สตตวิหารฉกฺกวณฺณนา
๓๒๘. นิจฺจวิหาราติ สพฺพทา ปวตฺตนกวิหารา. ฐเปตฺวา หิ สมาปตฺติเวลํ, ภวงฺคเวลญฺจ ขีณาสวา อิมินาว ฉฬงฺคุเปกฺขาวิหาเรน สพฺพกาลํ วิหรนฺติ. จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ นิสฺสยโวหาเรน วุตฺตํ. สสมฺภารกถา เหสา ยถา ‘‘ธนุนา วิชฺฌตี’’ติ. ตสฺมา นิสฺสยสีเสน นิสฺสิตสฺส คหณํ ทฏฺฐพฺพนฺติ อาห ‘‘จกฺขุวิญฺญาเณน ทิสฺวา’’ติ. อิฏฺเฐ อรชฺชนฺโตติ อิฏฺเฐ อารมฺมเณ ราคํ อนุปฺปาเทนฺโต มคฺเคน สมุจฺฉินฺนตฺตา. เนว สุมโน โหติ เคหสิตเปมวเสนปิ. น ทุมฺมโน ปสาทญฺญถตฺตวเสนปิ. อสมเปกฺขเนติ อิฏฺเฐปิ อนิฏฺเฐปิ มชฺฌตฺเตปิ อารมฺมเณ น สมํ น สมฺมา อโยนิโส คหเณ. โย อขีณาสวานํ โมโห อุปฺปชฺชติ, ตํ อนุปฺปาเทนฺโต มคฺเคเนว ตสฺส สมุคฺฆาฏิตตฺตา. ญาณุเปกฺขาวเสเนว อุเปกฺขโก วิหรติ มชฺฌตฺโต. อยญฺจสฺส ปฏิปตฺติเวปุลฺลปฺปตฺติยา, ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺติยา วาติ อาห ‘‘สติยา’’ติอาทิ. ฉฬงฺคุเปกฺขาติ ฉสุ ทฺวาเรสุ ปวตฺตา สติสมฺปชญฺญสฺส วเสน ฉาวยวา อุเปกฺขา. ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตานิ ลพฺภนฺติ เตหิ วินา สมฺปชานตาย อสมฺภวโต. มหาจิตฺตานีติ อฏฺฐปิ มหากิริยจิตฺตานิ ลพฺภนฺติ. สตตวิหาราติ ญาณุปฺปตฺติปจฺจยรหิตกาเลปิ ปวตฺติเภทนโต. ทส จิตฺตานีติ อฏฺฐ มหากิริยจิตฺตานิ หสิตุปฺปาทโวฏฺฐพฺพนจิตฺเตหิ สทฺธึ ทส จิตฺตานิ ลพฺภนฺติ. อรชฺชนาทุสฺสนวเสน ปวตฺติ เตสมฺปิ สาธารณาติ.‘‘อุเปกฺขโก วิหรตี’’ติ วจนโต ฉฬงฺคุเปกฺขาวเสน อาคตานํ อิเมสํ สตตวิหารานํ ‘‘โสมนสฺสํ กถํ ลพฺภตี’’ติ โจเทตฺวา ‘‘อาเสวนโต ลพฺภตี’’ติ สยเมว ปริหรตีติ. กิญฺจาปิ ขีณาสโว อิฏฺฐานิฏฺเฐปิ อารมฺมเณ มชฺฌตฺเต วิย พหุลํ อุเปกฺขโก วิหรติ อตฺตโน ปริสุทฺธปกติภาวาวิชหนโต, กทาจิ ปน ตถา เจโตภิสงฺขาราภาเว ยํ ตํ สภาวโต อิฏฺฐํ อารมฺมณํ, ตตฺถ ยาถาวสภาวคฺคหณวเสนปิ อรหโต จิตฺตํ โสมนสฺสสหคตํ หุตฺวา ปวตฺตเตว, ตญฺจ โข ปุพฺพาเสวนวเสน. เตนาห ‘‘อาเสวนโต ลพฺภตี’’ติ.