหาสาวชฺชา, ตสฺมา เต น อปายคมนียา. ยถาภูตวตฺถุกตาย หิ เต ยาถาวมานา. ‘‘อรหตฺตมคฺควชฺฌา’’ติ จ ตสฺส อนวเสสปฺปหายิตาย วุตฺตํ. ทุติยตติยมคฺเคหิ จ เต ยถากฺกมํ ปหียนฺติ, เย โอฬาริกตรา, โอฬาริกตมา จ. มาโน หิ ‘‘อหํ อสฺมี’’ติ ปวตฺติยา อุปริมคฺเคสุ สมฺมาทิฏฺฐิยา อุชุวิปจฺจนีโก หุตฺวา ปหียติ. อยาถาวมานา นาม อยถาภูตวตฺถุกตาย, เตเนว เต มหาสาวชฺชภาเวน ปฐมมคฺควชฺฌา วุตฺตา.

อตติ สตตํ คจฺฉติ ปวตฺตตีติ อทฺธา, กาโลติ อาห ‘‘ตโย อทฺธาติ ตโย กาลา’’ติ. สุตฺตนฺตปริยาเยนาติ ภทฺเทกรตฺตสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๘๓) อาคตนเยน. ตตฺถ หิ ‘‘โย จาวุโส มโน, เย จ ธมฺมา, อุภยเมตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ, ตสฺมึ เจ ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคปฏิพทฺธํ โหติ วิญฺญาณํ, ฉนฺทราคปฏิพทฺธตฺตา วิญฺญาณสฺส ตทภินนฺทติ, ตทภินนฺทนฺโต ปจฺจุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ สํหีรตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๒๘๔) อทฺธาปจฺจุปฺปนฺนํ สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ปฏิสนฺธิโต ปุพฺเพ’’ติอาทิ. ตทนฺตรนฺติ เตสํ จุติปฏิสนฺธีนํ เวมชฺฌํ ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา, โย ปุพฺพนฺตาปรนฺตานํ เวมชฺฌตาย ‘‘ปุพฺพนฺตาปรนฺเต กงฺขติ, (ธ. ส. ๑๑๒๓) ปุพฺพนฺตาปรนฺเต อญฺญาณ’’นฺติ (ธ. ส. ๑๐๖๗, ๑๑๐๖, ๑๑๒๘) เอวมาทีสุ ‘‘ปุพฺพนฺตาปรนฺโต’’ติ จ วุจฺจติ. ภงฺโค ธมฺโม อตีตํเสน สงฺคหิโตติ อาห ‘‘ภงฺคโต อุทฺธํ อตีโต อทฺธา นามา’’ติ. ตถา อนุปฺปนฺโน ธมฺโม อนาคตํเสน สงฺคหิโตติ อาห ‘‘อุปฺปาทโต ปุพฺเพ อนาคโต อทฺธา นามา’’ติ. ขณตฺตเยติ อุปฺปาโท, ฐิติ, ภงฺโคติ ตีสุ ขเณสุ. ยทา หิ ธมฺโม เหตุปจฺจยสฺส สมวาเย อุปฺปชฺชติ, ยทา จ เวติ, อิติ ทฺวีสุปิ ขเณสุ ฐิติกฺขเณ วิย ปจฺจุปฺปนฺโนติ. ธมฺมานญฺหิ ปากภาวูปาธิกํ ปตฺตพฺพํ อุทโย, วิทฺธํสภาวูปาธิกํ วโย, ตทุภยเวมชฺฌํ ฐิติ. ยทิ เอวํ อทฺธา นามายํ ธมฺโม เอว อาปนฺโนติ? น ธมฺโม, ธมฺมสฺส ปน อวตฺถาเภโท, ตญฺจ อุปาทาย โลเก กาลสมญฺญาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อตีตาทิเภโท จ นาม อย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. เตเนว โวหาเรนาติ ตํ ตํ อวตฺถาวิเสสํ อุปาทาย ธมฺโม ‘‘อตีโต อนาคโต ปจฺจุปฺปนฺโน’’ติ เยน โวหาเรน โวหรียติ, ธมฺมปฺปวตฺติมตฺตตาย หิ ปรมตฺถโต อวิชฺชมาโนปิ กาโล ตสฺเสว ธมฺมสฺส ปวตฺติอวตฺถาวิเสสํ อุปาทาย เตเนว โวหาเรน ‘‘อตีโต อทฺธา’’ติอาทินา วุตฺโต.

อนฺต-สทฺโท โลเก ปริโยสาเน, โกฏิยํ นิรุโฬฺหติ ตทตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนฺโตเยว อนฺโต’’ติ อาห, โกฏิ อนฺโตติ อตฺโถ. ปรภาโคติ ปาริมนฺโต. อมติ คจฺฉติ ภวปฺปพนฺโธ นิฏฺฐานํ เอตฺถาติ อนฺโต, โกฏิ. อมนํ นิฏฺฐานคมนนฺติ อนฺโต, โอสานํ. โส ปน ‘‘เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๙๓; สํ. นิ. ๒.๕๑) วุตฺตตฺตา ทุกฺขณฺณวสฺส ปาริมนฺโตติ อาห ‘‘ปรภาโค’’ติ. อมฺมติ ปริภุยฺยติ หีฬียตีติ อนฺโต, ลามโก. อมฺมติ ภาคโส ญายตีติ อนฺโต, อํโสติ อาห ‘‘โกฏฺฐาโส อนฺโต’’ติ. สนฺโต ปรมตฺถโต วิชฺชมาโน กาโย ธมฺมสมูโหติ สกฺกาโย, ขนฺธา, เต ปน อริยสจฺจภูตา อิธาธิปฺเปตาติ วุตฺตํ ‘‘ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา’’ติ. ปุริมตณฺหาติ เยสํ นิพฺพตฺติกา, ตนฺนิพฺพตฺติโต ปเคว สิทฺธา ตณฺหา. อปฺปวตฺติภูตนฺติ นปฺปวตฺตติ ตทุภยํ เอตฺถาติ เตสํ อปฺปวตฺติฏฺฐานภูตํ. ยทิ ‘‘สกฺกาโย อนฺโต’’ติอาทินา อญฺญมญฺญํ วิภตฺติตาย ทุกฺขสจฺจาทโย คหิตา, อถ กสฺมา มคฺโค น คหิโตติ อาห ‘‘มคฺโค ปนา’’ติอาทิ. ตตฺถ อุปายตฺตาติ อุปายภาวโต, สมฺปาปกเหตุภาวโตติ อตฺโถ.

ยทิ ปน เหตุมนฺตคฺคหเณเนว เหตุ คหิโต โหติ, นนุ เอวํ สกฺกายคฺคหเณเนว ตสฺส เหตุภูโต สกฺกายสมุทโย คหิโต โหตีติ? ตสฺส คหเณ สงฺขตทุโก วิย, สปฺปจฺจยทุโก วิย จ ทุโกวายํ อาปชฺชติ, น ติโก. ยถา ปน สกฺกายํ คเหตฺวา สกฺกายสมุทโยปิ คหิโต, เอวํ สกฺกายนิโรธํ คเหตฺวา สกฺกายนิโรธุปาโย คเยฺหยฺย, เอวํ สติ จตุกฺโก อยํ อาปชฺเชยฺย, น ติโก, ตสฺมา เหตุมนฺตคฺคหเณน เหตุคฺคหณํ น จินฺเตตพฺพํ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต สิยา – อิธ สกฺกายสกฺกายสมุทยา อนาทิกาลิกา, อสติ มคฺคภาวนายํ ปจฺจยานุปรเมน อปริยนฺตา จ, นิพฺพานํ ปน อปฺปจฺจยตฺตา อตฺตโน นิจฺจตาย เอว สพฺพทาภาวีติ อนาทิกาลิโก, อปริยนฺโต จ. อิติ อิมานิ ตีณิ สจฺจานิ มหาเถโร อิมาย สภาคตาย ‘‘ตโย อนฺตา’’ติ ติกํ กตฺวา ทสฺเสติ. อริยมคฺโค ปน กทาจิ กรหจิ ลพฺภมาโน น ตถาติ ตสฺส อติวิย ทุลฺลภปาตุภาวตํ ทีเปตุํ ติกโต พหิกโตติ อยเมตฺถ อตฺตโนมติ.

ทุกฺขตาติ ทุกฺขภาโว, ทุกฺขํเยว วา ยถา เทโว เอว เทวตา. ทุกฺข-สทฺโท จายํ อทุกฺขสภาเวสุปิ สุขุเปกฺขาสุ กญฺจิ อนิฏฺฐตาวิเสสํ อุปาทาย ปวตฺตตีติ ตโต นิวตฺเตนฺโต สภาวทุกฺขวาจินา เอเกน ทุกฺข-สทฺเทน วิเสเสตฺวา ‘‘ทุกฺขทุกฺขตา’’ติ อาห. ภวติ หิ เอกนฺตโต ตํสภาเวปิ อตฺเถ อญฺญสฺส ธมฺมสฺส เยน เกนจิ สทิสตาเลเสน พฺยภิจาราสงฺกาติ วิเสสิตพฺพตา ยถา ‘‘รูปรูปํ ติลเตล’’นฺติ (วิภ. อฏฺฐ. ปกิณฺณกถา) จ. สงฺขารภาเวนาติ สงฺขตภาเวน. ปจฺจเยหิ สงฺขรียนฺตีติ สงฺขารา, อทุกฺขมสุขเวทนา. สงฺขริยมานตฺตา เอว หิ อสารกตาย ปริทุพฺพลภาเวน ภงฺคภงฺคาภิมุขกฺขเณสุ วิย อตฺตลาภกฺขเณปิ วิพาธปฺปตฺตา เอว หุตฺวา สงฺขารา ปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘สงฺขตตฺตา อุปฺปาทชราภงฺคปีฬิตา’’ติ. ตสฺมาติ ยถาวุตฺตการณโต. อญฺญทุกฺขสภาววิรหโตติ ทุกฺขทุกฺขตาวิปริณามทุกฺขตาสงฺขาตสฺส อญฺญสฺส ทุกฺขสภาวสฺส อภาวโต. วิปริณาเมติ ปริณาเม, วิคเมติ อตฺโถ. เตนาห ปปญฺจสูทนิยํ ‘‘วิปริณามทุกฺขาติ นตฺถิภาโว ทุกฺข’’นฺติ. อปริญฺญาตวตฺถุกานญฺหิ สุขเวทนุปรโม ทุกฺขโต อุปฏฺฐาติ, สฺวายมตฺโถ ปิยวิปฺปโยเคน ทีเปตพฺโพ. เตนาห ‘‘สุขสฺส หี’’ติอาทิ. ปุพฺเพ วุตฺตนโย ปเทสนิสฺสิโต เวทนาวิเสสมตฺตวิสยตฺตาติ อนวเสสโต สงฺขารทุกฺขตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติ ทุติยนโย วุตฺโต. นนุ จ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๘) วจนโต สุขทุกฺขเวทนานมฺปิ สงฺขารทุกฺขตา อาปนฺนาติ? สจฺจเมตํ, สา ปน สามญฺญโชตนาอปวาทภูเตน อิตรทุกฺขตาวจเนน นิวตฺตียตีติ นายํ วิโรโธ. เตเนวาห ‘‘ฐเปตฺวา ทุกฺขเวทนํ สุขเวทนญฺจา’’ติ.

