กามาวจรกุสลํ

นิทฺเทสวารกถาวณฺณนา

๒. ผุสนกวเสนาติ สนฺเต อสนฺเตปิ วิสเย อาปาถคเต จิตฺตสฺส สนฺนิปตนวเสน ‘‘จิตฺตํ มโน’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๖, ๑๗) วิย กิจฺจวิเสสํ, ‘‘มานส’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. ๖, ๑๗) วิย สมาเน อตฺเถ สทฺทวิเสสํ, ‘‘ปณฺฑร’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. ๖, ๑๗) วิย คุณวิเสสํ, ‘‘เจตสิกํ สาต’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. ๒, ๑๘) วิย นิสฺสยวิเสสํ, ‘‘จิตฺตสฺส ฐิตี’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๕, ๒๔) วิย อญฺญสฺส อวตฺถาภาววิเสสํ, ‘‘อลุพฺภนา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๓๒) วิย อญฺญสฺส กิริยาภาววิเสสํ, ‘‘อลุพฺภิตตฺต’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. ๓๒) วิย อญฺญสฺส กิริยาภาวภูตตาวิเสสนฺติอาทิกํ อนเปกฺขิตฺวา ธมฺมมตฺตทีปนํ สภาวปทํ. ผุสนฺตสฺส หิ จิตฺตสฺส ผุสนกิริยา ผุสนากาโร. สมฺผุสนาติ อารมฺมณสมาคมผุสนา, น ปฏิลาภสมฺผุสนา. สมฺผุสิตสฺส อารมฺมเณน สมาคตสฺส จิตฺตสฺส ภาโว สมฺผุสิตตฺตํ. ยสฺมึ สติ จิตฺตํ สมฺผุสิตนฺติ วุจฺจติ, โส ตสฺส ภาโว. เอวํ อญฺเญสุปิ ภาวนิทฺเทเสสุ ทฏฺฐพฺพํ.

อปรสฺส เววจนสฺส, อปเรน วา ปุริมตฺถสฺส ทีปนา อปรทีปนา. ‘‘ปณฺฑิจฺจํ โกสลฺล’’นฺติ เอวมาทโย ปญฺญาวิเสสา นานากาเล ลพฺภมานาปิ เอกสฺมึ จิตฺเต ลพฺภนฺติ. เอกสฺมิญฺจ วิเสเส อิตเรปิ อนุคตา โหนฺตีติ ทสฺเสตุํ ตถา วิภตฺติ อตฺถโต วิภตฺติ โหติ อตฺถนานตฺเตน กตตฺตา. อถ วา ยถา ‘‘โกโธ กุชฺฌนา กุชฺฌิตตฺต’’นฺติ (ธ. ส. ๑๐๖๖) สภาวาการภาวนิทฺเทเสหิ โกโธติ เอวมากาโรว อตฺโถ วุตฺโต, น เอวมิธ, อิธ ปน ปณฺฑิตาทิภาวาการภินฺโน อตฺโถ วุตฺโตติ อิทํ วิภตฺติคมนํ อตฺถวเสน โหติ. สมฺผุสิตตฺตนฺติ เอตฺถาปิ น ‘‘ผสฺโส’’ติ เอวมากาโรว อตฺโถ วุตฺโต. สมฺผสฺโสติ เอวมากาโร ปน วุตฺโตติ อตฺถโต วิภตฺติคมนนฺติ วุตฺตํ.

โทโส พฺยาปาโทติ อุทฺเทเสปิ นามนานตฺเตน นานาภูโต อุทฺทิฏฺโฐ. นิทฺเทเสปิ เตเนว นานตฺเตน นิทฺทิฏฺโฐ. เอโกว ขนฺโธ โหตีติ เอเกน ขนฺธสทฺเทน วตฺตพฺพตํ สนฺธายาห. เจตนาติ สงฺขารกฺขนฺธํ ทสฺเสติ ตปฺปมุขตฺตา. อสทฺธมฺมาติ อสตํ, อสนฺโต วา ธมฺมา, น วา สทฺธมฺมาติ อสทฺธมฺมาติ อสทฺธมฺมวจนียภาเวน เอกีภูโตปิ อสทฺธมฺโม โกธครุตาทิวิสิฏฺเฐน สทฺธมฺมครุตาปฏิกฺเขปนานตฺเตน นานตฺตํ คโตติ ‘‘จตฺตาโร’’ติ วุตฺตํ. น สทฺธมฺมครุตาติ วุจฺจมานา วา อสทฺธมฺมครุตา อสทฺธมฺมครุตาภาเวน เอกีภูตาปิ โกธาทิวิสิฏฺฐปฏิกฺเขปนานตฺเตน นานตฺตํ คตา. ปฏิปกฺโข วา ปฏิกฺขิปียติ เตน, สยํ วา ปฏิกฺขิปตีติ ปฏิกฺเขโปติ วุจฺจตีติ สทฺธมฺมครุตาปฏิกฺเขปนานตฺเตน อสทฺธมฺมครุตา อสทฺธมฺมา วา นานตฺตํ คตา. อโลโภติอาทีนํ ผสฺสาทีหิ นานตฺตํ โลภาทิวิสิฏฺเฐน ปฏิกฺเขเปน โลภาทิปฏิปกฺเขน วา เวทิตพฺพํ. อโลภาโทสาโมหานํ อญฺญมญฺญนานตฺตํ ยถาวุตฺเตน ปฏิกฺเขปนานตฺเตน โยเชตพฺพํ. ปทตฺถสฺส ปทนฺตเรน วิภาวนํ ปทตฺถุติ. เตน หิ ตํ ปทํ มหตฺถนฺติ ทีปิตํ โหติ อลงฺกตญฺจาติ. อตฺถวิเสสาภาเวปิ อาภรณวเสน จ อาทรวเสน จ ปุน วจนํ ทฬฺหีกมฺมํ.

๓. ตชฺชนฺติ ตสฺส ผลสฺส อนุจฺฉวิกํ. น เกวลํ นิทฺทิสิยมานํ สาตเมว อธิกตํ, อถ โข ยถานิทฺทิฏฺฐานิ อารมฺมณานิปีติ ‘‘เตหิ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺส วา ชาตา การณภาเวน ผสฺสตฺถํ ปวตฺตาติ ตชฺชา. ตํสมงฺคีปุคฺคลํ, สมฺปยุตฺตธมฺเม วา อตฺตนิ สาทยตีติ สาตํ ท-การสฺส ต-การํ กตฺวา. สุฏฺฐุ ขาทติ, ขณติ วา ทุกฺขนฺติ สุขํ.

๕. ปาโสติ ราคปาโส. โส หิ นิราวรณตฺตา อนฺตลิกฺขจโร. อกุสลมฺปิ ปณฺฑรนฺติ วุตฺตํ, โก ปน วาโท กุสลนฺติ อธิปฺปาโย. ตญฺหิ ปณฺฑรโต นิกฺขนฺตํ สยญฺจ ปณฺฑรนฺติ. อถ วา สพฺพมฺปิ จิตฺตํ สภาวโต ปณฺฑรเมว, อาคนฺตุโกปกฺกิเลสโวทาเนหิ ปน สาวชฺชานวชฺชานํ อุปกฺกิลิฏฺฐวิสุทฺธตรตา โหนฺตีติ. ทารุปฺปมาเณสุ สิลาทีสุ ขนฺธปญฺญตฺติยา อภาวา กิญฺจิ นิมิตฺตํ อนเปกฺขิตฺวา ทารุมฺหิ ปวตฺตา ขนฺธปญฺญตฺตีติ ‘‘ปณฺณตฺติมตฺตฏฺเฐนา’’ติ วุตฺตํ. ตํ-สทฺเทน มโนวิญฺญาณธาตุเยว วุจฺเจยฺย นิทฺทิสิตพฺพตฺตาติ น ตสฺสา ตชฺชตา. เตหิ อารมฺมเณหิ ชาตา ตชฺชาติ จ วุจฺจมาเน สมฺผสฺสชตา น วตฺตพฺพา. น หิ โส อารมฺมณํ, นาปิ วิเสสปจฺจโย. ‘‘ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส’’ติ วิญฺญาณเมว ผสฺสสฺส วิเสสปจฺจโยติ วุตฺโตติ ตสฺมา น วิญฺญาณํ วิเสสปจฺจยภูตํ สมฺผสฺสชตาย ตชฺชามโนวิญฺญาณธาตุสมฺผสฺสชาปญฺญตฺตึ ลภติ, น จ ตเทว ตสฺส การณภาเวน ผลภาเวน จ วุจฺจมานํ สุวิญฺเญยฺยํ โหตีติ. กึ วา เอเตน, ยถา ภควตา วุตฺตา ตํสภาวาเยว เต ธมฺมาติ น เอวํวิเธสุ การณํ มคฺคิตพฺพํ.

๗. เอวํ ตกฺกนวเสน โลกสิทฺเธนาติ อธิปฺปาโย. เอวญฺเจวญฺจ ภวิตพฺพนฺติ วิวิธํ ตกฺกนํ กูเป วิย อุทกสฺส อารมฺมณสฺส อากฑฺฒนํ วิตกฺกนํ.

๘. สมนฺตโต จรณํ วิจรณํ.

๙. อตฺตมนตาติ เอตฺถ อตฺต-สทฺเทน น จิตฺตํ วุตฺตํ. น หิ จิตฺตสฺส มโน อตฺถีติ. อตฺตมนสฺส ปน ปุคฺคลสฺส ภาโว อตฺตมนตาติ วตฺวา ปุน ปุคฺคลทิฏฺฐินิเสธนตฺถํ ‘‘จิตฺตสฺสา’’ติ วุตฺตํ.

๑๑. น พลวตี, กสฺมา อวฏฺฐิติ วุตฺตาติ? เอกคฺคจิตฺเตน ปาณวธาทิกรเณ ตถา อวฏฺฐานมตฺตภาวโต. วิรูปํ, วิวิธํ วา สํหรณํ วิกิรณํ วิสาหาโร, สํหรณํ วา สมฺปิณฺฑนํ, ตทภาโว วิสาหาโร.

๑๒. อญฺญสฺมึ ปริยาเยติ อญฺญสฺมึ การเณ. สมานาธิกรณภาโว ทฺวินฺนํ พหูนํ วา ปทานํ เอกสฺมึ อตฺเถ ปวตฺติ.

๑๓. อารมฺภติ จาติ อาปชฺชติ จ. อุทฺธํ ยมนํ อุยฺยาโม. ธุรนฺติ นิปฺผาเทตุํ อารทฺธํ กุสลํ, ปฏิญฺญํ วา.

๑๔. ติณฺณนฺติ พุทฺธาทีนํ. จิตฺเต อารมฺมณสฺส อุปฏฺฐานํ โชตนญฺจ สติเยวาติ ตสฺสา เอตํ ลกฺขณํ.

๑๖. ปาสาณสกฺขรวาลิกาทิรหิตา ภูมิ สณฺหาติ ‘‘สณฺหฏฺเฐนา’’ติ วุตฺตํ.

๑๙. อยนฺตีติ เอกกมฺมนิพฺพตฺตมนุสฺสาทิสนฺตติอวิจฺเฉทวเสน ปวตฺตนฺติ. กุสลากุสเลสุปิ หิ ชีวิตํ อินฺทฺริยปจฺจยภาเวน สมฺปยุตฺเต ปวตฺตยมานเมว ตทวิจฺเฉทสฺส ปจฺจโย โหติ.

๓๐. ยํ หิรียตีติ หิรียติ-สทฺเทน วุตฺโต ภาโว ยํ-สทฺเทน วุจฺจตีติ ยนฺติ ภาวนปุํสกํ วา เอตํ ทฏฺฐพฺพํ. หิริยิตพฺเพนาติ จ เหตุอตฺเถ กรณวจนํ ยุชฺชติ.

๓๒. อลุพฺภนกวเสนาติ เอตฺถ อลุพฺภนเมว อลุพฺภนกนฺติ ภาวนิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ.

๓๓. อพฺยาปชฺโชติ พฺยาปาเทน ทุกฺเขน โทมนสฺสสงฺขาเตน โทเสน วิย น พฺยาปาเทตพฺโพติปิ อตฺโถ ยุชฺชติ.

๔๒-๔๓. ถินมิทฺธาทิปฏิปกฺขภาเวน กุสลธมฺเม อนิจฺจาทิมนสิกาเร จ สีฆํ สีฆํ ปริวตฺตนสมตฺถตา ลหุปริณามตา, อวิชฺชานีวรณานญฺหิ ตณฺหาสํโยชนานํ สตฺตานํ อกุสลปฺปวตฺติ ปกติภูตาติ น ตตฺถ ลหุปริณามตาย อตฺโถ. เตสญฺจ ภาโว ครุตาเยวาติ ตพฺพิธุรสภาวานํ ลหุตา ทฏฺฐพฺพา. สา หิ ปวตฺตมานา สีฆํ ภวงฺควุฏฺฐานสฺส ปจฺจโย โหติ.

๔๔-๔๕. เย จ ธมฺมา โมหสมฺปยุตฺตา วิย อวิปนฺนลหุตา, เตสญฺจ กุสลกรเณ อปฺปฏิฆาโต มุทุตา. อปฺปฏิฆาเตน มุทุตาทิรูปสทิสตาย อรูปธมฺมานมฺปิ มุทุตา มทฺทวตาติอาทิ วุตฺตํ.

