๑. จิตฺตุปฺปาทกณฺฑํ
ติกมาติกาปทวณฺณนา
อิทานิ ปฏิญฺญาตกถํ กาตุํ ‘‘อิทานิ อิติ เม…เป… กถโนกาโส สมฺปตฺโต’’ติอาทิมาห. อิโต ปฏฺฐายาติ กุสลธมฺมปทโต ปฏฺฐาย.
๑. สพฺพปเทหิ ลทฺธนาโมติ ตีสุปิ ปเทสุ เวทนาสทฺทสฺส วิชฺชมานตฺตา เตน ลทฺธนาโม สพฺพปเทหิ ลทฺธนาโม โหติ. นนุ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมาติ จตฺตาริ ปทานิ, เอวํ เสเสสุปีติ ทฺวาทเสตานิ ปทานิ, น ตีณีติ เวทนาสทฺทสฺส ปทตฺตยาวยวตฺตํ สนฺธาย ‘‘สพฺพปเทหี’’ติ วุจฺเจยฺย, น ยุตฺตํ. ‘‘เวทนายา’’ติ หิ วิสุํ ปทํ น กสฺสจิ ปทสฺส อวยโว โหติ, นาปิ สุขาทิปทภาวํ ภชตีติ เตน ลทฺธนาโม กถํ สพฺพปเทหิ ลทฺธนาโม สิยาติ? อธิปฺเปตปฺปการตฺถคมกสฺส ปทสมุทายสฺส ปทตฺตา. ปชฺชติ อวพุชฺฌียติ เอเตนาติ หิ ปทํ, ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา’’ติ เอเตน จ ปทสมุทาเยน ยถาธิปฺเปโต อตฺโถ สมตฺโต วิญฺญายติ, ตสฺมา โส ปทสมุทาโย ‘‘ปท’’นฺติ วุจฺจติ. เอวํ อิตเรปิ เวทิตพฺพา. ตสฺมา เตสํ ติณฺณํ สมุทายานํ อวยเวน ลทฺธนาโม สพฺพปเทหิ ลทฺธนาโมติ ยุตฺโต.
คนฺถโต จ อตฺถโต จาติ เอตฺถ เหตุปทสเหตุกปทาทีหิ สมฺพนฺธตฺตา คนฺถโต จ เหตุอตฺถสเหตุกตฺถาทีหิ สมฺพนฺธตฺตา อตฺถโต จ อญฺญมญฺญสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. สเหตุกเหตุสมฺปยุตฺตทุกา หิ เหตุทุเก เหตูหิ สมฺพนฺธตฺตา เหตุทุกสมฺพนฺธา, เหตุสเหตุกทุโก เหตุทุกสเหตุกทุกสมฺพนฺโธ อุภเยกปทวเสน. ตถา เหตุเหตุสมฺปยุตฺตทุโก เหตุทุกเหตุสมฺปยุตฺตทุกสมฺพนฺโธ, นเหตุสเหตุกทุโก เอกทฺวิปทวเสน เหตุทุกสเหตุกทุกสมฺพนฺโธติ. กณฺณิกา วิยาติ ปุปฺผมยกณฺณิกา วิย. ฆฏา วิยาติ ปุปฺผหตฺถกาทีสุ ปุปฺผาทีนํ สมูโห วิย. กณฺณิกาฆฏาทีสุ หิ ปุปฺผาทีนิ วณฺฏาทีหิ อญฺญมญฺญสมฺพนฺธานิ โหนฺตีติ ตถาสมฺพนฺธตา เอเตสํ ทุกานํ วุตฺตา. ทุกสามญฺญโตติ อญฺเญหิ เหตุทุกาทีหิ ทุกวเสน สมานภาวา. อญฺเญหีติ สารมฺมณทุกาทีหิ. อสงฺคหิโต ปเทโส เยสํ อตฺถิ, เต สปฺปเทสา. เยสํ ปน นตฺถิ, เต นิปฺปเทสา.
‘‘กจฺจิ นุ โภโต กุสล’’นฺติ เอวํ ปุจฺฉิตเมวตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ปุจฺฉิตุํ ‘‘กจฺจิ โภโต อนามย’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา กุสลสทฺโท อนามยตฺโถ โหติ. พาหิติกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๖๑) ภควโต กายสมาจาราทโย วณฺเณนฺเตน ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ‘‘โย โข, มหาราช, กายสมาจาโร อนวชฺโช’’ติ กุสโล กายสมาจาโร วุตฺโต. น หิ ภควโต สุขวิปากํ กมฺมํ อตฺถีติ สพฺพสาวชฺชรหิตา กายสมาจาราทโย กุสลาติ วุตฺตา. กุสเลสุ ธมฺเมสูติ จ โพธิปกฺขิยธมฺมา ‘‘กุสลา’’ติ วุตฺตา. เต จ วิปสฺสนามคฺคผลสมฺปยุตฺตา น เอกนฺเตน สุขวิปากาเยวาติ อนวชฺชตฺโถ กุสลสทฺโท. องฺคปจฺจงฺคานนฺติ กุสลสทฺทโยเคน ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ, องฺคปจฺจงฺคานํ วา นามกิริยาปโยชนาทีสูติ อตฺโถ. นจฺจคีตสฺสาติ จ สามิวจนํ ภุมฺมตฺเถ, นจฺจคีตสฺส วิเสเสสูติ วา โยเชตพฺพํ. กุสลานํ ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ ปุญฺญวิปากนิพฺพตฺตกกมฺมํ ‘‘กุสล’’นฺติ วุตฺตํ. ธมฺมา โหนฺตีติ สุญฺญธมฺมตฺตา สภาวมตฺตา โหนฺตีติ อตฺโถ. เอวํ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสีติ เอตฺถาปิ สุญฺญตตฺโถ ธมฺมสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ.
สลยนฺติ…เป… วิทฺธํเสนฺตีติ เอตฺถ ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อตฺถวจนํ. อถ วา สลนสฺส อตฺถทีปนานิ จลนาทีนิ ตีณิ ตทงฺคปฺปหานาทีหิ โยเชตพฺพานิ. อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน สยมานา อกุสลา ธมฺมา ราคาทิอสุจิสมฺปโยคโต นานาวิธทุกฺขเหตุโต จ กุจฺฉิเตน อากาเรน สยนฺติ. ญาณวิปฺปยุตฺตานมฺปิ ญาณํ อุปนิสฺสยปจฺจโย โหตีติ สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา กุเสน ญาเณน ปวตฺเตตพฺพาติ กุสลา. อุปฺปนฺนํสานุปฺปนฺนํสภาเคสุ สงฺคหิตตฺตา อุภยภาคคตํ สํกิเลสปกฺขํ ปหานานุปฺปาทเนหิ ลุนนฺติ สมฺมปฺปธานทฺวยํ วิย.
สตฺตาทิคาหกานํ จิตฺตานํ โคจรา สตฺตาทโย วิย ปญฺญาย อุปปริกฺขิยมานา น นิสฺสภาวา, กินฺตุ อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา. น จ ธาริยมานสภาวา อญฺโญ ธมฺโม นาม อตฺถิ. น หิ รุปฺปนาทีหิ อญฺเญ รูปาทโย, กกฺขฬาทีหิ จ อญฺเญ ปถวีอาทโย ธมฺมา วิชฺชนฺตีติ. อญฺญถา ปน อวโพเธตุํ น สกฺกาติ นามวเสน วิญฺญาตาวิญฺญาเต สภาวธมฺเม อญฺเญ วิย กตฺวา ‘‘อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตี’’ติ วุตฺตํ. สปฺปจฺจยธมฺเมสุ วิเสสํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธารียนฺติ วา ปจฺจเยหี’’ติ อาห. ธารียนฺตีติ อุปธารียนฺติ, ลกฺขียนฺตีติ อตฺโถ.
อกุสลาติ กุสลปฏิเสธนมตฺตํ กุสลาภาวมตฺตวจนํ ตทญฺญมตฺตวจนํ วา เอตํ น โหติ, กินฺตุ ตปฺปฏิปกฺขวจนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘มิตฺตปฏิปกฺขา อมิตฺตา วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตปฺปฏิปกฺขวจนตา จ อพฺยากตตติยราสิวจเนน วิญฺญายติ. ยทิ หิ กุสลาภาวมตฺตวจนํ อกุสลสทฺโท, เตน น โกจิ ธมฺโม วุตฺโตติ อพฺยากตวจเนเนว จ ตติโย ราสิ วุตฺโต น สิยา, กุสลา เจว ธมฺมา อพฺยากตา จาติ ทุโกวายํ อาปชฺชติ, น ติโก, เอวญฺจ สติ อกุสลวจเนน น โกจิ อตฺโถ. อถ สิยา, ‘‘อนพฺยากตา’’ติ จ วตฺตพฺพํ สิยา กุสลานํ วิย อพฺยากตานญฺจ อภาวมตฺตสมฺภวา, ตสฺมา อภาวมตฺตวจเน อพฺยากตภาวมตฺตํ วิย กุสลาภาวมตฺตํ อกุสลํ น โกจิ ราสีติ ‘‘อพฺยากตา’’ติ ตติโย ราสิ น สิยา. ตติยราสิภาเวน จ อพฺยากตา วุตฺตาติ อกุสโล จ เอโก ราสีติ วิญฺญายติ. ตสฺมา นาภาววจนตา, สภาวธารณาทิอตฺเถน ธมฺมสทฺเทน สมานาธิกรณภาวโต จ อกุสลสทฺทสฺส กุสลาภาวมตฺตวจนตา น โหติ, นาปิ ตทญฺญมตฺตวจนตา ตติยราสิวจนโต เอว. ยทิ หิ กุสเลหิ อญฺเญ อกุสลา เจตสิเกหิ อญฺเญ อเจตสิกา วิย, กุสลากุสลวจเนหิ สพฺเพสํ ธมฺมานํ สงฺคหิตตฺตา อสงฺคหิตสฺส ตติยราสิสฺส อภาวา เจตสิกทุโก วิย อยญฺจ ทุโก วตฺตพฺโพ สิยา ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา’’ติ, น ‘‘อพฺยากตา’’ติ ตติโย ราสิ วตฺตพฺโพ, วุตฺโต จ โส, ตสฺมา น ตทญฺญมตฺตวจนํ อกุสลสทฺโท, ปาริเสเสน ตปฺปฏิปกฺเขสุ อ-การสฺส ปโยคทสฺสนโต โลเก ‘‘อมิตฺตา’’ติ สาสเน ‘‘อโลโภ’’ติ อิธาปิ ตปฺปฏิปกฺขวจนตา อกุสลสทฺทสฺส สิทฺธา, ตตฺถ นิรุฬฺหตฺตา จ น อิตรวจนตา, ตปฺปฏิปกฺขภาโว จ วิรุทฺธสภาวตฺตา ตปฺปเหยฺยภาวโต จ เวทิตพฺโพ, น กุสลวินาสนโต. น หิ กุสลา อกุสเลหิ ปหาตพฺพา, มหาพลวตาย ปน กุสลาเยว ปโยคนิปฺผาทิตา สทานุสยิเต อกุสเล ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทวเสน ปชหนฺตีติ.
น พฺยากตาติ อกถิตา. กถํ ปเนเต อกถิตา โหนฺติ, นนุ ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา’’ติอาทีหิ ติกทุกปเทหิ จกฺขุวิญฺญาณาทิวจเนหิ ผสฺสาทิวจเนหิ จ กถิตาติ? โน น กถิตา, ตานิ ปน วจนานิ อิธ อนธิปฺเปตานิ อวุตฺตตฺตา อนนุวตฺตนโต. น หิ ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา’’ติอาทึ วตฺวา ‘‘อพฺยากตา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา น ตานิ อิธ อนุวตฺตนฺตีติ ตพฺพจนียภาเวน อกถิตตา น โหติ, กุสลากุสลวจนานิ ปน อิธ วุตฺตตฺตา อนุวตฺตนฺตีติ ตพฺพจนียภาเวน อกถิตตา ญายตีติ ‘‘กุสลากุสลภาเวน อกถิตาติ อตฺโถ’’ติ อาห. น พฺยากตาติ วา อวิปากา, อพฺยากตวจเนเนว จ อวิปากตฺถา ญายนฺติ. น หิ ภควโต วจนํ ญาปกสาธนียํ, อาสยานุสยจริยาทิกุสเลน ภควตา เยสํ อวโพธนตฺถํ ธมฺมา วุตฺตา เตสํ วจนานนฺตรํ ตทตฺถปฏิเวธโต, ปจฺฉิเมหิ ปน ยถา เตสํ อวโพธนตฺถํ ภควตา ตํ ตํ วจนํ วุตฺตํ, ยถา จ เตหิ ตทตฺโถ ปฏิวิทฺโธ, ตํ สพฺพํ อาจริเย ปยิรุปาสิตฺวา สุตฺวา เวทิตพฺพํ โหติ, ตสฺมา การณํ อวตฺวา ‘‘กุสลากุสลภาเวน อกถิตาติ อตฺโถ’’ติ อาห. โย จ วเทยฺย ‘‘อกุสลวิปากภาเวน อกถิตตฺตา, กุสลา อพฺยากตาติ อาปชฺชนฺติ, กุสลวิปากภาเวน อกถิตตฺตา อกุสลาปี’’ติ, โสปิ ‘‘อญฺญาปกสาธนียวจโน ภควา’’ติ นิวาเรตพฺโพ อนุวตฺตมานวจนวจนียภาเวน อกถิตสฺส จ อพฺยากตภาวโต. น หิ อวิปากวจนํ วุตฺตํ กุสลวจนญฺจ อวุตฺตํ, ยโต อวิปากวจนสฺส อธิกตภาโว กุสลสฺส จ ตพฺพจนียภาเวน อกถิตภาโว สิยา, ตสฺมา น กุสลานํ อพฺยากตตา, เอวํ อกุสลานญฺจ อนพฺยากตภาเว โยชนา กาตพฺพา.
อถ วา วิ-สทฺโท วิโรธวจโน, อา-สทฺโท อภิมุขภาวปฺปกาสโน, ตสฺมา อตฺตโน ปจฺจเยหิ อญฺญมญฺญวิโรธาภิมุขา กตา, ลกฺขณวิโรธโต วินาสกวินาสิตพฺพโต จาติ พฺยากตา, กุสลากุสลา. น พฺยากตาติ อพฺยากตา. เต หิ ลกฺขณโต กุสลากุสลา วิย วิรุทฺธา น โหนฺติ. น หิ อวิปากตา ทุกฺขวิปากตา วิย สุขวิปากตาย สุขวิปากตา วิย จ ทุกฺขวิปากตาย สุขทุกฺขวิปากตาหิ วิรุชฺฌตีติ นาปิ เต กิญฺจิ ปชหนฺติ, น จ เต เกนจิ ปหาตพฺพาติ อยเมตฺถ อตฺตโนมติ.
อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณาติ เอตฺถ นตฺถิ เอเตสํ อวชฺชนฺติ อนวชฺชา, ครหิตพฺพภาวรหิตา นิทฺโทสาติ อตฺโถ. เตน เนสํ อครหิตพฺพภาวํ ทสฺเสติ, น คารยฺหวิรหมตฺตํ. อญฺเญปิ อตฺถิ นิทฺโทสา อพฺยากตาติ อนวชฺชวจนมตฺเตน เตสมฺปิ กุสลตาปตฺติโทสํ ทิสฺวา ตํ ปริหริตุํ สุขวิปากวจนํ อาห. อวชฺชปฏิปกฺขา วา อิธ อนวชฺชาติ วุตฺตา, น พาหิติกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๖๑) วิย ปฏิปฺปสฺสทฺธาวชฺชา วิรหิตาวชฺชมตฺตา วา, ตสฺมา อนวชฺชวจเนน อวชฺชวินาสนภาโว ทสฺสิโต. อพฺยากเตหิ ปน วิสิฏฺฐํ กุสลากุสลานํ สาธารณํ สวิปากตาลกฺขณนฺติ ตสฺมึ ลกฺขเณ วิเสสทสฺสนตฺตํ สุขวิปากวจนํ อโวจ. สิทฺโธ หิ ปุริเมเนว อกุสลาพฺยากเตหิ กุสลานํ วิเสโสติ. สุโข วิปาโก เอเตสนฺติ สุขวิปากา. เตน กุสลากุสลานํ สามญฺเญ วิปากธมฺมภาเว สุขวิปากวิปจฺจนสภาวํ ทสฺเสติ, น เตสํ สุขวิปากสพฺภาวเมว. อนวชฺชา จ เต สุขวิปากา จาติ อนวชฺชสุขวิปากา. กุสลา ลกฺขียนฺติ เอเตนาติ ลกฺขณํ, อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณํ เอเตสนฺติ อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณา. นนุ เต เอว กุสลา อนวชฺชสุขวิปากา, กถํ เต สยเมว อตฺตโน ลกฺขณํ โหนฺตีติ? วิญฺญาตาวิญฺญาตสทฺทตฺถภาเวน ลกฺขณลกฺขิตพฺพภาวยุตฺติโต. กุสลสทฺทตฺถวเสน หิ อวิญฺญาตา กุสลา ลกฺขิตพฺพา โหนฺติ, อนวชฺชสุขวิปากสทฺทตฺถภาเวน วิญฺญาตา ลกฺขณนฺติ ยุตฺตเมตํ. อถ วา ลกฺขียตีติ ลกฺขณํ, สภาโว. อนวชฺชสุขวิปากา จ เต ลกฺขณญฺจาติ อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณา, อนวชฺชสุขวิปากา หุตฺวา ลกฺขิยมานา สภาวา กุสลา นามาติ อตฺโถ.
อถ วา อนวชฺชวจเนน อนวชฺชตฺตํ อาห, สุขวิปากวจเนน สุขวิปากตฺตํ, ตสฺมา อนวชฺชญฺจ สุขวิปาโก จ อนวชฺชสุขวิปากํ, ตํ ลกฺขณํ เอเตสํ กรณตฺเถ จ กมฺมตฺเถ จ ลกฺขณสทฺเท สภาวภูตนฺติ อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณา, อนวชฺชสุขวิปากสภาเวน ลกฺขิยมานา ตํสภาววนฺโต จ กุสลาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อนวชฺชวจเนน ปวตฺติสุขตํ กุสลานํ ทสฺเสติ, สุขวิปากวจเนน วิปากสุขตํ. ปุริมญฺหิ อตฺตโน ปวตฺติสภาววเสน ลกฺขณตาวจนํ, ปจฺฉิมํ กาลนฺตเร วิปากุปฺปาทนสมตฺถตายาติ. ตถา ปุริเมน กุสลานํ อตฺตสุทฺธึ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน วิสุทฺธวิปากตํ. ปุริเมน จ กุสลํ อกุสลสภาวโต นิวตฺเตติ, ปจฺฉิเมน อพฺยากตสภาวโต สวิปากตฺตทีปกตฺตา ปจฺฉิมสฺส. ปุริเมน วา วชฺชปฏิปกฺขภาวทสฺสนโต กิจฺจฏฺเฐน รเสน อกุสลวิทฺธํสนรสตํ ทีเปติ, ปจฺฉิเมน สมฺปตฺติอตฺเถน อิฏฺฐวิปากรสตํ. ปุริเมน จ อุปฏฺฐานาการฏฺเฐน ปจฺจุปฏฺฐาเนน โวทานปจฺจุปฏฺฐานตํ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน ผลตฺเถน สุขวิปากปจฺจุปฏฺฐานตํ. ปุริเมน จ โยนิโสมนสิการํ กุสลานํ ปทฏฺฐานํ วิภาเวติ. ตโต หิ เต อนวชฺชา ชาตาติ. ปจฺฉิเมน กุสลานํ อญฺเญสํ ปทฏฺฐานภาวํ ทสฺเสติ. เต หิ สุขวิปากสฺส การณํ โหนฺตีติ. เอตฺถ จ สุขวิปากสทฺเท สุขสทฺโท อิฏฺฐปริยายวจนนฺติ ทฏฺฐพฺโพ. อิฏฺฐจตุกฺขนฺธวิปากา หิ กุสลา, น สุขเวทนาวิปากาว. สงฺขารทุกฺโขปสมสุขวิปากตาย จ สมฺภโว เอว นตฺถิ. น หิ ตํวิปาโกติ. ยทิ ปน วิปากสทฺโท ผลปริยายวจนํ, นิสฺสนฺทวิปาเกน อิฏฺฐรูเปนาปิ สุขวิปากตา โยเชตพฺพา.
สาวชฺชทุกฺขวิปากลกฺขณาติ เอตฺถ จ วุตฺตวิธิอนุสาเรน อตฺโถ จ โยชนา จ ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺพา. วิปาการหตา กุสลากุสลานํ ลกฺขณภาเวน วุตฺตา, ตพฺภาเวน อกถิตา อพฺยากตา อวิปาการหสภาวา โหนฺตีติ อาห ‘‘อวิปากลกฺขณา อพฺยากตา’’ติ. ยเถว หิ สุขทุกฺขวิปาการหา สุขทุกฺขวิปากาติ เอวํลกฺขณตา กุสลากุสลานํ วุตฺตา, เอวมิธาปิ อวิปาการหา อวิปากาติ เอวํลกฺขณตา อพฺยากตานํ วุตฺตา. ตสฺมา ‘‘อโหสิ กมฺมํ นาโหสิ กมฺมวิปาโก น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก นตฺถิ กมฺมวิปาโก, อตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กมฺมวิปาโก น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก, ภวิสฺสติ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๔) เอวํปการานํ กุสลากุสลานํ กุสลากุสลภาวานาปตฺติ อพฺยากตภาวาปตฺติ วา น โหติ. น หิ เต สุขทุกฺขวิปาการหา น โหนฺติ วิปากธมฺมตฺตา, อวิปาการหา วา น โหนฺติ อวิปากธมฺมตฺตาภาวาติ.
กุสลาติ วา ธมฺมาติ วาติอาทีนีติ กุสลธมฺมปทานิ เทฺว, อกุสลธมฺมปทานิ เทฺว, อพฺยากตธมฺมปทานิ เทฺวติ. เอกตฺถนานตฺถานีติ วิสุํ วิสุํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ อญฺญมญฺญาเปกฺขํ เอกตฺถนานตฺถตํ โจเทติ, น ฉนฺนํ. โทสเมตฺถ วตฺตุกาโม โจทโก ปุจฺฉตีติ ญตฺวา อาจริโย อาห ‘‘กิญฺเจตฺถา’’ติ. เอตฺถ เอกตฺถนานตฺถตายํ กิญฺจิ วตฺตพฺพํ อสมตฺตา เต โจทนา, อวสิฏฺฐํ ตาว พฺรูหีติ วุตฺตํ โหติ. ยทิ เอกตฺถานิ อินฺทสกฺกสทฺทานํ วิย สทฺทมตฺเต เอว เภโท, เอวํ กุสลธมฺมสทฺทานํ, น อตฺเถติ. ยถา ‘‘อินฺโท สกฺโก’’ติ วุตฺเต ‘‘อินฺโท อินฺโท’’ติ วุตฺตสทิสํ โหติ, เอวํ ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติ อิทํ วจนํ ‘‘กุสลา กุสลา’’ติ วุตฺตสทิสํ โหติ. เอวํ อิตเรสุปิ ‘‘อกุสลา อกุสลา’’ติ วุตฺตสทิสตา ‘‘อพฺยากตา อพฺยากตา’’ติ วุตฺตสทิสตา จ โยเชตพฺพา. อถ นานตฺถานิ, อินฺทกุเวรสทฺทานํ วิย สทฺทโต อตฺถโต จ กุสลธมฺมสทฺทานํ เภโท, ตถา อกุสลธมฺมสทฺทาทีนนฺติ ฉหิ ปเทหิ จตูหิ ปเทหิ จ ฉ จตฺตาโร จ อตฺถา ภินฺนา วุตฺตาติ กุสลตฺติกาทีนํ กุสลฉกฺกาทิภาโว, เหตุทุกาทีนญฺจ เหตุจตุกฺกาทิภาโว อาปชฺชตีติ.
นนุ ติณฺณํ ธมฺมสทฺทานํ ติณฺณํ อินฺทสทฺทานํ วิย รูปาเภทา อตฺถาเภโทติ ฉกฺกภาโว น ภวิสฺสติ, ตสฺมา เอวมิทํ วตฺตพฺพํ สิยา ‘‘ติกทุกานํ จตุกฺกติกภาโว อาปชฺชตี’’ติ, น วตฺตพฺพํ, ติณฺณํ ธมฺมสทฺทานํ เอกตฺถานํ ติณฺณํ อินฺทสทฺทานํ วิย วจเน ปโยชนาภาวา วุตฺตานํ เตสํ มาสสทฺทานํ วิย อภินฺนรูปานญฺจ อตฺถเภโท อุปปชฺชตีติ, เอวมปิ ยถา เอโก มาสสทฺโท อภินฺนรูโป กาลํ อปรณฺณวิเสสํ สุวณฺณมาสญฺจ วทติ, เอวํ ธมฺมสทฺโทปิ เอโก ภินฺเน อตฺเถ วตฺตุมรหตีติ กาลาทีนํ มาสปทตฺถตาย วิย ตพฺพจนียภินฺนตฺถานํ ธมฺมปทตฺถตาย อเภโทติ จตุกฺกติกภาโว เอว อาปชฺชตีติ, นาปชฺชติ เอกสฺส สทฺทสฺส ชาติคุณกิริยาภินฺนานํ อนภิธานโต. น หิ มาส-สทฺโท เอโก ชาติภินฺนานํ กาลาทีนํ อนฺตเรน สรูเปกเสสํ วาจโก โหติ. อิธ จ ยทิ สรูเปกเสโส กโต สิยา, ทุติโย ตติโย จ ธมฺม-สทฺโท น วตฺตพฺโพ สิยา, วุตฺโต จ โส, ตสฺมา กุสลาทิ-สทฺทา วิย อภินฺนกุสลาทิชาตีสุ รูปสามญฺเญปิ มาส-สทฺทา วิย ตโย วินิวตฺตอญฺญชาตีสุ วตฺตมานา ตโย เทฺว จ ธมฺม-สทฺทา อาปนฺนาติ ติกทุกานํ ฉกฺกจตุกฺกภาโว เอว อาปชฺชตีติ.