มิจฺฉาสภาโวติ ‘‘หิตสุขาวโห เม ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ อาสีสิโตปิ ตถา อภาวโต, อสุภาทีสุเยว ‘‘สุภ’’นฺติอาทิวิปรีตปฺปวตฺติโต จ มิจฺฉาสภาโว, มุสาสภาโวติ อตฺโถ. มาตุฆาตกาทีสุ ปวตฺตมานาปิ หิ หิตสุขํ อิจฺฉนฺตาว ปวตฺตนฺตีติ เต ธมฺมา ‘‘หิตสุขาวหา เม ภวิสฺสนฺตี’’ติ อาสีสิตา โหนฺติ. ตถา อสุภาสุขานิจฺจานตฺเตสุ สุภาทิวิปริยาสทฬฺหตาย อานนฺตริยกมฺมนิยตมิจฺฉาทิฏฺฐีสุ ปวตฺติ โหตีติ เต ธมฺมา อสุภาทีสุ สุภาทิวิปรีตปฺปวตฺติกา โหนฺติ. วิปากทาเน สติ ขนฺธเภทานนฺตรเมว วิปากทานโต นิยโต, มิจฺฉตฺโต จ โส นิยโต จาติ มิจฺฉตฺตนิยโต. อเนเกสุ อานนฺตริเยสุ กเตสุ ยํ ตตฺถ พลวํ, ตํ วิปจฺจติ, น อิตรานีติ เอกนฺตวิปากชนกตาย นิยตตา น สกฺกา วตฺตุนฺติ ‘‘วิปากทาเน สตี’’ติ วุตฺตํ. ขนฺธเภทานนฺตรนฺติ จุติอนนฺตรนฺติ อตฺโถ. จุติ หิ มรณนิทฺเทเส ‘‘ขนฺธานํ เภโท’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๙๐; ม. นิ. ๑.๑๒๓; ๓.๓๗๓; วิภ. ๑๙๓) วุตฺตา, เอเตน วจเนน สติ ผลทาเน จุติอนนฺตโร เอว เอเตสํ ผลกาโล, น อญฺโญติ ผลกาลนิยเมน นิยตตา วุตฺตา โหติ, น ผลทานนิยเมนาติ นิยตผลกาลานํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ, ทิฏฺฐธมฺมเวทนียานมฺปิ นิยตตา อาปชฺชติ, ตสฺมา วิปากธมฺมธมฺมานํ ปจฺจยนฺตรวิกลตาทีหิ อวิปจฺจมานานมฺปิ อตฺตโน สภาเวน วิปากธมฺมตา วิย พลวตา อานนฺตริเยน วิปาเก ทินฺเน อวิปจฺจมานานมฺปิ อานนฺตริยานํ ผลทาเน นิยตสภาวา, อานนฺตริยสภาวา จ ปวตฺตีติ อตฺตโน สภาเวน ผลทานนิยเมเนว นิยตตา, อานนฺตริยตา จ เวทิตพฺพา. อวสฺสญฺจ นิยตสภาวา, อานนฺตริยสภาวา จ เตสํ ปวตฺตีติ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพเมตํ อญฺญสฺส พลวโต อานนฺตริยสฺส อภาเว จุติอนนฺตรํ เอกนฺเตน ผลทานโต.

นนุ เอวํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ อญฺญสฺมึ วิปากทายเก อสติ จุติอนนฺตรเมว เอกนฺเตน ผลทานโต อานนฺตริยสภาวา, นิยตสภาวา จ ปวตฺติ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ อสมานชาติเกน เจโตปณิธิวเสน, อุปฆาตเกน จ นิวตฺเตตพฺพวิปากตฺตา อนนฺตเรกนฺตผลทายกตฺตาภาวา, น ปน อานนฺตริยานํ ปฐมชฺฌานาทีนํ ทุติยชฺฌานาทีนิ วิย อสมานชาติกํ ผลนิวตฺตกํ อตฺถิ สพฺพานนฺตริยานํ อวีจิผลตฺตา, น จ เหฏฺฐูปปตฺตึ อิจฺฉโต สีลวโต เจโตปณิธิ วิย อุปรูปปตฺติชนกกมฺมพลํ อานนฺตริยพลํ นิวตฺเตตุํ สมตฺโถ เจโตปณิธิ อตฺถิ อนิจฺฉนฺตสฺเสว อวีจิปาตนโต, น จ อานนฺตริยุปฆาตกํ กิญฺจิ กมฺมํ อตฺถิ. ตสฺมา เตสํเยว อนนฺตเรกนฺตวิปากชนกสภาวา ปวตฺตีติ. อเนกานิ จ อานนฺตริยานิ กตานิ เอกนฺเต วิปาเก นิยตตฺตา อุปรตาวิปจฺจนสภาวาสงฺกตฺตา นิจฺฉิตานิ สภาวโต นิยตาเนว. จุติอนนฺตรํ ปน ผลํ อนนฺตรํ นาม, ตสฺมึ อนนฺตเร นิยุตฺตานิ, ตนฺนิพฺพตฺตเนน อนนฺตรกรณสีลานิ อนนฺตรปโยชนานิ จาติ สภาวโต อานนฺตริยาเนว จ โหนฺติ. เตสุ ปน สมานสภาเวสุ เอเกน วิปาเก ทินฺเน อิตรานิ อตฺตนา กาตพฺพกิจฺจสฺส เตเนว กตตฺตา น ทุติยํ ตติยญฺจ ปฏิสนฺธึ กโรนฺติ, น สมตฺถตาวิฆาตตฺตาติ นตฺถิ เตสํ นิยตานนฺตริยตานิวตฺตีติ. น หิ สมานสภาวํ สมานสภาวสฺส สมตฺถตํ วิหนตีติ. เอกสฺส ปน อญฺญานิปิ อุปตฺถมฺภกานิ โหนฺตีติ ทฏฺฐพฺพานีติ. สมฺมาสภาเวติ สจฺจสภาเว. นิยโต เอกนฺติโก อนนฺตรเมว ผลทาเนนาติ สมฺมตฺตนิยมโต.น นิยโตติ อุภยถาปิ น นิยโต. อวเสสานํ ธมฺมานนฺติ กิเลสานนฺตริยกมฺมนิยฺยานิกธมฺเมหิ อญฺเญสํ ธมฺมานํ.

ตมนฺธกาโรติ ตโม อนฺธกาโรติ ปทวิภาโค. อวิชฺชา ตโม นาม อารมฺมณสฺส ฉาทนฏฺเฐน. เตเนวาห ‘‘ตโม วิหโต, อาโลโก อุปฺปนฺโน (ม. นิ. ๑.๓๘๕; ปารา. ๑๒), ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๖๔) จ อาทิ. อวิชฺชาสีเสน วิจิกิจฺฉา วุตฺตา มหตา สมฺโมเหน สพฺพกาลํ อวิยุชฺชนโต. อาคมฺมาติ ปตฺวา. กงฺขตีติ ‘‘อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธาน’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๘; สํ. นิ. ๒.๒๐) กงฺขํ อุปฺปาเทติ สํสยํ อาปชฺชติ. อธิมุจฺจิตุํ น สกฺโกตีติ ปสาทาธิโมกฺขวเสน อธิมุจฺจิตุํ น สกฺโกติ. เตนาห ‘‘น สมฺปสีทตี’’ติ. ยาวตฺตกญฺหิ ยสฺมึ วตฺถุสฺมึ วิจิกิจฺฉา น วิคจฺฉติ, ตาว ตตฺถ สทฺธาธิโมกฺโข อนวสโรว. น เกวลํ สทฺธาธิโมกฺโข, นิจฺฉยาธิโมกฺโขปิ ตตฺถ น ปติฏฺฐหติ เอว.

น รกฺขิตพฺพานีติ ‘‘อิมานิ มยา รกฺขิตพฺพานี’’ติ เอวํ กตฺถจิ รกฺขากิจฺจํ นตฺถิ ปรโต รกฺขิตพฺพสฺเสว อภาวโต. สติยา เอว รกฺขิตานีติ มุฏฺฐสฺสจฺจสฺส โพธิมูเล เอว สวาสนํ สมุจฺฉินฺนตฺตา สติยา รกฺขิตพฺพานิ นาม สพฺพทาปิ รกฺขิตานิ เอว. นตฺถิ ตถาคตสฺส กายทุจฺจริตนฺติ ตถาคตสฺส กายทุจฺจริตํ นาม นตฺเถว, ยโต สุปริสุทฺโธ กายสมาจาโร ภควโต. โน อปริสุทฺธา, ปริสุทฺธา เอว อปริสุทฺธิเหตูนํ กิเลสานํ ปหีนตฺตา. ตถาปิ วินเย อปกตญฺญุตาวเสน สิยา เตสํ อปาริสุทฺธิเลโส, น ภควโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘น ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วิหารการํ อาปตฺตินฺติ เอกวจนวเสน ‘‘อาปตฺติโย’’ติ เอตฺถ อาปตฺติ-สทฺทํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อภิเธยฺยานุรูปญฺหิ ลิงฺควจนานิ โหนฺติ. เอส นโย เสเสสุปิ. ‘‘มโนทฺวาเร’’ติ อิทํ ตสฺสา อาปตฺติยา อกิริยสมุฏฺฐานตาย วุตฺตํ. น หิ มโนทฺวาเร ปญฺญตฺตา อาปตฺติ อตฺถีติ. สอุปารมฺภวเสนาติ สวตฺตพฺพตาวเสน, น ปน ทุจฺจริตลกฺขณาปตฺติวเสน, ยโต นํ ภควา ปฏิกฺขิปติ. ยถา อายสฺมโต มหากปฺปินสฺสาปิ ‘‘คจฺเฉยฺยํ วาหํ อุโปสถํ, น วา คจฺเฉยฺยํ. คจฺเฉยฺยํ วาหํ สงฺฆกมฺมํ, น วา คจฺเฉยฺย’’นฺติ (มหาว. ๑๓๗) ปริวิตกฺกิตํ. มโนทุจฺจริตนฺติ มโนทฺวาริกํ อปฺปสตฺถํ จริตํ. สตฺถารา อปฺปสตฺถตาย หิ ตํ ทุจฺจริตํ นาม ชาตํ, น สภาวโต.