๔๖-๔๗. สิเนหวเสน กิลินฺนํ อติมุทุกํ จิตฺตํ อกมฺมญฺญํ โหติ วิลีนํ วิย สุวณฺณํ, มานาทิวเสน อติถทฺธญฺจ อตาปิตํ วิย สุวณฺณํ, ยํ ปนานุรูปมุทุตายุตฺตํ, ตํ กมฺมญฺญํ โหติ ยุตฺตมทฺทวํ วิย สุวณฺณํ. ตสฺเสว มุทุกสฺส โย กมฺมญฺญากาโร, สา กมฺมญฺญตาติ มุทุตาวิสิฏฺฐา กมฺมญฺญตา เวทิตพฺพา.

๕๐-๕๑. ปจฺโจสกฺกนภาเวน ปวตฺตํ อกุสลเมว ปจฺโจสกฺกนํ. เอกวีสติ อเนสนา นาม เวชฺชกมฺมํ กโรติ, ทูตกมฺมํ กโรติ, ปหิณกมฺมํ กโรติ, คณฺฑํ ผาเลติ, อรุมกฺขนํ เทติ, อุทฺธํวิเรจนํ เทติ, อโธวิเรจนํ เทติ, นตฺถุเตลํ ปจติ, จกฺขุเตลํ ปจติ, เวฬุทานํ เทติ, ปณฺณทานํ เทติ, ปุปฺผทานํ เทติ, ผลทานํ เทติ, สินานทานํ เทติ, ทนฺตกฏฺฐทานํ เทติ, มุโขทกทานํ เทติ, จุณฺณทานํ เทติ, มตฺติกาทานํ เทติ, จาฏุกกมฺมํ กโรติ, มุคฺคสูปิยํ, ปาริภฏฺยํ, ชงฺฆเปสนิยํ ทฺวาวีสติมํ ทูตกมฺเมน สทิสํ, ตสฺมา เอกวีสติ. ฉ อโคจรา เวสิยาโคจโร, วิธวา, ถุลฺลกุมารี, ปณฺฑก, ปานาคาร, ภิกฺขุนีอโคจโรติ. สงฺเขปโตติ สรูเปน อนุทฺทิฏฺฐตฺตา ‘‘ตตฺถ กตโม ฉนฺโท’’ติอาทิ น สกฺกา วตฺตุนฺติ ‘‘โย ฉนฺโท ฉนฺทิกตา’’ติอาทินิทฺเทสํ สงฺขิปิตฺวา ‘‘เย วา ปนา’’ติ นิทฺเทโส กโตติ อตฺโถ.

นิทฺเทสวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โกฏฺฐาสวารวณฺณนา

๕๘-๑๒๐. นิทฺเทสวาเร ปุจฺฉาทีนํ ปจฺเจกํ อเนกตฺเตปิ ปุจฺฉาทิภาเวน เอกตฺตํ อุปเนตฺวา จตุปริจฺเฉทตา วุตฺตา. จตฺตาโร เทฺวติ เอวมาทิกํ สงฺขิปิตฺวา สห วา คหณํ สงฺคโห. ฐเปตฺวา เยวาปนเกติ สงฺคเหตพฺเพ สนฺธาย วุตฺตํ. เต หิ วิสุํ วิสุํ อุทฺทิฏฺฐตฺตา นิทฺทิฏฺฐตฺตา จ วิปฺปกิณฺณาติ สงฺคเหตพฺพา โหนฺติ, น เยวาปนกา สงฺคหคมเนเนว ตถา อวิปฺปกิณฺณตฺตา. ยสฺมา ปน สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนา โหนฺติ, ตสฺมา ตํนิทฺเทเส อขนฺธภาวนิวารณตฺถํ เยวาปนาเตฺวว วุตฺตาติ น เยวาปนกา ฐเปตพฺพาติ. ปจฺจยสงฺขาเตนาติ อาหารปจฺจยสงฺขาเตนาติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา ‘‘เหตุ ปจฺจโย’’ติ เอเตสุ ทฺวีสุ ชนโก เหตุ อุปตฺถมฺภโก ปจฺจโยติ เอวํ วิเสสวนฺเตสุ ปจฺจยสงฺขาเตน. ยถา หิ กพฬีการาหาโร โอชฏฺฐมกรูปาหรเณน รูปกายํ อุปตฺถมฺเภติ, เอวมิเมปิ เวทนาทิอาหรเณน นามกายนฺติ. ตถา จ โหนฺตีติ สาธารเณ สหชาตาทิปจฺจเย สนฺธายาห. อญฺญถา จาติ อญฺเญน จ เอเกนากาเรน ปจฺจยา โหนฺติเยวาติ อาหาราติ วุจฺจนฺตีติ อตฺโถ. ตสฺมา อาหรณกิจฺจรหิตานํ เหตุอธิปติอาทีนํ นตฺถิ อาหารภาวปฺปสงฺโค. ติสฺโส จ เวทนา อาหรตีติอาทิ ยถาสมฺภววเสน วุตฺตํ, น อิมสฺมึเยว จิตฺเต ผสฺสาทิวเสน. ตโย จ ภเวติ กามาทิภวภูตํ วิญฺญาณํ วิเสเสน, อวิเสเสน จ ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ.

อารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา นิชฺฌายนํ จินฺตนํ อุปนิชฺฌายนํ. เหตฺวฏฺเฐนาติ อุปายตฺเถน, น มูลตฺเถน. ปุพฺพภาเค คโต ปฏิปนฺโน นานากฺขณิโก อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โลกุตฺตรกฺขเณว สห ปวตฺโต ยถาคตมคฺโคติ วุตฺโต. วิปสฺสนากฺขณโต ปุพฺเพว กายกมฺมาทีนํ สุปริสุทฺธตาย อฏฺฐงฺคิกมคฺคุปนิสฺสยสฺส ‘‘อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๓๑) เอวํ วุตฺเตน ปริยาเยน ปุพฺพภาคมคฺคสฺส อฏฺฐงฺคิกตา ยถาคตวจเนน ทีปิตา, น เอกกฺขเณ อฏฺฐนฺนํ องฺคานํ สพฺภาวาติ เอวมสฺสปิ ปริยายเทสนตา เวทิตพฺพา. วิชานนเมว จิตฺตวิจิตฺตตาติ ‘‘จิตฺตวิจิตฺตฏฺเฐน เอโกว ธมฺโม วิญฺญาณกฺขนฺโธ’’ติ อาห. จตฺตาโร ขนฺธา โหนฺตีติอาทีสุ เวทนากฺขนฺธาทีนํ สงฺคเห กเตปิ ปุน ‘‘เอโก เวทนากฺขนฺโธ โหตี’’ติอาทิวจนํ น อเนเก เวทนากฺขนฺธาทโย ชาตินิทฺเทเสน อิธ วุตฺตาติ ทสฺสนตฺถํ. อินฺทฺริเยสุ จ เอกสฺส ชาตินิทฺเทสภาเว ปฏิกฺขิตฺเต อญฺเญสํ อินฺทฺริยานํ อาหาราทีนญฺจ ตปฺปฏิกฺเขโป กโต โหตีติ ปุพฺพงฺคมสฺส มนินฺทฺริยสฺเสว กโตติ ทฏฺฐพฺโพ.

โกฏฺฐาสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สุญฺญตวารวณฺณนา

๑๒๑-๑๔๕. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ยถาวุตฺเต สมเย, เอเตสุ วา ธมฺเมสุ. ภาโวติ สตฺโต, โย โกจิ วา อตฺโถ.

ทุติยจิตฺตาทิวณฺณนา

๑๔๖. สปฺปโยเคนาติ ลีนสฺส จิตฺตสฺส อุสฺสาหนปโยคสหิเตน. สอุปาเยนาติ กุสลสฺส กรณากรเณสุ อาทีนวานิสํสปจฺจเวกฺขณํ ปเรหิ อุสฺสาหนนฺติ เอวมาทิอุปายสหิเตน.

๑๕๖-๑๕๙. มหาอฏฺฐกถายํ อนุญฺญาตา นาติสมาหิตาย ภาวนายาติ เยวาปนเกหิปิ นิพฺพิเสสตํ ทสฺเสติ.

ปุญฺญกิริยวตฺถาทิกถาวณฺณนา

อปจิติ เอว อปจิติสหคตํ ปุญฺญกิริยาวตฺถุ ยถา ‘‘นนฺทิราคสหคตา’’ติ. อปจิติ วา เจตนาสมฺปยุตฺตกธมฺมา กายวจีกิริยา วา, ตํสหิตา เจตนา อปจิติสหคตํ. หิตผรเณนาติ เทสเก เมตฺตาผรเณน, ‘‘เอวํ เม หิตํ ภวิสฺสตี’’ติ ปวตฺเตน หิตจิตฺเตน วา. กมฺมสฺสกตาญาณํ ทิฏฺฐิชุกมฺมํ. นิยมลกฺขณนฺติ มหปฺผลตานิยมสฺส ลกฺขณํ. สีลมเย สงฺคหํ คจฺฉนฺติ จาริตฺตวเสน. อนวชฺชวตฺถุํ ปริจฺจชนฺโต วิย อพฺภนุโมทมาโนปิ ปรสฺส สมฺปตฺติยา โมทตีติ อพฺภนุโมทนา ทานมเย สงฺคหิตา. ภาเวนฺโตปีติ อสมตฺตภาวนํ สนฺธายาห. สมตฺตา หิ อปฺปนา โหตีติ. อฏฺเฐว โกฏฺฐาเส กตฺวาติ เอกสฺส สตฺตสฺส เอกสฺมึ ขเณ อุปฺปนฺนเมกํ ปฐมจิตฺตํ ทสฺเสตฺวา อญฺญานิ ตาทิสานิ อทสฺเสนฺเตน สพฺพานิ ตานิ สริกฺขฏฺเฐน เอกีกตานิ โหนฺติ, ตถา เสสานิปีติ เอวํ อฏฺฐ กตฺวา.

กามาวจรกุสลวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

รูปาวจรกุสลํ

จตุกฺกนโย

ปฐมชฺฌานกถาวณฺณนา

๑๖๐. อุตฺตรปทโลปํ กตฺวา รูปภโว รูปนฺติ วุตฺโต. ฌานสฺส อมคฺคภาเวปิ สติ มคฺควจนํ อญฺญมคฺคภาวนิวารณตฺถนฺติ อิมสฺมึ อตฺเถ มคฺคคฺคหณสฺส ปโยชนํ วุตฺตํ, น สพฺพสฺส กุสลชฺฌานสฺส มคฺคภาโวติ. ตตฺถ มคฺคสฺส ภาวนาย สมยววตฺถานสฺส กตตฺตา อมคฺคภาวนาสมเย ปวตฺตานํ ผสฺสาทีนํ กุสลภาโว น ทสฺสิโต สิยา, ตสฺมา สพฺพสฺส มคฺคภาโว ทสฺเสตพฺโพติ. อิโต อญฺโญ มคฺโค นตฺถีติ เอวํ อญฺญภูมิกวิธุโร สติ ปจฺจยนฺตเร รูปูปปตฺติชนกสภาโว วิปากธมฺมสภาโว วิย วิปากธมฺมวเสน สพฺพสมาโน มคฺคสทฺเทน วุตฺโตติ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ. กุสลํ ทานนฺติ อโลโภ ทฏฺฐพฺโพ. อถ วา เจตนา ทานํ, ตํ วชฺเชตฺวา อิตเร เทฺว เจตนาสมฺปยุตฺตกาติ วุตฺตา. วฏฺฏนฺตีติ มคฺคภาวโต ฌานวจเนน สงฺคเหตฺวา มคฺโคติ วตฺตุํ วฏฺฏนฺตีติ อตฺโถ. โอกปฺปนาติ สทฺทหนา. อญฺญตฺถ ทิฏฺฐํ อตฺถํ ปริจฺจชิตฺวา ‘‘ชเนติ วฑฺเฒตี’’ติ อยมตฺโถ กสฺมา วุตฺโตติ นิรุปสคฺคสฺส อญฺญตฺถ เอวมตฺถสฺเสว ทิฏฺฐตฺตาติ อิมมตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘ปุน จปรํ อุทายี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๔๖ อาทโย) สุตฺตมาหฏํ. เกสญฺจิ อริยานํ อริยมคฺเคน สิทฺธานิ อญฺญานิ จ ฌานานิ ภาวนาสภาวาเนวาติ เตสุปิ ภาเวนฺเตน สมยววตฺถานํ อิชฺฌตีติ.

