ธมฺมุทฺเทสวารกถา
ผสฺสปญฺจมกราสิวณฺณนา
อาจริยานนฺติ เรวตาจริยสฺส. น ปเนตํ สารโต ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ผสฺสาทีนํ กามาวจราทิภาวทสฺสนตฺถํ อิทมารทฺธํ, กินฺตุ ตสฺมึ สมเย ผสฺสาทิสภาวทสฺสนตฺถนฺติ.
จิตฺตสฺส ปฐมาภินิปาตตฺตาติ สพฺเพ เจตสิกา จิตฺตายตฺตา จิตฺตกิริยาภาเวน วุจฺจนฺตีติ ผสฺโส ‘‘จิตฺตสฺส ปฐมาภินิปาโต’’ติ วุตฺโต. กามํ อุปฺปนฺนผสฺโส ปุคฺคโล จิตฺตเจตสิกราสิ วา อารมฺมเณน ผุฏฺโฐ ผสฺสสหชาตาย เวทนาย ตํสมกาลเมว เวเทติ, ผสฺโส ปน โอภาสสฺส ปทีโป วิย เวทนาทีนํ ปจฺจยวิเสโส โหตีติ ปุริมกาโล วิย วุตฺโต. โคปานสีนํ อุปริ ติริยํ ฐปิตกฏฺฐํ ปกฺขปาโส. กฏฺฐทฺวยาทิ วิย เอกเทเสน เอกปสฺเสน อนลฺลียมาโนปิ รูเปน สห ผสฺสสฺส สามญฺญํ อนลฺลียมานํ สงฺฆฏฺฏนเมว, น วิสยภาโว, สงฺฆฏฺฏนญฺจ ผสฺสสฺส จิตฺตารมฺมณานํ สนฺนิปตนภาโว เอว. วตฺถารมฺมณสนฺนิปาเตน สมฺปชฺชตีติ สงฺฆฏฺฏนสมฺปตฺติโก ผสฺโส. ปาณิทฺวยสฺส สนฺนิปาโต วิย จิตฺตารมฺมณสนฺนิปาโต ผสฺโส จิตฺตสฺส อารมฺมเณ สนฺนิปติตปฺปวตฺติยา ปจฺจโย โหตีติ กิจฺจฏฺเฐเนว รเสน สงฺฆฏฺฏนรโส. ตถา ปจฺจยภาโว หิ ตสฺส ผสฺสสฺส สงฺฆฏฺฏนกิจฺจนฺติ. ยถา หิ ปาณิยา ปาณิมฺหิ สงฺฆฏฺฏนํ ตพฺพิเสสภูตา รูปธมฺมา, เอวํ จิตฺตสฺส อารมฺมเณ สงฺฆฏฺฏนํ ตพฺพิเสสภูโต เอโก เจตสิกธมฺโม ทฏฺฐพฺโพ. จิตฺเตเยวาติ เอเตน เจตสิกสภาวตํ วตฺถารมฺมเณหิ อสํสฏฺฐํ สงฺฆฏฺฏนํ เวทนาย ทสฺเสติ, น ปน วตฺถุนิสฺสยตํ ปฏิกฺขิปติ. ตสฺส ผสฺสสฺส การณภูโต ตทนุรูโป สมนฺนาหาโร ตชฺชาสมนฺนาหาโร. อินฺทฺริยสฺส ตทภิมุขภาโว อาวชฺชนาย จ อารมฺมณกรณํ วิสยสฺส ปริกฺขตตา อภิสงฺขตตา วิญฺญาณสฺส วิสยภาวกรณนฺติ อตฺโถ.