ยสฺมา มหาการุณิโก ภควา สเทวกสฺส โลกสฺส หิตสุขาย เอว ปฏิปชฺชมาโน อจฺจนฺตวิเวกชฺฌาสยตาย ตพฺพิธุรํ ธมฺมเสนาปติโน จิตฺตุปฺปาทํ ปฏิกฺขิปนฺโต ‘‘น โข เต…เป… อุปฺปาเทตพฺพ’’นฺติ อโวจ, ตสฺมา โส เถรสฺส จิตฺตุปฺปาโท ภควโต น ปาสํโสติ กตฺวา มโนทุจฺจริตํ นาม ชาโต, ตสฺส จ ปฏิกฺเขโป อุปารมฺโภติ อาห ‘‘ตสฺมึ มโนทุจฺจริเต อุปารมฺภํ อาโรเปนฺโต’’ติ. ภควโต ปน เอตฺตกมฺปิ นตฺถิ, ยโต ปวารณาสุตฺเต ‘‘หนฺท ทานิ, ภิกฺขเว, ปวาเรมิ โว, น จ เม กิญฺจิ ครหถ กายิกํ วา วาจสิกํ วา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๑๕) วุตฺโต ภิกฺขุสงฺโฆ ‘‘น โข มยํ ภนฺเต ภควโต กิญฺจิ ครหาม กายิกํ วา วาจสิกํ วา’’ติ สตฺถุ ปริสุทฺธกายสมาจาราทิกํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉิ. อยญฺหิ โลกนาถสฺส ทุจฺจริตาภาโว โพธิสตฺตภูมิยมฺปิ จริยาจิรานุคโต อโหสิ, ปเคว พุทฺธภูมิยนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนจฺฉริยญฺเจต’’นฺติอาทิมาห.

พุทฺธานํเยว ธมฺมา คุณา, น อญฺเญสนฺติ พุทฺธธมฺมา. ตถา หิ เต พุทฺธานํ อาเวณิกธมฺมาติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ ‘‘นตฺถิ ตถาคตสฺส กายทุจฺจริต’’นฺติอาทินา กายวจีมโนทุจฺจริตาภาววจนํ ยถาธิการํ กายกมฺมาทีนํ ญาณานุปริวตฺติตาย ลทฺธคุณกิตฺตนํ, น อาเวณิกธมฺมนฺตรทสฺสนํ. สพฺพสฺมิญฺหิ กายกมฺมาทิเก ญาณานุปริวตฺตินิ กุโต กายทุจฺจริตาทีนํ สมฺภโว. ‘‘พุทฺธสฺส อปฺปฏิหตญาณ’’นฺติอาทินา วุตฺตานิ สพฺพญฺญุตญฺญาณโต วิสุํเยว ตีณิ ญาณานิ จตุโยนิปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณานิ วิยา’’ติ วทนฺติ. เอกํเยว หุตฺวา ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณํ นาม สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว. นตฺถิ ฉนฺทสฺส หานีติ สตฺเตสุ หิตฉนฺทสฺส หานิ นตฺถิ. นตฺถิ วีริยสฺส หานีติ เขมปวิเวกวิตกฺกานุคตสฺส วีริยสฺส หานิ นตฺถิ. ‘‘นตฺถิ ทวาติ ขิฑฺฑาธิปฺปาเยน กิริยา นตฺถิ. นตฺถิ รวาติ สหสา กิริยา นตฺถี’’ติ วทนฺติ, สหสา ปน กิริยา ทวา ‘‘อญฺญํ กริสฺสามี’’ติ อญฺญกรณํ รวา. ขลิตนฺติ วิรชฺฌนํ ญาเณน อปฺผุฏํ. สหสาติ เวคายิตตฺตํ ตุริตกิริยา. อพฺยาวโฏ มโนติ นิรตฺถโก จิตฺตสมุทาจาโร. อกุสลจิตฺตนฺติ อญฺญาณุเปกฺขมาห, อยญฺจ ทีฆภาณกานํ ปาโฐ อากุโล วิย. อยํ ปน ปาโฐ อนากุโล –

อตีตํเส พุทฺธสฺส ภควโต อปฺปฏิหตญาณํ, อนาคตํเส, ปจฺจุปฺปนฺนํเส. อิเมหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส พุทฺธสฺส ภควโต สพฺพํ กายกมฺมํ ญาณปุพฺพงฺคมํ ญาณานุปริวตฺติ, สพฺพํ วจีกมฺมํ, สพฺพํ มโนกมฺมํ. อิเมหิ ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส พุทฺธสฺส ภควโต นตฺถิ ฉนฺทสฺส หานิ, นตฺถิ ธมฺมเทสนาย, นตฺถิ วีริยสฺส, นตฺถิ สมาธิสฺส, นตฺถิ ปญฺญาย, นตฺถิ วิมุตฺติยา. อิเมหิ ทฺวาทสหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตสฺส พุทฺธสฺส ภควโต นตฺถิ ทวา, นตฺถิ รวา, นตฺถิ อปฺผุฏํ, นตฺถิ เวคายิตตฺตํ, นตฺถิ อพฺยาวฏมโน, นตฺถิ อปฺปฏิสงฺขานุเปกฺขาติ.

ตตฺถ อปฺปฏิสงฺขานุเปกฺขาติ อญฺญาณุเปกฺขา. เสสํ วุตฺตนยเมว. เอตฺถ จ ตถาคตสฺส อาชีวปาริสุทฺธึ กายวจีมโนสมาจารปาริสุทฺธิยาว สงฺคเหตฺวา สมาจารตฺตยวเสน มหาเถเรน ติโก เทสิโต.

กิญฺจนาติ กิญฺจิกฺขา. อิเม ปน ราคาทโย ปลิพุนฺธนฏฺเฐน กิญฺจนา วิยาติ กิญฺจนา. เตนาห ‘‘กิญฺจนาติ ปลิโพธา’’ติ.

อนุทหนฏฺเฐนาติ อนุ อนุ ทหนฏฺเฐน. ราคาทโย อรูปธมฺมา อิตฺตรกฺขณา กถํ อนุทหนฺตีติ อาสงฺกํ นิวตฺเตตุํ ‘‘ตตฺถ วตฺถูนี’’ติ วุตฺตํ, ทฏฺฐพฺพานีติ วจนเสโส. ตตฺถาติ ตสฺมึ ราคาทีนํ อนุทหนฏฺเฐ. วตฺถูนีติ สาสเน, โลเก จ ปากฏตฺตา ปจฺจกฺขภูตานิ การณานิ. ราโค อุปฺปนฺโน ติขิณกโร หุตฺวา. ตสฺมา ตํสมุฏฺฐานา เตโชธาตุ อติวิย ติขิณภาเวน สทฺธึ อตฺตนา สหชาตธมฺเมหิ หทยปฺปเทสํ ฌาเปสิ ยถา ตํ พาหิรา เตโชธาตุ สนิสฺสยํ. เตน สา ภิกฺขุนี สุปโต วิย พฺยาธิ ฌายิตฺวา มตา. เตนาห ‘‘เตเนว ฌายิตฺวา กาลมกาสี’’ติ. โทสสฺส นิสฺสยานํ ทหนตา ปากฏา เอวาติ อิตรํ ทสฺเสตุํ ‘‘โมหวเสน หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อติวตฺติตฺวาติ อติกฺกมิตฺวา.

กามํ อาหุเนยฺยคฺคิอาทโย ตโย อคฺคี พฺราหฺมเณหิ อิจฺฉิตา สนฺติ, เต ปน เตหิ อิจฺฉิตมตฺตา, น สตฺตานํ ตาทิสา อตฺถสาธกา. เย ปน สตฺตานํ อตฺถสาธกา, เต ทสฺเสตุํ ‘‘อาหุนํ วุจฺจตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อาทเรน หุนนํ ปูชนํ อาหุนนฺติ สกฺกาโร ‘‘อาหุน’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ อาหุนํ อรหนฺติ. เตนาห ภควา ‘‘อาหุเนยฺยาติ ภิกฺขเว มาตาปิตูนเมตํ อธิวจน’’นฺติ (อิติวุ. ๑๐๖). ยทคฺเคน จ เต ปุตฺตานํ พหุการตาย อาหุเนยฺยาติ เตสุ สมฺมาปฏิปตฺติ เนสํ หิตสุขาวหา, ตทคฺเคน เตสุ มิจฺฉาปฏิปตฺติ อหิตทุกฺขาวหาติ อาห ‘‘เตสุ…เป… นิพฺพตฺตนฺตี’’ติ. สฺวายมตฺโถติ โย มาตาปิตูนํ อตฺตโน อุปริ วิปฺปฏิปนฺนานํ ปุตฺตานํ อนุทหนสฺส ปจฺจยภาเวน อนุทหนฏฺโฐ, โส อยมตฺโถ. มิตฺตวินฺทกวตฺถุนาติ มิตฺตวินฺทกสฺส นาม มาตริ วิปฺปฏิปนฺนสฺส ปุริสสฺส ตาย เอว วิปฺปฏิปตฺติยา จิรตรํ กาลํ อาปายิกทุกฺขานุภวนทีปเนน วตฺถุนา เวทิตพฺโพ.

อิทานิ ตมตฺถํ กสฺสปสฺส ภควโต กาเล ปวตฺตํ วิภาเวตุํ ‘‘มิตฺตวินฺทโก หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ธนโลเภน, น ธมฺมจฺฉนฺเทนาติ อธิปฺปาโย. อกุโตภยํ เกนจิ อนุฏฺฐาปนียตาย. นิวาเรสิ สมุทฺทปยาตา นาม พหฺวนฺตรายาติ อธิปฺปาเยน. อนฺตรํ กตฺวาติ อติกฺกมนวเสน ทฺวินฺนํ ปาทานํ อนฺตเร กตฺวา.

นาวา อฏฺฐาสิ ตสฺส ปาปกมฺมพเลน วาตสฺส อวายนโต. เอกทิวสํ รกฺขิตอุโปสถกมฺมานุภาเวน สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต. ยถา ปุริมาหิ ปรโต มา อคมาสีติ วุตฺโต, เอวํ อปราปราหิปีติ อาห ‘‘ตาหิ ‘ปรโต ปรโต มา อคมาสี’ติ วุจฺจมาโน’’ติ. ขุรจกฺกธรนฺติ ขุรธารูปมจกฺกธรํ เอกํ ปุริสํ. อุปฏฺฐาสิ ปาปกมฺมสฺส พเลน.

จตุพฺภีติ จตูหิ อจฺฉราสทิสีหิ วิมานเปตีหิ, สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวาติ วจนเสโส. อฏฺฐชฺฌคมาติ รูปาทิกามคุเณหิ ตโต วิสิฏฺฐตรา อฏฺฐ วิมานเปติโย อธิคจฺฉิ. อตฺริจฺฉนฺติ อตฺริจฺฉาสงฺขาเตน อติโลเภน สมนฺนาคตตฺตา อตฺร อตฺร กามคุเณ อิจฺฉนฺโต. จกฺกนฺติ ขุรจกฺกํ. อาสโทติ อนตฺถาวหภาเวน อาสาเทติ.

โสติ เคหสามิโก ภตฺตา. ปุริมนเยเนวาติ อนุทหนสฺส ปจฺจยตาย.

อติจารินีติ สามิกํ อติกฺกมิตฺวา จารินี มิจฺฉาจารินี. รตฺตึ ทุกฺขนฺติ อตฺตโน ปาปกมฺมานุภาวสมุปฏฺฐิเตน สุนเขน ขาทิตพฺพตาทุกฺขํ. วญฺเจตฺวาติ ตํ อชานาเปตฺวาว การณฏฺฐานคมนํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปฏปฏนฺตีติ ปฏปฏา กตฺวา. อนุรวทสฺสนเญฺหตํ. มุฏฺฐิโยโค กิรายํ ตสฺส สุนขนฺตรธานสฺส, ยทิทํ เขฬปิณฺฑํ ภูมิยํ นิฏฺฐุภิตฺวา ปาเทน ฆํสนํ. เตน วุตฺตํ ‘‘โส ตถา อกาสิ.สุนขา อนฺตรธายึสู’’ติ.

