นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

ทีฆนิกาเย

มหาวคฺคฏีกา

๑. มหาปทานสุตฺตวณฺณนา

ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตกถาวณฺณนา

๑. ยถาชาตานํ กเรริรุกฺขานํ ฆนปตฺตสาขาวิฏเปหิ มณฺฑปสงฺเขเปหิ สญฺฉนฺโน ปเทโส ‘‘กเรริมณฺฑโป’’ติ อธิปฺเปโต. ทฺวาเรติ ทฺวารสมีเป. ทฺวาเร ฐิตรุกฺขวเสน อญฺญตฺถาปิ สมญฺญา อตฺถีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กถํ ปน ภควา มหาคนฺธกุฏิยํ อวสิตฺวา ตทา กเรริกุฏิกายํ วิหาสีติ? สาปิ พุทฺธสฺส ภควโต วสนคนฺธกุฏิ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนฺโตเชตวเน’’ติอาทิมาห. สลฬาคารนฺติ เทวทารุรุกฺเขหิ กตเคหํ. ปกติภตฺตสฺส ปจฺฉโตติ ภิกฺขูนํ ปากติกภตฺตกาลโต ปจฺฉา, ฐิตมชฺฌนฺหิกโต อุปรีติ อตฺโถ. ปิณฺฑปาตโต ปฏิกฺกนฺตานนฺติ ปิณฺฑปาตโภชนโต อเปตานํ. เตนาห ‘‘ภตฺตกิจฺจ’’นฺติอาทิ.

มณฺฑลสณฺฐานา มาฬสงฺเขเปน กตา นิสีทนสาลา ‘‘มณฺฑลมาฬ’’นฺติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘นิสีทนสาลายา’’ติ. ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตาติ เอตฺถ ปุพฺพ-สทฺโท อตีตวิสโย, นิวาส-สทฺโท กมฺมสาธโน, ขนฺธวินิมุตฺโต จ นิวสิตธมฺโม นตฺถิ, ขนฺธา จ สนฺตานวเสเนว ปวตฺตนฺตีติ อาห ‘‘ปุพฺเพนิวุตฺถกฺขนฺธสนฺตานสงฺขาเตน ปุพฺเพนิวาเสนา’’ติ. โยเชตฺวาติ วิสยภาเวน โยเชตฺวา. ปวตฺติตาติ กถิตา. ธมฺมูปสํหิตตฺตา ธมฺมโต อนเปตาติ ธมฺมี. เตนาห ‘‘ธมฺมสํยุตฺตา’’ติ.

อุทปาทีติ ปทุทฺธาโร, ตสฺส อุปฺปนฺนา ชาตาติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ตํ ปนสฺสา อุปฺปนฺนาการํ ปาฬิยํ สงฺเขปโตว ทสฺสิตํ, วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘อโห อจฺฉริย’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ เก อนุสฺสรนฺติ, เก นานุสฺสรนฺตีติ ปททฺวเย ปฐมํเยว สปฺปปญฺจนํ, น อิตรนฺติ ตเทว ปุคฺคลเภทโต, กาลวิภาคโต, อนุสฺสรณาการโต, โอปมฺมโต นิทฺทิสนฺเตน ‘‘ติตฺถิยา อนุสฺสรนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อคฺคปฺปตฺตกมฺมวาทิโนติ สิขาปฺปตฺตกมฺมวาทิโน ‘‘อตฺถิ กมฺมํ อตฺถิ กมฺมวิปาโก’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๔) เอวํ กมฺมสฺสกตาญาเณ ฐิตา ตาปสปริพฺพาชกา. จตฺตาลีสํเยว กปฺเป อนุสฺสรนฺตีติ พฺรหฺมชาลาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓๓) ภควตา ตถา ปริจฺฉิชฺช วุตฺตตฺตา. ตโต ปรํ น อนุสฺสรนฺตีติ ตถาวจนญฺจ ทิฏฺฐิคโตปฏฺฐกสฺส เตสํ ญาณสฺส ปริทุพฺพลภาวโต.

สาวกาติ มหาสาวกา เตสญฺหิ กปฺปสตสหสฺสํ ปุพฺพาภินีหาโร. ปกติสาวกา ปน ตโต อูนกเมว อนุสฺสรนฺติ. ยสฺมา ‘‘กปฺปานํ ลกฺขาธิกํ เอกํ, เทฺว จ อสงฺเขฺยยฺยานี’’ติ กาลวเสน เอวํ ปริมาโณ ยถากฺกมํ อคฺคสาวกปจฺเจกพุทฺธานํ ปุญฺญญาณาภินีหาโร, สาวกโพธิปจฺเจกโพธิปารมิตาสมฺภรณญฺจ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เทฺว อคฺคสาวกา…เป… กปฺปสตสหสฺสญฺจา’’ติ. ยทิ โพธิสมฺภารสมฺภรณกาลปริจฺฉินฺโน เตสํ เตสํ อริยานํ อภิญฺญาญาณวิภโว, เอวํ สนฺเต พุทฺธานมฺปิสฺส สปริจฺเฉทตา อาปนฺนาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘พุทฺธานํ ปน เอตฺตกนฺติ ปริจฺเฉโท นตฺถิ, ยาวตกํ อากงฺขนฺติ, ตาวตกํ อนุสฺสรนฺตี’’ติ ‘‘ยาวตกํ เนยฺยํ, ตาวตกํ ญาณ’’นฺติ (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓, ๕) วจนโต. สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส วิย หิ พุทฺธานํ อภิญฺญาญาณานมฺปิ สวิสเย ปริจฺเฉโท นาม นตฺถิ, ตสฺมา ยํ ยํ ญาตุํ อิจฺฉนฺติ, เต ตํ ตํ ชานนฺติ เอว. อถ วา สติปิ กาลปริจฺเฉเท กรุณูปายโกสลฺลปริคฺคหาทินา สาติสยตฺตา มหาโพธิสมฺภารานํ ปญฺญาปารมิตาย ปวตฺติอานุภาวสฺส ปริจฺเฉโท นาม นตฺถิ, กุโต ตนฺนิมิตฺตกานํ อภิญฺญาญาณานนฺติ วุตฺตํ ‘‘พุทฺธานํ…เป… นตฺถี’’ติ.

ขนฺธปฏิปาฏิยาติ ยถาปจฺจยํ อนุปุพฺพปวตฺตมานานํ ขนฺธานํ อนุปุพฺพิยา. ขนฺธปฺปวตฺตินฺติ เวทนาทิกฺขนฺธปฺปวตฺตึ. เตสญฺหิ อนุภวนาทิอาการคฺคหณมสฺส สาติสยํ, ตํ สญฺญาภเว ตตฺถ ตตฺถ อนุสฺสรณวเสน คเหตฺวา คจฺฉนฺตา เอกโวการภเว อลภนฺตา ‘‘น ปสฺสนฺตี’’ติ วุตฺตา, ชาเล ปติตา วิย สกุณา, มจฺฉา วิย จาติ อธิปฺปาโย. กุณฺฐา วิยาติ ทนฺธา วิย. ปงฺคุฬา วิยาติ ปีฐสปฺปิโน วิย. ทิฏฺฐึ คณฺหนฺตีติ อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกทิฏฺฐึ คณฺหนฺติ. ยฏฺฐิโกฏิเหตุกํ คมนํ ยฏฺฐิโกฏิคมนํ ขนฺธปฏิปาฏิยา อมุญฺจนโต.

เอวํ สนฺเตปีติ กามํ พุทฺธสาวกาปิ อสญฺญภเว ขนฺธปฺปวตฺตึ น ปสฺสนฺติ, เอวํ สนฺเตปิ เต พุทฺธสาวกา อสญฺญภวํ ลงฺฆิตฺวา ปรโต อนุสฺสรนฺติ. ‘‘วฏฺเฏ’’ติอาทิ ตถา เตสํ อนุสฺสรณาการทสฺสนํ. พุทฺเธหิ ทินฺนนเย ฐตฺวาติ ‘‘ยตฺถ ปญฺจกปฺปสตานิ รูปปฺปวตฺติเยว, น อรูปปฺปวตฺติ, โส อสญฺญภโว’’ติ เอวํ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ เทสิตายํ ธมฺมเนตฺติยํ ฐตฺวา. เอวญฺหิ อนฺตรา จุติปฏิสนฺธิโย อปสฺสนฺตา ปรโต อนุสฺสรนฺติ เสยฺยถาปิ อายสฺมา โสภิโตติ (เถรคา. อฏฺฐ. ๑.๒.๑๖๔ โสภิตตฺเถรคาถาวณฺณนา). โส กิร ปุพฺเพนิวาเส จิณฺณวสี หุตฺวา อนุปฏิปาฏิยา อตฺตโน นิพฺพตฺตฏฺฐานํ อนุสฺสรนฺโต ยาว อสญฺญภเว อตฺตโน อจิตฺตกปฏิสนฺธิ ตาว อทฺทส, ตโต ปรํ ปญฺจกปฺปสตปริมาเณ กาเล จุติปฏิสนฺธิโย อทิสฺวา อวสาเน จุตึ ทิสฺวา ‘‘กึ นาเมต’’นฺติ อาวชฺชยมาโน นยวเสน ‘‘อสญฺญภโว ภวิสฺสตี’’ติ นิฏฺฐํ อคมาสิ. อถ นํ ภควา ตํ การณํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตานํ อคฺคฏฺฐาเน ฐเปสิ. ‘‘จุติปฏิสนฺธึ โอโลเกตฺวา’’ติ อิทํ จุติปฏิสนฺธิวเสน เตสํ ญาณสฺส สงฺกมนทสฺสนํ, เตน สพฺพโส ภเว อนามสิตฺวา คนฺตุํ น สกฺโกนฺตีติ ทสฺเสติ.

ตํ ตเทว ปสฺสนฺตีติ ยถา นาม สรทสมเย ฐิตมชฺฌนฺหิกเวลาย จตุรตนิเก เคเห จกฺขุมโต ปุริสสฺส รูปคตํ สุปากฏเมว โหตีติ โลกสิทฺธเมตํ, สิยา ปน ตสฺส สุขุมตรติโรหิตาทิเภทสฺส รูปคตสฺส อโคจรตา. น เตฺวว พุทฺธานํ ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส เญยฺยสฺส อโคจรตา, อถ โข ตํ ญาณาโลเกน โอภาสิตํ หตฺถตเล อามลกํ วิย สุปากฏํ สุวิภูตเมว โหติ ตถา เญยฺยาวรณสฺส สุปฺปหีนตฺตา. เตนาห ‘‘พุทฺธา ปน อตฺตนา วา ปเรหิ วา ทิฏฺฐกตสุตํ, สูริยมณฺฑโลภาสสทิส’’นฺติ จ อาทิ.

ตถา สาวกา จ ปจฺเจกพุทฺธา จาติ. เอตฺถ ตถา-สทฺเทน ‘‘อตฺตนา ทิฏฺฐกตสุตเมว อนุสฺสรนฺตี’’ติ อิทํ อุปสํหรติ, เตน สปฺปเทสเมว เนสํ อนุสฺสรณํ, น นิปฺปเทสนฺติ นิทสฺเสติ.

ขชฺโชปนกโอภาสสทิสํ ญาณสฺส อติวิย อปฺปานุภาวตาย. สาวกานนฺติ เอตฺถ ปกติสาวกานํ ปากติกปทีโปภาสสทิสํ. มหาสาวกานํ (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๒๑ วงฺคีเสตฺถรคาถาวณฺณนาย วิตฺถาโร) มหาปทีโปภาสสทิสํ. เตนาห วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๒.๔๐๒) ‘‘อุกฺกาปภาสทิส’’นฺติ. โอสธิตารโกภาสสทิสนฺติ อุสฺสนฺนา ปภา เอตาย ธียติ, โอสธีนํ วา อนุพลปฺปทายกตฺตา ‘‘โอสธี’’ติ เอวํ ลทฺธนามาย ตารกาย ปภาสทิสํ. สรทสูริยมณฺฑโลภาสสทิสํ สพฺพโส อนฺธการวิธมนโต. อปฏุภาวเหตุโก วิสยคฺคหเณ จญฺจลภาโว ขลิตํ, กุณฺฐิภาวเหตุโก วิสยสฺส อนภิสมโย ปฏิฆาโต.อาวชฺชนปฏิพทฺธเมวาติ อาวชฺชนมตฺตาธีนํ, อาวชฺชิตมตฺเต เอว ยถิจฺฉิตสฺส ปฏิวิชฺฌนกนฺติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.

อสงฺคอปฺปฏิหตํ ปวตฺตมานํ ภควโต ญาณํ ลหุตเรปิ วิสเย, ครุตเร จ เอกสทิสเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ทุพฺพลปตฺตปุเฏ’’ติอาทินา อุปมาทฺวยํ วุตฺตํ. ธมฺมกายตฺตา ภควโต คุณํ อารพฺภ ปวตฺตา ‘‘ภควนฺตํเยว อารพฺภ อุปฺปนฺนา’’ติ วุตฺตํ. ตํ สพฺพมฺปีติ ตํ ยถาวุตฺตํ สพฺพมฺปิ ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตํ กถํ. ติตฺถิยานํ, สาวกานญฺจ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสรณํ ภควโต ปุพฺเพนิวาสานุสฺสรณสฺส หีนุทาหรณทสฺสนวเสเนตฺถ กถิตํ. เอวญฺหิ ภควโต มหนฺตภาโว วิเสสโต ปกาสิโต โหตีติ. สงฺเขปโตติ สมาสโต. ยตฺตโกปิ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ปวตฺติเภโท อตฺตโน ญาณสฺส วิสยภูโต, ตํ สพฺพํ ตทา ยถากถิตํ เต ภิกฺขู สงฺขิปิตฺวา ‘‘อิติปี’’ติ อาหํสุ. ตสฺส จ อเนกาการตาย อาเมฑิตวจนํ, ปิ-สทฺโท สมฺปิณฺฑนตฺโถ, ‘‘อิติ โข ภิกฺขเว สปฺปฏิภโย พาโล’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๒๔; อ. นิ. ๓.๑) วิย อาการตฺโถ อิติ-สทฺโทติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวมฺปี’’ติ ตทตฺถมาห.

๒-๓. วุตฺตเมวาติ เอตฺถ จ อิธ ปาเฐ ยํ วตฺตพฺพํ เตน ปาเฐน สาธารณํ, ตํ วุตฺตเมวาติ อธิปฺเปตํ, น อสาธารณํ อปุพฺพปทวณฺณนาย อธิกตตฺตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยเมว หิ วิเสโส’’ติอาทิมาห. ‘‘อสฺโสสี’’ติ อิทํ สวนกิจฺจนิปฺผตฺติยา วุตฺตํ สทฺทคฺคหณมุเขน ตทตฺถาวโพธสฺส สิทฺธตฺตา. ตตฺถ ปน ปาฬิยํ ‘‘อิมํ สํขิยธมฺมํ วิทิตฺวา’’ อิจฺเจว (ที. นิ. ๑.๒) วุตฺตํ. อิเม ภิกฺขู มม คุเณ โถเมนฺติ, กถํ? มม ปุพฺเพนิวาสญาณํ อารพฺภาติ โยชนา. นิปฺผตฺตินฺติ กิจฺจนิปฺผตฺตึ, เตน กาตพฺพกิจฺจสิทฺธนฺติ อตฺโถ. โนติ ปุจฺฉาวาจี นุ-อิติ อิมินา สมานตฺโถ นิปาโตติ วุตฺตํ ‘‘อิจฺเฉยฺยาถ นู’’ติ. นนฺติ ภควนฺตํ. ‘‘ยํ ภควา’’ติ เอตฺถ ยํ-สทฺเทน กิริยาปรามสนภูเตน ‘‘ธมฺมึ กถํ กเถยฺยา’’ติ เอวํ วุตฺตํ. ธมฺมิกถากรณํ ปรามฏฺฐํ ‘‘เอตสฺสา’’ติ ปทสฺส อตฺโถติ อาห ‘‘เอตสฺส ธมฺมิกถากรณสฺสา’’ติ, อาทรวเสน ปน ตํ ทฺวิกฺขตฺตุํ วุตฺตํ.

๔. สุณาถาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา, เอเตน ‘‘มนสิ กโรถา’’ติ ปทํ สงฺคณฺหาติ. โสตาวธานํ โสตสฺส โอทหนํ, สุสฺสูสาติ อตฺโถ. ฉินฺนํ อุปจฺฉินฺนํ วฏุมํ สํสารวฏฺฏํ เอเตสนฺติ ฉินฺนวฏุมกา, สมฺมาสมฺพุทฺธา, อญฺเญ จ ขีณาสวา, อิธ ปน สมฺมาสมฺพุทฺธา อธิปฺเปตา. เตสญฺหิ สพฺพโส อนุสฺสรณํ อิตเรสํ อวิสโย. เตนาห ‘‘อญฺเญสํ อสาธารณ’’นฺติ. ปจฺจตฺตวจเน ทิสฺสติ ยํ-สทฺโท กมฺมตฺถทีปนโต. อุปโยควจเน ทิสฺสติ ยํ-สทฺโท ปุจฺฉนกิริยาย กมฺมตฺถทีปนโต. ตนฺติ จ อุปโยควจนเมว ปุจฺฉติ-สทฺทสฺส ทฺวิกมฺมกภาวโต. ยนฺติ เยน การเณนาติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘กรณวจเน ทิสฺสตี’’ติ. ภุมฺเมติ ทฏฺฐพฺโพติ ยถา ยํ-สทฺโท น เกวลํ ปจฺจตฺตอุปโยเคสุ เอว, อถ โข กรเณปิ ทิสฺสติ, เอวํ อิธ ภุมฺเมติ ทฏฺฐพฺโพ. ทสสหสฺสิโลกธาตุนฺติ ชาติกฺเขตฺตภูตํ ทสสหสฺสจกฺกวาฬํ. อุนฺนาเทนฺโต อุปฺปชฺชิ อเนกจฺฉริยปาตุภาวปฏิมณฺฑิตตฺตา พุทฺธุปฺปาทสฺส.

กาลสฺส ภทฺทตา นาม ตตฺถ สตฺตานํ คุณวิภูติยา, พุทฺธุปฺปาทปรมา จ คุณวิภูตีติ ตพฺพหุลตา ยสฺส กปฺปสฺส ภทฺทตาติ อาห ‘‘ปญฺจพุทฺธุปฺปาทปฏิมณฺฑิตตฺตา สุนฺทรกปฺเป’’ติ, ตถา สารภูตคุณวเสน ‘‘สารกปฺเป’’ติ. ‘‘อิมํ กปฺปํ โถเมนฺโต เอวมาหา’’ติ วตฺวา อิมสฺส กปฺปสฺส ตถา โถเมตพฺพตา อนญฺญสาธารณาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยโต ปฏฺฐายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยโต ปฏฺฐายาติ ยโต ปภุติ อภินีหาโร กโตติ มนุสฺสตฺตาทิอฏฺฐงฺคสมนฺนาคโต อภินีหาโร ปวตฺติโต. สํสารสฺส อนาทิภาวโต อิมสฺส ภควโต อภินีหารโต ปุเรตรํ อุปฺปนฺนา สมฺมาสมฺพุทฺธา อนนฺตา อปริเมยฺยาติ เตหิ อุปฺปนฺนกปฺเป นิวตฺเตนฺโต ‘‘เอตสฺมึ อนฺตเร’’ติ อาห. กามํ ทีปงฺกรพุทฺธุปฺปาเท อยํ ภควา อภินีหารมกาสิ, ตสฺส ปน ภควโต นิพฺพตฺติ อิมสฺส อภินีหารโต ปุริมตราติ วุตฺตํ ‘‘อมฺหากํ…เป… นิพฺพตฺตึสู’’ติ.

