ธมฺมานุปสฺสนา

นีวรณปพฺพวณฺณนา

๓๘๒. ปหาตพฺพาทิธมฺมวิภาคทสฺสนวเสน ปญฺจธา ธมฺมานุปสฺสนา นิทฺทิฏฺฐาติ อยมตฺโถ ปาฬิโต เอว วิญฺญายตีติ ตมตฺถํ อุลฺลิงฺเคนฺโต ‘‘ปญฺจวิเธน ธมฺมานุปสฺสนํ กเถตุ’’นฺติ อาห. ยทิ เอวํ กสฺมา นีวรณาทิวเสเนว นิทฺทิฏฺฐนฺติ? วิเนยฺยชฺฌาสยโต. เยสญฺหิ เวเนยฺยานํ ปหาตพฺพธมฺเมสุ ปฐมํ นีวรณานิ วิภาเคน วตฺตพฺพานิ, เตสํ วเสเนตฺถ ภควตา ปฐมํ นีวรเณสุ ธมฺมานุปสฺสนา กถิตา. ตถา หิ กายานุปสฺสนาปิ สมถปุพฺพงฺคมา เทสิตา, ตโต ปริญฺเญยฺเยสุ ขนฺเธสุ, อายตเนสุ จ ภาเวตพฺเพสุ โพชฺฌงฺเคสุ, ปริญฺเญยฺยาทิวิภาเคสุ สจฺเจสุ จ อุตฺตรา เทสนา, ตสฺมา เจตฺถ สมถภาวนาปิ ยาวเทว วิปสฺสนตฺถา อิจฺฉิตา. วิปสฺสนาปธานา, วิปสฺสนาพหุลา จ สติปฏฺฐานเทสนาติ ตสฺสา วิปสฺสนาภินิเวสวิภาเคน เทสิตภาวํ วิภาเวนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขนฺธายตนทุกฺขสจฺจวเสน มิสฺสกปริคฺคหกถนํ ทฏฺฐพฺพํ. สญฺญาสงฺขารกฺขนฺธปริคฺคหมฺปีติ ปิ-สทฺเทน สกลปญฺจุปาทานกฺขนฺธปริคฺคหํ สมฺปิณฺเฑติ อิตเรสํ ตทนฺโตคธตฺตา.

‘‘กณฺหสุกฺกธมฺมานํ ยุคนนฺธตา นตฺถี’’ติ ปชานนกาเล อภาวา ‘‘อภิณฺหสมุทาจารวเสนา’’ติ วุตฺตํ. สํวิชฺชมานนฺติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปลพฺภมานํ. ยถาติ เยนากาเรน, โส ปน ‘‘กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาโท โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา กามจฺฉนฺทสฺส การณากาโรว, อตฺถโต การณเมวาติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติ. จ-สทฺโท วกฺขมานตฺถสมุจฺจยตฺโถ.

ตตฺถาติ ‘‘ยถา จา’’ติอาทินา วุตฺตปเท. สุภมฺปีติ กามจฺฉนฺโทปิ. โส หิ อตฺตโน คหณากาเรน ‘‘สุภ’’นฺติ วุตฺโต, เตนากาเรน ปวตฺตนกสฺส อญฺญสฺส กามจฺฉนฺทสฺส นิมิตฺตตฺตา ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ จ. อิฏฺฐํ, อิฏฺฐากาเรน วา คยฺหมานํ รูปาทิ สุภารมฺมณํ. อากงฺขิตสฺส หิตสุขสฺส ปตฺติยา อนุปายภูโต มนสิกาโร อนุปายมนสิกาโร. ตนฺติ อโยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ สภาคเหตุภูเต, อารมฺมณภูเต จ ทุวิเธ สุภนิมิตฺเต. อาหาโรติ ปจฺจโย อตฺตโน ผลํ อาหรตีติ กตฺวา.

อสุภนฺติ อสุภชฺฌานํ อุตฺตรปทโลเปน, ตํ ปน ทสสุ อวิญฺญาณกอสุเภสุ จ เกสาทีสุ สวิญฺญาณกอสุเภสุ จ ปวตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. เกสาทีสุ หิ สญฺญา ‘‘อสุภสญฺญา’’ติ คิริมานนฺทสุตฺเต (อ. นิ. ๑๐.๖๐) วุตฺตา. เอตฺถ จ จตุพฺพิธสฺส อโยนิโสมนสิการสฺส, โยนิโสมนสิการสฺส จ คหณํ นิรวเสสทสฺสนตฺถํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, เตสุ ปน อสุเภสุ ‘‘สุภ’’นฺติ, ‘‘อสุภ’’นฺติ จ มนสิกาโร อิธาธิปฺเปโต, ตทนุกูลตฺตา ปน อิตเร ปีติ.

เอกาทสสุ อสุเภสุ ปฏิกฺกูลาการสฺส อุคฺคณฺหนํ, ยถา วา ตตฺถ อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตถา ปฏิปตฺติ อสุภนิมิตฺตสฺส อุคฺคโห. อุปจารปฺปนาวหาย อสุภภาวนาย อนุยุญฺชนา อสุภภาวนานุโยโค. ‘‘โภชเน มตฺตญฺญุโน มิตาหารสฺส ถินมิทฺธาภิภวาภาวา โอตารํ อลภมาโน กามจฺฉนฺโท ปหียตี’’ติ วทนฺติ, อยเมว จ อตฺโถ นิทฺเทเสปิ วุจฺจติ. โย ปน โภชนสฺส ปฏิกฺกูลตํ, ตพฺพิปริณามสฺส ตทาธารสฺส ตสฺส จ อุปนิสฺสยภูตสฺส อติวิย เชคุจฺฉตํ, กายสฺส จ อาหารฏฺฐิติกตฺตํ สมฺมเทว ชานาติ, โส สพฺพโส โภชเน ปมาณสฺส ชานเนน โภชเนมตฺตญฺญู นาม. ตาทิสสฺส หิ กามจฺฉนฺโท ปหียเตว.

อสุภกมฺมิกติสฺสตฺเถโร ทนฺตฏฺฐิทสฺสาวี. ปหีนสฺสาติ วิกฺขมฺภนวเสน ปหีนสฺส. อิโต ปเรสุปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ เอเสว นโย. อภิธมฺมปริยาเยน (ธ. ส. ๑๑๕๙, ๑๕๐๓) สพฺโพปิ โลโภ กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺเคนา’’ติ.

ปฏิฆมฺปิ ปุริมุปฺปนฺนํ ปฏิฆนิมิตฺตํ ปรโต อุปฺปชฺชนกสฺส ปฏิฆสฺส การณนฺติ กตฺวา.

เมชฺชติ สินิยฺหตีติ มิตฺโต, หิเตสี ปุคฺคโล, ตสฺมึ มิตฺเต ภวา, มิตฺตสฺส วา เอสาติ เมตฺตา, หิเตสิตา, ตสฺสา เมตฺตาย. อปฺปนาปิ อุปจาโรปิ วฏฺฏติ สาธารณวจนภาวโต. ‘‘เจโตวิมุตฺตี’’ติ วุตฺเต อปฺปนาว วฏฺฏติ อปฺปนํ อปฺปตฺตาย ปฏิปกฺขโต สุฏฺฐุ มุจฺจนสฺส อภาวโต. ตนฺติ โยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ เมตฺตาย. พหุลํ ปวตฺตยโตติ พหุลีการวโต.

สตฺเตสุ เมตฺตายนสฺส หิตูปสํหารสฺส อุปฺปาทนํ ปวตฺตนํ เมตฺตานิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, ปฐมุปฺปนฺโน เมตฺตามนสิกาโร ปรโต อุปฺปชฺชนกสฺส การณภาวโต เมตฺตามนสิกาโรว เมตฺตานิมิตฺตํ. กมฺมเมว สกํ เอเตสนฺติ กมฺมสฺสกา, สตฺตา, ตพฺภาโว กมฺมสฺสกตา, กมฺมทายาทตา. โทสเมตฺตาสุ ยาถาวโต อาทีนวานิสํสานํ ปฏิสงฺขานํ วีมํสา อิธ ปฏิสงฺขานํ. เมตฺตาวิหาริกลฺยาณมิตฺตวนฺตตา อิธ กลฺยาณมิตฺตตา. โอทิสฺสกอโนทิสฺสกทิสาผรณานนฺติ (โอธิสกอโนธิสกทิสาผรณานํ ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๑๕) อตฺตอติปิยสหายมชฺฌตฺตเวริวเสน โอทิสฺสกตา, สีมาสมฺเภเท กเต อโนทิสฺสกตา. เอกาทิทิสาผรณวเสน ทิสาผรณตา เมตฺตาย อุคฺคหเณ เวทิตพฺพา. วิหารรจฺฉาคามาทิวเสน วา โอทิสฺสกทิสาผรณํ. วิหาราทิอุทฺเทสรหิตํ ปุรตฺถิมาทิทิสาวเสน อโนทิสฺสกทิสาผรณนฺติ เอวํ ทฺวิธา อุคฺคหณํ สนฺธาย ‘‘โอทิสฺสกอโนทิสฺสกทิสาผรณาน’’นฺติ วุตฺตํ. อุคฺคโหติ จ ยาว อุปจารา ทฏฺฐพฺโพ. อุคฺคหิตาย อาเสวนา ภาวนา. ตตฺถ สพฺเพ สตฺตา, ปาณา, ภูตา, ปุคฺคลา, อตฺตภาวปริยาปนฺนาติ เอเตสํ วเสน ปญฺจวิธา, เอเกกสฺมึ อเวรา โหนฺตุ, อพฺยาปชฺฌา, อนีฆา, สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตูติ จตุธา ปวตฺติโต วีสติวิธา อโนทิสฺสกผรณา เมตฺตา. สพฺพา อิตฺถิโย, ปุริสา, อริยา, อนริยา, เทวา, มนุสฺสา, วินิปาติกาติ สตฺโตธิกรณวเสน ปวตฺตา สตฺตวิธา, อฏฺฐวีสติ วิธา วา, ทสหิ ทิสาหิ ทิโสธิกรณวเสน ปวตฺตา ทสวิธา, เอเกกาย วา ทิสาย สตฺตาทิอิตฺถาทิอเวราทิเภเทน อสีตาธิกจตุสตปฺปเภทา จ โอธิโส ผรณา เวทิตพฺพา.

เยน อโยนิโสมนสิกาเรน อรติอาทิกานิ อุปฺปชฺชนฺติ, โส อรติอาทีสุ อโยนิโสมนสิกาโร. เตน นิปฺผาเทตพฺเพ หิ อิทํ ภุมฺมํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. อุกฺกณฺฐิตา ปนฺตเสนาสเนสุ, อธิกุสลธมฺเมสุ จ อุปฺปชฺชนภาวริญฺจนา. กายวินมนาติ กรชกายสฺส วิรูเปนากาเรน นมนา. ลีนากาโรติ สงฺโกจาปตฺติ.

กุสลธมฺมปฏิปตฺติยา ปฏฺฐปนสภาวตาย, ตปฺปฏิปกฺขานํ วิโสสนสภาวตาย จ อารมฺภธาตุอาทิโต ปวตฺตวีริยนฺติ อาห ‘‘ปฐมารมฺภวีริย’’นฺติ. ยสฺมา ปฐมารมฺภมตฺตสฺส โกสชฺชวิธมนํ, ถามคมนญฺจ นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โกสชฺชโต นิกฺขนฺตตาย ตโต พลวตร’’นฺติ. ยสฺมา ปน อปราปรุปฺปตฺติยา ลทฺธาเสวนํ อุปรูปริ วิเสสํ อาวหนฺตํ อติวิย ถามคตเมว โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนโต ตโตปิ พลวตร’’นฺติ.

อติโภชเน นิมิตฺตคฺคาโหติ อติโภชเน ถินมิทฺธสฺส นิมิตฺตคฺคาโห, เอตฺตเก ภุตฺเต ตํ โภชนํ ถินมิทฺธสฺส การณํ โหติ, เอตฺตเก น โหตีติ ถินมิทฺธสฺส การณาการณคาโห โหตีติ อตฺโถ. พฺยติเรกวเสน เจตํ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘เอตฺตเก ภุตฺเต ตํ โภชนํ ถินมิทฺธสฺส การณํ น โหตี’’ติ โภชเน มตฺตญฺญุตา จ อตฺถโต ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘จตุปญฺจ…เป… น โหตี’’ติ. ทิวา สูริยาโลกนฺติ ทิวา คหิตนิมิตฺตํ สูริยาโลกํ รตฺติยํ มนสิ กโรนฺตสฺสาปีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ธุตงฺคานํ วีริยนิสฺสิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ธุตงฺคนิสฺสิตสปฺปายกถายปี’’ติ.

กุกฺกุจฺจมฺปิ กตากตานุโสจนวเสน ปวตฺตมานํ เจตโส อวูปสมาวหตาย อุทฺธจฺเจน สมานลกฺขณเมวาติ ‘‘อวูปสโม นาม อวูปสนฺตากาโร, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจเมเวตํ อตฺถโต’’ติ วุตฺตํ.

พหุสฺสุตสฺส คนฺถโต, อตฺถโต จ สุตฺตาทีนิ วิจาเรนฺตสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อตฺถเวทาทิปฏิลาภสพฺภาวโต วิกฺเขโป น โหตีติ, ยถาวิธิปฏิปตฺติยา, ยถานุรูปปติการปฺปวตฺติยา จ กตากตานุโสจนญฺจ น โหตีติ ‘‘พาหุสจฺเจนปิ…เป… อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียตี’’ติ อาห. ยทคฺเคน พาหุสจฺเจน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียติ, ตทคฺเคน ปริปุจฺฉกตาวินยปกตญฺญุตาหิปิ ตํ ปหียตีติ ทฏฺฐพฺพํ. วุทฺธเสวิตา จ วุทฺธสีลิตํ อาวหตีติ เจโตวูปสมกรตฺตา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปฺปหานการี วุตฺตา. วุทฺธตฺตํ ปน อนเปกฺขิตฺวา กุกฺกุจฺจวิโนทกา วินยธรา กลฺยาณมิตฺตา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา. วิกฺเขโป จ ปพฺพชิตานํ เยภุยฺเยน กุกฺกุจฺจเหตุโก โหตีติ ‘‘กปฺปิยากปฺปิยปริปุจฺฉาพหุลสฺสา’’ติอาทินา วินยนเยเนว ปริปุจฺฉกตาทโย นิทฺทิฏฺฐา. ปหีเน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺเจติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. กุกฺกุจฺจสฺส โทมนสฺสสหคตตฺตา อนาคามิมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท วุตฺโต.

ติฏฺฐติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ ฐานียา วิจิกิจฺฉาย ฐานียา วิจิกิจฺฉาฐานียา, วิจิกิจฺฉาย การณภูตา ธมฺมา, ติฏฺฐตีติ วา ฐานียา, วิจิกิจฺฉา ฐานียา เอติสฺสาติ วิจิกิจฺฉาฐานียา, อตฺถโต วิจิกิจฺฉา เอว. สา หิ ปุริมุปฺปนฺนา ปรโต อุปฺปชฺชนกวิจิกิจฺฉาย สภาคเหตุตาย อสาธารณํ การณํ.

กุสลากุสลาติ โกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน กุสลา, ตปฺปฏิปกฺขโต อกุสลา. เย อกุสลา, เต สาวชฺชา, อเสวิตพฺพา, หีนา จ. เย กุสลา, เต อนวชฺชา, เสวิตพฺพา,ปณีตา จ. กุสลา วา หีเนหิ ฉนฺทาทีหิ อารทฺธา หีนา, ปณีเตหิ ปณีตา. กณฺหาติ กาฬกา จิตฺตสฺส อปภสฺสรภาวกรณา. สุกฺกาติ โอทาตา จิตฺตสฺส ปภสฺสรภาวกรณา. กณฺหาภิชาติเหตุโต วา กณฺหา. สุกฺกาภิชาติเหตุโต สุกฺกา. เต เอว สปฺปฏิภาคา. กณฺหา หิ อุชุวิปจฺจนีกตาย สุกฺกสปฺปฏิภาคา, ตถา สุกฺกาปิ อิตเรหิ. อถ วา กณฺหสุกฺกา จ สปฺปฏิภาคา จ กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา. สุขา หิ เวทนา ทุกฺขาย เวทนาย สปฺปฏิภาคา, ทุกฺขา จ เวทนา สุขาย เวทนาย สปฺปฏิภาคาติ.