ทกฺขิณาติ จตฺตาโร ปจฺจยา ทิยฺยมานา ทกฺขนฺติ เอเตหิ หิตสุขานีติ. ตํ ทกฺขิณํ อรหตีติ ทกฺขิเณยฺโย, ภิกฺขุสงฺโฆ. เรวตีวตฺถุ วิมานวตฺถุเปตวตฺถูสุ (วิ. ว. ๘๖๑ อาทโย) เตสํ อฏฺฐกถายญฺจ (วิ. ว. ๙๗๗-๙๘๐; เป. ว. อฏฺฐ. ๗๑๔-๗๓๖) อาคตนเยน เวทิตพฺพํ.

‘‘ติวิเธน รูปสงฺคโห’’ติ เอตฺถ นนุ สงฺคโห เอกวิโธว, โส กสฺมา ‘‘จตุพฺพิโธ’’ติ วุตฺโตติ? ‘‘สงฺคโห’’ติ อตฺถํ อวตฺวา อนิทฺธาริตตฺถสฺส สทฺทสฺเสว วุตฺตตฺตา. ‘‘ติวิเธน รูปสงฺคโห’’ติอาทีสุ (ธ. ส. รูปกณฺฑ-ติเก) ปเทสุ สงฺคห-สทฺโท ตาว อตฺตโน อตฺถวเสน จตุพฺพิโธติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. อตฺโถปิ วา อนิทฺธาริตวิเสโส สามญฺเญน คเหตพฺพตํ ปตฺโต ‘‘ติวิเธน รูปสงฺคโห’’ติอาทีสุ (ธ. ส. รูปกณฺฑ-ติเก) ‘‘สงฺคโห’’ติ วุตฺโตติ น โกจิ โทโส. นิทฺธาริเต หิ วิเสเส ตสฺส เอกวิธตา สิยา, น ตโต ปุพฺเพติ. ‘‘ชาติสงฺคโห’’ติ วุตฺเตปิ ชาติ-สทฺทสฺส สาเปกฺขสทฺทตฺตา อตฺตโน ชาติยา สงฺคโหติ อยมตฺโถ วิญฺญายเตว สมฺพนฺธารหสฺส อญฺญสฺส อวุตฺตตฺตา ยถา ‘‘มาตาปิตุ อุปฏฺฐาน’’นฺติ (ขุ. ปา. ๕.๖; สุ. นิ. ๒๖๕). อฏฺฐกถายํ ปน ยถาธิปฺเปตมตฺถํ อปริปุณฺณํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ชาติสงฺคโห’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. สมานชาติกานํ สงฺคโห, สมานชาติยา วา สงฺคโห สชาติสงฺคโห. สญฺชายติ เอตฺถาติ สญฺชาติ, สญฺชาติยา สงฺคโห สญฺชาติสงฺคโห, สญฺชาติเทเสน สงฺคโหติ อตฺโถ. กิริยาย เอวรูปาย สงฺคโห กิริยาสงฺคโห. รูปกฺขนฺธคณนนฺติ ‘‘รูปกฺขนฺโธ’’ติ คณนํ สงฺขฺยํ คจฺฉติ รุปฺปนสภาวตฺตา. ตีหิ โกฏฺฐาเสหิ รูปคณนาติ วกฺขมาเนหิ ตีหิ ภาเคหิ รูปสฺส สงฺคโห, คเณตพฺพตาติ อตฺโถ.

รูปายตนํ นิปสฺสติ ปจฺจกฺขโต วิชานาตีติ นิทสฺสนํ, จกฺขุวิญฺญาณํ, นิทสฺสตีติ วา นิทสฺสนํ, ทฏฺฐพฺพภาโว, จกฺขุวิญฺญาณสฺส โคจรภาโว, ตสฺส จ รูปายตนโต อนญฺญตฺเตปิ อญฺเญหิ ธมฺเมหิ รูปายตนํ วิเสเสตุํ อญฺญํ วิย กตฺวา ‘‘สห นิทสฺสเนนาติ สนิทสฺสน’’นฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ธมฺมสภาวสามญฺเญน หิ เอกีภูเตสุ ธมฺเมสุ โย นานตฺตกโร สภาโว, โส อญฺโญ วิย กตฺวา อุปจริตุํ ยุตฺโต. เอวญฺหิ อตฺถวิเสสาวโพโธ โหตีติ. จกฺขุปฏิหนนสมตฺถโตติ จกฺขุโน ฆฏฺฏนสมตฺถตาย. ฆฏฺฏนํ วิย จ ฆฏฺฏนํ ทฏฺฐพฺพํ. ทุติเยน อตฺถวิกปฺเปน ทฏฺฐพฺพภาวสงฺขาตํ นาสฺส นิทสฺสนนฺติ อนิทสฺสนนฺติ โยชนา. เอตฺถ จ ทสนฺนํ อายตนานํ ยถารหํ สยํ, นิสฺสยวเสน จ สมฺปตฺตานํ, อสมฺปตฺตานญฺจ ปฏิมุขภาโว อญฺญมญฺญปตนํ ปฏิหนนํ, เยน พฺยาปาราทิวิการปจฺจยนฺตรสนฺนิธาเน จกฺขาทีนํ วิสเยสุ วิการุปฺปตฺติ. ตตฺถ พฺยาปาโร จกฺขาทีนํ สวิสเยสุ อาวิจฺฉนฺนํ, รูปาทีนํ อิฏฺฐานิฏฺฐตา, ตตฺถ จ จิตฺตสฺส อาภุชนนฺติ อิเม อาทิสทฺทสงฺคหิตา. เตหิ วิการปฺปตฺติยา ปจฺจยนฺตรพฺยาปารโต อญฺญนฺติ กตฺวา อนุคฺคหูปฆาโต วิกาโร. อุปนิสฺสโย ปน อปฺปธานสฺส ปจฺจโย อิธ คหิโต. การณการณมฺปิ การณเมวาติ คยฺหมาเน สิยา ตสฺสาปิ สงฺคโหติ. วุตฺตปฺปการนฺติ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณสงฺขาต’’นฺติ วุตฺตปฺปการํ. นาสฺส ปฏิโฆติ เอตฺถาปิ ‘‘วุตฺตปฺปการ’’นฺติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. อวเสสํ โสฬสวิธํ สุขุมรูปํ.

สงฺขโรนฺตีติ สมฺปิณฺเฑนฺติ. เจตนา หิ อายูหนรสตาย ยถา สมฺปยุตฺตธมฺเม ยถาสกํ กิจฺเจสุ สํวิทหนฺตี วิย อภิสนฺทหนฺตี วตฺตมานา เตเนว กิจฺจวิเสเสน เต สมฺปิณฺเฑนฺตี วิย โหติ, เอวํ อตฺตโน วิปากธมฺเมปิ ปจฺจยสมวาเย สงฺขโรนฺตี สมฺปิณฺเฑนฺตี วิย โหติ. เตนาห ‘‘สหชาต…เป… ราสี กโรนฺตี’’ติ. อภิสงฺขโรตีติ อภิวิสิฏฺฐํ กตฺวา สงฺขโรติ. ปุญฺญาภิสงฺขาโร หิ อตฺตโน ผลํ อิตรสฺส ผลโต อติวิย วิสิฏฺฐํ ภินฺนํ กตฺวา สงฺขโรติ ปจฺจยโต, สภาวโต, ปวตฺติอาการโต จ สยํ อิตเรหิ วิสิฏฺฐสภาวตฺตา. เอส นโย อิตเรหิปิ. ปุชฺชภวผลนิพฺพตฺตนโต, อตฺตโน สนฺตานสฺส ปุนนโต จ ปุญฺโญ.

มหาจิตฺตเจตนานนฺติ อสงฺเขฺยยฺยายุนิปฺผาทนาทิมหานุภาวตาย มหาจิตฺเตสุ ปวตฺตเจตนานํ. อฏฺเฐว เจตนา โหนฺติ, ยา กามาวจรา กุสลา. ‘‘เตรสปี’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ‘‘นวา’’ติ วตฺตพฺพํ. น หิ ภาวนา ญาณรหิตา ยุตฺตาติ อนุโยคํ สนฺธายาห ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ. กสิณปริกมฺมํ กโรนฺตสฺสาติ กสิเณสุ ฌานปริกมฺมํ กโรนฺตสฺส. ‘‘ปถวี ปถวี’’ติอาทิ ภาวนา หิ กสิณปริกมฺมํ. ตสฺส หิ ปริกมฺมสฺส สุปคุณภาวโต อนุยุตฺตสฺส ตตฺถ อาทรากรเณน สิยา ญาณรหิตจิตฺตํ. ฌานปจฺจเวกฺขณายปิ เอเสว นโย. เกจิ มณฺฑลกรณมฺปิ ภาวนํ ภชาเปนฺติ.

ทานวเสน ปวตฺตจิตฺตเจตสิกธมฺมา ทานํ, ตตฺถ พฺยาปารภูตา อายูหนเจตนา ทานํ อารพฺภ, ทานญฺจ อธิกิจฺจ อุปฺปชฺชตีติ วุตฺตา. เอวํ อิตเรสุปิ. อยํ สงฺเขปเทสนาติ อยํ ปุญฺญาภิสงฺขาเร สงฺเขปโต อตฺถเทสนา, อตฺถวณฺณนาติ อตฺโถ.

โสมนสฺสจิตฺเตนาติ อนุโมทนาปวตฺติทสฺสนมตฺตเมตํ ทฏฺฐพฺพํ. อุเปกฺขาสหคเตนาปิ หิ อนุสฺสรติ เอวาติ. กามํ นิจฺจสีลํ, อุโปสถสีลํ, นิยมสีลมฺปิ สีลเมว, ปริปุณฺณํ ปน สพฺพงฺคสมฺปนฺนํ สีลํ ทสฺเสตุํ ‘‘สีลปูรณตฺถายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นยทสฺสนํ วา เอตํ, ตสฺมา ‘‘นิจฺจสีลํ, อุโปสถสีลํ, นิยมสีลํ สมาทิยิสฺสามี’’ติ วิหารํ คจฺฉนฺตสฺส, สมาทิยิตฺวา สมาทินฺนสีเล จ ตสฺมึ, ‘‘สาธุ สุฏฺฐู’’ติ อาวชฺชนฺตสฺส, ตํ สีลํ โสเธนฺตสฺส จ ปวตฺตา เจตนา สีลมยาติ เอวเมตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.

