๓. โกสลสํยุตฺตํ
๑. ปฐมวคฺโค
๑. ทหรสุตฺตํ
๑๑๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ภวมฺปิ โน โคตโม อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ ปฏิชานาตี’’ติ? ‘‘ยญฺหิ ตํ, มหาราช, สมฺมา วทมาโน วเทยฺย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ, มเมว [มมํ (สพฺพตฺถ)] ตํ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย. อหญฺหิ, มหาราช, อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ.
‘‘เยปิ เต, โภ โคตม, สมณพฺราหฺมณา สงฺฆิโน คณิโน คณาจริยา ญาตา ยสสฺสิโน ติตฺถกรา สาธุสมฺมตา พหุชนสฺส, เสยฺยถิทํ – ปูรโณ กสฺสโป, มกฺขลิ โคสาโล, นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต, สญฺจโย เพลฏฺฐปุตฺโต, ปกุโธ กจฺจายโน, อชิโต เกสกมฺพโล; เตปิ มยา ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ ปฏิชานาถา’ติ ปุฏฺฐา สมานา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธติ น ปฏิชานนฺติ. กึ ปน ภวํ โคตโม ทหโร เจว ชาติยา นโว จ ปพฺพชฺชายา’’ติ?
‘‘จตฺตาโร โข เม, มหาราช, ทหราติ น อุญฺญาตพฺพา, ทหราติ น ปริโภตพฺพา. กตเม จตฺตาโร? ขตฺติโย โข, มหาราช, ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ, ทหโรติ น ปริโภตพฺโพ. อุรโค โข, มหาราช, ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ, ทหโรติ น ปริโภตพฺโพ. อคฺคิ โข, มหาราช, ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ, ทหโรติ น ปริโภตพฺโพ. ภิกฺขุ, โข, มหาราช, ทหโรติ น อุญฺญาตพฺโพ, ทหโรติ น ปริโภตพฺโพ. อิเม โข, มหาราช, จตฺตาโร ทหราติ น อุญฺญาตพฺพา, ทหราติ น ปริโภตพฺพา’’ติ.
อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘‘ขตฺติยํ ชาติสมฺปนฺนํ, อภิชาตํ ยสสฺสินํ;
ทหโรติ นาวชาเนยฺย, น นํ ปริภเว นโร.
‘‘ฐานญฺหิ โส มนุชินฺโท, รชฺชํ ลทฺธาน ขตฺติโย;
โส กุทฺโธ ราชทณฺเฑน, ตสฺมึ ปกฺกมเต ภุสํ;
ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย, รกฺขํ ชีวิตมตฺตโน.
‘‘คาเม วา ยทิ วา รญฺเญ, ยตฺถ ปสฺเส ภุชงฺคมํ;
ทหโรติ นาวชาเนยฺย, น นํ ปริภเว นโร.
‘‘อุจฺจาวเจหิ วณฺเณหิ, อุรโค จรติ เตชสี [เตชสา (สี. ก.), เตชสิ (ปี. ก.)];
โส อาสชฺช ฑํเส พาลํ, นรํ นาริญฺจ เอกทา;
ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย, รกฺขํ ชีวิตมตฺตโน.
‘‘ปหูตภกฺขํ ชาลินํ, ปาวกํ กณฺหวตฺตนึ;
ทหโรติ นาวชาเนยฺย, น นํ ปริภเว นโร.
‘‘ลทฺธา หิ โส อุปาทานํ, มหา หุตฺวาน ปาวโก;
โส อาสชฺช ฑเห [ทเห] พาลํ, นรํ นาริญฺจ เอกทา;
ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย, รกฺขํ ชีวิตมตฺตโน.
‘‘วนํ ยทคฺคิ ฑหติ [ทหติ (ก.)], ปาวโก กณฺหวตฺตนี;
ชายนฺติ ตตฺถ ปาโรหา, อโหรตฺตานมจฺจเย.
‘‘ยญฺจ โข สีลสมฺปนฺโน, ภิกฺขุ ฑหติ เตชสา;
น ตสฺส ปุตฺตา ปสโว, ทายาทา วินฺทเร ธนํ;
อนปจฺจา อทายาทา, ตาลาวตฺถู ภวนฺติ เต.
