๒. เทวปุตฺตสํยุตฺตํ

๑. ปฐมวคฺโค

๑. ปฐมกสฺสปสุตฺตํ

๘๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข กสฺสโป เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข กสฺสโป เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ภิกฺขุํ ภควา ปกาเสสิ, โน จ ภิกฺขุโน อนุสาส’’นฺติ. ‘‘เตน หิ กสฺสป, ตญฺเญเวตฺถ ปฏิภาตู’’ติ.

‘‘สุภาสิตสฺส สิกฺเขถ, สมณูปาสนสฺส จ;

เอกาสนสฺส จ รโห, จิตฺตวูปสมสฺส จา’’ติ.

อิทมโวจ กสฺสโป เทวปุตฺโต; สมนุญฺโญ สตฺถา อโหสิ. อถ โข กสฺสโป เทวปุตฺโต ‘‘สมนุญฺโญ เม สตฺถา’’ติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ.

๒. ทุติยกสฺสปสุตฺตํ

๘๓. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข กสฺสโป เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘ภิกฺขุ สิยา ฌายี วิมุตฺตจิตฺโต,

อากงฺเข เจ หทยสฺสานุปตฺตึ;

โลกสฺส ญตฺวา อุทยพฺพยญฺจ,

สุเจตโส อนิสฺสิโต ตทานิสํโส’’ติ.

๓. มาฆสุตฺตํ

๘๔. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข มาโฆ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข มาโฆ เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘กึสุ เฉตฺวา สุขํ เสติ, กึสุ เฉตฺวา น โสจติ;

กิสฺสสฺสุ เอกธมฺมสฺส, วธํ โรเจสิ โคตมา’’ติ.

‘‘โกธํ เฉตฺวา สุขํ เสติ, โกธํ เฉตฺวา น โสจติ;

โกธสฺส วิสมูลสฺส, มธุรคฺคสฺส วตฺรภู;

วธํ อริยา ปสํสนฺติ, ตญฺหิ เฉตฺวา น โสจตี’’ติ.

๔. มาคธสุตฺตํ

๘๕. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข มาคโธ เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘กติ โลกสฺมึ ปชฺโชตา, เยหิ โลโก ปกาสติ;

ภวนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺม, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ.

‘‘จตฺตาโร โลเก ปชฺโชตา, ปญฺจเมตฺถ น วิชฺชติ;

ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ, รตฺติมาภาติ จนฺทิมา.

‘‘อถ อคฺคิ ทิวารตฺตึ, ตตฺถ ตตฺถ ปกาสติ;

สมฺพุทฺโธ ตปตํ เสฏฺโฐ, เอสา อาภา อนุตฺตรา’’ติ.

๕. ทามลิสุตฺตํ

๘๖. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข ทามลิ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ทามลิ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘กรณียเมตํ พฺราหฺมเณน, ปธานํ อกิลาสุนา;

กามานํ วิปฺปหาเนน, น เตนาสีสเต ภว’’นฺติ.

‘‘นตฺถิ กิจฺจํ พฺราหฺมณสฺส (ทามลีติ ภควา),

กตกิจฺโจ หิ พฺราหฺมโณ.

‘‘ยาว น คาธํ ลภติ นทีสุ,

อายูหติ สพฺพคตฺเตภิ ชนฺตุ;

คาธญฺจ ลทฺธาน ถเล ฐิโต โย,

นายูหตี ปารคโต หิ โสว [โสติ (สี. ปี. ก.), โหติ (สฺยา. กํ.), โส (?)].

‘‘เอสูปมา ทามลิ พฺราหฺมณสฺส,

ขีณาสวสฺส นิปกสฺส ฌายิโน;

ปปฺปุยฺย ชาติมรณสฺส อนฺตํ,

นายูหตี ปารคโต หิ โส’’ติ [โหตีติ (สฺยา. กํ.)].

๖. กามทสุตฺตํ

๘๗. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข กามโท เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ทุกฺกรํ ภควา, สุทุกฺกรํ ภควา’’ติ.

‘‘ทุกฺกรํ วาปิ กโรนฺติ (กามทาติ ภควา),

เสขา สีลสมาหิตา;

ฐิตตฺตา อนคาริยุเปตสฺส,

ตุฏฺฐิ โหติ สุขาวหา’’ติ.

‘‘ทุลฺลภา ภควา ยทิทํ ตุฏฺฐี’’ติ.

‘‘ทุลฺลภํ วาปิ ลภนฺติ (กามทาติ ภควา),

จิตฺตวูปสเม รตา;

เยสํ ทิวา จ รตฺโต จ,

ภาวนาย รโต มโน’’ติ.

‘‘ทุสฺสมาทหํ ภควา ยทิทํ จิตฺต’’นฺติ.

‘‘ทุสฺสมาทหํ วาปิ สมาทหนฺติ (กามทาติ ภควา),

อินฺทฺริยูปสเม รตา;

เต เฉตฺวา มจฺจุโน ชาลํ,

อริยา คจฺฉนฺติ กามทา’’ติ.