อสงฺเขฺยยฺยกปฺปปริโยสาเนติ มหากปฺปานํ อสงฺเขฺยยฺยปริโยสาเน. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. ‘‘อิโต ตึสกปฺปสหสฺสานํ อุปรี’’ติ เอเตน ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต, สุเมธสฺส จ ภควโต อนฺตเร เอกูนสตฺตติกปฺปสหสฺสานิ พุทฺธสุญฺญานิ อเหสุนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘อิโต อฏฺฐารสนฺนํ กปฺปสหสฺสานํ อุปรี’’ติ อิมินา สุชาตสฺส ภควโต, อตฺถทสฺสิสฺส จ ภควโต อนฺตเร เอเกนูนานิ ทฺวาทสกปฺปสหสฺสานิ พุทฺธสุญฺญานิ อเหสุนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘อิโต จตุนวุเต กปฺเป’’ติ อิมินา ธมฺมทสฺสิสฺส ภควโต, สิทฺธตฺถสฺส จ ภควโต อนฺตเร ฉาธิกนวสตุตฺตรานิ สตฺตรสกปฺปสหสฺสานิ พุทฺธสุญฺญานิ อเหสุนฺติ ทสฺเสติ. ‘‘เอกตึเส กปฺเป’’ติ อิมินา วิปสฺสิสฺส ภควโต, สิขิสฺส จ ภควโต อนฺตเร สฏฺฐิ กปฺปานิ พุทฺธสุญฺญานิ อเหสุนฺติ ทสฺเสติ. เต สพฺเพปิ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต โอรํ สุเมธาทีหิ อุปฺปนฺนกปฺเปหิ สทฺธึ สโมธานิยมานา สตสหสฺสา กปฺปา โหนฺติ, ยตฺถ มหาสาวกาทโย (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๒๑ วงฺคีสตฺเถรคาถาวณฺณนา) วิวฏฺฏู ปนิสฺสยานิ กุสลานิ สมฺภรึสุ. พุทฺธสุญฺเญปิ โลเก ปจฺเจกพุทฺธา อุปฺปชฺชิตฺวา เตสํ ปุริสวิเสสานํ ปุญฺญาภิสนฺทาภิพุทฺธิยา ปจฺจยา โหนฺติ. ‘‘เอวมย’’นฺติอาทิ วุตฺตเมวตฺถํ นิคมนวเสน วทติ.

‘‘กึ ปเนต’’นฺติอาทิ ปุพฺพนิมิตฺตวิภาวนตฺถาย อารทฺธํ. ตตฺถ เอตนฺติ พุทฺธานํ อุปฺปชฺชนํ. กปฺปสณฺฐานกาลสฺมินฺติ วิวฏฺฏกปฺปสฺส สณฺฐหนกาเล. เอกมสงฺเขฺยยฺยนฺติ สํวฏฺฏฏฺฐายึ สนฺธายาห. เอกงฺคณํ หุตฺวา ฐิเตติ ปพฺพตรุกฺขคจฺฉาทีนํ, เมฆาทีนญฺจ อภาเวน วิวฏํองฺคณํ หุตฺวา ฐิเต. โลกสนฺนิวาเสติ ภาชนโลเกน สนฺนิวิสิตพฺพฏฺฐาเน. วีสติ ยฏฺฐิโย อุสภํ. ‘‘อุสภมตฺตา, เทฺว อุสภมตฺตา’’ติอาทินา ปจฺเจกํ มตฺตา-สทฺโท โยเชตพฺโพ. โยชนสหสฺสมตฺตา หุตฺวาติ ปตมานาว อุทกธารา โยชนสหสฺสมตฺตํ อากาสฏฺฐานํ ผริตฺวา ปวตฺติยา โยชนสหสฺสมตฺตา หุตฺวา. ยาว อวินฏฺฐพฺรหฺมโลกาติ ยาว อาภสฺสรพฺรหฺมโลกา, ยาว สุภกิณฺหพฺรหฺมโลกา, ยาว เวหปฺผลพฺรหฺมโลกาติ อตฺโถ.

วาตวเสนาติ สฏฺฐิสหสฺสาธิกนวโยชนสตสหสฺสุพฺเพธสฺส สนฺธารกวาตมณฺฑลสฺส วเสน. มหาโพธิปลฺลงฺโกติ มหาโพธิปลฺลงฺกปฺปเทสมาห. ตสฺส ปจฺฉา วินาโส, ปฐมํ สณฺฐหนญฺจ ธมฺมตาวเสน เวทิตพฺพํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ปเทเส. ปุพฺพนิมิตฺตํ หุตฺวาติ พุทฺธปฺปาทสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ หุตฺวา. ปุพฺพนิมิตฺตสนฺนิสฺสโย หิ คจฺโฉ นิสฺสิตโวหาเรน ตถา วุตฺโต. เตนาห ‘‘ตสฺสา’’ติอาทิ. กณฺณิกาพทฺธานิ หุตฺวาติ อาพทฺธกณฺณิกา วิย หุตฺวา. สุทฺธาวาสพฺรหฺมาโน อตฺตมนา…เป… คจฺฉนฺตีติ โยชนา. เวหปฺผเลปิ สุภกิเณฺห สงฺคเหตฺวา ‘‘นว พฺรหฺมโลกา’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ เต จตุตฺถึเยว วิญฺญาณฏฺฐิตึ ภชนฺติ. นิกฺขมนฺเตสูติ มหาภินิกฺขมนํ อภินิกฺขมนฺเตสุ. อภิชาติ ปเนตฺถ ชาติภาวสามญฺเญน คพฺโภกฺกนฺติยาว สงฺคหิตา. นิมียติ อนุมียติ ผลํ เอเตนาติ นิมิตฺตํ, การณํ. ญาปกมฺปิ หิ การณํ ทิสฺวา ตสฺส อพฺยภิจารีภาเวน ผลํ สิทฺธเมว กตฺวา คณฺหิ, ยถา ตํ อสิโต อิสิ อภิชาติยํ มหาปุริสสฺส ลกฺขณานิ ทิสฺวา เตสํ อพฺยภิจารีภาเวน พุทฺธคุเณ สิทฺเธ เอว กตฺวา คณฺหิ, เอวํ ปน คยฺหมานํ ตนฺนิมิตฺตกํ ผลํ ตทานุภาเวน สิทฺธํ วิย โวหรียติ ตพฺภาเว ภาวโต. เตนาห ‘‘เตสํ นิมิตฺตานํ อานุภาเวนา’’ติอาทิ. ตถา จาห ภควา ‘‘โส เตน ลกฺขเณน สมนฺนาคโต…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ, พุทฺโธ สมาโน กึ ลภตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๐๒, ๒๐๔) จ เอวมาทิ. อิมมตฺถนฺติ ปญฺจ พุทฺธา อิมสฺมึ กปฺเป อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ อิมมตฺถํ ยาถาวโต ชานึสุ.

ชาติปริจฺเฉทาทิวณฺณนา

๕-๗. กปฺปปริจฺเฉทวเสนาติ ‘‘อิโต โส เอกนวุเต กปฺเป’’ติอาทินา ยตฺถ ยตฺถ กปฺเป เต เต พุทฺธา อุปฺปนฺนา, ตสฺส ตสฺส กปฺปสฺส ปริจฺฉินฺทนวเสน ปริชานนวเสน. ‘‘อิทํ ต’’นฺติ หิ นิยเมตฺวา ปริจฺฉิชฺช ชานนํ ปริจฺฉินฺทนํ ปริจฺเฉโท. ปริตฺตนฺติ อิตฺตรํ. ลหุกนฺติ สลฺลหุกํ, อายุโน อธิปฺเปตตฺตา รสฺสนฺติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘อุภยเมตํ อปฺปกสฺเสว เววจน’’นฺติ.

‘‘อปฺปํ วา ภิยฺโย’’ติ อวิเสสโชตนํ ‘‘วีสํ วา ตึสํ วา’’ติอาทินา อนิยมิตวเสเนว ยถาลาภโต ววตฺถเปตฺวา อยญฺจ นโย อปจุโรติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวํ ทีฆายุโก ปน อติทุลฺลโภ’’ติ อาห. อิทํ ตํ วิเสสววตฺถาปนํ ปุคฺคเลสุ ปกฺขิปิตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺถ วิสาขา’’ติอาทิมาห.

ยทิ เอวํ กสฺมา อมฺหากํ ภควา ตตฺตกมฺปิ กาลํ น ชีวิ, นนุ มหาโพธิสตฺตา จริมภเว อติวิยอุฬารตเมน ปุญฺญาภิสงฺขาเรน ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺตีติ? สจฺจเมตนฺติ. ตตฺถ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิปสฺสีอาทโย ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อภิชาติยา เมตฺตาฐานตาย อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส เมตฺตาปุพฺพภาคตา. ตทนุคุณญฺหิ เตสํ วิเสสโต ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ. ตสฺส วิเสสโต พหุลํ เขมวิตกฺกูปนิสฺสยตาย โสมนสฺสสหคตตา, อนญฺญสาธารณปโรปเทสรหิตญาณวิเสสูปนิสฺสยตาย ญาณสมฺปยุตฺตตา, อสงฺขาริกตา จ เวทิตพฺพา, อสงฺเขฺยยฺยํ อายุ อาธารวิเสสโต, นิสฺสยวิเสสโต, ปฏิปกฺขทูรีภาวโต, ปวตฺติอาการวิเสสโต จ อปริเมยฺยานุภาวตาย การณสฺส. ตตฺถ จิรตรํ กาลํ สนฺตานสฺส ปารมิตาปริภาวิตตา อาธารวิเสสตา. อโลภชฺฌาสยาทิอาสยสมฺปทา นิสฺสยวิเสสตา. ลาภมจฺฉริยาทิปาปธมฺมวิกฺขมฺภนํ ปฏิปกฺขทูรีภาโว. สพฺพสตฺตานํ สกลวฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถาย อายูหนา ปวตฺติอาการวิเสโส เวทิตพฺโพ.

อยญฺจ นโย สพฺเพสํ มหาโพธิสตฺตานํ จริมภวาภินิพฺพตฺตกกมฺมายูหเน สาธารโณติ ตสฺส ผเลนาปิ เอกสทิเสเนว ภวิตพฺพนฺติ อาห ‘‘อิติ สพฺเพ พุทฺธา อสงฺเขฺยยฺยายุกา’’ติ, อสงฺเขฺยยฺยกาลาวตฺถานายุกาติ อตฺโถ. อสงฺเขฺยยฺยายุกสํวตฺตนสมตฺถํ ปริจิตํ กมฺมํ โหติ, พุทฺธา ปน ตทา มนุสฺสานํ ปรมายุปฺปมาณานุรูปเมว กาลํ ฐตฺวา ปรินิพฺพายนฺติ ตโต ปรํ ฐตฺวา สาเธตพฺพปโยชนาภาวโต, ธมฺมตาเวสาติ วา เวทิตพฺพา. อฏฺฐกถายํ ปน ตโต ปรํ ปน อฏฺฐานสฺส ‘‘อุตุโภชนวิปตฺติยา’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๕) การณํ วุตฺตํ, ‘‘ตํ โลกสาธารณํ โลเก ชาตสํวุทฺธานํ ตถาคตานํ น โหตี’’ติ น สกฺกา วตฺตุํ. ตถา หิ เนสํ โรคกิลมถาทโย โหนฺติเยว. อุตุโภชนวเสนาติ อสมฺปนฺนสฺส, สมฺปนฺนสฺส จ อุตุโน, โภชนสฺส จ วเสน ยถากฺกมํ อายุ หายติปิ วฑฺฒติปิ. อายูติ จ ปรมายุ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ พฺรหฺมชาลาทิฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๔๐) วุตฺตเมว.

อิทานิ ตมตฺถํ สมุทาคมโต ปฏฺฐาย ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ยทา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ธมฺเม นิยุตฺตา ธมฺมิกา, น ธมฺมิกา อธมฺมิกา, หึสาทิอธมฺมปสุตา. อธมฺมิกเมว โหติ อิสฺสรชนานํ อนุวตฺตเนน, ปเรสํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชเนน จ. อุณฺหวลาหกา เทวตาติ อุณฺหอุตุโน ปจฺจยภูตเมฆมาลาสมุฏฺฐาปกา เทวปุตฺตา. เตสํ กิร ตถา จิตฺตุปฺปาทสมกาลเมว ยถิจฺฉิตฏฺฐานํ อุณฺหํ ผรมานา วลาหกมาลา นาติพหลา อิโต จิโต นภํ ฉาเทนฺตี วิตโนติ. เอส นโย สีตวลาหกวสฺสวลาหกาสุ. อพฺภวลาหกา ปน เทวตา สีตุณฺหวสฺเสหิ วินา เกวลํ อพฺภปฏลสฺเสว สมุฏฺฐาปกา เวทิตพฺพา. ตาสนฺติ เอตฺถ ‘‘มิตฺตา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา โยชนา. กามํ เหฏฺฐา วุตฺตา สตฺตวิธาปิ เทวตา จาตุมหาราชิกาว ตา ปน เตน เตน วิเสเสน วตฺวา อิทานิ ตทญฺเญ ปฐมภูมิเก กามาวจรเทเว สามญฺญโต คณฺหนฺโต ‘‘จาตุมหาราชิกา’’ติ อาห. ตาสํ อธมฺมิกตายาติ ราชูนํ อธมฺมิกภาวมูลเกน อุปราชาทิอธมฺมิกภาวปรมฺปราภเตน ตาสํ เทวตานํ อธมฺมิกภาเวน. วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริหรนฺตีติ พหฺวาพาธตาทิ อนิฏฺฐผลูปนิสฺสยภูตสฺส ยถาวุตฺตอธมฺมิกตาสญฺญิตสฺส สาธารณสฺส ปาปกมฺมสฺส พเลน วิสมํ วายนฺเตน วายุนา ปีฬิยมานา จนฺทิมสูริยา สิเนรุํ ปริกฺขิปนฺตา วิสมํ ปริวตฺตนฺติ ยถามคฺเคน นปฺปวตฺตนฺตีติ. อสฺสิทํ ยถา จนฺทิมสูริยานํ วิสมปริวตฺตนํ วิสมวาตสงฺโขภเหตุกํ, เอวํ อุตุวสฺสาทิวิสมปฺปวตฺตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘วาโต ยถามคฺเคน น วายตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เทวตานนฺติ สีตวลาหกเทวตาทิเทวตานํ. เตนาห ‘‘สีตุณฺหเภโท อุตู’’ติอาทิ. ตสฺมึ อสมฺปชฺชนฺเตติ ตสฺมึ ยถาวุตฺเต วสฺสพีชภูเต อุตุมฺหิ ยถากาลํ สมฺปตฺตึ อนุปคจฺฉนฺเต.

‘‘น สมฺมา เทโว วสฺสตี’’ติ สงฺเขปโต วุตฺตมตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘กทาจี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ กทาจิ วสฺสตีติ กทาจิ อวสฺสนกาเล วสฺสติ. กทาจิ น วสฺสตีติ กทาจิ วสฺสิตพฺพกาเล น วสฺสติ. กตฺถจิ วสฺสติ, กตฺถจิ น วสฺสตีติ ปเทสมาห. ‘‘วสฺสนฺโตปี’’ติอาทิ ‘‘กทาจิ วสฺสติ, กทาจิ น วสฺสตี’’ติ ปททฺวยสฺเสว อตฺถวิวรณํ. วิคตคนฺธวณฺณรสาทีติ อาทิ-สทฺเทน นิโรชตํ สงฺคณฺหาติ. เอกสฺมึ ปเทเสติ ภตฺตปจนภาชนสฺส เอกปสฺเส. อุตฺตณฺฑุลนฺติ ปากโต อุกฺกนฺตตณฺฑุลํ. ตีหากาเรหีติ สพฺพโส อปริณตํ, เอกเทเสน ปริณตํ, ทุปริณตญฺจาติ เอวํ ตีหากาเรหิ. ปจฺจติ ปกฺกาสยํ อุปคจฺฉติ. อปฺปายุกาติ เอตฺถ ‘‘ทุพฺพณฺณา จา’’ติปิ วตฺตพฺพํ. เอวํ อุตุโภชนวเสน อายุ หายติ เหตุมฺหิ อปริกฺขีเณปิ ปจฺจยสฺส ปริทุพฺพลตฺตา.

‘‘ยทา ปนา’’ติอาทิ สุกฺกปกฺขสฺส อตฺโถ วุตฺตวิปริยาเยน เวทิตพฺโพ.

วฑฺฒิตฺวา วฑฺฒิตฺวา ปริหีนนฺติ เวทิตพฺพํ. กสฺมา? น หิ เอกสฺมึ อนฺตรกปฺเป อเนเก พุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ, เอโก เอว ปน อุปฺปชฺชตีติ. อิทานิ ตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘กถ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. จตฺตาริ ฐตฺวาติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. ยํยํอายุปริมาเณสูติ ยตฺตกยตฺตกปรมายุปฺปมาเณสุ. เตสมฺปีติ พุทฺธานํ. ตํ ตเทว อายุปริมาณํ โหติ, ตตฺถ การณํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว.

ชาติปริจฺเฉทาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา

โพธิปริจฺเฉทวณฺณนา

๘. มูเลติ มูลาวยวสฺส สมีเป. ตํ ปน ตสฺสา เหฏฺฐาปเทโส โหตีติ อาห ‘‘ปาฏลิรุกฺขสฺส เหฏฺฐา’’ติ. ตํทิวสนฺติ อตฺตนา ชาตทิวเส, ตํทิวสนฺติ วา ตํ ภควโต อภิสมฺโพธิทิวเส. โส กิร โพธิรุกฺโข สาลกลฺยาณี วิย ปถวิยา อพฺภนฺตเร เอว ปุเรตรํ วฑฺเฒนฺโต อภิสมฺโพธิทิวเส ปถวึ อุพฺภิชฺชิตฺวา อุฏฺฐิโต รตนสตํ อุจฺโจ, ตาวเทว จ วิตฺถโต หุตฺวา นภํ ปูเรนฺโต อฏฺฐาสิ. อยมฺปิ กิเรตสฺส รุกฺขภาเวน วิย อญฺเญหิ เวมตฺตตา. ฆนสํหตนาฬวณฺฏตาย กณฺณิกพทฺเธหิ วิย ปุปฺเผหิ. เอกสญฺฉนฺนาติ ปุปฺผานํ นิรนฺตรตาย เอกชฺฌํ สญฺฉนฺนา, ตตฺถ ตตฺถ นิพทฺธ…เป… สมุชฺชลนฺติ ตหํ ตหํ โอลมฺพิตกุสุมทาเมหิ เจว ตหํ ตหํ ขิตฺตมาลาปิณฺฑีหิ จ อิโต จิโต วิปฺปกิณฺณวิวิธวณฺฏมุตฺตปุปฺเผหิ จ สมฺมเทว อุชฺชลํ. อญฺญมญฺญํ สิรีสมฺปตฺตานีติ อญฺญมญฺญสฺส สิริยา โสภาย สมฺปนฺนานิ. พุทฺธคุณวิภวสิรินฺติ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ อภิคนฺตพฺพคุณวิภูติโสภํ. ปฏิวิชฺฌมาโนติ อธิคจฺฉนฺโต.

เสตมฺพรุกฺโขติ เสตวณฺณผโล อมฺพรุกฺโข. ตเทวาติ ปาฏลิยา วุตฺตปฺปมาณเมว. เอกโตติ เอกปสฺเส. สุรสานีติ สุมธุรรสานิ.

เอโกว ปลฺลงฺโกติ เอโกว ปลฺลงฺกปฺปเทโส. โส โส รุกฺโข ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ พุชฺฌนฺติ เอตฺถาติ กตฺวา.

สาวกยุคปริจฺเฉทวณฺณนา

๙. สาวกปริจฺเฉเทติ สาวกยุคปริจฺเฉเท. ‘‘ขณฺฑติสฺส’’นฺติ เทฺวปิ เอกชฺฌํ คเหตฺวา เอกตฺตวเสน วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ขณฺโฑ จ ติสฺโส จา’’ติ, พุทฺธานํ สโหทโร, เวมาติโกปิ วา เชฏฺฐภาตา น โหตีติ ‘‘เอกปิติโก กนิฏฺฐภาตา’’ติ วุตฺตํ. อวเสเสหิ ปุตฺเตหิ. ‘‘ปญฺญาปารมิยา มตฺถกํ ปตฺโต’’ติ วตฺวา ตสฺส มตฺถกปฺปตฺตํ คุณวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘สิขินา ภควตา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

อุตฺตโรติ อุตฺตโม. ปุน อุตฺตโรติ เถรํ นาเมน วทติ. ปารนฺติ ปรโกฏิมตฺถกํ. ปญฺญาวิสเยติ ปญฺญาธิกาเร. ปวตฺติฏฺฐานวเสน หิ ปวตฺตึ วทติ.

สาวกสนฺนิปาตปริจฺเฉทวณฺณนา

๑๐. อุโปสถนฺติ อาณาปาติโมกฺขํ. ทุติยตติเยสูติ ทุติเย, ตติเย จ สาวกสนฺนิปาเต. เอเสว นโยติ จตุรงฺคิกตํ อติทิสติ. อภินีหารโต ปฏฺฐาย วตฺถุํ กเถตฺวา ปพฺพชฺชา ทีเปตพฺพา, สา ปน ยสฺมา มโนรถปูรณิยํ องฺคุตฺตรฏฺฐกถายํ (อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๑๑) วิตฺถารโต อาคตา, ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ.

