นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

อภิธมฺมปิฏเก

ธมฺมสงฺคณี-มูลฏีกา

วีสติคาถาวณฺณนา

๑. ธมฺมสํวณฺณนายํ สตฺถริ ปณามกรณํ ธมฺมสฺส สฺวากฺขาตภาเวน สตฺถริ ปสาทชนนตฺถํ, สตฺถุ จ อวิตถเทสนภาวปฺปกาสเนน ธมฺเม ปสาทชนนตฺถํ. ตทุภยปฺปสาทา หิ ธมฺมสมฺปฏิปตฺติ มหโต จ อตฺถสฺส สิทฺธิ โหตีติ. อถ วา รตนตฺตยปณามวจนํ อตฺตโน รตนตฺตยปสาทสฺส วิญฺญาปนตฺถํ, ตํ ปน วิญฺญูนํ จิตฺตาราธนตฺถํ, ตํ อฏฺฐกถาย คาหณตฺถํ, ตํ สพฺพสมฺปตฺตินิปฺผาทนตฺถนฺติ. อิทํ ปน อาจริเยน อธิปฺเปตปฺปโยชนํ อนฺตรายวิโสสนํ. วกฺขติ หิ ‘‘นิปจฺจการสฺเสตสฺส…เป… อเสสโต’’ติ. รตนตฺตยปณามกรณญฺหิ อนฺตรายกราปุญฺญวิฆาตกรปุญฺญวิเสสภาวโต มงฺคลภาวโต ภยาทิอุปทฺทวนิวารณโต จ อนฺตรายวิโสสเน สมตฺถํ โหติ. กถํ ปเนตสฺสาปุญฺญวิฆาตกราทิภาโว วิชานิตพฺโพติ? ‘‘ยสฺมึ มหานาม สมเย อริยสาวโก ตถาคตํ อนุสฺสรติ, เนวสฺส ตสฺมึ สมเย ราคปริยุฏฺฐิตํ จิตฺตํ โหตี’’ติอาทิวจนโต (อ. นิ. ๖.๑๐; ๑๑.๑๑), ‘‘ปูชา จ ปูชเนยฺยานํ, เอตํ มงฺคลมุตฺตม’’นฺติ (ขุ. ปา. ๕.๓; สุ. นิ. ๒๖๒) จ, ‘‘เอวํ พุทฺธํ สรนฺตานํ, ธมฺมํ สงฺฆญฺจ ภิกฺขโว. ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา, โลมหํโส น เหสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๔๙) จ วจนโตติ.

ตตฺถ ยสฺส สตฺถุโน ปณามํ กตฺตุกาโม, ตสฺส คุณวิเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘กรุณา วิยา’’ติอาทิมาห. คุณวิเสสวา หิ ปณามารโห โหติ, ปณามารเห จ กโต ปณาโม วุตฺตปฺปโยชนสิทฺธิกโรว โหตีติ. ภควโต จ เทสนา วินยปิฏเก กรุณาปฺปธานา, สุตฺตนฺตปิฏเก ปญฺญากรุณาปฺปธานา. เตเนว จ การเณน วินยปิฏกสฺส สํวณฺณนํ กโรนฺเตน กรุณาปฺปธานา ภควโต โถมนา กตา, อาคมสํวณฺณนญฺจ กโรนฺเตน อุภยปฺปธานา, อภิธมฺมเทสนา ปน ปญฺญาปฺปธานาติ กตฺวา ปญฺญาปฺปธานเมว โถมนํ กโรนฺโต ‘‘กรุณา วิย สตฺเตสู’’ติ กรุณํ อุปมาภาเวน คเหตฺวา ปญฺญาย โถเมติ.

ตตฺถ กรุณา วิยาติ นิทสฺสนวจนเมตํ, ยสฺส ยถา กรุณา สพฺเพสุ สตฺเตสุ ปวตฺติตฺถ, เอวํ สพฺเพสุ เญยฺยธมฺเมสุ ปญฺญาปิ ปวตฺติตฺถาติ อตฺโถ. สตฺเตสูติ วิสยนิทสฺสนเมตํ. ปญฺญาติ นิทสฺเสตพฺพธมฺมนิทสฺสนํ. ยสฺสาติ ตทธิฏฺฐานปุคฺคลนิทสฺสนํ. มเหสิโนติ ตพฺพิเสสนํ. เญยฺยธมฺเมสูติ ปญฺญาวิสยนิทสฺสนํ. สพฺเพสูติ ตพฺพิเสสนํ. ปวตฺติตฺถาติ กิริยานิทสฺสนํ. ยถารุจีติ วสีภาวนิทสฺสนํ.

ตตฺถ กิรตีติ กรุณา, ปรทุกฺขํ วิกฺขิปติ อปเนตีติ อตฺโถ. รูปาทีสุ สตฺตา วิสตฺตาติ สตฺตา. ตสฺสา ปน ปญฺญตฺติยา ขนฺธสนฺตาเน นิรุฬฺหภาวโต นิจฺฉนฺทราคาปิ ‘‘สตฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปชานาตีติ ปญฺญา, ยถาสภาวํ ปกาเรหิ ปฏิวิชฺฌตีติ อตฺโถ. ยสฺสาติ อนิยมนํ. ‘‘ตสฺส ปาเท นมสฺสิตฺวา’’ติ เอเตน นิยมนํ เวทิตพฺพํ. มเหสีติ มหนฺเต สีลกฺขนฺธาทโย เอสิ คเวสีติ มเหสิ. ญาตพฺพาติ เญยฺยา, สภาวธารณาทินา อตฺเถน ธมฺมา. ตตฺถ ‘‘เญยฺยา’’ติ วจเนน ธมฺมานํ อเญยฺยตฺตํ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘ธมฺมา’’ติ วจเนน เญยฺยานํ สตฺตชีวาทิภาวํ ปฏิกฺขิปติ. เญยฺยา จ เต ธมฺมา จาติ เญยฺยธมฺมา. สพฺเพสูติ อนวเสสปริยาทานํ. เตน อญฺญาตาภาวํ ทสฺเสติ. ปวตฺติตฺถาติ อุปฺปชฺชิตฺถ. ยถารุจีติ ยา ยา รุจิ ยถารุจิ, รุจีติ จ อิจฺฉา, กตฺตุกามตา สา. ยา ยา ปวตฺตา ตปฺปเภทา, ยถา วา รุจิ ตถา, รุจิอนุรูปํ ปวตฺตา ‘‘ยถารุจิ ปวตฺติตฺถา’’ติ วุจฺจติ. ยถา ยถา วา รุจิ ปวตฺตา, ตถา ตถา ปวตฺตา ปญฺญา ‘‘ยถารุจิ ปวตฺติตฺถา’’ติ วุจฺจติ.

ตตฺถ ภควติ ปวตฺตาว กรุณา ภควโต ปญฺญาย นิทสฺสนนฺติ คเหตพฺพา. สา หิ อสาธารณา มหากรุณา, น อญฺญา. ยสฺสาติ จ กรุณาปญฺญานํ อุภินฺนมฺปิ อาธารปุคฺคลนิทสฺสนํ. น หิ นิราธารา กรุณา อตฺถีติ ‘‘กรุณา’’ติ วุตฺเต ตทาธารภูโต ปุคฺคโล นิทสฺเสตพฺโพ โหติ, โส จ อิธ อญฺโญ วุตฺโต นตฺถิ, น จ อาสนฺนํ วชฺเชตฺวา ทูรสฺส คหเณ ปโยชนํ อตฺถีติ ‘‘ยสฺสา’’ติ นิทสฺสิตปุคฺคโลว กรุณาย อาธาโร. เตน อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘ยสฺส อตฺตโน กรุณา วิย ปญฺญาปิ ปวตฺติตฺถา’’ติ. กถํ ปน กรุณา สตฺเตสุ ปวตฺติตฺถ ยถา ปญฺญาปิ ธมฺเมสุ ปวตฺติตฺถาติ? นิรวเสสโต ยถารุจิ จ. ภควโต หิ กรุณา กญฺจิ สตฺตํ อวชฺเชตฺวา สพฺเพสุ สตฺเตสุ นิรวเสเสสุ ปวตฺตติ, ปวตฺตมานา จ รุจิวเสน เอกสฺมึ อเนเกสุ จ อญฺเญหิ อสาธารณา ปวตฺตติ. น หิ อญฺเญสํ ‘‘มโหฆปกฺขนฺทานํ สตฺตานํ นตฺถญฺโญ โกจิ โอฆา อุทฺธตา อญฺญตฺร มยา’’ติ ปสฺสนฺตานํ กรุโณกฺกมนํ โหติ ยถา ภควโตติ. ปญฺญาปิ ภควโต สพฺเพสุ ธมฺเมสุ นิรวเสเสสุ ปวตฺตติ, ปวตฺตมานา จ เอกสฺมึ อเนเกสุ จ ธมฺเมสุ สภาวกิจฺจาทิชานเนน อนาวรณา อสาธารณา ปวตฺตติ ยถารุจิ, ยถา จ ปสฺสนฺตสฺส ภควโต กรุณา ยถารุจิ ปวตฺตติ. ตํ สพฺพํ ปฏิสมฺภิทามคฺเค มหากรุณาญาณวิภงฺควเสน ชานิตพฺพํ, ปญฺญาย จ ยถารุจิ ปวตฺติ เสสาสาธารณญาณวิภงฺคาทิวเสน. ปญฺญาคหเณน จ ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณํ จตุสจฺจญาณํ จตุปฏิสมฺภิทาญาณํ, กรุณาคหเณน มหากรุณาสมาปตฺติญาณสฺส คหิตตฺตา ตํ วชฺเชตฺวา อญฺญานิ อสาธารณญาณานิ จตุเวสารชฺชญาณํ ทสพลานิ ฉ อภิญฺญา จตุจตฺตาลีส ญาณวตฺถูนิ สตฺตสตฺตติ ญาณวตฺถูนีติ เอวมาทโย อเนเก ปญฺญาปฺปเภทา สงฺคยฺหนฺติ, ตสฺมา ตสฺสา ตสฺสา ปญฺญาย ปวตฺติวเสน ยถารุจิ ปวตฺติ เวทิตพฺพา. เตนาห ‘‘กรุณา วิย…เป… ยถารุจี’’ติ.

ตตฺถ กรุณาคหเณน มหาโพธิยา มูลํ ทสฺเสติ. มหาทุกฺขสมฺพาธปฺปฏิปนฺนญฺหิ สตฺตนิกายํ ทิสฺวา ‘‘ตสฺส นตฺถญฺโญ โกจิ สรณํ, อหเมตํ มุตฺโต โมเจสฺสามี’’ติ กรุณาย สญฺโจทิตมานโส อภินีหารํ ทีปงฺกรสฺส ภควโต ปาทมูเล กตฺวา โพธิสมฺภาเร สโมธาเนตฺวา อนุปุพฺเพน สมฺโพธึ ปตฺโตติ กรุณา มหาโพธิยา มูลนฺติ. สตฺเตสูติ เอเตน มหาโพธิยา ปโยชนํ ทสฺเสติ. สตฺตา หิ มหาโพธึ ปโยเชนฺติ. สตฺตสนฺตารณตฺถญฺหิ สพฺพญฺญุตา อภิปตฺถิตา. ยถาห –

‘‘กึ เม เอเกน ติณฺเณน, ปุริเสน ถามทสฺสินา;

สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, สนฺตาเรสฺสํ สเทวก’’นฺติ. (พุ. วํ. ๒. ๕๖);

ปญฺญาคหเณน มหาโพธึ ทสฺเสติ. สพฺพญฺญุตาย หิ ปทฏฺฐานภูตํ มคฺคญาณํ, มคฺคญาณปทฏฺฐานญฺจ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ‘‘มหาโพธี’’ติ วุจฺจตีติ. เญยฺยธมฺเมสุ สพฺเพสูติ เอเตน สนฺตาเรตพฺพานํ สตฺตานํ อภิญฺเญยฺยปริญฺเญยฺยปหาตพฺพภาเวตพฺพสจฺฉิกาตพฺเพ ขนฺธายตนธาตุสจฺจินฺทฺริยปฏิจฺจสมุปฺปาทสติปฏฺฐานาทิเภเท กุสลาทิเภเท จ สพฺพธมฺเม ทสฺเสติ. ปวตฺติตฺถ ยถารุจีติ เอเตน ปฏิเวธปจฺจเวกฺขณปุพฺพงฺคมเทสนาญาณปฺปวตฺติทีปเนน ปโยชนสมฺปตฺตึ ทสฺเสติ. สพฺพธมฺมานญฺหิ ปฏิเวธญาณํ โพธิปลฺลงฺเก อโหสิ. มคฺคญาณเมว หิ ตนฺติ. ปจฺจเวกฺขณญาณญฺจ วิเสเสน รตนฆรสตฺตาเห อโหสิ. เอวํ ปฏิวิทฺธปจฺจเวกฺขิตานํ ธมฺมานํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนาทีสุ เทสนาญาณํ อโหสิ, วิเสเสน จ ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ สตฺตปฺปกรณเทสนายนฺติ. เทสนาญาเณน จ เทเสนฺโต ภควา สตฺเตสุ หิตปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชตีติ. เอเตน สพฺเพน อตฺตหิตปฏิปตฺตึ ปรหิตปฏิปตฺติญฺจ ทสฺเสติ. มหาโพธิทสฺสเนน หิ อตฺตหิตปฏิปตฺติ, อิตเรหิปิ ปรหิตปฏิปตฺติ ทสฺสิตาติ. เตน อตฺตหิตปฏิปนฺนาทีสุ จตูสุ ปุคฺคเลสุ ภควโต จตุตฺถปุคฺคลภาวํ ทสฺเสติ, เตน จ อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวํ นิรติสยปณามารหภาวญฺจ อตฺตโน จ กิริยาย เขตฺตงฺคตภาวํ ทสฺเสติ.

เอตฺถ จ กรุณาคหเณน โลกิเยสุ มหคฺคตภาวปฺปตฺตาสาธารณคุณทีปนโต สพฺพโลกิยคุณสมฺปตฺติ ภควโต ทสฺสิตา โหติ, ปญฺญาคหเณนปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐานมคฺคญาณทีปนโต สพฺพโลกุตฺตรคุณสมฺปตฺติ. กรุณาวจเนน จ อุปคมนํ นิรุปกฺกิเลสํ, ปญฺญาวจเนน อปคมนํ ทสฺเสติ. อุปคมนํ ทสฺเสนฺโต จ โลเก สญฺชาตสํวฑฺฒภาวํ ทสฺเสติ, อปคมนํ ทสฺเสนฺโต โลเกน อนุปลิตฺตตํ. ‘‘กรุณา วิย สตฺเตสู’’ติ จ โลกสมญฺญานุรูปํ ภควโต ปวตฺตึ ทสฺเสติ, ‘‘เญยฺยธมฺเมสุ สพฺเพสุ ยถารุจิ ปญฺญา ปวตฺติตฺถา’’ติ เอเตน สมญฺญาย อนติธาวนํ. สพฺพธมฺมสภาวานวโพเธ หิ สติ สมญฺญํ อติธาวิตฺวา ‘‘สตฺโต ชีโว อตฺถี’’ติ ปรามสนํ โหตีติ. สพฺเพสญฺจ พุทฺธคุณานํ กรุณา อาทิ ตนฺนิทานภาวโต, ปญฺญา ปริโยสานํ ตโต อุตฺตริกรณียาภาวโต. อาทิปริโยสานทสฺสเนน จ สพฺเพ พุทฺธคุณา ทสฺสิตาว โหนฺติ. กรุณาคหเณน จ สีลกฺขนฺธปุพฺพงฺคโม สมาธิกฺขนฺโธ ทสฺสิโต โหติ. กรุณานิทานญฺหิ สีลํ ตโต ปาณาติปาตาทิวิรติปฺปวตฺติโต ตสฺสา จ ฌานตฺตยสมฺปโยคโต. ปญฺญาวจเนน ปญฺญากฺขนฺโธ. สีลญฺจ สพฺพพุทฺธคุณานํ อาทิ, สมาธิ มชฺฌํ, ปญฺญา ปริโยสานนฺติ เอวมฺปิ อาทิมชฺฌปริโยสานกลฺยาณา สพฺเพ พุทฺธคุณา ทสฺสิตา โหนฺติ.

๒. เอวํ สงฺเขเปน สพฺพพุทฺธคุเณหิ ภควนฺตํ โถเมตฺวา ยสฺสา สํวณฺณนํ กตฺตุกาโม, ตาย อภิธมฺมเทสนาย อญฺเญหิ อสาธารณาย โถเมตุํ ‘‘ทยาย ตายา’’ติอาทิมาห. ตสฺสา ปน เทสนาย นิทานญฺจ สมุฏฺฐานญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘ทยาย ตายา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิทานญฺจ ทุวิธํ อพฺภนฺตรํ พาหิรญฺจาติ. อพฺภนฺตรํ กรุณา, พาหิรํ เทสกาลาทิ. สมุฏฺฐานํ เทสนาปญฺญา. ตตฺถ อพฺภนฺตรนิทานํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ทยาย ตาย สตฺเตสุ, สมุสฺสาหิตมานโส’’ติ อาห. ตตฺถ ทยาติ กรุณา อธิปฺเปตา. ตาย หิ สมุสฺสาหิโต อภิธมฺมกถามคฺคํ สมฺปวตฺตยีติ. ตายาติ อยํ ต-สทฺโท ปุพฺเพ วุตฺตสฺส ปฏินิทฺเทโส โหติ.

ปุริมคาถาย จ ปธานภาเวน ปญฺญา นิทฺทิฏฺฐา, ตพฺพิเสสนภาเวน กรุณา. สา หิ ตสฺสา นิทสฺสนภูตา อปฺปธานา ตํ วิเสเสตฺวา วินิวตฺตา, ตสฺมา ‘‘ตายา’’ติ ปฏินิทฺเทสํ นารหติ. ยา จ ปธานภูตา ปญฺญา, สา เทสนาย สมุฏฺฐานํ, น สมุสฺสาหินีติ ตสฺสา จ ปฏินิทฺเทโส น ยุตฺโตติ? ปญฺญาย ตาว ปฏินิทฺเทโส น ยุตฺโตติ สุวุตฺตเมตํ, กรุณาย ปน ปฏินิทฺเทโส โน น ยุตฺโต ‘‘ทยาย ตายา’’ติ ทฺวินฺนํ ปทานํ สมานาธิกรณภาวโต. สมานาธิกรณานญฺหิ ทฺวินฺนํ ปทานํ รูปกฺขนฺธาทีนํ วิย วิเสสนวิเสสิตพฺพภาโว โหติ. รูป-สทฺโท หิ อญฺญกฺขนฺธนิวตฺตนตฺถํ วุจฺจมาโน วิเสสนํ โหติ, ขนฺธ-สทฺโท จ นิวตฺเตตพฺพคเหตพฺพสาธารณวจนภาวโต วิเสสิตพฺโพ, เอวมิธาปิ ‘‘ทยาย ตายา’’ติ ทฺวินฺนํ ปทานํ เอกวิภตฺติยุตฺตานํ สมานาธิกรณภาวโต วิเสสนวิเสสิตพฺพภาโว โหติ. ตตฺถ ทยา สมุสฺสาหินีติ ปธานา, นิวตฺเตตพฺพคเหตพฺพสาธารณวจนญฺจิทํ. ตสฺมา ‘‘ทยายา’’ติ วิเสสิตพฺพวจนเมตํ, ตสฺส จ ยถา วิเสสนํ โหติ ‘‘ตายา’’ติ อิทํ วจนํ, ตถา ตสฺส ปฏินิทฺเทสภาโว โยเชตพฺโพ. น หิ ปญฺญาปฏินิทฺเทสภาเว ทยาวิเสสนํ ต-สทฺโท โหติ, กรุณาปฏินิทฺเทสภาเว จ โหตีติ. ปธานญฺจ ปญฺญํ วชฺเชตฺวา ‘‘ทยายา’’ติ เอเตน สมฺพชฺฌมาโน ‘‘ตายา’’ติ อยํ ต-สทฺโท อปฺปธานาย กรุณาย ปฏินิทฺเทโส ภวิตุมรหติ. อยเมตฺถ อตฺโถ – ยาย ทยาย สมุสฺสาหิโต, น สา ยา กาจิ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปน นิทสฺสนภูตา มหากรุณา, ตาย สมุสฺสาหิโตติ.

กถํ ปน กรุณา ‘‘ทยา’’ติ ญาตพฺพา, นนุ วุตฺตํ ‘‘ทยาปนฺโน’’ติ เอตสฺส อฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๘) ‘‘เมตฺตจิตฺตตํ อาปนฺโน’’ติ, ตสฺมา ทยา เมตฺตาติ ยุชฺเชยฺย, น กรุณาติ? ยทิ เอวํ ‘‘อทยาปนฺโน’’ติ เอตสฺส อฏฺฐกถายํ ‘‘นิกฺกรุณตํ อาปนฺโน’’ติ วุตฺตนฺติ ทยา เมตฺตาติ จ น ยุชฺเชยฺย, ตสฺมา ทยา-สทฺโท ยตฺถ ยตฺถ ปวตฺตติ, ตตฺถ ตตฺถ อธิปฺปายวเสน โยเชตพฺโพ. ทยา-สทฺโท หิ อนุรกฺขณตฺถํ อนฺโตนีตํ กตฺวา ปวตฺตมาโน เมตฺตาย จ กรุณาย จ ปวตฺตตีติ โน น ยุชฺชติ. เอวญฺหิ อฏฺฐกถานํ อวิโรโธ โหตีติ. กรุณา จ เทสนาย นิทานภาเวน วุตฺตา, น เมตฺตา ‘‘อจฺจนฺตเมว หิ ตํ สมยํ ภควา กรุณาวิหาเรน วิหาสี’’ติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑ มูลปริยายสุตฺตวณฺณนา; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑; อ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑) เอวมาทีสุ, ตสฺมา อิธ กรุณาว ทยาวจเนน คหิตาติ เวทิตพฺพา. สา หิ สมุสฺสาหินี, น เมตฺตา, เมตฺตา ปน ปญฺญาคติกปวตฺตินี โหตีติ.

‘‘สตฺเตสู’’ติ กสฺมา เอวํ วุตฺตํ, นนุ ‘‘ตายา’’ติ เอเตน วจเนน สตฺตวิสยา กรุณา คหิตาติ? โน น คหิตา, ปุริมคาถาย ปน ‘‘สตฺเตสุ กรุณา ยถารุจิ ปวตฺติตฺถา’’ติ สปฺปเทสสตฺตวิสยา นิปฺปเทสสตฺตวิสยา จ สพฺพา วุตฺตา, อิธ ปน นิปฺปเทสสตฺตวิสยตํ คเหตุํ ‘‘สตฺเตสู’’ติ นิปฺปเทสสตฺตวิสยภูตา ทสฺสิตา. เตน สพฺพสตฺตวิสยาย กรุณาย สมุสฺสาหิโต อภิธมฺมกถามคฺคํ เทวานํ สมฺปวตฺตยิ, น เทววิสยาย เอว, ตสฺมา สพฺพสตฺตหิตตฺถํ อภิธมฺมกถามคฺคํ เทวานํ สมฺปวตฺตยิ, น เทวานํเยว อตฺถายาติ อยมตฺโถ ทสฺสิโตว โหติ. อถ วา ‘‘สตฺเตสู’’ติ อิทํ น ทยาย อาลมฺพนนิทสฺสนํ, สมุสฺสาหนวิสโย ปน เอเตน ทสฺสิโต. อภิธมฺมกถามคฺคปฺปวตฺตนตฺถญฺหิ ภควา กรุณาย น เทเวสุเยว สมุสฺสาหิโต, สพฺพโพธเนยฺเยสุ ปน สตฺเตสุ สมุสฺสาหิโต สพฺเพสํ อตฺถาย ปวตฺตตฺตา, ตสฺมา สตฺเตสุ สมุสฺสาหิตมานโสติ สตฺเตสุ วิสยภูเตสุ นิมิตฺตภูเตสุ วา สมุสฺสาหิตมานโส อุยฺโยชิตจิตฺโตติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

เอวํ อพฺภนฺตรนิทานํ ทสฺเสตฺวา พาหิรนิทานํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปาฏิหีราวสานมฺหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมึ กาเล ภควตา อภิธมฺมกถามคฺโค ปวตฺติโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปาฏิหีราวสานมฺหิ วสนฺโต’’ติ วุตฺตํ. ‘‘อวสานมฺหิ วสนฺโต ติทสาลเย’’ติ วจนโต ยสฺสาวสานมฺหิ ติทสาลเย วสิ, ตํ กณฺฑมฺพมูเล กตํ ยมกปาฏิหาริยํ อิธ ‘‘ปาฏิหีร’’นฺติ วุตฺตํ, น โพธิมูลาทีสุ กตํ ปาฏิหาริยํ, นาปิ อาเทสนานุสาสนิโยติ วิญฺญายติ, ปากฏตฺตา จ อาสนฺนตฺตา จ ตเทว คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ปาฏิหาริยปทสฺส วจนตฺถํ (อุทา. อฏฺฐ. ๑; อิติวุ. อฏฺฐ. นิทานวณฺณนา) ‘‘ปฏิปกฺขหรณโต ราคาทิกิเลสาปนยนโต ปาฏิหาริย’’นฺติ วทนฺติ, ภควโต ปน ปฏิปกฺขา ราคาทโย น สนฺติ เย หริตพฺพา. ปุถุชฺชนานมฺปิ หิ วิคตุปกฺกิเลเส อฏฺฐงฺคคุณสมนฺนาคเต จิตฺเต หตปฏิปกฺเข อิทฺธิวิธํ ปวตฺตติ, ตสฺมา ตตฺถ ปวตฺตโวหาเรน จ น สกฺกา อิธ ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วตฺตุํ. สเจ ปน มหาการุณิกสฺส ภควโต เวเนยฺยคตา จ กิเลสา ปฏิปกฺขา, เตสํ หรณโต ‘‘ปาฏิหาริย’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ สติ ยุตฺตเมตํ. อถ วา ภควโต จ สาสนสฺส จ ปฏิปกฺขา ติตฺถิยา, เตสํ หรณโต ปาฏิหาริยํ. เต หิ ทิฏฺฐิหรณวเสน ทิฏฺฐิปฺปกาสเน อสมตฺถภาเวน จ อิทฺธิอาเทสนานุสาสนีหิ หริตา อปนีตา โหนฺตีติ. อถ วา ปฏีติ อยํ สทฺโท ‘‘ปจฺฉา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ โพเธติ ‘‘ตสฺมึ ปฏิปวิฏฺฐมฺหิ, อญฺโญ อาคญฺฉิ พฺราหฺมโณ’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๙๘๕; จูฬนิ. ปารายนวคฺค, วตฺถุคาถา ๔) วิย, ตสฺมา สมาหิเต จิตฺเต วิคตุปกฺกิเลเส จ กตกิจฺเจน ปจฺฉา หริตพฺพํ ปวตฺเตตพฺพนฺติ ปฏิหาริยํ, อตฺตโน วา อุปกฺกิเลเสสุ จตุตฺถชฺฌานมคฺเคหิ หริเตสุ ปจฺฉา หรณํ ปฏิหาริยํ, อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิโย จ วิคตุปกฺกิเลเสน กตกิจฺเจน จ สตฺตหิตตฺถํ ปุน ปวตฺเตตพฺพา, หริเตสุ จ อตฺตโน อุปกฺกิเลเสสุ ปรสตฺตานํ อุปกฺกิเลสหรณานิ โหนฺตีติ ปฏิหาริยานิ ภวนฺติ, ปฏิหาริยเมว ปาฏิหาริยํ. ปฏิหาริเย วา อิทฺธิอาเทสนานุสาสนิสมุทาเย ภวํ เอเกกํ ปาฏิหาริยนฺติ วุจฺจติ. ปฏิหาริยํ วา จตุตฺถชฺฌานํ มคฺโค จ ปฏิปกฺขหรณโต, ตตฺถ ชาตํ, ตสฺมึ วา นิมิตฺตภูเต, ตโต วา อาคตนฺติ ปาฏิหาริยํ. ปาฏิหาริยเมว อิธ ‘‘ปาฏิหีร’’นฺติ วุตฺตํ. อวสานมฺหิ วสนฺโตติ เอเตหิ กาลํ นิทสฺเสติ. ปาฏิหีรกรณาวสาเนน หิ ติทสาลยวาเสน จ ปริจฺฉินฺโน อภิธมฺมกถามคฺคปฺปวตฺตนสฺส กาโลติ. ติทสาลเยติ เทสํ นิทสฺเสติ. โส หิ อภิธมฺมกถามคฺคปฺปวตฺตนสฺส เทโส ตตฺถ วสนฺเตน ปวตฺติตตฺตาติ.

