๔. เมณฺฑกปโญฺห
๑. อิทฺธิพลวคฺโค
๑. กตาธิการสผลปโญฺห
๑. อถ โข มิลินฺโท ราชา กตาวกาโส นิปจฺจ ครุโน ปาเท สิรสิ อญฺชลึ กตฺวา เอตทโวจ ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิเม ติตฺถิยา เอวํ ภณนฺติ [วญฺโจ ภวติ อผโล (สี. ปี. ก.)] ‘ยทิ พุทฺโธ ปูชํ สาทิยติ, น ปรินิพฺพุโต พุทฺโธ สํยุตฺโต โลเกน อนฺโตภวิโก โลกสฺมึ โลกสาธารโณ, ตสฺมา ตสฺส กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโล. ยทิ ปรินิพฺพุโต วิสํยุตฺโต โลเกน นิสฺสโฏ สพฺพภเวหิ, ตสฺส ปูชา นุปฺปชฺชติ, ปรินิพฺพุโต น กิญฺจิ สาทิยติ, อสาทิยนฺตสฺส กโต อธิกาโร วญฺโฌ ภวติ อผโล’ติ อุภโต โกฏิโก เอโส ปโญฺห, เนโส วิสโย อปฺปตฺตมานสานํ, มหนฺตานํ เยเวโส วิสโย, ภินฺเทตํ ทิฏฺฐิชาลํ เอกํเส ฐปย, ตเวโส ปโญฺห อนุปฺปตฺโต, อนาคตานํ ชินปุตฺตานํ จกฺขุํ เทหิ ปรวาทนิคฺคหายา’’ติ.
เถโร อาห ‘‘ปรินิพฺพุโต, มหาราช, ภควา, น จ ภควา ปูชํ สาทิยติ, โพธิมูเล เยว ตถาคตสฺส สาทิยนา ปหีนา, กึ ปน อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุตสฺส. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘ปูชิยนฺตา [ปูชิตา (สฺยา.)] อสมสมา, สเทวมานุเสหิ เต;
น สาทิยนฺติ สกฺการํ, พุทฺธานํ เอส ธมฺมตา’’’ติ.
ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ปุตฺโต วา ปิตุโน วณฺณํ ภาสติ, ปิตา วา ปุตฺตสฺส วณฺณํ ภาสติ, น เจตํ การณํ ปรวาทานํ นิคฺคหาย, ปสาทปฺปกาสนํ นาเมตํ, อิงฺฆ เม ตฺวํ ตตฺถ การณํ สมฺมา พฺรูหิ สกวาทสฺส ปติฏฺฐาปนาย ทิฏฺฐิชาลวินิเวฐนายา’’ติ.
เถโร อาห ‘‘ปรินิพฺพุโต, มหาราช, ภควา, น จ ภควา ปูชํ สาทิยติ, อสาทิยนฺตสฺเสว ตถาคตสฺส เทวมนุสฺสา ธาตุรตนํ วตฺถุํ กริตฺวา ตถาคตสฺส ญาณรตนารมฺมเณน สมฺมาปฏิปตฺตึ เสวนฺตา ติสฺโส สมฺปตฺติโย ปฏิลภนฺติ.
‘‘ยถา, มหาราช, มหติมหาอคฺคิกฺขนฺโธ ปชฺชลิตฺวา นิพฺพาเยยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, มหาอคฺคิกฺขนฺโธ สาทิยติ ติณกฏฺฐุปาทาน’’นฺติ? ‘‘ชลมาโนปิ โส, ภนฺเต, มหาอคฺคิกฺขนฺโธ ติณกฏฺฐุปาทานํ น สาทิยติ, กึ ปน นิพฺพุโต อุปสนฺโต อเจตโน สาทิยติ? ‘‘ตสฺมึ ปน, มหาราช, อคฺคิกฺขนฺเธ อุปรเต อุปสนฺเต โลเก อคฺคิ สุญฺโญ โหตี’’ติ. ‘‘น หิ, ภนฺเต, กฏฺฐํ อคฺคิสฺส วตฺถุ โหติ อุปาทานํ, เย เกจิ มนุสฺสา อคฺคิกามา, เต อตฺตโน ถามพลวีริเยน ปจฺจตฺตปุริสกาเรน กฏฺฐํ มนฺถยิตฺวา [มทฺทิตฺวา (ก.)] อคฺคึ นิพฺพตฺเตตฺวา เตน อคฺคินา อคฺคิกรณียานิ กมฺมานิ กโรนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ติตฺถิยานํ วจนํ มิจฺฉา ภวติ ‘อสาทิยนฺตสฺส กโต อธิกาโร วญฺโฌ ภวติ อผโล’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, มหติมหาอคฺคิกฺขนฺโธ ปชฺชลิ, เอวเมว ภควา ทสสหสฺสิยา [ทสสหสฺสิมฺหิ (สี. ปี. ก.)] โลกธาตุยา พุทฺธสิริยา ปชฺชลิ. ยถา, มหาราช, มหติมหาอคฺคิกฺขนฺโธ ปชฺชลิตฺวา นิพฺพุโต, เอวเมว ภควา ทสสหสฺสิยา โลกธาตุยา พุทฺธสิริยา ปชฺชลิตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต. ยถา, มหาราช, นิพฺพุโต อคฺคิกฺขนฺโธ ติณกฏฺฐุปาทานํ น สาทิยติ, เอวเมว โข โลกหิตสฺส สาทิยนา ปหีนา อุปสนฺตา. ยถา, มหาราช, มนุสฺสา นิพฺพุเต อคฺคิกฺขนฺเธ อนุปาทาเน อตฺตโน ถามพลวีริเยน ปจฺจตฺตปุริสกาเรน กฏฺฐํ มนฺถยิตฺวา อคฺคึ นิพฺพตฺเตตฺวา เตน อคฺคินา อคฺคิกรณียานิ กมฺมานิ กโรนฺติ, เอวเมว โข เทวมนุสฺสา ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว ธาตุรตนํ วตฺถุํ กริตฺวา ตถาคตสฺส ญาณรตนารมฺมเณน สมฺมาปฏิปตฺตึ เสวนฺตา ติสฺโส สมฺปตฺติโย ปฏิลภนฺติ, อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโล.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ เยน การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโล. ยถา, มหาราช, มหติมหาวาโต วายิตฺวา อุปรเมยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, อุปรโต วาโต สาทิยติ ปุน นิพฺพตฺตาปน’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อุปรตสฺส วาตสฺส อาโภโค วา มนสิกาโร วา ปุน นิพฺพตฺตาปนาย’’. ‘‘กึ การณํ’’? ‘‘อเจตนา สา วาโยธาตู’’ติ. ‘‘อปิ นุ ตสฺส, มหาราช, อุปรตสฺส วาตสฺส วาโตติ สมญฺญา อปคจฺฉตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ตาลวณฺฏวิธูปนานิ วาตสฺส อุปฺปตฺติยา ปจฺจยา, เย เกจิ มนุสฺสา อุณฺหาภิตตฺตา ปริฬาหปริปีฬิตา, เต ตาลวณฺเฏน วา วิธูปเนน วา อตฺตโน ถามพลวีริเยน ปจฺจตฺตปุริสกาเรน ตํ นิพฺพตฺเตตฺวา เตน วาเตน อุณฺหํ นิพฺพาเปนฺติ ปริฬาหํ วูปสเมนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ติตฺถิยานํ วจนํ มิจฺฉา ภวติ ‘อสาทิยนฺตสฺส กโต อธิกาโร วญฺโฌ ภวติ อผโล’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, มหติมหาวาโต วายิ, เอวเมว ภควา ทสสหสฺสิยา โลกธาตุยา สีตลมธุรสนฺตสุขุมเมตฺตาวาเตน อุปวายิ. ยถา, มหาราช, มหติมหาวาโต วายิตฺวา อุปรโต, เอวเมว ภควา สีตลมธุรสนฺตสุขุมเมตฺตาวาเตน อุปวายิตฺวา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต. ยถา, มหาราช, อุปรโต วาโต ปุน นิพฺพตฺตาปนํ น สาทิยติ, เอวเมว โลกหิตสฺส สาทิยนา ปหีนา อุปสนฺตา. ยถา, มหาราช, เต มนุสฺสา อุณฺหาภิตตฺตา ปริฬาหปริปีฬิตา, เอวเมว เทวมนุสฺสา ติวิธคฺคิสนฺตาปปริฬาหปริปีฬิตา. ยถา ตาลวณฺฏวิธูปนานิ วาตสฺส นิพฺพตฺติยา ปจฺจยา โหนฺติ, เอวเมว ตถาคตสฺส ธาตุ จ ญาณรตนญฺจ ปจฺจโย โหติ ติสฺสนฺนํ สมฺปตฺตีนํ ปฏิลาภาย. ยถา มนุสฺสา อุณฺหาภิตตฺตา ปริฬาหปริปีฬิตา ตาลวณฺเฏน วา วิธูปเนน วา วาตํ นิพฺพตฺเตตฺวา อุณฺหํ นิพฺพาเปนฺติ ปริฬาหํ วูปสเมนฺติ, เอวเมว เทวมนุสฺสา ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว ธาตุญฺจ ญาณรตนญฺจ ปูเชตฺวา กุสลํ นิพฺพตฺเตตฺวา เตน กุสเลน ติวิธคฺคิสนฺตาปปริฬาหํ นิพฺพาเปนฺติ วูปสเมนฺติ. อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโลติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ ปรวาทานํ นิคฺคหาย. ยถา, มหาราช, ปุริโส เภรึ อาโกเฏตฺวา สทฺทํ นิพฺพตฺเตยฺย, โย โส เภริสทฺโท ปุริเสน นิพฺพตฺติโต, โส สทฺโท อนฺตรธาเยยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, สทฺโท สาทิยติ ปุน นิพฺพตฺตาปน’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อนฺตรหิโต โส สทฺโท, นตฺถิ ตสฺส ปุน อุปฺปาทาย อาโภโค วา มนสิกาโร วา, สกึ นิพฺพตฺเต เภริสทฺเท อนฺตรหิเต โส เภริสทฺโท สมุจฺฉินฺโน โหติ. เภรี ปน, ภนฺเต, ปจฺจโย โหติ สทฺทสฺส นิพฺพตฺติยา, อถ ปุริโส ปจฺจเย สติ อตฺตเชน วายาเมน เภรึ อโกเฏตฺวา สทฺทํ นิพฺพตฺเตตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ภควา สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญาณทสฺสนปริภาวิตํ ธาตุรตนญฺจ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ อนุสิฏฺฐญฺจ [อนุสตฺถิญฺจ (สี. ปี.)] สตฺถารํ ฐปยิตฺวา สยํ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต, น จ ปรินิพฺพุเต ภควติ สมฺปตฺติลาโภ อุปจฺฉินฺโน โหติ, ภวทุกฺขปฏิปีฬิตา สตฺตา ธาตุรตนญฺจ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ อนุสิฏฺฐญฺจ ปจฺจยํ กริตฺวา สมฺปตฺติกามา สมฺปตฺติโย ปฏิลภนฺติ, อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโลติ.
