๓. นานาติตฺถิยวคฺโค

๑. สิวสุตฺตํ

๑๐๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สิโว เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข สิโว เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย.

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, ปญฺญา ลพฺภติ นาญฺญโต.

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, โสกมชฺเฌ น โสจติ.

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, ญาติมชฺเฌ วิโรจติ.

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคฺคตึ.

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, สตฺตา ติฏฺฐนฺติ สาตต’’นฺติ.

อถ โข ภควา สิวํ เทวปุตฺตํ คาถาย ปจฺจภาสิ –

‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;

สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ.

๒. เขมสุตฺตํ

๑๐๓. เอกมนฺตํ ฐิโต โข เขโม เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ –

‘‘จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา, อมิตฺเตเนว อตฺตนา;

กโรนฺตา ปาปกํ กมฺมํ, ยํ โหติ กฏุกปฺผลํ.

‘‘น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ;

ยสฺส อสฺสุมุโข โรทํ, วิปากํ ปฏิเสวติ.

‘‘ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ;

ยสฺส ปตีโต สุมโน, วิปากํ ปฏิเสวติ.

‘‘ปฏิกจฺเจว [ปฏิคจฺเจว (สี.)] ตํ กยิรา, ยํ ชญฺญา หิตมตฺตโน;

น สากฏิกจินฺตาย, มนฺตา ธีโร ปรกฺกเม.

‘‘ยถา สากฏิโก มฏฺฐํ [ปนฺถํ (สี.), ปสตฺถํ (สฺยา. กํ.)], สมํ หิตฺวา มหาปถํ;

วิสมํ มคฺคมารุยฺห, อกฺขจฺฉินฺโนว ฌายติ.

‘‘เอวํ ธมฺมา อปกฺกมฺม, อธมฺมมนุวตฺติย;

มนฺโท มจฺจุมุขํ ปตฺโต, อกฺขจฺฉินฺโนว ฌายตี’’ติ.

๓. เสรีสุตฺตํ

๑๐๔. เอกมนฺตํ ฐิโต โข เสรี เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘อนฺนเมวาภินนฺทนฺติ, อุภเย เทวมานุสา;

อถ โก นาม โส ยกฺโข, ยํ อนฺนํ นาภินนฺทตี’’ติ.

‘‘เย นํ ททนฺติ สทฺธาย, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

ตเมว อนฺนํ ภชติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.

‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.

‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! ยาวสุภาสิตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา –

‘‘เย นํ ททนฺติ สทฺธาย, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

ตเมว อนฺนํ ภชติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.

‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.

‘‘ภูตปุพฺพาหํ, ภนฺเต, สิรี [เสรี (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] นาม ราชา อโหสึ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, จตูสุ ทฺวาเรสุ ทานํ ทียิตฺถ สมณ-พฺราหฺมณ-กปณทฺธิก-วนิพฺพกยาจกานํ. อถ โข มํ, ภนฺเต, อิตฺถาคารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ [อิตฺถาคารา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ (ก.)] – ‘เทวสฺส โข [เทวสฺเสว โข (ก. สี.)] ทานํ ทียติ; อมฺหากํ ทานํ น ทียติ. สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม, ปุญฺญานิ กเรยฺยามา’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺย’นฺติ? โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, ปฐมํ ทฺวารํ อิตฺถาคารสฺส อทาสึ. ตตฺถ อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียิตฺถ; มม ทานํ ปฏิกฺกมิ.

‘‘อถ โข มํ, ภนฺเต, ขตฺติยา อนุยนฺตา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ – ‘เทวสฺส โข ทานํ ทียติ; อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ; อมฺหากํ ทานํ น ทียติ. สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม, ปุญฺญานิ กเรยฺยามา’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺย’นฺติ? โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, ทุติยํ ทฺวารํ ขตฺติยานํ อนุยนฺตานํ อทาสึ. ตตฺถ ขตฺติยานํ อนุยนฺตานํ ทานํ ทียิตฺถ, มม ทานํ ปฏิกฺกมิ.

