อกุสลปทํ

ธมฺมุทฺเทสวาโร

ปฐมจิตฺตกถาวณฺณนา

๓๖๕. กุสเล วุตฺตนยํ อนุคนฺตฺวา ยถานุรูปํ เวทิตพฺพตาย ‘‘วุตฺตนเยนา’’ติ อาห. คนฺตพฺพาภาวโตติ พุชฺฌิตพฺพาภาวโต. ทิฏฺฐิยา คตมตฺตนฺติ ทิฏฺฐิยา คติมตฺตํ คหณมตฺตํ. อาสนฺนการณตฺตา อโยนิโสมนสิการสฺส วิสุํ คหณํ เอกนฺตการณตฺตา จ. สติสํวโรติ อิธ สีตาทีหิ ผุฏฺฐสฺส อปฺปมชฺชนํ ขมนํ ทฏฺฐพฺพํ. ปหานสํวโรติ วีริยสํวโร.

อสฺสาททสฺสนนฺติ อสฺสาททิฏฺฐิ. ผลฏฺเฐน ปจฺจุปฏฺฐาเนน อสมฺมาปฏิปตฺติปจฺจุปฏฺฐาโนโมโห, สมฺมาปฏิปตฺติปฏิปกฺขภาวคฺคหณากาโร วา. สพฺพสฺส โลภสฺส อภิชฺฌาภาเว สติปิ วิเสสยุตฺตาย อภิชฺฌาย กมฺมปถปฺปตฺตาย อิธุปฺปชฺชมานาย ลกฺขณาทึ ทสฺเสตุํ ‘‘สา ปรสมฺปตฺตีน’’นฺติอาทิมาห. อตฺตโน ปริณามนสฺส ปุเรจาริกา ตณฺหาภิรติ อภิรติ.

อนุปปริกฺขา โมโห. โมหวเสน หิ ทิฏฺฐิวเสน วา อวตฺถุสฺมึ สานุนโย อธิโมกฺโข อุปฺปชฺชตีติ. อสติยจิตฺเตติ อหิริกาทีหิ อารกฺขรหิตจิตฺเต. สติรหิตตฺตา สติปฏิปกฺขตฺตา จาติ เอเตน สติรหิตา สติปฏิปกฺขา จ อกุสลา ขนฺธา เอว มิจฺฉาสตีติ ทสฺเสติ. เต ปน อุปนาหาทิปฺปวตฺติยํ จิรกตาทิสลฺลกฺขเณ ปฏุสญฺญาสมฺปยุตฺตา ทฏฺฐพฺพา. สทรถาทิภาโว อวิเสเสน กิเลสสมฺปโยคโต วุตฺโต ลหุตาทิเอกนฺตปฏิปกฺขานํ ถินมิทฺธาทีนํ เกสญฺจิ อิธ อภาวา. อวูปสโมติ อสนฺนิสินฺนสพฺภาวมาห. อนวฏฺฐานรสนฺติ จลนกิจฺจํ. เจตโส อวูปสเมติ นิปฺผาเทตพฺเพ ปโยชเน ภุมฺมํ, อวูปสมปจฺจยภูตํ อารมฺมณํ วา ‘‘อวูปสโม’’ติ วุตฺตํ.

ธมฺมุทฺเทสวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิทฺเทสวารกถาวณฺณนา

๓๗๗. สหชาตธมฺเมสุ อกมฺปนํ น โกสชฺเชสุ อกมฺปนํ วิย ตปฺปฏิปกฺขภาวโต ทฏฺฐพฺพํ, ตํตํปาปกิริยาย อุสฺสหนวเสน ปน ถิรตา ตตฺถ อกมฺปนํ.

๓๘๑. ทิฏฺฐิยา วิรูปํ ผนฺทิตนฺติ ตถา ตถา สสฺสตาทิวเสน ปวตฺตา ทิฏฺฐิ เอว วุจฺจติ. ตรนฺตีติ ติตฺเถ วิย ปิลวนฺติ. วิปริเยสโตติ วตฺถุสฺส วิปรีตโต.

๓๙๐. สภาวปฏิจฺฉาทนวเสน ปกติอตฺตาทิอสนฺตคหณสฺส อนิจฺจาทีนํ นิจฺจาทิวิสมคหณสฺส จ สญฺญาทิวิปริเยสสฺส นิสฺสยตฺตา ‘‘อสนฺตํ อสมญฺจ พุชฺฌตี’’ติ วุตฺตํ.

ทุติยจิตฺตวณฺณนา

๓๙๙. กิญฺจาปิ…เป… ปรามสนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ ปุริมจิตฺเตน อวิเสสํ ทสฺเสติ. อนุสฺสาหนาวสีทนภาเวน สํหตภาโว ถินํ.

ตติยจิตฺตวณฺณนา

๔๐๐. อิธ มาเนน สทฺธึ ปญฺจ อปณฺณกงฺคานีติ อวิรชฺฌนกงฺคานิ อุปฺปตฺติอรหงฺคานิ โหนฺตีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มานสฺส อนิยตตฺตา น นิยตเยวาปนกาติ. ปฏฺฐาเน หิ ‘‘สํโยชนํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สํโยชโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๔.๑) เอตฺถ ‘‘จตุกฺขตฺตุํ กามราเคน ติกฺขตฺตุํ ปฏิเฆน จ มาโน วิจิกิจฺฉา ภวราโค ตโยเปเต สกทาคามิโน สํโยชนานํ สํโยชเนหิ ทสวิธา โยชนา’’ติ ทสฺสิตาย ทสวิธาย โยชนาย ‘‘กามราคสํโยชนํ ปฏิจฺจ มานสํโยชนํ อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ วตฺวา ‘‘กามราคสํโยชนํ ปฏิจฺจ อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ ‘‘มานสํโยชนํ ปฏิจฺจ ภวราคสํโยชนํ อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ จ วตฺวา ‘‘ภวราคสํโยชนํ ปฏิจฺจ อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ วุตฺตาหิ โยชนาหิ มานสฺส อนิยตภาโว ปกาสิโต, ตถา กิเลสทุเกปิ. อิธ จ วกฺขติ ‘‘ทสวิธา สํโยชนานํ โยชนา, ตถา ทสวิธา กิเลสาน’’นฺติ จ. อุนฺนมนวเสเนว สมฺปคฺคหรโส, น วีริยํ วิย ตํตํกิจฺจสาธเน อพฺภุสฺสาหนวเสน. โอมานสฺสปิ อตฺตานํ อวํกตฺวา คหณํ สมฺปคฺคโหติ ทฏฺฐพฺโพ.

จตุตฺถจิตฺตวณฺณนา

๔๐๒. ปริหรณตฺถํ วิกฺขิตฺตา หุตฺวา อุสฺสาหํ ชเนนฺตา ‘‘ปริหรณตฺถํ สอุสฺสาหา’’ติ วุตฺตา, เตสํ.

นวมจิตฺตวณฺณนา

๔๑๓. วิสปฺปนอนิฏฺฐรูปสมุฏฺฐานวเสน อตฺตโน ปวตฺติอาการวเสน จ วิสปฺปนรโส. โทโส อุปโยคผเลสุ อนิฏฺฐตฺตา วิสสํสฏฺฐปูติมุตฺตํ วิย ทฏฺฐพฺโพ. อนภิรติรสาติ เอวํปกาเรสุ ปฏิกฺเขเปน รสวจเนสุ ตํตํปฏิปกฺขกิจฺจคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. กฏุกาการคติ กฏุกญฺจุกตา, อตฺตสมฺปตฺติ อาวาสาทิ, ปรายตฺตตาย ทาสพฺยํ วิย ทฏฺฐพฺพํ. ยถา หิ ทาสเพฺย สติ ทาโส ปรายตฺโต โหติ, เอวํ กุกฺกุจฺเจ สติ ตํสมงฺคี. น หิ โส อตฺตโน ธมฺมตาย ปวตฺติตุํ สกฺโกติ กุสเลติ. อถ วา กตากตากุสลกุสลานุโสจเน อายตฺตตาย ตทุภยวเสน กุกฺกุจฺเจน ตํสมงฺคี โหตีติ ทาสพฺยํ วิย ตํ โหติ.