กามํ พาหุสจฺจปริปุจฺฉกตาหิ สพฺพาปิ อฏฺฐวตฺถุกา วิจิกิจฺฉา ปหียติ, ตถาปิ รตนตฺตยวิจิกิจฺฉามูลิกา เสสวิจิกิจฺฉาติ กตฺวา อาห ‘‘ตีณิ รตนานิ อารพฺภา’’ติ. รตนตฺตยคุณาวโพเธ ‘‘สตฺถริ กงฺขตี’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๐๘, ๑๑๒๓, ๑๑๖๗, ๑๒๔๑, ๑๒๖๓, ๑๒๗๐; วิภ. ๙๑๕) วิจิกิจฺฉาย อสมฺภโวติ. วินเย ปกตญฺญุตา ‘‘สิกฺขาย กงฺขตี’’ติ วุตฺตาย วิจิกิจฺฉาย ปหานํ กโรตีติ อาห ‘‘วินเย จิณฺณวสีภาวสฺสาปี’’ติ. โอกปฺปนิยสทฺธาสงฺขาตอธิโมกฺขพหุลสฺสาติ สทฺเธยฺยวตฺถุโน อนุปวิสนสทฺธาสงฺขาตอธิโมกฺเขน อธิมุจฺจนพหุลสฺส, อธิมุจฺจนญฺจ อธิโมกฺขุปฺปาทนเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ, สทฺธาย วา นินฺนโปณตาอธิมุตฺติ อธิโมกฺโข.

สมุทยวยาติ สมุทยวยธมฺมา. สุภนิมิตฺตอสุภนิมิตฺตาทีสูติ ‘‘สุภนิมิตฺตาทีสุ อสุภนิมิตฺตาทีสู’’ติ อาทิ-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ตตฺถ ปฐเมน อาทิ-สทฺเทน ปฏิฆนิมิตฺตาทีนํ สงฺคโห, ทุติเยนเมตฺตาเจโตวิมุตฺติอาทีนํ. เสสเมตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วุตฺตนยเมว.

นีวรณปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ขนฺธปพฺพวณฺณนา

๓๘๓. อุปาทาเนหิ อารมฺมณกรณาทิวเสน อุปาทาตพฺพา วา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา.

อิติ รูปนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อิทํ-สทฺเทน สมานตฺโถติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อิทํ รูป’’นฺติ. ตยิทํ สรูปคฺคหณภาวโต อนวเสสปริยาทานํ โหตีติ อาห ‘‘เอตฺตกํ รูปํ, น อิโต ปรํ รูปํ อตฺถี’’ติ. อิตีติ วา ปการตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา ‘‘อิติ รูป’’นฺติ อิมินา ภูตุปาทาทิวเสน ยตฺตโก รูปสฺส ปเภโท, เตน สทฺธึ รูปํ อนวเสสโต ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสติ. สภาวโตติ รุปฺปนสภาวโต, จกฺขาทิวณฺณาทิสภาวโต จ. เวทนาทีสุปีติ เอตฺถ ‘‘อยํ เวทนา, เอตฺตกา เวทนา, น อิโต ปรํ เวทนา อตฺถีติ สภาวโต เวทนํ ปชานาตี’’ติอาทินา, สภาวโตติ จ ‘‘อนุภวนสภาวโต, สาตาทิสภาวโต จา’’ติ เอวมาทินา โยเชตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.

ขนฺธปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อายตนปพฺพวณฺณนา

๓๘๔. ฉสุ อชฺฌตฺติกพาหิเรสูติ ‘‘ฉสุ อชฺฌตฺติเกสุ ฉสุ พาหิเรสู’’ติ ‘‘ฉสู’’ติ ปทํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. กสฺมา ปเนตานิ อุภยานิ ฉเฬว วุตฺตานิ? ฉวิญฺญาณกายุปฺปตฺติทฺวารารมฺมณววตฺถานโต. จกฺขุวิญฺญาณวีถิยา ปริยาปนฺนสฺส หิ วิญฺญาณกายสฺส จกฺขายตนเมว อุปฺปตฺติทฺวารํ, รูปายตนเมว จ อารมฺมณํ, ตถา อิตรานิ อิตเรสํ, ฉฏฺฐสฺส ปน ภวงฺคมนสงฺขาโต มนายตเนกเทโส อุปฺปตฺติทฺวารํ, อสาธารณญฺจ ธมฺมายตนํ อารมฺมณํ. จกฺขตีติ จกฺขุ, รูปํ อสฺสาเทติ, วิภาเวติ จาติ อตฺโถ. สุณาตีติ โสตํ. ฆายตีติ ฆานํ. ชีวิตนิมิตฺตตาย รโส ชีวิตํ, ตํ ชีวิตํ อวฺหายตีติ ชิวฺหา. กุจฺฉิตานํ สาสวธมฺมานํ อาโย อุปฺปตฺติเทโสติ กาโย. มุนาติ อารมฺมณํ วิชานาตีติ มโน. รูปยติ วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ รูปํ. สปฺปติ อตฺตโน ปจฺจเยหิ หรียติ โสตวิญฺเญยฺยภาวํ คมียตีติ สทฺโท. คนฺธยติ อตฺตโน วตฺถุํ สูเจตีติ คนฺโธ. รสนฺติ ตํ สตฺตา อสฺสาเทนฺตีติ รโส. ผุสียตีติ โผฏฺฐพฺพํ. อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา. สพฺพานิ ปน อายานํ ตนนาทิอตฺเถน อายตนานิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๕๑๐, ๕๑๑, ๕๑๒; วิสุทฺธิ. ฏี. ๒.๕๑๐) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

จกฺขุญฺจ ปชานาตีติ (ที. นิ. ๒.๓๘๔; ม. นิ. ๑.๑๑๗) เอตฺถ จกฺขุ นาม ปสาทจกฺขุ, น สสมฺภารจกฺขุ, นาปิ ทิพฺพจกฺขุอาทิกนฺติ อาห จกฺขุปสาทนฺติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ยํ จกฺขุ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท’’ติ. (ธ. ส. ๕๙๖) จ-สทฺโท วกฺขมานตฺถสมุจฺจยตฺโถ. ยาถาวสรสลกฺขณวเสนาติ อวิปรีตสฺส อตฺตโน รสสฺส เจว ลกฺขณสฺส จ วเสน, รูเปสุ อาวิญฺฉนกิจฺจสฺส เจว รูปาภิฆาตารหภูตปสาทลกฺขณสฺส จ ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปสาทลกฺขณสฺส จ วเสนาติ อตฺโถ. อถ วา ยาถาวสรสลกฺขณวเสนาติ ยาถาวสรสวเสน เจว ลกฺขณวเสน จ, ยาถาวสรโสติ จ อวิปรีตสภาโว เวทิตพฺโพ. โส หิ รสียติ อวิรทฺธปฏิเวธวเสน อสฺสาทียติ รมียตีติ ‘‘รโส’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา สลกฺขณวเสนาติ วุตฺตํ โหติ. ลกฺขณวเสนาติ อนิจฺจาทิสามญฺญลกฺขณวเสน.

‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ม. นิ. ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓, ๔๕; ๒.๔.๖๐) สมุทิตานิเยว รูปายตนานิ จกฺขุวิญฺญาณุปฺปตฺติเหตุ, น วิสุํ วิสุนฺติ อิมสฺส อตฺถสฺส โชตนตฺถํ ‘‘รูเป จา’’ติ ปุถุวจนคฺคหณํ, ตาย เอว จ เทสนาคติยา กามํ อิธาปิ ‘‘รูเป จ ปชานาตี’’ติ วุตฺตํ, รูปภาวสามญฺเญน ปน สพฺพํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา พหิทฺธา จตุสมุฏฺฐานิกรูปญฺจาติ เอกวจนวเสน อตฺโถ. สรสลกฺขณ วเสนาติ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วิสยภาวกิจฺจสฺส วเสน เจว จกฺขุปฏิหนนลกฺขณสฺส วเสน จาติ โยเชตพฺพํ.

อุภยํ ปฏิจฺจาติ จกฺขุํ อุปนิสฺสยปจฺจยวเสน ปจฺจยภูตํ, รูเป อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยวเสน ปจฺจยภูเต จ ปฏิจฺจ. กามํ อยํ สุตฺตนฺตสํวณฺณนา, นิปฺปริยายกถา นาม อภิธมฺมสนฺนิสฺสิตา เอวาติ อภิธมฺมนเยเนว สํโยชนานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามราค…เป… อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ อาห. ตตฺถ กาเมสุ ราโค, กาโม จ โส ราโค จาติ วา กามราโค. โส เอว พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนํ. อยญฺหิ ยสฺส สํวิชฺชติ, ตํ ปุคฺคลํ วฏฺฏสฺมึ สํโยเชติ พนฺธติ อิติ ทุกฺเขน สตฺตํ, ภวาทิเก วา ภวนฺตราทีหิ, กมฺมุนา วา วิปากํ สํโยเชติ พนฺธตีติ สํโยชนํ. เอวํ ปฏิฆสํโยชํอาทีนมฺปิ ยถารหมตฺโถ วตฺตพฺโพ. สรสลกฺขณวเสนาติ เอตฺถ ปน สตฺตสฺส วฏฺฏโต อนิสฺสชฺชนสงฺขาตสฺส อตฺตโน กิจฺจสฺส เจว ยถาวุตฺตพนฺธนสงฺขาตสฺส ลกฺขณสฺส จ วเสนาติ โยเชตพฺพํ.

ภวสฺสาททิฏฺฐิสฺสาทนิวตฺตนตฺถํ กามสฺสาทคฺคหณํ. อสฺสาทยโตติ อภิรมนฺตสฺส. อภินนฺทโตติ สปฺปีติกตณฺหาวเสน นนฺทนฺตสฺส. ปททฺวเยนาปิ พลวโต กามราคสฺส ปจฺจยภูตา กามราคุปฺปตฺติ วุตฺตา. เอส นโย เสเสสุปิ. อนิฏฺฐารมฺมเณติ เอตฺถ ‘‘อาปาถคเต’’ติ วิภตฺติวิปริณามนวเสน ‘‘อาปาถคต’’นฺติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอตํ อารมฺมณนฺติ เอตํ เอวํสุขุมํ เอวํทุพฺพิภาคํ อารมฺมณํ. ‘‘นิจฺจํ ธุว’’นฺติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ. ‘‘อุจฺฉิชฺชิสฺสติ วินสฺสิสฺสตีติ คณฺหโต’’ติ เอวมาทีนมฺปิ สงฺคโห อิจฺฉิตพฺโพ. ปฐมาย สกฺกายทิฏฺฐิยา อนุโรธวเสน ‘‘สตฺโต นุ โข’’ติ, อิตราย อนุโรธวเสน ‘‘สตฺตสฺส นุ โข’’ติ วิจิกิจฺฉโต. อตฺตตฺตนิยาทิคาหานุคตา หิ วิจิกิจฺฉา ทิฏฺฐิยา อสติ อภาวโต. ภวํ ปตฺเถนฺตสฺสาติ ‘‘อีทิเส สมฺปตฺติภเว ยสฺมา อมฺหากํ อิทํ อิฏฺฐํ รูปารมฺมณํ สุลภํ ชาตํ, ตสฺมา อายติมฺปิ เอทิโส, อิโต วา อุตฺตริตโร สมฺปตฺติภโว ภเวยฺยา’’ติ ภวํ นิกาเมนฺตสฺส. เอวรูปนฺติ เอวรูปํ รูปํ. ตํสทิเส หิ ตพฺโพหารวเสเนวํ วุตฺตํ. ภวติ หิ ตํสทิเสสุ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘สา เอว ติตฺติรี, ตานิ เอว โอสธานี’’ติ. อุสูยโตติ อุสูยํ อิสฺสํ อุปฺปาทยโต. อญฺญสฺส มจฺฉรายโตติ อญฺเญน อสาธารณภาวกรเณน มจฺฉริยํ กโรโต. สพฺเพเหว ยถาวุตฺเตหิ นวหิ สํโยชเนหิ.

ตญฺจ การณนฺติ สุภนิมิตฺตปฏิฆนิมิตฺตาทิวิภาคํ อิฏฺฐานิฏฺฐาทิรูปารมฺมณญฺเจว ตชฺชาโยนิโสมนสิการญฺจาติ ตสฺส ตสฺส สํโยชนสฺส การณํ. อวิกฺขมฺภิตาสมูหตภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ ตํ สนฺธาย ‘‘อปฺปหีนฏฺเฐน อุปฺปนฺนสฺสา’’ติ วุตฺตํ. วตฺตมานุปฺปนฺนตา สมุทาจารคฺคหเณเนว คหิตา. เยน การเณนาติ เยน วิปสฺสนาสมถภาวนาสงฺขาเตน การเณน. ตญฺหิ ตสฺส ตทงฺควเสน เจว วิกฺขมฺภนวเสน จ ปหานการณํ. อิสฺสามจฺฉริยานํ อปายคมนียตาย ปฐมมคฺควชฺฌตา วุตฺตา. ยทิ เอวํ ‘‘ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๑) สุตฺตปทํ กถนฺติ? ตํ สุตฺตนฺตปริยาเยน วุตฺตํ. ยถานุโลมสาสนา หิ สุตฺตนฺตเทสนา, อยํ ปน อภิธมฺมนเยน สํวณฺณนาติ นายํ โทโสติ. โอฬาริกสฺสาติ ถูลสฺส, ยโต อภิณฺหสมุปฺปตฺติปริยุฏฺฐานติพฺพตาว โหติ. อณุสหคตสฺสาติ วุตฺตปฺปการาภาเวน อณุภาวํ สุขุมภาวํ คตสฺส. อุทฺธจฺจสํโยชนสฺสเปตฺถ อนุปฺปาโท วุตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺโพ ยถาวุตฺตสํโยชเนหิ อวินาภาวโต. เอกตฺถตาย โสตาทีนํ สภาวสรสลกฺขณวเสน ปชานนา, ตปฺปจฺจยานํ สํโยชนานํ อุปฺปาทาทิปชานนา จ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเสว นโย’’ติ อติทิสติ.

อตฺตโน วา ธมฺเมสูติ อตฺตโน อชฺฌตฺติกายตนธมฺเมสุ, อตฺตโน อุภยธมฺเมสุ วา. อิมสฺมึ ปกฺเข อชฺฌตฺติกายตนปริคฺคณฺหเนนาติ อชฺฌตฺติกายตนปริคฺคณฺหนมุเขนาติ อตฺโถ. เอวญฺจ อนวเสสโต สปรสนฺตาเนสุ อายตนานํ ปริคฺคโห สิทฺโธ โหติ. ปรสฺส วา ธมฺเมสูติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. รูปายตนสฺสาติ อฑฺเฒกาทสปฺปเภทสฺส รูปสภาวสฺส อายตนสฺส รูปกฺขนฺเธ ‘‘วุตฺตนเยน นีหริตพฺโพ’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เสสกฺขนฺเธสูติ เวทนาสญฺญาสงฺขารกฺขนฺเธสุ. วุตฺตนเยนาติ อิมินา อติเทเสน รูปกฺขนฺเธ ‘‘อาหารสมุทยา’’ติ วิญฺญาณกฺขนฺเธ ‘‘นามรูปสมุทยา’’ติ เสสขนฺเธสุ ‘‘ผสฺสสมุทยา’’ติ อิมํ วิเสสํ วิภาเวติ, อิตรํ ปน สพฺพตฺถ สมานนฺติ ขนฺธปพฺเพ วิย อายตนปพฺเพปิ โลกุตฺตรนิวตฺตนํ ปาฬิยํ คหิตํ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘โลกุตฺตรธมฺมา น คเหตพฺพา’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อายตนปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โพชฺฌงฺคปพฺพวณฺณนา

๓๘๕. พุชฺฌนกสตฺตสฺสาติ กิเลสนิทฺทาย ปฏิพุชฺฌนกสตฺตสฺส, อริยสจฺจานํ วา ปฏิวิชฺฌนกสตฺตสฺส. องฺเคสูติ การเณสุ, อวยเวสุ วา. อุทยวยญาณุปฺปตฺติโต ปฏฺฐาย สมฺโพธิปฏิปทายํ ฐิโต นาม โหตีติ อาห ‘‘อารทฺธวิปสฺสกโต ปฏฺฐาย โยคาวจโรติ สมฺโพธี’’ติ. สุตฺตนฺตเทสนา นาม ปริยายกถา, อยญฺจ สติปฏฺฐานเทสนา โลกิยมคฺควเสน ปวตฺตาติ วุตฺตํ ‘‘โยคาวจโรติ สมฺโพธี’’ติ, อญฺญถา ‘‘อริยสาวโก’’ติ วเทยฺย.

‘‘สติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานียา’’ติ ปทสฺส อตฺโถ ‘‘วิจิกิจฺฉาฏฺฐานียา’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. ตนฺติ โยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ สติยํ, นิปฺผาเทตพฺเพ เจตํ ภุมฺมํ.

สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ สติสมฺปชญฺญํ. อถ วา สติปฺปธานํ อภิกฺกนฺตาทิสาตฺถกภาวปริคฺคณฺหนญาณํ สติสมฺปชญฺญํ. ตํ สพฺพตฺถ สโตการีภาวาวหตฺตา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย โหติ. ยถา ปจฺจนีกธมฺมปฺปหานํ, อนุรูปธมฺมเสวนา จ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย โหติ, เอวํ สติรหิตปุคฺคลวิวชฺชนา, สโตการีปุคฺคลเสวนา, ตตฺถ จ ยุตฺตปฺปยุตฺตตา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘สติสมฺปชญฺญ’’นฺติอาทินา. ติสฺสทตฺตตฺเถโร นาม, โย โพธิมณฺเฑ สุวณฺณสลากํ คเหตฺวา ‘‘อฏฺฐารสสุ ภาสาสุ กตรภาสาย ธมฺมํ กเถมี’’ติ ปริสํ ปวาเรสิ. อภยตฺเถโรติ ทตฺตาภยตฺเถรมาห.

ธมฺมานํ, ธมฺเมสุ วา วิจโย ธมฺมวิจโย, โส เอว สมฺโพชฺฌงฺโค, ตสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส. ‘‘กุสลากุสลา ธมฺมา’’ติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. ตตฺถ โยนิโสมนสิการพหุลีกาโรติ กุสลาทีนํ ตํตํสภาวสรสลกฺขณอาทิกสฺส ยาถาวโต อวพุชฺฌนวเสน อุปฺปนฺโน ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺตุปฺปาโท. โส หิ อวิปรีตมนสิการตาย ‘‘โยนิโสมนสิกาโร’’ติ วุตฺโต, ตทาโภคตาย อาวชฺชนาปิ ตคฺคติกา เอว, ตสฺส อภิณฺหํ ปวตฺตนํ พหุลีกาโร. ภิยฺโยภาวายาติ ปุนปฺปุนํ ภาวาย. เวปุลฺลายาติ วิปุลภาวาย. ปาริปูริยาติ ปริพฺรูหนาย.

ปริปุจฺฉกตาติ ปริโยคาเหตฺวา ปุจฺฉกภาโว. อาจริเย ปยิรุปาสิตฺวา ปญฺจปิ นิกาเย สห อฏฺฐกถาย ปริโยคาเหตฺวา ยํ ยํ ตตฺถ คณฺฐิฏฺฐานภูตํ, ตํ ตํ ‘‘อิทํ ภนฺเต กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’’ติ ขนฺธายตนาทิอตฺถํ ปุจฺฉนฺตสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ. เตนาห ‘‘ขนฺธธาตุ…เป… พหุลตา’’ติ. วตฺถูนํ วิสทภาวกรณนฺติ เอตฺถ จิตฺตเจตสิกานํ ปวตฺติฏฺฐานภาวโต สรีรํ, ตปฺปฏิพทฺธานิ จีวรานิ จ ‘‘วตฺถูนี’’ติ อธิปฺเปตานิ, ตานิ ยถา จิตฺตสฺส สุขาวหานิ โหนฺติ, ตถา กรณํ เตสํ วิสทภาวกรณํ. เตน วุตฺตํ ‘‘อชฺฌตฺติกพาหิราน’’นฺติอาทิ. อุสฺสนฺนโทสนฺติ วาตาทิอุสฺสนฺนโทสํ. เสทมลมกฺขิตนฺติ เสเทน เจว ชลฺลิกาสงฺขาเตน สรีรมเลน จ มกฺขิตํ. จ-สทฺเทน อญฺญมฺปิ สรีรสฺส, จิตฺตสฺส จ ปีฬาวหํ สงฺคณฺหาติ. เสนาสนํ วาติ วา-สทฺเทน ปตฺตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อวิสเท สติ, วิสยภูเต วา. กถํ ภาวนมนุยุตฺตสฺส ตานิ วิสโย? อนฺตรนฺตรา ปวตฺตนกจิตฺตุปฺปาทวเสเนวํ วุตฺตํ. เต หิ จิตฺตุปฺปาทา จิตฺเตกคฺคตาย อปริสุทฺธภาวาย สํวตฺตนฺติ. จิตฺตเจตสิเกสุ นิสฺสยาทิปจฺจยภูเตสุ. ญาณมฺปีติ ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, เตน น เกวลํ ตํ วตฺถุเยว, อถ โข ตสฺมึ อปริสุทฺเธ ญาณมฺปิ อปริสุทฺธํ โหตีติ นิสฺสยาปริสุทฺธิยา ตํนิสฺสิตาปริสุทฺธิ วิย วิสยสฺส อปริสุทฺธตาย วิสยิโน อปริสุทฺธึ ทสฺเสติ.

สมภาวกรณนฺติ กิจฺจโต อนูนาธิกภาวกรณํ. สทฺเธยฺยวตฺถุสฺมึ ปจฺจยวเสน อธิโมกฺขกิจฺจสฺส ปฏุตรภาเวน, ปญฺญาย อวิสทตาย, วีริยาทีนญฺจ สิถิลตาทินา สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ. เตนาห ‘‘อิตรานิ มนฺทานี’’ติ. ตโตติ ตสฺมา สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาวโต, อิตเรสญฺจ มนฺทตฺตา. โกสชฺชปกฺเข ปติตุํ อทตฺวา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ ปคฺคณฺหนํ อนุพลปฺปทานํ ปคฺคโห, ปคฺคโหว กิจฺจํ ปคฺคหกิจฺจํ, ‘‘กาตุํ น สกฺโกตี’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, อนิสฺสชฺชนํ วา อุปฏฺฐานํ. วิกฺเขปปฏิกฺเขโป, เยน วา สมฺปยุตฺตา อวิกฺขิตฺตา โหนฺติ, โส อวิกฺเขโป. รูปคตํ วิย จกฺขุนา เยน ยาถาวโต วิสยสภาวํ ปสฺสติ, ตํ ทสฺสนกิจฺจํ. กาตุํ น สกฺโกติ พลวตา สทฺธินฺทฺริเยน อภิภูตตฺตา. สหชาตธมฺเมสุ หิ อินฺทฏฺฐํ กาเรนฺตานํ สหปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ เอกรสตาวเสเนว อตฺถสิทฺธิ, น อญฺญถา. ตสฺมาติ วุตฺตเมวตฺถํ การณภาเวน ปจฺจามสติ. ตนฺติ สทฺธินฺทฺริยํ. ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณนาติ ยสฺส สทฺเธยฺยสฺส วตฺถุโน อุฬารตาทิคุเณ อธิมุจฺจนสฺส สาติสยปฺปวตฺติยา สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, ตสฺส ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตาทิวิภาคโต ยาถาวโต วีมํสเนน. เอวญฺหิ เอวํธมฺมตานเยน สภาวสรสโต ปริคฺคยฺหมาเน สวิปฺผาโร อธิโมกฺโข น โหติ ‘‘อยํ อิเมสํ ธมฺมานํ สภาโว’’ติ ปริชานนวเสน ปญฺญาพฺยาปารสฺส สาติสยตฺตา. ธุริยธมฺเมสุ หิ ยถา สทฺธาย พลวภาเว ปญฺญาย มนฺทภาโว โหติ, เอวํ ปญฺญาย พลวภาเว สทฺธาย มนฺทภาโว โหตีติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตํ ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน วา, ยถา วา มนสิกโรโต พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกาเรน หาเปตพฺพ’’นฺติ. ตถา อมนสิกาเรนาติ เยนากาเรน ภาวนํ อนุยุญฺชนฺตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, เตนากาเรน ภาวนาย อนนุยุญฺชนโตติ วุตฺตํ โหติ. อิธ ทุวิเธน สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาโว อตฺตโน วา ปจฺจยวิเสเสน กิจฺจุตฺตริยโต, วีริยาทีนํ วา มนฺทกิจฺจตาย. ตตฺถ ปฐมวิกปฺเป หาปนวิธิ ทสฺสิโต. ทุติยกปฺเป ปน ยถา มนสิ กโรโต วีริยาทีนํ มนฺทกิจฺจตาย สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกาเรน, วีริยาทีนํ ปฏุกิจฺจภาวาวเหน มนสิกาเรน สทฺธินฺทฺริยํ เตหิ สมรสํ กโรนฺเตน หาเปตพฺพํ. อิมินา นเยน เสสินฺทฺริเยสุปิ หาปนวิธิ เวทิตพฺโพ.

วกฺกลิตฺเถรวตฺถูติ. โส หิ อายสฺมา สทฺธาธิมุตฺตตาย กตาธิกาโร สตฺถุ รูปกายทสฺสนปฺปสุโต เอว หุตฺวา วิหรนฺโต สตฺถารา ‘‘กึ เต วกฺกลิ อิมินา ปูติกาเยน ทิฏฺเฐน, โย โข วกฺกลิ ธมฺมํ ปสฺสติ, โส มํ ปสฺสตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๘๗; ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.ปฐมมหาสงฺคีติกถา; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๐๘; ธ. ป. อฏฺฐ. ๒.๓๘๐; ปฏิ. ม. อฏฺฐ. ๒.๒.๑๓๐; ธ. ส. อฏฺฐ. ๑๐๐๗; เถรคา. อฏฺฐ. ๒.วกฺกลิตฺเถรคาถาวณฺณนา) โอวทิตฺวา กมฺมฏฺฐาเน นิโยชิโตปิ ตํ อนนุยุญฺชนฺโต ปณามิโต อตฺตานํ วินิปาเตตุํ ปปาตฏฺฐานํ อภิรุหิ, อถ นํ สตฺถา ยถานิสินฺโนว โอภาสํ วิสฺสชฺชเนน อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา –

‘‘ปาโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ, ปสนฺโน พุทฺธสาสเน;

อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ, สงฺขารูปสมํ สุข’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๘๑) –

คาถํ วตฺวา ‘‘เอหิ วกฺกลี’’ติ อาห. โส เตน อมเตเนว อภิสิตฺโต หฏฺฐตุฏฺโฐ หุตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสิ. สทฺธาย พลวภาวโต วิปสฺสนาวีถึ น โอตรติ, ตํ ญตฺวา ภควา ตสฺส อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนาย กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา อทาสิ. โส สตฺถารา ทินฺนนเย ฐตฺวา วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา มคฺคปฺปฏิปาฏิยา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตเนตํ วุตฺตํ ‘‘วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ เจตฺถ นิทสฺสน’’นฺติ. เอตฺถาติ สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตภาเว เสสินฺทฺริยานํ สกิจฺจากรเณ.

อิตรกิจฺจเภทนฺติ อุปฏฺฐานาทิกิจฺจวิเสสํ. ปสฺสทฺธาทีติ อาทิ-สทฺเทน สมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคานํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. หาเปตพฺพนฺติ ยถา สทฺธินฺทฺริยสฺส พลวภาโว ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน หายติ, เอวํ วีริยินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตา ปสฺสทฺธิอาทิภาวนาย หายติ สมาธิปกฺขิยตฺตา ตสฺสา. ตถา หิ สมาธินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตํ โกสชฺชปาตโต รกฺขนฺตี วีริยาทิภาวนา วิย วีริยินฺทฺริยสฺส อธิมตฺตตํ อุทฺธจฺจปาตโต รกฺขนฺตี เอกํสโต หาเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปสฺสทฺธอาทิภาวนาย หาเปตพฺพ’’นฺติ. โสณตฺเถรสฺส วตฺถูติ สุกุมารโสณตฺเถรสฺส วตฺถุ. (มหาว. ๒๔๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๐๕) โส หิ อายสฺมา สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สีตวเน วิหรนฺโต ‘‘มม สรีรํ สุขุมาลํ, น จ สกฺกา สุเขเนว สุขํ อธิคนฺตุํ, กิลเมตฺวาปิ สมณธมฺโม กาตพฺโพ’’ติ ตํ ฐานจงฺกมเมว อธิฏฺฐาย ปธานํ อนุยุญฺชนฺโต ปาทตเลสุ โผเฏสุ อุฏฺฐิเตสุปิ เวทนํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา ทฬฺหํ วีริยํ กโรนฺโต อจฺจารทฺธวีริยตาย วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ. สตฺถา ตตฺถ คนฺตฺวา วีณูปโมวาเทน โอวทิตฺวา วีริยสมตาโยชนวีถึ ทสฺเสนฺโต กมฺมฏฺฐานํ โสเธตฺวา คิชฺฌกูฏํ คโต. เถโรปิ สตฺถารา ทินฺนนเยน วีริยสมตํ โยเชตฺวา ภาเวนฺโต วิปสฺสนํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘โสณตฺเถรสฺส วตฺถุ ทสฺเสตพฺพ’’นฺติ. เสเสสุปีติ สติสมาธิปญฺญินฺทฺริเยสุปิ.

สมตนฺติ สทฺธาปญฺญานํ อญฺญมญฺญํ อนูนานธิกภาวํ, ตถา สมาธิวีริยานํ. ยถา หิ สทฺธาปญฺญานํ วิสุํ วิสุํ ธุริยธมฺมภูตานํ กิจฺจโต อญฺญมญฺญํ นาติวตฺตนํ วิเสสโต อิจฺฉิตพฺพํ, ยโต เนสํ สมธุรตาย อปฺปนา สมฺปชฺชติ, เอวํ สมาธิวีริยานํ โกสชฺชุทฺธจฺจปกฺขิกานํ สมรสตาย สติ อญฺญมญฺญูปตฺถมฺภนโต สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อนฺตทฺวยปาตาภาเวน สมฺมเทว อปฺปนา อิชฺฌติ. ‘‘พลวสทฺโธ’’ติอาทิ พฺยติเรกมุเขน วุตฺตสฺเสว อตฺถสฺส สมตฺถนํ. ตสฺสตฺโถ โย พลวติยา สทฺธาย สมนฺนาคโต อวิสทญาโณ, โส มุธปฺปสนฺโน โหติ, น อเวจฺจปฺปสนฺโน. ตถา หิ อวตฺถุสฺมึ ปสีทติ เสยฺยถาปิ ติตฺถิยสาวกา. เกราฏิกปกฺขนฺติ สาเฐยฺยปกฺขํ ภชติ. สทฺธาหีนาย ปญฺญาย อติธาวนฺโต ‘‘เทยฺยวตฺถุปริจฺจาเคน วินา จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ ทานมยํ ปุญฺญํ โหตี’’ติอาทีนิ ปริกปฺเปติ เหตุปติรูปเกหิ วญฺจิโต, เอวํภูโต จ สุกฺขตกฺกวิลุตฺตจิตฺโต ปณฺฑิตานํ วจนํ นาทิยติ สญฺญตฺตึ น คจฺฉติ. เตนาห ‘‘เภสชฺชสมุฏฺฐิโต วิย โรโค อเตกิจฺโฉ โหตี’’ติ. ยถา เจตฺถ สทฺธาปญฺญานํ อญฺญมญฺญํ วิสมภาโว น อตฺถาวโห, อนตฺถาวโหว, เอวํ, สมาธิวีริยานํ อญฺญมญฺญํ วิสมภาโว น อตฺถาวโห, อนตฺถาวโหว, ตถา น อวิกฺเขปาวโห, วิกฺเขปาวโหวาติ. โกสชฺชํ อภิภวติ, เตน อปฺปนํ น ปาปุณาตีติ อธิปฺปาโย. อุทฺธจฺจํ อภิภวตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตทุภยนฺติ สทฺธาปญฺญาทฺวยํ, สมาธิวีริยทฺวยญฺจ. สมํ กาตพฺพนฺติ สมรสํ กาตพฺพํ.

สมาธิกมฺมิกสฺสาติ สมถกมฺมฏฺฐานิกสฺส. เอวนฺติ เอวํ สนฺเต, สทฺธาย โถกํ พลวภาเว สตีติ อตฺโถ. สทฺทหนฺโตติ ‘‘ปถวี ปถวีติ มนสิกรณมตฺเตน กถํ ฌานุปฺปตฺตี’’ติ อจินฺเตตฺวา ‘‘อทฺธา สมฺมาสมฺพุทฺเธน วุตฺตวิธิ อิชฺฌิสฺสตี’’ติ สทฺทหนฺโต สทฺธํ ชเนนฺโต. โอกปฺเปนฺโตติ อารมฺมณํ อนุปวิสิตฺวา วิย อธิมุจฺจนวเสน อวกปฺเปนฺโต ปกฺขนฺทนฺโต. เอกคฺคตา พลวตี วฏฺฏติ สมาธิปฺปธานตฺตา ฌานสฺส. อุภินฺนนฺติ สมาธิปญฺญานํ. สมาธิกมฺมิกสฺส สมาธิโน อธิมตฺตตาย ปญฺญาย อธิมตฺตตาปิ อิจฺฉิตพฺพาติ อาห ‘‘สมตายปี’’ติ, สมภาเวนาปีติ อตฺโถ. อปฺปนาติ โลกิยปฺปนา. ตถา หิ ‘‘โหติเยวา’’ติ สาสงฺกํ วทติ. โลกุตฺตรปฺปนา ปน เตสํ สมภาเวเนว อิจฺฉิตา. ยถาห ‘‘สมถวิปสฺสนํ ยุคนนฺธํ ภาเวตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๗๐; ปฏิ. ม. ๒.๕).

ยทิ วิเสสโต สทฺธาปญฺญานํ, สมาธิวีริยานญฺจ สมตาว อิจฺฉิตา, กถํ สตีติ อาห ‘‘สติ ปน สพฺพตฺถ พลวตี วฏฺฏตี’’ติ. สพฺพตฺถาติ ลีนุทฺธจฺจปกฺขิเกสุ ปญฺจสุ อินฺทฺริเยสุ. อุทฺธจฺจปกฺขิเกกเทเส คณฺหนฺโต ‘‘สทฺธาวีริยปญฺญาน’’นฺติ อาห. อญฺญถา ปีติ จ คเหตพฺพา สิยา. ตถา หิ ‘‘โกสชฺชปกฺขิเกน สมาธินา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ, น ‘‘ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาหี’’ติ. สาติ สติ. สพฺเพสุ ราชกมฺเมสุ นิยุตฺโต สพฺพกมฺมิโก. เตนาติ เตน สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพฏฺเฐน การเณน. อาห อฏฺฐกถายํ. สพฺพตฺถ นิยุตฺตา สพฺพตฺถิกา สพฺพตฺถ ลีเน, อุทฺธเต จ จิตฺเต อิจฺฉิตพฺพตฺตา, สพฺเพ วา ลีเน, อุทฺธเต จ จิตฺเต ภาเวตพฺพา โพชฺฌงฺคา อตฺถิกา เอตายาติ สพฺพตฺถิกา. จิตฺตนฺติ กุสลํ จิตฺตํ. ตสฺส หิ สติ ปฏิสรณํ ปรายณํ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย. เตนาห ‘‘อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา’’ติอาทิ.

ขนฺธาทิเภเท อโนคาฬฺหปญฺญานนฺติ ปริยตฺติพาหุสจฺจวเสนปิ ขนฺธายตนาทีสุ อปฺปติฏฺฐิตพุทฺธีนํ. พหุสฺสุตเสวนา หิ สุตมยญาณาวหา. ตรุณวิปสฺสนาสมงฺคีปิ ภาวนามยญาเณ ฐิตตฺตา เอกํสโต ปญฺญวา เอว นาม โหตีติ อาห ‘‘สมปญฺญาส ลกฺขณปริคฺคาหิกาย อุทยพฺพยปญฺญาย สมนฺนาคตปุคฺคลเสวนา’’ติ. เญยฺยธมฺมสฺส คมฺภีรภาววเสน ตปฺปริจฺเฉทกญาณสฺส คมฺภีรภาวคฺคหณนฺติ อาห ‘‘คมฺภีเรสุ ขนฺธาทีสุ ปวตฺตาย คมฺภีรปญฺญายา’’ติ. ตญฺหิ เญยฺยํ ตาทิสาย ปญฺญาย จริตพฺพโต คมฺภีรญาณจริยํ, ตสฺสา วา ปญฺญาย ตตฺถ ปเภทโต ปวตฺติ คมฺภีรญาณจริยา, ตสฺสา ปจฺจเวกฺขณาติ อาห ‘‘คมฺภีรปญฺญาย ปเภทปจฺจเวกฺขณา’’ติ. ยถา สติเวปุลฺลปฺปตฺโต นาม อรหา เอว, เอวํ ปญฺญาเวปุลฺลปฺปตฺโตติปิ โส เอวาติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหตี’’ติ. วีริยาทีสุปิ เอเสว นโย.

‘‘ตตฺตํ อโยขิลํ หตฺเถ คเมนฺตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๓.๒๕๐, ๒๖๗; อ. นิ. ๓.๓๖) วุตฺตปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณา นิรเย นิพฺพตฺตสตฺตสฺส เยภุยฺเยน สพฺพปฐมํ กโรนฺตีติ, เทวทูตสุตฺตาทีสุ ตสฺส อาทิโต วุตฺตตฺตา จ อาห ‘‘ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณโต ปฏฺฐายา’’ติ. สกฏวหนาทิกาเลติ อาทิ-สทฺเทน ตทญฺญมนุสฺเสหิ, ติรจฺฉาเนหิ จ วิพาธิยมานกาลํ สงฺคณฺหาติ. ‘‘เอกํ พุทฺธนฺตร’’นฺติ อิทํ อปราปรํ เปเตสุ เอว อุปฺปชฺชนกสตฺตวเสน วุตฺตํ, เอกจฺจานํ วา เปตานํ เอกจฺจติรจฺฉานานํ วิย ตถา ทีฆายุกตาปิ สิยาติ ตถา วุตฺตํ. ตถา หิ ‘‘กาโล นาคราชา จตุนฺนํ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาวํ ลภิตฺวา ฐิโต เมตฺเตยฺยสฺสปิ ภควโต สมฺมุขีภาวํ ลภิสฺสตี’’ติ วทนฺติ, ยํ ตสฺส กปฺปายุกตา วุตฺตา.

อานิสํสทสฺสาวิโนติ ‘‘วีริยายตฺโต เอว สพฺโพ โลกุตฺตโร, โลกิโย จ วิเสสาธิคโม’’ติ เอวํ วีริเย อานิสํสทสฺสนสีลสฺส. คมนวีถินฺติ สปุพฺพภาคํ นิพฺพานคามินึ ปฏิปทํ, สห วิปสฺสนาย อริยมคฺคปฏิปาฏิ, สตฺตวิสุทฺธิปรมฺปรา วา. สา หิ ภิกฺขุโน วฏฺฏนิยฺยานาย คนฺตพฺพา ปฏิปทาติ กตฺวา คมนวีถิ นาม. กายทฬฺหีพหุโลติ ยถา ตถา กายสฺส ทฬฺหีกมฺมปฺปสุโต. ปิณฺฑนฺติ รฏฺฐปิณฺฑํ. ปจฺจยทายกานํ อตฺตนิ การสฺส อตฺตโน สมฺมาปฏิปตฺติยา มหปฺผลภาวสฺส กรเณน ปิณฺฑสฺส ภิกฺขาย ปฏิปูชนา ปิณฺฑาปจายนํ.

นีหรนฺโตติ ปตฺตถวิกโต นีหรนฺโต. ตํ สทฺทํ สุตฺวาติ ตํ อุปาสิกาย วจนํ อตฺตโน วสนปณฺณสาลทฺวาเร ฐิโตว ปญฺจาภิญฺญตาย ทิพฺพโสเตน สุตฺวา. มนุสฺสสมฺปตฺติ, ทิพฺพสมฺปตฺติ, นิพฺพานสมฺปตฺตีติ อิมา ติสฺโส สมฺปตฺติโย. ทาตุํ สกฺขิสฺสสีติ ‘‘ตยิ กเตน ทานมเยน, เวยฺยาวจฺจมเยน จ ปุญฺญกมฺเมน เขตฺตวิเสสภาวูปคมเนน อปราปรํ เทวมนุสฺสสมฺปตฺติโย, อนฺเต นิพฺพานสมฺปตฺติญฺจ ทาตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ เถโร อตฺตานํ ปุจฺฉติ. สิตํ กโรนฺโต วาติ ‘‘อกิจฺเฉเนว มยา วฏฺฏทุกฺขํ สมติกฺกนฺต’’นฺติ ปจฺจเวกฺขณาวสาเน สญฺชาตปาโมชฺชวเสน สิตํ กโรนฺโต เอว.

วิปฺปฏิปนฺนนฺติ ชาติธมฺมกุลธมฺมาทิลงฺฆเนน อสมฺมาปฏิปนฺนํ. เอวํ ยถา อสมฺมาปฏิปนฺโน ปุตฺโต ตาย เอว อสมฺมาปฏิปตฺติยา กุลสนฺตานโต พาหิโร หุตฺวา ปิตุ สนฺติกา ทายชฺชสฺส น ภาคี, เอวํ. กุสีโตปิ เตน กุสีตภาเวน อสมฺมาปฏิปนฺโน สตฺถุ สนฺติกา ลทฺธพฺพอริยธนทายชฺชสฺส น ภาคี. อารทฺธวีริโยว ลภติ สมฺมาปฏิปชฺชนโต. อุปฺปชฺชติ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโคติ โยชนา, เอวํ สพฺพตฺถ.

มหาติ สีลาทีหิ คุเณหิ มหนฺโต วิปุโล อนญฺญสาธารโณ. ตํ ปนสฺส คุณมหตฺตํ ทสสหสฺสิโลกธาตุกมฺปเนน โลเก ปากฏนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สตฺถุโน หี’’ติอาทิมาห.

ยสฺมา สตฺถุสาสเน ปพฺพชิตสฺส ปพฺพชฺชูปคเมน สกฺยปุตฺตสฺสภาโว สมฺปชายติ, ตสฺมา พุทฺธปุตฺตภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อสมฺภินฺนายา’’ติอาทิมาห.

อลสานํ ภาวนาย นามมตฺตมฺปิ อชานนฺตานํ กายทฬฺหีพหุลานํ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขาทิอนุยุญฺชนกานํ ติรจฺฉานกถิกานํ ปุคฺคลานํ ทูรโต วชฺชนา กุสีตปุคฺคลปริวชฺชนา. ‘‘ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชายา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๔๒๓; ๓.๖๕; สํ. นิ. ๔.๑๒๐; มหานิ. ๑๖๑) ภาวนารทฺธวเสน อารทฺธวีริยานํ ทฬฺหปรกฺกมานํ กาเลน กาลํ อุปสงฺกมนา อารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนา. เตนาห ‘‘กุจฺฉึ ปูเรตฺวา’’ติอาทิ. วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๖๔) ปน ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณา, สพฺรหฺมจารีมหตฺตปจฺจเวกฺขณาติ อิทํ ทฺวยํ น คหิตํ, ถินมิทฺธวิโนทนตา, สมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณตาติ อิทํ ทฺวยํ คหิตํ. ตตฺถ อานิสํสทสฺสาวิตาย เอว สมฺมปฺปธานปจฺจเวกฺขณา คหิตา โหติ โลกิยโลกุตฺตรวิเสสาธิคมสฺส วีริยายตฺตตาทสฺสนภาวโต. ถินมิทฺธวิโนทนํ ตทธิมุตฺตตาย เอว คหิตํ โหติ, วีริยุปฺปาทเน ยุตฺตปฺปยุตฺตสฺส ถินมิทฺธวิโนทนํ อตฺถสิทฺธเมว. ตตฺถ ถินมิทฺธวิโนทนกุสีตปุคฺคลปริวชฺชนอารทฺธวีริยปุคฺคลเสวน- ตทธิมุตฺตตาปฏิปกฺขวิธมนปจฺจยูปสํหารวเสน, อปายภยปจฺจเวกฺขณาทโย สมุตฺเตชนวเสน วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทกา ทฏฺฐพฺพา.

ปุริมุปฺปนฺนา ปีติ ปรโต อุปฺปชฺชนกปีติยา วิเสสการณสภาคเหตุภาวโต ‘‘ปีติเยว ปีติสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานียา ธมฺมา’’ติ วุตฺตา, ตสฺสา ปน พหุโส ปวตฺติยา ปุถุตฺตํ อุปาทาย พหุวจนนิทฺเทโส. ยถา สา อุปฺปชฺชติ, เอวํ ปฏิปตฺติ ตสฺสา อุปฺปาทกมนสิกาโร.

‘‘พุทฺธานุสฺสตี’’ติอาทีสุ วตฺตพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๒๓) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

พุทฺธานุสฺสติยา อุปจารสมาธินิฏฺฐตฺตา วุตฺตํ ‘‘ยาว อุปจารา’’ติ. สกลสรีรํ ผรมาโนติ ปีติสมุฏฺฐาเนหิ ปณีตรูเปหิ สกลสรีรํ ผรมาโน. ธมฺมคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ ยาว อุปจารา สกลสรีรํ ผรมาโน ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชตีติ โยชนา, เอวํ เสสอนุสฺสตีสุ. ปสาทนียสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณายญฺจ โยเชตพฺพํ ตสฺสาปิ วิมุตฺตายตนภาเวน ตคฺคติกตฺตา. สงฺขารานํ สปฺปเทสวูปสเมปิ นิปฺปเทสวูปสเม วิย ตถา ปญฺญาย ปวตฺติโต ภาวนามนสิกาโร กิเลสวิกฺขมฺภนสมตฺโถ หุตฺวา อุปจารสมาธึ อาวหนฺโต ตถารูปปีติโสมนสฺสสมนฺนาคโต ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย โหตีติ อาห ‘‘สมาปตฺติยา…เป… ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปี’’ติ. ตตฺถ ‘‘วิกฺขมฺภิตา กิเลสา’’ติ ปาโฐ. เต หิ น สมุทาจรนฺตีติ. อิติ-สทฺโท การณตฺโถ, ยสฺมา น สมุทาจรนฺติ, ตสฺมา ตํ เนสํ อสมุทาจารํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาติ โยชนา. น หิ กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส โพชฺฌงฺคุปฺปตฺติ ยุตฺตา. ปสาทนีเยสุ ฐาเนสุ ปสาทสิเนหาภาเวน ถูสสมหทยตา ลูขตา, สา ตตฺถ อาทรคารวากรเณน วิญฺญายตีติ อาห ‘‘อสกฺกจฺจกิริยาย สํสูจิตลูขภาเว’’ติ.

กายจิตฺตทรถวูปสมลกฺขณา ปสฺสทฺธิ เอว ยถาวุตฺตโพธิองฺคภูโต ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค, ตสฺส ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส เอวํ อุปฺปาโท โหตีติ โยชนา.

ปณีตโภชนเสวนตาติ ปณีตสปฺปายโภชนเสว นตา. อุตุอิริยาปถสุขคฺคหเณน สปฺปายอุตุอิริยาปถคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. ตญฺหิ ติวิธมฺปิ สปฺปายํ เสวิยมานํ กายสฺส กลฺลตาปาทนวเสน จิตฺตสฺส กลฺลตํ อาวหนฺตํ ทุวิธายปิ ปสฺสทฺธิยา การณํ โหติ. อเหตุกํ สตฺเตสุ ลพฺภมานํ สุขทุกฺขนฺติ อยเมโก อนฺโต, อิสฺสราทิวิสมเหตุกนฺติ ปน อยํ ทุติโย. เอเต อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม ยถาสกํ กมฺมุนา โหตีติ อยํ มชฺฌิมา ปฏิปตฺติ. มชฺฌตฺโต ปโยโค ยสฺส โส มชฺฌตฺตปโยโค, ตสฺส ภาโว มชฺฌตฺตปโยคตา. อยญฺหิ ปหาย สารทฺธกายตํ ปสฺสทฺธกายตาย การณํ โหนฺตี ปสฺสทฺธิทฺวยํ อาวหติ, เอเตเนว สารทฺธกายปุคฺคลปริวชฺชนปสฺสทฺธกายปุคฺคลเสวนานํ ตทาวหนตา สํวณฺณิตาติ ทฏฺฐพฺพํ.