สุขเวทนายเมว ลพฺภติ อสฺสาทภาวโตติ อธิปฺปาโย. วิสฺสวิตายาติ อรหตาย. อเนกตฺถตฺตา หิ ธาตูนํ อรหตฺโถ วิปุพฺโพ สุสทฺโท. วิสฺสวํ วา สชนํ วสิตา กามการิตา วิสฺสวิตา. อารมฺมณรเสกเทสเมว อนุภวนฺตีติ อิทํ ผุสนาทิกิจฺจํ เอกเทสานุภวนมิว โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. เวทยิตสภาโว เอว หิ อนุภวนนฺติ. ผุสนาทิภาเวน วา อารมฺมณคฺคหณํ เอกเทสานุภวนํ, เวทยิตภาเวน คหณํ ยถากามํ สพฺพานุภวนํ. เอวํ สภาวาเนว ตานิ คหณานีติ น เวทนาย วิย ผสฺสาทีนมฺปิ ยถาสกกิจฺจกรเณน สามิภาวานุภวนํ โจเทตพฺพํ. อยํ อิธาติ เอเตน ปญฺจสุ เวทนาสุ อิมสฺมึ จิตฺเต อธิปฺเปตํ โสมนสฺสเวทนํ วทติ, ตสฺมา อโสมนสฺสเวทนํ อปเนตฺวา คหิตาย โสมนสฺสเวทนาย สมานา อิฏฺฐาการสมฺโภครสตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.
นิมิตฺเตน ปุนสญฺชานนกิจฺจา ปจฺจาภิญฺญาณรสา. ปุนสญฺชานนสฺส ปจฺจโย ปุนสญฺชานนปจฺจโย, ตเทว นิมิตฺตํ ปุน…เป… นิมิตฺตํ, ตสฺส กรณํ ปุน…เป… กรณํ. ปุนสญฺชานนปจฺจยภูตํ วา นิมิตฺตกรณํ ปุน…เป… กรณํ, ตทสฺสา กิจฺจนฺติ อตฺโถ. ปุนสญฺชานนปจฺจยนิมิตฺตกรณํ นิมิตฺตการิกาย นิมิตฺเตน สญฺชานนฺติยา จ สพฺพาย สญฺญาย สมานํ เวทิตพฺพํ. ญาณเมว อนุวตฺตติ, ตสฺมา อภินิเวสการิกา วิปรีตคฺคาหิกา จ น โหตีติ อธิปฺปาโย. เอเตนุปาเยน สมาธิสมฺปยุตฺตาย อจิรฏฺฐานตา จ น โหตีติ ทฏฺฐพฺพา.
อภิสนฺทหตีติ ปพนฺธติ ปวตฺเตติ. เจตนาภาโว พฺยาปารภาโว. ทิคุณุสฺสาหาติ น ทิคุณํ วีริยโยคํ สนฺธาย วุตฺตํ, อตฺตโน เอว ปน พฺยาปารกิจฺจสฺส มหนฺตภาวํ ทีเปติ. อุสฺสาหนภาเวนาติ อาทรภาเวน. สา หิ สยํ อาทรภูตา สมฺปยุตฺเต อาทรยตีติ.
วิชานนํ อารมฺมณสฺส อุปลทฺธิ. สนฺทหนํ จิตฺตนฺตรสฺส อนุปฺปพนฺธนํ. จกฺขุนา หิ ทิฏฺฐนฺติ จกฺขุนา ทฏฺฐพฺพํ. ยถา ‘‘ทิฏฺฐํ สุตํ มุตํ วิญฺญาต’’นฺติ ทฏฺฐพฺพาทิ วุจฺจติ, เอวมิธาปิ เวทิตพฺพํ. จกฺขุนา หีติอาทีสุ จกฺขุนา…เป… มนสา ทฺวาเรนาติ อตฺโถ. นครคุตฺติกสฺส วิย จิตฺตสฺส อารมฺมณวิภาวนมตฺตํ อุปธารณมตฺตํ อุปลทฺธิมตฺตํ กิจฺจํ, อารมฺมณปฏิเวธนปจฺจาภิญฺญาณาทิ ปน กิจฺจํ ปญฺญาสญฺญาทีนนฺติ เวทิตพฺพํ. ปุริมนิทฺทิฏฺฐนฺติ สมยววตฺถาเน นิทฺทิฏฺฐํ. ภาเวนฺโต วิย น น อุปฺปชฺชติ, กินฺตุ อุปฺปชฺชตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺตํ โหตี’’ติ วุตฺตนฺติ เอตํ โหติ-สทฺทสฺส อุปฺปชฺชติ-สทฺทสฺส จ สมานตฺถตฺเต สติ ยุชฺเชยฺย, ตทตฺถตฺเต จ ตตฺถ อุปฺปนฺนํ โหตีติ น วุจฺเจยฺย. น หิ ยุตฺตํ อุปฺปนฺนํ อุปฺปชฺชตีติ วตฺตุํ. จิตฺตสฺส จ อุปฺปนฺนตา สมยววตฺถาเน วุตฺตา เอวาติ กึ ตสฺส ปุน อุปฺปตฺติทสฺสเนน. เยน จ สมยววตฺถานํ กตํ, ตสฺส นิทฺเทโส น น สกฺกา กาตุนฺติ กึ ตํ นิทฺเทสตฺถํ อุทฺเทเสน ทุติเยน, นิทฺเทเสเนว จ ผสฺสาทีหิ จ อญฺญตฺตํ จิตฺตสฺส สิชฺฌตีติ กึ ตทตฺเถน ปุน วจเนน, อญฺญปฺปโยชนตฺตา ปน ปุริมสฺส จิตฺตวจนสฺส ปจฺฉิมํ วุตฺตํ. ปุริมญฺหิ สมยววตฺถานตฺถเมว วุตฺตํ, น ววตฺถิตสมเย วิชฺชมานธมฺมทสฺสนตฺถํ, อิตรญฺจ ตสฺมึ สมเย วิชฺชมานธมฺมทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, น สมยววตฺถานตฺถํ, น จ อญฺญทตฺถํ วจนํ อญฺญทตฺถํ วทติ, น จ เลเสน วุตฺโตติ กตฺวา มหาการุณิโก อตฺถํ ปากฏํ น กโรตีติ.
ผสฺสปญฺจมกราสิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ฌานงฺคราสิวณฺณนา
วิตกฺเกตีติ ธมฺมโต อญฺญสฺส กตฺตุนิวตฺตนตฺถํ ธมฺมเมว กตฺตารํ นิทฺทิสติ. ตสฺส ปน วสวตฺติภาวนิวารณตฺถํ ‘‘วิตกฺกนํ วา’’ติ ภาวนิทฺเทโส. รูปํ รูปนฺติ ปถวี ปถวีติ วา อาโกเฏนฺโต วิย โหตีติ อาโกฏนลกฺขโณ. อาทิโต, อภิมุขํ วา หนนํ อาหนนํ, ปริโต, ปริวตฺเตตฺวา วา อาหนนํ ปริยาหนนํ. วิจารโต โอฬาริกฏฺเฐน วิจารสฺเสว ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน อนุรวโต โอฬาริโก ตสฺส จ ปุพฺพงฺคโม ฆณฺฏาภิฆาโต วิย โหติ วิตกฺโก. โส ยถา ฆณฺฏาภิฆาโต ปฐมาภินิปาโต โหติ, เอวํ อารมฺมณาภิมุขนิโรปนฏฺเฐน ปฐมาภินิปาโต โหติ. วิปฺผารวาติ วิจลนยุตฺโต. อนุปฺปพนฺเธน ปวตฺติยนฺติ อุปจาเร วา อปฺปนายํ วา สนฺตาเนน ปวตฺติยํ. ตตฺถ หิ วิตกฺโก นิจฺจโล หุตฺวา อารมฺมณํ อนุปวิสิตฺวา ปวตฺตติ. มณฺฑลนฺติ ขลมณฺฑลํ.
ปิณยตีติ ตปฺเปติ, วฑฺเฒติ วา. ผรณรสาติ ปณีตรูเปหิ กายสฺส พฺยาปนรสา. อุทคฺคภาโว โอทคฺยํ. ขุทฺทิกา ลหุํ โลมหํสนมตฺตํ กตฺวา ภินฺนา น ปุน อุปฺปชฺชติ. ขณิกา พหุลํ อุปฺปชฺชติ. อุพฺเพคโต ผรณา นิจฺจลตฺตา จิรฏฺฐิติกตฺตา จ ปณีตตรา. ปสฺสทฺธิยา นิมิตฺตภาเวน คพฺภํ คณฺหนฺตี. อปฺปนาสมฺปยุตฺตาว ปีติ อปฺปนาสมาธิปูริกาติ กตฺวา สา ฐปิตา. อิตรา เทฺว ขณิโกปจารสมาธิปูริกา ปีตี.