ปทานญฺจ อสมฺพนฺโธติ กุสลธมฺมปทานํ อญฺญมญฺญํ ตถา อกุสลธมฺมปทานํ อพฺยากตธมฺมปทานญฺจ อสมฺพนฺโธ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนญฺหิ อิจฺฉิโต สมฺพนฺโธ, น สพฺเพสํ ฉนฺนํ จตุนฺนํ วา อญฺญมญฺญนฺติ. อิทํ ปน กสฺมา โจเทติ, นนุ นานตฺถตฺเต สติ อตฺถนฺตรทสฺสนตฺถํ วุจฺจมาเนสุ ธมฺม-สทฺเทสุ กุสลากุสลาพฺยากต-สทฺทานํ วิย อสมฺพนฺโธ วุตฺโต ยุตฺโต เอวาติ? สจฺจเมตํ, อสมฺพนฺธํ ปน สิทฺธํ กตฺวา ปุริมโจทนา กตา ‘‘ติกทุกานํ ฉกฺกจตุกฺกภาโว อาปชฺชตี’’ติ, อิธ ปน ตํ อสมฺพนฺธํ สาเธตุํ อิทํ โจทิตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา เอวเมตฺถ โยชนา กาตพฺพา – ยทิ ปน ฉกฺกจตุกฺกภาวํ น อิจฺฉสิ, ปทานํ สมฺพนฺเธน ภวิตพฺพํ ยถาวุตฺตนเยน, โส จ สมานวิภตฺตีนํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ สมฺพนฺโธ เอกตฺถตฺเต สติ ยุชฺเชยฺย, ตฺวํ ปน นานตฺถตํ วทสีติ ปทานญฺจ เต อสมฺพนฺโธ อาปชฺชติ, เนว นาปชฺชตีติ. นิยมนตฺโถ จ-สทฺโท. ปุพฺพาปร…เป… นิปฺปโยชนานิ นาม โหนฺตีติ ฉกฺกจตุกฺกภาวํ อนิจฺฉนฺตสฺส, นานตฺถตํ ปน อิจฺฉนฺตสฺสาติ อธิปฺปาโย. อวสฺสญฺจ สมฺพนฺโธ อิจฺฉิตพฺโพ ปุพฺพาปรวิโรธาปตฺติโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาปิ เจสา’’ติอาทิมาห. ปุจฺฉา หิ ปทวิปลฺลาสกรเณน ธมฺมา เอว กุสลาติ กุสลธมฺม-สทฺทานํ อิธ อุทฺทิฏฺฐานํ เอกตฺถตํ ทีเปติ, ตว จ นานตฺถตํ วทนฺตสฺส เนว หิ ธมฺมา กุสลาติ กตฺวา ตายปิ ปุจฺฉาย วิโรโธ อาปชฺชติ, วุจฺจติ จ ตถา สา ปุจฺฉาติ น นานตฺถตา ยุชฺชติ.
อปโร นโยติ ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติอาทีนํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ เอกตฺถตฺตเมว ติณฺณํ ธมฺมสทฺทานํ เอกตฺถนานตฺถตฺเตหิ โจเทติ. ติณฺณํ ธมฺมานํ เอกตฺตาติอาทิมฺหิ ยถา ตีหิ อินฺท-สทฺเทหิ วุจฺจมานานํ อินฺทตฺถานํ อินฺทภาเวน เอกตฺตา ตโต อนญฺเญสํ สกฺกปุรินฺททสหสฺสกฺขสทฺทตฺถานํ เอกตฺตํ, เอวํ ติณฺณํ ธมฺม-สทฺทตฺถานํ ธมฺมภาเวน เอกตฺตา ตโต อนญฺเญสํ กุสลากุสลาพฺยากต-สทฺทตฺถานํ เอกตฺตํ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. ธมฺโม นาม ภาโวติ สภาวธารณาทินา อตฺเถน ธมฺโมติ วุตฺโต, โส จ สภาวสฺเสว โหติ, นาสภาวสฺสาติ อิมินา อธิปฺปาเยน วทติ. โหตุ ภาโว, ตโต กินฺติ? ยทิ ติณฺณํ ธมฺมสทฺทานํ นานตฺถตา, ตีสุ ธมฺเมสุ โย โกจิ เอโก ธมฺโม ภาโว, ตโต อนญฺญํ กุสลํ อกุสลํ อพฺยากตํ วา เอเกกเมว ภาโว. ภาวภูตา ปน ธมฺมา อญฺเญ เทฺว อภาวา โหนฺตีติ เตหิ อนญฺเญ กุสลาทีสุ เทฺว เย เกจิ อภาวา. โยปิ จ โส เอโก ธมฺโม ภาโวติ คหิโต, โสปิ สมานรูเปสุ ตีสุ ธมฺมสทฺเทสุ อยเมว ภาวตฺโถ โหตีติ นิยมสฺส อภาวา อญฺญสฺส ภาวตฺถตฺเต สติ อภาโว โหตีติ ตโต อนญฺญสฺสปิ อภาวตฺตํ อาปนฺนนฺติ กุสลาทีนํ สพฺเพสมฺปิ อภาวตฺตาปตฺติ โหติ. น หิ อินฺทสฺส อมนุสฺสตฺเต ตโต อนญฺเญสํ สกฺกาทีนํ มนุสฺสตฺตํ อตฺถีติ.
นนุ เอวมปิ เอกสฺส ภาวตฺตํ วินา อญฺเญสํ อภาวตฺตํ น สกฺกา วตฺตุํ, ตตฺถ จ เอเกเนว ภาเวน ภวิตพฺพนฺติ นิยมาภาวโต ติณฺณมฺปิ ภาวตฺเต สิทฺเธ เตหิ อนญฺเญสํ กุสลาทีนมฺปิ ภาวตฺตํ สิทฺธํ โหตีติ? น โหติ ติณฺณํ ธมฺม-สทฺทานํ นานตฺถภาวสฺส อนุญฺญาตตฺตา. น หิ ติณฺณํ ภาวตฺเต นานตฺถตา อตฺถิ, อนุญฺญาตา จ สา ตยาติ. นนุ ติณฺณํ ธมฺมานํ อภาวตฺเตปิ นานตฺถตา น สิยาติ? มา โหตุ นานตฺถตา, ตว ปน นานตฺถตํ ปฏิชานนฺตสฺส ‘‘เอโส โทโส’’ติ วทามิ, น ปน มยา นานตฺถตา เอกตฺถตา วา อนุญฺญาตาติ กุโต เม วิโรโธ สิยาติ. อถ วา อภาวตฺตํ อาปนฺเนหิ ธมฺเมหิ อนญฺเญ กุสลาทโยปิ อภาวา เอว สิยุนฺติ อิทํ วจนํ อนิยเมน เย เกจิ เทฺว ธมฺมา อภาวตฺตํ อาปนฺนา, เตหิ อนญฺเญสํ กุสลาทีสุ เยสํ เกสญฺจิ ทฺวินฺนํ กุสลาทีนํ อภาวตฺตาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ เอกสฺส ภาวตฺตา. ยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘เตหิ จ อญฺโญ กุสลปโรปิ อภาโว สิยา’’ติ, ตํ อนิยมทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น สพฺเพสํ อภาวสาธนตฺถํ. อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ อกุสลปรสฺส วา อพฺยากตปรสฺส วา ธมฺมสฺส ภาวตฺเต สติ เตหิ อญฺโญ กุสลปโรปิ อภาโว สิยาติ.
สพฺพเมตํ อการณนฺติ เอตฺถ การณํ นาม ยุตฺติ. กุสลกุสลสทฺทานํ วิย เอกนฺตเอกตฺถตํ, กุสลรูปจกฺขุม-สทฺทานํ วิย เอกนฺตนานตฺถตญฺจ วิกปฺเปตฺวา ยายํ ปุนรุตฺติ ฉกฺกจตุกฺกาปตฺติ อสมฺพนฺธวิโรธาภาวาปตฺติ โทสาโรปนยุตฺติ วุตฺตา, สพฺพา สา อยุตฺติ, ตถา เอกตฺถนานตฺถตาภาวโตติ วุตฺตํ โหติ. ยา ยา อนุมติ ยถานุมติ อนุมติยา อนุมติยา โวหารสิทฺธิโต. อนุมติยา อนุรูปํ วา ยถานุมติ, ยถา อนุมติ ปวตฺตา, ตถา ตทนุรูปํ โวหารสิทฺธิโตติ อตฺโถ. อนุมติ หิ วิเสสนวิเสสิตพฺพาภาวโต อจฺจนฺตมภินฺเนสุ กตฺถจิ กิริยาคุณาทิปริคฺคหวิเสเสน อวิวฏสทฺทตฺถวิวรณตฺถํ ปวตฺตา ยถา ‘‘สกฺโก อินฺโท ปุรินฺทโท’’ติ. กตฺถจิ อจฺจนฺตํ ภินฺเนสุ ยถา ‘‘ธโว ขทิโร ปลาโส จ อานียนฺตู’’ติ. กตฺถจิ วิเสสนวิเสสิตพฺพภาวโต เภทาเภทวนฺเตสุ เสยฺยถาปิ ‘‘นีลุปฺปลํ ปณฺฑิตปุริโส’’ติ, ตาย ตาย อนุมติยา ตทนุรูปญฺจ เต เต โวหารา สิทฺธา. ตสฺมา อิหาปิ กุสลธมฺม-สทฺทานํ วิเสสนวิเสสิตพฺพภาวโต วิเสสตฺถสามญฺญตฺถปริคฺคเหน สมาเน อตฺเถ เภทาเภทยุตฺเต ปวตฺติ อนุมตาติ ตาย ตาย อนุมติยา ตทนุรูปญฺจ สิทฺโธ เอโส โวหาโร. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สพฺพเมตํ อการณ’’นฺติ.
อตฺตโน อตฺตโน อตฺถวิเสสํ ตสฺส ทีเปนฺตีติ อตฺตนา ปริคฺคหิตํ อตฺตนา วุจฺจมานํ อนวชฺชสุขวิปากาทิกุสลาทิภาวํ ธมฺม-สทฺทสฺส ทีเปนฺติ ตทตฺถสฺส ตพฺภาวทีปนวเสนาติ อธิปฺปาโย. น หิ ธมฺม-สทฺโท กุสลาทิภาโว โหตีติ. อิมินาวาติ ‘‘ธมฺม-สทฺโท ปริยตฺติอาทีสุ ทิสฺสตี’’ติอาทินา ‘‘อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตี’’ติอาทินา จ นเยน. โส หิ สพฺพตฺถ สมาโน, น กุสล-สทฺโท อาโรคฺยาทีสุ ทิสฺสตีติ ‘‘กุจฺฉิเต สลยนฺตี’’ติอาทิโก, โส จ วิเสสนโย ‘‘อิโต ปรํ วิเสสมตฺตเมว วกฺขามา’’ติ เอเตน อปนีโตติ ทฏฺฐพฺโพ. น หิ กุสลาทิวิเสสํ คเหตฺวา ปวตฺตา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติอาทโย วิเสสาติ.
๒. สุขสฺส จ ปหานาติ เอตฺถ สุขินฺทฺริยํ ‘‘สุข’’นฺติ วุตฺตํ, ตญฺจ สุขเวทนาว โหตีติ ‘‘สุขเวทนายํ ทิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ, น ปน ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, เวทนา สุขา เวทนา’’ติเอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๔๙ อาทโย) สุข-สทฺโท วิย สุขเวทนาสทฺเทน สมานตฺถตฺตา. อยญฺหิ สุขินฺทฺริยตฺโถ สุข-สทฺโท กายสุขนํ กายานุคฺคหํ สาตวิเสสํ คเหตฺวา ปวตฺโต, น ปน สุขา เวทนา ‘‘ยํ กิญฺจิ เวทนํ เวเทติ สุขํ วา (ม. นิ. ๑.๔๐๙), โย สุขํ ทุกฺขโต’’ติเอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๕๓) สุข-สทฺโท วิย สาตสามญฺญํ คเหตฺวา ปวตฺโตติ. ยสฺมึ สติ สุขเหตูนํ ปวตฺติ, ตํ สุขมูลํ. พุทฺธุปฺปาเท จ กามสมติกฺกมาทิเก วิราเค จ สติ สุขเหตูนํ ปุญฺญปสฺสทฺธิอาทีนํ ปวตฺติ โหตีติ ตํ ‘‘สุขมูลํ สุข’’นฺติ วุตฺตํ. สุขสฺส จ อารมฺมณตฺตา ‘‘รูปํ สุข’’นฺติ วุตฺตํ. ปุญฺญานีติ ยทิทํ วจนํ, ตํ สุขสฺส จ อธิวจนํ อิฏฺฐวิปากสฺส อธิวจนํ ตทตฺถสฺส อิฏฺฐวิปากวิปจฺจนโตติ อตฺโถ. สุขปจฺจยานํ รูปาทีนํ อิฏฺฐานํ ฐานํ โอกาโส สคฺคา นนฺทนญฺจาติ ‘‘สุขา สคฺคา สุขํ นนฺทน’’นฺติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐธมฺเมติ อิมสฺมึ อตฺตภาเว. สุขวิหาราติ ปฐมชฺฌานวิหาราที. นีวรณาทิพฺยาพาธรหิตตฺตา ‘‘อพฺยาพชฺฌา’’ติ วุตฺตา. สพฺพสงฺขารทุกฺขนิพฺพาปนโต ตํนิโรธตฺตา วา ‘‘นิพฺพานํ สุข’’นฺติ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘อทุกฺขมสุขํ สนฺตํ, สุขมิจฺเจว ภาสิต’’นฺติ อทุกฺขมสุเข. ‘‘เทฺวปิ มยา, อานนฺท, เวทนา วุตฺตา ปริยาเยน สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๖๗) สุโขเปกฺขาสุ จ อิฏฺฐาสูติ เอวมาทีสุ ปวตฺติ สงฺคหิตา.
ทุกฺขวตฺถูติ ทุกฺขสฺส โอกาโส. อตฺตโน ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชมานมฺปิ หิ ตํ ทุกฺขํ ชาติอาทีสุ วิชฺชมาเนสุ ตพฺพตฺถุกํ หุตฺวา อุปฺปชฺชติ. ทุกฺขปจฺจเยติ ทุกฺขเหตุมฺหิ, ทุกฺขสฺส ชนเกติ อตฺโถ. ทุกฺขปจฺจยฏฺฐาเนติ ทุกฺขชนกกมฺมสฺส สหายภูตานํ อนิฏฺฐรูปาทิปจฺจยานํ ฐาเน. ปจฺจยสทฺโท หิ ชนเก ชนกสหาเย จ ปวตฺตตีติ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๑๕, ๔๕-๔๖, ๗๖) สงฺขารทุกฺขาทีสุ ปวตฺติ ทฏฺฐพฺพา. สมฺปยุตฺเต วตฺถุญฺจ กรชกายํ สุขยติ ลทฺธสฺสาเท อนุคฺคหิเต กโรตีติ สุขา. สุขาติ เวทนาสทฺทมเปกฺขิตฺวา สุขภาวมตฺตสฺส อปฺปกาสเนน นปุํสกลิงฺคตา น กตา. สภาวโต สงฺกปฺปโต จ ยํ อิฏฺฐํ, ตทนุภวนํ อิฏฺฐาการานุภวนํ วา อิฏฺฐานุภวนํ.
สมนฺติ อวิสมํ. สมา เอกีภาวูปคตา วิย ยุตฺตา, สมํ วา สห ยุตฺตาติ โยเชตพฺพํ. เอกุปฺปาทาติ เอโก สมาโน อุปฺปาโท เอเตสนฺติ เอกุปฺปาทา, สมานปจฺจเยหิ สหุปฺปตฺติกาติ อตฺโถ. สหุปฺปตฺติกานํ รูปารูปานญฺจ อญฺญมญฺญสมฺปยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ ‘‘เอกนิโรธา’’ติ วุตฺตํ, เย สมานุปฺปาทา สมานนิโรธา จ, เต สมฺปยุตฺตาติ รูปารูปานํ อญฺญมญฺญสมฺปโยโค นิวาริโต โหติ. เอวมปิ อวินิพฺโภครูปานํ อญฺญมญฺญสมฺปยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ ‘‘เอกวตฺถุกา’’ติ วุตฺตํ, เย เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา เอกวตฺถุกา จ, เต สมฺปยุตฺตาติ. เอวมปิ อวินิพฺโภครูเปสุ เอกํ มหาภูตํ เสสมหาภูโตปาทารูปานํ นิสฺสยปจฺจโย โหตีติ เตน ตานิ เอกวตฺถุกานีติ, จกฺขาทินิสฺสยภูตานิ วา ภูตานิ เอกํ วตฺถุ เอเตสุ สนฺนิสฺสิตนฺติ เอกวตฺถุกานีติ กปฺเปนฺตสฺส เตสํ สมฺปยุตฺตตาปตฺติ สิยาติ ตนฺนิวารณตฺถํ ‘‘เอการมฺมณา’’ติ วุตฺตํ, เย เอกุปฺปาทา…เป… เอการมฺมณา จ โหนฺติ, เต สมฺปยุตฺตาติ. ปฏิโลมโต วา เอการมฺมณาติ วุตฺเต เอกวีถิยญฺจ ปญฺจวิญฺญาณสมฺปฏิจฺฉนานํ นานาวีถิยํ ปรสนฺตาเน จ เอกสฺมึ อารมฺมเณ อุปฺปชฺชมานานํ ภินฺนวตฺถุกานํ สมฺปยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ ‘‘เอกวตฺถุกา’’ติ วุตฺตํ, เย เอกวตฺถุกา หุตฺวา เอการมฺมณา, เต สมฺปยุตฺตาติ. เอวมปิ สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณาทีนํ สมฺปยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ ‘‘เอกนิโรธา’’ติ วุตฺตํ, เย เอกนิโรธา หุตฺวา เอกวตฺถุกา เอการมฺมณา, เต สมฺปยุตฺตาติ. กึ ปน นานุปฺปาทาปิ เอวํ ติวิธลกฺขณา โหนฺติ, อถ เอกุปฺปาทา เอวาติ วิจารณาย เอกุปฺปาทา เอว เอวํ ติวิธลกฺขณา โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เอกุปฺปาทา’’ติ วุตฺตํ.
๓. วิปกฺกภาวมาปนฺนานํ อรูปธมฺมานนฺติ ยถา สาลิพีชาทีนํ ผลานิ ตํสทิสานิ นิพฺพตฺตานิ วิปกฺกานิ นาม โหนฺติ, วิปากนิรุตฺติญฺจ ลภนฺติ, น มูลงฺกุรปตฺตขนฺธนาฬานิ, เอวํ กุสลากุสลานํ ผลานิ อรูปธมฺมภาเวน สารมฺมณภาเวน สุกฺกกณฺหาทิภาเวน จ ตํสทิสานิ วิปกฺกภาวมาปนฺนานีติ วิปากนิรุตฺตึ ลภนฺติ, น รูปธมฺมา กมฺมนิพฺพตฺตาปิ กมฺมาสทิสาติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ชาติชราสภาวาติ ชายนชีรณสภาวา. วิปากปกติกาติ วิปจฺจนปกติกา. วิปจฺจนสภาวตา จ อนุปจฺฉินฺนาวิชฺชาตณฺหามานสนฺตาเน สพฺยาปารตา, เตน อภิญฺญาทิกุสลานํ ภาวนายปหาตพฺพาทิอกุสลานญฺจ วิปากานุปฺปาทเนปิ วิปากธมฺมตา สิทฺธา โหติ. วิปกฺกภาวนฺติ เจตฺถ ภาว-สทฺเทน สภาโว เอว วุตฺโต. ตํ ยถาวุตฺตํ วิปกฺกสภาวํ ทุติยสฺส วุตฺตํ วิปจฺจนสภาวญฺจ คเหตฺวา ‘‘อุภยสภาวปฏิกฺเขปวเสนา’’ติ อาห.
๔. อุเปเตน อาทินฺนา อุปาทินฺนา. กึ ปน ตํ อุเปตํ, เกน จ อุเปตํ, กถญฺจ อุเปตํ, เก จ เตน อาทินฺนาติ? สติ จ โลกุตฺตรานํ เกสญฺจิ อารมฺมณภาเว ตนฺนิวตฺตนตฺถํ อุเปตสทฺทสมฺพนฺธินา อุปย-สทฺเทน วุจฺจมานาหิ จตุพฺพิธุปาทานภูตาหิ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อุเปตํ, เตหิ จ อารมฺมณกรณวเสน อุเปตํ, น สมนฺนาคมวเสน. สติ จ สพฺพเตภูมกธมฺมานํ อุปาทานารมฺมณตฺเต เยหิ วิปากกฏตฺตารูปานิ อเมฺหหิ นิพฺพตฺตตฺตา อมฺหากํ เอตานิ ผลานีติ คณฺหนฺเตหิ วิย อาทินฺนานิ, ตานิ เตภูมกกมฺมานิ กมฺมภาเวน เอกตฺตํ อุปเนตฺวา อุเปตนฺติ อิธ คหิตานิ. เตหิ จ นิพฺพตฺตานิ วิปากกฏตฺตารูปานิ อุปาทินฺนา ธมฺมาติ สพฺพเมตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อารมฺมณกรณวเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยญฺจ อตฺถนโย ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ, น วจนานุปุพฺเพนาติ. เอตฺถาห – ยทิ อารมฺมณกรณวเสน ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อุเปเตน อาทินฺนา อุปาทินฺนา, สพฺพเตภูมกธมฺมา จ ตณฺหาทีนํ อารมฺมณา โหนฺติ, น จ อุเปตสทฺโท กมฺเม เอว นิรุโฬฺห, เตน กมฺมสฺเสว คหเณ การณํ นตฺถิ, ตสฺมา สพฺพเตภูมกธมฺมปจฺจยุปฺปนฺนานํ อวิชฺชาทิเหตูหิ นิพฺพตฺตานํ สงฺขาราทิผลานํ อุปาทินฺนตฺตํ อาปชฺชติ เตสมฺปิ เตหิผลภาเวน คหิตตฺตา. อุป-สทฺเทน จ อุเปตตามตฺตํ โชติตํ, น อารมฺมณกรณํ สมนฺนาคมนิวตฺตกํ, อาทินฺน-สทฺเทน จ คหิตตามตฺตํ วุตฺตํ, น กมฺมสมุฏฺฐานตาวิเสโส. ตสฺมา สพฺพปจฺจยุปฺปนฺนานํ อุปาทินฺนตฺตํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ โพธเนยฺยชฺฌาสยวเสน เทสนาปวตฺติโต. เยสญฺหิ โพธนตฺถํ ‘‘อุปาทินฺนา’’ติ เอตํ วุตฺตํ, เต เตเนว วจเนน ยถาวุตฺตปฺปกาเร ธมฺเม พุชฺฌึสุ, เอตรหิ ปน ตาวตา พุชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺเตน สุตฺวา ตทตฺโถ เวทิตพฺโพติ เอสา อตฺถวิภาวนา กตา ‘‘กมฺมุนา’’ติ.
อยํ ปน อปโร อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – อุป-สทฺโท อุเปตํ ทีเปติ. อยญฺหิ อุป-สทฺโท สมาเส ปยุชฺชมาโน ‘‘อติมาลา’’ติอาทีสุ อติ-สทฺโท วิย อติกฺกมนํ สสาธนํ อุปคมนํ สสาธนํ วทติ, อุปคมนญฺจ อุปาทานอุปโย, เตน อุปคตํ อุเปตํ. กึ ปน ตนฺติ? ยํ อสติ อุปาทาเน น โหติ, ตํ ‘‘อุปาทานปจฺจยา ภโว’’ติ เอวํ วุตฺตํ เตภูมกกมฺมํ ปจฺจยภาเวน ปุริมชาตุปฺปนฺเนน อุปาทาเนน อุปคตตฺตา ‘‘อุเปต’’นฺติ วุจฺจติ. น หิ โกจิ อนุปคฺคมฺม อนิจฺฉนฺโต กมฺมํ กโรตีติ. เตน อุเปเตน กมฺมุนา ปุนพฺภวสฺส อาทานํ โหติ. กมฺมุนา หิ สาสเวน สตฺตา อาทิยนฺติ ปุนพฺภวํ, ตสฺมา อาทาตพฺพภาเวน ปากโฏ ปุนพฺภโว. โส จ อุปปตฺติภโว เตภูมกวิปากกฏตฺตารูปสงฺคโห ‘‘ภวปจฺจยา ชาตี’’ติ เอตฺถ ชาติวจเน สมวรุทฺโธติ อุปาทินฺนวจเนน อุปปตฺติภโว วุจฺจติ, อุปปตฺติภโว จ เตภูมกวิปากกฏตฺตารูปานีติ ธาตุกถายํ ปกาสิตเมตํ. ตสฺมา อุเปเตน อาทินฺนาติ เต เอว ธมฺมา วุจฺจนฺตีติ สิทฺโธ อยมตฺโถติ. อุปาทินฺน-สทฺทสฺส อตฺถํ วตฺวา ตํ วิสฺสชฺเชตฺวา อุปาทานิย-สทฺทสฺส วิสุํ อุปาทินฺนสทฺทานเปกฺขํ อตฺถํ วตฺตุํ ‘‘อารมฺมณภาวํ อุปคนฺตฺวา’’ติอาทิมาห. ตสฺมา เอว อวิเสเสตฺวา ‘‘อุปาทานสฺส อารมฺมณปจฺจยภูตานเมตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ ปน อุปาทานิยํ อุปาทินฺนํ อนุปาทินฺนนฺติ ทุวิธํ. ตสฺมา ตํ วิเสสเนน ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปาทินฺนา จ เต อุปาทานิยา จา’’ติอาทิมาห.
๕. สํกิเลโสติ ทส กิเลสวตฺถูนิ วุจฺจนฺติ. สํกิลิฏฺฐาติ เตหิ วิพาธิตา อุปตาปิตา จ. เต ปน ยสฺมา สํกิเลสสมฺปยุตฺตา เอกุปฺปาทาทีหิ นินฺนานตฺตา เอกีภาวมิว คตา วิสาทีหิ วิย สปฺปิอาทโย วิทูสิตา มลีนา วิพาธิตา อุปตาปิตา จ นาม โหนฺติ, ตสฺมา อาห ‘‘สํกิเลเสน สมนฺนาคตา สํกิลิฏฺฐา’’ติ. สํกิเลสํ อรหนฺตีติ สํกิเลสสฺส อารมฺมณภาเวน ตํ ลทฺธุํ อรหนฺตีติ อตฺโถ. อารมฺมณภาวานติกฺกมนโตติ เอเตน สํกิเลสานติกฺกมนเมว ทสฺเสติ, วตฺถยุคิกสุงฺกสาลิกสทฺทานํ วิย สํกิเลสิก-สทฺทสฺส ปวตฺติ เวทิตพฺพา.