‘‘อถ โข มํ, ภนฺเต, พลกาโย อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจ – ‘เทวสฺส โข ทานํ ทียติ; อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ; ขตฺติยานํ อนุยนฺตานํ ทานํ ทียติ; อมฺหากํ ทานํ น ทียติ. สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม, ปุญฺญานิ กเรยฺยามา’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺย’นฺติ? โส ขฺวาหํ ภนฺเต, ตติยํ ทฺวารํ พลกายสฺส อทาสึ. ตตฺถ พลกายสฺส ทานํ ทียิตฺถ, มม ทานํ ปฏิกฺกมิ.

‘‘อถ โข มํ, ภนฺเต, พฺราหฺมณคหปติกา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ – ‘เทวสฺส โข ทานํ ทียติ; อิตฺถาคารสฺส ทานํ ทียติ; ขตฺติยานํ อนุยนฺตานํ ทานํ ทียติ; พลกายสฺส ทานํ ทียติ; อมฺหากํ ทานํ น ทียติ. สาธุ มยมฺปิ เทวํ นิสฺสาย ทานานิ ทเทยฺยาม, ปุญฺญานิ กเรยฺยามา’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอตทโหสิ – ‘อหํ โขสฺมิ ทายโก ทานปติ ทานสฺส วณฺณวาที. ทานํ ทสฺสามาติ วทนฺเต กินฺติ วเทยฺย’นฺติ? โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, จตุตฺถํ ทฺวารํ พฺราหฺมณคหปติกานํ อทาสึ. ตตฺถ พฺราหฺมณคหปติกานํ ทานํ ทียิตฺถ, มม ทานํ ปฏิกฺกมิ.

‘‘อถ โข มํ, ภนฺเต, ปุริสา อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ – ‘น โข ทานิ เทวสฺส โกจิ ทานํ ทียตี’ติ. เอวํ วุตฺตาหํ, ภนฺเต, เต ปุริเส เอตทโวจํ – ‘เตน หิ, ภเณ, โย พาหิเรสุ ชนปเทสุ อาโย สญฺชายติ ตโต อุปฑฺฒํ อนฺเตปุเร ปเวเสถ, อุปฑฺฒํ ตตฺเถว ทานํ เทถ สมณ-พฺราหฺมณ-กปณทฺธิก-วนิพฺพก-ยาจกาน’นฺติ. โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, เอวํ ทีฆรตฺตํ กตานํ ปุญฺญานํ เอวํ ทีฆรตฺตํ กตานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ปริยนฺตํ นาธิคจฺฉามิ – เอตฺตกํ ปุญฺญนฺติ วา เอตฺตโก ปุญฺญวิปาโกติ วา เอตฺตกํ สคฺเค ฐาตพฺพนฺติ วาติ. อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! ยาวสุภาสิตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา –

‘‘เย นํ ททนฺติ สทฺธาย, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

ตเมว อนฺนํ ภชติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.

‘‘ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ, ทชฺชา ทานํ มลาภิภู;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ.

๔. ฆฏีการสุตฺตํ

๑๐๕. เอกมนฺตํ ฐิโต โข ฆฏีกาโร เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘อวิหํ อุปปนฺนาเส, วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว;

ราคโทสปริกฺขีณา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.

‘‘เก จ เต อตรุํ ปงฺกํ, มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ;

เก หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ.

‘‘อุปโก ปลคณฺโฑ [ผลคณฺโฑ (ก.)] จ, ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย;

ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ, พาหุรคฺคิ จ สงฺคิโย [พาหุทนฺตี จ ปิงฺคิโย (สี. สฺยา.)];

เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ.

‘‘กุสลี ภาสสี เตสํ, มารปาสปฺปหายินํ;

กสฺส เต ธมฺมมญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธน’’นฺติ.

‘‘น อญฺญตฺร ภควตา, นาญฺญตฺร ตว สาสนา;

ยสฺส เต ธมฺมมญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนํ.

‘‘ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌติ;

ตํ เต ธมฺมํ อิธญฺญาย, อจฺฉิทุํ ภวพนฺธน’’นฺติ.

