อฏฺฐกวณฺณนา

๓๓๓. อยาถาวาติ น ยาถาวา. อนิยฺยานิกตาย มิจฺฉาสภาวา. วิปรีตวุตฺติกตาย ยาถาวา. นิยฺยานิกตาย สมฺมาสภาวา อวิปรีตวุตฺติกา.

๓๓๔. กุจฺฉิตํ สีทตีติ กุสีโต ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา. ยสฺส ธมฺมสฺส วเสน ปุคฺคโล ‘‘กุสีโต’’ติ วุจฺจติ, โส กุสีตภาโว อิธ กุสีต-สทฺเทน วุตฺโต. วินาปิ หิ ภาวโชตนํ สทฺทํ ภาวตฺโถ วิญฺญายติ ยถา ‘‘ปฏสฺส สุกฺก’’นฺติ, ตสฺมา กุสีตภาววตฺถูนีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘โกสชฺชการณานีติ อตฺโถ’’ติ. กมฺมํ นาม สมณสารุปฺปํ อีทิสนฺติ อาห ‘‘จีวรวิจารณาที’’ติ. วีริยนฺติ ปธานวีริยํ, ตํ ปน จงฺกมนวเสน กรเณ ‘‘กายิก’’นฺติปิ วตฺตพฺพตํ ลภตีติ อาห ‘‘ทุวิธมฺปี’’ติ. ปตฺติยาติ ปาปุณนตฺถํ. โอสีทนนฺติ ภาวนานุโยเค สงฺโกโจ. มาเสหิ อาจิตํ นิจิตํ วิยาติ มาสาจิตํ, ตํ มญฺเญ. ยสฺมา มาสา ตินฺตาวิเสเสน ครุกา โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘ยถา ตินฺตมาโส’’ติอาทิ วุตฺตํ. วุฏฺฐิโต โหติ คิลานภาวาติ อธิปฺปาโย.

๓๓๕. เตสนฺติ อารมฺภวตฺถูนํ. อิมินาว นเยนาติ อิมินา กุสีตวตฺถูสุ วุตฺเตเนว นเยน. ‘‘ทุวิธมฺปิ วีริยํ อารภตี’’ติอาทินา, ‘‘อิทํ ปฐมนฺติ อิทํ หนฺทาหํ วีริยํ อารภามีติ เอวํ ภาวนาย อพฺภุสฺสหนํ ปฐมํ อารมฺภวตฺถู’’ติอาทินา จ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยถา ตถา ปฐมํ ปวตฺตํ อพฺภุสฺสหนญฺหิ อุปริ วีริยารมฺภสฺส การณํ โหติ. อนุรูปปจฺจเวกฺขณาสหิตานิ หิ อพฺภุสฺสหนานิ, ตมฺมูลกานิ วา ปจฺจเวกฺขณานิ อฏฺฐ อารมฺภวตฺถูนิ เวทิตพฺพานิ.

๓๓๖. อาสชฺชาติ ยสฺส เทติ, ตสฺส อาโมทนเหตุ เตน สมาคมนิมิตฺตํ. เตนาห ‘‘เอตฺถ อาสาทนํ ทานการณํ นามา’’ติ. ภยาติ ภยเหตุ. นนุ ภยํ นาม ลทฺธุกามตา ราคาทโย วิย เจตนาย อวิสุทฺธิกรํ, ตํ กสฺมา อิธ คหิตนฺติ? น อิทํ ตาทิสํ โจรภยาทึ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อทาสิ เมติ ยํ ปุพฺเพ กตํ อุปการํ จินฺเตตฺวา ทียติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ทสฺสติ เมติ ปจฺจุปการาสีสาย ยํ ทียติ, ตํ สนฺธาย วทติ. สาหุ ทานนฺติ ‘‘ทานํ นาเมตํ ปณฺฑิตปญฺญตฺต’’นฺติ สาธุสมาจาเร ฐตฺวา เทติ. อลงฺการตฺถนฺติ อุปโสภนตฺถํ. ปริวารตฺถนฺติ ปริกฺขารตฺถํ. ทานญฺหิ ทตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส ปาโมชฺชปีติโสมนสฺสาทโย อุปฺปชฺชนฺติ, โลภโทสอิสฺสามจฺเฉราทโย วิทูรี ภวนฺติ. อิทานิ ทานํ อนุกูลธมฺมปริพฺรูหเนน, ปจฺจนีกธมฺมวิทูรีภาวกรเณน จ ภาวนาจิตฺตสฺส อุปโสภนาย จ ปริกฺขาราย จ โหตีติ ‘‘อลงฺการตฺถํ, ปริวารตฺถญฺจ เทตี’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ทานญฺหิ จิตฺตํ มุทุกํ กโรตี’’ติอาทิ. มุทุจิตฺโต โหติ ลทฺธา ทายเก ‘‘อิมินา มยฺหํ สงฺคโห กโต’’ติ, ทาตาปิ ลทฺธริ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุภินฺนมฺปิ จิตฺตํ มุทุกํ กโรตี’’ติ.