๖. สห วิตกฺเกน โหนฺตีติ วจนเสโส โยเชตพฺโพ อวุจฺจมานสฺสปิ ภวติ-อตฺถสฺส วิญฺญายมานตฺตา. มตฺตาติ ปมาณวาจกํ เอกํ ปทนฺติ คเหตฺวา ‘‘วิจาโรว มตฺตา เอเตส’’นฺติ อตฺโถ วุตฺโต. อญฺญตฺถ อวิปฺปโยคีสุ วิตกฺกวิจาเรสุ วิจาโรว เอเตสํ มตฺตา, ตโต อุทฺธํ วิตกฺเกน สมฺปโยคํ น คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. อยมปโร อตฺโถ – มตฺต-สทฺโท วิเสสนิวตฺติอตฺโถ. สวิตกฺกสวิจารา ธมฺมา หิ วิตกฺกวิสิฏฺเฐน วิจาเรน สวิจารา, เอเต ปน วิจารมตฺเตน วิตกฺกสงฺขาตวิเสสรหิเตน, ตสฺมา ‘‘วิจารมตฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ, วิจารมตฺตวนฺโตติ อตฺโถ. วิจารมตฺตวจเนน อวิตกฺกตฺเต สิทฺเธ อวิตกฺกานํ อญฺเญสมฺปิ อตฺถิภาวโชตนตฺถํ อวิตกฺกวจนํ. อวิตกฺกา หิ วิจารมตฺตา จ สนฺติ อวิจารา จาติ นิวตฺเตตพฺพา คเหตพฺพา จ โหนฺติ, เตสุ อวุจฺจมาเนสุ นิวตฺเตตพฺพคเหตพฺพสฺส อทสฺสิตตฺตา วิจารมตฺตาวอวิตกฺกาติ อาปชฺเชยฺยาติ. วิเสสนวิเสสิตพฺพภาโว ปน ยถากามํ โหตีติ สามญฺเญน อวิตกฺกภาเวน สห วิจารมตฺตตาย ธมฺมวิเสสนภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิตกฺกวิจารมตฺตา’’ติ ปทานุกฺกโม กโต.
อถ วา สวิจารา ทุวิธา สวิตกฺกา อวิตกฺกา จ, เตสุ อวิตกฺเก นิวตฺเตตุํ อาทิปทํ วุตฺตํ. อวิจารา จ ทุวิธา สวิตกฺกา อวิตกฺกา จ, เตสุ สวิตกฺเก นิวตฺเตตุํ ตติยปทํ วุตฺตํ. เย ปน ทฺวีหิปิ นิวตฺติตา อวิตกฺกา สวิตกฺกา จ สวิจารา อวิจารา จ, เตสุ อญฺญตรทสฺสนํ วา กตฺตพฺพํ สิยา อุภยทสฺสนํ วา. อุภยทสฺสเน กริยมาเน ยทิ ‘‘สวิตกฺกสวิจารา’’ติ วุจฺเจยฺย, อาทิปทตฺถตาว อาปชฺชติ. อถ ‘‘อวิตกฺกอวิจารา’’ติ วุจฺเจยฺย, อนฺตปทตฺถตา. อถ ปน ‘‘อวิตกฺกสวิจารา สวิตกฺกอวิจารา’’ติ วุจฺเจยฺย, อชฺฌตฺตพหิทฺธานํ วิย อตฺถนฺตราภาโว วา สงฺกรโทโส วา เอกสฺเสว สวิตกฺกาวิตกฺกตาสวิจาราวิจารตาวิโรโธ วา อาปชฺเชยฺย, ตสฺมา อญฺญตรทสฺสเนน อิตรมฺปิ ปกาเสตุํ อวิตกฺกวจเนน ทฺวิปฺปกาเรสุ วตฺตพฺเพสุ สวิตกฺกอวิจาเร นิวตฺเตตฺวา อวิตกฺกสวิจาเร ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อวิตกฺกวิจารมตฺตา’’ติ. อถ วา วิตกฺกาภาเวน เอเต วิจารมตฺตา, น วิจารโต อญฺญสฺส กสฺสจิ ธมฺมสฺส อภาวาติ ทสฺเสตุํ อวิตกฺกวจเนน วิจารมตฺตา วิเสสิตา.
๗. อุเปกฺขตีติ เวทยมานาปิ มชฺฌตฺตเวทนา สุขากาเร ทุกฺขากาเร จ อุทาสินา โหตีติ อตฺโถ. อถ วา อุเปตา ยุตฺตา สุขทุกฺขานํ อวิรุทฺธา อิกฺขา อนุภวนํ อุเปกฺขา. วิเสสทสฺสนวเสนาติ นานตฺตทสฺสนวเสน. ยทิ หิ ปีติสหคตา เอว สุขสหคตา สิยุํ, ‘‘ปีติสหคตา’’ติ เอเตเนว สิทฺธตฺตา ‘‘สุขสหคตา’’ติ อิทํ น วตฺตพฺพํ สิยา, ‘‘สุขสหคตา’’ติ วา วุจฺจมาเน ‘‘ปีติสหคตา’’ติ น วตฺตพฺพํ, ตโต ติกํ ปูเรนฺเตน ทุกฺขสหคตปทํ วตฺตพฺพํ สิยา, เอวญฺจ สติ ‘‘เวทนาตฺติโก เอวาย’’นฺติ วุตฺตวจนํ อาปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘ปีติสหคตา’’ติ วตฺวา ‘‘สุขสหคตา’’ติ วทนฺโต ปีติวิปฺปยุตฺตมฺปิ สุขํ อตฺถีติ ตติยชฺฌานกายวิญฺญาณสมฺปยุตฺตํ สุขํ สปฺปีติกสุขโต ภินฺนํ กตฺวา ทสฺเสตีติ อธิปฺปาโย. อถ วา ปีติสุขานํ ทุพฺพิญฺเญยฺยนานตฺตานํ นานตฺตทสฺสนตฺถํ อยํ ติโก วุตฺโต. ‘‘ปีติสหคตา’’ติ เอตฺถ หิ สุเขกเทโส สงฺคหิโต, น ปีติ. ‘‘สุขสหคตา’’ติ เอตฺถ ปีติ สงฺคหิตา, น สุขํ. ปีติวิปฺปยุตฺตสุขสหคตา จ ปุริเมน อสงฺคหิตา ปจฺฉิเมน สงฺคหิตาติ สิทฺโธ ปีติสุขานํ วิเสโสติ.
๘. นิพฺพานํ ทสฺสนโตติ นิพฺพานารมฺมณตํ สนฺธายาห. อถ วา ธมฺมจกฺขุ ปุนปฺปุนํ นิพฺพตฺตเนน ภาวนาภาวํ อปฺปตฺตํ ทสฺสนํ นาม, ธมฺมจกฺขุ จ ปริญฺญาทิกิจฺจกรเณน จตุสจฺจธมฺมทสฺสนํ ตทติสโย, ตสฺมา นตฺเถตฺถ โคตฺรภุสฺส ทสฺสนภาวาปตฺตีติ. อุภยปฏิกฺเขปวเสนาติ ทฺวีหิ ปเทหิ วุตฺตธมฺมปฏิกฺเขปวเสน, น ปหายกปฏิกฺเขปวเสน. ตถา หิ สติ ทสฺสนภาวนาหิ อญฺโญ สมุจฺเฉทวเสน ปหายโก อตฺถิ, เตน ปหาตพฺพา เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพาติ อยมตฺโถ อาปชฺชติ, น จ อญฺโญ ปหายโก อตฺถิ อญฺเญหิ วิกฺขมฺภิตานญฺจ ปุนปฺปวตฺติสพฺภาวา, นาปิ ปหาตพฺพา ตติยปเทน สงฺคยฺหนฺติ, กินฺตุ อปฺปหาตพฺพา เอวาติ. ตสฺมา ปหาตพฺพปทํ ปจฺเจกํ โยเชตฺวา เนว ทสฺสเนน ปหาตพฺพา น ภาวนาย ปหาตพฺพาติ ทสฺสเนน ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ อญฺเญ คหิตาติ เวทิตพฺพา.
๙. เอวมตฺถํ อคฺคเหตฺวาติ อตฺถายุตฺติโต จ สทฺทายุตฺติโต จ อคฺคเหตพฺพตํ ทสฺเสติ. ทสฺสนภาวนาหิ อปฺปหาตพฺพเหตุมตฺเตสุ หิ คยฺหมาเนสุ อเหตุกา อสงฺคหิตาติ ยถาธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส อปริปุณฺณตฺตา อตฺถายุตฺติ, ปหาตพฺพสทฺทสฺส นิจฺจสาเปกฺขตฺเต จ สติ น สมฺพนฺธีสทฺทโต ปหายกโต อญฺญํ ปฏิเสธํ อเปกฺขมานสฺส เหตุสทฺเทน สมาโส อุปปชฺชตีติ สทฺทายุตฺติ จ เวทิตพฺพา. เอวมตฺโถ คเหตพฺโพติ ปหาตพฺพ-สทฺทํ ปฏิเสเธน อโยเชตฺวา เยสํ อญฺญปทตฺเถ สมาโส, ตพฺพิเสสนํ อตฺถีติ อิทํ ปฏิเสเธน โยเชตฺวา ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺโพ เหตุ เอเตสํ เนวตฺถีติ อตฺโถ คเหตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. เอวญฺจ สติ ยถาธิปฺเปตตฺโถ สพฺโพ สงฺคหิโตติ. อตฺถายุตฺติ มา โหตุ, สทฺโท ปน อิธาปิ น ยุตฺโต. เอกนฺตโยคีนํ อตฺถิ-สทฺทเมว หิ อเปกฺขมานานํ อุภินฺนํ ปหาตพฺพเหตุ-สทฺทานํ สมาโส ยุตฺโต, น ปฏิเสธํ อเปกฺขมานานนฺติ, ตสฺมา คเหตพฺพตฺถทสฺสนมตฺตํ เอตํ กตํ, สทฺโท ปน ยถา ยุชฺชติ, ตถา โยเชตพฺโพ. เอวํ ปน ยุชฺชติ – ปหาตพฺโพ เหตุ เอเตสํ อตฺถีติ ปหาตพฺพเหตุกา. เกน ปหาตพฺโพติ? ทสฺสเนน ภาวนาย จ. ตยิทํ ปหาตพฺพเหตุกปทํ ทสฺสนภาวนาปเทหิ วิสุํ วิสุํ โยเชตฺวา เตหิ ยุตฺเตน เย ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา เนว โหนฺติ, ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา จ น โหนฺตีติ ปฏิเสธญฺจ วิสุํ วิสุํ โยเชตฺวา เต เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกาติ วุจฺจนฺติ. เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมวจนํ วิย หิ ปุริมปททฺวยสงฺคหิตธมฺมปฏิเสธเนน ตทญฺญธมฺมนิทสฺสนเมตํ โหติ, น อเหตุกปทํ วิย เหตุวิรหปฺปกาสเนนาติ. เอวญฺจ กตฺวา เทฺว ปฏิเสธา ยุตฺตา โหนฺติ.
เหตุเยว หิ เตสํ นตฺถิ, โย ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺโพ สิยาติ ปุริมสฺมิญฺหิ อตฺเถ เหตูนํ ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺพตา ปฏิกฺขิตฺตา, ปฏิกฺเขโป จ ปหาตพฺพาสงฺกาสพฺภาเว โหติ, ปหาตพฺพาสงฺกา จ เหตุมฺหิ สติ สิยา, เตสํ ปน อเหตุกานํ เหตุเยว นตฺถิ, โย ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺโพ สิยา, ตทภาวา ปหาตพฺพาสงฺกา นตฺถีติ ตํนิวารณตฺโถ ปฏิกฺเขโป น สมฺภวติ, ตสฺมา ‘‘เนวทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺโพ เหตุ เอเตส’’นฺติ เอวํ อเหตุกานํ คหณํ น ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา อิตรถา หิ อเหตุกานํ อคฺคหณํ ภเวยฺยาติ อตฺถสฺส ปากฏตฺตา น การณสาธนีโย เอโสติ คเหตพฺพตฺถสฺเสว การณํ วทนฺโต ‘‘เหตุเยว หิ เตสํ นตฺถี’’ติอาทิมาห. เตสญฺหิ เนวทสฺสเนน น ภาวนายปหาตพฺพเหตุกปทวจนียานํ โย ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺโพ สิยา, โส เอวํปกาโร เหตุ นตฺถิ. เต หิ อเนกปฺปการา สเหตุกา อเหตุกา จาติ, ตสฺมา เนวทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺโพ เหตุ เอเตสํ อตฺถีติ อยมตฺโถ คเหตพฺโพติ อตฺโถ.
๑๐. ตํ อารมฺมณํ กตฺวาติ อิทํ จตุกิจฺจสาธนวเสน อารมฺมณกรณํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อญฺญถา โคตฺรภุผลปจฺจเวกฺขณาทีนมฺปิ อปจยคามิตา อาปชฺเชยฺยาติ. อถ วา เหตุภาเวน อปจยํ นิพฺพานํ คจฺฉนฺตีติ อปจยคามิโน. นิพฺพานสฺส หิ อนิพฺพตฺตนิยตฺเตปิ สมุทยปฺปหานสมุทยนิโรธานํ อธิคมอธิคนฺตพฺพภาวโต เหตุเหตุผลภาโว มคฺคนิพฺพานานํ ยุชฺชติ. ยถาห ‘‘ทุกฺขนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๙). อตฺโถติ หิ เหตุผลํ. ธมฺโมติ เหตูติ. ปุริมปจฺฉิมานํ ปุริเม สสมฺปยุตฺตา วุตฺตา, ปจฺฉิเม เกวลา. ปุริเม วิย ปน ปจฺฉิเม อตฺเถปิ อริยมคฺคสีเสน สพฺพโลกุตฺตรกุสลจิตฺตุปฺปาทา คเหตพฺพา. ทุติเย อตฺถวิกปฺเป ‘‘อาจยํ คามิโน’’ติ วตฺตพฺเพ อนุนาสิกโลโป กโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อาจินนฺตีติ วา อาจยา, อาจยา หุตฺวา คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติปิ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
๑๑. สตฺต ปน เสกฺขา สิกฺขนสีลาติ เสกฺขา, เตสํ อิเมติ เสกฺขา, อญฺญาสาธารณา มคฺคผลตฺตยธมฺมา. สยเมว สิกฺขนฺตีติ สิกฺขนสีลานเมตํ นิทสฺสนํ. เย หิ ธมฺมา สิกฺขนฺติ, เต สิกฺขนสีลา โหนฺตีติ. อกฺขรตฺโถ ปน สิกฺขา เอเตสํ สีลนฺติ เสกฺขาติ. น เสกฺขาติ ยตฺถ เสกฺขภาวาสงฺกา อตฺถิ, ตตฺถายํ ปฏิเสโธติ โลกิยนิพฺพาเนสุ อเสกฺขภาวานาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา. สีลสมาธิปญฺญาสงฺขาตา หิ สิกฺขา อตฺตโน ปฏิปกฺขกิเลเสหิ วิปฺปมุตฺตา ปริสุทฺธา อุปกฺกิเลสานํ อารมฺมณภาวมฺปิ อนุปคมนโต เอตา สิกฺขาติ วตฺตุํ ยุตฺตา อฏฺฐสุ มคฺคผเลสุ วิชฺชนฺติ, ตสฺมา จตุมคฺคเหฏฺฐิมผลตฺตยธมฺมา วิย อรหตฺตผลธมฺมาปิ ตาสุ สิกฺขาสุ ชาตาติ จ, ตํสิกฺขาสมงฺคิโน อรหโต อิตเรสํ วิย เสกฺขตฺเต สติ เสกฺขสฺส เอเตติ จ, สิกฺขา สีลํ เอเตสนฺติ จ เสกฺขาติ อาสงฺกิตพฺพา สิยุนฺติ ตทาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ ‘‘อเสกฺขา’’ติ ยถาวุตฺตเสกฺขภาวปฏิเสโธ กโต. อรหตฺตผเล หิ ปวตฺตมานา สิกฺขา ปรินิฏฺฐิตสิกฺขากิจฺจตฺตา น สิกฺขากิจฺจํ กโรนฺติ, เกวลํ สิกฺขาผลภาเวเนว ปวตฺตนฺติ, ตสฺมา ตา น สิกฺขาวจนํ อรหนฺติ, นาปิ ตํสมงฺคิโน เสกฺขวจนํ, น จ ตํสมฺปยุตฺตา สิกฺขนสีลาติ สิกฺขาสุ ชาตาติอาทิอตฺเถหิ อคฺคผลธมฺมา เสกฺขา น โหนฺติ, เหฏฺฐิมผเลสุ ปน สิกฺขา สกทาคามิมคฺควิปสฺสนาทีนํ อุปนิสฺสยภาวโต สิกฺขากิจฺจํ กโรนฺตีติ สิกฺขาวจนํ อรหนฺติ, ตํสมงฺคิโน จ เสกฺขวจนํ, ตํสมฺปยุตฺตา จ สิกฺขนสีลวุตฺตีติ ตตฺถ ธมฺมา ยถาวุตฺเตหิ อตฺเถหิ เสกฺขา โหนฺติ เอว.
เสกฺขาติ วา อปริโยสิตสิกฺขา ทสฺสิตา. อนนฺตรเมว ‘‘อเสกฺขา’’ติ วจนํ ปริโยสิตสิกฺขานํ ทสฺสนนฺติ น โลกิยนิพฺพานานํ อเสกฺขตาปตฺติ. วุทฺธิปฺปตฺตา วา เสกฺขาติ เอตสฺมึ อตฺเถ เสกฺขธมฺเมสุ เอว เกสญฺจิ วุทฺธิปฺปตฺตานํ อเสกฺขตา อาปชฺชติ, เตน อรหตฺตมคฺคธมฺมา วุทฺธิปฺปตฺตา จ ยถาวุตฺเตหิ จ อตฺเถหิ เสกฺขาติ กตฺวา อเสกฺขา อาปนฺนาติ? น, ตํสทิเสสุ ตพฺโพหารา. อรหตฺตมคฺคโต หิ นินฺนานากรณํ อรหตฺตผลํ ฐเปตฺวา ปริญฺญาทิกิจฺจกรณํ วิปากภาวญฺจ, ตสฺมา เต เอว เสกฺขา ธมฺมา อรหตฺตผลภาวํ อาปนฺนาติ สกฺกา วตฺตุํ, กุสลสุขโต จ วิปากสุขํ สนฺตตรตาย ปณีตตรนฺติ วุทฺธิปฺปตฺตา จ เต ธมฺมา โหนฺตีติ อเสกฺขาติ วุจฺจนฺตีติ.
๑๒. กิเลสวิกฺขมฺภนาสมตฺถตาทีหิ ปริตฺตา. ‘‘กิเลส…เป… ตายา’’ติ อตฺถตฺตยมฺปิ กุสเลสุ ยุชฺชติ, วิปากกิริเยสุ ทีฆสนฺตานตาว. ปมาณกเรหิ วา โอฬาริเกหิ กามตณฺหาทีหิ ปริจฺฉินฺนา ปริตฺตา. เตหิ อปริจฺฉินฺนตฺตา สุขุเมหิ รูปตณฺหาทีหิ ปริจฺฉินฺนา ปมาณมหตฺตํ คตาติ มหคฺคตา. อปริจฺฉินฺนา อปฺปมาณา.
๑๔. อตปฺปกฏฺเฐนาติ ทิวสมฺปิ ปจฺจเวกฺขิยมานา โลกุตฺตรธมฺมา ติตฺตึ น ชเนนฺติ สมาปชฺชิยมานาปิ ผลธมฺมาติ.
๑๕. มาตุฆาตาทีสุ ปวตฺตมานาปิ หิตสุขํ อิจฺฉนฺตาว ปวตฺตนฺตีติ เต ธมฺมา หิตสุขาวหา เม ภวิสฺสนฺตีติ อาสีสิตา โหนฺติ, ตถา อสุภาสุขานิจฺจานตฺเตสุ สุภาทิวิปริยาสทฬฺหตาย อานนฺตริยกมฺมนิยตมิจฺฉาทิฏฺฐีสุ ปวตฺติ โหตีติ เต ธมฺมา อสุภาทีสุ สุภาทิวิปรีตปฺปวตฺติกา โหนฺติ. มิจฺฉาสภาวาติ มุสาสภาวา. อเนเกสุ อานนฺตริเยสุ กเตสุ ยํ ตตฺถ พลวํ, ตํ วิปจฺจติ, น อิตรานีติ เอกนฺตวิปากชนกตาย นิยตตา น สกฺกา วตฺตุนฺติ ‘‘วิปากทาเน สตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขนฺธเภทานนฺตรนฺติ จุติอนนฺตรํ. จุติ หิ มรณนิทฺเทเส (วิภ. ๑๙๓) ‘‘ขนฺธานํ เภโท’’ติ วุตฺตาติ. เอเตน วจเนน สติ ผลทาเน จุติอนนฺตโร เอว, น อญฺโญ เอเตสํ ผลกาโลติ ผลกาลนิยเมเนว นิยตตา วุตฺตา โหติ, น ผลทานนิยเมนาติ นิยตผลกาลานํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียานมฺปิ นิยตตา อาปชฺชติ, ตสฺมา วิปากธมฺมธมฺมานํ ปจฺจยนฺตรวิกลตาทีหิ อวิปจฺจมานานมฺปิ อตฺตโน สภาเวน วิปากธมฺมตา วิย พลวตา อานนฺตริเยน วิปาเก ทินฺเน อวิปจฺจมานานมฺปิ อานนฺตริยานํ ผลทาเน นิยตสภาวา อานนฺตริยสภาวา จ ปวตฺตีติ อตฺตโน สภาเวน ผลทานนิยเมเนว นิยตตา อานนฺตริยตา จ เวทิตพฺพา. อวสฺสญฺจ นิยตสภาวา อานนฺตริยสภาวา จ เตสํ ปวตฺตีติ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพเมตํ อญฺญสฺส พลวโต อานนฺตริยสฺส อภาเว จุติอนนฺตรํ เอกนฺเตน ผลทานโต.
นนุ เอวํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ อญฺญสฺมึ วิปากทายเก อสติ จุติอนนฺตรเมว เอกนฺเตน ผลทานโต อานนฺตริยสภาวา นิยตสภาวา จ ปวตฺติ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ อสมานชาติเกน เจโตปณิธิวเสน อุปฆาตเกน จ นิวตฺเตตพฺพวิปากตฺตา อนนฺตเรกนฺตผลทายกตฺตาภาวา, น ปน อานนฺตริยกานํ ปฐมชฺฌานาทีนํ ทุติยชฺฌานาทีนิ วิย อสมานชาติกํ ผลนิวตฺตกํ อตฺถิ สพฺพานนฺตริยกานํ อวีจิผลตฺตา, น จ เหฏฺฐุปปตฺตึ อิจฺฉโต สีลวโต เจโตปณิธิ วิย อุปรูปปตฺติชนกกมฺมผลํ อานนฺตริยกผลํ นิวตฺเตตุํ สมตฺโถ เจโตปณิธิ อตฺถิ อนิจฺฉนฺตสฺเสว อวีจิปาตนโต, น จ อานนฺตริยโกปฆาตกํ กิญฺจิ กมฺมํ อตฺถิ, ตสฺมา เตสํเยว อนนฺตเรกนฺตวิปากชนกสภาวา ปวตฺตีติ.
อเนกานิ จ อานนฺตริยกานิ กตานิ เอกนฺเต วิปาเก สนฺนิยตตฺตา อุปรตาวิปจฺจนสภาวาสงฺกตฺตา นิจฺฉิตานิ สภาวโต นิยตาเนว. จุติอนนฺตรํ ปน ผลํ อนนฺตรํ นาม ตสฺมึ อนนฺตเร นิยุตฺตานิ ตนฺนิพฺพตฺตเนน อนนฺตรกรณสีลานิ อนนฺตรปฺปโยชนานิ จาติ สภาวโต อานนฺตริยกาเนว จ โหนฺติ. เตสุ ปน สมานสภาเวสุ เอเกน วิปาเก ทินฺเน อิตรานิ อตฺตนา กตฺตพฺพสฺส กิจฺจสฺส เตเนว กตตฺตา น ทุติยํ ตติยมฺปิ จ ปฏิสนฺธึ กโรนฺติ, น สมตฺถตาวิฆาตตฺตาติ นตฺถิ เตสํ นิยตานนฺตริยตานิวตฺตีติ. น หิ สมานสภาวํ สมานสภาวสฺส สมตฺถตํ วิหนตีติ. เอกสฺส ปน อญฺญานิปิ อุปตฺถมฺภกานิ โหนฺตีติ ทฏฺฐพฺพานีติ. สมฺมา สภาวาติ สจฺจสภาวา.
๑๖. ปริปุณฺณมคฺคกิจฺจตฺตา จตฺตาโร อริยมคฺคาว อิธ ‘‘มคฺคา’’ติ วุตฺตา. ปจฺจยฏฺเฐนาติ มคฺคปจฺจยฏฺเฐน. นิกฺเขปกณฺเฑปิ หิ เย มคฺคปจฺจยํ ลภนฺติ, น ปน สยํ มคฺคปจฺจยภาวํ คจฺฉนฺติ, เต มคฺคเหตุกาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อริยมคฺคสมงฺคิสฺส มคฺคงฺคานิ ฐเปตฺวา’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๓๙) วุตฺตํ. โย ปน ตตฺเถว ‘‘อริยมคฺคสมงฺคิสฺส อโลโภ อโทโส อโมโห, อิเม ธมฺมา มคฺคเหตู’’ติ อาทินโย วุตฺโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคสมฺปยุตฺตา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อริยมคฺคสมงฺคิสฺส สมฺมาทิฏฺฐิ มคฺโค เจว เหตุ จา’’ติอาทินา ปน วุตฺตนยํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ สย’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปน อสงฺคหิตสงฺคณฺหนวเสน ปฏิปาฏิยา ตโย นยา วุตฺตา, เหตุพหุตาวเสน ตติโย นโย อิธ ทุติโย วุตฺโต.
อภิภวิตฺวา ปวตฺตนฏฺเฐนาติ สหชาตาธิปติปิ ปุพฺพาภิสงฺขารวเสน เชฏฺฐกภาเว ปวตฺตมาโน สหชาเต อตฺตโน วเส อนุวตฺตยมาโน เต อภิภวิตฺวา ปวตฺตติ, อารมฺมณาธิปติปิ ตทารมฺมเณ ธมฺเม ตเถว อตฺตานํ อนุวตฺตยมาโน เต ธมฺเม อภิภวิตฺวา อารมฺมณภาเวน ปวตฺตติ, น ปจฺจุปฺปนฺนภาเวน, ตสฺมา อธิปติทฺวยมฺปิ สงฺคหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘มคฺโค อธิปติ เอเตส’’นฺติ อยญฺจ อตฺโถ นิกฺเขปกณฺเฑ อุทาหรณวเสน อาคตํ อตฺถนยํ คเหตฺวา วุตฺโต. ยสฺมา ปน ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๒.๑๖.๑๑) ‘‘มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นาธิปติปจฺจยา, มคฺคาธิปตี ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ อธิปตี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา มคฺโค อธิปติ มคฺคาธิปตีติ อยมฺปิ อตฺโถ ปาฬิยํ สรูเปกเสสวเสน สมานสทฺทตฺถวเสน วา สงฺคหิโตติ เวทิตพฺโพ.