๓. ตตฺถาปิ เทสวิเสสทสฺสนตฺถํ ‘‘ปาริจฺฉตฺตกมูลมฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยุคนฺธเรติ สีตปพฺพเตเสฺวโก เทฺวจตฺตาลีสโยชนสหสฺสุพฺเพโธ, อาทิจฺโจ จ ตทุพฺเพธมคฺคจารี, โส สติ สมฺภเว ยถา ยุคนฺธเร โสเภยฺย, เอวํ โสภมาโน นิสินฺโนติ อตฺโถ.

๔-๕. อิทานิ ปุคฺคเล ธมฺมปฏิคฺคาหเก อปทิสนฺโต ‘‘จกฺกวาฬสหสฺเสหี’’ติอาทิมาห. สพฺพโสติ สมนฺตโต อาคมฺม สพฺเพหิ ทิสาภาเคหิ, สนฺนิเวสวเสน วา สมนฺตโต สนฺนิวิฏฺเฐหิ ทสหิ จกฺกวาฬสหสฺเสหีติ อธิปฺปาโย, น สพฺพโส จกฺกวาฬสหสฺเสหิ ทสหิ ทสหีติ. เอวํ สติ จตฺตาลีสจกฺกวาฬสหสฺเสหิ อธิเกหิ วา อาคมนํ วุตฺตํ สิยา, น เจตํ อธิปฺเปตนฺติ. สมนฺตโต สนฺนิสินฺเนนาติ วา โยเชตพฺพํ. สมํ, สมฺมา วา นิสินฺเนน สนฺนิสินฺเนน, อญฺญมญฺญํ อพฺยาพาเธตฺวา ภควติ คารวํ กตฺวา โสตํ โอทหิตฺวา นิสชฺชโทเส วชฺชิตพฺเพ วชฺเชตฺวา นิสินฺเนนาติ อตฺโถ. มาตรํ ปมุขํ กตฺวา สนฺนิสินฺเนน เทวานํ คเณน ปริวาริโตติ วา, มาตรํ ปมุขํ กตฺวา อภิธมฺมกถามคฺคํ สมฺปวตฺตยีติ วา โยชนา กาตพฺพา.

อิทานิ เทสนาย สมุฏฺฐานํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺสา ปญฺญาย เตชสา’’ติ อาห. ยา สา อาทิมฺหิ กรุณาย อุปมิตา สพฺพเญยฺยธมฺมานํ ยถาสภาวชานนสมตฺถา, เตสํ เทเสตพฺพปฺปการชานนสมตฺถา, โพเธตพฺพปุคฺคลานํ อาสยาธิมุตฺติยาทิวิภาวนสมตฺถา จ ปญฺญา, ตสฺสา จ ยถาวุตฺตพลโยคโตติ อตฺโถ. เตน สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว อภิธมฺมกถาย สมุฏฺฐานภาเว สมตฺถํ, นาญฺญนฺติ อิมมตฺถํ ทีเปนฺโต อภิธมฺมกถาย อสาธารณภาวํ ทสฺเสติ. มคฺโคติ อุปาโย. ขนฺธายตนาทีนํ กุสลาทีนญฺจ ธมฺมานํ อวโพธสฺส, สจฺจปฺปฏิเวธสฺเสว วา อุปายภาวโต ‘‘อภิธมฺมกถามคฺโค’’ติ วุตฺโต. ปพนฺโธ วา ‘‘มคฺโค’’ติ วุจฺจติ. โส หิ ทีฆตฺตา มคฺโค วิยาติ มคฺโค, ตสฺมา อภิธมฺมกถาปพนฺโธ ‘‘อภิธมฺมกถามคฺโค’’ติ วุตฺโต. เทวานํ คเณน ปริวาริโตติ วตฺวา ปุน เทวานนฺติ วจนํ เตสํ คหณสมตฺถตํ ทีเปติ. น หิ อสมตฺถานํ ภควา เทเสตีติ.

๖. เอวํ กรุณาปญฺญามุเขหิ คุเณหิ ภควโต อภิธมฺมกถามคฺคปฺปวตฺตเนน จ หิตปฺปฏิปตฺติยา ปรมปณามารหตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อธิปฺเปตํ ปณามํ กโรนฺโต อาห ‘‘ตสฺส ปาเท นมสฺสิตฺวา’’ติ. ภควโต โถมเนเนว จ ธมฺมสฺส สฺวากฺขาตตา สงฺฆสฺส จ สุปฺปฏิปนฺนตา ทสฺสิตา โหติ ตปฺปภวสฺส อนญฺญถาภาวโต, ตสฺมา ปณามารหํ ตญฺจ รตนทฺวยํ ปณมนฺโต ‘‘สทฺธมฺมญฺจสฺส…เป… จญฺชลิ’’นฺติ อาห. ตตฺถ ยสฺมา พุทฺโธ ‘‘สเทวเก โลเก ตถาคโต วนฺทนีโย’’ติ, สงฺโฆ จ ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน…เป… อญฺชลิกรณีโย’’ติ (อ. นิ. ๖.๑๐) วุตฺโต, ตสฺมา ‘‘ตสฺส ปาเท นมสฺสิตฺวา, กตฺวา สงฺฆสฺส จญฺชลิ’’นฺติ วุตฺตํ. ธมฺโม ปน สฺวากฺขาตตาทิคุณยุตฺโต ตถานุสฺสรเณน ปูเชตพฺโพ โหติ ‘‘ตเมว ธมฺมํ สกฺกตฺวา ครุํกตฺวา อุปนิสฺสาย วิหเรยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๗๓; อ. นิ. ๔.๒๑) วจนโต, กายวาจาจิตฺเตหิ สพฺพถา ปูเชตพฺโพ, ตสฺมา ‘‘สทฺธมฺมญฺจสฺส ปูเชตฺวา’’ติ วุตฺตํ. สิรีมโตติ เอตฺถ สิรีติ ปญฺญาปุญฺญานํ อธิวจนนฺติ วทนฺติ. อถ วา ปุญฺญนิพฺพตฺตา สรีรโสภคฺคาทิสมฺปตฺติ กตปุญฺเญ นิสฺสยติ, กตปุญฺเญหิ วา นิสฺสียตีติ ‘‘สิรี’’ติ วุจฺจติ, สา จ อติสยวตี ภควโต อตฺถีติ สิรีมา, ภควา, ตสฺส สิรีมโต.

๗. นิปจฺจการสฺสาติ ปณามกิริยาย. อานุภาเวนาติ พเลน. โสเสตฺวาติ สุกฺขาเปตฺวา อนฺตรธาเปตฺวา อตฺถํ ปกาสยิสฺสามีติ สมฺพนฺโธ. อนฺตราเยติ อตฺถปฺปกาสนสฺส อุปฆาตเก. อเสสโตติ นิสฺเสเส สกเล.

๘. อิทานิ อภิธมฺมสฺส คมฺภีรตฺถตฺตา อตฺถปฺปกาสนสฺส ทุกฺกรภาวํ ทีเปตุํ ‘‘วิสุทฺธาจารสีเลนา’’ติอาทินา อภิยาจนํ ทสฺเสติ. ถุลฺลจฺจยาทิวิสุทฺธิยา วิสุทฺธาจาโร, ปาราชิกสงฺฆาทิเสสวิสุทฺธิยา วิสุทฺธสีโล. จาริตฺตวาริตฺตวิสุทฺธิยา วา วิสุทฺธาจารสีโล, เตน. สกฺกจฺจนฺติ จิตฺตึ กตฺวา. อภิยาจิโตติ อภิมุขํ ยาจิโต. เตน อนาทริยํ อตฺถปฺปกาสเน กาตุํ อสกฺกุเณยฺยํ ทสฺเสติ.

๙. อิทานิ ยสฺส อตฺถํ ปกาเสตุกาโม, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ เทวเทโว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ยนฺติ อภิธมฺมํ. เทวเทโวติ วิสุทฺธิสมฺมุติอุปปตฺติเทวานํ เทโว. โลเก หิ เย ‘‘สรณํ ปรายณ’’นฺติ คนฺตพฺพา คติภูตา, เต ‘‘เทวา’’ติ วุจฺจนฺติ, ภควา จ สพฺพเทวานํ คติภูโตติ. นยโตติ สงฺเขปโต. สมาจิกฺขีติ สมฺมา อาจิกฺขิ ยถา เถโร พุชฺฌติ. เวเนยฺยสตฺเต วิเนตีติ วินายโก, นายกวิรหิโต วา, สยมฺภูติ อตฺโถ.

๑๐-๑๒. ยญฺจาติ ยญฺจ อภิธมฺมํ ภิกฺขูนํ ปยิรุทาหาสีติ สมฺพนฺโธ. ปยิรุทาหาสีติ กเถสิ. อิตีติ อิมินา อนุกฺกเมน. ‘‘โย ธาริโต’’ติ ยนฺติ อุปโยควเสน วุตฺโต ยํ-สทฺโท ธาริโตติ ปจฺจตฺเตน สมฺพชฺฌมาโน ปจฺจตฺตวเสน ปริณมติ, ตสฺมา โย ธาริโต, โย จ สงฺคีโต, ตสฺส อตฺถํ ปกาสยิสฺสามีติ โยชนา กาตพฺพา. เวเทน ปญฺญาย อีหติ ปวตฺตตีติ เวเทโห, เตน มุนินา. อภิณฺหโสติ พหุโส. อภิธมฺมสฺสาติ เอตํ ‘‘อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ เอเตน โยเชตพฺพํ. อิทานิ โย อตฺถปฺปกาสนสฺส นิสฺสโย, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อาทิโต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อาทิโตติ อาทิมฺหิ ปฐมสงฺคีติยํ.

๑๓. ยา อฏฺฐกถา สงฺคีตา, กสฺส ปน สา อฏฺฐกถาติ? อญฺญสฺส วุตฺตสฺส อภาวา ‘‘ยสฺส อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ วุตฺตํ, อธิการวเสน ‘‘ตสฺส อภิธมฺมสฺสา’’ติ วิญฺญายติ. สงฺคีตาติ อตฺถํ ปกาเสตุํ ยุตฺตฏฺฐาเน ‘‘อยํ เอตสฺส อตฺโถ, อยํ เอตสฺส อตฺโถ’’ติ สงฺคเหตฺวา วุตฺตา, ปจฺฉาปิ จ ทุติยตติยสงฺคีตีสุ อนุสงฺคีตา.

๑๔-๑๖. อภิสงฺขตาติ รจิตา. ตโตติ อฏฺฐกถาโต. ตนฺตินยานุคนฺติ ตนฺติคตึ อนุคตํ. ภาสนฺติ มาคธภาสํ. นิกายนฺตรลทฺธีหีติ อนฺตรนฺตรา อนุปฺปเวสิตาหิ. อสมฺมิสฺสนฺติ อโวกิณฺณํ. อนากุลนฺติ สนิกาเยปิ อนาวิลํ ปริจฺฉินฺนํ. อสมฺมิสฺโส อนากุโล จ โย มหาวิหารวาสีนํ อตฺถวินิจฺฉโย, ตํ ทีปยนฺโต อตฺถํ ปกาสยิสฺสามีติ. เอเตน ติปิฏกจูฬนาคตฺเถราทีหิ วุตฺโต เถรวาโทปิ สงฺคหิโต โหติ. อถ วา ตมฺพปณฺณิภาสํ อปเนตฺวา มาคธภาสญฺจ อาโรเปตฺวา ปกาสิยมาโน โย อภิธมฺมสฺส อตฺโถ อสมฺมิสฺโส อนากุโลเยว จ โหติ มหาวิหารวาสีนญฺจ วินิจฺฉยภูโต, ตํ อตฺถํ ‘‘เอโส มหาวิหารวาสีนํ วินิจฺฉโย’’ติ ทีปยนฺโต ปกาสยิสฺสามิ. ตปฺปกาสเนเนว หิ โส ตถา ทีปิโต โหตีติ.

๑๗. โตสยนฺโต วิจกฺขเณติ วิจกฺขเณ โตสยนฺโต คเหตพฺพํ คเหตฺวานาติ เอวํ โยเชตฺวา ‘‘คเหตพฺพฏฺฐาเนเยว คหิตํ สุฏฺฐุ กต’’นฺติ เอวํ โตสยนฺโตติ อตฺถํ วทนฺติ. เอวํ สติ คเหตพฺพคฺคหเณเนว โตสนํ กตํ, น อญฺเญน อตฺถปฺปกาสเนนาติ เอตํ อาปชฺเชยฺย. โตสยนฺโต อตฺถํ ปกาสยิสฺสามีติ เอวํ ปน โยชนาย สติ คเหตพฺพคฺคหณํ อญฺญญฺจ สพฺพํ อตฺถปฺปกาสนํ โหตีติ สพฺเพน เตน โตสนํ กตํ โหติ, ตสฺมา โตสยนฺโต อตฺถํ ปกาสยิสฺสามีติ ยุตฺตรูปา.

๑๘-๒๐. อิทานิ ยํ อตฺถปฺปกาสนํ กตฺตุกาโม, ตสฺส มหตฺตํ ปริหริตุํ ‘‘กมฺมฏฺฐานานี’’ติอาทิมาห. อตฺถวณฺณนนฺติ เอตฺถ วณฺณนา นาม วิวริตฺวา วิตฺถาเรตฺวา วจนํ. อิตีติ ‘‘อปเนตฺวา ตโต ภาส’’นฺติ เอวมาทินา ยถาทสฺสิตปฺปกาเรน. อิติ โสตูนํ อุสฺสาหุปฺปาทนสฺส เหตุํ ทสฺเสติ. อภิธมฺมกถนฺติ อภิธมฺมฏฺฐกถํ. นิสาเมถาติ สุณาถ. อิทานิ อวสฺสํ อยํ โสตพฺพาเยวาติ ทฬฺหํ อุสฺสาเหนฺโต อาห ‘‘ทุลฺลภา หิ อยํ กถา’’ติ.

วีสติคาถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิทานกถาวณฺณนา

อฏฺฐสาลินึ ตาว วณฺเณนฺเตหิ อาจริเยหิ ตสฺสา สนฺนิเวโส วิภาเวตพฺโพ. ตสฺมา อิทํ วุจฺจติ –

‘‘วจนตฺโถ ปริจฺเฉโท, สนฺนิเวโส จ ปาฬิยา;

สาคเรหิ ตถา จินฺตา, เทสนาหิ คมฺภีรตา.

‘‘เทสนาย สรีรสฺส, ปวตฺติคฺคหณํ ตถา;

เถรสฺส วาจนามคฺค-ตปฺปภาวิตตาปิ จ.

‘‘ปฏิเวธา ตถา พุทฺธ-วจนาทีหิ อาทิโต;

อาภิธมฺมิกภาวสฺส, สาธนํ สพฺพทสฺสิโน.

‘‘วินเยนาถ โคสิงฺค-สุตฺเตน จ มเหสินา;

ภาสิตตฺตสฺส สํสิทฺธิ, นิทาเนน จ ทีปิตา.

‘‘ปกาเสตฺวา อิมํ สพฺพํ, ปฏิญฺญาตกถา กตา;

อฏฺฐสาลินิยา เอตํ, สนฺนิเวสํ วิภาวเย’’ติ.

วจนตฺถวิชานเนน วิทิตาภิธมฺมสามญฺญตฺถสฺส อภิธมฺมกถา วุจฺจมานา โสเภยฺยาติ อภิธมฺมปริชานนเมว อาทิมฺหิ ยุตฺตรูปนฺติ ตทตฺถํ ปุจฺฉติ ‘‘ตตฺถ เกนฏฺเฐน อภิธมฺโม’’ติ. ตตฺถ ตตฺถาติ ‘‘อภิธมฺมสฺส อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ ยทิทํ วุตฺตํ, ตสฺมึ. ‘‘ยสฺส อตฺถํ ปกาสยิสฺสามี’’ติ ปฏิญฺญาตํ, โส อภิธมฺโม เกนฏฺเฐน อภิธมฺโมติ อตฺโถ. ตตฺถาติ วา ‘‘อภิธมฺมกถ’’นฺติ เอตสฺมึ วจเน โย อภิธมฺโม วุตฺโต, โส เกนฏฺเฐน อภิธมฺโมติ อตฺโถ. ธมฺมาติเรกธมฺมวิเสสฏฺเฐนาติ เอตฺถ ธมฺโม อติเรโก ธมฺมาติเรโก, สุตฺตนฺตาธิกา ปาฬีติ อตฺโถ. ธมฺโม วิเสโส ธมฺมวิเสโส ธมฺมาติสโย, วิจิตฺตา ปาฬีติ อตฺโถ, ธมฺมาติเรกธมฺมวิเสสา เอว อตฺโถ ธมฺมาติเรกธมฺมวิเสสฏฺโฐ. ทฺวินฺนมฺปิ อตฺถานํ อภิธมฺมสทฺทสฺส อตฺถภาเวน สามญฺญโต เอกวจนนิทฺเทโส กโต. ตสฺมาติ ยสฺมา ‘‘อภิกฺกมนฺติ, อภิกฺกนฺตวณฺณา’’ติอาทีสุ วิย อติเรกวิเสสฏฺฐทีปโก อภิสทฺโท, ตสฺมา อยมฺปิ ธมฺโม ธมฺมาติเรกธมฺมวิเสสฏฺเฐน ‘‘อภิธมฺโม’’ติ วุจฺจตีติ สมฺพนฺโธ.

ตตฺถ สิยา – ‘‘อภิกฺกมนฺติ, อภิกฺกนฺตวณฺณา’’ติ เอตฺถ ธาตุสทฺทสฺส ปุรโต ปยุชฺชมาโน อภิสทฺโท กิริยาย อติเรกวิเสสภาวทีปโก โหตีติ ยุตฺตํ อุปสคฺคภาวโต, ธมฺมสทฺโท ปน น ธาตุสทฺโทติ เอตสฺมา ปุรโต อภิสทฺโท ปโยคเมว นารหติ. อถาปิ ปยุชฺเชยฺย, กิริยาวิเสสกา อุปสคฺคา, น จ ธมฺโม กิริยาติ ธมฺมสฺส อติเรกวิเสสภาวทีปนํ น ยุตฺตนฺติ? โน น ยุตฺตํ. อญฺญสฺสปิ หิ อุปสคฺคสฺส อธาตุสทฺทา ปุรโต ปยุชฺชมานสฺส อกิริยายปิ อติเรกวิเสสภาวทีปกสฺส ทสฺสนโตติ เอตมตฺถํ วิภาเวตุํ อติฉตฺตาทิอุทาหรณํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยถา’’ติอาทิ. เอวเมวาติ ยถา ฉตฺตาติเรกฉตฺตวิเสสาทิอตฺเถน อติฉตฺตาทโย โหนฺติ อติสทฺทสฺส อุปสคฺคสฺส อธาตุสทฺทสฺสปิ ปุรโต ปยุชฺชมานสฺส อกิริยาย จ ตพฺภาวทีปกตฺตา, เอวมยมฺปิ ธมฺโม ธมฺมาติเรกธมฺมวิเสสฏฺเฐน ‘‘อภิธมฺโม’’ติ วุจฺจติ อภิ-สทฺทสฺส อุปสคฺคสฺส อธาตุสทฺทสฺสปิ ปุรโต ปยุชฺชมานสฺส อกิริยาย จ ตพฺภาวทีปกตฺตาติ อธิปฺปาโย.

เอกเทเสเนว วิภตฺตาติ ‘‘กตเม จ, ภิกฺขเว, ปญฺจกฺขนฺธา? รูปกฺขนฺโธ…เป… วิญฺญาณกฺขนฺโธ. กตโม จ, ภิกฺขเว, รูปกฺขนฺโธ? ยํ กิญฺจิ รูปํ อตีตา…เป… สนฺติเก วา, อยํ วุจฺจติ รูปกฺขนฺโธ’’ติเอวมาทินา (สํ. นิ. ๓.๔๘; วิภ. ๒) อุทฺเทสนิทฺเทสมตฺเตเนว วิภตฺตา, ‘‘ตตฺถ กตมํ รูปํ อตีต’’นฺติเอวมาทินา (วิภ. ๓) ปฏินิทฺเทสสฺส อภิธมฺมภาชนียสฺส ปญฺหปุจฺฉกสฺส จ อภาวา น นิปฺปเทเสน. อภิธมฺมํ ปตฺวา ปน…เป… นิปฺปเทสโตว วิภตฺตา, ตสฺมา อยมฺปิ ธมฺโม ธมฺมาติเรกธมฺมวิเสสฏฺเฐน ‘‘อภิธมฺโม’’ติ วุจฺจติ นิปฺปเทสานํ ติณฺณมฺปิ นยานํ อติเรกปาฬิภาวโต วิเสสปาฬิภาวโต จาติ อธิปฺปาโย. สุตฺตนฺเต พาวีสติยา อินฺทฺริยานํ เอกโต อนาคตตฺตา อินฺทฺริยวิภงฺเค สุตฺตนฺตภาชนียํ นตฺถิ. ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺตี’’ติอาทินา ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ตสฺส ตสฺส ปจฺจยธมฺมสฺส ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานํ ปจฺจยภาโว อุทฺทิฏฺโฐ, อุทฺทิฏฺฐธมฺมานญฺจ กุสลาทิภาโว ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพ, น เจตฺถ ‘‘อวิชฺชาสงฺขารา’’ติ เอวํ วุตฺโต อุทฺเทโส อตฺถีติ ปญฺหปุจฺฉกํ นตฺถิ. สุตฺตนฺเต ปญฺจ สิกฺขาปทานิ อุทฺทิฏฺฐานิ ปาณาติปาตา เวรมณีติอาทีนิ. สา ปน เวรมณี ยทิ สภาวกิจฺจาทิวเสน วิภชีเยยฺย, ‘‘อารติ วิรตี’’ติอาทินา อภิธมฺมภาชนียเมว โหติ. อถาปิ จิตฺตุปฺปาทวเสน วิภชีเยยฺย, ตถาปิ อภิธมฺมภาชนียเมว โหติ. อญฺโญ ปน เวรมณีนํ วิภชิตพฺพปฺปกาโร นตฺถิ, เยน ปกาเรน สุตฺตนฺตภาชนียํ วตฺตพฺพํ สิยา. ตสฺมา สิกฺขาปทวิภงฺเค สุตฺตนฺตภาชนียํ นตฺถิ.

วจนตฺถโต อภิธมฺเม ญาเต ปริจฺเฉทโต ญาเปตุํ อาห ‘‘ปกรณปริจฺเฉทโต’’ติอาทิ. กติปยาว ปญฺหวารา อวเสสาติ ธมฺมหทยวิภงฺเค อนาคตา หุตฺวา มหาธมฺมหทเย อาคตา ธมฺมหทยวิภงฺควจนวเสน อวเสสา กติปยาว ปญฺหวาราติ อตฺโถ. เอตฺเถว สงฺคหิตาติ ‘‘อปุพฺพํ นตฺถี’’ติ วุตฺตํ. อปฺปมตฺติกาว ตนฺติ อวเสสาติ ธมฺมหทยวิภงฺเค อนาคนฺตฺวา มหาธมฺมหทเย อาคตตนฺติโต ยทิ ปถวีอาทีนํ วิตฺถารกถา มหาธาตุกถา รูปกณฺฑธาตุวิภงฺคาทีสุ, อถ ธาตุกถาย วิตฺถารกถา ธาตุกถาย อนาคนฺตฺวา มหาธาตุกถาย อาคตตนฺติ อปฺปมตฺติกาวาติ อธิปฺปาโย.

ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘สาวกภาสิตตฺตา ฉฑฺเฑถ น’’นฺติ, ตํ พุทฺธภาสิตภาวทสฺสเนน ปฏิเสเธตุํ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ หี’’ติอาทิมาห. จตูสุ ปเญฺหสูติ ‘‘อุปลพฺภติ นุปลพฺภตี’’ติ ปฏิญฺญาย คหิตาย ปฏิกฺเขปคหณตฺถํ ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ’’ติ วุตฺตํ สจฺจิกฏฺฐํ นิสฺสยํ กตฺวา อุปาทาย ปวตฺตา เทฺวปิ ปญฺจกา เอโก ปโญฺห, ‘‘สพฺพตฺถา’’ติ สรีรํ สพฺพํ วา เทสํ อุปาทาย ปวตฺตา เอโก, ‘‘สพฺพทา’’ติ กาลมุปาทาย เอโก, ‘‘สพฺเพสู’’ติ ยทิ ขนฺธายตนาทโย คหิตา, เต อุปาทาย ปวตฺตา, อถ ปน ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ สพฺพตฺถ สพฺพทา’’ติ เอเตหิ น โกจิ สจฺจิกฏฺโฐ เทโส กาโล วา อคฺคหิโต อตฺถิ, เต ปน สามญฺญวเสน คเหตฺวา อนุโยโค กโต, น เภทวเสนาติ เภทวเสน คเหตฺวา อนุยุญฺชิตุํ ‘‘สพฺเพสู’’ติ วุตฺตา สจฺจิกฏฺฐเทสกาลปฺปเทเส อุปาทาย จ ปวตฺตา เอโกติ เอเตสุ จตูสุ. ทฺวินฺนํ ปญฺจกานนฺติ เอตฺถ ‘‘ปุคฺคโล อุปลพฺภติ…เป… มิจฺฉา’’ติ เอกํ, ‘‘ปุคฺคโล นุปลพฺภติ…เป… มิจฺฉา’’ติ (กถา. ๑๘) เอกํ, ‘‘ตฺวํ เจ ปน มญฺญสิ…เป… อิทํ เต มิจฺฉา’’ติ (กถา. ๓) เอกํ, ‘‘เอเส เจ ทุนฺนิคฺคหิเต…เป… อิทํ เต มิจฺฉา’’ติ เอกํ, ‘‘น เหวํ นิคฺคเหตพฺเพ, เตน หิ ยํ นิคฺคณฺหาสิ…เป… สุกตา ปฏิปาทนา’’ติ (กถา. ๑๐) เอกนฺติ เอวํ นิคฺคหกรณํ, ปฏิกมฺมกรณํ, นิคฺคหสฺส สุนิคฺคหภาวํ อิจฺฉโต ปฏิญฺญาฐปเนน ปฏิกมฺมเวฐนํ, ปฏิกมฺมสฺส ทุปฺปฏิกมฺมภาวํ อิจฺฉโต ตํนิทสฺสเนน นิคฺคหสฺส ทุนฺนิคฺคหภาวทสฺสเนน นิคฺคหนิพฺเพฐนํ, อนิคฺคหภาวาโรปนาทินา เฉโทติ อยํ เอโก ปญฺจโก, โย อฏฺฐกถายํ อนุโลมปญฺจกปฏิกมฺมจตุกฺกนิคฺคหจตุกฺกอุปนยนจตุกฺกนิคมนจตุกฺก นาเมหิ สกวาทิปุพฺพปกฺเข อนุโลมปจฺจนีกปญฺจโกติ วุตฺโต, ปรวาทิปุพฺพปกฺเข จ เอวเมว ปจฺจนียานุโลมปญฺจโกติ วุตฺโต. เอวํ เทฺว ปญฺจกา เวทิตพฺพา. เอวํ เสสปเญฺหสุปีติ อฏฺฐ ปญฺจกา อฏฺฐมุขา วาทยุตฺตีติ วุตฺตา. ยุตฺตีติ อุปาโย, วาทสฺส ยุตฺติ วาทยุตฺติ, วาทปฺปวตฺตนสฺส อุปาโยติ อตฺโถ.