ปุพฺเพ สมถวเสน ภาวนานโย คหิโตติ อิทานิ สมฺมสนนเยน ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปฏิสมฺภิทายํ วุตฺเตนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนิจฺจโตติ อนิจฺจภาวโต. ทุกฺขโต, อนตฺตโตติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ เย ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา นามรูปภาเวน ปริคฺคหิตา, เต ยสฺมา ทฺวารารมฺมเณหิ สทฺธึ ทฺวารปฺปวตฺตธมฺมวเสน วิภาคํ ลภนฺติ, ตสฺมา ทฺวารฉกฺกาทิวเสน ฉ ฉกฺกา คหิตา. ยสฺมา ปน ลกฺขเณสุ อนตฺตลกฺขณํ ทุพฺพิภาวํ, ตสฺมา ตสฺส วิภาวนาย ฉ ธาตุโย คหิตา. ตโต เยสุ กสิเณสุ อิโต พาหิรกานํ อตฺตาภินิเวโส, ตานิ อิเมสํ ฌานานํ อารมฺมณภาเวน อุปฏฺฐานาการมตฺตานิ, อิมานิ ปน ตานิ ฌานานีติ ทสฺสนตฺถํ ทส กสิณานิ คหิตานิ. ตโต ทุกฺขานุปสฺสนาย ปริวารภาเวน ปฏิกฺกูลาการวเสน ทฺวตฺตึส โกฏฺฐาสา คหิตา. ปุพฺเพ ขนฺธวเสน สงฺเขปโต อิเม ธมฺมา คหิตา, อิทานิ นาติสงฺเขปวิตฺถารนเยน จ มนสิ กาตพฺพาติ ทสฺสนตฺถํ ทฺวาทสายตนานิ, อฏฺฐารส ธาตุโย จ คหิตา. เตสุ อิเม ธมฺมา สติปิ สุญฺญานิรีหอพฺยาปารภาเว ธมฺมสภาวโต อาธิปจฺจภาเวน ปวตฺตนฺตีติ อนตฺตภาววิภาวนตฺถํ อินฺทฺริยานิ คหิตานิ. เอวํ อเนกเภทภินฺนาปิ อิเม ธมฺมา ภูมิตฺตยปริยาปนฺนตาย ติวิธาว โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ติสฺโส ธาตุโย คหิตา. เอตฺตาวตา นิมิตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปวตฺตํ ทสฺเสตุํ กามภวาทโย นว ภวา คหิตา. เอตฺตเก อภิญฺเญยฺยวิเสเส ปวตฺตมนสิการโกสลฺเลน สณฺหสุขุเมสุ นิพฺพตฺติตมหคฺคตธมฺเมสุ มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพติ ทสฺสนตฺถํ ฌานอปฺปมญฺญารูปานิ คหิตานิ. ตตฺถ ฌานานิ นาม วุตฺตาวเสสารมฺมณานิ รูปาวจรชฺฌานานิ. ปุน ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนวิภาคโต อิเม ธมฺมา วิภชฺช มนสิกาตพฺพาติ ทสฺสนตฺถํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานิ คหิตานิ. ปจฺจยาการมนสิกาโร หิ สุเขน, สุฏฺฐุตรญฺจ ลกฺขณตฺตยํ วิภาเวติ, ตสฺมา โส ปจฺฉโต คหิโต. เอวํ เอเต สมฺมสนียภาเวน คหิตา ขนฺธาทิวเสน โกฏฺฐาสโต ปญฺจวีสติวิธา, ปเภทโต ปน อตีตาทิเภทํ อนามสิตฺวา คยฺหมานา ทฺวีหิ อูนานิ เทฺวสตานิ โหนฺติ. อิทํ ตาเวตฺถ ปาฬิววตฺถานํ, อตฺถวิจารํ ปน อิจฺฉนฺเตหิ ปรมตฺถมญฺชูสายํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

น ปุญฺโญติ อปุญฺโญ. ตสฺส ปุญฺญ-สทฺเท วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สนฺตานสฺส อิญฺชนเหตูนํ นีวรณาทีนํ สุวิกฺขมฺภนโต รูปตณฺหาสงฺขาตสฺส อิญฺชิตสฺส อภาวโต อนิญฺชํ, อนิญฺชเมว ‘‘อาเนญฺช’’นฺติ วุตฺตํ. ตถา หิ รูปารมฺมณํ รูปนิมิตฺตารมฺมณํ สพฺพมฺปิ จตุตฺถชฺฌานํ นิปฺปริยาเยน ‘‘อาเนญฺช’’นฺติ วุจฺจติ.

จตฺตาโร มคฺคฏฺฐา, เหฏฺฐิมา ตโย ผลฏฺฐาติ เอวํ สตฺตวิโธ. ติสฺโส สิกฺขาติ อธิสีลาทิกา ติสฺโส สิกฺขา. ตาสุ ชาโตติ วา เสกฺโข, อริยปุคฺคโล หิ อริยาย ชาติยา ชายมาโน สิกฺขาสุ ชายติ, น โยนิยํ. สิกฺขนสีโลติ วา เสกฺโข. ปุคฺคลาธิฏฺฐานาย วา กถาย เสกฺขสฺส อยนฺติ อญฺญาสาธารณมคฺคผลตฺตยธมฺมา เสกฺขปริยาเยน วุตฺตา. อเสกฺโขติ จ ยตฺถ เสกฺขภาวาสงฺกา อตฺถิ, ตตฺถายํ ปฏิเสโธติ โลกิยนิพฺพาเนสุ อเสกฺขภาวนาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา. สีลสมาธิปญฺญาสงฺขาตา หิ สิกฺขา อตฺตโน ปฏิปกฺขกิเลเสหิวิปฺปมุตฺตา ปริสุทฺธา อุปกฺกิเลสานํ อารมฺมณภาวมฺปิ อนุปคมนโต เอตา ‘‘สิกฺขา’’ติ วตฺตุํ ยุตฺตา อฏฺฐสุปิ มคฺคผเลสุ วิชฺชนฺติ, ตสฺมา จตุมคฺคเหฏฺฐิมผลตฺตยสมงฺคิโน วิย อรหตฺตผลสมงฺคีปิ ตาสุ สิกฺขาสุ ชาโตติ จ ตํสมงฺคิโน อรหโต อิตเรสํ วิย เสกฺขตฺเต สติ เสกฺขสฺส อยนฺติ จ สิกฺขา สีลํ เอตสฺสาติ จ ‘‘เสกฺโข’’ติ วตฺตพฺโพ สิยาติ ตนฺนิวตฺตนตฺถํ อเสกฺโขติ ยถาวุตฺตเสกฺขภาวปฏิเสโธ กโต. อรหตฺตผเล หิ ปวตฺตมานา สิกฺขา ปรินิฏฺฐิตสิกฺขากิจฺจตฺตา น สิกฺขากิจฺจํ กโรนฺติ, เกวลํ สิกฺขาผลภาเวเนว ปวตฺตนฺติ, ตสฺมา น ตา สิกฺขาวจนํ อรหนฺติ, นาปิ ตํสมงฺคี เสกฺขวจนํ, น จ ‘‘สิกฺขนสีโล, สิกฺขาสุ ชาโต’’ติ จ วตฺตพฺพตํ อรหติ. เหฏฺฐิมผเลสุ ปน สิกฺขา สกทาคามิมคฺควิปสฺสนาทีนํ อุปนิสฺสยภาวโต สิกฺขากิจฺจํ กโรนฺตีติ สิกฺขาวจนํ อรหนฺติ, ตํสมงฺคิโน จ เสกฺขวจนํ, ‘‘สิกฺขนสีลา, สิกฺขาสุ ชาตา’’ติ จ วตฺตพฺพตํ อรหนฺติ.

‘‘สิกฺขตีติ เสกฺโข’’ติ จ อปริโยสิตสิกฺโข ทสฺสิโตติ. อนนฺตรเมว ‘‘ขีณาสโว’’ติ อาทึ วตฺวา ‘‘น สิกฺขตีติ อเสกฺโข’’ติ วุตฺตตฺตา ปริโยสิตสิกฺโข ทสฺสิโต, น สิกฺขารหิโต ตสฺส ตติยปุคฺคลภาเวน คหิตตฺตา. วุทฺธิปฺปตฺตสิกฺโข วา อเสกฺโขติ เอตสฺมึ อตฺเถ เสกฺขธมฺเมสุ เอว ฐิตสฺส กสฺสจิ อริยสฺส อเสกฺขภาวาปตฺตีติ อรหตฺตมคฺคธมฺมา วุทฺธิปฺปตฺตา, ยถาวุตฺเตหิ จ อตฺเถหิ เสกฺโขติ กตฺวา ตํสมงฺคิโน อคฺคมคฺคฏฺฐสฺส อเสกฺขภาโว อาปนฺโนติ? น ตํสทิเสสุ ตพฺโพหารโต. อรหตฺตมคฺคโต หิ นินฺนานากรณํ อรหตฺตผลํ ฐเปตฺวา ปริญฺญาทิกิจฺจกรณํ, วิปากภาวญฺจ, ตสฺมา เต เอว เสกฺขธมฺมา ‘‘อคฺคผลธมฺมภาวํ อาปนฺนา’’ติ สกฺกา วตฺตุํ, กุสลสุขโต จ วิปากสุขํ สนฺตตรตาย ปณีตตรนฺติ, วุทฺธิปฺปตฺตา จ เต ธมฺมา โหนฺตีติ ตํสมงฺคี ‘‘อเสกฺโข’’ติ วุจฺจตีติ.

ชาติมหลฺลโกติ ชาติยา วุฑฺฒตโร อทฺธคโต วโยอนุปฺปตฺโต. โส หิ รตฺตญฺญุตาย เยภุยฺเยน ชาติธมฺมกุลธมฺมปเทสุ ถาวริยปฺปตฺติยา ชาติเถโร นาม. เถรกรณา ธมฺมาติ สาสเน ถิรภาวกรา คุณา ปฏิปกฺขนิมฺมทนกา. เถโรติ วกฺขมาเนสุ ธมฺเมสุ ถิรภาวปฺปตฺโต. สีลวาติ ปาสํเสน สาติสเยน สีเลน สมนฺนาคโต, สีลสมฺปนฺโนติ อตฺโถ, เอเตน ทุสฺสีลฺยสงฺขาตสฺส พาลฺยสฺส อภาวมาห. สุตฺตเคยฺยาทิ พหุ สุตํ เอเตนาติ พหุสฺสุโต, เอเตนาสฺส สุตวิรหสงฺขาตสฺส พาลฺยสฺส อภาวํ, ปฏิสงฺขานพเลน จ ปติฏฺฐิตภาวํ วทติ. ‘‘จตุนฺนํ ฌานานํ ลาภี’’ติ อิมินา นีวรณาทิสงฺขาตสฺส พาลฺยสฺส อภาวํ, ภาวนาพเลน จ ปติฏฺฐิตภาวํ กเถติ. ‘‘อาสวานํ ขยา’’ติอาทินา อวิชฺชาสงฺขาตสฺส พาลฺยสฺส สพฺพโส อภาวํ, ขีณาสวตฺเถรภาเวน ปติฏฺฐิตภาวญฺจสฺส ทสฺเสติ. น เจตฺถ สมุทาเย วากฺยปริสมาปนํ, อถ โข ปจฺเจกํ วากฺยปริสมาปนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ วุตฺเตสุ ธมฺเมสู’’ติอาทิมาห. เถรนามโก วา ‘‘เถโร’’ติ เอวํ นามโก วา.