‘‘ทุคฺคโม ภควา วิสโม มคฺโค’’ติ.

‘‘ทุคฺคเม วิสเม วาปิ, อริยา คจฺฉนฺติ กามท;

อนริยา วิสเม มคฺเค, ปปตนฺติ อวํสิรา;

อริยานํ สโม มคฺโค, อริยา หิ วิสเม สมา’’ติ.

๗. ปญฺจาลจณฺฑสุตฺตํ

๘๘. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ปญฺจาลจณฺโฑ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สมฺพาเธ วต โอกาสํ, อวินฺทิ ภูริเมธโส;

โย ฌานมพุชฺฌิ [ฌานมพุธา (ก. สี.), ฌานมพุทฺธิ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] พุทฺโธ, ปฏิลีนนิสโภ มุนี’’ติ.

‘‘สมฺพาเธ วาปิ วินฺทนฺติ (ปญฺจาลจณฺฑาติ ภควา),

ธมฺมํ นิพฺพานปตฺติยา;

เย สตึ ปจฺจลตฺถํสุ,

สมฺมา เต สุสมาหิตา’’ติ.

๘. ตายนสุตฺตํ

๘๙. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข ตายโน เทวปุตฺโต ปุราณติตฺถกโร อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ตายโน เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘ฉินฺท โสตํ ปรกฺกมฺม, กาเม ปนุท พฺราหฺมณ;

นปฺปหาย มุนี กาเม, เนกตฺตมุปปชฺชติ.

‘‘กยิรา เจ กยิราเถนํ, ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเม;

สิถิโล หิ ปริพฺพาโช, ภิยฺโย อากิรเต รชํ.

‘‘อกตํ ทุกฺกฏํ [ทุกฺกตํ (สี. ปี.)] เสยฺโย, ปจฺฉา ตปติ ทุกฺกฏํ;

กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย, ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ.

‘‘กุโส ยถา ทุคฺคหิโต, หตฺถเมวานุกนฺตติ;

สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ, นิรยายูปกฑฺฒติ.

‘‘ยํ กิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ, สํกิลิฏฺฐญฺจ ยํ วตํ;

สงฺกสฺสรํ พฺรหฺมจริยํ, น ตํ โหติ มหปฺผล’’นฺติ.

อิทมโวจ ตายโน เทวปุตฺโต; อิทํ วตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ.

อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิมํ, ภิกฺขเว, รตฺตึ ตายโน นาม เทวปุตฺโต ปุราณติตฺถกโร อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข, ภิกฺขเว, ตายโน เทวปุตฺโต มม สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘ฉินฺท โสตํ ปรกฺกมฺม, กาเม ปนุท พฺราหฺมณ;

นปฺปหาย มุนี กาเม, เนกตฺตมุปปชฺชติ.

‘‘กยิรา เจ กยิราเถนํ, ทฬฺหเมนํ ปรกฺกเม;

สิถิโล หิ ปริพฺพาโช, ภิยฺโย อากิรเต รชํ.

‘‘อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย, ปจฺฉา ตปติ ทุกฺกฏํ;

กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย, ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ.

‘‘กุโส ยถา ทุคฺคหิโต, หตฺถเมวานุกนฺตติ;

สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ, นิรยายูปกฑฺฒติ.

‘‘ยํ กิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ, สํกิลิฏฺฐญฺจ ยํ วตํ;

สงฺกสฺสรํ พฺรหฺมจริยํ, น ตํ โหติ มหปฺผล’’นฺติ.

‘‘อิทมโวจ, ภิกฺขเว, ตายโน เทวปุตฺโต, อิทํ วตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายิ. อุคฺคณฺหาถ, ภิกฺขเว, ตายนคาถา; ปริยาปุณาถ, ภิกฺขเว, ตายนคาถา; ธาเรถ, ภิกฺขเว, ตายนคาถา. อตฺถสํหิตา, ภิกฺขเว, ตายนคาถา อาทิพฺรหฺมจริยิกา’’ติ.

๙. จนฺทิมสุตฺตํ

๙๐. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน จนฺทิมา เทวปุตฺโต ราหุนา อสุรินฺเทน คหิโต โหติ. อถ โข จนฺทิมา เทวปุตฺโต ภควนฺตํ อนุสฺสรมาโน ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘นโม เต พุทฺธ วีรตฺถุ, วิปฺปมุตฺโตสิ สพฺพธิ;

สมฺพาธปฏิปนฺโนสฺมิ, ตสฺส เม สรณํ ภวา’’ติ.

อถ โข ภควา จนฺทิมํ เทวปุตฺตํ อารพฺภ ราหุํ อสุรินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘ตถาคตํ อรหนฺตํ, จนฺทิมา สรณํ คโต;

ราหุ จนฺทํ ปมุญฺจสฺสุ, พุทฺธา โลกานุกมฺปกา’’ติ.