อนุโลมปจฺจนีกปญฺจเก อาทินิคฺคหํ ทสฺเสตฺวา ปจฺจนียานุโลมปญฺจเก จ อาทินิคฺคหเมว ทสฺเสตฺวา มาติกํ ทีเปตุํ ‘‘สา ปเนสา’’ติอาทิมาห. ปุคฺคโลติ อตฺตา สตฺโต ชีโว. อุปลพฺภตีติ ปญฺญาย อุปคนฺตฺวา ลพฺภติ. สจฺจิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ มายามรีจิอาทโย วิย นาภูตากาเรน, อนุสฺสวาทีหิ คเหตพฺพา วิย น อนุตฺตมตฺถภาเวน, อถ โข ภูเตน อุตฺตมตฺถภาเวน อุปลพฺภตีติ ปุจฺฉติ. อิตโร ตาทิสํ อิจฺฉนฺโต ปฏิชานาติ. ปุน โย สจฺจิกฏฺฐปรมฏฺเฐน อุปลพฺภติ, โส สจฺจิกฏฺฐปรมฏฺฐโต อญฺโญ ตทาธาโร, อญฺญตฺร วา เตหิ, เตสํ วา อาธารภูโต, อนญฺโญ วา ตโต รุปฺปนาทิสภาวโต สปฺปจฺจยาทิสภาวโต วา อุปลพฺภมาโน อาปชฺชตีติ อนุยุญฺชติ ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ…เป… ปรมฏฺเฐนา’’ติ. อิตโร ปุคฺคลสฺส รูปาทีหิ อญฺญตฺตํ อนญฺญตฺตญฺจ อนิจฺฉนฺโต ‘‘น เหว’’นฺติ ปฏิกฺขิปติ. ปุน สกวาที ปฏิญฺญาย เอกตฺตาปนฺนํ อปฺปฏิกฺขิปิตพฺพํ ปฏิกฺขิปตีติ กตฺวา นิคฺคหํ อาโรเปนฺโต อาห ‘‘อาชานาหิ นิคฺคห’’นฺติ. ‘‘ปุคฺคโล นุปลพฺภตี’’ติ ปุฏฺโฐ สกวาที ปุคฺคลทิฏฺฐึ ปฏิเสเธนฺโต ‘‘อามนฺตา’’ติ ปฏิชานาติ. ปุน อิตโร โย สจฺจิกฏฺเฐน นุปลพฺภติ ปุคฺคโล, โส สจฺจิกฏฺฐปรมฏฺฐโต อญฺโญ วา อนญฺโญ วา นุปลพฺภตีติ อาปชฺชติ อญฺญสฺส ปการสฺส อภาวาติ อนุยุญฺชติ ‘‘โย สจฺจิกฏฺโฐ…เป… ปรมฏฺเฐนา’’ติ. ยสฺมา ปน ปุคฺคโล สพฺเพน สพฺพํ นุปลพฺภติ, ตสฺมา ตสฺส อญฺญตฺตานญฺญตฺตานุโยโค อนนุโยโค ปุคฺคลลทฺธึ ปฏิเสเธนฺตสฺส อนาปชฺชนโตติ ‘‘น เหว’’นฺติ ปฏิกฺขิปติ. อิตโร ปฏิญฺญาย อาปชฺชนเลสเมว ปสฺสนฺโต อวิปรีตํ อตฺถํ อสมฺพุชฺฌนฺโตเยว นิคฺคหํ อาโรเปติ ‘‘อาชานาหิ นิคฺคห’’นฺติ.

อิตีติ ยํ ทิสฺวา มาติกา ฐปิตา, เอวํ เทสิตตฺตาติ อธิปฺปาโย. ยถา กินฺติ เยน ปกาเรน พุทฺธภาสิตํ นาม ชาตํ, ตํ นิทสฺสนํ กินฺติ อตฺโถ. ยโตนิทานนฺติ ยํการณา ฉอชฺฌตฺติกพาหิรายตนาทินิทานนฺติ อตฺโถ. ปปญฺจสญฺญาสงฺขาติ ตณฺหามานทิฏฺฐิปปญฺจสมฺปยุตฺตา สญฺญาโกฏฺฐาสา. สมุทาจรนฺตีติ อชฺฌาจรนฺติ. เอตฺถ เจติ เอเตสุ อายตนาทีสุ ตณฺหามานทิฏฺฐีหิ อภินนฺทิตพฺพํ อภิวทิตพฺพํ อชฺโฌสิตพฺพญฺจ นตฺถิ เจ. นนุ นตฺถิเยว, กสฺมา ‘‘นตฺถิ เจ’’ติ วุตฺตนฺติ? สจฺจํ นตฺถิ, อปฺปหีนาภินนฺทนาภิวทนชฺโฌสานานํ ปน ปุถุชฺชนานํ อภินนฺทิตพฺพาทิปฺปการานิ อายตนาทีนิ โหนฺตีติ เตสํ น สกฺกา ‘‘นตฺถี’’ติ วตฺตุํ, ปหีนาภินนฺทนาทีนํ ปน สพฺพถา นตฺถีติ ‘‘นตฺถิ เจ’’ติ วุตฺตํ. เอเสวนฺโตติ อภินนฺทนาทีนํ นตฺถิภาวกโร มคฺโค ตปฺปฏิปฺปสฺสทฺธิภูตํ ผลํ วา ราคานุสยาทีนํ อนฺโต อวสานํ, อปฺปวตฺตีติ อตฺโถ.

ชานํ ชานาตีติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ชานิตพฺพํ ชานาติ. น หิ ปเทสญาณวา ชานิตพฺพํ สพฺพํ ชานาตีติ. ปสฺสํ ปสฺสตีติ ทิพฺพจกฺขุปญฺญาจกฺขุธมฺมจกฺขุพุทฺธจกฺขุสมนฺตจกฺขุสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ จกฺขูหิ ปสฺสิตพฺพํ ปสฺสติ. อถ วา ชานํ ชานาตีติ ยถา อญฺเญ สวิปลฺลาสา กามรูปปริญฺญาวาทิโน ชานนฺตาปิ วิปลฺลาสวเสน ชานนฺติ, น เอวํ ภควา, ภควา ปน ปหีนวิปลฺลาสตฺตา ชานนฺโต ชานาติเยว, ทิฏฺฐิทสฺสนสฺส จ อภาวา ปสฺสนฺโต ปสฺสติเยวาติ อตฺโถ. จกฺขุภูโตติ ปญฺญาจกฺขุมยตฺตา สตฺเตสุ จ ตทุปฺปาทนโต โลกสฺส จกฺขุภูโต. ญาณภูโตติ เอตสฺส จ เอวเมว อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ธมฺมา โพธิปกฺขิยา. พฺรหฺมา มคฺโค, เตหิ อุปฺปนฺนตฺตา โลกสฺส จ ตทุปฺปาทนโต ตพฺภูโต. วตฺตาติ จตุสจฺจธมฺเม วทตีติ วตฺตา. ปวตฺตาติ จิรํ สจฺจปฺปฏิเวธํ ปวตฺเตนฺโต วทตีติ ปวตฺตา. อตฺถสฺส นินฺเนตาติ อตฺถํ อุทฺธริตฺวา ทสฺเสตา, ปรมตฺถํ วา นิพฺพานํ ปาปยิตา. อมตสฺส ทาตาติ อมตสจฺฉิกิริยํ สตฺเตสุ อุปฺปาเทนฺโต อมตํ ททาตีติ อมตสฺส ทาตา. โพธิปกฺขิยธมฺมานํ ตทายตฺตภาวโต ธมฺมสฺสามี. สุวณฺณาลิงฺคนฺติ สุวณฺณมยํ อาลิงฺคํ ขุทฺทกมุทิงฺคํ. สุปุปฺผิตสตปตฺตปทุมมิว สสฺสิริกํ สโสภํ สุปุปฺผิตสตปตฺตสสฺสิริกํ.

อนุโมทิตกาลโต ปฏฺฐาย…เป… พุทฺธภาสิตํ นาม ชาตนฺติ เอเตน อนุโมทนา พุทฺธภาสิตภาวสฺส การณนฺติ อยมตฺโถ วุตฺโต วิย ทิสฺสติ, เอวญฺจ สติ กถาวตฺถุสฺส พุทฺธภาสิตภาโว น สิยา อนนุโมทิตตฺตา, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – ‘‘มหากจฺจายโน เอวํ วิภชิสฺสตี’’ติ ทิสฺวา ภควา มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา วิหารํ ปวิฏฺโฐ, ตเถว จ เถโร ภควตา ทินฺนนเยน ฐปิตมาติกาย วิภชีติ พุทฺธภาสิตํ นาม ชาตํ, ตํ ปน อนุโมทนาย ปากฏํ ชาตนฺติ เอตมตฺถํ สนฺธาย ‘‘เอวํ สตฺถารา…เป… นาม ชาต’’นฺติ วุตฺตนฺติ.

อิทานิ ปาฬิยา สนฺนิเวสํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ ธมฺมสงฺคณีปกรเณ’’ติอาทิมาห. กามาวจรกุสลโต อฏฺฐาติ กามาวจรกุสเล จตฺตาโร ขนฺเธ คเหตฺวา ตโต อฏฺฐ จิตฺตานิ อุทฺธรติ. ปฐมา วิภตฺตีติปิ วทนฺติ. เอกูนนวุติ จิตฺตานีติ ยตฺถ เอตานิ จิตฺตานิ วิภตฺตานิ, เต ปาฬิปฺปเทสา ‘‘เอกูนนวุติ จิตฺตานี’’ติ วุตฺตา. เตสญฺจ สมุทาโย จิตฺตวิภตฺติ, ตสฺมา อุปปนฺนเมตํ ‘‘เอกูนนวุติ จิตฺตานิ จิตฺตวิภตฺตี’’ติ. มาติกญฺจ อุทฺทิสิตฺวา ตตฺถ เอเกกํ ปทํ อุทฺธริตฺวา ยสฺมา จิตฺตานิ วิภตฺตานิ, ตสฺมา มาติกาปิ จิตฺตวิภตฺติอนฺโตคธาเยวาติ จิตฺตุปฺปาทกณฺฑํ มาติกาปทภาชนียวเสน ทุวิธนฺติ อิทมฺปิ วจนํ ยุชฺชติ.

มูลโตติ ‘‘ตีณิ กุสลมูลานี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๙๘๕) กุสลาทีนํ มูลวเสน สงฺขิปิตฺวา วจนํ. ‘‘เวทนากฺขนฺโธ’’ติอาทินา ขนฺธโต. ‘‘กายกมฺม’’นฺติอาทินา ทฺวารโต. ‘‘สุขภูมิยํ กามาวจเร’’ติอาทินา (ธ. ส. ๙๘๘) ภูมิโต. อตฺโถติ เหตุผลํ. ธมฺโมติ เหตุ. ‘‘ตีณิ กุสลมูลานิ ตีณิ อกุสลมูลานี’’ติอาทินา (ธ. ส. ๙๘๕-๙๘๖) เหตุวเสน สงฺคโห ธมฺมโต นิกฺเขโป. ‘‘ตํสมฺปยุตฺโต, ตํสมุฏฺฐานา ตเทกฏฺฐา จ กิเลสา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๙๘๕-๙๘๖) เหตุผลวเสน สงฺคโห อตฺถโต นิกฺเขโป. อถ วา ธมฺโมติ ภาสิโต. อตฺโถติ ภาสิตตฺโถ. ‘‘ตโย กุสลเหตู’’ติ (ธ. ส. ๑๐๕๙) ธมฺโม. ‘‘ตตฺถ กตเม ตโย กุสลเหตู อโลโภ’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๖๐) อตฺโถ, โส จ ธมฺโม. ‘‘ตตฺถ กตโม อโลโภ’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๖๑) อตฺโถติ เอวํ อตฺถธมฺมวเสน นิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. นามโตติ ‘‘ตีณิ กุสลมูลานี’’ติ วุตฺตธมฺมานํ อโลโภติอาทินามวเสน. ลิงฺคโตติ อุทฺทิฏฺฐสฺส เอกสฺเสว ธมฺมสฺส ‘‘อโลโภ อลุพฺภนา อลุพฺภิตตฺต’’นฺติ (ธ. ส. ๑๐๖๑) ปุริสาทิลิงฺควเสน นิกฺเขโป.

คณนจารนฺติ คณนปฺปวตฺตึ. สมาเนนฺตีติ สมานํ กโรนฺติ ปูเรนฺติ, ตถา สมาเนตพฺพนฺติ เอตฺถาปิ. ‘‘วิชฺชาภาคิโน อวิชฺชาภาคิโน’’ติ (ธ. ส. ทุกมาติกา ๑๐๑) เอวมาทีสุ เอตฺถ วิญฺญาเตสุ อาภิธมฺมิกตฺเถรา สุตฺตนฺตํ สุณนฺตา จินฺเตนฺตา จ สุตฺตนฺเตสุ ‘‘วิชฺชาภาคิโน’’ติอาทีสุ อาคเตสุ อตฺถสฺส วิญฺญาตตฺตา น กิลมนฺตีติ เอตมตฺถํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อาภิธมฺมิกตฺเถรานํ…เป… อกิลมตฺถํ ฐปิตา’’ติ.

อนมตคฺโคติ อญฺญาตคฺโค. ขนฺธนฺตรนฺติ ขนฺธนานตฺตํ, ขนฺธเมว วา. คเหตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา สณฺหํ, สุขุมาย ปญฺญาย คเหตพฺพโต สุขุมญฺจ ธมฺมํ สณฺหสุขุมธมฺมํ. พลวตา ญาณเวเคน ปวตฺตตฺตา พลวโต ญาณเวคสฺส นิมิตฺตภาวโต จ พลวํ. คมฺภีรเมว คมฺภีรคตํ, คมฺภีรานิ วา คตานิ คมนานิ เอตสฺส สนฺตีติ คมฺภีรคตํ. ยถานุปุพฺพนฺติ ยถานุปุพฺเพน. นิขิเลนาติ นิรวเสเสน เทสิตํ, ปญฺจขิลรหิเตน วา ภควตา เทสิตํ. รูปคตํวาติ หตฺถคตํ รูปํ วิย จกฺขุนา. ‘‘ปฏิเวธญาเณน สมนฺตปฏฺฐานํ โย ปสฺสติ, โส อตฺเถว, โน นตฺถี’’ติ อตฺตานํ สนฺธาย เถโร วทตีติ.

ขุทฺทกวตฺถุวิภงฺเค อาคเตสุ เอกาธิเกสุ อฏฺฐสุ กิเลสสเตสุ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตานิ อปเนตฺวา เสสา ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย จ อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนภาเวน ทิคุณิตานิ ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺสานิ ทสาธิกานิ โหนฺติ, อปฺปกํ ปน อูนมธิกํ วา น คณนูปคํ โหตีติ ‘‘ทิยฑฺฒกิเลสสหสฺส’’นฺติ วุตฺตํ. อิตเรสํ อตีตาทิภาวามสนา อคฺคหณํ เขปเน ทฏฺฐพฺพํ.

เมจกปฏาติ นีลนิภา ปฏา. จิตฺตสมุฏฺฐานา วณฺณธาตูติ จิตฺตปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานา วณฺณธาตูติ อตฺโถ คเหตพฺโพ. กสฺมา? น หิ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ พหิ นิคจฺฉตีติ, จิตฺตสมุฏฺฐานรูปปรมฺปราย อาคตตฺตา ปน เอวํ วุตฺตํ. อถ วา จิตฺตสมุฏฺฐานา วณฺณธาตูติ เอตฺถ ปจฺจยอุตุสทฺทานํ โลปํ กตฺวา โสเยว ปุพฺเพ วุตฺโต อตฺโถ สุวณฺณตา สุสฺสรตา วิย. เอตฺถ หิ ‘‘สุสฺสรตา’’ติ อุปาทินฺนกาธิกาเร อาคตํ, น จ สทฺโท อุปาทินฺนโก อตฺถิ, ตสฺมา อุปาทินฺนกรูปโอฏฺฐตาลุอาทินิสฺสยตฺตา เอวํ วุตฺตนฺติ, เอวเมตฺถาปิ จิตฺตปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ สนฺธาย ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานา วณฺณธาตู’’ติ วทติ.

กายสกฺขินฺติ ปจฺจกฺขํ. ทนฺตาวรณนฺติ โอฏฺฐทฺวยํ. มุขาทานนฺติ มุขวิวรํ. สิลิฏฺฐนฺติ สํคตํ สุสณฺฐิตํ. สเร นิมิตฺตํ คเหตฺวาติ ‘‘ธมฺโม เอโส วุจฺจตี’’ติ ธมฺมสฺสรวเสน นิมิตฺตํ คเหตฺวา, น กิเลสานุพฺยญฺชนวเสน. เอกปฺปหาเรนาติ เอตฺถ ปหาโรติ ทิวสสฺส ตติโย ภาโค วุจฺจติ. เอวํ สนฺเตติ ปุพฺเพ วุตฺตมคฺคเหตฺวา วาจนามคฺคสฺส เถรปฺปภวตฺตวจนเมว คเหตฺวา เตน ปุริมวจนญฺจ ปฏิกฺขิปนฺโต โจเทติ.

เตเนตเมตสฺสาติ วินยสฺส. อตฺตตฺถปรตฺถาทิเภเทติ โย ตํ สุตฺตํ สชฺฌายติ สุณาติ วาเจติ จินฺเตติ เทเสติ, สุตฺเตน สงฺคหิโต สีลาทิอตฺโถ ตสฺสปิ โหติ, เตน ปรสฺส สาเธตพฺพโต ปรสฺสปิ โหตีติ ตทุภยํ ตํ สุตฺตํ สูเจติ ทีเปติ. ตถา ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกตฺเถ โลกิยโลกุตฺตรตฺเถติ เอวมาทิเภเท อตฺเถ อาทิสทฺเทน สงฺคณฺหาติ. อตฺถสทฺโท จายํ หิตปริยายวจนํ, น ภาสิตตฺถวจนํ. ยทิ สิยา, สุตฺตํ อตฺตโนปิ ภาสิตตฺถํ สูเจติ ปรสุตฺตสฺสปีติ อยมตฺโถ สิยา, สุตฺเตน จ โย อตฺโถ ปกาสิโต, โส ตสฺเสว โหตีติ น เตน ปรตฺโถ สูจิโต โหติ, เตน จ สูเจตพฺพสฺส ปรตฺถสฺส นิวตฺเตตพฺพสฺส อภาวา อตฺตคฺคหณํ น กตฺตพฺพํ, อตฺตตฺถปรตฺถวินิมุตฺตสฺส ภาสิตตฺถสฺส อภาวา อาทิคฺคหณญฺจ น กตฺตพฺพํ, ตสฺมา ยถาวุตฺตสฺส อตฺถสฺส สุตฺเต อสมฺภวโต สุตฺตาธารสฺส ปุคฺคลสฺส วเสน อตฺตตฺถปรตฺถา วุตฺตา.

อถ วา สุตฺตํ อนเปกฺขิตฺวา เย อตฺตตฺถาทโยปิ อตฺถปฺปเภทา วุตฺตา นิทฺเทเส (มหานิ. ๖๙; จูฬนิ. โมฆราชมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘๕) ‘‘อตฺตตฺโถ ปรตฺโถ อุภยตฺโถ ทิฏฺฐธมฺมิโก อตฺโถ สมฺปรายิโก อตฺโถ อุตฺตาโน อตฺโถ คมฺภีโร อตฺโถ คุโฬฺห อตฺโถ ปฏิจฺฉนฺโน อตฺโถ เนยฺโย อตฺโถ นีโต อตฺโถ อนวชฺโช อตฺโถ นิกฺกิเลโส อตฺโถ โวทาโน อตฺโถ ปรมตฺโถ อตฺโถ’’ติ, เต สุตฺตํ สูเจตีติ อตฺโถ. อถ วา ‘‘อตฺตนา จ อปฺปิจฺโฉ โหตี’’ติ อตฺตตฺถํ, ‘‘อปฺปิจฺฉกถญฺจ ปเรสํ กตฺตา โหตี’’ติ ปรตฺถํ สูเจตีติ. เอวํ ‘‘อตฺตนา จ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหตี’’ติอาทิสุตฺตานิ (อ. นิ. ๔.๙๙) โยเชตพฺพานิ. วินยาภิธมฺเมหิ จ วิเสเสตฺวา สุตฺตสทฺทสฺส อตฺโถ วตฺตพฺโพ, ตสฺมา เวเนยฺยชฺฌาสยวสปฺปวตฺตาย เทสนาย อตฺตหิตปรหิตาทีนิ สาติสยํ ปกาสิตานิ โหนฺติ, น อาณาธมฺมสภาววสปฺปวตฺตายาติ อิทเมว ‘‘อตฺถานํ สูจนโต สุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

สุตฺเต จ อาณาธมฺมสภาวา เวเนยฺยชฺฌาสยํ อนุวตฺตนฺติ, น วินยาภิธมฺเมสุ วิย เวเนยฺยชฺฌาสโย อาณาธมฺมสภาเว อนุวตฺตติ, ตสฺมา เวเนยฺยานํ เอกนฺตหิตปฏิลาภสํวตฺตนิกา สุตฺตนฺตเทสนา โหตีติ ‘‘สุวุตฺตา เจตฺถ อตฺถา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปสวตีติ ผลติ. ‘‘สุตฺตาณา’’ติ เอตสฺส อตฺถํ ปกาเสตุํ ‘‘สุฏฺฐุ จ เน ตายตี’’ติ วุตฺตํ. อตฺตตฺถปรตฺถาทิวิธาเนสุ จ สุตฺตสฺส ปมาณภาโว เตสญฺจ สงฺคาหกตฺตํ โยเชตพฺพํ, ตทตฺถปฺปกาสเน ปธานตฺตา สุตฺตสฺส อิตเรหิ วิเสสนญฺจ. เอตนฺติ ‘‘อตฺถานํ สูจนโต’’ติอาทิกํ อตฺถวจนํ. เอตสฺสาติ สุตฺตสฺส.

อภิกฺกมนฺตีติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท กมนสฺส วุทฺธิภาวํ อติเรกตฺตํ ทีเปติ. อภิกฺกนฺเตนาติ จ เอตฺถ กนฺติยา อธิกตฺตํ วิเสสภาวนฺติ ยุตฺตํ กิริยาวิเสสกตฺตา อุปสคฺคสฺส. อภิญฺญาตา, อภิราชา, อภิวินเยติ เอตฺถ ลกฺขณปูชิตปริจฺฉินฺเนสุ รตฺติอาทีสุ อภิ-สทฺโท วตฺตตีติ กถเมตํ ยุชฺเชยฺยาติ? ลกฺขณกรณญาณปูชนปริจฺเฉทกิริยาทีปนโต ตาหิ จ กิริยาหิ รตฺติราชวินยานํ ยุตฺตตฺตา. ภาวนาผรณวุทฺธีหิ วุทฺธิมนฺโต. อารมฺมณาทีหีติ อารมฺมณสมฺปยุตฺตกมฺมทฺวารปฏิปทาทีหิ. อวิสิฏฺฐนฺติ อญฺญมญฺญวิสิฏฺเฐสุ วินยสุตฺตนฺตาภิธมฺเมสุ อวิสิฏฺฐํ สมานํ ปิฏกสทฺทนฺติ อตฺโถ. ยถาวุตฺเตเนวาติ ‘‘เอวํ ทุวิธตฺเถนา’’ติอาทินา นเยน.

กเถตพฺพานํ อตฺถานํ เทสกายตฺเตน อาณาทิวิธินา อติสชฺชนํ ปโพธนํ เทสนา. สาสิตพฺพปุคฺคลคเตน ยถาปราธาทินา สาสิตพฺพภาเวน อนุสาสนํ วินยนํ สาสนํ. กเถตพฺพสฺส สํวราสํวราทิโน อตฺถสฺส กถนํ วจนปฏิพทฺธกรณํ กถา. เภท-สทฺโท วิสุํ วิสุํ โยเชตพฺโพ ‘‘เทสนาเภทํ สาสนเภทํ กถาเภทญฺจ ยถารหํ ปริทีปเย’’ติ. เภทนฺติ นานตฺตํ, นานากรณนฺติ อตฺโถ. สิกฺขา จ ปหานานิ จ คมฺภีรภาโว จ สิกฺขาปหานคมฺภีรภาวํ, ตญฺจ ปริทีปเย. ยนฺติ ปริยตฺติอาทึ. ยถาติ อุปารมฺภาทิเหตุ ปริยาปุณนาทิปฺปกาเรหิ.

ตีสุปิ เจเตสุ เอเต ธมฺมตฺถเทสนาปฏิเวธาติ เอตฺถ ตนฺติอตฺโถ ตนฺติเทสนา ตนฺติอตฺถปฏิเวโธ จ ตนฺติวิสยา โหนฺตีติ วินยปิฏกาทีนํ อตฺถเทสนาปฏิเวธาธารภาโว ยุตฺโต, ปิฏกานิ ปน ตนฺติโยเยวาติ ธมฺมาธารภาโว กถํ ยุชฺเชยฺยาติ? ตนฺติสมุทายสฺส อวยวตนฺติยา อาธารภาวโต, ธมฺมาทีนญฺจ ทุกฺโขคาหภาวโต เตหิ วินยาทโย คมฺภีราติ วินยาทีนญฺจ จตุพฺพิโธ คมฺภีรภาโว วุตฺโต, ตสฺมา ‘‘ธมฺมาทโย เอว ทุกฺโขคาหตฺตา คมฺภีรา, น วินยาทโย’’ติ น โจเทตพฺพเมตํ. ตตฺถ ปฏิเวธสฺส ทุกฺกรภาวโต ธมฺมตฺถานํ, เทสนาญาณสฺส ทุกฺกรภาวโต เทสนาย จ ทุกฺโขคาหภาโว เวทิตพฺโพ. ปฏิเวธสฺส ปน อุปฺปาเทตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ตพฺพิสยญาณุปฺปตฺติยา จ ทุกฺกรภาวโต ทุกฺโขคาหตา เวทิตพฺพา.