‘‘ทิฏฺฐญฺเจตํ, มหาราช, ภควตา อนาคตมทฺธานํ. กถิตญฺจ ภณิตญฺจ อาจิกฺขิตญฺจ ‘สิยา โข ปนานนฺท, ตุมฺหากํ เอวมสฺส อตีตสตฺถุกํ ปาวจนํ นตฺถิ โน สตฺถาติ, น โข ปเนตํ, อานนฺท, เอวํ ทฏฺฐพฺพํ, โย โว, อานนฺท, มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’ติ. ปรินิพฺพุตสฺส ตถาคตสฺส อสาทิยนฺตสฺส กโต อธิกาโร วญฺโฌ ภวติ อผโลติ, ตํ เตสํ ติตฺถิยานํ วจนํ มิจฺฉา อภูตํ วิตถํ อลิกํ วิรุทฺธํ วิปรีตํ ทุกฺขทายกํ ทุกฺขวิปากํ อปายคมนียนฺติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ เยน การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโล. สาทิยติ นุ โข, มหาราช, อยํ มหาปถวี ‘สพฺพพีชานิ มยิ สํวิรุหนฺตู’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน ตานิ, มหาราช, พีชานิ อสาทิยนฺติยา มหาปถวิยา สํวิรุหิตฺวา ทฬฺหมูลชฏาปติฏฺฐิตา ขนฺธสารสาขาปริวิตฺถิณฺณา ปุปฺผผลธรา โหนฺตี’’ติ? ‘‘อสาทิยนฺตีปิ, ภนฺเต, มหาปถวี เตสํ พีชานํ วตฺถุํ โหติ ปจฺจยํ เทติ วิรุหนาย, ตานิ พีชานิ ตํ วตฺถุํ นิสฺสาย เตน ปจฺจเยน สํวิรุหิตฺวา ทฬฺหมูลชฏาปติฏฺฐิตา ขนฺธสารสาขาปริวิตฺถิณฺณา ปุปฺผผลธรา โหนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ติตฺถิยา สเก วาเท นฏฺฐา โหนฺติ หตา วิรุทฺธา, สเจ เต ภณนฺติ ‘อสาทิยนฺตสฺส กโต อธิกาโร วญฺโฌ ภวติ อผโล’ ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, มหาปถวี, เอวํ ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ. ยถา, มหาราช, มหาปถวี น กิญฺจิ สาทิยติ, เอวํ ตถาคโต น กิญฺจิ สาทิยติ. ยถา, มหาราช, ตานิ พีชานิ ปถวึ นิสฺสาย สํวิรุหิตฺวา ทฬฺหมูลชฏาปติฏฺฐิตา ขนฺธสารสาขาปริวิตฺถิณฺณา ปุปฺผผลธรา โหนฺติ, เอวํ เทวมนุสฺสา ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว ธาตุญฺจ ญาณรตนญฺจ นิสฺสาย ทฬฺหกุสลมูลปติฏฺฐิตา สมาธิกฺขนฺธธมฺมสารสีลสาขาปริวิตฺถิณฺณา วิมุตฺติปุปฺผสามญฺญผลธรา โหนฺติ, อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโลติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ เยน การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโล. สาทิยนฺติ นุ โข, มหาราช, อิเม โอฏฺฐา โคณา คทฺรภา อชา ปสู มนุสฺสา อนฺโตกุจฺฉิสฺมึ กิมิกุลานํ สมฺภว’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน เต, มหาราช, กิมโย เตสํ อสาทิยนฺตานํ อนฺโตกุจฺฉิสฺมึ สมฺภวิตฺวา พหุปุตฺตนตฺตา เวปุลฺลตํ ปาปุณนฺตี’’ติ? ‘‘ปาปสฺส, ภนฺเต, กมฺมสฺส พลวตาย อสาทิยนฺตานํ เยว เตสํ สตฺตานํ อนฺโตกุจฺฉิสฺมึ กิมโย สมฺภวิตฺวา พหุปุตฺตนตฺตา เวปุลฺลตํ ปาปุณนฺตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว ธาตุสฺส จ ญาณารมฺมณสฺส จ พลวตาย ตถาคเต กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโลติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ เยน การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโล. สาทิยนฺติ นุ โข, มหาราช, อิเม มนุสฺสา อิเม อฏฺฐนวุติ โรคา กาเย นิพฺพตฺตนฺตู’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน เต, มหาราช, โรคา อสาทิยนฺตานํ กาเย นิปตนฺตี’’ติ? ‘‘ปุพฺเพ กเตน, ภนฺเต, ทุจฺจริเตนา’’ติ. ‘‘ยทิ, มหาราช, ปุพฺเพ กตํ อกุสลํ อิธ เวทนียํ โหติ, เตน หิ, มหาราช, ปุพฺเพ กตมฺปิ อิธ กตมฺปิ กุสลากุสลํ กมฺมํ อวญฺฌํ ภวติ สผลนฺติ. อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโลติ.
‘‘สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, นนฺทโก นาม ยกฺโข เถรํ สาริปุตฺตํ อาสาทยิตฺวา ปถวึ ปวิฏฺโฐ’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยติ, โลเก ปากโฏ เอโส’’ติ. ‘‘อปิ นุ โข, มหาราช, เถโร สาริปุตฺโต สาทิยิ นนฺทกสฺส ยกฺขสฺส มหาปถวิคิลน’’นฺติ [ปวตฺตมาเนปิ (สฺยา.)]. ‘‘อุพฺพตฺติยนฺเตปิ, ภนฺเต, สเทวเก โลเก ปตมาเนปิ ฉมายํ จนฺทิมสูริเย วิกิรนฺเตปิ สิเนรุปพฺพตราเช เถโร สาริปุตฺโต น ปรสฺส ทุกฺขํ สาทิเยยฺย. ตํ กิสฺส เหตุ? เยน เหตุนา เถโร สาริปุตฺโต กุชฺเฌยฺย วา ทุสฺเสยฺย วา, โส เหตุ เถรสฺส สาริปุตฺตสฺส สมูหโต สมุจฺฉินฺโน, เหตุโน สมุคฺฆาติตตฺตา, ภนฺเต, เถโร สาริปุตฺโต ชีวิตหารเกปิ โกปํ น กเรยฺยา’’ติ. ‘‘ยทิ, มหาราช, เถโร สาริปุตฺโต นนฺทกสฺส ยกฺขสฺส ปถวิคิลนํ น สาทิยิ, กิสฺส ปน นนฺทโก ยกฺโข ปถวึ ปวิฏฺโฐ’’ติ? ‘‘อกุสลสฺส, ภนฺเต, กมฺมสฺส พลวตายา’’ติ. ‘‘ยทิ, มหาราช, อกุสลสฺส กมฺมสฺส พลวตาย นนฺทโก ยกฺโข ปถวึ ปวิฏฺโฐ, อสาทิยนฺตสฺสาปิ กโต อปราโธ อวญฺโฌ ภวติ สผโล. เตน หิ, มหาราช, อกุสลสฺสปิ กมฺมสฺส พลวตาย อสาทิยนฺตสฺส กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโลติ. อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโลติ.
‘‘กติ นุ โข เต, มหาราช, มนุสฺสา, เย เอตรหิ มหาปถวึ ปวิฏฺฐา, อตฺถิ เต ตตฺถ สวณ’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยตี’’ติ. ‘‘อิงฺฆ ตฺวํ, มหาราช, สาเวหี’’ติ? ‘‘จิญฺจมาณวิกา, ภนฺเต, สุปฺปพุทฺโธ จ สกฺโก, เทวทตฺโต จ เถโร, นนฺทโก จ ยกฺโข, นนฺโท จ มาณวโกติ. สุตเมตํ, ภนฺเต, อิเม ปญฺจ ชนา มหาปถวึ ปวิฏฺฐา’’ติ. ‘‘กิสฺมึ เต, มหาราช, อปรทฺธา’’ติ? ‘‘ภควติ จ, ภนฺเต, สาวเกสุ จา’’ติ. ‘‘อปิ นุ โข, มหาราช, ภควา วา สาวกา วา สาทิยึสุ อิเมสํ มหาปถวิปวิสน’’นฺติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ตถาคตสฺส ปรินิพฺพุตสฺส อสาทิยนฺตสฺเสว กโต อธิกาโร อวญฺโฌ ภวติ สผโล’’ติ. ‘‘สุวิญฺญาปิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห คมฺภีโร อุตฺตานีกโต, คุยฺหํ วิทํสิตํ, คณฺฐิ ภินฺโน, คหนํ อคหนํ กตํ, นฏฺฐา ปรวาทา, ภคฺคา กุทิฏฺฐี, นิปฺปภา ชาตา กุติตฺถิยา, ตฺวํ คณีวรปวรมาสชฺชา’’ติ.
กตาธิการสผลปโญฺห ปฐโม.
๒. สพฺพญฺญุภาวปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ สพฺพญฺญู’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ภควา สพฺพญฺญู, น จ ภควโต สตตํ สมิตํ ญาณทสฺสนํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ, อาวชฺชนปฏิพทฺธํ ภควโต สพฺพญฺญุตญาณํ, อาวชฺชิตฺวา ยทิจฺฉกํ ชานาตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ อสพฺพญฺญูติ. ยทิ ตสฺส ปริเยสนาย สพฺพญฺญุตญาณํ โหตี’’ติ. ‘‘วาหสตํ โข, มหาราช, วีหีนํ อฑฺฒจูฬญฺจ วาหา วีหิสตฺตมฺพณานิ เทฺว จ ตุมฺพา เอกจฺฉรากฺขเณ ปวตฺตจิตฺตสฺส เอตฺตกา วีหี ลกฺขํ ฐปียมานา [ฐปียมาเน (สี. ปี.)] ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺยุํ?
‘‘ตตฺริเม สตฺตวิธา จิตฺตา ปวตฺตนฺติ, เย เต, มหาราช, สราคา สโทสา สโมหา สกิเลสา อภาวิตกายา อภาวิตสีลา อภาวิตจิตฺตา อภาวิตปญฺญา, เตสํ ตํ จิตฺตํ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? อภาวิตตฺตา จิตฺตสฺส. ยถา, มหาราช, วํสนาฬสฺส วิตตสฺส วิสาลสฺส วิตฺถิณฺณสฺส สํสิพฺพิตวิสิพฺพิตสฺส สาขาชฏาชฏิตสฺส อากฑฺฒิยนฺตสฺส ครุกํ โหติ อาคมนํ ทนฺธํ. กึ การณา? สํสิพฺพิตวิสิพฺพิตตฺตา สาขานํ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สราคา สโทสา สโมหา สกิเลสา อภาวิตกายา อภาวิตสีลา อภาวิตจิตฺตา อภาวิตปญฺญา, เตสํ ตํ จิตฺตํ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? สํสิพฺพิตวิสิพฺพิตตฺตา กิเลเสหิ, อิทํ ปฐมํ จิตฺตํ.