อนุคฺคหวเสน, ปูชาวเสน วา อตฺตโน สนฺตกํ ปรสฺส ทียติ เอเตนาติ ทานํ, ปริจฺจาคเจตนา. ทานเมว ทานมยํ. ปทปูรณมตฺตํ มย-สทฺโท. ปุญฺญญฺจ ตํ ยถาวุตฺเตนตฺเถน กิริยา จ กมฺมภาวโตติ ปุญฺญกิริยา. ปเรสํ ปิยมนาปตาเสวนียตาทีนํ อานิสํสานํ. ปุพฺเพ…เป… วเสเนวาติ สงฺขารตฺติเก (ที. นิ. ๓.๓๐๕; ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๐๕) วุตฺตทานมยสีลมยภาวนามยเจตนาวเสเนว. อิมานิ เวทิตพฺพานีติ สมฺพนฺโธ. เอตฺถาติ เอเตสุ ปุญฺญกิริยวตฺถูสุ. กาเยน กโรนฺตสฺสาติ อตฺตโน กาเยน ปริจฺจาคปโยคํ ปวตฺเตนฺตสฺส. ตทตฺถนฺติ ทานตฺถํ. ‘‘อิมํ เทยฺยธมฺมํ เทหี’’ติ วาจํ นิจฺฉาเรนฺตสฺส. ทานปารมึ อาวชฺเชตฺวา วาติ ยถา เกวลํ ‘‘อนฺนทานาทีนิ เทมี’’ติ ทานกาเล ตํ ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ, เอวํ ‘‘อิมํ ทานมยํ สมฺมาสมฺโพธิยา ปจฺจโย โหตู’’ติ ทานปารมึ อาวชฺเชตฺวา ทานกาเลปิ ทานสีเสเนว ปวตฺติตตฺตา. วตฺตสีเส ฐตฺวาติ ‘‘เอตํ ทานํ นาม มยฺหํ กุลวํโส กุลตนฺติ กุลปเวณี กุลจาริตฺต’’นฺติ จาริตฺตสีเล ฐตฺวา ททโต จาริตฺตสีลมยํ. ยถา เทยฺยธมฺมปริจฺจาควเสน ปวตฺตมานาปิ ทานเจตนา วตฺตสีเส ฐตฺวา ททโต สีลมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ ปุพฺพาภิสงฺขารสฺส, อปรภาคเจตนาย จ ตถา ปวตฺตตฺตา, เอวํ เทยฺยธมฺเม ขยโต, วยโต สมฺมสนํ ปฏฺฐเปตฺวา ททโต ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ โหติ ปุพฺพภาคเจตนาย, เทยฺยธมฺเม อปรภาคเจตนาย จ ตถา ปวตฺตตฺตา.

อปจีติเจตนา อปจิติสหคตํ อปจียติ เอตายาติ ยถา นนฺทีราโค เอว นนฺทีราคสหคตา, ยถาวุตฺตาย วา อปจิติยา สหคตํ สหปวตฺตนฺติ อปจิติสหคตํ. อปจายนวเสน ปวตฺตํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ. วยสา คุเณหิ จ วุฑฺฒตรานํ วตฺตปฏิปตฺตีสุ พฺยาวโฏ โหติ ยาย เจตนาย, สา เวยฺยาวจฺจํ, เวยฺยาวจฺจเมว เวยฺยาวจฺจสหคตํ. เวยฺยาวจฺจสงฺขาตาย วา วตฺตปฏิปตฺติยา สมุฏฺฐาปนวเสเนว สหคตํ ปวตฺตนฺติ เวยฺยาวจฺจสหคตํ, ตถาปวตฺตํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ. อตฺตโน สนฺตาเน ปตฺตํ ปุญฺญํ อนุปฺปทียติ เอเตนาติ ปตฺตานุปฺปทานํ. ตถา ปเรน อนุปฺปทินฺนตาย ปตฺตํ อพฺภนุโมทติ เอเตนาติ ปตฺตพฺภนุโมทนํ. อนนุปฺปทินฺนํ ปน เกวลํ อพฺภนุโมทียติ เอเตนาติ อพฺภนุโมทนํ. ธมฺมํ เทเสติ เอตายาติ เทสนา, เทสนาว เทสนามยํ. สุณาติ เอเตนาติ สวนํ, สวนเมว สวนมยํ. ทิฏฺฐิยา ญาณสฺส อุชุคมนํ ทิฏฺฐิชุคตํ. สพฺพตฺถ ‘‘ปุญฺญกิริยวตฺถู’’ติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา นปุํสกลิงฺคตา.

ปูชาวเสน สามีจิกิริยา อปจายนํ อปจิติ. วยสา คุเณหิ จ เชฏฺฐานํ คิลานานญฺจ ตํตํกิจฺจกรณํ เวยฺยาวจฺจํ. อยเมเตสํ วิเสโสติ อาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. จตฺตาโร ปจฺจเย ทตฺวา สพฺพสตฺตานนฺติ จ เอกเทสโต อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส, ยํ กิญฺจิ เทยฺยธมฺมํ ทตฺวา, ปุญฺญํ วา กตฺวา ‘‘กติปยานํ, เอกสฺเสว วา ปตฺติ โหตู’’ติ ปริณามนมฺปิ ปตฺตานุปฺปทานเมว. ตํ น มหปฺผลํ ตณฺหาย ปรามฏฺฐตฺตา. ปเรสํ เทเสติ หิตผรเณน มุทุจิตฺเตนาติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอวนฺติ เอวํ อิมํ ธมฺมํ สุตฺวา พหุสฺสุโต หุตฺวา ปเร ธมฺมเทสนาย อนุคฺคณฺหิสฺสามีติ หิตผรเณน มุทุจิตฺเตน ธมฺมํ สุณาติ. เอวญฺหิสฺส สวนํ อตฺตโน, ปเรสญฺจ สมฺมาปฏิปตฺติยา ปจฺจยภาวโต มหปฺผลํ ภวิสฺสตีติ. สพฺเพสนฺติ สพฺเพสมฺปิ ทสนฺนํ ปุญฺญกิริยวตฺถูนํ. นิยมลกฺขณนฺติ มหปฺผลภาวสฺส นิยามกสภาวํ. ทิฏฺฐิยา อุชุภาเวเนวาติ ‘‘อตฺถิ, นตฺถี’’ติ อนฺตทฺวยสฺส ทุรสมุสฺสาริตตาย ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๒.๙๔; ๓.๑๓๖; วิภ. ๗๙๓) นยปฺปวตฺตาย สมฺมาทิฏฺฐิยา อุชุกเมว ปวตฺติยา. ทานาทีสุ หิ ยํ กิญฺจิ อิมาย เอว สมฺมาทิฏฺฐิยา ปริโสธิตํ มหาชุติกํ มหาวิปฺผารํ ภวติ.

ปุริเมเหว ตีหีติ ปาฬิยํ อาคเตเหว ตีหิ. สีลมเย ปุญฺญกิริยวตฺถุมฺหิ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ จาริตฺตสีลภาวโต. ทานมเย สงฺคหํ คจฺฉนฺติ ทานสภาวตฺตา, ทานวิสยตฺตา จ. กามํ เทสนา ธมฺมทานสภาวโต ทานมเย สงฺคหํ คจฺฉตีติ วตฺตุํ ยุตฺตา, กุสลธมฺมาเสวนภาวโต ปน วิมุตฺตายตนสีเส ฐตฺวา ปวตฺติตา วิย สวเนน สทฺธึ ภาวนามเย สงฺคหํ คจฺฉนฺตีติ วุตฺตํ. ‘‘ทิฏฺฐิชุคตํ ภาวนามเย’’ติ เกจิ. ทิฏฺฐิชุคเต เอว จ อตฺตนา กตสฺส ปุญฺญสฺส อนุสฺสรณํ, ตสฺส จ ปเรสํ อตฺถาย ปริณามนํ, คุณปสํสา, อญฺเญหิ กริยมานาย ปุญฺญกิริยาย, สมฺมาปฏิปตฺติยา จ อนุโมทนํ สรณคมนนฺติ เอวํ อาทโย ปุญฺญวิเสสา สงฺคหํ คจฺฉนฺติ ทิฏฺฐิชุกมฺมวเสเนว เตสํ อิชฺฌนโต.

ปรสฺส ปฏิปตฺติยา โสธนตฺโถ อนุโยโค โจทนา, สา ยานิ นิสฺสาย ปวตฺตติ, ตานิ โจทนาวตฺถูนิ ทิฏฺฐสุตปริสงฺกิตานิ. เตนาห ‘‘โจทนาการณานี’’ติ. ทิฏฺเฐนาติ จ เหตุมฺหิ กรณวจนํ, ทิฏฺเฐน เหตุนาติ อตฺโถ. กึ ปน ตํ ทิฏฺฐนฺติ อาห ‘‘วีติกฺกม’’นฺติ. ทิสฺวาติ จ ทสฺสนเหตูติ อยเมตฺถ อตฺโถ ยถา ‘‘ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา’’ติ. ‘‘สุเตนา’’ติอาทีสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปรสฺสาติ ปรโต, ปรสฺส วา วจนํ สุตฺวา.ทิฏฺฐปริสงฺกิเตนาติ ทิฏฺฐานุคเตน ปริสงฺกิเตน, ตถา ปริสงฺกิเตน วา วีติกฺกเมน. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. โจเทติ วตฺถุสนฺทสฺสเนน วา สํวาสปฺปฏิกฺเขเปน วา สามีจิปฺปฏิกฺเขเปน วา. อิมสฺมึ ปน อตฺเถ วิตฺถาริยมาเน อติปฺปปญฺโจ โหตีติ อาห ‘‘อยเมตฺถ สงฺเขโป’’ติ. วิตฺถารํ ปน อิจฺฉนฺตานํ ตสฺส อธิคมุปายํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิตฺถาโร ปน…เป… เวทิตพฺโพ’’ติ อาห.

กามูปปตฺติโยติ กาเมหิ อุปปนฺนตา, สมนฺนาคตตาติ อตฺโถ. สมนฺนาคโม จ เตสํ ปฏิเสวนํ, สมธิคโม จาติ อาห ‘‘กามูปเสวนา กามปฏิลาภา วา’’ติ. ปจฺจุปฏฺฐิตกามาติ ทุติยตติยราสีนํ วิย สยํ, ปเรหิ จ อนิมฺมิตา. อุฏฺฐานกมฺมผลูปชีวิภาวโต ปน ตทุภยวเสน ปจฺจุปฏฺฐิตา กามา เอเตสนฺติ ปจฺจุปฏฺฐิตกามา. เต ปน เตสํ เยภุยฺเยน นิพทฺธานิ โหนฺตีติ ‘‘นิพทฺธกามา’’ติ วุตฺตํ. จตุเทวโลกวาสิโนติ จาตุมหาราชิกโต ปฏฺฐาย ยาว ตุสิตา เทวา. วินิปาติกาติ อาปายิกา. ปรนิมฺมิตา กามา เอเตสนฺติ ปรนิมฺมิตกามา.

