๔. มารสํยุตฺตํ
๑. ปฐมวคฺโค
๑. ตโปกมฺมสุตฺตํ
๑๓๗. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร อชปาลนิโคฺรธมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. อถ โข ภควโต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘มุตฺโต วตมฺหิ ตาย ทุกฺกรการิกาย. สาธุ มุตฺโต วตมฺหิ ตาย อนตฺถสํหิตาย ทุกฺกรการิกาย. สาธุ วตมฺหิ มุตฺโต โพธึ สมชฺฌค’’นฺติ [สาธุ ฐิโต สโต โพธึ สมชฺเฌคนฺติ (สี. ปี.), สาธุ วตมฺหิ สตฺโต โพธิสมชฺฌคูติ (สฺยา. กํ.)].
อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘ตโปกมฺมา อปกฺกมฺม, เยน น สุชฺฌนฺติ มาณวา;
อสุทฺโธ มญฺญสิ สุทฺโธ, สุทฺธิมคฺคา อปรทฺโธ’’ [สุทฺธิมคฺคมปรทฺโธ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ติ.
อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘อนตฺถสํหิตํ ญตฺวา, ยํ กิญฺจิ อมรํ ตปํ [อปรํ ตปํ (ก.)];
สพฺพํ นตฺถาวหํ โหติ, ผิยาริตฺตํว ธมฺมนิ [วมฺมนิ (สี.), ธมฺมนึ (ปี.), ชมฺมนึ (ก.) เอตฺถายํ ธมฺมสทฺโท สกฺกเต ธนฺวนํ-สทฺเทน สทิโส มรุวาจโกติ เวทิตพฺโพ, ยถา ทฬฺหธมฺมาติปทํ].
‘‘สีลํ สมาธิ ปญฺญญฺจ, มคฺคํ โพธาย ภาวยํ;
ปตฺโตสฺมิ ปรมํ สุทฺธึ, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ, ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๒. หตฺถิราชวณฺณสุตฺตํ
๑๓๘. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร อชปาลนิโคฺรธมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺตนฺธการติมิสายํ อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหติ, เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ. อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม มหนฺตํ หตฺถิราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. เสยฺยถาปิ นาม มหาอริฏฺฐโก มณิ, เอวมสฺส สีสํ โหติ. เสยฺยถาปิ นาม สุทฺธํ รูปิยํ, เอวมสฺส ทนฺตา โหนฺติ. เสยฺยถาปิ นาม มหตี นงฺคลีสา [นงฺคลสีสา (ปี. ก.)], เอวมสฺส โสณฺโฑ โหติ. อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘สํสรํ ทีฆมทฺธานํ, วณฺณํ กตฺวา สุภาสุภํ;
อลํ เต เตน ปาปิม, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๓. สุภสุตฺตํ
๑๓๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อุรุเวลายํ วิหรติ นชฺชา เนรญฺชราย ตีเร อชปาลนิโคฺรธมูเล ปฐมาภิสมฺพุทฺโธ. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺตนฺธการติมิสายํ อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหติ, เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ. อถ โข มาโร ปาปิมา, ภควโต ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม, เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต อวิทูเร อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ, สุภา เจว อสุภา จ. อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘สํสรํ ทีฆมทฺธานํ, วณฺณํ กตฺวา สุภาสุภํ;
อลํ เต เตน ปาปิม, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก.
‘‘เย จ กาเยน วาจาย, มนสา จ สุสํวุตา;
น เต มารวสานุคา, น เต มารสฺส พทฺธคู’’ [พทฺธภู (ก.), ปจฺจคู (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ติ.
อถ โข มาโร…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๔. ปฐมมารปาสสุตฺตํ
๑๔๐. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘มยฺหํ โข, ภิกฺขเว, โยนิโส มนสิการา โยนิโส สมฺมปฺปธานา อนุตฺตรา วิมุตฺติ อนุปฺปตฺตา, อนุตฺตรา วิมุตฺติ สจฺฉิกตา. ตุเมฺหปิ, ภิกฺขเว, โยนิโส มนสิการา โยนิโส สมฺมปฺปธานา อนุตฺตรํ วิมุตฺตึ อนุปาปุณาถ, อนุตฺตรํ วิมุตฺตึ สจฺฉิกโรถา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘พทฺโธสิ มารปาเสน, เย ทิพฺพา เย จ มานุสา;
มารพนฺธนพทฺโธสิ, น เม สมณ โมกฺขสี’’ติ.
