๑. สนฺถวปโญฺห

๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา –

‘‘‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช;

อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ.

‘‘ปุน จ ภควตา ภณิตํ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน ภณิตํ ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ, เตน หิ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ, เตน หิ ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ. ภณิตญฺจ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ. ยํ, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ, ตํ สภาววจนํ อเสสวจนํ นิสฺเสสวจนํ นิปฺปริยายวจนํ สมณานุจฺฉวํ สมณสารุปฺปํ สมณปฺปติรูปํ สมณารหํ สมณโคจรํ สมณปฺปฏิปทา สมณปฺปฏิปตฺติ. ยถา, มหาราช, อารญฺญโก มิโค อรญฺเญ ปวเน จรมาโน นิราลโย อนิเกโต ยถิจฺฉกํ สยติ, เอวเมว โข, มหาราช, ภิกฺขุนา ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ จินฺเตตพฺพํ.

‘‘ยํ ปน, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ, ตํ เทฺว อตฺถวเส สมฺปสฺสมาเนน ภควตา ภณิตํ. กตเม เทฺว? วิหารทานํ นาม สพฺพพุทฺเธหิ วณฺณิตํ อนุมตํ โถมิตํ ปสตฺถํ, ตํ เต วิหารทานํ ทตฺวา ชาติชรามรณา ปริมุจฺจิสฺสนฺตีติ. อยํ ตาว ปฐโม อานิสํโส วิหารทาเน.

‘‘ปุน จปรํ วิหาเร วิชฺชมาเน ภิกฺขุนิโย พฺยตฺตสงฺเกตา ภวิสฺสนฺติ, สุลภํ ทสฺสนํ ทสฺสนกามานํ, อนิเกเต ทุทฺทสฺสนา ภวิสฺสนฺตีติ. อยํ ทุติโย อานิสํโส วิหารทาเน. อิเม เทฺว อตฺถวเส สมฺปสฺสมาเนน ภควตา ภณิตํ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ, น ตตฺถ พุทฺธปุตฺเตน อาลโย กรณีโย นิเกเต’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

สนฺถวปโญฺห ปฐโม.