สมาธิจิตฺเตนาติ สมาธิสหิตจิตฺเตน. อวิสาโร อตฺตโน เอว อวิสรณสภาโว. อวิกฺเขโป สมฺปยุตฺตานํ อวิกฺขิตฺตตา. เยน สมฺปยุตฺตา อวิกฺขิตฺตา โหนฺติ, โส ธมฺโม อวิกฺเขโปติ. วิเสสโตติ เยภุยฺเยน. สุขวิรหิโตปิ หิ อตฺถิ สมาธีติ. ปทีปนิทสฺสเนน สนฺตานฏฺฐิติภาวํ สมาธิสฺส ทสฺเสติ.
ฌานงฺคราสิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อินฺทฺริยราสิวณฺณนา
สทฺทหนฺติ เอตายาติ สทฺทหนกิริยาย ปวตฺตมานานํ ธมฺมานํ ตตฺถ อาธิปจฺจภาเวน สทฺธาย ปจฺจยตํ ทสฺเสติ. ตสฺสา หิ ธมฺมานํ ตถาปจฺจยภาเว สติ ‘‘ปุคฺคโล สทฺทหตี’’ติ โวหาโร โหติ. ปสาทนียฏฺฐาเนสุ ปสาทสฺส ปฏิปกฺขภูตํ อกุสลํ อสฺสทฺธิยํ มิจฺฉาธิโมกฺโข จ. ปสาทภูโต นิจฺฉโย วตฺถุคโต อธิโมกฺขลกฺขณํ, น เยวาปนกาธิโมกฺโขติ. อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ ‘‘มํ อนฺตเรน ตุมฺหากํ อธิมุจฺจนํ นตฺถิ, มยา สทฺทหถา’’ติ วิย อตฺตานํ อนุวตฺเตติ สมฺปยุตฺตธมฺเม. เอวํ เสเสสุปิ. ปกฺขนฺทนนฺติ สํสีทนํ. ปงฺโก กทฺทมโต ฆนีภูโต โหติ. ปณกํ ปิจฺฉิลํ อุทกมลํ. ปีตํ อุทกํ. โอกปฺปนลกฺขณาติ อนุปวิสิตฺวา เอวเมตนฺติ กปฺปนลกฺขณา. อกลุสภาโว อกาลุสิยํ, อนาวิลภาโวติ อตฺโถ. พุทฺธาทิวตฺถูนิ สทฺเธยฺยานิ. สปฺปุริสูปเสวนสทฺธมฺมสวนโยนิโสมนสิการธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติโย โสตาปตฺติยงฺคานิ. กุสลธมฺมานํ อาทาเน หตฺโถ วิย, สพฺพสมฺปตฺตินิปฺผาทเน วิตฺตํ วิย, อมตกสิผลผลเน พีชํ วิย ทฏฺฐพฺพา.
วีรภาโวติ เยน วีโร นาม โหติ, โส ธมฺโมติ อตฺโถ. อนุพลปฺปทานํ ปคฺคโห. มคฺโค คนฺตพฺโพ โหติ, มคฺโค คโต, กมฺมํ กตฺตพฺพํ, กมฺมํ กตํ, อปฺปมตฺตโก อาพาโธ อุปฺปนฺโน, คิลานา วุฏฺฐิโต โหติ อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา, คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย จรนฺโต น ลภติ ลูขสฺส วา ปณีตสฺส วา โภชนสฺส ยาวทตฺถํ ปาริปูรึ, ลภติ…เป… ปาริปูรินฺติ เอตานิ อนุรูปปจฺจเวกฺขณาสหิตานิ อฏฺฐ วีริยารมฺภวตฺถูนิ ตํมูลกานิ วา ปจฺจเวกฺขณานิ.