นิสฺสรนฺติ นิคฺคจฺฉนฺติ เอเตน, เอตฺถ วาติ นิสฺสรณํ. เก นิคฺคจฺฉนฺติ? กามา. เตสํ กามานํ นิสฺสรณํ ปหานนฺติ อตฺโถ. เอวญฺหิ ‘‘กามาน’’นฺติ กตฺตริ สามิวจนํ ยุชฺชติ. วตฺถุกาเมหิปีติ วตฺถุกาเมหิ วิวิจฺเจวาติปิ อตฺโถ ยุชฺชตีติ เอวํ ยุชฺชมานตฺถนฺตรสมุจฺจยตฺโถ ปิ-สทฺโท, น กิเลสกามสมุจฺจยตฺโถ. กสฺมา? อิมสฺมึ อตฺเถ กิเลสกามานํ ทุติยปเทน วิเวกสฺส วุตฺตตฺตา. อกุสลสทฺเทน ยทิปิ กิเลสกามา, อถาปิ สพฺพากุสลา คหิตา, สพฺพถา ปน กิเลสกาเมหิ วิเวโก วุตฺโตติ อาห ‘‘ทุติเยน กิเลสกาเมหิ วิเวกวจนโต’’ติ. กามคุณาธิคมเหตุปิ ปาณาติปาตาทิอสุทฺธปฺปโยโค โหตีติ ตพฺพิเวเกน ปโยคสุทฺธิ วิภาวิตา. ตณฺหาสํกิเลสโสธเนน อาสยโปสนํ.

อญฺเญสมฺปิ จาติ ทิฏฺฐิมานาทีนํ ผสฺสาทีนญฺจ. อุปริ วุจฺจมานานิ ฌานงฺคานิ อุปริชฺฌานงฺคานิ, เตสํ อตฺตโน วิปจฺจนีกานํ ปฏิปกฺขภาวทสฺสนตฺถํ ตปฺปจฺจนีกนีวรณวจนํ. พฺยาปาทวิเวกวจเนน ‘‘อนตฺถํ เม อจรี’’ติอาทิอาฆาตวตฺถุเภทวิสยสฺส โทสสฺส โมหาธิกานํ ถินมิทฺธาทีนํ วิเวกวจเนน ปฏิจฺฉาทนวเสน ทุกฺขาทิปุพฺพนฺตาทิเภทวิสยสฺส โมหสฺส วิกฺขมฺภนวิเวโก วุตฺโต. กามราคพฺยาปาทตเทกฏฺฐถินมิทฺธาทิวิกฺขมฺภนกญฺเจทํ สพฺพากุสลปฏิปกฺขสภาวตฺตา สพฺพกุสลานํ เตน สภาเวน สพฺพากุสลานํ ปหานํ โหนฺตมฺปิ กามราคาทิวิกฺขมฺภนสภาวเมวาติ ตํสภาวตฺตา อวิเสเสตฺวา นีวรณากุสลมูลาทีนํ วิกฺขมฺภนวิเวโก วุตฺโต โหตีติ อาห.

วิตกฺกสฺส กิจฺจวิเสเสน ถิรภาวปฺปตฺเต ปฐมชฺฌานสมาธิมฺหิ ปจฺจนีกทูรีภาวกเตน ถิรภาเวน ตํสทิเสสุ วิตกฺกรหิเตสุ ทุติยชฺฌานาทิสมาธีสุ จ อปฺปนาติ อฏฺฐกถาโวหาโรติ วิตกฺกสฺส อปฺปนาโยโค วุตฺโต, อญฺญถา วิตกฺโกว อปฺปนาติ ตสฺส ตํสมฺปโยโค น สิยาติ. อตฺโถ…เป… ทฏฺฐพฺโพ ฌานสมงฺคิโน วิตกฺกวิจารสมงฺคิตาทสฺสเนน ฌานสฺเสว สวิตกฺกสวิจารภาวสฺส วุตฺตตฺตา.

วิเวกชํ ปีติสุขนฺติ เอตฺถ ปุริมสฺมึ อตฺเถ วิเวกชนฺติ ฌานํ. ปีติสุขสทฺทโต จ อตฺถิอตฺถวิเสสวโต อสฺส, อสฺมึ วาติ เอตฺถ อ-กาโร วุตฺโต. ทุติเย ปีติสุขเมว วิเวกชํ. วิเวกชํปีติสุขนฺติ จ อญฺญปทตฺเถ สมาโส ปจฺจตฺตนิทฺเทสสฺส จ อโลโป กโต, โลเป วา สติ ‘‘วิเวกชปีติสุข’’นฺติ ปาโฐติ อยํ วิเสโส. คณนานุปุพฺพตาติ คณนานุปุพฺพตาย, คณนานุปุพฺพตามตฺตํ วา ปฐมนฺติ วจนนฺติ อตฺโถ. นิจฺจาทิวิปลฺลาสปฺปหาเนน มคฺโค อสมฺโมหโต อนิจฺจาทิลกฺขณานิ ปฏิวิชฺฌตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ. อสมฺโมสธมฺมํ นิพฺพานํ อวิปรีตลกฺขณตฺตา อนญฺญถาภาวโต ตถลกฺขณํ.

ทุติยชฺฌานกถาวณฺณนา

๑๖๑-๒. วิตกฺกวิจารานํ วูปสมาติ เอเตน เยหิ วิตกฺกวิจาเรหิ ปฐมชฺฌานสฺส โอฬาริกตา, เตสํ สมติกฺกมา ทุติยชฺฌานสฺส สมธิคโม, น สภาวโต อโนฬาริกานํ ผสฺสาทีนํ สมติกฺกมาติ อยมตฺโถ ทีปิโต โหติ. เอวํ ‘‘ปีติยา จ วิราคา’’ติอาทีสุ นโย. ตสฺมา วิตกฺกวิจารปีติสุขสมติกฺกมวจนานิ โอฬาริโกฬาริกงฺคสมติกฺกมา ทุติยาทิอธิคมปริทีปกานีติ เตสํ เอกเทสภูตํ วิตกฺกวิจารสมติกฺกมวจนํ ตํทีปกนฺติ วุตฺตํ. อถ วา วิตกฺกวิจารวูปสมวจเนเนว ตํสมติกฺกมา ทุติยาธิคมทีปเกน ปีติวิราคาทิวจนานํ ปีติยาทิสมติกฺกมา ตติยาทิอธิคมทีปกตา โหตีติ ตสฺส ตํทีปกตา วุตฺตา.

นีลวณฺณโยคโต นีลวตฺถํ วิยาติ นีลโยคโต วตฺถํ นีลํ วิยาติ อธิปฺปาโย. เยน สมฺปสาทเนน โยคา ฌานํ สมฺปสาทนํ, ตสฺมึ ทสฺสิเต ‘‘สมฺปสาทนํ ฌาน’’นฺติ สมานาธิกรณนิทฺเทเสเนว ตํโยคา ฌาเน ตํสทฺทปฺปวตฺติ ทสฺสิตาติ อวิโรโธ ยุตฺโต. เอโกทิภาเว กถนฺติ เอโกทิมฺหิ ทสฺสิเต ‘‘เอโกทิภาวํ ฌาน’’นฺติ สมานาธิกรณนิทฺเทเสเนว ฌานสฺส เอโกทิวฑฺฒนตา วุตฺตา โหตีติ. เอโกทิภาวนฺติ ปนิทํ อุทฺธริตฺวา เอโกทิสฺส นิทฺเทโส น กตฺตพฺโพ สิยาติ เอโกทิภาวสทฺโท เอว สมาธิมฺหิ ปวตฺโต สมฺปสาทนสทฺโท วิย ฌานมฺหิ ปวตฺตตีติ ยุตฺตํ.

อปฺปิตาติ คมิตา วินาสํ. ทุติยชฺฌานาทิอธิคมุปายทีปเกน อชฺฌตฺตสมฺปสาทนตาย เจตโส เอโกทิภาวตาย จ เหตุทีปเกน อวิตกฺกาวิจารภาวเหตุทีปเกน จ วิตกฺกวิจารวูปสมวจเนเนว วิตกฺกวิจาราภาโว ทีปิโตติ กึ ปุน อวิตกฺกอวิจารวจเนน กเตนาติ? น, อทีปิตตฺตา. น หิ วิตกฺกวิจารวูปสมวจเนน วิตกฺกวิจารานํ อปฺปวตฺติ วุตฺตา โหติ. วิตกฺกวิจาเรสุ หิ ตณฺหาปหานญฺจ เอเตสํ วูปสมนํ. เย จ สงฺขาเรสุ ตณฺหาปหานํ กโรนฺติ, เตสุ มคฺเคสุ ปหีนตเณฺหสุ ผเลสุ จ สงฺขารปฺปวตฺติ โหติ, เอวมิธาปิ วิกฺขมฺภิตวิตกฺกวิจารตณฺหสฺส ทุติยชฺฌานสฺส วิตกฺกวิจารสมฺปโยโค ปุริเมน น นิวาริโต สิยาติ ตํนิวารณตฺถํ อาวชฺชิตุกามตาทิอติกฺกโมว เตสํ วูปสโมติ ทสฺสนตฺถญฺจ ‘‘อวิตกฺกํ อวิจาร’’นฺติ วุตฺตํ.

ตติยชฺฌานกถาวณฺณนา

๑๖๓. ปริสุทฺธปกติ ขีณาสวปกติ นิกฺกิเลสตา. อุเปกฺขานิมิตฺตนฺติ เอตฺถ ลีนุทฺธจฺจปกฺขปาตรหิตํ มชฺฌตฺตํ วีริยํ ‘‘อุเปกฺขา’’ติ วุตฺตํ, ตเทว ตํ อาการํ คเหตฺวา ปวตฺเตตพฺพสฺส ตาทิสสฺส วีริยสฺส นิมิตฺตภาวโต อุเปกฺขานิมิตฺตํ. ปฐมชฺฌานปฺปฏิลาภตฺถาย นีวรเณ…เป… เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติปฏิลาภตฺถาย อากิญฺจญฺญายตนสญฺญํ ปฏิสงฺขาสนฺติฏฺฐนาปญฺญาสงฺขารุเปกฺขาสุ ญาณนฺติ อิมา อฏฺฐ สมาปตฺติวเสน อุปฺปชฺชนฺติ. โสตาปตฺติมคฺคปฏิลาภตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ นิมิตฺตํ อายูหนํ ปฏิสนฺธึ คตึ นิพฺพตฺตึ อุปปตฺตึ ชาตึ ชรามรณโสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสอุปายาเส. โสตาปตฺติผลสมาปตฺตตฺถาย อุปฺปาทํ…เป… อุปายาเส…เป… อรหตฺตมคฺคปฏิลาภตฺถาย อุปฺปาทํ…เป… อุปายาเส. อรหตฺตผลสมาปตฺตตฺถาย…เป… สุญฺญตวิหารสมาปตฺตตฺถาย…เป… อนิมิตฺตวิหารสมาปตฺตตฺถาย อุปฺปาทํ ปวตฺตํ อายูหนํ ปฏิสนฺธึ…เป… ปฏิสงฺขาสนฺติฏฺฐนา ปญฺญา สงฺขารุเปกฺขาสุ ญาณนฺติ อิมา ทส วิปสฺสนาวเสน อุปฺปชฺชนฺติ.

ยทตฺถิ ยํ ภูตนฺติ ขนฺธปญฺจกํ, ตํ มุญฺจิตุกมฺยตาญาเณน ปชหติ. ทิฏฺฐโสวตฺถิกตฺตยสฺส สปฺปลกฺขณวิจินเน วิย ทิฏฺฐลกฺขณตฺตยสฺส ภูตสฺส สงฺขารลกฺขณวิจินเน อุเปกฺขํ ปฏิลภติ. อนาโภครสาติ ปณีตสุเขปิ ตสฺมึ อวนติ ปฏิปกฺขกิจฺจาติ อตฺโถ. นามกาเยน เจตสิกสุขํ กายิกสุขเหตุ รูปสมุฏฺฐาปเนน กายิกสุขญฺจ ฌานสมงฺคี ปฏิสํเวเทตีติ วุจฺจติ. ผุฏตฺตา พฺยาปิตตฺตา. ยถา หิ อุทเกน ผุฏสรีรสฺส ตาทิเส นาติปจฺจนีเก วาตาทิเก โผฏฺฐพฺเพ ผุฏฺเฐ สุขํ อุปฺปชฺชติ, เอวํ เอเตหิ ผุฏสรีรสฺสปิ.

จตุตฺถชฺฌานกถาวณฺณนา

๑๖๕. อวิภูตปจฺจุปฏฺฐานาติ สุขทุกฺขานิ วิย อวิภูตาการา ปิฏฺฐิปาสาณคตมิคมคฺโค วิย ตทนุมาตพฺพาวิภูตากาโรปฏฺฐานา.

จตุกฺกนยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปญฺจกนยวณฺณนา

๑๖๗. ยสฺสา ปน ธมฺมธาตุยาติ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส. เตน หิ ธมฺมานํ อาการเภทํ ญตฺวา ตทนุรูปํ เทสนํ นิยาเมตีติ. เอตฺถ จ ปญฺจกนเย ทุติยชฺฌานํ จตุกฺกนเย ทุติยชฺฌานปกฺขิกํ กตฺวา วิภตฺตํ ‘‘ยสฺมึ…เป… มคฺคํ ภาเวติ อวิตกฺกํ วิจารมตฺตํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตี’’ติ. กสฺมา? เอกตฺตกายนานตฺตสญฺญีสตฺตาวาสผลตาย ทุติยชฺฌาเนน สมานผลตฺตา ปฐมชฺฌานสมาธิโต ชาตตฺตา จ. ปฐมชฺฌานเมว หิ กาเมหิ อกุสเลหิ จ วิวิตฺตนฺติ ตทภาวา น อิธ ‘‘วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหี’’ติ สกฺกา วตฺตุํ, นาปิ ‘‘วิเวกช’’นฺติ. สุตฺตนฺตเทสนาสุ จ ปญฺจกนเย ทุติยตติยชฺฌานานิ ทุติยชฺฌานเมว ภชนฺติ วิตกฺกวูปสมา วิจารวูปสมา อวิตกฺกตฺตา อวิจารตฺตา จาติ.