๔๑๘. วิรุทฺธากาโรติ วิรุทฺธสฺส ปุคฺคลสฺส, จิตฺตสฺส วา อากาโร วิรุทฺธภาโว. เตน วิรุชฺฌนํ วิโรโธติ ทสฺเสติ. วจนนฺติ เอตํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพเมว หิ กิจฺจํ เอเตน กริยมานํ สุโรปิตํ สุชนิตํ น โหตีติ. โรปสทฺทวจนตฺถเมว เกจิ วณฺเณนฺติ. ตํ อปฺปมาณนฺติ โกธสฺส ตถาปวตฺตนสภาวาภาวา อญฺเญน เกนจิ การเณน ปริปุณฺณตา สิยาติ สนฺธาย วุตฺตํ.

เอกาทสมจิตฺตวณฺณนา

๔๒๒. วิคตา จิกิจฺฉาติ จิกิจฺฉิตุํ ทุกฺกรตาย วุตฺตํ, น สพฺพถา จิกิจฺฉาภาวา วิจิกิจฺฉายาติ ตทตฺถํ ทสฺเสติ.

๔๒๔. นิจฺฉยาภาวา อสณฺฐหนโต เจตโส ปวตฺติปจฺจยมตฺตตาย ‘‘ปวตฺติฏฺฐิติมตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

๔๒๕. เอกํ อาการํ คนฺตุํ อสมตฺถตาย อตฺตโน อามุขํ สปฺปนโต โอสกฺกติ.

ทฺวาทสมจิตฺตวณฺณนา

๔๒๙. อุทฺธจฺจํ อตฺตโน คหิตากาเร เอว ฐตฺวา ภมตีติ เอการมฺมณสฺมึเยว วิปฺผนฺทนํ โหติ. วิจิกิจฺฉา ปน ยทิปิ รูปาทีสุ เอกสฺมิญฺเญวารมฺมเณ อุปฺปชฺชติ, ตถาปิ ‘‘เอวํ นุ โข, อิทํ นุ โข’’ติ อุปฺปชฺชมานา ‘‘นนุ โข, อญฺญํ นุ โข’’ติ อญฺญํ คเหตพฺพาการํ อเปกฺขตีติ นานารมฺมเณ จลนํ โหติ.

‘‘เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพ’’นฺติ เอตฺตาวตา อิมสฺมึ จิตฺตทฺวเย วุตฺตปกิณฺณกํ ทสฺเสตฺวา ทฺวาทสสุ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺเพสุปี’’ติอาทิมาห. กุสเลสุปิ อารมฺมณาธิปตึ อนุทฺธริตฺวา สหชาตาธิปติโน เอว อุทฺธฏตฺตา อิธาปิ โส เอว อุทฺธริตพฺโพ สิยาติ ‘‘สหชาตาธิปติ ลพฺภมาโนปิ น อุทฺธโฏ’’ติ วุตฺตํ นารมฺมณาธิปติโน อลพฺภมานตฺตา. โสปิ หิ อฏฺฐสุ โลภสหคเตสุ ลพฺภตีติ. เสโสปีติ วีมํสโต อญฺโญปิ สหชาตาธิปติ นตฺถิ, โย อุทฺธริตพฺโพ สิยา. อารมฺมณาธิปติมฺหิ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. กญฺจิ ธมฺมนฺติ ฉนฺทาทีสุ เอกมฺปิ สหชาตํ. กุสลตฺติเก ตาว ปฏิจฺจวาราทีสุ ‘‘น เหตุปจฺจยา อธิปติปจฺจยา’’ติ เอกสฺสปิ ปญฺหสฺส อนุทฺธฏตฺตา ปฏฺฐาเน ปฏิสิทฺธตา เวทิตพฺพา. อญฺญถา หิ ‘‘อกุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ น เหตุปจฺจยา อธิปติปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๘๖) เอตสฺส วเสน ‘‘เอก’’นฺติ วตฺตพฺพํ สิยา.

ทสฺสเนน ปหาตพฺพาภาวโตติ ทสฺสเนน ปหาตพฺพสฺส อภาวโต, ทสฺสเนน ปหาตพฺเพสุ วา อภาวโต. เอเตน ปฏิสนฺธิอนากฑฺฒนโต ทสฺสเนน ปหาตพฺเพสุ อนาคมนนฺติ ตตฺถ อนาคมเนน ปฏิสนฺธิอนากฑฺฒนํ สาเธติ. อนากฑฺฒนโต อนาคมนํ ปน สาเธตุํ ‘‘เตสุ หี’’ติอาทิมาห. เอตฺเถว ปฏิสนฺธิทานํ ภเวยฺย. ตถา จ สติ ทสฺสเนน ปหาตพฺพํ สิยา อปายคมนียสฺส ทสฺสเนน ปหาตพฺพภาวโต. น เจตํ ทสฺสเนน ปหาตพฺพํ สิยา, ตสฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพวิภงฺเค นาคตนฺติ อธิปฺปาโย.

กถํ ปเนตํ ญายติ ‘‘ปฏิสนฺธิอนากฑฺฒนโต ทสฺสเนน ปหาตพฺเพสุ อนาคมน’’นฺติ? ทสฺสเนน ปหาตพฺพานญฺเญว นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาวสฺส วุตฺตตฺตา. ทุวิธา หิ อกุสลา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ภาวนาย ปหาตพฺพาติ. ตตฺถ ภาวนาย ปหาตพฺพเจตนานํ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโว น วุตฺโต, อิตราสญฺเญว วุตฺโต. ‘‘ภาวนาย ปหาตพฺโพ ธมฺโม เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตฺถ หิ สหชาตเมว วิภตฺตํ, น นานากฺขณิกนฺติ. ตถา ปจฺจนีเยปิ ‘‘ภาวนาย ปหาตพฺโพ ธมฺโม เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย…เป… สหชาตปจฺจเยน…เป… อุปนิสฺสยปจฺจเยน…เป…. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ. อิตรตฺถ จ วุตฺตํ. อุทฺธจฺจสหคตา จ เจตนา ภาวนาย ปหาตพฺเพสุ เอว อาคตาติ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจโย น สิยาติ. ยทิ สิยา, ภาวนาย ปหาตพฺพเจตนาย จ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโว วุจฺเจยฺย, น ตุ วุตฺโต. ตสฺมา อุทฺธจฺจสหคตา นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาเว สติ ทสฺสเนน ปหาตพฺเพสุ วตฺตพฺพา สิยา, ตทภาวา น วุตฺตาติ. ปฏิสนฺธิอนากฑฺฒนโต ตตฺถ อนาคตาติ อยเมตฺถาธิปฺปาโย. นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยาวจเนน ปน ภาวนาย ปหาตพฺพานํ ปวตฺติวิปากตา ปฏิกฺขิตฺตา. ปวตฺติวิปากสฺสปิ หิ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยตา น สกฺกา นิวาเรตุํ. วุตฺตญฺจ ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต ธมฺโม ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย, นานากฺขณิกา’’ติอาทิ (ปฏฺฐา. ๑.๓.๕๖-๕๗). ยทิ ภาวนาย ปหาตพฺพานํ วิปากทานํ นตฺถิ, กถํ เต วิปากธมฺมธมฺมา โหนฺตีติ? อภิญฺญาจิตฺตาทีนํ วิย วิปาการหสภาวตฺตา. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘ยสฺมึ สมเย อกุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ อุเปกฺขาสหคตํ อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตํ…เป… อวิกฺเขโป โหติ, อิเมสุ ธมฺเมสุ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา, เตสํ วิปาเก ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๓๐-๗๓๑) อิทมฺปิ เตสํ วิปาการหตญฺเญว สนฺธาย วุตฺตํ สิยา. อิทํ ปน ฐานํ สุฏฺฐุ วิจาเรตพฺพํ. อตฺถิ หิ เอตฺถ วจโนกาโส. น หิ วิปาเกติ วจนํ วิปากธมฺมวจนํ วิย วิปาการหตํ วทตีติ.

อกุสลปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อพฺยากตปทํ

อเหตุกกุสลวิปากวณฺณนา

๔๓๑. เตสุ วิปากาพฺยากตนฺติอาทีนํ ‘‘ภาเชตฺวา ทสฺเสตุํ กตเม ธมฺมา อพฺยากตาติอาทิ อารทฺธ’’นฺติ เอเตน สมฺพนฺโธ. ตสฺสาปีติ เอตสฺส ‘‘อุปฺปตฺตึ ทีเปตุํ กามา…เป… อาทิ วุตฺต’’นฺติ เอเตน สมฺพนฺโธ. อุปจิตตฺตาติ ยถา อญฺญสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากาภิมุขํ โหติ ตถา วฑฺฒิตตฺตา. รูปาทีนํ ปจฺจยานํ อญฺญวิญฺญาณสาธารณตฺตา อสาธารเณน วตฺถุนา จกฺขุวิญฺญาณํ โสตวิญฺญาณนฺติ นามํ อุทฺธฏํ. จกฺขาทีนํ ติกฺขมนฺทภาเว วิญฺญาณานํ ติกฺขมนฺทภาวา วิเสสปจฺจยตฺตา จ.

จกฺขุสนฺนิสฺสิตญฺจ ตํ รูปวิชานนญฺจาติ จกฺขุสนฺนิสฺสิตรูปวิชานนํ. เอวํลกฺขณํ จกฺขุวิญฺญาณํ. ตตฺถ จกฺขุสนฺนิสฺสิตวจเนน รูปารมฺมณํ อญฺญวิญฺญาณํ ปฏิกฺขิปติ. รูปวิชานนวจเนน จกฺขุนิสฺสเย ผสฺสาทโย นิวตฺเตติ. จกฺขุรูปวจเนหิ จ นิสฺสยโต อารมฺมณโต จ วิชานนํ วิภาเวติ. รูปมตฺตสฺส อารมฺมณสฺส คหณํ กิจฺจเมตสฺสาติ รูปมตฺตารมฺมณรสํ. ฌานงฺควเสนาติ อิทํ ทฺวิปญฺจวิญฺญาณวชฺเชสุ วิชฺชมานานํ อุเปกฺขาสุขทุกฺเขกคฺคตานํ ฌานงฺคิกตฺตา อิธาปิ ตํสทิสานํ ตทุปจารํ กตฺวา วุตฺตํ. น หิ ฌานปจฺจยตฺตาภาเว ฌานงฺคตา อตฺถิ. วุตฺตญฺหิ ‘‘ฌานงฺคานิ ฌานสมฺปยุตฺต…เป… รูปานํ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๓.๑๑๒). เอเตสญฺจ ฌานปจฺจยภาโว ปฏิกฺขิตฺโต. ยถาห ‘‘อพฺยากตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ น ฌานปจฺจยา. ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา’’ติอาทิ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๙๘). ฌานปจฺจยตฺตาภาเวปิ เวทนาจิตฺตฏฺฐิตีนํ อุเปกฺขาทิภาวโต ตถาภูตานํ วจเน อญฺญฏฺฐานาภาวโต จ ทุติยราสินิทฺเทโส.

๔๓๖. วตฺถุปณฺฑรตฺตาติ สยํ กณฺหธมฺมานํ อปฺปฏิปกฺขตฺตา สภาวปริสุทฺธานํ ปสาทหทยวตฺถุนิสฺสยานํ วเสน ปณฺฑรสภาวํ ชาตนฺติ อธิปฺปาโย. อยํ ปน นโย จตุโวกาเร น ลพฺภตีติ ตตฺถ ภวงฺคสฺส ตโต นิกฺขนฺตากุสลสฺส จ ปณฺฑรตา น สิยา, ตสฺมา ตตฺถ ปณฺฑรตาย การณํ วตฺตพฺพํ. สภาโว วายํ จิตฺตสฺส ปณฺฑรตาติ.

๔๓๙. อิทมฺปีติ ปิ-สทฺโท ฐิติมตฺตสหิตํ ปุพฺเพ วุตฺตํ วิจิกิจฺฉาสหคตํ อเปกฺขิตฺวา วุตฺโต. ปกติยาติ อนติกฺกมเนน. โสปิ วิเสโส. กายปฺปสาทํ ฆฏฺเฏตฺวา ปสาทปจฺจเยสุ มหาภูเตสุ ปฏิหญฺญตีติ อาปาถํ คนฺตฺวา ปฏิหญฺญตีติ อตฺโถ. ยถา จ ‘‘รูปํ อารพฺภ อุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺเต น อารมฺมณุปฺปาทานํ ปุพฺพาปรกาลตา โหติ, เอวมิธาปิ ฆฏฺฏนปฏิหนเนสุ ทฏฺฐพฺพํ. อุปมาปิ อุภยฆฏฺฏนทสฺสนตฺถํ วุตฺตา, น นิสฺสิตนิสฺสยฆฏฺฏนานํ ปุพฺพาปรตาทสฺสนตฺถํ. เอตฺถ จ พหิทฺธาติ เอตํ นิทสฺสนมตฺตํ. อชฺฌตฺตมฺปิ หิ อารมฺมณํ โหตีติ. วิญฺญาณธาตุนิสฺสยภูเตหิ วา อญฺญํ ‘‘พหิทฺธา’’ติ วุตฺตํ. ปฏิฆฏฺฏนานิฆํโส พลวา โหติ, ตโต เอว อิฏฺฐานิฏฺฐโผฏฺฐพฺพสมาโยเค สุขทุกฺขปจฺจยา ธาตุอนุคฺคหธาตุกฺโขภา จิรํ อนุวตฺตนฺติ.

๔๕๕. อญฺเญสํ จิตฺตานํ สภาวสุญฺญตสพฺภาวา มโนธาตุภาโว อาปชฺชตีติ เจ? น, วิเสสสพฺภาวา. จกฺขุวิญฺญาณาทีนญฺหิ จกฺขาทินิสฺสิตตา จกฺขาทีนํ สวิสเยสุ ทสฺสนาทิปฺปวตฺติภาวตา จ วิเสโส. มโนวิญฺญาณสฺส ปน อนญฺญนิสฺสยมโนปุพฺพงฺคมตาย อญฺญนิสฺสยวิญฺญาณสฺส อนนฺตรปจฺจยตฺตาภาเวน มโนทฺวารนิคฺคมนมุขภาวาภาวโต จ สาติสยวิชานนกิจฺจตา วิเสโส. ตพฺพิเสสวิรหา มโนมตฺตา ธาตุ มโนธาตูติ ติวิธา มโนธาตุ เอว วุจฺจติ, น วิเสสมโน. ตสฺมา เอตฺถ มโน เอว ธาตุ มโนธาตูติ เอว-สทฺโท มตฺตสทฺทตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. วิเสสนิวตฺตนตฺโถ หิ โส วิญฺญาณสฺสาติ. มโนทฺวารนิคฺคมนปเวสมุขภาวโต ปน มโนธาตุยา วิชานนวิเสสวิรโห ทฏฺฐพฺโพ, ตโต เอว มโนวิญฺญาณนฺติปิ น วุจฺจติ. น หิ ตํ วิญฺญาณํ มนโต ปวตฺตํ มนโส ปจฺจโย, นาปิ มนโส ปจฺจยภูตํ มนโต ปวตฺตํ, ทสฺสนาทีนํ ปน ปจฺจโย, เตหิ จ ปวตฺตํ เตสํ ปุเรจรํ อนุจรญฺจาติ. สมฺมาสงฺกปฺโปติ อวจนํ มหาวิปากานํ วิย ชนกสทิสตฺตาภาวโต. ตตฺถ หิ ติเหตุกโต ทุเหตุกมฺปิ อุปฺปชฺชมานํ สมฺมาสงฺกปฺปตาทีหิ สทิสํ สเหตุกตายาติ. ปญฺจวิญฺญาณโสเตติ เอตฺถ ยถา ปคุณํ คนฺถํ สชฺฌายนฺโต สชฺฌายโสเต ปติตํ กญฺจิ กญฺจิ วาจนามคฺคํ น สลฺลกฺเขติ, เอวํ ตถาคตสฺส อสลฺลกฺขณา นาม นตฺถิ, น จ ปญฺจวิญฺญาณโสเต ฌานงฺคาภาโว อิธ อวจนสฺส การณํ. ยทิ ตทนนฺตรํ นิทฺเทโส ตํโสตปติตตา, อิโต ปเรสํ ทฺวินฺนํ มโนวิญฺญาณธาตูนํ ตํโสตปติตตา น สิยา. ตสฺมา ปญฺจวิญฺญาณานํ วิย อเหตุกตาย มคฺคปจฺจยวิรหา จ วิชฺชมาเนสุปิ วิตกฺกวิจาเรสุ ฌานงฺคธมฺมานํ ทุพฺพลตฺตา ปญฺจวิญฺญาเณสุ วิย อคณนุปคภาวา จ ปญฺจวิญฺญาณโสตปติตตา. ตโต เอว หิ อเหตุกกิริยตฺตเยปิ ฌานงฺคานิ พลานิ จ สงฺคหวาเร น อุทฺธฏานิ, ฌานปจฺจยกิจฺจมตฺตโต ปน ปฏฺฐาเน ทุพฺพลานํ เอตฺถ วิตกฺกาทีนํ ฌานปจฺจยตา วุตฺตา.