‘‘มุตฺตาหํ [มุตฺโตหํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] มารปาเสน, เย ทิพฺพา เย จ มานุสา;
มารพนฺธนมุตฺโตมฺหิ, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๕. ทุติยมารปาสสุตฺตํ
๑๔๑. เอกํ สมยํ ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘มุตฺตาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพปาเสหิ เย ทิพฺพา เย จ มานุสา. ตุเมฺหปิ, ภิกฺขเว, มุตฺตา สพฺพปาเสหิ เย ทิพฺพา เย จ มานุสา. จรถ, ภิกฺขเว, จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. มา เอเกน เทฺว อคมิตฺถ. เทเสถ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสถ. สนฺติ สตฺตา อปฺปรชกฺขชาติกา, อสฺสวนตา ธมฺมสฺส ปริหายนฺติ. ภวิสฺสนฺติ ธมฺมสฺส อญฺญาตาโร. อหมฺปิ, ภิกฺขเว, เยน อุรุเวลา เสนานิคโม เตนุปสงฺกมิสฺสามิ ธมฺมเทสนายา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘พทฺโธสิ สพฺพปาเสหิ, เย ทิพฺพา เย จ มานุสา;
มหาพนฺธนพทฺโธสิ, น เม สมณ โมกฺขสี’’ติ.
‘‘มุตฺตาหํ สพฺพปาเสหิ, เย ทิพฺพา เย จ มานุสา;
มหาพนฺธนมุตฺโตมฺหิ, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๖. สปฺปสุตฺตํ
๑๔๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺตนฺธการติมิสายํ อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหติ, เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม มหนฺตํ สปฺปราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. เสยฺยถาปิ นาม มหตี เอกรุกฺขิกา นาวา, เอวมสฺส กาโย โหติ. เสยฺยถาปิ นาม มหนฺตํ โสณฺฑิกากิฬญฺชํ, เอวมสฺส ผโณ โหติ. เสยฺยถาปิ นาม มหตี โกสลิกา กํสปาติ, เอวมสฺส อกฺขีนิ ภวนฺติ. เสยฺยถาปิ นาม เทเว คฬคฬายนฺเต วิชฺชุลฺลตา นิจฺฉรนฺติ, เอวมสฺส มุขโต ชิวฺหา นิจฺฉรติ. เสยฺยถาปิ นาม กมฺมารคคฺคริยา ธมมานาย สทฺโท โหติ, เอวมสฺส อสฺสาสปสฺสาสานํ สทฺโท โหติ.
อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
‘‘โย สุญฺญเคหานิ เสวติ,
เสยฺโย โส มุนิ อตฺตสญฺญโต;
โวสฺสชฺช จเรยฺย ตตฺถ โส,
ปติรูปญฺหิ ตถาวิธสฺส ตํ.
‘‘จรกา พหู เภรวา พหู,
อโถ ฑํสสรีสปา [ฑํส สิรึสปา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] พหู;
โลมมฺปิ น ตตฺถ อิญฺชเย,
สุญฺญาคารคโต มหามุนิ.
‘‘นภํ ผเลยฺย ปถวี จเลยฺย,
สพฺเพปิ ปาณา อุท สนฺตเสยฺยุํ;
สลฺลมฺปิ เจ อุรสิ ปกปฺปเยยฺยุํ,
อุปธีสุ ตาณํ น กโรนฺติ พุทฺธา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๗. สุปติสุตฺตํ
๑๔๓. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. อถ โข ภควา พหุเทวรตฺตึ อพฺโภกาเส จงฺกมิตฺวา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปาเท ปกฺขาเลตฺวา วิหารํ ปวิสิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิ กริตฺวา. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กึ โสปฺปสิ กึ นุ โสปฺปสิ,
กิมิทํ โสปฺปสิ ทุพฺภโค [ทุพฺภโต (สฺยา. กํ.), ทุพฺภโย (ปี.)] วิย;
สุญฺญมคารนฺติ โสปฺปสิ,
กิมิทํ โสปฺปสิ สูริเย อุคฺคเต’’ติ.