๑๗. อนุปฺปนฺนาติ เอเตน สพฺโพ อุปฺปนฺนภาโว ปฏิสิทฺโธ, น อุปฺปนฺนธมฺมภาโว เอวาติ เตน อุปฺปนฺนา วิคตา อตีตาปิ น สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา. ยทิ หิ สงฺคหิตา สิยุํ, ‘‘อนุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติเอวมาทิ วุจฺเจยฺย, น ตุ วุตฺตนฺติ. อนาคตานิ วิปากกฏตฺตารูปานิ อตีเต อนาคเต วา กมฺเม ปุริมนิปฺผนฺเน เอว อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ, นานิปฺผนฺเนติ ปรินิฏฺฐิตการเณกเทสาเนว โหนฺติ, ตสฺมา ตานิ ‘‘อวสฺสํ อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ อุปฺปาทิโน ธมฺมา’’ติ วุจฺจนฺติ.
๑๘. อตฺตโน สภาวนฺติ กกฺขฬผุสนาทิสภาวํ.
๒๐. เอวํ ปวตฺตมานาติ เอวํ จกฺขาทิภาเวน ผุสนาทิภาเวน จ เอกสนฺตติปริยาปนฺนตาวเสน ปวตฺตมานา. อตฺตานํ อธิ อชฺฌตฺตาติ อธิ-สทฺโท สมาสวิสเย อธิการตฺถํ ปวตฺติอตฺถญฺจ คเหตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺตานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตา อชฺฌตฺตา. เตนาติ ยสฺส ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา อชฺฌตฺตพหิทฺธา จ สุญฺญตํ อาเนญฺชญฺจ มนสิกโรโต อชฺฌตฺตสุญฺญตาทีสุ จิตฺตํ น ปกฺขนฺทติ น ปสีทติ น สนฺติฏฺฐติ นาธิมุจฺจติ, โย จ อิติห ตตฺถ สมฺปชาโน, เตน ภิกฺขุนา. ตสฺมึเยว ปุริมสฺมึ สมาธินิมิตฺเตติ ปฐมชฺฌานาทิสมาธินิมิตฺเต. อชฺฌตฺตเมวาติ ฌานโคจเร กสิณาทิมฺหิ. จิตฺตํ สณฺฐเปตพฺพนฺติ ปฐมชฺฌานาทิจิตฺตํ สณฺฐเปตพฺพํ. อชฺฌตฺตรโตติ โคจรชฺฌตฺเต นิพฺพาเน รโต, สมาธิโคจเร กมฺมฏฺฐาเน วา รโต. ‘‘สมาหิโต เอโก สนฺตุสิโต ตมาหุ ภิกฺขุ’’นฺติ (ธ. ป. ๓๖๒) คาถาเสโส.
อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนนฺติ เอตฺถ ฌานํ สกสนฺตติปริยาปนฺนตฺตา ‘‘อชฺฌตฺต’’นฺติ วุตฺตนฺติ นิยกชฺฌตฺตตฺโถ อชฺฌตฺต-สทฺโท โหติ. อชฺฌตฺตนฺติ สกสนฺตตินิยกํ. อชฺฌตฺเต ภวา อชฺฌตฺติกาติ นิยกชฺฌตฺเตสุปิ อพฺภนฺตรา จกฺขาทโย วุจฺจนฺติ. เอตฺถ ปน อชฺฌตฺติก-สทฺโท จกฺขาทีสุ ปวตฺตมาโน ทสฺสิโต, น อชฺฌตฺตสทฺโท, อตฺถิ จ อชฺฌตฺตอชฺฌตฺติกสทฺทานํ พหิทฺธาพาหิร-สทฺทานํ วิย วิเสโส. อชฺฌตฺติกสทฺโท หิ สปรสนฺตานิเกสุ สพฺเพสุ จกฺขาทีสุ รูปาทีสุ พาหิร-สทฺโท วิย ปวตฺตติ, อชฺฌตฺต-สทฺโท ปน สกสนฺตานิเกเสฺวว จกฺขุรูปาทีสุ ตโต อญฺเญเสฺวว พหิทฺธา-สทฺโท วิย ปวตฺตตีติ ตสฺมา สทฺทโต อตฺถโต จ อสมานตฺตา น อิทเมตฺถ อุทาหรณํ ยุตฺตนฺติ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ – อชฺฌตฺเต ภวา อชฺฌตฺติกาติ อยญฺหิ วจนตฺโถ. ยญฺจ อชฺฌตฺเต ภวํ, เตน อชฺฌตฺเตเนว ภวิตพฺพํ, เตน ตํวาจกสฺส อชฺฌตฺต-สทฺทสฺส อชฺฌตฺติก-สทฺทสฺส จ สมานตฺถตา. อุภินฺนมฺปิ สทฺทานํ สมานตฺถภาวโต อชฺฌตฺตชฺฌตฺเต ปวตฺตมาเน อชฺฌตฺติก-สทฺเท อชฺฌตฺต-สทฺโท ตตฺถ ปวตฺโตติ สกฺกา วตฺตุนฺติ.
อยํ โข ปนานนฺท, วิหาโรติ วิหารสุญฺญตาสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๘๗) สงฺคณิการามตาย รูปาทิรติยา จ อาทีนวํ วตฺวา ตปฺปฏิปกฺขวิหารทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อชฺฌตฺตํ สุญฺญตนฺติ วิสยภูตํ อิสฺสริยฏฺฐานภูตํ สุญฺญตํ, สุญฺญตาผลสมาปตฺตินฺติ อตฺโถ. จิตฺติสฺสรา หิ พุทฺธา ภควนฺโต ธมฺมํ เทเสนฺตาปิ ยํ มุหุตฺตํ ตุณฺหี ภวิตพฺพํ โหติ, ตํ มุหุตฺตํ ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺติ, ปเคว อญฺญสฺมึ กาเล, ตสฺมา สพฺพตฺถาปิ อิสฺสริยานํ พหุลํ ผลสมาปตฺติยํ อิสฺสริยสฺส ปวตฺตนโต ผลสมาปตฺติ ‘‘อิสฺสริยฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตา. อรหตฺตผลาธิคเมน วา ตถาคตานํ อิสฺสริยํ นิพฺพตฺตํ ตํชนเกเนว มคฺเคนาติ ตํ เตสํ อิสฺสริยฏฺฐานํ. วิสโย จ อนญฺญตฺถภาโวว ยถา ‘‘อากาเส สกุณา อุทเก มจฺฉา’’ติ, พุทฺธา จ อญฺญตฺถ ทิสฺสมานาปิ วิเวกปพฺภารตาย ผลสมาปตฺตินินฺนาว, เตน ตสฺสา ตสฺสา กิริยาย อนนฺตรํ ผลสมาปตฺติยํเยว ภวนฺตีติ สา เตสํ วิสโย, ตพฺพิสยตา จ สจฺจกสุตฺเตน (ม. นิ. ๑.๓๖๔ อาทโย) ทีเปตพฺพา.
๒๒. เยสํ ทฏฺฐพฺพภาโว อตฺถิ, เต สนิทสฺสนา. จกฺขุวิญฺญาณโคจรภาโวว ทฏฺฐพฺพภาโว, ตสฺส รูปายตนา อนญฺญตฺเตปิ อญฺเญหิ ธมฺเมหิ รูปายตนํ วิเสเสตุํ อญฺญํ วิย กตฺวา ‘‘สห นิทสฺสเนนาติ สนิทสฺสนา’’ติ วุตฺตํ. ธมฺมสภาวสามญฺเญน หิ เอกีภูเตสุ ธมฺเมสุ โย นานตฺตกโร สภาโว, โส อญฺโญ วิย กตฺวา อุปจริตุํ ยุตฺโต. เอวญฺหิ อตฺถวิเสสาวโพโธ โหตีติ. สยญฺจ นิสฺสยวเสน จ สมฺปตฺตานํ อสมฺปตฺตานญฺจ ปฏิมุขภาโว อญฺญมญฺญปตนํ ปฏิหนนภาโว, เยน พฺยาปาราทิวิการปจฺจยนฺตรสหิเตสุ จกฺขาทีนํ วิสเยสุ วิการุปฺปตฺติ.
ติกมาติกาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุกมาติกาปทวณฺณนา
๑-๖. มูลฏฺเฐนาติ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธเนน มูลภาเวน, น ปจฺจยมตฺตฏฺเฐน เหตุธมฺมา เหตู ธมฺมาติ สมาสาสมาสนิทฺเทสภาโว ทฺวินฺนํ ปาฐานํ วิเสโส. ตเถวาติ สมฺปโยคโตว. สเหตุกานํ เหตุสมฺปยุตฺตภาวโต ‘‘สมฺปโยคโต’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, น สหสทฺทสฺส สมฺปโยคตฺถตฺตา. สห-สทฺโท ปน เอกปุญฺเช อุปฺปาทโต ยาว ภงฺคา สเหตุกานํ เหตูหิ สมานเทสคหณานํ เหตุอาทิสพฺภาวํ ทีเปติ, สมฺปยุตฺต-สทฺโท เอกุปฺปาทาทิวเสน สห เหตูหิ เอกีภาวุปคมนํ, ตโต เอว จ ทฺวินฺนํ ทุกานํ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. ธมฺมนานตฺตาภาเวปิ หิ ปทตฺถนานตฺเตน ทุกนฺตรํ วุจฺจติ. น หิ เหตุทุกสงฺคหิเตหิ ธมฺเมหิ อญฺเญ สเหตุกทุกาทีหิ วุจฺจนฺติ, เต เอว ปน สเหตุกาเหตุกาทิภาวโต สเหตุกทุกาทีหิ วุตฺตา. เอวํ สเหตุกทุกสงฺคหิตา เอว เหตุสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตภาวโต เหตุสมฺปยุตฺตทุเกน วุตฺตา. น หิ ธมฺมานํ อวุตฺตตาเปกฺขํ ทุกนฺตรวจนนฺติ นตฺถิ ปุนรุตฺติโทโส. เทเสตพฺพปฺปการชานนญฺหิ เทสนาวิลาโส ตถา เทสนาญาณญฺจาติ. เตน ธมฺมานํ ตปฺปการตา วุตฺตา โหติ. สกเลกเทสวเสน ปฐมทุกํ ทุติยตติเยหิ สทฺธึ โยเชตฺวา จตุตฺถาทโย ตโย ทุกา วุตฺตา. สกลญฺหิ ปฐมทุกํ ทุติยทุเกกเทเสน สเหตุกปเทน ตติยทุเกกเทเสน เหตุสมฺปยุตฺตปเทน จ โยเชตฺวา ยถากฺกมํ จตุตฺถปญฺจมทุกา วุตฺตา, ตถา ปฐมทุเกกเทสํ นเหตุปทํ สกเลน ทุติยทุเกน โยเชตฺวา ฉฏฺฐทุโก วุตฺโต. อิทมฺปิ สมฺภวตีติ เอเตน อวุตฺตมฺปิ สมฺภววเสน ทีปิตนฺติ ทสฺเสติ. สมฺภโว หิ คหณสฺส การณนฺติ. ยถา เหตุสเหตุกาติ อิทํ สมฺภวตีติ กตฺวา คหิตํ, เอวํ เหตุอเหตุกาติ อิทมฺปิ สมฺภวตีติ กตฺวา คเหตพฺพเมวาติ เอวํ อญฺญตฺถาปิ โยเชตพฺพํ.
เอวํ ปฐมทุกํ ทุติยตติยทุเกสุ ทุติยปเทหิ โยเชตฺวา ‘‘เหตู เจว ธมฺมา อเหตุกา จ, อเหตุกา เจว ธมฺมา น จ เหตู, เหตู เจว ธมฺมา เหตุวิปฺปยุตฺตา จ, เหตุวิปฺปยุตฺตา เจว ธมฺมา น จ เหตู’’ติ เย เทฺว ทุกา กาตพฺพา, เตสํ สมฺภววเสเนว สงฺคหํ ทสฺเสตฺวา โข ปน-ปเทน อปเรสมฺปิ ทุกานํ สงฺคหํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺร ยเทต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺราติ ปาฬิยํ. อยํ อติเรกตฺโถติ อิทานิ ยํ วกฺขติ, ตมตฺถมาห. ตตฺถ ปน อญฺเญปิ อญฺญถาปีติ เอเตสํ วิสุํ ปวตฺติยา เทฺว ทุกา ทสฺสิตา, สห ปวตฺติยา ปน อยมฺปิ ทุโก เวทิตพฺโพ ‘‘เหตู เจว ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตาปิ เหตุวิปฺปยุตฺตาปี’’ติ, เอเตสุ ปน ปญฺจสุ ทุเกสุ ทุติยทุเกน ตติยทุโก วิย, จตุตฺถทุเกน ปญฺจมทุโก วิย จ ฉฏฺฐทุเกน นินฺนานตฺถตฺตา ‘‘น เหตุ โข ปน ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตาปิ เหตุวิปฺปยุตฺตาปี’’ติ อยํ ทุโก น วุตฺโต. ทสฺสิตนินฺนานตฺถนโย หิ โส ปุริมทุเกหีติ. อิตเรสุ จตูสุ เหตู เจว อเหตุกทุเกน สมานตฺถตฺตา เหตู เจว เหตุวิปฺปยุตฺตทุโก, เหตุสเหตุกทุเกน สมานตฺถตฺตา เหตุเหตุสมฺปยุตฺตทุโก จ นเหตุเหตุสมฺปยุตฺตทุโก วิย น วตฺตพฺโพ. เตสุ ปน ทฺวีสุ ปจฺฉิมทุเก ‘‘เหตู โข ปน ธมฺมา สเหตุกา’’ติ ปทํ จตุตฺถทุเก ปฐมปเทน นินฺนานากรณตฺตา น วตฺตพฺพํ, ‘‘เหตู โข ปน ธมฺมา อเหตุกา’’ติ ปทํ ‘‘เหตู เจว ธมฺมา อเหตุกา’’ติ เอเตน นินฺนานตฺตา น วตฺตพฺพํ. อวสิฏฺเฐ ปน เอกสฺมึ ทุเก ‘‘อเหตุกา เจว ธมฺมา น จ เหตู’’ติ ปทํ ฉฏฺฐทุเก ทุติยปเทน เอกตฺถตฺตา น วตฺตพฺพํ. อิทานิ ‘‘เหตู เจว ธมฺมา อเหตุกา จา’’ติ อิทเมเวกํ ปทํ อวสิฏฺฐํ, น จ เอเกน ปเทน ทุโก โหตีติ ตญฺจ น วุตฺตนฺติ. จตุตฺถทุเก ทุติยปเทน ปน สมานตฺถสฺส ฉฏฺฐทุเก ปฐมปทสฺส วจนํ ทุกปูรณตฺถํ, เอเตน วา คติทสฺสเนน สพฺพสฺส สมฺภวนฺตสฺส สงฺคโห กโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ สพฺโพ สมฺภวทุโก ปฐมทุเก ทุติยตติยทุกปกฺเขเปน ทสฺสิโต, เตสุ จ ปฐมทุกปกฺเขเปนาติ.
๗-๑๓. สมานกาเลน อสมานกาเลน กาลวิมุตฺเตน จ ปจฺจเยน นิปฺผนฺนานํ ปจฺจยายตฺตานํ ปจฺจยภาวมตฺเตน เตสํ ปจฺจยานํ อตฺถิตํ ทีเปตุํ สปฺปจฺจยวจนํ, น สเหตุกวจนํ วิย สมานกาลานเมว, นาปิ สนิทสฺสนํ วิย ตํสภาวสฺส อนตฺถนฺตรภูตสฺส. สงฺขต-สทฺโท ปน สเมเตหิ นิปฺผาทิตภาวํ ทีเปตีติ อยเมเตสํ วิเสโส ทุกนฺตรวจเน การณํ. เอตฺถ จ อปฺปจฺจยา อสงฺขตาติ พหุวจนนิทฺเทโส อวินิจฺฉิตตฺถปริจฺเฉททสฺสนวเสน มาติกาฐปนโต กโตติ เวทิตพฺโพ. อุทฺเทเสน หิ กุสลาทิสภาวานํ ธมฺมานํ อตฺถิตามตฺตํ วุจฺจติ, น ปริจฺเฉโทติ อปริจฺเฉเทน พหุวจเนน อุทฺเทโส วุตฺโตติ. รูปนฺติ รูปายตนํ ปถวิยาทิ วา. ปุริมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป รูปายตนสฺส อสงฺคหิตตา อาปชฺชตีติ รุปฺปนลกฺขณํ วา รูปนฺติ อยํ อตฺถนโย วุตฺโต. ตตฺถ รูปนฺติ รุปฺปนสภาโว. น ลุชฺชติ น ปลุชฺชตีติ โย คหิโต ตถา น โหติ, โส โลโกติ ตํคหณรหิตานํ โลกุตฺตรานํ นตฺถิ โลกตา. ทุกฺขสจฺจํ วา โลโก, ตตฺถ เตเนว โลกสภาเวน วิทิตาติ โลกิยา.
เอวํ สนฺเต จกฺขุวิญฺญาเณน วิชานิตพฺพสฺส รูปายตนสฺส เตเนว นวิชานิตพฺพสฺส สทฺทายตนาทิกสฺส จ นานตฺตา ทฺวินฺนมฺปิ ปทานํ อตฺถนานตฺตโต ทุโก โหติ. เอวํ ปน ทุเก วุจฺจมาเน ทุกพหุตา อาปชฺชติ, ยตฺตกานิ วิญฺญาณานิ, ตตฺตกา ทุกา วุตฺตา สมตฺตา ฐเปตฺวา สพฺพธมฺมารมฺมณานิ วิญฺญาณานิ. เตสุ จ ทุกสฺส ปจฺเฉโท อาปชฺชติ, ตถา จ สติ ‘‘เกนจี’’ติ ปทํ สพฺพวิญฺญาณสงฺคาหกํ น สิยา, นิทฺเทเสน จ วิรุทฺธํ อิทํ วจนํ. โย จ ตตฺถ ‘‘เย เต ธมฺมา จกฺขุวิญฺเญยฺยา, น เต ธมฺมา โสตวิญฺเญยฺยาติ อยํ ทุโก น โหตี’’ติ ปฏิเสโธ กโต, โส จ กถํ ยุชฺเชยฺย. น หิ สมตฺถา อฏฺฐกถา ปาฬึ ปฏิเสเธตุนฺติ, น จ เกนจิ-สทฺทสฺส เตเนวาติ อยํ ปทตฺโถ สมฺภวติ, ‘‘เกนจี’’ติ เอตสฺส อาทิปทสฺส อนิยมิตํ ยํ กิญฺจิ เอกํ ปทตฺโถ, ตํ วตฺวา วุจฺจมานสฺส ‘‘เกนจี’’ติ ทุติยปทสฺส ยํ กิญฺจิ อปรํ อนิยมิตํ ปทตฺโถติ โลกสิทฺธเมตํ, ตเถว จ นิทฺเทโส ปวตฺโต, น เจตฺถ วิญฺญาตพฺพธมฺมเภเทน ทุกเภโท สมตฺโต อาปชฺชติ ยตฺตกา วิญฺญาตพฺพา, ตตฺตกา ทุกาติ, ตสฺมา นตฺถิ ทุกพหุตา. น หิ เอกํเยว วิญฺญาตพฺพํ เกนจิ วิญฺเญยฺยํ เกนจิ น วิญฺเญยฺยญฺจ, กินฺตุ อปรมฺปิ อปรมฺปีติ สพฺพวิญฺญาตพฺพสงฺคเห ทุโก สมตฺโต โหติ, เอวญฺจ สติ ‘‘เกนจี’’ติ ปทํ อนิยเมน สพฺพวิญฺญาณสงฺคาหกนฺติ สิทฺธํ โหติ, วิญฺญาณนานตฺเตน จ วิญฺญาตพฺพํ ภินฺทิตฺวา อยํ ทุโก วุตฺโต, น วิญฺญาตพฺพานํ อตฺถนฺตรตายาติ. เอตสฺส ปน ทุกสฺส นิกฺเขปราสินิทฺเทโส ทุกสงฺคหิตธมฺเมกเทเสสุ ทุกปททฺวยปฺปวตฺติทสฺสนวเสน ปวตฺโต. อตฺถุทฺธารนิทฺเทโส นิรวเสสทุกสงฺคหิตธมฺมทสฺสนวเสนาติ เวทิตพฺโพ.
๑๔-๑๙. จกฺขุโตปิ…เป… มนโตปีติ จกฺขุวิญฺญาณาทิวีถีสุ ตทนุคตมโนวิญฺญาณวีถีสุ จ กิญฺจาปิ กุสลาทีนมฺปิ ปวตฺติ อตฺถิ, กามาสวาทโย เอว ปน วณโต ยูสํ วิย ปคฺฆรณกอสุจิภาเวน สนฺทนฺติ, ตสฺมา เต เอว ‘‘อาสวา’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ หิ ปคฺฆรณกอสุจิมฺหิ นิรุโฬฺห อาสวสทฺโทติ. ธมฺมโต ยาว โคตฺรภุนฺติ ตโต ปรํ มคฺคผเลสุ อปฺปวตฺติโต วุตฺตํ. เอเต หิ อารมฺมณกรณวเสน ธมฺเม คจฺฉนฺตา ตโต ปรํ น คจฺฉนฺตีติ. นนุ ตโต ปรํ ภวงฺคาทีนิปิ คจฺฉนฺตีติ เจ? น, เตสมฺปิ ปุพฺเพ อาลมฺพิเตสุ โลกิยธมฺเมสุ สาสวภาเวน อนฺโตคธตฺตา ตโต ปรตาภาวโต. เอตฺถ จ โคตฺรภุวจเนน โคตฺรภุโวทานผลสมาปตฺติปุเรจาริกปริกมฺมานิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ, ปฐมมคฺคปุเรจาริกเมว วา โคตฺรภุ อวธินิทสฺสนภาเวน คหิตํ, ตโต ปรํ มคฺคผลสมานตาย ปน อญฺเญสุ มคฺเคสุ มคฺควีถิยํ ผลสมาปตฺติวีถิยํ นิโรธานนฺตรญฺจ ปวตฺตมาเนสุ ผเลสุ นิพฺพาเน จ ปวตฺติ นิวาริตา อาสวานนฺติ เวทิตพฺพา. สวนฺตีติ คจฺฉนฺติ. ทุวิโธ หิ อวธิ อภิวิธิวิสโย อนภิวิธิวิสโย จ. อภิวิธิวิสยํ กิริยา พฺยาเปตฺวา ปวตฺตติ ‘‘อาภวคฺคา ภควโต ยโส คโต’’ติ, อิตรํ พหิ กตฺวา ‘‘อาปาฏลิปุตฺตา วุฏฺโฐ เทโว’’ติ. อยญฺจ อา-กาโร อภิวิธิอตฺโถ อิธ คหิโตติ ‘‘อนฺโตกรณตฺโถ’’ติ วุตฺตํ.
จิรปาริวาสิยฏฺโฐ จิรปริวุตฺถตา ปุราณภาโว. อาทิ-สทฺเทน ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหายา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๒) อิทํ สุตฺตํ สงฺคหิตํ. อวิชฺชาสวภวาสวานญฺจ จิรปริวุตฺถตาย ทสฺสิตาย ตพฺภาวภาวีนํ กามาสวทิฏฺฐาสวานญฺจ จิรปริวุตฺถตา ทสฺสิตา โหติ. อญฺเญสุปิ ยถาวุตฺเต ธมฺเม โอกาสญฺจ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตมาเนสุ มานาทีสุ วิชฺชมาเนสุ อตฺตตฺตนิยาทิคฺคาหวเสน อภิพฺยาปนํ มทกรณวเสน อาสวสทิสตา จ เอเตสํเยว, นาญฺเญสนฺติ เอเตเสฺวว อาสวสทฺโท นิรุโฬฺห ทฏฺฐพฺโพ. อายตํ วา สวนฺติ ผลนฺตีติ อาสวา. น หิ กิญฺจิ สํสารทุกฺขํ อาสเวหิ วินา อุปฺปชฺชมานํ อตฺถีติ. อารมฺมณภาเวน เย ธมฺมา วโณ วิย อาสเว ปคฺฆรนฺติ, เต อสมฺปโยเค อตพฺภาเวปิ สห อาสเวหีติ สาสวา, อาสววนฺโตติ อตฺโถ.
โอสานทุเก ‘‘โน อาสวา โข ปนา’’ติ อวตฺวา ‘‘อาสววิปฺปยุตฺตา โข ปนา’’ติ วจนํ สาสวานํ สเหตุกานํ วิย สมฺปยุตฺเตหิ ตํสหิตตา น โหตีติ ทสฺสนตฺถํ. เอวํ เสสโคจฺฉเกสุปิ ยถาสมฺภวํ วิปฺปยุตฺตคฺคหเณ ปโยชนํ ทฏฺฐพฺพํ. อปิจ ‘‘โน อาสวา โข ปน ธมฺมา สาสวา’’ติ อิทํ ปทํ จตุตฺถทุเก ทุติยปเทน นินฺนานํ, น จ เอเกน ทุโก โหติ, ตสฺมา อาสววิปฺปยุตฺตปทเมว คเหตฺวา โอสานทุกโยชนา ญายาคตาติ กตา. เหตุโคจฺฉเก ปน เหตุวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกตา นตฺถีติ เต คเหตฺวา ทุกโยชนาย อสกฺกุเณยฺยตฺตา นเหตุปทํ คเหตฺวา โอสานทุกโยชนา กตา. เย วา ปน ปฐเม ทุเก ทุติยสฺส ปกฺเขเป เอโก, ตติยสฺส เทฺว, ปฐมสฺส ทุติเย เอโก, ตติเย เทฺว, ทุติยสฺส ตติเย เอโก, ทุติเย จ ตติยสฺส เอโกติ อฏฺฐ ทุกา ลพฺภนฺติ, เตสุ ตีหิ อิตเร จ นยโต ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา. เอส นโย เสสโคจฺฉเกสุปิ.
๒๐-๒๕. กิเลสกมฺมวิปากวฏฺฏานํ ปจฺจยภาเวน ตตฺถ สํโยเชนฺติ, สติปิ อญฺเญสํ ตปฺปจฺจยภาเว น วินา สํโยชนานิ เตสํ ตปฺปจฺจยภาโว อตฺถิ, โอรมฺภาคิยุทฺธมฺภาคิยสงฺคหิเตหิ จ ตํตํภวนิพฺพตฺตกกมฺมนิยโม ภวนิยโม จ โหติ, น จ อุปจฺฉินฺนสํโยชนสฺส กตานิปิ กมฺมานิ ภวํ นิพฺพตฺเตนฺตีติ. สํโยเชตพฺพาติ วา สํโยชนิยา, สํโยชเน นิยุตฺตาติ วา. ทูรคตสฺสปิ อากฑฺฒนโต นิสฺสริตุํ อปฺปทานวเสน พนฺธนํ สํโยชนํ, คนฺถกรณํ สงฺขลิกจกฺกลกานํ วิย ปฏิพทฺธตากรณํ วา คนฺถนํ คนฺโถ, สํสิลิสกรณํ โยชนํ โยโคติ อยเมเตสํ วิเสโสติ เวทิตพฺโพ. ธมฺมานํ สภาวกิจฺจวิเสสญฺญุนา ปน ภควตา สมฺปยุตฺเตสุ อารมฺมเณสุ ตปฺปจฺจเยสุ จ เตหิ เตหิ นิปฺผาทิยมานํ ตํ ตํ กิจฺจวิเสสํ ปสฺสนฺเตน เต เต ธมฺมา ตถา ตถา อาสวสํโยชนคนฺถาทิวเสน วุตฺตาติ ‘‘กิมตฺถํ เอเตเยว ธมฺมา เอวํ วุตฺตา, กสฺมา จ วุตฺตา เอว ปุน วุตฺตา’’ติ น โจเทตพฺพเมตํ.