‘‘ตตฺริทํ ทุติยํ จิตฺตํ วิภตฺตมาปชฺชติ – เย เต, มหาราช, โสตาปนฺนา ปิหิตาปายา ทิฏฺฐิปฺปตฺตา วิญฺญาตสตฺถุสาสนา, เตสํ ตํ จิตฺตํ ตีสุ ฐาเนสุ ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ. อุปริภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ตีสุ ฐาเนสุ จิตฺตสฺส ปริสุทฺธตฺตา อุปริ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา. ยถา, มหาราช, วํสนาฬสฺส ติปพฺพคณฺฐิปริสุทฺธสฺส อุปริ สาขาชฏาชฏิตสฺส อากฑฺฒิยนฺตสฺส ยาว ติปพฺพํ ตาว ลหุกํ เอติ, ตโต อุปริ ถทฺธํ. กึ การณา? เหฏฺฐา ปริสุทฺธตฺตา อุปริ สาขาชฏาชฏิตตฺตา. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต โสตาปนฺนา ปิหิตาปายา ทิฏฺฐิปฺปตฺตา วิญฺญาตสตฺถุสาสนา, เตสํ ตํ จิตฺตํ ตีสุ ฐาเนสุ ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, อุปริภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ตีสุ ฐาเนสุ จิตฺตสฺส ปริสุทฺธตฺตา อุปริ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา, อิทํ ทุติยํ จิตฺตํ.
‘‘ตตฺริทํ ตติยํ จิตฺตํ วิภตฺตมาปชฺชติ – เย เต, มหาราช, สกทาคามิโน, เยสํ ราคโทสโมหา ตนุภูตา, เตสํ ตํ จิตฺตํ ปญฺจสุ ฐาเนสุ ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, อุปริภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ปญฺจสุ ฐาเนสุ จิตฺตสฺส ปริสุทฺธตฺตา อุปริ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา. ยถา, มหาราช, วํสนาฬสฺส ปญฺจปพฺพคณฺฐิปริสุทฺธสฺส อุปริ สาขาชฏาชฏิตสฺส อากฑฺฒิยนฺตสฺส ยาว ปญฺจปพฺพํ ตาว ลหุกํ เอติ, ตโต อุปริ ถทฺธํ. กึ การณา? เหฏฺฐา ปริสุทฺธตฺตา อุปริ สาขาชฏาชฏิตตฺตา. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สกทาคามิโน, เยสํ ราคโทสโมหา ตนุภูตา, เตสํ ตํ จิตฺตํ ปญฺจสุ ฐาเนสุ ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, อุปริภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ปญฺจสุ ฐาเนสุ จิตฺตสฺส ปริสุทฺธตฺตา อุปริ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา, อิทํ ตติยํ จิตฺตํ.
‘‘ตตฺริทํ จตุตฺถํ จิตฺตํ วิภตฺตมาปชฺชติ – เย เต, มหาราช, อนาคามิโน, เยสํ ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปหีนานิ, เตสํ ตํ จิตฺตํ ทสสุ ฐาเนสุ ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, อุปริภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ทสสุ ฐาเนสุ จิตฺตสฺส ปริสุทฺธตฺตา อุปริ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา. ยถา, มหาราช, วํสนาฬสฺส ทสปพฺพคณฺฐิปริสุทฺธสฺส อุปริ สาขาชฏาชฏิตสฺส อากฑฺฒิยนฺตสฺส ยาว ทสปพฺพํ ตาว ลหุกํ เอติ, ตโต อุปริ ถทฺธํ. กึ การณา? เหฏฺฐา ปริสุทฺธตฺตา อุปริ สาขาชฏาชฏิตตฺตา. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต อนาคามิโน, เยสํ ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปหีนานิ, เตสํ ตํ จิตฺตํ ทสสุ ฐาเนสุ ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, อุปริภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ทสสุ ฐาเนสุ จิตฺตสฺส ปริสุทฺธตฺตา อุปริ กิเลสานํ อปฺปหีนตฺตา, อิทํ จตุตฺถํ จิตฺตํ.
‘‘ตตฺริทํ ปญฺจมํ จิตฺตํ วิภตฺตมาปชฺชติ – เย เต, มหาราช, อรหนฺโต ขีณาสวา โธตมลา วนฺตกิเลสา วุสิตวนฺโต กตกรณียา โอหิตภารา อนุปฺปตฺตสทตฺถา ปริกฺขีณภวสญฺโญชนา ปตฺตปฏิสมฺภิทา สาวกภูมีสุ ปริสุทฺธา, เตสํ ตํ จิตฺตํ สาวกวิสเย ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, ปจฺเจกพุทฺธภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ปริสุทฺธตฺตา สาวกวิสเย, อปริสุทฺธตฺตา ปจฺเจกพุทฺธวิสเย. ยถา, มหาราช, วํสนาฬสฺส สพฺพปพฺพคณฺฐิปริสุทฺธสฺส อากฑฺฒิยนฺตสฺส ลหุกํ โหติ อาคมนํ อทนฺธํ. กึ การณา? สพฺพปพฺพคณฺฐิปริสุทฺธตฺตา อคหนตฺตา วํสสฺส. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต อรหนฺโต ขีณาสวา โธตมลา วนฺตกิเลสา วุสิตวนฺโต กตกรณียา โอหิตภารา อนุปฺปตฺตสทตฺถา ปริกฺขีณภวสญฺโญชนา ปตฺตปฏิสมฺภิทา สาวกภูมีสุ ปริสุทฺธา, เตสํ ตํ จิตฺตํ สาวกวิสเย ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, ปจฺเจกพุทฺธภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ปริสุทฺธตฺตา สาวกวิสเย, อปริสุทฺธตฺตา ปจฺเจกพุทฺธวิสเย, อิทํ ปญฺจมํ จิตฺตํ.
‘‘ตตฺริทํ ฉฏฺฐํ จิตฺตํ วิภตฺตมาปชฺชติ – เย เต, มหาราช, ปจฺเจกพุทฺธา สยมฺภุโน อนาจริยกา เอกจาริโน ขคฺควิสาณกปฺปา สกวิสเย ปริสุทฺธวิมลจิตฺตา, เตสํ ตํ จิตฺตํ สกวิสเย ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, สพฺพญฺญุพุทฺธภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ปริสุทฺธตฺตา สกวิสเย มหนฺตตฺตา สพฺพญฺญุพุทฺธวิสยสฺส. ยถา, มหาราช, ปุริโส สกวิสยํ ปริตฺตํ นทึ รตฺติมฺปิ ทิวาปิ ยทิจฺฉก อจฺฉมฺภิโต โอตเรยฺย, อถ ปรโต มหาสมุทฺทํ คมฺภีรํ วิตฺถตํ อคาธมปารํ ทิสฺวา ภาเยยฺย, ทนฺธาเยยฺย น วิสเหยฺย โอตริตุํ. กึ การณา? ติณฺณตฺตา [จิณฺณตฺตา (สี. สฺยา. ปี.)] สกวิสยสฺส, มหนฺตตฺตา จ มหาสมุทฺทสฺส. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต ปจฺเจกพุทฺธา สยมฺภุโน อนาจริยกา เอกจาริโน ขคฺควิสาณกปฺปา สกวิสเย ปริสุทฺธวิมลจิตฺตา, เตสํ ตํ จิตฺตํ สกวิสเย ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ, สพฺพญฺญุพุทฺธภูมีสุ ครุกํ อุปฺปชฺชติ ทนฺธํ ปวตฺตติ. กึ การณา? ปริสุทฺธตฺตา สกวิสเย มหนฺตตฺตา สพฺพญฺญุพุทฺธวิสยสฺส, อิทํ ฉฏฺฐํ จิตฺตํ.
‘‘ตตฺริทํ สตฺตมํ จิตฺตํ วิภตฺตมาปชฺชติ – เย เต, มหาราช, สมฺมาสมฺพุทฺธา สพฺพญฺญุโน ทสพลธรา จตุเวสารชฺชวิสารทา อฏฺฐารสหิ พุทฺธธมฺเมหิ สมนฺนาคตา อนนฺตชินา อนาวรณญาณา, เตสํ ตํ จิตฺตํ สพฺพตฺถ ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ. กึ การณา? สพฺพตฺถ ปริสุทฺธตฺตา. อปิ นุ โข, มหาราช, นาราจสฺส สุโธตสฺส วิมลสฺส นิคฺคณฺฐิสฺส สุขุมธารสฺส อชิมฺหสฺส อวงฺกสฺส อกุฏิลสฺส ทฬฺหจาปสมารูฬฺหสฺส โขมสุขุเม วา กปฺปาสสุขุเม วา กมฺพลสุขุเม วา พลวนิปาติตสฺส ทนฺธายิตตฺตํ วา ลคฺคนํ วา โหตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ‘‘กึ การณา’’? ‘‘สุขุมตฺตา วตฺถานํ สุโธตตฺตา นาราจสฺส นิปาตสฺส จ พลวตฺตา’’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สมฺมาสมฺพุทฺธา สพฺพญฺญุโน ทสพลธรา จตุเวสารชฺชวิสารทา อฏฺฐารสหิ พุทฺธธมฺเมหิ สมนฺนาคตา อนนฺตชินา อนาวรณญาณา, เตสํ ตํ จิตฺตํ สพฺพตฺถ ลหุกํ อุปฺปชฺชติ ลหุกํ ปวตฺตติ. กึ การณา? สพฺพตฺถ ปริสุทฺธตฺตา, อิทํ สตฺตมํ จิตฺตํ.
‘‘ตตฺร, มหาราช, ยทิทํ สพฺพญฺญุพุทฺธานํ จิตฺตํ, ตํ ฉนฺนมฺปิ จิตฺตานํ คณนํ อติกฺกมิตฺวา อสงฺเขฺยยฺเยน คุเณน ปริสุทฺธญฺจ ลหุกญฺจ. ยสฺมา จ ภควโต จิตฺตํ ปริสุทฺธญฺจ ลหุกญฺจ, ตสฺมา, มหาราช, ภควา ยมกปาฏิหีรํ ทสฺเสติ. ยมกปาฏิหีเร, มหาราช, ญาตพฺพํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ จิตฺตํ เอวํ ลหุปริวตฺตนฺติ, น ตตฺถ สกฺกา อุตฺตรึ การณํ วตฺตุํ, เตปิ, มหาราช, ปาฏิหีรา สพฺพญฺญุพุทฺธานํ จิตฺตํ อุปาทาย คณนมฺปิ สงฺขมฺปิ กลมฺปิ กลภาคมฺปิ น อุเปนฺติ, อาวชฺชนปฏิพทฺธํ, มหาราช, ภควโต สพฺพญฺญุตญาณํ, อาวชฺเชตฺวา ยทิจฺฉกํ ชานาติ.
‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส หตฺเถ ฐปิตํ ยํ กิญฺจิ ทุติเย หตฺเถ ฐเปยฺย วิวเฏน มุเขน วาจํ นิจฺฉาเรยฺย, มุขคตํ โภชนํ คิเลยฺย, อุมฺมีเลตฺวา วา นิมีเลยฺย, นิมีเลตฺวา วา อุมฺมีเลยฺย, สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, จิรตรํ เอตํ, มหาราช, ลหุตรํ ภควโต สพฺพญฺญุตญาณํ, ลหุตรํ อาวชฺชนํ, อาวชฺเชตฺวา ยทิจฺฉกํ ชานาติ, อาวชฺชนวิกลมตฺตเกน น ตาวตา พุทฺธา ภควนฺโต อสพฺพญฺญุโน นาม โหนฺตี’’ติ.