‘‘ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส, สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน;
ภุชงฺคมํ ปาวกญฺจ, ขตฺติยญฺจ ยสสฺสินํ;
ภิกฺขุญฺจ สีลสมฺปนฺนํ, สมฺมเทว สมาจเร’’ติ.
เอวํ วุตฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต! เสยฺยถาปิ ภนฺเต, นิกฺกุชฺชิตํ [นิกุชฺชิตํ (?)] วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – ‘จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตี’ติ; เอวเมวํ ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ.
๒. ปุริสสุตฺตํ
๑๑๓. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, ปุริสสฺส ธมฺมา อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ อหิตาย ทุกฺขาย อผาสุวิหารายา’’ติ?
‘‘ตโย โข, มหาราช, ปุริสสฺส ธมฺมา อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ อหิตาย ทุกฺขาย อผาสุวิหาราย. กตเม ตโย? โลโภ โข, มหาราช, ปุริสสฺส ธมฺโม อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อหิตาย ทุกฺขาย อผาสุวิหาราย. โทโส โข, มหาราช, ปุริสสฺส ธมฺโม อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อหิตาย ทุกฺขาย อผาสุวิหาราย. โมโห โข, มหาราช, ปุริสสฺส ธมฺโม อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ อหิตาย ทุกฺขาย อผาสุวิหาราย. อิเม โข, มหาราช, ตโย ปุริสสฺส ธมฺมา อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ อหิตาย ทุกฺขาย อผาสุวิหารายา’’ติ. อิทมโวจ…เป…
‘‘โลโภ โทโส จ โมโห จ, ปุริสํ ปาปเจตสํ;
หึสนฺติ อตฺตสมฺภูตา, ตจสารํว สมฺผล’’นฺติ [สปฺผลนฺติ (สฺยา. กํ.)].
๓. ชรามรณสุตฺตํ
๑๑๔. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อตฺถิ นุ โข, ภนฺเต, ชาตสฺส อญฺญตฺร ชรามรณา’’ติ? ‘‘นตฺถิ โข, มหาราช, ชาตสฺส อญฺญตฺร ชรามรณา. เยปิ เต, มหาราช, ขตฺติยมหาสาลา อฑฺฒา มหทฺธนา มหาโภคา ปหูตชาตรูปรชตา ปหูตวิตฺตูปกรณา ปหูตธนธญฺญา, เตสมฺปิ ชาตานํ นตฺถิ อญฺญตฺร ชรามรณา. เยปิ เต, มหาราช, พฺราหฺมณมหาสาลา…เป… คหปติมหาสาลา อฑฺฒา มหทฺธนา มหาโภคา ปหูตชาตรูปรชตา ปหูตวิตฺตูปกรณา ปหูตธนธญฺญา, เตสมฺปิ ชาตานํ นตฺถิ อญฺญตฺร ชรามรณา. เยปิ เต, มหาราช, ภิกฺขู อรหนฺโต ขีณาสวา วุสิตวนฺโต กตกรณียา โอหิตภารา อนุปฺปตฺตสทตฺถา ปริกฺขีณภวสํโยชนา สมฺมทญฺญาวิมุตฺตา, เตสํ ปายํ กาโย เภทนธมฺโม นิกฺเขปนธมฺโม’’ติ. อิทมโวจ…เป…
‘‘ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา,
อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ;
สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ,
สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺตี’’ติ.
๔. ปิยสุตฺตํ
๑๑๕. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ มยฺหํ, ภนฺเต, รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘เกสํ นุ โข ปิโย อตฺตา, เกสํ อปฺปิโย อตฺตา’ติ? ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘เย จ โข เกจิ กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ; เตสํ อปฺปิโย อตฺตา’. กิญฺจาปิ เต เอวํ วเทยฺยุํ – ‘ปิโย โน อตฺตา’ติ, อถ โข เตสํ อปฺปิโย อตฺตา. ตํ กิสฺส เหตุ? ยญฺหิ อปฺปิโย อปฺปิยสฺส กเรยฺย, ตํ เต อตฺตนาว อตฺตโน กโรนฺติ; ตสฺมา เตสํ อปฺปิโย อตฺตา. เย จ โข เกจิ กาเยน สุจริตํ จรนฺติ, วาจาย สุจริตํ จรนฺติ, มนสา สุจริตํ จรนฺติ; เตสํ ปิโย อตฺตา. กิญฺจาปิ เต เอวํ วเทยฺยุํ – ‘อปฺปิโย โน อตฺตา’ติ; อถ โข เตสํ ปิโย อตฺตา. ตํ กิสฺส เหตุ? ยญฺหิ ปิโย ปิยสฺส กเรยฺย, ตํ เต อตฺตนาว อตฺตโน กโรนฺติ; ตสฺมา เตสํ ปิโย อตฺตา’’ติ.