ยถาสมาหิตาการสลฺลกฺขณวเสน คยฺหมาโน ปุริมุปฺปนฺโน สมโถ เอว สมถนิมิตฺตํ. นานารมฺมเณ ปริพฺภมเนน วิวิธํ อคฺคํ เอตสฺสาติ พฺยคฺโค, วิกฺเขโป. ตถา หิ โส อนวฏฺฐานรโส, ภนฺตตาปจฺจุปฏฺฐาโน จ วุตฺโต, เอกคฺคตาภาวโต พฺยคฺคปฏิปกฺโขติ อพฺยคฺโค, สมาธิ. โส เอว นิมิตฺตนฺติ ปุพฺเพ วิย วตฺตพฺพํ. เตนาห ‘‘อวิกฺเขปฏฺเฐน จ อพฺยคฺคนิมิตฺต’’นฺติ.

วตฺถุวิสทกิริยา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา จ ปญฺญาวหา วุตฺตา, สมาธานาวหาปิ ตา โหนฺติ สมาธานาวหภาเวเนว ปญฺญาวหภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘วตฺถุวิสท…เป… เวทิตพฺพา’’ติ.

กรณภาวนาโกสลฺลานํ อวินาภาวโต, รกฺขนโกสลฺลสฺส จ ตํมูลกตฺตา ‘‘นิมิตฺตกุสลตา นาม กสิณนิมิตฺตสฺส อุคฺคหณกุสลตา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ. กสิณนิมิตฺตสฺสาติ จ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. อสุภนิมิตฺตสฺสาปิ หิ ยสฺส กสฺสจิ ฌานุปฺปตฺตินิมิตฺตสฺส อุคฺคหณโกสลฺลํ นิมิตฺตกุสลตา เอวาติ. อติสิถิลวีริยตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ปญฺญาปโยคมนฺทตํ, ปโมทเวกลฺลญฺจ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส ปคฺคณฺหนนฺติ ตสฺส ลีนสฺส จิตฺตสฺส ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทิสมุฏฺฐาปเนน ลยาปตฺติโต สมุทฺธรณํ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย ลีนํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? ลีนํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ สุสมุฏฺฐาปยํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาลิตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ สุกฺขานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺย, สุกฺขานิ โคมยานิ ปกฺขิเปยฺย, สุกฺขานิ กฏฺฐานิ ปกฺขิเปยฺย, มุขวาตญฺจ ทเทยฺย, น จ ปํสุเกน โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส ปุริโส ปริตฺตํ อคฺคึ อุชฺชาลิตุนฺติ. เอวํ ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).

เอตฺถ จ ยถาสกํ อาหารวเสน ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนาสมุฏฺฐาปนาติ เวทิตพฺพา, สา อนนฺตรํ วิภาวิตา เอว. อารทฺธวีริยตาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ปญฺญาปโยคพลวตํ, ปโมทุพฺพิลาวนญฺจ สงฺคณฺหาติ. ตสฺส นิคฺคณฺหนนฺติ ตสฺส อุทฺธตสฺส จิตฺตสฺส สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคาทิสมุฏฺฐาปเนน อุทฺธตาปตฺติโต นิเสธนํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ภควตา –

‘‘ยสฺมิญฺจ โข, ภิกฺขเว, สมเย อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, กาโล ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย, กาโล อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนาย. ตํ กิสฺส เหตุ? อุทฺธตํ, ภิกฺขเว, จิตฺตํ ตํ เอเตหิ ธมฺเมหิ สุวูปสมยํ โหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุกาโม อสฺส, โส ตตฺถ อลฺลานิ เจว ติณานิ…เป… ปํสุเกน จ โอกิเรยฺย, ภพฺโพ นุ โข โส ปุริโส มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปตุนฺติ. เอวํ ภนฺเต’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔).

เอตฺถาปิ ยถาสกํ อาหารวเสน ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ ภาวนาสมุฏฺฐาปนาติ เวทิตพฺพา, ตตฺถ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส ภาวนา วุตฺตา เอว. สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อนนฺตรํ วกฺขติ. ปญฺญาปโยคมนฺทตายาติ ปญฺญาพฺยาปารสฺส อปฺปภาเวน. ยถา หิ ทานํ อโลภปธานํ, สีลํ อโทสปธานํ, เอวํ ภาวนา อโมหปธานา. ตตฺถ ยทา ปญฺญา น พลวตี โหติ, ตทา ภาวนา ปุพฺเพนาปรํ วิเสสาวหา น โหติ, อนภิสงฺขโต วิย อาหาโร ปุริสสฺส โยคิโน จิตฺตสฺส อภิรุจึ น ชเนติ, เตน ตํ นิรสฺสาทํ โหติ, ตถา ภาวนาย สมฺมเทว อวีถิปฏิปตฺติยา อุปสมสุขํ น วินฺทติ, เตนาปิ จิตฺตํ นิรสฺสาทํ โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปญฺญาปโยค…เป… นิรสฺสาทํ โหตี’’ติ. ตสฺส สํเวคุปฺปาทนํ, ปสาทุปฺปาทนญฺจ ติกิจฺฉนนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อฏฺฐ สํเวควตฺถูนี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ชาติชราพฺยาธิมรณานิ ยถารหํ สุคติยํ, ทุคฺคติยญฺจ โหนฺตีติ ตทญฺญเมว ปญฺจวิธพนฺธนาทิขุปฺปิปาสาทิ อญฺญมญฺญํ วิพาธนาทิเหตุกํ อปายทุกฺขํ ทฏฺฐพฺพํ, ตยิทํ สพฺพํ เตสํ เตสํ สตฺตานํ ปจฺจุปฺปนฺนภวนิสฺสิตํ คหิตนฺติ อตีเต อนาคเต จ กาเล วฏฺฏมูลกทุกฺขานิ วิสุํ คหิตานิ. เย ปน สตฺตา อาหารูปชีวิโน, ตตฺถ จ อุฏฺฐานผลูปชีวิโน, เตสํ อญฺเญหิ อสาธารณํ ชีวิกาทุกฺขํ อฏฺฐมํ สํเวควตฺถุ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อยํ วุจฺจติ สมเย สมฺปหํสนาติ อยํ ภาวนาจิตฺตสฺส สมฺปหํสิตพฺพสมเย วุตฺตนเยน สํเวคชนนวเสน เจว ปสาทุปฺปาทนวเสน จ สมฺมเทว ปหํสนา, สํเวคชนนปุพฺพกปสาทุปฺปาทเนน โตสนาติ อตฺโถ.

สมฺมาปฏิปตฺตึ อาคมฺมาติ ลีนุทฺธจฺจวิรเหน, สมถวีถิปฏิปตฺติยา จ สมฺมา อวิสมํ สมฺมเทว ภาวนาปฏิปตฺตึ อาคมฺม. ‘‘อลีน’’นฺติอาทีสุ โกสชฺชปกฺขิกานํ ธมฺมานํ อนธิมตฺตตาย อลีนํ, อุทฺธจฺจปกฺขิกานํ อนธิมตฺตตาย อนุทฺธตํ, ปญฺญาปโยคสมฺปตฺติยา, อุปสมสุขาธิคเมน จ อนิรสฺสาทํ, ตโต เอว อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํสมถวีถิปฏิปนฺนํ. ตตฺถ อลีนตาย ปคฺคเห, อนุทฺธตตาย นิคฺคเห, อนิรสฺสาทตาย สมฺปหํสเน น พฺยาปารํ อาปชฺชติ. อลีนานุทฺธตตา หิ อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ, อนิรสฺสาทตาย สมถวีถิปฏิปนฺนํ, สมปฺปวตฺติยา วา อลีนํ อนุทฺธตํ. สมถวีถิปฏิปตฺติยา อนิรสฺสาทนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อยํ วุจฺจติ สมเย อชฺฌุเปกฺขนตาติ อยํ อชฺฌุเปกฺขิตพฺพสมเย ภาวนาจิตฺตสฺส ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ อพฺยาวฏตาสงฺขาตํ ปฏิปกฺขํ อภิภุยฺย เปกฺขนา วุจฺจติ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนโต, วิปสฺสนาย อธิฏฺฐานภาวูปคมนโต จ อุปจารชฺฌานมฺปิ สมาธาน กิจฺจนิปฺผตฺติยา ปุคฺคลสฺส สมาหิตภาวสาธนํ เอวาติ ตตฺถ สมธุรภาเวนาห ‘‘อุปจารํ วา อปฺปนํ วา’’ติ.

อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคฏฺฐานียา ธมฺมาติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพํ. อนุโรธวิโรธวิปฺปหานวเสน มชฺฌตฺตภาโว อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส การณํ ตสฺมึ สติ สิชฺฌนโต, อสติ จ อสิชฺฌนโต. โส จ มชฺฌตฺตภาโว วิสยวเสน ทุวิโธติ อาห ‘‘สตฺตมชฺฌตฺตตา สงฺขารมชฺฌตฺตตา’’ติ. ตทุภเย จ วิรุชฺฌนํ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคภาวนาย เอว ทูรีกตนฺติ อนุรุชฺฌนสฺเสว ปหานวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘สตฺตมชฺฌตฺตตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตา’’ติ. อุเปกฺขาย หิ วิเสสโต ราโค ปฏิปกฺโข. ตถา จาห ‘‘อุเปกฺขา ราคพหุลสฺส วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ (วิสุทฺธิ. ๑.๒๖๗). ทฺวีหากาเรหีติ กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณํ, อตฺตสุญฺญตาปจฺจเวกฺขณนฺติ อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ. ทฺวีเหวาติ อวธารณํ สงฺขฺยาสมานตาทสฺสนตฺถํ. สงฺขฺยา เอเวตฺถ สมานา, น สงฺเขฺยยฺยํ สพฺพถา สมานนฺติ. อสฺสามิกภาโว อนตฺตนิยตา. สติ หิ อตฺตนิ ตสฺส กิญฺจนภาเวน จีวรํ, อญฺญํ วา กิญฺจิ อตฺตนิยํ นาม สิยา, โส ปน โกจิ นตฺเถวาติ อธิปฺปาโย. อนทฺธนิยนฺติ น อทฺธานกฺขมํ น จิรฏฺฐายิ, อิตฺตรํ อนิจฺจนฺติ อตฺโถ. ตาวกาลิกนฺติ ตสฺเสว เววจนํ.

มมายตีติ มมตฺตํ กโรติ ‘‘มมา’’ติ ตณฺหาย ปริคฺคยฺห ติฏฺฐติ.

มมายนฺตาติ มานํ ทพฺพํ กโรนฺตา.

อยํ สติปฏฺฐานเทสนา ปุพฺพภาคมคฺควเสน เทสิตาติ ปุพฺพภาคิยโพชฺฌงฺเค สนฺธายาห ‘‘โพชฺฌงฺคปริคฺคาหิกา สติ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.

โพชฺฌงฺคปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฐมภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุสจฺจปพฺพวณฺณนา

๓๘๖. ยถาสภาวโตติ อวิปรีตสภาวโต. พาธนกฺขณโต โย โย วา สภาโว ยถาสภาโว, ตโต, รุปฺปนาทิ กกฺขฬาทิสภาวโตติ อตฺโถ. ชนิกํ สมุฏฺฐาปิกนฺติ ปวตฺตลกฺขณสฺส ทุกฺขสฺส ชนิกํ นิมิตฺตลกฺขณสฺส สมุฏฺฐาปิกํ. ปุริมตณฺหนฺติ ยถาปริคฺคหิตสฺส ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺติโต ปุเรตรํ สิทฺธํ ตณฺหํ. สิทฺเธ หิ การเณ ตสฺส ผลุปฺปตฺติ. อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ปชานาตีติ โยชนา. อยํ ทุกฺขนิโรโธติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อุภินฺนํ อปฺปวตฺตินฺติ ทุกฺขํ, สมุทโย จาติ ทฺวินฺนํ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ, ตทุภยํ น ปวตฺติ เอตายาติ อปฺปวตฺติ, อสงฺขตา ธาตุ. ทุกฺขํ ทุกฺขสจฺจํ ปริชานาติ ปริญฺญาภิสมยวเสน ปริจฺฉินฺทตีติ ทุกฺขปริชานโน, อริยมคฺโค, ตํ ทุกฺขปริชานนํ. เสสปททฺวเยปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ทุกฺขสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๓๘๘. เอวํ วุตฺตาติ เอวํ อุทฺเทสวเสน วุตฺตา. สพฺพสตฺตานํ ปริยาทานวจนํ พฺยาปนิจฺฉาวเสน อาเมฑิตนิทฺเทสภาวโต. สตฺตนิกาเยติ สตฺตานํ นิกาเย, สตฺตฆเฏ สตฺตสมูเหติ อตฺโถ. เทวมนุสฺสาทิเภทาสุ หิ คตีสุ ภุมฺมเทวาทิขตฺติยาทิหตฺถิอาทิขุปฺปิปาสิกาทิตํตํชาติวิสิฏฺโฐ สตฺตสมูโห สตฺตนิกาโย. นิปฺปริยายโต ขนฺธานํ ปฐมาภินิพฺพตฺติ ชาตีติ กตฺวา ‘‘ชนนํ ชาตี’’ติ วตฺวา สฺวายํ อุปฺปาทวิกาโร อปรินิปฺผนฺโน เยสุ ขนฺเธสุ อิจฺฉิตพฺโพ, เต เตเนว สทฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘สวิการาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สวิการานนฺติ อุปฺปาทสงฺขาเตน วิกาเรน สวิการานํ. ชาติอาทีนิ หิ ตีณิ ลกฺขณานิ ธมฺมานํ วิการวิเสสาติ. ‘‘อุปสคฺคมณฺฑิตเววจน’’นฺติ อิมินา เกวลํ อุปสคฺเคน ปทวฑฺฒนํ กตนฺติ ทสฺเสติ. อนุปวิฏฺฐากาเรนาติ อณฺฑโกสํ, วตฺถิโกสญฺจ โอคาหนากาเรน. นิพฺพตฺติสงฺขาเตนาติ อายตนานํ ปาริปูริสํสิทฺธิสงฺขาเตน.

อถ วา ชนนํ ชาตีติ อปริปุณฺณายตนํ ชาติมาห. สญฺชาตีติ สมฺปุณฺณายตนํ. สมฺปุณฺณา หิ ชาติ สญฺชาติ. โอกฺกมนฏฺเฐน โอกฺกนฺตีติ อณฺฑชชลาพุชวเสน ชาติ. เต หิ อณฺฑโกสํ, วตฺถิโกสญฺจ โอกฺกมนฺตา ปวิสนฺตา วิย ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺติ. อภินิพฺพตฺตนฏฺเฐน อภินิพฺพตฺตีติ สํเสทชโอปปาติกวเสน. เต หิ ปากฏา เอว หุตฺวา นิพฺพตฺตนฺติ. อภิพฺยตฺตา นิพฺพตฺติ อภินิพฺพตฺติ. ‘‘ชนนํ ชาตี’’ติอาทิ อายตนวเสน, โยนิวเสน จ ทฺวีหิ ทฺวีหิ ปเทหิ สพฺพสตฺเต ปริยาทิยิตฺวา ชาตึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ‘‘เตสํ เตสํ สตฺตานํ…เป… อภินิพฺพตฺตี’’ติ สตฺตวเสน วุตฺตตฺตา สมฺมุติกถา. ปาตุภาโวติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เตน ‘‘อายตนานํ ปฏิลาโภ’’ติ อิมสฺส ปทสฺส สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อยมฺปิ หิ ปรมตฺถกถาติ. เอกโวการภวาทีสูติ เอกจตุปญฺจโวการภเวสุ. ตสฺมึ ขนฺธานํ ปาตุภาเว สติ. อายตนานํ ปฏิลาโภติ เอกจตุโวการภเวสุ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ อายตนานํ วเสน, เสเสสุ รูปธาตุยํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปฺปชฺชมานานํ ปญฺจนฺนํ, กามธาตุยํ วิกลาวิกลินฺทฺริยานํ วเสน สตฺตนฺนํ, นวนฺนํ, ทสนฺนํ, ปุนทสนฺนํ, เอกาทสนฺนญฺจ อายตนานํ วเสน สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ปาตุภวนฺตาเนว, น กุโตจิ อาคตานิ. ปฏิลทฺธานิ นาม โหนฺติ สตฺตสนฺตานสฺส ตสฺส สํวิชฺชมานตฺตา. อายตนานํ ปฏิลาโภติ วา อายตนานํ อตฺตลาโภ เวทิตพฺโพ.