‘‘อาวชฺชนมฺปิ, ภนฺเต นาคเสน, ปริเยสนาย กาตพฺพํ, อิงฺฆ มํ ตตฺถ การเณน สญฺญาเปหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, ปุริสสฺส อฑฺฒสฺส มหทฺธนสฺส มหาโภคสฺส ปหูตชาตรูปรชตสฺส ปหูตวิตฺตูปกรณสฺส ปหูตธนธญฺญสฺส สาลิวีหิยวตณฺฑุลติลมุคฺคมาสปุพฺพณฺณาปรณฺณสปฺปิเตลนวนีตขีรทธิมธุคุฬผาณิตา จ ขโฬปิกุมฺภิปีฐรโกฏฺฐภาชนคตา ภเวยฺยุํ, ตสฺส จ ปุริสสฺส ปาหุนโก อาคจฺเฉยฺย ภตฺตารโห ภตฺตาภิกงฺขี, ตสฺส จ เคเห ยํ รนฺธํ โภชนํ, ตํ ปรินิฏฺฐิตํ ภเวยฺย, กุมฺภิโต ตณฺฑุเล นีหริตฺวา โภชนํ รนฺเธยฺย, อปิ จ โข โส, มหาราช, ตาวตเกน โภชนเวกลฺลมตฺตเกน อธโน นาม กปโณ นาม ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, จกฺกวตฺติรญฺโญ ฆเรปิ, ภนฺเต, อกาเล โภชนเวกลฺลํ โหติ, กึ ปน คหปติกสฺสา’’ติ? ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคตสฺส อาวชฺชนวิกลมตฺตกํ สพฺพญฺญุตญาณํ อาวชฺเชตฺวา ยทิจฺฉกํ ชานาติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, รุกฺโข อสฺส ผลิโต โอณตวินโต ปิณฺฑิภารภริโต, น กิญฺจิ ตตฺถ ปติตํ ผลํ ภเวยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, รุกฺโข ตาวตเกน ปติตผลเวกลฺลมตฺตเกน อผโล นาม ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ปตนปฏิพทฺธานิ ตานิ รุกฺขผลานิ, ปติเต ยทิจฺฉกํ ลภตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคตสฺส อาวชฺชนปฏิพทฺธํ สพฺพญฺญุตญาณํ อาวชฺเชตฺวา ยทิจฺฉกํ ชานาตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อาวชฺเชตฺวา อาวชฺเชตฺวา พุทฺโธ ยทิจฺฉกํ ชานาตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ภควา อาวชฺเชตฺวา อาวชฺเชตฺวา ยทิจฺฉกํ ชานาตี’’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, จกฺกวตฺตี ราชา ยทา จกฺกรตนํ สรติ ‘อุเปตุ เม จกฺกรตน’นฺติ, สริเต จกฺกรตนํ อุเปติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต อาวชฺเชตฺวา อาวชฺเชตฺวา ยทิจฺฉกํ ชานาตี’’ติ. ‘‘ทฬฺหํ, ภนฺเต นาคเสน, การณํ, พุทฺโธ สพฺพญฺญู, สมฺปฏิจฺฉาม พุทฺโธ สพฺพญฺญู’’ติ.
พุทฺธสพฺพญฺญุภาวปโญฺห ทุติโย.
๓. เทวทตฺตปพฺพชฺชปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, เทวทตฺโต เกน ปพฺพาชิโต’’ติ? ‘‘ฉ ยิเม, มหาราช, ขตฺติยกุมารา ภทฺทิโย จ อนุรุทฺโธ จ อานนฺโท จ ภคุ จ กิมิโล [กิมฺพิโล (สี. ปี.) ม. นิ. ๒.๑๖๖ ปสฺสิตพฺพํ] จ เทวทตฺโต จ อุปาลิกปฺปโก สตฺตโม อภิสมฺพุทฺเธ สตฺถริ สกฺยกุลานนฺทชนเน ภควนฺตํ อนุปพฺพชนฺตา นิกฺขมึสุ, เต ภควา ปพฺพาเชสี’’ติ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, เทวทตฺเตน ปพฺพชิตฺวา สงฺโฆ ภินฺโน’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, เทวทตฺเตน ปพฺพชิตฺวา สงฺโฆ ภินฺโน, น คิหี สงฺฆํ ภินฺทติ, น ภิกฺขุนี, น สิกฺขมานา, น สามเณโร, น สามเณรี สงฺฆํ ภินฺทติ, ภิกฺขุ ปกตตฺโต สมานสํวาสโก สมานสีมายํ ฐิโต สงฺฆํ ภินฺทตีติ. สงฺฆเภทโก, ภนฺเต, ปุคฺคโล กึ กมฺมํ ผุสตี’’ติ? ‘‘กปฺปฏฺฐิติกํ, มหาราช, กมฺมํ ผุสตี’’ติ.
‘‘กึ ปน, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ ชานาติ ‘เทวทตฺโต ปพฺพชิตฺวา สงฺฆํ ภินฺทิสฺสติ, สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา กปฺปํ นิรเย ปจฺจิสฺสตี’’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ตถาคโต ชานาติ ‘เทวทตฺโต ปพฺพชิตฺวา สงฺฆํ ภินฺทิสฺสติ, สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา กปฺปํ นิรเย ปจฺจิสฺสตี’’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ ชานาติ ‘เทวทตฺโต ปพฺพชิตฺวา สงฺฆํ ภินฺทิสฺสติ, สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา กปฺปํ นิรเย ปจฺจิสฺสตี’ติ, เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ การุณิโก อนุกมฺปโก หิเตสี สพฺพสตฺตานํ อหิตํ อปเนตฺวา หิตมุปทหตีติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตํ อชานิตฺวา ปพฺพาเชสิ, เตน หิ พุทฺโธ อสพฺพญฺญูติ, อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, วิชเฏหิ เอตํ มหาชฏํ, ภินฺท ปราปวาทํ, อนาคเต อทฺธาเน ตยา สทิสา พุทฺธิมนฺโต ภิกฺขู ทุลฺลภา ภวิสฺสนฺติ, เอตฺถ ตว พลํ ปกาเสหี’’ติ.
‘‘การุณิโก, มหาราช, ภควา สพฺพญฺญู จ, การุญฺเญน, มหาราช, ภควา สพฺพญฺญุตญาเณน เทวทตฺตสฺส คตึ โอโลเกนฺโต อทฺทส เทวทตฺตํ อาปายิกํ กมฺมํ [อปราปริยกมฺมํ (สี. สฺยา. ปี.)] อายูหิตฺวา อเนกานิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ นิรเยน นิรยํ วินิปาเตน วินิปาตํ คจฺฉนฺตํ, ตํ ภควา สพฺพญฺญุตญาเณน ชานิตฺวา อิมสฺส อปริยนฺตกตํ กมฺมํ มม สาสเน ปพฺพชิตสฺส ปริยนฺตกตํ ภวิสฺสติ, ปุริมํ อุปาทาย ปริยนฺตกตํ ทุกฺขํ ภวิสฺสติ, อปพฺพชิโตปิ อยํ โมฆปุริโส กปฺปฏฺฐิยเมว กมฺมํ อายูหิสฺสตีติ การุญฺเญน เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสี’’ติ.
‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ วธิตฺวา เตเลน มกฺเขติ, ปปาเต ปาเตตฺวา หตฺถํ เทติ, มาเรตฺวา ชีวิตํ ปริเยสติ, ยํ โส ปฐมํ ทุกฺขํ ทตฺวา ปจฺฉา สุขํ อุปทหตี’’ติ? ‘‘วเธติปิ, มหาราช, ตถาคโต สตฺตานํ หิตวเสน, ปาเตติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, มาเรติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, วธิตฺวาปิ, มหาราช, ตถาคโต สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, ปาเตตฺวาปิ สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, มาเรตฺวาปิ สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ. ยถา, มหาราช, มาตาปิตโร นาม วธิตฺวาปิ ปาตยิตฺวาปิ ปุตฺตานํ หิตเมว อุปทหนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต วเธติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, ปาเตติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, มาเรติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, วธิตฺวาปิ, มหาราช, ตถาคโต สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, ปาเตตฺวาปิ สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, มาเรตฺวาปิ สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, เยน เยน โยเคน สตฺตานํ คุณวุฑฺฒิ โหติ, เตน เตน โยเคน สพฺพสตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ. สเจ, มหาราช, เทวทตฺโต น ปพฺพาเชยฺย, คิหิภูโต สมาโน นิรยสํวตฺตนิกํ พหุํ ปาปกมฺมํ กตฺวา อเนกานิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ นิรเยน นิรยํ วินิปาเตน วินิปาตํ คจฺฉนฺโต พหุํ ทุกฺขํ เวทยิสฺสติ, ตํ ภควา ชานมาโน การุญฺเญน เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ, ‘มม สาสเน ปพฺพชิตสฺส ทุกฺขํ ปริยนฺตกตํ ภวิสฺสตี’ติ การุญฺเญน ครุกํ ทุกฺขํ ลหุกํ อกาสิ.
‘‘ยถา วา, มหาราช, ธนยสสิริญาติพเลน พลวา ปุริโส อตฺตโน ญาตึ วา มิตฺตํ วา รญฺญา ครุกํ ทณฺฑํ ธาเรนฺตํ อตฺตโน พหุวิสฺสตฺถภาเวน สมตฺถตาย ครุกํ ทณฺฑํ ลหุกํ อกาสิ, เอวเมว โข, มหาราช, ภควา พหูนิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ ทุกฺขํ เวทยมานํ เทวทตฺตํ ปพฺพาเชตฺวา สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติพลสมตฺถภาเวน ครุกํ ทุกฺขํ ลหุกํ อกาสิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, กุสโล ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต ครุกํ โรคํ พลโวสธพเลน ลหุกํ กโรติ, เอวเมว โข, มหาราช, พหูนิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ ทุกฺขํ เวทยมานํ เทวทตฺตํ ภควา โรคญฺญุตาย ปพฺพาเชตฺวา การุญฺญพโล ปตฺถทฺธธมฺโมสธพเลน ครุกํ ทุกฺขํ ลหุกํ อกาสิ. อปิ นุ โข โส, มหาราช, ภควา พหุเวทนียํ เทวทตฺตํ อปฺปเวทนียํ กโรนฺโต กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘น กิญฺจิ, ภนฺเต, อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺย อนฺตมโส คทฺทูหนมตฺตมฺปี’’ติ. ‘‘อิมมฺปิ โข, มหาราช, การณํ อตฺถโต สมฺปฏิจฺฉ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ. ยถา, มหาราช, โจรํ อาคุจารึ คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสยฺยุํ, ‘อยํ โข, เทว, โจโร อาคุจารี, อิมสฺส ยํ อิจฺฉสิ, ตํ ทณฺฑํ ปเณหี’ติ. ตเมนํ ราชา เอวํ วเทยฺย ‘เตน หิ, ภเณ, อิมํ โจรํ พหินครํ นีหริตฺวา อาฆาตเน สีสํ ฉินฺทถา’’ติ, ‘เอวํ เทวา’ติ โข เต รญฺโญ ปฏิสฺสุตฺวา ตํ พหินครํ นีหริตฺวา อาฆาตนํ นเยยฺยุํ. ตเมนํ ปสฺเสยฺย โกจิเทว ปุริโส รญฺโญ สนฺติกา ลทฺธวโร ลทฺธยสธนโภโค อาเทยฺยวจโน พลวิจฺฉิตการี, โส ตสฺส การุญฺญํ กตฺวา เต ปุริเส เอวํ วเทยฺย ‘อลํ, โภ, กึ ตุมฺหากํ อิมสฺส สีสจฺเฉทเนน, เตน หิ โภ อิมสฺส หตฺถํ วา ปาทํ วา ฉินฺทิตฺวา ชีวิตํ รกฺขถ, อหเมตสฺส การณา รญฺโญ สนฺติเก ปฏิวจนํ กริสฺสามี’ติ. เต ตสฺส พลวโต วจเนน ตสฺส โจรสฺส หตฺถํ วา ปาทํ วา ฉินฺทิตฺวา ชีวิตํ รกฺเขยฺยุํ. อปิ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส เอวํ การี ตสฺส โจรสฺส กิจฺจการี อสฺสา’’ติ? ‘‘ชีวิตทายโก โส, ภนฺเต, ปุริโส ตสฺส โจรสฺส, ชีวิเต ทินฺเน กึ ตสฺส อกตํ นาม อตฺถี’’ติ? ‘‘ยา ปน หตฺถปาทจฺเฉทเน เวทนา, โส ตาย เวทนาย กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘อตฺตโน กเตน โส, ภนฺเต, โจโร ทุกฺขเวทนํ เวทยติ, ชีวิตทายโก ปน ปุริโส น กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ภควา การุญฺเญน เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ ‘มม สาสเน ปพฺพชิตสฺส ทุกฺขํ ปริยนฺตกตํ ภวิสฺสตี’ติ. ปริยนฺตกตญฺจ, มหาราช, เทวทตฺตสฺส ทุกฺขํ, เทวทตฺโต, มหาราช, มรณกาเล –
‘‘‘อิเมหิ อฏฺฐีหิ ตมคฺคปุคฺคลํ, เทวาติเทวํ นรทมฺมสารถึ;
สมนฺตจกฺขุํ สตปุญฺญลกฺขณํ, ปาเณหิ พุทฺธํ สรณํ อุเปมี’ติ.