‘‘เอวเมตํ, มหาราช, เอวเมตํ, มหาราช! เย หิ เกจิ, มหาราช, กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ; เตสํ อปฺปิโย อตฺตา. กิญฺจาปิ เต เอวํ วเทยฺยุํ – ‘ปิโย โน อตฺตา’ติ, อถ โข เตสํ อปฺปิโย อตฺตา. ตํ กิสฺส เหตุ? ยญฺหิ, มหาราช, อปฺปิโย อปฺปิยสฺส กเรยฺย, ตํ เต อตฺตนาว อตฺตโน กโรนฺติ; ตสฺมา เตสํ อปฺปิโย อตฺตา. เย จ โข เกจิ, มหาราช, กาเยน สุจริตํ จรนฺติ, วาจาย สุจริตํ จรนฺติ, มนสา สุจริตํ จรนฺติ; เตสํ ปิโย อตฺตา. กิญฺจาปิ เต เอวํ วเทยฺยุํ – ‘อปฺปิโย โน อตฺตา’ติ; อถ โข เตสํ ปิโย อตฺตา. ตํ กิสฺส เหตุ? ยญฺหิ มหาราช, ปิโย ปิยสฺส กเรยฺย, ตํ เต อตฺตนาว อตฺตโน กโรนฺติ; ตสฺมา เตสํ ปิโย อตฺตา’’ติ. อิทมโวจ…เป…
‘‘อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา, น นํ ปาเปน สํยุเช;
น หิ ตํ สุลภํ โหติ, สุขํ ทุกฺกฏการินา.
‘‘อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส, ชหโต มานุสํ ภวํ;
กิญฺหิ ตสฺส สกํ โหติ, กิญฺจ อาทาย คจฺฉติ;
กิญฺจสฺส อนุคํ โหติ, ฉายาว อนปายินี [อนุปายินี (สฺยา. กํ. ก.)].
‘‘อุโภ ปุญฺญญฺจ ปาปญฺจ, ยํ มจฺโจ กุรุเต อิธ;
ตญฺหิ ตสฺส สกํ โหติ, ตญฺจ [ตํว (?)] อาทาย คจฺฉติ;
ตญฺจสฺส [ตํวสฺส (?)] อนุคํ โหติ, ฉายาว อนปายินี.
‘‘ตสฺมา กเรยฺย กลฺยาณํ, นิจยํ สมฺปรายิกํ;
ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.
๕. อตฺตรกฺขิตสุตฺตํ
๑๑๖. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ มยฺหํ, ภนฺเต, รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘เกสํ นุ โข รกฺขิโต อตฺตา, เกสํ อรกฺขิโต อตฺตา’ติ? ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘เย โข เกจิ กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ; เตสํ อรกฺขิโต อตฺตา. กิญฺจาปิ เต หตฺถิกาโย วา รกฺเขยฺย, อสฺสกาโย วา รกฺเขยฺย, รถกาโย วา รกฺเขยฺย, ปตฺติกาโย วา รกฺเขยฺย; อถ โข เตสํ อรกฺขิโต อตฺตา. ตํ กิสฺส เหตุ? พาหิรา เหสา รกฺขา, เนสา รกฺขา อชฺฌตฺติกา; ตสฺมา เตสํ อรกฺขิโต อตฺตา. เย จ โข เกจิ กาเยน สุจริตํ จรนฺติ, วาจาย สุจริตํ จรนฺติ, มนสา สุจริตํ จรนฺติ; เตสํ รกฺขิโต อตฺตา. กิญฺจาปิ เต เนว หตฺถิกาโย รกฺเขยฺย, น อสฺสกาโย รกฺเขยฺย, น รถกาโย รกฺเขยฺย, น ปตฺติกาโย รกฺเขยฺย; อถ โข เตสํ รกฺขิโต อตฺตา. ตํ กิสฺส เหตุ? อชฺฌตฺติกา เหสา รกฺขา, เนสา รกฺขา พาหิรา; ตสฺมา เตสํ รกฺขิโต อตฺตา’’’ติ.