๒๖-๓๗. คนฺถนิยาติ เอตฺถ อยมญฺโญ อตฺโถ ‘‘คนฺถกรณํ คนฺถนํ, คนฺถเน นิยุตฺตาติ คนฺถนิยา, คนฺถยิตุํ สกฺกุเณยฺยา, คนฺถยิตุํ อรหนฺตีติ วา คนฺถนิยา’’ติ. เอวํ โอฆนิยาทีสุปิ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาติกฺกมตีติ เอตํ ธาตฺวตฺถํ คเหตฺวา โอฆนิยาติ ปทสิทฺธิ กตา.
๕๐-๕๔. ธมฺมสภาวํ อคฺคเหตฺวา ปรโต อามสนฺตีติ ปรามาสา. ปรโตติ นิจฺจาทิโต. อามสนฺตีติ สภาวปฏิเสเธน ปริมชฺชนฺติ.
๕๕-๖๘. สภาวโต วิชฺชมานํ อวิชฺชมานํ วา วิจิตฺตสญฺญาย สญฺญิตํ อารมฺมณํ อคฺคเหตฺวา อปฺปวตฺติโต อาลมฺพมานา ธมฺมา สารมฺมณา. จินฺตนํ คหณํ อารมฺมณูปลทฺธิ. เจตสิ นิยุตฺตา, เจตสา สํสฏฺฐา วา เจตสิกา. ทุพฺพิญฺเญยฺยนานตฺตตาย เอกีภาวมิวุปคมนํ นิรนฺตรภาวุปคมนํ. เยสํ รูปานํ จิตฺตํ สหชาตปจฺจโย โหติ, เตสํ จิตฺตสฺส จ สุวิญฺเญยฺยนานตฺตนฺติ นิรนฺตรภาวานุปคมนํ เวทิตพฺพํ. เอกโต วตฺตมานาปีติ อปิ-สทฺโท โก ปน วาโท เอกโต อวตฺตมานาติ เอตมตฺถํ ทีเปติ. อิทเมตฺถ วิจาเรตพฺพํ – อวินิพฺโภครูปานํ กึ อญฺญมญฺญํ สํสฏฺฐตา, อุทาหุ วิสํสฏฺฐตาติ? วิสุํ อารมฺมณภาเวน สุวิญฺเญยฺยนานตฺตตฺตา น สํสฏฺฐตา, นาปิ วิสํสฏฺฐตา สํสฏฺฐาติ อนาสงฺกนียสภาวตฺตา. จตุนฺนญฺหิ ขนฺธานํ อญฺญมญฺญํ สํสฏฺฐสภาวตฺตา รูปนิพฺพาเนหิปิ โส สํสฏฺฐภาโว อตฺถิ นตฺถีติ สิยา อาสงฺกา, ตสฺมา เตสํ อิตเรหิ, อิตเรสญฺจ เตหิ วิสํสฏฺฐสภาวตา วุจฺจติ, น ปน รูปานํ รูเปหิ กตฺถจิ สํสฏฺฐตา อตฺถีติ ตทาสงฺกาภาวโต วิสํสฏฺฐตา จ รูปานํ รูเปหิ น วุจฺจตีติ. เอส หิ เตสํ สภาโวติ. จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานาทิปเทสุ สํสฏฺฐสมุฏฺฐานาทิสทฺทา จิตฺตสทฺทาเปกฺขาติ ปจฺเจกํ จิตฺตสทฺทสมฺพนฺธตฺตา จิตฺตสํสฏฺฐา จ เต จิตฺตสมุฏฺฐานา จาติ ปจฺเจกํ โยเชตฺวา อตฺโถ วุตฺโต. อุปาทิยนฺเตวาติ ภูตานิ คณฺหนฺติ เอว, นิสฺสยนฺติ เอวาติ อตฺโถ. ยถา ภูตานิ อุปาทิยนฺติ คยฺหนฺติ นิสฺสียนฺติ, น ตถา เอตานิ คยฺหนฺติ นิสฺสียนฺติ, ตสฺมา อุปาทา. อถ วา ภูตานิ อมุญฺจิตฺวา เตสํ วณฺณนิภาทิภาเวน คเหตพฺพโต อุปาทา.
๗๕-๘๒. สํกิลิฏฺฐตฺติเก วุตฺตนเยนาติ สํ-สทฺทํ อปเนตฺวา กิลิสนฺตีติ กิเลสาติอาทินา นเยน.
๘๓-๑๐๐. กามาวจราทีสุ อยมปโร อตฺโถ – กามตณฺหา กาโม, เอวํ รูปารูปตณฺหา รูปํ อรูปญฺจ. อารมฺมณกรณวเสน ตานิ ยตฺถ อวจรนฺติ, เต กามาวจราทโยติ. เอวญฺหิ สติ อญฺญภูมีสุ อุปฺปชฺชมานานํ อกามาวจราทิตา กามาวจราทิตา จ นาปชฺชตีติ สิทฺธํ โหติ. นิกฺเขปกณฺเฑปิ ‘‘เอตฺถาวจรา’’ติ วจนํ อวีจิปรนิมฺมิตปริจฺฉินฺโนกาสาย กามตณฺหาย อารมฺมณภาวํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, ตโทกาสตา จ ตณฺหาย ตนฺนินฺนตาย เวทิตพฺพา. ยทิ ปริยาปนฺนสทฺทสฺส อนฺโตคธาติ อยมตฺโถ, มคฺคาทิธมฺมานญฺจ โลกุตฺตรนฺโตคธตฺตา ปริยาปนฺนตา อาปชฺชติ. น หิ ‘‘ปริยาปนฺนา’’ติ เอตฺถ เตภูมกคหณํ อตฺถีติ? นาปชฺชติ สพฺพทา ปวตฺตมานสฺส ปจฺจกฺขสฺส โลกสฺส วเสน ปริยาปนฺนนิจฺฉยโต. อถ วา ปริจฺเฉทการิกาย ตณฺหาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา อาปนฺนา ปฏิปนฺนา คหิตาติ ปริยาปนฺนา.
อนีย-สทฺโท พหุลา กตฺตุอภิธายโกติ วฏฺฏจารกโต นิยฺยนฺตีติ นิยฺยานียา, นี-การสฺส รสฺสตฺตํ ย-การสฺส จ ก-การตฺตํ กตฺวา ‘‘นิยฺยานิกา’’ติ วุตฺตํ, นิยฺยานกรณสีลา วา นิยฺยานิกา. อุตฺตริตพฺพสฺส อญฺญสฺส นิทฺทิฏฺฐสฺส อภาวา นิทฺทิสิยมานา สอุตฺตรา ธมฺมาว อุตฺตริตพฺพาติ ‘‘อตฺตาน’’นฺติ อาห. ราคาทีนนฺติ ราคาทีนํ ทสนฺนํ กิเลสานํ สพฺพนิยตากุสลานํ วา. เตหิ นานปฺปการทุกฺขนิพฺพตฺตเกหิ อภิภูตา สตฺตา กนฺทนฺติ อกนฺทนฺตาปิ กนฺทนการณภาวโต. ยสฺมา ปน ปหาเนกฏฺฐตาวเสน จ ‘‘สรณา’’ติ อาห, ตสฺมา ‘‘ราคาทีน’’นฺติ วจเนน ราคโทสโมหาว คหิตาติ ญายติ. รณ-สทฺโท วา ราคาทิเรณูสุ นิรุโฬฺห ทฏฺฐพฺโพ, รณํ วา ยุทฺธํ, ‘‘กามา เต ปฐมา เสนา’’ติ (สุ. นิ. ๔๓๘; มหานิ. ๒๘, ๖๘, ๑๔๙; จูฬนิ. นนฺทมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๔๗) เอวมาทิกา จ อกุสลา เสนา อริยมคฺคยุทฺเธน เชตพฺพตฺตา สยุทฺธตฺตา ‘‘สรณา’’ติ วุจฺจนฺตีติ. อรณวิภงฺคสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๓๒๓ อาทโย) ปน สทุกฺขา สอุปฆาตา สอุปายาสา สปริฬาหา มิจฺฉาปฏิปทาภูตา กามสุขานุโยคาทโย ‘‘สรณา’’ติ วุตฺตาติ ทุกฺขาทีนํ รณภาโว ตนฺนิพฺพตฺตกสภาวานํ อกุสลานํ สรณตา จ เวทิตพฺพา.
ปิฏฺฐิทุกา สมตฺตา.
สุตฺตนฺติกทุกมาติกาปทวณฺณนา
๑๐๑-๑๐๘. วิชฺชาราสนฺโตคธธมฺมา วิชฺชาสภาคตาย ตเทกเทเส วิชฺชาโกฏฺฐาเส วตฺตนฺตีติ วุตฺตา. วชิรสฺส ยตฺถ ตํ ปตติ, ตตฺถ อเภชฺชํ นาม กิญฺจิ มณิปาสาณาทิ นตฺถิ, น จ เตน คมนมคฺโค วิรุหติ, เอวเมว อรหตฺตมคฺเคน ยตฺถ โส อุปฺปชฺชติ, ตสฺมึ สนฺตาเน อเภชฺโช กิเลโส นาม นตฺถิ, น จ ภินฺโน ปุน วิรุหตีติ วชิรุปมตา เวทิตพฺพา. ตทุปจาเรน พาลา ยถา ‘‘มญฺจา โฆสนฺตี’’ติ. กณฺหาภิชาตีติ อปายา วุจฺจนฺติ มนุสฺเสสุ จ โทภคฺคิยํ. ตปนสฺส วา ทุกฺขสฺส หิตาติ ตปนิยา.
ทาสาทีสุปิ สิริวฑฺฒกาทิสทฺทา วิย อตถตฺตา วจนมตฺตเมว อธิการํ กตฺวา ปวตฺตา อธิวจนา. ยสฺมา ปน อธิวจนนิรุตฺติปญฺญตฺติปทานิ สมานตฺถานิ, สพฺพญฺจ วจนํ อธิวจนาทิภาวํ ภชติ, ตสฺมา เตสุปิ วจนวิเสเสสุ วิเสเสน ปวตฺเตหิ อธิวจนาทิสทฺเทหิ สพฺพานิ วจนานิ อตฺถปฺปกาสนสามญฺเญน วุตฺตานีติ เอเตนาธิปฺปาเยน อยํ อตฺถโยชนา กตาติ เวทิตพฺพา. อถ วา อธิ-สทฺโท อุปริภาเค, อุปริ วจนํ อธิวจนํ. กสฺส อุปริ? ปกาเสตพฺพสฺส อตฺถสฺสาติ วิทิโตวายมตฺโถ. อธีนํ วา วจนํ อธิวจนํ. เกน อธีนํ? อตฺเถน. ตถา ตํตํอตฺถปฺปกาสเน นิจฺฉิตํ, นิยตํ วา วจนํ นิรุตฺติ. ปถวีธาตุปุริสาทิตํตํปกาเรน ญาปนโต ปญฺญตฺตีติ เอวํ อธิวจนาทิปทานํ สพฺพวจเนสุ ปวตฺติ เวทิตพฺพา. อญฺญถา สิริวฑฺฒกธนวฑฺฒกปฺปการานเมว อภิลาปานํ อธิวจนตา, อภิสงฺขโรนฺตีติ เอวํปการานเมว นิทฺธารณวจนานํ นิรุตฺติตา, ตกฺโก วิตกฺโกติ เอวํปการานเมว เอกเมวตฺถํ เตน เตน ปกาเรน ญาเปนฺตานํ ปญฺญตฺติตา จ อาปชฺเชยฺยาติ.
๑๐๙-๑๑๘. ผสฺโส เวทนาติ สพฺพทาปิ อรูปธมฺมานํ ผสฺสาทินามกตฺตา ปถวิยาทีนํ เกสกุมฺภาทินามนฺตราปตฺติ วิย นามนฺตรานาปชฺชนโต จ สทา อตฺตนาว กตนามตาย จตุกฺขนฺธนิพฺพานานิ นามกรณฏฺเฐน นามํ. นมนํ อวินาภาวโต อารมฺมณาภิมุขตา, นมนเหตุภูตตา นามนํ. อถ วา อธิวจนสมฺผสฺโส วิย อธิวจนํ นามมนฺตเรน เย อนุปจิตโพธิสมฺภารานํ คหณํ น คจฺฉนฺติ, เต นามายตฺตคฺคหณา นามํ. รูปํ ปน วินาปิ นามสาธนํ อตฺตโน รุปฺปนสภาเวน คหณํ อุปยาตีติ รูปํ.
๑๑๙-๑๒๓. อิโต ปุพฺเพ ปริกมฺมํ ปวตฺตํ, อิโต ปรํ ภวงฺคํ, มชฺเฌ สมาปตฺตีติ เอวํ สมาปตฺตีนํ อปฺปนาปริจฺเฉทปญฺญา สมาปตฺติกุสลตา. วุฏฺฐาเน กุสลภาโว ปุพฺเพ วุฏฺฐาเน ปริจฺเฉทกรณญาณํ. ลกฺขณาทิวเสน อนิจฺจาทิวเสน จ มนสิ กรณํ มนสิกาโร.
๑๒๔-๑๓๔. สุจิสีลตา โสรจฺจํ. สา หิ โสภนกมฺมรตตาติ. สมฺโมทกสฺส, สมฺโมทโก วา มุทุภาโว สมฺโมทกมุทุภาโว, สณฺหวาจตา. ‘‘อคุตฺตทฺวารตา’’ติ วุตฺเต เกสุ ทฺวาเรสูติ น ปญฺญายตีติ ‘‘อินฺทฺริเยสู’’ติ วุตฺตํ. สมฺปชานาตีติ สมฺปชาโน, ตสฺส ภาโว สมฺปชญฺญํ. ตทปิ ญาณํ ยสฺมา สมฺปชานาติ, ตสฺมา ‘‘สมฺปชานาตีติ สมฺปชญฺญ’’นฺติ อาห. อปฺปฏิสงฺขาเน นิมิตฺเต วิสเย วา. วีริยสีเสนาติ วีริยปาโมกฺเขน. อุปฺปนฺนํ พลนฺติ วีริโยปตฺถมฺเภน หิ กุสลภาวนา พลวตี ถิรา อุปฺปชฺชตีติ ตถา อุปฺปนฺนา พลวตี กุสลภาวนา พลวนฺโต สตฺต โพชฺฌงฺคาติปิ วุจฺจนฺติ. กสิณนิมิตฺตํ วิย สญฺญาณํ วิย สวิคฺคหํ วิย จ สุฏฺฐุ อุปลกฺเขตพฺพาการํ ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ. สมโถ จ เอวํ อากาโรติ ‘‘นิมิตฺต’’นฺติ วุตฺโต. ตถา หิ โส ปจฺจเวกฺขนฺเตน ปจฺจเวกฺขณโต คยฺหตีติ. อุทฺธจฺจมิว จิตฺตํ น วิกฺขิปตีติ, วิกฺเขปปฏิกฺเขโป วา อวิกฺเขโป.
๑๓๕-๑๔๒. สีลเมว ปุนปฺปุนํ อาเสวิยมานํ โลกิยํ โลกุตฺตรมฺปิ สีลํ ปริปูเรตีติ ‘‘สีลปริปูรณโต’’ติ วุตฺตํ. สีลสฺส สมฺปทาติ การณสีลมฺปิ ผลสีลมฺปิ สมฺปนฺนสมุทายสฺส เอกเทสวเสน วุตฺตํ. อถ วา ‘‘กตเม จ ถปติ อกุสลา สีลา? อกุสลํ กายกมฺมํ อกุสลํ วจีกมฺมํ ปาปโก อาชีโว’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๖๔) วุตฺตตฺตา สพฺพมฺปิ กุสลากุสลํ ‘‘สีล’’นฺติ คเหตฺวา ตตฺถ กุสลสีลํ นิทฺธาเรตฺวา ‘‘สีลสมฺปทา’’ติ วุตฺตํ. เอวํ ทิฏฺฐิสมฺปทาปิ เวทิตพฺพา.
ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โข ปน ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธานนฺติ กมฺมสฺสกตญาณาทิสงฺขาตา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ เจวาติ ปฏิปาฏิยา ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โข ปนาติ จ ปททฺวยสฺส สมานตฺตา ปญฺญา. ยถาทิฏฺฐิสฺสาติ นิพฺพตฺติตปฺปการทิฏฺฐิสฺส นิพฺพตฺเตตพฺพปธานานุรูปทิฏฺฐิสฺส วา ยถาทิฏฺฐิปวตฺตกิริยสฺส วา. สํเวโคติ สโหตฺตปฺปํ ญาณํ, โอตฺตปฺปเมว วา. สมตฺตํ ตุสฺสนํ ติตฺติ สนฺตุฏฺฐิ, นตฺถิ เอตสฺส สนฺตุฏฺฐีติ อสนฺตุฏฺฐิ, อสนฺตุฏฺฐิสฺส ภาโว อสนฺตุฏฺฐิตา. วีริยปฺปวาเห ปวตฺตมาเน อนฺตรา เอว ปฏิคมนํ นิวตฺตนํ ปฏิวานํ, ตํ อสฺส อตฺถีติ ปฏิวานี, น ปฏิวานี อปฺปฏิวานี, ตสฺส ภาโว อปฺปฏิวานิตา. วิมุจฺจนํ นาม อารมฺมเณ อธิมุตฺตตา กิเลเสหิ สพฺพสงฺขาเรหิ จ นิสฺสฏตา จ. ปฏิสนฺธิวเสนาติ กิเลสานํ ตํตํมคฺควชฺฌานํ อุปฺปนฺนมคฺเค ขนฺธสนฺตาเน ปุน สํทหนวเสน. อนุปฺปาทภูเตติ ตํตํผเล. อนุปฺปาทปริโยสาเนติ อนุปฺปาทกโร มคฺโค อนุปฺปาโท, ตสฺส ปริโยสาเน.
สุตฺตนฺติกทุกมาติกาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุกมาติกาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
กามาวจรกุสลปทภาชนียวณฺณนา
๑. ‘‘เย วา ปน…เป… อรูปิโน ธมฺมา’’ติ อิทํ ‘‘ผสฺโส โหตี’’ติ เอวมาทิกํ วิย น วิสุํ ‘‘เตปิ โหนฺตี’’ติ โหติ-สทฺเทน สมฺพนฺธํ กตฺวา วุตฺตํ, อุทฺทิฏฺฐาวเสเส จ ปน คเหตฺวา ‘‘อิเม ธมฺมา กุสลา’’ติ อปฺเปตุํ วุตฺตนฺติ อปฺปนาย อวโรธิตํ. เอวญฺจ กตฺวา นิทฺเทเสปิ เอตสฺส ปทภาชนียํ น วุตฺตนฺติ. สรูเปน ปน อทสฺสิตตฺตา ‘‘อตฺถี’’ติ วตฺวา ทุติเยน โหติ-สทฺเทน สมฺพนฺโธ นิทฺเทโส จ น กโต, สงฺเขเปน ปน อุทฺทิสิตฺวา สงฺเขเปเนว เย วา ปน ธมฺมา นิทฺทิฏฺฐาติ เอตสฺส ธมฺมสฺส อุทฺเทเส อวโรโธ ยุตฺโต. ธมฺมนิทฺเทเส จ นิทฺเทสาวสาเน วุตฺตสฺสาติ.
ปุจฺฉาปริจฺเฉทวจเนเนว ปุจฺฉาภาเว วิญฺญาเต ปุจฺฉาวิเสสญาปนตฺถํ อาห ‘‘อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา’’ติ. ปญฺจวิธา หีติ มหานิทฺเทเส (มหานิ. ๑๕๐; จูฬนิ. ปุณฺณกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๒; เมตฺตคูมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๘) อาคตา ปุจฺฉา ทสฺเสติ. ลกฺขณนฺติ ญาตุํ อิจฺฉิโต โย โกจิ สภาโว. อญฺญาตนฺติ เยน เกนจิ ญาเณน อญฺญาตภาวํ อาห. อทิฏฺฐนฺติ ทสฺสนภูเตน ญาเณน ปจฺจกฺขํ วิย อทิฏฺฐตํ. อตุลิตนฺติ ‘‘เอตฺตกํ อิท’’นฺติ ตุลาภูตาย ปญฺญาย อตุลิตตํ. อตีริตนฺติ ตีรณภูตาย ปญฺญาย อกตญาณกิริยาสมาปนตํ. อวิภูตนฺติ ญาณสฺส อปากฏภาวํ. อวิภาวิตนฺติ ญาเณน อปากฏีกตภาวํ. อทิฏฺฐํ โชตียติ เอตายาติ อทิฏฺฐโชตนา. อนุมติยา ปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา. ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว’’ติอาทิปุจฺฉาย หิ ‘‘กา ตุมฺหากํ อนุมตี’’ติ อนุมติ ปุจฺฉิตา โหติ. กเถตุกมฺยตาติ กเถตุกมฺยตาย.
ปเภทโต ธมฺมานํ เทสนนฺติ มาติกาเทสนํ อาห. ตตฺถ หิ ปุรโต กุสลาทิเก ปเภเท วตฺวา ปจฺฉโต ธมฺมา วุตฺตาติ ‘‘ปเภทวนฺตทสฺสนตฺถ’’นฺติ นิทฺเทสํ อาห. อิทํ วุตฺตํ โหติ – มาติกาย สวิเสสนา ธมฺมา วุตฺตา, เต จ วิเสสิตพฺพตฺตา ปธานา, ปธานญฺจ อิติกตฺตพฺพตาย ยุชฺชตีติ ธมฺมานเมว ปธานานํ ปุจฺฉิตพฺพตา วิสฺสชฺชิตพฺพตา จ โหติ, ตสฺมา เต ปุจฺฉิตพฺเพ ทสฺเสตุํ ‘‘กตเม ธมฺมา’’ติ วุตฺตํ, เต ปน วิเสสวนฺโต ปุจฺฉิตาติ ทสฺเสตุํ ปุน ‘‘กุสลา’’ติ วุตฺตนฺติ เอวํ ปเภทวนฺตทสฺสนตฺถํ อยํ ปทานุกฺกโม กโตติ. ‘‘อิเม ธมฺมา กุสลา’’ติ วิสฺสชฺชเนปิ เอวเมว โยชนา กาตพฺพา. ‘‘ปเภทโต ธมฺมานํ เทสนํ ทีเปตฺวา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ วิวริตุํ ‘‘อิมสฺมิญฺหี’’ติอาทิมาห. อเนกปฺปเภทา เทเสตพฺพาติ สมฺพนฺโธ. ตสฺมาติ อโวหารเทสนโต ธมฺมานเมว เทเสตพฺพตฺตา เตสญฺจ ฆนวินิพฺโภคปฏิสมฺภิทาญาณาวหนโต ปเภทวนฺตานํ เทเสตพฺพตฺตา ‘‘กุสลา…เป… ทีเปตฺวา’’ติ เอเตน สมฺพนฺโธ. เอวเมว หิ ยถาวุตฺตทีปนสฺส เหตุํ สการณํ ปกาเสตุํ ปุน ‘‘ธมฺมาเยวา’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ. ธมฺมาติ สามญฺญมตฺตวจเนน สมูหาทิฆนวเสน เอกตฺตคฺคหณํ โหตีติ เอกตฺตวินิพฺโภคกรณํ ฆนวินิพฺโภคญาณํ อาวหติ ปเภทเทสนา, ตถา กุสลาทิธมฺมานํ อพฺยากตาทิอตฺถานญฺจ ทีปนโต ธมฺมปฏิสมฺภิทาทิญาณญฺจ อาวหติ. ‘‘ปเภทวนฺตทสฺสนตฺถ’’นฺติ เอตํ วิวริตุํ ‘‘อิทานิ เย เตนา’’ติอาทิมาห. ปเภท…เป… ยุชฺชติ อิติกตฺตพฺพตายุตฺตสฺส วิเสสนตฺตา. อถ วา อุทฺเทโส ธมฺมปฺปธาโน, ปุจฺฉา สํสยิตปฺปธานา, น จ ธมฺมภาโว สํสยิโต, กุสลาทิเภโท ปน สํสยิโตติ นิจฺฉิตสํสยิตวเสนายํ ปทานุกฺกโม กโต.
เอตฺถาติ เอตสฺมึ วจเน. กิมตฺถมาห ภควาติ ตํ ทสฺเสตุํ อาห ‘‘สมเย นิทฺทิสิ จิตฺต’’นฺติ. ปริโยสาเนติ สมเย จิตฺตนิทฺเทสสฺส ‘‘ยสฺมึ…เป… อารพฺภา’’ติ เอตสฺส ปริโยสาเน. ตสฺมึ สมเยติ ตสฺมึ จิตฺตุปฺปาทสมเย. จิตฺเตน สมยํ นิยเมตฺวาน อถ ปจฺฉา โพเธตุนฺติ สมฺพนฺโธ. วิชฺชมาเนปิ โภชนคมนาทิสมยนานตฺเต สมวายาทินานตฺเต จ ยถาวุตฺตจิตฺตนิยมิตา วิเสสิตา อญฺญสฺมึ สมเย ยถาธิปฺเปตานํ ผสฺสาทีนํ อภาวา จิตฺตนิยมิเต สมเย ผสฺสาทโย โพเธตุํ วิเสสนเมว ตาว จิตฺตํ ทสฺเสตุํ สมเย จิตฺตํ นิทฺทิสีติ อตฺโถ. วิเสสิตพฺโพปิ หิ สมโย อตฺตโน อุปการตฺถํ วิเสสนภาวํ อาปชฺชติ, วิเสสนภูตญฺจ จิตฺตํ ตทุปการตฺถํ วิเสสิตพฺพภาวนฺติ. สนฺตติฆนาทีนํ อยํ วิเสโส – ปุริมปจฺฉิมานํ นิรนฺตรตาย เอกีภูตานมิว ปวตฺติ สนฺตติฆนตา, ตถา ผสฺสาทีนํ เอกสมูหวเสน ทุพฺพิญฺเญยฺยกิจฺจเภทวเสน เอการมฺมณตาวเสน จ เอกีภูตานมิว ปวตฺติ สมูหาทิฆนตาติ.