ปฏิปทาจตุกฺกวณฺณนา

๑๗๖-๑๘๐. ตสฺส ตสฺส ฌานสฺส อุปจารนฺติ นีวรณวิตกฺกวิจารนิกนฺติยาทีนํ วูปสมา ถิรภูโต กามาวจรสมาธิ. ตทนุธมฺมตาติ ตทนุรูปตาภูตา, สา ปน ตทสฺสาทสงฺขาตา ตทสฺสาทสมฺปยุตฺตกฺขนฺธสงฺขาตา วา มิจฺฉาสตีติ วทนฺติ. อวิคตนิกนฺติกา ตํตํปริหรณสตีติปิ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ เอวญฺจ กตฺวา ‘‘สติยา วา นิกนฺติยา วา’’ติ วิกปฺโป กโต. อาคมนวเสนาปิ จ ปฏิปทา โหนฺติเยวาติ อิทํ กทาจิ ทุติยาทีนํ ปฐมาทิอาคมนกตปฏิปทตํ สนฺธาย วุตฺตํ. อปิ-สทฺโท หิ อเนกนฺติกตํ ทีเปติ, เอตสฺส อเนกนฺติกตฺตา เอว จ ปาฬิยํ เอเกกสฺมึ ฌาเน จตสฺโส ปฏิปทา จตฺตาริ อารมฺมณานิ โสฬสกฺขตฺตุกญฺจ วิสุํ วิสุํ โยชิตํ. อญฺญถา เอเกกสฺมึ ปฏิปทาทิมฺหิ นว นว ฌานานิ โยเชตพฺพานิ สิยุนฺติ.

อารมฺมณจตุกฺกวณฺณนา

๑๘๑. อปฺปคุณนฺติ ปญฺจหิ วสิตาหิ อวสีกตํ.

อารมฺมณปฏิปทามิสฺสกวณฺณนา

๑๘๖. เหฏฺฐาติ โสฬสกฺขตฺตุกโต ปุพฺเพ. เย เกจิ ฌานํ อุปฺปาเทนฺติ นามาติ วจเนน เย กตาธิการา เสกฺขา มคฺเคเนว อุปฺปาทิตชฺฌานา, เตสํ ฌานานิ มคฺคปฏิพทฺธตาย สุทฺธิกนวกสงฺคหิตานีติ เวทิตพฺพานิ. น หิ เต อุปฺปาเทนฺติ นามาติ.

กสิณกถาวณฺณนา

๒๐๓. นิโรธปาทกตาวจเนน อารุปฺปปาทกตา จ ทสฺสิตา. ขิปฺปทสฺสนํ ขิปฺปาภิญฺญตา ขิปฺปนิสนฺติภาโว.

อภิภายตนกถาวณฺณนา

๒๐๔. อญฺญมฺปีติ เกวลํ กสิณายตนสงฺขาตเมว อหุตฺวา อภิภายตนสงฺขาตมฺปิ ปวตฺตตีติ สติปิ อภิภายตนานํ กสิณายตนตฺเต กสิณายตนภาวโต อญฺโญ อภิภายตนภาโว กสิณนิมิตฺตาภิภวนกภาวนานิมิตฺตนานตฺตโตติ ทสฺเสติ. ตตฺถ อภิภวตีติ อภิภุ, ปริกมฺมํ, ญาณํ วา. อภิภุ อายตนํ เอตสฺสาติ อภิภายตนํ, ฌานํ. อภิภวิตพฺพํ วา อารมฺมณสงฺขาตํ อายตนํ เอตสฺสาติ อภิภายตนํ, ฌานํ. อารมฺมณาภิภวนโต อภิภุ จ ตํ อายตนญฺจ โยคิโน สุขวิเสสานํ อธิฏฺฐานภาวโต มนายตนธมฺมายตนภาวโต จาติปิ สสมฺปยุตฺตํ ฌานํ อภิภายตนํ. มคฺคปฺปฏิพทฺธตาย ตทา สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตสฺส อาโภโค ปุพฺพภาคภาวนาวเสน ฌานกฺขเณ ปวตฺตํ อภิภวนาการํ คเหตฺวา ปวตฺโต วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อาคเมสุ ปน ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ. อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ. อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี เอโก…เป… ปริตฺตานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ. อปฺปมาณานิ สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ (ที. นิ. ๒.๑๗๓; ม. นิ. ๒.๒๔๙; อ. นิ. ๘.๖๕) อิเมสํ จตุนฺนํ อภิภายตนานํ อาคตตฺตา อาคมฏฺฐกถาสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๒. ๒๔๙-๒๕๐; อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๘.๖๕) ‘‘วณฺณวเสน อาโภเค วิชฺชมาเนปิ ปริตฺตอปฺปมาณวเสเนว อิมานิ อภิภายตนานิ เทสิตานี’’ติ วุตฺตํ. ปริตฺตอปฺปมาณตา หิ อภิภวนสฺส การณํ วณฺณาโภเค สติปิ อสติปิ. ตตฺถ จ วณฺณาโภครหิตานิ สหิตานิ จ สพฺพานิ ปริตฺตานิ ‘‘สุวณฺณทุพฺพณฺณานี’’ติ วุตฺตานิ, ตถา อปฺปมาณานีติ ทฏฺฐพฺพานิ. อตฺถิ หิ เอโส ปริยาโย ปริตฺตานิ อภิภุยฺย ตานิ เจ กทาจิ วณฺณวเสน อาภุชิตานิ โหนฺติ สุวณฺณทุพฺพณฺณานิ อภิภุยฺยาติ. อิธ ปน นิปฺปริยายเทสนตฺตา วณฺณาโภครหิตานิ วิสุํ วุตฺตานิ สหิตานิ จ. อตฺถิ หิ อุภยตฺถ อภิภวนวิเสโสติ.

ตตฺถ จ ปริยายเทสนตฺตา วิโมกฺขานมฺปิ อภิภวนปริยาโย อตฺถีติ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี’’ติ อภิภายตนทฺวยํ วุตฺตํ, ตติยจตุตฺถอภิภายตเนสุ ทุติยวิโมกฺโข วณฺณาภิภายตเนสุ ตติยวิโมกฺโข จ อภิภวนปฺปวตฺติโต สงฺคหิโต, อิธ ปน นิปฺปริยายเทสนตฺตา วิโมกฺขาภิภายตนานิ อสงฺกรโต ทสฺเสตุํ วิโมกฺเข วชฺเชตฺวา อภิภายตนานิ กถิตานิ. สพฺพานิ จ วิโมกฺขกิจฺจานิ วิโมกฺขเทสนาย วุตฺตานิ, ตเทตํ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี’’ติ อาคตสฺส อภิภายตนทฺวยสฺส อภิภายตเนสุ อวจนโต ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีนญฺจ สพฺพวิโมกฺขกิจฺจสาธารณวจนภาวโต ววตฺถานํ กตนฺติ วิญฺญายติ.

อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียโตติ อิทํ กตฺถจิปิ ‘‘อชฺฌตฺตํ รูปานิ ปสฺสตี’’ติ อวตฺวา สพฺพตฺถ ยํ วุตฺตํ ‘‘พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตี’’ติ, ตสฺส การณวจนํ. เตน ยํ อญฺญเหตุกํ, ตํ เตน เหตุนา วุตฺตํ. ยํ ปน เทสนาวิลาสเหตุกํ อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญิตาย เอว อิธ วจนํ, น ตสฺส อญฺญํ การณํ มคฺคิตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. อชฺฌตฺตรูปานํ อนภิภวนียตา จ พหิทฺธารูปานํ วิย อวิภูตตฺตา, เทสนาวิลาโส จ ยถาวุตฺตววตฺถานวเสน เวทิตพฺโพ. สุวณฺณทุพฺพณฺณานีติ เอเตเนว สิทฺธตฺตา นีลาทิอภิภายตนานิ น วตฺตพฺพานีติ เจ? น, นีลาทีสุ กตาธิการานํ นีลาทิภาวสฺเสว อภิภวนการณตฺตา. น หิ เตสํ ปริสุทฺธาปริสุทฺธวณฺณปริตฺตตา ตทปฺปมาณตา วา อภิภวนการณํ, อถ โข นีลาทิภาโว เอวาติ.

อภิภายตนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

วิโมกฺขกถาวณฺณนา

๒๔๘. รูปีติ เยนายํ สสนฺตติปริยาปนฺเนน รูเปน สมนฺนาคโต, ตํ ยสฺส ฌานสฺส เหตุภาเวน วิสิฏฺฐํ รูปํ โหติ. เยน วิสิฏฺเฐน รูปีติ วุจฺเจยฺย, ตเทว สสนฺตติปริยาปนฺนรูปนิมิตฺตํ ฌานมิว ปรมตฺถโต รูปีภาวสาธกนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. กสิณเทสนา ฌานานเมว กสิณภาเวน ปวตฺตา อภิธมฺเม, สุตฺเต ปน อารมฺมณานนฺติ ‘‘อภิธมฺมวเสนา’’ติ วุตฺตํ.

วิโมกฺขกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

พฺรหฺมวิหารกถาวณฺณนา

๒๕๑. โสมนสฺสโทมนสฺสรหิตํ อญฺญาณเมว อญฺญาณุเปกฺขา. กิเลโสธีนํ มคฺโคธีหิ อชิตตฺตา อโนธิชินสฺส. สตฺตมภวาทิโต อุทฺธํ ปวตฺตวิปากสฺส อชิตตฺตา อวิปากชินสฺส. นิทฺโทสภาเวนาติ นิปฺปฏิฆภาเวน. เอกสฺสปิ สตฺตสฺส อปฺปฏิภาคนิมิตฺตตฺตา ปริจฺเฉทคฺคหณํ นตฺถิ, น จ สมฺมุติสจฺจวเสน ปวตฺตํ สตฺตคฺคหณํ ปริจฺฉินฺนรูปาทิคฺคหณํ โหตีติ อปฺปนาปฺปตฺติยาปิ อปรามาสสตฺตคฺคหณมุทฺธภูตานํ เมตฺตาทีนํ เอกสตฺตารมฺมณานมฺปิ อปฺปมาณโคจรตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.

พฺรหฺมวิหารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อสุภกถาวณฺณนา

๒๖๓. อุทฺธํ ธุมาตตฺตา อุทฺธุมาตํ. เสตรตฺเตหิ ปริภินฺนํ วิมิสฺสิตํ นีลํ วินีลํ, ปุริมวณฺณวิปริณามภูตํ วา นีลํ วินีลํ. สงฺฆาโฏ องฺคานํ สุสมฺพทฺธตา. อารมฺมณสฺส ทุพฺพลตา ปฏิปกฺขภาเวน จิตฺตํ ฐเปตุํ อสมตฺถตา. อตฺตนิ อานิสํสทสฺสนนีวรณโรควูปสมานํ ยถากฺกมํ ปุปฺผฉฑฺฑกวมนวิเรจนอุปมา โยเชตพฺพา. ปฏิกูลมนสิการสามญฺเญน อสุเภหิ เกสาทีหิ ปฏิกูลชฺฌานสฺส คหณํ สิวถิกาวณฺณชฺฌานสฺส จ. ตมฺปิ หิ ปฏิกูลมนสิการวเสเนว อุปฺปชฺชตีติ, สิวถิกปฺปการานิ วา สิวถิกาวณฺณานิ.

อสุภกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

รูปาวจรกุสลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อรูปาวจรกุสลกถาวณฺณนา

๒๖๕. สพฺพากาเรนาติ เอวํ รูปนิมิตฺตํ ทณฺฑาทานสมฺภวทสฺสนาทินา สพฺเพน รูปรูปนิมิตฺเตสุ ตทารมฺมณชฺฌาเนสุ โทสทสฺสนากาเรน, รูปาทีสุ นิกนฺติปฺปหานอนาวชฺชิตุกามตาทินา วา. วิราคาติ ชิคุจฺฉนา. อาเนญฺชาภิสงฺขารวจนาทีหิ อาเนญฺชตา ‘‘สนฺตา อิเม จุนฺท อริยสฺส วินเย วิโมกฺขา’’ติอาทินา สนฺตวิโมกฺขตา จ วุตฺตา. โทสทสฺสนปฏิปกฺขภาวนาวเสน ปฏิฆสญฺญานํ สุปฺปหีนตฺตา มหตาปิ สทฺเทน อรูปสมาปตฺติโต น วุฏฺฐาติ. ตถา ปน น สุปฺปหีนตฺตา สพฺพรูปสมาปตฺติโต วุฏฺฐานํ สิยา, ปฐมชฺฌานํ ปน อปฺปกมฺปิ สทฺทํ น สหตีติ ตํ สมาปนฺนสฺส สทฺโท กณฺฏโกติ วุตฺตํ.