‘‘เอวเมตํ, มหาราช, เอวเมตํ, มหาราช! เย หิ เกจิ, มหาราช, กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ…เป… เตสํ อรกฺขิโต อตฺตา. ตํ กิสฺส เหตุ? พาหิรา เหสา, มหาราช, รกฺขา, เนสา รกฺขา อชฺฌตฺติกา; ตสฺมา เตสํ อรกฺขิโต อตฺตา. เย จ โข เกจิ, มหาราช, กาเยน สุจริตํ จรนฺติ, วาจาย สุจริตํ จรนฺติ, มนสา สุจริตํ จรนฺติ; เตสํ รกฺขิโต อตฺตา. กิญฺจาปิ เต เนว หตฺถิกาโย รกฺเขยฺย, น อสฺสกาโย รกฺเขยฺย, น รถกาโย รกฺเขยฺย, น ปตฺติกาโย รกฺเขยฺย; อถ โข เตสํ รกฺขิโต อตฺตา. ตํ กิสฺส เหตุ? อชฺฌตฺติกา เหสา, มหาราช, รกฺขา, เนสา รกฺขา พาหิรา; ตสฺมา เตสํ รกฺขิโต อตฺตา’’ติ. อิทมโวจ…เป…
‘‘กาเยน สํวโร สาธุ, สาธุ วาจาย สํวโร;
มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร;
สพฺพตฺถ สํวุโต ลชฺชี, รกฺขิโตติ ปวุจฺจตี’’ติ.
๖. อปฺปกสุตฺตํ
๑๑๗. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ มยฺหํ, ภนฺเต, รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘อปฺปกา เต สตฺตา โลกสฺมึ เย อุฬาเร อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา น เจว มชฺชนฺติ, น จ ปมชฺชนฺติ, น จ กาเมสุ เคธํ อาปชฺชนฺติ, น จ สตฺเตสุ วิปฺปฏิปชฺชนฺติ. อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา โลกสฺมึ เย อุฬาเร อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา มชฺชนฺติ เจว ปมชฺชนฺติ, จ กาเมสุ จ เคธํ อาปชฺชนฺติ, สตฺเตสุ จ วิปฺปฏิปชฺชนฺตี’’’ติ.
‘‘เอวเมตํ, มหาราช, เอวเมตํ, มหาราช! อปฺปกา เต, มหาราช, สตฺตา โลกสฺมึ, เย อุฬาเร อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา น เจว มชฺชนฺติ, น จ ปมชฺชนฺติ, น จ กาเมสุ เคธํ อาปชฺชนฺติ, น จ สตฺเตสุ วิปฺปฏิปชฺชนฺติ. อถ โข เอเตว พหุตรา สตฺตา โลกสฺมึ, เย อุฬาเร อุฬาเร โภเค ลภิตฺวา มชฺชนฺติ เจว ปมชฺชนฺติ จ กาเมสุ จ เคธํ อาปชฺชนฺติ, สตฺเตสุ จ วิปฺปฏิปชฺชนฺตี’’ติ. อิทมโวจ…เป…
‘‘สารตฺตา กามโภเคสุ, คิทฺธา กาเมสุ มุจฺฉิตา;
อติสารํ น พุชฺฌนฺติ, มิคา กูฏํว โอฑฺฑิตํ;
ปจฺฉาสํ กฏุกํ โหติ, วิปาโก หิสฺส ปาปโก’’ติ.
๗. อฑฺฑกรณสุตฺตํ
๑๑๘. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, อฑฺฑกรเณ [อตฺถกรเณ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] นิสินฺโน ปสฺสามิ ขตฺติยมหาสาเลปิ พฺราหฺมณมหาสาเลปิ คหปติมหาสาเลปิ อฑฺเฒ มหทฺธเน มหาโภเค ปหูตชาตรูปรชเต ปหูตวิตฺตูปกรเณ ปหูตธนธญฺเญ กามเหตุ กามนิทานํ กามาธิกรณํ สมฺปชานมุสา ภาสนฺเต. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อลํ ทานิ เม อฑฺฑกรเณน, ภทฺรมุโข ทานิ อฑฺฑกรเณน ปญฺญายิสฺสตี’’’ติ.