เหตุมฺหิ ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทาติ เอเตน วจนตฺเถน ธมฺมสฺส เหตุภาโว กถํ ญาตพฺโพติ? ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติ เอตสฺส สมาสปทสฺส อวยวปทตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เหตุมฺหิ ญาณ’’นฺติ วุตฺตตฺตา. ‘‘ธมฺเม ปฏิสมฺภิทา’’ติ เอตฺถ หิ ‘‘ธมฺเม’’ติ เอตสฺส อตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘เหตุมฺหี’’ติ วุตฺตํ, ‘‘ปฏิสมฺภิทา’’ติ เอตสฺส จ อตฺถํ ทสฺเสนฺเตน ‘‘ญาณ’’นฺติ, ตสฺมา เหตุธมฺมสทฺทา เอกตฺถา ญาณปฏิสมฺภิทาสทฺทา จาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺเตน สาธิโต ธมฺมสฺส เหตุภาโว. อตฺถสฺส เหตุผลภาโว จ เอวเมว ทฏฺฐพฺโพ. ยถาธมฺมนฺติ เอตฺถ ธมฺม-สทฺโท เหตุํ เหตุผลญฺจ สพฺพํ คณฺหาติ. สภาววาจโก เหส, น ปริยตฺติเหตุภาววาจโก, ตสฺมา ยถาธมฺมนฺติ โย โย อวิชฺชาสงฺขาราทิธมฺโม, ตสฺมึ ตสฺมินฺติ อตฺโถ. ธมฺมาภิลาโปติ อตฺถพฺยญฺชนโก อวิปรีตาภิลาโป. เอเตน ‘‘ตตฺร ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป ญาณํ นิรุตฺติปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๘-๗๒๐) เอตฺถ วุตฺตธมฺมนิรุตฺตึ ทสฺเสติ. อนุโลมาทิวเสน วา กถนนฺติ เอเตน ตสฺสา ธมฺมนิรุตฺติยา อภิลาปํ กถนํ ตสฺส วจนสฺส ปวตฺตนํ ทสฺเสติ. อธิปฺปาโยติ เอเตน ‘‘เทสนาติ ปญฺญตฺตี’’ติ เอตํ วจนํ ธมฺมนิรุตฺตาภิลาปํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ตพฺพินิมุตฺตํ ปญฺญตฺตึ สนฺธายาติ ทสฺเสติ.

โส จ โลกิยโลกุตฺตโรติ เอวํ วุตฺตํ อภิสมยํ เยน ปกาเรน อภิสเมติ, ยญฺจ อภิสเมติ, โย จ ตสฺส สภาโว, เตหิ ปากฏํ กาตุํ ‘‘วิสยโต อสมฺโมหโต จ อตฺถาทิอนุรูปํ ธมฺมาทีสุ อวโพโธ’’ติ อาห. ตตฺถ หิ วิสยโต อตฺถาทิอนุรูปํ ธมฺมาทีสุ อวโพโธ อวิชฺชาทิธมฺมสงฺขาราทิอตฺถตทุภยปญฺญาปนารมฺมโณ โลกิโย อภิสมโย. อสมฺโมหโต อตฺถาทิอนุรูปํ ธมฺมาทีสุ อวโพโธ นิพฺพานารมฺมโณ มคฺคสมฺปยุตฺโต ยถาวุตฺตธมฺมตฺถปญฺญตฺตีสุ สมฺโมหวิทฺธํสโน โลกุตฺตโร อภิสมโยติ. อภิสมยโต อญฺญมฺปิ ปฏิเวธตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตสํ เตสํ วา’’ติอาทิมาห. ‘‘ปฏิเวธนํ ปฏิเวโธ’’ติ อิมินา หิ วจนตฺเถน อภิสมโย, ปฏิวิชฺฌียตีติ ปฏิเวโธติ อิมินา ตํตํรูปาทิธมฺมานํ อวิปรีตสภาโว จ ปฏิเวโธติ ยุชฺชติ.

ยถาวุตฺเตหิ ธมฺมาทีหิ ปิฏกานํ คมฺภีรภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทานิ ยสฺมา เอเตสุ ปิฏเกสู’’ติอาทิมาห. โย เจตฺถาติ เอเตสุ ตํตํปิฏกคเตสุ ธมฺมาทีสุ โย ปฏิเวโธ เอเตสุ จ ปิฏเกสุ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ โย อวิปรีตสภาโวติ โยเชตพฺโพ. ทุกฺโขคาหตา จ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. อยํ ปเนตฺถ วิเสโส ‘‘อวิปรีตสภาวสงฺขาโต ปฏิเวโธ ทุพฺพิญฺเญยฺยตาย เอว ทุกฺโขคาโห’’ติ.

ยนฺติ ปริยตฺติทุคฺคหณํ สนฺธาย วุตฺตํ. อตฺถนฺติ ภาสิตตฺถํ ปโยชนตฺถญฺจ. น อุปปริกฺขนฺตีติ น วิจาเรนฺติ. น นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ นิชฺฌานปญฺญํ น ขมนฺติ, นิชฺฌายิตฺวา ปญฺญาย ทิสฺวา โรเจตฺวา น คเหตพฺพา โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. อิตีติ เอวํ เอตาย ปริยตฺติยา วาทปฺปโมกฺขานิสํสา อตฺตโน อุปริ ปเรหิ อาโรปิตวาทสฺส นิคฺคหสฺส ปโมกฺขปฺปโยชนา หุตฺวา ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ. วาทปฺปโมกฺโขติ วา นินฺทาปโมกฺโข. ยสฺส จตฺถายาติ ยสฺส จ สีลาทิปริปูรณสฺส อนุปาทาวิโมกฺขสฺส วา อตฺถาย. ธมฺมํ ปริยาปุณนฺตีติ ญาเยน ปริยาปุณนฺตีติ อธิปฺปาโย. อสฺสาติ อสฺส ธมฺมสฺส. นานุโภนฺตีติ น วินฺทนฺติ. เตสํ เต ธมฺมา ทุคฺคหิตตฺตา อุปารมฺภมานทปฺปมกฺขปลาสาทิเหตุภาเวน ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ. ภณฺฑาคาเร นิยุตฺโต ภณฺฑาคาริโก, ภณฺฑาคาริโก วิยาติ ภณฺฑาคาริโก, ธมฺมรตนานุปาลโก. อญฺญํ อตฺถํ อนเปกฺขิตฺวา ภณฺฑาคาริกสฺเสว สโต ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ.

ตาสํเยวาติ อวธารณํ ปาปุณิตพฺพานํ ฉฬภิญฺญาจตุปฏิสมฺภิทานํ วินเย ปเภทวจนาภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. เวรญฺชกณฺเฑ หิ ติสฺโส วิชฺชาว วิภตฺตาติ. ทุติเย ตาสํเยวาติ อวธารณํ จตสฺโส ปฏิสมฺภิทา อเปกฺขิตฺวา กตํ, น ติสฺโส วิชฺชา. ตา หิ ฉสุ อภิญฺญาสุ อนฺโตคธาติ สุตฺเต วิภตฺตาเยวาติ. ญตฺวา สงฺคยฺหมานนฺติ โยชนา. เตสนฺติ เตสํ ปิฏกานํ. สพฺพมฺปีติ สพฺพมฺปิ พุทฺธวจนํ.

อตฺถานุโลมนามโต อนุโลมิโก. อนุโลมิกตฺตํเยว วิภาเวตุํ ‘‘กสฺมา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอกนิกายมฺปีติ เอกสมูหมฺปิ. โปณิกา จ จิกฺขลฺลิกา จ ขตฺติยา, เตสํ นิวาโส โปณิกนิกาโย จิกฺขลฺลิกนิกาโย จ. เอวํ ธมฺมกฺขนฺธโต จตุราสีติ ธมฺมกฺขนฺธสหสฺสานีติ พุทฺธวจนปิฏกาทีนิ นิฏฺฐาเปตฺวา อเนกจฺฉริยปาตุภาวปฏิมณฺฑิตาย สงฺคีติยา ปฐมพุทฺธวจนาทิโก สพฺโพ วุตฺตปฺปเภโท อญฺโญปิ อุทฺทานสงฺคหาทิเภโท สงฺคีติยา ญายตีติ เอตสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘เอวเมตํ สพฺพมฺปี’’ติอาทิ อารทฺธํ. อยํ อภิธมฺโม ปิฏกโต อภิธมฺมปิฏกนฺติอาทินา ปิฏกาทิภาวทสฺสเนเนว มชฺฌิมพุทฺธวจนภาโว ตถาคตสฺส จ อาทิโต อาภิธมฺมิกภาโว ทสฺสิโตติ เวทิตพฺโพ.

เอตฺถ สิยา ‘‘ยทิ ตถาคตภาสิตภาโว อภิธมฺมสฺส สิทฺโธ สิยา, มชฺฌิมพุทฺธวจนภาโว จ สิทฺโธ ภเวยฺย, โส เอว จ น สิทฺโธ’’ติ ตสฺส วินยาทีหิ พุทฺธภาสิตภาวํ สาเธตุํ วตฺถุํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตํ ธารยนฺเตสุ ภิกฺขูสู’’ติอาทิมาห. สพฺพสามยิกปริสายาติ สพฺพนิกายิกปริสาย ปญฺจปิ นิกาเย ปริยาปุณนฺติยา. น อุคฺคหิตนฺติ สกลสฺส วินยปิฏกสฺส อนุคฺคหิตตฺตา อาห. วินยมตฺตํ อุคฺคหิตนฺติ วิภงฺคทฺวยสฺส อุคฺคหิตตฺตา อาห. วินยํ อวิวณฺเณตุกามตาย ‘‘อภิธมฺมํ ปริยาปุณสฺสู’’ติ ภณนฺตสฺส อนาปตฺตึ, อภิธมฺเม อโนกาสกตํ ภิกฺขุํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติยา ปาจิตฺติยญฺจ วทนฺเตน ภควตา อภิธมฺมสฺส พุทฺธภาสิตภาโว ทีปิโต พุทฺธภาสิเตหิ สุตฺตาทีหิสห วจนโต, พาหิรกภาสิเตสุ จ อีทิสสฺส วจนสฺส อภาวา.

อิโตปิ พลวตรํ อาภิธมฺมิกสฺส สาธุการทาเนน วิจิกิจฺฉาวิจฺเฉทสฺส กตตฺตา. กมฺมโต อญฺญํ กมฺมํ กมฺมนฺตรํ, ตํ กามาวจราทึ รูปาวจราทิภาเวน, กณฺหวิปากาทึ สุกฺกวิปากาทิภาเวน กเถนฺโต อาโลเฬติ.

ชินจกฺเกติ ชินสาสเน. วิสํวาเทตีติ วิปฺปลมฺเภติ. เภทกรวตฺถูสุ เอกสฺมินฺติ ‘‘ภาสิตํ ลปิตํ ตถาคเตน อภาสิตํ อลปิตํ ตถาคเตนาติ ทีเปตี’’ติ เอกสฺมึ สนฺทิสฺสติ. อุตฺตริปิ เอวํ วตฺตพฺโพ…เป… น อญฺเญสํ วิสโย…เป… นิทานกิจฺจํ นาม นตฺถีติ อปากฏานํ กาลเทสเทสกปริสานํ ปากฏภาวกรณตฺถํ ตทุปเทสสหิเตน นิทาเนน ภวิตพฺพํ, อญฺเญสํ อวิสยตฺตา เทสโก ปากโฏ, โอกฺกนฺติกาลาทีนํ ปากฏตฺตา กาโล จ, เทวโลเก เทสิตภาวสฺส ปากฏตฺตา เทสปริสา จ ปากฏาติ กึ นิทานกิจฺจํ สิยาติ.

ยตฺถ ขนฺธาทโย นิปฺปเทเสน วิภตฺตา, โส อภิธมฺโม นาม, ตสฺมา ตสฺส นิทาเนน ขนฺธาทีนํ นิปฺปเทสโตปิ ปฏิวิทฺธฏฺฐาเนน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาเยน เถโร ‘‘มหาโพธินิทาโน อภิธมฺโม’’ติ ทสฺเสติ. ‘‘โส เอวํ ปชานามิ สมฺมาทิฏฺฐิปจฺจยาปิ เวทยิต’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๕.๑๒) นเยน ปจฺจยาทีหิ เวทนํ อุปปริกฺขนฺโต ขนฺธาทิปเทสานํ เวทนากฺขนฺธาทีนํ วเสน วิหาสิ. ธมฺเมติ กุสลาทิอรณนฺเต.

ธมฺมํ ปริวตฺเตนฺโตติ สาฏฺฐกถํ ปาฬึ ปริวตฺเตนฺโต เอตํ ปรวาทีโจทนํ ปตฺวา ‘‘อยํ ปรวาที’’ติอาทิมาห. อมฺหาทิเสสุ นิทานํ ชานนฺเตสุ ปฏิสรเณสุ วิชฺชมาเนสุ อปฺปฏิสรโณ อรญฺเญ กนฺทนฺโต วิย นิทานสพฺภาเว สกฺขิภูเตสุปิ อเมฺหสุ วิชฺชมาเนสุ อสกฺขิกํ อฑฺฑํ กโรนฺโต วิย โหติ, นิทานสฺส อตฺถิภาวมฺปิ น ชานาติ, นนุ เอตํ นิทานนฺติ กเถนฺโต เอวมาห. เอกเมวาติ เทสนานิทานเมว อชฺฌาสยานุรูเปน เทสิตตฺตา. เทฺว นิทานานีติ อธิคนฺตพฺพเทเสตพฺพธมฺมานุรูเปน เทสิตตฺตา. อภิธมฺมาธิคมสฺส มูลํ อธิคมํ นิเทตีติ อธิคมนิทานํ. โพธิอภินีหารสทฺธายาติ ยาย สทฺธาย ทีปงฺกรทสพลสฺส สนฺติเก โพธิยา จิตฺตํ อภินีหริ ปณิธานํ อกาสิ.

สุเมธกถาวณฺณนา

จตุโร จ อสงฺขิเยติ (พุ. วํ. อฏฺฐ. ๒.๑-๒) อุทฺธํ อาโรหนวเสน อติกฺกมิตฺวา อมรํ นาม นครํ อโหสีติ วจนเสสโยชนา กาตพฺพา. ทสหีติ หตฺถิอสฺสรถเภรีสงฺขมุทิงฺควีณาคีตสมฺมตาเฬหิ ‘‘อสฺนาถ ปิวถ ขาทถา’’ติ ทสเมน สทฺเทน. เต ปน เอกเทเสน ทสฺเสตุํ ‘‘หตฺถิสทฺท’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. หตฺถิสทฺทนฺติ กรณตฺเถ อุปโยโค ทฏฺฐพฺโพ. เภรีสงฺขรถานญฺจ สทฺเทหิ อวิวิตฺตนฺติ วา โฆสิตนฺติ วา โยเชตพฺพํ. หตฺถิสทฺทนฺติ วา หตฺถิสทฺทวนฺตํ นครํ. ขาทถ ปิวถ เจวาติ อิติ-สทฺโท ญาตตฺถตฺตา อปฺปยุตฺโต ทฏฺฐพฺโพ.

สพฺพงฺคสมฺปนฺนํ อุยฺยานโปกฺขรณีอาทิสมฺปนฺนตฺตา. ลกฺขเณติ อิตฺถิลกฺขเณ ปุริสลกฺขเณ จ. อิติหาเสติ โปราเณ. สธมฺเมติ อตฺตโน เตวิชฺชธมฺเม จ ยญฺญวิธิอาทิเก จ. ปารมินฺติ ปารญาณํ ปาราธิคมํ คโต. จินฺเตสหนฺติ จินฺเตสึ อหํ สุเมธภูโตติ สตฺถา วทติ. อตฺถิ เหหิตีติ โส วิชฺชมาโน ภวิสฺสติ. น เหตุเยติ อภวิตุํ. เอวเมวาติ เอวเมวํ. น คเวสตีติ น คนฺตุํ เอสติ น อิจฺฉติ นานุคจฺฉติ วา. โธเวติ โธวนฺเต. เสรีติ สายตฺติโก. สยํวสีติ สวโส. มหาโจรสโม วิยาติ กายสาราควเสน ทุจฺจริตาเนสเนหิ กุสลภณฺฑจฺเฉทนา. นาถาติ นาถวนฺโต. ปญฺจโทสวิวชฺชิตนฺติ เอวมาทิกสฺส อตฺโถ เกสุจิ อฏฺฐกถาโปตฺถเกสุ ลิขิโตติ กตฺวา น วกฺขาม.

สาสเนติ เอตฺถ ตาปสสาสนํ ฌานาภิญฺญา จ. วสีภูตสฺส สโต. มยิ เอวํภูเต ทีปงฺกโร ชิโน อุปฺปชฺชิ. โสเธติ ชโน. อญฺชสํ วฏุมายนนฺติ ปริยายวจเนหิ มคฺคเมว วทติ. มา นํ อกฺกมิตฺถาติ เอตฺถ นนฺติ ปทปูรณมตฺเต นิปาโต. ฆาติยามหนฺติ เอตฺถ จ อ-อิติ จ หํ-อิติ จ นิปาตา, อหํ-อิติ วา เอโก นิปาโต สานุนาสิโก กโต. อาหุตีนนฺติ ทกฺขิณาหุตีนํ. มนฺติ มม, มํ วา อพฺรฺวิ.

กปฺเป อติกฺกมิตฺวา วุตฺเตปิ โพธิมฺหิ มาตาทิสํกิตฺตเน สงฺคณฺหิตุํ ‘‘โพธิ ตสฺส ภควโต’’ติอาทิมาห. สุเขนาติ อุตฺตเมน สุเขน. อสโมติ ตาปเสหิ อสโม. อภิญฺญาสุขโตปิ วิสิฏฺฐํ อีทิสํ พุทฺธตฺตพฺยากรณชํ สุขํ อลภึ. ยาติ ยานิ นิมิตฺตานิ. อาภุชตีติ อาวตฺตติ. อภิรวนฺตีติ สทฺทํ กโรนฺติ. ฉุทฺธาติ นิกฺขนฺตา. นุทฺธํสตีติ น อุทฺธํ คจฺฉติ. อุภยนฺติ อุภยวจนํ. ธุวสสฺสตนฺติ เอกนฺตสสฺสตํ, อวิปรีตเมวาติ อตฺโถ. อาปนฺนสตฺตานนฺติ คพฺภินีนํ. ยาวตาทส ทิสา, ตตฺถ. ธมฺมธาตุยาติ ธมฺมธาตุยํ, สพฺเพสุ ธมฺเมสุ วิจินามีติ อตฺโถ.

ยสฺส สมฺปุณฺโณ, ตํ วมเตว อุทกํ นิสฺเสสํ. เอเตติ เอกิสฺสาปิ ทานปารมิตาย อเนกปฺปการตาย พหุวจนนิทฺเทโส กโต. ปฏิลคฺคิตํ รกฺขตีติ วจนเสโส, ภุมฺมตฺเถ วา อุปโยโค. จตูสุ ภูมีสูติ ปาติโมกฺขาทีสุ สํวรภูมีสุ. อเทฺวชฺฌมานโสติ กทาจิ ขมนํ กทาจิ อกฺขมนํ, กสฺสจิ ขมนํ กสฺสจิ อกฺขมนนฺติ เอวํ เทฺวธาภาวํ อนาปนฺนมานโส หุตฺวา. สจฺจสฺส วีถิ นาม ทิฏฺฐาทิ จ อทิฏฺฐาทิ จ ยถาภูตํว วตฺถุ. อธิฏฺฐานนฺติ กุสลสมาทานาธิฏฺฐานํ, สมาทินฺเนสุ กุสเลสุ อจลตา อธิฏฺฐานํ นาม. ปถวิยา อุเปกฺขนํ นาม วิการานาปตฺติ. อญฺญตฺราติ อญฺญํ. สภาวรสลกฺขเณติ เอตฺถ ภาโวติ อวิปรีตตา วิชฺชมานตา, สห ภาเวน สภาโว, อวิปรีโต อตฺตโน โพธิปริปาจนกิจฺจสงฺขาโต รโส, อนวชฺชวตฺถุปริจฺจาคาทิสงฺขาตํ ลกฺขณญฺจ สภาวรสลกฺขณํ, ตโต สมฺมสโต. ธมฺมเตเชนาติ ญาณเตเชน. จลตาติ จลตาย กมฺปนตาย. เสสีติ สยิ. มา ภาถาติ มา ภายิตฺถ. สพฺพีติโยติ สพฺพา อีติโย อุปทฺทวา ตํ วิวชฺชนฺตุ.

สุเมธกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปวจฺฉตีติ เทติ. โยเคนาติ อุปาเยน. สมึสูติ สนฺนิปตึสุ. อปฺปตฺตมานสาติ อปฺปตฺตอรหตฺตา ภิกฺขู ครหิตา ภวนฺติ. ริตฺตาติ สุญฺญา อนฺตรหิตา. สาลกลฺยาณี นาม เอโก รุกฺโข. พุทฺธจกฺกวตฺติกาเลเยว กิร เอกาเหเนว อุปฺปชฺชติ.

ลิงฺคสมฺปตฺตีติ ปุริสลิงฺคตา. เหตูติ ติเหตุกปฏิสนฺธิตา. คุณสมฺปตฺตีติ อภิญฺญาสมาปตฺติลาภิตา. อธิกาโรติ พุทฺธานํ สกฺการกรณํ. ฉนฺทตาติ พุทฺธตฺตปฺปตฺติยํ ฉนฺทสมาโยโค. สพฺพงฺคสมฺปนฺนาติ อฏฺฐงฺคานิ สโมธาเนตฺวา กตปณิธานา. ปกฺขิกาติ ปีฐสปฺปิกา. ปณฺฑกาติ อุภยลิงฺครหิตา. โพธิสตฺตา จ พฺรหฺมโลกูปปตฺติปฐมกปฺปิเกสุ กาเลสุ อุภยลิงฺครหิตา โหนฺติ, น ปน ปณฺฑกปริยาปนฺนาติ เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปริยาปนฺนา น ภวนฺตี’’ติ วุตฺตํ, ยถาวุตฺเตสุ วา โทเสสุ สพฺเพสุ ปริยาปนฺนา น ภวนฺติ, โพธิสตฺเตสุ วา ปริยาปนฺนา ตทนฺโตคธา, ปริจฺฉินฺนสํสารตฺตา วา ปริยาปนฺนา โพธิสตฺตา อุภโตพฺยญฺชนปณฺฑกา น ภวนฺตีติ อตฺโถ. สพฺพตฺถ สุทฺธโคจรา ยสฺมา, ตสฺมา มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสวนฺติ. มิจฺฉาทิฏฺฐินฺติ นตฺถิกาเหตุกากิริยทิฏฺฐึ. ภวาภเวติ ขุทฺทเก เจว มหนฺเต จ ภเว. โภชปุตฺเตติ ลุทฺทเก. ลคนนฺติ สงฺโค. อญฺญถาติ ลีนตา. คามณฺฑลาติ คามทารกา. รูปนฺติ วิปฺปการํ. อยํ ตาว นิทานกถา ยาย อภิธมฺมสฺส พุทฺธภาสิตตาสิทฺธีติ อตฺถโยชนา กาตพฺพา.

นิทานกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑. จิตฺตุปฺปาทกณฺฑํ

ติกมาติกาปทวณฺณนา

อิทานิ ปฏิญฺญาตกถํ กาตุํ ‘‘อิทานิ อิติ เม…เป… กถโนกาโส สมฺปตฺโต’’ติอาทิมาห. อิโต ปฏฺฐายาติ กุสลธมฺมปทโต ปฏฺฐาย.

๑. สพฺพปเทหิ ลทฺธนาโมติ ตีสุปิ ปเทสุ เวทนาสทฺทสฺส วิชฺชมานตฺตา เตน ลทฺธนาโม สพฺพปเทหิ ลทฺธนาโม โหติ. นนุ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมาติ จตฺตาริ ปทานิ, เอวํ เสเสสุปีติ ทฺวาทเสตานิ ปทานิ, น ตีณีติ เวทนาสทฺทสฺส ปทตฺตยาวยวตฺตํ สนฺธาย ‘‘สพฺพปเทหี’’ติ วุจฺเจยฺย, น ยุตฺตํ. ‘‘เวทนายา’’ติ หิ วิสุํ ปทํ น กสฺสจิ ปทสฺส อวยโว โหติ, นาปิ สุขาทิปทภาวํ ภชตีติ เตน ลทฺธนาโม กถํ สพฺพปเทหิ ลทฺธนาโม สิยาติ? อธิปฺเปตปฺปการตฺถคมกสฺส ปทสมุทายสฺส ปทตฺตา. ปชฺชติ อวพุชฺฌียติ เอเตนาติ หิ ปทํ, ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา’’ติ เอเตน จ ปทสมุทาเยน ยถาธิปฺเปโต อตฺโถ สมตฺโต วิญฺญายติ, ตสฺมา โส ปทสมุทาโย ‘‘ปท’’นฺติ วุจฺจติ. เอวํ อิตเรปิ เวทิตพฺพา. ตสฺมา เตสํ ติณฺณํ สมุทายานํ อวยเวน ลทฺธนาโม สพฺพปเทหิ ลทฺธนาโมติ ยุตฺโต.

คนฺถโต จ อตฺถโต จาติ เอตฺถ เหตุปทสเหตุกปทาทีหิ สมฺพนฺธตฺตา คนฺถโต จ เหตุอตฺถสเหตุกตฺถาทีหิ สมฺพนฺธตฺตา อตฺถโต จ อญฺญมญฺญสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. สเหตุกเหตุสมฺปยุตฺตทุกา หิ เหตุทุเก เหตูหิ สมฺพนฺธตฺตา เหตุทุกสมฺพนฺธา, เหตุสเหตุกทุโก เหตุทุกสเหตุกทุกสมฺพนฺโธ อุภเยกปทวเสน. ตถา เหตุเหตุสมฺปยุตฺตทุโก เหตุทุกเหตุสมฺปยุตฺตทุกสมฺพนฺโธ, นเหตุสเหตุกทุโก เอกทฺวิปทวเสน เหตุทุกสเหตุกทุกสมฺพนฺโธติ. กณฺณิกา วิยาติ ปุปฺผมยกณฺณิกา วิย. ฆฏา วิยาติ ปุปฺผหตฺถกาทีสุ ปุปฺผาทีนํ สมูโห วิย. กณฺณิกาฆฏาทีสุ หิ ปุปฺผาทีนิ วณฺฏาทีหิ อญฺญมญฺญสมฺพนฺธานิ โหนฺตีติ ตถาสมฺพนฺธตา เอเตสํ ทุกานํ วุตฺตา. ทุกสามญฺญโตติ อญฺเญหิ เหตุทุกาทีหิ ทุกวเสน สมานภาวา. อญฺเญหีติ สารมฺมณทุกาทีหิ. อสงฺคหิโต ปเทโส เยสํ อตฺถิ, เต สปฺปเทสา. เยสํ ปน นตฺถิ, เต นิปฺปเทสา.

