ทสกวณฺณนา

๓๔๕. เยหิ สีลาทีหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ธมฺมสรณตาย ธมฺเมเนว นาถติ อีสติ อภิภวตีติ นาโถติ วุจฺจติ, เต ตสฺส นาถภาวกรา ธมฺมา ‘‘นาถกรณา’’ติ วุตฺตาติ อาห ‘‘สนาถา…เป… ปติฏฺฐากรา ธมฺมา’’ติ. ตตฺถ อตฺตโน ปติฏฺฐากราติ ยสฺส นาถภาวกรา, ตสฺส อตฺตโน ปติฏฺฐาวิธายิโน. อปฺปติฏฺโฐ อนาโถ, สปฺปติฏฺโฐ สนาโถติ ปติฏฺฐตฺโถ นาถตฺโถ.

กลฺยาณคุณโยคโต กลฺยาณาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สีลาทิคุณสมฺปนฺนา’’ติ อาห. มิชฺชนลกฺขณา มิตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ มิตฺโต, โส วุตฺตนเยน กลฺยาโณ อสฺส อตฺถีติ ตสฺส อตฺถิตามตฺตํ กลฺยาณมิตฺตปเทน วุตฺตํ. อสฺส เตน สพฺพกาลํ อวิชหิตวาโสติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กลฺยาณสหาโย’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เตวสฺสา’’ติอาทิ. เตวสฺสาติ เต เอว กลฺยาณมิตฺตา อสฺส ภิกฺขุโน. สห อยนโตติ สห วตฺตนโต. อสโมธาเน จิตฺเตน, สโมธาเน ปน จิตฺเตน เจว กาเยน จ สมฺปวงฺโก.

สุขํ วโจ เอตสฺมึ อนุกูลคาหิมฺหิ อาทรคารววติ ปุคฺคเลติ สุวโจ. เตนาห ‘‘สุเขน วตฺตพฺโพ’’ติอาทิ. ขโมติ ขนฺตา, ตเมวสฺส ขมภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘คาเฬฺหนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. วามโตติ มิจฺฉา, อโยนิโส วา คณฺหาติ. ปฏิปฺผรตีติ ปฏาณิกภาเวน ติฏฺฐติ. ปทกฺขิณํ คณฺหาตีติ สมฺมา โยนิโส วา คณฺหาติ.

อุจฺจาวจานีติ วิปุลขุทฺทกานิ. ตตฺรุปคมนียาติ ตตฺร ตตฺร มหนฺเต, ขุทฺทเก จ กมฺเม สาธนวเสน อุปาเยน อุปคจฺฉนฺติยา, ตสฺส ตสฺส กมฺมสฺส นิปฺผาทเนน สมตฺถายาติ อตฺโถ. ตตฺรุปายายาติ วา ตตฺร ตตฺร กมฺเม สาเธตพฺเพ อุปายภูตาย.

ธมฺเม อสฺส กาโมติ ธมฺมกาโมติ พฺยธิกรณานํปิ พาหิรตฺโถ สมาโส โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. กาเมตพฺพโต วา ปิยายิตพฺพโต กาโม, ธมฺโม; ธมฺโม กาโม อสฺสาติ ธมฺมกาโม. ธมฺโมติ ปริยตฺติธมฺโม อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ปิยายตีติ อตฺโถ’’ติ. สมุทาหรณํ กถนํ สมุทาหาโร, ปิโย สมุทาหาโร เอตสฺสาติ ปิยสมุทาหาโร. สยญฺจาติ เอตฺถ จ-สทฺเทน ‘‘สกฺกจฺจ’’นฺติ ปทํ อนุกฑฺฒติ, เตน สยญฺจ สกฺกจฺจํ เทเสตุกาโม โหตีติ โยชนา. อภิธมฺโม สตฺตปฺปกรณานิ อธิโก อภิวิสิฏฺโฐ จ ปริยตฺติธมฺโมติ กตฺวา. วินโย อุภโตวิภงฺคา วินยนโต กายวาจานํ. อภิวินโย ขนฺธกปริวารา วิเสสโต อาภิสมาจาริกธมฺมกิตฺตนโต. อาภิสมาจาริกธมฺมปาริปูริวเสเนว หิ อาทิพฺรหฺมจริยกธมฺมปาริปูรี. ธมฺโม เอว ปิฏกทฺวยสฺสาปิ ปริยตฺติธมฺมภาวโต. มคฺคผลานิ อภิธมฺโม นิพฺพานธมฺมสฺส อภิมุโขติ กตฺวา. กิเลสวูปสมการณํ ปุพฺพภาคิยา ติสฺโส สิกฺขา สงฺเขปโต วิวฏฺฏนิสฺสิโต สมโถ วิปสฺสนา จ. พหุลปาโมชฺโชติ พลวปาโมชฺโช.