กาลญฺจ สมยญฺจาติ ยุตฺตกาลญฺจ ปจฺจยสามคฺคิญฺจ. ขโณติ โอกาโส. ตถาคตุปฺปาทาทิโก หิ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส โอกาโส ตปฺปจฺจยปฏิลาภเหตุตฺตา. ขโณ เอว จ สมโย. โย ‘‘ขโณ’’ติ จ ‘‘สมโย’’ติ จ วุจฺจติ, โส เอโกวาติ อตฺโถ. มหาสมโยติ มหาสมูโห. สมโยปิ โขติ สิกฺขาปริปูรณสฺส เหตุปิ. สมยปฺปวาทเกติ ทิฏฺฐิปฺปวาทเก. ตตฺถ หิ นิสินฺนา ติตฺถิยา อตฺตโน อตฺตโน สมยํ ปวทนฺตีติ. อตฺถาภิสมยาติ หิตปฏิลาภา. อภิสเมตพฺโพติ อภิสมโย, อภิสมโย อตฺโถ อภิสมยฏฺโฐติ ปีฬนาทีนิ อภิสมิตพฺพภาเวน เอกีภาวํ อุปเนตฺวา วุตฺตานิ, อภิสมยสฺส วา ปฏิเวธสฺส วิสยภูโต อตฺโถ อภิสมยฏฺโฐติ ตาเนว ตถา เอกตฺเตน วุตฺตานิ. ตตฺถ ปีฬนํ ทุกฺขสจฺจสฺส ตํสมงฺคิโน หึ สนํ อวิปฺผาริกตากรณํ. สนฺตาโป ทุกฺขทุกฺขตาทิภาเวน สนฺตาปนํ ปริทหนํ.
‘‘อิธา’’ติ วจนํ อกุสเลสุ อพฺยากเตสุ จ เกสุจิ ขณสฺส อสมฺภวโต. นนุ กุสลานญฺจ นวเมน ขเณน วินา อุปฺปตฺติ โหตีติ? โน น โหติ, น ปน นวโม เอว ขโณ, จตุจกฺกานิปิ ขโณติ วุตฺตานิ. สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน อตฺตสมฺมาปณิธิขณมนฺตเรน นตฺถิ กุสลสฺส อุปฺปตฺตีติ ขโณ อิธ คหิโต. อินฺทฺริยวิสยมนสิการาธีนํ วิญฺญาณนฺติ เอวมาทิ สาธารณผลํ ทฏฺฐพฺพํ. นวโมติ อฏฺฐกฺขเณ อุปาทาย วุตฺตํ. จตุจกฺกํ วตฺตตีติ ปุน ปติรูปเทสวาสาทิสมฺปตฺติ จตุจกฺกํ วิปริวตฺตตีติ อตฺโถ. โอกาสภูตานีติ อตฺตโน นิพฺพตฺติยา ‘‘อิทานิ อุปฺปชฺชนฺตุ กุสลานี’’ติ อนุมติทานํ วิย ภูตานิ.
จิตฺตกาโลติ ธมฺเมเนว สตา กาโล วิเสสิโต, น ตสฺส ปวตฺติตฺถ ปวตฺติสฺสติ ปวตฺตตีติ เอเตน อวตฺถาวิเสเสน, นาปิ ตสฺส วิชานนกิจฺเจน, ตสฺมา เอวํวิเธ ธมฺเม อุปาทาย ปญฺญตฺโตติ วุตฺโต. กมปฺปวตฺตา วิเสสา เอว ปฏิปาฏีติ พีชภาโว จ ปฏิปาฏีติ วตฺตุมรหตีติ อิมินาธิปฺปาเยน ‘‘พีชกาโลติ ธมฺมปฏิปาฏึ อุปาทาย ปญฺญตฺโต’’ติ อาห. ธมฺมปฏิปาฏึ วาติ อฏฺฐกลาปธมฺเม สนฺธายาห. สญฺจิตา วิย คยฺหมานกาลา เอว กาลสญฺจโย, ยถา วา ตถา วา กาโลติ เอกํ สภาวํ คเหตฺวา อภินิเวสํ กโรนฺตสฺส ตทภินิเวสนิเสธนตฺถํ ‘‘โส ปเนส สภาวโต อวิชฺชมานตฺตา ปญฺญตฺติมตฺตโก’’ติ อาห. ญตฺวา วิญฺเญยฺโยติ สมฺพนฺโธ. อิตโร ปน เหตูติ เอส สมโย ปจฺจโยว วิญฺเญยฺโย. เอตฺถาติ เอตสฺมึ อธิกาเร น เหตุเหตุ สาธารณเหตุ จาติ อตฺโถ. สมวาโย ปจฺจยสามคฺคี, เหตุ ปน เอเกโก ปจฺจโยติ อยเมเตสํ วิเสโส เวทิตพฺโพ. จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อเนกปจฺจยทสฺสเนน ตํตํทฺวาริกานํ กุสลานญฺจ ตปฺปจฺจยตํ ทสฺเสติ.
ปริคฺคโห กโต อฏฺฐกถาจริเยหิ. เอกการณวาโทติ ปกติการณวาโท, อิสฺสรการณวาโท วา. อญฺญมญฺญาเปกฺโขติ อวยวานํ อญฺญมญฺญาเปกฺขตาย สมุทาโย วุตฺโต. อเปกฺขา จ ยาว สหายการณสมาคโม น โหติ, ตาว ผลสฺส อนิปฺผาทนํ สมาคเม นิปฺผาทนสมตฺถสฺส นิปฺผาทนญฺจ. สมาคโม จ เยสุ ยุชฺชมาเนสุ นิพฺยาปาเรสุปิ ผลสฺส ปวตฺติ, เตสํ สพฺภาโวติ.
อสามคฺคี…เป… ปตฺติโตติ จกฺขุรูปาโลกมนสิการานํ อสมเวตานํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อเหตุภาเว สติ สมเวตานญฺจ ตํสภาวาวินิวตฺติโต เหตุภาวานาปตฺติโตติ อตฺโถ. น หิ สภาวนฺตรํ อญฺเญน สหิตํ สภาวนฺตรํ โหตีติ. เอกสฺมินฺติ อนฺธสเต เอเกกสฺมึ อนฺเธติ อธิปฺปาโย. อญฺญถา ยถารุตวเสน อตฺเถ คยฺหมาเน เอกสฺส อนฺธสฺส ทสฺสนาสมตฺถตา สพฺเพสมฺปิ น โหติ, นาปิ เอกสฺส อสมตฺถตาย สพฺเพสมฺปิ อสมตฺถตา วุตฺตา, กินฺตุ สพฺเพสํ วิสุํ อสมตฺถตาย เอวาติ อุปมาวจนํ น ยุชฺเชยฺย, นาปิ อุปโมปมิตพฺพสมฺพนฺโธ. น หิ อุปมิตพฺเพสุ จกฺขาทีสุ เอกสฺส อสมตฺถตาย สพฺเพสมฺปิ อสมตฺถตา วุตฺตา, กินฺตุ สพฺเพสํ วิสุํ อสมตฺถตาย สหิตานํ อสมตฺถตาติ. อนฺธสตํ ปสฺสตีติ จ อนฺธสตํ สหิตํ ปสฺสตีติ อธิปฺปาโย อญฺญถา วุตฺตนเยน อุปมิตพฺพาสมานตาปตฺติโต. สาธา…เป… ฐิตภาโวติ เยสุ วิชฺชมาเนสุ ผลปฺปวตฺติ เตสํ สโมธาเน, ยถา ปวตฺตมาเนสุ เตสุ ผลปฺปวตฺติ, ตถา ปวตฺติมาห. น เยสํ เกสญฺจิ อเนเกสํ สโมธานมตฺตํ สามคฺคี. น หิ สทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพสโมธานํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส, กฏฺฐกปาลปาสาณสโมธานํ วา โสตวิญฺญาณสฺส เหตูติ. ตนฺติ ตํ ทสฺสนํ. อสา…เป… สิทฺโธติ นายมตฺโถ สาเธตพฺโพ วิสุํ อเหตูนํ จกฺขาทีนํ สหิตานํ เหตุภาวสฺส ปจฺจกฺขสิทฺธตฺตาติ อตฺโถ. น หิ ปจฺจกฺขสิทฺเธ ยุตฺติมคฺคนํ ยุตฺตนฺติ.
มนุสฺสตฺตาทีนํ ขณาวยวานํ สามคฺคี ขณสามคฺคี, ตํ วินา โส นวมจกฺกสมฺปตฺติสงฺขาโต ขโณ นตฺถิ. สา เอว หิ ขณสามคฺคี โส ขโณติ อตฺโถ. ขณ…เป… ทีเปติ อตฺตโน ทุลฺลภตายาติ อตฺโถ. ขณตฺโถ วา สมยสทฺโท ขณสงฺขาโต สมโยติ วุตฺโต. โส ยสฺมึ ทุลฺลเภ ขเณ สตีติ อิมสฺสตฺถสฺส วิภาวนวเสน ตทายตฺตาย กุสลุปฺปตฺติยา ทุลฺลภภาวํ ทีเปติ. เอเตนุปาเยน สมวาย…เป… วุตฺตึ ทีเปตีติ เอตฺถ อิโต ปเรสุ จ โยชนา ตสฺส ตสฺส ตํตํทีปเน กาตพฺพา.
ตสฺส ปุริสสฺสาติ ‘‘เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว จตฺตาโร ทฬฺหธมฺมา ธนุคฺคหา สิกฺขิตา กตหตฺถา กตุปาสนา จตุทฺทิสา ฐิตา อสฺสุ, อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ‘อหํ อิเมสํ…เป… กตุปาสนานํ กณฺเฑ ขิตฺเต ขิตฺเต อปฺปติฏฺฐิเต ปถวิยํ คเหตฺวา อาหริสฺสามี’’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๒๘) เอวํ วุตฺตชวนปุริสสฺส. ตาว ปริตฺตโกติ คมนสฺสาทานํ เทวปุตฺตานํ เหฏฺฐุปริยาเยน ปฏิมุขํ ธาวนฺตานํ สิรสิ ปาเท จ พทฺธขุรธาราสนฺนิปาตโต จ ปริตฺตตโร กาโล. กาลสงฺขาโต สมโย จิตฺตปริจฺฉินฺโน วุจฺจมาโน เตเนว ปริจฺเฉทกจิตฺเตน ‘‘เอวํ ปริตฺโต อห’’นฺติ อตฺตโน ปริตฺตตํ ทีเปติ. ยถา จาหํ, เอวํ สพฺโพ กุสลจิตฺตปฺปวตฺติกาโลติ ตสฺส ปริตฺตตํ ทีเปติ. สทฺทสฺส ทีปนา วุตฺตนยานุสาเรน เวทิตพฺพา.
ปกติวาทีนํ มหโต วิย อณุวาทีนํ ทฺวิอณุกสฺส วิย จ เอกสฺเสว. เหตุ…เป… วุตฺติตํ ทีเปตีติ ปจฺจยายตฺตวุตฺติทีปนโต ตปฺปรภาวา เหตุสงฺขาตสฺส ปรายตฺตวุตฺติทีปนตา วุตฺตา. สติ ปน ปจฺจยายตฺตภาเว ปจฺจยสามคฺคีอายตฺตตา สมวายสงฺขาเตน ทีปิยตีติ อตปฺปรภาวโต ตสฺส ตํทีปนตา น วุตฺตา. อเนน สมเยน กตฺตุภูเตน, อเนน สมเยน วา กรณภูเตน ภควตา ปฏิเสธิโตติ อตฺโถ. เอส นโย ปุริมาสุ ทีปนาสุ.
อธิกรณวเสนาติ อาธารวเสน. เอตฺถาติ กาลสมูหสงฺขาเต สมเย คหิเตติ อตฺโถ. กาโลปิ หิ จิตฺตปริจฺฉินฺโน สภาวโต อวิชฺชมาโนปิ อาธารภาเวเนว สญฺญาโต ‘‘อธิกรณ’’นฺติ วุตฺโต ตํขณปฺปวตฺตานํ ตโต ปุพฺเพ ปรโต จ อภาวา. ภาโวติ กิริยา. กิริยาย กิริยนฺตรลกฺขณํ ภาเวนภาวลกฺขณํ. ยถา คาวีสุ ทุยฺหมานาสุ คโต, ทุทฺธาสุ อาคโตติ โทหนกิริยา คมนกิริยาย ลกฺขณํ โหติ, เอวมิหาปิ ‘‘ยสฺมึ สมเย ตสฺมึ สมเย’’ติ จ วุตฺเต สตีติ อยมตฺโถ วิญฺญายมาโน เอว โหติ อญฺญกิริยาสมฺพนฺธาภาเวน ปทตฺถสฺส สตฺตาวิรหาภาวโตติ สมยสฺส สตฺตากิริยาย จิตฺตุปฺปาทกิริยา ผสฺสาทิภวนกิริยา จ ลกฺขียตีติ อุภยตฺถ สมยสทฺเท ภุมฺมนิทฺเทโส กโต ลกฺขณภูตภาวยุตฺโตติ.
อุทฺทานโตติ อุทฺเทสโต สงฺเขปโต. กิเลสกาโม วตฺถุกามภาวํ ภชนฺโต กามนียวเสน ภชติ, น กามนวเสนาติ กามนวเสน กิเลสกาโม เอว โหติ, น วตฺถุกาโม. ทุวิโธเปโสติ วจเนน ทุวิธสฺสปิ สหิตสฺส อวจรณปฺปเทสํ สงฺคณฺหาติ. เตน วตฺถุกามสฺเสว ปวตฺติเทโส รูปารูปธาตุทฺวยํ อปนีตํ โหติ. นนุ จ ทุวิโธปิ สหิโต รูปารูปธาตูสุ ปวตฺตติ รูปารูปาวจรธมฺมานํ วตฺถุกามตฺตา ตทารมฺมณานํ รูปารูปราคานญฺจ กิเลสกามภาวสิทฺธิโตติ? ตํ น, พหลกิเลสสฺส กามราคสฺส กิเลสกามภาเวน อิธ สงฺคหิตตฺตา. เอวญฺจ กตฺวา รูปารูปธาตูสุ ปวตฺตมาเนสุ กามาวจรธมฺเมสุ นิกนฺติ อิธ น สงฺคหิตา สุขุมตฺตา. ‘‘อุทฺทานโต เทฺว กามา’’ติ สพฺพกาเม อุทฺทิสิตฺวาปิ หิ ‘‘ทุวิโธเปโส’’ติ เอตฺถ ตเทกเทสภูตา อญฺญมญฺญสหิตตาปริจฺฉินฺนา กามราคตพฺพตฺถุกธมฺมาว สงฺคหิตาติ, นิรวเสโส วา กิเลสกาโม กามราโค กามตณฺหารูปตณฺหาอรูปตณฺหานิโรธตณฺหาเภโท อิธ ปวตฺตตีติ อนวเสสปฺปวตฺติตํ สนฺธาย ‘‘ทุวิโธเปโส’’ติ วุตฺตํ, วตฺถุกาโมปิ จ อปฺปโก อิธาปิ น วตฺตติ รูปารูปาวจรวิปากมตฺโต, ตถาปิ ปริปุณฺณวตฺถุกามตฺตา กามาวจรธมฺมาว อิธ คหิตา. เอวญฺจ กตฺวา สสตฺถาวจโรปมา ยุตฺตา โหติ. ‘‘รูปูปปตฺติยา มคฺคํ ภาเวตี’’ติ (ธ. ส. ๑๖๓; วิภ. ๖๒๕) เอตฺถ รูปภโว อุตฺตรปทโลปํ กตฺวา ‘‘รูป’’นฺติ วุตฺโต, เอวมิธาปิ อุตฺตรปทโลโป ทฏฺฐพฺโพ. อญฺญถา หิ จิตฺตํ กามาวจราวจรนฺติ วุจฺเจยฺยาติ. อารมฺมณกรณวเสนาติอาทิเก ‘‘กาโม’’ติ สพฺพํ ตณฺหมาห, ตสฺมา ‘‘กามญฺเจสา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ‘‘กาเม อวจาเรตีติ กามาวจาร’’นฺติ วตฺตพฺเพ จา-สทฺทสฺส รสฺสตฺตํ กตํ.
รุฬฺหิสทฺเทนาติ ญาณสมฺปยุตฺเตสุ รุเฬฺหน สทฺเทน, ญาณสมฺปยุตฺเตสุ วา ปวตฺติตฺวา อนวชฺชสุขวิปากตาย ตํสทิเสสุ ญาณวิปฺปยุตฺเตสุ รุเฬฺหน สทฺเทน. อถ วา กิญฺจิ นิมิตฺตํ คเหตฺวา สติปิ อญฺญสฺมึ ตํนิมิตฺตยุตฺเต กิสฺมิญฺจิเทว วิสเย สมฺมุติยา จิรกาลตาวเสน นิมิตฺตวิรเหปิ ปวตฺติ รุฬฺหิ นาม ยถา ‘‘มหิยํ เสตีติ มหึโส, คจฺฉนฺตีติ คาโว’’ติ, เอวํ กุสลสทฺทสฺสปิ รุฬฺหิภาโว เวทิตพฺโพ. ปญฺญานิทฺเทเส ‘‘โกสลฺล’’นฺติ อภิธมฺเม (ธ. ส. ๑๖) วุตฺตํ, ตสฺส จ ภาวา กุสลสทฺทปฺปวตฺตีติ โกสลฺลโยคา กุสลนฺติ อยํ อภิธมฺมปริยาโย โหติ. กุสลนฺติ กุสลภาวํ อาห.
วิปากาทีนํ อวชฺชปฏิปกฺขตา นตฺถีติ กุสลเมว อนวชฺชลกฺขณํ วุตฺตํ. อนวชฺชลกฺขณเมวาติ สุขวิปากสภาวสฺส ลกฺขณภาวนิวารณตฺถํ อวธารณํ กตํ, ตํนิวารณญฺจ ตสฺส ปจฺจุปฏฺฐานตํ วตฺถุกามตาย กตํ. สมฺปตฺติอตฺเถน รเสน โวทานภาวรสํ. ผลฏฺเฐน ปจฺจุปฏฺฐาเนน อิฏฺฐวิปากปจฺจุปฏฺฐานํ. สภาโว กกฺขฬาทิผุสนาทิโก อสาธารโณ. สามญฺญํ สาธารโณ อนิจฺจาทิสภาโว. อิธ จ กุสลลกฺขณํ สพฺพกุสลสาธารณสภาวตฺตา สามญฺญํ ทฏฺฐพฺพํ, อกุสลาทีหิ อสาธารณตาย สภาโว วา. อุปฏฺฐานากาโรติ คเหตพฺพภาเวน ญาณสฺส อุปฏฺฐหนากาโร. ผลํ ปน อตฺตโน การณํ ปฏิจฺจ ตปฺปฏิพิมฺพภาเวน, ปฏิมุขํ วา อุปฏฺฐาตีติ ปจฺจุปฏฺฐานํ.
วิชานาตีติ สญฺญาปญฺญากิจฺจวิสิฏฺฐํ วิสยคฺคหณํ อาห. สพฺพจิตฺตสาธารณตฺตา ยตฺถ ยตฺถ ยถา ยถา อตฺโถ ลพฺภติ, ตตฺถ ตตฺถ ตถา ตถา คเหตพฺโพติ. ยํ อาเสวนปจฺจยภาเวน จิโนติ, ยญฺจ กมฺมุนา อภิสงฺขตตฺตา จิตํ, ตํ ตถา ‘‘จิตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ยํ ปน ตถา น โหติ, ตํ ปริตฺตกิริยทฺวยํ อนฺติมชวนญฺจ ลพฺภมานจินฺตนวิจิตฺตตาทิวเสน ‘‘จิตฺต’’นฺติ เวทิตพฺพํ. หสิตุปฺปาโท ปน อญฺญชวนคติโกว. จิตฺตานํ ปนาติ วิจิตฺรานนฺติ อตฺโถ. ตทนฺโตคธตฺตา หิ สมุทายโวหาเรน อวยโวปิ ‘‘จิตฺต’’นฺติ วุจฺจติ ยถา ปพฺพตนทีสมุทฺทาทิเอกเทเสสุ ทิฏฺเฐสุ ปพฺพตาทโย ทิฏฺฐาติ วุจฺจนฺตีติ. จรณํ นาม คเหตฺวา จริตพฺพจิตฺตปโฏ. รูปานีติ พิมฺพานิ.
อชฺฌตฺติกนฺติ อินฺทฺริยพทฺธํ วทติ. จิตฺตกตเมวาติ จิตฺตสฺส มูลการณตํ สนฺธาย วุตฺตํ. กมฺมสฺส เหตํ จิตฺตํ การณนฺติ. ตํ ปน อตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘กายกมฺมาทิเภท’’นฺติอาทิมาห. ลิงฺคนานตฺตนฺติ สณฺฐานนานตฺตํ, ภินฺนสณฺฐานงฺคปจฺจงฺควโต สรีรสฺส วา นานตฺตํ. โวหารวเสน อิตฺถิปุริสาทิภาเวน โวหริตพฺเพสุ ปตฺถนาวิเสสา อุปฺปชฺชนฺติ, ตโต กมฺมวิเสสา. เอวมิทํ กมฺมนานตฺตํ โวหารนานตฺตโต โหติ. อปา…เป… กาทิตาติ เอวมาทีสุ อาทิ-สทฺเทหิ คติยา อุปปตฺติยา อตฺตภาเว โลกธมฺเมสุ จ นานากรณานิ สุตฺตาคตานิ สงฺคณฺหาติ.
กมฺมนานตฺตาทิวเสนาติ เอตฺถ กุสลากุสลวเสน กมฺมนานตฺตํ เวทิตพฺพํ. วิสทิสสภาวตา หิ นานตฺตนฺติ. กุสลกมฺมสฺส ทานาทิวเสน กายสุจริตาทิภาเวน จ ปุถุตฺตํ, อกุสลกมฺมสฺส จ มจฺฉริยาทีหิ กายทุจฺจริตาทีหิ จ ปุถุตฺตํ เวทิตพฺพํ. พหุปฺปการตา หิ ปุถุตฺตนฺติ. อนฺนทานาทิวเสน ทานาทีนํ ปาณาติปาตาวิรติอาทิวเสน กายสุจริตาทีนํ อาวาสมจฺฉริยาทิวเสน มจฺฉริยาทีนํ ปาณาติปาตาทิวเสน กายทุจฺจริตาทีนญฺจ ปเภโท เวทิตพฺโพ. เอเกกสฺส หิ ปการสฺส เภโท ปเภโทติ. นานตฺตาทีนํ ววตฺถานํ ตถา ตถา ววตฺถิตตา นิจฺฉิตตา. เอเตนุปาเยน ลิงฺคนานตฺตาทีนิ เวทิตพฺพานิ. กมฺมนานตฺตาทีหิ นิพฺพตฺตานิ หิ ตานีติ.
ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ลิงฺคสฺส กมฺมโต ปวตฺตึ ตทนุกฺกเมน ปจฺจุปฺปนฺนกมฺมสฺส นิปฺผตฺติญฺจ ทสฺเสตฺวา ตโต อนาคตลิงฺคนานตฺตาทินิปฺผตฺติทสฺสเนน สํสารํ ฆเฏนฺโต ‘‘กมฺมนานากรณํ ปฏิจฺจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปุริเมน กมฺมวจเนน อวิชฺชาสงฺขารา, ลิงฺคาทิวจเนน วิญฺญาณาทีนิ ภวปริโยสานานิ, คติอาทิวจเนน ชาติชรามรณานิ คหิตานีติ ทฏฺฐพฺพานิ. ตตฺถ คตีติ นิรยาทโย ปญฺจ คติโย วุจฺจนฺติ, ตาสํ นานากรณํ อปทาทิภาโว. ตา หิ ตถา ภินฺนาติ. อุปปตฺตีติ โคมหึสาทิขตฺติยาทิจาตุมหาราชิกาทิอุปปตฺติโย, ตาสํ นานากรณํ อุจฺจาทิตา. ขตฺติโย เอว หิ เอกจฺโจ กุลโภคอิสฺสริยาทีหิ อุจฺโจ โหติ, เอกจฺโจ นีโจ. เตหิ เอว หีนตาย หีโน, ปธานภาวํ นีตตาย ปณีโต, อฑฺฒตาย สุคโต, ทลิทฺทตาย ทุคฺคโต. กุลวเสน วา อุจฺจนีจตา, อิสฺสริยวเสน หีนปณีตตา, โภควเสน สุคตทุคฺคตตา โยเชตพฺพา. สุวณฺณทุพฺพณฺณตาติ โอทาตสามาทิวณฺณสุทฺธิอสุทฺธิวเสน วุตฺตํ. สุชาตทุชฺชาตตาติ นิโคฺรธปริมณฺฑลาทิอาโรหปริณาเหหิ ลกฺขเณหิ วา อตฺตภาวปริปุณฺณาปริปุณฺณชาตตาวเสน. สุสณฺฐิตทุสฺสณฺฐิตตาติ องฺคปจฺจงฺคานํ สณฺฐานวเสน.
อปรมฺปิ วุตฺตํ อชฺฌตฺติกจิตฺตสฺส ยถาวุตฺตสฺส จิตฺตกตภาวสาธกํ สุตฺตํ ‘‘กมฺมโต’’ติอาทิ. กมฺมญฺหิ จิตฺตโต นิพฺพตฺตนฺติ ตโต นิปฺผชฺชมานํ สพฺพมฺปิ จิตฺตํ จิตฺตกตเมวาติ สาเธติ. กมฺมนิพฺพตฺตโต ลิงฺคโต ปวตฺตมานลิงฺคสญฺญา มูลการณโต กมฺมโต อาสนฺนการณโต ลิงฺคโต จ ปวตฺตา โหตีติ ‘‘กมฺมโต…เป… ปวตฺตเร’’ติ อาห. อถ วา ลิงฺคญฺจ สญฺญา จ ลิงฺคสญฺญา, ตา ยถาสงฺขฺยํ กมฺมโต ลิงฺคโต จ ปวตฺตเรติ อตฺโถ. สญฺญาโต เภทํ คจฺฉนฺตีติ เต อิตฺถิปุริสาทิลิงฺคสญฺญาโต อิตฺถิปุริสาทิโวหารเภทํ ธมฺมา คจฺฉนฺติ, ตถา ตถา โวหริตพฺพาติ อตฺโถ. อิมาย คาถาย อตีตปจฺจุปฺปนฺนทฺธปฏิจฺจสมุปฺปาทวเสน จิตฺตกตํ จิตฺตํ ทสฺสิตํ.
โลโก เอว ปชาตตฺตา ปชาติ ปุริมปาทสฺส วิวรณํ ปจฺฉิมปาโท ทฏฺฐพฺโพ. ยถา รถสฺส อาณิ นิพนฺธนา, เอวํ สตฺตโลกรถสฺส กมฺมํ นิพนฺธนนฺติ อุปมาสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ. อิมาย จ คาถาย อทฺธทฺวยวเสน จิตฺตสฺส กมฺมวิญฺญาณกตตา ทสฺสิตา. กิตฺตินฺติ ปรมฺมุขา กิตฺตนํ ปตฺถฏยสตํ. ปสํสนฺติ สมฺมุขา ปสํสนํ ถุตึ. กมฺมนานากรณนฺติ กมฺมโต นิพฺพตฺตนานากรณํ กมฺมเชหิ อนุมิยมานํ กมฺมสฺเสว วา นานากรณํ.