อารุปฺปภาวนาย อภาเว จุติโต อุทฺธํ อุปฺปตฺติรหานํ รูปสญฺญาปฏิฆสญฺญานํ ยาว อตฺตโน วิปากปฺปวตฺติ, ตาว อนุปฺปตฺติธมฺมตาปาทเนน สมติกฺกโม อตฺถงฺคโม จ วุตฺโต. นานตฺตสญฺญาสุ ปน ยา ตสฺมึ ภเว น อุปฺปชฺชนฺติ, ตา อโนกาสตาย น อุปฺปชฺชนฺติ, น อารุปฺปภาวนาย นิวาริตตฺตา. อนิวาริตตฺตา จ กาจิ อุปฺปชฺชนฺติ. ตสฺมา ตาสํ อมนสิกาโร อนาวชฺชนํ อปจฺจเวกฺขณํ, ชวนปฏิปาทเกน วา ภวงฺคมนสฺส อนฺตเร อกรณํ อปฺปเวสนํ วุตฺตํ, เตน จ นานตฺตสญฺญามนสิการเหตูนํ รูปานํ สมติกฺกมา สมาธิสฺส ถิรภาวํ ทสฺเสติ. รูปสมติกฺกมาภาเวเนว หิ รูปสมาปตฺตีสุ ‘‘นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา’’ติ เอกสฺส อวจนนฺติ. โก อานิสํโส, น หิ สพฺพสฺสาทวตฺถุรหิเต อากาเส ปวตฺติตสญฺญาย อานิสํโส ทิสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. รูปสญฺญาสมติกฺกมนาทิกํ วจนํ อานิสํสสฺส ปกาสนํ, น อตฺโถ.

อญฺญตฺถาติ สุตฺเตสุ. ตตฺถ หิ ปริตฺตกสิณุคฺฆาฏเนปิ รูปวิเวกมตฺตคฺคหเณน ปริจฺเฉทสฺส อคฺคหณโต อนนฺตผรณตา จ วุตฺตา, อิธ ปน อนนฺตผรณตาสพฺภาเวปิ อุคฺฆาฏิตกสิณวเสน ปริตฺตานนฺตตา โหตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อนนฺโต อากาโส’’ติ น วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. สมยววตฺถาปนฌานวิเสสเนเนเวตฺถ อตฺโถ, น ปฏิปตฺติยาติ ตทวจนํ.

๒๖๖. ปฐมารุปฺปวิญฺญาณํ อตฺตโน ผรณากาเรเนว อนนฺตนฺติ มนสิกาตพฺพตฺตา ‘‘อนนฺต’’นฺติ วุตฺตํ. อุคฺฆาฏภาโว อุคฺฆาฏิมํ.

๒๖๗. อกิญฺจนนฺติ วิญฺญาณสฺส กิญฺจิ ปการํ อคฺคเหตฺวา สพฺเพน สพฺพํ วิภาวนํ อาห.

๒๖๘. ยายาติ สงฺขาราวเสสสญฺญาย. ตํ ตาว ปฏิปตฺตึ. อาวชฺชิสฺสามีติอาทินา ตนฺนินฺนาวชฺชนาทิปวตฺติยา อภาวํ ทสฺเสติ, น ตทติกฺกมนตฺถาย อาวชฺชนภาวนาปวตฺติยา. นาสญฺญาติ สญฺญาภาโว จ เอติสฺสา อตฺถีติ อตฺโถ. สมูหคหณวเสน ปวตฺตํ กลาปสมฺมสนํ. ผสฺสาทิเอเกกธมฺมคหณวเสน ปวตฺตา อนุปทธมฺมวิปสฺสนา.

อากาเส ปวตฺติตวิญฺญาณาติกฺกมโต ตติยา. ตทติกฺกมโต หิ ตสฺเสว วิภาวนํ โหติ. ทุติยารุปฺปวิญฺญาณวิภาวเน หิ ตเทว อติกฺกนฺตํ สิยา, น ตสฺส อารมฺมณํ, น จารมฺมเณ โทสํ ทิสฺวา อนารมฺมณสฺส วิภาวนาติกฺกโม ยุชฺชติ. ปาฬิยญฺจ ‘‘วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺตึ สโต สมาปชฺชิตฺวา ตโต วุฏฺฐหิตฺวา ตญฺเญว วิญฺญาณํ อภาเวตี’’ติ (จูฬนิ. อุปสีวมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๓๙) ตฺตํ, น วุตฺตํ ‘‘ตญฺเญว วิญฺญาณญฺจายตนํ อภาเวตี’’ติ, ‘‘ตญฺเญว อภาเวตี’’ติ วา. ‘‘อนนฺตํ วิญฺญาณนฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺชา’’ติ (วิภ. ๕๐๘) เอตฺถ ปน ทฺวยํ วุตฺตํ อารมฺมณญฺจ วิญฺญาณํ วิญฺญาณญฺจายตนญฺจ. ตสฺมึ ทฺวเย เยน เกนจิ ยโต วา วุฏฺฐิโต, เตเนว ปฏฺฐานนิทฺทิฏฺเฐน ตํสทฺทสฺส สมฺพนฺเธ อาปนฺเน วิญฺญาณญฺจายตนสฺส นิวตฺตนตฺถํ วิญฺญาณวจนํ, ตสฺมา ปฐมารุปฺปวิญฺญาณสฺเสว อภาวนาติกฺกโม วุตฺโต. ตนฺนิสฺสิตนฺติ เตน นิสฺสิตํ. ตํ มณฺฑปลคฺคํ อนิสฺสาย เตน วินาภูเต วิวิตฺเต พหิ โอกาเส ฐานํ วิย อากาสลคฺควิญฺญาณสฺส วิเวเก ตทปคเม ตติยารุปฺปสฺส ฐานํ.

อรูปาวจรกุสลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

เตภูมกกุสลวณฺณนา

๒๖๙. อิเม ตาว ฉนฺทาธิปเตยฺเย ปญฺจ นยาติ ฉนฺทาธิปเตยฺยนเย อนฺเต ปุริมนยานํ ตํนยาภิมุขปฺปวตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ, อยํ ปน ปกาโร น ปาฬิอนุคโต. น หิ ปาฬิยํ สุทฺธิกนยาทโย วตฺวา วีริยาธิปเตยฺยาทินยา วุตฺตาติ. มหาปกรเณ สตฺตหิ มหาวาเรหิ อนุโลมาทินยวิจิตฺเตหิ หีนตฺติโก วิภตฺโต. ตตฺถ จ มชฺฌิมธมฺเมกเทสภูตา อิเม วีสติ โลกิยมหานยาติ กตฺวา ‘‘ตตฺถ วิภตฺตา’’ติ วุตฺตํ, น เอเตน กเมน อิเมสํ นยานํ ตตฺถ อาคตตฺตา.

เอวเมเตสํ วิภตฺตฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เอตสฺมึ เตภูมกกุสลกถาวสานฏฺฐาเน อฏฺฐารสกมฺมทฺวารทสฺสนตฺถํ ‘‘อิมสฺมึ ปน ฐาเน’’ติอาทิมาห. อถ วา หีนปณีเตหิ วินิวตฺเตตฺวา มชฺฌิมราสิอนฺโตคธภาวํ ทสฺเสนฺเตน เอเตสํ เตภูมกกุสลนยานํ หีนตฺติเก วิภาโค กโต. ‘‘อิมสฺมึ ปน ฐาเน’’ติอาทิกสฺส ยถาวุตฺโตว สมฺพนฺโธ. หีนตฺติเก มชฺฌิมราสิมฺหิ เย สวิปากา วฏฺฏนิสฺสิเตเนว ทานาทิวเสน ปวตฺติตา, เต หีนาติ กาตพฺพา. เย วิวฏฺฏนิสฺสิเตน ทานาทิวเสน ปวตฺติตา, เต ปณีตาติ กาตพฺพา. อวิปากา มชฺฌิมาติ กาตพฺพา. อวิปากตฺตา จ เตสุ มชฺฌิมราสึ ฐเปตฺวา อิตเร เทฺว เอกนฺตวฏฺฏนิสฺสิตา นว, วิวฏฺฏุปนิสฺสยภูตา จ นวาติ อฏฺฐารส กมฺมทฺวารานิ, กมฺมานิ จ ตานิ ตสฺส ตสฺส ผลสฺส การณภาเวน ทฺวารานิ จาติ กมฺมทฺวารานิ. ตตฺถ ตตฺถ วา จิตฺตานิ กมฺมทฺวารานีติ อาห. ตํตํทฺวารานิ วา กายาทีนิ. อฏฺฐารส ขตฺติยา จ อภพฺพา หีนหีนตฺตยาทโย นว, ภพฺพา จ ปณีตปณีตตฺตยาทโย นวาติ กมฺมานุรูเปเนว เวทิตพฺพา. เอวํ พฺราหฺมณาทโย เทวา จ โยเชตพฺพา. อฏฺฐจตฺตาลีส โคตฺตจรณานิ เตสญฺเญว ขตฺติยาทีนํ เภทา. ‘‘กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหติ…เป… จิตฺตาธิปเตยฺย’’นฺติ (ธ. ส. ๒๖๙-๒๗๐) เอวํ วุตฺโต จิตฺตสฺส จิตฺตาธิปเตยฺยภาโว, จิตฺตเจตสิกสมุทาเย สมยววตฺถาปโก จิตฺตสทฺโท ปวตฺโตติ ‘‘สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วเสน วุตฺโต’’ติ อาห.

เตภูมกกุสลวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โลกุตฺตรกุสลวณฺณนา

๒๗๗. โลกํ ตรตีติ เอเตน โลกสมติกฺกมปฏิปตฺติมาห. อุตฺตรตีติ เอเตน โลกสฺสนฺตคมนํ ผเล ปติฏฺฐานํ ผลํ. สมติกฺกมฺมาติอาทินา นิพฺพานํ. สมติกฺกมฺมาติ หิ นิสฺสริตฺวา. อภิภุยฺยาติ วิสํยุตฺตํ หุตฺวาติ อตฺโถ. ติวิโธปิ จตฺโถ มคฺคาทีสุ เอเกกสฺมึ โยเชตพฺโพ, มคฺเคเยว วา อิธ ตสฺส อธิปฺเปตตฺตา. เอกจิตฺตกฺขณิกนฺติ เอกมคฺคสฺส เทฺว วาเร อนุปฺปตฺตึ สนฺธายาห. อญฺญมญฺญํ ธมฺมานํ อนติวตฺตนาทิสาธิกาย ปญฺญาย วฑฺเฒติ. ‘‘นิยฺยาตีติ นิยฺยานีย’’นฺติ วตฺตพฺเพ อี-การสฺส รสฺสตฺตํ ย-การสฺส จ ก-การํ กตฺวา ‘‘นิยฺยานิก’’นฺติ วุตฺตํ. นิยฺยาติ เอเตนาติ นิยฺยานํ, นิยฺยานเมว นิยฺยานิกํ เวนยิโก วิย. เอตฺถ ‘‘เนยฺยานิก’’นฺติ วตฺตพฺเพ อิ-การสฺส เอ-การตฺตํ อกตฺวา วุตฺตํ.

ผลนฺติ จิตฺตเจตสิกราสิ วุจฺจติ, ตํ อญฺญมญฺญํ สมฺปยุตฺตานํ ธมฺมานํ อตฺตโน อวยวภูตานํ นิสฺสโย โหติ. ผลญาณํ วา ผลํ, สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย องฺคานิ วา. โลกุตฺตรภาเวติ โลกํ อุตฺติณฺณภาเว. เตน ผลนิพฺพานานิ สงฺคณฺหาติ. เตสุ ยํ ภวติ ผลํ, ตํ ‘‘ภูมี’’ติ วุจฺจติ. ยถา วา กมฺมนิพฺพตฺตา กามภวาทโย ตํสมงฺคิโน นิสฺสยภาเวน ‘‘ภูมี’’ติ วุจฺจนฺติ, เอวํ มคฺเคน นิพฺพตฺตํ ผลํ อริยสาวกสฺส กาเลน กาลํ สมาปชฺชิตพฺพตาย นิสฺสยภาวโต ‘‘ภูมี’’ติ วุจฺจติ, ตโตเยว อริยา จิรตรํ ติฏฺฐนฺติ. สมุจฺเฉทวิเวกวเสนาติ เอตฺถ อปายคมนียานํ อจฺจนฺตสมุจฺเฉโท อิตเรสญฺจ วิชฺชุโตภาเสน วิย ตมสฺส สมุจฺเฉโท ทฏฺฐพฺโพ. โลกิยชฺฌานมฺปิ ปุถุชฺชนสฺส อริยสฺส จ อกตาธิการสฺส น วินา ปฏิปทาย อิชฺฌติ, กตาธิการสฺส ปน อริยสฺส มคฺเคเนว สมิชฺฌนโต วิปากานํ วิย กุสเลน ตถา สมิทฺธสฺส อริยมคฺเคน สทิสตาย อภาวโต อตพฺพิปากตฺตา จ น มคฺคปฏิปทา ตสฺส ฌานสฺส ปฏิปทาติ สกฺกา วตฺตุนฺติ ตตฺถ ตถา ครุํ กตฺวา ปฏิปทาหิ เอว เทสนา น กตา, ยถาวุตฺตชฺฌานสงฺคหตฺถํ สุทฺธิกเทสนาปิ กตา.