‘‘ปาณุเปตํ สรณมคมาสิ. เทวทตฺโต, มหาราช, ฉ โกฏฺฐาเส กเต กปฺเป อติกฺกนฺเต ปฐมโกฏฺฐาเส สงฺฆํ ภินฺทิ, ปญฺจ โกฏฺฐาเส นิรเย ปจฺจิตฺวา ตโต มุจฺจิตฺวา อฏฺฐิสฺสโร นาม ปจฺเจกพุทฺโธ ภวิสฺสติ. อปิ นุ โข โส, มหาราช, ภควา เอวํ การี เทวทตฺตสฺส กิจฺจการี อสฺสา’’ติ? ‘‘สพฺพทโท, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต เทวทตฺตสฺส, ยํ ตถาคโต เทวทตฺตํ ปจฺเจกโพธึ ปาเปสฺสติ, กึ ตถาคเตน เทวทตฺตสฺส อกตํ นาม อตฺถี’’ติ? ‘‘ยํ ปน, มหาราช, เทวทตฺโต สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา นิรเย ทุกฺขเวทนํ เวทยติ, อปิ นุ โข ภควา ตโตนิทานํ กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อตฺตนา กเตน, ภนฺเต, เทวทตฺโต กปฺปํ นิรเย ปจฺจติ, ทุกฺขปริยนฺตการโก สตฺถา น กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺชตี’’ติ. ‘‘อิมมฺปิ โข, ตฺวํ มหาราช, การณํ อตฺถโต สมฺปฏิจฺฉ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ. ยถา, มหาราช, กุสโล ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต วาตปิตฺตเสมฺหสนฺนิปาตอุตุปริณามวิสมปริหารโอปกฺกมิโกปกฺกนฺตํ ปูติกุณปทุคฺคนฺธาภิสญฺฉนฺนํ อนฺโตสลฺลํ สุสิรคตํ ปุพฺพรุหิรสมฺปุณฺณํ วณํ วูปสเมนฺโต วณมุขํ กกฺขฬติขิณขารกฏุเกน เภสชฺเชน อนุลิมฺปติ ปริปจฺจนาย, ปริปจฺจิตฺวา มุทุภาวมุปคตํ สตฺเถน วิกนฺตยิตฺวา ฑหติ สลากาย, ทฑฺเฒ ขารลวณํ เทติ, เภสชฺเชน อนุลิมฺปติ วณรุหนาย พฺยาธิตสฺส โสตฺถิภาวมนุปฺปตฺติยา, อปิ นุ โข โส, มหาราช, ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต อหิตจิตฺโต เภสชฺเชน อนุลิมฺปติ, สตฺเถน วิกนฺเตติ, ฑหติ สลากาย, ขารลวณํ เทตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, หิตจิตฺโต โสตฺถิกาโม ตานิ กิริยานิ กโรตี’’ติ. ‘‘ยา ปนสฺส เภสชฺชกิริยากรเณน อุปฺปนฺนา ทุกฺขเวทนา, ตโตนิทานํ โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘หิตจิตฺโต, ภนฺเต, โสตฺถิกาโม ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต ตานิ กิริยานิ กโรติ, กึ โส ตโตนิทานํ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺย, สคฺคคามี โส, ภนฺเต, ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, การุญฺเญน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ ทุกฺขปริมุตฺติยา.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ. ยถา, มหาราช, ปุริโส กณฺฏเกน วิทฺโธ อสฺส, อถญฺญตโร ปุริโส ตสฺส หิตกาโม โสตฺถิกาโม ติเณฺหน กณฺฏเกนวา สตฺถมุเขน วา สมนฺตโต ฉินฺทิตฺวา ปคฺฆรนฺเตน โลหิเตน ตํ กณฺฏกํ นีหเรยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส อหิตกาโม ตํ กณฺฏกํ นีหรตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, หิตกาโม โส, ภนฺเต, ปุริโส โสตฺถิกาโม ตํ กณฺฏกํ นีหรติ. สเจ โส, ภนฺเต, ตํ กณฺฏกํ น นีหเรยฺย, มรณํ วา โส เตน ปาปุเณยฺย มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต การุญฺเญน เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ ทุกฺขปริมุตฺติยา. สเจ มหาราช, ภควา เทวทตฺตํ น ปพฺพาเชยฺย, กปฺปโกฏิสตสหสฺสมฺปิ เทวทตฺโต ภวปรมฺปราย นิรเย ปจฺเจยฺยา’’ติ.
‘‘อนุโสตคามึ, ภนฺเต นาคเสน, เทวทตฺตํ ตถาคโต ปฏิโสตํ ปาเปสิ, วิปนฺถปฏิปนฺนํ เทวทตฺตํ ปนฺเถ ปฏิปาเทสิ, ปปาเต ปติตสฺส เทวทตฺตสฺส ปติฏฺฐํ อทาสิ, วิสมคตํ เทวทตฺตํ ตถาคโต สมํ อาโรเปสิ, อิเม จ, ภนฺเต นาคเสน, เหตู อิมานิ จ การณานิ น สกฺกา อญฺเญน สนฺทสฺเสตุํ อญฺญตฺร ตวาทิเสน พุทฺธิมตา’’ติ.
เทวทตฺตปพฺพชฺชปโญฺห ตติโย.
๔. ปถวิจลนปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา – ‘อฏฺฐิเม, ภิกฺขเว [อฏฺฐิเม อานนฺท (อ. นิ. ๘.๗๐)], เหตู อฏฺฐ ปจฺจยา มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวายา’ติ. อเสสวจนํ อิทํ, นิสฺเสสวจนํ อิทํ, นิปฺปริยายวจนํ อิทํ, นตฺถญฺโญ นวโม เหตุ มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวาย. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, อญฺโญ นวโม เหตุ ภเวยฺย มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวาย, ตมฺปิ เหตุํ ภควา กเถยฺย. ยสฺมา จ โข, ภนฺเต นาคเสน, นตฺถญฺโญ นวโม เหตุ มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวาย, ตสฺมา อนาจิกฺขิโต ภควตา, อยญฺจ นวโม เหตุ ทิสฺสติ มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวาย, ยํ เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตาติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, อฏฺเฐว เหตู อฏฺฐ ปจฺจยา มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวาย, เตน หิ เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตาติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, เตน หิ อฏฺเฐว เหตู อฏฺฐ ปจฺจยา มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวายาติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห สุขุโม ทุนฺนิเวฐิโย อนฺธกรโณ เจว คมฺภีโร จ, โส ตวานุปฺปตฺโต, เนโส อญฺเญน อิตฺตรปญฺเญน สกฺกา วิสชฺเชตุํ อญฺญตฺร ตวาทิเสน พุทฺธิมตา’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา – ‘อฏฺฐิเม, ภิกฺขเว, เหตู อฏฺฐ ปจฺจยา มหโต ภูมิจาลสฺส ปาตุภาวายา’ติ. ยํ เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, ตญฺจ ปน อกาลิกํ กทาจุปฺปตฺติกํ อฏฺฐหิ เหตูหิ วิปฺปมุตฺตํ, ตสฺมา อคณิตํ อฏฺฐหิ เหตูหิ.
‘‘ยถา, มหาราช, โลเก ตโย เยว เมฆา คณียนฺติ วสฺสิโก เหมนฺติโก ปาวุสโกติ. ยทิ เต มุญฺจิตฺวา อญฺโญ เมโฆ ปวสฺสติ, น โส เมโฆ คณียติ สมฺมเตหิ เมเฆหิ, อกาลเมโฆเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน ยํ สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, อกาลิกํ เอตํ กทาจุปฺปตฺติกํ อฏฺฐหิ เหตูหิ วิปฺปมุตฺตํ, น ตํ คณียติ อฏฺฐหิ เหตูหิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, หิมวนฺตา ปพฺพตา ปญฺจ นทิสตานิ สนฺทนฺติ, เตสํ, มหาราช, ปญฺจนฺนํ นทิสตานํ ทเสว นทิโย นทิคณนาย คณียนฺติ. เสยฺยถีทํ, คงฺคา ยมุนา อจิรวตี สรภู มหี สินฺธุ สรสฺสตี เวตฺรวตี วีตํสา จนฺทภาคาติ, อวเสสา นทิโย นทิคณนาย อคณิตา. กึ การณา? น ตา นทิโย ธุวสลิลา. เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน ยํ สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, อกาลิกํ เอตํ กทาจุปฺปตฺติกํ อฏฺฐหิ เหตูหิ วิปฺปมุตฺตํ, น ตํ คณียติ อฏฺฐหิ เหตูหิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, รญฺโญ สตมฺปิ ทฺวิสตมฺปิ ติสตมฺปิ อมจฺจา โหนฺติ, เตสํ ฉ เยว ชนา อมจฺจคณนาย คณียนฺติ. เสยฺยถีทํ, เสนาปติ ปุโรหิโต อกฺขทสฺโส ภณฺฑาคาริโก ฉตฺตคฺคาหโก ขคฺคคฺคาหโก. เอเต เยว อมจฺจคณนาย คณียนฺติ. กึ การณา? ยุตฺตตฺตา ราชคุเณหิ, อวเสสา อคณิตา, สพฺเพ อมจฺจาเตฺวว สงฺขํ คจฺฉนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตเรน รญฺญา มหาทาเน ทียมาเน ยํ สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา, อกาลิกํ เอตํ กทาจุปฺปตฺติกํ อฏฺฐหิ เหตูหิ วิปฺปมุตฺตํ, น ตํ คณียติ อฏฺฐหิ เหตูหิ.