จิรกตาทิอารมฺมณํ อุปคนฺตฺวา ฐานํ, อนิสฺสชฺชนํ วา อารมฺมณสฺส อุปฏฺฐานํ. อุทเก อลาพุ วิย อารมฺมณํ ปิลวิตฺวา คนฺตุํ อปฺปทานํ ปาสาณสฺส วิย นิจฺจลสฺส อารมฺมณสฺส ฐปนํ สารณํ อสมฺมุฏฺฐตากรณํ อปิลาปนํ. อปิลาเป กโรติ อปิลาเปติ. คติโยติ นิปฺผตฺติโย สมฺภวโต ผลโต จ. อปโร นโยติ รสาทิทสฺสนตฺถํ อารทฺธํ. สมฺโมสปจฺจนีกํ กิจฺจํ อสมฺโมโส, น สมฺโมสาภาวมตฺตํ. สติยา วตฺถุภูตา กายาทโย กายาทิสติปฏฺฐานา, สติโยเยว วา ปุริมา ปจฺฉิมานํ ปทฏฺฐานํ.
วิกฺเขปสฺส อุทฺธจฺจสฺส. ปญฺญาเปตีติ ปกาเรหิ ชานาเปติ. เอกาโลกา โหตีติ วิปสฺสนุปกฺกิเลโสภาสํ สนฺธายาห. มนเต วิชานาติ เอเตนาติ วา มโน, เอวญฺจ กตฺวา ‘‘มนญฺจ ปฏิจฺจ ธมฺเม จา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๔, ๔๐๐; ๓.๔๒๑, ๔๒๕) การณภาเวน มโน วุตฺโต. สพฺโพ หิ มโน อตฺตโน อนนฺตรสฺส วิญฺญาณสฺส การณนฺติ. วิชานาตีติ ปริจฺฉินฺโนปลทฺธิวเสน ชานาติ, น สญฺญาปญฺญา วิย สญฺชานนปฏิวิชฺฌนวเสน.
ปีติโสมนสฺสสมฺปโยคโตติ วุตฺเต เยน โยคา สุมโน โหติ, ตํ โสมนสฺสนฺติ วุจฺจตีติ ปีติยา จ โสมนสฺสภาโว อาปชฺชติ, ตสฺมา วินาปิ กาเยน วตฺถุนา สาตเวทนาสมฺปโยคโตติ โยเชตพฺพํ. เอวญฺจ นิปฺปีติกํ โสมนสฺสญฺจ สงฺคหิตํ โหติ, ปีติอุปลกฺขิตํ วา โสมนสฺสํ สปฺปีติกํ นิปฺปีติกญฺจ โสมนสฺสนฺติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
ปวตฺตสนฺตตาธิปเตยฺยนฺติ ปวตฺตสงฺขาตาย สนฺตติยา อธิปติภูตํ. ชีวิตินฺทฺริยสฺส หิ อตฺตโน วิชฺชมานกฺขเณ อนุปาเลนฺตสฺส อนนฺตรญฺจ สานุปาลนานํ อุปฺปตฺติยา เหตุภูตสฺส วเสน ปวตฺตํ จิรฏฺฐิติกํ โหติ, ตํตํกมฺมวิเสเสน วิเสสยุตฺตํ ยาว จุติ อวิเสเสน วา ยาว ปรินิพฺพานํ อวิจฺฉินฺนํ ปวตฺตติ ชีวมานตาวิเสสยุตฺตญฺจาติ รูปารูปชีวิตินฺทฺริยานํ สมานลกฺขณาทึ วตฺตุํ ‘‘อตฺตนา อวินิภุตฺตธมฺมาน’’นฺติ อาห. อนุปาเลตพฺพานํ อตฺถิกฺขเณเยว. อสติ หิ อนุปาเลตพฺเพ อุปฺปลาทิมฺหิ กึ อุทกํ อนุปาเลยฺยาติ. ตสฺส ตสฺสาติ อนุปาลนาทิกสฺส. สาธนโตติ สาธเนน. ตํสาธนญฺจ ชีวมานวิเสสปจฺจยภาวโต.
อินฺทฺริยราสิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มคฺคงฺคราสิวณฺณนา
สมฺมาติ อวิปรีตนิยฺยานิกภาเวน. ปสตฺถตา จ เอวเมว ทฏฺฐพฺพา.