อิธ ปน กสฺสจิ วินา ปฏิปทาย อสิทฺธิโต ครุํ กตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘ทุกฺขปฏิปท’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. โย โกจิ วาโรติ สกึ ทฺวิกฺขตฺตุํ ติกฺขตฺตุํ จตุกฺขตฺตุํ อเนกกฺขตฺตุนฺติ เอวมาทีสุ วิกฺขมฺภนวาเรสุ โย โกจิ. สกึ ทฺวิกฺขตฺตุญฺจ วิกฺขมฺภนวารา สุขา ปฏิปทา เอว, น จ ตโต อุทฺธํ สุขา ปฏิปทา โหตีติ ติกฺขตฺตุํ วิกฺขมฺภนวารํ ทุกฺขา ปฏิปทาติ โรเจสุํ อฏฺฐกถาจริยา. ตสฺมึ ตถาโรจิเต ตโต ปเรสุ จตุกฺขตฺตุํ วิกฺขมฺภนวาราทีสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ. รูปารูปานํ ลกฺขณาทีหิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา คหณํ รูปารูปปริคฺคโห, นามรูปมตฺตเมตํ, น อญฺโญ โกจิ สตฺตาทิโกติ ววตฺถาปนํ นามรูปววตฺถาปนํ. ปริคฺคหิตรูปารูปสฺส มคฺคปาตุภาวทนฺธตา จ นามรูปววตฺถาปนาทีนํ กิจฺฉสิทฺธิโต สิยาติ น รูปารูปปริคฺคหกิจฺฉตาย เอว ทุกฺขปฏิปทตา วตฺตพฺพาติ เจ? ตํ น, นามรูปววตฺถาปนาทีนํ ปจฺจนีกกิเลสมนฺทตาย สุขสิทฺธิยมฺปิ ตถาสิทฺธวิปสฺสนาสหคตานํ อินฺทฺริยานํ มนฺทตาย มคฺคปาตุภาวทนฺธภาวโต.

รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวาติ อกิจฺเฉนปิ ปริคฺคเหตฺวา. กิจฺเฉน ปริคฺคหิเต วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. เอวํ เสเสสุปิ. อิมํ วารํ โรเจสุนฺติ กลาปสมฺมสนาวสาเน อุทยพฺพยานุปสฺสนาย วตฺตมานาย อุปฺปนฺนสฺส วิปสฺสนุปกฺกิเลสสฺส ติกฺขตฺตุํ วิกฺขมฺภเนน กิจฺฉตาวารํ ทุกฺขา ปฏิปทาติ โรเจสุํ เอตทนฺตตฺตา ปฏิปทาย. เอตสฺส อกิจฺฉตฺเตปิ ปุริมานํ กิจฺฉตฺเต ทุกฺขปฏิปทตา วุตฺตนยาวาติ น ปฏิสิทฺธาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยถาวุตฺตํ วา สพฺพํ รูปารูปปริคฺคหาทิกิจฺฉตํ ติกฺขตฺตุํ วิกฺขมฺภนวารตาวเสน ‘‘อิมํ วาร’’นฺติ อาห. ยสฺส ปน สพฺพตฺถ อกิจฺฉตา, ตสฺส สุขา ปฏิปทา เวทิตพฺพา.

มุสาวาทาทีนํ วิสํวาทนาทิกิจฺจตาย ลูขานํ อปริคฺคาหกานํ ปฏิปกฺขภาวโต ปริคฺคาหกสภาวา สมฺมาวาจา. สา สินิทฺธภาวโต สมฺปยุตฺตธมฺเม ปริคฺคณฺหาติ สมฺมาวาจาปจฺจยสุภาสิตโสตารญฺจ ชนํ. กายิกกิริยากิจฺจํ กตฺตพฺพํ สมุฏฺฐาเปติ, สยญฺจ สมุฏฺฐหนํ ฆฏนํ โหตีติ สมฺมากมฺมนฺตสงฺขาตา วิรติปิ สมุฏฺฐานสภาวาติ วุตฺตา. สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วา อุกฺขิปนํ สมุฏฺฐหนํ กายิกกิริยาย ภารุกฺขิปนํ วิย, ชีวมานสฺส สตฺตสฺส, สมฺปยุตฺตธมฺมานํ วา สุทฺธิ โวทานํ อาชีวสฺเสว วา ชีวิตินฺทฺริยวุตฺติยา.

๒๘๓. มคฺคสนฺนิสฺสิตนฺติ ปรมตฺถมคฺคสภาวตฺตา มคฺคาวยวภาเวน สมุทายสนฺนิสฺสิตนฺติ อตฺโถ.

๒๘๕. ปติฏฺฐานํ กิเลสวเสน, อายูหนํ อภิสงฺขารวเสน. ตณฺหาวเสน วา ปติฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิวเสน อายูหนํ. โพธีติ ยา อยํ ธมฺมสามคฺคี วุจฺจตีติ โยเชตพฺพา. เสนงฺครถงฺคาทโย วิยาติ เอเตน ปุคฺคลปญฺญตฺติยา อวิชฺชมานปญฺญตฺติภาวํ ทสฺเสติ. องฺค-สทฺโท การณตฺโถปิ โหตีติ จตุสจฺจโพธาย สํวตฺตนฺตีติ โพชฺฌงฺคา. พุชฺฌนฺตีติ โพธิโย, โพธิโย เอว องฺคาติ ‘‘อนุพุชฺฌนฺตีติ โพชฺฌงฺคา’’ติ วุตฺตํ. วิปสฺสนาทีนํ การณานํ พุชฺฌิตพฺพานญฺจ สจฺจานํ อนุรูปํ ปจฺจกฺขภาเวน ปฏิมุขํ อวิปรีตตาย สมฺมา จ พุชฺฌนฺตีติ เอวมตฺถวิเสสทีปเกหิ อุปสคฺเคหิ ‘‘อนุพุชฺฌนฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. โพธิ-สทฺโท หิ สพฺพวิเสสยุตฺตํ พุชฺฌนํ สามญฺเญน สงฺคณฺหาตีติ.

๒๙๙. ติณฺณนฺติ ราคาทีนํ. กโรติ นาม กึ ทุจฺจริตานิ อนุวตฺตมานานิ.

๓๐๑. ปาณาติปาตาทินิปฺผาทิตปจฺจยานํ นิจฺจเสวนํ ธุวปฏิเสวนํ. สกิจฺจโกติ วิสุํ อตฺตโน กิจฺจวา. น โหตีติ อตฺถนฺตรภาวํ ปฏิกฺขิปติ. ปจฺจยปฏิเสวนสามนฺตชปฺปนอิริยาปถปฺปวตฺตนานิ ปาปิจฺฉตานิพฺพตฺตานิ ตีณิ กุหนวตฺถูนีติ.

๓๔๓. วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนา สงฺขารุเปกฺขา สานุโลมา, สา สุญฺญโต ปสฺสนฺตี ‘‘สุญฺญตา’’ติ วุจฺจติ, ทุกฺขโต ปสฺสนฺตี ตณฺหาปณิธิโสสนโต ‘‘อปฺปณิหิต’’นฺติ. สา อาคมนียฏฺฐาเน มคฺคาธิคมตฺถํ อาคมนปฏิปทาฐาเน ฐตฺวา สุญฺญตาปฺปณิหิตนฺติ นามํ เทติ. อาคมนโต นาเม ลทฺเธ สคุณโต อารมฺมณโต จ นามํ สิทฺธเมว โหติ, น ปน สคุณารมฺมเณหิ นามลาเภ สพฺพตฺถ อาคมนโต นามํ สิทฺธํ โหตีติ ปริปุณฺณนามสิทฺธิเหตุตฺตา สคุณารมฺมเณหิ สพฺเพสมฺปิ นามตฺตยโยโค, น อาคมนโตติ ววตฺถานกรตฺตา จ นิปฺปริยายเทสนาย อาคมนโตว อิธ นามํ ลภติ, น อิตเรหีติ วุตฺตํ.

๓๕๐. อนิมิตฺตวิปสฺสนนฺติ อนิจฺจานุปสฺสนํ. นิมิตฺตธมฺเมสูติ สมูหาทิฆนวเสน จ สกิจฺจปริจฺเฉทตาย จ สปริคฺคเหสุ ขนฺเธสุ. อนิมิตฺตวิโมกฺโขติ อนิจฺจานุปสฺสนมาห. เอวํสมฺปทมิทนฺติ กถมิธ อุปมาสํสนฺทนํ โหติ. น หิ ฉนฺทจิตฺตานํ มคฺคสงฺขาตอธิปติภาวาภาโว วิย สทฺธินฺทฺริยาธิกสฺส อนิมิตฺตวิโมกฺขสฺส อนิมิตฺตภาวาภาโว อตฺถิ, น จ อมคฺคาธิปตีนํ มคฺคาธิปตินามทานาภาโว วิย อนิมิตฺตสฺส อนิมิตฺตนามทานาภาโวติ สกฺกา วตฺตุํ อนิมิตฺตวิโมกฺขสฺส อนนิมิตฺตตาย อภาวโต. มคฺโค อธิปติ เอเตสนฺติ จ มคฺคาธิปติโนติ ยุตฺโต ตตฺถ ฉนฺทจิตฺเตหิ ตํสมฺปยุตฺตานํ มคฺคาธิปติภาวาภาโว. อิธ ปน มคฺโค อนิมิตฺตํ เอตสฺสาติ มคฺคานิมิตฺโตติ อยมตฺโถ น สมฺภวตีติ น เตน อมคฺเคน มคฺคสฺส อนิมิตฺตภาโว น ยุชฺชติ, กึ วา เอตฺถ สามญฺญํ อธิปฺเปตนฺติ. อมคฺคงฺคมคฺคนามาภาโว. ยถา สติปิ อธิปติภาเว ฉนฺทจิตฺตานํ น มคฺคาธิปตีติ มคฺคนามํ, น จ เตหิ มคฺคสฺส เตสํ อมคฺคงฺคตฺตา, ตถา สติปิ สทฺธาย อาคมนภาเวน ตสฺสา อนิมิตฺตนฺติ มคฺคนามํ, น จ ตาย มคฺคสฺส ตสฺสา อมคฺคงฺคตฺตา. เอวํ อนิมิตฺตวิปสฺสนายปิ อนิมิตฺตภาโว นิปฺปริยาเยน นตฺถีติ ทีปิโต โหติ.

นนุ จ อิธ ฌานํ สุญฺญตาทินาเมน วุตฺตํ, น มคฺโคติ เจ? น, มคฺคสมฺปโยคโต ฌานสฺส สุญฺญตาทินามกตฺตา. สุตฺตนฺตปริยาเยน สคุณารมฺมเณหิ อิธ อภิธมฺเมปิ นามํ ลภตีติ อาหํสุ. ตสฺมา ปฏิกฺขิตฺตา ‘‘น ปน ลภนฺตี’’ติ. กึ การณา? อภิธมฺเม สรสํ อนามสิตฺวา ปจฺจนีกโตว นามลาภาติ อธิปฺปาโย. โย หิ สคุณารมฺมเณหิ นามลาโภ, โส สรสปฺปธาโน โหติ. สรเสเนว จ นามลาเภ สพฺพมคฺคานํ สุญฺญตาทิภาโวติ ววตฺถานํ น สิยา. ตสฺมา อภิธมฺเม สติปิ ทฺวีหิ นามลาเภ ปจฺจนีกโต นามววตฺถานกรํ คหิตนฺติ สคุณารมฺมเณหิ สุญฺญตาปฺปณิหิตมคฺคา นามํ น ลภนฺตีติ อาห. อถ วา น ปน ลภนฺตีติ อญฺญนิรเปกฺเขหิ สคุณารมฺมเณหิ น ลภนฺติ. กึ การณา? อภิธมฺเม สรสปจฺจนีเกหิ สหิเตหิ นามลาภาติ อตฺโถ. ปจฺจนีกญฺหิ ววตฺถานกรํ อนเปกฺขิตฺวา เกวลสฺส สรสสฺส นามเหตุภาโว อภิธมฺเม นตฺถิ อววตฺถานาปตฺติโต. ตสฺมา อตฺตาภินิเวสปณิธิปฏิปกฺขวิปสฺสนานุโลมา มคฺคา สติปิ สรสนฺตเร ปจฺจนีกสหิเตน สรเสน นามํ ลภนฺติ. อนิมิตฺตมคฺคสฺส ปน วิปสฺสนา นิมิตฺตปฏิปกฺขา น โหติ สยํ นิมิตฺตคฺคหณโต นิมิตฺตคฺคหณานิวารณาติ ตทนุโลมมคฺโคปิ น นิมิตฺตสฺส ปฏิปกฺโข. ยทิ สิยา, นิมิตฺตคตวิปสฺสนายปิ ปฏิปกฺโข สิยาติ. ตสฺมา วิชฺชมาโนปิ สรโส ววตฺถานกรปจฺจนีกาภาวา อภิธมฺเม อนิมิตฺตนฺติ นามทายโก น คหิโต. อนิจฺจานุปสฺสนานุโลโม ปน มคฺโค สุทฺธิกปฏิปทานเยเยว สงฺคหิโตติ ทฏฺฐพฺโพ. ตสฺมา เอว จ โส นโย วุตฺโตติ. เอวนฺติ ยํ วกฺขติ ‘‘อนิจฺจโต วุฏฺฐหนฺตสฺส มคฺโค อนิมิตฺโต โหตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๓๕๐), เอวํ อาหริตฺวา อฏฺฐกถาจริเยหิ โส อนิมิตฺตมคฺโค ทีปิโตติ อตฺโถ.

วุฏฺฐาน…เป… กิมารมฺมณาติ อนิจฺจาทิโต วุฏฺฐหนฺตสฺส วุฏฺฐานคามินิยา ลกฺขณารมฺมณตฺเต สติ สงฺขาเรหิ วุฏฺฐานํ น สิยา, สงฺขารารมฺมณตฺเต จ ลกฺขณปฏิเวโธติ มญฺญมาโน ปุจฺฉติ. ‘‘อนิจฺจ’’นฺติอาทินา สงฺขาเรสุ ปวตฺตมาเนน ญาเณน ลกฺขณานิปิ ปฏิวิทฺธานิ โหนฺติ ตทาการสงฺขารคหณโตติ อาห ‘‘ลกฺขณารมฺมณา’’ติ. สงฺขารารมฺมณา เอว ยถาวุตฺตาธิปฺปาเยน ‘‘ลกฺขณารมฺมณา’’ติ วุตฺตาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ลกฺขณํ นามา’’ติอาทิมาห. อนิจฺจตา ทุกฺขตา อนตฺตตาติ หิ วิสุํ คยฺหมานํ ลกฺขณํ ปญฺญตฺติคติกํ ปรมตฺถโต อวิชฺชมานํ, อวิชฺชมานตฺตา เอว ปริตฺตาทิวเสน นวตฺตพฺพธมฺมภูตํ. ตสฺมา วิสุํ คเหตพฺพสฺส ลกฺขณสฺส ปรมตฺถโต อภาวา ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา’’ติ สงฺขาเร สภาวโต สลฺลกฺเขนฺโตว ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขติ นามาติ อาห ‘‘โย ปน อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตาติ ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตี’’ติ. ยสฺมา จ อนิจฺจนฺติอาทินา สงฺขาราว ทิสฺสมานา, ตสฺมา เต กณฺเฐ พทฺธกุณปํ วิย ปฏินิสฺสชฺชนียา โหนฺติ.

โลกุตฺตรกุสลํ

ปกิณฺณกกถาวณฺณนา

ตตฺราติ โลกุตฺตรชฺฌาเน. อชฺฌตฺตญฺจาติ อุปฑฺฒคาถาย อภินิวิสิตพฺพํ วุฏฺฐาตพฺพํ วิปสฺสนาภูมึ ปญฺจธา อุทฺทิสติ. สตฺตอฏฺฐาทีนิ องฺคานิ สตฺตฏฺฐงฺคานีติ อาทิสทฺทสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพ. นิมิตฺตนฺติ ยโต วุฏฺฐานํ, ตานิ นิมิตฺตปวตฺตานิ นิมิตฺตวจเนเนว อุทฺทิสติ. สงฺขารุเปกฺขาญาณเมว อริยมคฺคสฺส โพชฺฌงฺคาทิวิเสสํ นิยเมติ. กสฺมา? ตโต ตโต ทุติยาทิปาทกชฺฌานโต อุปฺปนฺนสฺส สสงฺขารุเปกฺขาญาณสฺส ปาทกชฺฌานาติกฺกนฺตานํ องฺคานํ อสมาปชฺชิตุกามตาวิราคภาวนาภาวโต อิตรสฺส จ อตพฺภาวโต. เตสมฺปิ วาเทสุ…เป… วิปสฺสนาว นิยเมตีติ เวทิตพฺพา. กสฺมา? วิปสฺสนานิยเมเนว หิ ปฐมตฺเถรวาเทปิ อปาทกปฐมชฺฌานปาทกมคฺคา ปฐมชฺฌานิกาว โหนฺติ, อิตเร จ ปาทกชฺฌานวิปสฺสนานิยเมหิ ตํตํฌานิกา. เอวํ เสสวาเทสุปิ วิปสฺสนานิยโม ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ.

ปกิณฺณกสงฺขาเรติ ปาทกชฺฌานโต อญฺญสงฺขาเร. เตน ปาทกชฺฌานสงฺขาเรสุ สมฺมสิเตสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทสฺเสติ. ตตฺราปีติ ทุติยตฺเถรวาเทปิ. ตํตํฌานิกตา ตํตํสมฺมสิตสงฺขารวิปสฺสนานิยเมหิ โหติ. ตตฺราปิ หิ วิปสฺสนา ตํตํวิราคาวิราคภาวนาภาเวน โสมนสฺสสหคตา อุเปกฺขาสหคตา จ หุตฺวา ฌานงฺคาทินิยมํ มคฺคสฺส กโรตีติ เอวํ วิปสฺสนานิยโม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

ตนฺติ ตํตํฌานสทิสภวนํ. สฺวายมตฺโถ ปาทกชฺฌานสมฺมสิตชฺฌานุปนิสฺสเยหิ วินา อชฺฌาสยมตฺเตน อสิชฺฌนา อุปนิสฺสเยน วินา สงฺกปฺปมตฺเตน สกทาคามิผลาทีนํ อสิชฺฌนทีปเกน นนฺทโกวาเทน (ม. นิ. ๓.๓๙๘ อาทโย) ทีเปตพฺโพ. ตตฺถ หิ โสตาปนฺนายปิ ปริปุณฺณสงฺกปฺปภาวํ วทนฺเตน ภควตา ยสฺส ยสฺส อุปนิสฺสโย อตฺถิ, ตสฺส ตสฺเสว อชฺฌาสโย นิยามโก, นาญฺญสฺสาติ เตน เตน ปริปุณฺณสงฺกปฺปตา โหติ, น ตโต ปรํ สงฺกปฺปสพฺภาเวปิ อสิชฺฌนโตติ อยมตฺโถ ทีปิโต โหติ. เอวมิธาปิ ยสฺส ยสฺส ทุติยาทิฌานิกสฺส มคฺคสฺส ยถาวุตฺโต อุปนิสฺสโย อตฺถิ, ตสฺส ตสฺเสว อชฺฌาสโย นิยามโก, นาญฺญสฺส สติปิ ตสฺมึ อสิชฺฌนโต. อิมสฺมึ ปน วาเท ปาทกสมฺมสิตชฺฌานุปนิสฺสยสพฺภาเว อชฺฌาสโย เอกนฺเตน โหติ, ตํตํผลูปนิสฺสยสพฺภาเว ตํตํสงฺกปฺโป วิยาติ ตทภาวาภาวโต อชฺฌาสโย นิยเมตีติ วุตฺตํ.

ยสฺมึ ปน ปาทกชฺฌานํ นตฺถีติ จตุตฺถชฺฌานิกวชฺชานํ ปาทกานิ โลกิยชฺฌานานิ สนฺธาย วุตฺตํ. อปฺปนาปฺปตฺติ จ โอฬาริกงฺคาติกฺกมนุปนิสฺสยาภาเว ปญฺจหิ องฺเคหิ วินา น โหตีติ ‘‘โสมนสฺสสหคตมคฺโค โหตี’’ติ อาห. อุเปกฺขาสหคตมคฺโคติ เอเตน จตุตฺถชฺฌานิกตาปิ สมานา อนุสยสมุคฺฆาฏนสมตฺถสฺส น สงฺขาราวเสสตาติ ทสฺเสติ. เต จ วาทา น วิรุชฺฌนฺติ อชฺฌาสยวเสน ปญฺจมชฺฌานิกตาย ปฐมาทิชฺฌานิกตาย จ สมฺภวโตติ อธิปฺปาโย. อชฺฌาสโย จ สาตฺถโก โหติ, อญฺญถา ปาทกสมฺมสิตชฺฌาเนเหว นิยมสฺส สิทฺธตฺตา อชฺฌาสโย นิยามโก วุจฺจมาโน นิรตฺถโก สิยาติ. อิธ ปน อฏฺฐสาลินิยา นิยามเน เอกนฺติกํ วิปสฺสนาสงฺขาตํ อตฺถเมว อุทฺธริตฺวา ‘‘เตสมฺปิ วาเทสุ อยํ…เป… วิปสฺสนาว นิยเมตี’’ติ วทนฺเตน ตโยเปเต วาเท วิปสฺสนาว นิยเมตีติ ทสฺสิตํ. ตํตํวาทานญฺหิ วิปสฺสนาสหิตานเมว สิทฺธิ, นาญฺญถาติ ทสฺสิตนฺติ.

ปเวธตีติ โคตฺรภุสฺส ปจฺจโย ภวิตุํ น สกฺโกตีติ อตฺโถ. ยทิ ปญฺจมจิตฺตกฺขเณ ชวนํ ปติตํ นาม โหติ, กถํ ตทา โคตฺรภุ ตทนนฺตรญฺจ มคฺโค ชวนสฺส ปติตกฺขเณ อุปฺปชฺชตีติ? อปุพฺพสฺส ชวนนฺตรสฺส ปติตตาภาวโต. ตเทว หิ ชวนํ อเนกกฺขตฺตุํ ปวตฺตมานํ ปติตํ สิยาติ, โคตฺรภุ ปน อารมฺมณนฺตเร อุปฺปนฺนํ อปุพฺพํ ชวนํ, ตถา มคฺโค ภูมนฺตรโต จาติ. นนุ จ สตฺตมชวนเจตนาย พลวตาย อุปปชฺชเวทนียภาโว โหติ อานนฺตริยตาปีติ, ตตฺถายํ อธิปฺปาโย สิยา ‘‘ปฏิสนฺธิยา อนนฺตรปจฺจยภาวิโน วิปากสนฺตานสฺส อนนฺตรปจฺจยภาเวน อนฺติมชวนเจตนาย สุสงฺขตตฺตา สา สตฺตมชวนเจตนา อุปปชฺชเวทนียา อานนฺตริกา จ โหติ, น อปติตชวนเจตนา วิย พลวตายา’’ติ.

ปุน อนุโลมํ ตํ อนุพนฺเธยฺยาติ โคตฺรภุสฺส หิ สงฺขารารมฺมณตฺเต สติ ตทปิ อนุโลมเมวาติ ปุริมอนุโลมํ วิย ตํ ตทปิ อญฺญํ อนุโลมํ อนุพนฺเธยฺย, น มคฺโคติ มคฺควุฏฺฐานเมว จ น ภเวยฺย อตฺตโน สทิสาลมฺพนสฺส อาวชฺชนฏฺฐานิยสฺส ปจฺจยสฺส อลาภา. อปฺปหีนภาเวน ปญฺจสุ อุปาทานกฺขนฺเธสุ อนุสยิตา กิเลสา สา ภูมิ เอเตหิ ลทฺธาติ กตฺวา ภูมิลทฺธา. วฏฺฏํ สิโนนฺติ พนฺธนฺตีติ กตฺวา วฏฺฏเสตู จ, เตสํ สมุคฺฆาตกรณนฺติปิ เอตเทวสฺส โลภกฺขนฺธาทิปทาลนํ วุจฺจติ. ตนฺติ ปวตฺตํ. เอกํ ภวนฺติ อนาคามิโน อเนกกฺขตฺตุญฺจ ตตฺเถว อุปปชฺชนฺตสฺส เหฏฺฐา อนาคมนวเสน เอโก ภโวติ คเหตฺวา วุตฺตํ.

อิมสฺส ปนตฺถสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส อุปาทินฺนกปวตฺตโต วุฏฺฐานสฺส. อปาเยสุ สตฺตมภวโต อุทฺธํ สุคติยญฺจ วิปากทายกสฺส อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส ปจฺจยฆาโต โสตาปตฺติมคฺคญาเณน อภิสงฺขารวิญฺญาณสฺส นิโรโธ ทฏฺฐพฺโพ. ทฺวีสุ ภเวสูติ อนาคามิมคฺเค อภาวิเต สกทาคามิสฺส กามธาตุยํ เย เทฺว ภวา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสูติ อตฺโถ. จลตีติ เอเตน จลนสภาวเมว ทสฺเสติ, น อจลนาภาวํ, ตสฺมา อจลนํ ทสฺเสตฺวา ปุน จลนํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตถาคตสฺส หี’’ติอาทิมาห. เยปิ วา กตฺถจิ จตฺตาโรปิ มคฺเค สมานปฏิปเท ทิสฺวา สภาวโต อจลนเมว คเณฺหยฺยุํ, เตสํ ตํคหณนิวารณตฺถํ ‘‘จลตี’’ติ วุตฺตํ, น จลนาวธารณตฺถนฺติ ยุตฺตํ อุภยทสฺสนํ. อถ วา ยทิปิ เกสญฺจิ จตฺตาโรปิ มคฺคา สมานปฏิปทา, ตถาปิ กิเลสินฺทฺริเยหิ สิชฺฌมานา ปฏิปทา เตสํ วเสน จลนปกติกา เอวาติ ‘‘จลติ’’จฺเจว วุตฺตํ, น ‘‘น จลตี’’ติ.

โลกุตฺตรกุสลปกิณฺณกกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปฐมมคฺควีสติมหานยวณฺณนา

๓๕๗. ยสฺส ปุพฺพภาเค ‘‘มคฺคํ ภาเวมี’’ติ อชฺฌาสโย ปวตฺโต, โส มคฺคํ ภาเวติ. เอวํ สพฺพตฺถ อชฺฌาสยวิเสเสน ตํตํภาวนาวิเสโส ทฏฺฐพฺโพ.

๓๕๘. ฉนฺทาธิปเตยฺยนฺติอาทีสุ เอกจิตฺตกฺขเณ วตฺตมาเนสุ ธมฺเมสุ กถํ ฉนฺทสฺส ตํสหชาตสฺส อธิปติภาโว วีริยาทีนญฺจาติ? อุปนิสฺสยวเสน. ยสฺส หิ สเจ ฉนฺทวโต กุสลํ นิปฺผชฺชติ, ‘‘อหํ นิปฺผาเทสฺสามี’’ติ ปวตฺตมานสฺส กุสลํ นิปฺผนฺนํ, ตสฺส ตํสหชาโต ฉนฺโท เตน ปุริมุปนิสฺสเยน วิสิฏฺโฐ สหชาตธมฺเม อตฺตโน วเส วตฺเตติ. ตสฺมิญฺจ ปวตฺตมาเน เต ปวตฺตนฺติ, นิวตฺตมาเน นิวตฺตนฺติ, ตทนุรูปพลา จ โหนฺติ ราชปุริสา วิยาติ. เอวํ วีริยาทีสุ. เสสธมฺมานํ ปน กตฺถจิ วุตฺตปฺปการปฺปวตฺติสพฺภาเวปิ อตํสภาวตฺตา อธิปติภาโว นตฺถีติ ทฏฺฐพฺโพ.

ทุติยมคฺควณฺณนา

๓๖๑. อา-การสฺส รสฺสตฺตํ กตฺวา อญฺญินฺทฺริยํ วุตฺตํ, อา-กาโร จ ธมฺมมริยาทตฺโถ.

ตติยจตุตฺถมคฺควณฺณนา

๓๖๒. มคฺคงฺคานิ น ปูเรนฺติ อกิจฺจกตฺตา สมฺมาทิฏฺฐิยาติ อธิปฺปาโย. มาเรนฺโต คจฺฉตีติ หิ มคฺโค, น เจตาย มาเรตพฺพํ อตฺถีติ. มานสฺส ทิฏฺฐิสทิสา ปวตฺติ อหมสฺมีติ ปวตฺตมานสฺส ทิฏฺฐิฏฺฐาเน ฐานํ. อาโลกสฺเสว ปวตฺติกาโล วิยาติ จิรปฺปวตฺตึ สนฺธายาห. เอกเทสสามญฺเญน หิ ยถาธิปฺเปเตน อุปมา โหตีติ. ขาเร วาติ กฏฺฐาทีนํ ขารจฺฉาริกายํ. สมฺมทฺทิตฺวาติ กิเลเทตฺวา. ฉนฺโทติ ตณฺหา. อนุสโยติ ตณฺหา มานานุสโย จ. เอตสฺมิญฺจ สุตฺเต อสมูหตสฺส คนฺธสฺส สมุคฺฆาฏนํ วิย อสมูหตมานาทิสมุคฺฆาตํ ทสฺเสนฺเตน อญฺญมญฺเญ กิเลเส ปชหตีติ ทสฺสิตนฺติ อานีตํ, น ยถาวุตฺตนเยน อุปมาย วุตฺตตฺตาติ ทฏฺฐพฺพํ. นิรนฺตรํ ปวตฺตมาเน จิตฺเต ตสฺส สํกิเลสโวทานกรา สาวชฺชานวชฺชา เจตสิกา อุปฺปชฺชมานา ตสฺสงฺคภูตา อวยวา วิย โหนฺตีติ ‘‘จิตฺตงฺควเสนา’’ติ วุตฺตํ.

โลกุตฺตรกุสลวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

กุสลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อกุสลปทํ

ธมฺมุทฺเทสวาโร

ปฐมจิตฺตกถาวณฺณนา

๓๖๕. กุสเล วุตฺตนยํ อนุคนฺตฺวา ยถานุรูปํ เวทิตพฺพตาย ‘‘วุตฺตนเยนา’’ติ อาห. คนฺตพฺพาภาวโตติ พุชฺฌิตพฺพาภาวโต. ทิฏฺฐิยา คตมตฺตนฺติ ทิฏฺฐิยา คติมตฺตํ คหณมตฺตํ. อาสนฺนการณตฺตา อโยนิโสมนสิการสฺส วิสุํ คหณํ เอกนฺตการณตฺตา จ. สติสํวโรติ อิธ สีตาทีหิ ผุฏฺฐสฺส อปฺปมชฺชนํ ขมนํ ทฏฺฐพฺพํ. ปหานสํวโรติ วีริยสํวโร.

อสฺสาททสฺสนนฺติ อสฺสาททิฏฺฐิ. ผลฏฺเฐน ปจฺจุปฏฺฐาเนน อสมฺมาปฏิปตฺติปจฺจุปฏฺฐาโนโมโห, สมฺมาปฏิปตฺติปฏิปกฺขภาวคฺคหณากาโร วา. สพฺพสฺส โลภสฺส อภิชฺฌาภาเว สติปิ วิเสสยุตฺตาย อภิชฺฌาย กมฺมปถปฺปตฺตาย อิธุปฺปชฺชมานาย ลกฺขณาทึ ทสฺเสตุํ ‘‘สา ปรสมฺปตฺตีน’’นฺติอาทิมาห. อตฺตโน ปริณามนสฺส ปุเรจาริกา ตณฺหาภิรติ อภิรติ.

อนุปปริกฺขา โมโห. โมหวเสน หิ ทิฏฺฐิวเสน วา อวตฺถุสฺมึ สานุนโย อธิโมกฺโข อุปฺปชฺชตีติ. อสติยจิตฺเตติ อหิริกาทีหิ อารกฺขรหิตจิตฺเต. สติรหิตตฺตา สติปฏิปกฺขตฺตา จาติ เอเตน สติรหิตา สติปฏิปกฺขา จ อกุสลา ขนฺธา เอว มิจฺฉาสตีติ ทสฺเสติ. เต ปน อุปนาหาทิปฺปวตฺติยํ จิรกตาทิสลฺลกฺขเณ ปฏุสญฺญาสมฺปยุตฺตา ทฏฺฐพฺพา. สทรถาทิภาโว อวิเสเสน กิเลสสมฺปโยคโต วุตฺโต ลหุตาทิเอกนฺตปฏิปกฺขานํ ถินมิทฺธาทีนํ เกสญฺจิ อิธ อภาวา. อวูปสโมติ อสนฺนิสินฺนสพฺภาวมาห. อนวฏฺฐานรสนฺติ จลนกิจฺจํ. เจตโส อวูปสเมติ นิปฺผาเทตพฺเพ ปโยชเน ภุมฺมํ, อวูปสมปจฺจยภูตํ อารมฺมณํ วา ‘‘อวูปสโม’’ติ วุตฺตํ.

ธมฺมุทฺเทสวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นิทฺเทสวารกถาวณฺณนา

๓๗๗. สหชาตธมฺเมสุ อกมฺปนํ น โกสชฺเชสุ อกมฺปนํ วิย ตปฺปฏิปกฺขภาวโต ทฏฺฐพฺพํ, ตํตํปาปกิริยาย อุสฺสหนวเสน ปน ถิรตา ตตฺถ อกมฺปนํ.

๓๘๑. ทิฏฺฐิยา วิรูปํ ผนฺทิตนฺติ ตถา ตถา สสฺสตาทิวเสน ปวตฺตา ทิฏฺฐิ เอว วุจฺจติ. ตรนฺตีติ ติตฺเถ วิย ปิลวนฺติ. วิปริเยสโตติ วตฺถุสฺส วิปรีตโต.

๓๙๐. สภาวปฏิจฺฉาทนวเสน ปกติอตฺตาทิอสนฺตคหณสฺส อนิจฺจาทีนํ นิจฺจาทิวิสมคหณสฺส จ สญฺญาทิวิปริเยสสฺส นิสฺสยตฺตา ‘‘อสนฺตํ อสมญฺจ พุชฺฌตี’’ติ วุตฺตํ.

ทุติยจิตฺตวณฺณนา

๓๙๙. กิญฺจาปิ…เป… ปรามสนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ ปุริมจิตฺเตน อวิเสสํ ทสฺเสติ. อนุสฺสาหนาวสีทนภาเวน สํหตภาโว ถินํ.

ตติยจิตฺตวณฺณนา

๔๐๐. อิธ มาเนน สทฺธึ ปญฺจ อปณฺณกงฺคานีติ อวิรชฺฌนกงฺคานิ อุปฺปตฺติอรหงฺคานิ โหนฺตีติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มานสฺส อนิยตตฺตา น นิยตเยวาปนกาติ. ปฏฺฐาเน หิ ‘‘สํโยชนํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สํโยชโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๓.๔.๑) เอตฺถ ‘‘จตุกฺขตฺตุํ กามราเคน ติกฺขตฺตุํ ปฏิเฆน จ มาโน วิจิกิจฺฉา ภวราโค ตโยเปเต สกทาคามิโน สํโยชนานํ สํโยชเนหิ ทสวิธา โยชนา’’ติ ทสฺสิตาย ทสวิธาย โยชนาย ‘‘กามราคสํโยชนํ ปฏิจฺจ มานสํโยชนํ อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ วตฺวา ‘‘กามราคสํโยชนํ ปฏิจฺจ อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ ‘‘มานสํโยชนํ ปฏิจฺจ ภวราคสํโยชนํ อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ จ วตฺวา ‘‘ภวราคสํโยชนํ ปฏิจฺจ อวิชฺชาสํโยชน’’นฺติ วุตฺตาหิ โยชนาหิ มานสฺส อนิยตภาโว ปกาสิโต, ตถา กิเลสทุเกปิ. อิธ จ วกฺขติ ‘‘ทสวิธา สํโยชนานํ โยชนา, ตถา ทสวิธา กิเลสาน’’นฺติ จ. อุนฺนมนวเสเนว สมฺปคฺคหรโส, น วีริยํ วิย ตํตํกิจฺจสาธเน อพฺภุสฺสาหนวเสน. โอมานสฺสปิ อตฺตานํ อวํกตฺวา คหณํ สมฺปคฺคโหติ ทฏฺฐพฺโพ.

จตุตฺถจิตฺตวณฺณนา

๔๐๒. ปริหรณตฺถํ วิกฺขิตฺตา หุตฺวา อุสฺสาหํ ชเนนฺตา ‘‘ปริหรณตฺถํ สอุสฺสาหา’’ติ วุตฺตา, เตสํ.

นวมจิตฺตวณฺณนา

๔๑๓. วิสปฺปนอนิฏฺฐรูปสมุฏฺฐานวเสน อตฺตโน ปวตฺติอาการวเสน จ วิสปฺปนรโส. โทโส อุปโยคผเลสุ อนิฏฺฐตฺตา วิสสํสฏฺฐปูติมุตฺตํ วิย ทฏฺฐพฺโพ. อนภิรติรสาติ เอวํปกาเรสุ ปฏิกฺเขเปน รสวจเนสุ ตํตํปฏิปกฺขกิจฺจคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. กฏุกาการคติ กฏุกญฺจุกตา, อตฺตสมฺปตฺติ อาวาสาทิ, ปรายตฺตตาย ทาสพฺยํ วิย ทฏฺฐพฺพํ. ยถา หิ ทาสเพฺย สติ ทาโส ปรายตฺโต โหติ, เอวํ กุกฺกุจฺเจ สติ ตํสมงฺคี. น หิ โส อตฺตโน ธมฺมตาย ปวตฺติตุํ สกฺโกติ กุสเลติ. อถ วา กตากตากุสลกุสลานุโสจเน อายตฺตตาย ตทุภยวเสน กุกฺกุจฺเจน ตํสมงฺคี โหตีติ ทาสพฺยํ วิย ตํ โหติ.

๔๑๘. วิรุทฺธากาโรติ วิรุทฺธสฺส ปุคฺคลสฺส, จิตฺตสฺส วา อากาโร วิรุทฺธภาโว. เตน วิรุชฺฌนํ วิโรโธติ ทสฺเสติ. วจนนฺติ เอตํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพเมว หิ กิจฺจํ เอเตน กริยมานํ สุโรปิตํ สุชนิตํ น โหตีติ. โรปสทฺทวจนตฺถเมว เกจิ วณฺเณนฺติ. ตํ อปฺปมาณนฺติ โกธสฺส ตถาปวตฺตนสภาวาภาวา อญฺเญน เกนจิ การเณน ปริปุณฺณตา สิยาติ สนฺธาย วุตฺตํ.

เอกาทสมจิตฺตวณฺณนา

๔๒๒. วิคตา จิกิจฺฉาติ จิกิจฺฉิตุํ ทุกฺกรตาย วุตฺตํ, น สพฺพถา จิกิจฺฉาภาวา วิจิกิจฺฉายาติ ตทตฺถํ ทสฺเสติ.

๔๒๔. นิจฺฉยาภาวา อสณฺฐหนโต เจตโส ปวตฺติปจฺจยมตฺตตาย ‘‘ปวตฺติฏฺฐิติมตฺต’’นฺติ วุตฺตํ.

๔๒๕. เอกํ อาการํ คนฺตุํ อสมตฺถตาย อตฺตโน อามุขํ สปฺปนโต โอสกฺกติ.

ทฺวาทสมจิตฺตวณฺณนา