ปกติเสวนวเสนาติ อนุมานโต ชานนํ วทติ, น ปจฺจกฺขโต. วสํ วตฺเตนฺตีติ ยถารุจิ ปาตพฺยตํ อาปชฺชนฺติ. ‘‘เมถุนํ ปฏิเสวนฺตี’’ติ อิทํ ปน เกจิวาทปฏิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘เกจิ ปนา’’ติอาทิ. เต ‘‘ยามานํ อญฺญมญฺญํ อาลิงฺคิตมตฺเตน, ตุสิตานํ หตฺถามสนมตฺเตน, นิมฺมานรตีนํ หสิตมตฺเตน, ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ โอโลกิตมตฺเตน กามกิจฺจํ อิชฺฌตี’’ติ วทนฺติ. ‘‘อิตเรสํ ทฺวินฺนํ ทฺวยํทฺวยสมาปตฺติยา วา’’ติ วทนฺติ ตาทิสสฺส กาเมสุ วิรชฺชนสฺส เตสุ อภาวโต, กามานญฺจ อุตฺตรุตฺตริ ปณีตปณีตตรปณีตตมภาวโต. เกวลํ ปน นิสฺสนฺทาภาโว เตสํ วตฺตพฺโพ. กามกิจฺจนฺติ ตงฺขณิกปริฬาหูปสมาวหํ ผสฺสสุขํ. กามาติ กามูปโภคา. ปากติกา เอวาติ เหฏฺฐิเมหิ เอกสทิสา เอว. เอกสงฺขาตนฺติ เอกรูปํ สมานรูปนฺติ, สมญฺญาตํ สมานภาวนฺติ วา อตฺโถ.

สุขปฏิลาภาติ สุขสมธิคมา. เหฏฺฐาติ ปฐมชฺฌานภูมิโต เหฏฺฐา มนุสฺเสสุ, เทเวสุ วา. ปฐมชฺฌานสุขนฺติ กุสลปฐมชฺฌานํ. ภูมิวเสนปิ เหฏฺฐุปริภาโว ลพฺภเตว พฺรหฺมกายิเกสุ, พฺรหฺมปุโรหิเตสุ วา กุสลชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมปุโรหิเตสุ, มหาพฺรเหฺมสุ วา วิปากสุขานุภวนสฺส ลพฺภนโต. เอตฺถ จ ทุติยตติยชฺฌานภูมิวเสน ทุติยตติยสุขูปปตฺตีนํ วุจฺจมานตฺตา ปฐมชฺฌานภูมิวเสเนว ปฐมชฺฌานสุขูปปตฺติ วุตฺตา. ตินฺตาติ เตมิตา, ฌานสุเขน เจว ฌานสมุฏฺฐานปณีตรูปผุฏฺฐกาเยน จ ปณีตา วิตฺตาติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘สมนฺตโต ตินฺตา’’ติอาทิ. ยสฺมา กุสลสุขโต วิปากสุขํ สนฺตตรตาย ปณีตตรํ พหุลญฺจ ปวตฺตติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อิทมฺปิ วิปากชฺฌานสุขํ เอว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. เตสนฺติ อาภสฺสรานํ. สปฺปีติกสฺส สุขสฺส อติวิย อุฬารภาวโต เตน อชฺโฌตฺถตจิตฺตานํ ภวโลโภ มหา อุปฺปชฺชติ. สนฺตเมวาติ วิตกฺกวิจารสงฺโขภปีติอุพฺพิลาวิวิคเมน อติวิย อุปสนฺตํเยว. ตถา สนฺตภาเวเนว หิ ตํ อตฺตโน ปจฺจเยหิ ปธานภาวํ นีตตาย ‘‘ปณีต’’นฺติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘ปณีตเมวา’’ติ. อตปฺปเกน สุขปารมิปฺปตฺเตน สุเขน สํยุตฺตาย ตุสาย ปีติยา อิตา ปวตฺตาติ ตุสิตา. ยสฺมา เต ตโต อุตฺตริ สุขสฺส อภาวโต เอว น ปตฺเถนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ตโต…เป… สนฺตุฏฺฐา หุตฺวา’’ติ. ตติยชฺฌานสุขนฺติ ตติยชฺฌานวิปากสุขํ.

สตฺต อริยปญฺญาติ อฏฺฐมกโต ปฏฺฐาย สตฺตนฺนํ อริยานํ เตสํ เตสํ อาเวณิกปญฺญา. ฐเปตฺวา โลกุตฺตรํ ปญฺญํ อวเสสา ปญฺญา นาม. สพฺพาปิ เตภูมิกา ปญฺญา ‘‘เสกฺขา’’ติปิ น วตฺตพฺพา, ‘‘อเสกฺขา’’ติปิ น วตฺตพฺพาติ เนวเสกฺขานาเสกฺขา, ปุถุชฺชนปญฺญา.

โยควิหิเตสูติ ปญฺญาวิหิเตสุ ปญฺญาปริณามิเตสุ อุปายปญฺญาย สมฺปาทิเตสุ. กมฺมายตเนสูติ เอตฺถ กมฺมเมว กมฺมายตนํ, กมฺมญฺจ ตํ อายตนญฺจ อาชีวาทีนนฺติ วา กมฺมายตนํ. เอส นโย สิปฺปายตเนสุปิ. ตตฺถ จ ทุวิธํ กมฺมํ หีนญฺจ วฑฺฒกิกมฺมาทิ, อุกฺกฏฺฐญฺจ กสิวาณิชฺชาทิ. สิปฺปมฺปิ ทุวิธํ หีนญฺจ นฬการสิปฺปาทิ, อุกฺกฏฺฐญฺจ มุทฺทคณนาทิ. วิชฺชาว วิชฺชาฏฺฐานํ, ตํ ธมฺมิกเมว นาคมณฺฑลปริตฺตผุธมนกมนฺตสทิสํ เวทิตพฺพํ. ตานิ ปเนตานิ เอกจฺเจ ปณฺฑิตา โพธิสตฺตสทิสา มนุสฺสานํ ผาสุวิหารํ อากงฺขนฺตา เนว อญฺเญหิ กริยมานานิ ปสฺสนฺติ, น วา กตานิ อุคฺคณฺหนฺติ. น กโรนฺตานํ สุณนฺติ, อถ โข อตฺตโน ธมฺมตาย จินฺตาย กโรนฺติ. ปญฺญวนฺเตหิ อตฺตโน ธมฺมตาย จินฺตาย กตานิปิ อญฺเญหิ อุคฺคณฺหิตฺวา กโรนฺเตหิ กตสทิสาเนว โหนฺติ. กมฺมสฺสกตนฺติ ‘‘อิทํ กมฺมํ สตฺตานํ สกํ, อิทํ โน สก’’นฺติ เอวํ ชานนญาณํ. สจฺจานุโลมิกนฺติ วิปสฺสนาญาณํ. ตญฺหิ สจฺจปฏิเวธสฺส อนุโลมนโต ‘‘สจฺจานุโลมิก’’นฺติ วุจฺจติ. อิทานิสฺส ปวตฺตนาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปํ อนิจฺจนฺติ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ วา-สทฺเทน อนิยมตฺเถน ทุกฺขานตฺตลกฺขณานิปิ คหิตาเนวาติ ทฏฺฐพฺพํ นานนฺตริยกภาวโต. ยญฺหิ อนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ. ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตาติ [(สิชฺฌนโต) อธิกปาโฐ วิย ทิสฺสติ]. ยํ เอวรูปนฺติ ยํ เอวํ เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐสภาวํ. ‘‘อนุโลมิกํ ขนฺติ’’นฺติอาทีนิ ปญฺญาเววจนานิ. สา หิ เหฏฺฐา วุตฺตานํ กมฺมายตนาทีนํ ปญฺจนฺนํ การณานํ อปจฺจนีกทสฺสเนน อนุโลมนโต, ตถา สตฺตานํ หิตจริยาย มคฺคสจฺจสฺส, ปรมตฺถสจฺจสฺส จ นิพฺพานสฺส อวิโลมนโต อนุโลเมตีติ จ อนุโลมิกา. สพฺพานิปิ เอตานิ การณานิ ขมติ สหติ ทฏฺฐุํ สกฺโกตีติ ขนฺติ. ปสฺสตีติ ทิฏฺฐิ. โรเจตีติ รุจิ. มุนาตีติ มุติ. เปกฺขตีติ เปกฺขา. เต จ กมฺมายตนาทโย ธมฺมา นิชฺฌายมานา เอตาย นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ ธมฺมนิชฺฌานกฺขนฺติ. ปรโต อสุตฺวา ปฏิลภตีติ อญฺญสฺส อุปเทสวจนํ อสุตฺวา สยเมว จินฺเตนฺโต ปฏิลภติ. อยํ วุจฺจตีติ อยํ จินฺตามยา ปญฺญา นาม วุจฺจติ. สา ปเนสา อภิญฺญาตานํ โพธิสตฺตานเมว อุปฺปชฺชติ. ตตฺถาปิ สจฺจานุโลมิกญาณํ ทฺวินฺนเมว โพธิสตฺตานํ อนฺติมภวิกานํ, เสสปญฺญา สพฺเพสมฺปิ ปูริตปารมีนํ มหาปญฺญานํ อุปฺปชฺชติ.

ปรโต สุตฺวา ปฏิลภตีติ กมฺมายตนาทีนิ ปเรน กริยมานานิ, ปเรน กตานิ วา ทิสฺวาปิ ปรสฺส กถยมานสฺส วจนํ สุตฺวาปิ อาจริยสนฺติเก อุคฺคเหตฺวาปิ ปฏิลทฺธา สพฺพา ปรโต สุตฺวา ปฏิลทฺธนามาติ เวทิตพฺพา. สมาปนฺนสฺสาติ สมาปตฺติสมงฺคิสฺส, นิทสฺสนมตฺตเมตํ. วิปสฺสนามคฺคปญฺญา หิ อิธ ‘‘ภาวนาปญฺญา’’ติ วิเสสโต อิจฺฉิตาติ.

อาวุธํ นาม ปฏิปกฺขวิมถนตฺถํ อิจฺฉิตพฺพํ, ราคาทิสทิโส จ ปฏิปกฺโข นตฺถิ, ตสฺส จ วิมถนํ พุทฺธวจนเมวาติ ‘‘สุตเมว อาวุธ’’นฺติ วตฺวา ‘‘ตํ อตฺถโต เตปิฏกํ พุทฺธวจน’’นฺติ อาห. อิทานิ ตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘ตํ หี’’ติ อาทึ วตฺวา ‘‘สุตาวุโธ’’ติอาทินา (อ. นิ. ๗.๖๗) สุตฺตปเทน สมตฺเถติ. ตตฺถ อกุสลํ ปชหตีติ ตทงฺคาทิวเสน อกุสลํ ปริจฺจชติ. กุสลํ ภาเวตีติ สมถวิปสฺสนาทิกุสลํ ธมฺมํ อุปฺปาเทติ วฑฺเฒติ จ. สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรตีติ เตน อกุสลปฺปหาเนน, ตาย จ กุสลภาวนาย ราคาทิสํกิเลสโต วิสุทฺธํ อตฺตภาวํ ปวตฺเตติ.