อถ โข ราหุ อสุรินฺโท จนฺทิมํ เทวปุตฺตํ มุญฺจิตฺวา ตรมานรูโป เยน เวปจิตฺติ อสุรินฺโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตํ โข ราหุํ อสุรินฺทํ เวปจิตฺติ อสุรินฺโท คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘กึ นุ สนฺตรมาโนว, ราหุ จนฺทํ ปมุญฺจสิ;

สํวิคฺครูโป อาคมฺม, กึ นุ ภีโตว ติฏฺฐสี’’ติ.

‘‘สตฺตธา เม ผเล มุทฺธา, ชีวนฺโต น สุขํ ลเภ;

พุทฺธคาถาภิคีโตมฺหิ, โน เจ มุญฺเจยฺย จนฺทิม’’นฺติ.

๑๐. สูริยสุตฺตํ

๙๑. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน สูริโย เทวปุตฺโต ราหุนา อสุรินฺเทน คหิโต โหติ. อถ โข สูริโย เทวปุตฺโต ภควนฺตํ อนุสฺสรมาโน ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘นโม เต พุทฺธ วีรตฺถุ, วิปฺปมุตฺโตสิ สพฺพธิ;

สมฺพาธปฏิปนฺโนสฺมิ, ตสฺส เม สรณํ ภวา’’ติ.

อถ โข ภควา สูริยํ เทวปุตฺตํ อารพฺภ ราหุํ อสุรินฺทํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

‘‘ตถาคตํ อรหนฺตํ, สูริโย สรณํ คโต;

ราหุ สูริยํ [สุริยํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปมุญฺจสฺสุ, พุทฺธา โลกานุกมฺปกา.

‘‘โย อนฺธกาเร ตมสิ ปภงฺกโร,

เวโรจโน มณฺฑลี อุคฺคเตโช;

มา ราหุ คิลี จรมนฺตลิกฺเข,

ปชํ มมํ ราหุ ปมุญฺจ สูริย’’นฺติ.

อถ โข ราหุ อสุรินฺโท สูริยํ เทวปุตฺตํ มุญฺจิตฺวา ตรมานรูโป เยน เวปจิตฺติ อสุรินฺโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตํ โข ราหุํ อสุรินฺทํ เวปจิตฺติ อสุรินฺโท คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘กึ นุ สนฺตรมาโนว, ราหุ สูริยํ ปมุญฺจสิ;

สํวิคฺครูโป อาคมฺม, กึ นุ ภีโตว ติฏฺฐสี’’ติ.

‘‘สตฺตธา เม ผเล มุทฺธา, ชีวนฺโต น สุขํ ลเภ;

พุทฺธคาถาภิคีโตมฺหิ, โน เจ มุญฺเจยฺย สูริย’’นฺติ.

ปฐโม วคฺโค.

ตสฺสุทฺทานํ –

เทฺว กสฺสปา จ มาโฆ จ, มาคโธ ทามลิ กามโท;

ปญฺจาลจณฺโฑ ตายโน, จนฺทิมสูริเยน เต ทสาติ.

๒. อนาถปิณฺฑิกวคฺโค

๑. จนฺทิมสสุตฺตํ

๙๒. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข จนฺทิมโส [จนฺทิมาโส (ก.)] เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข จนฺทิมโส เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘เต หิ โสตฺถึ คมิสฺสนฺติ, กจฺเฉ วามกเส มคา;

ฌานานิ อุปสมฺปชฺช, เอโกทิ นิปกา สตา’’ติ.

‘‘เต หิ ปารํ คมิสฺสนฺติ, เฉตฺวา ชาลํว อมฺพุโช;

ฌานานิ อุปสมฺปชฺช, อปฺปมตฺตา รณญฺชหา’’ติ.

๒. เวณฺฑุสุตฺตํ

๙๓. เอกมนฺตํ ฐิโต โข เวณฺฑุ [เวณฺหุ (สี.)] เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘สุขิตาว เต [สุขิตา วต เต (สี. สฺยา. กํ.)] มนุชา, สุคตํ ปยิรุปาสิย;

ยุญฺชํ [ยุชฺช (สี.), ยุญฺช (สฺยา. กํ. ปี.)] โคตมสาสเน, อปฺปมตฺตา นุ สิกฺขเร’’ติ.

‘‘เย เม ปวุตฺเต สิฏฺฐิปเท [สตฺถิปเท (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] (เวณฺฑูติ ภควา),

อนุสิกฺขนฺติ ฌายิโน;

กาเล เต อปฺปมชฺชนฺตา,

น มจฺจุวสคา สิยุ’’นฺติ.

๓. ทีฆลฏฺฐิสุตฺตํ

๙๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. อถ โข ทีฆลฏฺฐิ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ทีฆลฏฺฐิ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘ภิกฺขุ สิยา ฌายี วิมุตฺตจิตฺโต,

อากงฺเข เจ หทยสฺสานุปตฺตึ;

โลกสฺส ญตฺวา อุทยพฺพยญฺจ,

สุเจตโส อนิสฺสิโต ตทานิสํโส’’ติ.

๔. นนฺทนสุตฺตํ

๙๕. เอกมนฺตํ ฐิโต โข นนฺทโน เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –