๓. เสรีสุตฺตํ

๑๐๔. เอกมนฺตํ ฐิโต โข เสรี เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘อนฺนเมวาภินนฺทนฺติ, อุภเย เทวมานุสา;

อถ โก นาม โส ยกฺโข, ยํ อนฺนํ นาภินนฺทตี’’ติ.

‘‘เย นํ ททนฺติ สทฺธาย, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

ตเมว อนฺนํ ภชติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.

‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.

‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! ยาวสุภาสิตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา –

‘‘เย นํ ททนฺติ สทฺธาย, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

ตเมว อนฺนํ ภชติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.

‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.

‘‘ภูตปุพฺพาหํ, ภนฺเต, สิรี [เสรี (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] นาม ราชา อโหสึ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, จตูสุ ทฺวาเรสุ ทานํ ทียิตฺถ สมณ-พฺราหฺมณ-กปณทฺธิก-วนิพฺพกยาจกานํ. อถ โข มํ, ภนฺเต, อิตฺถาคารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ [อิตฺถาคารา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ (ก.)] – ‘เทวสฺส โข [เทวสฺเสว โข (ก. สี.)] ทานํ ทียติ; อมฺหากํ ทานํ น ทียติ. สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม, ปุญฺญานิ กเรยฺยามา’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺย’นฺติ? โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, ปฐมํ ทฺวารํ อิตฺถาคารสฺส อทาสึ. ตตฺถ อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียิตฺถ; มม ทานํ ปฏิกฺกมิ.

‘‘อถ โข มํ, ภนฺเต, ขตฺติยา อนุยนฺตา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ – ‘เทวสฺส โข ทานํ ทียติ; อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ; อมฺหากํ ทานํ น ทียติ. สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม, ปุญฺญานิ กเรยฺยามา’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺย’นฺติ? โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, ทุติยํ ทฺวารํ ขตฺติยานํ อนุยนฺตานํ อทาสึ. ตตฺถ ขตฺติยานํ อนุยนฺตานํ ทานํ ทียิตฺถ, มม ทานํ ปฏิกฺกมิ.

‘‘อถ โข มํ, ภนฺเต, พลกาโย อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ – ‘เทวสฺส โข ทานํ ทียติ; อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ; ขตฺติยานํ อนุยนฺตานํ ทานํ ทียติ; อมฺหากํ ทานํ น ทียติ. สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม, ปุญฺญานิ กเรยฺยามา’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺย’นฺติ? โส ขฺวาหํ ภนฺเต, ตติยํ ทฺวารํ พลกายสฺส อทาสึ. ตตฺถ พลกายสฺส ทานํ ทียิตฺถ, มม ทานํ ปฏิกฺกมิ.

‘‘อถ โข มํ, ภนฺเต, พฺราหฺมณคหปติกา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ – ‘เทวสฺส โข ทานํ ทียติ; อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ; ขตฺติยานํ อนุยนฺตานํ ทานํ ทียติ; พลกายสฺส ทานํ ทียติ; อมฺหากํ ทานํ น ทียติ. สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม, ปุญฺญานิ กเรยฺยามา’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺย’นฺติ? โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, จตุตฺถํ ทฺวารํ พฺราหฺมณคหปติกานํ อทาสึ. ตตฺถ พฺราหฺมณคหปติกานํ ทานํ ทียิตฺถ, มม ทานํ ปฏิกฺกมิ.

‘‘อถ โข มํ, ภนฺเต, ปุริสา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ – ‘น โข ทานิ เทวสฺส โกจิ ทานํ ทียตี’ติ. เอวํ วุตฺตาหํ, ภนฺเต, เต ปุริเส เอตทโวจํ – ‘เตน หิ, ภเณ, โย พาหิเรสุ ชนปเทสุ อาโย สญฺชายติ ตโต อุปฑฺฒํ อนฺเตปุเร ปเวเสถ, อุปฑฺฒํ ตตฺเถว ทานํ เทถ สมณ-พฺราหฺมณ-กปณทฺธิก-วนิพฺพก-ยาจกาน’นฺติ. โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, เอวํ ทีฆรตฺตํ กตานํ ปุญฺญานํ เอวํ ทีฆรตฺตํ กตานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ปริยนฺตํ นาธิคจฺฉามิ – เอตฺตกํ ปุญฺญนฺติ วา เอตฺตโก ปุญฺญวิปาโกติ วา เอตฺตกํ สคฺเค ฐาตพฺพนฺติ วาติ. อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! ยาวสุภาสิตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา –

‘‘เย นํ ททนฺติ สทฺธาย, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

ตเมว อนฺนํ ภชติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.

‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.