๙. มหาสติปฏฺฐานสุตฺตวณฺณนา

อุทฺเทสวารกถาวณฺณนา

๓๗๓. ‘‘กสฺมา ภควา อิทํ สุตฺตมภาสี’’ติ อสาธารณํ สมุฏฺฐานํ ปุจฺฉติ, สาธารณํ ปน ‘‘ปากฏ’’นฺติ อนามสิตฺวา ‘‘กุรุรฏฺฐวาสีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สมุฏฺฐานนฺติ หิ เทสนานิทานํ, ตํ สาธารณาสาธารณเภทโต ทุวิธํ, สาธารณมฺปิ อชฺฌตฺติกพาหิรเภทโต ทุวิธํ. ตตฺถ สาธารณํ อชฺฌตฺติกํ สมุฏฺฐานํ นาม ภควโต มหากรุณา. ตาย หิ สมุสฺสาหิตสฺส ภควโต เวเนยฺยานํ ธมฺมเทสนาย จิตฺตํ อุทปาทิ. ยถาห ‘‘สตฺเตสุ จ การุญฺญตํ ปฏิจฺจ พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกสี’’ติอาทิ. (ที. นิ. ๒.๖๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๙; สํ. นิ. ๑.๑๗๒; มหาว. ๙) พาหิรํ ปน สาธารณํ สมุฏฺฐานํ นาม ทสสหสฺสมหาพฺรหฺมปริวารสฺส สหมฺปติมหาพฺรหฺมุโน อชฺเฌสนํ. ตถา จาห ‘‘พฺรหฺมุโน จ อชฺเฌสนํ วิทิตฺวา’’ติ. (ที. นิ. ๒.๖๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๙; สํ. นิ. ๑.๑๗๙; มหาว. ๙) ตทชฺเฌสนุตฺตรกาลญฺหิ ธมฺมปจฺจเวกฺขณาชนิตํ อปฺโปสฺสุกฺกตํ ปฏิปสฺสมฺเภตฺวา ภควา ธมฺมํ เทเสตุํ อุสฺสาหชาโต อโหสิ. ยถา จ มหากรุณา, เอวํ ทสพลญาณาทโย จ เทสนาย อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานภาเว วตฺตพฺพา. สพฺพญฺหิ เญยฺยธมฺมํ, เตสํ เทเสตพฺพปฺปการํ, สตฺตานญฺจ อาสยานุสยาทึ ยาถาวโต ชานิตฺวา ภควา ฐานาฏฺฐานาทีสุ โกสลฺเลน เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปํ วิจิตฺตนยเทสนํ ปวตฺเตสีติ. อสาธารณมฺปิ อชฺฌตฺติกพาหิรเภทโต ทุวิธเมว. ตตฺถ อชฺฌตฺติกํ ยาย มหากรุณาย, เยน จ เทสนาญาเณน อิทํ สุตฺตํ ปวตฺติตํ, ตทุภยํ เวทิตพฺพํ, พาหิรํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘กุรุรฏฺฐวาสีน’’นฺติอาทิมาห. เตน วุตฺตํ ‘‘อสาธารณํ สมุฏฺฐานํ ปุจฺฉตี’’ติ, เตน ‘‘อตฺตชฺฌาสยาทีสุ จตูสุ สุตฺตนิกฺเขเปสุ กตโรย’’นฺติ สุตฺตนิกฺเขโป ปุจฺฉิโต โหตีติ อิตโร ‘‘กุรุรฏฺฐวาสีน’’นฺติอาทินา ‘‘ปรชฺฌาสโยยํ สุตฺตนิกฺเขโป’’ติ ทสฺเสติ.

กุรุรฏฺฐํ กิร ตทา ตํนิวาสิสตฺตานํ โยนิโสมนสิการวนฺตตาทินา เยภุยฺเยน สุปฺปฏิปนฺนตาย, ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตาพเลน ตทา อุตุอาทิสมฺปตฺติยุตฺตเมว อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุตุปจฺจยาทิสมฺปนฺนตฺตา’’ติ. อาทิ-สทฺเทน โภชนาทิสมฺปตฺตึ สงฺคณฺหาติ. เกจิ ปน ‘‘ปุพฺเพ ปวตฺตกุรุวตฺตธมฺมานุฏฺฐานวาสนาย อุตฺตรกุรุ วิย เยภุยฺเยน อุตุอาทิสมฺปนฺนเมว โหนฺตํ ภควโต กาเล สาติสยํ อุตุสปฺปายาทิยุตฺตํ ตํ รฏฺฐํ อโหสี’’ติ วทนฺติ. จิตฺตสรีรกลฺลตายาติ จิตฺตสฺส, สรีรสฺส จ อโรคตาย. อนุคฺคหิตปญฺญาพลาติ ลทฺธูปการญาณานุภาวา, อนุ อนุ วา อาจิณฺณปญฺญาเตชา. เอกวีสติยา ฐาเนสุติ กายานุปสฺสนาวเสน จุทฺทสสุ ฐาเนสุ, เวทนานุปสฺสนาวเสน เอกสฺมึ ฐาเน, ตถา จิตฺตานุปสฺสนาวเสน, ธมฺมานุปสฺสนาวเสน ปญฺจสุ ฐาเนสูติ เอวํ เอกวีสติยา ฐาเนสุ. กมฺมฏฺฐานํ อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ ยถา อรหตฺตํ ปาเปติ, เอวํ เทสนาวเสน อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวา. สุวณฺณจงฺโกฏกสุวณฺณมญฺชูสาสุ ปกฺขิตฺตานิ สุมนจมฺปกาทินานาปุปฺผานิ, มณิมุตฺตาทิสตฺตรตนานิ จ ยถา ภาชนสมฺปตฺติยา สวิเสสํ โสภนฺติ, กิจฺจกรานิ จ โหนฺติ มนุญฺญภาวโต, เอวํ สีลทสฺสนาทิสมฺปตฺติยา ภาชนวิเสสภูตาย กุรุรฏฺฐวาสิปริสาย เทสิตา ภควโต อยํ เทสนา ภิยฺโยโส มตฺตาย โสภติ, กิจฺจการี จ โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ยถา หิ ปุริโส’’ติอาทินา. เอตฺถาติ กุรุรฏฺเฐ.

ปกติยาติ สรสโตปิ, อิมิสฺสา สติปฏฺฐานสุตฺตเทสนาย ปุพฺเพปีติ อธิปฺปาโย. อนุยุตฺตา วิหรนฺติ สตฺถุ เทสนานุสารโต ภาวนานุโยคํ.

วิสฺสฏฺฐอตฺตภาเวนาติ อนิจฺจาทิวเสน กิสฺมิญฺจิ โยนิโสมนสิกาเร จิตฺตํ อนิโยเชตฺวา รูปาทิอารมฺมเณ อภิรติวเสน วิสฺสฏฺฐจิตฺเตน ภวิตุํ น วฏฺฏติ, ปมาทวิหารํ ปหาย อปฺปมตฺเตน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.

เอกายโนติ เอตฺถ อยน-สทฺโท มคฺคปริยาโย. น เกวลํ อยนเมว, อถ โข อญฺเญปิ พหู มคฺคปริยายาติ ปทุทฺธารํ กโรนฺโต ‘‘มคฺคสฺส หี’’ติ อาทึ วตฺวา ยทิ มคฺคปริยาโย อยน-สทฺโท, กสฺมา ปุน ‘‘มคฺโค’’ติ วุตฺตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ตตฺถ เอกมคฺโคติ เอโก เอว มคฺโค. น หิ นิพฺพานคามิมคฺโค อญฺโญ อตฺถีติ. นนุ สติปฏฺฐานํ อิธ มคฺโคติ อธิปฺเปตํ, ตทญฺเญ จ พหู มคฺคธมฺมา อตฺถีติ? สจฺจํ อตฺถิ, เต ปน สติปฏฺฐานคฺคหเณเนว คหิตา ตทวินาภาวโต. ตถา หิ ญาณวีริยาทโย นิทฺเทเส คหิตา, อุทฺเทเส ปน สติยา เอว คหณํ เวเนยฺยชฺฌาสยวเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘น ทฺวิธาปถภูโต’’ติ อิมินา อิมสฺส มคฺคสฺส อเนกมคฺคภาวาภาวํ วิย อนิพฺพานคามิภาวาภาวญฺจ ทสฺเสติ. เอเกนาติ อสหาเยน. อสหายตา จ ทุวิธา อตฺตทุติยตาภาเวน วา, ยา ‘‘วูปกฏฺฐกายตา’’ติ วุจฺจติ, ตณฺหาทุติยตาภาเวน วา, ยา ‘‘ปวิวิตฺตจิตฺตตา’’ติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘วูปกฏฺเฐน ปวิวิตฺตจิตฺเตนา’’ติ. เสฏฺโฐปิ โลเก ‘‘เอโก’’ติ วุจฺจติ ‘‘ยาว ปเร เอกาหํ โว กโรมี’’ติอาทีสูติ อาห ‘‘เอกสฺสาติ เสฏฺฐสฺสา’’ติ. ยทิ สํสารโต นิสฺสรณฏฺโฐ อยนฏฺโฐ, อญฺเญสมฺปิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺนานํ สาธารณโต, กถํ ภควโตติ อาห ‘‘กิญฺจาปี’’ติอาทิ. อิมสฺมึ โขติ เอตฺถ โข-สทฺโท อวธารเณ, ตสฺมา อิมสฺมึ เยวาติ อตฺโถ. เทสนาเภโทเยว เหโส, ยทิทํ ‘‘มคฺโค’’ติ วา ‘‘อยโน’’ติ วา. อยน-สทฺโท วา กมฺมกรณาทิวิภาโค. เตนาห ‘‘อตฺถโต ปน เอโก วา’’ติ.

นานามุขภาวนานยปฺปวตฺโตติ กายานุปสฺสนาทิมุเขน ตตฺถาปิ อานาปานาทิมุเขน ภาวนานเยน ปวตฺโต. เอกายนนฺติ เอกคามินํ, นิพฺพานคามินนฺติ อตฺโถ. นิพฺพานญฺหิ อทุติยภาวโต, เสฏฺฐภาวโต จ ‘‘เอก’’นฺติ วุจฺจติ. ยถาห ‘‘เอกญฺหิ สจฺจํ น ทุตียมตฺถี’’ติ (สุ. นิ. ๘๙๐). ‘‘ยาวตา ภิกฺขเว ธมฺมา สงฺขตา วา อสงฺขตา วา วิราโค เตสํ อคฺคํ อกฺขายตี’’ติ. (อ. นิ. ๔.๓๔; อิติวุ. ๙๐) ขโย เอว อนฺโตติ ขยนฺโต, ชาติยา ขยนฺตํ ทิฏฺฐวาติ ชาติขยนฺตทสฺสี. อวิภาเคน สพฺเพปิ สตฺเต หิเตน อนุกมฺปตีติ หิตานุกมฺปี. อตรึสูติ ตรึสุ. ปุพฺเพติ ปุริมกา พุทฺธา, ปุพฺเพ วา อตีตกาเล.

ตนฺติ เตสํ วจนํ, ตํ วา กิริยาวุตฺติวาจกตฺตํ น ยุชฺชติ. น หิ สงฺเขยฺยปฺปธานตาย สตฺตวาจิโน เอกสทฺทสฺส กิริยาวุตฺติวาจกตา อตฺถิ. ‘‘สกิมฺปิ อุทฺธํ คจฺเฉยฺยา’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๗.๗๒) วิย สกึ อยโนติ อิมินา พฺยญฺชเนน ภวิตพฺพํ. เอวมตฺถํ โยเชตฺวาติ ‘‘เอกํ อยนํ อสฺสา’’ติ เอวํ สมาสปทตฺถํ โยเชตฺวา. อุภยถาปีติ ปุริมนเยน, ปจฺฉิมนเยน จ. น ยุชฺชติ อิธาธิปฺเปตมคฺคสฺส อเนกวารํ ปวตฺติสพฺภาวโต. เตนาห ‘‘กสฺมา’’ติอาทิ. ‘‘อเนกวารมฺปิ อยตี’’ติ ปุริมนยสฺส อยุตฺตตาทสฺสนํ, ‘‘อเนกญฺจสฺส อยนํ โหตี’’ติ ปจฺฉิมนยสฺส.

อิมสฺมึ ปเทติ ‘‘เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค’’ติ อิมสฺมึ วาเกฺย, อิมสฺมึ วา ‘‘ปุพฺพภาคมคฺโค, โลกุตฺตรมคฺโค’’ติ วิธานปเท. มิสฺสกมคฺโคติ โลกิเยน มิสฺสโก โลกุตฺตรมคฺโค. วิสุทฺธิอาทีนํ นิปฺปริยายเหตุกํ สงฺคณฺหนฺโต อาจริยตฺเถโร ‘‘มิสฺสกมคฺโค’’ติ อาห. อิตโร ปริยายเหตุ อิธาธิปฺเปโตติ ‘‘ปุพฺพภาคมคฺโค’’ติ อโวจ.

สทฺทํ สุตฺวาติ ‘‘กาโล ภนฺเต ธมฺมสวนายา’’ติ กาลาโรจนสทฺทํ ปจฺจกฺขโต, ปรมฺปราย จ สุตฺวา. เอวํ อุกฺขิปิตฺวาติ เอวํ ‘‘สุนฺทรํ มโนหรํ อิมํ กถํ ฉฑฺเฑมา’’ติ อฉฑฺเฑนฺตา อุจฺฉุภารํ วิย ปคฺคเหตฺวา น วิจรนฺติ. อาลุเฬตีติ วิลุฬิโต อากุโล โหตีติ อตฺโถ. เอกายนมคฺโค วุจฺจติ ปุพฺพภาคสติปฏฺฐานมคฺโคติ เอตฺตาวตา อิธาธิปฺเปตตฺเถ สิทฺเธ ตสฺเสว อลงฺการตฺถํ โส ปน ยสฺส ปุพฺพภาคมคฺโค, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคานฏฺฐงฺคิโก’’ติอาทิกา คาถาปิ ปฏิสมฺภิทามคฺคโตว อาเนตฺวา ฐปิตา.

นิพฺพานคมนฏฺเฐนาติ นิพฺพานํ คจฺฉติ อธิคจฺฉติ เอเตนาติ นิพฺพานคมนํ,โสเยว อวิปรีตสภาวตาย อตฺโถ, เตน นิพฺพานคมนฏฺเฐน, นิพฺพานาธิคมูปายตายาติ อตฺโถ. มคฺคนียฏฺเฐนาติ คเวสิตพฺพตาย. ‘‘คมนียฏฺเฐนา’’ติ วา ปาโฐ, อุปคนฺตพฺพตายาติ อตฺโถ. ‘‘ราคาทีหี’’ติ อิมินา ราคโทสโมหานํเยว คหณํ ‘‘ราโค มลํ, โทโส มลํ, โมโห มล’’นฺติ (วิภ. ๙๒๔) วจนโต. ‘‘อภิชฺฌาวิสมโลภาทีหี’’ติ ปน อิมินา สพฺเพสมฺปิ อุปกฺกิเลสานํ สงฺคณฺหนตฺถํ เต วิสุํ อุทฺธฏา. ‘‘สตฺตานํ วิสุทฺธิยา’’ติ วุตฺตสฺส อตฺถสฺส เอกนฺติกตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา หี’’ติอาทิมาห. กามํ ‘‘วิสุทฺธิยา’’ติ สามญฺญโชตนา, จิตฺตสฺเสว ปน วิสุทฺธิ อิธาธิปฺเปตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘รูปมลวเสน ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. น เกวลํ อฏฺฐกถาวจนเมว, อถ โข อิทํ เอตฺถ อาหจฺจ ภาสิตนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตถา หี’’ติอาทิมาห.

สา ปนายํ จิตฺตวิสุทฺธิ สิชฺฌมานา ยสฺมา โสกาทีนํ อนุปฺปาทาย สํวตฺตติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกมายา’’ติอาทิ. ตตฺถ โสจนํ ญาติพฺยสนาทินิมิตฺตํ เจตโส สนฺตาโป อนฺโตนิชฺฌานํ โสโก. ญาติพฺยสนาทินิมิตฺตเมว โสกาวติณฺณโต ‘‘กหํ เอกปุตฺตก กหํ เอกปุตฺตกา’’ติอาทินา (ม. นิ. ๒.๓๕๓, ๓๕๔; สํ. นิ. ๒.๖๓) ปริเทวนวเสน วาจาวิปฺปลาโป ปริทวนํ ปริเทโว. อายตึ อนุปฺปชฺชนํ อิธ สมติกฺกโมติ อาห ‘‘ปหานายา’’ติ. ตํ ปนสฺส สมติกฺกมาวหตํ นิทสฺสนวเสน ทสฺเสนฺโต ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ ยํ ปุพฺเพ, ตํ วิโสเธหีติ อตีเตสุ ขนฺเธสุ ตณฺหาสํกิเลสวิโสธนํ วุตฺตํ. ปจฺฉาติ ปรโต. เตติ ตุยฺหํ. มาหูติ มา อหุ. กิญฺจนนฺติ ราคาทิกิญฺจนํ, เอเตน อนาคเตสุ ขนฺเธสุ สํกิเลสวิโสธนํ วุตฺตํ. มชฺเฌติ ตทุภยเวมชฺเฌ. โน เจ คเหสฺสสีติ น อุปาทิยิสฺสสิ เจ, เอเตน ปจฺจุปฺปนฺเน ขนฺธปฺปพนฺเธ อุปาทานปฺปวตฺติ วุตฺตา. อุปสนฺโต จริสฺสสีติ เอวํ อทฺธตฺตยคตสํกิเลสวิโสธเน สติ นิพฺพุตสพฺพปริฬาหตาย อุปสนฺโต หุตฺวา วิหริสฺสสีติ อรหตฺตนิกูเฏน คาถํ นิฏฺฐเปสิ. เตนาห ‘‘อิมํ คาถ’’นฺติอาทิ.

ปุตฺตาติ โอรสา, อญฺเญปิ วา ทินฺนกกิตฺติมาทโย เย เกจิ. ปิตาติ ชนโก, อญฺเญปิ วา ปิตุฏฺฐานิยา. พนฺธวาติ ญาตกา. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – ปุตฺตา วา ปิตา วา พนฺธวา วา อนฺตเกน มจฺจุนา อธิปนฺนสฺส อภิภูตสฺส มรณโต ตาณาย น โหนฺติ. กสฺมา? นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตาติ. น หิ ญาตีนํ วเสน มรณโต อารกฺขา อตฺถิ, ตสฺมา ปฏาจาเร ‘‘อุโภ ปุตฺตา กาลงฺกตา’’ติอาทินา (อป. เถรี ๑.๔๙๘) มา นิรตฺถกํ ปริเทวิ, ธมฺมํเยว ปน ยาถาวโต ปสฺสาติ อธิปฺปาโย. โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตาติ ยถานุโลมํ ปวตฺติตาย สามุกฺกํสิกาย ธมฺมเทสนาย ปริโยสาเน สหสฺสนยปฏิมณฺฑิเต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. กถํ ปนายํ สติปฏฺฐานมคฺควเสน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสีติ อาห ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. น หิ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานกถาย วินา สาวกานํ อริยมคฺคาธิคโม อตฺถิ. ‘‘อิมํ คาถํ สุตฺวา’’ติ ปนิทํ โสกวิโนทนวเสน ปวตฺติตาย คาถาย ปฐมํ สุตตฺตา วุตฺตํ, สาปิ หิ สจฺจเทสนาย ปริวารพนฺธา เอว อนิจฺจตากถาติ กตฺวา. อิตรคาถายํ ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ภาวนาติ ปญฺญาภาวนา. สา หิ อิธ อธิปฺเปตา. ตสฺมาติ ยสฺมา รูปาทีนํ อนิจฺจาทิโต อนุปสฺสนาปิ สติปฏฺฐานภาวนาว, ตสฺมา. เตปีติ สนฺตติมหามตฺตปฏาจาราปิ.

ปญฺจสเต โจเรติ สตสตโจรปริวาเร ปญฺจโจเร ปฏิปาฏิยา เปเสสิ, เต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา เถรํ ปริเยสนฺตา อนุกฺกเมน เถรสฺส สมีเป สมาคจฺฉึสุ. เตนาห ‘‘เต คนฺตฺวา เถรํ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสู’’ติ. เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวาติ อูรุฏฺฐิเภทปจฺจยํ ทุกฺขเวทนํ อมนสิกาเรน วิโนเทตฺวา. ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชิ วิปฺปฏิสารเลสสฺสปิ อสมฺภวโต. เตนาห ‘‘ปริสุทฺธํ สีลํ นิสฺสายา’’ติ. เถรสฺส หิ สีลํ ปจฺจเวกฺขโต ปริสุทฺธํ สีลํ นิสฺสาย อุฬารํ ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชมานํ อูรุฏฺฐิเภทชนิตํ ทุกฺขเวทนํ วิกฺขมฺเภสิ. ติยามรตฺตินฺติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ, เตนสฺส วิปสฺสนายํ อปฺปมาทํ, ปฏิปตฺติอุสฺสุกฺกาปนญฺจ ทสฺเสติ. ปาทานีติ ปาเท. สํยเมสฺสามีติ สญฺญเปสฺสามิ, สญฺญตฺตึ กริสฺสามีติ อตฺโถ. อฏฺฏิยามีติ ชิคุจฺฉามิ. หรายามีติ ลชฺชามิ. วิปสฺสิสนฺติ สมฺปสฺสึ.

ปจลายนฺตานนฺติ ปจลายิกานํ นิทฺทํ อุปคตานํ. อคตินฺติ อโคจรํ. วตสมฺปนฺโนติ ธุตคุณสมฺปนฺโน. ปมาทนฺติ ปจลายนํ สนฺธายาห. โอรุทฺธมานโสติ อุปรุทฺธอธิจิตฺโต. ปญฺชรสฺมินฺติ สรีเร. สรีรญฺหิ นฺหารุสมฺพนฺธอฏฺฐิสงฺฆาฏตาย อิธ ‘‘ปญฺชร’’นฺติ วุตฺตํ.