‘‘(เอวเมตํ, มหาราช, เอวเมตํ มหาราช!) [( ) สี. ปี. โปตฺถเกสุ นตฺถิ] เยปิ เต, มหาราช, ขตฺติยมหาสาลา พฺราหฺมณมหาสาลา คหปติมหาสาลา อฑฺฒา มหทฺธนา มหาโภคา ปหูตชาตรูปรชตา ปหูตวิตฺตูปกรณา ปหูตธนธญฺญา กามเหตุ กามนิทานํ กามาธิกรณํ สมฺปชานมุสา ภาสนฺติ; เตสํ ตํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ. อิทมโวจ…เป…
‘‘สารตฺตา กามโภเคสุ, คิทฺธา กาเมสุ มุจฺฉิตา;
อติสารํ น พุชฺฌนฺติ, มจฺฉา ขิปฺปํว โอฑฺฑิตํ;
ปจฺฉาสํ กฏุกํ โหติ, วิปาโก หิสฺส ปาปโก’’ติ.
๘. มลฺลิกาสุตฺตํ
๑๑๙. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ราชา ปเสนทิ โกสโล มลฺลิกาย เทวิยา สทฺธึ อุปริปาสาทวรคโต โหติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล มลฺลิกํ เทวึ เอตทโวจ – ‘‘อตฺถิ นุ โข เต, มลฺลิเก, โกจญฺโญ อตฺตนา ปิยตโร’’ติ? ‘‘นตฺถิ โข เม, มหาราช, โกจญฺโญ อตฺตนา ปิยตโร. ตุยฺหํ ปน, มหาราช, อตฺถญฺโญ โกจิ อตฺตนา ปิยตโร’’ติ? ‘‘มยฺหมฺปิ โข, มลฺลิเก, นตฺถญฺโญ โกจิ อตฺตนา ปิยตโร’’ติ.
อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ปาสาทา โอโรหิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, มลฺลิกาย เทวิยา สทฺธึ อุปริปาสาทวรคโต มลฺลิกํ เทวึ เอตทโวจํ – ‘อตฺถิ นุ โข เต, มลฺลิเก, โกจญฺโญ อตฺตนา ปิยตโร’ติ? เอวํ วุตฺเต, ภนฺเต, มลฺลิกา เทวี มํ เอตทโวจ – ‘นตฺถิ โข เม, มหาราช, โกจญฺโญ อตฺตนา ปิยตโร. ตุยฺหํ ปน, มหาราช, อตฺถญฺโญ โกจิ อตฺตนา ปิยตโร’ติ? เอวํ วุตฺตาหํ, ภนฺเต, มลฺลิกํ เทวึ เอตทโวจํ – ‘มยฺหมฺปิ โข, มลฺลิเก, นตฺถญฺโญ โกจิ อตฺตนา ปิยตโร’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺม เจตสา,
เนวชฺฌคา ปิยตรมตฺตนา กฺวจิ;
เอวํ ปิโย ปุถุ อตฺตา ปเรสํ,
ตสฺมา น หึเส ปรมตฺตกาโม’’ติ.
๙. ยญฺญสุตฺตํ
๑๒๐. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส มหายญฺโญ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, ปญฺจ จ อุสภสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตรสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตริสตานิ ปญฺจ จ อชสตานิ ปญฺจ จ อุรพฺภสตานิ ถูณูปนีตานิ โหนฺติ ยญฺญตฺถาย. เยปิสฺส เต โหนฺติ ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา, เตปิ ทณฺฑตชฺชิตา ภยตชฺชิตา อสฺสุมุขา รุทมานา ปริกมฺมานิ กโรนฺติ.
อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส มหายญฺโญ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, ปญฺจ จ อุสภสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตรสตานิ ปญฺจ จ วจฺฉตริสตานิ ปญฺจ จ อชสตานิ ปญฺจ จ อุรพฺภสตานิ ถูณูปนีตานิ โหนฺติ ยญฺญตฺถาย. เยปิสฺส เต โหนฺติ ทาสาติ วา เปสฺสาติ วา กมฺมกราติ วา, เตปิ ทณฺฑตชฺชิตา ภยตชฺชิตา อสฺสุมุขา รุทมานา ปริกมฺมานิ กโรนฺตี’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘อสฺสเมธํ ปุริสเมธํ, สมฺมาปาสํ วาชเปยฺยํ นิรคฺคฬฺหํ;
มหายญฺญา มหารมฺภา [วาชเปยฺยุํ; นิรคฺคฬํ มหารมฺภา (ก.)], น เต โหนฺติ มหปฺผลา.