‘‘สุยฺยติ นุ โข, มหาราช, เอตรหิ ชินสาสเน กตาธิการานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขเวทนียกมฺมํ, กิตฺติ จ เยสํ อพฺภุคฺคตา เทวมนุสฺเสสู’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยติ เอตรหิ ชินสาสเน กตาธิการานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขเวทนียกมฺมํ, กิตฺติ จ เยสํ อพฺภุคฺคตา เทวมนุสฺเสสุ สตฺต ชนาติ’’. ‘‘เก จ เต, มหาราชา’’ติ? ‘‘สุมโน จ, ภนฺเต, มาลากาโร, เอกสาฏโก จ พฺราหฺมโณ, ปุณฺโณ จ ภตโก, มลฺลิกา จ เทวี, โคปาลมาตา จ เทวี, สุปฺปิยา จ อุปาสิกา, ปุณฺณา จ ทาสีติ อิเม สตฺต ทิฏฺฐธมฺมสุขเวทนียา สตฺตา, กิตฺติ จ อิเมสํ อพฺภุคฺคตา เทวมนุสฺเสสู’’ติ.
‘‘อปเรปิ สุยฺยนฺติ นุ โข อตีเต มานุสเกเนว สรีรเทเหน ติทสภวนํ คตา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยนฺตี’’ติ. ‘‘เก จ เต, มหาราชา’’ติ? ‘‘คุตฺติโล จ คนฺธพฺโพ, สาธีโน จ ราชา, นิมิ จ ราชา, มนฺธาตา จ ราชาติ อิเม จตุโร ชนา สุยฺยนฺติ, เตเนว มานุสเกน สรีรเทเหน ติทสภวนํ คตา’’ติ. ‘‘สุจิรมฺปิ กตํ สุยฺยติ สุกตทุกฺกฏนฺติ? สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, อตีเต วา อทฺธาเน วตฺตมาเน วา อทฺธาเน อิตฺถนฺนามสฺส ทาเน ทียมาเน สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา ติกฺขตฺตุํ วา มหาปถวี กมฺปิตา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘อตฺถิ เม, มหาราช, อาคโม อธิคโม ปริยตฺติ สวนํ สิกฺขาพลํ สุสฺสูสา ปริปุจฺฉา อาจริยุปาสนํ, มยาปิ น สุตปุพฺพํ ‘อิตฺถนฺนามสฺส ทาเน ทียมาเน สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา ติกฺขตฺตุํ วา มหาปถวี กมฺปิตา’ติ ฐเปตฺวา เวสฺสนฺตรสฺส ราชวสภสฺส ทานวรํ. ภควโต จ, มหาราช, กสฺสปสฺส, ภควโต จ สกฺยมุนิโนติ ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ อนฺตเร คณนปถํ วีติวตฺตา วสฺสโกฏิโย อติกฺกนฺตา, ตตฺถปิ เม สวนํ นตฺถิ ‘อิตฺถนฺนามสฺส ทาเน ทียมาเน สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา ติกฺขตฺตุํ วา มหาปถวี กมฺปิตา’ติ. น, มหาราช, ตาวตเกน วีริเยน ตาวตเกน ปรกฺกเมน มหาปถวี กมฺปติ, คุณภารภริตา, มหาราช, สพฺพโสเจยฺยกิริยคุณภารภริตา ธาเรตุํ น วิสหนฺตี มหาปถวี จลติ กมฺปติ ปเวธติ.
‘‘ยถา, มหาราช, สกฏสฺส อติภารภริตสฺส นาภิโย จ เนมิโย จ ผลนฺติ อกฺโข ภิชฺชติ, เอวเมว โข, มหาราช, สพฺพโสเจยฺยกิริยคุณภารภริตา มหาปถวี ธาเรตุํ น วิสหนฺตี จลติ กมฺปติ ปเวธติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, คคนํ อนิลชลเวคสญฺฉาทิตํ อุสฺสนฺนชลภารภริตํ อติวาเตน ผุฏิตตฺตา นทติ รวติ คฬคฬายติ, เอวเมว โข, มหาราช, มหาปถวี รญฺโญ เวสฺสนฺตรสฺส ทานพลวิปุลอุสฺสนฺนภารภริตา ธาเรตุํ น วิสหนฺตี จลติ กมฺปติ ปเวธติ. น หิ, มหาราช, รญฺโญ เวสฺสนฺตรสฺส จิตฺตํ ราควเสน ปวตฺตติ, น โทสวเสน ปวตฺตติ, น โมหวเสน ปวตฺตติ, น มานวเสน ปวตฺตติ, น ทิฏฺฐิวเสน ปวตฺตติ, น กิเลสวเสน ปวตฺตติ, น วิตกฺกวเสน ปวตฺตติ, น อรติวเสน ปวตฺตติ, อถ โข ทานวเสน พหุลํ ปวตฺตติ ‘กินฺติ อนาคตา ยาจกา มม สนฺติเก อาคจฺเฉยฺยุํ, อาคตา จ ยาจกา ยถากามํ ลภิตฺวา อตฺตมนา ภเวยฺยุ’นฺติ สตตํ สมิตํ ทานํ ปติ มานสํ ฐปิตํ โหติ. รญฺโญ, มหาราช, เวสฺสนฺตรสฺส สตตํ สมิตํ ทสสุ ฐาเนสุ มานสํ ฐปิตํ โหติ ทเม สเม ขนฺติยํ สํวเร ยเม นิยเม อกฺโกเธ อวิหึสายํ สจฺเจ โสเจยฺเย. รญฺโญ, มหาราช, เวสฺสนฺตรสฺส กาเมสนา ปหีนา, ภเวสนา ปฏิปฺปสฺสทฺธา, พฺรหฺมจริเยสนาย เยว อุสฺสุกฺกํ อาปนฺโน, รญฺโญ, มหาราช, เวสฺสนฺตรสฺส อตฺตรกฺขา [ปรรกฺขาย (สี. ปี.)] ปหีนา, สพฺพสตฺตรกฺขาย อุสฺสุกฺกํ อาปนฺโน ‘กินฺติ อิเม สตฺตา สมคฺคา อสฺสุ อโรคา สธนา ทีฆายุกา’ติ พหุลํ เยว มานสํ ปวตฺตติ. ททมาโน จ, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ราชา ตํ ทานํ น ภวสมฺปตฺติเหตุ เทติ, น ธนเหตุ เทติ, น ปฏิทานเหตุ เทติ, น อุปลาปนเหตุ เทติ, น อายุเหตุ เทติ, น วณฺณเหตุ เทติ, น สุขเหตุ เทติ, น พลเหตุ เทติ, น ยสเหตุ เทติ, น ปุตฺตเหตุ เทติ, น ธีตุเหตุ เทติ, อถ โข สพฺพญฺญุตญาณเหตุ สพฺพญฺญุตญาณรตนสฺส การณา เอวรูเป อตุลวิปุลานุตฺตเร ทานวเร อทาสิ, สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต จ อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘‘ชาลึ กณฺหาชินํ ธีตํ, มทฺทิเทวึ ปติพฺพตํ;
จชมาโน น จินฺเตสึ, โพธิยา เยว การณา’ติ.
‘‘เวสฺสนฺตโร, มหาราช, ราชา อกฺโกเธน โกธํ ชินาติ, อสาธุํ สาธุนา ชินาติ, กทริยํ ทาเนน ชินาติ, อลิกวาทินํ สจฺเจน ชินาติ, สพฺพํ อกุสลํ กุสเลน ชินาติ. ตสฺส เอวํ ททมานสฺส ธมฺมานุคตสฺส ธมฺมสีสกสฺส [ธมฺมาสีสกสฺส (ก.)] ทานนิสฺสนฺทพลว [ทานนิสฺสนฺทพล (สี. ปี.)] วีริยวิปุลวิปฺผาเรน เหฏฺฐา มหาวาตา สญฺจลนฺติ สณิกํ สณิกํ สกึ สกึ อากุลากุลา วายนฺติ โอนมนฺติ อุนฺนมนฺติ วินมนฺติ, ฉินฺนปตฺตปาทปา [สีนฺนปฺปตฺตปาทปา (สี.)] ปปตนฺติ, คุมฺพํ คุมฺพํ วลาหกา คคเน สนฺธาวนฺติ, รโชสญฺจิตา วาตา ทารุณา โหนฺติ, คคนํ อุปฺปีฬิตา วาตา วายนฺติ, สหสา ธมธมายนฺติ, มหาภีโม สทฺโท นิจฺฉรติ, เตสุ วาเตสุ กุปิเตสุ อุทกํ สณิกํ สณิกํ จลติ, อุทเก จลิเต ขุพฺภนฺติ มจฺฉกจฺฉปา, ยมกยมกา อูมิโย ชายนฺติ, ชลจรา สตฺตา ตสนฺติ, ชลวีจิ ยุคนทฺโธ วตฺตติ, วีจินาโท ปวตฺตติ, โฆรา พุพฺพุฬา [ปุพฺพุฬา (ก.)] อุฏฺฐหนฺติ, เผณมาลา ภวนฺติ, อุตฺตรติ มหาสมุทฺโท, ทิสาวิทิสํ ธาวติ อุทกํ, อุทฺธํโสตปฏิโสตมุขา สนฺทนฺติ สลิลธารา, ตสนฺติ อสุรา ครุฬา นาคา ยกฺขา, อุพฺพิชฺชนฺติ ‘กึ นุ โข, กถํ นุ โข, สาคโร วิปริวตฺตตี’ติ, คมนปถเมสนฺติ ภีตจิตฺตา, ขุภิเต ลุฬิเต ชลธาเร ปกมฺปติ มหาปถวี สนคา สสาครา, ปริวตฺตติ สิเนรุคิริ กูฏเสลสิขโร วินมมาโน โหติ, วิมนา โหนฺติ อหินกุลพิฬารโกฏฺฐุกสูกรมิคปกฺขิโน, รุทนฺติ ยกฺขา อปฺเปสกฺขา, หสนฺติ ยกฺขา มเหสกฺขา กมฺปมานาย มหาปถวิยา.