พลราสิวณฺณนา
อสฺสทฺธิเยติ อสฺสทฺธิยการณา. อุภยปทวเสนาติ สทฺธาปทํ พลปทนฺติ เอวมาทิปททฺวยวเสน. นิยกชฺฌตฺตํ ชาติอาทิสมุฏฺฐานํ เอติสฺสาติ อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานา. ครุนา กิสฺมิญฺจิ วุตฺเต คารววเสน ปติสฺสวนํ ปติสฺสโว, สห ปติสฺสเวน สปฺปติสฺสวํ, ปติสฺสวภูตํ ตํสภาคญฺจ ยํกิญฺจิ คารวนฺติ อตฺโถ. ชาติอาทิมหตฺตปจฺจเวกฺขเณน อุปฺปชฺชมานา จ หิรี ตตฺถ คารววเสน ปวตฺตตีติ ‘‘สปฺปติสฺสวลกฺขณา’’ติ วุจฺจติ. วชฺชํ ภายติ ตญฺจ ภยโต ปสฺสตีติ วชฺชภีรุกภยทสฺสาวี. เอวํสภาวํ โอตฺตปฺปํ. หิรี ปาปธมฺเม คูถํ วิย ปสฺสติ, โอตฺตปฺปํ อุณฺหํ วิย. ทายชฺชํ นวโลกุตฺตรธมฺมาทิ. อชฺฌตฺตสมุฏฺฐานาทิตา จ หิรีโอตฺตปฺปานํ ตตฺถ ตตฺถ ปากฏภาเวน วุตฺตา, น ปน เตสํ กทาจิ อญฺญมญฺญํ วิปฺปโยคา. น หิ ลชฺชนํ นิพฺภยํ ปาปภยํ วา อลชฺชนํ โหตีติ.
มูลราสิวณฺณนา
อเคโธ อนภิชฺฌนํ อนภิกงฺขนํ. อนลฺลีโน ภาโว อธิปฺปาโย เอตสฺสาติ อนลฺลีนภาโว, เอวญฺหิ อุปมาย สเมติ. อนุกูลมิตฺโต อนุวตฺตโก. วินยรโสติ วินยนรโส. อโทโส ทุสฺสีลฺยมลสฺสาติ อิทํ ทุสฺสีลฺยสฺส โทสสมุฏฺฐานตํ โทสูปนิสฺสยตญฺจ สนฺธาย วุตฺตํ. อภาวนายาติ ‘‘ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ อนติวตฺตนฏฺเฐน ภาวนาอินฺทฺริยานํ เอกรสฏฺเฐน ภาวนา ตทุปควีริยวาหนฏฺเฐน ภาวนา อาเสวนฏฺเฐน ภาวนา’’ติ เอวํ วุตฺตาย ปญฺญาสาธนาย ภาวนาย อปฺปวตฺติ, ตปฺปฏิปกฺขภูตา วา อกุสลา อภาวนา. นิคฺคุเณปิ คุณคฺคหณํ อธิกคฺคหณํ. วิชฺชมานมฺปิ คุณํ วิทฺธํเสตฺวา คหณํ อูนคฺคหณํ. จตุวิปลฺลาสคฺคหณํ วิปรีตคฺคหณํ.
ยาถาวสภาเวติ ‘‘เอตฺตโก เอตสฺส คุโณ, เอตฺตโก โทโส’’ติ คุณโทสานํ สภาเว ‘‘ชราธมฺโม ชีรติ, ตํ กุเตตฺถ ลพฺภา มา ชีรี’’ติ เอวมาทิปจฺจเวกฺขณสมฺภวโต. อโลเภน จ คหฏฺฐานํ เขตฺตวตฺถาทีสุ วิวาทาภาวโต. อโมเหน ปพฺพชิตานํ ทิฏฺฐิคตวิวาทาภาวโต. กามราคาภินิเวสวินิพนฺธา หิ คหฏฺฐา คหฏฺเฐหิ วิวทนฺติ, ทิฏฺฐิราคาภินิเวสวินิพนฺธา สมณา สมเณหีติ. ราควเสน มิตฺตสนฺถโว โทสวเสน วิโรโธ จ ตพฺพิเสเสน อุปคมาปคมา, อารมฺมเณ วา รูปาทิมฺหิ อนุโรธวิโรธา. อมชฺฌตฺตภาวสฺส ปฏิฆานุนยสงฺขาตสฺส โมเหน ปวตฺติ. สุขวิปริณาเม ทุกฺขสมาโยเค จ ปฏิฆปวตฺติยํ เวทนาปริคฺคโห น สิชฺฌตีติ อโทสานุภาเวน เวทนาสติปฏฺฐานํ สิชฺฌติ. ทิพฺพวิหารสฺสาติ จตุนฺนํ ฌานานํ. อริยวิหาโร ผลสมาปตฺติ. โมเหน อวิจาเรนฺโต อุทาสีนปกฺเขสุปิ สตฺตสงฺขาเรสุ สพฺเพสุ อภิสงฺคํ กโรตีติ อมูฬฺหสฺส ตทภาโว เวทิตพฺโพ. ทุกฺขทสฺสนสฺส อาสนฺนปฏิปกฺขตฺตา โทสสฺส ตปฺปฏิปกฺเขน อโทเสน ทุกฺขทสฺสนํ โหติ.