‘‘กจฺจิ นุ โภโต กุสล’’นฺติ เอวํ ปุจฺฉิตเมวตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ปุจฺฉิตุํ ‘‘กจฺจิ โภโต อนามย’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา กุสลสทฺโท อนามยตฺโถ โหติ. พาหิติกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๖๑) ภควโต กายสมาจาราทโย วณฺเณนฺเตน ธมฺมภณฺฑาคาริเกน ‘‘โย โข, มหาราช, กายสมาจาโร อนวชฺโช’’ติ กุสโล กายสมาจาโร วุตฺโต. น หิ ภควโต สุขวิปากํ กมฺมํ อตฺถีติ สพฺพสาวชฺชรหิตา กายสมาจาราทโย กุสลาติ วุตฺตา. กุสเลสุ ธมฺเมสูติ จ โพธิปกฺขิยธมฺมา ‘‘กุสลา’’ติ วุตฺตา. เต จ วิปสฺสนามคฺคผลสมฺปยุตฺตา น เอกนฺเตน สุขวิปากาเยวาติ อนวชฺชตฺโถ กุสลสทฺโท. องฺคปจฺจงฺคานนฺติ กุสลสทฺทโยเคน ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ, องฺคปจฺจงฺคานํ วา นามกิริยาปโยชนาทีสูติ อตฺโถ. นจฺจคีตสฺสาติ จ สามิวจนํ ภุมฺมตฺเถ, นจฺจคีตสฺส วิเสเสสูติ วา โยเชตพฺพํ. กุสลานํ ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ ปุญฺญวิปากนิพฺพตฺตกกมฺมํ ‘‘กุสล’’นฺติ วุตฺตํ. ธมฺมา โหนฺตีติ สุญฺญธมฺมตฺตา สภาวมตฺตา โหนฺตีติ อตฺโถ. เอวํ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสีติ เอตฺถาปิ สุญฺญตตฺโถ ธมฺมสทฺโท ทฏฺฐพฺโพ.

สลยนฺติ…เป… วิทฺธํเสนฺตีติ เอตฺถ ปุริมสฺส ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อตฺถวจนํ. อถ วา สลนสฺส อตฺถทีปนานิ จลนาทีนิ ตีณิ ตทงฺคปฺปหานาทีหิ โยเชตพฺพานิ. อปฺปหีนภาเวน สนฺตาเน สยมานา อกุสลา ธมฺมา ราคาทิอสุจิสมฺปโยคโต นานาวิธทุกฺขเหตุโต จ กุจฺฉิเตน อากาเรน สยนฺติ. ญาณวิปฺปยุตฺตานมฺปิ ญาณํ อุปนิสฺสยปจฺจโย โหตีติ สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา กุเสน ญาเณน ปวตฺเตตพฺพาติ กุสลา. อุปฺปนฺนํสานุปฺปนฺนํสภาเคสุ สงฺคหิตตฺตา อุภยภาคคตํ สํกิเลสปกฺขํ ปหานานุปฺปาทเนหิ ลุนนฺติ สมฺมปฺปธานทฺวยํ วิย.

สตฺตาทิคาหกานํ จิตฺตานํ โคจรา สตฺตาทโย วิย ปญฺญาย อุปปริกฺขิยมานา น นิสฺสภาวา, กินฺตุ อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธมฺมา. น จ ธาริยมานสภาวา อญฺโญ ธมฺโม นาม อตฺถิ. น หิ รุปฺปนาทีหิ อญฺเญ รูปาทโย, กกฺขฬาทีหิ จ อญฺเญ ปถวีอาทโย ธมฺมา วิชฺชนฺตีติ. อญฺญถา ปน อวโพเธตุํ น สกฺกาติ นามวเสน วิญฺญาตาวิญฺญาเต สภาวธมฺเม อญฺเญ วิย กตฺวา ‘‘อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตี’’ติ วุตฺตํ. สปฺปจฺจยธมฺเมสุ วิเสสํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธารียนฺติ วา ปจฺจเยหี’’ติ อาห. ธารียนฺตีติ อุปธารียนฺติ, ลกฺขียนฺตีติ อตฺโถ.

อกุสลาติ กุสลปฏิเสธนมตฺตํ กุสลาภาวมตฺตวจนํ ตทญฺญมตฺตวจนํ วา เอตํ น โหติ, กินฺตุ ตปฺปฏิปกฺขวจนนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘มิตฺตปฏิปกฺขา อมิตฺตา วิยา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตปฺปฏิปกฺขวจนตา จ อพฺยากตตติยราสิวจเนน วิญฺญายติ. ยทิ หิ กุสลาภาวมตฺตวจนํ อกุสลสทฺโท, เตน น โกจิ ธมฺโม วุตฺโตติ อพฺยากตวจเนเนว จ ตติโย ราสิ วุตฺโต น สิยา, กุสลา เจว ธมฺมา อพฺยากตา จาติ ทุโกวายํ อาปชฺชติ, น ติโก, เอวญฺจ สติ อกุสลวจเนน น โกจิ อตฺโถ. อถ สิยา, ‘‘อนพฺยากตา’’ติ จ วตฺตพฺพํ สิยา กุสลานํ วิย อพฺยากตานญฺจ อภาวมตฺตสมฺภวา, ตสฺมา อภาวมตฺตวจเน อพฺยากตภาวมตฺตํ วิย กุสลาภาวมตฺตํ อกุสลํ น โกจิ ราสีติ ‘‘อพฺยากตา’’ติ ตติโย ราสิ น สิยา. ตติยราสิภาเวน จ อพฺยากตา วุตฺตาติ อกุสโล จ เอโก ราสีติ วิญฺญายติ. ตสฺมา นาภาววจนตา, สภาวธารณาทิอตฺเถน ธมฺมสทฺเทน สมานาธิกรณภาวโต จ อกุสลสทฺทสฺส กุสลาภาวมตฺตวจนตา น โหติ, นาปิ ตทญฺญมตฺตวจนตา ตติยราสิวจนโต เอว. ยทิ หิ กุสเลหิ อญฺเญ อกุสลา เจตสิเกหิ อญฺเญ อเจตสิกา วิย, กุสลากุสลวจเนหิ สพฺเพสํ ธมฺมานํ สงฺคหิตตฺตา อสงฺคหิตสฺส ตติยราสิสฺส อภาวา เจตสิกทุโก วิย อยญฺจ ทุโก วตฺตพฺโพ สิยา ‘‘กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา’’ติ, น ‘‘อพฺยากตา’’ติ ตติโย ราสิ วตฺตพฺโพ, วุตฺโต จ โส, ตสฺมา น ตทญฺญมตฺตวจนํ อกุสลสทฺโท, ปาริเสเสน ตปฺปฏิปกฺเขสุ อ-การสฺส ปโยคทสฺสนโต โลเก ‘‘อมิตฺตา’’ติ สาสเน ‘‘อโลโภ’’ติ อิธาปิ ตปฺปฏิปกฺขวจนตา อกุสลสทฺทสฺส สิทฺธา, ตตฺถ นิรุฬฺหตฺตา จ น อิตรวจนตา, ตปฺปฏิปกฺขภาโว จ วิรุทฺธสภาวตฺตา ตปฺปเหยฺยภาวโต จ เวทิตพฺโพ, น กุสลวินาสนโต. น หิ กุสลา อกุสเลหิ ปหาตพฺพา, มหาพลวตาย ปน กุสลาเยว ปโยคนิปฺผาทิตา สทานุสยิเต อกุสเล ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทวเสน ปชหนฺตีติ.

น พฺยากตาติ อกถิตา. กถํ ปเนเต อกถิตา โหนฺติ, นนุ ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา’’ติอาทีหิ ติกทุกปเทหิ จกฺขุวิญฺญาณาทิวจเนหิ ผสฺสาทิวจเนหิ จ กถิตาติ? โน น กถิตา, ตานิ ปน วจนานิ อิธ อนธิปฺเปตานิ อวุตฺตตฺตา อนนุวตฺตนโต. น หิ ‘‘สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา’’ติอาทึ วตฺวา ‘‘อพฺยากตา’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา น ตานิ อิธ อนุวตฺตนฺตีติ ตพฺพจนียภาเวน อกถิตตา น โหติ, กุสลากุสลวจนานิ ปน อิธ วุตฺตตฺตา อนุวตฺตนฺตีติ ตพฺพจนียภาเวน อกถิตตา ญายตีติ ‘‘กุสลากุสลภาเวน อกถิตาติ อตฺโถ’’ติ อาห. น พฺยากตาติ วา อวิปากา, อพฺยากตวจเนเนว จ อวิปากตฺถา ญายนฺติ. น หิ ภควโต วจนํ ญาปกสาธนียํ, อาสยานุสยจริยาทิกุสเลน ภควตา เยสํ อวโพธนตฺถํ ธมฺมา วุตฺตา เตสํ วจนานนฺตรํ ตทตฺถปฏิเวธโต, ปจฺฉิเมหิ ปน ยถา เตสํ อวโพธนตฺถํ ภควตา ตํ ตํ วจนํ วุตฺตํ, ยถา จ เตหิ ตทตฺโถ ปฏิวิทฺโธ, ตํ สพฺพํ อาจริเย ปยิรุปาสิตฺวา สุตฺวา เวทิตพฺพํ โหติ, ตสฺมา การณํ อวตฺวา ‘‘กุสลากุสลภาเวน อกถิตาติ อตฺโถ’’ติ อาห. โย จ วเทยฺย ‘‘อกุสลวิปากภาเวน อกถิตตฺตา, กุสลา อพฺยากตาติ อาปชฺชนฺติ, กุสลวิปากภาเวน อกถิตตฺตา อกุสลาปี’’ติ, โสปิ ‘‘อญฺญาปกสาธนียวจโน ภควา’’ติ นิวาเรตพฺโพ อนุวตฺตมานวจนวจนียภาเวน อกถิตสฺส จ อพฺยากตภาวโต. น หิ อวิปากวจนํ วุตฺตํ กุสลวจนญฺจ อวุตฺตํ, ยโต อวิปากวจนสฺส อธิกตภาโว กุสลสฺส จ ตพฺพจนียภาเวน อกถิตภาโว สิยา, ตสฺมา น กุสลานํ อพฺยากตตา, เอวํ อกุสลานญฺจ อนพฺยากตภาเว โยชนา กาตพฺพา.

อถ วา วิ-สทฺโท วิโรธวจโน, อา-สทฺโท อภิมุขภาวปฺปกาสโน, ตสฺมา อตฺตโน ปจฺจเยหิ อญฺญมญฺญวิโรธาภิมุขา กตา, ลกฺขณวิโรธโต วินาสกวินาสิตพฺพโต จาติ พฺยากตา, กุสลากุสลา. น พฺยากตาติ อพฺยากตา. เต หิ ลกฺขณโต กุสลากุสลา วิย วิรุทฺธา น โหนฺติ. น หิ อวิปากตา ทุกฺขวิปากตา วิย สุขวิปากตาย สุขวิปากตา วิย จ ทุกฺขวิปากตาย สุขทุกฺขวิปากตาหิ วิรุชฺฌตีติ นาปิ เต กิญฺจิ ปชหนฺติ, น จ เต เกนจิ ปหาตพฺพาติ อยเมตฺถ อตฺตโนมติ.

อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณาติ เอตฺถ นตฺถิ เอเตสํ อวชฺชนฺติ อนวชฺชา, ครหิตพฺพภาวรหิตา นิทฺโทสาติ อตฺโถ. เตน เนสํ อครหิตพฺพภาวํ ทสฺเสติ, น คารยฺหวิรหมตฺตํ. อญฺเญปิ อตฺถิ นิทฺโทสา อพฺยากตาติ อนวชฺชวจนมตฺเตน เตสมฺปิ กุสลตาปตฺติโทสํ ทิสฺวา ตํ ปริหริตุํ สุขวิปากวจนํ อาห. อวชฺชปฏิปกฺขา วา อิธ อนวชฺชาติ วุตฺตา, น พาหิติกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๓๖๑) วิย ปฏิปฺปสฺสทฺธาวชฺชา วิรหิตาวชฺชมตฺตา วา, ตสฺมา อนวชฺชวจเนน อวชฺชวินาสนภาโว ทสฺสิโต. อพฺยากเตหิ ปน วิสิฏฺฐํ กุสลากุสลานํ สาธารณํ สวิปากตาลกฺขณนฺติ ตสฺมึ ลกฺขเณ วิเสสทสฺสนตฺตํ สุขวิปากวจนํ อโวจ. สิทฺโธ หิ ปุริเมเนว อกุสลาพฺยากเตหิ กุสลานํ วิเสโสติ. สุโข วิปาโก เอเตสนฺติ สุขวิปากา. เตน กุสลากุสลานํ สามญฺเญ วิปากธมฺมภาเว สุขวิปากวิปจฺจนสภาวํ ทสฺเสติ, น เตสํ สุขวิปากสพฺภาวเมว. อนวชฺชา จ เต สุขวิปากา จาติ อนวชฺชสุขวิปากา. กุสลา ลกฺขียนฺติ เอเตนาติ ลกฺขณํ, อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณํ เอเตสนฺติ อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณา. นนุ เต เอว กุสลา อนวชฺชสุขวิปากา, กถํ เต สยเมว อตฺตโน ลกฺขณํ โหนฺตีติ? วิญฺญาตาวิญฺญาตสทฺทตฺถภาเวน ลกฺขณลกฺขิตพฺพภาวยุตฺติโต. กุสลสทฺทตฺถวเสน หิ อวิญฺญาตา กุสลา ลกฺขิตพฺพา โหนฺติ, อนวชฺชสุขวิปากสทฺทตฺถภาเวน วิญฺญาตา ลกฺขณนฺติ ยุตฺตเมตํ. อถ วา ลกฺขียตีติ ลกฺขณํ, สภาโว. อนวชฺชสุขวิปากา จ เต ลกฺขณญฺจาติ อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณา, อนวชฺชสุขวิปากา หุตฺวา ลกฺขิยมานา สภาวา กุสลา นามาติ อตฺโถ.

อถ วา อนวชฺชวจเนน อนวชฺชตฺตํ อาห, สุขวิปากวจเนน สุขวิปากตฺตํ, ตสฺมา อนวชฺชญฺจ สุขวิปาโก จ อนวชฺชสุขวิปากํ, ตํ ลกฺขณํ เอเตสํ กรณตฺเถ จ กมฺมตฺเถ จ ลกฺขณสทฺเท สภาวภูตนฺติ อนวชฺชสุขวิปากลกฺขณา, อนวชฺชสุขวิปากสภาเวน ลกฺขิยมานา ตํสภาววนฺโต จ กุสลาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อนวชฺชวจเนน ปวตฺติสุขตํ กุสลานํ ทสฺเสติ, สุขวิปากวจเนน วิปากสุขตํ. ปุริมญฺหิ อตฺตโน ปวตฺติสภาววเสน ลกฺขณตาวจนํ, ปจฺฉิมํ กาลนฺตเร วิปากุปฺปาทนสมตฺถตายาติ. ตถา ปุริเมน กุสลานํ อตฺตสุทฺธึ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน วิสุทฺธวิปากตํ. ปุริเมน จ กุสลํ อกุสลสภาวโต นิวตฺเตติ, ปจฺฉิเมน อพฺยากตสภาวโต สวิปากตฺตทีปกตฺตา ปจฺฉิมสฺส. ปุริเมน วา วชฺชปฏิปกฺขภาวทสฺสนโต กิจฺจฏฺเฐน รเสน อกุสลวิทฺธํสนรสตํ ทีเปติ, ปจฺฉิเมน สมฺปตฺติอตฺเถน อิฏฺฐวิปากรสตํ. ปุริเมน จ อุปฏฺฐานาการฏฺเฐน ปจฺจุปฏฺฐาเนน โวทานปจฺจุปฏฺฐานตํ ทสฺเสติ, ปจฺฉิเมน ผลตฺเถน สุขวิปากปจฺจุปฏฺฐานตํ. ปุริเมน จ โยนิโสมนสิการํ กุสลานํ ปทฏฺฐานํ วิภาเวติ. ตโต หิ เต อนวชฺชา ชาตาติ. ปจฺฉิเมน กุสลานํ อญฺเญสํ ปทฏฺฐานภาวํ ทสฺเสติ. เต หิ สุขวิปากสฺส การณํ โหนฺตีติ. เอตฺถ จ สุขวิปากสทฺเท สุขสทฺโท อิฏฺฐปริยายวจนนฺติ ทฏฺฐพฺโพ. อิฏฺฐจตุกฺขนฺธวิปากา หิ กุสลา, น สุขเวทนาวิปากาว. สงฺขารทุกฺโขปสมสุขวิปากตาย จ สมฺภโว เอว นตฺถิ. น หิ ตํวิปาโกติ. ยทิ ปน วิปากสทฺโท ผลปริยายวจนํ, นิสฺสนฺทวิปาเกน อิฏฺฐรูเปนาปิ สุขวิปากตา โยเชตพฺพา.

สาวชฺชทุกฺขวิปากลกฺขณาติ เอตฺถ จ วุตฺตวิธิอนุสาเรน อตฺโถ จ โยชนา จ ยถาสมฺภวํ เวทิตพฺพา. วิปาการหตา กุสลากุสลานํ ลกฺขณภาเวน วุตฺตา, ตพฺภาเวน อกถิตา อพฺยากตา อวิปาการหสภาวา โหนฺตีติ อาห ‘‘อวิปากลกฺขณา อพฺยากตา’’ติ. ยเถว หิ สุขทุกฺขวิปาการหา สุขทุกฺขวิปากาติ เอวํลกฺขณตา กุสลากุสลานํ วุตฺตา, เอวมิธาปิ อวิปาการหา อวิปากาติ เอวํลกฺขณตา อพฺยากตานํ วุตฺตา. ตสฺมา ‘‘อโหสิ กมฺมํ นาโหสิ กมฺมวิปาโก น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก นตฺถิ กมฺมวิปาโก, อตฺถิ กมฺมํ นตฺถิ กมฺมวิปาโก น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก, ภวิสฺสติ กมฺมํ น ภวิสฺสติ กมฺมวิปาโก’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๔) เอวํปการานํ กุสลากุสลานํ กุสลากุสลภาวานาปตฺติ อพฺยากตภาวาปตฺติ วา น โหติ. น หิ เต สุขทุกฺขวิปาการหา น โหนฺติ วิปากธมฺมตฺตา, อวิปาการหา วา น โหนฺติ อวิปากธมฺมตฺตาภาวาติ.

กุสลาติ วา ธมฺมาติ วาติอาทีนีติ กุสลธมฺมปทานิ เทฺว, อกุสลธมฺมปทานิ เทฺว, อพฺยากตธมฺมปทานิ เทฺวติ. เอกตฺถนานตฺถานีติ วิสุํ วิสุํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ อญฺญมญฺญาเปกฺขํ เอกตฺถนานตฺถตํ โจเทติ, น ฉนฺนํ. โทสเมตฺถ วตฺตุกาโม โจทโก ปุจฺฉตีติ ญตฺวา อาจริโย อาห ‘‘กิญฺเจตฺถา’’ติ. เอตฺถ เอกตฺถนานตฺถตายํ กิญฺจิ วตฺตพฺพํ อสมตฺตา เต โจทนา, อวสิฏฺฐํ ตาว พฺรูหีติ วุตฺตํ โหติ. ยทิ เอกตฺถานิ อินฺทสกฺกสทฺทานํ วิย สทฺทมตฺเต เอว เภโท, เอวํ กุสลธมฺมสทฺทานํ, น อตฺเถติ. ยถา ‘‘อินฺโท สกฺโก’’ติ วุตฺเต ‘‘อินฺโท อินฺโท’’ติ วุตฺตสทิสํ โหติ, เอวํ ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติ อิทํ วจนํ ‘‘กุสลา กุสลา’’ติ วุตฺตสทิสํ โหติ. เอวํ อิตเรสุปิ ‘‘อกุสลา อกุสลา’’ติ วุตฺตสทิสตา ‘‘อพฺยากตา อพฺยากตา’’ติ วุตฺตสทิสตา จ โยเชตพฺพา. อถ นานตฺถานิ, อินฺทกุเวรสทฺทานํ วิย สทฺทโต อตฺถโต จ กุสลธมฺมสทฺทานํ เภโท, ตถา อกุสลธมฺมสทฺทาทีนนฺติ ฉหิ ปเทหิ จตูหิ ปเทหิ จ ฉ จตฺตาโร จ อตฺถา ภินฺนา วุตฺตาติ กุสลตฺติกาทีนํ กุสลฉกฺกาทิภาโว, เหตุทุกาทีนญฺจ เหตุจตุกฺกาทิภาโว อาปชฺชตีติ.

นนุ ติณฺณํ ธมฺมสทฺทานํ ติณฺณํ อินฺทสทฺทานํ วิย รูปาเภทา อตฺถาเภโทติ ฉกฺกภาโว น ภวิสฺสติ, ตสฺมา เอวมิทํ วตฺตพฺพํ สิยา ‘‘ติกทุกานํ จตุกฺกติกภาโว อาปชฺชตี’’ติ, น วตฺตพฺพํ, ติณฺณํ ธมฺมสทฺทานํ เอกตฺถานํ ติณฺณํ อินฺทสทฺทานํ วิย วจเน ปโยชนาภาวา วุตฺตานํ เตสํ มาสสทฺทานํ วิย อภินฺนรูปานญฺจ อตฺถเภโท อุปปชฺชตีติ, เอวมปิ ยถา เอโก มาสสทฺโท อภินฺนรูโป กาลํ อปรณฺณวิเสสํ สุวณฺณมาสญฺจ วทติ, เอวํ ธมฺมสทฺโทปิ เอโก ภินฺเน อตฺเถ วตฺตุมรหตีติ กาลาทีนํ มาสปทตฺถตาย วิย ตพฺพจนียภินฺนตฺถานํ ธมฺมปทตฺถตาย อเภโทติ จตุกฺกติกภาโว เอว อาปชฺชตีติ, นาปชฺชติ เอกสฺส สทฺทสฺส ชาติคุณกิริยาภินฺนานํ อนภิธานโต. น หิ มาส-สทฺโท เอโก ชาติภินฺนานํ กาลาทีนํ อนฺตเรน สรูเปกเสสํ วาจโก โหติ. อิธ จ ยทิ สรูเปกเสโส กโต สิยา, ทุติโย ตติโย จ ธมฺม-สทฺโท น วตฺตพฺโพ สิยา, วุตฺโต จ โส, ตสฺมา กุสลาทิ-สทฺทา วิย อภินฺนกุสลาทิชาตีสุ รูปสามญฺเญปิ มาส-สทฺทา วิย ตโย วินิวตฺตอญฺญชาตีสุ วตฺตมานา ตโย เทฺว จ ธมฺม-สทฺทา อาปนฺนาติ ติกทุกานํ ฉกฺกจตุกฺกภาโว เอว อาปชฺชตีติ.

ปทานญฺจ อสมฺพนฺโธติ กุสลธมฺมปทานํ อญฺญมญฺญํ ตถา อกุสลธมฺมปทานํ อพฺยากตธมฺมปทานญฺจ อสมฺพนฺโธ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนญฺหิ อิจฺฉิโต สมฺพนฺโธ, น สพฺเพสํ ฉนฺนํ จตุนฺนํ วา อญฺญมญฺญนฺติ. อิทํ ปน กสฺมา โจเทติ, นนุ นานตฺถตฺเต สติ อตฺถนฺตรทสฺสนตฺถํ วุจฺจมาเนสุ ธมฺม-สทฺเทสุ กุสลากุสลาพฺยากต-สทฺทานํ วิย อสมฺพนฺโธ วุตฺโต ยุตฺโต เอวาติ? สจฺจเมตํ, อสมฺพนฺธํ ปน สิทฺธํ กตฺวา ปุริมโจทนา กตา ‘‘ติกทุกานํ ฉกฺกจตุกฺกภาโว อาปชฺชตี’’ติ, อิธ ปน ตํ อสมฺพนฺธํ สาเธตุํ อิทํ โจทิตนฺติ เวทิตพฺพํ. อถ วา เอวเมตฺถ โยชนา กาตพฺพา – ยทิ ปน ฉกฺกจตุกฺกภาวํ น อิจฺฉสิ, ปทานํ สมฺพนฺเธน ภวิตพฺพํ ยถาวุตฺตนเยน, โส จ สมานวิภตฺตีนํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ สมฺพนฺโธ เอกตฺถตฺเต สติ ยุชฺเชยฺย, ตฺวํ ปน นานตฺถตํ วทสีติ ปทานญฺจ เต อสมฺพนฺโธ อาปชฺชติ, เนว นาปชฺชตีติ. นิยมนตฺโถ จ-สทฺโท. ปุพฺพาปร…เป… นิปฺปโยชนานิ นาม โหนฺตีติ ฉกฺกจตุกฺกภาวํ อนิจฺฉนฺตสฺส, นานตฺถตํ ปน อิจฺฉนฺตสฺสาติ อธิปฺปาโย. อวสฺสญฺจ สมฺพนฺโธ อิจฺฉิตพฺโพ ปุพฺพาปรวิโรธาปตฺติโตติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาปิ เจสา’’ติอาทิมาห. ปุจฺฉา หิ ปทวิปลฺลาสกรเณน ธมฺมา เอว กุสลาติ กุสลธมฺม-สทฺทานํ อิธ อุทฺทิฏฺฐานํ เอกตฺถตํ ทีเปติ, ตว จ นานตฺถตํ วทนฺตสฺส เนว หิ ธมฺมา กุสลาติ กตฺวา ตายปิ ปุจฺฉาย วิโรโธ อาปชฺชติ, วุจฺจติ จ ตถา สา ปุจฺฉาติ น นานตฺถตา ยุชฺชติ.

อปโร นโยติ ‘‘กุสลา ธมฺมา’’ติอาทีนํ ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ เอกตฺถตฺตเมว ติณฺณํ ธมฺมสทฺทานํ เอกตฺถนานตฺถตฺเตหิ โจเทติ. ติณฺณํ ธมฺมานํ เอกตฺตาติอาทิมฺหิ ยถา ตีหิ อินฺท-สทฺเทหิ วุจฺจมานานํ อินฺทตฺถานํ อินฺทภาเวน เอกตฺตา ตโต อนญฺเญสํ สกฺกปุรินฺททสหสฺสกฺขสทฺทตฺถานํ เอกตฺตํ, เอวํ ติณฺณํ ธมฺม-สทฺทตฺถานํ ธมฺมภาเวน เอกตฺตา ตโต อนญฺเญสํ กุสลากุสลาพฺยากต-สทฺทตฺถานํ เอกตฺตํ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. ธมฺโม นาม ภาโวติ สภาวธารณาทินา อตฺเถน ธมฺโมติ วุตฺโต, โส จ สภาวสฺเสว โหติ, นาสภาวสฺสาติ อิมินา อธิปฺปาเยน วทติ. โหตุ ภาโว, ตโต กินฺติ? ยทิ ติณฺณํ ธมฺมสทฺทานํ นานตฺถตา, ตีสุ ธมฺเมสุ โย โกจิ เอโก ธมฺโม ภาโว, ตโต อนญฺญํ กุสลํ อกุสลํ อพฺยากตํ วา เอเกกเมว ภาโว. ภาวภูตา ปน ธมฺมา อญฺเญ เทฺว อภาวา โหนฺตีติ เตหิ อนญฺเญ กุสลาทีสุ เทฺว เย เกจิ อภาวา. โยปิ จ โส เอโก ธมฺโม ภาโวติ คหิโต, โสปิ สมานรูเปสุ ตีสุ ธมฺมสทฺเทสุ อยเมว ภาวตฺโถ โหตีติ นิยมสฺส อภาวา อญฺญสฺส ภาวตฺถตฺเต สติ อภาโว โหตีติ ตโต อนญฺญสฺสปิ อภาวตฺตํ อาปนฺนนฺติ กุสลาทีนํ สพฺเพสมฺปิ อภาวตฺตาปตฺติ โหติ. น หิ อินฺทสฺส อมนุสฺสตฺเต ตโต อนญฺเญสํ สกฺกาทีนํ มนุสฺสตฺตํ อตฺถีติ.