ปีตวณฺณาย ปน ปฏากาย กายํ ปริหรณโต, มลฺลยุทฺธจิตฺตกตาย จ ‘‘ปีตมลฺโล’’ติ ปญฺญาโต ปพฺพชิตฺวา ปีตมลฺลตฺเถโร นาม ชาโต. ตีสุ รชฺเชสูติ ปณฺฑุโจฬโคฬรชฺเชสุ. ‘‘สพฺพมลฺลา สีหฬทีเป สกฺการสมฺมานํ ลภนฺตี’’ติ ตมฺพปณฺณิทีปํ อาคมฺม. ตํเยว องฺกุสํ กตฺวาติ ‘‘รูปาทโย ‘มมา’ติ น คเหตพฺพา’’ติ นตุมฺหากวคฺเคน ปกาสิตมตฺถํ อตฺตโน จิตฺตมตฺตหตฺถิโน องฺกุสํ กตฺวา. ปาเทสุ อวหนฺเตสูติ อติเวลํ จงฺกมเนน อกฺกมิตุํ อสมตฺเถสุ. ชณฺณุเกหิ จงฺกมติ ‘‘นิสินฺเน นิทฺทาย อวสโร โหตี’’ติ. พฺยากริตฺวาติ อตฺตโน วีริยารมฺภสฺส สผลตาปเวทนมุเขน สพฺรหฺมจารีนํ ตตฺถ อุสฺสาหํ ชเนนฺโต อญฺญํ พฺยากริตฺวา. ภาสิตนฺติ วจนํ, กสฺส ปน ตนฺติ อาห ‘‘พุทฺธเสฏฺฐสฺส สพฺพโลกคฺควาทิโน’’ติ. ‘‘น ตุมฺหาก’’นฺติอาทิ ตสฺส ปวตฺติอาการทสฺสนํ. ตยิทํ เม สงฺขารานํ อจฺจนฺตวูปสมการณนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนิจฺจา วตา’’ติ คาถมาหริ, เตน อิทานาหํ สงฺขารานํ ขเณ ขเณ ภงฺคสงฺขาตสฺส โรคสฺส อภาเวน อโรโค ปรินิพฺพุโตติ ทสฺเสติ.

อสฺสาติ สกฺกสฺส. อุปปตฺตีติ เทวูปปตฺติ. ปุน ปากติกาว อโหสิ สกฺกภาเวเนว อุปปนฺนตฺตา.

สุพฺรหฺมาติ เอวํนาโม. อจฺฉรานํ นิรยูปปตฺตึ ทิสฺวา ตโต ปภุติ สตตํ ปวตฺตมานํ อตฺตโน จิตฺตุตฺราสํ สนฺธายาห ‘‘นิจฺจํ อุตฺรสฺตมิทํ จิตฺต’’นฺติอาทิ. ตตฺถ อุตฺรสฺตนฺติ สนฺตสฺตํ ภีตํ. อุพฺพิคฺคนฺติ สํวิคฺคํ. อุตฺรสฺตนฺติ วา สํวิคฺคํ. อุพฺพิคฺคนฺติ ภยวเสน สห นิสฺสเยน สญฺจลิตํ. อนุปฺปนฺเนสูติ อนาคเตสุ. กิจฺเจสูติ เตสุ เตสุ อิติกตฺตพฺเพสุ. ‘‘กิจฺเฉสู’’ติ วา ปาโฐ, ทุกฺเขสูติ อตฺโถ, นิมิตฺตตฺเถ เจตํ ภุมฺมํ, ภาวิทุกฺขนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. อุปฺปติเตสูติ อุปฺปนฺเนสุ กิจฺเจสูติ โยชนา. ตทา อตฺตโน ปริวารสฺส อุปฺปนฺนํ ทุกฺขํ สนฺธาย วทติ.

โพชฺฌาติ โพธิโต, อริยมคฺคโตติ อตฺโถ. ‘‘อญฺญตฺรา’’ติ จ ปทํ อเปกฺขิตฺวา นิสฺสกฺกวจนํ, โพธึ ฐเปตฺวาติ อตฺโถ. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ตปสาติ ตโปกมฺมโต, เตน มคฺคาธิคมสฺส อุปายภูตํ สลฺเลขปฏิปทํ ทสฺเสติ. อินฺทฺริยสํวราติ มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ สํวรณโต, เอเตน สติสํวรสีเสน สพฺพมฺปิ สํวรสีลํ, ลกฺขณหารนเยน วา สพฺพมฺปิ จตุปาริสุทฺธิสีลํ ทสฺเสติ. สพฺพนิสฺสคฺคาติ สพฺพสฺสปิ นิสฺสชฺชนโต สพฺพกิเลสปฺปหานโต. กิเลเสสุ หิ นิสฺสฏฺเฐสุ กมฺมวฏฺฏํ, วิปากวฏฺฏญฺจ นิสฺสฏฺฐเมว โหตีติ. โสตฺถินฺติ เขมํ อนุปทฺทวตํ.

ญายติ นิจฺฉเยน กมติ นิพฺพานํ, ตํ วา ญายติ ปฏิวิชฺฌียติ เอเตนาติ ญาโย, อริยมคฺโคติ อาห ‘‘ญาโย วุจฺจติ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ. ตณฺหาวานวิรหิตตฺตาติ ตณฺหาสงฺขาตวานวิวิตฺตตฺตา. ตณฺหา หิ ขนฺเธหิ ขนฺธํ, กมฺมุนา ผลํ, สตฺเตหิ จ ทุกฺขํ วินติ สํสิพฺพตีติ ‘‘วาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตยิทํ นตฺถิ เอตฺถ วานํ, น วา เอตสฺมึ อธิคเต ปุคฺคลสฺส วานนฺติ นิพฺพานํ, อสงฺขตา ธาตุ. ปรปฺปจฺจเยน วินา ปจฺจกฺขกรณํ สจฺฉิกิริยาติ อาห ‘‘อตฺตปจฺจกฺขตายา’’ติ.

นนุ ‘‘วิสุทฺธิยา’’ติ จิตฺตวิสุทฺธิยา อธิปฺเปตตฺตา วิสุทฺธิคฺคหเณเนเวตฺถ โสกสมติกฺกมาทโยปิ คหิตา เอว โหนฺติ, เต ปุน กสฺมา คหิตาติ อนุโยคํ สนฺธาย ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สาสนยุตฺติโกวิเทติ สจฺจปฏิจฺจสมุปฺปาทาทิลกฺขณายํ ธมฺมนีติยํ เฉเก. ตํ ตมตฺถํ ญาเปตีติ เย เย โพธเนยฺยปุคฺคลา สงฺเขปวิตฺถาราทิวเสน ยถา ยถา โพเธตพฺพา, อตฺตโน เทสนาวิลาเสน ภควา เต เต ตถา ตถา โพเธนฺโต ตํ ตมตฺถํ ญาเปติ. ตํ ตํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโตติ อตฺถาปตฺตึ อคเณนฺโต ตํ ตมตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต. น หิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺถาปตฺติญาปกาทิสาธนียวจนาติ. สํวตฺตตีติ ชายติ, โหตีติ อตฺโถ. ยสฺมา อนติกฺกนฺตโสกปริเทวสฺส น กทาจิ จิตฺตวิสุทฺธิ อตฺถิ โสกปริเทวสมติกฺกมนมุเขเนว จิตฺตวิสุทฺธิยา อิชฺฌนโต, ตสฺมา อาห ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกเมน โหตี’’ติ. ยสฺมา ปน โทมนสฺสปจฺจเยหิ ทุกฺขธมฺเมหิ ผุฏฺฐํ ปุถุชฺชนํ โสกาทโย อภิภวนฺติ, ปริญฺญาเตสุ จ เตสุ เต น โหนฺติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โสกปริเทวานํ สมติกฺกโม ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคเมนา’’ติ. ญายสฺสาติ อคฺคมคฺคสฺส, ตติยมคฺคสฺส จ. ตทธิคเมน หิ ยถากฺกมํ ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคโม. สจฺฉิกิริยาภิสมยสหภาวีปิ อิตราภิสมโย ตทวินาภาวโต สจฺฉิกิริยาภิสมยเหตุโก วิย วุตฺโต. ญายสฺสาธิคโม นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ผลญาเณน วา ปจฺจกฺขกรณํ สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ สมฺปทานวจนญฺเจตํ ทฏฺฐพฺพํ.

วณฺณภณนนฺติ ปสํสาวจนํ. ตยิทํ น อิเธว, อถ โข อญฺญตฺถาปิ สตฺถุ อาจิณฺณํ เอวาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยเถว หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อาทิมฺหิ กลฺยาณมาทิ วา กลฺยาณํ เอตสฺสาติ อาทิกลฺยาณํ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อตฺถสมฺปตฺติยา สาตฺถํ. พฺยญฺชนสมฺปตฺติยา สพฺยญฺชนํ. สีลาทิปญฺจธมฺมกฺขนฺธปาริปูริโต, อุปเนตพฺพสฺส อภาวโต จ เกวลปริปุณฺณํ. นิรุปกฺกิเลสโต อปเนตพฺพสฺส จ อภาวโต ปริสุทฺธํ. เสฏฺฐจริยภาวโต สาสนพฺรหฺมจริยํ, มคฺคพฺรหฺมจริยญฺจ โว ปกาเสสฺสามีติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๗) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อริยวํสาติ อริยานํ พุทฺธาทีนํ วํสา ปเวณิโย. อคฺคญฺญาติ อคฺคาติ ชานิตพฺพา สพฺพวํเสหิ เสฏฺฐภาวโต. รตฺตญฺญาติ จิรรตฺตาติ ชานิตพฺพา. วํสญฺญาติ พุทฺธาทีนํ วํสาติ ชานิตพฺพา. โปราณาติ ปุราตนา อนธุนาตนตฺตา. อสงฺกิณฺณาติ อวิกิณฺณา อนปนีตา. อสงฺกิณฺณปุพฺพาติ ‘‘กึ อิเมหี’’ติ อริเยหิ น อปนีตปุพฺพา. น สงฺกียนฺตีติ อิทานิปิ เตหิ น อปนียนฺติ. น สงฺกียิสฺสนฺตีติ อนาคเตปิ เตหิ น อปนียิสฺสนฺติ. อปฺปฏิกุฏฺฐา…เป… วิญฺญูหีติ เย โลเก วิญฺญู สมณพฺราหฺมณา, เตหิ อปฺปจฺจกฺขตา อนินฺทิตา, อครหิตาติ อตฺโถ. ‘‘วิสุทฺธิยา’’ติอาทีหีติ วิสุทฺธิอาทิทีปเนหิ. ปเทหีติ วาเกฺยหิ, วิสุทฺธิอตฺถตาทิเภทภินฺเนหิ วา ธมฺมโกฏฺฐาเสหิ. อุปทฺทเวติ อนตฺเถ. วิสุทฺธินฺติ วิสุชฺฌนํ สํกิเลสปฺปหานํ. วาจุคฺคตกรณํ อุคฺคโห. ปริยาปุณนํ ปริจโย. อตฺถสฺส หทเย ฐปนํ ธารณํ. ปริวตฺตนํ วาจนํ.

คนฺธารโกติ คนฺธารเทเส อุปฺปนฺโน. ปโหนฺตีติ สกฺโกนฺติ. อนิยฺยานิกมคฺคาติ มิจฺฉามคฺคา, มิจฺฉตฺตนิยตานิยตมคฺคาปิ วา. สุวณฺณนฺติ กูฏสุวณฺณมฺปิ วุจฺจติ. มณีติ กาจมณิปิ, มุตฺตาติ เวฬุชาปิ, ปวาฬนฺติ ปลฺลโวปิ วุจฺจตีติ รตฺตชมฺพุนทาทิปเทหิ เต วิเสสิตา.

น ตโต เหฏฺฐาติ อิธาธิปฺเปตกายาทีนํ เวทนาทิสภาวตฺตาภาวา, กายเวทนาจิตฺตวิมุตฺตสฺส เตภูมกธมฺมสฺส วิสุํ วิปลฺลาสวตฺถนฺตรภาเวน คหิตตฺตา จ เหฏฺฐา คหเณสุ วิปลฺลาสวตฺถูนํ อนิฏฺฐานํ สนฺธาย วุตฺตํ, ปญฺจมสฺส ปน วิปลฺลาสวตฺถุโน อภาวา ‘‘น อุทฺธ’’นฺติ อาห. อารมฺมณวิภาเคน เหตฺถ สติปฏฺฐานวิภาโคติ. ตโย สติปฏฺฐานาติ สติปฏฺฐาน-สทฺทสฺส อตฺถุทฺธารทสฺสนํ, น อิธ ปาฬิยํ วุตฺตสฺส สติปฏฺฐาน-สทฺทสฺส อตฺถทสฺสนนฺติ. อาทีสุ หิ สติโคจโรติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ‘‘ผสฺสสมุทยา เวทนานํ สมุทโย, นามรูปสมุทยา จิตฺตสฺส สมุทโย, มนสิการสมุทยา ธมฺมานํ สมุทโย’’ติ (สํ. นิ. ๕.๔๐๘) ‘‘สติปฏฺฐานา’’ติ วุตฺตานํ สภิโคจรานํ ปกาสเก สุตฺตปฺปเทเส สงฺคณฺหาติ. เอวํ ‘‘ปฏิสมฺภิทาปาฬิย’’มฺปิ (ปฏิ. ม. ๒.๓๔) อวเสสปาฬิปฺปเทสทสฺสนตฺโถ อาทิ-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. สติยา ปฏฺฐานนฺติ สติยา ปติฏฺฐาตพฺพฏฺฐานํ. ทานาทีนิ กโรนฺตสฺส รูปาทีนิ สติยา ฐานํ โหนฺตีติ ตํนิวารณตฺถมาห ‘‘ปธานํ ฐาน’’นฺติ. ป-สทฺโท หิ อิธ ‘‘ปณีตา ธมฺมา’’ติอาทีสุ (ธ. สํ. มาติกา ๑๔) วิย ปธานตฺถทีปโกติ อธิปฺปาโย.

อริโยติ อริยํ สพฺพสตฺตเสฏฺฐํ สมฺมาสมฺพุทฺธมาห. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สฬายตนวิภงฺคสุตฺเต.(ม. นิ. ๓.๓๑๐) สุตฺเตกเทเสน หิ สุตฺตํ ทสฺเสติ. ตตฺถ หิ –

‘‘ตโย สติปฏฺฐานา ยทริโย…เป… อรหตีติ อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ, กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ. อิธ, ภิกฺขเว, สตฺถา สาวกานํ ธมฺมํ เทเสติ อนุกมฺปโก หิเตสี อนุกมฺปํ อุปาทาย ‘อิทํ โว หิตาย อิทํ โว สุขายา’ติ. ตสฺส สาวกา น สุสฺสูสนฺติ. น โสตํ โอทหนฺติ, น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปนฺติ, โวกฺกมฺม จ สตฺถุ สาสนา วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต น เจว อนตฺตมโน โหติ, น จ อนตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ, อนวสฺสุโต จ วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ, ภิกฺขเว, ปฐมํ สติปฏฺฐานํ. ยทริโย เสวติ…เป… อรหติ.

ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สตฺถา…เป...อิทํ โว สุขายาติ. ตสฺส เอกจฺเจ สาวกา น สุสฺสูสนฺติ…เป… น จ โวกฺกมฺม สตฺถุ สาสนา วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต น เจว อนตฺตมโน โหติ, น จ อนตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ, น จ อตฺตมโน โหติ, น จ อตฺตมนตํ ปฏิสํเวเทติ, อนตฺตมนตา จ อตฺตมนตา จ ตทุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุติยํ.

ปุน จปรํ, ภิกฺขเว…เป… สุขายาติ, ตสฺส สาวกา สุสฺสูสนฺติ…เป… วตฺตนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, ตถาคโต อตฺตมโน เจว โหติ, อตฺตมนตญฺจ ปฏิสํเวเทติ, อนวสฺสุโต จ วิหรติ สโต สมฺปชาโน. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ตติย’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๓๑๑).

เอวํ ปฏิฆานุนเยหิ อนวสฺสุตตา, นิจฺจํ อุปฏฺฐิตสฺสติตาย ตทุภยวีติวตฺตตา ‘‘สติปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตา. พุทฺธานํเยว หิ นิจฺจํ อุปฏฺฐิตสฺสติตา โหติ อาเวณิกธมฺมภาวโต, น ปจฺเจกพุทฺธาทีนํ. ป-สทฺโท อารมฺภํ โชเตติ, อารมฺโภ จ ปวตฺตีติ กตฺวา อาห ‘‘ปวตฺตยิตพฺพโตติ อตฺโถ’’ติ. สติยา กรณภูตาย ปฏฺฐานํ ปฏฺฐเปตพฺพํ สติปฏฺฐานํ. อน-สทฺโท หิ พหุลํวจเนน กมฺมตฺโถปิ โหตีติ. ตถาสฺส กตฺตุอตฺโถปิ ลพฺภตีติ ‘‘ปฏฺฐาตีติ ปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ปฏฺฐาตีติ เอตฺถ ป-สทฺโท ภุสตฺถวิสิฏฺฐํ ปกฺขนฺทนํ ทีเปตีติ ‘‘โอกฺกนฺทิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ปตฺถริตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺโถ’’ติ อาห. ปุน ภาวตฺถํ สติ, สทฺทํ, ปฏฺฐานสทฺทญฺจ วณฺเณนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห, เตน ปุริมวิกปฺเป สติ, สทฺโท, ปฏฺฐาน-สทฺโท จ กตฺตุอตฺโถติ วิญฺญายติ. สรณฏฺเฐนาติ จิรกตสฺส, จิรภาสิตสฺส จ อนุสฺสรณฏฺเฐน. อิทนฺติ ยํ ‘‘สติเยว สติปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ, อิทํ. อิธ อิมสฺมึ สุตฺตปเทเส อธิปฺเปตํ.

ยทิ เอวนฺติ. ยทิ สติ เอว สติปฏฺฐานํ, สติ นาม เอโก ธมฺโม, เอวํ สนฺเต กสฺมา ‘‘สติปฏฺฐานา’’ติ พหุวจนนฺติ อาห ‘‘สติพหุตฺตา’’ติอาทิ. ยทิ พหุกา ตา สติโย, อถ กสฺมา ‘‘มคฺโค’’ติ เอกวจนนฺติ โยชนา. มคฺคฏฺเฐนาติ นิยฺยานฏฺเฐน. นิยฺยานิโก หิ มคฺคธมฺโม, เตเนว นิยฺยานิกภาเวน เอกตฺตูปคโต เอกนฺตโต นิพฺพานํ คจฺฉติ, อตฺถิเกหิ จ ตทตฺถํ มคฺคียตีติ อาห ‘‘วุตฺตเญฺหต’’นฺติ, อตฺตนาว ปุพฺเพ วุตฺตํ ปจฺจาหรติ. ตตฺถ จตสฺโสปิ เจตาติ กายานุปสฺสนาทิวเสน จตุพฺพิธาปิ จ เอตา สติโย. อปรภาเคติ อริยมคฺคกฺขเณ. กิจฺจํ สาธยมานาติ ปุพฺพภาเค กายาทีสุ สุภสญฺญาทิวิธมนวเสน วิสุํ วิสุํ ปวตฺติตฺวา มคฺคกฺขเณ สติเยว ตตฺถ จตุพฺพิธสฺสปิ วิปลฺลาสสฺส สมุจฺเฉทวเสน ปหานกิจฺจํ สาธยมานา อารมฺมณกรณวเสน นิพฺพานํ คจฺฉติ. จตุกิจฺจสาธเนเนว เหตฺถ พหุวจนนิทฺเทโส. เอวญฺจ สตีติ เอวํ มคฺคฏฺเฐน เอกตฺตํ อุปาทาย ‘‘มคฺโค’’ติ เอกวจเนน, อารมฺมณเภเทน จตุพฺพิธตํ อุปาทาย ‘‘จตฺตาโร’’ติ จ วตฺตพฺพตาย สติ วิชฺชมานตฺตา. วจนานุสนฺธินา ‘‘เอกายโน อย’’นฺติอาทิกา เทสนา สานุสนฺธิกาว, น อนนุสนฺธิกาติ อธิปฺปาโย. วุตฺตเมวตฺถํ นิทสฺสเนน ปฏิปาเทตุํ ‘‘มารเสนปฺปมทฺทน’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๒๒๔) สุตฺตปทํ อาเนตฺวา ‘‘ยถา’’ติอาทินา นิทสฺสนํ สํสนฺทติ. ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ นิคมนํ.

วิเสสโต กาโย, เวทนา จ อสฺสาทสฺส การณนฺติ ตปฺปหานตฺถํ เตสุ ตณฺหาวตฺถูสุ โอฬาริกสุขุเมสุ อสุภทุกฺขภาวทสฺสนานิ มนฺทติกฺขปญฺเญหิ ตณฺหาจริเตหิ สุกรานีติ ตานิ เตสํ ‘‘วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ วุตฺตานิ. ตถา ‘‘นิจฺจํ อตฺตา’’ติ อภินิเวสวตฺถุตาย ทิฏฺฐิยา วิเสสการเณสุ จิตฺตธมฺเมสุ อนิจฺจานตฺตตาทสฺสนานิ สราคาทิวเสน, สญฺญาผสฺสาทิวเสน, นีวรณาทิวเสน จ นาติปฺปเภทาติปฺปเภทคเตสุ เตสุ ตปฺปหานตฺถํ มนฺทติกฺขปญฺญานํ ทิฏฺฐิจริตานํ สุกรานีติ เตสํ ตานิ ‘‘วิสุทฺธิมคฺโค’’ติ วุตฺตานิ. เอตฺถ จ ยถา จิตฺตธมฺมานมฺปิ ตณฺหาย วตฺถุภาโว สมฺภวติ, ตถา กายเวทนานมฺปิ ทิฏฺฐิยาติ สติปิ เนสํ จตุนฺนมฺปิ ตณฺหาทิฏฺฐิวตฺถุภาเว โย ยสฺสา สาติสยปจฺจโย, ตํ ทสฺสนตฺถํ วิเสสคฺคหณํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ติกฺขปญฺญสมถยานิโก โอฬาริการมฺมณํ ปริคฺคณฺหนฺโต ตตฺถ อฏฺฐตฺวา ฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อุฏฺฐาย เวทนํ ปริคฺคณฺหาตีติ วุตฺตํ ‘‘โอฬาริการมฺมเณ อสณฺฐหนโต’’ติ. วิปสฺสนายานิกสฺส ปน สุขุเม จิตฺเต, ธมฺเมสุ จ จิตฺตํ ปกฺขนฺทตีติ จิตฺตธมฺมานุปสฺสนานํ มนฺทติกฺขปญฺญวิปสฺสนายานิกานํ วิสุทฺธิมคฺคตา วุตฺตา.