๔๖๙. สมานวตฺถุกํ อนนฺตรปจฺจยํ ลภิตฺวา อุปฺปชฺชมานํ สนฺตีรณํ มโนธาตุโต พลวตรํ โหตีติ ตํ ยถารมฺมณํ อารมฺมณรสํ อนุภวนฺตํ อิฏฺเฐ โสมนสฺสสหคตํ โหติ, อิฏฺฐมชฺฌตฺเต อุเปกฺขาสหคตํ สาติสยานุภวตฺตา, ตสฺมา ‘‘อยญฺหิ อิฏฺฐารมฺมณสฺมึ เยวา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โวฏฺฐพฺพนํ ปน สติปิ พลวภาเว วิปากปฺปวตฺตึ นิวตฺเตตฺวา วิสทิสํ มนํ กโรนฺตํ มนสิการกิจฺจนฺตรโยคโต วิปาโก วิย อนุภวนเมว น โหตีติ สพฺพตฺถ อุเปกฺขาสหคตเมว โหติ, ตถา ปญฺจทฺวาราวชฺชนํ มโนทฺวาราวชฺชนญฺจ กิจฺจวเสน อปุพฺพตฺตา.

อเหตุกกุสลวิปากวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อฏฺฐมหาวิปากจิตฺตวณฺณนา

๔๙๘. อโลโภ อพฺยากตมูลนฺติอาทีสุ กุสลปกฺเข ตาว อโลภาโทสานํ นิทฺเทเสสุ ‘‘โย ตสฺมึ สมเย อโลโภ อลุพฺภนา…เป… อโลโภ กุสลมูล’’นฺติ (ธ. ส. ๓๒), ‘‘โย ตสฺมึ สมเย อโทโส อทุสฺสนา…เป… อโทโส กุสลมูล’’นฺติ (ธ. ส. ๓๓) จ วุตฺตตฺตา อิธาปิ ตํนิทฺเทเสสุ ‘‘อโลโภ อพฺยากตมูล’’นฺติ ‘‘อโทโส อพฺยากตมูล’’นฺติ วจนํ ยุชฺเชยฺย. ปญฺญินฺทฺริยาทินิทฺเทเสสุ ปน ‘‘ปญฺญารตนํ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ (ธ. ส. ๓๔, ๓๗) เอวํ ตตฺถปิ วุตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘อโมโห กุสลมูล’’นฺติ. ตสฺมา อิธาปิ ‘‘อโมโห อพฺยากตมูล’’นฺติ ปาเฐน น ภวิตพฺพํ สิยา. อโลภาโทสานํ วิย อโมหสฺสปิ อพฺยากตมูลทสฺสนตฺถํ ปเนตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อวิญฺญตฺติชนกโตติ กายวจีกมฺมทฺวารนิวารณํ กโรติ. อวิปากธมฺมโตติ มโนกมฺมทฺวารนิวารณญฺจ. วิปากธมฺมานญฺหิ กมฺมทฺวารํ วุตฺตนฺติ. ตถา อปฺปวตฺติโตติ ทานาทิปุญฺญกิริยภาเวน อปฺปวตฺติโต. เอเตน ปุญฺญกิริยวตฺถุเภทเมว นิวาเรติ.

พลวปจฺจเยหีติ ปโยเคน วินา นิปฺผนฺเนหิ อารมฺมณาทิปจฺจเยหิ. อสงฺขาริกาทีสุ หิ เยน เกนจิ จิตฺเตน กมฺเม อายูหิเต อสงฺขาเรน อปฺปโยเคน กมฺมกมฺมนิมิตฺตคตินิมิตฺตปจฺจุปฏฺฐาเน ปฏิสนฺธิ อุปฺปชฺชมานา อสงฺขาริกา โหติ, สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กมฺมาทิปจฺจุปฏฺฐาเน สสงฺขาริกา. ภวงฺคจุติโย ปน ปฏิสนฺธิสทิสาว. ตทารมฺมณญฺจ กุสลากุสลานิ วิย อสงฺขาริกํ สสงฺขาริกญฺจ ทฏฺฐพฺพนฺติ. เอเตสุ พลวํ ทุพฺพลญฺจ วิจาเรตุํ ‘‘ตตฺถ สพฺเพปิ สพฺพญฺญุโพธิสตฺตา’’ติอาทิมาห. กาลวเสน ปน ปริณมตีติ อปฺปายุกสํวตฺตนิกกมฺมพหุเล กาเล ตํกมฺมสหิตสนฺตานชนิตสุกฺกโสณิตปจฺจยานํ ตํมูลกานํ จนฺทสูริยวิสมปริวตฺตาทิชนิตอุตาหาราทิวิสมปจฺจยานญฺจ วเสน ปริณมติ.

วิปากุทฺธารกถาวณฺณนา

ยโต ยตฺตโก จ วิปาโก โหติ, ยสฺมิญฺจ ฐาเน วิปจฺจติ, ตํ ทสฺเสตุํ วิปากุทฺธารกถา อารทฺธา. เอตฺเถวาติ เอกาย เจตนาย กมฺเม อายูหิเตเยว. ทุเหตุกปฏิสนฺธิวเสน ทฺวาทสกมคฺโคปิ โหติ, ทฺวาทสกปฺปกาโรปีติ อตฺโถ. อเหตุกปฏิสนฺธิวเสน อเหตุกฏฺฐกมฺปิ. อสงฺขาริกสสงฺขาริกานํ สสงฺขาริกอสงฺขาริกวิปากสงฺกรํ อนิจฺฉนฺโต ทุติยตฺเถโร ‘‘ทฺวาทสา’’ติอาทิมาห. ปุริมสฺส หิ ปจฺจยโตสสงฺขาริกอสงฺขาริกภาโว, อิตเรสํ กมฺมโต. ตติโย ติเหตุกโต ทุเหตุกมฺปิ อนิจฺฉนฺโต ‘‘ทสา’’ติอาทิมาห.

อิมสฺมึ วิปากุทฺธารฏฺฐาเน กมฺมปฏิสนฺธิววตฺถานตฺถํ สาเกตปญฺหํ คณฺหึสุ. กมฺมวเสน วิปากสฺส ตํตํคุณโทสุสฺสทนิมิตฺตตํ ทสฺเสตุํ อุสฺสทกิตฺตนํ คณฺหึสุ. เหตุกิตฺตนํ อิธ ปฐมตฺเถรสฺส อธิปฺปาเยน วุตฺตํ. ทุติยตฺเถรวาทาทีสุ วิเสสํ ตตฺถ ตตฺเถว วกฺขามิ. ญาณสฺส ชจฺจนฺธาทิวิปตฺตินิมิตฺตปฏิปกฺขภาวโต ติเหตุกํ อติทุพฺพลมฺปิ สมานํ ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒนฺตํ ทุเหตุกํ อากฑฺเฒยฺยาติ ‘‘อเหตุกา น โหตี’’ติ อาห. ยํ ปน ปฏิสมฺภิทามคฺเค สุคติยํ ชจฺจนฺธพธิราทิวิปตฺติยา อเหตุกอุปปตฺตึ วชฺเชตฺวา คติสมฺปตฺติยา สเหตุโกปปตฺตึ ทสฺเสนฺเตน ‘‘คติสมฺปตฺติยา ญาณสมฺปยุตฺเต กตเมสํ อฏฺฐนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา อุปปตฺติ โหติ’’จฺเจว (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๒) วุตฺตํ. เตน ญาณวิปฺปยุตฺเตน กมฺมุนา ญาณสมฺปยุตฺตปฏิสนฺธิ น โหตีติ ทีปิตํ โหติ. อญฺญถา ‘‘สตฺตนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา อุปปตฺติ โหตี’’ติ อิทมฺปิ วุจฺเจยฺย. ตถา หิ ‘‘คติสมฺปตฺติยา ญาณสมฺปยุตฺเต กตเมสํ อฏฺฐนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา อุปปตฺติ โหติ? กุสลสฺส กมฺมสฺส ชวนกฺขเณ ตโย เหตู กุสลา ตสฺมึ ขเณ ชาตเจตนาย สหชาตปจฺจยา โหนฺติ. เตน วุจฺจติ กุสลมูลปจฺจยาปิ สงฺขารา. นิกนฺติกฺขเณ เทฺว เหตู อกุสลา ตสฺมึ ขเณ ชาตเจตนาย สหชาตปจฺจยา โหนฺติ. เตน วุจฺจติ อกุสลมูลปจฺจยาปิ สงฺขารา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ตโย เหตู อพฺยากตา ตสฺมึ ขเณ ชาตเจตนาย สหชาตปจฺจยา โหนฺติ. เตน วุจฺจติ นามรูปปจฺจยาปิ วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยาปิ นามรูป’’นฺติ วิสฺสชฺชิตํ ญาณสมฺปยุตฺโตปปตฺติยํ.