นนุ เอวมปิ เอกสฺส ภาวตฺตํ วินา อญฺเญสํ อภาวตฺตํ น สกฺกา วตฺตุํ, ตตฺถ จ เอเกเนว ภาเวน ภวิตพฺพนฺติ นิยมาภาวโต ติณฺณมฺปิ ภาวตฺเต สิทฺเธ เตหิ อนญฺเญสํ กุสลาทีนมฺปิ ภาวตฺตํ สิทฺธํ โหตีติ? น โหติ ติณฺณํ ธมฺม-สทฺทานํ นานตฺถภาวสฺส อนุญฺญาตตฺตา. น หิ ติณฺณํ ภาวตฺเต นานตฺถตา อตฺถิ, อนุญฺญาตา จ สา ตยาติ. นนุ ติณฺณํ ธมฺมานํ อภาวตฺเตปิ นานตฺถตา น สิยาติ? มา โหตุ นานตฺถตา, ตว ปน นานตฺถตํ ปฏิชานนฺตสฺส ‘‘เอโส โทโส’’ติ วทามิ, น ปน มยา นานตฺถตา เอกตฺถตา วา อนุญฺญาตาติ กุโต เม วิโรโธ สิยาติ. อถ วา อภาวตฺตํ อาปนฺเนหิ ธมฺเมหิ อนญฺเญ กุสลาทโยปิ อภาวา เอว สิยุนฺติ อิทํ วจนํ อนิยเมน เย เกจิ เทฺว ธมฺมา อภาวตฺตํ อาปนฺนา, เตหิ อนญฺเญสํ กุสลาทีสุ เยสํ เกสญฺจิ ทฺวินฺนํ กุสลาทีนํ อภาวตฺตาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ เอกสฺส ภาวตฺตา. ยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘เตหิ จ อญฺโญ กุสลปโรปิ อภาโว สิยา’’ติ, ตํ อนิยมทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น สพฺเพสํ อภาวสาธนตฺถํ. อยญฺหิ ตตฺถ อตฺโถ อกุสลปรสฺส วา อพฺยากตปรสฺส วา ธมฺมสฺส ภาวตฺเต สติ เตหิ อญฺโญ กุสลปโรปิ อภาโว สิยาติ.

สพฺพเมตํ อการณนฺติ เอตฺถ การณํ นาม ยุตฺติ. กุสลกุสลสทฺทานํ วิย เอกนฺตเอกตฺถตํ, กุสลรูปจกฺขุม-สทฺทานํ วิย เอกนฺตนานตฺถตญฺจ วิกปฺเปตฺวา ยายํ ปุนรุตฺติ ฉกฺกจตุกฺกาปตฺติ อสมฺพนฺธวิโรธาภาวาปตฺติ โทสาโรปนยุตฺติ วุตฺตา, สพฺพา สา อยุตฺติ, ตถา เอกตฺถนานตฺถตาภาวโตติ วุตฺตํ โหติ. ยา ยา อนุมติ ยถานุมติ อนุมติยา อนุมติยา โวหารสิทฺธิโต. อนุมติยา อนุรูปํ วา ยถานุมติ, ยถา อนุมติ ปวตฺตา, ตถา ตทนุรูปํ โวหารสิทฺธิโตติ อตฺโถ. อนุมติ หิ วิเสสนวิเสสิตพฺพาภาวโต อจฺจนฺตมภินฺเนสุ กตฺถจิ กิริยาคุณาทิปริคฺคหวิเสเสน อวิวฏสทฺทตฺถวิวรณตฺถํ ปวตฺตา ยถา ‘‘สกฺโก อินฺโท ปุรินฺทโท’’ติ. กตฺถจิ อจฺจนฺตํ ภินฺเนสุ ยถา ‘‘ธโว ขทิโร ปลาโส จ อานียนฺตู’’ติ. กตฺถจิ วิเสสนวิเสสิตพฺพภาวโต เภทาเภทวนฺเตสุ เสยฺยถาปิ ‘‘นีลุปฺปลํ ปณฺฑิตปุริโส’’ติ, ตาย ตาย อนุมติยา ตทนุรูปญฺจ เต เต โวหารา สิทฺธา. ตสฺมา อิหาปิ กุสลธมฺม-สทฺทานํ วิเสสนวิเสสิตพฺพภาวโต วิเสสตฺถสามญฺญตฺถปริคฺคเหน สมาเน อตฺเถ เภทาเภทยุตฺเต ปวตฺติ อนุมตาติ ตาย ตาย อนุมติยา ตทนุรูปญฺจ สิทฺโธ เอโส โวหาโร. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สพฺพเมตํ อการณ’’นฺติ.

อตฺตโน อตฺตโน อตฺถวิเสสํ ตสฺส ทีเปนฺตีติ อตฺตนา ปริคฺคหิตํ อตฺตนา วุจฺจมานํ อนวชฺชสุขวิปากาทิกุสลาทิภาวํ ธมฺม-สทฺทสฺส ทีเปนฺติ ตทตฺถสฺส ตพฺภาวทีปนวเสนาติ อธิปฺปาโย. น หิ ธมฺม-สทฺโท กุสลาทิภาโว โหตีติ. อิมินาวาติ ‘‘ธมฺม-สทฺโท ปริยตฺติอาทีสุ ทิสฺสตี’’ติอาทินา ‘‘อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตี’’ติอาทินา จ นเยน. โส หิ สพฺพตฺถ สมาโน, น กุสล-สทฺโท อาโรคฺยาทีสุ ทิสฺสตีติ ‘‘กุจฺฉิเต สลยนฺตี’’ติอาทิโก, โส จ วิเสสนโย ‘‘อิโต ปรํ วิเสสมตฺตเมว วกฺขามา’’ติ เอเตน อปนีโตติ ทฏฺฐพฺโพ. น หิ กุสลาทิวิเสสํ คเหตฺวา ปวตฺตา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติอาทโย วิเสสาติ.

๒. สุขสฺส จ ปหานาติ เอตฺถ สุขินฺทฺริยํ ‘‘สุข’’นฺติ วุตฺตํ, ตญฺจ สุขเวทนาว โหตีติ ‘‘สุขเวทนายํ ทิสฺสตี’’ติ วุตฺตํ, น ปน ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, เวทนา สุขา เวทนา’’ติเอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๔๙ อาทโย) สุข-สทฺโท วิย สุขเวทนาสทฺเทน สมานตฺถตฺตา. อยญฺหิ สุขินฺทฺริยตฺโถ สุข-สทฺโท กายสุขนํ กายานุคฺคหํ สาตวิเสสํ คเหตฺวา ปวตฺโต, น ปน สุขา เวทนา ‘‘ยํ กิญฺจิ เวทนํ เวเทติ สุขํ วา (ม. นิ. ๑.๔๐๙), โย สุขํ ทุกฺขโต’’ติเอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๒๕๓) สุข-สทฺโท วิย สาตสามญฺญํ คเหตฺวา ปวตฺโตติ. ยสฺมึ สติ สุขเหตูนํ ปวตฺติ, ตํ สุขมูลํ. พุทฺธุปฺปาเท จ กามสมติกฺกมาทิเก วิราเค จ สติ สุขเหตูนํ ปุญฺญปสฺสทฺธิอาทีนํ ปวตฺติ โหตีติ ตํ ‘‘สุขมูลํ สุข’’นฺติ วุตฺตํ. สุขสฺส จ อารมฺมณตฺตา ‘‘รูปํ สุข’’นฺติ วุตฺตํ. ปุญฺญานีติ ยทิทํ วจนํ, ตํ สุขสฺส จ อธิวจนํ อิฏฺฐวิปากสฺส อธิวจนํ ตทตฺถสฺส อิฏฺฐวิปากวิปจฺจนโตติ อตฺโถ. สุขปจฺจยานํ รูปาทีนํ อิฏฺฐานํ ฐานํ โอกาโส สคฺคา นนฺทนญฺจาติ ‘‘สุขา สคฺคา สุขํ นนฺทน’’นฺติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐธมฺเมติ อิมสฺมึ อตฺตภาเว. สุขวิหาราติ ปฐมชฺฌานวิหาราที. นีวรณาทิพฺยาพาธรหิตตฺตา ‘‘อพฺยาพชฺฌา’’ติ วุตฺตา. สพฺพสงฺขารทุกฺขนิพฺพาปนโต ตํนิโรธตฺตา วา ‘‘นิพฺพานํ สุข’’นฺติ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘อทุกฺขมสุขํ สนฺตํ, สุขมิจฺเจว ภาสิต’’นฺติ อทุกฺขมสุเข. ‘‘เทฺวปิ มยา, อานนฺท, เวทนา วุตฺตา ปริยาเยน สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๖๗) สุโขเปกฺขาสุ จ อิฏฺฐาสูติ เอวมาทีสุ ปวตฺติ สงฺคหิตา.

ทุกฺขวตฺถูติ ทุกฺขสฺส โอกาโส. อตฺตโน ปจฺจเยหิ อุปฺปชฺชมานมฺปิ หิ ตํ ทุกฺขํ ชาติอาทีสุ วิชฺชมาเนสุ ตพฺพตฺถุกํ หุตฺวา อุปฺปชฺชติ. ทุกฺขปจฺจเยติ ทุกฺขเหตุมฺหิ, ทุกฺขสฺส ชนเกติ อตฺโถ. ทุกฺขปจฺจยฏฺฐาเนติ ทุกฺขชนกกมฺมสฺส สหายภูตานํ อนิฏฺฐรูปาทิปจฺจยานํ ฐาเน. ปจฺจยสทฺโท หิ ชนเก ชนกสหาเย จ ปวตฺตตีติ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๑๕, ๔๕-๔๖, ๗๖) สงฺขารทุกฺขาทีสุ ปวตฺติ ทฏฺฐพฺพา. สมฺปยุตฺเต วตฺถุญฺจ กรชกายํ สุขยติ ลทฺธสฺสาเท อนุคฺคหิเต กโรตีติ สุขา. สุขาติ เวทนาสทฺทมเปกฺขิตฺวา สุขภาวมตฺตสฺส อปฺปกาสเนน นปุํสกลิงฺคตา น กตา. สภาวโต สงฺกปฺปโต จ ยํ อิฏฺฐํ, ตทนุภวนํ อิฏฺฐาการานุภวนํ วา อิฏฺฐานุภวนํ.

สมนฺติ อวิสมํ. สมา เอกีภาวูปคตา วิย ยุตฺตา, สมํ วา สห ยุตฺตาติ โยเชตพฺพํ. เอกุปฺปาทาติ เอโก สมาโน อุปฺปาโท เอเตสนฺติ เอกุปฺปาทา, สมานปจฺจเยหิ สหุปฺปตฺติกาติ อตฺโถ. สหุปฺปตฺติกานํ รูปารูปานญฺจ อญฺญมญฺญสมฺปยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ ‘‘เอกนิโรธา’’ติ วุตฺตํ, เย สมานุปฺปาทา สมานนิโรธา จ, เต สมฺปยุตฺตาติ รูปารูปานํ อญฺญมญฺญสมฺปโยโค นิวาริโต โหติ. เอวมปิ อวินิพฺโภครูปานํ อญฺญมญฺญสมฺปยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ ‘‘เอกวตฺถุกา’’ติ วุตฺตํ, เย เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา เอกวตฺถุกา จ, เต สมฺปยุตฺตาติ. เอวมปิ อวินิพฺโภครูเปสุ เอกํ มหาภูตํ เสสมหาภูโตปาทารูปานํ นิสฺสยปจฺจโย โหตีติ เตน ตานิ เอกวตฺถุกานีติ, จกฺขาทินิสฺสยภูตานิ วา ภูตานิ เอกํ วตฺถุ เอเตสุ สนฺนิสฺสิตนฺติ เอกวตฺถุกานีติ กปฺเปนฺตสฺส เตสํ สมฺปยุตฺตตาปตฺติ สิยาติ ตนฺนิวารณตฺถํ ‘‘เอการมฺมณา’’ติ วุตฺตํ, เย เอกุปฺปาทา…เป… เอการมฺมณา จ โหนฺติ, เต สมฺปยุตฺตาติ. ปฏิโลมโต วา เอการมฺมณาติ วุตฺเต เอกวีถิยญฺจ ปญฺจวิญฺญาณสมฺปฏิจฺฉนานํ นานาวีถิยํ ปรสนฺตาเน จ เอกสฺมึ อารมฺมเณ อุปฺปชฺชมานานํ ภินฺนวตฺถุกานํ สมฺปยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ ‘‘เอกวตฺถุกา’’ติ วุตฺตํ, เย เอกวตฺถุกา หุตฺวา เอการมฺมณา, เต สมฺปยุตฺตาติ. เอวมปิ สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณาทีนํ สมฺปยุตฺตตา อาปชฺเชยฺยาติ ‘‘เอกนิโรธา’’ติ วุตฺตํ, เย เอกนิโรธา หุตฺวา เอกวตฺถุกา เอการมฺมณา, เต สมฺปยุตฺตาติ. กึ ปน นานุปฺปาทาปิ เอวํ ติวิธลกฺขณา โหนฺติ, อถ เอกุปฺปาทา เอวาติ วิจารณาย เอกุปฺปาทา เอว เอวํ ติวิธลกฺขณา โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เอกุปฺปาทา’’ติ วุตฺตํ.

๓. วิปกฺกภาวมาปนฺนานํ อรูปธมฺมานนฺติ ยถา สาลิพีชาทีนํ ผลานิ ตํสทิสานิ นิพฺพตฺตานิ วิปกฺกานิ นาม โหนฺติ, วิปากนิรุตฺติญฺจ ลภนฺติ, น มูลงฺกุรปตฺตขนฺธนาฬานิ, เอวํ กุสลากุสลานํ ผลานิ อรูปธมฺมภาเวน สารมฺมณภาเวน สุกฺกกณฺหาทิภาเวน จ ตํสทิสานิ วิปกฺกภาวมาปนฺนานีติ วิปากนิรุตฺตึ ลภนฺติ, น รูปธมฺมา กมฺมนิพฺพตฺตาปิ กมฺมาสทิสาติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ชาติชราสภาวาติ ชายนชีรณสภาวา. วิปากปกติกาติ วิปจฺจนปกติกา. วิปจฺจนสภาวตา จ อนุปจฺฉินฺนาวิชฺชาตณฺหามานสนฺตาเน สพฺยาปารตา, เตน อภิญฺญาทิกุสลานํ ภาวนายปหาตพฺพาทิอกุสลานญฺจ วิปากานุปฺปาทเนปิ วิปากธมฺมตา สิทฺธา โหติ. วิปกฺกภาวนฺติ เจตฺถ ภาว-สทฺเทน สภาโว เอว วุตฺโต. ตํ ยถาวุตฺตํ วิปกฺกสภาวํ ทุติยสฺส วุตฺตํ วิปจฺจนสภาวญฺจ คเหตฺวา ‘‘อุภยสภาวปฏิกฺเขปวเสนา’’ติ อาห.

๔. อุเปเตน อาทินฺนา อุปาทินฺนา. กึ ปน ตํ อุเปตํ, เกน จ อุเปตํ, กถญฺจ อุเปตํ, เก จ เตน อาทินฺนาติ? สติ จ โลกุตฺตรานํ เกสญฺจิ อารมฺมณภาเว ตนฺนิวตฺตนตฺถํ อุเปตสทฺทสมฺพนฺธินา อุปย-สทฺเทน วุจฺจมานาหิ จตุพฺพิธุปาทานภูตาหิ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อุเปตํ, เตหิ จ อารมฺมณกรณวเสน อุเปตํ, น สมนฺนาคมวเสน. สติ จ สพฺพเตภูมกธมฺมานํ อุปาทานารมฺมณตฺเต เยหิ วิปากกฏตฺตารูปานิ อเมฺหหิ นิพฺพตฺตตฺตา อมฺหากํ เอตานิ ผลานีติ คณฺหนฺเตหิ วิย อาทินฺนานิ, ตานิ เตภูมกกมฺมานิ กมฺมภาเวน เอกตฺตํ อุปเนตฺวา อุเปตนฺติ อิธ คหิตานิ. เตหิ จ นิพฺพตฺตานิ วิปากกฏตฺตารูปานิ อุปาทินฺนา ธมฺมาติ สพฺพเมตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อารมฺมณกรณวเสนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อยญฺจ อตฺถนโย ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ, น วจนานุปุพฺเพนาติ. เอตฺถาห – ยทิ อารมฺมณกรณวเสน ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อุเปเตน อาทินฺนา อุปาทินฺนา, สพฺพเตภูมกธมฺมา จ ตณฺหาทีนํ อารมฺมณา โหนฺติ, น จ อุเปตสทฺโท กมฺเม เอว นิรุโฬฺห, เตน กมฺมสฺเสว คหเณ การณํ นตฺถิ, ตสฺมา สพฺพเตภูมกธมฺมปจฺจยุปฺปนฺนานํ อวิชฺชาทิเหตูหิ นิพฺพตฺตานํ สงฺขาราทิผลานํ อุปาทินฺนตฺตํ อาปชฺชติ เตสมฺปิ เตหิผลภาเวน คหิตตฺตา. อุป-สทฺเทน จ อุเปตตามตฺตํ โชติตํ, น อารมฺมณกรณํ สมนฺนาคมนิวตฺตกํ, อาทินฺน-สทฺเทน จ คหิตตามตฺตํ วุตฺตํ, น กมฺมสมุฏฺฐานตาวิเสโส. ตสฺมา สพฺพปจฺจยุปฺปนฺนานํ อุปาทินฺนตฺตํ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ โพธเนยฺยชฺฌาสยวเสน เทสนาปวตฺติโต. เยสญฺหิ โพธนตฺถํ ‘‘อุปาทินฺนา’’ติ เอตํ วุตฺตํ, เต เตเนว วจเนน ยถาวุตฺตปฺปกาเร ธมฺเม พุชฺฌึสุ, เอตรหิ ปน ตาวตา พุชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺเตน สุตฺวา ตทตฺโถ เวทิตพฺโพติ เอสา อตฺถวิภาวนา กตา ‘‘กมฺมุนา’’ติ.

อยํ ปน อปโร อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – อุป-สทฺโท อุเปตํ ทีเปติ. อยญฺหิ อุป-สทฺโท สมาเส ปยุชฺชมาโน ‘‘อติมาลา’’ติอาทีสุ อติ-สทฺโท วิย อติกฺกมนํ สสาธนํ อุปคมนํ สสาธนํ วทติ, อุปคมนญฺจ อุปาทานอุปโย, เตน อุปคตํ อุเปตํ. กึ ปน ตนฺติ? ยํ อสติ อุปาทาเน น โหติ, ตํ ‘‘อุปาทานปจฺจยา ภโว’’ติ เอวํ วุตฺตํ เตภูมกกมฺมํ ปจฺจยภาเวน ปุริมชาตุปฺปนฺเนน อุปาทาเนน อุปคตตฺตา ‘‘อุเปต’’นฺติ วุจฺจติ. น หิ โกจิ อนุปคฺคมฺม อนิจฺฉนฺโต กมฺมํ กโรตีติ. เตน อุเปเตน กมฺมุนา ปุนพฺภวสฺส อาทานํ โหติ. กมฺมุนา หิ สาสเวน สตฺตา อาทิยนฺติ ปุนพฺภวํ, ตสฺมา อาทาตพฺพภาเวน ปากโฏ ปุนพฺภโว. โส จ อุปปตฺติภโว เตภูมกวิปากกฏตฺตารูปสงฺคโห ‘‘ภวปจฺจยา ชาตี’’ติ เอตฺถ ชาติวจเน สมวรุทฺโธติ อุปาทินฺนวจเนน อุปปตฺติภโว วุจฺจติ, อุปปตฺติภโว จ เตภูมกวิปากกฏตฺตารูปานีติ ธาตุกถายํ ปกาสิตเมตํ. ตสฺมา อุเปเตน อาทินฺนาติ เต เอว ธมฺมา วุจฺจนฺตีติ สิทฺโธ อยมตฺโถติ. อุปาทินฺน-สทฺทสฺส อตฺถํ วตฺวา ตํ วิสฺสชฺเชตฺวา อุปาทานิย-สทฺทสฺส วิสุํ อุปาทินฺนสทฺทานเปกฺขํ อตฺถํ วตฺตุํ ‘‘อารมฺมณภาวํ อุปคนฺตฺวา’’ติอาทิมาห. ตสฺมา เอว อวิเสเสตฺวา ‘‘อุปาทานสฺส อารมฺมณปจฺจยภูตานเมตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. ตํ ปน อุปาทานิยํ อุปาทินฺนํ อนุปาทินฺนนฺติ ทุวิธํ. ตสฺมา ตํ วิเสสเนน ทสฺเสนฺโต ‘‘อุปาทินฺนา จ เต อุปาทานิยา จา’’ติอาทิมาห.

๕. สํกิเลโสติ ทส กิเลสวตฺถูนิ วุจฺจนฺติ. สํกิลิฏฺฐาติ เตหิ วิพาธิตา อุปตาปิตา จ. เต ปน ยสฺมา สํกิเลสสมฺปยุตฺตา เอกุปฺปาทาทีหิ นินฺนานตฺตา เอกีภาวมิว คตา วิสาทีหิ วิย สปฺปิอาทโย วิทูสิตา มลีนา วิพาธิตา อุปตาปิตา จ นาม โหนฺติ, ตสฺมา อาห ‘‘สํกิเลเสน สมนฺนาคตา สํกิลิฏฺฐา’’ติ. สํกิเลสํ อรหนฺตีติ สํกิเลสสฺส อารมฺมณภาเวน ตํ ลทฺธุํ อรหนฺตีติ อตฺโถ. อารมฺมณภาวานติกฺกมนโตติ เอเตน สํกิเลสานติกฺกมนเมว ทสฺเสติ, วตฺถยุคิกสุงฺกสาลิกสทฺทานํ วิย สํกิเลสิก-สทฺทสฺส ปวตฺติ เวทิตพฺพา.

๖. สห วิตกฺเกน โหนฺตีติ วจนเสโส โยเชตพฺโพ อวุจฺจมานสฺสปิ ภวติ-อตฺถสฺส วิญฺญายมานตฺตา. มตฺตาติ ปมาณวาจกํ เอกํ ปทนฺติ คเหตฺวา ‘‘วิจาโรว มตฺตา เอเตส’’นฺติ อตฺโถ วุตฺโต. อญฺญตฺถ อวิปฺปโยคีสุ วิตกฺกวิจาเรสุ วิจาโรว เอเตสํ มตฺตา, ตโต อุทฺธํ วิตกฺเกน สมฺปโยคํ น คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. อยมปโร อตฺโถ – มตฺต-สทฺโท วิเสสนิวตฺติอตฺโถ. สวิตกฺกสวิจารา ธมฺมา หิ วิตกฺกวิสิฏฺเฐน วิจาเรน สวิจารา, เอเต ปน วิจารมตฺเตน วิตกฺกสงฺขาตวิเสสรหิเตน, ตสฺมา ‘‘วิจารมตฺตา’’ติ วุจฺจนฺติ, วิจารมตฺตวนฺโตติ อตฺโถ. วิจารมตฺตวจเนน อวิตกฺกตฺเต สิทฺเธ อวิตกฺกานํ อญฺเญสมฺปิ อตฺถิภาวโชตนตฺถํ อวิตกฺกวจนํ. อวิตกฺกา หิ วิจารมตฺตา จ สนฺติ อวิจารา จาติ นิวตฺเตตพฺพา คเหตพฺพา จ โหนฺติ, เตสุ อวุจฺจมาเนสุ นิวตฺเตตพฺพคเหตพฺพสฺส อทสฺสิตตฺตา วิจารมตฺตาวอวิตกฺกาติ อาปชฺเชยฺยาติ. วิเสสนวิเสสิตพฺพภาโว ปน ยถากามํ โหตีติ สามญฺเญน อวิตกฺกภาเวน สห วิจารมตฺตตาย ธมฺมวิเสสนภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิตกฺกวิจารมตฺตา’’ติ ปทานุกฺกโม กโต.

อถ วา สวิจารา ทุวิธา สวิตกฺกา อวิตกฺกา จ, เตสุ อวิตกฺเก นิวตฺเตตุํ อาทิปทํ วุตฺตํ. อวิจารา จ ทุวิธา สวิตกฺกา อวิตกฺกา จ, เตสุ สวิตกฺเก นิวตฺเตตุํ ตติยปทํ วุตฺตํ. เย ปน ทฺวีหิปิ นิวตฺติตา อวิตกฺกา สวิตกฺกา จ สวิจารา อวิจารา จ, เตสุ อญฺญตรทสฺสนํ วา กตฺตพฺพํ สิยา อุภยทสฺสนํ วา. อุภยทสฺสเน กริยมาเน ยทิ ‘‘สวิตกฺกสวิจารา’’ติ วุจฺเจยฺย, อาทิปทตฺถตาว อาปชฺชติ. อถ ‘‘อวิตกฺกอวิจารา’’ติ วุจฺเจยฺย, อนฺตปทตฺถตา. อถ ปน ‘‘อวิตกฺกสวิจารา สวิตกฺกอวิจารา’’ติ วุจฺเจยฺย, อชฺฌตฺตพหิทฺธานํ วิย อตฺถนฺตราภาโว วา สงฺกรโทโส วา เอกสฺเสว สวิตกฺกาวิตกฺกตาสวิจาราวิจารตาวิโรโธ วา อาปชฺเชยฺย, ตสฺมา อญฺญตรทสฺสเนน อิตรมฺปิ ปกาเสตุํ อวิตกฺกวจเนน ทฺวิปฺปกาเรสุ วตฺตพฺเพสุ สวิตกฺกอวิจาเร นิวตฺเตตฺวา อวิตกฺกสวิจาเร ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อวิตกฺกวิจารมตฺตา’’ติ. อถ วา วิตกฺกาภาเวน เอเต วิจารมตฺตา, น วิจารโต อญฺญสฺส กสฺสจิ ธมฺมสฺส อภาวาติ ทสฺเสตุํ อวิตกฺกวจเนน วิจารมตฺตา วิเสสิตา.

๗. อุเปกฺขตีติ เวทยมานาปิ มชฺฌตฺตเวทนา สุขากาเร ทุกฺขากาเร จ อุทาสินา โหตีติ อตฺโถ. อถ วา อุเปตา ยุตฺตา สุขทุกฺขานํ อวิรุทฺธา อิกฺขา อนุภวนํ อุเปกฺขา. วิเสสทสฺสนวเสนาติ นานตฺตทสฺสนวเสน. ยทิ หิ ปีติสหคตา เอว สุขสหคตา สิยุํ, ‘‘ปีติสหคตา’’ติ เอเตเนว สิทฺธตฺตา ‘‘สุขสหคตา’’ติ อิทํ น วตฺตพฺพํ สิยา, ‘‘สุขสหคตา’’ติ วา วุจฺจมาเน ‘‘ปีติสหคตา’’ติ น วตฺตพฺพํ, ตโต ติกํ ปูเรนฺเตน ทุกฺขสหคตปทํ วตฺตพฺพํ สิยา, เอวญฺจ สติ ‘‘เวทนาตฺติโก เอวาย’’นฺติ วุตฺตวจนํ อาปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘ปีติสหคตา’’ติ วตฺวา ‘‘สุขสหคตา’’ติ วทนฺโต ปีติวิปฺปยุตฺตมฺปิ สุขํ อตฺถีติ ตติยชฺฌานกายวิญฺญาณสมฺปยุตฺตํ สุขํ สปฺปีติกสุขโต ภินฺนํ กตฺวา ทสฺเสตีติ อธิปฺปาโย. อถ วา ปีติสุขานํ ทุพฺพิญฺเญยฺยนานตฺตานํ นานตฺตทสฺสนตฺถํ อยํ ติโก วุตฺโต. ‘‘ปีติสหคตา’’ติ เอตฺถ หิ สุเขกเทโส สงฺคหิโต, น ปีติ. ‘‘สุขสหคตา’’ติ เอตฺถ ปีติ สงฺคหิตา, น สุขํ. ปีติวิปฺปยุตฺตสุขสหคตา จ ปุริเมน อสงฺคหิตา ปจฺฉิเมน สงฺคหิตาติ สิทฺโธ ปีติสุขานํ วิเสโสติ.