กมฺมปถราสิวณฺณนา
สุขาทีนิ อตฺตโน น พฺยาปาเทติ น วินาเสติ ปรสฺส จาติ ทฏฺฐพฺพํ. กมฺมปถตาตํสภาคตาหิ กมฺมปถวเสน.
ปสฺสทฺธาทิยุคลวณฺณนา
ทรโถ สารมฺโภ, ทุกฺขโทมนสฺสปจฺจยานํ อุทฺธจฺจาทิกานํ กิเลสานํ จตุนฺนํ วา ขนฺธานํ เอตํ อธิวจนํ. อุทฺธจฺจปฺปธานา กิเลสา อุทฺธจฺจาทิกิเลสา, อุทฺธจฺจํ วา อาทึ กตฺวา สพฺพกิเลเส สงฺคณฺหาติ. สุวณฺณวิสุทฺธิ วิยาติ ยถา สุวณฺณวิสุทฺธิ อลงฺการวิกติวินิโยคกฺขมา, เอวํ อยมฺปิ หิตกิริยาวินิโยคกฺขมา.
สมํ, สมนฺตโต วา ปกาเรหิ ชานนํ สมฺปชญฺญํ. เจติยวนฺทนาทิอตฺถํ อภิกฺกมาทีสุ อตฺถานตฺถปริคฺคณฺหนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. สติ จ อตฺเถ สปฺปายาสปฺปายรูปาทิปริคฺคณฺหนํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ. โคจรคามาภิกฺกมนาทีสุ กมฺมฏฺฐานาวิชหนํ โคจรสมฺปชญฺญํ. อภิกฺกมนาทีนํ ธาตุอาทิวเสน ปวิจโย อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. สพฺพกมฺมฏฺฐานภาวนานุยุตฺตานํ สพฺพโยคีนํ สพฺพทา อุปการกา อิเม เทฺว ธมฺมา ปาริปนฺถกหรณโต ภาวนาวฑฺฒนโต จ. ยถาห ‘‘เทฺว ธมฺมา พหุการา สติ จ สมฺปชญฺญญฺจา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๕๒). ยุเค นทฺธา วิยาติ ยุคนทฺธา, อญฺญมญฺญํ นิมิตฺตภาเวน สมํ ปวตฺตาติ อตฺโถ. ‘‘ปุน จปรํ, อาวุโส, ภิกฺขุ สมถวิปสฺสนํ ยุคนทฺธํ ภาเวตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๗๐; ปฏิ. ม. ๒.๑) หิ สุตฺเต เอเตสํ ยุคนทฺธตา วุตฺตา. สพฺพกุสลธมฺเมสุ ลีนุทฺธจฺจาภาโว เอเตหิ ทฺวีหิ สมํ ยุตฺเตหีติ ‘‘วีริยสมาธิโยชนตฺถายา’’ติ อาห, โยควจนตฺถายาติ อตฺโถ.