เอวํ ญาณวิปฺปยุตฺตโต ญาณสมฺปยุตฺตุปปตฺติยา จ วิชฺชมานาย ‘‘คติสมฺปตฺติยา ญาณสมฺปยุตฺเต กตเมสํ สตฺตนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา อุปปตฺติ โหติ? กุสลสฺส กมฺมสฺส ชวนกฺขเณ เทฺว เหตู กุสลา’’ติ วตฺวา อญฺญตฺถ จ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว สกฺกา วิสฺสชฺชนํ กาตุนฺติ. ยถา ปน ‘‘ญาณสมฺปยุตฺเต สตฺตนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา’’ติ อวจนโต ญาณวิปฺปยุตฺตโต ญาณสมฺปยุตฺตา ปฏิสนฺธิ น โหติ, เอวํ ‘‘คติสมฺปตฺติยา ญาณวิปฺปยุตฺเต ฉนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา อุปปตฺติ โหติ’’จฺเจว (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๓) วตฺวา ‘‘สตฺตนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา’’ติ อวจนโต ญาณสมฺปยุตฺตโต ญาณวิปฺปยุตฺตาปิ ปฏิสนฺธิ น โหตีติ อาปนฺนํ. เอตฺถาปิ หิ น น สกฺกา กมฺมนิกนฺติกฺขเณสุ ตโย จ เทฺว จ เหตู โยเชตฺวา ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺว โยเชตุนฺติ. อิมสฺส ปน เถรสฺส อยมธิปฺปาโย สิยา ‘‘กมฺมสริกฺขกวิปากทสฺสนวเสน อิธ ปาโฐ สาวเสโส กถิโต’’ติ. ‘‘ญาณสมฺปยุตฺเต อฏฺฐนฺนํ เหตูนํ ปจฺจยา’’ติ เอตฺถาปิ ปาฐสฺส สาวเสสตาปตฺตีติ เจ? น, ทุพฺพลสฺส ทุเหตุกกมฺมสฺส ญาณสมฺปยุตฺตวิปากทาเน อสมตฺถตฺตา. ติเหตุกสฺส ปน อเหตุกวิปจฺจเน วิย ทุเหตุกวิปจฺจเนปิ นตฺถิ สมตฺถตาวิฆาโตติ. อารมฺมเณน เวทนา ปริวตฺเตตพฺพาติ สนฺตีรณตทารมฺมเณ สนฺธาย วุตฺตํ. วิภาคคฺคหณสมตฺถตาภาวโต หิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนิ อิฏฺฐอิฏฺฐมชฺฌตฺเตสุ อุเปกฺขาสหคตาเนว โหนฺติ, กายวิญฺญาณญฺจ สุขสหคตเมว ปฏิฆฏฺฏนาวิเสเสนาติ.

วิเสสวตา กาเลน ตทารมฺมณปจฺจยสพฺพชวนวตา วิปากปฺปวตฺตึ ทสฺเสตุํ ‘‘สํวราสํวเร…เป… อุปคตสฺสา’’ติ วุตฺตํ อญฺญกาเล ปญฺจวิญฺญาณาทิปริปุณฺณวิปากปฺปวตฺติอภาวา. กกฺกฏก…เป… ภวงฺโคตรณนฺติ เอเตน อิทํ ทสฺเสติ – เกทาเร ปูเรตฺวา นทีปเวสนมคฺคภูตํ มาติกํ อปฺปวิสิตฺวา กกฺกฏกมคฺคาทินา อมคฺเคน นทีโอตรณํ วิย จิตฺตสฺส ชวิตฺวา ภวงฺคปฺปเวสนมคฺคภูเต ตทารมฺมเณ อนุปฺปนฺเน มคฺเคน วินา ภวงฺโคตรณนฺติ.

เอเตสุ ตีสุ โมฆวาเรสุ ทุติโย อุปปริกฺขิตฺวา คเหตพฺโพ. ยทิ หิ อนุโลเม เวทนาตฺติเก ปฏิจฺจวาราทีสุ ‘‘อาเสวนปจฺจยา น มคฺเค เทฺว’’ติ ‘‘น มคฺคปจฺจยา อาเสวเน เทฺว’’ติ จ วุตฺตํ สิยา, โสปิ โมฆวาโร ลพฺเภยฺย. ยทิ ปน โวฏฺฐพฺพนมฺปิ อาเสวนปจฺจโย สิยา, กุสลากุสลานมฺปิ สิยา. น หิ อาเสวนปจฺจยํ ลทฺธุํ ยุตฺตสฺส อาเสวนปจฺจยภาวี ธมฺโม อาเสวนปจฺจโยติ อวุตฺโต อตฺถิ. โวฏฺฐพฺพนสฺส ปน กุสลากุสลานํ อาเสวนปจฺจยภาโว อวุตฺโต. ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นาเสวนปจฺจยา. อกุสลํ ธมฺมํ…เป… นาเสวนปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๙๓) วจนโต ปฏิกฺขิตฺโตว. อถาปิ สิยา ‘‘อสมานเวทนานํ วเสน เอวํ วุตฺต’’นฺติ, เอวมปิ ยถา ‘‘อาวชฺชนา กุสลานํ ขนฺธานํ อกุสลานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗) วุตฺตํ, เอวํ ‘‘อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโยติ’’ปิ วตฺตพฺพํ สิยา, ชาติเภทา น วุตฺตนฺติ เจ? ภูมิภินฺนสฺส กามาวจรสฺส รูปาวจราทีนํ อาเสวนปจฺจยภาโว วิย ชาติภินฺนสฺสปิ ภเวยฺยาติ วตฺตพฺโพ เอว สิยา. อภินฺนชาติกสฺส จ วเสน ยถา ‘‘อาวชฺชนา สเหตุกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ วุตฺตํ, เอวํ ‘‘อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติปิ วตฺตพฺพํ สิยา, น ตุ วุตฺตํ. ตสฺมา เวทนาตฺติเกปิ สงฺขิตฺตาย คณนาย ‘‘อาเสวนปจฺจยา น มคฺเค เอกํ, น มคฺคปจฺจยา อาเสวเน เอก’’นฺติ เอวํ คณนาย นิทฺธาริยมานาย โวฏฺฐพฺพนสฺส อาเสวนปจฺจยตฺตสฺส อภาวา ยถาวุตฺตปฺปกาโร ทุติโย โมฆวาโร วีมํสิตพฺโพ.

โวฏฺฐพฺพนํ ปน วีถิวิปากสนฺตติยา อาวฏฺฏนโต อาวชฺชนา, ตโต วิสทิสสฺส ชวนสฺส กรณโต มนสิกาโร จ. เอวญฺจ กตฺวา ปฏฺฐาเน ‘‘โวฏฺฐพฺพนํ กุสลานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติอาทิ น วุตฺตํ, ‘‘อาวชฺชนา’’อิจฺเจว วุตฺตํ. ตสฺมา โวฏฺฐพฺพนโต จตุนฺนํ วา ปญฺจนฺนํ วา ชวนานํ อารมฺมณปุเรชาตํ ภวิตุํ อสกฺโกนฺตํ รูปาทิอาวชฺชนาทีนํ ปจฺจโย ภวิตุํ น สกฺโกติ, อยเมตสฺส สภาโวติ ชวนาปาริปูริยา ทุติโย โมฆวาโร ทสฺเสตุํ ยุตฺโต สิยา, อยมฺปิ อฏฺฐกถายํ อนาคตตฺตา สุฏฺฐุ วิจาเรตพฺโพ. ภวงฺคสฺส ชวนานุพนฺธนภูตตฺตา ‘‘ตทารมฺมณํ ภวงฺค’’นฺติ วุตฺตํ. ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๓.๑.๑๐๒) จ วุตฺตํ ‘‘สเหตุกํ ภวงฺคํ อเหตุกสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ, ‘‘อเหตุกํ ภวงฺคํ สเหตุกสฺส ภวงฺคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ จ. กุสลากุสลานํ สุขทุกฺขวิปากมตฺโต วิปาโก น อิฏฺฐานิฏฺฐานํ วิภาคํ กโรติ, ชวนํ ปน รชฺชนวิรชฺชนาทิวเสน อิฏฺฐานิฏฺฐวิภาคํ กโรตีติ ‘‘อารมฺมณรสํ ชวนเมว อนุภวตี’’ติ วุตฺตํ.