‘‘ยสฺส ชาลินี วิสตฺติกา,
ตณฺหา นตฺถิ กุหิญฺจิ เนตเว;
สพฺพูปธิปริกฺขยา พุทฺโธ,
โสปฺปติ กึ ตเวตฺถ มารา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๘. นนฺทติสุตฺตํ
๑๔๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘นนฺทติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา, โคมา โคภิ ตเถว นนฺทติ;
อุปธีหิ นรสฺส นนฺทนา, น หิ โส นนฺทติ โย นิรูปธี’’ติ.
‘‘โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา, โคมา โคภิ ตเถว โสจติ;
อุปธีหิ นรสฺส โสจนา, น หิ โส โสจติ โย นิรูปธี’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๙. ปฐมอายุสุตฺตํ
๑๔๕. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘อปฺปมิทํ, ภิกฺขเว, มนุสฺสานํ อายุ. คมนีโย สมฺปราโย, กตฺตพฺพํ กุสลํ, จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ. นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ. โย, ภิกฺขเว, จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘ทีฆมายุ มนุสฺสานํ, น นํ หีเฬ สุโปริโส;
จเรยฺย ขีรมตฺโตว, นตฺถิ มจฺจุสฺส อาคโม’’ติ.
‘‘อปฺปมายุ มนุสฺสานํ, หีเฬยฺย นํ สุโปริโส;
จเรยฺยาทิตฺตสีโสว, นตฺถิ มจฺจุสฺส นาคโม’’ติ.
อถ โข มาโร…เป… ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๑๐. ทุติยอายุสุตฺตํ
๑๔๖. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. ตตฺร โข ภควา…เป… เอตทโวจ –
‘‘อปฺปมิทํ, ภิกฺขเว, มนุสฺสานํ อายุ. คมนีโย สมฺปราโย, กตฺตพฺพํ กุสลํ, จริตพฺพํ พฺรหฺมจริยํ. นตฺถิ ชาตสฺส อมรณํ. โย, ภิกฺขเว, จิรํ ชีวติ, โส วสฺสสตํ อปฺปํ วา ภิยฺโย’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘นาจฺจยนฺติ อโหรตฺตา, ชีวิตํ นูปรุชฺฌติ;
อายุ อนุปริยายติ, มจฺจานํ เนมีว รถกุพฺพร’’นฺติ.
‘‘อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา, ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ;
อายุ ขียติ มจฺจานํ, กุนฺนทีนํว โอทก’’นฺติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
ปฐโม วคฺโค.
ตสฺสุทฺทานํ –
ตโปกมฺมญฺจ นาโค จ, สุภํ ปาเสน เต ทุเว;
สปฺโป สุปติ นนฺทนํ, อายุนา อปเร ทุเวติ.
๒. ทุติยวคฺโค
๑. ปาสาณสุตฺตํ
๑๔๗. เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺตนฺธการติมิสายํ อพฺโภกาเส นิสินฺโน โหติ, เทโว จ เอกเมกํ ผุสายติ. อถ โข มาโร ปาปิมา ภควโต ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํสํ อุปฺปาเทตุกาโม เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต อวิทูเร มหนฺเต ปาสาเณ ปทาเลสิ.
อถ โข ภควา ‘‘มาโร อยํ ปาปิมา’’ อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘สเจปิ เกวลํ สพฺพํ, คิชฺฌกูฏํ จเลสฺสสิ [คเฬยฺยสิ (สฺยา. กํ.), จเลยฺยาสิ (ก.)];
เนว สมฺมาวิมุตฺตานํ, พุทฺธานํ อตฺถิ อิญฺชิต’’นฺติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๒. กินฺนุสีหสุตฺตํ
๑๔๘. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ.
อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ. ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘กินฺนุ สีโหว นทสิ, ปริสายํ วิสารโท;
ปฏิมลฺโล หิ เต อตฺถิ, วิชิตาวี นุ มญฺญสี’’ติ.
‘‘นทนฺติ เว มหาวีรา, ปริสาสุ วิสารทา;
ตถาคตา พลปฺปตฺตา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๓. สกลิกสุตฺตํ
๑๔๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ มทฺทกุจฺฉิสฺมึ มิคทาเย. เตน โข ปน สมเยน ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต โหติ, ภุสา สุทํ ภควโต เวทนา วตฺตนฺติ สารีริกา ทุกฺขา ติพฺพา ขรา กฏุกา อสาตา อมนาปา. ตา สุทํ ภควา สโต สมฺปชาโน อธิวาเสติ อวิหญฺญมาโน. อถ โข ภควา จตุคฺคุณํ สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘มนฺทิยา นุ โข เสสิ อุทาหุ กาเวยฺยมตฺโต,
อตฺถา นุ เต สมฺปจุรา น สนฺติ;
เอโก วิวิตฺเต สยนาสนมฺหิ,
นิทฺทามุโข กิมิทํ โสปฺปเส วา’’ติ.
‘‘น มนฺทิยา สยามิ นาปิ กาเวยฺยมตฺโต,
อตฺถํ สเมจฺจาหมเปตโสโก;
เอโก วิวิตฺเต สยนาสนมฺหิ,
สยามหํ สพฺพภูตานุกมฺปี.
‘‘เยสมฺปิ สลฺลํ อุรสิ ปวิฏฺฐํ,
มุหุํ มุหุํ หทยํ เวธมานํ;
เตปีธ โสปฺปํ ลภเร สสลฺลา,
ตสฺมา อหํ น สุเป วีตสลฺโล.
‘‘ชคฺคํ น สงฺเก นปิ เภมิ โสตฺตุํ,
รตฺตินฺทิวา นานุตปนฺติ มามํ;
หานึ น ปสฺสามิ กุหิญฺจิ โลเก,
ตสฺมา สุเป สพฺพภูตานุกมฺปี’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๔. ปติรูปสุตฺตํ
๑๕๐. เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ เอกสาลายํ พฺราหฺมณคาเม. เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา คิหิปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ.
อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม มหติยา คิหิปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ. ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘เนตํ ตว ปติรูปํ, ยทญฺญมนุสาสสิ;
อนุโรธวิโรเธสุ, มา สชฺชิตฺโถ ตทาจร’’นฺติ.
‘‘หิตานุกมฺปี สมฺพุทฺโธ, ยทญฺญมนุสาสติ;
อนุโรธวิโรเธหิ, วิปฺปมุตฺโต ตถาคโต’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๕. มานสสุตฺตํ
๑๕๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
‘‘อนฺตลิกฺขจโร ปาโส, ยฺวายํ จรติ มานโส;
เตน ตํ พาธยิสฺสามิ, น เม สมณ โมกฺขสี’’ติ.
‘‘รูปา สทฺทา รสา คนฺธา, โผฏฺฐพฺพา จ มโนรมา;
เอตฺถ เม วิคโต ฉนฺโท, นิหโต ตฺวมสิ อนฺตกา’’ติ.
อถ โข มาโร ปาปิมา ‘‘ชานาติ มํ ภควา, ชานาติ มํ สุคโต’’ติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ.
๖. ปตฺตสุตฺตํ
๑๕๒. สาวตฺถินิทานํ. เตน โข ปน สมเยน ภควา ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุปาทาย ภิกฺขูนํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ [สมาทาเปติ (?)] สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา [อฏฺฐิกตฺวา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา [สพฺพเจตโส (สี. สฺยา. กํ. ปี.), สพฺพํ เจตสา (ก.)] สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ.
อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ – ‘‘อยํ โข สมโณ โคตโม ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อุปาทาย ภิกฺขูนํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสติ สมาทเปติ สมุตฺเตเชติ สมฺปหํเสติ. เต จ ภิกฺขู อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสตา ธมฺมํ สุณนฺติ. ยํนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายา’’ติ.