‘‘อเชฬกา จ คาโว จ, วิวิธา ยตฺถ หญฺญเร;
น ตํ สมฺมคฺคตา ยญฺญํ, อุปยนฺติ มเหสิโน.
‘‘เย จ ยญฺญา นิรารมฺภา, ยชนฺติ อนุกุลํ สทา;
อเชฬกา จ คาโว จ, วิวิธา เนตฺถ หญฺญเร;
เอตํ สมฺมคฺคตา ยญฺญํ, อุปยนฺติ มเหสิโน.
‘‘เอตํ ยเชถ เมธาวี, เอโส ยญฺโญ มหปฺผโล;
เอตญฺหิ ยชมานสฺส, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย;
ยญฺโญ จ วิปุโล โหติ, ปสีทนฺติ จ เทวตา’’ติ.
๑๐. พนฺธนสุตฺตํ
๑๒๑. เตน โข ปน สมเยน รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน มหาชนกาโย พนฺธาปิโต โหติ, อปฺเปกจฺเจ รชฺชูหิ อปฺเปกจฺเจ อนฺทูหิ อปฺเปกจฺเจ สงฺขลิกาหิ.
อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน มหาชนกาโย พนฺธาปิโต, อปฺเปกจฺเจ รชฺชูหิ อปฺเปกจฺเจ อนฺทูหิ อปฺเปกจฺเจ สงฺขลิกาหี’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘น ตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา,
ยทายสํ ทารุชํ ปพฺพชญฺจ;
สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ,
ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา.
‘‘เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา,
โอหารินํ สิถิลํ ทุปฺปมุญฺจํ;
เอตมฺปิ เฉตฺวาน ปริพฺพชนฺติ,
อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหายา’’ติ.
ปฐโม วคฺโค.
ตสฺสุทฺทานํ –
ทหโร ปุริโส ชรา, ปิยํ อตฺตานรกฺขิโต;
อปฺปกา อฑฺฑกรณํ, มลฺลิกา ยญฺญพนฺธนนฺติ.
๒. ทุติยวคฺโค
๑. สตฺตชฏิลสุตฺตํ
๑๒๒. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท. เตน โข ปน สมเยน ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต พหิทฺวารโกฏฺฐเก นิสินฺโน โหติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
เตน โข ปน สมเยน สตฺต จ ชฏิลา สตฺต จ นิคณฺฐา สตฺต จ อเจลกา สตฺต จ เอกสาฏกา สตฺต จ ปริพฺพาชกา ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมา ขาริวิวิธมาทาย [ขาริวิธํ อาทาย (ปี.) ที. นิ. ๑.๒๘๐ ตทฏฺฐกถาปิ โอโลเกตพฺพา] ภควโต อวิทูเร อติกฺกมนฺติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ทกฺขิณชาณุมณฺฑลํ ปถวิยํ นิหนฺตฺวา เยน เต สตฺต จ ชฏิลา สตฺต จ นิคณฺฐา สตฺต จ อเจลกา สตฺต จ เอกสาฏกา สตฺต จ ปริพฺพาชกา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ติกฺขตฺตุํ นามํ สาเวสิ – ‘‘ราชาหํ, ภนฺเต, ปเสนทิ โกสโล…เป… ราชาหํ, ภนฺเต, ปเสนทิ โกสโล’’ติ.
อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล อจิรปกฺกนฺเตสุ เตสุ สตฺตสุ จ ชฏิเลสุ สตฺตสุ จ นิคณฺเฐสุ สตฺตสุ จ อเจลเกสุ สตฺตสุ จ เอกสาฏเกสุ สตฺตสุ จ ปริพฺพาชเกสุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เย เต, ภนฺเต, โลเก อรหนฺโต วา อรหตฺตมคฺคํ วา สมาปนฺนา เอเต เตสํ อญฺญตรา’’ติ.
‘‘ทุชฺชานํ โข เอตํ, มหาราช, ตยา คิหินา กามโภคินา ปุตฺตสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวสนฺเตน กาสิกจนฺทนํ ปจฺจนุโภนฺเตน มาลาคนฺธวิเลปนํ ธารยนฺเตน ชาตรูปรชตํ สาทิยนฺเตน – ‘อิเม วา อรหนฺโต, อิเม วา อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺนา’’’ติ.