เยวาปนกวณฺณนา
รูปาภาเวนาติ รุปฺปนาภาเวน. ธมฺมาติ เอตสฺส อตฺโถ สภาวโต อุปลพฺภมานาติ. เมตฺตาปุพฺพภาโคติ อปฺปนาปฺปตฺตาย เมตฺตาย ปุพฺพภาโค, ปริกมฺมเมตฺตา เอตสฺมึ จิตฺเต อตฺถีติ อตฺโถ. วิรติวเสนาติ วจีปวตฺติยา น ปูเรติ, กินฺตุ วิรติโยเคนาติ อตฺโถ. อปณฺณกงฺคานีติ อวิรทฺธงฺคานิ. ยถา ตถา วา อารมฺมเณ วินิจฺฉยนํ อธิมุจฺจนํ. น หิ อนธิมุจฺจนฺโต ปาณาติปาตาทีสุ ทานาทีสุ วา ปวตฺตติ, สทฺธา ปน ปสาทนีเยสุ ปสาทาธิโมกฺโขติ อยเมเตสํ วิเสโส. ทารกสฺส วิย อิโต จิโต จ สํสปฺปนสฺส กริสฺสามิ น กริสฺสามีติ อวินิจฺฉยสฺส ปฏิปกฺขกิริยา อสํสปฺปนํ. ปุริมมนโตติ ภวงฺคโต. วิสทิสํ วีถิชวนํ มนํ กโรตีติ มนสิการสามญฺเญน วีถิชวนปฏิปาทเก ทสฺเสติ. เตสุ ธมฺเมสูติ จิตฺตเจตสิกธมฺเมสุ. อตทารมฺมณตฺเตปิ หิ เตสุ สมปฺปวตฺเตสุ อุทาสีนภาวโต ตตฺรมชฺฌตฺตตาติ วุจฺจติ. อลีนานุทฺธตปฺปวตฺติปจฺจยตฺตา อูนาธิกนิวารณรสา. กายทุจฺจริตาทิวตฺถูนนฺติ ปาณาทีนํ. อมทฺทนา มทฺทนปฏิปกฺขภาโวว.
ตํตํราสิกิจฺจวเสน วิภาครหิตา อวิภตฺติกา. เอตฺถาติ เอเตสุ สวิภตฺติเกสุ ทุติยฏฺฐานาทีสุปิ ภาชิยมาเนสุ อปุพฺพํ นตฺถีติ อตฺโถ. ปทํ ปูริตนฺติ ฌานาทิปทํ ปญฺจกาทิวเสน ปูริตํ. ปญฺจ หิ องฺคานิ ฌานปทสฺส อตฺโถ, เตสุ เอกสฺมิญฺจ อูเน ฌานปทํ อูนํ โหตีติ. ปทสมูโห ปทโกฏฺฐาโส วา ตํ ตเมว วา ปทํ, อวุตฺตํ หาปิตํ นาม โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ปูริต’’นฺติ. วุตฺตสฺมิญฺเญว วุจฺจมาเน อเนเกสํ ปุริสสทฺทานํ วิย โกจิ สมฺพนฺโธ นตฺถีติ มญฺญมาโน อาห ‘‘อนนุสนฺธิกา กถา’’ติ. อนฺตรนฺตรา วุตฺตสฺมิญฺเญว วุจฺจมาเน อนุกฺกเมน ธมฺมา กถิตา น โหนฺตีติ อาห ‘‘อุปฺปฏิปาฏิยา’’ติ. ผสฺสปญฺจมกราสิ สพฺพจิตฺตุปฺปาทสาธารณวเสน จตุกฺขนฺธตปฺปจฺจยสงฺคหวเสน จ วุตฺโต. ยถาวุตฺเตสุ ปน ราสีสุ เอกราสิกิจฺจสฺสปิ อภาวา ฉนฺทาทโย เยวาปนกวเสน วุตฺตา. วุตฺตานมฺปิ จ ธมฺมานํ ยถา เวทนาทีนํ ฌานงฺคาทิภาโว วุตฺโต, น เอวํ โสวจสฺสตากลฺยาณมิตฺตตาทิวิเสโส วุตฺโตติ ตสฺส สงฺคณฺหนตฺถํ เกจิ ธมฺเม วิสุํ ฐเปตฺวา เต จ ตญฺจ วิเสสํ ‘‘เย วา ปนา’’ติ อาห. เวเนยฺยชฺฌาสยวเสน วา สาวเสเส ธมฺเม วตฺวา ‘‘เย วา ปนา’’ติ วุตฺตํ.
เยวาปนกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ธมฺมุทฺเทสวารกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.