วิเวกฏฺฐกายานนฺติ คณสงฺคณิกํ วชฺเชตฺวา ตโต อปกฑฺฒิตกายานํ. สฺวายํ กายวิเวโก น เกวลํ เอกากีภาโว, อถ โข ปฐมชฺฌานาทิ เนกฺขมฺมโยคโตติ อาห ‘‘เนกฺขมฺมาภิรตาน’’นฺติ. จิตฺตวิเวโกติ กิเลสสงฺคณิกํ ปหาย ตโต จิตฺตสฺส วิวิตฺตตา. สา ปน ฌานวิโมกฺขาทีนํ วเสน โหตีติ อาห ‘‘ปริสุทฺธจิตฺตานํ ปรมโวทานปฺปตฺตาน’’นฺติ. อุปธิวิเวโกติ นิพฺพานํ. ตทธิคเมน หิ ปุคฺคลสฺส นิรุปธิตา. เตนาห ‘‘นิรุปธีนํ ปุคฺคลาน’’นฺติ, วิสงฺขารคตานํ อธิคตนิพฺพานานํ, ผลสมาปตฺติสมงฺคีนญฺจาติ อตฺโถ. สุตมฺปิ อวสฺสยฏฺเฐเนว อาวุธํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘อยมฺปี’’ติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘ตญฺหิ นิสฺสายา’’ติ. กามญฺเจตฺถ สุตปวิเวกาปิ ปญฺญาวเสเนว ยถาธิปฺเปตอาวุธตฺตสาธกา, ปญฺญา ปน สุเตน, เอกจฺจปวิเวเกน วา วินาปิ อิธาธิปฺเปตอาวุธตฺตสาธนีติ ตโต ปญฺญา สามตฺถิยทสฺสนตฺถํ วิสุํ อาวุธภาเวน วุตฺตา. เตนาห ‘‘ยสฺส สา อตฺถิ, โส น กุโตจี’’ติอาทิ.

นาญฺญาตํ อวิทิตํ ธมฺมนฺติ อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ น อญฺญาตํ อวิทิตํ อมตธมฺมํ, จตุสจฺจธมฺมเมว วา ชานิสฺสามีติ ปฏิปนฺนสฺส อิมินา ปุพฺพาโภเคน อุปฺปนฺนํ อินฺทฺริยํ. ยํ ปาฬิยํ สงฺคหวาเร ‘‘นว อินฺทฺริยานิ โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ปุพฺพาโภคสิทฺธํ ปวตฺติอาการวิเสสํ ทีเปตุํ วุตฺตํ, อตฺถโต ปน มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ เอว สาติ อาห ‘‘โสตาปตฺติมคฺคญาณสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. อญฺญินฺทฺริยนฺติ อาชานนกอินฺทฺริยํ, ปฐมมคฺเคน ญาตมริยาทํ อนติกฺกมิตฺวา เตสํเยว เตน มคฺเคน ญาตานํ จตุสจฺจธมฺมานํ ชานนกอินฺทฺริยนฺติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘อญฺญาภูตํ อาชานนภูตํ อินฺทฺริย’’นฺติ. อาชานาตีติ อญฺโญ, อญฺญสฺส ภูตํ, อาชานนวเสน วา ภูตนฺติ อญฺญภูตํ.อญฺญาตาวีสูติ ชานิตพฺพํ จตุอริยสจฺจํ อาชานิตฺวา ฐิเตสุ. เตนาห ‘‘ชานนกิจฺจปริโยสานปฺปตฺเตสู’’ติ, ปริญฺญาทิเภทสฺส ชานนกิจฺจสฺส ปรินิฏฺฐานปฺปตฺเตสุ.

มํสจกฺขุ จกฺขุปสาโทติ มํสจกฺขุ นาม จตสฺโส ธาตุโย, วณฺโณ, คนฺโธ, รโส, โอชา, สมฺภโว, สณฺฐานํ, ชีวิตํ, ภาโว, กายปฺปสาโท, จกฺขุปสาโทติ เอวํ จุทฺทสสมฺภาโร มํสปิณฺโฑ.

กสิณาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ตตฺถ รูปทสฺสนโต ‘‘ทิพฺพจกฺขุ อาโลกนิสฺสิตํ ญาณ’’นฺติ วุตฺตํ. ทิพฺพจกฺขุปญฺญาวินิมุตฺตา เอว โลกิยปญฺญา ปญฺญาจกฺขูติ อยมตฺโถ อวุตฺตสิทฺโธ ทิพฺพจกฺขุสฺส วิสุํ คหิตตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘ปญฺญาจกฺขุ โลกิยโลกุตฺตรปญฺญา’’ติ.

อธิกํ วิสิฏฺฐํ สีลนฺติ อธิสีลํ. สิกฺขิตพฺพโตติ อาเสวิตพฺพโต. อธิสีลํ นาม อนวเสสกายิกวาจสิกสํวรภาวโต, มคฺคสีลสฺส ปทฏฺฐานภาวโต จ. อธิจิตฺตํ มคฺคสมาธิสฺส อธิฏฺฐานภาวโต. อธิปญฺญา มคฺคปญฺญาย อธิฏฺฐานภาวโต. อิทานิ เนสํ อธิสีลาทิภาวํ การเณน ปฏิปาเทตุํ ‘‘อนุปฺปนฺเนปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อนุปฺปนฺเนติ อปฺปวตฺเต. อธิสีลเมว นิพฺพานาธิคมสฺส ปจฺจยภาวโต. สมาปนฺนาติ เอตฺถ ‘‘นิพฺพานํ ปตฺถยนฺเตนา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ.

‘‘กลฺยาณการี กลฺยาณํ, ปาปการี จ ปาปกํ;

อนุโภติ ทฺวยมฺเปตุํ, อนุพนฺธญฺหิ การก’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๒๕๖);

เอวํ อตีเต, อนาคเต จ วฏฺฏมูลกทุกฺขสลฺลกฺขณวเสน สํเวควตฺถุตาย วิมุตฺติอากงฺขาย ปจฺจยภูตา กมฺมสฺสกตาปญฺญา อธิปญฺญา’’ติ วทนฺติ. โลกิยสีลาทีนํ อธิสีลาทิภาโว ปริยาเยนาติ นิปฺปริยายเมว ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ปญฺจทฺวาริกกาโยติ ปญฺจทฺวาเรสุ กาโย ผสฺสาทิธมฺมสมูโห. กาโย จ โส ภาวิตภาเวน ภาวนา จาติ กายภาวนา นาม. ยสฺมา ขีณาสวานํ อคฺคมคฺคาธิคมเนน สพฺพสํกิเลสา ปหีนาติ ปหีนกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพโส อาเสวนาภาวโต นตฺถิ เตสํ ภาวินิยาปิ จกฺขุโสตวิญฺเญยฺยา ธมฺมา, ปเคว กาฬกา, ตสฺมา ปญฺจทฺวาริกกาโย สุภาวิโต เอว โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ขีณาสวสฺส หิ…เป… สุภาวิโต โหตี’’ติ. น อญฺเญสํ วิย ทุพฺพลา ทุพฺพลภาวกรานํ กิเลสานํ สพฺพโส ปหีนตฺตา.

วิปสฺสนา ทสฺสนานุตฺตริยํ อนิจฺจานุปสฺสนาทิวเสน สงฺขารานํ สมฺมเทว ทสฺสนโต. มคฺโค ปฏิปทานุตฺตริยํ ตทุตฺตริปฏิปทาย อภาวโต. ผลํ วิมุตฺตานุตฺตริยํ อกุปฺปภาวโต. ผลํ วา ทสฺสนานุตฺตริยํ ทิวสมฺปิ นิพฺพานํ ปจฺจกฺขโต ทิสฺวา ปวตฺตนโต. นิพฺพานํ วิมุตฺตานุตฺตริยํ สพฺพสงฺขตวินิสฺสฏตฺตา. ทสฺสน-สทฺทํ กมฺมสาธนํ คเหตฺวา นิพฺพานสฺส ทสฺสนานุตฺตริยตา วุตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตโต อุตฺตรญฺหิ ทฏฺฐพฺพํ นาม นตฺถี’’ติ อาห. นตฺถิ อิโต อุตฺตรนฺติ อนุตฺตรํ, อนุตฺตรเมว อนุตฺตริยนฺติ อาห ‘‘อุตฺตมํ เชฏฺฐก’’นฺติ.

เสโสติ วุตฺตาวเสโส ปญฺจกนเยน, จตุกฺกนเยน จ ติวิโธ สมาธิ, อิมินา เอว จ สมาธิตฺตยาปเทเสน สุตฺตนฺเตสุปิ ปญฺจกนโย อาคโต เอวาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรมตฺถมญฺชูสายํ วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๓๘) วุตฺตเมว, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

อาคจฺฉติ นามํ เอตสฺมาติ อาคมนํ, ตโต อาคมนโต.สคุณโตติ สรสโต. อารมฺมณโตติ อารมฺมณธมฺมโต. อนตฺตโต อภินิวิสิตฺวาติ ‘‘สพฺเพ สงฺขารา อนตฺตา’’ติ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา. อนตฺตโต ทิสฺวาติ ปฐมํ สงฺขารานํ ‘‘อนตฺตา’’ติ อนตฺตลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา. อนตฺตโต วุฏฺฐาตีติ วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนาย อนตฺตาการโต ปวตฺตาย มคฺควุฏฺฐานํ ปาปุณาติ. อสุญฺญตตฺตการกานํ กิเลสานํ อภาวาติ อตฺตาภินิเวสปจฺจยานํ ทิฏฺเฐกฏฺฐานํ กิเลสานํ วิกฺขมฺภนโต วิปสฺสนา สุญฺญตา นาม อตฺตสุญฺญตาย ยาถาวโต คหณโต. นนุ เอวํ วิปสฺสนาย สคุณโต สุญฺญตา, น อาคมนโตติ นิปฺปริยายโต นตฺถีติ? สจฺจเมตํ นามลาเภ, น ปน นามทาเนติ นายํ โทโส. อถ วา สุตฺตนฺตกถา นาม ปริยายกถา, น อภิธมฺมกถา วิย นิปฺปริยายาติ ภิยฺโยปิ น โกจิ โทโส.

ยสฺมา สคุณโต, อารมฺมณโต จ นามลาเภ สงฺกโร โหติ เอกสฺเสว นามนฺตรลาภสมฺภวโต. อาคมนโต ปน นามลาเภ สงฺกโร นตฺถิ นามนฺตรลาภาภาวโต, อสมฺภวโต จ, ตสฺมา ‘‘อปโร’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิมิตฺตการกกิเลสาภาวาติ นิจฺจนิมิตฺตาทิคฺคาหกปจฺจยานํ กิเลสานํ วิกฺขมฺภนโต. กามญฺจายํ วิปสฺสนา นิจฺจนิมิตฺตาทึ อุคฺฆาเฏนฺตี ปวตฺตติ, สงฺขารนิมิตฺตสฺส ปน อวิสฺสชฺชนโต น นิปฺปริยายโต อนิมิตฺตนามํ ลภตีติ. ปริยาเยน ปเนตํ วุตฺตํ. ตถา หิ นิปฺปริยายเทสนตฺตา อภิธมฺเม มคฺคสฺส อนิมิตฺตนามํ อุทฺธฏํ. สุตฺเต จ –

‘‘อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ, มานานุสยมุชฺชห;

ตโต มานาภิสมยา, อุปสนฺโต จริสฺสสี’’ติ. (สุ. นิ. ๓๔๔; สํ. นิ. ๑.๒๑๒);