๔. ฆฏีการสุตฺตํ

๑๐๕. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ฆฏีกาโร เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘อวิหํ อุปปนฺนาเส, วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว;

ราคโทสปริกฺขีณา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.

‘‘เก จ เต อตรุํ ปงฺกํ, มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ;

เก หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ.

‘‘อุปโก ปลคณฺโฑ [ผลคณฺโฑ (ก.)] จ, ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย;

ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ, พาหุรคฺคิ จ สงฺคิโย [พาหุทนฺตี จ ปิงฺคิโย (สี. สฺยา.)];

เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ.

‘‘กุสลี ภาสสี เตสํ, มารปาสปฺปหายินํ;

กสฺส เต ธมฺมมญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธน’’นฺติ.

‘‘น อญฺญตฺร ภควตา, นาญฺญตฺร ตว สาสนา;

ยสฺส เต ธมฺมมญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนํ.

‘‘ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌติ;

ตํ เต ธมฺมํ อิธญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธน’’นฺติ.

‘‘คมฺภีรํ ภาสสี วาจํ, ทุพฺพิชานํ สุทุพฺพุธํ;

กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญาย, วาจํ ภาสสิ อีทิส’’นฺติ.

‘‘กุมฺภกาโร ปุเร อาสึ, เวกฬิงฺเค ฆฏีกโร;

มาตาเปตฺติภโร อาสึ, กสฺสปสฺส อุปาสโก.

‘‘วิรโต เมถุนา ธมฺมา, พฺรหฺมจารี นิรามิโส;

อหุวา เต สคาเมยฺโย, อหุวา เต ปุเร สขา.

‘‘โสหเมเต ปชานามิ, วิมุตฺเต สตฺต ภิกฺขโว;

ราคโทสปริกฺขีเณ, ติณฺเณ โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.

‘‘เอวเมตํ ตทา อาสิ, ยถา ภาสสิ ภคฺคว;

กุมฺภกาโร ปุเร อาสิ, เวกฬิงฺเค ฆฏีกโร.

‘‘มาตาเปตฺติภโร อาสิ, กสฺสปสฺส อุปาสโก;

วิรโต เมถุนา ธมฺมา, พฺรหฺมจารี นิรามิโส;

อหุวา เม สคาเมยฺโย, อหุวา เม ปุเร สขา’’ติ.

‘‘เอวเมตํ ปุราณานํ, สหายานํ อหุ สงฺคโม;

อุภินฺนํ ภาวิตตฺตานํ, สรีรนฺติมธาริน’’นฺติ.