เตสํ ตตฺถาติ เอตฺถ ตตฺถ-สทฺทสฺส ‘‘ปหานตฺถ’’นฺติ เอเตน โยชนา. ปรโต เตสํ ตตฺถาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ปญฺจ กามคุณา สวิเสสา กาเย ลพฺภนฺตีติ วิเสเสน กาโย กาโมฆสฺส วตฺถุ, ภเวสุ สุขคฺคหณวเสน ภวสฺสาโท โหตีติ ภโวฆสฺส เวทนา วตฺถุ, สนฺตติฆนคฺคหณวเสน วิเสสโต จิตฺเต อตฺตาภินิเวโส โหตีติ ทิฏฺโฐฆสฺส จิตฺตํ วตฺถุ, ธมฺเมสุ วินิพฺโภคสฺส ทุกฺกรตฺตา, ธมฺมานํ ธมฺมมตฺตตาย ทุปฺปฏิวิชฺฌตฺตา จ สมฺโมโห โหตีติ อวิชฺโชฆสฺส ธมฺมา วตฺถุ, ตสฺมา เตสุ เตสํ ปหานตฺถํ จตฺตาโรว วุตฺตา.

เอวํ กายาทีนํ กาโมฆาทิวตฺถุภาวกถเนเนว กามโยคกามาสวาทีนมฺปิ วตฺถุภาโว ทีปิโต โหติ โอเฆหิ เตสํ อตฺถโต อนญฺญตฺตา. ยทคฺเคน จ กาโย กาโมฆาทีนํ วตฺถุ, ตทคฺเคน อภิชฺฌากายคนฺถสฺส วตฺถุ. ‘‘ทุกฺขาย เวทนาย ปฏิฆานุสโย อนุเสตี’’ติ ทุกฺขทุกฺขวิปริณามทุกฺขสงฺขารทุกฺขภูตา เวทนา วิเสเสน พฺยาปาทกายคนฺถสฺส วตฺถุ. จิตฺเต นิจฺจคฺคหณวเสน สสฺสตสฺส อตฺตโน สีเลน สุทฺธีติ อาทิ ปรามสนํ โหตีติ สีลพฺพตปรามาสสฺส จิตฺตํ วตฺถุ. นามรูปปริจฺเฉเทน ภูตํ ภูตโต อปสฺสนฺตสฺส ภววิภวทิฏฺฐิสงฺขาโต อิทํสจฺจาภินิเวโส โหตีติ ตสฺส ธมฺมา วตฺถุ. กายสฺส กามุปาทานวตฺถุตา วุตฺตนยาว. ยทคฺเคน หิ กาโย กาโมฆสฺส วตฺถุ, ตทคฺเคน กามุปาทานสฺสปิ วตฺถุ อตฺถโต อภินฺนตฺตา. สุขเวทนสฺสาทวเสน ปรโลกนิรเปกฺโข ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิกํ (ที. นิ. ๑.๑๗๑; ม. นิ. ๑.๔๔๕; ๒.๙๕, ๒๒๕; ๓.๙๑, ๑๑๖; สํ. นิ. ๓.๒๑๐; ธ. ส. ๑๒๒๑; วิภ. ๙๓๘) ปรามาสํ อุปฺปาเทตีติ ทิฏฺฐุปาทานสฺส เวทนา วตฺถุ. จิตฺตธมฺมานํ อิตรุปาทานวตฺถุตา ตติยจตุตฺถคนฺถโยชนายํ วุตฺตนยา เอว. กายเวทนานํ ฉนฺทโทสาคติวตฺถุตา กาโมฆพฺยาปาทกายคนฺถโยชนายํ วุตฺตนยา เอว. สนฺตติฆนคฺคหณวเสน สราคาทิจิตฺเต สมฺโมโห โหตีติ โมหาคติยา จิตฺตํ วตฺถุ. ธมฺมสภาวานวโพเธ ภยํ โหตีติ ภยาคติยา ธมฺมา วตฺถุ.

อาหารสมุทยา กายสฺส สมุทยา, ผสฺสสมุทยา เวทนานํ สมุทโย, (สํ. นิ. ๕.๔๐๘) สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อุทา. ๑; วิภ. ๒๒๕) วจนโต กายาทีนํ สมุทยภูตา กพฬีการผสฺสมโนสญฺเจตนาวิญฺญาณาหารา กายาทิปริชานเนน ปริญฺญาตา โหนฺตีติ อาห ‘‘จตุพฺพิธาหารปริญฺญตฺถ’’นฺติ. ปกรณนโยติ เนตฺติปกรณวเสน สุตฺตนฺตสํวณฺณนานโย.

สรณวเสนาติ กายาทีนํ, กุสลาทิธมฺมานญฺจ อุปธารณวเสน. สรนฺติ คจฺฉนฺติ นิพฺพานํ เอตายาติ สตีติ อิมสฺมึ อตฺเถ เอกตฺเต เอกสภาเว นิพฺพาเน สโมสรณํ สมาคโม เอกตฺตสโมสรณํ. เอตเทว หิ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

เอกนิพฺพานปเวสเหตุภูโต วา สมานตาย เอโก สติปฏฺฐานสภาโว เอกตฺตํ, ตตฺถ สโมสรณํ เอกตฺตสโมสรณํ, ตํสภาคตาว, เอกนิพฺพานปเวสเหตุภาวํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา’’ติอาทิมาห. เอตสฺมึ อตฺเถ สรเณกตฺตสโมสรณานิ สเหว สติปฏฺฐาเนกภาวสฺส การณตฺเตน วุตฺตานีติ ทฏฺฐพฺพานิ, ปุริมสฺมึ วิสุํ. สรณวเสนาติ วา คมนวเสนาติ อตฺเถ สติ ตเทว คมนํ สโมสรณนฺติ, สโมสรเณ วา สติ-สทฺทตฺถวเสน อวุจฺจมาเน ธารณตาว สตีติ สติ-สทฺทตฺถนฺตราภาวา ปุริมํ สติภาวสฺส การณํ, ปจฺฉิมํ เอกภาวสฺสาติ นิพฺพานสโมสรเณปิ สหิตาเนว ตานิ สติปฏฺฐาเนกภาวสฺส การณานิ วุตฺตานิ โหนฺติ.

‘‘จุทฺทสวิเธน, นววิเธน, โสฬสวิเธน, ปญฺจวิเธนา’’ติ อิทํ อุปริ ปาฬิยํ (ที. นิ. ๒.๓๗๔) อาคตานํ อานาปานปพฺพาทีนํ วเสน วุตฺตํ, เตสํ ปน อนนฺตรเภทวเสน, ตทนุคตเภทวเสน จ ภาวนาย อเนกวิธตา ลพฺภติเยว, จตูสุ ทิสาสุ อุฏฺฐานกภณฺฑสทิสตา กายานุปสฺสนาทิตํตํสติปฏฺฐานภาวนานุภาวสฺส ทฏฺฐพฺพา.

กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา อิตราสํ ปุจฺฉานํ อิธ อสมฺภวโต, นิทฺเทสาทิวเสน เทเสตุกมฺยตาย จ ตถา วุตฺตตฺตา. ‘‘อิธา’’ติ วุจฺจมานปฏิปตฺติสมฺปาทกสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิสฺสยทสฺสนํ, โส จสฺส สนฺนิสฺสโย สาสนโต อญฺโญ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน’’ติ. ธมฺม…เป… ลปนเมตํ เตสํ อตฺตโน สมฺมุขาภิมุขภาวกรณตฺถํ, ตญฺจ ธมฺมสฺส สกฺกจฺจสวนตฺถํ. ‘‘โคจเร ภิกฺขเว จรถ สเก เปตฺติเก วิสเย’’ติอาทิ (ที. นิ. ๓.๘๐; สํ. นิ. ๕.๓๗๒) วจนโต ภิกฺขุโคจรา เอเต ธมฺมา, ยทิทํ กายานุปสฺสนาทโย. ตตฺถ ยสฺมา กายานุปสฺสนาทิปฏิปตฺติยา ภิกฺขุ โหติ, ตสฺมา ‘‘กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติอาทินา ภิกฺขุํ ทสฺเสติ ภิกฺขุมฺหิ ตํนิยมโตติ อาห ‘‘ปฏิปตฺติยา ภิกฺขุภาวทสฺสนโต’’ติ. สตฺถุจริยานุวิธายกตฺตา, สกลสาสนสมฺปฏิคฺคาหกตฺตา จ สพฺพปฺปการาย อนุสาสนิยา ภาชนภาโว. ตสฺมึ คหิเตติ ภิกฺขุมฺหิ คหิเต. ภิกฺขุปริสาย เชฏฺฐภาวโต ราชคมนญาเยน อิตรา ปริสาปิ อตฺถโต คหิตาว โหนฺตีติ อาห ‘‘เสสา’’ติอาทิ. เอวํ ปฐมํ การณํ วิภชิตฺวา อิตรมฺปิ วิภชิตุํ ‘‘โย จ อิม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

สมํ จเรยฺยาติ กายาทิ วิสมจริยํ ปหาย กายาทีหิ สมํ จเรยฺย. ราคาทิวูปสเมน สนฺโต, อินฺทฺริยทเมน ทนฺโต, จตุมคฺคนิยาเมน นิยโต, เสฏฺฐจริตาย พฺรหฺมจารี, สพฺพตฺถ กายทณฺฑาทิโอโรปเนน นิธาย ทณฺฑํ. อริยภาเว ฐิโต โส เอวรูโป พาหิตปาปสมิตปาปภินฺนกิเลสตาหิ ‘‘พฺราหฺมโณ, สมโณ, ภิกฺขู’’ติ จ เวทิตพฺโพ.

‘‘อยญฺเจว กาโย, พหิทฺธา จ นามรูป’’นฺติอาทีสุ ขนฺธปญฺจกํ, ตถา ‘‘สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๗๑, ๒๘๗; ปารา. ๑๑), ‘‘ยา ตสฺมึ สมเย กายสฺส ปสฺสทฺธิ ปฏิปฺปสฺสทฺธี’’ติอาทีสุ จ เวทนาทโย เจตสิกา ขนฺธา กาโยติ วุจฺจนฺตีติ ตโต วิเสสนตฺถํ ‘‘กาเยติ รูปกาเย’’ติ อาห. เกสาทีนญฺจ ธมฺมานนฺติ เกสาทิสญฺญิตานํ ภูตุปาทาธมฺมานํ. เอวํ ‘‘จยฏฺโฐ สรีรฏฺโฐ กายฏฺโฐ’’ติ สทฺทนเยน กาย-สทฺทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิรุตฺตินเยนปิ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อายนฺตีติ อุปฺปชฺชนฺติ.

อสมฺมิสฺสโตติ เวทนาทโยปิ เอตฺถ สิตา, เอตฺถ ปฏิพทฺธาติ กาเย เวทนาทิอนุปสฺสนาปสงฺเคปิ อาปนฺเน ตโต อสมฺมิสฺสโตติ อตฺโถ. สมูหวิสยตาย จสฺส กาย-สทฺทสฺส, สมุทายุปาทานตาย จ อสุภาการสฺส ‘‘กาเย’’ติ เอกวจนํ, ตถา อารมฺมณาทิวิภาเคน อเนกเภทภินฺนมฺปิ จิตฺตํ จิตฺตภาวสามญฺเญน เอกชฺฌํ คเหตฺวา ‘‘จิตฺเต’’ติ เอกวจนํ, เวทนา ปน สุขาทิเภทภินฺนา วิสุํ วิสุํ อนุปสฺสิตพฺพาติ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เวทนาสู’’ติ พหุวจเนน วุตฺตา, ตเถว จ นิทฺเทโส ปวตฺติโต, ธมฺมา จ ปโรปณฺณาสเภทา, อนุปสฺสิตพฺพากาเรน จ อเนกเภทา เอวาติ เตปิ พหุวจนวเสเนว วุตฺตา.

อวยวีคาหสมญฺญาติธาวนสาราทานาภินิเวสนิเสธนตฺถํ กายํ องฺคปจฺจงฺเคหิ, ตานิ จ เกสาทีหิ, เกสาทิเก จ ภูตุปาทายรูเปหิ วินิพฺภุญฺชนฺโต ‘‘ตถา น กาเย’’ติอาทิมาห. ปาสาทาทินคราวยวสมูเห อวยวีวาทิโนปิ อวยวีคาหํ น กโรนฺติ, ‘‘นครํ นาม โกจิ อตฺโถ อตฺถี’’ติ ปน เกสญฺจิ สมญฺญาติธาวนํ สิยาติ อิตฺถิปุริสาทิสมญฺญาติธาวเน นครนิทสฺสนํ วุตฺตํ. องฺคปจฺจงฺคสมูโห, เกสโลมาทิสมูโห, ภูตุปาทายสมูโห จ ยถาวุตฺตสมูโห, ตพฺพินิมุตฺโต กาโยปิ นาม โกจิ นตฺถิ, ปเคว อิตฺถิอาทโยติ อาห ‘‘กาโย วา อิตฺถี วา ปุริโส วา อญฺโญ วา โกจิ ธมฺโม ทิสฺสตี’’ติ. ‘‘โกจิ ธมฺโม’’ติ อิมินา สตฺตชีวาทึ ปฏิกฺขิปติ, อวยวี ปน กายปฏิกฺเขเปเนว ปฏิกฺขิตฺโตติ. ยทิ เอวํ กถํ กายาทิสมญฺญาติธาวนานีติ อาห ‘‘ยถาวุตฺตธมฺม…เป… กโรนฺตี’’ติ. ตถา ตถาติ กายาทิอากาเรน.

ยํ ปสฺสตีติ ยํ อิตฺถึ, ปุริสํ วา ปสฺสติ. นนุ จกฺขุนา อิตฺถิปุริสทสฺสนํ นตฺถีติ? สจฺจเมตํ, ‘‘อิตฺถึ ปสฺสามิ, ปุริสํ ปสฺสามี’’ติ ปน ปวตฺตสญฺญาย วเสน ‘‘ยํ ปสฺสตี’’ติ วุตฺตํ มิจฺฉาทสฺสเนน วา ทิฏฺฐิยา ยํ ปสฺสติ, น ตํ ทิฏฺฐํ ตํ รูปายตนํ น โหตีติ อตฺโถ วิปรีตคฺคาหวเสน มิจฺฉาปริกปฺปิตรูปตฺตา. อถ วา ตํ เกสาทิภูตุปาทายสมูหสงฺขาตํ ทิฏฺฐํ น โหติ, อจกฺขุวิญฺญาณวิญฺเญยฺยตฺตา ทิฏฺฐํ วา ตํ น โหติ. ยํ ทิฏฺฐํ, ตํ น ปสฺสตีติ ยํ รูปายตนํ เกสาทิภูตุปาทายสมูหสงฺขาตํ ทิฏฺฐํ, ตํ ปญฺญาจกฺขุนา ภูตโต น ปสฺสตีติ อตฺโถ. อปสฺสํ พชฺฌเตติ อิมํ อตฺตภาวํ ยถาภูตํ ปญฺญาจกฺขุนา อปสฺสนฺโต ‘‘เอตํ มม, เอโส หมสฺมิ, เอโส เม อตฺตา’’ติ กิเลสพนฺธเนน พชฺฌติ.

น อญฺญธมฺมานุปสฺสีติ น อญฺญสภาวานุปสฺสี, อสุภาทิโต อญฺญาการานุปสฺสี น โหตีติ อตฺโถ. ‘‘กึ วุตฺตํ โหตี’’ติอาทินา ตํ เอวตฺถํ ปากฏํ กโรติ. ปถวีกายนฺติ เกสาทิโกฏฺฐาสํ ปถวึ ธมฺมสมูหตฺตา ‘‘กาโย’’ติ วทติ, ลกฺขณปถวิเมว วา อเนกปฺปเภทํ สกลสรีรคตํ, ปุพฺพาปริยภาเวน จ ปวตฺตมานํ สมูหวเสน คเหตฺวา ‘‘กาโย’’ติ วทติ. ‘‘อาโปกาย’’นฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

เอวํ คเหตพฺพสฺสาติ ‘‘อหํ มม’’นฺติ เอวํ อตฺตตฺตนิยภาเวน อนฺธพาเลหิ คเหตพฺพสฺส.

อิทานิ สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนาการานมฺปิ วเสน กายานุปสฺสนํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อนิจฺจโต อนุปสฺสตีติ จตุสมุฏฺฐานิกํ กายํ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ อนุปสฺสติ, เอวํ ปสฺสนฺโต เอวญฺจสฺส อนิจฺจาการมฺปิ ‘‘อนุปสฺสตี’’ติ วุจฺจติ. ตถาภูตสฺส จสฺส นิจฺจคฺคาหสฺส เลโสปิ น โหตีติ วุตฺตํ ‘‘โน นิจฺจโต’’ติ. ตถา เหส ‘‘นิจฺจสญฺญํ ปชหตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๓.๓๕) วุตฺโต. เอตฺถ จ ‘‘อนิจฺจโต เอว อนุปสฺสตี’’ติ เอว-กาโร ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ เตน นิวตฺติตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โน นิจฺจโต’’ติ วุตฺตํ. น เจตฺถ ทุกฺขโต อนุปสฺสนาทินิวตฺตนํ อาสงฺกิตพฺพํ ปฏิโยคีนิวตฺตนปรตฺตา เอว-การสฺส, อุปริ เทสนารุฬฺหตฺตา จ ตาสํ. ‘‘ทุกฺขโต อนุปสฺสตี’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – อนิจฺจสฺส ทุกฺขตฺตา ตเมว จ กายํ ทุกฺขโต อนุปสฺสติ, ทุกฺขสฺส อนตฺตตฺตา อนตฺตโต อนุปสฺสติ. ยสฺมา ปน ยํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา, น ตํ อภินนฺทิตพฺพํ, ยญฺจ น อภินนฺทิตพฺพํ, น ตตฺถ รญฺชิตพฺพํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘นิพฺพินฺทติ, โน นนฺทติ. วิรชฺชติ, โน รชฺชตี’’ติ. โส เอวํ อรชฺชนฺโต ราคํ นิโรเธติ, โน สมุเทติ สมุทยํ น กโรตีติ อตฺโถ. เอวํ ปฏิปนฺโน จ ปฏินิสฺสชฺชติ, โน อาทิยติ. อยญฺหิ อนิจฺจาทิอนุปสฺสนา ตทงฺควเสน สทฺธึ กายํ ตนฺนิสฺสยขนฺธาภิสงฺขาเรหิ กิเลสานํ ปริจฺจชนโต, สงฺขตโทสทสฺสเนน ตพฺพิปรีเต นิพฺพาเน ตนฺนินฺนตาย ปกฺขนฺทนโต ‘‘ปริจฺจาคปฏินิสฺสคฺโค เจว ปกฺขนฺทนปฏินิสฺสคฺโค จา’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา ตาย สมนฺนาคโต ภิกฺขุ วุตฺตนเยน กิเลเส ปริจฺจชติ, นิพฺพาเน จ ปกฺขนฺทติ, ตถาภูโต จ นิพฺพตฺตนวเสน กิเลเส น อาทิยติ, นาปิ อโทสทสฺสิตาวเสน สงฺขตารมฺมณํ, เตน วุตฺตํ ‘‘ปฏินิสฺสชฺชติ, โน อาทิยตี’’ติ. อิทานิสฺส ตาหิ อนุปสฺสนาหิ เยสํ ธมฺมานํ ปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ นิจฺจสญฺญนฺติ ‘‘สงฺขารา นิจฺจา’’ติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตสญฺญํ. ทิฏฺฐิจิตฺตวิปลฺลาสปฺปหานมุเขเนว สญฺญาวิปลฺลาสปฺปหานนฺติ สญฺญาคฺคหณํ, สญฺญาสีเสน วา เตสมฺปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ. นนฺทินฺติ สปฺปีติกตณฺหํ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

‘‘วิหรตี’’ติ อิมินา กายานุปสฺสนาสมงฺคิโน อิริยาปถวิหาโร วุตฺโตติ อาห ‘‘อิริยตี’’ติ, อิริยาปถํ ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. อารมฺมณกรณวเสน อภิพฺยาปนโต ‘‘ตีสุ ภเวสู’’ติ วุตฺตํ, อุปฺปชฺชนวเสน ปน กิเลสา ปริตฺตภูมกา เอวาติ. ยทิปิ กิเลสานํ ปหานํ อาตาปนนฺติ ตํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนมฺปิ อตฺเถว, อาตปฺป-สทฺโท วิย ปน อาตาปสทฺโท วีริเยเยว นิรุโฬฺหติ วุตฺตํ ‘‘วีริยสฺเสตํ นาม’’นฺติ. อถ วา ปฏิปกฺขปฺปหาเน สมฺปยุตฺตธมฺมานํ อพฺภุสฺสหนวเสน ปวตฺตมานสฺส วีริยสฺส สาติสยํ ตทาตาปนนฺติ วีริยเมว ตถา วุจฺจติ, น อญฺเญ ธมฺมา. อาตาปีติ จายมีกาโร ปสํสาย, อติสยสฺส วา ทีปโกติ อาตาปีคหเณน สมฺมปฺปธานสมงฺคิตํ ทสฺเสติ. สมฺมา, สมนฺตโต, สามญฺจ ปชานนฺโต สมฺปชาโน, อสมฺมิสฺสโต ววตฺถาเน อญฺญธมฺมานุปสฺสิตาภาเวน สมฺมา อวิปรีตํ, สพฺพาการปชานเนน สมนฺตโต, อุปรูปริ วิเสสาวหภาเวน ปวตฺติยา สามํ ปชานนฺโตติ อตฺโถ. ยทิ ปญฺญาย อนุปสฺสติ, กถํ สติปฏฺฐานตาติ อาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. สพฺพตฺถิกนฺติ สพฺพตฺถ ภวํ สพฺพตฺถ ลีเน, อุทฺธเต จ จิตฺเต อิจฺฉิตพฺพตฺตา. สพฺเพ วา ลีเน, อุทฺธเต จ ภาเวตพฺพา โพชฺฌงฺคา อตฺถิกา เอตายาติ สพฺพตฺถิกา. สติยา ลทฺธุปการาย เอว ปญฺญาย เอตฺถ ยถาวุตฺเต กาเย กมฺมฏฺฐานิโก ภิกฺขุ กายานุปสฺสี วิหรติ. อนฺโต สงฺเขโป อนฺโตโอลียโน, โกสชฺชนฺติ อตฺโถ. อุปายปริคฺคเหติ เอตฺถ สีลวิโสธนาทิ, คณนาทิ, อุคฺคหโกสลฺลาทิ จ อุปาโย, ตพฺพิปริยายโต อนุปาโย เวทิตพฺโพ. ยสฺมา จ อุปฏฺฐิตสฺสติ ยถาวุตฺตํ อุปายํ น ปริจฺจชติ, อนุปายญฺจ น อุปาทิยติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มุฏฺฐสฺสตี …เป… อสมตฺโถ โหตี’’ติ. เตนาติ อุปายานุปายานํ ปริคฺคหปริวชฺชเนสุ, ปริจฺจาคาปริคฺคเหสุ จ อสมตฺถภาเวน. อสฺส โยคิโน.