‘‘ยถา, มหาราช, มหติ มหาปริโยเค อุทฺธนคเต อุทกสมฺปุณฺเณ อากิณฺณตณฺฑุเล เหฏฺฐโต อคฺคิ ชลมาโน ปฐมํ ตาว ปริโยคํ สนฺตาเปติ, ปริโยโค สนฺตตฺโต อุทกํ สนฺตาเปติ, อุทกํ สนฺตตฺตํ ตณฺฑุลํ สนฺตาเปติ, ตณฺฑุลํ สนฺตตฺตํ อุมฺมุชฺชติ นิมุชฺชติ, พุพฺพุฬกชาตํ โหติ, เผณมาลา อุตฺตรติ; เอวเมว โข, มหาราช, เวสฺสนฺตโร ราชา ยํ โลเก ทุจฺจชํ, ตํ จชิ, ตสฺส ตํ ทุจฺจชํ จชนฺตสฺส ทานสฺส สภาวนิสฺสนฺเทน เหฏฺฐา มหาวาตา ธาเรตุํ น วิสหนฺตา ปริกุปฺปึสุ [ปริกมฺปึสุ (ก.)], มหาวาเตสุ ปริกุปิเตสุ [ปริขุพฺภิเตสุ (สฺยา.)] อุทกํ กมฺปิ, อุทเก กมฺปิเต มหาปถวี กมฺปิ, อิติ ตทา มหาวาตา จ อุทกญฺจ มหาปถวี จาติ อิเม ตโย เอกมนา วิย อเหสุํ มหาทานนิสฺสนฺเทน วิปุลพลวีริเยน นตฺเถทิโส, มหาราช, อญฺญสฺส ทานานุภาโว, ยถา เวสฺสนฺตรสฺส รญฺโญ มหาทานานุภาโว. ยถา, มหาราช, มหิยา พหุวิธา มณโย วิชฺชนฺติ. เสยฺยถีทํ, อินฺทนีโล มหานีโล โชติรโส เวฬุริโย อุมฺมาปุปฺโผ สิรีสปุปฺโผ มโนหโร สูริยกนฺโต จนฺทกนฺโต วชิโร ขชฺโชปนโก ผุสฺสราโค โลหิตงฺโค มสารคลฺโลติ, เอเต สพฺเพ อติกฺกมฺม จกฺกวตฺติมณิ อคฺคมกฺขายติ, จกฺกวตฺติมณิ, มหาราช, สมนฺตา โยชนํ โอภาเสติ. เอวเมว โข, มหาราช, ยํ กิญฺจิ มหิยา ทานํ วิชฺชติ อปิ อสทิสทานํ ปรมํ, ตํ สพฺพํ อติกฺกมฺม เวสฺสนฺตรสฺส รญฺโญ มหาทานํ อคฺคมกฺขายติ, เวสฺสนฺตรสฺส, มหาราช, รญฺโญ มหาทาเน ทียมาเน สตฺตกฺขตฺตุํ มหาปถวี กมฺปิตา’’ติ.
‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺธานํ, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺธานํ, ยํ ตถาคโต โพธิสตฺโต สมาโน อสโม โลเกน เอวํขนฺติ เอวํจิตฺโต เอวํอธิมุตฺติ เอวํอธิปฺปาโย, โพธิสตฺตานํ, ภนฺเต นาคเสน, ปรกฺกโม ทกฺขาปิโต, ปารมี จ ชินานํ ภิยฺโย โอภาสิตา, จริยํ จรโตปิ ตาว ตถาคตสฺส สเทวเก โลเก เสฏฺฐภาโว อนุทสฺสิโต. สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, โถมิตํ ชินสาสนํ, โชติตา ชินปารมี, ฉินฺโน ติตฺถิยานํ วาทคณฺฐิ, ภินฺโน ปราปวาทกุมฺโภ [คุมฺโพ ตยา วิทฺธํสิโต (สฺยา.)], ปโญฺห คมฺภีโร อุตฺตานีกโต, คหนํ อคหนํ กตํ, สมฺมา ลทฺธํ ชินปุตฺตานํ นิพฺพาหนํ [นิพฺพายนํ (ก.)], เอวเมตํ คณิวรปวร ตถา สมฺปฏิจฺฉามา’’ติ.
ปถวิจลนปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. สิวิราชจกฺขุทานปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห เอวํ ภณถ ‘สิวิราเชน ยาจกสฺส จกฺขูนิ ทินฺนานิ, อนฺธสฺส สโต ปุน ทิพฺพจกฺขูนิ อุปฺปนฺนานี’ติ, เอตมฺปิ วจนํ สกสฏํ สนิคฺคหํ สโทสํ ‘เหตุสมุคฺฆาเต อเหตุสฺมึ อวตฺถุสฺมึ นตฺถิ ทิพฺพจกฺขุสฺส อุปฺปาโท’ติ สุตฺเต วุตฺตํ, ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, สิวิราเชน ยาจกสฺส จกฺขูนิ ทินฺนานิ, เตน หิ ‘ปุน ทิพฺพจกฺขูนิ อุปฺปนฺนานี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา; ยทิ ทิพฺพจกฺขูนิ อุปฺปนฺนานิ, เตน หิ ‘สิวิราเชน ยาจกสฺส จกฺขูนิ ทินฺนานี’ติ ยํ วจนํ, ตมฺปิ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห คณฺฐิโตปิ คณฺฐิตโร เวฐโตปิ เวฐตโร คหนโตปิ คหนตโร, โส ตวานุปฺปตฺโต, ตตฺถ ฉนฺทมภิชเนหิ นิพฺพาหนาย ปรวาทานํ นิคฺคหายา’’ติ.
‘‘ทินฺนานิ, มหาราช, สิวิราเชน ยาจกสฺส จกฺขูนิ, ตตฺถ มา วิมตึ อุปฺปาเทหิ, ปุน ทิพฺพานิ จ จกฺขูนิ อุปฺปนฺนานิ, ตตฺถาปิ มา วิมตึ ชเนหี’’ติ. ‘‘อปิ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, เหตุสมุคฺฆาเต อเหตุสฺมึ อวตฺถุสฺมึ ทิพฺพจกฺขุ อุปฺปชฺชตี’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, เอตฺถ การณํ, เยน การเณน เหตุสมุคฺฆาเต อเหตุสฺมึ อวตฺถุสฺมึ ทิพฺพจกฺขุ อุปฺปชฺชติ, อิงฺฆ ตาว การเณน มํ สญฺญาเปหี’’ติ?
‘‘กึ ปน, มหาราช, อตฺถิ โลเก สจฺจํ นาม, เยน สจฺจวาทิโน สจฺจกิริยํ กโรนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อตฺถิ โลเก สจฺจํ นาม, สจฺเจน, ภนฺเต นาคเสน, สจฺจวาทิโน สจฺจกิริยํ กตฺวา เทวํ วสฺสาเปนฺติ, อคฺคึ นิพฺพาเปนฺติ, วิสํ ปฏิหนนฺติ, อญฺญมฺปิ วิวิธํ กตฺตพฺพํ กโรนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ยุชฺชติ สเมติ สิวิราชสฺส สจฺจพเลน ทิพฺพจกฺขูนิ อุปฺปนฺนานีติ, สจฺจพเลน, มหาราช, อวตฺถุสฺมึ ทิพฺพจกฺขุ อุปฺปชฺชติ, สจฺจํ เยว ตตฺถ วตฺถุ ภวติ ทิพฺพจกฺขุสฺส อุปฺปาทาย.
‘‘ยถา, มหาราช, เย เกจิ สตฺตา สจฺจมนุคายนฺติ ‘มหาเมโฆ ปวสฺสตู’ติ, เตสํ สห สจฺจมนุคีเตน มหาเมโฆ ปวสฺสติ, อปิ นุ โข, มหาราช, อตฺถิ อากาเส วสฺสเหตุ สนฺนิจิโต ‘เยน เหตุนา มหาเมโฆ ปวสฺสตี’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, สจฺจํ เยว ตตฺถ เหตุ ภวติ มหโต เมฆสฺส ปวสฺสนายา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, นตฺถิ ตสฺส ปกติเหตุ, สจฺจํ เยเวตฺถ วตฺถุ ภวติ ทิพฺพจกฺขุสฺส อุปฺปาทายาติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, เย เกจิ สตฺตา สจฺจมนุคายนฺติ ‘ชลิตปชฺชลิตมหาอคฺคิกฺขนฺโธ ปฏินิวตฺตตู’ติ, เตสํ สห สจฺจมนุคีเตน ชลิตปชฺชลิตมหาอคฺคิกฺขนฺโธ ขเณน ปฏินิวตฺตติ. อปิ นุ โข, มหาราช, อตฺถิ ตสฺมึ ชลิตปชฺชลิเต มหาอคฺคิกฺขนฺเธ เหตุ สนฺนิจิโต ‘เยน เหตุนา ชลิตปชฺชลิตมหาอคฺคิกฺขนฺโธ ขเณน ปฏินิวตฺตตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, สจฺจํ เยว ตตฺถ วตฺถุ โหติ ตสฺส ชลิตปชฺชลิตสฺส มหาอคฺคิกฺขนฺธสฺส ขเณน ปฏินิวตฺตนายา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, นตฺถิ ตสฺส ปกติเหตุ, สจฺจํ เยเวตฺถ วตฺถุ ภวติ ทิพฺพจกฺขุสฺส อุปฺปาทายาติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, เย เกจิ สตฺตา สจฺจมนุคายนฺติ ‘วิสํ หลาหลํ อคทํ ภวตู’ติ. เตสํ สห สจฺจมนุคีเตน วิสํ หลาหลํ ขเณน อคทํ ภวติ, อปิ นุ โข, มหาราช, อตฺถิ ตสฺมึ หลาหลวิเส เหตุ สนฺนิจิโต ‘เยน เหตุนา วิสํ หลาหลํ ขเณน อคทํ ภวตี’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, สจฺจํ เยว ตตฺถ เหตุ ภวติ วิสสฺส หลาหลสฺส ขเณน ปฏิฆาตายา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, วินา ปกติเหตุํ สจฺจํ เยเวตฺถ วตฺถุ ภวติ ทิพฺพจกฺขุสฺส อุปฺปาทายาติ.
‘‘จตุนฺนมฺปิ, มหาราช, อริยสจฺจานํ ปฏิเวธาย นตฺถญฺญํ วตฺถุ, สจฺจํ วตฺถุํ กตฺวา จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ปฏิวิชฺฌนฺตีติ. อตฺถิ, มหาราช, จีนวิสเย จีนราชา, โส มหาสมุทฺเท กีฬิตุกาโม [พลึ กาตุกาโม (สี. ปี.)] จตุมาเส จตุมาเส สจฺจกิริยํ กตฺวา สห รเถน อนฺโตมหาสมุทฺเท โยชนํ ปวิสติ, ตสฺส รถสีสสฺส ปุรโต ปุรโต มหาวาริกฺขนฺโธ ปฏิกฺกมติ, นิกฺขนฺตสฺส ปุน โอตฺถรติ, อปิ นุ โข, มหาราช, โส มหาสมุทฺโท สเทวมนุสฺเสนปิ โลเกน ปกติกายพเลน สกฺกา ปฏิกฺกมาเปตุ’’นฺติ? ‘‘อติปริตฺตเกปิ, ภนฺเต, ตฬาเก อุทกํ น สกฺกา สเทวมนุสฺเสนปิ โลเกน ปกติกายพเลน ปฏิกฺกมาเปตุํ, กึ ปน มหาสมุทฺเท อุทก’’นฺติ? ‘‘อิมินาปิ, มหาราช, การเณน สจฺจพลํ ญาตพฺพํ ‘นตฺถิ ตํ ฐานํ, ยํ สจฺเจน น ปตฺตพฺพ’นฺติ.