‘‘คมฺภีรํ ภาสสี วาจํ, ทุพฺพิชานํ สุทุพฺพุธํ;

กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญาย, วาจํ ภาสสิ อีทิส’’นฺติ.

‘‘กุมฺภกาโร ปุเร อาสึ, เวกฬิงฺเค ฆฏีกโร;

มาตาเปตฺติภโร อาสึ, กสฺสปสฺส อุปาสโก.

‘‘วิรโต เมถุนา ธมฺมา, พฺรหฺมจารี นิรามิโส;

อหุวา เต สคาเมยฺโย, อหุวา เต ปุเร สขา.

‘‘โสหเมเต ปชานามิ, วิมุตฺเต สตฺต ภิกฺขโว;

ราคโทสปริกฺขีเณ, ติณฺเณ โลเก วิสตฺติก’’นฺติ.

‘‘เอวเมตํ ตทา อาสิ, ยถา ภาสสิ ภคฺคว;

กุมฺภกาโร ปุเร อาสิ, เวกฬิงฺเค ฆฏีกโร.

‘‘มาตาเปตฺติภโร อาสิ, กสฺสปสฺส อุปาสโก;

วิรโต เมถุนา ธมฺมา, พฺรหฺมจารี นิรามิโส;

อหุวา เม สคาเมยฺโย, อหุวา เม ปุเร สขา’’ติ.

‘‘เอวเมตํ ปุราณานํ, สหายานํ อหุ สงฺคโม;

อุภินฺนํ ภาวิตตฺตานํ, สรีรนฺติมธาริน’’นฺติ.

๕. ชนฺตุสุตฺตํ

๑๐๖. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ สมฺพหุลา ภิกฺขู, โกสเลสุ วิหรนฺติ หิมวนฺตปสฺเส อรญฺญกุฏิกาย อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา มุฏฺฐสฺสติโน อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ปากตินฺทฺริยา.

อถ โข ชนฺตุ เทวปุตฺโต ตทหุโปสเถ ปนฺนรเส เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

‘‘สุขชีวิโน ปุเร อาสุํ, ภิกฺขู โคตมสาวกา;

อนิจฺฉา ปิณฺฑเมสนา [ปิณฺฑเมสานา (?)], อนิจฺฉา สยนาสนํ;

โลเก อนิจฺจตํ ญตฺวา, ทุกฺขสฺสนฺตํ อกํสุ เต.

‘‘ทุปฺโปสํ กตฺวา อตฺตานํ, คาเม คามณิกา วิย;

ภุตฺวา ภุตฺวา นิปชฺชนฺติ, ปราคาเรสุ มุจฺฉิตา.

‘‘สงฺฆสฺส อญฺชลึ กตฺวา, อิเธกจฺเจ วทามหํ [วนฺทามหํ (ก.)];

อปวิทฺธา อนาถา เต, ยถา เปตา ตเถว เต [ตเถว จ (สี.)].

‘‘เย โข ปมตฺตา วิหรนฺติ, เต เม สนฺธาย ภาสิตํ;

เย อปฺปมตฺตา วิหรนฺติ, นโม เตสํ กโรมห’’นฺติ.

๖. โรหิตสฺสสุตฺตํ

๑๐๗. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข โรหิตสฺโส เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ยตฺถ นุ โข, ภนฺเต, น ชายติ น ชียติ น มียติ [น ชิยฺยติ น มิยฺยติ (สฺยา. กํ. ก.)] น จวติ น อุปปชฺชติ, สกฺกา นุ โข โส, ภนฺเต, คมเนน โลกสฺส อนฺโต ญาตุํ วา ทฏฺฐุํ วา ปาปุณิตุํ วา’’ติ? ‘‘ยตฺถ โข, อาวุโส, น ชายติ น ชียติ น มียติ น จวติ น อุปปชฺชติ, นาหํ ตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามี’’ติ.

‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! ยาวสุภาสิตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา – ‘ยตฺถ โข, อาวุโส, น ชายติ น ชียติ น มียติ น จวติ น อุปปชฺชติ, นาหํ ตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามี’ติ.