อุปฏฺฐากปริจฺเฉทวณฺณนา

๑๑. นิพทฺธุปฏฺฐากภาวนฺติ อารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว ปรินิพฺพานา นิยตอุปฏฺฐากภาวํ. อนิยตุอุปฏฺฐากา ปน ภควโต ปฐมโพธิยํ พหู อเหสุํ. เตนาห ‘‘ภควโต หี’’ติอาทิ. อิทานิ อานนฺทตฺเถโร เยน การเณน สตฺถุ นิพทฺธุปฏฺฐากภาวํ อุปคโต, ยถา จ อุปคโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ เอกทา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อหํ อิมินา มคฺเคน คจฺฉามี’’ติ อาห อนยพฺยสนาปาทเกน กมฺมุนา โจทิยมาโน. อถ นํ ภควา ตมตฺถํ อนาโรเจตฺวาว เขมํ มคฺคํ สนฺธาย ‘‘เอหิ ภิกฺขุ อิมินา คจฺฉามา’’ติ อาห. กสฺมา ปนสฺส ภควา ตมตฺถํ นาโรเจสีติ? อาโรจิเตปิ อสทฺทหนฺโต นาทิยิสฺสติ. ตญฺหิ ตสฺส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายาติติ. เตติ เต คมนํ, ‘‘ต’’นฺติ วา ปาโฐ.

อนฺวาสตฺโตติ อนุพทฺโธ, อุปทฺทุโต วา. ธมฺมคารวนิสฺสิโต สํเวโค ธมฺมสํเวโค ‘‘อเมฺหสุ นาม ติฏฺฐนฺเตสุ ภควโตปิ อีทิสํ ชาต’’นฺติ. ‘‘อหํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ วทนฺโต ธมฺมเสนาปติ อตฺถโต เอวํ วทนฺโต นาม โหตีติ ‘‘อหํ ภนฺเต ตุเมฺห’’ติอาทิ วุตฺตํ. อสุญฺญาเยว เม สา ทิสาติ อสุญฺญาเยว มม สา ทิสา. ตตฺถ การณมาห ‘‘ตว โอวาโท พุทฺธานํ โอวาทสทิโส’’ติ.

วสิตุํ น ทสฺสตีติ เอกคนฺธกุฏิยํ วาสํ น ลภิสฺสตีติ อธิปฺปาโย. ปรมฺมุขา เทสิตสฺสาปิ ธมฺมสฺสาติ สุตฺตนฺตเทสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. อภิธมฺมเทสนา ปนสฺส ปรมฺมุขาว ปวตฺตา ปเคว ยาจนาย. ตสฺสา วาจนามคฺโคปิ สาริปุตฺตตฺเถรปฺปภโว. กสฺมา? โส นิทฺเทสปฏิสมฺภิทา วิย เถรสฺส ภิกฺขุโต คหิตธมฺมกฺขนฺธปกฺขิโย. อปเร ปน ‘‘ธมฺมภณฺฑาคาริโก ปฏิปาฏิยา ติกทุเกสุ เทวสิกํ กโตกาโส ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ, ภควาปิสฺส ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ นยทานวเสน วิสฺสชฺเชสิ. เอวํ อภิธมฺโมปิ สตฺถารา ปรมฺมุขา เทสิโตปิ เถเรน สมฺมุขา ปฏิคฺคหิโตว อโหสี’’ติ วทนฺติ. สพฺพํ วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.

อคฺคุปฏฺฐาโกติ อุปฏฺฐาเน สกฺกจฺจการิตาย อคฺคภูโต อุปฏฺฐาโก. เถโร หิ อุปฏฺฐากฏฺฐานํ ลทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ภควนฺตํ ทุวิเธน อุทเกน, ติวิเธน ทนฺตกฏฺเฐน, ปาทปริกมฺเมน, คนฺธกุฏิปริเวณสมฺมชฺชเนนาติ เอวมาทีหิ กิจฺเจหิ อุปฏฺฐหนฺโต ‘‘อิมาย นาม เวลาย สตฺถุ อิทํ นาม ลทฺธุํ วฏฺฏติ, อิทํ นาม กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ ตํ นิปฺผาเทนฺโต มหตึ ทณฺฑทีปิกํ คเหตฺวา เอกรตฺตึ คนฺธกุฏิปริเวณํ นว วาเร อนุปริยายติ. เอวํ หิสฺส อโหสิ ‘‘สเจ เม ถินมิทฺธํ โอกฺกเมยฺย, ภควติ ปกฺโกสนฺเต ปฏิวจนํ ทาตุํ นาหํ สกฺกุเณยฺย’’นฺติ, ตสฺมา สพฺพรตฺตึ ทณฺฑทีปิกํ หตฺเถน น มุญฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อคฺคุปฏฺฐาโก’’ติ.

๑๒. ปิตุมาตุชาตนครปริจฺเฉโท ปิตุมุเขน อาคตตฺตา ‘‘ปิติปริจฺเฉโท’’ติ วุตฺโต.

วิหารํ ปาวิสีติ คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. เอตฺตกํ กเถตฺวาติ กปฺปปริจฺเฉทาทินววารปฏิมณฺฑิตํ วิปสฺสีอาทีนํ สตฺตนฺนํ พุทฺธานํ ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตํ เอตฺตาวตา เทสนํ เทเสตฺวา. กสฺมา ปเนตฺถ ภควา วิปสฺสีอาทีนํ สตฺตนฺนํเยว พุทฺธานํ ปุพฺเพนิวาสํ กเถสิ, น พุทฺธวํสเทสนายํ (พุ. วํ. ๖๔ คาถาทโย) วิย ปญฺจวีสติยา พุทฺธานํ, ตโต วา ปน ภิยฺโยติ? อนธิการโต, ปโยชนาภาวโต จ. พุทฺธวํสเทสนายญฺหิ (พุ. วํ. ๗๕) –

‘‘กีทิโส เต มหาวีร, อภินีหาโร นรุตฺตม;

กมฺหิ กาเล ตยา วีร, ปตฺถิตา โพธิมุตฺตมา’’ติ. อาทินา –

ปวตฺตํ ตํ ปุจฺฉํ อธิการํ อฏฺฐุปฺปตฺตึ กตฺวา ยสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาทมูเล อตฺตนา มหาภินีหาโร กโต, ตํ ทีปงฺกรํ ภควนฺตํ อาทึ กตฺวา เยสํ จตุวีสติยา พุทฺธานํ สนฺติกา โพธิยา ลทฺธพฺยากรโณ หุตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ปารมิโย ปูเรสิ, เตสํ ปฏิปตฺติสงฺขาโต ปุพฺเพนิวาโส, อตฺตโน จ ปฏิปตฺติ กถิตา, อิธ ปน ตาทิโส อธิกาโร นตฺถิ, เยน ทีปงฺกรโต ปฏฺฐาย, ตโต วา ปน ปุรโต พุทฺเธ อารพฺภ ปุพฺเพนิวาสํ กเถยฺย. ตสฺมา น เอตฺถ พุทฺธวํสเทสนายํ วิย ปุพฺเพนิวาโส วิตฺถาริโต. ยสฺมา จ พุทฺธานํ เทสนา นาม เทสนาย ภาชนภูตานํ ปุคฺคลานํ ญาณพลานุรูปา, น อตฺตโน ญาณพลานุรูปา, ตสฺมา ตตฺถ อคฺคสาวกานํ, มหาสาวกานํ, (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๒๑ วงฺคีสตฺเถรคาถาวณฺณนา) ตาทิสานญฺจ เทวพฺรหฺมานํ วเสน เทสนา วิตฺถาริตา. อิธ ปน ปกติสาวกานํ, ตาทิสานญฺจ เทวตานํ วเสน ปุพฺเพนิวาสํ กเถนฺโต สตฺตนฺนเมว พุทฺธานํ ปุพฺเพนิวาสํ กเถสิ. ตถา หิ เน ภควา ปโลภนวเสน สมุตฺเตเชตุํ สปฺปปญฺจตาย กถาย เทสนํ มตฺถกํ อปาเปตฺวาว คนฺธกุฏึ ปาวิสิ. ตถา จ อิมิสฺสา เอว เทสนาย อนุสารโต อาฏานาฏิยปริตฺต- (ที. นิ. ๓.๒๗๕) เทสนาทโย ปวตฺตา.

อปิเจตฺถ ภควา อตฺตโน สุทฺธาวาสจาริกาวิภาวินิยา อุปริเทสนาย สงฺคหตฺถํ วิปสฺสีอาทีนํ เอว สตฺตนฺนํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ ปุพฺเพนิวาสํ กเถสิ. เตสํเยว หิ สาวกา ตทา เจว เอตรหิ จ สุทฺธาวาสภูมิยํ ฐิตา, น อญฺเญสํ ปรินิพฺพุตตฺตา. ‘‘สิทฺธตฺถติสฺสผุสฺสานํ กิร พุทฺธานํ สาวกา สุทฺธาวาเสสุ อุปปนฺนา อุปปตฺติสมนนฺตรเมว อิมสฺมึ สาสเน อุปกาทโย วิย อรหตฺตํ อธิคนฺตฺวา นจิรสฺเสว ปรินิพฺพายึสุ, น ตตฺถ ตตฺถ ยาวตายุกํ อฏฺฐํสู’’ติ วทนฺติ. ตถา เยสํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ ปฏิเวธสาสนํ เอกํสโต นิจฺฉเย น อชฺชาปิ ธรติ, น อนฺตรหิตํ, เต เอว กิตฺเตนฺโต วิปสฺสีอาทีนํเยว ภควนฺตานํ ปุพฺเพนิวาสํ อิมสฺมึ สุตฺเต กเถสิ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน. อปุพฺพาจริมนิยโม ปน อปราปรํ สํสรณกสตฺตวาสวเสน เอกิสฺสา โลกธาตุยา อิจฺฉิโตติ น เตเนตํ วิรุชฺฌตีติ ทฏฺฐพฺพํ. นิรนฺตรํ มตฺถกํ ปาเปตฺวาติ อภิชาติโต ปฏฺฐาย ยาว ปาติโมกฺขุทฺเทโส ยาว ตา พุทฺธกิจฺจสิทฺธิ, ตาว มตฺถกํ สิขํ ปาเปตฺวา. น ตาว กถิโตติ โยชนา.

ตนฺตินฺติ ธมฺมตนฺตึ, ปริยตฺตินฺติ อตฺโถ. ปุตฺตปุตฺตมาตุยานวิหารธนวิหารทายกาทีนํ สมฺพหุลานํ อตฺถานํ วิภาวนวเสน ปวตฺตวาโร สมฺพหุลวาโร.

สมฺพหุลวารวณฺณนา

กามญฺจายํ ปาฬิยํ อนาคโต, อฏฺฐกถาสุ อาคตตฺตา ปน อาเนตฺวา ทีเปตพฺโพติ ตํ ทีเปนฺโต ‘‘สพฺพโพธิสตฺตานญฺหี’’ติอาทิมาห. กุลวํโส กุลานุกฺกโม. ปเวณีติ ปรมฺปรา. ‘‘กสฺมา’’ติ ปุตฺตุปฺปตฺติยา การณํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ วิสฺสชฺเชนฺโต ‘‘สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานญฺหี’’ติอาทิมาห, เตน เตสํ ชาตนคราทิ ปญฺญายมานํ เอกํสโต มนุสฺสภาวสญฺชานนตฺถํ อิจฺฉิตพฺพํ, อญฺญถา ยถาธิปฺเปตพุทฺธกิจฺจสิทฺธิ เอว น สิยาติ ทสฺเสติ, ยโต มหาสตฺตานํ จริมภเว มนุสฺสโลเก เอว ปาตุภาโว, น อญฺญตฺถ.

สมฺพหุลปริจฺเฉทวณฺณนา

จนฺทาทีนํ โสภาวิเสสํ รเหติ จชาเปตีติ ราหุ, ราหุคฺคโห, อิธ ปน ราหุ วิยาติ ราหุ. พนฺธนนฺติ จ อนตฺถุปฺปตฺติฏฺฐานตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตถา มหาสตฺเตน วุตฺตวจนเมว คเหตฺวา กุมารสฺส ‘‘ราหุโล’’ติ นามํ อกํสุ. อถาติ นิปาตมตฺตํ. โรจินีติ โรจนสีลา, อุชฺชลรูปาติ อตฺโถ. รุจคฺคตีติ รุจํ ปภาตํ อาคติภูตา, ค-การาคมํ กตฺวา วุตฺตํ. อิตฺถิรตนภาวโต มนุสฺสโลเก สพฺพาสํ อิตฺถีนํ พิมฺพปฏิจฺฉนฺนภูตาติ พิมฺพา.

ฌานา วุฏฺฐายาติ ปาทกชฺฌานโต อุฏฺฐาย.

อฏฺฐงฺคุลุพฺเพธาติ อฏฺฐงฺคุลปฺปมาณพหลภาวา. จูฬํเสน ฉาเทตฺวาติ ติริยภาเคน ฐปนวเสน สพฺพํ วิหารฏฺฐานํ ฉาเทตฺวา. สุวณฺณยฏฺฐิผาเลหีติ ผาลปฺปมาณาหิ สุวณฺณยฏฺฐีหิ. สุวณฺณหตฺถิปาทานีติ ปกติหตฺถิปาทปริมาณานิ สุวณฺณขณฺฑานิ. วุตฺตนเยเนวาติ จูฬํเสเนว. สุวณฺณกฏฺฏีหีติ สุวณฺณขณฺเฑหิ. สลกฺขณานนฺติ ลกฺขณสมฺปนฺนานํ สหสฺสารานํ.

โพธิปลฺลงฺโกติ อภิสมฺพุชฺฌนกาเล นิสชฺชฏฺฐานํ. อวิชหิโตติ พุทฺธานํ ตถานิสชฺชาย อนญฺญตฺถภาวีภาวโต อปริจฺจตฺโต. เตนาห ‘‘เอกสฺมึเยว ฐาเน โหตี’’ติ. ปฐมปทคณฺฐิกาติ ปจฺฉิเม โสปานผลเก ฐตฺวา ฐปิยมานสฺส ทกฺขิณปาทสฺส ปติฏฺฐหนฏฺฐานํ. ตํ ปน ยสฺมา ทฬฺหํ ถิรํ เกนจิ อเภชฺชํ โหติ, ตสฺมา ‘‘ปทคณฺฐี’’ติ วุตฺตํ. ยสฺมึ ภูมิภาเค อิทานิ เชตวนมหาวิหาโร, ตตฺถ ยสฺมึ ฐาเน ปุริมานํ สพฺพพุทฺธานํ มญฺจา ปญฺญตฺตา, ตสฺมึเยว ปเทเส อมฺหากมฺปิ ภควโต มญฺโจ ปญฺญตฺโตติ กตฺวา ‘‘จตฺตาริ มญฺจปาทฏฺฐานานิ อวิชหิตาเนว โหนฺตี’’ติ วุตฺตํ. มญฺจานํ ปน มหนฺตขุทฺทกภาเวน มญฺจปญฺญาปนปเทสสฺส มหนฺตามหนฺตตา อปฺปมาณํ, พุทฺธานุภาเวน ปน โส ปเทโส สพฺพทา เอกปฺปมาโณเยว โหตีติ ‘‘จตฺตาริ มญฺจปาทฏฺฐานานิ อวิชหิตาเนว โหนฺตี’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. วิหาโรปิ น วิชหิโต เยวาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปุริมํ วิหารฏฺฐานํ น ปริจฺจชตีติ หิ อตฺโถ.

วิสิฏฺฐา มตฺตา วิมตฺตา, วิมตฺตาว เวมตฺตํ, วิสทิสตาติ อตฺโถ. ปมาณํ อาโรโห. ปธานํ ทุกฺกรกิริยา. รสฺมีติ สรีรปฺปภา.

‘‘สตฺตานํ ปากติกหตฺเถน ฉหตฺโถ มชฺฌิมปุริโส, ตโต ติคุณํ ภควโต สรีรปฺปมาณนฺติ ภควา อฏฺฐารสหตฺโถ’’ติ วทนฺติ. อปเร ปน ภณนฺติ ‘‘มนุสฺสานํ ปากติกหตฺเถน จตุหตฺโถ มชฺฌิมปุริโส, ตโต ติคุณํ ภควโต สรีรปฺปมาณนฺติ ภควา ทฺวาทสหตฺโถ อุปาทินฺนกรูปธมฺมวเสน, สมนฺตโต ปน พฺยามมตฺตํ พฺยามปฺปภา ผรตีติ อุปริ ฉหตฺถํ อพฺภุคฺคโต, พหลตรปฺปภา รูเปน สทฺธึ อฏฺฐารสหตฺโถ โหตี’’ติ.

อทฺธนิยนฺติ ทีฆกาลํ.

อชฺฌาสยปฏิพทฺธนฺติ โพธิสมฺภารสมฺภรณกาเล ตถาปวตฺตชฺฌาสยาธีนํ, ตถาปวตฺตปตฺถนานุรูปํ วิปุลํ, วิปุลตรญฺจ โหตีติ อตฺโถ. สฺวายมตฺโถ จริยาปิฏกวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ ยสฺมา สรีรปฺปมาณํ, ปธานํ, สรีรปฺปภา จ พุทฺธานํ วิสทิสาติ อิธ ปาฬิยํ อนาคตา, ตสฺมา เตหิ สทฺธึ เวมตฺตตาสามญฺเญน อายุกุลานิปิ อิธ อาหริตฺวา ทีปิตานิ. ปฏิวิทฺธคุเณสูติ อธิคตสพฺพญฺญุคุเณสุ. นนุ จ โพธิสมฺภาเรสุ, เวเนยฺยปุคฺคลปริมาเณ จ เวมตฺตํ นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, ตทุภยํ ปน พุทฺธคุณคฺคหเณน คหิตเมว โหตีติ น อุทฺธฏํ. ยทคฺเคน หิ สพฺพพุทฺธานํ พุทฺธคุเณสุ เวมตฺตํ นตฺถิ, ตทคฺเคน เนสํ สมฺโพธิสมฺภาเรสุปิ เวมตฺตํ นตฺถีติ. กสฺมา? เหตุอนุรูปตาย ผลสฺส, เอกนฺเตเนว เวเนยฺยปุคฺคลปริมาเณ เวมตฺตภาโว วิภาวิโต. มหาโพธิสตฺตานญฺหิ เหตุอวตฺถายํ สมฺภตูปนิสฺสยินฺทฺริยปริปากา เวเนยฺยปุคฺคลา จริมภเว อรหตฺตสมฺปตฺติยา ปริโปสิตานิ กมลวนานิ สูริยรสฺมิสมฺผสฺเสน วิย ตถาคตคุณานุภาวสมฺผสฺเสน วิโพธํ อุปคจฺฉนฺตีติ ทีเปสุํ อฏฺฐกถาจริยา.

นิธิกุมฺโภติ จตฺตาโร มหานิธโย สนฺธาย วทติ. ชาโต จาติ. จ-สทฺเทน กตมหาภินีหาโร จาติ อยมฺปิ อตฺโถ สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. วุตฺตํ เหตํ พุทฺธวํเส –

‘‘ตาราคณา วิโรจนฺติ, นกฺขตฺตา คคนมณฺฑเล;

วิสาขา จนฺทิมายุตฺตา, ธุวํ พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ. (พุ. วํ. ๖๕);

‘‘เอเตเนว จ สพฺพพุทฺธานํ วิสาขานกฺขตฺเตเนว มหาภินีหาโร โหตี’’ติ จ วทนฺติ.

๑๓. อยํ คตีติ อยํ ปวตฺติ ปวตฺตนากาโร, อญฺเญ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตา อิมินา อากาเรน อนุสฺสรนฺตีติ อตฺโถ, ยสฺมา จุติโต ปฏฺฐาย ยาว ปฏิสนฺธิ, ตาว อนุสฺสรณํ อาโรหนํ อตีตอตีตตรอตีตตมาทิชาติสงฺขาเต ปุพฺเพนิวาเส ญาณสฺส อภิมุขภาเวน ปวตฺตีติ กตฺวา. ตสฺมา ปฏิสนฺธิโต ปฏฺฐาย ยาว จุติ, ตาว อนุสฺสรณํ โอโรหนํ ปุพฺเพนิวาเส ปฏิมุขภาเวน ญาณสฺส ปวตฺตีติ อาห ‘‘ปจฺฉามุขํ ญาณํ เปเสตฺวา’’ติ. จุติคนฺตพฺพนฺติ ยํ ปนิทํ จุติยา ญาณคติยา คนฺตพฺพํ, ตํ คมนํ พุชฺฌนนฺติ อตฺโถ. ครุกนฺติ ภาริยํ ทุกฺกรํ. เตนาห ‘‘อากาเส ปทํ ทสฺเสนฺโต วิยา’’ติ. อปรมฺปิ การณนฺติ ฉินฺนวฏุมานุสฺสรณํ ปจฺฉามุขํ ญาณํ เปสนโต อปรํ อจฺฉริยพฺภุตการณํ. ยตฺราติ ปจฺจตฺตตฺเถ, นามาติ อจฺฉริยตฺเถ นิปาโต, หิ-สทฺโท อนตฺถโก. เตนาห ‘‘โย นาม ตถาคโต’’ติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘ยตฺรา’’ติ นิปาตวเสน วิสุํ ยตฺร-สทฺทคฺคหณํ สมตฺถิตํ โหติ. ปปญฺเจนฺติ สตฺตสนฺตานํ สํสาเร วิตฺถาเรนฺตีติ ปปญฺจํ. กมฺมวฏฺฏํ วุจฺจตีติ กิเลสวฏฺฏสฺส ปปญฺจคฺคหเณน, วิปากวฏฺฏสฺส ทุกฺขคฺคหเณน คหิตตฺตา. ปริยาทินฺนวฏฺเฏติ สพฺพโส เขปิตวฏฺเฏ. ‘‘มคฺคสีเลน ผลสีเลนา’’ติ วตฺวา ตยิทํ มคฺคผลสีลํ โลกิยสีลปุพฺพกํ, พุทฺธานญฺจ โลกิยสีลมฺปิ โลกุตฺตรสีลํ วิย อนญฺญสาธารณํ เอวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘โลกิยโลกุตฺตรสีเลนา’’ติ วุตฺตํ. สมาธิปญฺญาสุปิ เอเสว นโย. สมาธิปกฺขาติ สมาธิ จ สมาธิปกฺขา จ สมาธิปกฺขา, เอกเทสสรูเปกเสโส ทฏฺฐพฺโพ. เตนาห ‘‘มคฺคสมาธินา’’ติอาทิ, ‘‘วิหาโร คหิโต วา’’ติ จ. สมาธิปกฺขา นาม วีริยสติอาทโย.