กมฺมสฺสกาติ กมฺมสยา. กมฺมสฺส ทายํ เตน ทาตพฺพํ อาทิยนฺตีติ กมฺมทายาทา. อณฺฑชาทีนญฺจ โยนีนํ กมฺมโต นิพฺพตฺตตฺตา กมฺมเมว โยนิ อตฺตภาวปฏิลาภนิมิตฺตํ เอเตสนฺติ กมฺมโยนี. พนฺธนฏฺเฐน กมฺมํ พนฺธุ เอเตสนฺติ กมฺมพนฺธู.
จิตฺตสฺสาติ กมฺมวิญฺญาณสฺส. ตสฺส ปน อลทฺโธกาสตา อญฺเญน กมฺเมน ปฏิพาหิตตฺตา ตทวิปจฺจโนกาเส ปุคฺคลสฺส นิพฺพตฺตตฺตา จ เวทิตพฺพา. วิชฺชมานมฺปิ อปราปริยเวทนียกมฺมวิญฺญาณํ กาลคติปโยคาทิสหการีปจฺจยวิกลตาย อวเสสปจฺจยเวกลฺลํ ทฏฺฐพฺพํ. เอกจฺจจิตฺตนฺติ จิตฺเตน กตฺตพฺพจิเตฺรน เอกจฺจภูตํ เตน กตฺตพฺพจิตฺรมาห.
อนุภวิตฺวา ภวิตฺวา จ อปคตํ ภูตาปคตํ. อนุภูตภูตตา หิ ภูตตาสามญฺเญน ภูตสทฺเทน วุตฺตา. สามญฺญเมว หิ อุปสคฺเคน วิเสสียตีติ. อนุภูตสทฺโท จ กมฺมวจนิจฺฉาภาวโต อนุภวกวาจโก ทฏฺฐพฺโพ. วิกปฺปคาหวเสน ราคาทีหิ ตพฺพิปกฺเขหิ จ อกุสลํ กุสลญฺจ อารมฺมณรสํ อนุภวติ, น วิปาโก กมฺมเวคกฺขิตฺตตฺตา, นาปิ กิริยา อเหตุกานํ อติทุพฺพลตาย สเหตุกานญฺจ ขีณกิเลสสฺส ฉฬงฺคุเปกฺขาวโต อุปฺปชฺชมานานํ อติสนฺตวุตฺติตฺตา. เอตฺถ จ ปุริมนเย กุสลากุสลเมว วตฺตุํ อธิปฺปายวเสน ‘‘ภูตาปคต’’นฺติ วุตฺตํ. ยํ ‘‘อุปฺปนฺนานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ฐิติยา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๖๕๑-๖๖๒; วิภ. ๓๙๐-๓๙๑) เอตฺถ อุปฺปนฺนนฺติ คเหตฺวา ตํสทิสานํ ปหานํ, วุทฺธิ จ วุตฺตา, ปจฺฉิมนเย ปน จ-สทฺเทน กุสลากุสลญฺจ อากฑฺฒิตฺวา สพฺพํ สงฺขตํ วุตฺตํ ภูตาปคตภาวาภิธานาธิปฺปาเยน.
วิปจฺจิตุํ โอกาสกรณวเสน อุปฺปติตํ อตีตกมฺมญฺจ ตโต อุปฺปชฺชิตุํ อารทฺโธ อนาคโต วิปาโก จ ‘‘โอกาสกตุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺโต. ยํ อุปฺปนฺนสทฺเทน วินาปิ วิญฺญายมานํ อุปฺปนฺนํ, ตํ สนฺธาย ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, สญฺเจตนิกาน’’นฺติอาทิ (อ. นิ. ๑๐.๒๑๗, ๒๑๙) วุตฺตํ. ตาสุ ตาสุ ภูมีสูติ มนุสฺสเทวาทิอตฺตภาวสงฺขาเตสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ. ตสฺมึ ตสฺมึ สนฺตาเน อนุปฺปตฺติอนาปาทิตตาย อสมูหตํ. เอตฺถ จ ลทฺธภูมิกํ ‘‘ภูมิลทฺธ’’นฺติ วุตฺตํ อคฺคิอาหิโต วิย. โอกาสกตุปฺปนฺนสทฺเทปิ จ โอกาโส กโต เอเตนาติ, โอกาโส กโต เอตสฺสาติ จ ทุวิธตฺเถปิ เอวเมว กตสทฺทสฺส ปรนิปาโต เวทิตพฺโพ.
สพฺพทา อวตฺตมานมฺปิ คมิยจิตฺตํ ปฏิปกฺขปจฺจเวกฺขณาย อวิกฺขมฺภิตตฺตา ‘‘อุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ. อนฺตรธาเปตีติ วิกฺขมฺภิกา อานาปานสฺสติ วิกฺขมฺเภติ. อนฺตราเยวาติ ภูมิลทฺเธ สภูมิยํ อพฺโพจฺฉินฺเน วิจฺฉินฺทิตฺวาติ อตฺโถ. อนตีตํ อนนาคตญฺจ ขณตฺตเยกเทสคตมฺปิ อุปฺปชฺชมานํ ‘‘ขณตฺตยคต’’นฺติ วุตฺตํ. เทสนาย ปธาเนน คหิโต อตฺโถ ‘‘สีส’’นฺติ วุจฺจติ. โลกิยธมฺมญฺหิ เทเสตพฺพํ ปตฺวา เทสนาย จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ โหติ, ธมฺมสภาวํ วา สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อกุสลาติ สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา วุตฺตา. เจตนาติ เกจิ. อกุสลภาคิยาติ ราคาทโย เอกนฺตอกุสลา. อกุสลปกฺขิกาติ ผสฺสาทโยปิ ตปฺปกฺขิกา. มโน เตสํ ธมฺมานํ ปฐมํ อุปฺปชฺชตีติ สหชาโตปิ มโน สมฺปยุตฺเต สงฺคณฺหิตฺวา อธิปติภาเวน ปวตฺตมาโน ปฐมํ อุปฺปนฺโน วิย โหตีติ เอวํ วุตฺโต. สมฺปยุตฺตาปิ ตทนุวตฺตนตาย อนฺวเทว อกุสลา ธมฺมาติ วุตฺตา, อนนฺตรปจฺจยมนํ วา สนฺธาย มโนปุพฺพงฺคมตา วุตฺตา. จิตฺเตน นียตีติ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ สนฺธายาห, ตณฺหาสมฺปยุตฺตํ วา. ปภสฺสรนฺติ สภาวปณฺฑรตํ สนฺธายาห. อรกฺขิเตติ สติยา อนุนยปฏิฆาทีหิ อรกฺขิเต, ราคาทีหิ พฺยาปนฺเน, เตหิ เอว อวสฺสุเต. จิตฺตสฺส ปุพฺพงฺคมภาวสาธเน อญฺญมญฺญํ พลทานวเสน สุตฺตานุรกฺขณํ, อิธ วา อุปสํหตานํ อาภิธมฺมิเกหิ วิญฺญาตานํ จิรกาลปฺปวตฺติวเสน เวทิตพฺพํ.
กตรปญฺญํ ตฺวนฺติอาทิ น ปาฬิอารุฬฺหํ, เอวํ ภควา ปุจฺฉตีติ อฏฺฐกถายเมว วุตฺตํ. ปญฺญา ปน กิมตฺถิยาติ อิทมฺปิ เอกํ สุตฺตํ. ‘‘อภิญฺญตฺถา ปริญฺญตฺถา ปหานตฺถา’’ติ ตสฺส วิสฺสชฺชนํ.
สาตนฺติ สภาววเสน วุตฺตํ, มธุรนฺติ มธุรํ วิยาติ อุปมาวเสน. โปโนพฺภวิกาติ ปุนพฺภวกรณสีลา. ตตฺรตตฺราภินนฺทนโต นนฺที, นนฺทิภูโต ราโค นนฺทิราโค, นนฺทิราคภาเวน สหคตาติ นนฺทิราคสหคตาติ น เอตฺถ สมฺปโยควเสน สหคตภาโว อตฺถีติ สหคตสทฺโท ตณฺหาย นนฺทิราคภาวํ โชเตติ. นนฺทิราคภูตาติ จสฺส อตฺโถ. นิสฺสเยติ ปาทเก. รูปารูปารมฺมณานนฺติ ปถวีกสิณาทิอากาสาทิอารมฺมณานํ. สํสฏฺเฐติ ขีโรทกํ วิย สโมทิเต เอกีภาวมิว คเต. สหชาเตติ สมฺปยุตฺตสหชาเต, น สหชาตมตฺเต. อิธาปีติ ‘‘อิมสฺมิมฺปิ ปเท อยเมว อตฺโถ อธิปฺเปโต’’ติ อิมิสฺสา อฏฺฐกถาย ยถาทสฺสิตสํสฏฺฐสทฺโท สหชาเต อธิปฺเปโตติ. อรูปํ รูเปนาติ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุนา. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโสติ อนวเสสสงฺคเหน กโต อติสยนิทฺเทโส.
อนาภฏฺฐตาเยวาติ ‘‘ทิฏฺฐํ สุต’’นฺติอาทีสุ ทิฏฺฐตาทโย วิย อภาสิตพฺพตา อนาภฏฺฐตา. สพฺพากาเรน สทิสสฺส ทุติยจิตฺตสฺส สสงฺขาริกตาวจเนน อิมสฺส อสงฺขาริกตา วิญฺญายติ, ตสฺมา อภาสิตพฺพตาย น คหิโตติ อตฺโถ ยุชฺชติ. อธิปฺปาโย ปน ปาฬิยํ อภาสิตตฺตา เอว ตตฺถ เทเสตพฺพภาเวน น คหิโต น สงฺคหิโต น ตสฺสตฺถสฺส อภาวาติ. อถ วา ปาฬิยํ อนาภฏฺฐตาย เอว อฏฺฐกถายํ น คหิโต น ตสฺสตฺโถ วุตฺโต. นิยเมตฺวาวาติ ปรโต เอวํวิธสฺเสว สสงฺขาริกภาววจนโต อิธ ตทวจเนเนว อสงฺขาริกภาวํ นิยเมตฺวา.
มโนวิญฺญาณนฺติ เอตฺถ ทฺวารํ วตฺถูติ วุตฺตํ, ทฺวาเรน วา ตํสหายภูตํ หทยวตฺถุ วุตฺตํ. สรสภาเวนาติ สกิจฺจภาเวน. อวิชฺชา หิ สงฺขารานํ ปจฺจยภาวกิจฺจา, อญฺญาสาธารโณ วา รสิตพฺโพ วิญฺญาตพฺโพ ภาโว สรสภาโว, อวิชฺชาสภาโว สงฺขารสภาโวติ เอวมาทิโก. ‘‘สรสสภาเวนา’’ติปิ ปาโฐ, โสเยว อตฺโถ. อวิชฺชาปจฺจยาติ วา สรเสน, สงฺขาราติ สภาเวน.
เอกสมุฏฺฐานาทิตา รูปธมฺเมสุ เอว โยเชตพฺพา เตสุ ตพฺโพหารพาหุลฺลโต. อตีตาทิภาโว รูปารูปธมฺเมสุ, จิตฺตเจตสิกนิพฺพานานมฺปิ วา ยถาสภาวํ เอกทฺวินกุโตจิสมุฏฺฐานตา โยเชตพฺพา. อนาปาถคตาติ จกฺขาทีนํ อโคจรคตา สุขุมรชาทิรูปํ วิย วตฺถุปริตฺตตาย ตตฺตาโยคุเฬ ปติโตทกพินฺทุรูปํ วิย ขณปริตฺตตาย อติทูรตาย อจฺจาสนฺนาทิตาย อตีตานาคตตาย จ. วิสโย อนญฺญตฺถภาเวน, โคจโร จ ตตฺถ จรเณน วุตฺโต, ตพฺพิสยนิจฺฉเยน มโน ปฏิสรณํ. อยมตฺโถ สิทฺโธ โหติ อญฺญถา เตสํ ธมฺมารมฺมณภาเวน ‘‘เนสํ โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภตี’’ติ วจนสฺส อนุปปตฺติโต. ทิพฺพจกฺขุทิพฺพโสตอิทฺธิวิธญาเณหิ ยถาวุตฺตนเยน อนาปาถคตานิ รูปาทีนิ อาลมฺพิยมานานิ น ธมฺมารมฺมณนฺติ กตฺถจิ วุจฺจมานานิ ทิฏฺฐานิ, อิตรถา จ ทิฏฺฐานิ ‘‘ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสตี’’ติอาทีสูติ.
อาปาถมาคจฺฉติ มนสา ปญฺจวิญฺญาเณหิ จ คเหตพฺพภาวูปคมเนน. ฆฏฺเฏตฺวาติ ปฏิมุขภาวาปาถํ คนฺตฺวา. สรภาณกสฺส โอสารกสฺส. ปกติยา ทิฏฺฐาทิวเสน อาปาถคมนญฺจ โภชนปริณามอุตุโภชนวิเสสอุสฺสาหาทีหิ กลฺยํ, โรคิโน วาตาทีหิ จ อุปทฺทุตํ วา กายํ อนุวตฺตนฺตสฺส ชาครสฺส ภวงฺคสฺส จลนปจฺจยานํ กายิกสุขทุกฺขอุตุโภชนาทิอุปนิสฺสยานํ จิตฺตปณิทหนสทิสาสทิสสมฺพนฺธทสฺสนาทิปจฺจยานํ, สุตฺตสฺส จ สุปินทสฺสเน ธาตุกฺโขภาทิปจฺจยานํ วเสน เวทิตพฺพํ. อทิฏฺฐสฺส อสุตสฺส อนาคตพุทฺธรูปาทิโน ปสาททาตุกามตาวตฺถุสฺส ตํสทิสตาสงฺขาเตน ทิฏฺฐสุตสมฺพนฺเธเนว. น เกวลํ ตํสทิสตาว อุภยสมฺพนฺโธ, กินฺตุ ตพฺพิปกฺขตา ตเทกเทสตา ตํสมฺปยุตฺตตาทิโก จ เวทิตพฺโพ. เกนจิ วุตฺเต กิสฺมิญฺจิ สุเต อวิจาเรตฺวา สทฺทหนํ สทฺธา, สยเมว ตํ วิจาเรตฺวา โรจนํ รุจิ, ‘‘เอวํ วา เอวํ วา ภวิสฺสตี’’ติ อาการวิจารณํ อาการปริวิตกฺโก, วิจาเรนฺตสฺส กตฺถจิ ทิฏฺฐิยา นิชฺฌานกฺขมนํ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติ.
เครุกหริตาลญฺชนาทิธาตูสุ. สุภนิมิตฺตํ สุภคฺคหณสฺส นิมิตฺตํ. ตํ สุภนิมิตฺตตฺตา รญฺชนียตฺตา จ โลภสฺส วตฺถุ. นิยมิตสฺส จิตฺตสฺส วเสน นิยมิตวเสน. เอวมิตเรสุ ทฺวีสุ. อาโภโค อาภุชิตํ. ลูขปุคฺคลา โทสพหุลา. อโทสพหุลา สินิทฺธปุคฺคลา. ตทธิมุตฺตตาติ ปีตินินฺนจิตฺตตา. อิเมหิ…เป… เวทิตพฺโพ ปีติยา โสมนสฺสวิปฺปโยคาสมฺภวโตติ อธิปฺปาโย.
ชีวิตวุตฺติยา อายตนภาวโต หตฺถาโรหาทิสิปฺปเมว สิปฺปายตนํ. กสิวาณิชฺชาทิกมฺมเมว กมฺมายตนํ. อายุเวทาทิวิชฺชา เอว วิชฺชาฏฺฐานํ. อพฺยาปชฺเชติ โทมนสฺสพฺยาปาทรหิเต รูปภเว. ธมฺมปทาติ ธมฺมโกฏฺฐาสา. ปิลวนฺตีติ อุปฏฺฐหนฺติ ปทิสฺสนฺติ. โยคาติ ภาวนาภิโยคา สมาธิโต. วตฺถุวิสทกิริยาติ อชฺฌตฺติกพาหิรานํ วตฺถูนํ นิมฺมลภาวกิริยา. สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ อญฺญมญฺญานติวตฺตนํ อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา. คมฺภีรานํ ญาเณน จริตพฺพานํ, คมฺภีรญาเณน วา จริตพฺพานํ สุตฺตนฺตานํ ปจฺจเวกฺขณา คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณา.
วํโสติ อนุกฺกโม. ตนฺตีติ สนฺตติ. ปเวณีติ สมฺพนฺโธ. สพฺพเมตํ จาริตฺตกิริยาปพนฺธสฺส วจนํ. จาริตฺตสีลตฺตา สีลมยํ. ‘‘ทสฺสามี’’ติ วจีเภเทน วตฺถุสฺส ปริณตตฺตา ตโต ปฏฺฐาย ทานํ อารทฺธํ นาม โหติ, ยโต ตสฺส อตฺตโน ปริณามนาทีสุ อาปตฺติ โหติ. วิชฺชมานวตฺถุสฺมึ จินฺตนกาลโต ปฏฺฐาย ทานํ อารทฺธนฺติ ตตฺถ ทานมยํ กุสลํ โหตีติ อธิปฺปาโย. น หิ ทานวตฺถุํ อวิชฺชมานกมฺปิ สงฺขโรนฺตสฺส กุสลํ น โหตีติ. ตํ ปน ทานมยสฺส ปุพฺพภาโคติ ตเทว ภเชยฺย, วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ. กุลวํสาทิวเสนาติ อุทาหรณมตฺตเมเวตํ. อตฺตนา สมาทินฺนวตฺตวเสน สปฺปุริสวตฺตคามชนปทวตฺตาทิวเสน จ จาริตฺตสีลตา เวทิตพฺพา.
สวตฺถุกนฺติ เภริอาทิวตฺถุสหิตํ กตฺวา. วิชฺชมานกวตฺถุนฺติ เภริอาทิวตฺถุํ. ธมฺมสฺสวนโฆสนาทีสุ จ สวตฺถุกํ กตฺวา สทฺทสฺส ทานํ สทฺทวตฺถูนํ ฐานกรณานํ สสทฺทปฺปวตฺติกรณเมวาติ ตสฺส จินฺตนํ วิชฺชมานวตฺถุปริจฺจาโค เวทิตพฺโพ. ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ ธมฺมราชา อิธ จ รูปารมฺมณาทิภาวํ, อญฺญตฺถ จ ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปุญฺญกิริยวตฺถูนี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๐๕) ทานมยาทิภาวํ, อปรตฺถ จ ‘‘กตเม ธมฺมา กุสลา? ตีณิ…เป… ตํสมุฏฺฐานํ กายกมฺม’’นฺติอาทินา กายกมฺมาทิภาวญฺจ วทนฺโต. อปริยาปนฺนา จาติ ปรมตฺถโต อวิชฺชมานตฺตา อญฺญายตนตฺตา จ อสงฺคหิตา.
ปริโภครโส ปริโภคปจฺจยํ ปีติโสมนสฺสํ. อยํ ปน รสสมานตาวเสน คหณํ อุปาทาย รสารมฺมณนฺติ วุตฺโต, น สภาวโต. สภาเวน ปน คหณํ อุปาทาย ปีติโสมนสฺสํ ธมฺมารมฺมณเมว โหตีติ ‘‘สุขา เวทนา ธมฺมารมฺมณ’’นฺติ วุตฺตํ. อารมฺมณเมว นิพทฺธนฺติ รูปารมฺมณํ…เป… ธมฺมารมฺมณนฺติ เอวํ นิยเมตฺวา วุตฺตํ. กมฺมสฺส อนิพทฺธตฺตาติ กมฺมสฺส อนิยตตฺตา. ยถา หิ รูปาทีสุ เอการมฺมณํ จิตฺตํ อนญฺญารมฺมณํ โหติ, น เอวํ กายทฺวาราทีสุ เอกทฺวาริกกมฺมํ อญฺญสฺมึ ทฺวาเร นุปฺปชฺชติ, ตสฺมา กมฺมสฺส ทฺวารนิยมรหิตตฺตา ทฺวารมฺปิ กมฺมนิยมรหิตนฺติ อิธ อารมฺมณํ วิย นิยเมตฺวา น วุตฺตํ. วินา อารมฺมเณน อนุปฺปชฺชนโตติ เอตสฺสปิ จตฺโถ ‘‘ยถา กายกมฺมาทีสุ เอกํ กมฺมํ เตน ทฺวาเรน วินา อญฺญสฺมึ ทฺวาเร จรติ, น เอวํ รูปาทีสุ เอการมฺมณํ จิตฺตํ เตนารมฺมเณน วินา อารมฺมณนฺตเร อุปฺปชฺชตี’’ติ เวทิตพฺโพ. น หิ ยถา วจีทฺวาเร อุปฺปชฺชมานมฺปิ ‘‘กายกมฺม’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ สทฺทารมฺมเณ อุปฺปชฺชมานํ ‘‘รูปารมฺมณ’’นฺติ วุจฺจติ.
กามาวจรกุสลํ
กายกมฺมทฺวารกถาวณฺณนา
อิมสฺส ปนตฺถสฺสาติ กมฺมทฺวารานํ อญฺญมญฺญสฺมึ อนิยตตาย ‘‘ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานี’’ติอาทินา ปกาสนตฺถํ. ปญฺจ วิญฺญาณานีติ เอตฺถ ฉฏฺฐสฺส วิญฺญาณสฺส ตสฺส จ ทฺวารสฺส อนุทฺเทโส ทฺวารทฺวารวนฺตานํ สหาภาวา. นิยตรูปรูปวเสน จตุสมุฏฺฐานิกกายา วุตฺตาติ สทฺทสฺส วิการรูปาทีนญฺจ อสงฺคโห.
ปฐมชวนสมุฏฺฐิตา วาโยธาตุ ยทิปิ ตสฺมึ ขเณ รูปานํ เทสนฺตรุปฺปตฺติเหตุภาเวน จาเลตุํ น สกฺโกติ, ตถาปิ วิญฺญตฺติวิการสหิตาว สา เวทิตพฺพา. ทสสุ หิ ทิสาสุ ยํ ทิสํ คนฺตุกาโม องฺคปจฺจงฺคานิ วา ขิปิตุกาโม, ตํทิสาภิมุขาเนว รูปานิ สา สนฺถมฺเภติ สนฺธาเรติ จาติ ตทภิมุขภาววิการวตี โหติ, อธิปฺปายสหภาวี จ วิกาโร วิญฺญตฺตีติ. เอวญฺจ กตฺวา อาวชฺชนสฺสปิ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกภาโว ยถาธิปฺปายวิการรูปุปฺปาทเนน อุปปนฺโน โหติ, ยโต พาตฺตึส จิตฺตานิ รูปิริยาปถวิญฺญตฺติชนกานิ วุตฺตานีติ. โยชนํ คโต, ทสโยชนํ คโตติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชาเปติ อเนกสหสฺสวารํ อุปฺปนฺนา.
วาโยธาตุยา…เป… ปจฺจโย ภวิตุนฺติ ถมฺภนจลเนสุ วาโยธาตุยา ปจฺจโย ภวิตุํ สมตฺโถ จิตฺตสมุฏฺฐานมหาภูตานํ เอโก อาการวิเสโส อตฺถิ, อยํ วิญฺญตฺติ นาม. เตสญฺหิ ตทาการตฺตา วาโยธาตุ ถมฺเภติ จาเลติ จาติ. น จิตฺตสมุฏฺฐานาติ เอเตน ปรมตฺถโต อภาวํ ทสฺเสติ. น หิ รูปํ อปฺปจฺจยํ อตฺถิ, น จ นิพฺพานวชฺโช อตฺโถ นิจฺโจ อตฺถีติ. วิญฺญตฺติตายาติ วิญฺญตฺติวิการตาย. จิตฺตสมุฏฺฐานภาโว วิย มหาภูตวิการตาย อุปาทารูปภาโว จ อธิปฺเปโตติ เวทิตพฺโพ.
กายิกกรณนฺติ กายทฺวารปฺปวตฺตํ จิตฺตกิริยํ, อธิปฺปายนฺติ อตฺโถ. กาเรติ มญฺเญติ เอเตน วณฺณคฺคหณานุสาเรน คหิตาย วิญฺญตฺติยา ยํ กรณํ วิญฺญาตพฺพํ, ตสฺส วิชานเนน วิญฺญตฺติยา วิญฺญาตตฺตํ ทสฺเสติ. น หิ วิญฺญตฺติรหิเตสุ รุกฺขจลนาทีสุ ‘‘อิทเมส กาเรตี’’ติ วิชานนํ โหตีติ. จกฺขุวิญฺญาณสฺส หิ รูเป อภินิปาตมตฺตํ กิจฺจํ, น อธิปฺปายสหภุโน จลนวิการสฺส คหณํ. จิตฺตสฺส ปน ลหุปริวตฺติตาย จกฺขุวิญฺญาณวีถิยา อนนฺตรํ มโนวิญฺญาเณน วิญฺญาตมฺปิ จลนํ จกฺขุนา ทิฏฺฐํ วิย มญฺญนฺติ อวิเสสวิทุโน, ตสฺมา ยถา นีลาภินิปาตวสปฺปวตฺตาย จกฺขุวิญฺญาณวีถิยา นีลนฺติ ปวตฺตาย มโนวิญฺญาณวีถิยา จ อนฺตรํ น วิญฺญายติ, เอวํ อวิญฺญายมานนฺตเรน มโนทฺวารวิญฺญาเณน คหิเต ตสฺมึ จิตฺเตน สเหว อนุปริวตฺเต กายถมฺภนวิการโจปนสงฺขาเต ‘‘อิทเมส กาเรติ, อยมสฺส อธิปฺปาโย’’ติ วิชานนํ โหติ.