๓๘๙. สภาวนิทฺเทโสติ สรูปนิทฺเทโส. สรูปเญฺหตํ ชิณฺณตาย, ยทิทํ ‘‘ชรา’’ติ, ‘‘วโยหานีติ วา. ชีรณเมว ชีรณตา, ชีรนฺตสฺส วา อากาโร ตา-สทฺเทน วุตฺโตติ อาห ‘‘อาการภาวนิทฺเทโส’’ติ. ขณฺฑิตทนฺตา ขณฺฑิตา นาม อุตฺตรปทโลเปน. ยสฺส วิการสฺส วเสน สตฺโต ‘‘ขณฺฑิโต’’ติ วุจฺจติ, ตํ ขณฺฑิจฺจํ. ตถา ปลิตานิ อสฺส สนฺตีติ ‘‘ปลิโต’’ติ วุจฺจติ, ตํ ปาลิจฺจํ. วลิตฺตจตาย วา วลิ ตโจ อสฺสาติ วลิตฺตโจ.

ผลูปจาเรนาติ ผลโวหาเรน.

๓๙๐. จวนเมว จวนตา, จวนฺตสฺส วา อากาโร ตา-สทฺเทน วุตฺโต. ขนฺธา ภิชฺชนฺตีติ เอกภวปริยาปนฺนสฺส ขนฺธสนฺตานสฺส ปริโยสานภูตา ขนฺธา ภิชฺชนฺติ, เตเนว เภเทน นิโรธนํ อทสฺสนํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา เภโท อนฺตรธานํ มรณํ. มจฺจุมรณนฺติ มจฺจุสงฺขาตํ เอกภวปริยาปนฺนชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทภูตํ มรณํ. เตนาห ‘‘น ขณิกมรณ’’นฺติ. ‘‘มจฺจุ มรณ’’นฺติ สมาสํ อกตฺวา โย ‘‘มจฺจู’’ติ วุจฺจติ เภโท, ยญฺจ มรณํ ปาณจาโค, อิทํ วุจฺจติ มรณนฺติ วิสุํ สมฺพนฺโธ น น ยุชฺชติ. กาลกิริยาติ มรณกาโล, อนติกฺกมนียตฺตา วิเสเสน ‘‘กาโล’’ติ วุตฺโตติ ตสฺส กิริยา, อตฺถโต จุติขนฺธานํ เภทปฺปตฺติเยว, กาลสฺส วา อนฺตกสฺส กิริยาติ ยา โลเก วุจฺจติ, สา จุติ, มรณนฺติ อตฺโถ. อยํ สพฺพาปิ สมฺมุติกถาว ‘‘ยํ เตสํ เตสํ สตฺตาน’’นฺติอาทินา สตฺตวเสน วุตฺตตฺตา. อยํ ปรมตฺถกถา ปรมตฺถโต ลพฺภมานานํ รุปฺปนาทิสภาวานํ ธมฺมานํ วินสฺสนโชตนาภาวโต.

อตฺตาติ ภวติ เอตฺถ จิตฺตนฺติ อตฺตภาโว, ขนฺธสมูโห, ตสฺส นิกฺเขโป นิกฺขิปนํ, ปาตนํ วินาโสติ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํปน ‘‘มรณํ ปตฺตสฺสา’’ติอาทินา นิกฺเขปเหตุตาย ปตนํ ‘‘นิกฺเขโป’’ติ ผลูปจาเรน วุตฺตนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘ขนฺธานํ เภโท’’ติ ปพนฺธวเสน ปวตฺตมานสฺส ธมฺมสมูหสฺส วินาสโชตนาติ เอกเทสโต ปรมตฺถกถา, ‘‘ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉโท’’ติ ปเนตฺถ น โกจิ โวหารเลโส ปีติ อาห ‘‘ชีวิตินฺทฺริยสฺส อุปจฺเฉโท ปน สพฺพาการโต ปรมตฺถโต มรณ’’นฺติ. เอวํ สนฺเตปิ ยสฺส ขนฺธเภทสฺส ปวตฺตตฺตา ‘‘ติสฺโส มโต, ผุสฺโส มโต’’ติ โวหาโร โหติ, โส เภโท ขนฺธปฺปพนฺธสฺส อนุปจฺฉินฺนตาย ‘‘สมฺมุติมรณ’’นฺติ วตฺตพฺพตํ อรหตีติ อาห ‘‘เอตเทว สมฺมุติมรณนฺติปิ วุจฺจตี’’ติ. เตนาห ‘‘ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทเมว หี’’ติอาทิ. สพฺพโส ปพนฺธสมุจฺเฉโท หิ สมุจฺเฉทมรณนฺติ.

๓๙๑. พฺยสเนนาติ อนตฺเถน. ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติอาทีสุ (วิภ. ๗๒๑) วิย ธมฺม-สทฺโท เหตุปริยาโยติ อาห ‘‘ทุกฺขการเณนา’’ติ. โสจนนฺติ ลกฺขิตพฺพตาย โสจนลกฺขโณ. โสจิตสฺส โสจนกสฺส ปุคฺคลสฺส, จิตฺตสฺส วา ภาโว โสจิตภาโว. อพฺภนฺตเรติ อตฺตภาวสฺส อนฺโต. อตฺตโน ลูขสภาวตาย โสเสนฺโต. ถามคมเนน สมนฺตโต โสสนวเสน ปริโสเสนฺโต.

๓๙๒. ‘‘อาทิสฺส อาทิสฺส เทวนฺติ ปริเทวนฺติ เอเตนาติ อาเทโว’’ติ อาเทวน-สทฺทํ กตฺวา อสฺสุโมจนาทิวิการํ อาปชฺชนฺตานํ ตพฺพิการาปตฺติยา โส สทฺโท การณภาเวน วุตฺโต. ตํ ตํ วณฺณนฺติ ตํ ตํ คุณํ. ตสฺเสวาติ อาเทวปริเทวสฺเสว. ภาวนิทฺเทสาติ ‘‘อาเทวิตตฺตํ ปริเทวิตตฺต’’นฺติ ภาวนิทฺเทสา.

๓๙๓. นิสฺสยภูโต กาโย เอตสฺส อตฺถีติ กายิกํ. เตนาห ‘‘กายปสาทวตฺถุก’’นฺติ. ทุกฺกรํ ขมนํ เอตสฺสาติ ทุกฺขมนํ, โส เอว อตฺโถ สภาโวติ ทุกฺขมนฏฺโฐ, เตน. สาตวิธุรตาย อสาตํ.

๓๙๔. เจตสิ ภวนฺติ เจตสิกํ, ตํ ปน ยสฺมา จิตฺเตน สมํ ปกาเรหิ ยุตฺตํ, ตสฺมา อาห ‘‘จิตฺตสมฺปยุตฺต’’นฺติ.

๓๙๕. สพฺพวิสยปฏิปตฺตินิวารณวเสน สมนฺตโต สีทนํ สํสีทนํ. อุฏฺฐาตุมฺปิ อสกฺกุเณยฺยตากรณวเสน อติพลวํ, วิรูปํ วา สีทนํ วิสีทนํ. จิตฺตกิลมโถติ วิสีทนากาเรน จิตฺตสฺส ปริเขโท. อุปายาโส, สยํ น ทุกฺโข โทสตฺตา, สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนธมฺมนฺตรตฺตา วา. เย ปน โทมนสฺสเมว ‘‘อุปายาโส’’ติ วเทยฺยุํ, เต ‘‘อุปายาโส ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺโต, เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต’’ติ (ธาตุ. ๒๔๙). อิมาย ปาฬิยา ปฏิกฺขิปิตพฺพา. อุป-สทฺโท ภุสตฺโถติ อาห ‘‘พลวตรํ อายาโส อุปายาโส’’ติ. ธมฺมมตฺตตาทีปโน ภาวนิทฺเทโส ธมฺมโต อญฺญสฺส กตฺตุอภาวโชตโน, อสติ จ กตฺตริ เตน กตฺตพฺพสฺส, ปริคฺคเหตพฺพสฺส จ อภาโว เอวาติ อาห ‘‘อตฺตตฺตนิยาภาวทีปกาภาวนิทฺเทสา’’ติ.

๓๙๘. ชาติธมฺมานนฺติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท ปกติปริยาโยติ อาห ‘‘ชาติสภาวาน’’นฺติ, ชายนปกติกานนฺติ วุตฺตํ โหติ. มคฺคภาวนาย มคฺคภาวนิจฺฉาเหตุกตา อิจฺฉิตพฺพาติ ตาทิสํ อิจฺฉํ นิวตฺเตนฺโต ‘‘วินา มคฺคภาวน’’นฺติ อาห. อปโร นโย น โข ปเนตนฺติ ยเมตํ ‘‘อโห วต มยํ น ชาติธมฺมา อสฺสาม, น จ วต โน ชาติ อาคจฺเฉยฺยา’’ติ เอวํ ปหีนสมุทเยสุ อริเยสุ วิชฺชมานํ อชาติธมฺมตฺตํ, ปรินิพฺพุเตสุ จ วิชฺชมานํ ชาติยา อนาคมนํ อิจฺฉิตํ, ตํ อิจฺฉนฺตสฺสาปิ มคฺคภาวนาย วินา อปฺปตฺตพฺพโต, อนิจฺฉนฺตสฺสาปิ ภาวนาย ปตฺตพฺพโต น อิจฺฉาย ปตฺตพฺพํ นาม โหตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. วกฺขมานตฺถสมฺปิณฺฑนตฺโถ ปิ-สทฺโทติ อาห ‘‘อุปริ เสสานิ อุปาทาย ปิ-กาโร’’ติ. ยนฺติ เหตุอตฺเถ กรเณ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘เยนปิ ธมฺเมนา’’ติ. เหตุอตฺโถ หิ อยํ ธมฺม-สทฺโท, อลพฺภเนยฺยภาโว เอตฺถ เหตุ เวทิตพฺโพ. ตนฺติ วา อิจฺฉิตสฺส วตฺถุโน อลพฺภนํ, เอวเมตฺถ ‘‘ยมฺปีติ เยนปี’’ติ วิภตฺติวิปลฺลาเสน อตฺโถ วุตฺโต. ยทา ปน ยํ-สทฺโท ‘‘อิจฺฉ’’นฺติ เอตํ อเปกฺขติ, ตทา อลาภวิสิฏฺฐา อิจฺฉา วุตฺตา โหติ. ยทา ปน ‘‘น ลภตี’’ติ เอตํ อเปกฺขติ, ตทา อิจฺฉาวิสิฏฺโฐ อลาโภ วุตฺโต โหติ, โส ปน อตฺถโต อญฺโญ ธมฺโม นตฺถิ, ตถาปิ อลพฺภเนยฺยวตฺถุคตา อิจฺฉาว วุตฺตา โหติ. สพฺพตฺถาติ ‘‘ชราธมฺมาน’’นฺติอาทินา อาคเตสุ สพฺพวาเรสุ.

สมุทยสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๔๐๐. ปุนพฺภวกรณํ ปุโนพฺภโว อุตฺตรปทโลปํ กตฺวา มโน-สทฺทสฺส วิย ปุริมปทสฺส โอ-การนฺตตา ทฏฺฐพฺพา. อถ วา สีลนฏฺเฐน อิก-สทฺเทน คมิตตฺถตฺตา กิริยาวาจกสฺส สทฺทสฺส อทสฺสนํ ทฏฺฐพฺพํ ยถา ‘‘อสูปภกฺขนสีโล อสูปิโก’’ติ. สมฺโมหวิโนทนิยํ ปน ‘‘ปุนพฺภวํ เทติ, ปุนพฺภวาย สํวตฺตติ, ปุนปฺปุนํ ภเว นิพฺพตฺเตตีติ โปโนพฺภวิกา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๐๓) อตฺโถ วุตฺโต โส ‘‘ตทฺธิตา’’ อิติ พหุวจนนิทฺเทสโต, วิจิตฺตตฺตา วา ตทฺธิตวุตฺติยา, อภิธานลกฺขณตฺตา วา ตทฺธิตานํ เตสุปิ อตฺเถสุ โปโนพฺภวิกสทฺทสิทฺธิ สมฺภเวยฺยาติ กตฺวา วุตฺโต. ตตฺถ กมฺมุนา สหชาตา ปุนพฺภวํ เทติ, อสหชาตา กมฺมสหายภูตา ปุนพฺภวาย สํวตฺตติ, ทุวิธาปิ ปุนปฺปุนํ ภเว นิพฺพตฺเตตีติ ทฏฺฐพฺพา. นนฺทนฏฺเฐน, รญฺชนฏฺเฐน จ นนฺทีราโค, โย จ นนฺทีราโค, ยา จ ตณฺหายนฏฺเฐน ตณฺหา, อุภยเมตํ เอกตฺถํ, พฺยญฺชนเมว นานนฺติ ตณฺหา ‘‘นนฺทีราเคน สทฺธึ อตฺถโต เอกตฺตเมว คตา’’ติ วุตฺตา. ตพฺภาวตฺโถ เหตฺถ สห-สทฺโท ‘‘สนิทสฺสนา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๙) วิย. ตสฺมา นนฺทีราคสหคตาติ นนฺทีราคภาวํ คตา สพฺพาสุปิ อวตฺถาสุ นนฺทีราคภาวสฺส อปจฺจกฺขาย วตฺตนโตติ อตฺโถ. ราคสมฺพนฺเธน อุปฺปนฺนสฺสาติ วุตฺตํ. รูปารูปภวราคสฺส วิสุํ วุจฺจมานตฺตา กามภเว เอว ภวปตฺถนุปฺปตฺติ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.

ตสฺมึ ตสฺมึ ปิยรูเป ปฐมุปฺปตฺติวเสน ‘‘อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ปุนปฺปุนํ ปวตฺติวเสน ‘‘นิวิสตี’’ติ. ปริยุฏฺฐานานุสยวเสน วา อุปฺปตฺตินิเวสา โยเชตพฺพา. สมฺปตฺติยนฺติ มนุสฺสโสภคฺเค, เทวตฺเต จ. อตฺตโน จกฺขุนฺติ สวตฺถุกํ จกฺขุํ วทติ, สปสาทํ วา มํสปิณฺฑํ. วิปฺปสนฺนํ ปญฺจปสาทนฺติ ปริสุทฺธสุปฺปสนฺนนีลปีตโลหิตกณฺหโอทาตวณฺณวนฺตํ. รชตปนาฬิกํ วิย ฉิทฺทํ อพฺภนฺตเร โอทาตตฺตา. ปามงฺคสุตฺตํ วิย อาลมฺพกณฺณพทฺธํ. ตุงฺคา อุจฺจา ทีฆา นาสิกา ตุงฺคนาสา, เอวํ ลทฺธโวหารํ อตฺตโน ฆานํ. ‘‘ลทฺธโวหารา’’ติ วา ปาโฐ, ตสฺมึ สติ ตุงฺคา นาสา เยสํ เต ตุงฺคนาสา, เอวํ ลทฺธโวหารา สตฺตา อตฺตโน ฆานนฺติ โยชนา กาตพฺพา. ชิวฺหํ…เป… มญฺญนฺติ วณฺณสณฺฐานโต, กิจฺจโต จ. กายํ…เป… มญฺญนฺติ อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา. มนํ…เป… มญฺญนฺติ อตีตาทิอตฺถจินฺตนสมตฺถํ. อตฺตนา ปฏิลทฺธานิ อชฺฌตฺตญฺจ สรีรคนฺธาทีนิ, พหิทฺธา จ วิเลปนคนฺธาทีนิ. อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตีติ ยทา อุปฺปชฺชมานา โหติ, ตทา เอตฺถ อุปฺปชฺชตีติ สามญฺเญน คหิตา อุปฺปาทกิริยา ลกฺขณภาเวน วุตฺตา, วิสยวิสิฏฺฐา จ ลกฺขิตพฺพภาเวน. น หิ สามญฺญวิเสเสหิ นานตฺตโวหาโร น โหตีติ. อุปฺปชฺชมานาติ วา อนิจฺฉิโต อุปฺปาโท เหตุภาเวน วุตฺโต, อุปฺปชฺชตีติ นิจฺฉิโต ผลภาเวน ยทิ อุปฺปชฺชมานา โหติ, เอตฺถ อุปฺปชฺชตีติ.

นิโรธสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๔๐๑. ‘‘สพฺพานิ นิพฺพานเววจนาเนวา’’ติ วตฺวา ตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘นิพฺพานญฺหี’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อาคมฺมาติ นิมิตฺตํ กตฺวา. นิพฺพานเหตุโก หิ ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรโธ. ขยคมนวเสน วิรชฺชติ. อปฺปวตฺติคมนวเสน นิรุชฺฌติ. อนเปกฺขตาย จชนวเสน, หานิวเสน วา จชียติ. ปุน ยถา นปฺปวตฺตติ, ตถา ทูร ขิปนวเสน ปฏินิสฺสชฺชียติ. พนฺธนภูตาย โมจนวเสน มุจฺจติ. อสํกิเลสวเสน น อลฺลียติ. กสฺมา ปเนตํ นิพฺพานํ เอกเมว สมานํ นานานาเมหิ วุจฺจตีติ? ปฏิปกฺขนานตายาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอกเมว หี’’ติอาทิมาห. สงฺขตธมฺมวิธุรสภาวตฺตา นิพฺพานสฺส นามานิปิ คุณเนมิตฺติกตฺตา สงฺขตธมฺมวิธุราเนว โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สพฺพสงฺขตานํ นามปฏิปกฺขวเสนา’’ติ. อเสสํ วิรชฺชติ ตณฺหา เอตฺถาติ อเสสวิราโคติ. เอส นโย เสเสสุปิ. อยํ ปน วิเสโส – นตฺถิ เอตสฺส อุปฺปาโท, น วา เอตสฺมึ อธิคเต ปุคฺคลสฺส อุปฺปาโทติ อนุปฺปาโท, อสงฺขตธมฺโม. ‘‘อปฺปวตฺต’’นฺติอาทีสุปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อายูหนํ สมุทโย, ตปฺปฏิปกฺขวเสน อนายูหนํ.

ตณฺหา อปฺปหีเน สติ ยตฺถ อุปฺปชฺชติ, ปหาเน ปน สติ ตตฺถ ตตฺเถวสฺสา อภาโว สุทสฺสิโตติ อาห ‘‘ตตฺเถว อภาวํ ทสฺเสตุ’’นฺติ. อปญฺญตฺตินฺติ อปญฺญาปนํ, ‘‘ติตฺต อลาพุ อตฺถี’’ติ โวหาราภาวํ วา. ติตฺตอลาพุวลฺลิยา อปฺปวตฺตึ อิจฺฉนฺโต ปุริโส วิย อริยมคฺโค, ตสฺส ตสฺสา อปฺปวตฺตินินฺนจิตฺตสฺส มูลจฺเฉทนํ วิย มคฺคสฺส นิพฺพานารมฺมณสฺส ตณฺหาย ปหานํ, ตทปฺปวตฺติ วิย ตณฺหาย อปฺปวตฺติภูตํ นิพฺพานํ ทฏฺฐพฺพํ.

ทุติยอุปมายํ ทกฺขิณทฺวารํ วิย นิพฺพานํ, โจรฆาตกา วิย มคฺโค. ทกฺขิณทฺวาเร ฆาติตาปิ โจรา ปจฺฉา ‘‘อฏวิยํ โจรา ฆาติตา’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ นิพฺพานํ อาคมฺม นิรุทฺธาปิ ตณฺหา ‘‘จกฺขาทีสุ นิรุทฺธา’’ติ วุจฺจติ ตตฺถ กิจฺจกรณาภาวโตติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุริมา วา อุปมา มคฺเคน นิรุทฺธาย ‘‘ปิยรูปสาตรูเปสุ นิรุทฺธา’’ติ วตฺตพฺพตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตา, ปจฺฉิมา นิพฺพานํ อาคมฺม นิรุทฺธาย ‘‘ปิยรูปสาตรูเปสุ นิรุทฺธา’’ติ วตฺตพฺพตาทสฺสนตฺถํ วุตฺตาติ อยํ เอตาสํ วิเสโส.

มคฺคสจฺจนิทฺเทสวณฺณนา

๔๐๒. อญฺญมคฺคปฏิกฺเขปนตฺถนฺติ ติตฺถิเยหิ ปริกปฺปิตสฺส มคฺคสฺส ทุกฺขนิโรธคามินิปฏิปทาภาวปฏิกฺเขปนตฺถํ, อญฺญสฺส วา มคฺคภาวปฏิกฺเขโป อญฺญมคฺคปฏิกฺเขโป, ตทตฺถํ. ‘‘อย’’นฺติ ปน อตฺตโน, เตสุ จ ภิกฺขูสุ เอกจฺจานํ ปจฺจกฺขภาวโต อาสนฺนปจฺจกฺขวจนํ. อารกตฺตาติ นิรุตฺตินเยน อริยสทฺทสิทฺธิมาห. อริยภาวกรตฺตาติ อริยกรโณ อริโยติ อุตฺตรปทโลเปน, ปุคฺคลสฺส อริยภาวกรตฺตา อริยํ กโรตีติ วา อริโย, อริยผลปฏิลาภกรตฺตา วา อริยํ ผลํ ลภาเปติ ชเนตีติ อริโย. ปุริเมน เจตฺถ อตฺตโน กิจฺจวเสน, ปจฺฉิเมน ผลวเสน อริยนามลาโภ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. จตุสจฺจปฏิเวธาวหํ กมฺมฏฺฐานํ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ, จตุสจฺจํ วา อุทฺทิสฺส ปวตฺตํ ภาวนากมฺมํ โยคิโน สุขวิเสสานํ ฐานภูตนฺติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ. ปุริมานิ เทฺว สจฺจานิ วฏฺฏํ ปวตฺติเหตุภาวโต. ปจฺฉิมานิ วิวฏฺฏํ นิวตฺติตทธิคมุปายภาวโต. วฏฺเฏ กมฺมฏฺฐานาภินิเวโส สรูปโต ปริคฺคหสพฺภาวโต. วิวฏฺเฏ นตฺถิ อวิสยตฺตา, วิสยตฺเต จ ปโยชนาภาวโต. ปุริมานิ เทฺว สจฺจานิ อุคฺคณฺหิตฺวาติ สมฺพนฺโธ. กมฺมฏฺฐานปาฬิยา หิ ตทตฺถสลฺลกฺขเณน วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห. เตนาห ‘‘วาจาย ปุนปฺปุนํ ปริวตฺเตนฺโต’’ติ. อิฏฺฐํ กนฺตนฺติ นิโรธมคฺเคสุ นินฺนภาวํ ทสฺเสติ, น อภินนฺทนํ, ตนฺนินฺนภาโวเยว จ ตตฺถ กมฺมกรณํ ทฏฺฐพฺพํ.

เอกปฏิเวเธเนวาติ เอกญาเณเนว ปฏิวิชฺฌเนน. ปฏิเวโธ ปฏิฆาตาภาเวน วิสเย นิสฺสงฺคจารสงฺขาตํ นิพฺพิชฺฌนํ. อภิสมโย อวิรชฺฌิตฺวา วิสยสฺส อธิคมสงฺขาโต อวโพโธ. ‘‘อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺขํ, น อิโต ภิยฺโย’’ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ชานนเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปริญฺญาปฏิเวโธ, เตน. อิทญฺจ ยถา ตสฺมึ ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา ทุกฺขสฺส สรูปาทิปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺตึ คเหตฺวา วุตฺตํ, น ปน มคฺคญาณสฺส ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๒.๔๘๔; ๓.๑๐๔) ปวตฺตนโต. ปหีนสฺส ปุน อปฺปหาตพฺพตาย ปกฏฺฐํ หานํ จชนํ สมุจฺฉินฺทนํ, ปหานเมว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ปหานปฏิเวโธ, เตน. อยมฺปิ ยสฺมึ กิเลเส อปฺปหียมาเน มคฺคภาวนาย น ภวิตพฺพํ, อสติ จ มคฺคภาวนาย โย อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส กิเลสสฺส ปฏิฆาตํ กโรนฺตสฺส อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทนฺตสฺส ญาณสฺส ตถาปวตฺติยํ ปฏิฆาตาภาเวน นิสฺสงฺคจารํ อุปาทาย เอวํ วุตฺโต. สจฺฉิกิริยา ปจฺจกฺขกรณํ อนุสฺสวาการปริวิตกฺกาทิเก มุญฺจิตฺวา สรูปโต อารมฺมณกรณํ ‘‘อิทํ ต’’นฺติ ยถาสภาวโต คหณํ, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวโธ, เตน. อยํ ปนสฺส อาวรณสฺส อสมุจฺฉินฺทนโต ญาณํ นิโรธํ อาลมฺพิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺส สมุจฺฉินฺทนโต ตํ สรูปโต วิภาเวนฺตเมว ปวตฺตตีติ เอวํ วุตฺโต. ภาวนา อุปฺปาทนา, วฑฺฒนา จ. ตตฺถ ปฐมมคฺเค อุปฺปาทนฏฺเฐน, ทุติยาทีสุ วฑฺฒนฏฺเฐน, อุภยตฺถาปิ วา อุภยถาปิ เวทิตพฺพํ. ปฐมมคฺเคปิ หิ ยถารหํ วุฏฺฐานคามินิยํ ปวตฺตํ ปริชานนาทึ วฑฺเฒนฺโต ปวตฺโตติ วฑฺฒนฏฺเฐน ภาวนา สกฺกา วิญฺญาตุํ. ทุติยาทีสุปิ อปฺปหีนกิเลสปฺปหานโต, ปุคฺคลนฺตรภาวสาธนโต จ อุปฺปาทนฏฺเฐน ภาวนา สกฺกา วิญฺญาตุํ, สา เอว วุตฺตนเยน ปฏิเวโธติ ภาวนาปฏิเวโธ, เตน. อยมฺปิ หิ ยถา ญาเณ ปวตฺเต ปจฺฉา มคฺคธมฺมานํ สรูปปริจฺเฉเท สมฺโมโห น โหติ, ตถา ปวตฺติเมว คเหตฺวา วุตฺโต.

ติฏฺฐนฺตุ ตาว ยถาธิคตา มคฺคธมฺมา, ยถาปวตฺเตสุ ผลธมฺเมสุปิ อยํ ยถาธิคตสจฺจธมฺเมสุ วิย วิคตสมฺโมโหว โหติ. เตเนวาห ‘‘ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม’’ติ (มหาว. ๑๘; ที. นิ. ๑.๒๙๙; ม. นิ. ๒.๖๙) ยโต สจสฺส ธมฺมตาสญฺโจทิตา ยถาธิคตสจฺจธมฺมาลมฺพนิโย มคฺควีถิโต ปรโต มคฺคผลปหีนาวสิฏฺฐกิเลสนิพฺพานานํ ปจฺจเวกฺขณา ปวตฺตนฺติ, ทุกฺขสจฺจมฺโมปิ สกฺกายทิฏฺฐิอาทโย. อยญฺจ อตฺถวณฺณนา ‘‘ปริญฺญาภิสมเยนา’’ติอาทีสุปิ วิภาเวตพฺพา. เอกาภิสมเยน อภิสเมตีติ เอตฺถาห วิตณฺฑวาที ‘‘อริยมคฺคญาณํ จตูสุ สจฺเจสุ นานาภิสมยวเสน กิจฺจกร’’นฺติ, โส อภิธมฺเม (กถา. ๒๗๔) โอธิโสกถาย สญฺญาเปตพฺโพ. อิทานิ ตเมว เอกาภิสมยํ วิตฺถารวเสน วิภาเวตุํ ‘‘เอวมสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ปุพฺพภาเค…เป… ปฏิเวโธ โหตี’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ ปฏิเวโธ ปุพฺพภาคิโย น โหตีติ? สจฺจเมตํ นิปฺปริยายโต, อิธ ปน อุคฺคหาทิวเสน ปวตฺโต อวโพโธ ปริยายโต ตถา วุตฺโต. ปฏิเวธนิมิตฺตตฺตา วา อุคฺคหาทิวเสน ปวตฺตํ ทุกฺขาทีสุ ปุพฺพภาเค ญาณํ ‘‘ปฏิเวโธ’’ติ วุตฺตํ, น ปฏิวิชฺฌนสภาวํ. กิจฺจโตติ ปุพฺพภาเคหิ ทุกฺขาทิญาเณหิ กาตพฺพกิจฺจสฺส อิธ นิปฺผตฺติโต, อิมสฺเสว วา ญาณสฺส ทุกฺขาทิปฺปกาสนกิจฺจโต, ปริญฺญาทิโตติ อตฺโถ. อารมฺมณปฏิเวโธติ สจฺฉิกิริยาปฏิเวธมาห. สาติ ปจฺจเวกฺขณา. อิธาติ อิมสฺมึ ฐาเน. อุคฺคหาทีสุ วุจฺจมาเนสุ น วุตฺตา อนวสรตฺตา. อธิคเม หิ สติ ตสฺสา สิยา อวสโร.

ตํเยว หิ อนวสรํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺส จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปุพฺเพ ปริคฺคหโตติ กมฺมฏฺฐานปริคฺคหโต ปุพฺเพ. อุคฺคหาทิวเสน สจฺจานํ ปริคฺคณฺหนญฺหิ ปริคฺคโห. ตถา ตานิ ปริคฺคณฺหนโต มนสิการทฬฺหตาย ปุพฺพภาคิยา ทุกฺขปริญฺญาทโย โหนฺติ เยวาติ อาห ‘‘ปริคฺคหโต ปฏฺฐาย โหตี’’ติ. อปรภาเคติ มคฺคกฺขเณ. ทุทฺทสตฺตาติ อตฺตโน ปวตฺติกฺขณวเสน ปากฏานิปิ ปกติญาเณน สภาวรสโต ทฏฺฐุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. คมฺภีเรเนว จ ภาวนาญาเณน, ตถาปิ มตฺถกปฺปตฺเตน อริยมคฺคญาเณเนว ยาถาวโต ปสฺสิตพฺพตฺตา คมฺภีรานิ. เตนาห ‘‘ลกฺขณปฏิเวธโต ปน อุภยมฺปิ คมฺภีร’’นฺติ. อิตรานิ อสํกิลิฏฺฐอสํกิเลสิกตาย อจฺจนฺตสุขปฺปตฺตาย อนุปฺปตฺติภวตาย, อนุปฺปนฺนปุพฺพตาย จ ปวตฺติวเสน อปากฏตฺตา จ ปรมคมฺภีรตฺตา, ตถา ปรมคมฺภีรญาเณเนว ปสฺสิตพฺพตาย ปกติญาเณน ทฏฺฐุํ น สกฺกุเณยฺยานีติ ทุทฺทสานิ. เตนาห ‘‘อิตเรสํ ปนา’’ติอาทิ. ปโยโคติ กิริยา, วายาโม วา. ตสฺส มหนฺตตรสฺส อิจฺฉิตพฺพตํ, ทุกฺกรตรตญฺจ อุปมาหิ ทสฺเสติ ‘‘ภวคฺคคฺคหณตฺถ’’นฺติอาทินา. ปฏิเวธกฺขเณติ อริยสฺส มคฺคสฺส จตุสจฺจสมฺปฏิเวธกฺขเณ. เอกเมว ตํ ญาณนฺติ ทุกฺขาทีสุ ปริญฺญาทิกิจฺจสาธนวเสน เอกเมว ตํ มคฺคญาณํ โหติ.

อิเมสุ ตีสุ ฐาเนสูติ อิเมสุ วิรมิตพฺพตาวเสน โชติเตสุ ตีสุ กามพฺยาปาทวิหึสาวิตกฺกวตฺถูสุ. วิสุํ วิสุํ อุปฺปนฺนสฺส ติวิธอกุสลสงฺกปฺปสฺส. ปทปจฺเฉทโตติ เอตฺถ คตมคฺโค ‘‘ปท’’นฺติ วุจฺจติ, เยน จ อุปาเยน การเณน กามวิตกฺโก อุปฺปชฺชติ, โส ตสฺส คตมคฺโคติ ตสฺส ปจฺเฉโท ฆาโต ปทปจฺเฉโท, ตโต ปทปจฺเฉทโต. อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทนํ อนุปฺปตฺติสาธนํ, ตสฺส วเสน. มคฺคกิจฺจสาธเนน มคฺคงฺคํ ปูรยมาโน เอโกว ติวิธกิจฺจสาธโน กุสลสงฺกปฺโป อุปฺปชฺชติ. ติวิธากุสลสงฺกปฺปสมุจฺเฉทนเมว เหตฺถ ติวิธกิจฺจสาธนํ ทฏฺฐพฺพํ. อิมินา นเยน ‘‘อิเมสุ จตูสุ ฐาเนสู’’ติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

มุสาวาทาเวรมณิอาทโยติ เอตฺถ ยสฺมา สิกฺขาปทวิภงฺเค (วิภ. ๗๐๓) วิรติเจตนา, สพฺเพ สมฺปยุตฺตธมฺมา จ สิกฺขาปทานีติ อาคตานีติ ตตฺถ ปธานานํ วิรติเจตนานํ วเสน ‘‘วิรติโยปิ โหนฺติ เจตนาโยปี’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๗๐๓) สมฺโมหวิโนทนิยํ วุตฺตํ, ตสฺมา เกจิ ‘‘อาทิ-สทฺเทน น เกวลํ ปิสุณวาจา เวรมณิอาทีนํเยว สงฺคโห, อถ โข ตาทิสานํ เจตนานมฺปิ สงฺคโห’’ติ วทนฺติ, ตํ ปุพฺพภาควเสน วุจฺจมานตฺตา ยุชฺเชยฺย, มุสาวาทาทีหิ วิรมณกาเล วา วิรติโย, สุภาสิตาทิวาจาภาสนาทิกาเล จ เจตนาโย โยเชตพฺพา, มคฺคกฺขเณ ปน วิรติโยว อิจฺฉิตพฺพา เจตนานํ อมคฺคงฺคตฺตา. เอกสฺส ญาณสฺส ทุกฺขาทิญาณตา วิย, เอกาย วิรติยา มุสาวาทาทิวิรติภาโว วิย จ เอกาย เจตนาย สมฺมาวาจาทิกิจฺจตฺตยสาธนสภาวาภาวา สมฺมาวาจาทิภาวาสิทฺธิโต, ตํสิทฺธิยํ องฺคตฺตยตาสิทฺธิโต จ.