‘‘ภูตปุพฺพาหํ, ภนฺเต, โรหิตสฺโส นาม อิสิ อโหสึ โภชปุตฺโต อิทฺธิมา เวหาสงฺคโม. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอวรูโป ชโว อโหสิ; เสยฺยถาปิ นาม ทฬฺหธมฺมา [ทฬฺหธมฺโม (สพฺพตฺถ) ฏีกา จ โมคฺคลฺลานพฺยากรณํ จ โอโลเกตพฺพํ] ธนุคฺคโห สุสิกฺขิโต กตหตฺโถ กตโยคฺโค กตูปาสโน ลหุเกน อสเนน อปฺปกสิเรเนว ติริยํ ตาลจฺฉายํ อติปาเตยฺย. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอวรูโป ปทวีติหาโร อโหสิ; เสยฺยถาปิ นาม ปุรตฺถิมา สมุทฺทา ปจฺฉิโม สมุทฺโท. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอวรูปํ อิจฺฉาคตํ อุปฺปชฺชิ – ‘อหํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ปาปุณิสฺสามี’ติ. โส ขฺวาหํ, ภนฺเต, เอวรูเปน ชเวน สมนฺนาคโต เอวรูเปน จ ปทวีติหาเรน อญฺญเตฺรว อสิต-ปีต-ขายิต-สายิตา อญฺญตฺร อุจฺจาร-ปสฺสาวกมฺมา อญฺญตฺร นิทฺทากิลมถปฏิวิโนทนา วสฺสสตายุโก วสฺสสตชีวี วสฺสสตํ คนฺตฺวา อปฺปตฺวาว โลกสฺส อนฺตํ อนฺตราว กาลงฺกโต.

‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! ยาวสุภาสิตมิทํ, ภนฺเต, ภควตา – ‘ยตฺถ โข, อาวุโส, น ชายติ น ชียติ น มียติ น จวติ น อุปปชฺชติ, นาหํ ตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามี’’’ติ.

‘‘น โข ปนาหํ, อาวุโส, อปฺปตฺวา โลกสฺส อนฺตํ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยํ วทามิ. อปิ จ ขฺวาหํ, อาวุโส, อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสญฺญิมฺหิ สมนเก โลกญฺจ ปญฺญเปมิ โลกสมุทยญฺจ โลกนิโรธญฺจ โลกนิโรธคามินิญฺจ ปฏิปทนฺติ.

‘‘คมเนน น ปตฺตพฺโพ, โลกสฺสนฺโต กุทาจนํ;

น จ อปฺปตฺวา โลกนฺตํ, ทุกฺขา อตฺถิ ปโมจนํ.

‘‘ตสฺมา หเว โลกวิทู สุเมโธ,

โลกนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย;

โลกสฺส อนฺตํ สมิตาวิ ญตฺวา,

นาสีสติ โลกมิมํ ปรญฺจา’’ติ.

๗. นนฺทสุตฺตํ

๑๐๘. เอกมนฺตํ ฐิโต โข นนฺโท เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย,

วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ;

เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน,

ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานี’’ติ.

‘‘อจฺเจนฺติ กาลา ตรยนฺติ รตฺติโย,

วโยคุณา อนุปุพฺพํ ชหนฺติ;

เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน,

โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข’’ติ.

๘. นนฺทิวิสาลสุตฺตํ

๑๐๙. เอกมนฺตํ ฐิโต โข นนฺทิวิสาโล เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวารํ, ปุณฺณํ โลเภน สํยุตํ;

ปงฺกชาตํ มหาวีร, กถํ ยาตฺรา ภวิสฺสตี’’ติ.

‘‘เฉตฺวา นทฺธึ วรตฺตญฺจ, อิจฺฉาโลภญฺจ ปาปกํ;

สมูลํ ตณฺหมพฺพุยฺห, เอวํ ยาตฺรา ภวิสฺสตี’’ติ.