๘. นิพฺพานํ ทสฺสนโตติ นิพฺพานารมฺมณตํ สนฺธายาห. อถ วา ธมฺมจกฺขุ ปุนปฺปุนํ นิพฺพตฺตเนน ภาวนาภาวํ อปฺปตฺตํ ทสฺสนํ นาม, ธมฺมจกฺขุ จ ปริญฺญาทิกิจฺจกรเณน จตุสจฺจธมฺมทสฺสนํ ตทติสโย, ตสฺมา นตฺเถตฺถ โคตฺรภุสฺส ทสฺสนภาวาปตฺตีติ. อุภยปฏิกฺเขปวเสนาติ ทฺวีหิ ปเทหิ วุตฺตธมฺมปฏิกฺเขปวเสน, น ปหายกปฏิกฺเขปวเสน. ตถา หิ สติ ทสฺสนภาวนาหิ อญฺโญ สมุจฺเฉทวเสน ปหายโก อตฺถิ, เตน ปหาตพฺพา เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพาติ อยมตฺโถ อาปชฺชติ, น จ อญฺโญ ปหายโก อตฺถิ อญฺเญหิ วิกฺขมฺภิตานญฺจ ปุนปฺปวตฺติสพฺภาวา, นาปิ ปหาตพฺพา ตติยปเทน สงฺคยฺหนฺติ, กินฺตุ อปฺปหาตพฺพา เอวาติ. ตสฺมา ปหาตพฺพปทํ ปจฺเจกํ โยเชตฺวา เนว ทสฺสเนน ปหาตพฺพา น ภาวนาย ปหาตพฺพาติ ทสฺสเนน ภาวนาย ปหาตพฺเพหิ อญฺเญ คหิตาติ เวทิตพฺพา.

๙. เอวมตฺถํ อคฺคเหตฺวาติ อตฺถายุตฺติโต จ สทฺทายุตฺติโต จ อคฺคเหตพฺพตํ ทสฺเสติ. ทสฺสนภาวนาหิ อปฺปหาตพฺพเหตุมตฺเตสุ หิ คยฺหมาเนสุ อเหตุกา อสงฺคหิตาติ ยถาธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส อปริปุณฺณตฺตา อตฺถายุตฺติ, ปหาตพฺพสทฺทสฺส นิจฺจสาเปกฺขตฺเต จ สติ น สมฺพนฺธีสทฺทโต ปหายกโต อญฺญํ ปฏิเสธํ อเปกฺขมานสฺส เหตุสทฺเทน สมาโส อุปปชฺชตีติ สทฺทายุตฺติ จ เวทิตพฺพา. เอวมตฺโถ คเหตพฺโพติ ปหาตพฺพ-สทฺทํ ปฏิเสเธน อโยเชตฺวา เยสํ อญฺญปทตฺเถ สมาโส, ตพฺพิเสสนํ อตฺถีติ อิทํ ปฏิเสเธน โยเชตฺวา ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺโพ เหตุ เอเตสํ เนวตฺถีติ อตฺโถ คเหตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ. เอวญฺจ สติ ยถาธิปฺเปตตฺโถ สพฺโพ สงฺคหิโตติ. อตฺถายุตฺติ มา โหตุ, สทฺโท ปน อิธาปิ น ยุตฺโต. เอกนฺตโยคีนํ อตฺถิ-สทฺทเมว หิ อเปกฺขมานานํ อุภินฺนํ ปหาตพฺพเหตุ-สทฺทานํ สมาโส ยุตฺโต, น ปฏิเสธํ อเปกฺขมานานนฺติ, ตสฺมา คเหตพฺพตฺถทสฺสนมตฺตํ เอตํ กตํ, สทฺโท ปน ยถา ยุชฺชติ, ตถา โยเชตพฺโพ. เอวํ ปน ยุชฺชติ – ปหาตพฺโพ เหตุ เอเตสํ อตฺถีติ ปหาตพฺพเหตุกา. เกน ปหาตพฺโพติ? ทสฺสเนน ภาวนาย จ. ตยิทํ ปหาตพฺพเหตุกปทํ ทสฺสนภาวนาปเทหิ วิสุํ วิสุํ โยเชตฺวา เตหิ ยุตฺเตน เย ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา เนว โหนฺติ, ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา จ น โหนฺตีติ ปฏิเสธญฺจ วิสุํ วิสุํ โยเชตฺวา เต เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกาติ วุจฺจนฺติ. เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมวจนํ วิย หิ ปุริมปททฺวยสงฺคหิตธมฺมปฏิเสธเนน ตทญฺญธมฺมนิทสฺสนเมตํ โหติ, น อเหตุกปทํ วิย เหตุวิรหปฺปกาสเนนาติ. เอวญฺจ กตฺวา เทฺว ปฏิเสธา ยุตฺตา โหนฺติ.

เหตุเยว หิ เตสํ นตฺถิ, โย ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺโพ สิยาติ ปุริมสฺมิญฺหิ อตฺเถ เหตูนํ ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺพตา ปฏิกฺขิตฺตา, ปฏิกฺเขโป จ ปหาตพฺพาสงฺกาสพฺภาเว โหติ, ปหาตพฺพาสงฺกา จ เหตุมฺหิ สติ สิยา, เตสํ ปน อเหตุกานํ เหตุเยว นตฺถิ, โย ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺโพ สิยา, ตทภาวา ปหาตพฺพาสงฺกา นตฺถีติ ตํนิวารณตฺโถ ปฏิกฺเขโป น สมฺภวติ, ตสฺมา ‘‘เนวทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺโพ เหตุ เอเตส’’นฺติ เอวํ อเหตุกานํ คหณํ น ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา อิตรถา หิ อเหตุกานํ อคฺคหณํ ภเวยฺยาติ อตฺถสฺส ปากฏตฺตา น การณสาธนีโย เอโสติ คเหตพฺพตฺถสฺเสว การณํ วทนฺโต ‘‘เหตุเยว หิ เตสํ นตฺถี’’ติอาทิมาห. เตสญฺหิ เนวทสฺสเนน น ภาวนายปหาตพฺพเหตุกปทวจนียานํ โย ทสฺสนภาวนาหิ ปหาตพฺโพ สิยา, โส เอวํปกาโร เหตุ นตฺถิ. เต หิ อเนกปฺปการา สเหตุกา อเหตุกา จาติ, ตสฺมา เนวทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺโพ เหตุ เอเตสํ อตฺถีติ อยมตฺโถ คเหตพฺโพติ อตฺโถ.

๑๐. ตํ อารมฺมณํ กตฺวาติ อิทํ จตุกิจฺจสาธนวเสน อารมฺมณกรณํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อญฺญถา โคตฺรภุผลปจฺจเวกฺขณาทีนมฺปิ อปจยคามิตา อาปชฺเชยฺยาติ. อถ วา เหตุภาเวน อปจยํ นิพฺพานํ คจฺฉนฺตีติ อปจยคามิโน. นิพฺพานสฺส หิ อนิพฺพตฺตนิยตฺเตปิ สมุทยปฺปหานสมุทยนิโรธานํ อธิคมอธิคนฺตพฺพภาวโต เหตุเหตุผลภาโว มคฺคนิพฺพานานํ ยุชฺชติ. ยถาห ‘‘ทุกฺขนิโรเธ ญาณํ อตฺถปฏิสมฺภิทา, ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย ญาณํ ธมฺมปฏิสมฺภิทา’’ติ (วิภ. ๗๑๙). อตฺโถติ หิ เหตุผลํ. ธมฺโมติ เหตูติ. ปุริมปจฺฉิมานํ ปุริเม สสมฺปยุตฺตา วุตฺตา, ปจฺฉิเม เกวลา. ปุริเม วิย ปน ปจฺฉิเม อตฺเถปิ อริยมคฺคสีเสน สพฺพโลกุตฺตรกุสลจิตฺตุปฺปาทา คเหตพฺพา. ทุติเย อตฺถวิกปฺเป ‘‘อาจยํ คามิโน’’ติ วตฺตพฺเพ อนุนาสิกโลโป กโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อาจินนฺตีติ วา อาจยา, อาจยา หุตฺวา คจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติปิ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๑๑. สตฺต ปน เสกฺขา สิกฺขนสีลาติ เสกฺขา, เตสํ อิเมติ เสกฺขา, อญฺญาสาธารณา มคฺคผลตฺตยธมฺมา. สยเมว สิกฺขนฺตีติ สิกฺขนสีลานเมตํ นิทสฺสนํ. เย หิ ธมฺมา สิกฺขนฺติ, เต สิกฺขนสีลา โหนฺตีติ. อกฺขรตฺโถ ปน สิกฺขา เอเตสํ สีลนฺติ เสกฺขาติ. น เสกฺขาติ ยตฺถ เสกฺขภาวาสงฺกา อตฺถิ, ตตฺถายํ ปฏิเสโธติ โลกิยนิพฺพาเนสุ อเสกฺขภาวานาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา. สีลสมาธิปญฺญาสงฺขาตา หิ สิกฺขา อตฺตโน ปฏิปกฺขกิเลเสหิ วิปฺปมุตฺตา ปริสุทฺธา อุปกฺกิเลสานํ อารมฺมณภาวมฺปิ อนุปคมนโต เอตา สิกฺขาติ วตฺตุํ ยุตฺตา อฏฺฐสุ มคฺคผเลสุ วิชฺชนฺติ, ตสฺมา จตุมคฺคเหฏฺฐิมผลตฺตยธมฺมา วิย อรหตฺตผลธมฺมาปิ ตาสุ สิกฺขาสุ ชาตาติ จ, ตํสิกฺขาสมงฺคิโน อรหโต อิตเรสํ วิย เสกฺขตฺเต สติ เสกฺขสฺส เอเตติ จ, สิกฺขา สีลํ เอเตสนฺติ จ เสกฺขาติ อาสงฺกิตพฺพา สิยุนฺติ ตทาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ ‘‘อเสกฺขา’’ติ ยถาวุตฺตเสกฺขภาวปฏิเสโธ กโต. อรหตฺตผเล หิ ปวตฺตมานา สิกฺขา ปรินิฏฺฐิตสิกฺขากิจฺจตฺตา น สิกฺขากิจฺจํ กโรนฺติ, เกวลํ สิกฺขาผลภาเวเนว ปวตฺตนฺติ, ตสฺมา ตา น สิกฺขาวจนํ อรหนฺติ, นาปิ ตํสมงฺคิโน เสกฺขวจนํ, น จ ตํสมฺปยุตฺตา สิกฺขนสีลาติ สิกฺขาสุ ชาตาติอาทิอตฺเถหิ อคฺคผลธมฺมา เสกฺขา น โหนฺติ, เหฏฺฐิมผเลสุ ปน สิกฺขา สกทาคามิมคฺควิปสฺสนาทีนํ อุปนิสฺสยภาวโต สิกฺขากิจฺจํ กโรนฺตีติ สิกฺขาวจนํ อรหนฺติ, ตํสมงฺคิโน จ เสกฺขวจนํ, ตํสมฺปยุตฺตา จ สิกฺขนสีลวุตฺตีติ ตตฺถ ธมฺมา ยถาวุตฺเตหิ อตฺเถหิ เสกฺขา โหนฺติ เอว.

เสกฺขาติ วา อปริโยสิตสิกฺขา ทสฺสิตา. อนนฺตรเมว ‘‘อเสกฺขา’’ติ วจนํ ปริโยสิตสิกฺขานํ ทสฺสนนฺติ น โลกิยนิพฺพานานํ อเสกฺขตาปตฺติ. วุทฺธิปฺปตฺตา วา เสกฺขาติ เอตสฺมึ อตฺเถ เสกฺขธมฺเมสุ เอว เกสญฺจิ วุทฺธิปฺปตฺตานํ อเสกฺขตา อาปชฺชติ, เตน อรหตฺตมคฺคธมฺมา วุทฺธิปฺปตฺตา จ ยถาวุตฺเตหิ จ อตฺเถหิ เสกฺขาติ กตฺวา อเสกฺขา อาปนฺนาติ? น, ตํสทิเสสุ ตพฺโพหารา. อรหตฺตมคฺคโต หิ นินฺนานากรณํ อรหตฺตผลํ ฐเปตฺวา ปริญฺญาทิกิจฺจกรณํ วิปากภาวญฺจ, ตสฺมา เต เอว เสกฺขา ธมฺมา อรหตฺตผลภาวํ อาปนฺนาติ สกฺกา วตฺตุํ, กุสลสุขโต จ วิปากสุขํ สนฺตตรตาย ปณีตตรนฺติ วุทฺธิปฺปตฺตา จ เต ธมฺมา โหนฺตีติ อเสกฺขาติ วุจฺจนฺตีติ.

๑๒. กิเลสวิกฺขมฺภนาสมตฺถตาทีหิ ปริตฺตา. ‘‘กิเลส…เป… ตายา’’ติ อตฺถตฺตยมฺปิ กุสเลสุ ยุชฺชติ, วิปากกิริเยสุ ทีฆสนฺตานตาว. ปมาณกเรหิ วา โอฬาริเกหิ กามตณฺหาทีหิ ปริจฺฉินฺนา ปริตฺตา. เตหิ อปริจฺฉินฺนตฺตา สุขุเมหิ รูปตณฺหาทีหิ ปริจฺฉินฺนา ปมาณมหตฺตํ คตาติ มหคฺคตา. อปริจฺฉินฺนา อปฺปมาณา.

๑๔. อตปฺปกฏฺเฐนาติ ทิวสมฺปิ ปจฺจเวกฺขิยมานา โลกุตฺตรธมฺมา ติตฺตึ น ชเนนฺติ สมาปชฺชิยมานาปิ ผลธมฺมาติ.

๑๕. มาตุฆาตาทีสุ ปวตฺตมานาปิ หิตสุขํ อิจฺฉนฺตาว ปวตฺตนฺตีติ เต ธมฺมา หิตสุขาวหา เม ภวิสฺสนฺตีติ อาสีสิตา โหนฺติ, ตถา อสุภาสุขานิจฺจานตฺเตสุ สุภาทิวิปริยาสทฬฺหตาย อานนฺตริยกมฺมนิยตมิจฺฉาทิฏฺฐีสุ ปวตฺติ โหตีติ เต ธมฺมา อสุภาทีสุ สุภาทิวิปรีตปฺปวตฺติกา โหนฺติ. มิจฺฉาสภาวาติ มุสาสภาวา. อเนเกสุ อานนฺตริเยสุ กเตสุ ยํ ตตฺถ พลวํ, ตํ วิปจฺจติ, น อิตรานีติ เอกนฺตวิปากชนกตาย นิยตตา น สกฺกา วตฺตุนฺติ ‘‘วิปากทาเน สตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ขนฺธเภทานนฺตรนฺติ จุติอนนฺตรํ. จุติ หิ มรณนิทฺเทเส (วิภ. ๑๙๓) ‘‘ขนฺธานํ เภโท’’ติ วุตฺตาติ. เอเตน วจเนน สติ ผลทาเน จุติอนนฺตโร เอว, น อญฺโญ เอเตสํ ผลกาโลติ ผลกาลนิยเมเนว นิยตตา วุตฺตา โหติ, น ผลทานนิยเมนาติ นิยตผลกาลานํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียานมฺปิ นิยตตา อาปชฺชติ, ตสฺมา วิปากธมฺมธมฺมานํ ปจฺจยนฺตรวิกลตาทีหิ อวิปจฺจมานานมฺปิ อตฺตโน สภาเวน วิปากธมฺมตา วิย พลวตา อานนฺตริเยน วิปาเก ทินฺเน อวิปจฺจมานานมฺปิ อานนฺตริยานํ ผลทาเน นิยตสภาวา อานนฺตริยสภาวา จ ปวตฺตีติ อตฺตโน สภาเวน ผลทานนิยเมเนว นิยตตา อานนฺตริยตา จ เวทิตพฺพา. อวสฺสญฺจ นิยตสภาวา อานนฺตริยสภาวา จ เตสํ ปวตฺตีติ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพเมตํ อญฺญสฺส พลวโต อานนฺตริยสฺส อภาเว จุติอนนฺตรํ เอกนฺเตน ผลทานโต.

นนุ เอวํ อญฺเญสมฺปิ อุปปชฺชเวทนียานํ อญฺญสฺมึ วิปากทายเก อสติ จุติอนนฺตรเมว เอกนฺเตน ผลทานโต อานนฺตริยสภาวา นิยตสภาวา จ ปวตฺติ อาปชฺชตีติ? นาปชฺชติ อสมานชาติเกน เจโตปณิธิวเสน อุปฆาตเกน จ นิวตฺเตตพฺพวิปากตฺตา อนนฺตเรกนฺตผลทายกตฺตาภาวา, น ปน อานนฺตริยกานํ ปฐมชฺฌานาทีนํ ทุติยชฺฌานาทีนิ วิย อสมานชาติกํ ผลนิวตฺตกํ อตฺถิ สพฺพานนฺตริยกานํ อวีจิผลตฺตา, น จ เหฏฺฐุปปตฺตึ อิจฺฉโต สีลวโต เจโตปณิธิ วิย อุปรูปปตฺติชนกกมฺมผลํ อานนฺตริยกผลํ นิวตฺเตตุํ สมตฺโถ เจโตปณิธิ อตฺถิ อนิจฺฉนฺตสฺเสว อวีจิปาตนโต, น จ อานนฺตริยโกปฆาตกํ กิญฺจิ กมฺมํ อตฺถิ, ตสฺมา เตสํเยว อนนฺตเรกนฺตวิปากชนกสภาวา ปวตฺตีติ.

อเนกานิ จ อานนฺตริยกานิ กตานิ เอกนฺเต วิปาเก สนฺนิยตตฺตา อุปรตาวิปจฺจนสภาวาสงฺกตฺตา นิจฺฉิตานิ สภาวโต นิยตาเนว. จุติอนนฺตรํ ปน ผลํ อนนฺตรํ นาม ตสฺมึ อนนฺตเร นิยุตฺตานิ ตนฺนิพฺพตฺตเนน อนนฺตรกรณสีลานิ อนนฺตรปฺปโยชนานิ จาติ สภาวโต อานนฺตริยกาเนว จ โหนฺติ. เตสุ ปน สมานสภาเวสุ เอเกน วิปาเก ทินฺเน อิตรานิ อตฺตนา กตฺตพฺพสฺส กิจฺจสฺส เตเนว กตตฺตา น ทุติยํ ตติยมฺปิ จ ปฏิสนฺธึ กโรนฺติ, น สมตฺถตาวิฆาตตฺตาติ นตฺถิ เตสํ นิยตานนฺตริยตานิวตฺตีติ. น หิ สมานสภาวํ สมานสภาวสฺส สมตฺถตํ วิหนตีติ. เอกสฺส ปน อญฺญานิปิ อุปตฺถมฺภกานิ โหนฺตีติ ทฏฺฐพฺพานีติ. สมฺมา สภาวาติ สจฺจสภาวา.

๑๖. ปริปุณฺณมคฺคกิจฺจตฺตา จตฺตาโร อริยมคฺคาว อิธ ‘‘มคฺคา’’ติ วุตฺตา. ปจฺจยฏฺเฐนาติ มคฺคปจฺจยฏฺเฐน. นิกฺเขปกณฺเฑปิ หิ เย มคฺคปจฺจยํ ลภนฺติ, น ปน สยํ มคฺคปจฺจยภาวํ คจฺฉนฺติ, เต มคฺคเหตุกาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อริยมคฺคสมงฺคิสฺส มคฺคงฺคานิ ฐเปตฺวา’’ติอาทิ (ธ. ส. ๑๐๓๙) วุตฺตํ. โย ปน ตตฺเถว ‘‘อริยมคฺคสมงฺคิสฺส อโลโภ อโทโส อโมโห, อิเม ธมฺมา มคฺคเหตู’’ติ อาทินโย วุตฺโต, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคสมฺปยุตฺตา วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘อริยมคฺคสมงฺคิสฺส สมฺมาทิฏฺฐิ มคฺโค เจว เหตุ จา’’ติอาทินา ปน วุตฺตนยํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ สย’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปน อสงฺคหิตสงฺคณฺหนวเสน ปฏิปาฏิยา ตโย นยา วุตฺตา, เหตุพหุตาวเสน ตติโย นโย อิธ ทุติโย วุตฺโต.

อภิภวิตฺวา ปวตฺตนฏฺเฐนาติ สหชาตาธิปติปิ ปุพฺพาภิสงฺขารวเสน เชฏฺฐกภาเว ปวตฺตมาโน สหชาเต อตฺตโน วเส อนุวตฺตยมาโน เต อภิภวิตฺวา ปวตฺตติ, อารมฺมณาธิปติปิ ตทารมฺมเณ ธมฺเม ตเถว อตฺตานํ อนุวตฺตยมาโน เต ธมฺเม อภิภวิตฺวา อารมฺมณภาเวน ปวตฺตติ, น ปจฺจุปฺปนฺนภาเวน, ตสฺมา อธิปติทฺวยมฺปิ สงฺคหิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘มคฺโค อธิปติ เอเตส’’นฺติ อยญฺจ อตฺโถ นิกฺเขปกณฺเฑ อุทาหรณวเสน อาคตํ อตฺถนยํ คเหตฺวา วุตฺโต. ยสฺมา ปน ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๒.๑๖.๑๑) ‘‘มคฺคาธิปตึ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นาธิปติปจฺจยา, มคฺคาธิปตี ขนฺเธ ปฏิจฺจ มคฺคาธิปติ อธิปตี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา มคฺโค อธิปติ มคฺคาธิปตีติ อยมฺปิ อตฺโถ ปาฬิยํ สรูเปกเสสวเสน สมานสทฺทตฺถวเสน วา สงฺคหิโตติ เวทิตพฺโพ.

๑๗. อนุปฺปนฺนาติ เอเตน สพฺโพ อุปฺปนฺนภาโว ปฏิสิทฺโธ, น อุปฺปนฺนธมฺมภาโว เอวาติ เตน อุปฺปนฺนา วิคตา อตีตาปิ น สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพา. ยทิ หิ สงฺคหิตา สิยุํ, ‘‘อนุปฺปนฺโน ธมฺโม อุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติเอวมาทิ วุจฺเจยฺย, น ตุ วุตฺตนฺติ. อนาคตานิ วิปากกฏตฺตารูปานิ อตีเต อนาคเต วา กมฺเม ปุริมนิปฺผนฺเน เอว อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ, นานิปฺผนฺเนติ ปรินิฏฺฐิตการเณกเทสาเนว โหนฺติ, ตสฺมา ตานิ ‘‘อวสฺสํ อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ อุปฺปาทิโน ธมฺมา’’ติ วุจฺจนฺติ.

๑๘. อตฺตโน สภาวนฺติ กกฺขฬผุสนาทิสภาวํ.

๒๐. เอวํ ปวตฺตมานาติ เอวํ จกฺขาทิภาเวน ผุสนาทิภาเวน จ เอกสนฺตติปริยาปนฺนตาวเสน ปวตฺตมานา. อตฺตานํ อธิ อชฺฌตฺตาติ อธิ-สทฺโท สมาสวิสเย อธิการตฺถํ ปวตฺติอตฺถญฺจ คเหตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺตานํ อธิกิจฺจ อุทฺทิสฺส ปวตฺตา อชฺฌตฺตา. เตนาติ ยสฺส ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา อชฺฌตฺตพหิทฺธา จ สุญฺญตํ อาเนญฺชญฺจ มนสิกโรโต อชฺฌตฺตสุญฺญตาทีสุ จิตฺตํ น ปกฺขนฺทติ น ปสีทติ น สนฺติฏฺฐติ นาธิมุจฺจติ, โย จ อิติห ตตฺถ สมฺปชาโน, เตน ภิกฺขุนา. ตสฺมึเยว ปุริมสฺมึ สมาธินิมิตฺเตติ ปฐมชฺฌานาทิสมาธินิมิตฺเต. อชฺฌตฺตเมวาติ ฌานโคจเร กสิณาทิมฺหิ. จิตฺตํ สณฺฐเปตพฺพนฺติ ปฐมชฺฌานาทิจิตฺตํ สณฺฐเปตพฺพํ. อชฺฌตฺตรโตติ โคจรชฺฌตฺเต นิพฺพาเน รโต, สมาธิโคจเร กมฺมฏฺฐาเน วา รโต. ‘‘สมาหิโต เอโก สนฺตุสิโต ตมาหุ ภิกฺขุ’’นฺติ (ธ. ป. ๓๖๒) คาถาเสโส.

อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนนฺติ เอตฺถ ฌานํ สกสนฺตติปริยาปนฺนตฺตา ‘‘อชฺฌตฺต’’นฺติ วุตฺตนฺติ นิยกชฺฌตฺตตฺโถ อชฺฌตฺต-สทฺโท โหติ. อชฺฌตฺตนฺติ สกสนฺตตินิยกํ. อชฺฌตฺเต ภวา อชฺฌตฺติกาติ นิยกชฺฌตฺเตสุปิ อพฺภนฺตรา จกฺขาทโย วุจฺจนฺติ. เอตฺถ ปน อชฺฌตฺติก-สทฺโท จกฺขาทีสุ ปวตฺตมาโน ทสฺสิโต, น อชฺฌตฺตสทฺโท, อตฺถิ จ อชฺฌตฺตอชฺฌตฺติกสทฺทานํ พหิทฺธาพาหิร-สทฺทานํ วิย วิเสโส. อชฺฌตฺติกสทฺโท หิ สปรสนฺตานิเกสุ สพฺเพสุ จกฺขาทีสุ รูปาทีสุ พาหิร-สทฺโท วิย ปวตฺตติ, อชฺฌตฺต-สทฺโท ปน สกสนฺตานิเกเสฺวว จกฺขุรูปาทีสุ ตโต อญฺเญเสฺวว พหิทฺธา-สทฺโท วิย ปวตฺตตีติ ตสฺมา สทฺทโต อตฺถโต จ อสมานตฺตา น อิทเมตฺถ อุทาหรณํ ยุตฺตนฺติ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ – อชฺฌตฺเต ภวา อชฺฌตฺติกาติ อยญฺหิ วจนตฺโถ. ยญฺจ อชฺฌตฺเต ภวํ, เตน อชฺฌตฺเตเนว ภวิตพฺพํ, เตน ตํวาจกสฺส อชฺฌตฺต-สทฺทสฺส อชฺฌตฺติก-สทฺทสฺส จ สมานตฺถตา. อุภินฺนมฺปิ สทฺทานํ สมานตฺถภาวโต อชฺฌตฺตชฺฌตฺเต ปวตฺตมาเน อชฺฌตฺติก-สทฺเท อชฺฌตฺต-สทฺโท ตตฺถ ปวตฺโตติ สกฺกา วตฺตุนฺติ.