อวิชฺชมาเน การเก กถํ อาวชฺชนาทิภาเวน ปวตฺติ โหตีติ ตํ ทสฺเสตุํ ปญฺจวิธํ นิยามํ นาม คณฺหึสุ. นิยาโม จ ธมฺมานํ สภาวกิจฺจปจฺจยภาววิเสโสว. ตํตํสทิสผลทานนฺติ ตสฺส ตสฺส อตฺตโน อนุรูปผลสฺส ทานํ. สทิสวิปากทานนฺติ จ อนุรูปวิปากทานนฺติ อตฺโถ. อิทํ วตฺถุนฺติ เอกวจนนิทฺเทโส เอกคาถาวตฺถุภาเวน กโต. ชคติปฺปเทโสติ ยถาวุตฺตโต อญฺโญปิ โลกปฺปเทโส. กาลคติอุปธิปโยคปฏิพาฬฺหญฺหิ ปาปํ น วิปจฺเจยฺย, น ปเทสปฏิพาฬฺหนฺติ. สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานปฏิสนฺธิยาทิธมฺมานํ นิยาโม ทสสหสฺสิกมฺปนปจฺจยภาโว ธมฺมนิยาโม. อยํ อิธ อธิปฺเปโตติ เอเตน นิยามวเสน อาวชฺชนาทิภาโว, น การกวเสนาติ เอตมตฺถํ ทสฺเสติ.

อิมสฺมึ ฐาเนติ โสฬสวิปากกถาฐาเน. ทฺวาทสหิ วาเหตพฺพา นาฬิยนฺโตปมา น ทฺวาทสนฺนํ จิตฺตานํ เอกสฺมึ ทฺวาเร เอการมฺมเณ สห กิจฺจกรณวเสน วุตฺตา, อถ โข ทฺวาทสนฺนํ เอกสฺมึ ทฺวาเร สกิจฺจกรณมตฺตวเสน. อเหตุกปฏิสนฺธิชนกสทิสชวนานนฺตรํ อเหตุกตทารมฺมณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘จตุนฺนํ ปน ทุเหตุกกุสลจิตฺตานํ อญฺญตรชวนสฺส…เป… ปติฏฺฐาตี’’ติ อาห. อเหตุกปฏิสนฺธิกสฺส ปน ติเหตุกชวเน ชวิเต ปฏิสนฺธิทายเกน กมฺเมน อเหตุกสฺส ตทารมฺมณสฺส นิพฺพตฺติ น ปฏิเสธิตา. เอวํ ทุเหตุกปฏิสนฺธิกสฺสปิ ติเหตุกานนฺตรํ ทุเหตุกตทารมฺมณํ อปฺปฏิสิทฺธํ ทฏฺฐพฺพํ. ปริปุณฺณวิปากสฺส จ ปฏิสนฺธิชนกกมฺมสฺส วเสนายํ วิปากวิภาวนา ตสฺสา มุขนิทสฺสนมตฺตเมวาติ ปวตฺติวิปากสฺส จ เอกสฺส ติเหตุกาทิกมฺมสฺส โสฬสวิปากจิตฺตาทีนิ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพานิ. ตสฺมา เยน เกนจิ กมฺมุนา เอเกน อเนกํ ตทารมฺมณํ ปวตฺตมานํ กมฺมวิเสสาภาวา เยสํ ตํ อนุพนฺธภูตํ, เตสํ ชวนสงฺขาตานํ ปจฺจยานํ วิเสเสน วิสิฏฺฐํ โหตีติ ชวเนนายํ ตทารมฺมณนิยาโม วุตฺโต, น นานากมฺมุนา นิพฺพตฺตมานสฺส วเสน. เอวญฺจ กตฺวา ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๓.๑.๙๘) ‘‘สเหตุเก ขนฺเธ อนิจฺจโต ทุกฺขโต อนตฺตโต วิปสฺสติ. กุสลากุสเล นิรุทฺเธ อเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชตี’’ติ ญาณานนฺตรํ อเหตุกตทารมฺมณํ, ‘‘กุสลากุสเล นิรุทฺเธ สเหตุโก วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชตี’’ติ อกุสลานนฺตรญฺจ สเหตุกตทารมฺมณํ วุตฺตํ, น จ ‘‘ตํ เอเตน เถเรน อทสฺสิต’’นฺติ กตฺวา ตสฺส ปฏิเสโธ กโต โหตีติ.

ยํ ปน ชวเนน…เป… ตํ กุสลํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อิทํ กุสลสฺส วิย อกุสลสฺส สทิโส วิปาโก นตฺถีติ กตฺวา วุตฺตํ. สสงฺขาริกาสงฺขาริกนิยมนํ ปน สนฺธาย ตสฺมึ วุตฺเต อกุสเลปิ น ตํ น ยุชฺชตีติ. อฏฺฐานเมตนฺติ อิทํ นิยมิตาทิวเสน โยนิโส อโยนิโส วา อาวฏฺฏิเต อโยนิโส โยนิโส วา ววตฺถาปนสฺส อภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ.

ปฏิสิทฺธนฺติ อวจนเมว ปฏิเสโธติ กตฺวา วุตฺตํ. กามตณฺหานิพฺพตฺเตน กมฺมุนา มหคฺคตโลกุตฺตรานุภวนวิปาโก น โหตีติ ตตฺถ ตทารมฺมณาภาโว เวทิตพฺโพ. อาปาถคเต วิสเย ตนฺนินฺนํ ภวงฺคํ อาวชฺชนํ อุปฺปาเทตีติ อาวชฺชนํ วิสเย นินฺนตฺตา อุปฺปชฺชติ. ภวงฺคํ ปน สพฺพทา สวิสเย นินฺนเมวาติ วิสยนฺตรวิญฺญาณสฺส ปจฺจโย หุตฺวาปิ ตทภาวา วินา อาวชฺชเนน สวิสเย นินฺนตฺตาว อุปฺปชฺชติ. จิณฺณตฺตาติ อาวชฺชเนน วินา พหุลํ อุปฺปนฺนปุพฺพตฺตา. สมุทาจารตฺตาติ อาปาถคเต วิสเย ปฏิสนฺธิวิสเย จ พหุลํ อุปฺปาทิตปุพฺพตฺตา. จิณฺณตฺตาติ วา ปุคฺคเลน อาเสวิตภาโว วุตฺโต. สมุทาจารตฺตาติ สยํ พหุลํ ปวตฺตภาโว. นิโรธสฺส อนนฺตรปจฺจยํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนนฺติ อิทํ ตทนนฺตรเมว นิโรธผุสนํ สนฺธาย วุตฺตํ, น อรูปกฺขนฺธานํ วิย นิโรธสฺส อนนฺตรปจฺจยภาวํ. เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปน กิญฺจิ ปริกมฺเมน วินา อุปฺปชฺชมานํ นตฺถิ. ปริกมฺมาวชฺชนเมว ตสฺส อาวชฺชนนฺติ อญฺญสฺส วิย เอตสฺสปิ สาวชฺชนตาย ภวิตพฺพํ.