๙. สุสิมสุตฺตํ

๑๑๐. สาวตฺถินิทานํ. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘ตุยฺหมฺปิ โน, อานนฺท, สาริปุตฺโต รุจฺจตี’’ติ?

‘‘กสฺส หิ นาม, ภนฺเต, อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สาริปุตฺโต น รุจฺเจยฺย? ปณฺฑิโต, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. มหาปญฺโญ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. ปุถุปญฺโญ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. หาสปญฺโญ [หาสุปญฺโญ (สี.)], ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. ชวนปญฺโญ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. ติกฺขปญฺโญ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. นิพฺเพธิกปญฺโญ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. อปฺปิจฺโฉ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. สนฺตุฏฺโฐ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. ปวิวิตฺโต, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. อสํสฏฺโฐ, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. อารทฺธวีริโย, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. วตฺตา, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. วจนกฺขโม, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. โจทโก, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. ปาปครหี, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. กสฺส หิ นาม, ภนฺเต, อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สาริปุตฺโต น รุจฺเจยฺยา’’ติ?

‘‘เอวเมตํ, อานนฺท, เอวเมตํ, อานนฺท! กสฺส หิ นาม, อานนฺท, อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส สาริปุตฺโต น รุจฺเจยฺย? ปณฺฑิโต, อานนฺท, สาริปุตฺโต. มหาปญฺโญ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. ปุถุปญฺโญ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. หาสปญฺโญ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. ชวนปญฺโญ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. ติกฺขปญฺโญ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. นิพฺเพธิกปญฺโญ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. อปฺปิจฺโฉ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. สนฺตุฏฺโฐ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. ปวิวิตฺโต, อานนฺท, สาริปุตฺโต. อสํสฏฺโฐ, อานนฺท, สาริปุตฺโต. อารทฺธวีริโย, อานนฺท, สาริปุตฺโต. วตฺตา, อานนฺท, สาริปุตฺโต. วจนกฺขโม, อานนฺท, สาริปุตฺโต. โจทโก, อานนฺท, สาริปุตฺโต. ปาปครหี, อานนฺท, สาริปุตฺโต. กสฺส หิ นาม, อานนฺท, อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส สาริปุตฺโต น รุจฺเจยฺยา’’ติ?

อถ โข สุสิโม [สุสีโม (สี.)] เทวปุตฺโต อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน มหติยา เทวปุตฺตปริสาย ปริวุโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข สุสิโม เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘เอวเมตํ, ภควา, เอวเมตํ, สุคต. กสฺส หิ นาม, ภนฺเต, อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สาริปุตฺโต น รุจฺเจยฺย? ปณฺฑิโต, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. มหาปญฺโญ, ภนฺเต, ปุถุปญฺโญ, ภนฺเต, หาสปญฺโญ, ภนฺเต, ชวนปญฺโญ, ภนฺเต, ติกฺขปญฺโญ, ภนฺเต, นิพฺเพธิกปญฺโญ, ภนฺเต, อปฺปิจฺโฉ, ภนฺเต, สนฺตุฏฺโฐ, ภนฺเต, ปวิวิตฺโต, ภนฺเต, อสํสฏฺโฐ, ภนฺเต, อารทฺธวีริโย, ภนฺเต, วตฺตา, ภนฺเต, วจนกฺขโม, ภนฺเต, โจทโก, ภนฺเต, ปาปครหี, ภนฺเต, อายสฺมา สาริปุตฺโต. กสฺส หิ นาม, ภนฺเต, อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สาริปุตฺโต น รุจฺเจยฺย?