สยนฺติ อตฺตนา. นีวรณาทีหีติ นีวรเณหิ เจว ตเทกฏฺเฐหิ จ ปาปธมฺเมหิ, วิตกฺกวิจาราทีหิ จ. ‘‘วิมุตฺตตฺตา วิมุตฺตีติ สงฺขฺยํ คจฺฉนฺตี’’ติ อิมินา วิมุตฺติ-สทฺทสฺส กมฺมสาธนตํ อาห อฏฺฐสมาปตฺติอาทิวิสยตฺตา ตสฺส. วิมุตฺตตฺตาติ จ ‘‘วิกฺขมฺภนวเสน วิมุตฺตตฺตา’’ติอาทินา โยเชตพฺพํ. ตสฺส ตสฺสาติ อนิจฺจานุปสฺสนาทิกสฺส. ปจฺจนีกงฺควเสนาติ ปหาตพฺพปฏิปกฺของฺควเสน. ปฏิปฺปสฺสทฺธนฺเต อุปฺปนฺนตฺตาติ กิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนํ ปฏิปฺปสฺสทฺธํ, โส เอว อนฺโต ปริโยสานภาวโต, ตสฺมึ สาเธตพฺเพ นิพฺพตฺตตฺตา, ตํตํมคฺควชฺฌกิเลสานํ ปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน ปวตฺตตฺตาติ อตฺโถ. กิเลเสหิ นิสฺสฏตา, อปคโม จ นิพฺพานสฺส เตหิ วิวิตฺตตฺตา เอวาติ อาห ‘‘ทูเร ฐิตตฺตา’’ติ.

๑๖. ธมฺมธาตูติ ธมฺมานํ สภาโว, อตฺถโต จตฺตาริ อริยสจฺจานิ. สุปฺปฏิวิทฺธาติ สุฏฺฐุ ปฏิวิทฺธา สวาสนานํ สพฺเพสํ กิเลสานํ ปชหนโต. เอวญฺหิ สพฺพญฺญุตา, ทสพลญาณาทโย จาติ สพฺเพ พุทฺธคุณา ภควตา อธิคตา อเหสุํ. อรหตฺตํ ธมฺมธาตูติ เกจิ. สพฺพญฺญุตญาณนฺติ อปเร. ทฺวีหิ ปเทหีติ ทฺวีหิ วาเกฺยหิ. อาพทฺธนฺติ ปฏิพทฺธํ ตํมูลกตฺตา อุปริเทสนาย. เทวจาริกโกลาหลนฺติ อตฺตโน เทวโลเก จาริกายํ สุทฺธาวาสเทวานํ กุตูหลปฺปวตฺตึ ทสฺเสนฺโต สุตฺตนฺตปริโยสาเน (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๙๑) วิจาเรสฺสติ, อตฺถโต วิภาเวสฺสตีติ โยชนา. อยํ เทสนาติ ‘‘อิโต โส ภิกฺขเว’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๔) วิตฺถารโต ปวตฺติตเทสนมาห. นิทานกณฺเฑติอาทิโต เทสิตํ อุทฺเทสเทสนมาห. สา หิ อิมิสฺสา เทสนาย นิทานฏฺฐานิยตฺตา ตถา วุตฺตา.

โพธิสตฺตธมฺมตาวณฺณนา

๑๗. ‘‘วิปสฺสีติ ตสฺส นาม’’นฺติ วตฺวา ตสฺส อนฺวตฺถตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตญฺจ โข’’ติอาทิ วุตฺตํ. วิวิเธ อตฺเถติ ติโรหิตวิทูรเทสคตาทิเก นีลาทิวเสน นานาวิเธ, ตทญฺเญ จ อินฺทฺริยโคจรภูเต เต จ ยถูปคเต, โวหารวินิจฺฉเย จาติ นานาวิเธ อตฺเถ. ปสฺสนกุสลตายาติ ทสฺสเน นิปุณภาเวน. ยาถาวโต เญยฺยํ พุชฺฌตีติ โพธิ, โส เอว สตฺตโยคโต โพธิสตฺโตติ อาห ‘‘ปณฺฑิตสตฺโต พุชฺฌนกสตฺโต’’ติ. สุจินฺติตจินฺติตาทินา ปน ปณฺฑิตภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยทา จ ปนาเนน มหาภินีหาโร กโต, ตโต ปฏฺฐาย มหาโพธิยํ เอกนฺตนินฺนตฺตา โพธิมฺหิ สตฺโต โพธิสตฺโตติ อาห ‘‘โพธิสงฺขาเตสู’’ติอาทิ. มคฺคญาณปทฏฺฐานญฺหิ สพฺพญฺญุตญาณํ, สพฺพญฺญุตญาณปทฏฺฐานญฺจ มคฺคญาณํ ‘‘โพธี’’ติ วุจฺจติ. ‘‘สโต สมฺปชาโน’’ติ อิมินา จตุตฺถาย คพฺภาวกฺกนฺติยา โอกฺกมีติ ทสฺเสติ. จตสฺโส หิ คพฺภาวกฺกนฺติโย อิเธกจฺโจ คพฺโภ มาตุกุจฺฉิยํ โอกฺกมเน, ฐาเน, นิกฺขมเนติ ตีสุ ฐาเนสุ อสมฺปชาโน โหติ, เอกจฺโจ ปฐเม ฐาเน สมฺปชาโน, น อิตเรสุ, เอกจฺโจ ปฐเม, ทุติเย จ ฐาเน สมฺปชาโน, น ตติเย, เอกจฺโจ ตีสุปิ ฐาเนสุ สมฺปชาโน โหติ. ตตฺถ ปฐมา คพฺภาวกฺกนฺติ โลกิยมหาชนสฺส วเสน วุตฺตา, ทุติยา อสีติมหาสาวกานํ (เถรคา. อฏฺฐ. ๒.๒๑ วงฺคีสตฺเถรคาถาวณฺณนาย วิตฺถาโร) วเสน, ตติยา ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ, ปจฺเจกพุทฺธานญฺจ วเสน. เต กิร กมฺมชวาเตหิ อุทฺธํปาทา อโธสิรา อเนกสตโปริเส ปปาเต วิย โยนิมุเข ขิตฺตา ตาฬจฺฉิคฺคเฬน หตฺถี วิย สมฺพาเธน โยนิมุเขน นิกฺขมนฺตา มหนฺตํ ทุกฺขํ ปาปุณนฺติ, เตน เนสํ ‘‘มยํ นิกฺขมามา’’ติ สมฺปชญฺญํ น โหติ. จตุตฺถา สพฺพญฺญุโพธิสตฺตานํ วเสน. เต หิ มาตุกุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺตาปิ ปชานนฺติ, ตตฺถ วสนฺตาปิ ปชานนฺติ, นิกฺขมนกาเลปิ ปชานนฺติ. น หิ เต กมฺมชวาตา อุทฺธํปาเท อโธสิเร กตฺวา ขิปิตุํ สกฺโกนฺติ, เทฺว หตฺเถ ปสาริตฺวา อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา ฐิตกาว นิกฺขมนฺตีติ. ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ ปุพฺพภาเค ปญฺจมหาวิโลกนญาเณหิ เจว ‘‘อิทานิ จวามี’’ติ จุติปริจฺฉินฺทนญาเณน จ อปรภาเค ‘‘อิธ มยา ปฏิสนฺธิ คหิตา’’ติ ปฏิสนฺธิปริจฺฉินฺทนญาเณน จ ปริจฺฉิชฺช ชานิตฺวา.

ปญฺจนฺนํ มหาปริจฺจาคานํ, ญาตตฺถจริยาทีนญฺจ สติปิ ปารมิยา ปริยาปนฺนภาเว สมฺภารวิเสสภาวทสฺสนตฺถํ วิสุํ คหณํ. ตตฺถ องฺคปริจฺจาโค, นยนปริจฺจาโค, อตฺตปริจฺจาโค, รชฺชปริจฺจาโค, ปุตฺตทารปริจฺจาโคติ อิเม ปญฺจ มหาปริจฺจาคา. ตตฺถาปิ กามํ องฺคปริจฺจาคาทโยปิ ทานปารมีเยว, ตถาปิ ปริจฺจาควิเสสภาวทสฺสนตฺถญฺเจว สุทุกฺกรภาวทสฺสนตฺถญฺจ มหาปริจฺจาคานํ วิสุํ คหณํ. ตโต เอว จ องฺคปริจฺจาคโตปิ วิสุํ นยนปริจฺจาคคฺคหณํ, ปริจฺจาคภาวสามญฺเญปิ รชฺชปริจฺจาคปุตฺตทารปริจฺจาคคฺคหณญฺจ กตํ. ญาตีนํ อตฺถจริยา ญาตตฺถจริยา, สา จ โข กรุณายนวเสน. ตถา สตฺตโลกสฺส ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถานํ วเสน หิตจริยา โลกตฺถจริยา. กมฺมสฺสกตาญาณวเสน, อนวชฺชกมฺมายตนสิปฺปายตนวิชฺชาฐานวเสน, ขนฺธายตนาทิวเสน, ลกฺขณตฺตยาทิตีรณวเสน จ อตฺตโน, ปเรสญฺจ ตตฺถ สติปฏฺฐาเนน ญาณจาโร พุทฺธจริยา, สา ปนตฺถโต ปญฺญาปารมีเยว, ญาณสมฺภารวิเสสตาทสฺสนตฺถํ ปน วิสุํ คหณํ. พุทฺธจริยานนฺติ พหุวจนนิทฺเทเสน ปุพฺพโยคปุพฺพจริยาธมฺมกฺขานาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ คตปจฺจาคตวตฺตสงฺขาตาย ปุพฺพภาคปฏิปทาย สทฺธึ อภิญฺญาสมาปตฺตินิปฺผาทนํ ปุพฺพโยโค. ทานาทีสุเยว สาติสยปฏิปตฺติ ปุพฺพจริยา. ‘‘ยาว จริยาปิฏเก สงฺคหิตา อภินีหาโร ปุพฺพโยโค, กายาทิวิเวกวเสน เอกจริยา ปุพฺพจริยา’’ติ เกจิ. ทานาทีนญฺเจว อปฺปิจฺฉตาทีนญฺจ สํสารนิพฺพาเนสุ อาทีนวานิสํสานญฺจ วิภาวนวเสน, สตฺตานํ โพธิตฺตเย ปติฏฺฐาปนปริปาจนวเสน จ ปวตฺตกถา ธมฺมกฺขานํ. โกฏึ ปตฺวาติ ปรํ ปริยนฺตํ ปรมุกฺกํสํ ปาปุณิตฺวา. สตฺตมหาทานานีติ อฏฺฐวสฺสิกกาเล ‘‘หทยมํสาทีนิปิ ยาจกานํ ทเทยฺย’’นฺติ อชฺฌาสยํ อุปฺปาเทตฺวา ทินฺนทานํ, มงฺคลหตฺถิทานํ, คมนกาเล ทินฺนํ สตฺตสตฺตกมหาทานํ, มคฺคํ คจฺฉนฺเตน ทินฺนํ อสฺสทานํ, รถทานํ, ปุตฺตทานํ, ภริยาทานนฺติ อิมานิ สตฺต มหาทานานิ (จริยา. ๗๙) ทตฺวา.

‘‘อิทาเนว เม มรณํ โหตู’’ติ อธิมุจฺจิตฺวา กาลกรณํ อธิมุตฺติกาลกิริยา, ตํ โพธิสตฺตานํเยว, น อญฺเญสํ. โพธิสตฺตา กิร ทีฆายุกเทวโลเก ฐิตา ‘‘อิธ ฐิตสฺส เม โพธิสมฺภารสมฺภรณํ น สมฺภวตี’’ติ กตฺวา ตตฺถ วาสโต นิพฺพินฺทมานสา โหนฺติ, ตทา วิมานํ ปวิสิตฺวา อกฺขีนิ นิมีเลตฺวา ‘‘อิโต อุทฺธํ เม ชีวิตํ นปฺปวตฺตตู’’ติ จิตฺตํ อธิฏฺฐาย นิสีทนฺติ, จิตฺตาธิฏฺฐานสมนนฺตรเมว มรณํ โหติ. ปารมีธมฺมานญฺหิ อุกฺกํสปฺปวตฺติยา ตสฺมึ ตสฺมึ อตฺตภาเว อภิญฺญาสมาปตฺตีหิ สนฺตานสฺส วิเสสิตตฺตา อตฺตสิเนหสฺส ตนุภาเวน, สตฺเตสุ จ มหากรุณาย อุฬารภาเวน อธิฏฺฐานสฺส ติกฺขวิสทภาวาปตฺติยา โพธิสตฺตานํ อธิปฺปายา สมิชฺฌนฺติ. จิตฺเต, วิย กมฺเมสุ จ เนสํ วสีภาโว, ตสฺมา ยตฺถ อุปปนฺนานํ ปารมิโย สมฺมเทว ปริพฺรูหนฺติ. วุตฺตนเยน กาลํ กตฺวา ตตฺถ อุปปชฺชนฺติ. ตถา หิ อมฺหากํ มหาสตฺโต อิมสฺมึเยว กปฺเป นานาชาตีสุ อปริหีนชฺฌาโน กาลํ กตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต, อปฺปกเมว กาลํ ตตฺถ ฐตฺวา ตโต จวิตฺวา มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺโต, ปารมีสมฺภรณปสุโต อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘โพธิสตฺตานํเยว, น อญฺเญส’’นฺติ. ‘‘เอเกนอตฺตภาเวน อนฺตเรน ปารมีนํ สพฺพโส ปูริตตฺตา’’ติ อิมินา ปโยชนาภาวโต ตตฺถ ฐตฺวา อธิมุตฺติกาลกิริยา นาม นาโหสีติ ทสฺเสติ. อปิ จ ตตฺถ ยาวตายุกฏฺฐานํ จริมภเว อเนกมหานิธิสมุฏฺฐานปุพฺพิกาย ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสาย มหาสมฺปตฺติยา นิพฺพตฺติ วิย, พุทฺธภูตสฺส อสทิสทานาทิวเสน อนญฺญสาธารณลาภุปฺปตฺติ วิย จ ‘‘อิโต ปรํ มหาปุริสสฺส ทิพฺพสมฺปตฺติอนุภวนํ นาม นตฺถี’’ติ อุสฺสาหชาตสฺส ปุญฺญสมฺภารสฺส วเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. อยเญฺหตฺถ ธมฺมตา.

มนุสฺสคณนาวเสน, น เทวคณนาวเสน. ปุพฺพนิมิตฺตานีติ จุติยา ปุพฺพนิมิตฺตานิ. อมิลายิตฺวาติ เอตฺถ อมิลาตคฺคหเณเนว ตาสํ มาลานํ วณฺณสมฺปทายปิ คนฺธสมฺปทายปิ โสภาสมฺปทายปิ อวินาโส ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. พาหิรพฺภนฺตรานํ รโชชลฺลานํ เลปสฺสปิ อภาวโต เทวานํ สรีรคตานิ วตฺถานิ สพฺพกาลํ ปริสุทฺธปฺปภสฺสราเนว หุตฺวา ติฏฺฐนฺตีติ อาห ‘‘วตฺเถสุปิ เอเสว นโย’’ติ. เนว สีตํ น อุณฺหนฺติ ยสฺส สีตสฺส ปฏิการวเสน อธิกํ เสวิยมานํ อุณฺหํ, สยเมว วา ขรตรํ หุตฺวา อภิภวนฺตํ สรีเร เสทํ อุปฺปาเทยฺย, ตาทิสํ เนว สีตํ, น อุณฺหํ โหติ. ตสฺมึ กาเลติ ยถาวุตฺตมรณาสนฺนกาเล. พินฺทุพินฺทุวเสนาติ ฉินฺนสุตฺตาย อามุตฺตมุตฺตาวลิยา นิปตนฺตา มุตฺตคุฬิกา วิย พินฺทุ พินฺทุ หุตฺวา. เสทาติ เสทธารา มุจฺจนฺติ. ทนฺตานํ ขณฺฑิตภาโว ขณฺฑิจฺจํ. เกสานํ ปลิตภาโว ปาลิจฺจํ.อาทิ-สทฺเทน วลิตฺตจตํ สงฺคณฺหาติ. กิลนฺตรูโป อตฺตภาโว โหติ, น ปน ขณฺฑิจฺจปาลิจฺจาทีติ อธิปฺปาโย. อุกฺกณฺฐิตาติ อนภิรติ. สา นตฺถิ อุปรูปริ อุฬารอุฬารานเมว โภคานํ วิเสสโต ทุวิชานนานํ อุปติฏฺฐหนโต. นิสฺสสนฺตีติ อุณฺหํ นิสฺสสนฺติ. วิชมฺภนฺตีติ อนภิรติวเสน วิชมฺภนํ กโรนฺติ.

ปณฺฑิตา เอวาติ พุทฺธิสมฺปนฺนา เอว เทวตา. ยถา เทวตา สมฺปติชาตา ‘‘กีทิเสน ปุญฺญกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อิมินา นาม ปุญฺญกมฺเมน อิธ นิพฺพตฺตา’’ติ ชานนฺติ, เอวํ อตีตภเว อตฺตนา กตํ, อญฺญทาปิ วา เอกจฺจํ ปุญฺญกมฺมํ ชานนฺติเยว มหาปุญฺญาติ อาห ‘‘เย มหาปุญฺญา’’ติอาทิ.

น ปญฺญายนฺติ จิรตรกาลตฺตา ปรมายุโน. อนิยฺยานิกนฺติ น นิยฺยานาวหํ สตฺตานํ อภาชนภาวโต. สตฺตา น ปรมายุโน โหนฺติ นาม ปาปุสฺสนฺนตายาติ อาห ‘‘ตทา หิ สตฺตา อุสฺสนฺนกิเลสา โหนฺตี’’ติ. เอตฺถาห – กสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺธา มนุสฺสโลเก เอว อุปฺปชฺชนฺติ, น เทวพฺรหฺมโลเกสูติ? เทวโลเก ตาว นุปฺปชฺชนฺติ พฺรหฺมจริยวาสสฺส อโนกาสภาวโต, ตถา อนจฺฉริยภาวโต. อจฺฉริยธมฺมา หิ พุทฺธา ภควนฺโต, เตสํ สา อจฺฉริยธมฺมตา เทวตฺตภาเว ฐิตานํ น ปากฏา โหติ ยถา มนุสฺสภูตานํ, เทวภูเต หิ สมฺมาสมฺพุทฺเธ ทิสฺสมานํ พุทฺธานุภาวํ เทวานุภาวโต โลโก ทหติ, น พุทฺธานุภาวโต, ตถา สติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ, อิสฺสรคุตฺตคฺคาหํ น วิสฺสชฺเชติ, เทวตฺตภาวสฺส จ จิรกาลาธิฏฺฐานโต เอกจฺจสสฺสตวาทโต น ปริมุจฺจติ. พฺรหฺมโลเก นุปฺปชฺชนฺตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สตฺตานํ ตาทิสคฺคาหวินิโมจนตฺถญฺหิ พุทฺธา ภควนฺโต มนุสฺสสุคติยํเยว อุปฺปชฺชนฺติ, น เทวสุคติยํ. มนุสฺสสุคติยํ อุปฺปชฺชนฺตาปิ โอปปาติกา น โหนฺติ, สติ จ โอปปาติกูปปตฺติยํ วุตฺตโทสานติวตฺตนโต, ธมฺมเวเนยฺยานํ ธมฺมตนฺติยา ฐปนสฺส วิย ธาตุเวเนยฺยานํ ธาตูนํ ฐปนสฺส อิจฺฉิตพฺพตฺตา จ. น หิ โอปปาติกานํ ปรินิพฺพานโต อุทฺธํ สรีรธาตุโย ติฏฺฐนฺติ. มนุสฺสโลเก อุปฺปชฺชนฺตาปิ มหาโพธิสตฺตา จริมภเว มนุสฺสภาวสฺส ปากฏภาวกรณาย ปน ทารปริคฺคหมฺปิ กโรนฺตา ยาว ปุตฺตมุขทสฺสนา อคารมชฺเฌ ติฏฺฐนฺติ, ปริปากคตสีลเนกฺขมฺมปญฺญาทิปารมิกาปิ น อภินิกฺขมนฺตีติ. กึ วา เอตาย การณจินฺตาย ‘‘สพฺพพุทฺเธหิ อาจิณฺณสมาจิณฺณา, ยทิทํ มนุสฺสภูตานํเยว อภิสมฺพุชฺฌนา, น เทวภูตาน’’นฺติ. อยเมตฺถ ธมฺมตา. ตถา หิ ตทตฺโถ มหาภินีหาโรปิ มนุสฺสภูตานํเยว อิชฺฌติ, น เทวภูตานํ.