การณตฺเถติ นิมิตฺตตฺเถ. กุสลธมฺมนิมิตฺตํ หิสฺส วีริยารมฺโภ. เตนาห ‘‘เตสํ อธิคมตฺถายา’’ติ. กุสเลสุ ธมฺเมสูติ วา นิปฺผาเทตพฺเพ ภุมฺมํ ยถา ‘‘เจตโส อวูปสเม อโยนิโสมนสิการปทฏฺฐาน’’นฺติ.

๓๔๖. สกลฏฺเฐนาติ นิสฺเสสฏฺเฐน, อนวเสสผรณวเสน เจตฺถ สกลฏฺโฐ เวทิตพฺโพ, อสุภนิมิตฺตาทีสุ วิย เอกเทเส อฏฺฐตฺวา อนวเสสโต คเหตพฺพฏฺเฐนาติ อตฺโถ. ตทารมฺมณานํ ธมฺมานนฺติ ตํ กสิณํ อารพฺภ ปวตฺตนกธมฺมานํ. เขตฺตฏฺเฐนาติ อุปฺปตฺติฏฺฐานฏฺเฐน. อธิฏฺฐานฏฺเฐนาติ ปวตฺติฏฺฐานภาเวน. ยถา เขตฺตํ สสฺสานํ อุปฺปตฺติฏฺฐานํ วฑฺฒิฏฺฐานญฺจ, เอวเมตํ ฌานํ ตํสมฺปยุตฺตานํ ธมฺมานนฺติ, โยคิโน วา สุขวิเสสานํ การณภาเวน. ‘‘ปริจฺฉินฺทิตฺวา’’ ติ อิทํ อุทฺธํ อโธติ เอตฺถาปิ โยเชตพฺพํ. ปริจฺฉินฺทิตฺวา เอว หิ สพฺพตฺถ กสิณํ วฑฺเฒตพฺพํ. เตน เตน วา การเณนาติ เตน เตน อุปริอาทีสุ กสิณวฑฺฒนการเณน. ยถา กินฺติ อาห ‘‘อาโลกมิว รูปทสฺสนกาโม’’ติ. ยถา ทิพฺพจกฺขุนา อุทฺธํ เจ รูปํ ทฏฺฐุกาโม, อุทฺธํ อาโลกํ ปสาเรติ, อโธ เจ อโธ, สมนฺตโต เจ รูปํ ทฏฺฐุกาโม สมนฺตโต อาโลกํ ปสาเรติ; เอวมยํ กสิณนฺติ อตฺโถ.

เอกสฺสาติ ปถวีกสิณาทีสุ เอเกกสฺส. อญฺญภาวานุปคมนตฺถนฺติ อญฺญกสิณภาวานุปคมนทีปนตฺถํ, อญฺญสฺส วา กสิณภาวานุปคมนทีปนตฺถํ, น หิ อญฺเญน ปสาริตกสิณํ ตโต อญฺเญน ปสาริตกสิณภาวํ อุปคจฺฉติ, เอวมฺปิ เนสํ อญฺญกสิณสมฺเภทาภาโว เวทิตพฺโพ. น อญฺญํ ปถวีอาทิ. น หิ อุทเก ฐิตฏฺฐาเน สสมฺภารปถวี อตฺถิ. อญฺโญ กสิณสมฺเภโทติ อาโปกสิณาทินา สงฺกโร. สพฺพตฺถาติ สพฺเพสุ เสสกสิเณสุ. เอกเทเส อฏฺฐตฺวา อนวเสสผรณํ ปมาณสฺส อคฺคหณโต อปฺปมาณํ. เตเนว หิ เนสํ กสิณสมญฺญา. ตถา จาห ‘‘ตญฺหี’’ติอาทิ. เจตสา ผรนฺโตติ ภาวนาจิตฺเตน อารมฺมณํ กโรนฺโต. ภาวนาจิตฺตญฺหิ กสิณํ ปริตฺตํ วา วิปุลํ วา สกลเมว มนสิ กโรติ, น เอกเทสํ.

กสิณุคฺฆาฏิมากาเส ปวตฺตวิญฺญาณํ ผรณอปฺปมาณวเสน ‘‘วิญฺญาณกสิณ’’นฺติ วุตฺตํ. ตถา หิ ตํ ‘‘วิญฺญาณญฺจ’’นฺติ วุจฺจติ. กสิณวเสนาติ ยถาอุคฺฆาฏิตกสิณวเสน. กสิณุคฺฆาฏิมากาเส อุทฺธํอโธติริยตา เวทิตพฺพา. ยตฺตกญฺหิ ฐานํ กสิณํ ปสาริตํ, ตตฺตกํ อากาสภาวนาวเสน อากาโส โหตีติ; เอวํ ยตฺตกํ ฐานํ อากาสํ หุตฺวา อุปฏฺฐิตํ, ตตฺตกํ สกลเมว ผริตฺวา วิญฺญาณสฺส ปวตฺตนโต อาคมนวเสน วิญฺญาณกสิเณปิ อุทฺธํอโธติริยตา วุตฺตาติ อาห ‘‘กสิณุคฺฆาฏึ อากาสวเสน ตตฺถ ปวตฺตวิญฺญาเณ อุทฺธํอโธติริยตา เวทิตพฺพา’’ติ.