‘‘อหมฺปิ หิ, ภนฺเต, ยญฺญเทว เทวปุตฺตปริสํ อุปสงฺกมึ, เอตเทว พหุลํ สทฺทํ สุณามิ – ‘ปณฺฑิโต อายสฺมา สาริปุตฺโต; มหาปญฺโญ อายสฺมา, ปุถุปญฺโญ อายสฺมา, หาสปญฺโญ อายสฺมา, ชวนปญฺโญ อายสฺมา, ติกฺขปญฺโญ อายสฺมา, นิพฺเพธิกปญฺโญ อายสฺมา, อปฺปิจฺโฉ อายสฺมา, สนฺตุฏฺโฐ อายสฺมา, ปวิวิตฺโต อายสฺมา, อสํสฏฺโฐ อายสฺมา, อารทฺธวีริโย อายสฺมา, วตฺตา อายสฺมา, วจนกฺขโม อายสฺมา, โจทโก อายสฺมา, ปาปครหี อายสฺมา สาริปุตฺโต’ติ. กสฺส หิ นาม, ภนฺเต, อพาลสฺส อทุฏฺฐสฺส อมูฬฺหสฺส อวิปลฺลตฺถจิตฺตสฺส อายสฺมา สาริปุตฺโต น รุจฺเจยฺยา’’ติ?

อถ โข สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ.

‘‘เสยฺยถาปิ นาม มณิ เวฬุริโย สุโภ ชาติมา อฏฺฐํโส สุปริกมฺมกโต ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺโต ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ; เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ.

‘‘เสยฺยถาปิ นาม นิกฺขํ ชมฺโพนทํ ทกฺขกมฺมารปุตฺตอุกฺกามุขสุกุสลสมฺปหฏฺฐํ ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺตํ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ; เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ.

‘‘เสยฺยถาปิ นาม สรทสมเย วิทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ โอสธิตารกา ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ; เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ.

‘‘เสยฺยถาปิ นาม สรทสมเย วิทฺเธ วิคตวลาหเก เทเว อาทิจฺโจ นภํ อพฺภุสฺสกฺกมาโน [อพฺภุสฺสุกฺกมาโน (สี. สฺยา. กํ. ปี.), อพฺภุคฺคมมาโน (ที. นิ. ๒.๒๕๘)] สพฺพํ อากาสคตํ ตมคตํ อภิวิหจฺจ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ; เอวเมวํ สุสิมสฺส เทวปุตฺตสฺส เทวปุตฺตปริสา อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส วณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตมนา ปมุทิตา ปีติโสมนสฺสชาตา อุจฺจาวจา วณฺณนิภา อุปทํเสติ.

อถ โข สุสิโม เทวปุตฺโต อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต, สาริปุตฺโต อโกธโน;

อปฺปิจฺโฉ โสรโต ทนฺโต, สตฺถุวณฺณาภโต อิสี’’ติ.

อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อารพฺภ สุสิมํ เทวปุตฺตํ คาถาย ปจฺจภาสิ –

‘‘ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต, สาริปุตฺโต อโกธโน;

อปฺปิจฺโฉ โสรโต ทนฺโต, กาลํ กงฺขติ สุทนฺโต’’ [กาลํ กงฺขติ ภตโก สุทนฺโต (สี.), กาลํ กงฺขติ ภาวิโต สุทนฺโต (สฺยา. กํ.), กาลํ กงฺขติ ภติโก สุทนฺโต (ปี.)] ติ.

๑๐. นานาติตฺถิยสาวกสุตฺตํ

๑๑๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. อถ โข สมฺพหุลา นานาติตฺถิยสาวกา เทวปุตฺตา อสโม จ สหลิ [สหลี (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] จ นีโก [นิงฺโก (สี. ปี.), นิโก (สฺยา. กํ.)] จ อาโกฏโก จ เวคพฺภริ จ [เวฏมฺพรี จ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] มาณวคามิโย จ อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข อสโม เทวปุตฺโต ปูรณํ กสฺสปํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘อิธ ฉินฺทิตมาริเต, หตชานีสุ กสฺสโป;

น ปาปํ สมนุปสฺสติ, ปุญฺญํ วา ปน อตฺตโน;

ส เว วิสฺสาสมาจิกฺขิ, สตฺถา อรหติ มานน’’นฺติ.

อถ โข สหลิ เทวปุตฺโต มกฺขลึ โคสาลํ อารพฺภ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘ตโปชิคุจฺฉาย สุสํวุตตฺโต,

วาจํ ปหาย กลหํ ชเนน;