‘‘สํวาเสน โข, มหาราช, สีลํ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. สํโวหาเรน โข, มหาราช, โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. อาปทาสุ โข, มหาราช, ถาโม เวทิตพฺโพ. โส จ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. สากจฺฉาย, โข, มหาราช, ปญฺญา เวทิตพฺพา. สา จ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญนา’’ติ.
‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ ภนฺเต! ยาว สุภาสิตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา – ‘ทุชฺชานํ โข เอตํ, มหาราช, ตยา คิหินา กามโภคินา ปุตฺตสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวสนฺเตน กาสิกจนฺทนํ ปจฺจนุโภนฺเตน มาลาคนฺธวิเลปนํ ธารยนฺเตน ชาตรูปรชตํ สาทิยนฺเตน – อิเม วา อรหนฺโต, อิเม วา อรหตฺตมคฺคํ สมาปนฺนา’ติ. สํวาเสน โข, มหาราช, สีลํ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. สํโวหาเรน โข มหาราช, โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. อาปทาสุ โข, มหาราช, ถาโม เวทิตพฺโพ. โส จ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญน. สากจฺฉาย โข, มหาราช, ปญฺญา เวทิตพฺพา. สา จ โข ทีเฆน อทฺธุนา, น อิตฺตรํ; มนสิกโรตา, โน อมนสิกโรตา; ปญฺญวตา, โน ทุปฺปญฺเญนา’’ติ.
‘‘เอเต, ภนฺเต, มม ปุริสา จรา โอจรกา ชนปทํ โอจริตฺวา อาคจฺฉนฺติ. เตหิ ปฐมํ โอจิณฺณํ อหํ ปจฺฉา โอสาปยิสฺสามิ [โอยายิสฺสามิ (สี.), โอหยิสฺสามิ (สฺยา. กํ.)]. อิทานิ เต, ภนฺเต, ตํ รโชชลฺลํ ปวาเหตฺวา สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา กปฺปิตเกสมสฺสู โอทาตวตฺถา [โอทาตวตฺถวสนา (สี.)] ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาเรสฺสนฺตี’’ติ.
อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ –
‘‘น วณฺณรูเปน นโร สุชาโน,
น วิสฺสเส อิตฺตรทสฺสเนน;
สุสญฺญตานญฺหิ วิยญฺชเนน,
อสญฺญตา โลกมิมํ จรนฺติ.
‘‘ปติรูปโก มตฺติกากุณฺฑโลว,
โลหฑฺฒมาโสว สุวณฺณฉนฺโน;
จรนฺติ โลเก [เอเก (สี. ปี.)] ปริวารฉนฺนา,
อนฺโต อสุทฺธา พหิ โสภมานา’’ติ.
๒. ปญฺจราชสุตฺตํ
๑๒๓. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ปญฺจนฺนํ ราชูนํ ปเสนทิปมุขานํ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตานํ สมงฺคีภูตานํ ปริจารยมานานํ อยมนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘‘กึ นุ โข กามานํ อคฺค’’นฺติ? ตเตฺรกจฺเจ [ตเตฺรเก (สี. ปี.)] เอวมาหํสุ – ‘‘รูปา กามานํ อคฺค’’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘สทฺทา กามานํ อคฺค’’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘คนฺธา กามานํ อคฺค’’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘รสา กามานํ อคฺค’’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘โผฏฺฐพฺพา กามานํ อคฺค’’นฺติ. ยโต โข เต ราชาโน นาสกฺขึสุ อญฺญมญฺญํ สญฺญาเปตุํ.
อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล เต ราชาโน เอตทโวจ – ‘‘อายาม, มาริสา, เยน ภควา เตนุปสงฺกมิสฺสาม; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตมตฺถํ ปฏิปุจฺฉิสฺสาม. ยถา โน ภควา พฺยากริสฺสติ ตถา นํ ธาเรสฺสามา’’ติ [ธาเรยฺยามาติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. ‘‘เอวํ, มาริสา’’ติ โข เต ราชาโน รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส ปจฺจสฺโสสุํ.