อยํ ปเนตฺถาธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ – เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส น นิโรธสฺส อนนฺตรปจฺจยภาเว นินฺนาทิตา อญฺญตฺถ ทิฏฺฐา อตทตฺถปริกมฺมภาเว จ อุปฺปตฺติยา, อถ จ ตํ ตสฺส อนนฺตรปจฺจโย โหติ, ตถา จ อุปฺปชฺชติ. เอวํ ยถาวุตฺตา มโนวิญฺญาณธาตุ อสติปิ นิราวชฺชนุปฺปตฺติยํ นินฺนาทิภาเว นิราวชฺชนา อุปฺปชฺชตีติ. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อริยมคฺคจิตฺตํ มคฺคานนฺตรานิ ผลจิตฺตานี’’ติ อิทํ วุตฺตํ. ยทิ หิ นิพฺพานารมฺมณาวชฺชนาภาวํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ สิยา, โคตฺรภุโวทานานิ นิทสฺสนานิ สิยุํ เตเหว เอเตสํ นิราวชฺชนตาสิทฺธิโต. ผลสมาปตฺติกาเล จ ‘‘ปริตฺตารมฺมณํ มหคฺคตารมฺมณํ อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ วจนโต สมานารมฺมณาวชฺชนรหิตตฺตา ‘‘มคฺคานนฺตรานิ ผลจิตฺตานี’’ติ เอวํ ผลสมาปตฺติจิตฺตานิ น วชฺเชตพฺพานิ สิยุํ, โคตฺรภุโวทานานิ ปน ยทิปิ นิพฺพาเน จิณฺณานิ สมุทาจารานิ จ น โหนฺติ, อารมฺมณนฺตเร จิณฺณสมุทาจาราเนว. ผลสมาปตฺติจิตฺตานิ จ มคฺควีถิโต อุทฺธํ ตทตฺถปริกมฺมสพฺภาวาติ เตสํ คหณํ น กตํ, อนุโลมานนฺตรญฺจ ผลสมาปตฺติจิตฺตํ จิณฺณํ สมุทาจารํ, น เนวสญฺญานาสญฺญายตนานนฺตรํ มคฺคานนฺตรสฺส วิย ตทตฺถปริกมฺมาภาวาติ ‘‘นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺสา’’ติ ตญฺจ นิทสฺสนํ. อารมฺมเณน ปน วินา นุปฺปชฺชตีติ อิทํ เอตสฺส มหคฺคตารมฺมณตฺตาภาวา ปุจฺฉํ กาเรตฺวา อารมฺมณนิทฺธารณตฺถํ วุตฺตํ.

ตตฺถาติ วิปากกถายํ. ชจฺจนฺธปีฐสปฺปิอุปมานิทสฺสนํ วิปากสฺส นิสฺสเยน วินา อปฺปวตฺติทสฺสนตฺถํ. วิสยคฺคาโหติ อิทํ จกฺขาทีนํ สวิสยคฺคหเณน จกฺขุวิญฺญาณาทิวิปากสฺส ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อุปนิสฺสยโต จกฺขาทีนํ ทสฺสนาทิอตฺถโต จ ตสฺเสว วิปากสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘อุปนิสฺสยมตฺถโส’’ติ วุตฺตํ. หทยวตฺถุเมวาติ ยถา ปุริมจิตฺตานิ หทยวตฺถุนิสฺสิตานิ จ ปสาทวตฺถุอนุคตานิ จ อญฺญารมฺมณานิ โหนฺติ, น เอวํ ภวงฺคํ, ตํ ปเนตํ วตฺถารมฺมณนฺตรรหิตํ เกวลํ หทยวตฺถุเมว นิสฺสาย ปวตฺตตีติ วุตฺตํ โหติ. หทยรูปวตฺถุกนฺติ อิธาปิ อญฺญวตฺถานุคตนฺติ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. มกฺกฏกสฺส หิ สุตฺตาโรหณํ วิย ปสาทวตฺถุกํ จิตฺตํ, สุตฺเตน คมนาทีนิ วิย ตทนุคตานิ เสสจิตฺตานีติ. สุตฺตฆฏฺฏนมกฺกฏกจลนานิ วิย ปสาทฆฏฺฏนภวงฺคจลนานิ สห โหนฺตีติ ทีปนโต ‘‘เอเกกํ…เป… อาคจฺฉตี’’ติปิ ทีเปติ.

ภวงฺคสฺส อาวฏฺฏิตกาโลติ อิทํ โทวาริกสทิสานํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปาทปริมชฺชกสทิสสฺส อาวชฺชนสฺส สญฺญาทานสทิโส อนนฺตรปจฺจยภาโว เอว ภวงฺคาวฏฺฏนนฺติ กตฺวา วุตฺตํ. วิปากมโนธาตุอาทีนํ อทิสฺวาว สมฺปฏิจฺฉนาทิกรณํ คาฬฺหคฺคหณมตฺตปุถุลจตุรสฺสภาววิชานนมตฺตกหาปณภาววิชานนมตฺตกมฺโมปนยนมตฺตสามญฺญวเสน วุตฺตํ, น คาฬฺหคฺคาหกาทีนํ กหาปณทสฺสนสฺส อภาโว ตํสมานภาโว จ สมฺปฏิจฺฉนาทีนํ อธิปฺเปโตติ เวทิตพฺโพ.

ปณฺฑรํ เอตนฺติ ปณฺฑรรูปทสฺสนสามญฺญโต จกฺขุวิญฺญาณเมว ทสฺสนกิจฺจํ สาเธตีติ ทีปนํ เวทิตพฺพํ. เอวํ โสตทฺวาราทีสุปิ โยเชตพฺพํ สวนาทิวเสน. สนฺตาปนวเสน คุฬสีโล คุฬปฺปโยชโน วา โคฬิยโก. อุปนิสฺสยโตติ น อุปนิสฺสยปจฺจยํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยสฺมึ ปน อสติ โย น โหติ, โส อิธ ‘‘อุปนิสฺสโย’’ติ อธิปฺเปโต. อาโลกสนฺนิสฺสิตนฺติ อิทมฺปิ อาโลเก สติ สพฺภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ, น อุปนิสฺสยปจฺจยตํ. มนฺทถามคตํ นาม กิริยจิตฺตสฺส ปจฺจยภาวํ อนุปคนฺตฺวา สยเมว ปวตฺตมานํ.

อสงฺขาริกสสงฺขาริเกสุ โทสํ ทิสฺวาติ น กมฺมสฺส วิรุทฺธสภาเวน วิปาเกน ภวิตพฺพนฺติ อสงฺขาริกกมฺมสฺส สสงฺขาริกวิปาเกสุ, สสงฺขาริกกมฺมสฺส จ อสงฺขาริกวิปาเกสุ โทสํ ทิสฺวา. อเหตุกานํ ปน รูปาทีสุ อภินิปาตมตฺตาทิกิจฺจานํ น สสงฺขาริกวิรุทฺโธ สภาโวติ อสงฺขาริกตา นตฺถิ, อสงฺขาริกวิรุทฺธสภาวาภาวา นาปิ สสงฺขาริกตาติ อุภยาวิโรธา อุภเยนปิ เตสํ นิพฺพตฺตึ อนุชานาติ. จิตฺตนิยามนฺติ ตทารมฺมณนิยามํ. กิริยโต ปญฺจาติ อิเมสํ…เป… ปติฏฺฐาตีติ กิริยชวนานนฺตรญฺจ ตทารมฺมณํ วุตฺตํ. ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๑.๓.๙๔) ปน ‘‘กุสลากุสเล นิรุทฺเธ วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชตี’’ติ วิปากธมฺมธมฺมานเมว อนนฺตรา ตทารมฺมณํ วุตฺตํ. กุสลตฺติเก จ ‘‘เสกฺขา วา ปุถุชฺชนา วา กุสลํ อนิจฺจโต’’ติอาทินา (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๖) กุสลากุสลชวนเมว วตฺวา ตทนนฺตรํ ตทารมฺมณํ วุตฺตํ, น อพฺยากตานนฺตรํ, น จ กตฺถจิ กิริยานนฺตรํ ตทารมฺมณสฺส วุตฺตฏฺฐานํ ทิสฺสติ. วิชฺชมาเน จ ตสฺมึ อวจเน การณํ นตฺถิ, ตสฺมา อุปปริกฺขิตพฺโพ เอโส เถรวาโท. วิปฺผาริกญฺหิ ชวนํ นาวํ วิย นทีโสโต ภวงฺคํ อนุพนฺธตีติ ยุตฺตํ, น ปน ฉฬงฺคุเปกฺขวโต สนฺตวุตฺตึ กิริยชวนํ ปณฺณปุฏํ วิย นทีโสโตติ.