อยํ โข ปนานนฺท, วิหาโรติ วิหารสุญฺญตาสุตฺเต (ม. นิ. ๓.๑๘๗) สงฺคณิการามตาย รูปาทิรติยา จ อาทีนวํ วตฺวา ตปฺปฏิปกฺขวิหารทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อชฺฌตฺตํ สุญฺญตนฺติ วิสยภูตํ อิสฺสริยฏฺฐานภูตํ สุญฺญตํ, สุญฺญตาผลสมาปตฺตินฺติ อตฺโถ. จิตฺติสฺสรา หิ พุทฺธา ภควนฺโต ธมฺมํ เทเสนฺตาปิ ยํ มุหุตฺตํ ตุณฺหี ภวิตพฺพํ โหติ, ตํ มุหุตฺตํ ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺติ, ปเคว อญฺญสฺมึ กาเล, ตสฺมา สพฺพตฺถาปิ อิสฺสริยานํ พหุลํ ผลสมาปตฺติยํ อิสฺสริยสฺส ปวตฺตนโต ผลสมาปตฺติ ‘‘อิสฺสริยฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตา. อรหตฺตผลาธิคเมน วา ตถาคตานํ อิสฺสริยํ นิพฺพตฺตํ ตํชนเกเนว มคฺเคนาติ ตํ เตสํ อิสฺสริยฏฺฐานํ. วิสโย จ อนญฺญตฺถภาโวว ยถา ‘‘อากาเส สกุณา อุทเก มจฺฉา’’ติ, พุทฺธา จ อญฺญตฺถ ทิสฺสมานาปิ วิเวกปพฺภารตาย ผลสมาปตฺตินินฺนาว, เตน ตสฺสา ตสฺสา กิริยาย อนนฺตรํ ผลสมาปตฺติยํเยว ภวนฺตีติ สา เตสํ วิสโย, ตพฺพิสยตา จ สจฺจกสุตฺเตน (ม. นิ. ๑.๓๖๔ อาทโย) ทีเปตพฺพา.

๒๒. เยสํ ทฏฺฐพฺพภาโว อตฺถิ, เต สนิทสฺสนา. จกฺขุวิญฺญาณโคจรภาโวว ทฏฺฐพฺพภาโว, ตสฺส รูปายตนา อนญฺญตฺเตปิ อญฺเญหิ ธมฺเมหิ รูปายตนํ วิเสเสตุํ อญฺญํ วิย กตฺวา ‘‘สห นิทสฺสเนนาติ สนิทสฺสนา’’ติ วุตฺตํ. ธมฺมสภาวสามญฺเญน หิ เอกีภูเตสุ ธมฺเมสุ โย นานตฺตกโร สภาโว, โส อญฺโญ วิย กตฺวา อุปจริตุํ ยุตฺโต. เอวญฺหิ อตฺถวิเสสาวโพโธ โหตีติ. สยญฺจ นิสฺสยวเสน จ สมฺปตฺตานํ อสมฺปตฺตานญฺจ ปฏิมุขภาโว อญฺญมญฺญปตนํ ปฏิหนนภาโว, เยน พฺยาปาราทิวิการปจฺจยนฺตรสหิเตสุ จกฺขาทีนํ วิสเยสุ วิการุปฺปตฺติ.

ติกมาติกาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุกมาติกาปทวณฺณนา

๑-๖. มูลฏฺเฐนาติ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธเนน มูลภาเวน, น ปจฺจยมตฺตฏฺเฐน เหตุธมฺมา เหตู ธมฺมาติ สมาสาสมาสนิทฺเทสภาโว ทฺวินฺนํ ปาฐานํ วิเสโส. ตเถวาติ สมฺปโยคโตว. สเหตุกานํ เหตุสมฺปยุตฺตภาวโต ‘‘สมฺปโยคโต’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, น สหสทฺทสฺส สมฺปโยคตฺถตฺตา. สห-สทฺโท ปน เอกปุญฺเช อุปฺปาทโต ยาว ภงฺคา สเหตุกานํ เหตูหิ สมานเทสคหณานํ เหตุอาทิสพฺภาวํ ทีเปติ, สมฺปยุตฺต-สทฺโท เอกุปฺปาทาทิวเสน สห เหตูหิ เอกีภาวุปคมนํ, ตโต เอว จ ทฺวินฺนํ ทุกานํ นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. ธมฺมนานตฺตาภาเวปิ หิ ปทตฺถนานตฺเตน ทุกนฺตรํ วุจฺจติ. น หิ เหตุทุกสงฺคหิเตหิ ธมฺเมหิ อญฺเญ สเหตุกทุกาทีหิ วุจฺจนฺติ, เต เอว ปน สเหตุกาเหตุกาทิภาวโต สเหตุกทุกาทีหิ วุตฺตา. เอวํ สเหตุกทุกสงฺคหิตา เอว เหตุสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตภาวโต เหตุสมฺปยุตฺตทุเกน วุตฺตา. น หิ ธมฺมานํ อวุตฺตตาเปกฺขํ ทุกนฺตรวจนนฺติ นตฺถิ ปุนรุตฺติโทโส. เทเสตพฺพปฺปการชานนญฺหิ เทสนาวิลาโส ตถา เทสนาญาณญฺจาติ. เตน ธมฺมานํ ตปฺปการตา วุตฺตา โหติ. สกเลกเทสวเสน ปฐมทุกํ ทุติยตติเยหิ สทฺธึ โยเชตฺวา จตุตฺถาทโย ตโย ทุกา วุตฺตา. สกลญฺหิ ปฐมทุกํ ทุติยทุเกกเทเสน สเหตุกปเทน ตติยทุเกกเทเสน เหตุสมฺปยุตฺตปเทน จ โยเชตฺวา ยถากฺกมํ จตุตฺถปญฺจมทุกา วุตฺตา, ตถา ปฐมทุเกกเทสํ นเหตุปทํ สกเลน ทุติยทุเกน โยเชตฺวา ฉฏฺฐทุโก วุตฺโต. อิทมฺปิ สมฺภวตีติ เอเตน อวุตฺตมฺปิ สมฺภววเสน ทีปิตนฺติ ทสฺเสติ. สมฺภโว หิ คหณสฺส การณนฺติ. ยถา เหตุสเหตุกาติ อิทํ สมฺภวตีติ กตฺวา คหิตํ, เอวํ เหตุอเหตุกาติ อิทมฺปิ สมฺภวตีติ กตฺวา คเหตพฺพเมวาติ เอวํ อญฺญตฺถาปิ โยเชตพฺพํ.

เอวํ ปฐมทุกํ ทุติยตติยทุเกสุ ทุติยปเทหิ โยเชตฺวา ‘‘เหตู เจว ธมฺมา อเหตุกา จ, อเหตุกา เจว ธมฺมา น จ เหตู, เหตู เจว ธมฺมา เหตุวิปฺปยุตฺตา จ, เหตุวิปฺปยุตฺตา เจว ธมฺมา น จ เหตู’’ติ เย เทฺว ทุกา กาตพฺพา, เตสํ สมฺภววเสเนว สงฺคหํ ทสฺเสตฺวา โข ปน-ปเทน อปเรสมฺปิ ทุกานํ สงฺคหํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺร ยเทต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺราติ ปาฬิยํ. อยํ อติเรกตฺโถติ อิทานิ ยํ วกฺขติ, ตมตฺถมาห. ตตฺถ ปน อญฺเญปิ อญฺญถาปีติ เอเตสํ วิสุํ ปวตฺติยา เทฺว ทุกา ทสฺสิตา, สห ปวตฺติยา ปน อยมฺปิ ทุโก เวทิตพฺโพ ‘‘เหตู เจว ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตาปิ เหตุวิปฺปยุตฺตาปี’’ติ, เอเตสุ ปน ปญฺจสุ ทุเกสุ ทุติยทุเกน ตติยทุโก วิย, จตุตฺถทุเกน ปญฺจมทุโก วิย จ ฉฏฺฐทุเกน นินฺนานตฺถตฺตา ‘‘น เหตุ โข ปน ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตาปิ เหตุวิปฺปยุตฺตาปี’’ติ อยํ ทุโก น วุตฺโต. ทสฺสิตนินฺนานตฺถนโย หิ โส ปุริมทุเกหีติ. อิตเรสุ จตูสุ เหตู เจว อเหตุกทุเกน สมานตฺถตฺตา เหตู เจว เหตุวิปฺปยุตฺตทุโก, เหตุสเหตุกทุเกน สมานตฺถตฺตา เหตุเหตุสมฺปยุตฺตทุโก จ นเหตุเหตุสมฺปยุตฺตทุโก วิย น วตฺตพฺโพ. เตสุ ปน ทฺวีสุ ปจฺฉิมทุเก ‘‘เหตู โข ปน ธมฺมา สเหตุกา’’ติ ปทํ จตุตฺถทุเก ปฐมปเทน นินฺนานากรณตฺตา น วตฺตพฺพํ, ‘‘เหตู โข ปน ธมฺมา อเหตุกา’’ติ ปทํ ‘‘เหตู เจว ธมฺมา อเหตุกา’’ติ เอเตน นินฺนานตฺตา น วตฺตพฺพํ. อวสิฏฺเฐ ปน เอกสฺมึ ทุเก ‘‘อเหตุกา เจว ธมฺมา น จ เหตู’’ติ ปทํ ฉฏฺฐทุเก ทุติยปเทน เอกตฺถตฺตา น วตฺตพฺพํ. อิทานิ ‘‘เหตู เจว ธมฺมา อเหตุกา จา’’ติ อิทเมเวกํ ปทํ อวสิฏฺฐํ, น จ เอเกน ปเทน ทุโก โหตีติ ตญฺจ น วุตฺตนฺติ. จตุตฺถทุเก ทุติยปเทน ปน สมานตฺถสฺส ฉฏฺฐทุเก ปฐมปทสฺส วจนํ ทุกปูรณตฺถํ, เอเตน วา คติทสฺสเนน สพฺพสฺส สมฺภวนฺตสฺส สงฺคโห กโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ตถา หิ สพฺโพ สมฺภวทุโก ปฐมทุเก ทุติยตติยทุกปกฺเขเปน ทสฺสิโต, เตสุ จ ปฐมทุกปกฺเขเปนาติ.

๗-๑๓. สมานกาเลน อสมานกาเลน กาลวิมุตฺเตน จ ปจฺจเยน นิปฺผนฺนานํ ปจฺจยายตฺตานํ ปจฺจยภาวมตฺเตน เตสํ ปจฺจยานํ อตฺถิตํ ทีเปตุํ สปฺปจฺจยวจนํ, น สเหตุกวจนํ วิย สมานกาลานเมว, นาปิ สนิทสฺสนํ วิย ตํสภาวสฺส อนตฺถนฺตรภูตสฺส. สงฺขต-สทฺโท ปน สเมเตหิ นิปฺผาทิตภาวํ ทีเปตีติ อยเมเตสํ วิเสโส ทุกนฺตรวจเน การณํ. เอตฺถ จ อปฺปจฺจยา อสงฺขตาติ พหุวจนนิทฺเทโส อวินิจฺฉิตตฺถปริจฺเฉททสฺสนวเสน มาติกาฐปนโต กโตติ เวทิตพฺโพ. อุทฺเทเสน หิ กุสลาทิสภาวานํ ธมฺมานํ อตฺถิตามตฺตํ วุจฺจติ, น ปริจฺเฉโทติ อปริจฺเฉเทน พหุวจเนน อุทฺเทโส วุตฺโตติ. รูปนฺติ รูปายตนํ ปถวิยาทิ วา. ปุริมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป รูปายตนสฺส อสงฺคหิตตา อาปชฺชตีติ รุปฺปนลกฺขณํ วา รูปนฺติ อยํ อตฺถนโย วุตฺโต. ตตฺถ รูปนฺติ รุปฺปนสภาโว. น ลุชฺชติ น ปลุชฺชตีติ โย คหิโต ตถา น โหติ, โส โลโกติ ตํคหณรหิตานํ โลกุตฺตรานํ นตฺถิ โลกตา. ทุกฺขสจฺจํ วา โลโก, ตตฺถ เตเนว โลกสภาเวน วิทิตาติ โลกิยา.

เอวํ สนฺเต จกฺขุวิญฺญาเณน วิชานิตพฺพสฺส รูปายตนสฺส เตเนว นวิชานิตพฺพสฺส สทฺทายตนาทิกสฺส จ นานตฺตา ทฺวินฺนมฺปิ ปทานํ อตฺถนานตฺตโต ทุโก โหติ. เอวํ ปน ทุเก วุจฺจมาเน ทุกพหุตา อาปชฺชติ, ยตฺตกานิ วิญฺญาณานิ, ตตฺตกา ทุกา วุตฺตา สมตฺตา ฐเปตฺวา สพฺพธมฺมารมฺมณานิ วิญฺญาณานิ. เตสุ จ ทุกสฺส ปจฺเฉโท อาปชฺชติ, ตถา จ สติ ‘‘เกนจี’’ติ ปทํ สพฺพวิญฺญาณสงฺคาหกํ น สิยา, นิทฺเทเสน จ วิรุทฺธํ อิทํ วจนํ. โย จ ตตฺถ ‘‘เย เต ธมฺมา จกฺขุวิญฺเญยฺยา, น เต ธมฺมา โสตวิญฺเญยฺยาติ อยํ ทุโก น โหตี’’ติ ปฏิเสโธ กโต, โส จ กถํ ยุชฺเชยฺย. น หิ สมตฺถา อฏฺฐกถา ปาฬึ ปฏิเสเธตุนฺติ, น จ เกนจิ-สทฺทสฺส เตเนวาติ อยํ ปทตฺโถ สมฺภวติ, ‘‘เกนจี’’ติ เอตสฺส อาทิปทสฺส อนิยมิตํ ยํ กิญฺจิ เอกํ ปทตฺโถ, ตํ วตฺวา วุจฺจมานสฺส ‘‘เกนจี’’ติ ทุติยปทสฺส ยํ กิญฺจิ อปรํ อนิยมิตํ ปทตฺโถติ โลกสิทฺธเมตํ, ตเถว จ นิทฺเทโส ปวตฺโต, น เจตฺถ วิญฺญาตพฺพธมฺมเภเทน ทุกเภโท สมตฺโต อาปชฺชติ ยตฺตกา วิญฺญาตพฺพา, ตตฺตกา ทุกาติ, ตสฺมา นตฺถิ ทุกพหุตา. น หิ เอกํเยว วิญฺญาตพฺพํ เกนจิ วิญฺเญยฺยํ เกนจิ น วิญฺเญยฺยญฺจ, กินฺตุ อปรมฺปิ อปรมฺปีติ สพฺพวิญฺญาตพฺพสงฺคเห ทุโก สมตฺโต โหติ, เอวญฺจ สติ ‘‘เกนจี’’ติ ปทํ อนิยเมน สพฺพวิญฺญาณสงฺคาหกนฺติ สิทฺธํ โหติ, วิญฺญาณนานตฺเตน จ วิญฺญาตพฺพํ ภินฺทิตฺวา อยํ ทุโก วุตฺโต, น วิญฺญาตพฺพานํ อตฺถนฺตรตายาติ. เอตสฺส ปน ทุกสฺส นิกฺเขปราสินิทฺเทโส ทุกสงฺคหิตธมฺเมกเทเสสุ ทุกปททฺวยปฺปวตฺติทสฺสนวเสน ปวตฺโต. อตฺถุทฺธารนิทฺเทโส นิรวเสสทุกสงฺคหิตธมฺมทสฺสนวเสนาติ เวทิตพฺโพ.

๑๔-๑๙. จกฺขุโตปิ…เป… มนโตปีติ จกฺขุวิญฺญาณาทิวีถีสุ ตทนุคตมโนวิญฺญาณวีถีสุ จ กิญฺจาปิ กุสลาทีนมฺปิ ปวตฺติ อตฺถิ, กามาสวาทโย เอว ปน วณโต ยูสํ วิย ปคฺฆรณกอสุจิภาเวน สนฺทนฺติ, ตสฺมา เต เอว ‘‘อาสวา’’ติ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ หิ ปคฺฆรณกอสุจิมฺหิ นิรุโฬฺห อาสวสทฺโทติ. ธมฺมโต ยาว โคตฺรภุนฺติ ตโต ปรํ มคฺคผเลสุ อปฺปวตฺติโต วุตฺตํ. เอเต หิ อารมฺมณกรณวเสน ธมฺเม คจฺฉนฺตา ตโต ปรํ น คจฺฉนฺตีติ. นนุ ตโต ปรํ ภวงฺคาทีนิปิ คจฺฉนฺตีติ เจ? น, เตสมฺปิ ปุพฺเพ อาลมฺพิเตสุ โลกิยธมฺเมสุ สาสวภาเวน อนฺโตคธตฺตา ตโต ปรตาภาวโต. เอตฺถ จ โคตฺรภุวจเนน โคตฺรภุโวทานผลสมาปตฺติปุเรจาริกปริกมฺมานิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ, ปฐมมคฺคปุเรจาริกเมว วา โคตฺรภุ อวธินิทสฺสนภาเวน คหิตํ, ตโต ปรํ มคฺคผลสมานตาย ปน อญฺเญสุ มคฺเคสุ มคฺควีถิยํ ผลสมาปตฺติวีถิยํ นิโรธานนฺตรญฺจ ปวตฺตมาเนสุ ผเลสุ นิพฺพาเน จ ปวตฺติ นิวาริตา อาสวานนฺติ เวทิตพฺพา. สวนฺตีติ คจฺฉนฺติ. ทุวิโธ หิ อวธิ อภิวิธิวิสโย อนภิวิธิวิสโย จ. อภิวิธิวิสยํ กิริยา พฺยาเปตฺวา ปวตฺตติ ‘‘อาภวคฺคา ภควโต ยโส คโต’’ติ, อิตรํ พหิ กตฺวา ‘‘อาปาฏลิปุตฺตา วุฏฺโฐ เทโว’’ติ. อยญฺจ อา-กาโร อภิวิธิอตฺโถ อิธ คหิโตติ ‘‘อนฺโตกรณตฺโถ’’ติ วุตฺตํ.

จิรปาริวาสิยฏฺโฐ จิรปริวุตฺถตา ปุราณภาโว. อาทิ-สทฺเทน ‘‘ปุริมา, ภิกฺขเว, โกฏิ น ปญฺญายติ ภวตณฺหายา’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๒) อิทํ สุตฺตํ สงฺคหิตํ. อวิชฺชาสวภวาสวานญฺจ จิรปริวุตฺถตาย ทสฺสิตาย ตพฺภาวภาวีนํ กามาสวทิฏฺฐาสวานญฺจ จิรปริวุตฺถตา ทสฺสิตา โหติ. อญฺเญสุปิ ยถาวุตฺเต ธมฺเม โอกาสญฺจ อารมฺมณํ กตฺวา ปวตฺตมาเนสุ มานาทีสุ วิชฺชมาเนสุ อตฺตตฺตนิยาทิคฺคาหวเสน อภิพฺยาปนํ มทกรณวเสน อาสวสทิสตา จ เอเตสํเยว, นาญฺเญสนฺติ เอเตเสฺวว อาสวสทฺโท นิรุโฬฺห ทฏฺฐพฺโพ. อายตํ วา สวนฺติ ผลนฺตีติ อาสวา. น หิ กิญฺจิ สํสารทุกฺขํ อาสเวหิ วินา อุปฺปชฺชมานํ อตฺถีติ. อารมฺมณภาเวน เย ธมฺมา วโณ วิย อาสเว ปคฺฆรนฺติ, เต อสมฺปโยเค อตพฺภาเวปิ สห อาสเวหีติ สาสวา, อาสววนฺโตติ อตฺโถ.

โอสานทุเก ‘‘โน อาสวา โข ปนา’’ติ อวตฺวา ‘‘อาสววิปฺปยุตฺตา โข ปนา’’ติ วจนํ สาสวานํ สเหตุกานํ วิย สมฺปยุตฺเตหิ ตํสหิตตา น โหตีติ ทสฺสนตฺถํ. เอวํ เสสโคจฺฉเกสุปิ ยถาสมฺภวํ วิปฺปยุตฺตคฺคหเณ ปโยชนํ ทฏฺฐพฺพํ. อปิจ ‘‘โน อาสวา โข ปน ธมฺมา สาสวา’’ติ อิทํ ปทํ จตุตฺถทุเก ทุติยปเทน นินฺนานํ, น จ เอเกน ทุโก โหติ, ตสฺมา อาสววิปฺปยุตฺตปทเมว คเหตฺวา โอสานทุกโยชนา ญายาคตาติ กตา. เหตุโคจฺฉเก ปน เหตุวิปฺปยุตฺตานํ สเหตุกตา นตฺถีติ เต คเหตฺวา ทุกโยชนาย อสกฺกุเณยฺยตฺตา นเหตุปทํ คเหตฺวา โอสานทุกโยชนา กตา. เย วา ปน ปฐเม ทุเก ทุติยสฺส ปกฺเขเป เอโก, ตติยสฺส เทฺว, ปฐมสฺส ทุติเย เอโก, ตติเย เทฺว, ทุติยสฺส ตติเย เอโก, ทุติเย จ ตติยสฺส เอโกติ อฏฺฐ ทุกา ลพฺภนฺติ, เตสุ ตีหิ อิตเร จ นยโต ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา. เอส นโย เสสโคจฺฉเกสุปิ.

๒๐-๒๕. กิเลสกมฺมวิปากวฏฺฏานํ ปจฺจยภาเวน ตตฺถ สํโยเชนฺติ, สติปิ อญฺเญสํ ตปฺปจฺจยภาเว น วินา สํโยชนานิ เตสํ ตปฺปจฺจยภาโว อตฺถิ, โอรมฺภาคิยุทฺธมฺภาคิยสงฺคหิเตหิ จ ตํตํภวนิพฺพตฺตกกมฺมนิยโม ภวนิยโม จ โหติ, น จ อุปจฺฉินฺนสํโยชนสฺส กตานิปิ กมฺมานิ ภวํ นิพฺพตฺเตนฺตีติ. สํโยเชตพฺพาติ วา สํโยชนิยา, สํโยชเน นิยุตฺตาติ วา. ทูรคตสฺสปิ อากฑฺฒนโต นิสฺสริตุํ อปฺปทานวเสน พนฺธนํ สํโยชนํ, คนฺถกรณํ สงฺขลิกจกฺกลกานํ วิย ปฏิพทฺธตากรณํ วา คนฺถนํ คนฺโถ, สํสิลิสกรณํ โยชนํ โยโคติ อยเมเตสํ วิเสโสติ เวทิตพฺโพ. ธมฺมานํ สภาวกิจฺจวิเสสญฺญุนา ปน ภควตา สมฺปยุตฺเตสุ อารมฺมเณสุ ตปฺปจฺจเยสุ จ เตหิ เตหิ นิปฺผาทิยมานํ ตํ ตํ กิจฺจวิเสสํ ปสฺสนฺเตน เต เต ธมฺมา ตถา ตถา อาสวสํโยชนคนฺถาทิวเสน วุตฺตาติ ‘‘กิมตฺถํ เอเตเยว ธมฺมา เอวํ วุตฺตา, กสฺมา จ วุตฺตา เอว ปุน วุตฺตา’’ติ น โจเทตพฺพเมตํ.

๒๖-๓๗. คนฺถนิยาติ เอตฺถ อยมญฺโญ อตฺโถ ‘‘คนฺถกรณํ คนฺถนํ, คนฺถเน นิยุตฺตาติ คนฺถนิยา, คนฺถยิตุํ สกฺกุเณยฺยา, คนฺถยิตุํ อรหนฺตีติ วา คนฺถนิยา’’ติ. เอวํ โอฆนิยาทีสุปิ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาติกฺกมตีติ เอตํ ธาตฺวตฺถํ คเหตฺวา โอฆนิยาติ ปทสิทฺธิ กตา.

๕๐-๕๔. ธมฺมสภาวํ อคฺคเหตฺวา ปรโต อามสนฺตีติ ปรามาสา. ปรโตติ นิจฺจาทิโต. อามสนฺตีติ สภาวปฏิเสเธน ปริมชฺชนฺติ.

๕๕-๖๘. สภาวโต วิชฺชมานํ อวิชฺชมานํ วา วิจิตฺตสญฺญาย สญฺญิตํ อารมฺมณํ อคฺคเหตฺวา อปฺปวตฺติโต อาลมฺพมานา ธมฺมา สารมฺมณา. จินฺตนํ คหณํ อารมฺมณูปลทฺธิ. เจตสิ นิยุตฺตา, เจตสา สํสฏฺฐา วา เจตสิกา. ทุพฺพิญฺเญยฺยนานตฺตตาย เอกีภาวมิวุปคมนํ นิรนฺตรภาวุปคมนํ. เยสํ รูปานํ จิตฺตํ สหชาตปจฺจโย โหติ, เตสํ จิตฺตสฺส จ สุวิญฺเญยฺยนานตฺตนฺติ นิรนฺตรภาวานุปคมนํ เวทิตพฺพํ. เอกโต วตฺตมานาปีติ อปิ-สทฺโท โก ปน วาโท เอกโต อวตฺตมานาติ เอตมตฺถํ ทีเปติ. อิทเมตฺถ วิจาเรตพฺพํ – อวินิพฺโภครูปานํ กึ อญฺญมญฺญํ สํสฏฺฐตา, อุทาหุ วิสํสฏฺฐตาติ? วิสุํ อารมฺมณภาเวน สุวิญฺเญยฺยนานตฺตตฺตา น สํสฏฺฐตา, นาปิ วิสํสฏฺฐตา สํสฏฺฐาติ อนาสงฺกนียสภาวตฺตา. จตุนฺนญฺหิ ขนฺธานํ อญฺญมญฺญํ สํสฏฺฐสภาวตฺตา รูปนิพฺพาเนหิปิ โส สํสฏฺฐภาโว อตฺถิ นตฺถีติ สิยา อาสงฺกา, ตสฺมา เตสํ อิตเรหิ, อิตเรสญฺจ เตหิ วิสํสฏฺฐสภาวตา วุจฺจติ, น ปน รูปานํ รูเปหิ กตฺถจิ สํสฏฺฐตา อตฺถีติ ตทาสงฺกาภาวโต วิสํสฏฺฐตา จ รูปานํ รูเปหิ น วุจฺจตีติ. เอส หิ เตสํ สภาโวติ. จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานาทิปเทสุ สํสฏฺฐสมุฏฺฐานาทิสทฺทา จิตฺตสทฺทาเปกฺขาติ ปจฺเจกํ จิตฺตสทฺทสมฺพนฺธตฺตา จิตฺตสํสฏฺฐา จ เต จิตฺตสมุฏฺฐานา จาติ ปจฺเจกํ โยเชตฺวา อตฺโถ วุตฺโต. อุปาทิยนฺเตวาติ ภูตานิ คณฺหนฺติ เอว, นิสฺสยนฺติ เอวาติ อตฺโถ. ยถา ภูตานิ อุปาทิยนฺติ คยฺหนฺติ นิสฺสียนฺติ, น ตถา เอตานิ คยฺหนฺติ นิสฺสียนฺติ, ตสฺมา อุปาทา. อถ วา ภูตานิ อมุญฺจิตฺวา เตสํ วณฺณนิภาทิภาเวน คเหตพฺพโต อุปาทา.