ภิกฺขุสฺส อาชีวเหตุกํ กายวจีทุจฺจริตํ นาม อโยนิโส อาหารปริเยสนเหตุกเมว สิยาติ อาห ‘‘ขาทนีย…เป… ทุจฺจริต’’นฺติ. กายวจีทุจฺจริตคฺคหณญฺจ กายวจีทฺวาเรเยว อาชีวปโกโป, น มโนทฺวาเรติ ทสฺสนตฺถํ. เตนาห ‘‘อิเมสุเยว สตฺตสุ ฐาเนสู’’ติ.

อนุปฺปนฺนานนฺติ อสมุทาจารวเสน วา อนนุภูตารมฺมณวเสน วา อนุปฺปนฺนานํ. อญฺญถา หิ อนมตคฺเค สํสาเร อนุปฺปนฺนา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา นาม น สนฺติ. เตนาห ‘‘เอกสฺมึ ภเว’’ติอาทิ. ยสฺมึ ภเว อยํ อิมํ วีริยํ อารภติ, ตสฺมึ เอกสฺมึ ภเว.ชเนตีติ อุปฺปาเทติ. ตาทิสํ ฉนฺทํ กุรุมาโน เอวํ ฉนฺทํ ชเนติ นาม. วายามํ กโรตีติ ปโยคํ ปรกฺกมํ กโรติ. วีริยํ ปวตฺเตตีติ กายิกเจตสิกวีริยํ ปการโต วตฺเตติ. วีริเยน จิตฺตํ ปคฺคหิตํ กโรตีติ เตเนว สหชาตวีริเยน จิตฺตํ อุกฺขิเปนฺโต โกสชฺชปาตโต นิเสธเนน ปคฺคหิตํ กโรติ. ปทหนํ ปวตฺเตตีติ ปธานํ วีริยํ กโรติ. ปฏิปาฏิยา ปเนตานิ จตฺตาริ ปทานิ อาเสวนาภาวนาพหุลีกมฺมสาตจฺจกิริยาหิ โยเชตพฺพานิ.

อุปฺปนฺนปุพฺพานนฺติ สทิสโวหาเรน วุตฺตํ. ภวติ หิ ตํสทิเสสุ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘สา เอว ติตฺติริ, ตานิ เอว โอสธานี’’ติ. เตนาห ‘‘อิทานิ ตาทิเส’’ติ. อุปฺปนฺนานนฺติ ‘‘อนุปฺปนฺนา’’ติ อวตฺตพฺพตํ อาปนฺนานํ. ปหานายาติ ปชหนตฺถาย. อนุปฺปนฺนานํ กุสลานนฺติ เอตฺถ กุสลาติ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อธิปฺเปตา, เตสญฺจ อุปฺปาโท นาม อธิคโม ปฏิลาโภ, ตปฺปฏิกฺเขเปน อนุปฺปาโท อปฺปฏิลาโภติ อาห ‘‘อปฺปฏิลทฺธานํ ปฐมชฺฌานาทีน’’นฺติ. ‘‘ฐิติยา วีริยํ อารภตี’’ติ วุตฺเต น ขณฐิติ อธิปฺเปตา ตทตฺถํ วีริยารพฺเภน ปโยชนาภาวโต, อถ โข ปพนฺธฐิติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติปพนฺธวเสน ฐิตตฺถ’’นฺติ. สมฺมุสฺสนํ ปฏิปกฺขธมฺมวเสน อทสฺสนมุปคมนนฺติ ตปฺปฏิกฺเขเปน อสมฺมุสฺสนํ อสมฺโมโสติ อาห ‘‘อสมฺโมสายาติ อวินาสนตฺถ’’นฺติ. ภิยฺโยภาโว ปุนปฺปุนํ ภวนํ, โส ปน อุปรูปริ อุปฺปตฺตีติ อาห ‘‘อุปริภาวายา’’ติ. เวปุลฺลํ อภิณฺหปฺปวตฺติยา ปคุณพลวภาวาปตฺตีติ วุตฺตํ ‘‘เวปุลฺลายาติ วิปุลภาวายา’’ติ, มหนฺตภาวายาติ อตฺโถ. ภาวนาย ปริปูรณตฺถนฺติ ฌานาทิภาวนาปริพฺรูหนตฺถํ.

จตูสุ ฐาเนสูติ อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาทนาทีสุ จตูสุ ฐาเนสุ. กิจฺจสาธนวเสนาติ จตุพฺพิธสฺสปิ กิจฺจสฺส เอกชฺฌํ นิปฺผาทนวเสน.

ฌานานิ ปุพฺพภาเคปิ มคฺคกฺขเณปิ นานาติ ยทิปิ สมาธิอุปการเกหิ อภินิโรปนานุมชฺชนสมฺปิยายนพฺรูหนสนฺตสุขสภาเวหิ วิตกฺกาทีหิ สมฺปโยคเภทโต ภาวนาติสยปฺปวตฺตานํ จตุนฺนํ ฌานานํ วเสน สมฺมาสมาธิ วิภตฺโต, ตถาปิ วายาโม วิย อนุปฺปนฺนากุสลานุปฺปาทนาทิจตุวายามกิจฺจํ, สติ วิย จ อสุภาสุขานิจฺจานตฺเตสุ กายาทีสุ สุภาทิสญฺญาปฺปหานจตุสติกิจฺจํ, เอโก สมาธิ จตุฌานสมาธิกิจฺจํ น สาเธตีติ ปุพฺพภาเคปิ ปฐมชฺฌานสมาธิ เอว มคฺคกฺขเณปิ, ตถา ปุพฺพภาเคปิ จตุตฺถชฺฌานสมาธิ เอว มคฺคกฺขเณ ปีติ อตฺโถ. นานามคฺควเสนาติ ปฐมมคฺคาทินานามคฺควเสน ฌานานิ นานา. ทุติยาทโยปิ มคฺคา ทุติยาทีนํ ฌานานํ. อยํ ปนสฺสาติ เอตฺถ มคฺคภาเวน จตุพฺพิธมฺปิ เอกตฺเตน คเหตฺวา ‘‘อสฺสา’’ติ วุตฺตํ, อสฺส มคฺคสฺสาติ อตฺโถ. อยนฺติ ปน อยํ ฌานวเสน สพฺพสทิสสพฺพาสทิเสกจฺจสทิสตา วิเสโส.

ปาทกชฺฌานนิยเมน โหตีติ อิธ ปาทกชฺฌานนิยมํ ธุรํ กตฺวา วุตฺตํ, ยถา เจตฺถ, เอวํ สมฺโมหวิโนทนิยมฺปิ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๐๕). อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๓๕๐) ปน วิปสฺสนานิยโม วุตฺโต สพฺพวาทาวิโรธโต, อิธ ปน สมฺมสิตชฺฌานปุคฺคลชฺฌาสยวาทนิวตฺตนโต ปาทกชฺฌานนิยโม วุตฺโต. วิปสฺสนานิยโม ปน สาธารณตฺตา อิธาปิ น ปฏิกฺขิตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อญฺเญ จ อาจริยวาทา ปรโต วกฺขมานา วิภชิตพฺพาติ ยถาวุตฺตเมว ตาว ปาทกชฺฌานนิยมํ วิภชนฺโต อาห ‘‘ปาทกชฺฌานนิยเมน ตาวา’’ติ. ปฐมชฺฌานิโก โหติ, ยสฺมา อาสนฺนปเทเส วุฏฺฐิตสมาปตฺติ มคฺคสฺส อตฺตโน สทิสภาวํ กโรติ ภูมิวณฺโณ วิย โคธาวณฺณสฺส. ปริปุณฺณาเนว โหนฺตีติ อฏฺฐ สตฺต จ โหนฺตีติ อตฺโถ. สตฺต โหนฺติ สมฺมาสงฺกปฺปสฺส อภาวโต. ฉ โหนฺติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อภาวโต. มคฺคงฺคโพชฺฌงฺคานํ สตฺตฉภาวํ อติทิสติ ‘‘เอส นโย’’ติ. อรูเป จตุกฺกปญฺจกชฺฌานํ…เป… วุตฺตํ อฏฺฐสาลินิยนฺติ อธิปฺปาโย. นนุ ตตฺถ ‘‘อรูเป ติกจตุกฺกชฺฌานํ อุปฺปชฺชตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๓๕๐) วุตฺตํ, น ‘‘จตุกฺกปญฺจกชฺฌาน’’นฺติ? สจฺจเมตํ, เยสุ ปน สํสโย อตฺถิ, เตสํ อุปฺปตฺติทสฺสเนน, เตน อตฺถโต ‘‘จตุกฺกปญฺจกชฺฌานํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตเมว โหตีติ เอวมาหาติ เวทิตพฺพํ. สมุทายญฺจ อเปกฺขิตฺวา ‘‘ตญฺจ โลกุตฺตรํ, น โลกิย’’นฺติ อาห ‘‘อวยเวกตฺตํ ลิงฺคสมุทายสฺส วิเสสกํ โหตี’’ติ. จตุตฺถชฺฌานเมว หิ ตตฺถ โลกิยํ อุปฺปชฺชติ, น จตุกฺกํ, ปญฺจกํ วาติ. เอตฺถ กถนฺติ ปาทกชฺฌานสฺส อภาวา กถํ ทฏฺฐพฺพนฺติ อตฺโถ. ตํฌานิกาวสฺส ตตฺถ ตโย มคฺคา อุปฺปชฺชนฺติ, ตชฺฌานิกํปฐมผลาทึ ปาทกํ กตฺวา อุปริมคฺคภาวนายาติ อธิปฺปาโย. ติกจตุกฺกชฺฌานิกํ ปน มคฺคํ ภาเวตฺวา ตตฺถ อุปฺปนฺนสฺส อรูปจตุตฺถชฺฌานํ, ตชฺฌานิกํ ผลญฺจ ปาทกํ กตฺวา อุปริมคฺคภาวนาย อญฺญฌานิกาปิ อุปฺปชฺชนฺตีติ, ฌานงฺคาทินิยามิกา ปุพฺพาภิสงฺขารสมาปตฺติปาทกํ, น สมฺมสิตพฺพาติ ผลสฺสาปิ ปาทกตา ทฏฺฐพฺพา.

เกจิ ปนาติ โมรวาปีมหาทตฺตตฺเถรํ สนฺธายาห. ปุน เกจีติ ติปิฏกจูฬาภยตฺเถรํ. ตติยวาเร เกจีติ ‘‘ปาทกชฺฌานเมว นิยเมตี’’ติ เอวํ วาทินํ ติปิฏกจูฬนาคตฺเถรญฺเจว อนนฺตรํ วุตฺเต เทฺว จ เถเร ฐเปตฺวา อิตเร เถเร สนฺธาย วทติ.

๔๐๓. สสนฺตติปริยาปนฺนานํ ทุกฺขสมุทยานํ อปฺปวตฺติภาเวน ปริคฺคยฺหมาโน นิโรโธปิ สสนฺตติปริยาปนฺโน วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน วา จตฺตาริ สจฺจานี’’ติ. ปรสฺส วาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. เตนาห ภควา ‘‘อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสญฺญิมฺหิ สมนเก โลกญฺจ ปญฺญาเปมิ, โลกสมุทยญฺจ ปญฺญาเปมิ, โลกนิโรธญฺจ ปญฺญาเปมิ, โลกนิโรธคามินิปฏิปทญฺจ ปญฺญาเปมี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๐๗; อ. นิ. ๔.๔๕) กถํ ปน อาทิกมฺมิโก นิโรธมคฺคสจฺจานิ ปริคฺคณฺหาตีติ? อนุสฺสวาทิสิทฺธมาการํ ปริคฺคณฺหาติ. เอวญฺจ กตฺวา โลกุตฺตรโพชฺฌงฺเค อุทฺทิสฺสาปิ ปริคฺคโห น วิรุชฺฌติ. ยถาสมฺภวโตติ สมฺภวานุรูปํ, ฐเปตฺวา นิโรธสจฺจํ เสสสจฺจวเสน สมุทยวยาติ เวทิตพฺพาติ อตฺโถ.

จตุสจฺจปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ธมฺมานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔๐๔. ‘‘อฏฺฐิกสงฺขลิกํ สมํส’’นฺติอาทิกา สตฺต สิวถิกา อฏฺฐิกกมฺมฏฺฐานตาย อิตราสํ อุทฺธุมาตกาทีนํ สภาเวเนวาติ นวนฺนํ สิวถิกานํ อปฺปนากมฺมฏฺฐานตา วุตฺตา. เทฺวเยวาติ อานาปานํ, ทฺวตฺตึสากาโรติ อิมานิ เทฺวเยว. อภินิเวโสติ วิปสฺสนาภินิเวโส, โส ปน สมฺมสนิยธมฺมปริคฺคโห. อิริยาปถา, อาโลกิตาทโย จ รูปธมฺมานํ อวตฺถาวิเสสมตฺตตาย น สมฺมสนุปคา วิญฺญตฺติอาทโย วิย. นีวรณโพชฺฌงฺคา อาทิโต น ปริคฺคเหตพฺพาติ วุตฺตํ ‘‘อิริยาปถ…เป… น ชายตี’’ติ. เกสาทิอปเทเสน ตทุปาทานธมฺมา วิย อิริยาปถาทิอปเทเสน ตทวตฺถา รูปธมฺมา ปริคฺคยฺหนฺติ, นีวรณาทิมุเขน จ ตํสมฺปยุตฺตา, ตํนิสฺสยธมฺมาติ อธิปฺปาเยน มหาสิวตฺเถโร จ อิริยาปถาทีสุปิ ‘‘อภินิเวโส ชายตี’’ติ อโวจ. ‘‘อตฺถิ นุ โข เม’’ติอาทิ ปน สภาวโต อิริยาปถาทีนํ อาทิกมฺมิกสฺส อนิจฺฉิตภาวทสฺสนํ. อปริญฺญาปุพฺพิกา หิ ปริญฺญาติ.

กามํ ‘‘อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขู’’ติอาทินา อุทฺเทสนิทฺเทเสสุ ตตฺถ ตตฺถ ภิกฺขุคฺคหณํ กตํ ตํปฏิปตฺติยา ภิกฺขุภาวทสฺสนตฺถํ, เทสนา ปน สพฺพสาธารณาติ ทสฺเสตุํ ‘‘โย หิ โกจิ ภิกฺขเว’’ อิจฺเจว วุตฺตํ, น ภิกฺขุ เยวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โย หิ โกจิ ภิกฺขุ วา’’ติอาทิมาห. ทสฺสนมคฺเคน ญาตมริยาทํ อนติกฺกมิตฺวา ชานนฺตี สิขาปฺปตฺตา อคฺคมคฺคปญฺญา อญฺญา นาม, ตสฺส ผลภาวโต อคฺคผลํ ปีติ อาห ‘‘อญฺญาติ อรหตฺต’’นฺติ.

อปฺปตเรปิ กาเล สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวํ ทสฺเสนฺโตติ โยชนา. นิยฺยาเตนฺโตติ นิคเมนฺโต.

มหาสติปฏฺฐานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.