ตาลปณฺณาทิรูปานิ ทิสฺวา ตทนนฺตรปฺปวตฺตาย มโนทฺวารวีถิยา อวิญฺญายมานนฺตราย ตาลปณฺณาทีนํ อุทกาทิสหจาริปฺปการตํ สญฺญาณาการํ คเหตฺวา อุทกาทิคฺคหณํ วิย. เอตฺถ อุทกํ ภวิสฺสตีติอาทินา จ อุทกาทิสมฺพนฺธนากาเรน รูปคฺคหณานุสารวิญฺญาเณน ยํ อุทกาทิ วิญฺญาตพฺพํ, ตสฺส วิชานเนน ตทาการสฺส วิญฺญาตตา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา. เอตสฺส ปน กายิกกรณคฺคหณสฺส อุทกาทิคฺคหณสฺส จ ปุริมสิทฺธสมฺพนฺธคฺคหณํ อุปนิสฺสโย โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อถ ปน นาลมฺพิตาปิ วิญฺญตฺติ กายิกกรณคฺคหณสฺส จ ปจฺจโย ปุริมสิทฺธสมฺพนฺธคฺคหโณปนิสฺสยวเสน สาธิปฺปายวิการภูตวณฺณคฺคหณานนฺตรํ ปวตฺตมานสฺส อธิปฺปายคฺคหณสฺส อธิปฺปายสหภูวิการาภาเว อภาวโต, เอวํ สติ วณฺณคฺคหณานนฺตเรน อุทกาทิคฺคหเณเนว ตาลปณฺณาทิสญฺญาณากาโร วิย วณฺณคฺคหณานนฺตเรน อธิปฺปายคฺคหเณเนว วิญฺญตฺติ ปากฏา โหตีติ ‘‘อิทญฺจิทญฺจ เอส กาเรติ มญฺเญ’’ติ อธิปฺปายวิชานเนเนว วิญฺญตฺติยา วิญฺญาตตา วุตฺตา.
อยํ โน ปหริตุกาโมติ อธิปฺปายวิชานเนน วิญฺญตฺติยา ปากฏภาวํ ทสฺเสติ. น หิ ตทปากฏภาเว อธิปฺปายวิชานนํ โหตีติ. สมฺมุขี…เป… เยว นาม โหตีติ อสมฺมุขีภูตตาย อนาปาถคตานํ รูปาทีนํ จกฺขุวิญฺเญยฺยาทิภาโว วิย สภาวภูตํ ตํ ทฺวิธา วิญฺญตฺติภาวํ สาเธติ. ปรํ โพเธตุกามตาย วินาปิ อภิกฺกมนาทิปฺปวตฺตเนน โส จิตฺตสหภูวิกาโร อธิปฺปายํ วิญฺญาเปติ, สยญฺจ วิญฺญายตีติ ทฺวิธาปิ วิญฺญตฺติเยวาติ เวทิตพฺพา.
ตสฺมึ ทฺวาเร สิทฺธาติ เตน ทฺวาเรน วิญฺญาตพฺพภาวโต เตเนว ทฺวาเรน นามลาภโต ตสฺมึ ทฺวาเร ปากฏภาววเสน สิทฺธา. กุสลํ วา อกุสลํ วาติ ฐเปตพฺพํ. กสฺมา? ยสฺมา ปรวาทิโน อวิปากสฺส กมฺมภาโว น สิทฺโธ, อิตรสฺส ปน สิทฺโธติ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปกานํ เอกาทสนฺนํ กิริยจิตฺตานํ วเสน ติกํ ปูเรตฺวา ฐเปตพฺพํ.
ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานีติ เอตฺถ อยมธิปฺปาโย – ยทิ ทฺวารา ทฺวารนฺตรจาริโน โหนฺติ, ทฺวารสมฺเภทา กมฺมสมฺเภโทปีติ กายกมฺมํ กายกมฺมทฺวารนฺติ อญฺญมญฺญววตฺถานํ น สิยา, กมฺมานมฺปิ กมฺมนฺตรจรเณ เอเสว นโย. ยทิ ปน ทฺวารานมฺปิ ทฺวารภาเวน กมฺมนฺตรจรณํ กมฺมานญฺจ ทฺวารนฺตรจรณํ น สิยา, สุฏฺฐุตรํ กมฺมทฺวารววตฺถานํ สิยา. น ปน กมฺมานํ ทฺวารนฺตเร อจรณํ อตฺถิ, กินฺตุ ทฺวาเร อญฺญสฺมิญฺจ จรนฺติ กมฺมานิ อญฺญานิปิ. ยสฺมา ปน ทฺวาเร ทฺวารานิ น จรนฺติ, ตสฺมา อทฺวารจารีหิ ทฺวาเรหิ การณภูเตหิ กมฺมานิ ทฺวารนฺตเร จรนฺตานิปิ ววตฺถิตานิ. น เกวลํ กมฺมาเนว, เตหิ ปน ทฺวารานิปีติ เอวํ กมฺมทฺวารานิ อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตานิ ‘‘เยภุยฺเยนวุตฺติตาย ตพฺพหุลวุตฺติตาย จา’’ติ วุจฺจมานาย ววตฺถานยุตฺติยา. ตตฺถ ทฺวาราเปกฺขตฺตา กมฺมานํ กายกมฺมาทิภาวสฺส อทฺวารจารีหิ ทฺวาเรหิ ววตฺถานํ โหติ, น ปน ทฺวารนฺตรจารีหิ กมฺเมหิ ทฺวารานํ อววตฺถานํ กมฺมานเปกฺขกายทฺวาราทิภาเวหิ ทฺวาเรหิ ววตฺถิตานํ กายกมฺมาทีนํ กายกมฺมทฺวาราทิววตฺถานกรตฺตา. อถ วา ทฺวารนฺตเร จรนฺตานิปิ กายาทีหิ อุปลกฺขิตาเนว จรนฺติ ปาณาติปาตาทีนํ เอวํสภาวตฺตา อาณตฺติหตฺถวิการาทีหิ วุจฺจมานสฺสปิ กายาทีหิ สาเธตพฺพสภาวาวโพธโต, ตสฺมา น กมฺมนฺตรสฺส อตฺตนิ จรนฺตสฺสปิ ทฺวารนฺตรํ สนามํ เทติ, นาปิ กมฺมํ ทฺวารสฺส, ตํตํทฺวารเมว ปน กมฺมสฺส กมฺมญฺจ ทฺวารนฺตเร จรนฺตมฺปิ อตฺตโนเยว ทฺวารสฺส นามํ เทตีติ สิทฺธํ อญฺญมญฺญววตฺถานํ. ปุพฺเพ ปน ทฺวาเรสุ อนิพทฺธตา กมฺมานํ ทฺวารนฺตรจรณเมว สนฺธาย วุตฺตา, น เอตํ ววตฺถานนฺติ.
ตตฺถาติ เตสุ ทฺวารกมฺเมสุ. กายกมฺมสฺส อุปฺปชฺชนฏฺฐานนฺติ ตํสหชาตา วิญฺญตฺติเยว วุจฺจติ. กิญฺจาปิ หิ สา ตสฺส เกนจิ ปกาเรน ปจฺจโย น โหติ, ตถาปิ กมฺมสฺส วิเสสิกา วิญฺญตฺติ ตํสหชาตา โหตีติ ตสฺส อุปฺปตฺติฏฺฐานภาเวน วุตฺตา ยถาวุตฺตนิยเมน อญฺญวิเสสนสฺส กมฺมสฺส วิเสสนนฺตเร อุปฺปตฺติอภาวา. กาเยน ปน กตตฺตาติ กายวิญฺญตฺตึ ชเนตฺวา ตาย ชีวิตินฺทฺริยุปจฺเฉทาทินิปฺผาทนโต อตฺตโน นิปฺผตฺติวเสน ‘‘กาเยน กตํ กมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. การณภูโต หิ ปเนตฺถ กาโยติ.
อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตาติ เอตฺถ กมฺมุนา กาโย กายกมฺมทฺวารนฺติ เอวํ ววตฺถิโต, น กาโย อิจฺเจว. ยถา สูจิกมฺมุนา สูจิกมฺมกรณนฺติ ววตฺถิตา, น สูจิ อิจฺเจว, ตถา อิทมฺปิ ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตาติ จ อญฺญมญฺญํ วิเสสิตาติ อตฺโถ. เอวํ สนฺเตติ ยถาวุตฺตํ ววตฺถานนิยมํ อคฺคเหตฺวา ‘‘ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานี’’ติอาทิวจนเมว คเหตฺวา โจเทติ. ตตฺถ เอวํ สนฺเตติ กมฺมานํ ทฺวารจรเณ อญฺญมญฺเญน จ ววตฺถาเน นามลาเภ วิเสสเน สตีติ อตฺโถ.
กายกมฺมทฺวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วจีกมฺมทฺวารกถาวณฺณนา
จตูหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคตาติ เอตฺถ สุภาสิตภาสนสงฺขาตา อปิสุณวาจา, ธมฺมภาสนสงฺขาโต อสมฺผปฺปลาโป, ปิยภาสนสงฺขาตา อผรุสวาจา, สจฺจภาสนสงฺขาโต อมุสาวาโท จาติ เอตา วาจา ตถาปวตฺตา เจตนา ทฏฺฐพฺพา. สหสทฺทา ปนาติ ตสฺส วิการสฺส สทฺเทน สห สมฺภูตตฺตา วุตฺตํ. จิตฺตานุปริวตฺติตาย ปน โส น ยาว สทฺทภาวีติ ทฏฺฐพฺโพ, วิตกฺกวิปฺผารสทฺโท น โสตวิญฺเญยฺโยติ ปวตฺเตน มหาอฏฺฐกถาวาเทน จิตฺตสมุฏฺฐานสทฺโท วินาปิ วิญฺญตฺติฆฏฺฏเนน อุปฺปชฺชตีติ อาปชฺชติ. ‘‘ยา ตาย วาจาย วิญฺญตฺตี’’ติ (ธ. ส. ๖๓๖) หิ วจนโต อโสตวิญฺเญยฺยสทฺเทน สห วิญฺญตฺติยา อุปฺปตฺติ นตฺถีติ วิญฺญายตีติ.
จิตฺตสมุฏฺฐานํ สทฺทายตนนฺติ เอตฺถ จ น โกจิ จิตฺตสมุฏฺฐาโน สทฺโท อสงฺคหิโต นาม อตฺถีติ อธิปฺปาเยน มหาอฏฺฐกถาวาทํ ปฏิเสเธติ. ฉพฺพิเธน รูปสงฺคหาทีสุ หิ ‘‘โสตวิญฺเญยฺย’’นฺติ ‘‘ทิฏฺฐํ สุต’’นฺติ เอตฺถ ‘‘สุต’’นฺติ จ น โกจิ สทฺโท น สงฺคยฺหตีติ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน วิญฺญตฺติสหชเมว ชิวฺหาตาลุจลนาทิกรวิตกฺกสมุฏฺฐิตํ สุขุมสทฺทํ ‘‘ทิพฺพโสเตน สุตฺวา อาทิสตี’’ติ สุตฺเต ปฏฺฐาเน จ โอฬาริกสทฺทํ สนฺธาย ‘‘โสตวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ วุตฺตนฺติ อิมินา อธิปฺปาเยน อโสตวิญฺเญยฺยตา วุตฺตา สิยา. สทฺโท จ อโสตวิญฺเญยฺโย จาติ วิรุทฺธเมตนฺติ ปน ปฏิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. วิญฺญตฺติปจฺจยา ฆฏฺฏนา วิญฺญตฺติฆฏฺฏนา. วิญฺญตฺติ เอว วา. ฆฏฺฏนาการปฺปวตฺตภูตวิกาโร หิ ‘‘ฆฏฺฏนา’’ติ วุตฺโต. สงฺฆฏฺฏเนน สเหว สทฺโท อุปฺปชฺชติ, น ปุพฺพาปรภาเวน. ปถวีธาตุยาติ อิทํ วาโยธาตุยา วิย จาลนํ ปถวีธาตุยา สงฺฆฏฺฏนํ กิจฺจํ อธิกนฺติ กตฺวา วุตฺตํ, วิการสฺส จ ตปฺปจฺจยภาโว วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ตพฺพิการานญฺหิ ภูตานํ อญฺญมญฺญสฺส ปจฺจยภาโวติ. อญฺญมฺปิ สพฺพํ วิธานํ กายวิญฺญตฺติยํ วิย เวทิตพฺพํ.
ติสมุฏฺฐานิกกายํ…เป… น ลพฺภติ. น หิ จาลนํ อุปาทินฺนฆฏฺฏนนฺติ. จาลนญฺหิ เทสนฺตรุปฺปาทนปรมฺปรตา, ฆฏฺฏนํ ปจฺจยวิเสเสน ภูตกลาปานํ อาสนฺนตรุปฺปาโทติ. อุปตฺถมฺภนกิจฺจมฺปิ นตฺถีติ อุปตฺถมฺภเนน วินา ปฐมจิตฺตสมุฏฺฐานาปิ ฆฏฺฏนากาเรน ปวตฺตตีติ ฆฏฺฏนตฺถํ อุปตฺถมฺภเนน ปโยชนํ นตฺถิ, ลทฺธาเสวเนน จิตฺเตเนว ฆฏฺฏนสฺส พลวภาวโต จาติ อธิปฺปาโย. อุปตฺถมฺภนํ นตฺถิ อตฺถีติ วิจาเรตฺวา คเหตพฺพํ.
วจีกมฺมทฺวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มโนกมฺมทฺวารกถาวณฺณนา
อยํ นาม เจตนา กมฺมํ น โหตีติ น วตฺตพฺพาติ อิทํ ยสฺส ทฺวารํ มโน, ตํทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. กปฺเปตีติ ‘‘ตฺวํ ผุสนํ กโรหิ, ตฺวํ เวทยิต’’นฺติ เอวํ กปฺเปนฺตํ วิย ปวตฺตตีติ อตฺโถ. ปกปฺปนญฺจ ตเทว. กึ ปิณฺฑํ กโรตีติ อายูหนตฺถวเสน ปุจฺฉติ. ผสฺสาทิธมฺเม หิ อวิปฺปกิณฺเณ กตฺวา สกิจฺเจสุ ปวตฺตนํ อายูหนํ, ตตฺเถว พฺยาปารณํ เจตยนํ, ตถากรณํ อภิสงฺขรณนฺติ. เตภูมกสฺเสว คหณํ โลกุตฺตรกมฺมสฺส กมฺมกฺขยกรตฺตา.
มโนกมฺมทฺวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
กมฺมกถาวณฺณนา
เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรตีติ เอตฺถ ยสฺมา ปุริมเจตนาย เจตยิตฺวา สนฺนิฏฺฐานกมฺมํ กโรติ, ตสฺมา เจตนาปุพฺพกํ กมฺมํ ตํเจตนาสภาวเมวาติ เจตนํ อหํ กมฺมํ วทามีติ อตฺโถ. อถ วา สมานกาลตฺเตปิ การณกิริยา ปุพฺพกาลา วิย วตฺตุํ ยุตฺตา, ผลกิริยา จ อปรกาลา วิย. ยสฺมา จ เจตนาย เจตยิตฺวา กายวาจาหิ โจปนกิริยํ มนสา จ อภิชฺฌาทิกิริยํ กโรติ, ตสฺมา ตสฺสา กิริยาย การิกํ เจตนํ อหํ กมฺมํ วทามีติ อตฺโถ. กาเย วาติ กายวิญฺญตฺติสงฺขาเต กาเย วา. สตีติ ธรมาเน, อนิโรธิเต วา. กายสมุฏฺฐาปิกา เจตนา กายสญฺเจตนา. เอตฺถ จ สุขทุกฺขุปฺปาทเกน กมฺเมน ภวิตพฺพํ, เจตนา จ สุขทุกฺขุปฺปาทิกา วุตฺตาติ ตสฺสา กมฺมภาโว สิทฺโธ โหติ. สญฺเจตนิยนฺติ สญฺเจตนสภาววนฺตํ. สมิทฺธิตฺเถเรน ‘‘สญฺเจตนิยํ, อาวุโส…เป… มนสา สุขํ โส เวทยตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๐๐; กถา. ๕๓๙) อวิภชิตฺวา พฺยากโต. สุขเวทนียนฺติอาทินา ปน วิภชิตฺวา พฺยากาตพฺโพ โส ปโญฺห, ตสฺมา สมฺมา พฺยากโต นาม น โหติ. อิตรทฺวเยปิ เอเสว นโย. ยถา ปน สุตฺตานิ ฐิตานิ, ตถา โจปนกิริยานิสฺสยภูตา กายวาจา อภิชฺฌาทิกิริยานิสฺสโย จ มโนทฺวารานิ, ยาย ปน เจตนาย เตหิ กายาทีหิ กรณภูเตหิ โจปนาภิชฺฌาทิกิริยํ กโรนฺติ วาสิอาทีหิ วิย เฉทนาทึ, สา เจตนา กมฺมนฺติ ทฺวารปฺปวตฺติยมฺปิ กมฺมทฺวาราเภทนญฺจ กมฺมทฺวารววตฺถานญฺจ ทิสฺสติ, เอวญฺจ สติ ‘‘กาเยน เจ กตํ กมฺม’’นฺติอาทิคาถาโย (ธ. ส. อฏฺฐ. ๑ กายกมฺมทฺวาร) อติวิย ยุชฺชนฺติ.
โลกุตฺตรมคฺโค อิธ โลกิยกมฺมกถายํ อนธิปฺเปโตปิ ภชาปิยมาโน ตีณิ กมฺมานิ ภชติ. มเนน ทุสฺสีลฺยนฺติ กายิกวาจสิกวีติกฺกมวชฺชํ สพฺพํ อกุสลํ สงฺคณฺหาติ, มิจฺฉาทิฏฺฐิสงฺกปฺปวายามสติสมาธึ วา. ตมฺปิ เจตํ ‘‘มนสา สํวโร สาธู’’ติ (สํ. นิ. ๑.๑๑๖; ธ. ป. ๓๖๑) วุตฺตสฺส สํวรสฺส ปฏิปกฺขวเสน วุตฺตํ, น สีลวิปตฺติวเสน. น หิ สา มานสิกา อตฺถีติ มคฺคสฺเสว ภชาปนํ มหาวิสยตฺตา. โพชฺฌงฺคา หิ มโนกมฺมเมว ภเชยฺยุํ, น จ น สกฺกา มคฺคภชาปเนเนว เตสํ ภชาปนํ วิญฺญาตุนฺติ.
กมฺมปถํ อปฺปตฺตานมฺปิ ตํตํทฺวาเร สํสนฺทนํ อวโรธนํ ทฺวารนฺตเร กมฺมนฺตรุปฺปตฺติยมฺปิ กมฺมทฺวาราเภทนญฺจ ทฺวารสํสนฺทนํ นาม. ‘‘ติวิธา, ภิกฺขเว, กายสญฺเจตนา อกุสลํ กายกมฺม’’นฺติอาทินา (กถา. ๕๓๙) กมฺมปถปฺปตฺตาว สนฺนิฏฺฐาปกเจตนา กมฺมนฺติ วุตฺตาติ ปุริมเจตนา สพฺพา กายกมฺมํ น โหตีติ วุตฺตํ. อาณาเปตฺวา…เป… อลภนฺตสฺสาติ อาณตฺเตหิ อมาริตภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ, วจีทุจฺจริตํ นาม โหติ อกมฺมปถภาวโตติ อธิปฺปาโย. ‘‘อิเม สตฺตา หญฺญนฺตู’’ติ ปวตฺตพฺยาปาทวเสน เจตนาปกฺขิกา วา ภวนฺติ กายกมฺมโวหารลาภา. อพฺโพหาริกา วา มโนกมฺมโวหารวิรหา. สสมฺภารปถวีอาทีสุ อาปาทโย เอตฺถ นิทสฺสนํ.
กุลุมฺพสฺสาติ คพฺภสฺส, กุลสฺเสว วา. ติสฺโสปิ สงฺคีติโย อารุฬฺหตาย อนนุชานนโต ‘‘ตว สุตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ. ทสวิธา อิทฺธิ ปฏิสมฺภิทามคฺเค อิทฺธิกถาย คเหตพฺพา. ภาวนามยนฺติ อธิฏฺฐานิทฺธึ สนฺธาย วทติ. ฆฏเภโท วิย ปรูปฆาโต, อุทกวินาโส วิย อิทฺธิวินาโส จ โหตีติ อุปมา สํสนฺทติ. ตว ปโญฺหติ ภาวนามยาย ปรูปฆาโต โหตีติ วุตฺโต ญาเปตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ. อาถพฺพณิทฺธิ วิชฺชามยิทฺธิ โหติ. สตฺตเม ปเทติ มณฺฑลาทิโต สตฺตเม ปเท.
วจนนฺตเรน คเมตพฺพตฺถํ เนยฺยตฺถํ, สยเมว คมิตพฺพตฺถํ นีตตฺถํ. กิริยโต สมุฏฺฐาติ, อุทาหุ อกิริยโตติ เตนาธิปฺเปตํ สมฺปชานมุสาวาทํ สนฺธาย ปุจฺฉติ, น อุโปสถกฺขนฺธเก วุตฺตํ. ตตฺถ อวุตฺตเมว หิ โส อนริยโวหารํ วุตฺตนฺติ คเหตฺวา โวหรตีติ. วาจาคิรนฺติ วาจาสงฺขาตํ คิรํ, วาจานุจฺจารณํ วา.
ขนฺทสิวาทโย เสฏฺฐาติ ขนฺทาติ กุมารา. สิวาติ มเหสฺสรา, มิจฺฉาทิฏฺฐิยา นิทสฺสนตฺถมิทํ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. นตฺถิกทิฏฺฐาทโย เอว หิ กมฺมปถปฺปตฺตา กมฺมนฺติ. เจตนา ปเนตฺถ อพฺโพหาริกาติ กายทฺวาเร วจีทฺวาเร จ สมุฏฺฐิตาปิ กายกมฺมํ วจีกมฺมนฺติ จ โวหารํ น ลภติ อภิชฺฌาทิปฺปธานตฺตา. ‘‘ติวิธา, ภิกฺขเว, มโนสญฺเจตนา อกุสลํ มโนกมฺม’’นฺติ ปน วจนโต สภาเวเนว สา มโนกมฺมํ, น อภิชฺฌาทิปกฺขิกตฺตาติ ‘‘อภิชฺฌาทิปกฺขิกาวา’’ติ น วุตฺตํ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน กายงฺควาจงฺคานิ อโจเปตฺวา จินฺตนกาเล เจตนาปิ เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมาปิ มโนทฺวาเร เอว สมุฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา เจตนาย อพฺโพหาริกภาโว กถญฺจิ นตฺถีติ อธิปฺปาโย.
‘‘ติวิธา, ภิกฺขเว, กายสญฺเจตนา กุสลํ กายกมฺม’’นฺติอาทิวจนโต (กถา. ๕๓๙) ปาณาติปาตาทิปฏิปกฺขภูตา ตพฺพิรติวิสิฏฺฐา เจตนาว ปาณาติปาตวิรติอาทิกา โหนฺตีติ ‘‘เจตนาปกฺขิกา วา’’ติ วุตฺตํ, น ‘‘วิรติปกฺขิกา’’ติ. รกฺขตีติ อวินาเสตฺวา กเถติ. ภินฺทตีติ วินาเสตฺวา กเถติ.
กมฺมกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จกฺขุวิญฺญาณทฺวารนฺติ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ทฺวารํ. จกฺขุ จ ตํ วิญฺญาณทฺวารญฺจาติ วา จกฺขุวิญฺญาณทฺวารํ. จกฺขุ วิญฺญาณทฺวารนฺติ วา อสมาสนิทฺเทโส. ตํ ปน จกฺขุเมว. เอส นโย เสเสสุปิ. ‘‘จกฺขุนา สํวโร สาธู’’ติอาทิกาย (ธ. ป. ๓๖๐) คาถาย ปสาทกายโจปนกายสํวเร เอกชฺฌํ กตฺวา กาเยน สํวโร วุตฺโต, ตํ อิธ ภินฺทิตฺวา อฏฺฐ สํวรา, ตปฺปฏิปกฺขภาเวน อสํวรา อฏฺฐ กถิตา. สีลสํวราทโยปิ ปญฺเจว สํวรา สพฺพทฺวาเรสุ อุปฺปชฺชมานาปิ, ตปฺปฏิปกฺขภาเวน ทุสฺสีลฺยาทีนิ อสํวราติ วุตฺตานิ. ตตฺถ ทุสฺสีลฺยํ ปาณาติปาตาทิเจตนา. มุฏฺฐสฺสจฺจํ สติปฏิปกฺขา อกุสลา ธมฺมา. ปมาทนฺติ เกจิ. สีตาทีสุ ปฏิโฆ อกฺขนฺติ. ถินมิทฺธํ โกสชฺชํ.
วินา วจีทฺวาเรน สุทฺธํ กายทฺวารสงฺขาตนฺติ อิทํ วจีทฺวารสลฺลกฺขิตสฺส มุสาวาทาทิโนปิ กายทฺวาเร ปวตฺติสพฺภาวา อสุทฺธตา อตฺถีติ ตํนิวารณตฺถํ วุตฺตํ. น หิ ตํ กายกมฺมํ โหติ. สุทฺธวจีทฺวาโรปลกฺขิตํ ปน วจีกมฺมเมว โหตีติ. เอตฺถ อสํวโรติ เอเตน สุทฺธกายทฺวาเรน อุปลกฺขิโต อสํวโร ทฺวารนฺตเร อุปฺปชฺชมาโนปิ วุตฺโต. ทฺวารนฺตรานุปลกฺขิตํ สพฺพํ ตํทฺวาริกากุสลญฺเจติ เวทิตพฺพํ. เอวญฺจ กตฺวา กมฺมปถสํสนฺทเน ‘‘โจปนกายอสํวรทฺวารวเสน อุปฺปชฺชมาโน อสํวโร อกุสลํ กายกมฺมเมว โหตี’’ติอาทิ ‘‘อกุสลํ กายกมฺมํ โจปนกายอสํวรทฺวารวเสน วจีอสํวรวเสน จ อุปฺปชฺชตี’’ติอาทินา สห อวิรุทฺธํ โหติ. อสํวโร หิ ทฺวารนฺตเร อุปฺปชฺชมาโนปิ สทฺวาเร เอวาติ วุจฺจติ, สทฺวารวเสน อุปฺปนฺโนติ จ, กมฺมํ อญฺญทฺวาเร อญฺญทฺวารวเสน จาติ เอวํ อวิรุทฺธํ.
อถ วา เอตฺถาติ สุทฺธํ อสุทฺธนฺติ เอตํ อวิจาเรตฺวา เอตสฺมึ โจปเนติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ สติ ทฺวารนฺตโรปลกฺขิตํ กมฺมปถภาวปฺปตฺตตาย วจีมโนกมฺมํ โจปนกายอสํวรทฺวาเร อุปฺปนฺนํ, เสสํ สพฺพํ ตํทฺวารุปฺปนฺนากุสลํ วิย ‘‘โจปนกายอสํวโร’’ติ วุจฺจติ. กมฺมปถภาวปฺปตฺติยา ทฺวารนฺตรุปฺปนฺนํ กายกมฺมญฺจ ตถา น วุจฺจตีติ กมฺมปถสํสนฺทนวิโรโธ สิยา, ตทวิโรธํ ตตฺเถว วกฺขาม. สีลสํวราทโย ปญฺจ นิกฺเขปกณฺเฑ อาวิ ภวิสฺสนฺติ. ตตฺถ ญาณสํวเร ปจฺจยสนฺนิสฺสิตสีลสฺส, วีริยสํวเร จ อาชีวปาริสุทฺธิยา อนฺโตคธตา ทฏฺฐพฺพา.