กสฺมา ปน สมฺมาสมฺพุทฺธา ชมฺพุทีเป เอว อุปฺปชฺชนฺติ, น เสสทีเปสุ? เกจิ ตาว อาหุ ‘‘ยสฺมา ปถวิยา นาภิภูตา, พุทฺธานุภาวสหิตา อจลฏฺฐานภูตา โพธิมณฺฑภูมิ ชมฺพุทีเป เอว, ตสฺมา ชมฺพุทีเป เอว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ, ตถา ‘‘อิตเรสมฺปิ อวิชหิตฏฺฐานานํ ตตฺเถว ลพฺภนโต’’ติ. อยํ ปเนตฺถ อมฺหากํ ขนฺติ – ยสฺมา ปุริมพุทฺธานํ, มหาโพธิสตฺตานํ, ปจฺเจกพุทฺธานญฺจ นิพฺพตฺติยา สาวกโพธิสตฺตานํ สาวกโพธิยา อภินีหาโร, สาวกปารมิยา สมฺภรณํ, ปริปาจนญฺจ พุทฺธเขตฺตภูเต อิมสฺมึ จกฺกวาเฬ ชมฺพุทีเป เอว อิชฺฌติ, น อญฺญตฺถ. เวเนยฺยานํ วินยนตฺโถ จ พุทฺธุปฺปาโทติ อคฺคสาวกมหาสาวกาทิ เวเนยฺยวิเสสาเปกฺขาย เอตสฺมึ ชมฺพุทีเป เอว พุทฺธา นิพฺพตฺตนฺติ, น เสสทีเปสุ. อยญฺจ นโย สพฺพพุทฺธานํ อาจิณฺณสมาจิณฺโณติ. เตสํ อุตฺตมปุริสานํ ตตฺเถว อุปฺปตฺติ สมฺปตฺติจกฺกานํ วิย อญฺญมญฺญูปนิสฺสยโต อปราปรํ วตฺตตีติ ทฏฺฐพฺพํ, เอเตเนว อิมํ จกฺกวาฬํ มชฺเฌ กตฺวา อิมินา สทฺธึ จกฺกวาฬานํ ทสสหสฺสสฺเสว เขตฺตภาโว ทีปิโต อิโต อญฺญสฺส พุทฺธานํ อุปฺปตฺติฏฺฐานสฺส เตปิฏเก พุทฺธวจเน อนุปลพฺภนโต. เตนาห ‘‘ตีสุ ทีเปสุ พุทฺธา น นิพฺพตฺตนฺติ, ชมฺพุทีเปเยว นิพฺพตฺตนฺตีติ ทีปํ ปสฺสี’’ติ. อิมินา นเยน เทสนิยาเมปิ การณํ นีหริตฺวา วตฺตพฺพํ.

อิทานิ จ ขตฺติยกุลํ โลกสมฺมตํ พฺราหฺมณานมฺปิ ปูชนียภาวโต. ‘‘ราชา ปิตา ภวิสฺสตี’’ติ กุลํ ปสฺสิ ปิตุวเสน กุลสฺส นิทฺทิสิตพฺพโต.

‘‘ทสนฺนํ มาสานํ อุปริ สตฺต ทิวสานี’’ติ ปสฺสิ, เตน อตฺตโน อนฺตรายาภาวํ อญฺญาสิ, ตสฺสา จ ตุสิตภเว ทิพฺพสมฺปตฺติปจฺจนุภวนํ.

ตา เทวตาติ ทสสหสฺสิจกฺกวาฬเทวตา. กถํ ปน ตา เทวตา ตทา โพธิสตฺตสฺส ปูริตปารมิภาวํ, กถํ จสฺส พุทฺธภาวํ ชานนฺตีติ? มเหสกฺขานํ เทวตานํ วเสน, เยภุยฺเยน จ ตา เทวตา อภิสมยภาคิโน. ตถา หิ ภควโต ธมฺมทานสํวิภาเค อเนกวารํ ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตาสนฺนิปาโต อโหสิ.

‘‘จวามี’’ติ ชานาติ จุติอาสนฺนชวเนหิ ญาณสหิเตหิ จุติยา อุปฏฺฐิตภาวสฺส ปฏิสํวิทิตตฺตา. จุติจิตฺตํ น ชานาติ จุติจิตฺตกฺขณสฺส อิตฺตรภาวโต. ตถา หิ ตํ จุตูปปาตญาณสฺสปิ อวิสโยว. ปฏิสนฺธิจิตฺเตปิ เอเสว นโย. อาวชฺชนปริยาโยติ อาวชฺชนกฺกโม. ยสฺมา เอกวารํ อาวชฺชิตมตฺเตน อารมฺมณํ นิจฺฉินิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ตํ เอวารมฺมณํ ทุติยํ, ตติยญฺจ อาวชฺชิตฺวา นิจฺฉยติ. อาวชฺชนสีเสน เจตฺถ ชวนวาโร คหิโต. เตนาห ‘‘ทุติยตติยจิตฺตวาเร เอว ชานิสฺสตี’’ติ. จุติยา ปุเรตรํ กติปยจิตฺตวารโต ปฏฺฐาย ‘‘มรณํ เม อาสนฺน’’นฺติ ชานนโต ‘‘จุติกฺขเณปิ จวามีติ ชานาตี’’ติ วุตฺตํ. ปฏิสนฺธิยา ปน อปุพฺพภาวโต ปฏิสนฺธิจิตฺตํ น ชานาติ. นิกนฺติยา อุปฺปตฺติโต ปรโต ‘‘อสุกสฺมึ เม ฐาเน ปฏิสนฺธิ คหิตา’’ติ ชานาติ. ตสฺมึ กาเลติ ปฏิสนฺธิคฺคหณกาเล. ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปตีติ เอตฺถ กมฺปนการณํ เหฏฺฐา พฺรหฺมชาลวณฺณนายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๑๔๙) วุตฺตเมว. อตฺถโต ปเนตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ ปรโต มหาปรินิพฺพานวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๗๑) อาคมิสฺสติ. มหาการุณิกา พุทฺธา ภควนฺโต สตฺตานํ หิตสุขวิธานตปฺปรตาย พหุลํ โสมนสฺสิกาว โหนฺตีติ เตสํ ปฐมมหาวิปากจิตฺเตน ปฏิสนฺธิคฺคหณํ อฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๗; ธ. ส. อฏฺฐ. ๔๙๘; ม. นิ. อฏฺฐ. ๔.๒๐๐) วุตฺตํ. มหาสิวตฺเถโรปน ยทิปิ มหาการุณิกา พุทฺธา ภควนฺโต สตฺตานํ หิตสุขวิธานตปฺปราว, วิเวกชฺฌาสยา ปน วิสงฺขารนินฺนา สพฺพสงฺขาเรสุ อชฺฌุเปกฺขนพหุลาติ ปญฺจมมหาวิปากจิตฺเตน ปฏิสนฺธิคฺคหณมาห.

ปุเร ปุณฺณมาย สตฺตมทิวสโต ปฏฺฐายาติ ปุณฺณมาย ปุเร สตฺตมทิวสโต ปฏฺฐาย, สุกฺกปกฺเข นวมิโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ. สตฺตเม ทิวเสติ นวมิโต สตฺตเม ทิวเส อาสฬฺหิปุณฺณมายํ. อิทํ สุปินนฺติ อิทานิ วุจฺจมานาการํ. มชฺฌิมฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อโนตตฺตทหํ เนตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. อถ เนสํ เทวิโย อาคนฺตฺวา มนุสฺสมลหรณตฺถํ นฺหาเปตฺวา’’ติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๔.๒๐๐) วุตฺตํ. ตตฺถ เนสํ เทวิโยติ มหาราชูนํ เทวิโย. จริตฺวาติ โคจรํ จริตฺวา.

หริตูปลิตฺตายาติ หริเตน โคมเยน กตปริภณฺฑาย. ‘‘โส จ โข ปุริสคพฺโภ, น อิตฺถิคพฺโภ, ปุตฺโต เต ภวิสฺสตี’’ติ เอตฺตกเมว เต พฺราหฺมณา อตฺตโน สุปินสตฺถนเยน กเถสุํ. ‘‘สเจ อคารํ อชฺฌาวสิสฺสตี’’ติอาทิ ปน เทวตาวิคฺคเหน ตมตฺถํ ยาถาวโต ปเวเทสุํ.

ธมฺมตาติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท ‘‘ชาติธมฺมานํ ภิกฺขเว สตฺตาน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๓๑; ๓.๓๗๓; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) วิย ปกติปริยาโย, ธมฺโม เอว ธมฺมตา ยถา เทโว เอว เทวตาติ อาห ‘‘อยํ สภาโว’’ติ, อยํ ปกตีติ อตฺโถ. สฺวายํ สภาโว อตฺถโต ตถา นิยตภาโวติ อาห ‘‘อยํ นิยาโมติ วุตฺตํ โหตี’’ติ. นิยาโม ปน พหุวิโธติ เต สพฺเพ อตฺถุทฺธารนเยน อุทฺธริตฺวา อิธาธิปฺเปตนิยามเมว ทสฺเสตุํ ‘‘นิยาโม จ นามา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กมฺมานํ นิยาโม กมฺมนิยาโม. เอส นโย อุตุนิยามาทีสุ ตีสุ. อิตโร ปน ธมฺโม เอว นิยาโม ธมฺมนิยาโม, ธมฺมตา.

กุสลสฺส กมฺมสฺส. นิเสนฺโต ติขิณํ กโรนฺโต.

อรูปาทิภูมิภาควิเสสวเสน อุตุวิเสสทสฺสนโต อุตุวิเสเสน สิชฺฌมานานํ รุกฺขาทีนํ ปุปฺผผลาทิคฺคหณํ ‘‘เตสุ เตสุ ชนปเทสู’’ติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ. ตสฺมึ ตสฺมึ กาเลติ ตสฺมึ ตสฺมึ วสนฺตาทิกาเล.

มธุรโต พีชโต ติตฺตโต พีชโตติ โยชนา.

๑๘. วตฺตมานสมีเป วตฺตมาเน วิย โวหริตพฺพนฺติ ‘‘โอกฺกมตี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘โอกฺกนฺโต โหตีติ อยเมวตฺโถ’’ติ. เอวํ โหตีติ เอวํ วุตฺตปฺปกาเรนสฺส สมฺปชานนา โหติ. น โอกฺกมมาเน ปฏิสนฺธิกฺขณสฺส ทุวิญฺเญยฺยตาย. ยถา จ วุตฺตํ ‘‘ปฏิสนฺธิจิตฺตํ น ชานาตี’’ติ. ทสสหสฺสจกฺกวาฬปตฺถรเณน วา อปฺปมาโณ. อติวิย สมุชฺชลนภาเวน อุฬาโร. เทวานุภาวนฺติ เทวานํ ปภานุภาวํ. เทวานญฺหิ ปภํ โส โอภาโส อภิภวติ, น เตสํ อาธิปจฺจํ. เตนาห ‘‘นิวตฺถวตฺถสฺสา’’ติอาทิ.

โลกานํ โลกธาตูนํ อนฺตโร วิวโร โลกนฺตโร, โส เอว อิตฺถิลิงฺควเสน ‘‘โลกนฺตริกา’’ติ วุตฺโต. รุกฺขคจฺฉาทินา เกนจิ น หญฺญนฺตีติ อฆา, อสมฺพาธา. เตนาห ‘‘นิจฺจวิวฏา’’ติ. อสํวุตาติ เหฏฺฐา, อุปริ จ เกนจิ น ปิหิตา. เตน วุตฺตํ ‘‘เหฏฺฐาปิ อปฺปติฏฺฐา’’ติ. ตตฺถ ปิ-สทฺเทน ยถา เหฏฺฐา อุทกสฺส ปิธายิกา ปถวี นตฺถีติ อสํวุตา โลกนฺตริกา, เอวํ อุปริปิ จกฺกวาเฬสุ วิย เทววิมานานํ อภาวโต อสํวุตา อปฺปติฏฺฐาติ ทสฺเสติ. อนฺธกาโร เอตฺถ อตฺถีติ อนฺธการา. จกฺขุวิญฺญาณํ น ชายติ อาโลกสฺส อภาวโต, น จกฺขุโน. ตถา หิ ‘‘เตน โอภาเสน อญฺญมญฺญํ สญฺชานนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ชมฺพุทีเป ฐิตมชฺฌนฺหิกเวลายํ ปุพฺพวิเทหวาสีนํ อตฺถงฺคมนวเสน อุปฑฺฒํ สูริยมณฺฑลํ ปญฺญายติ, อปรโคยานวาสีนํ อุคฺคมนวเสน, เอวํ เสสทีเปสุ ปีติ อาห ‘‘เอกปฺปหาเรเนว ตีสุ ทีเปสุ ปญฺญายนฺตี’’ติ. อิโต อญฺญถา ปน ทฺวีสุ เอว ทีเปสุ เอกปฺปหาเรน ปญฺญายนฺตีติ. เอเกกาย ทิสาย นว นว โยชนสตสหสฺสานิ อนฺธการวิธมนมฺปิ อิมินาว นเยน ทฏฺฐพฺพํ. ปภาย นปฺปโหนฺตีติ อตฺตโน ปภาย โอภาสิตุํ อนภิสมฺภุนนฺติ. ยุคนฺธรปพฺพตปฺปมาเณ อากาเส วิจรณโต ‘‘จกฺกวาฬปพฺพตสฺส เวมชฺเฌน วิจรนฺตี’’ติ วุตฺตํ.

วาวฏาติ ขาทนตฺถํ คณฺหิตุํ อุปกฺกมนฺตา. วิปริวตฺติตฺวาติ วิวตฺติตฺวา. ฉิชฺชิตฺวาติ มุจฺฉาปตฺติยา ฐิตฏฺฐานโต มุจฺจิตฺวา, องฺคปจฺจงฺคเฉทเนน วา ฉิชฺชิตฺวา. อจฺจนฺตขาเรติ อาตปสนฺตาปาภาเวน อติสีตภาวเมว สนฺธาย อจฺจนฺตขารตา วุตฺตา สิยา. น หิ ตํ กปฺปสณฺฐหนอุทกํ สมฺปตฺติกรมหาเมฆวุฏฺฐํ ปถวิสนฺธารกํ กปฺปวินาสกํ อุทกํ วิย ขารํ ภวิตุํ อรหติ. ตถา หิ สติ ปถวีปิ วิลีเยยฺย, เตสํ วา ปาปกมฺมพเลน เปตานํ อุทกสฺส ปุพฺพเขฬภาวาปตฺติ วิย ตสฺส อุทกสฺส ตทา ขารภาวาปตฺติ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อจฺจนฺตขาเร อุทเก’’ติ.

เอกยาคุปานมตฺตมฺปีติ ปตฺตาทิภาชนคตํ ยาคุํ คโฬจิอาทิอุทฺธรณิยา คเหตฺวา ปิวนมตฺตมฺปิ กาลํ. สมนฺตโตติ สพฺพภาคโต ฉปฺปการมฺปิ.

๑๙. จตุนฺนํ มหาราชานํ วเสนาติ เวสฺสวณาทิจตุมหาราชภาวสามญฺเญน.

ยถาวิหารนฺติ ยถาสกํ วิหารํ.

๒๐. ปกติยาติ อตฺตโน ปกติยา เอว. เตนาห ‘‘สภาเวเนวา’’ติ. ปรสฺส สนฺติเก คหเณน วินา อตฺตโน สภาเวเนว สยเมว อธิฏฺฐหิตฺวา สีลสมฺปนฺนา. โพธิสตฺตมาตาปีติ อมฺหากํ โพธิสตฺตมาตาปิ. กาลเทวิลสฺสาติ ยถา กาลเทวิลสฺส สนฺติเก อญฺญทา คณฺหาติ, โพธิสตฺเต ปน…เป… สยเมว สีลํ อคฺคเหสิ, ตถา วิปสฺสีโพธิสตฺตมาตาปีติ อธิปฺปาโย.

๒๑. ‘‘มนุสฺเสสู’’ติ อิทํ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ, ‘‘มนุสฺสิตฺถิยา นาม มนุสฺสปุริเสสุ ปุริสาธิปฺปายจิตฺตํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ. โพธิสตฺตสฺส มาตุยา ปน เทเวสุปิ ตาทิสํ จิตฺตํ นุปฺปชฺชเตว. ยถา โพธิสตฺตสฺส อานุภาเวน โพธิสตฺตมาตุ ปุริสาธิปฺปายจิตฺตํ นุปฺปชฺชติ, เอวํ ตสฺส อานุภาเวเนว สา เกนจิ ปุริเสน อนภิภวนียาติ อาห ‘‘ปาทา น วหนฺติ ทิพฺพสงฺขลิกา วิย พชฺฌนฺตี’’ติ.

๒๒. ปุพฺเพ ‘‘กามคุณูปสํหิตํ จิตฺตํ นุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ปุน ‘‘ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรตี’’ติ จ วุตฺตํ. กถมิทํ อญฺญมญฺญํ น วิรุชฺฌตีติ อาห ‘‘ปุพฺเพ’’ติอาทิ. วตฺถุปฏิกฺเขโปติ อพฺรหฺมจริยวตฺถุปฏิเสโธ. เตนาห ‘‘ปุริสาธิปฺปายวเสนา’’ติ. อารมฺมณปฏิลาโภติ รูปาทิปญฺจกามคุณารมฺมณสฺเสว ปฏิลาโภ.

๒๓. กิลมโถติ เขโท, กายสฺส ครุภาวกถินภาวาทโยปิ ตสฺสา ตทา น โหนฺติ เอว. ‘‘ติโรกุจฺฉิคตํ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ. กทา ปฏฺฐาย ปสฺสตีติ อาห ‘‘กลลาทิกาลํ อติกฺกมิตฺวา’’ติอาทิ. ทสฺสเน ปโยชนํ สยเมว วทติ. ตสฺส อภาวโต กลลาทิกาเล น ปสฺสติ. ปุตฺเตน ทหเรน มนฺเทน อุตฺตานเสยฺยเกน สทฺธึ. ‘‘ยํ ตํ มาตู’’ติอาทิ ปกติจาริตฺตวเสน วุตฺตํ. จกฺกวตฺติคพฺภโตปิ หิ สวิเสสํ โพธิสตฺตคพฺโภ ปริหารํ ลภติ ปุญฺญสมฺภารสฺส สาติสยตฺตา, ตสฺมา โพธิสตฺตมาตา อติวิย สปฺปายาหาราจารา จ หุตฺวา สกฺกจฺจํ ปริหรติ. สุขวาสตฺถนฺติ โพธิสตฺตสฺส สุขวาสตฺถํ. ปุรตฺถาภิมุโขติ มาตุ ปุริมภาคาภิมุโข. อิทานิ ติโรกุจฺฉิคตสฺส ทิสฺสมานตาย อพฺภนฺตรํ, พาหิรญฺจ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปุพฺเพ กตกมฺม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อสฺสาติ เทวิยา. วตฺถุนฺติ กุจฺฉึ. ผลิกอพฺภปฏลาทิโน วิย โพธิสตฺตมาตุกุจฺฉิตจสฺส ปตนุภาเวน อาโลกสฺส วิพนฺธาภาวโต ยถา โพธิสตฺตมาตา กุจฺฉิคตํ โพธิสตฺตํ ปสฺสติ, กึ เอวํ โพธิสตฺโตปิ มาตรํ, อญฺญญฺจ ปุรโต ฐิตํ รูปคตํ ปสฺสติ, โนติ อาห ‘‘โพธิสตฺโต ปนา’’ติอาทิ. กสฺมา ปน สติ จกฺขุมฺหิ, อาโลเก จ น ปสฺสตีติ อาห ‘‘น หิ อนฺโตกุจฺฉิยํ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตี’’ติ. อสฺสาสปสฺสาสา วิย หิ ตตฺถ จกฺขุวิญฺญาณมฺปิ น อุปฺปชฺชติ ตชฺชสฺส สมนฺนาหารสฺส อภาวโต.

๒๔. ยถา อญฺญา อิตฺถิโย วิชาตปฺปจฺจยา ตาทิเสน โรเคน อภิภูตาปิ หุตฺวา มรนฺติ, โพธิสตฺตมาตุ ปน โพธิสตฺเต กุจฺฉิคเต ตสฺส วิชายนนิมิตฺตํ, น โกจิ โรโค อุปฺปชฺชติ, เกวลํ อายุปริกฺขเยเนว กาลํ กโรติ, สฺวายมตฺโถ เหฏฺฐา วุตฺโต เอว. ‘‘โพธิสตฺเตน วสิตฏฺฐานญฺหี’’ติอาทิ ตสฺส การณวจนํ. อญฺเญสํ อปริโภคนฺติ อญฺเญหิ น ปริภุญฺชิตพฺพํ, น ปริโภคโยคฺยนฺติ อตฺโถ. ตถา สติ โพธิสตฺตปิตุ อญฺญาย อคฺคมเหสิยา ภวิตพฺพํ, ตถาปิ โพธิสตฺตมาตริ ธรนฺติยา อยุชฺชมานกนฺติ อาห ‘‘น จ สกฺกา’’ติอาทิ. อปเนตฺวาติ อคฺคมเหสิฐานโต นีหริตฺวา. อตฺตนิ ฉนฺทราควเสเนว พหิทฺธา อารมฺมณปริเยสนาติ วิสยินิสาราโค สตฺตานํ วิสเยสุ สาราคสฺส พลวการณนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สตฺตานํ อตฺตภาเว ฉนฺทราโค พลวา โหตี’’ติ. อนุรกฺขิตุํ น สกฺโกตีติ สมฺมา คพฺภปริหารํ นานุยุญฺชติ. เตน คพฺโภ พหฺวาพาโธ โหติ. วตฺถุ วิสทํ โหตีติ คพฺภาสโย วิสุทฺโธ โหติ. มาตุ มชฺฌิมวยสฺส ตติยโกฏฺฐาเส โพธิสตฺตคพฺโภกฺกมนมฺปิ ตสฺสา อายุปริมาณวิโลกเนเนว สงฺคหิตํ วโยวเสน อุปฺปชฺชนกวิการสฺส ปริวชฺชนโต. อิตฺถิสภาเวน อุปฺปชฺชนกวิกาโร ปน โพธิสตฺตสฺส อานุภาเวเนว วูปสมติ.

๒๕. สตฺตมาสชาโตติ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต สตฺตเม มาเส ชาโต. โส สีตุณฺหกฺขโม น โหติ อติวิย สุขุมาลตาย. อฏฺฐมาสชาโต กามํ สตฺตมาสชาตโต พุทฺธิวยวา, เอกจฺเจ ปน จมฺมปเทสา วุทฺธึ ปาปุณนฺตา ฆฏฺฏนํ น สหนฺติ, เตน โส น ชีวติ. ‘‘สตฺตมาสชาตสฺส ปน น ตาว เต ชาตา’’ติ วทนฺติ.

๒๗. เทวา ปฐมํ ปฏิคฺคณฺหนฺตีติ ‘‘โลกนาถํ มหาปุริสํ สยเมว ปฐมํ ปฏิคฺคณฺหามา’’ติ สญฺชาตคารวพหุมานา อตฺตโน ปีตึ ปเวเทนฺตา ขีณาสวา สุทฺธาวาสพฺรหฺมาโน อาทิโต ปฏิคฺคณฺหนฺติ. สูติเวสนฺติ สูติชคฺคนธาติเวสํ. เอเกติ อภยคิริวาสิโน. มจฺฉกฺขิสทิสํ ฉวิวเสน. อฏฺฐาสิ น นิสีทิ, น นิปชฺชิ วา. เตน วุตฺตํ ‘‘ฐิตาว โพธิสตฺตํ โพธิสตฺตมาตา วิชายตี’’ติ. นิทฺทุกฺขตาย ฐิตา เอว หุตฺวา วิชายติ. ทุกฺขสฺส หิ พลวภาวโต ตํ ทุกฺขํ อสหมานา อญฺญา อิตฺถิโย นิสินฺนา วา นิปนฺนา วา วิชายนฺติ.

๒๘. อชินปฺปเวณิยาติ อชินจมฺเมหิ สิพฺพิตฺวา กตปเวณิยา. มหาเตโชติ มหานุภาโว. มหายโสติ มหาปริวาโร, วิปุลกิตฺติโฆโส จ.

๒๙. ภคฺควิภคฺคาติ สมฺพาธฏฺฐานโต นิกฺขมเนน วิภาวิตตฺตา ภคฺคา, วิภคฺคา วิย จ หุตฺวา, เตน เนสํ อวิสทภาวเมว ทสฺเสติ. อลคฺโค หุตฺวาติ คพฺภาสเย, โยนิปเทเส จ กตฺถจิ อลคฺโค อสตฺโต หุตฺวา, ยโต ‘‘ธมกรณโต อุทกนิกฺขมนสทิส’’นฺติ วุตฺตํ. อุทเกนาติ คพฺภาสยคเตน อุทเกน. อมกฺขิโตว นิกฺขมติ สมฺมกฺขิตสฺส ตาทิสสฺส อุทกเสมฺหาทิกสฺเสว ตตฺถ อภาวโต. โพธิสตฺตสฺส หิ ปุญฺญานุภาวโต ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ตํ ฐานํ ปุพฺเพปิ วิสุทฺธํ วิเสสโต ปรมสุคนฺธคนฺธกุฏิ วิย จนฺทนคนฺธํ วายนฺตํ ติฏฺฐติ.

อุทกวฏฺฏิโยติ อุทกกฺขนฺธา.

๓๑. มุหุตฺตชาโตติ มุหุตฺเตน ชาโต หุตฺวา มุหุตฺตมตฺโตว. อนุธาริยมาเนติ อนุกูลวเสน นียมาเน. อาคตาเนวาติ ตํ ฐานํ อุปคตานิ เอว. อเนกสาขนฺติ รตนมยาเนกสตปติฏฺฐานหีรกํ. สหสฺสมณฺฑลนฺติ เตสํ อุปริฏฺฐิตํ อเนกสหสฺสมณฺฑลหีรกํ. มรูติ เทวา. น โข ปนเอวํ ทฏฺฐพฺพํ ปทวีติหารโต ปเคว ทิสาวิโลกนสฺส กตตฺตา. เตนาห ‘‘มหาสตฺโต หี’’ติอาทิ. เอกงฺคณานีติ วิวฏภาเวน วิหารงฺคณปริเวณงฺคณานิ วิย เอกงฺคณสทิสานิ อเหสุํ. สทิโสปิ นตฺถีติ ตุมฺหากํ อิทํ วิโลกนํ วิสิฏฺเฐ ปสฺสิตุํ ‘‘อิธ ตุเมฺหหิ สทิโสปิ นตฺถิ, กุโต อุตฺตริตโร’’ติ อาหํสุ. อคฺโคติ ปธาโน, เกน ปนสฺส ปธานตาติ อาห ‘‘คุเณหี’’ติ. ปฐม-สทฺโท เจตฺถ ปธานปริยาโย. โพธิสตฺตสฺส ปน ปธานตา อนญฺญสาธารณาติ อาห ‘‘สพฺพปฐโม’’ติ, สพฺพปธาโนติ อตฺโถ. เอตสฺเสวาติ อคฺคสทฺทสฺเสว. เอตฺถ จ มเหสกฺขา ตาว เทวา ตถา จ วทนฺติ, อิตเร ปน กถนฺติ? มหาสตฺตสฺส อานุภาวทสฺสนาทินา. มเหสกฺขานญฺหิ เทวานํ มหาสตฺตสฺส อานุภาโว วิย เตน สทิสานมฺปิ อานุภาโว ปจฺจกฺโข อโหสีติ, อิตเร ปน เตสํ วจนํ สุตฺวา สทฺทหนฺตา อนุมินนฺตา ตถา อาหํสุ. ปริปากคตปุพฺพเหตุสํสิทฺธาย ธมฺมตาย โจทิยมาโน อิมสฺมึ…เป… พฺยากาสิ.

ชาตมตฺตสฺเสว โพธิสตฺตสฺส ฐานาทีนิ เยสํ วิเสสาธิคมานํ ปุพฺพนิมิตฺตภูตานีติ เต นิทฺธาเรตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เอตฺถ จา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปติฏฺฐานํ จตุริทฺธิปาทปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ อิทฺธิปาทวเสน โลกุตฺตรธมฺเมสุ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสมิชฺฌนโต. อุตฺตราภิมุขภาโว โลกสฺส อุตฺตรณวเสน คมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เตน หิ ภควา สเทวกสฺส โลกสฺส อภิภูโต, เกนจิ อนภิภูโต อโหสิ. เตนาห ‘‘มหาชนํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อภิภวิตฺวา คมนสฺส ปุพฺพนิมิตฺต’’นฺติ. ตถา สตฺตปทคมนํ สตฺตปทโพชฺฌงฺคสมฺปนฺนอริยมคฺคคมนสฺส. สุวิสุทฺธเสตจฺฉตฺตธารณํ สุวิสุทฺธวิมุตฺติฉตฺตธารณสฺส. ปญฺจราชกกุธภณฺฑสมาโยโค ปญฺจวิธวิมุตฺติคุณสมาโยคสฺส. อนาวฏทิสานุวิโลกนํ อนาวฏญาณตาย. ‘‘อคฺโคหมสฺมี’’ติอาทินา อฉมฺภิตวาจาภาสนํ เกนจิ อวิพนฺธนียตาย อปฺปวตฺติยสฺส สทฺธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสฺส. ‘‘อยมนฺติมา ชาตี’’ติ อายตึ ชาติยา อภาวกิตฺตนา อนุปาทิ…เป… ปุพฺพนิมิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ ตสฺส ตสฺส อนาคเต ลทฺธพฺพวิเสสสฺส ตํ ตํ นิมิตฺตํ อพฺยภิจารีติ กตฺวา. น อาคโตติ อิมสฺมึ สุตฺเต, อญฺญตฺถ จ วกฺขมานาย อนุปุพฺพิยา น อาคโต. อาหริตฺวาติ ตสฺมึ ตสฺมึ สุตฺเต, อฏฺฐกถาสุ จ อาคตนเยน อาหริตฺวา ทีเปตพฺโพ.

‘‘ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปี’’ติ อิทํ สติปิ อิธ ปาฬิยํ อาคตตฺเต วกฺขมานานํ อจฺฉริยานํ มูลภูตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ, เอวํ อญฺญมฺปิ เอวรูปํ ทฏฺฐพฺพํ. ตนฺติพทฺธา วีณา จมฺมพทฺธา เภริโยติ ปญฺจงฺคิกตูริยสฺส นิทสฺสนมตฺตํ, จ-สทฺเทน วา อิตเรสมฺปิ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘อนฺทุพนฺธนาทีนิ ตงฺขเณ เอว ฉชฺชิตฺวา ปุน ปากติกาเนว โหนฺติ, ตถา ชจฺจนฺธาทีนํ จกฺขุโสตาทีนิ ตถารูปกมฺมปจฺจยา ตสฺมึเยว ขเณ อุปฺปชฺชิตฺวา ตาวเทว วิคจฺฉนฺตี’’ติ วทนฺติ. ฉิชฺชึสูติ จ ปาเทสุ พนฺธฏฺฐาเนสุ ฉิชฺชึสุ. วิคจฺฉึสูติ วูปสมึสุ. อากาสฏฺฐกรตนานิ นาม ตํตํวิมานคตมณิรตนาทีนิ. สกเตโชภาสิตานีติ อติวิย สมุชฺชลาย อตฺตโน ปภาย โอภาสิตานิ อเหสุํ. นปฺปวตฺตีติ น สนฺนิปาโต. น วายีติ ขโร วาโต น วายิ. มุทุสุโข ปน สตฺตานํ สุขาวโห วายิ. ปถวิคตา อเหสุํ อุจฺจฏฺฐาเน ฐาตุํ อวิสหนฺตา. อุตุสมฺปนฺโนติ อนุณฺหาสีตตาสงฺขาเตน อุตุนา สมฺปนฺโน. อปฺโผฏนํ วุจฺจติ ภุชหตฺถสงฺฆฏฺฏนสทฺโท, อตฺถโต ปน วามหตฺถํ อุเร ฐเปตฺวา ทกฺขิเณน ปุถุปาณินา หตฺถตาฬเนน สทฺทกรณํ. มุเขน อุสฺเสฬนํ สทฺทสฺส มุญฺจนํ เสฬนํ. เอกทฺธชมาลา อโหสิ นิรนฺตรํ ธชมาลาสโมธานคตาย. น เกวลญฺจ เอตานิ เอว, อถ โข อญฺญานิปิ ‘‘วิจิตฺตปุปฺผสุคนฺธปุปฺผวสฺสเทโวปวสฺสิ สูริเย ทิสฺสมาเน เอว ตารกา โอภาสึสุ, อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อุทกํ ปถวิโต อุพฺภิชฺชิ, พิลาสยา จ ติรจฺฉานา อาสยโต นิกฺขมึสุ, ราคโทสโมหาปิ ตนุ ภวึสุ, ปถวิยํ รโช วูปสมิ, อนิฏฺฐคนฺโธ วิคจฺฉิ, ทิพฺพคนฺโธ วายิ, รูปิโน เทวา สรูเปเนว มนุสฺสานํ อาปาถํ อคมํสุ, สตฺตานํ จุตูปปาตา นาเหสุ’’นฺติ เอวมาทีนิ ยานิ มหาภินีหารสมเย อุปฺปนฺนานิ ทฺวตฺตึสปุพฺพนิมิตฺตานิ, ตานิ อนวเสสโต ตทา อเหสุนฺติ.

ตตฺราปีติ เตสุปิ ปถวิกมฺปาทีสุ เอวํ ปุพฺพนิมิตฺตภาโว เวทิตพฺโพ. น เกวลํ สมฺปติชาตสฺส ฐานาทีสุ เอวาติ อธิปฺปาโย. สพฺพญฺญุตญฺญาณปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ สพฺพสฺส เญยฺยสฺส, ติตฺถกรมตสฺส จ จาลนโต. เกนจิ อนุสฺสาหิตานํเยว อิมสฺมึเยว เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปาโต เกนจิ อนุสฺสาหิตานํเยว เอกปฺปหาเรเนว สนฺนิปติตฺวา ธมฺมปฏิคฺคณฺหนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ปฐมํ เทวตานํ ปฏิคฺคหณํ ทิพฺพวิหารปฏิลาภสฺส, ปจฺฉา มนุสฺสานํ ปฏิคฺคหณํ ตตฺเถว ฐานสฺส นิจฺจลสภาวโต อาเนญฺชวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. วีณานํ สยํ วชฺชนํ ปรูปเทเสน วินา สยเมว อนุปุพฺพวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. เภรีนํ วชฺชนํ จกฺกวาฬปริยนฺตาย ปริสาย ปเวทนสมตฺถสฺส ธมฺมเภริยา อนุสาวนสฺส อมตทุนฺทุภิโฆสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. อนฺทุพนฺธนาทีนํ เฉโท มานวินิพนฺธเภทนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. มหาชนสฺส โรควิคโม ตสฺเสว สกลวฏฺฏทุกฺขโรควิคมภูตสฺส สจฺจปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ‘‘มหาชนสฺสา’’ติ ปทํ ‘‘มหาชนสฺส ทิพฺพจกฺขุปฏิลาภสฺส, มหาชนสฺส ทิพฺพโสตธาตุปฏิลาภสฺสา’’ติอาทินา ตตฺถ ตตฺถ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. อิทฺธิปาทภาวนาวเสน สาติสยญาณชวสมฺปตฺติสิทฺธีติ อาห ‘‘ปีฐสปฺปีนํ ชวสมฺปทา จตุริทฺธิปาทปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺต’’นฺติ. สุปฏฺฏนสมฺปาปุณนํ จตุปฏิสมฺภิทาธิคมสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. อตฺถาทิอนุรูปํ อตฺถาทีสุ สมฺปฏิปตฺติภาวโต. รตนานํ สกเตโชภาสิตตฺตํ ยํ โลกสฺส ธมฺโมภาสํ ทสฺเสสฺสติ, เตน ตสฺส สกเตโชภาสิตตฺตสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ.

จตุพฺรหฺมวิหารปฏิลาภสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ ตสฺส สพฺพโส เวรวูปสมนโต. เอกาทสอคฺคินิพฺพาปนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ ทุนฺนิพฺพาปนนิพฺพานภาวโต. ญาณาโลกาทสฺสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ อนาโลเก อาโลกทสฺสนภาวโต. นิพฺพานรเสนาติ กิเลสานํ นิพฺพายนรเสน. เอกรสภาวสฺสาติ สาสนสฺส สพฺพตฺถ เอกรสภาวสฺส, ตญฺจ โข อมธุรสฺส โลกสฺส สพฺพโส มธุรภาวาปาทเนน. ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตภินฺทนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ สพฺพโส ทิฏฺฐิคตวาตาปนยนวเสน. อากาสาทิอปฺปติฏฺฐวิสมจญฺจลฏฺฐานํ ปหาย สกุณานํ ปถวิคมนํ ตาทิสํ มิจฺฉาคาหํ ปหาย สตฺตานํ ปาเณหิ รตนตฺตยสรณคมนสฺส ปุพฺพนิตฺตํ. พหุชนกนฺตตายาติ จนฺทสฺส วิย พหุชนสฺส กนฺตตาย. สูริยสฺส อุณฺหสีตวิวชฺชิตอุตุสุขตา ปริฬาหวิวชฺชิตกายิกเจตสิกสุขปฺปตฺติยา ปุพฺพนิมิตฺตํ.เทวตานํ อปฺโผฏนาทีหิ กีฬนํ ปโมทุปฺปตฺติ ภวนฺตคมเนน, ธมฺมสภาวโพธเนน จ อุทานวเสน ปโมทวิภาวนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ธมฺมเวควสฺสนสฺสาติ เทสนาญาณเวเคน ธมฺมามตสฺส วสฺสนสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. กายคตาสติวเสน ลทฺธํ ฌานํ ปาทกํ กตฺวา อุปฺปาทิตมคฺคผลสุขานุภโว กายคตาสติอมตปฏิลาโภ, ตสฺส ปน กายสฺสาปิ อตปฺปกสุขาวหตฺตา ขุทาปิปาสาปีฬนาภาโว ปุพฺพนิมิตฺตํ วุตฺโต. อฏฺฐกถายํปน ขุทํ, ปิปาสญฺจ ภินฺทิตฺวา วุตฺตํ. ตตฺถ ปุพฺพนิมิตฺตานํ เภโท วิเสสสามญฺญวิภาเคน, โคพลีพทฺทญาเยน จ คเหตพฺโพ. ‘‘สยเมวา’’ติ ปทํ ‘‘อฏฺฐงฺคิกมคฺคทฺวารวิวรณสฺสา’’ติ เอตฺถาปิ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ภริตภาวสฺสาติ ปริปุณฺณภาวสฺส. ‘‘อริยทฺธชมาลามาลิตายาติ กาสายทฺธชมาลาวนฺตตายา’’ติ เกจิ, สเทวกสฺส โลกสฺส ปน อริยมคฺคโพชฺฌงฺคทฺธชมาลาหิ มาลิภาวสฺส ปุพฺพนิมิตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อนุทฺธฏํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

เอตฺถาติ ‘‘สมฺปติชาโต’’ติอาทินา อาคเต อิมสฺมึ วาเร. วิสฺสชฺชิโตว, ตสฺมา อเมฺหหิ อิธ อปุพฺพํ วตฺตพฺพํ นตฺถีติ อธิปฺปาโย. ตทา ปถวิยํ คจฺฉนฺโตปิ มหาสตฺโต อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺฐาสีติ อยเมตฺถ นิยติ ธมฺมนิยาโม โพธิสตฺตานํ ธมฺมตา ติ อิทํ นิยติวาทวเสน กถนํ. ปุพฺเพ ปุริมชาตีสุ ตาทิสสฺส ปุญฺญสมฺภารกมฺมสฺส กตตฺตา อุปจิตตฺตา มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺฐาสีติ อิทํ ปุพฺเพกตกมฺมวาทวเสน กถนํ. อิเมสํ สตฺตานํ อุปริ อีสนสีลตาย ยถาสกํ กมฺมเมว อิสฺสโร นาม, ตสฺส นิมฺมานํ อตฺตโน ผลสฺส นิพฺพตฺตนํ มหาปุริโสปิ สเทวกํ โลกํ อภิภวิตุํ สมตฺเถน อุฬาเรน ปุญฺญกมฺเมน นิพฺพตฺติโต, เตน อิสฺสเรน นิมฺมิโต นาม, ตสฺส จายํ นิมฺมานวิเสโส, ยทิทํ มหานุภาวตา, ยาย มหาชนสฺส ตถา อุปฏฺฐาสีติ อิทํ อิสฺสรนิมฺมานวเสน กถนํ. เอวํ ตํ ตํ พหุลํ วตฺวา กึ อิมาย ปริยายกถายาติ อวสาเน อุชุกเมว พฺยากริ. สมฺปติชาโต ปถวิยํ กถํ ปทสา คจฺฉติ, เอวํ มหานุภาโว อากาเสน มญฺเญ คจฺฉตีติ ปริกปฺปนวเสน อากาเสน คจฺฉนฺโต วิย อโหสิ. สีฆตรํ ปน สตฺตปทวีติหาเรน คตตฺตา ทิสฺสมานรูโปปิ มหาชนสฺส อทิสฺสมาโน วิย อโหสิ. อเจลกภาโว, ขุทฺทกสรีรตา จ ตาทิสสฺส อิริยาปถสฺส น อนุจฺฉวิกาติ กมฺมานุภาวสญฺชนิตปาฏิหาริยวเสน อลงฺกตปฏิยตฺโต วิย, โสฬสวสฺสุทฺเทสิโก วิย จ มหาชนสฺส อุปฏฺฐาสีติ เวทิตพฺพํ. มหาสตฺตสฺส ปุญฺญานุภาเวน ตทา ตถา อุปฏฺฐานมตฺตเมเวตนฺติ. ปจฺฉา พาลทารโกว อโหสิ, น ตาทิโสติ. พุทฺธภาวานุจฺฉวิกสฺส โพธิสตฺตานุภาวสฺส ยาถาวโต ปเวทิตตฺตา ปริสา จสฺส พฺยากรเณน พุทฺเธน วิย…เป… อตฺตมนา อโหสิ.

สพฺพธมฺมตาติ สพฺพา โสฬสวิธาปิ ยถาวุตฺตา ธมฺมตา สพฺพโพธิสตฺตานํ โหนฺตีติ เวทิตพฺพา ปุญฺญญาณสมฺภารทสฺสเนน เนสํ เอกสทิสตฺตา.

ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวณฺณนา

๓๓. ทุกูลจุมฺพฏเกติ ทหรสฺส นิปชฺชนโยคฺยตาวเสน ปฏิสํหฏทุกูลสุขุเม. ‘‘ขตฺติโย พฺราหฺมโณ’’ติ เอวมาทิ ชาติ. ‘‘โกณฺฑญฺโญ โคตโม’’ติ เอวมาทิ โคตฺตํ. ‘‘โปณิกา จิกฺขลฺลิกา สากิยา โกฬิยา’’ติ เอวมาทิ กุลปเทโส. อาทิ-สทฺเทน รูปิสฺสริยปริวาราทิสพฺพสมฺปตฺติโย สงฺคณฺหาติ. มหนฺตสฺสาติ วิปุลสฺส, อุฬารสฺสาติ อตฺโถ. นิปฺผตฺติโยติ สิทฺธิโย. คนฺตพฺพคติยาติ คติ-สทฺทสฺส กมฺมสาธนตมาห. อุปปชฺชนวเสน หิ สุจริตทุจฺจริเตหิ คนฺตพฺพาติ คติโย, อุปปตฺติภววิเสโส. คจฺฉติ ยถารุจิ ปวตฺตตีติ คติ, อชฺฌาสโย. ปฏิสรเณติ ปรายเณ อวสฺสเย. สพฺพสงฺขตวิสํยุตฺตสฺส หิ อรหโต นิพฺพานเมว ตํปฏิสรณํ. ตฺยาหนฺติ เต อหํ.

ทสวิเธ กุสลธมฺเม, อครหิเต จ ราชธมฺเม (ชา. ๒ มหามํสชาตเก วิตฺถาโร) นิยุตฺโตติ ธมฺมิโก. เตน จ ธมฺเมน สกลํ โลกํ รญฺเชตีติ ธมฺมราชา. ยสฺมา จกฺกวตฺตี ธมฺเมน ญาเยน รชฺชํ อธิคจฺฉติ, น อธมฺเมน, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ธมฺเมน ลทฺธรชฺชตฺตา ธมฺมราชา’’ติ. จตูสุ ทิสาสุ สมุทฺทปริโยสานตาย จตุรนฺตา นาม ตตฺถ ตตฺถ ทีเป มหาปถวีติ อาห ‘‘ปุรตฺถิม…เป… อิสฺสโร’’ติ. วิชิตาวีติ วิเชตพฺพสฺส วิชิตวา, กามโกธาทิกสฺส อพฺภนฺตรสฺส, ปฏิราชภูตสฺส พาหิรสฺส จ อริคณสฺส วิชยิ, วิเชตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. กามํ จกฺกวตฺติโน เกนจิ ยุทฺธํ นาม นตฺถิ, ยุทฺเธน ปน สาเธตพฺพสฺส วิชยสฺส สิทฺธิยา ‘‘วิชิตสงฺคาโม’’ติ วุตฺตํ. ชนปโทว จตุพฺพิธอจฺฉริยธมฺมาทิสมนฺนาคเต อสฺมึ ราชินิ ถาวริยํ เกนจิ อสํหาริยํ ทฬฺหํ ภตฺตภาวํ ปตฺโต, ชนปเท วา อตฺตโน ธมฺมิกาย ปฏิปตฺติยา ถาวริยํ ถิรภาวํ ปตฺโตติ ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโต. มนุสฺสานํ อุเร สตฺถํ ฐเปตฺวา อิจฺฉิตธนหรณาทินา ปรสาหสการิตาย สาหสิกา.

รติชนนฏฺเฐนาติ อตปฺปกปีติโสมนสฺสุปฺปาทเนน. สทฺทตฺถโต ปน รเมตีติ รตนํ. ‘‘อโห มโนหร’’นฺติ จิตฺเต กตฺตพฺพตาย จิตฺตีกตํ. ‘‘สฺวายํ จิตฺตีกาโร ตสฺส ปูชนียตายา’’ติ จิตฺตีกตนฺติ ปูชนียนฺติ อตฺถํ วทนฺติ. มหนฺตํ วิปุลํ อปริมิตํ มูลํ อคฺฆตีติ มหคฺฆํ. นตฺถิ เอตสฺส ตุลา อุปมาติ อตุลํ, อสทิสํ. กทาจิ เอว อุปฺปชฺชนโต ทุกฺเขน ลทฺธพฺพตฺตา ทุลฺลภทสฺสนํ. อโนเมหิ อุฬารคุเณเหว สตฺเตหิ ปริภุญฺชิตพฺพโต อโนมสตฺตปริโภคํ. อิทานิ เนสํ จิตฺตีกตาทิอตฺถานํ สวิเสสํ จกฺกรตเน ลพฺภมานตํ ทสฺเสตฺวา อิตเรสุปิ เต อติทิสิตุํ ‘‘จกฺกรตนสฺส จา’’ติอาทิ อารทฺธํ. อญฺญํ เทวฏฺฐานํ นาม น โหติ รญฺโญ อนญฺญสาธารณิสฺสริยาทิสมฺปตฺติปฏิลาภเหตุโต, สตฺตานญฺจ ยถิจฺฉิตตฺถปฏิลาภเหตุโต. อคฺโฆ นตฺถิ อติวิย อุฬารสมุชฺชลสตฺตรตนมยตฺตา, อจฺฉริยพฺภุตมหานุภาวตาย จ. ยทคฺเคน มหคฺฆํ, ตทคฺเคน อตุลํ. สตฺตานํ ปาปชิคุจฺฉเนน วิคตกาฬโก ปุญฺญปสุตตาย มณฺฑภูโต ยาทิโส กาโล พุทฺธุปฺปาทารโห, ตาทิเส เอว จกฺกวตฺตีนมฺปิ สมฺภโวติ อาห ‘‘ยสฺมา จ ปนา’’ติอาทิ. อุปมาวเสน เจตํ วุตฺตํ, อุปโมปเมยฺยานญฺจ น อจฺจนฺตเมว สทิสตา. ตสฺมา ยถา พุทฺธา กทาจิ กรหจิ อุปฺปชฺชนฺติ, น ตถา จกฺกวตฺติโน, เอวํ สนฺเตปิ จกฺกวตฺติวตฺตปริปูรณสฺสาปิ ทุกฺกรภาวโตปิ ทุลฺลภุปฺปาทาเยวาติ, อิมินา ทุลฺลภุปฺปาทตาสามญฺเญน เตสํ ทุลฺลภทสฺสนตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. กามํ จกฺกรตนานุภาเวน สิชฺฌมาโน คุโณ จกฺกวตฺติปริวารสาธารโณ, ตถาปิ ‘‘จกฺกวตฺตี เอว นํ สามิภาเวน วิสวิตาย ปริภุญฺชตี’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ ตทตฺถํ อุปฺปชฺชนโตติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตเทต’’นฺติอาทิมาห. ยถาวุตฺตานํ ปญฺจนฺนํ, ฉนฺนมฺปิ วา อตฺถานํ อิตรรตเนสุปิ ลพฺภนโต ‘‘เอวํ เสสานิปี’’ติ วุตฺตํ. หตฺถิอสฺส-ปริณายกรตเนหิ อชิตวิชยโต, จกฺกรตเนน จ ปริวารภาเวน, เสเสหิ ปริโภคูปกรณภาเวน สมนฺนาคโต. หตฺถิอสฺสมณิอิตฺถิรตเนหิ ปริโภคูปกรณภาเวน เสเสหิ ปริวารภาเวนาติ โยชนา.

จตุนฺนํ มหาทีปานํ สิริวิภวนฺติ ตตฺถ ลทฺธํ สิริสมฺปตฺติญฺเจว โภคสมฺปตฺติญฺจ. ตาทิสเมวาติ ‘‘ปุเรภตฺตเมวา’’ติอาทินา วุตฺตานุภาวเมว. โยชนปฺปมาณํ ปเทสํ พฺยาปเนน โยชนปฺปมาณํ อนฺธการํ. อติทีฆตาทิฉพฺพิธโทสปริวชฺชิตํ.

สูราติ สตฺติวนฺโต, นิพฺภยาติ อตฺโถติ อาห ‘‘อภีรุกา’’ติ. องฺคนฺติ การณํ. เยน การเณน ‘‘วีรา’’ติ วุจฺเจยฺยุํ, ตํ วีรงฺคํ. เตนาห ‘‘วีริยสฺเสตํ นาม’’นฺติ. ยาว จกฺกวาฬปพฺพตา จกฺกสฺส วตฺตนโต ‘‘จกฺกวาฬปพฺพตํ สีมํ กตฺวา ฐิตสมุทฺทปริยนฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ‘‘อทณฺเฑนา’’ติ อิมินาว ธนทณฺฑสฺส, สรีรทณฺฑสฺส จ อกรณํ วุตฺตํ. ‘‘อสตฺเถนา’’ติ อิมินา ปน เสนาย ยุชฺฌนสฺสาติ ตทุภยํ ทสฺเสตุํ ‘‘เย กตาปราเธ’’ติอาทิ วุตฺตํ. วุตฺตปฺปการนฺติ สาครปริยนฺตํ.

‘‘รญฺชนฏฺเฐน ราโค, ตณฺหายนฏฺเฐน ตณฺหา’’ติ ปวตฺติอาการเภเทน โลโภ เอว ทฺวิธา วุตฺโต. ตถา หิสฺส ทฺวิธาปิ ฉทนฏฺโฐ เอกนฺติโก. ยถาห ‘‘อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ ราโค สหเต นร’’นฺติ, (เนตฺติ. ๑๑, ๒๗) ‘‘ตณฺหาฉทนฉาทิตา’’ติ (อุทา. ๖๔) จ. อิมินา นเยน โทสาทีนมฺปิ ฉทนฏฺโฐ วตฺตพฺโพ. กิเลสคฺคหเณน วิจิกิจฺฉาทโย เสสกิเลสา วุตฺตา. ยสฺมา เต สพฺเพ ปาปธมฺมา อุปฺปชฺชมานา สตฺตสนฺตานํ ฉาเทตฺวา ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺฐนฺติ กุสลปฺปวตฺตึ นิวาเรนฺติ, ตสฺมา เต ‘‘ฉทนา, ฉทา’’ติ จ วุตฺตา. วิวฏฺฏจฺฉทาติ จ โอ-การสฺส อา-การํ กตฺวา นิทฺเทโส.

๓๕. ตาสนฺติ ทฺวินฺนมฺปิ นิปฺผตฺตีนํ. นิมิตฺตภูตานีติ ญาปกการณภูตานิ. ตถา หิ ลกฺขียติ มหาปุริสภาโว เอเตหีติ ลกฺขณานิ. ฐานคมนาทีสุ ภูมิยํ สุฏฺฐุ สมํ ปติฏฺฐิตา ปาทา เอตสฺสาติ สุปฺปติฏฺฐิตปาโท. ตํ ปนสฺส สุปฺปติฏฺฐิตปาทตํ พฺยติเรกมุเขน วิภาเวตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อคฺคตลนฺติ อคฺคปาทตลํ. ปณฺหีติ ปณฺหิตลํ. ปสฺสนฺติ ปาทตลสฺส ทฺวีสุ ปสฺเสสุ เอเกกํ, อุภยเมว วา ปริยนฺตํ ปสฺสํ. ‘‘อสฺส ปนา’’ติอาทิ อนฺวยโต อตฺถวิภาวนํ. สุวณฺณปาทุกตลมิว อุชุกํ นิกฺขิปิยมานํ. เอกปฺปหาเรเนวาติ เอกกฺขเณเยว. สกลํ ปาทตลํ ภูมึ ผุสติ นิกฺขิปเน. เอกปฺปหาเรเนว สกลํ ปาทตลํ ภูมิโต อุฏฺฐหตีติ โยชนา. ตสฺมา อยํ สุปฺปติฏฺฐิตปาโทติ นิคมนํ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ อนุปุพฺพนินฺนาทิอจฺฉริยพฺภุตํ นิสฺสนฺทผลํ, ตํ ปรโต ลกฺขณสุตฺตวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๒๐๑) อาวิภวิสฺสตีติ.

นาภิ ทิสฺสตีติ ลกฺขณจกฺกสฺส นาภิ ปริมณฺฑลสณฺฐานา สุปริพฺยตฺตา หุตฺวา ทิสฺสติ, ลพฺภตีติ อธิปฺปาโย. นาภิปริจฺฉินฺนาติ ตสฺสํ นาภิยํ ปริจฺฉินฺนา ปริจฺเฉทวเสน ฐิตา. นาภิมุขปริกฺเขปปฏฺโฏติ ปกติจกฺกสฺส อกฺขพฺภาหตปริหรณตฺถํ นาภิมุเข ฐเปตพฺพํ ปริกฺเขปปฏฺโฏ, ตปฺปฏิจฺฉนฺโน อิธ อธิปฺเปโต. เนมิมณิกาติ เนมิยํ อาวลิภาเวน ฐิตมณิกาเลขา. สมฺพหุลวาโรติ พหุวิธเลขงฺควิภาวนวาโร. สตฺตีติ อาวุธสตฺติ. สิริวจฺโฉติ สิริองฺคา. นนฺทีติ ทกฺขิณาวตฺตํ. โสวตฺติโกติ โสวตฺติองฺโค. วฏํสโกติ อาเวฬํ. วฑฺฒมานกนฺติ ปุริมหาทีสุ ทีปงฺกํ. โมรหตฺถโกติ โมรปิญฺฉกลาโป, โมรปิญฺฉปฏิสิพฺพิโต วา พีชนีวิเสโส. วาฬพีชนีติ จามริวาลํ. สิทฺธตฺถาทิ ปุณฺณฆฏปุณฺณปาติโย. ‘‘จกฺกวาโฬ’’ติ วตฺวา ตสฺส ปธานาวยเว ทสฺเสตุํ ‘‘หิมวา สิเนรุ…เป… สหสฺสานี’’ติ วุตฺตํ. ‘‘จกฺกวตฺติรญฺโญ ปริสํ อุปาทายา’’ติ อิทํ หตฺถิรตนาทีนมฺปิ ตตฺถ ลพฺภมานภาวทสฺสนํ. สพฺโพติสตฺติอาทิโก ยถาวุตฺโต องฺควิเสโส จกฺกลกฺขณสฺเสว ปริวาโรติ เวทิตพฺโพ.

‘‘อายตปณฺหี’’ติ อิทํ อญฺเญสํ ปณฺหิโต ทีฆตํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ปน อติทีฆตนฺติ อาห ‘‘ปริปุณฺณปณฺหี’’ติ. ยถา ปน ปณฺหิลกฺขณํ ปริปุณฺณํ นาม โหติ, ตํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อารคฺเคนาติ มณฺฑลาย สิขาย. วฏฺเฏตฺวาติ ยถา สุวฏฺฏํ โหติ, เอวํ วฏฺเฏตฺวา. รตฺตกมฺพลเคณฺฑุกสทิสาติ รตฺตกมฺพลมยเคณฺฑุกสทิสา.

‘‘มกฺกฏสฺเสวา’’ติ ทีฆภาวํ, สมตญฺจ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. นิยฺยาสเตเลนาติ ฉตฺติริตนิยฺยาสาทินิยฺยาสสมฺมิสฺเสน เตเลน, ยํ ‘‘สุรภินิยฺยาส’’นฺติปิ วทนฺติ. นิยฺยาสเตลคฺคหณญฺเจตฺถ หริตาลวฏฺฏิยา ฆนสินิทฺธภาวทสฺสนตฺถํ.

ยถา สตกฺขตฺตุํ วิหตํ กปฺปาสปฏลํ สปฺปิมณฺเฑ โอสาริตํ อติวิย มุทุ โหติ, เอวํ มหาปุริสสฺส หตฺถปาทาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สปฺปิมณฺเฑ’’ติอาทิมาห. ตลุนาติ สุขุมาลา.

จมฺเมนาติ องฺคุลนฺตรเวฐิตจมฺเมน. ปฏิพทฺธองฺคุลนฺตโรติ เอกโต สมฺพทฺธองฺคุลนฺตโร น โหติ. เอกปฺปมาณาติ ทีฆโต สมานปฺปมาณา. ยวลกฺขณนฺติ อพฺภนฺตรโต องฺคุลิปพฺเพ ฐิตํ ยวลกฺขณํ. ปฏิวิชฺฌิตฺวาติ ตํตํปพฺพานํ สมานเทสตาย องฺคุลีนํ ปสาริตกาเลปิ อญฺญมญฺญํ วิชฺฌิตานิ วิย ผุสิตฺวา ติฏฺฐนฺติ.

สงฺขา วุจฺจนฺติ โคปฺผกา, อุทฺธํ สงฺขา เอเตสนฺติ อุสฺสงฺขา, ปาทา. ปิฏฺฐิปาเทติ ปิฏฺฐิปาทสมีเป. เตนาติ ปิฏฺฐิปาเท ฐิตโคปฺผกภาเวน พทฺธา โหนฺตีติ โยชนา. ตยิทํ ‘‘เตนา’’ติ ปทํ อุปริปททฺวเยปิ โยเชตพฺพํ ‘‘เตน พทฺธภาเวน น ยถาสุขํ ปริวฏฺฏนฺติ, เตน ยถาสุขํ นปริวฏฺฏเนน คจฺฉนฺตานํ ปาทตลานิปิ น ทิสฺสนฺตี’’ติ. อุปรีติ ปิฏฺฐิปาทโต ทฺวิติองฺคุลิมตฺตํ อุทฺธํ, ‘‘จตุรงฺคุลมตฺต’’นฺติ จ วทนฺติ. นิคูฬฺหานิ จ โหนฺติ, น อญฺเญสํ วิย ปญฺญายมานานิ. เตนาติ โคปฺผกานํ อุปริ ปติฏฺฐิตภาเวน. อสฺสาติ มหาปุริสสฺส. สติปิ เทสนฺตรปฺปวตฺติยํ นิจฺจโลติ ทสฺสนตฺถํ นาภิคฺคหณํ. ‘‘อโธกาโยว อิญฺชตี’’ติ อิทํ ปุริมปทสฺส การณวจนํ. ยสฺมา อโธกาโยว อิญฺชติ, ตสฺมา นาภิโต…เป… นิจฺจโล โหติ. ‘‘สุเขน ปาทา ปริวฏฺฏนฺตี’’ติ อิทํ ปน ปุริมสฺส, ปจฺฉิมสฺส จ การณวจนํ. ยสฺมา สุเขน ปาทา ปริวฏฺฏนฺติ, ตสฺมา อโธกาโยว อิญฺชติ, ยสฺมา สุเขน ปาทา ปริวฏฺฏนฺติ, ตสฺมา ปุรโตปิ…เป… ปจฺฉโตเยวาติ.

ยสฺมา เอณิมิคสฺส สมนฺตโต เอกสทิสมํสา อนุกฺกเมน อุทฺธํ ถูลา ชงฺฆา โหนฺติ, ตถา มหาปุริสสฺสาปิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เอณิมิคสทิสชงฺโฆ’’ติ. ปริปุณฺณชงฺโฆติ สมนฺตโต มํสูปจเยน ปริปุณฺณชงฺโฆ. เตนาห ‘‘น เอกโต’’ติอาทิ.

เอเตนาติ ‘‘อโนนมนฺโต’’ติอาทิวจเนน, ชาณุผาสุภาวทีปเนนาติ อตฺโถ. อวเสสชนาติ อิมินา ลกฺขเณน รหิตชนา. ขุชฺชา วา โหนฺติ เหฏฺฐิมกายโต อุปริมกายสฺส รสฺสตาย, วามนา วา อุปริมกายโต เหฏฺฐิมกายสฺส รสฺสตาย, เอเตน ฐเปตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺธํ, จกฺกวตฺตินญฺจ อิตเร สตฺตา ขุชฺชปกฺขิกา, วามนปกฺขิกา จาติ ทสฺเสติ.

กามํ สพฺพาปิ ปทุมกณฺณิกา สุวณฺณวณฺณาว, กญฺจนปทุมกณฺณิกา ปน ปภสฺสรภาเวน ตโต สาติสยาติ อาห ‘‘สุวณฺณปทุมกณฺณิกสทิเสหี’’ติ. โอหิตนฺติ สโมหิตํ อนฺโตคธํ. ตถาภูตํ ปน ตํ เตน ฉนฺนํ โหตีติ อาห ‘‘ปฏิจฺฉนฺน’’นฺติ.

สุวณฺณวณฺโณติ สุวณฺณวณฺณวณฺโณติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘ชาติหิงฺคุลเกนา’’ติอาทิ, สฺวายมตฺโถ อาวุตฺติญาเยน จ เวทิตพฺโพ. สรีรปริยาโย อิธ วณฺณ-สทฺโทติ อธิปฺปาโย. ปฐมวิกปฺปํ วตฺวา ตถารูปาย ปน รุฬฺหิยา อภาวํ มนสิ กตฺวา วณฺณธาตุปริยายเมว วณฺณ-สทฺทํ คเหตฺวา ทุติยวิกปฺโป วุตฺโต. ตสฺมา ปททฺวเยนาปิ สุนิทฺธนฺตสุวณฺณสทิสฉวิวณฺโณติ วุตฺตํ โหติ.

รโชติ สุขุมรโช. ชลฺลนฺติ มลีนภาวาวโห เรณุสญฺจโย. เตนาห ‘‘มลํ วา’’ติ. ยทิ วิวตฺตติ, กถํ นฺหานาทีนีติ อาห ‘‘หตฺถโธวนาทีนี’’ติอาทิ.

อาวฏฺฏปริโยสาเนติ ปทกฺขิณาวฏฺฏนวเสน ปวตฺตสฺส อาวฏฺฏสฺส อนฺเต.

พฺรหฺมุโน สรีรํ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา อโนนมิตฺวา อุชุกเมว อุคฺคตนฺติ อาห ‘‘พฺรหฺมา วิย อุชุคตฺโต’’ติ. สา ปนายํ อุชุคตฺตตา อวยเวสุ พุทฺธิปฺปตฺเตสุ ทฏฺฐพฺพา, น ทหรกาเลติ วุตฺตํ ‘‘อุคฺคตทีฆสรีโร ภวิสฺสตี’’ติ. อิตเรสูติ ‘‘ขนฺธชาณูสู’’ติ อิเมสุ ทฺวีสุ ฐาเนสุ นมนฺตา ปุรโต นมนฺตีติ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ. ปสฺสวงฺกาติ ทกฺขิณปสฺเสน วา วามปสฺเสน วา วงฺกา. สูลสทิสาติ โปตฺถกรูปกรเณ ฐปิตสูลปาทสทิสา.

หตฺถปิฏฺฐิอาทิวเสน สตฺต สรีราวยวา อุสฺสทา อุปจิตมํสา เอตสฺสาติ สตฺตุสฺสโท. อฏฺฐิโกฏิโย ปญฺญายนฺตีติ โยชนา. นิคูฬฺหสิราชาเลหีติ ลกฺขณวจนเมตนฺติ เตน นิคูฬฺหอฏฺฐิโกฏีหีติปิ วุตฺตเมว โหตีติ. หตฺถปิฏฺฐาทีหีติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน อํสกูฏขนฺธกูฏานํ สงฺคเห สิทฺเธ ตํ เอกเทเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘วฏฺเฏตฺวา…เป… ขนฺเธนา’’ติ อาห. ‘‘สิลารูปกํ วิยา’’ติอาทินา วา นิคูฬฺหอํสกูฏตาปิ วิภาวิตา เยวาติ ทฏฺฐพฺพํ.

สีหสฺส ปุพฺพทฺธํ สีหปุพฺพทฺธํ, ปริปุณฺณาวยวตาย สีหปุพฺพทฺธํ วิย สกโล กาโย อสฺสาติ สีหปุพฺพทฺธกาโย. เตนาห ‘‘สีหสฺส ปุพฺพทฺธกาโย วิย สพฺโพ กาโย ปริปุณฺโณ’’ติ. สีหสฺเสวาติ สีหสฺส วิย. ทุสฺสณฺฐิตวิสณฺฐิโต น โหตีติ ทุฏฺฐุ สณฺฐิโต, วิรูปสณฺฐิโต จ น โหติ, เตสํ เตสํ อวยวานํ อยุตฺตภาเวน, วิรูปภาเวน จ สณฺฐิติ อุปคโต น โหตีติ อตฺโถ. สณฺฐนฺตีติ สณฺฐหนฺติ. ทีเฆหีติ องฺคุลินาสาทีหิ. รสฺเสหีติ คีวาทีหิ. ถูเลหีติ อูรุพาหุอาทีหิ. กิเสหีติ เกสโลมมชฺฌาทีหิ. ปุถุเลหีติ อกฺขิหตฺถตลาทีหิ. วฏฺเฏหีติ ชงฺฆหตฺถาทีหิ.

สตปุญฺญลกฺขณตาย นานาจิตฺเตน ปุญฺญจิตฺเตน จิตฺติโต สญฺชาตจิตฺตภาโว ‘‘อีทิโส เอว พุทฺธานํ ธมฺมกายสฺส อธิฏฺฐานํ ภวิตุํ ยุตฺโต’’ติ ทสปารมีหิ สชฺชิโต อภิสงฺขโต, ‘‘ทานจิตฺเตน ปุญฺญจิตฺเตนา’’ติ วา ปาโฐ, ทานวเสน, สีลาทิวเสน จ ปวตฺตปุญฺญจิตฺเตนาติ อตฺโถ.

ทฺวินฺนํ โกฏฺฏานํ อนฺตรนฺติ ทฺวินฺนํ ปิฏฺฐิพาหานํ เวมชฺฌํ ปิฏฺฐิมชฺฌสฺส อุปริภาโค. จิตํ ปริปุณฺณนฺติ อนินฺนภาเวน จิตํ, ทฺวีหิ โกฏฺเฏหิ สมตลตาย ปริปุณฺณํ. อุคฺคมฺมาติ อุคฺคนฺตฺวา, อนินฺนํ สมตลํ หุตฺวาติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘สุวณฺณผลกํ วิยา’’ติ.

นิโคฺรโธ วิย ปริมณฺฑโลติ ปริมณฺฑลนิโคฺรโธ วิย ปริมณฺฑโล, ‘‘นิโคฺรธปริมณฺฑลปริมณฺฑโล’’ติ วตฺตพฺเพ เอกสฺส ปริมณฺฑล-สทฺทสฺส โลปํ กตฺวา ‘‘นิโคฺรธปริมณฺฑโล’’ติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘สมกฺขนฺธสาโข นิโคฺรโธ’’ติอาทิ. น หิ สพฺโพ นิโคฺรโธ ปริมณฺฑโลติ, ปริมณฺฑลสทฺทสนฺนิธาเนน วา ปริมณฺฑโลว นิโคฺรโธ คยฺหตีติ เอกสฺส ปริมณฺฑลสทฺทสฺส โลเปน วินาปิ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘นิโคฺรโธ วิย ปริมณฺฑโล’’ติ. ยาวตโก อสฺสาติ ยาวตกฺวสฺส โอ-การสฺส ว-การาเทสํ กตฺวา.

สมวฏฺฏิตกฺขนฺโธติ สมํ สุวฏฺฏิตกฺขนฺโธ. โกญฺจา วิย ทีฆคลา, พกา วิย วงฺกคลา, วราหา วิย ปุถุลคลาติ โยชนา. สุวณฺณาฬิงฺคสทิโสติ สุวณฺณมยขุทฺทกมุทิงฺคสทิโส.

รสคฺคสคฺคีติ มธุราทิเภทํ รสํ คสนฺติ อนฺโต ปเวสนฺตีติ รสคฺคสา รสคฺคสานํ อคฺคา รสคฺคสคฺคา, ตา เอตสฺส สนฺตีติ รสคฺคสคฺคี. เตนาติ โอชาย อผรเณน หีนธาตุกตฺตา เต พหฺวาพาธา โหนฺติ.

หนูติ สนฺนิสฺสยทนฺตาธารสฺส สมญฺญา, ตํ ภควโต สีหสฺส หนุ วิย, ตสฺมา ภควา สีหหนุ. ตตฺถ ยสฺมา พุทฺธานํ รูปกายสฺส, ธมฺมกายสฺส จ อุปมา นาม หีนูปมาว, นตฺถิ สมานูปมา, กุโต อธิกูปมา, ตสฺมา อยมฺปิ หีนูปมาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยสฺมา มหาปุริสสฺส เหฏฺฐิมานุรูปวเสเนว อุปริมมฺปิ สณฺฐิตํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เทฺวปิ ปริปุณฺณานี’’ติ, ตญฺจ โข น สพฺพโส ปริมณฺฑลตาย, อถ โข ติภาคาวเสสมณฺฑลตายาติ อาห ‘‘ทฺวาทสิยา ปกฺขสฺส จนฺทสทิสานี’’ติ. สลฺลกฺเขตฺวาติ อตฺตโน ลกฺขณสตฺถานุสาเรน อุปธาเรตฺวา. ทนฺตานํ อุจฺจนีจตา อพฺภนฺตรพาหิรปสฺสวเสนปิ เวทิตพฺพา, น อคฺควเสเนว. เตนาห ‘‘อยปฏฺฏเกน ฉินฺนสงฺขปฏลํ วิยา’’ติ. อยปฏฺฏกนฺติ กกจํ อธิปฺเปตํ. สมา ภวิสฺสนฺติ, น วิสมา, สมสณฺฐานาติ อตฺโถ.

สาติสยํ มุทุทีฆปุถุลตาทิปฺปการคุณา หุตฺวา ภูตา ชาตาติ ปภูตา, ภ-การสฺส ห-การํ กตฺวา ปหูตา ชิวฺหา เอตสฺสาติ ปหูตชิโวฺห.

วิจฺฉินฺทิตฺวา วิจฺฉินฺทิตฺวา ปวตฺตสรตาย ฉินฺนสฺสราปิ. อเนกาการตาย ภินฺนสฺสราปิ. กากสฺส วิย อมนุญฺญสรตาย กากสฺสราปิ. อปลิพุทฺธตฺตาติ อนุปทฺทุตวตฺถุกตฺตา, วตฺถูติ จ อกฺขรุปฺปตฺติฏฺฐานํ เวทิตพฺพํ. อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโตติ เอตฺถ องฺคานิ ปรโต อาคมิสฺสนฺติ. มญฺชุโฆโสติ มธุรสฺสโร.

อภินีลเนตฺโตติ อธิกนีลเนตฺโต, อธิกตา จ สาติสยํ นีลภาเวน เวทิตพฺพา, น เนตฺตนีลภาวสฺเสว อธิกภาวโตติ อาห ‘‘น สกลนีลเนตฺโต’’ติอาทิ. ปีตโลหิตวณฺณา เสตมณฺฑลคตราชิวเสน. นีลเสตกาฬวณฺณา ปน ตํตํมณฺฑลวเสเนว เวทิตพฺพา.

‘‘จกฺขุภณฺฑนฺติ อกฺขิทล’’นฺติ เกจิ. ‘‘อกฺขิทลวฏุม’’นฺติ อญฺเญ. อกฺขิทเลหิ ปน สทฺธึ อกฺขิพิมฺพนฺติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺหิ วินิคฺคตคมฺภีรโชตนาปิ ยุตฺตา โหติ. ‘‘อธิปฺเปต’’นฺติ อิมินา อยเมตฺถ อธิปฺปาโย เอกเทเสน สมุทายุปลกฺขณญาเยนาติ ทสฺเสติ. ยสฺมา ปขุม-สทฺโท โลเก อกฺขิทลโลเมสุ นิรุโฬฺห, เตเนวาห ‘‘มุทุสินิทฺธนีลสุขุมปขุมาจิตานิ อกฺขีนี’’ติ.

กิญฺจาปิ อุณฺณา-สทฺโท โลเก อวิเสสโต โลมปริยาโย, อิธ ปน โลมวิเสสวาจโกติ อาห ‘‘อุณฺณา โลม’’นฺติ. นลาฏเวมชฺเฌ ชาตาติ นลาฏมชฺฌคตา ชาตา. โอทาตตาย อุปมา, น มุทุตาย. อุณฺณา หิ ตโตปิ สาติสยํ มุทุตรา. เตนาห‘‘สปฺปิ มณฺเฑ’’ติอาทิ. รชตปุพฺพุฬกนฺติ รชตมยตารกมาห.

เทฺว อตฺถวเส ปฏิจฺจ วุตฺตนฺติ ยสฺมา พุทฺธา, จกฺกวตฺติโน จ ปริปุณฺณนลาฏตาย, ปริปุณฺณสีสพิมฺพตาย จ ‘‘อุณฺหีสสีสา’’ติ วุจฺจนฺติ, ตสฺมา เต เทฺว อตฺถวเส ปฏิจฺจ ‘‘อุณฺหีสสีโส’’ติ อิทํ วุตฺตํ. อิทานิ ตํ อตฺถทฺวยํ มหาปุริเส สุปฺปติฏฺฐิตนฺติ ‘‘มหาปุริสสฺส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สณฺหตมตาย, สุวณฺณวณฺณตาย, ปภสฺสรตาย, ปริปุณฺณตาย จ รญฺโญ พนฺธอุณฺหีสปฏฺโฏ วิย วิโรจติ. กปิสีสาติ ทฺวิธาภูตสีสา. ผลสีสาติ ผลิตสีสา. อฏฺฐิสีสาติ มํสสฺส อภาวโต อติวิย อฏฺฐิตาย, ปตนุภาวโต วา ตโจนทฺธอฏฺฐิมตฺตสีสา. ตุมฺพสีสาติ ลาพุสทิสสีสา. ปพฺภารสีสาติ ปิฏฺฐิภาเคน โอลมฺพมานสีสา. ปุริมนเยนาติ ปริปุณฺณนลาฏตาปกฺเขน. อุณฺหีสเวฐิตสีโส วิยาติ อุณฺหีสปฏฺเฏน เวฐิตสีสปเทโส วิย. อุณฺหีสํ วิยาติ เฉเกน สิปฺปินา วิรจิตอุณฺหีสมณฺฑลํ วิย.

วิปสฺสีสมญฺญาวณฺณนา

๓๗. ตสฺส วิตฺถาโรติ ตสฺส ลกฺขณปริคฺคณฺหเน เนมิตฺตกานํ สนฺตปฺปนสฺส วิตฺถาโร วิตฺถารกถา. คพฺโภกฺกนฺติยํ นิมิตฺตภูต สุปินปฏิคฺคาหกสนฺตปฺปเน วุตฺโตเยว. นิทฺโทเสนาติ ขาริกโลณิกาทิโทสรหิเตน. ธาติโยติ ถญฺญปายิกา ธาติโย. ตา หิ ธาเปนฺติ ถญฺญํ ปาเยนฺตีติ ธาติโย.‘‘ตถา’’ติ อิมินา ‘‘สฏฺฐิ’’นฺติ ปทํ อุปสํหรติ, เสสาปีติ นฺหาปิกา, ธาริกา, ปริหาริกาติ อิมา ติวิธา. ตาปิ ทหนฺติ วิทหนฺติ นฺหานํ ทหนฺติ ธาเรนฺตีติ ‘‘ธาติโย’’ เตฺวว วุจฺจนฺติ. ตตฺถ ธารณํ อุรสา, อูรุนา, หตฺเถหิ วา สุจิรํ เวลํ สนฺธารณํ. ปริหรณํ อญฺญสฺส องฺกโต อตฺตโน องฺกํ, อญฺญสฺส พาหุโต อตฺตโน พาหุํ อุปสํหรนฺเตหิ หรณํ สมฺปาปนํ.

๓๘. มญฺชุสฺสโรติ สณฺหสฺสโร. โย หิ สโณฺห, โส ขโร น โหตีติ อาห ‘‘อขรสฺสโร’’ติ. วคฺคุสฺสโรติ มโนรมฺมสฺสโร, มโนรมฺมตา จสฺส จาตุริยเน ปุญฺญโยคโตติ อาห ‘‘เฉกนิปุณสฺสโร’’ติ. มธุรสฺสโรติ โสตสุขสฺสโร, โสตสุขตา จสฺส อติวิย อิฏฺฐภาเวนาติ อาห ‘‘สาตสฺสโร’’ติ. เปมนียสฺสโรติ ปิยายิตพฺพสฺสโร, ปิยายิตพฺพตา จสฺส สุณนฺตานํ อตฺตนิ ภตฺติสมุปฺปาทเนนาติ อาห ‘‘เปมชนกสฺสโร’’ติ. กรวีกสฺสโรติ. กรวีกสทฺโท เยสํ สตฺตานํ โสตปถํ อุปคจฺฉติ, เต อตฺตโน สรสมฺปตฺติยา ปกตึ ชหาเปตฺวา อวเส กโรนฺโต อตฺตโน วเส วตฺเตติ, เอวํ มธุโรติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตตฺริท’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ‘‘กรวีกสกุเณ’’ติอาทิ ตสฺส สภาวกถนํ. ลฬิตนฺติ ปีติเวคสมุฏฺฐิตํ ลีฬํ. ฉฑฺเฑตฺวาติ ‘‘สงฺขรณมฺปิ มธุรสทฺทสวนนฺตรายกร’’นฺติ ติณานิ อปเนตฺวา. อนิกฺขิปิตฺวาติ ภูมิยํ อนิกฺขิปิตฺวา อากาสคตเมว กตฺวา. อนุพทฺธมิคา วาฬมิเคหิ. ตโต มรณภยํ หิตฺวา. ปกฺเข ปสาเรตฺวาติ ปกฺเข ยถาปสาริเต กตฺวา อปตนฺตา ติฏฺฐนฺติ.

สุวณฺณปญฺชรํ วิสฺสชฺเชสิ โยชนปฺปมาเณ อากาเส อตฺตโน อาณาย ปวตฺตนโต. เตนาห ‘‘โส ราชาณายา’’ติอาทิ. ลฬึสูติ ลฬิตํ กาตุํ อารภึสุ. ตํ ปีตินฺติ ตํ พุทฺธคุณารมฺมณํ ปีตึ เตเนว นีหาเรน ปุนปฺปุนํ ปวตฺตํ ปีตึ อวิชหิตฺวา วิกฺขมฺภิตกิเลสา เถรานํ สนฺติเก ลทฺธธมฺมสฺสวนสปฺปายา อุปนิสฺสยสมฺปตฺติยา ปริปกฺกญาณตาย สตฺตหิ…เป… ปติฏฺฐาสิ. สตฺตสตมตฺเตน โอโรธชเนน สทฺธึ ปทสาว เถรานํ สนฺติกํ อุปคตตฺตา ‘‘สตฺตหิ ชงฺฆสเตหิ สทฺธิ’’นฺติ วุตฺตํ. ตโตติ กรวีกสทฺทโต. สตภาเคน…เป… เวทิตพฺโพ อเนกกปฺปโกฏิสตสมฺภูตปุญฺญสมฺภารสมุทาคตวตฺถุสมฺปตฺติภาวโต.