ปิณฺฑชวนํ ชวตีติ กุสลากุสลกิริยชวนานิ ปิณฺเฑตฺวา กถิตานีติ ตถา กถิตานิ ชวนานิ ปิณฺฑิตานิ วิย วุตฺตานิ, เอกสฺมึ วา ตทารมฺมเณ ปิณฺเฑตฺวา ทสฺสิตานิ หุตฺวา ชวิตาเนว วุตฺตานิ. อิมญฺจ ปน ปิณฺฑชวนํ วทนฺเตน อกุสลโต จตฺตาริเยว อุเปกฺขาสหคตานิ คเหตฺวา ทฺวาทสุเปกฺขาสหคตชวนานิ ปิณฺฑิตานิ วิย วุตฺตานิ. ปฏฺฐาเน ปน ‘‘กุสลํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐิ, วิจิกิจฺฉา, อุทฺธจฺจํ, โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. อกุสเล นิรุทฺเธ วิปาโก ตทารมฺมณตา อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตตฺตา อิตรานิ เทฺว อิฏฺฐารมฺมเณ ปวตฺตวิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสหคตานิปิ กุสลวิปาเก ตทารมฺมเณ ปิณฺเฑตพฺพานิ สิยุํ. เตสํ ปน อนนฺตรํ อเหตุกวิปาเกเนว ตทารมฺมเณน ภวิตพฺพํ, โส จ สนฺตีรณภาเวเนว คหิโตติ อปุพฺพํ คเหตพฺพํ นตฺถิ. อเหตุเก จ ปิณฺเฑตพฺพํ นารหนฺตีติ อธิปฺปาเยน น ปิณฺเฑตีติ.

ติเหตุกชวนาวสาเน ปเนตฺถาติ เอตสฺมึ ทุติยวาเท ติเหตุกชวนาวสาเน ติเหตุกตทารมฺมณํ ยุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ยุตฺตํ วทติ ชวนสมานตฺตา, นาลพฺภมานตฺตา อญฺญสฺส. ปฐมตฺเถเรน อกุสลานนฺตรํ วุตฺตสฺส อเหตุกตทารมฺมณสฺส, กุสลานนฺตรํ วุตฺตสฺส จ สเหตุกตทารมฺมณสฺส อกุสลานนฺตรํ อุปฺปตฺตึ วทนฺตสฺส หิ ปฏิสนฺธิชนกํ ติเหตุกกมฺมํ ทุเหตุกาเหตุกํ วิปากํ ชนยนฺตมฺปิ ติเหตุกชวนานนฺตรํ น ชเนตีติ น เอตฺถ การณํ ทิสฺสตีติ เอวํ ยุตฺตํ คเหตพฺพํ อวุตฺตมฺปีติ อธิปฺปาโย. อถ วา ตสฺมึ ตสฺมึ เถรวาเท เยน อธิปฺปาเยน สสงฺขาราสงฺขารวิธานาทิ วุตฺตํ, ตํ เตเนว อธิปฺปาเยน ยุตฺตํ คเหตพฺพํ, น อธิปฺปายนฺตรํ อธิปฺปายนฺตเรน อาโลเฬตพฺพนฺติ อตฺโถ. เหตุสทิสเมวาติ ชนกกมฺมเหตุสทิสเมว. มหาปกรเณ อาวิ ภวิสฺสตีติ มหาปกรเณ อาคตปาฬิยา ปากฏํ อุปฺปตฺติวิธานํ อาวิ ภวิสฺสตีติ อธิปฺปาเยน วทติ.

กามาวจรกุสลวิปากกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

รูปาวจรารูปาวจรวิปากกถาวณฺณนา

๔๙๙. อนนฺตราเยนาติ ปริหานิปจฺจยวิรเหน. ปฏิปทาทิเภโทติ ปฏิปทารมฺมณเภโท. ตถา หิ ทุกฺขปฏิปทํ ทนฺธาภิญฺญํ ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา ปุนปฺปุนํ สมาปชฺชนฺตสฺส ตํ ฌานํ ตํปฏิปทเมว โหติ. เอตสฺมึ อปริหีเน ตสฺส วิปาโก นิพฺพตฺตมาโน ตปฺปฏิปโทว ภวิตุํ อรหตีติ. ฉนฺทาธิปเตยฺยาทิภาโว ปน ตสฺมึ ขเณ วิชฺชมานานํ ฉนฺทาทีนํ อธิปติปจฺจยภาเวน โหติ, น อาคมนวเสน. ตถา หิ เอกเมว ฌานํ นานากฺขเณสุ นานาธิปเตยฺยํ โหติ. จตุตฺถชฺฌานสฺเสว หิ จตุริทฺธิปาทภาเวน ภาวนา โหติ, ตสฺมา วิปากสฺส อาคมนวเสน ฉนฺทาธิปเตยฺยาทิตา น วุตฺตา.

รูปาวจรารูปาวจรวิปากกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โลกุตฺตรวิปากกถาวณฺณนา

๕๐๕. ยถา วฏฺฏํ อาจินติ, ตถา ตณฺหาทีหิ อภิสงฺขตํ โลกิยกมฺมํ อุปจิตนฺติ วุจฺจติ. โลกุตฺตรํ ปน เอวํ น โหตีติ ตถา น วุตฺตํ. สุทฺธาคมนวเสนาติ อนิมิตฺตาปฺปณิหิตนามทายเกหิ สคุณารมฺมเณหิ วิชฺชมาเนหิปิ ผลสฺส สุญฺญตนามทานทีปเน อคฺคหิตภาเวเนว อโวมิสฺเสนาติ อตฺโถ. อาคมนโต สุญฺญตาปฺปณิหิตนามวโต มคฺคสฺส อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน ผลสฺส นามตฺตยทานํ โยชิตํ, อิตรสฺสปิ ปน ตเถว โยเชตพฺพํ. นยมตฺตทสฺสนเญฺหตํ. สคุณารมฺมเณหิ ปน นามตฺตยวโต อนิจฺจานุปสฺสนานนฺตรสฺสปิ มคฺคสฺส อาคมนียฏฺฐาเน ฐตฺวา อตฺตโน ผลสฺส นามตฺตยทานํ น นิวาริตนฺติ. วฬญฺชนกผลสมาปตฺติยา จ วิปสฺสนาคมนวเสน นามลาเภ มคฺคสฺส วิย อนิมิตฺตนามลาโภ น สิยา. ยถา ปน มคฺคานนฺตรสฺส วิย วฬญฺชนกผลสมาปตฺติยาปิ ฌานปฏิปทาเภโท โหติ, เอวํ สุญฺญตาทินามลาเภ สติ อนิมิตฺตนามญฺจ ลภตีติ. อวูปสนฺตายาติ อิทํ เกนจิ อญฺเญน อนนฺตริตตฺตา ตาทิสาย เอว สทฺธาย…เป… ปญฺญาย จ อนนฺตรปจฺจยภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตน ฉนฺทาทโยปิ อตฺตโน อนนฺตรสทิสานํ ฉนฺทาทีนํ อุปฺปาทกา อธิปติภูตา อธิปติภูเต เอว อุปฺปาเทนฺตีติ อิมมตฺถํ ทีเปติ.

๕๕๕. กิเลสสมุจฺเฉทกสฺส มคฺคสฺส สมฺมาทิฏฺฐิอาทิกสฺส นิยฺยานิกสภาวสฺส ผเลนปิ ปฏิปฺปสฺสทฺธกิเลเสน นิยฺยานสภาเวเนว ภวิตพฺพํ, ตสฺมา ผเลปิ ‘‘มคฺคงฺคํ มคฺคปริยาปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ. เอวญฺจ กตฺวา มคฺควิภงฺเค ผเลสุ จ อฏฺฐงฺคิโก ปญฺจงฺคิโก จ มคฺโค อุทฺธโฏ, เอวํ โพชฺฌงฺคาปีติ. มคฺคํ อุปาทายาติ มคฺคสทิสตาย มคฺโคติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห.

โลกุตฺตรวิปากกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อกุสลวิปากกถาวณฺณนา

๕๕๖. อิฏฺฐอิฏฺฐมชฺฌตฺเตสุ วิย น อนิฏฺฐอนิฏฺฐมชฺฌตฺเตสุ สนฺตีรณวิเสโส อตฺถิ, อนิฏฺฐารมฺมณเมว ปน อธิมตฺตํ มนฺทญฺจ เอวํ ทฺวิธา วุตฺตํ.

อกุสลวิปากกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.