อถ โข เต ปญฺจ ราชาโน ปเสนทิปมุขา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, อมฺหากํ ปญฺจนฺนํ ราชูนํ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตานํ สมงฺคีภูตานํ ปริจารยมานานํ อยมนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘กึ นุ โข กามานํ อคฺค’นฺติ? เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘รูปา กามานํ อคฺค’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘สทฺทา กามานํ อคฺค’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘คนฺธา กามานํ อคฺค’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘รสา กามานํ อคฺค’นฺติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘โผฏฺฐพฺพา กามานํ อคฺค’นฺติ. กึ นุ โข, ภนฺเต, กามานํ อคฺค’’นฺติ?
‘‘มนาปปริยนฺตํ ขฺวาหํ, มหาราช, ปญฺจสุ กามคุเณสุ อคฺคนฺติ วทามิ. เตว [เต จ (สี. ปี. ก.), เย จ (สฺยา. กํ.)], มหาราช, รูปา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว [เต จ (สี. ปี. ก.)] รูปา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย รูเปหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ รูเปหิ อญฺญํ รูปํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส รูปา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส รูปา อนุตฺตรา โหนฺติ.
‘‘เตว, มหาราช, สทฺทา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว สทฺทา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย สทฺเทหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ สทฺเทหิ อญฺญํ สทฺทํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส สทฺทา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส สทฺทา อนุตฺตรา โหนฺติ.
‘‘เตว, มหาราช, คนฺธา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว คนฺธา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย คนฺเธหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ คนฺเธหิ อญฺญํ คนฺธํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส คนฺธา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส คนฺธา อนุตฺตรา โหนฺติ.
‘‘เตว, มหาราช, รสา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว รสา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย รเสหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ รเสหิ อญฺญํ รสํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส รสา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส รสา อนุตฺตรา โหนฺติ.
‘‘เตว, มหาราช, โผฏฺฐพฺพา เอกจฺจสฺส มนาปา โหนฺติ, เตว โผฏฺฐพฺพา เอกจฺจสฺส อมนาปา โหนฺติ. เยหิ จ โย โผฏฺฐพฺเพหิ อตฺตมโน โหติ ปริปุณฺณสงฺกปฺโป, โส เตหิ โผฏฺฐพฺเพหิ อญฺญํ โผฏฺฐพฺพํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ. เต ตสฺส โผฏฺฐพฺพา ปรมา โหนฺติ. เต ตสฺส โผฏฺฐพฺพา อนุตฺตรา โหนฺตี’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน จนฺทนงฺคลิโก อุปาสโก ตสฺสํ ปริสายํ นิสินฺโน โหติ. อถ โข จนฺทนงฺคลิโก อุปาสโก อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ปฏิภาติ มํ ภควา, ปฏิภาติ มํ สุคตา’’ติ. ‘‘ปฏิภาตุ ตํ จนฺทนงฺคลิกา’’ติ ภควา อโวจ.
อถ โข จนฺทนงฺคลิโก อุปาสโก ภควโต สมฺมุขา ตทนุรูปาย คาถาย อภิตฺถวิ –
‘‘ปทุมํ ยถา โกกนทํ สุคนฺธํ,
ปาโต สิยา ผุลฺลมวีตคนฺธํ;
องฺคีรสํ ปสฺส วิโรจมานํ,
ตปนฺตมาทิจฺจมิวนฺตลิกฺเข’’ติ.
อถ โข เต ปญฺจ ราชาโน จนฺทนงฺคลิกํ อุปาสกํ ปญฺจหิ อุตฺตราสงฺเคหิ อจฺฉาเทสุํ. อถ โข จนฺทนงฺคลิโก อุปาสโก เตหิ ปญฺจหิ อุตฺตราสงฺเคหิ ภควนฺตํ อจฺฉาเทสีติ.
๓. โทณปากสุตฺตํ
๑๒๔. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ราชา ปเสนทิ โกสโล โทณปากกุรํ [โทณปากสุทํ (สี.), โทณปากํ สุทํ (ปี.)] ภุญฺชติ. อถ โข ราชา ปเสนทิ โกสโล ภุตฺตาวี มหสฺสาสี เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ.
อถ โข ภควา ราชานํ ปเสนทึ โกสลํ ภุตฺตาวึ มหสฺสาสึ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘มนุชสฺส สทา สตีมโต,
มตฺตํ ชานโต ลทฺธโภชเน;