ยสฺมา สติเยเวตฺถ สติปฏฺฐานํ วุตฺตํ, ตสฺมาสฺส สมฺปยุตฺตธมฺมา วีริยาทโย องฺคนฺติ อาห ‘‘สมฺปโยคงฺคญฺจสฺส ทสฺเสตฺวา’’ติ. องฺค-สทฺโท เจตฺถ การณปริยาโย ทฏฺฐพฺโพ. สติคฺคหเณเนว เจตฺถ สมาธิสฺสาปิ คหณํ ทฏฺฐพฺพํ ตสฺสา สมาธิกฺขนฺเธ สงฺคหิตตฺตา. ยสฺมา วา สติสีเสนายํ เทสนา. น หิ เกวลาย สติยา กิเลสปฺปหานํ สมฺภวติ, นิพฺพานาธิคโม วา, นาปิ เกวลา สติ ปวตฺตติ, ตสฺมาสฺส ฌานเทสนายํ สวิตกฺกาทิวจนสฺส วิย สมฺปโยคงฺคทสฺสนตาติ องฺค-สทฺทสฺส อวยวปริยายตา ทฏฺฐพฺพา. ปหานงฺคนฺติ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหี’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๒๖; ม. นิ. ๑.๒๗๑, ๒๘๗, ๒๙๗; สํ. นิ. ๒.๑๕๒; อ. นิ. ๔.๑๒๓; ปารา. ๑๑) วิย ปหาตพฺพงฺคํ ทสฺเสตุํ. ยสฺมา เอตฺถ โลกิยมคฺโค อธิปฺเปโต, น โลกุตฺตรมคฺโค, ตสฺมา ปุพฺพภาคิยเมว วินยํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตทงฺควินเยน วา วิกฺขมฺภนวินเยน วา’’ติ อาห. เตสํ ธมฺมานนฺติ เวทนาทิธมฺมานํ. เตสญฺหิ ตตฺถ อนธิปฺเปตตฺตา ‘‘อตฺถุทฺธารนเยเนตํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถาติ วิภงฺเค. เอตฺถาติ ‘‘โลเก’’ติ เอตสฺมึ ปเท.

อวิเสเสน ทฺวีหิปิ นีวรณปฺปหานํ วุตฺตนฺติ กตฺวา ปุน เอเกเกน วุตฺตํ ปหานวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิเสเสนา’’ติ อาห. อถ วา ‘‘วิเนยฺย นีวรณานี’’ติ อวตฺวา อภิชฺฌาโทมนสฺสวินยวจนสฺส ปโยชนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิเสเสนา’’ติอาทิมาห. กายานุปสฺสนาภาวนาย หิ อุชุวิปจฺจนีกานํ อนุโรธวิโรธาทีนํ ปหานทสฺสนํ เอตสฺส ปโยชนนฺติ. กายสมฺปตฺติมูลกสฺสาติ รูปพลโยพฺพนาโรคฺยาทิสรีรสมฺปทานิมิตฺตสฺส. วุตฺตวิปริยายโต กายวิปตฺติมูลโก วิโรโธ เวทิตพฺโพ. กายภาวนายาติ กายานุปสฺสนาภาวนาย. สา หิ อิธ กายภาวนาติ อธิปฺเปตา. สุภสุขภาวาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน มนุญฺญนิจฺจตาทิสงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อสุภาสุขภาวาทีนนฺติ เอตฺถ ปน อาทิ-สทฺเทน อมนุญฺญอนิจฺจตาทีนํ. เตนาติ อนุโรธาทิปฺปหานวจเนน. ‘‘โยคานุภาโว หี’’ติอาทิ วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏกรณํ. โยคานุภาโว หิ ภาวนานุภาโว. โยคสมตฺโถติ โยคมนุยุญฺชิตุํ สมตฺโถ. ปุริเมน หิ ‘‘อนุโรธวิโรธวิปฺปมุตฺโต’’ติอาทิวจเนน ภาวนํ อนุยุตฺตสฺส อานิสํโส วุตฺโต, ทุติเยน ภาวนํ อนุยุญฺชนฺตสฺส ปฏิปตฺติ. น หิ อนุโรธวิโรธาทีหิ อุปทฺทุตสฺส ภาวนา อิชฺฌติ.

อนุปสฺสีติ เอตฺถาติ ‘‘อนุปสฺสี’’ติ เอตสฺมึ ปเท ลพฺภมานาย อนุปสฺสนาย อนุปสฺสนาโชตนาย กมฺมฏฺฐานํ วุตฺตนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, อญฺญถา ‘‘อนุปสฺสนายา’’ติ กรณวจนํ น ยุชฺเชยฺย. อนุปสฺสนา เอว หิ กมฺมฏฺฐานํ, น เอตฺถ อารมฺมณํ อธิปฺเปตํ, ยุชฺชติ วา. กายปริหรณํ วุตฺตนฺติ สมฺพนฺโธ. กมฺมฏฺฐานปริหรณสฺส เจตฺถ อตฺถสิทฺธตฺตา ‘‘กายปริหรณ’’นฺเตฺวว วุตฺตํ. กมฺมฏฺฐานิกสฺส หิ กายปริหรณํ ยาวเทว กมฺมฏฺฐานํ ปริหรณตฺถนฺติ. กมฺมฏฺฐานปริหรณสฺส วา ‘‘อาตาปี’’ติอาทินา (ที. นิ. ๒.๓๗๓) วุจฺจมานตฺตา ‘‘กายปริหรณ’’นฺเตฺวว วุตฺตํ. กายคฺคหเณน วา นามกายสฺสาปิ คหณํ, น รูปกายสฺเสว, เตเนว กมฺมฏฺฐานปริหรณมฺปิ สงฺคหิตํ โหติ, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘วิหรตีติ เอตฺถ วุตฺตวิหาเรนา’’ติ เอตฺถคฺคหณญฺจ สมตฺถิตํ โหติ ‘‘กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติ วิหารสฺส วิเสเสตฺวา วุตฺตตฺตา. ‘‘อาตาปี’’ติอาทิ ปน สงฺเขปโต วุตฺตสฺส กมฺมฏฺฐานปริหรณสฺส สห สาธเนน วิตฺถาเรตฺวา ทสฺสนํ. อาตาเปนาติ อาตาปคฺคหเณน. ‘‘สติสมฺปชญฺเญนา’’ติอาทีสุปิ เอเสว นโย. สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐานนฺติ พุทฺธานุสฺสติ, เมตฺตา, มรณสฺสติ, อสุภภาวนา จ. อิทญฺหิ จตุกฺกํ โยคินา ปริหริยมานํ ‘‘สพฺพตฺถกกมฺมฏฺฐาน’’นฺติ วุจฺจติ, สพฺพตฺถ กมฺมฏฺฐานานุโยคสฺสารกฺขภูตตฺตา สติสมฺปชญฺญพเลน อวิจฺฉินฺนสฺส ปริหริตพฺพตฺตา สติสมฺปชญฺญคฺคหเณน ตสฺส วุตฺตตา วุตฺตา. สติยา วา สมโถ วุตฺโต ตสฺสา สมาธิกฺขนฺเธน สงฺคหิตตฺตา.

วิภงฺเค(วิภ. กายานุปสฺสนานิทฺเทเส) ปน อตฺโถ วุตฺโตติ โยชนา. เตนาติ สทฺทตฺถํ อนาทิยิตฺวา ภาวตฺถสฺเสว วิภชนวเสน ปวตฺเตน วิภงฺคปาเฐน สห. อฏฺฐกถานโยติ สทฺทตฺถสฺสาปิ วิวรณวเสน ยถารหํ วุตฺโต อตฺถสํวณฺณนานโย. ยถา สํสนฺทตีติ ยถา อตฺถโต, อธิปฺปายโต จ อวิโลเมนฺโต อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติ, เอวํ เวทิตพฺโพ.

เวทนาทีนํ ปุน วจเนติ เอตฺถ นิสฺสยปจฺจยภาววเสน จิตฺตธมฺมานํ เวทนาสนฺนิสฺสิตตฺตา, ปญฺจโวการภเว อรูปธมฺมานํ รูปปฏิพทฺธวุตฺติโต จ เวทนาย กายาทิอนุปสฺสนาปฺปสงฺเคปิ อาปนฺเน ตโต อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานํ ทสฺสนตฺถํ, ฆนวินิพฺโภคาทิทสฺสนตฺถญฺจ ทุติยํ เวทนาคฺคหณํ, เตน น เวทนายํ กายานุปสฺสี, จิตฺตธมฺมานุปสฺสี วา, อถ โข เวทนานุปสฺสี เอวาติ เวทนาสงฺขาเต วตฺถุสฺมึ เวทนานุปสฺสนาการสฺเสว ทสฺสเนน อสมฺมิสฺสโต ววตฺถานํ ทสฺสิตํ โหติ. ตถา ‘‘ยสฺมึ สมเย สุขา เวทนา, น ตสฺมึ สมเย ทุกฺขา, อทุกฺขมสุขา วา เวทนา, ยสฺมึ วา ปน สมเย ทุกฺขา, อทุกฺขมสุขา วา เวทนา, น ตสฺมึ สมเย อิตรา เวทนา’’ติ เวทนาภาวสามญฺเญ อวตฺวา ตํ ตํ เวทนํ วินิพฺภุชฺชิตฺวา ทสฺสเนน ฆนวินิพฺโภโค ธุวภาววิเวโก ทสฺสิโต โหติ, เตน ตาสํ ขณมตฺตาวฏฺฐานทสฺสเนน อนิจฺจตาย, ตโต เอว ทุกฺขตาย, อนตฺตตาย จ ทสฺสนํ วิภาวิตํ โหติ. ฆนวินิพฺโภคาทีติ อาทิ-สทฺเทน อยมฺปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยญฺหิ เวทนายํ เวทนานุปสฺสี เอว, น อญฺญธมฺมานุปสฺสี. กึ วุตฺตํ โหติ – ยถา นาม พาโล อมณิสภาเวปิ อุทกปุพฺพุฬเก มณิอาการานุปสฺสี โหติ, น เอวํ อยํ ฐิติรมณีเยปิ เวทยิเต, ปเคว อิตรสฺมึ มนุญฺญาการานุปสฺสี, อถ โข ขณปภงฺคุรตาย, อวสวตฺติตาย กิเลสาสุจิปคฺฆรณตาย จ อนิจฺจอนตฺตอสุภาการานุปสฺสี, วิปริณามทุกฺขตาย, สงฺขารทุกฺขตาย จ วิเสสโต ทุกฺขานุปสฺสี เยวาติ. เอวํ จิตฺต ธมฺเมสุปิ ยถารหํ ปุนวจเน ปโยชนํ วตฺตพฺพํ. โลกิยา เอว สมฺมสนจารสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ‘‘เกวลํ ปนิธา’’ติอาทินา ‘‘อิธ เอตฺตกํ เวทิตพฺพ’’นฺติ เวทิตพฺพปริจฺเฉทํ ทสฺเสติ. ‘‘เอส นโย’’ติ อิมินา ยถา จิตฺตํ, ธมฺมา จ อนุปสฺสิตพฺพา, ตถา ตานิ อนุปสฺสนฺโต จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสี, ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสีติ เวทิตพฺโพติ อิมมตฺถํ อติทิสติ. ทุกฺขโตติ ทุกฺขสภาวโต, ทุกฺขนฺติ อนุปสฺสิตพฺพาติ อตฺโถ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.

โย สุขํ ทุกฺขโต อทฺทาติ โย ภิกฺขุ สุขํ เวทนํ วิปริณามทุกฺขตาย ‘‘ทุกฺขา’’ติ ปญฺญาจกฺขุนา อทฺทกฺขิ. ทุกฺขํ อทฺทกฺขิ สลฺลโตติ ทุกฺขํ เวทนํ ปีฬาชนนโต, อนฺโตตุทนโต, ทุนฺนีหรณโต จ สลฺลโต อทฺทกฺขิ ปสฺสิ. อทุกฺขมสุขนฺติ อุเปกฺขาเวทนํ. สนฺตนฺติ สุขทุกฺขานิ วิย อโนฬาริกตาย, ปจฺจยวเสน วูปสนฺตสภาวตาย จ สนฺตํ. อนิจฺจโตติ หุตฺวาอภาวโต, อุทยวยวนฺตโต, ตาวกาลิกโต, นิจฺจปฏิปกฺขโต จ ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ โย อทฺทกฺขิ. ส เว สมฺมทฺทโส ภิกฺขุ เอกํเสน, ปริพฺยตฺตํ วา เวทนาย สมฺมาปสฺสนโกติ อตฺโถ.

ทุกฺขาติปีติ สงฺขารทุกฺขตาย ทุกฺขา อิติปิ. ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ สพฺพํ ตํ เวทยิตํ ทุกฺขสฺมึ อนฺโตคธํ ปริยาปนฺนํ วทามิ สงฺขารทุกฺขตานติวตฺตนโต. สุขทุกฺขโตปิ จาติ สุขาทีนํ ฐิติวิปริณามญาณสุขตาย, วิปริณามฐิติอญฺญาณทุกฺขตาย จ วุตฺตตฺตา ติสฺโสปิ จ สุขโต, ติสฺโสปิ จ ทุกฺขโต อนุปสฺสิตพฺพาติ อตฺโถ. สตฺต อนุปสฺสนา เหฏฺฐา ปกาสิตา เอว. เสสนฺติ ยถาวุตฺตํ สุขาทิวิภาคโต เสสํ สามิสนิรามิสาทิเภทํ เวทนานุปสฺสนายํ วตฺตพฺพํ.

อารมฺมณ…เป… เภทานนฺติ รูปาทิอารมฺมณนานตฺตสฺส นีลาทิตพฺเภทสฺส, ฉนฺทาทิอธิปตินานตฺตสฺส หีนาทิตพฺเภทสฺส, ญาณฌานาทิสหชาตนานตฺตสฺส สสงฺขาริกาสงฺขาริกสวิตกฺกาทิตพฺเภทสฺส, กามาวจราทิภูมินานตฺตสฺส อุกฺกฏฺฐมชฺฌิมาทิตพฺเภทสฺส, กุสลาทิกมฺมนานตฺตสฺส เทวคติสํวตฺตนิยตาทิตพฺเภทสฺส, กณฺหสุกฺกวิปากนานตฺตสฺส ทิฏฺฐธมฺมเวทนียตาทิตพฺเภทสฺส, ปริตฺตภูมกาทิกิริยานานตฺตสฺส ติเหตุกาทิตพฺเภทสฺส วเสน อนุปสฺสิตพฺพนฺติ โยชนา. อาทิ-สทฺเทน สวตฺถุกาวตฺถุกาทินานตฺตสฺส ปุคฺคลตฺตยสาธารณาทิตพฺเภทสฺส จ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สลกฺขณสามญฺญลกฺขณานนฺติ ผุสนาทิตํตํลกฺขณานญฺเจว อนิจฺจตาทิสามญฺญลกฺขณานญฺจ วเสนาติ โยชนา. สุญฺญตธมฺมสฺสาติ อนตฺตตาสงฺขาตสุญฺญตาสภาวสฺส. ยํ วิภาเวตุํ อภิธมฺเม‘‘ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺติ, ขนฺธา โหนฺตี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๒๑) สุญฺญตาวารเทสนา ปวตฺตา, ตํ ปหีนเมว ปุพฺเพ ปหีนตฺตา, ตสฺมา ตสฺส ตสฺส ปุน ปหานํ น วตฺตพฺพํ. น หิ กิเลสา ปหียมานา อารมฺมณวิภาเคน ปหียนฺติ อนาคตานํเยว อุปฺปชฺชนารหานํ ปหาตพฺพตฺตา, ตสฺมา อภิชฺฌาทีนํ เอกตฺถ ปหานํ วตฺวา อิตรตฺถ น วตฺตพฺพํ เอวาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘กามญฺเจตฺถา’’ติอาทินา. อถ วา มคฺคจิตฺตกฺขเณ เอกตฺถ ปหีนํ สพฺพตฺถ ปหีนเมว โหตีติ วิสุํ วิสุํ ปหานํ น วตฺตพฺพํ. มคฺเคน หิ ปหีนาติ วตฺตพฺพตํ อรหนฺติ. ตตฺถ ปุริมาย โจทนาย นานาปุคฺคลปริหาโร, น หิ เอกสฺส ปหีนํ ตโต อญฺญสฺส ปหีนํ นาม โหติ. ปจฺฉิมาย นานาจิตฺตกฺขณิกปริหาโร. นานาจิตฺตกฺขเณติ หิ โลกิยมคฺคจิตฺตกฺขเณติ อธิปฺปาโย. ปุพฺพภาคมคฺโค หิ อิธาธิปฺเปโต. โลกิยภาวนาย จ กาเย ปหีนํ น เวทนาทีสุ วิกฺขมฺภิตํ โหติ. ยทิปิ นปฺปวตฺเตยฺย, ปฏิปกฺขภาวนาย สุปฺปหีนตฺตา ตตฺถ สา ‘‘อภิชฺฌาโทมนสฺสสฺส อปฺปวตฺตี’’ติ น วตฺตพฺพา, ตสฺมา ปุนปิ ตปฺปหานํ วตฺตพฺพเมว. เอกตฺถ ปหีนํ เสเสสุปิ ปหีนํ โหตีติ โลกุตฺตรสติปฏฺฐานภาวนํ, โลกิยภาวนาย วา สพฺพตฺถ อปฺปวตฺติมตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘ปญฺจปิ ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา โลโก’’ติ (วิภ. ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๖) หิ วิภงฺเคจตูสุปิ ฐาเนสุ วุตฺตนฺติ.

อุทฺเทสวารวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.

กายานุปสฺสนา

อานาปานปพฺพวณฺณนา

๓๗๔. อารมฺมณวเสนาติ อนุปสฺสิตพฺพกายาทิอารมฺมณวเสน. จตุธา ภินฺทิตฺวาติ อุทฺเทสวเสน จตุธา ภินฺทิตฺวา. ตโต จตุพฺพิธสติปฏฺฐานโต เอเกกํ สติปฏฺฐานํ คเหตฺวา กายํ วิภชนฺโตติ ปาฐเสโส.

กถญฺจาติ เอตฺถ กถนฺติ ปการปุจฺฉา, เตน นิทฺทิสิยมาเน กายานุปสฺสนาปกาเร ปุจฺฉติ. จ-สทฺโท พฺยติเรโก, เตน อุทฺเทสวาเรน อปากฏํ นิทฺเทสวาเรน วิภาวิยมานํ วิเสสํ โชเตติ. พาหิรเกสุปิ อิโต เอกเทสสฺส สมฺภวโต สพฺพปฺปการคฺคหณํ กตํ ‘‘สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตกสฺสา’’ติ, เตน เย อิเม อานาปานปพฺพาทิวเสน อาคตา จุทฺทสปฺปการา, ตทนฺโตคธา จ อชฺฌตฺตาทิอนุปสฺสนาปฺปการา, ตถา กายคตาสติสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๕๓) วุตฺตา เกสาทิวณฺณสณฺฐานกสิณารมฺมณจตุกฺกชฺฌานปฺปการา, โลกิยาทิปฺปการา จ, เต สพฺเพปิ อนวเสสโต สงฺคณฺหาติ. อิเม จ ปการา อิมสฺมึเยว สาสเน, น อิโต พหิทฺธาติ วุตฺตํ ‘‘สพฺพปฺปการ…เป… ปฏิเสธโน จา’’ติ. ตตฺถ ตถาภาวปฏิเสธโนติ สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตกสฺส ปุคฺคลสฺส อญฺญสาสนสฺส นิสฺสยภาวปฏิเสธโน, เอเตน อิธ ภิกฺขเวติ เอตฺถ อิธ-สทฺโท อนฺโตคธเอวสทฺทตฺโถติ ทสฺเสติ. สนฺติ หิ เอกปทานิปิ อวธารณานิ ยถา ‘‘วายุภกฺโข’’ติ. เตนาห ‘‘อิเธว ภิกฺขเว สมโณ’’ติอาทิ. ปริปุณฺณสมณปฺปกรณธมฺโม หิ โส ปุคฺคโล, โย สพฺพปฺปการกายานุปสฺสนานิพฺพตฺตโก. ปรปฺปวาทาติ ปเรสํ อญฺญติตฺถิยานํ นานปฺปการา วาทา ติตฺถายตนานิ.

อรญฺญาทิกสฺเสว ภาวนานุรูปเสนาสนตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิมสฺสหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทุทฺทโม ทมถํ อนุปคโต โคโณ กูฏโคโณ. โทหนกาเล ยถา ถเนหิ อนวเสสโต ขีรํ น ปคฺฆรติ, เอวํ โทหปฏิพนฺธินี กูฏเธนุ. รูป-สทฺทาทิเก ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนกอสฺสาโท รูปารมฺมณาทิรโส. ปุพฺเพ อาจิณฺณารมฺมณนฺติ ปพฺพชฺชโต ปุพฺเพ, อนาทิมติ วา สํสาเร ปริจิตารมฺมณํ. นิพนฺเธยฺยาติ พนฺเธยฺย. สติยาติ สมฺมเทว กมฺมฏฺฐานสฺส สลฺลกฺขณวเสน ปวตฺตาย สติยา. อารมฺมเณติ กมฺมฏฺฐานารมฺมเณ. ทฬฺหนฺติ ถิรํ, ยถา สโตการิสฺส อุปจารปฺปนาเภโท สมาธิ อิชฺฌติ, ตถา ถามคตํ กตฺวาติ อตฺโถ.

วิเสสาธิคมทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารปทฏฺฐานนฺติ สพฺเพสํ พุทฺธานํ, เอกจฺจานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ, พุทฺธสาวกานญฺจ วิเสสาธิคมสฺส อญฺเญน กมฺมฏฺฐาเนน อธิคตวิเสสานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารสฺส ปทฏฺฐานภูตํ.

วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย ภควา โยคีนํ อนุรูปนิวาสฏฺฐานุปทิสนโต. ภิกฺขุ ทีปิสทิโส อรญฺเญ เอกโก วิหริตฺวา ปฏิปกฺขนิมฺมถนวเสน อิจฺฉิตตฺถสาธนโต ผลมุตฺตมนฺติ สามญฺญผลํ สนฺธาย วทติ. ปรกฺกมชวโยคฺคภูมินฺติ ภาวนุสฺสาหชวสฺส โยคฺคกรณภูมิภูตํ.

อทฺธานวเสน ปวตฺตานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ วเสน ทีฆํ วา อสฺสสนฺโต, อิตฺตรวเสน ปวตฺตานํ อสฺสาสปสฺสาสานํ วเสน รสฺสํ วา อสฺสสนฺโตติ โยชนา. เอวํ สิกฺขโตติ อสฺสาสปสฺสาสานํ ทีฆรสฺสตาปชานนสพฺพกายปฺปฏิสํเวทนโอฬาริโกฬาริกปฏิปฺปสฺสมฺภนวเสน ภาวนํ สิกฺขโต, ตถาภูโต วา หุตฺวา ติสฺโส สิกฺขา ปวตฺตยโต. อสฺสาสปสฺสาสนิมิตฺเตติ อสฺสาสปสฺสาสสนฺนิสฺสเยน อุปฏฺฐิตปฏิภาคนิมิตฺเต. อสฺสาสปสฺสาเส ปริคฺคณฺหาติ รูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต, โย ‘‘อสฺสาสปสฺสาสกมฺมิโก’’ติ วุตฺโต. ฌานงฺคานิ ปริคฺคณฺหาติ อรูปมุเขน วิปสฺสนํ อภินิวิสนฺโต. วตฺถุ นาม กรชกาโย จิตฺตเจตสิกานํ ปวตฺติฏฺฐานภาวโต. อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา นตฺถีติ วิสุทฺธิทิฏฺฐิ ‘‘ตยิทํ ธมฺมมตฺตํ, น อเหตุกํ, นาปิ อิสฺสราทิวิสมเหตุกํ, อถ โข อวิชฺชาทิเหตุก’’นฺติ อทฺธาตฺตเยปิ กงฺขาวิตรเณน วิติณฺณกงฺโข. ‘‘ยํ กิญฺจิ ภิกฺขุ รูป’’นฺติอาทินา (ม. นิ. ๑.๓๖๑; ๒.๑๑๓; ๓.๘๖, ๘๙; ปฏิ. ม. ๑.๕๔) นเยน กลาปสมฺมสนวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา. อุทยวยานุปสฺสนาทิวเสน วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺโต. อนุกฺกเมน มคฺคปฏิปาฏิยา.

‘‘ปรสฺส วา อสฺสาสปสฺสาสกาเย’’ติ อิทํ สมฺมสนวารวเสนายํ ปาฬิ ปวตฺตาติ กตฺวา วุตฺตํ, สมถวเสน ปน ปรสฺส อสฺสาสปสฺสาสกาเย อปฺปนานิมิตฺตุปฺปตฺติ เอว นตฺถิ. อฏฺฐเปตฺวาติ อนฺตรนฺตรา น ฐเปตฺวา. อปราปรํ สญฺจรณกาโลติ อชฺฌตฺตพหิทฺธาธมฺเมสุปิ นิรนฺตรํ วา ภาวนาย ปวตฺตนกาโล กถิโต. เอกสฺมึ กาเล ปนิทํ อุภยํ น ลพฺภตีติ ‘‘อชฺฌตฺตํ, พหิทฺธา’’ติ จ วุตฺตํ อิทํ ธมฺมทฺวยํ ฆฏิตํ เอกสฺมึ กาเล เอกโต อารมฺมณภาเวน น ลพฺภติ, เอกชฺฌํ อาลมฺพิตุํ น สกฺกาติ อตฺโถ.

สมุเทติ เอตสฺมาติ สมุทโย, โส เอว การณฏฺเฐน ธมฺโมติ สมุทยธมฺโม. อสฺสาสปสฺสาสานํ อุปฺปตฺติเหตุ กรชกายาทิ, ตสฺส อนุปสฺสนสีโล สมุทยธมฺมานุปสฺสี, ตํ ปน สมุทยธมฺมํ อุปมาย ทสฺเสนฺโต ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ภสฺตนฺติ รุตฺตึ. คคฺครนาฬินฺติ อุกฺกาปนาฬึ. เตติ กรชกายาทิเก. ยถา อสฺสาสปสฺสาสกาโย กรชกายาทิสมฺพนฺธี ตํนิมิตฺตตาย, เอวํ กรชกายาทโยปิ อสฺสาสปสฺสาสกายสมฺพนฺธิโน ตํนิมิตฺตภาเวนาติ ‘‘สมุทยธมฺมา กายสฺมิ’’นฺติ วตฺตพฺพตํ ลภนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘สมุทย…เป… วุจฺจตี’’ติ. ปกติวาจี วา ธมฺม-สทฺโท ‘‘ชาติธมฺมาน’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๓๑; ๓.๓๑๐; ปฏิ. ม. ๑.๓๓) วิยาติ กายสฺส ปจฺจยสมวาเย อุปฺปชฺชนกปกติกายานุปสฺสี วา ‘‘สมุทยธมฺมานุปสฺสี’’ติ วุตฺโต. เตนาห ‘‘กรชกายญฺจา’’ติอาทิ. เอวญฺจ กตฺวา กายสฺมินฺติ ภุมฺมวจนํ สุฏฺฐุตรํ ยุชฺชติ.

วยธมฺมานุปสฺสีติ เอตฺถ อเหตุกตฺเตปิ วินาสสฺส เยสํ เหตุธมฺมานํ อภาเว ยํ น โหติ, ตทภาโว ตสฺส อภาวสฺส เหตุ วิย โวหรียตีติ อุปจารโต กรชกายาทิอภาโว อสฺสาสปสฺสาสกายสฺส วยการณํ วุตฺโต. เตนาห ‘‘ยถา ภสฺตายา’’ติอาทิ. อยํ ตาเวตฺถ ปฐมวิกปฺปวเสน อตฺถวิภาวนา. ทุติยวิกปฺปวเสน อุปจาเรน วินาเยว อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อชฺฌตฺตพหิทฺธานุปสฺสนา วิย ภินฺนวตฺถุวิสยตาย สมุทยวยธมฺมานุปสฺสนาปิ เอกกาเล น ลพฺภตีติ อาห ‘‘กาเลน สมุทยํ กาเลน วยํ อนุปสฺสนฺโต’’ติ. ‘‘อตฺถิ กาโย’’ติ เอว-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ ‘‘กาโยว อตฺถี’’ติ วตฺวา อวธารเณน นิวตฺติตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘น สตฺโต’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – โย รูปาทีสุ สตฺตวิสตฺตตาย, ปเรสญฺจ สชฺชาปนฏฺเฐน, สตฺวคุณโยคโต วา ‘‘สตฺโต’’ติ ปเรหิ ปริกปฺปิโต, ตสฺส สตฺตนิกายสฺส ปูรณโต จ จวนุปปชฺชนธมฺมตาย คลนโต จ ‘‘ปุคฺคโล’’ติ, ถียติ สํหญฺญติ เอตฺถ คพฺโภติ ‘‘อิตฺถี’’ติ, ปุริ ปุเร ภาเค เสติ ปวตฺตตีติ ‘‘ปุริโส’’ติ, อาหิโต อหํ มาโน เอตฺถาติ ‘‘อตฺตา’’ติ, อตฺตโน สนฺตกภาเวน ‘‘อตฺตนิย’’นฺติ, ปโร น โหตีติ กตฺวา ‘‘อห’’นฺติ, มม สนฺตกนฺติ กตฺวา ‘‘มมา’’ติ, วุตฺตปฺปการวินิมุตฺโต อญฺโญติ กตฺวา ‘‘โกจี’’ติ, ตสฺส สนฺตกภาเวน ‘‘กสฺสจี’’ติ, วิกปฺเปตพฺโพ โกจิ นตฺถิ, เกวลํ ‘‘กาโย เอว อตฺถี’’ติ. ทสหิปิ ปเทหิ อตฺตตฺตนิยสุญฺญตเมว กายสฺส วิภาเวติ. เอวนฺติ ‘‘กาโยว อตฺถี’’ติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน.

ญาณปมาณตฺถายาติ กายานุปสฺสนาญาณํ ปรํ ปมาณํ ปาปนตฺถาย. สติปมาณตฺถายาติ กายปริคฺคาหิกํ สตึ ปวตฺตนสตึ ปรํ ปมาณํ ปาปนตฺถาย. อิมสฺส หิ วุตฺตนเยน ‘‘อตฺถิ กาโย’’ติ อปราปรุปฺปตฺติวเสน ปจฺจุปฏฺฐิตา สติ ภิยฺโยโส มตฺตาย ตตฺถ ญาณสฺส, สติยา จ ปริพฺรูหนาย โหติ. เตนาห ‘‘สติสมฺปชญฺญานํ วุฑฺฒตฺถายา’’ติ. อิมิสฺสา ภาวนาย ตณฺหาทิฏฺฐิคฺคาหานํ อุชุปฏิปกฺขตฺตา วุตฺตํ ‘‘ตณฺหา…เป… วิหรตี’’ติ. ตถาภูโต จ โลเก กิญฺจิปิ ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา คเหตพฺพํ น ปสฺสติ, กุโต คเณฺหยฺยาติ อาห ‘‘น จ กิญฺจี’’ติอาทิ. เอวมฺปีติ เอตฺถ ปิ-สทฺโท เหฏฺฐา นิทฺทิฏฺฐสฺส ตาทิสสฺส อตฺถสฺส อภาวโต อวุตฺตสมุจฺจยตฺโถติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปริ อตฺถํ อุปาทายา’’ติ อาห ยถา ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปิ, อยมฺปิ ปาราชิโก โหตี’’ติ. (ปารา. ๔๒) เอวนฺติ ปน นิทฺทิฏฺฐาการสฺส ปจฺจามสนํ นิคมนวเสน กตนฺติ อาห ‘‘อิมินา ปน…เป… ทสฺเสตี’’ติ.

ปุพฺพภาคสติปฏฺฐานสฺส อิธ อธิปฺเปตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สติ ทุกฺขสจฺจ’’นฺติ. สา ปน สติ ยสฺมึ อตฺตภาเว, ตสฺส สมุฏฺฐาปิกา ตณฺหา, ตสฺสาปิ สมุฏฺฐาปิกา เอว นาม โหติ ตทภาเว อภาวโตติ อาห ‘‘ตสฺสา สมุฏฺฐาปิกา ปุริมตณฺหา’’ติ, ยถา ‘‘สงฺขารปจฺจยา’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๒๖; อุทา. ๑; วิภ. ๔๘๔). ตํวิญฺญาณพีชตํสนฺตติสมฺภูโต สพฺโพปิ โลกิโย วิญฺญาณปฺปพนฺโธ ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ’’ เตฺวว วุจฺจติ สุตฺตนฺตนเยน. อปฺปวตฺตีติ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ, อุภินฺนํ อปฺปวตฺติยา นิมิตฺตภูโตติ อตฺโถ. น ปวตฺตติ เอตฺถาติ วา อปฺปวตฺติ. ‘‘ทุกฺขปริชานโน’’ติอาทิ เอกนฺตโต จตุกิจฺจสาธนวเสเนว อริยมคฺคสฺส ปวตฺตีติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. อวุตฺตสิทฺโธ หิ ตสฺส ภาวนาปฏิเวโธ. จตุสจฺจวเสนาติ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานวเสน. อุสฺสกฺกิตฺวาติ วิสุทฺธิปรมฺปราย อารุหิตฺวา, ภาวนํ อุปริ เนตฺวาติ อตฺโถ. นิยฺยานมุขนฺติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรณูปาโย.

อานาปานปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิริยาปถปพฺพวณฺณนา

๓๗๕. อิริยาปถวเสนาติ อิริยนํ อิริยา, กิริยา, อิธ ปน กายิกปโยโค เวทิตพฺโพ. อิริยานํ ปโถ ปวตฺติมคฺโคติ อิริยาปโถ, คมนาทิวเสน ปวตฺตา สรีราวตฺถา. คจฺฉนฺโต วา หิ สตฺโต กาเยน กาตพฺพกิริยํ กโรติ ฐิโต วา นิสินฺโน วา นิปนฺโน วาติ, เตสํ อิริยาปถานํ วเสน, อิริยาปถวิภาเคนาติ อตฺโถ. ปุน จปรนฺติ ปุน จ อปรํ, ยถาวุตฺตอานาปานกมฺมฏฺฐานโต ภิยฺโยปิ อญฺญํ กายานุปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ กเถมิ, สุณาถาติ วา อธิปฺปาโย. ‘‘คจฺฉนฺโต วา’’ติอาทิ คมนาทิมตฺตชานนสฺส, คมนาทิคตวิเสสชานนสฺส จ สาธารณวจนํ, ตตฺถ คมนาทิมตฺตชานนํ น อิธ นาธิปฺเปตํ, คมนาทิคตวิเสสชานนํ ปน อธิปฺเปตนฺติ ตํ วิภชิตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กาม’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. สตฺตูปลทฺธินฺติ ‘‘สตฺโต อตฺถี’’ติ อุปลทฺธึ สตฺตคฺคาหํ. น ปชหติ น ปริจฺจชติ ‘‘อหํ คจฺฉามิ, มม คมน’’นฺติ คาหสพฺภาวโต. ตโต เอว อตฺตสญฺญํ ‘‘อตฺถิ อตฺตา การโก เวทโก’’ติ เอวํ ปวตฺตํ วิปรีตสญฺญํ น อุคฺฆาเฏติ นาปเนติ อปฺปฏิปกฺขภาวโต, อนนุพฺรูหนโต วา. เอวํ ภูตสฺส จสฺส กุโต กมฺมฏฺฐานาทิภาโวติ อาห ‘‘กมฺมฏฺฐานํ วา สติปฏฺฐานภาวนา วา น โหตี’’ติ. ‘‘อิมสฺส ปนา’’ติอาทิ สุกฺกปกฺโข, ตสฺส วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตเมว หิ อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิทญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ โก คจฺฉตีติ สาธนํ, กิริยญฺจ อวินิพฺภุตฺตํ กตฺวา คมนกิริยาย กตฺตุปุจฺฉา, สา กตฺตุภาววิสิฏฺฐอตฺตปฏิกฺเขปตฺถา ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธิทสฺสนโต. กสฺส คมนนฺติ ตเมวตฺถํ ปริยายนฺตเรน วทติ สาธนํ, กิริยญฺจ วินิพฺภุตฺตํ กตฺวา คมนกิริยาย อกตฺตุสมฺพนฺธีภาววิภาวนโต. ปฏิกฺเขปตฺถญฺหิ อนฺโตนีตํ กตฺวา อุภยตฺถํ กึ-สทฺโท ปวตฺโต. กึ การณาติ ปน ปฏิกฺขิตฺตกตฺตุกาย คมนกิริยาย อวิปรีตการณปุจฺฉา. อิทญฺหิ คมนํ นาม อตฺตา มนสา สํยุชฺชติ, มโน อินฺทฺริเยหิ, อินฺทฺริยานิ อตฺเตหีติ เอวมาทิ มิจฺฉาการณวินิมุตฺตอนุรูปปจฺจยเหตุโก ธมฺมานํ ปวตฺติอาการวิเสโส. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ.

น โกจิ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา คจฺฉติ ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธิโต, ตพฺพินิมุตฺตสฺส จ กสฺสจิ อภาวโต. อิทานิ ธมฺมมตฺตสฺเสว คมนสิทฺธึ ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺตกิริยาวาโยธาตุวิปฺผาเรนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ จิตฺตกิริยา จ สา, วาโยธาตุยา วิปฺผาโร วิปฺผนฺทนญฺจาติ จิตฺตกิริยาวาโยธาตุวิปฺผาโร, เตน. เอตฺถ จ จิตฺตกิริยคฺคหเณน อนินฺทฺริยพทฺธวาโยธาตุวิปฺผารํ นิวตฺเตติ, วาโยธาตุวิปฺผารคฺคหเณน เจตนาวจีวิญฺญตฺติเภทํ จิตฺตกิริยํ นิวตฺเตติ, อุภเยน ปน กายวิญฺญตฺตึ วิภาเวติ. ‘‘คจฺฉตี’’ติ วตฺวา ยถา ปวตฺตมาเน กาเย ‘‘คจฺฉตี’’ติ โวหาโร โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตนฺติ คนฺตุกามตาวเสน ปวตฺตจิตฺตํ. วายํ ชเนตีติ วาโยธาตุอธิกํ รูปกลาปํ อุปฺปาเทติ, อธิกตา เจตฺถ สามตฺถิยโต, น ปมาณโต. คมนจิตฺตสมุฏฺฐิตํ สหชาตรูปกายสฺส ถมฺภนสนฺธารณจลนานํ ปจฺจยภูเตน อาการวิเสเสน ปวตฺตมานํ วาโยธาตุํ สนฺธายาห ‘‘วาโย วิญฺญตฺตึ ชเนตี’’ติ. อธิปฺปายสหภาวี หิ วิกาโร วิญฺญตฺติ. ยถาวุตฺตอธิกภาเวเนว จ วาโยคหณํ, น วาโยธาตุยา เอว ชนกภาวโต, อญฺญถา วิญฺญตฺติยา อุปาทายรูปภาโว ทุรุปปาโท สิยา. ปุรโต อภินีหาโร ปุรโตภาเคน กายสฺส ปวตฺตนํ, โย ‘‘อภิกฺกโม’’ติ วุจฺจติ.

‘‘เอเสว นโย’’ติ อติเทเสน สงฺเขปโต วตฺวา ตมตฺถํ วิวริตุํ ‘‘ตตฺราปิ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โกฏิโต ปฏฺฐายาติ เหฏฺฐิมโกฏิโต ปฏฺฐาย ปาทตลโต ปฏฺฐาย. อุสฺสิตภาโวติ อุพฺพิทฺธภาโว.

เอวํ ปชานโตติ เอวํ จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว คมนาทิ โหตีติ ปชานโต. ตสฺส เอวํ ปชานนาย นิจฺฉยคมนตฺถํ ‘‘เอวํ โหตี’’ติ วิจารณา วุจฺจติ โลเก ยถาภูตํ อชานนฺเตหิ มิจฺฉาภินิเวสวเสน, โลกโวหารวเสน วา. อตฺถิ ปนาติ อตฺตโน เอวํ วีมํสนวเสน ปุจฺฉาวจนํ. นตฺถีติ นิจฺฉยวเสน สตฺตสฺส ปฏิกฺเขปวจนํ. ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทิ ตสฺเสว อตฺถสฺส อุปมาย วิภาวนํ, ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

นาวา มาลุตเวเคนาติ ยถา อเจตนา นาวา วาตเวเคน เทสนฺตรํ ยาติ, ยถา จ อเจตโน เตชนํ กณฺโฑ ชิยาเวเคน เทสนฺตรํ ยาติ, ตถา อเจตโน กาโย วาตาหโต ยถาวุตฺตวายุนา นีโต เทสนฺตรํ ยาตีติ เอวํ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ. สเจ ปน โกจิ วเทยฺย ‘‘ยถา นาวาเตชนานํ เปลฺลกสฺส ปุริสสฺส วเสน เทสนฺตรคมนํ, เอวํ กายสฺสาปี’’ติ, โหตุ, เอวํ อิจฺฉิโต วายมตฺโถ ยถา หิ นาวาเตชนานํ สํหตลกฺขณสฺเสว ปุริสสฺส วเสน คมนํ, น อสํหตลกฺขณสฺส, เอวํ กายสฺสาปีติ. กา โน หานิ, ภิยฺโยปิ ธมฺมมตฺตตาว ปติฏฺฐํ ลภติ, น ปุริสวาโท. เตนาห ‘‘ยนฺตสุตฺตวเสนา’’ติอาทิ.

ตตฺถ ปยุตฺตนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตนเยน คมนาทิกิริยาวเสน ปจฺจเยหิ ปโยชิตํ. ฐาตีติ ติฏฺฐติ. เอตฺถาติ อิมสฺมึ โลเก. วินา เหตุปจฺจเยติ คนฺตุกามตาจิตฺตตํสมุฏฺฐานวาโยธาตุอาทิเหตุปจฺจเยหิ วินา. ติฏฺเฐติ ติฏฺเฐยฺย. วเชติ วเชยฺย คจฺเฉยฺย โก นามาติ สมฺพนฺโธ. ปฏิกฺเขปตฺโถ เจตฺถ กึ-สทฺโทติ เหตุปจฺจยวิรเหน ฐานคมนปฏิกฺเขปมุเขน สพฺพายปิ ธมฺมปฺปวตฺติยา ปจฺจยาธีนวุตฺติตาวิภาวเนน อตฺตสุญฺญตา วิย อนิจฺจทุกฺขตาปิ วิภาวิตาติ ทฏฺฐพฺพา.

ปณิหิโตติ ยถา ยถา ปจฺจเยหิ ปกาเรหิ นิหิโต ฐปิโต. สพฺพสงฺคาหิกวจนนฺติ สพฺเพสมฺปิ จตุนฺนํ อิริยาปถานํ เอกชฺฌํ สงฺคณฺหนวจนํ, ปุพฺเพ วิสุํ วิสุํ อิริยาปถานํ วุตฺตตฺตา อิทํ เนสํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา วจนนฺติ อตฺโถ. ปุริมนโย วา อิริยาปถปฺปธาโน วุตฺโตติ ตตฺถ กาโย อปฺปธาโน อนุนิปฺผาทีติ อิธ กายํ ปธานํ, อปธานญฺจ อิริยาปถํ อนุนิปฺผาทึ กตฺวา ทสฺเสตุํ ทุติยนโย วุตฺโตติ เอวมฺเปตฺถ ทฺวินฺนํ นยานํ วิเสโส เวทิตพฺโพ. ฐิโตติ ปวตฺโต.

อิริยาปถปริคฺคณฺหนมฺปิ อิริยาปถวโต กายสฺเสว ปริคฺคณฺหนํ ตสฺส อวตฺถาวิเสสภาวโตติ วุตฺตํ ‘‘อิริยาปถปริคฺคณฺหเนน กาเย กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติ. เตเนเวตฺถ รูปกฺขนฺธวเสเนว สมุทยาทโย อุทฺธฏา. เอส นโย เสสวาเรสุปิ. อาทินาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ยถา ‘‘ตณฺหาสมุทยา กมฺมสมุทยา อาหารสมุทยา’’ติ นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสตีติ อิเม จตฺตาโร อาการา สงฺคยฺหนฺติ, เอวํ ‘‘อวิชฺชานิโรธา’’ติ อาทโยปิ ปญฺจ อาการา สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา. เสสํ วุตฺตนยเมว.

อิริยาปถปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุสมฺปชญฺญปพฺพวณฺณนา

๓๗๖. จตุสมฺปชญฺญวเสนาติ สมนฺตโต ปกาเรหิ, ปกฏฺฐํ วา สวิเสสํ ชานาตีติ สมฺปชาโน, สมฺปชานสฺส ภาโว สมฺปชญฺญํ, ตถาปวตฺตํ ญาณํ, หตฺถวิการาทิเภทภินฺนตฺตา จตฺตาริ สมฺปชญฺญานิ สมาหฏานิ จตุสมฺปชญฺญํ, ตสฺส วเสน. ‘‘อภิกฺกนฺเต’’ติอาทีนิ สามญฺญผเล (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๑๔; ที. นิ. ฏี. ๑.๒๑๔ วากฺยขนฺเธปิ) วณฺณิตานิ, น ปุน วณฺเณตพฺพานิ, ตสฺมา ตํตํสํวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนาปิ ตตฺถ วิหิตนเยเนว คเหตพฺพา. ‘‘อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหตี’’ติอาทิ วจนโต อภิกฺกมาทิคตจตุสมฺปชญฺญปริคฺคณฺหเนน รูปกายสฺเสเวตฺถ สมุทยธมฺมานุปสฺสิตาทิ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘รูปกฺขนฺธสฺเสว สมุทโย จ วโย จ นีหริตพฺโพ’’ติ. รูปธมฺมานํเยว หิ ปวตฺติอาการวิเสสา อภิกฺกมาทโยติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

จตุสมฺปชญฺญปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพวณฺณนา

๓๗๗. ปฏิกฺกูลมนสิการวเสนาติ ชิคุจฺฉนียตาย ปฏิกูลเมว ปฏิกฺกูลํ, โย ปฏิกฺกูลสภาโว ปฏิกฺกูลากาโร, ตสฺส มนสิ กรณวเสน. อนฺตเรนาปิ หิ ภาววาจินํ สทฺทํ ภาวตฺโถ วิญฺญายติ ยถา ‘‘ปฏสฺส สุกฺก’’นฺติ. ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘๒) วุตฺตํ, ตสฺมา ตตฺถ, ตํสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๑๘๒ อาทโย) วุตฺตนเยน ‘‘อิมเมว กาย’’นฺติ อาทีนมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

วตฺถาทีหิ ปสิพฺพกากาเรน พนฺธิตฺวา กตํ อาวาฏนํ ปุโตฬิ. นานาการา เอกสฺมึ ฐาเน สมฺมิสฺสาติ เอตฺตาวตา นานาวณฺณานํ เกสาทีนญฺจ อุปเมยฺยตา. วิภูตกาโลติ ปณฺณตฺตึ สมติกฺกมิตฺวา เกสาทีนํ อสุภาการสฺส อุปฏฺฐิตกาโล. อิติ-สทฺทสฺส อาการตฺถตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอว’’นฺติ วตฺวา ตํ อาการํ สรูปโต ทสฺเสนฺโต ‘‘เกสาทิปริคฺคณฺหเนนา’’ติอาทิมาห. เกสาทิสญฺญิตานญฺหิ อสุจิภาวานํ ปรมทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูลาการสฺส สมุทยโต อนุปสฺสนา อิธ กายานุปสฺสนาติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ปฏิกฺกูลมนสิการปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ธาตุมนสิการปพฺพวณฺณนา

๓๗๘. ธาตุมนสิการวเสนาติ ปถวีธาตุอาทิกา จตสฺโส ธาตุโย อารพฺภ ปวตฺตภาวนามนสิการวเสน, จตุธาตุววตฺถานวเสนาติ อตฺโถ. ธาตุมนสิกาโร, ธาตุกมฺมฏฺฐานํ, จตุธาตุววตฺถานนฺติ หิ อตฺถโต เอกํ. โคฆาตโกติ ชีวิกตฺถาย คุนฺนํ ฆาตโก. อนฺเตวาสิโกติ กมฺมกรณวเสน ตสฺส สมีปวาสี ตํ นิสฺสาย ชีวนโก. วินิวิชฺฌิตฺวาติ เอกสฺมึ ฐาเน อญฺญมญฺญํ วินิวิชฺฌิตฺวา. มหาปถานํ เวมชฺฌฏฺฐานสงฺขาเตติ จตุนฺนํ มหาปถานํ ตาย เอว วินิวิชฺฌนฏฺฐานตาย เวมชฺฌสงฺขาเต. ยสฺมา เต จตฺตาโร มหาปถา จตูหิ ทิสาหิ อาคนฺตฺวา ตตฺถ สโมหิตา วิย โหนฺติ, ตสฺมา ตํ ฐานํ จตุมหาปถํ, ตสฺมึ จตุมหาปเถ. ฐิต-สทฺโท ‘‘ฐิโต วา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๖๓; อ. นิ. ๕.๒๘) ฐานสงฺขาตอิริยาปถสมงฺคิตาย, ฐา-สทฺทสฺส วา คตินิวตฺติอตฺถตาย อญฺญตฺถ ฐเปตฺวา คมนํ เสสอิริยาปถสมงฺคิตาย โพธโก, อิธ ปน ยถา ตถา รูปกายสฺส ปวตฺติอาการโพธโก อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘จตุนฺนํ อิริยาปถานํ เยน เกนจิ อากาเรน ฐิตตฺตา ยถา ฐิต’’นฺติ. ตตฺถ อากาเรนาติ ฐานาทินา รูปกายสฺส ปวตฺติอากาเรน. ฐานาทโย หิ อิริยาปถสงฺขาตาย กิริยาย ปโถ ปวตฺติมคฺโคติ ‘‘อิริยาปโถ’’ติ วุจฺจนฺตีติ วุตฺโต วายมตฺโถ. ยถาฐิตนฺติ ยถาปวตฺตํ, ยถาวุตฺตํ ฐานเมเวตฺถ ปณิธานนฺติ อธิปฺเปตนฺติ อาห ‘‘ยถา ฐิตตฺตา จ ยถาปณิหิต’’นฺติ. ‘‘ฐิต’’นฺติ วา กายสฺส ฐานสงฺขาตอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ, ‘‘ปณิหิต’’นฺติ ตทญฺญอิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ. ‘‘ฐิต’’นฺติ วา กายสงฺขาตานํ รูปธมฺมานํ ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ สกิจฺจวเสน อวฏฺฐานปริทีปนํ, ปณิหิตนฺติ ปจฺจยวเสน เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ ปการโต นิหิตํ ปณิหิตนฺติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปจฺจเวกฺขตีติ ปติ ปติ อเวกฺขติ, ญาณจกฺขุนา วินิพฺภุชฺชิตฺวา วิสุํ วิสุํ ปสฺสติ.

อิทานิ วุตฺตเมวตฺถํ ภาวตฺถวิภาวนวเสน ทสฺเสตุํ ‘‘ยถา โคฆาตกสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โปเสนฺตสฺสาติ มํสูปจยปริพฺรูหนาย กุณฺฑกภตฺตกปฺปาสฏฺฐิอาทีหิ สํวฑฺเฒนฺตสฺส. วธิตํ มตนฺติ หึสิตํ หุตฺวา มตํ. มตนฺติ จ มตมตฺตํ. เตเนวาห ‘‘ตาวเทวา’’ติ. คาวีติ สญฺญา น อนฺตรธายตีติ ยานิ องฺคปจฺจงฺคานิ ยถาสนฺนิวิฏฺฐานิ อุปาทาย คาวีสมญฺญา มตมตฺตายปิ คาวิยา เตสํ ตํสนฺนิเวสสฺส อวินฏฺฐตฺตา. วิลียนฺติ ภิชฺชนฺติ วิภุชฺชนฺตีติ พีลา, ภาคา ว-การสฺส พ-การํ, อิการสฺส จ อีการํ กตฺวา. พีลโสติ พีลํ พีลํ กตฺวา. วิภชิตฺวาติ อฏฺฐิสงฺฆาตโต มํสํ วิเวเจตฺวา, ตโต วา วิเวจิตํ มํสํ ภาคโส กตฺวา. เตเนวาห ‘‘มํสสญฺญา ปวตฺตตี’’ติ. ปพฺพชิตสฺสาปิ อปริคฺคหิตกมฺมฏฺฐานสฺส. ฆนวินิพฺโภคนฺติ สนฺตติสมูหกิจฺจฆนานํ วินิพฺภุชฺชนํ วิเวจนํ. ธาตุโส ปจฺจเวกฺขโตติ ฆนวินิพฺโภคกรเณน ธาตุํ ธาตุํ ปถวีอาทิธาตุํ วิสุํ วิสุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส. สตฺตสญฺญาติ อตฺตานุทิฏฺฐิวเสน ปวตฺตา สตฺตสญฺญาติ วทนฺติ, โวหารวเสน ปวตฺตสตฺตสญฺญายปิ ตทา อนฺตรธานํ ยุตฺตเมว ยาถาวโต ฆนวินิพฺโภคสฺส สมฺปาทนโต. เอวญฺหิ สติ ยถาวุตฺตโอปมฺมตฺเถน อุปเมยฺยตฺโถ อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติ. เตเนวาห ‘‘ธาตุวเสเนว จิตฺตํ สนฺติฏฺฐตี’’ติ. ทกฺโขติ เฉโก ตํตํสมญฺญาย กุสโล ‘‘ยถาชาเต สูนสฺมึ นงฺคุฏฺฐขุรวิสาณาทิวนฺเต อฏฺฐิมํสาทิอวยวสมุทาเย อวิภตฺเต คาวีสมญฺญา, น วิภตฺเต. วิภตฺเต ปน อฏฺฐิมํสาทิอวยวสมญฺญา’’ติ ชานนโต. จตุมหาปโถ วิย จตุอิริยาปโถติ คาวิยา ฐิตจตุมหาปโถ วิย กายสฺส ปวตฺติมคฺคภูโต จตุพฺพิโธ อิริยาปโถ ยสฺมา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๓๐๕) วิตฺถาริตา, ตสฺมา ตตฺถ, ตํสํวณฺณนายญฺจ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๑.๓๐๖) วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

ธาตุมนสิการปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นวสิวถิกปพฺพวณฺณนา

๓๗๙. สิวถิกาย อปวิทฺธอุทฺธุมาตกาทิปฏิสํยุตฺตานํ โอธิโส ปวตฺตานํ กถานํ, ตทภิเธยฺยานญฺจ อุทฺธุมาตกาทิอสุภภาคานํ สิวถิกปพฺพานีติ สงฺคีติกาเรหิ คหิตสมญฺญา. เตนาห ‘‘สิวถิกปพฺเพหิ วิภชิตุ’’นฺติ. มริตฺวา เอกาหาติกฺกนฺตํ เอกาหมตํ. อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานาติ ชีวิตกฺขยโต อุปริ มรณโต ปรํ. สมุคฺคเตนาติ สมุฏฺฐิเตน. อุทฺธุมาตตฺตาติ อุทฺธํ อุทฺธํ ธุมาตตฺตา สูนตฺตา. เสตรตฺเตหิ วิปริภินฺนํ วิมิสฺสิตํ นีลํ วินีลํ, ปุริมวณฺณวิปริณามภูตํ วา นีลํ วินีลํ. วินีลเมว วินีลกนฺติ ก-กาเรน ปทวฑฺฒนํ อนตฺถนฺตรโต ยถา ‘‘ปีตกํ โลหิตก’’นฺติ (ธ. ส. ๖๑๖). ปฏิกฺกูลตฺตาติ ชิคุจฺฉนียตฺตา. กุจฺฉิตํ วินีลนฺติ วินีลกนฺติ กุจฺฉนตฺโถ วา อยํ ก-กาโรติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ ยถา ‘‘ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉตี’’ติ. (ที. นิ. ๓.๓๑๖; อ. นิ. ๕.๒๑๓; มหาว. ๒๘๕) ปริภินฺนฏฺฐาเนหิ กากกงฺกาทีหิ. วิสฺสนฺทมานปุพฺพนฺติ วิสฺสวนฺตปุพฺพํ, ตหํ ตหํ ปคฺฆรนฺตปุพฺพนฺติ อตฺโถ. ตถาภาวนฺติ วิสฺสนฺทมานปุพฺพภาวํ.

โส ภิกฺขูติ โย ‘‘ปสฺเสยฺย สรีรํ สิวถิกาย ฉฑฺฑิต’’นฺติ วุตฺโต, โส ภิกฺขุ. อุปสํหรติ สทิสตํ. ‘‘อยมฺปิ โข’’ติอาทิ อุปสํหรณาการทสฺสนํ. อายูติ รูปชีวิตินฺทฺริยํ, อรูปชีวิตินฺทฺริยํ ปเนตฺถ วิญฺญาณคติกเมว. อุสฺมาติ กมฺมชเตโช. เอวํ ปูติกสภาโวเยวาติ เอวํ อติวิย ทุคฺคนฺธเชคุจฺฉปฏิกฺกูลปูภิกสภาโว เอว, น อายุอาทีนํ อวิคเม วิย มตฺตโสติ อธิปฺปาโย. เอทิโส ภวิสฺสตีติ เอวํภาวีติ อาห ‘‘เอวํ อุทฺธุมาตาทิเภโท ภวิสฺสตี’’ติ.

ลุญฺจิตฺวา ลุญฺจิตฺวาติ อุปฺปาเฏตฺวา อุปฺปาเฏตฺวา. สาวเสสมํสโลหิตยุตฺตนฺติ สพฺพโส อขาทิตตฺตา ตหํ ตหํ เสเสน อปฺปาวเสเสน มํสโลหิเตน ยุตฺตํ. ‘‘อญฺเญน หตฺถฏฺฐิก’’นฺติ อวิเสเสน หตฺถฏฺฐิกานํ วิปฺปกิณฺณตา โชติตาติ อนวเสสโต เตสํ วิปฺปกิณฺณตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุสฏฺฐิเภทมฺปี’’ติอาทิมาห.

เตโรวสฺสิกานีติ ติโรวสฺสํ คตานิ, ตานิ ปน สํวจฺฉรํ วีติวตฺตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘อติกฺกนฺตสํวจฺฉรานี’’ติ. ปุราณตาย ฆนภาววิคเมน วิจุณฺณตา อิธ ปูติภาโวติ โส ยถา โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อพฺโภกาเส’’ติอาทิมาห. เตโรวสฺสิกาเนวาติ สํวจฺฉรมตฺตาติกฺกนฺตานิ เอว. ขชฺชมานตาทิวเสน ทุติยสิวถิกปพฺพาทีนํ ววตฺถาปิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ขชฺชมานตาทีนํ วเสน โยชนา กาตพฺพา’’ติ.

นวสิวถิกปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อิมาเนว เทฺวติ อวธารเณน อปฺปนากมฺมฏฺฐานํ ตตฺถ นิยเมติ อญฺญปพฺเพสุ ตทภาวโต. ยโต หิ เอว-กาโร, ตโต อญฺญตฺถ นิยเมติ, เตน ปพฺพทฺวยสฺส วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานตาปิ อปฺปฏิสิทฺธา ทฏฺฐพฺพา อนิจฺจตาทิทสฺสนโต. สงฺขาเรสุ อาทีนววิภาวนานิ สิวถิกปพฺพานีติ อาห ‘‘สิวถิกานํ อาทีนวานุปสฺสนาวเสน วุตฺตตฺตา’’ติ. อิริยาปถปพฺพาทีนํ อปฺปนาวหตา ปากฏา เอวาติ ‘‘เสสานิ ทฺวาทสปี’’ติ วุตฺตํ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

กายานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เวทนานุปสฺสนาวณฺณนา

๓๘๐. สุขํ เวทนนฺติ เอตฺถ สุขยตีติ สุขา. สมฺปยุตฺตธมฺเม, กายญฺจ ลทฺธสฺสาเท กโรตีติ อตฺโถ. สุฏฺฐุ วา ขาทติ, ขนติ วา กายิกํ, เจตสิกญฺจาพาธนฺติ สุขา. ‘‘สุกรํ โอกาสทานํ เอติสฺสาติ สุขา’’ติ อปเร. เวทยติ อารมฺมณรสํ อนุภวตีติ เวทนา. เวทยมาโนติ อนุภวมาโน. ‘‘กาม’’นฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ อิริยาปถปพฺเพ วุตฺตนยเมว. สมฺปชานสฺส เวทิยนํ สมฺปชานเวทิยนํ.

วตฺถุอารมฺมณาติ รูปาทิอารมฺมณา. รูปาทิอารมฺมณเญฺหตฺถ เวทนาย ปวตฺติฏฺฐานตาย ‘‘วตฺถู’’ติ อธิปฺเปตํ. อสฺสาติ ภเวยฺย. ธมฺมวินิมุตฺตสฺส กตฺตุ อภาวโต ธมฺมสฺเสว กตฺตุภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เวทนาว เวทยตี’’ติ อาห. ‘‘โวหารมตฺตํ โหตี’’ติ เอเตน ‘‘สุขํ เวทนํ เวทยมาโน สุขํ เวทนํ เวทยามี’’ติ อิทํ โวหารมตฺตนฺติ ทสฺเสติ.

นิตฺถุนนฺโตติ พลวโต เวทนาเวคสฺส นิโรธเน อาทีนวํ ทิสฺวา ตสฺส อวสรทานวเสน นิตฺถุนนฺโต. เวคสนฺธารเณ หิ อติมหนฺตํ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชตีติ อญฺญมฺปิ วิการํ อุปฺปาเทยฺย, เตน เถโร อปราปรํ ปริวตฺตติ. วีริยสมถํ โยเชตฺวาติ อธิวาสนวีริยสฺส อธิมตฺตตฺตา ตสฺส หาปนวเสน สมาธินา สมรสตาปาทเนน วีริยสมถํ โยเชตฺวา. สห ปฏิสมฺภิทาหีติ โลกุตฺตรปฏิสมฺภิทาหิ สห. อริยมคฺคกฺขเณ หิ ปฏิสมฺภิทานํ อสมฺโมหวเสน อธิคโม, อตฺถปฏิสมฺภิทาย ปน อารมฺมณกรณวเสนปิ. โลกิยานมฺปิ วา สติ อุปฺปตฺติกาเล ตตฺถ สมตฺถตํ สนฺธายาห ‘‘สห ปฏิสมฺภิทาหี’’ติ. สมสีสีติ วารสมสีสี หุตฺวา, ปจฺจเวกฺขณวารสฺส อนนฺตรวาเร ปรินิพฺพายีติ อตฺโถ.

ยถา จ สุขํ, เอวํ ทุกฺขนฺติ ยถา ‘‘สุขํ โก เวทยตี’’ติอาทินา สมฺปชานเวทิยนํ สนฺธาย วุตฺตํ, เอวํ ทุกฺขมฺปิ. ตตฺถ ทุกฺขยตีติ ทุกฺขา, สมฺปยุตฺตธมฺเม, กายญฺจ ปีเฬติ วิพาธตีติ อตฺโถ. ทุฏฺฐุํ วา ขาทติ, ขนติ กายิกํ, เจตสิกญฺจ สาตนฺติ ทุกฺขา. ‘‘ทุกฺกรํ โอกาสทานํ เอติสฺสาติ ทุกฺขา’’ติ อปเร. อรูปกมฺมฏฺฐานนฺติ อรูปปริคฺคหํ, อรูปธมฺมมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสนนฺติ อตฺโถ. น ปากฏํ โหติ ผสฺสสฺส, จิตฺตสฺส จ อวิภูตาการตฺตา. เตนาห ‘‘อนฺธการํ วิย ขายตี’’ติ. ‘‘น ปากฏํ โหตี’’ติ จ อิทํ ตาทิเส ปุคฺคเล สนฺธาย วุตฺตํ, เตสํ อาทิโต เวทนาว วิภูตตรา หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. เอวญฺหิ ยํ วุตฺตํ สกฺกปญฺหวณฺณนา ทีสุ ‘‘ผสฺโส ปากโฏ โหติ, วิญฺญาณํ ปากฏํ โหตี’’ติ, (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๕๙) ตํ อวิโรธิตํ โหติ. เวทนาวเสน กถิยมานํ กมฺมฏฺฐานํ ปากฏํ โหตีติ โยชนา. ‘‘เวทนานํ อุปฺปตฺติปากฏตายา’’ติ จ อิทํ สุขทุกฺขเวทนานํ วเสน วุตฺตํ. ตาสญฺหิ ปวตฺติ โอฬาริกา, น อิตราย. ตทุภยคฺคหณมุเขน วา คเหตพฺพตฺตา อิตรายปิ ปวตฺติ วิญฺญูนํ ปากฏา เอวาติ ‘‘เวทนาน’’นฺติ อวิเสสคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. สกฺกปเญฺห วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ, ตสฺมา ตตฺถ วตฺตพฺโพ อตฺถวิเสโส ตตฺถ ลีนตฺถปฺปกาสนิยํ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺโพ.

ปุพฺเพ ‘‘วตฺถุํ อารมฺมณํ กตฺวา เวทนาว เวทยตี’’ติ เวทนาย อารมฺมณาธีนวุตฺติตาย จ อนตฺตตาย จ ปชานนํ วุตฺตํ, อิทานิ ตสฺสา อนิจฺจตาทิปชานนํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ อปโรปิ ปชานนปริยาโย’’ติ อาห. ยถา เอกสฺมึ ขเณ จิตฺตทฺวยสฺส อสมฺภโว เอกชฺฌํ อเนกนฺตปจฺจยาภาวโต, เอวํ เวทนาทฺวยสฺส วิสิฏฺฐารมฺมณวุตฺติโต จาติ อาห ‘‘สุขเวทนากฺขเณ ทุกฺขาย เวทนาย อภาวโต’’ติ. นิทสฺสนมตฺตญฺเจตํ ตทา อุเปกฺขาเวทนายปิ อภาวโต, เตน สุขเวทนากฺขเณ ภูตปุพฺพานํ อิตรเวทนานํ หุตฺวาอภาวปชานเนน สุขเวทนายปิ หุตฺวา อภาโว ญาโต เอว โหตีติ ตสฺสา ปากฏภาวเมว ทสฺเสนฺโต ‘‘อิมิสฺสา จ สุขาย เวทนาย อิโต ปฐมํอภาวโต’’ติ อาห, เอเตเนว จ ตาสมฺปิ เวทนานํ ปากฏภาโว ทสฺสิโตติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘เวทนา นาม อนิจฺจา อธุวา วิปริณามธมฺมา’’ติ. อนิจฺจคฺคหเณน หิ เวทนานํ วิทฺธํสนภาโว ทสฺสิโต วิทฺธสฺเต อนิจฺจตาย สุวิญฺเญยฺยตฺตา. อธุวคฺคหเณน ปากฏภาโว ตสฺส อสทาภาวิตาทิภาวนโต. วิปริณามคฺคหเณน ทุกฺขภาโว ตสฺส อญฺญถตฺตทีปนโต, เตน สุขาปิ เวทนา ทุกฺขา, ปเคว อิตราติ ติสฺสนฺนมฺปิ เวทนานํ ทุกฺขตา ทสฺสิตา โหติ. อิติ ‘‘ยทนิจฺจํ ทุกฺขํ, ตํ เอกนฺตโต อนตฺตา’’ติ ตีสุปิ เวทนาสุ ลกฺขณตฺตยปชานนา โชติตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘อิติห ตตฺถ สมฺปชาโน โหตี’’ติ.

อิทานิ ตมตฺถํ สุตฺเตน (ม. นิ. ๒.๒๐๕) สาเธตุํ ‘‘วุตฺตมฺปิ เจต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ เนว ตสฺมึ สมเย ทุกฺขํ เวทนํ เวเทตีติ ตสฺมึ สุขเวทนาสมงฺคิสมเย เนว ทุกฺขํ เวทนํ เวเทติ นิรุทฺธตฺตา, อนุปฺปนฺนตฺตา จ ยถากฺกมํ อตีตานาคตานํ. ปจฺจุปฺปนฺนาย ปน อสมฺภโว วุตฺโต เอว. สกิจฺจกฺขณมตฺตาวฏฺฐานโต อนิจฺจา. สเมจฺจ สมฺภุยฺย ปจฺจเยหิ กตตฺตา สงฺขตา. วตฺถารมฺมณาทิปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนตฺตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา. ขยวยปลุชฺชนนิรุชฺฌนปกติตาย ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมาติ ทฏฺฐพฺพา.

กิเลเสหิ อามสิตพฺพโต อามิสํ นาม, ปญฺจ กามคุณา, อารมฺมณกรณวเสน สห อามิเสหีติ สามิสํ. เตนาห ‘‘ปญฺจกามคุณามิสนิสฺสิตา’’ติ.

อิโต ปรนฺติ ‘‘อตฺถิ เวทนา’’ติ เอวมาทิ ปาฬึ สนฺธายาห ‘‘กายานุปสฺสนายํ วุตฺตนยเมวา’’ติ.

เวทนานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จิตฺตานุปสฺสนาวณฺณนา

๓๘๑. สมฺปโยควเสน ปวตฺตมาเนน สห ราเคนาติ สราคํ. เตนาห ‘‘โลภสหคต’’นฺติ. วีตราคนฺติ เอตฺถ กามํ สราคปทปฏิโยคินา วีตราคปเทน ภวิตพฺพํ, สมฺมสนจารสฺส ปน อธิปฺเปตตฺตา เตภูมกสฺเสว คหณนฺติ ‘‘โลกิยกุสลาพฺยากต’’นฺติ วตฺวา ‘‘อิทํ ปนา’’ติอาทินา ตเมว อธิปฺปายํ วิวรติ. เสสานิ เทฺว โทสมูลานิ, เทฺว โมหมูลานีติ จตฺตาริ อกุสลจิตฺตานิ. เตสญฺหิ ราเคน สมฺปโยคาภาวโต นตฺเถว สราคตา, ตํนิมิตฺตกตาย ปน สิยา ตํสหิตกาเล โสติ นตฺเถว วีตราคตาปีติ ทุกฺขวินิมุตฺตตา เอเวตฺถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘เนว ปุริมปทํ น ปจฺฉิมปทํ ภชนฺตี’’ติ. ยทิ เอวํ ปเทสิกํ ปชานนํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ, ทุกนฺตรปริยาปนฺนตฺตา เตสํ. เย ปน ‘‘ปฏิปกฺขภาเว อคยฺหมาเน สมฺปโยคาภาโว เอเวตฺถ ปมาณํ เอกจฺจอพฺยากตานํ วิยา’’ติ อิจฺฉนฺติ, เตสํ มเตน เสสากุสลจิตฺตานมฺปิ ทุติยปทสงฺคโห เวทิตพฺโพ. ทุติยทุเกปิ วุตฺตนเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อกุสลมูเลสุ สห โมเหเนว วตฺตตีติ สโมหนฺติ อาห ‘‘วิจิกิจฺฉาสหคตญฺเจว อุทฺธจฺจสหคตญฺจา’’ติ. ยสฺมา เจตฺถ ‘‘สเหว โมเหนาติ สโมห’’นฺติ ปุริมปทาวธารณมฺปิ ลพฺภติเยว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ยสฺมา ปนา’’ติอาทิ. ยถา ปน อติมูฬฺหตาย ปาฏิปุคฺคลิกนเยน สวิเสสโมหวนฺตตาย ‘‘โมมูหจิตฺต’’นฺติ วตฺตพฺพโต วิจิกิจฺฉาอุทฺธจฺจสหคตทฺวยํ วิเสสโต ‘‘สโมห’’นฺติ วุจฺจติ, น ตถา เสสากุสลจิตฺตานีติ ‘‘วฏฺฏนฺติเยวา’’ติ สาสงฺกํ วทติ. สมฺปโยควเสน ถินมิทฺเธน อนุปติตํ อนุคตนฺติ ถินมิทฺธานุปติตํ, ปญฺจวิธํสสงฺขาริกากุสลจิตฺตํ สงฺกุจิตจิตฺตํ, สงฺกุจิตจิตฺตํ นาม อารมฺมเณ สงฺโกจนวเสน ปวตฺตนโต. ปจฺจยวิเสสวเสน ถามชาเตน อุทฺธจฺเจน สหคตํ สํสฏฺฐนฺติ อุทฺธจฺจสหคตํ, อญฺญถา สพฺพมฺปิ อกุสลจิตฺตํ อุทฺธจฺจสหคตเมวาติ. ปสฏจิตฺตํ นาม อารมฺมเณ สวิเสสํ วิกฺเขปวเสน วิสฏภาเวน ปวตฺตนโต.

กิเลสวิกฺขมฺภนสมตฺถตาย วิปุลผลตาย จ ทีฆสนฺตานตาย จ มหนฺตภาวํ คตํ, มหนฺเตหิ วา อุฬารจฺฉนฺทาทีหิ คตํ ปฏิปนฺนนฺติ มหคฺคตํ, ตํ ปน รูปารูปภูมิคตํ ตโต มหนฺตสฺส โลเก อภาวโต. เตนาห ‘‘รูปารูปาวจร’’นฺติ. ตสฺส เจตฺถ ปฏิโยคี ปริตฺตํ เอวาติ อาห ‘‘อมหคฺคตนฺติ กามาวจร’’นฺติ. อตฺตานํ อุตฺตริตุํ สมตฺเถหิ สห อุตฺตเรหีติ สอุตฺตรํ. ตปฺปฏิปกฺเขน อนุตฺตรํ. ตทุภยํ อุปาทายุปาทาย เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สอุตฺตรนฺติ กามาวจรนฺติอาทิ. ปฏิปกฺขวิกฺขมฺภนสมตฺเถน สมาธินา สมฺมเทว อาหิตํ สมาหิตํ. เตนาห ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ. ยสฺสาติ ยสฺส จิตฺตสฺส. ยถาวุตฺเตน สมาธินา น สมาหิตนฺติ อสมาหิตํ. เตนาห ‘‘อุภยสมาธิรหิต’’นฺติ. ตทงฺควิมุตฺติยา วิมุตฺตํ, กามาวจรกุสลจิตฺตํ, วิกฺขมฺภนวิมุตฺติยา วิมุตฺตํ, มหคฺคตจิตฺตนฺติ ตทุภยํ สนฺธายาห ‘‘ตทงฺควิกฺขมฺภนวิมุตฺตีหิ วิมุตฺต’’นฺติ. ยตฺถ ตทุภยวิมุตฺติ นตฺถิ, ตํ อุภยวิมุตฺติรหิตนฺติ คยฺหมาเน โลกุตฺตรจิตฺเตปิ สิยาสงฺกาติ ตํ นิวตฺตนตฺถํ ‘‘สมุจฺเฉท…เป… โอกาโสว นตฺถี’’ติ อาห. โอกาสภาโว จ สมฺมสนจารสฺส อธิปฺเปตตฺตา เวทิตพฺโพ. ยํ ปเนตฺถ อตฺถโต อวิภตฺตํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว.

จิตฺตานุปสฺสนาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ธมฺมานุปสฺสนา

นีวรณปพฺพวณฺณนา

๓๘๒. ปหาตพฺพาทิธมฺมวิภาคทสฺสนวเสน ปญฺจธา ธมฺมานุปสฺสนา นิทฺทิฏฺฐาติ อยมตฺโถ ปาฬิโต เอว วิญฺญายตีติ ตมตฺถํ อุลฺลิงฺเคนฺโต ‘‘ปญฺจวิเธน ธมฺมานุปสฺสนํ กเถตุ’’นฺติ อาห. ยทิ เอวํ กสฺมา นีวรณาทิวเสเนว นิทฺทิฏฺฐนฺติ? วิเนยฺยชฺฌาสยโต. เยสญฺหิ เวเนยฺยานํ ปหาตพฺพธมฺเมสุ ปฐมํ นีวรณานิ วิภาเคน วตฺตพฺพานิ, เตสํ วเสเนตฺถ ภควตา ปฐมํ นีวรเณสุ ธมฺมานุปสฺสนา กถิตา. ตถา หิ กายานุปสฺสนาปิ สมถปุพฺพงฺคมา เทสิตา, ตโต ปริญฺเญยฺเยสุ ขนฺเธสุ, อายตเนสุ จ ภาเวตพฺเพสุ โพชฺฌงฺเคสุ, ปริญฺเญยฺยาทิวิภาเคสุ สจฺเจสุ จ อุตฺตรา เทสนา, ตสฺมา เจตฺถ สมถภาวนาปิ ยาวเทว วิปสฺสนตฺถา อิจฺฉิตา. วิปสฺสนาปธานา, วิปสฺสนาพหุลา จ สติปฏฺฐานเทสนาติ ตสฺสา วิปสฺสนาภินิเวสวิภาเคน เทสิตภาวํ วิภาเวนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขนฺธายตนทุกฺขสจฺจวเสน มิสฺสกปริคฺคหกถนํ ทฏฺฐพฺพํ. สญฺญาสงฺขารกฺขนฺธปริคฺคหมฺปีติ ปิ-สทฺเทน สกลปญฺจุปาทานกฺขนฺธปริคฺคหํ สมฺปิณฺเฑติ อิตเรสํ ตทนฺโตคธตฺตา.

‘‘กณฺหสุกฺกธมฺมานํ ยุคนนฺธตา นตฺถี’’ติ ปชานนกาเล อภาวา ‘‘อภิณฺหสมุทาจารวเสนา’’ติ วุตฺตํ. สํวิชฺชมานนฺติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปลพฺภมานํ. ยถาติ เยนากาเรน, โส ปน ‘‘กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาโท โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา กามจฺฉนฺทสฺส การณากาโรว, อตฺถโต การณเมวาติ อาห ‘‘เยน การเณนา’’ติ. จ-สทฺโท วกฺขมานตฺถสมุจฺจยตฺโถ.

ตตฺถาติ ‘‘ยถา จา’’ติอาทินา วุตฺตปเท. สุภมฺปีติ กามจฺฉนฺโทปิ. โส หิ อตฺตโน คหณากาเรน ‘‘สุภ’’นฺติ วุตฺโต, เตนากาเรน ปวตฺตนกสฺส อญฺญสฺส กามจฺฉนฺทสฺส นิมิตฺตตฺตา ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ จ. อิฏฺฐํ, อิฏฺฐากาเรน วา คยฺหมานํ รูปาทิ สุภารมฺมณํ. อากงฺขิตสฺส หิตสุขสฺส ปตฺติยา อนุปายภูโต มนสิกาโร อนุปายมนสิกาโร. ตนฺติ อโยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ สภาคเหตุภูเต, อารมฺมณภูเต จ ทุวิเธ สุภนิมิตฺเต. อาหาโรติ ปจฺจโย อตฺตโน ผลํ อาหรตีติ กตฺวา.

อสุภนฺติ อสุภชฺฌานํ อุตฺตรปทโลเปน, ตํ ปน ทสสุ อวิญฺญาณกอสุเภสุ จ เกสาทีสุ สวิญฺญาณกอสุเภสุ จ ปวตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. เกสาทีสุ หิ สญฺญา ‘‘อสุภสญฺญา’’ติ คิริมานนฺทสุตฺเต (อ. นิ. ๑๐.๖๐) วุตฺตา. เอตฺถ จ จตุพฺพิธสฺส อโยนิโสมนสิการสฺส, โยนิโสมนสิการสฺส จ คหณํ นิรวเสสทสฺสนตฺถํ กตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, เตสุ ปน อสุเภสุ ‘‘สุภ’’นฺติ, ‘‘อสุภ’’นฺติ จ มนสิกาโร อิธาธิปฺเปโต, ตทนุกูลตฺตา ปน อิตเร ปีติ.

เอกาทสสุ อสุเภสุ ปฏิกฺกูลาการสฺส อุคฺคณฺหนํ, ยถา วา ตตฺถ อุคฺคหนิมิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตถา ปฏิปตฺติ อสุภนิมิตฺตสฺส อุคฺคโห. อุปจารปฺปนาวหาย อสุภภาวนาย อนุยุญฺชนา อสุภภาวนานุโยโค. ‘‘โภชเน มตฺตญฺญุโน มิตาหารสฺส ถินมิทฺธาภิภวาภาวา โอตารํ อลภมาโน กามจฺฉนฺโท ปหียตี’’ติ วทนฺติ, อยเมว จ อตฺโถ นิทฺเทเสปิ วุจฺจติ. โย ปน โภชนสฺส ปฏิกฺกูลตํ, ตพฺพิปริณามสฺส ตทาธารสฺส ตสฺส จ อุปนิสฺสยภูตสฺส อติวิย เชคุจฺฉตํ, กายสฺส จ อาหารฏฺฐิติกตฺตํ สมฺมเทว ชานาติ, โส สพฺพโส โภชเน ปมาณสฺส ชานเนน โภชเนมตฺตญฺญู นาม. ตาทิสสฺส หิ กามจฺฉนฺโท ปหียเตว.

อสุภกมฺมิกติสฺสตฺเถโร ทนฺตฏฺฐิทสฺสาวี. ปหีนสฺสาติ วิกฺขมฺภนวเสน ปหีนสฺส. อิโต ปเรสุปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ เอเสว นโย. อภิธมฺมปริยาเยน (ธ. ส. ๑๑๕๙, ๑๕๐๓) สพฺโพปิ โลโภ กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺเคนา’’ติ.

ปฏิฆมฺปิ ปุริมุปฺปนฺนํ ปฏิฆนิมิตฺตํ ปรโต อุปฺปชฺชนกสฺส ปฏิฆสฺส การณนฺติ กตฺวา.

เมชฺชติ สินิยฺหตีติ มิตฺโต, หิเตสี ปุคฺคโล, ตสฺมึ มิตฺเต ภวา, มิตฺตสฺส วา เอสาติ เมตฺตา, หิเตสิตา, ตสฺสา เมตฺตาย. อปฺปนาปิ อุปจาโรปิ วฏฺฏติ สาธารณวจนภาวโต. ‘‘เจโตวิมุตฺตี’’ติ วุตฺเต อปฺปนาว วฏฺฏติ อปฺปนํ อปฺปตฺตาย ปฏิปกฺขโต สุฏฺฐุ มุจฺจนสฺส อภาวโต. ตนฺติ โยนิโสมนสิการํ. ตตฺถาติ เมตฺตาย. พหุลํ ปวตฺตยโตติ พหุลีการวโต.

สตฺเตสุ เมตฺตายนสฺส หิตูปสํหารสฺส อุปฺปาทนํ ปวตฺตนํ เมตฺตานิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, ปฐมุปฺปนฺโน เมตฺตามนสิกาโร ปรโต อุปฺปชฺชนกสฺส การณภาวโต เมตฺตามนสิกาโรว เมตฺตานิมิตฺตํ. กมฺมเมว สกํ เอเตสนฺติ กมฺมสฺสกา, สตฺตา, ตพฺภาโว กมฺมสฺสกตา, กมฺมทายาทตา. โทสเมตฺตาสุ ยาถาวโต อาทีนวานิสํสานํ ปฏิสงฺขานํ วีมํสา อิธ ปฏิสงฺขานํ. เมตฺตาวิหาริกลฺยาณมิตฺตวนฺตตา อิธ กลฺยาณมิตฺตตา. โอทิสฺสกอโนทิสฺสกทิสาผรณานนฺติ (โอธิสกอโนธิสกทิสาผรณานํ ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๑๕) อตฺตอติปิยสหายมชฺฌตฺตเวริวเสน โอทิสฺสกตา, สีมาสมฺเภเท กเต อโนทิสฺสกตา. เอกาทิทิสาผรณวเสน ทิสาผรณตา เมตฺตาย อุคฺคหเณ เวทิตพฺพา. วิหารรจฺฉาคามาทิวเสน วา โอทิสฺสกทิสาผรณํ. วิหาราทิอุทฺเทสรหิตํ ปุรตฺถิมาทิทิสาวเสน อโนทิสฺสกทิสาผรณนฺติ เอวํ ทฺวิธา อุคฺคหณํ สนฺธาย ‘‘โอทิสฺสกอโนทิสฺสกทิสาผรณาน’’นฺติ วุตฺตํ. อุคฺคโหติ จ ยาว อุปจารา ทฏฺฐพฺโพ. อุคฺคหิตาย อาเสวนา ภาวนา. ตตฺถ สพฺเพ สตฺตา, ปาณา, ภูตา, ปุคฺคลา, อตฺตภาวปริยาปนฺนาติ เอเตสํ วเสน ปญฺจวิธา, เอเกกสฺมึ อเวรา โหนฺตุ, อพฺยาปชฺฌา, อนีฆา, สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตูติ จตุธา ปวตฺติโต วีสติวิธา อโนทิสฺสกผรณา เมตฺตา. สพฺพา อิตฺถิโย, ปุริสา, อริยา, อนริยา, เทวา, มนุสฺสา, วินิปาติกาติ สตฺโตธิกรณวเสน ปวตฺตา สตฺตวิธา, อฏฺฐวีสติ วิธา วา, ทสหิ ทิสาหิ ทิโสธิกรณวเสน ปวตฺตา ทสวิธา, เอเกกาย วา ทิสาย สตฺตาทิอิตฺถาทิอเวราทิเภเทน อสีตาธิกจตุสตปฺปเภทา จ โอธิโส ผรณา เวทิตพฺพา.

เยน อโยนิโสมนสิกาเรน อรติอาทิกานิ อุปฺปชฺชนฺติ, โส อรติอาทีสุ อโยนิโสมนสิกาโร. เตน นิปฺผาเทตพฺเพ หิ อิทํ ภุมฺมํ. เอส นโย อิโต ปเรสุปิ. อุกฺกณฺฐิตา ปนฺตเสนาสเนสุ, อธิกุสลธมฺเมสุ จ อุปฺปชฺชนภาวริญฺจนา. กายวินมนาติ กรชกายสฺส วิรูเปนากาเรน นมนา. ลีนากาโรติ สงฺโกจาปตฺติ.

กุสลธมฺมปฏิปตฺติยา ปฏฺฐปนสภาวตาย, ตปฺปฏิปกฺขานํ วิโสสนสภาวตาย จ อารมฺภธาตุอาทิโต ปวตฺตวีริยนฺติ อาห ‘‘ปฐมารมฺภวีริย’’นฺติ. ยสฺมา ปฐมารมฺภมตฺตสฺส โกสชฺชวิธมนํ, ถามคมนญฺจ นตฺถิ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘โกสชฺชโต นิกฺขนฺตตาย ตโต พลวตร’’นฺติ. ยสฺมา ปน อปราปรุปฺปตฺติยา ลทฺธาเสวนํ อุปรูปริ วิเสสํ อาวหนฺตํ อติวิย ถามคตเมว โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ปรํ ปรํ ฐานํ อกฺกมนโต ตโตปิ พลวตร’’นฺติ.

อติโภชเน นิมิตฺตคฺคาโหติ อติโภชเน ถินมิทฺธสฺส นิมิตฺตคฺคาโห, เอตฺตเก ภุตฺเต ตํ โภชนํ ถินมิทฺธสฺส การณํ โหติ, เอตฺตเก น โหตีติ ถินมิทฺธสฺส การณาการณคาโห โหตีติ อตฺโถ. พฺยติเรกวเสน เจตํ วุตฺตํ, ตสฺมา ‘‘เอตฺตเก ภุตฺเต ตํ โภชนํ ถินมิทฺธสฺส การณํ น โหตี’’ติ โภชเน มตฺตญฺญุตา จ อตฺถโต ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘จตุปญฺจ…เป… น โหตี’’ติ. ทิวา สูริยาโลกนฺติ ทิวา คหิตนิมิตฺตํ สูริยาโลกํ รตฺติยํ มนสิ กโรนฺตสฺสาปีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ธุตงฺคานํ วีริยนิสฺสิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘ธุตงฺคนิสฺสิตสปฺปายกถายปี’’ติ.

กุกฺกุจฺจมฺปิ กตากตานุโสจนวเสน ปวตฺตมานํ เจตโส อวูปสมาวหตาย อุทฺธจฺเจน สมานลกฺขณเมวาติ ‘‘อวูปสโม นาม อวูปสนฺตากาโร, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจเมเวตํ อตฺถโต’’ติ วุตฺตํ.

พหุสฺสุตสฺส คนฺถโต, อตฺถโต จ สุตฺตาทีนิ วิจาเรนฺตสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อตฺถเวทาทิปฏิลาภสพฺภาวโต วิกฺเขโป น โหตีติ, ยถาวิธิปฏิปตฺติยา, ยถานุรูปปติการปฺปวตฺติยา จ กตากตานุโสจนญฺจ น โหตีติ ‘‘พาหุสจฺเจนปิ…เป… อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียตี’’ติ อาห. ยทคฺเคน พาหุสจฺเจน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียติ, ตทคฺเคน ปริปุจฺฉกตาวินยปกตญฺญุตาหิปิ ตํ ปหียตีติ ทฏฺฐพฺพํ. วุทฺธเสวิตา จ วุทฺธสีลิตํ อาวหตีติ เจโตวูปสมกรตฺตา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจปฺปหานการี วุตฺตา. วุทฺธตฺตํ ปน อนเปกฺขิตฺวา กุกฺกุจฺจวิโนทกา วินยธรา กลฺยาณมิตฺตา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา. วิกฺเขโป จ ปพฺพชิตานํ เยภุยฺเยน กุกฺกุจฺจเหตุโก โหตีติ ‘‘กปฺปิยากปฺปิยปริปุจฺฉาพหุลสฺสา’’ติอาทินา วินยนเยเนว ปริปุจฺฉกตาทโย นิทฺทิฏฺฐา. ปหีเน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺเจติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. กุกฺกุจฺจสฺส โทมนสฺสสหคตตฺตา อนาคามิมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท วุตฺโต.

ติฏฺฐติ ปวตฺตติ เอตฺถาติ ฐานียา วิจิกิจฺฉาย ฐานียา วิจิกิจฺฉาฐานียา, วิจิกิจฺฉาย การณภูตา ธมฺมา, ติฏฺฐตีติ วา ฐานียา, วิจิกิจฺฉา ฐานียา เอติสฺสาติ วิจิกิจฺฉาฐานียา, อตฺถโต วิจิกิจฺฉา เอว. สา หิ ปุริมุปฺปนฺนา ปรโต อุปฺปชฺชนกวิจิกิจฺฉาย สภาคเหตุตาย อสาธารณํ การณํ.

กุสลากุสลาติ โกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน กุสลา, ตปฺปฏิปกฺขโต อกุสลา. เย อกุสลา, เต สาวชฺชา, อเสวิตพฺพา, หีนา จ. เย กุสลา, เต อนวชฺชา, เสวิตพฺพา,ปณีตา จ. กุสลา วา หีเนหิ ฉนฺทาทีหิ อารทฺธา หีนา, ปณีเตหิ ปณีตา. กณฺหาติ กาฬกา จิตฺตสฺส อปภสฺสรภาวกรณา. สุกฺกาติ โอทาตา จิตฺตสฺส ปภสฺสรภาวกรณา. กณฺหาภิชาติเหตุโต วา กณฺหา. สุกฺกาภิชาติเหตุโต สุกฺกา. เต เอว สปฺปฏิภาคา. กณฺหา หิ อุชุวิปจฺจนีกตาย สุกฺกสปฺปฏิภาคา, ตถา สุกฺกาปิ อิตเรหิ. อถ วา กณฺหสุกฺกา จ สปฺปฏิภาคา จ กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคา. สุขา หิ เวทนา ทุกฺขาย เวทนาย สปฺปฏิภาคา, ทุกฺขา จ เวทนา สุขาย เวทนาย สปฺปฏิภาคาติ.

กามํ พาหุสจฺจปริปุจฺฉกตาหิ สพฺพาปิ อฏฺฐวตฺถุกา วิจิกิจฺฉา ปหียติ, ตถาปิ รตนตฺตยวิจิกิจฺฉามูลิกา เสสวิจิกิจฺฉาติ กตฺวา อาห ‘‘ตีณิ รตนานิ อารพฺภา’’ติ. รตนตฺตยคุณาวโพเธ ‘‘สตฺถริ กงฺขตี’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๐๘, ๑๑๒๓, ๑๑๖๗, ๑๒๔๑, ๑๒๖๓, ๑๒๗๐; วิภ. ๙๑๕) วิจิกิจฺฉาย อสมฺภโวติ. วินเย ปกตญฺญุตา ‘‘สิกฺขาย กงฺขตี’’ติ วุตฺตาย วิจิกิจฺฉาย ปหานํ กโรตีติ อาห ‘‘วินเย จิณฺณวสีภาวสฺสาปี’’ติ. โอกปฺปนิยสทฺธาสงฺขาตอธิโมกฺขพหุลสฺสาติ สทฺเธยฺยวตฺถุโน อนุปวิสนสทฺธาสงฺขาตอธิโมกฺเขน อธิมุจฺจนพหุลสฺส, อธิมุจฺจนญฺจ อธิโมกฺขุปฺปาทนเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ, สทฺธาย วา นินฺนโปณตาอธิมุตฺติ อธิโมกฺโข.

สมุทยวยาติ สมุทยวยธมฺมา. สุภนิมิตฺตอสุภนิมิตฺตาทีสูติ ‘‘สุภนิมิตฺตาทีสุ อสุภนิมิตฺตาทีสู’’ติ อาทิ-สทฺโท ปจฺเจกํ โยเชตพฺโพ. ตตฺถ ปฐเมน อาทิ-สทฺเทน ปฏิฆนิมิตฺตาทีนํ สงฺคโห, ทุติเยนเมตฺตาเจโตวิมุตฺติอาทีนํ. เสสเมตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วุตฺตนยเมว.

นีวรณปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ขนฺธปพฺพวณฺณนา

๓๘๓. อุปาทาเนหิ อารมฺมณกรณาทิวเสน อุปาทาตพฺพา วา ขนฺธา อุปาทานกฺขนฺธา.

อิติ รูปนฺติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อิทํ-สทฺเทน สมานตฺโถติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘อิทํ รูป’’นฺติ. ตยิทํ สรูปคฺคหณภาวโต อนวเสสปริยาทานํ โหตีติ อาห ‘‘เอตฺตกํ รูปํ, น อิโต ปรํ รูปํ อตฺถี’’ติ. อิตีติ วา ปการตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา ‘‘อิติ รูป’’นฺติ อิมินา ภูตุปาทาทิวเสน ยตฺตโก รูปสฺส ปเภโท, เตน สทฺธึ รูปํ อนวเสสโต ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสติ. สภาวโตติ รุปฺปนสภาวโต, จกฺขาทิวณฺณาทิสภาวโต จ. เวทนาทีสุปีติ เอตฺถ ‘‘อยํ เวทนา, เอตฺตกา เวทนา, น อิโต ปรํ เวทนา อตฺถีติ สภาวโต เวทนํ ปชานาตี’’ติอาทินา, สภาวโตติ จ ‘‘อนุภวนสภาวโต, สาตาทิสภาวโต จา’’ติ เอวมาทินา โยเชตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนยตฺตา สุวิญฺเญยฺยเมว.

ขนฺธปพฺพวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อายตนปพฺพวณฺณนา

๓๘๔. ฉสุ อชฺฌตฺติกพาหิเรสูติ ‘‘ฉสุ อชฺฌตฺติเกสุ ฉสุ พาหิเรสู’’ติ ‘‘ฉสู’’ติ ปทํ ปจฺเจกํ โยเชตพฺพํ. กสฺมา ปเนตานิ อุภยานิ ฉเฬว วุตฺตานิ? ฉวิญฺญาณกายุปฺปตฺติทฺวารารมฺมณววตฺถานโต. จกฺขุวิญฺญาณวีถิยา ปริยาปนฺนสฺส หิ วิญฺญาณกายสฺส จกฺขายตนเมว อุปฺปตฺติทฺวารํ, รูปายตนเมว จ อารมฺมณํ, ตถา อิตรานิ อิตเรสํ, ฉฏฺฐสฺส ปน ภวงฺคมนสงฺขาโต มนายตเนกเทโส อุปฺปตฺติทฺวารํ, อสาธารณญฺจ ธมฺมายตนํ อารมฺมณํ. จกฺขตีติ จกฺขุ, รูปํ อสฺสาเทติ, วิภาเวติ จาติ อตฺโถ. สุณาตีติ โสตํ. ฆายตีติ ฆานํ. ชีวิตนิมิตฺตตาย รโส ชีวิตํ, ตํ ชีวิตํ อวฺหายตีติ ชิวฺหา. กุจฺฉิตานํ สาสวธมฺมานํ อาโย อุปฺปตฺติเทโสติ กาโย. มุนาติ อารมฺมณํ วิชานาตีติ มโน. รูปยติ วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ หทยงฺคตภาวํ ปกาเสตีติ รูปํ. สปฺปติ อตฺตโน ปจฺจเยหิ หรียติ โสตวิญฺเญยฺยภาวํ คมียตีติ สทฺโท. คนฺธยติ อตฺตโน วตฺถุํ สูเจตีติ คนฺโธ. รสนฺติ ตํ สตฺตา อสฺสาเทนฺตีติ รโส. ผุสียตีติ โผฏฺฐพฺพํ. อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา. สพฺพานิ ปน อายานํ ตนนาทิอตฺเถน อายตนานิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคสํวณฺณนายํ (วิสุทฺธิ. ๒.๕๑๐, ๕๑๑, ๕๑๒; วิสุทฺธิ. ฏี. ๒.๕๑๐) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

จกฺขุญฺจ ปชานาตีติ (ที. นิ. ๒.๓๘๔; ม. นิ. ๑.๑๑๗) เอตฺถ จกฺขุ นาม ปสาทจกฺขุ, น สสมฺภารจกฺขุ, นาปิ ทิพฺพจกฺขุอาทิกนฺติ อาห จกฺขุปสาทนฺติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ยํ จกฺขุ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท’’ติ. (ธ. ส. ๕๙๖) จ-สทฺโท วกฺขมานตฺถสมุจฺจยตฺโถ. ยาถาวสรสลกฺขณวเสนาติ อวิปรีตสฺส อตฺตโน รสสฺส เจว ลกฺขณสฺส จ วเสน, รูเปสุ อาวิญฺฉนกิจฺจสฺส เจว รูปาภิฆาตารหภูตปสาทลกฺขณสฺส จ ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานภูตปสาทลกฺขณสฺส จ วเสนาติ อตฺโถ. อถ วา ยาถาวสรสลกฺขณวเสนาติ ยาถาวสรสวเสน เจว ลกฺขณวเสน จ, ยาถาวสรโสติ จ อวิปรีตสภาโว เวทิตพฺโพ. โส หิ รสียติ อวิรทฺธปฏิเวธวเสน อสฺสาทียติ รมียตีติ ‘‘รโส’’ติ วุจฺจติ, ตสฺมา สลกฺขณวเสนาติ วุตฺตํ โหติ. ลกฺขณวเสนาติ อนิจฺจาทิสามญฺญลกฺขณวเสน.

‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ม. นิ. ๓.๔๒๑, ๔๒๕, ๔๒๖; สํ. นิ. ๒.๔๓, ๔๕; ๒.๔.๖๐) สมุทิตานิเยว รูปายตนานิ จกฺขุวิญฺญาณุปฺปตฺติเหตุ, น วิสุํ วิสุนฺติ อิมสฺส อตฺถสฺส โชตนตฺถํ ‘‘รูเป จา’’ติ ปุถุวจนคฺคหณํ, ตาย เอว จ เทสนาคติยา กามํ อิธาปิ ‘‘รูเป จ ปชานาตี’’ติ วุตฺตํ, รูปภาวสามญฺเญน ปน สพฺพํ เอกชฺฌํ คเหตฺวา พหิทฺธา จตุสมุฏฺฐานิกรูปญฺจาติ เอกวจนวเสน อตฺโถ. สรสลกฺขณ วเสนาติ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วิสยภาวกิจฺจสฺส วเสน เจว จกฺขุปฏิหนนลกฺขณสฺส วเสน จาติ โยเชตพฺพํ.

อุภยํ ปฏิจฺจาติ จกฺขุํ อุปนิสฺสยปจฺจยวเสน ปจฺจยภูตํ, รูเป อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยวเสน ปจฺจยภูเต จ ปฏิจฺจ. กามํ อยํ สุตฺตนฺตสํวณฺณนา, นิปฺปริยายกถา นาม อภิธมฺมสนฺนิสฺสิตา เอวาติ อภิธมฺมนเยเนว สํโยชนานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘กามราค…เป… อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ อาห. ตตฺถ กาเมสุ ราโค, กาโม จ โส ราโค จาติ วา กามราโค. โส เอว พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนํ. อยญฺหิ ยสฺส สํวิชฺชติ, ตํ ปุคฺคลํ วฏฺฏสฺมึ สํโยเชติ พนฺธติ อิติ ทุกฺเขน สตฺตํ, ภวาทิเก วา ภวนฺตราทีหิ, กมฺมุนา วา วิปากํ สํโยเชติ พนฺธตีติ สํโยชนํ. เอวํ ปฏิฆสํโยชํอาทีนมฺปิ ยถารหมตฺโถ วตฺตพฺโพ. สรสลกฺขณวเสนาติ เอตฺถ ปน สตฺตสฺส วฏฺฏโต อนิสฺสชฺชนสงฺขาตสฺส อตฺตโน กิจฺจสฺส เจว ยถาวุตฺตพนฺธนสงฺขาตสฺส ลกฺขณสฺส จ วเสนาติ โยเชตพฺพํ.

ภวสฺสาททิฏฺฐิสฺสาทนิวตฺตนตฺถํ กามสฺสาทคฺคหณํ. อสฺสาทยโตติ อภิรมนฺตสฺส. อภินนฺทโตติ สปฺปีติกตณฺหาวเสน นนฺทนฺตสฺส. ปททฺวเยนาปิ พลวโต กามราคสฺส ปจฺจยภูตา กามราคุปฺปตฺติ วุตฺตา. เอส นโย เสเสสุปิ. อนิฏฺฐารมฺมเณติ เอตฺถ ‘‘อาปาถคเต’’ติ วิภตฺติวิปริณามนวเสน ‘‘อาปาถคต’’นฺติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เอตํ อารมฺมณนฺติ เอตํ เอวํสุขุมํ เอวํทุพฺพิภาคํ อารมฺมณํ. ‘‘นิจฺจํ ธุว’’นฺติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ. ‘‘อุจฺฉิชฺชิสฺสติ วินสฺสิสฺสตีติ คณฺหโต’’ติ เอวมาทีนมฺปิ สงฺคโห อิจฺฉิตพฺโพ. ปฐมาย สกฺกายทิฏฺฐิยา อนุโรธวเสน ‘‘สตฺโต นุ โข’’ติ, อิตราย อนุโรธวเสน ‘‘สตฺตสฺส นุ โข’’ติ วิจิกิจฺฉโต. อตฺตตฺตนิยาทิคาหานุคตา หิ วิจิกิจฺฉา ทิฏฺฐิยา อสติ อภาวโต. ภวํ ปตฺเถนฺตสฺสาติ ‘‘อีทิเส สมฺปตฺติภเว ยสฺมา อมฺหากํ อิทํ อิฏฺฐํ รูปารมฺมณํ สุลภํ ชาตํ, ตสฺมา อายติมฺปิ เอทิโส, อิโต วา อุตฺตริตโร สมฺปตฺติภโว ภเวยฺยา’’ติ ภวํ นิกาเมนฺตสฺส. เอวรูปนฺติ เอวรูปํ รูปํ. ตํสทิเส หิ ตพฺโพหารวเสเนวํ วุตฺตํ. ภวติ หิ ตํสทิเสสุ ตพฺโพหาโร ยถา ‘‘สา เอว ติตฺติรี, ตานิ เอว โอสธานี’’ติ. อุสูยโตติ อุสูยํ อิสฺสํ อุปฺปาทยโต. อญฺญสฺส มจฺฉรายโตติ อญฺเญน อสาธารณภาวกรเณน มจฺฉริยํ กโรโต. สพฺเพเหว ยถาวุตฺเตหิ นวหิ สํโยชเนหิ.

ตญฺจ การณนฺติ สุภนิมิตฺตปฏิฆนิมิตฺตาทิวิภาคํ อิฏฺฐานิฏฺฐาทิรูปารมฺมณญฺเจว ตชฺชาโยนิโสมนสิการญฺจาติ ตสฺส ตสฺส สํโยชนสฺส การณํ. อวิกฺขมฺภิตาสมูหตภูมิลทฺธุปฺปนฺนํ ตํ สนฺธาย ‘‘อปฺปหีนฏฺเฐน อุปฺปนฺนสฺสา’’ติ วุตฺตํ. วตฺตมานุปฺปนฺนตา สมุทาจารคฺคหเณเนว คหิตา. เยน การเณนาติ เยน วิปสฺสนาสมถภาวนาสงฺขาเตน การเณน. ตญฺหิ ตสฺส ตทงฺควเสน เจว วิกฺขมฺภนวเสน จ ปหานการณํ. อิสฺสามจฺฉริยานํ อปายคมนียตาย ปฐมมคฺควชฺฌตา วุตฺตา. ยทิ เอวํ ‘‘ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๑) สุตฺตปทํ กถนฺติ? ตํ สุตฺตนฺตปริยาเยน วุตฺตํ. ยถานุโลมสาสนา หิ สุตฺตนฺตเทสนา, อยํ ปน อภิธมฺมนเยน สํวณฺณนาติ นายํ โทโสติ. โอฬาริกสฺสาติ ถูลสฺส, ยโต อภิณฺหสมุปฺปตฺติปริยุฏฺฐานติพฺพตาว โหติ. อณุสหคตสฺสาติ วุตฺตปฺปการาภาเวน อณุภาวํ สุขุมภาวํ คตสฺส. อุทฺธจฺจสํโยชนสฺสเปตฺถ อนุปฺปาโท วุตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺโพ ยถาวุตฺตสํโยชเนหิ อวินาภาวโต. เอกตฺถตาย โสตาทีนํ สภาวสรสลกฺขณวเสน ปชานนา, ตปฺปจฺจยานํ สํโยชนานํ อุปฺปาทาทิปชานนา จ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเสว นโย’’ติ อติทิสติ.

อตฺตโน วา ธมฺเมสูติ อตฺตโน อชฺฌตฺติกายตนธมฺเมสุ, อตฺตโน อุภยธมฺเมสุ วา. อิมสฺมึ ปกฺเข อชฺฌตฺติกายตนปริคฺคณฺหเนนาติ อชฺฌตฺติกายตนปริคฺคณฺหนมุเขนาติ อตฺโถ. เอวญฺจ อนวเสสโต สปรสนฺตาเนสุ อายตนานํ ปริคฺคโห สิทฺโธ โหติ. ปรสฺส วา ธมฺเมสูติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. รูปายตนสฺสาติ อฑฺเฒกาทสปฺปเภทสฺส รูปสภาวสฺส อายตนสฺส รูปกฺขนฺเธ ‘‘วุตฺตนเยน นีหริตพฺโพ’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. เสสกฺขนฺเธสูติ เวทนาสญฺญาสงฺขารกฺขนฺเธสุ. วุตฺตนเยนาติ อิมินา อติเทเสน รูปกฺขนฺเธ ‘‘อาหารสมุทยา’’ติ วิญฺญาณกฺขนฺเธ ‘‘นามรูปสมุทยา’’ติ เสสขนฺเธสุ ‘‘ผสฺสสมุทยา’’ติ อิมํ วิเสสํ วิภาเวติ, อิตรํ ปน สพฺพตฺถ สมานนฺติ ขนฺธปพฺเพ วิย อายตนปพฺเพปิ โลกุตฺตรนิวตฺตนํ ปาฬิยํ คหิตํ นตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘โลกุตฺตรธมฺมา น คเหตพฺพา’’ติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.