อทนฺตทมนนฺติ อทนฺตา อนสฺสวาปิสฺส ทาเนน ทนฺตา อสฺสวา โหนฺติ วเส วตฺตนฺติ. อทานํ ทนฺตทูสกนฺติ อทานํ ปน ปุพฺเพ ทนฺตานํ อสฺสวานมฺปิ วิฆาตุปฺปาทเนน จิตฺตํ ทูเสติ. อุนฺนมนฺติ ทายกา, ปิยํวทา จ ปเรสํ ครุจิตฺตีการฏฺฐานตาย. นมนฺติ ปฏิคฺคาหกา ทาเนน, ปิยวาจาย ลทฺธสงฺคหา สงฺคาหกานํ.

จิตฺตาลงฺการทานเมว อุตฺตมํ อนุปกฺกิลิฏฺฐตาย, สุปริสุทฺธตาย, คุณวิเสสปจฺจยตาย จ.

๓๓๗. ทานปจฺจยาติ ทานการณา, ทานมยปุญฺญสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตาติ อตฺโถ. อุปปตฺติโยติ มนุสฺเสสุ, เทเวสุ จ นิพฺพตฺติโย. ฐเปตีติ เอกวารเมว อนุปฺปชฺชิตฺวา ยถา อุปรูปริ เตเนวากาเรน ปวตฺตติ, เอวํ ฐเปติ. ตเทว จส อธิฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘ตสฺเสว เววจน’’นฺติ. วฑฺเฒตีติ พฺรูเหติ, น หาเปติ. วิมุตฺตนฺติ อธิมุตฺตํ, นินฺนํ โปณํ ปพฺภารนฺติ อตฺโถ. วิมุตฺตนฺติ วา วิสิฏฺฐํ. นิปฺปริยายโต อุตฺตริ นาม ปณีตํ มชฺเฌปิ หีนมชฺฌิมวิภาคสฺส ลพฺภนโตติ วุตฺตํ ‘‘อุตฺตริ อภาวิตนฺติ ตโต อุปริ มคฺคผลตฺถาย อภาวิต’’นฺติ. สํวตฺตติ ตถา ปณิหิตํ ทานมยจิตฺตํ. ยํ ปน ปาฬิยํ ‘‘ตญฺจ โข’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตํ ตตฺรูปปตฺติยา วิพนฺธการทุสฺสีลฺยาภาวทสฺสนปรํ ทฏฺฐพฺพํ, น ทานมยสฺส ปุญฺญสฺส เกวลสฺส ตํสํวตฺตนตาทสฺสนปรนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

สมุจฺฉินฺนราคสฺสาติ สมุจฺฉินฺนกามราคสฺส. ตสฺส หิ สิยา พฺรหฺมโลเก อุปปตฺติ, น สมุจฺฉินฺนภวราคสฺส. วีตราคคฺคหเณน เจตฺถ กาเมสุ วีตราคตา อธิปฺเปตา, ยาย พฺรหฺมโลกูปปตฺติ สิยา. เตนาห ‘‘ทานมตฺเตเนวา’’ติอาทิ. ยทิ เอวํ ทานํ ตตฺถ กึ อตฺถิยนฺติ อาห ‘‘ทานํ ปนา’’ติอาทิ. ทาเนน มุทุจิตฺโตติ พทฺธาฆาเต เวรีปุคฺคเลปิ อตฺตโน ทานสมฺปฏิจฺฉเนน มุทุภูตจิตฺโต.

ปริสีทติ ปริโต อิโต จิโต จ สมาคจฺฉตีติ ปริสา, สมูโห.

โลกสฺส ธมฺมาติ สตฺตโลกสฺส อวสฺสมฺภาวี ธมฺมา. เตนาห ‘‘เอเตหิ มุตฺโต นาม นตฺถี’’ติอาทิ. ยสฺมา เต โลกธมฺมา อปราปรํ กทาจิ โลกํ อนุปตนฺติ, กทาจิ เต โลโก, ตสฺมา ตญฺเจตฺถ อตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อฏฺฐิเม’’ติ สุตฺตปทํ (อ. นิ. ๘.๖) อาหริ. ฆาสจฺฉาทนาทีนํ ลทฺธิ ลาโภ, ตานิ เอว วา ลทฺธพฺพโต ลาโภ. ตทภาโว อลาโภ. ลาภคฺคหเณน เจตฺถ ตพฺพิสโย อนุโรโธ คหิโต, อลาภคฺคหเณน วิโรโธ. ยสฺมา โลหิเต สติ ตทุปฆาตวเสน ปุพฺโพ วิย อนุโรเธ สติ วิโรโธ ลทฺธาวสโร เอว โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ลาเภ อาคเต อลาโภ อาคโต เอวา’’ติ. เอส นโย ยสาทีสุปิ.

อฏฺฐกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.