‘‘นคเร, มหาราช, ปาฏลิปุตฺเต อโสโก ธมฺมราชา สเนคมชานปทอมจฺจภฏพลมหามตฺเตหิ ปริวุโต คงฺคํ นทึ [คงฺคานทึ (สี.)] นวสลิลสมฺปุณฺณํ สมติตฺถิกํ สมฺภริตํ ปญฺจโยชนสตายามํ โยชนปุถุลํ สนฺทมานํ ทิสฺวา อมจฺเจ เอวมาห ‘อตฺถิ โกจิ, ภเณ, สมตฺโถ, โย อิมํ มหาคงฺคํ ปฏิโสตํ สนฺทาเปตุ’นฺติ. อมจฺจา อาหํสุ ‘ทุกฺกรํ เทวา’ติ.
‘‘ตสฺมึ เยว คงฺคากูเล ฐิตา พนฺธุมตี นาม คณิกา อสฺโสสิ รญฺญา กิร เอวํ วุตฺตํ ‘สกฺกา นุ โข อิมํ มหาคงฺคํ ปฏิโสตํ สนฺทาเปตุ’นฺติ, สา เอวมาห ‘อหญฺหิ นคเร ปาฏลิปุตฺเต คณิกา รูปูปชีวินี อนฺติมชีวิกา, มม ตาว ราชา สจฺจกิริยํ ปสฺสตู’ติ. อถ สา สจฺจกิริยํ อกาสิ, สห ตสฺสา สจฺจกิริยาย ขเณน สา มหาคงฺคา คฬคฬายนฺตี ปฏิโสตํ สนฺทิตฺถ มหโต ชนกายสฺส ปสฺสโต.
‘‘อถ ราชา คงฺคาย อาวฏฺฏอูมิเวคชนิตํ หลาหลสทฺทํ สุตฺวา วิมฺหิโต อจฺฉริยพฺภุตชาโต อมจฺเจ เอวมาห ‘กิสฺสายํ, ภเณ, มหาคงฺคา ปฏิโสตํ สนฺทตี’ติ? ‘พนฺธุมตี, มหาราช, คณิกา ตว วจนํ สุตฺวา สจฺจกิริยํ อกาสิ, ตสฺสา สจฺจกิริยาย มหาคงฺคา อุทฺธํมุขา สนฺทตี’ติ.
‘‘อถ สํวิคฺคหทโย ราชา ตุริตตุริโต สยํ คนฺตฺวา ตํ คณิกํ ปุจฺฉิ ‘สจฺจํ กิร, เช, ตยา สจฺจกิริยาย อยํ คงฺคา ปฏิโสตํ สนฺทาปิตา’ติ? ‘อาม เทวา’ติ. ราชา อาห ‘กึ เต ตตฺถ พลํ อตฺถิ, โก วา เต วจนํ อาทิยติ อนุมฺมตฺโต, เกน ตฺวํ พเลน อิมํ มหาคงฺคํ ปฏิโสตํ สนฺทาเปสี’ติ? สา อาห ‘สจฺจพเลนาหํ, มหาราช, อิมํ มหาคงฺคํ ปฏิโสตํ สนฺทาเปสิ’นฺติ. ราชา อาห ‘กึ เต สจฺจพลํ อตฺถิ โจริยา ธุตฺติยา อสติยา ฉินฺนิกาย ปาปิยา ภินฺนสีลาย [ปาปิกาย ภินฺนสีมาย (สี.)] หิริอติกฺกนฺติกาย อนฺธชนปโลภิกายา’ติ. ‘สจฺจํ, มหาราช, ตาทิสิกา อหํ, ตาทิสิกายปิ เม, มหาราช, สจฺจกิริยา อตฺถิ, ยายาหํ อิจฺฉมานา สเทวกมฺปิ โลกํ ปริวตฺเตยฺย’นฺติ. ราชา อาห ‘กตมา ปน สา โหติ สจฺจกิริยา, อิงฺฆ มํ สาเวหี’ติ. ‘โย เม, มหาราช, ธนํ เทติ ขตฺติโย วา พฺราหฺมโณ วา เวสฺโส วา สุทฺโท วา อญฺโญ วา โกจิ, เตสํ สมกํ เยว อุปฏฺฐหามิ, ‘‘ขตฺติโย’’ติ วิเสโส นตฺถิ, ‘‘สุทฺโท’’ติ อติมญฺญนา [อติมญฺญมาโน (ก.)] นตฺถิ, อนุนยปฺปฏิฆวิปฺปมุตฺตา ธนสฺสามิกํ ปริจรามิ, เอสา เม เทว สจฺจกิริยา, ยายาหํ อิมํ มหาคงฺคํ ปฏิโสตํ สนฺทาเปสิ’นฺติ.
‘‘อิติปิ, มหาราช, สจฺเจ ฐิตา น กิญฺจิ อตฺถํ น วินฺทนฺติ. ทินฺนานิ จ, มหาราช, สิวิราเชน ยาจกสฺส จกฺขูนิ, ทิพฺพจกฺขูนิ จ อุปฺปนฺนานิ, ตญฺจ สจฺจกิริยาย. ยํ ปน สุตฺเต วุตฺตํ ‘มํสจกฺขุสฺมึ นฏฺเฐ อเหตุสฺมึ อวตฺถุสฺมึ นตฺถิ ทิพฺพจกฺขุสฺส อุปฺปาโท’ติ. ตํ ภาวนามยํ จกฺขุํ สนฺธาย วุตฺตํ, เอวเมตํ, มหาราช, ธาเรหี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, สุนิพฺเพฐิโต ปโญฺห, สุนิทฺทิฏฺโฐ นิคฺคโห, สุมทฺทิตา ปรวาทา, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
สิวิราชจกฺขุทานปโญฺห ปญฺจโม.
๖. คพฺภาวกฺกนฺติปโญฺห
๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ติณฺณํ โข ปน, ภิกฺขเว, สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ [คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ (ม. นิ. ๑.๔๐๘)] โหติ, อิธ มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ติณฺณํ สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ โหตี’ติ, อเสสวจนเมตํ, นิสฺเสสวจนเมตํ, นิปฺปริยายวจนเมตํ, อรหสฺสวจนเมตํ, สเทวมนุสฺสานํ มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ภณิตํ, อยญฺจ ทฺวินฺนํ สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ ทิสฺสติ, ทุกูเลน ตาปเสน ปาริกาย ตาปสิยา อุตุนิกาเล ทกฺขิเณน หตฺถงฺคุฏฺเฐน นาภิ ปรามฏฺฐา, ตสฺส เตน นาภิปรามสเนน สามกุมาโร นิพฺพตฺโต. มาตงฺเคนาปิ อิสินา พฺราหฺมณกญฺญาย อุตุนิกาเล ทกฺขิเณน หตฺถงฺคุฏฺเฐน นาภิ ปรามฏฺฐา, ตสฺส เตน นาภิปรามสเนน มณฺฑโพฺย นาม มาณวโก นิพฺพตฺโตติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘ติณฺณํ โข ปน, ภิกฺขเว, สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ โหตี’ติ. เตน หิ สาโม จ กุมาโร มณฺฑโพฺย จ มาณวโก อุโภปิ เต นาภิปรามสเนน นิพฺพตฺตาติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ, ภนฺเต, ตถาคเตน ภณิตํ ‘สาโม จ กุมาโร มณฺฑโพฺย จ มาณวโก นาภิปรามสเนน นิพฺพตฺตา’’ติ, เตน หิ ‘ติณฺณํ โข ปน, ภิกฺขเว, สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ โหตี’ติ ยํ วจนํ, ตมฺปิ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห สุคมฺภีโร สุนิปุโณ วิสโย พุทฺธิมนฺตานํ, โส ตวานุปฺปตฺโต, ฉินฺท วิมติปถํ, ธาเรหิ ญาณวรปฺปชฺโชต’’นฺติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ติณฺณํ โข ปน, ภิกฺขเว, สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ โหติ, อิธ มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ, มาตา จ อุตุนี โหติ, คนฺธพฺโพ จ ปจฺจุปฏฺฐิโต โหติ, เอวํ ติณฺณํ สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ โหตี’ติ. ภณิตญฺจ ‘สาโม จ กุมาโร มณฺฑโพฺย จ มาณวโก นาภิปรามสเนน นิพฺพตฺตา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, เยน การเณน ปโญฺห สุวินิจฺฉิโต โหติ, เตน การเณน มํ สญฺญาเปหี’’ติ.
‘‘สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, สํกิจฺโจ จ กุมาโร อิสิสิงฺโค จ ตาปโส เถโร จ กุมารกสฺสโป ‘อิมินา นาม เต นิพฺพตฺตา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยติ, อพฺภุคฺคตา เตสํ ชาติ, เทฺว มิคเธนุโย ตาว อุตุนิกาเล ทฺวินฺนํ ตาปสานํ ปสฺสาวฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา สสมฺภวํ ปสฺสาวํ ปิวึสุ, เตน ปสฺสาวสมฺภเวน สํกิจฺโจ จ กุมาโร อิสิสิงฺโค จ ตาปโส นิพฺพตฺตา. เถรสฺส อุทายิสฺส ภิกฺขุนุปสฺสยํ อุปคตสฺส รตฺตจิตฺเตน ภิกฺขุนิยา องฺคชาตํ อุปนิชฺฌายนฺตสฺส สมฺภวํ กาสาเว มุจฺจิ. อถ โข อายสฺมา อุทายิ ตํ ภิกฺขุนึ เอตทโวจ ‘คจฺฉ ภคินิ, อุทกํ อาหร อนฺตรวาสกํ โธวิสฺสามี’ติ. ‘อาหรยฺย อหเมว โธวิสฺสามี’ติ. ตโต สา ภิกฺขุนี อุตุนิสมเย ตํ สมฺภวํ เอกเทสํ มุเขน อคฺคเหสิ, เอกเทสํ องฺคชาเต ปกฺขิปิ, เตน เถโร กุมารกสฺสโป นิพฺพตฺโตติ เอตํ ชโน อาหา’’ติ.
‘‘อปิ นุ โข ตฺวํ, มหาราช, สทฺทหสิ ตํ วจน’’นฺติ? ‘‘อาม ภนฺเต, พลวํ ตตฺถ มยํ การณํ อุปลภาม, เยน มยํ การเณน สทฺทหาม ‘อิมินา การเณน นิพฺพตฺตา’’ติ. ‘‘กึ ปเนตฺถ, มหาราช, การณ’’นฺติ? ‘‘สุปริกมฺมกเต, ภนฺเต, กลเล พีชํ นิปติตฺวา ขิปฺปํ สํวิรุหตี’’ติ. ‘‘อาม มหาราชา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, ภนฺเต, สา ภิกฺขุนี อุตุนี สมานา สณฺฐิเต กลเล รุหิเร ปจฺฉินฺนเวเค ฐิตาย ธาตุยา ตํ สมฺภวํ คเหตฺวา ตสฺมึ กลเล ปกฺขิปิ, เตน ตสฺสา คพฺโภ สณฺฐาสิ, เอวํ ตตฺถ การณํ ปจฺเจม เตสํ นิพฺพตฺติยา’’ติ. ‘‘เอวเมตํ, มหาราช, ตถา สมฺปฏิจฺฉามิ, โยนิปฺปเวเสน คพฺโภ สมฺภวตีติ. สมฺปฏิจฺฉสิ ปน, ตฺวํ มหาราช, เถรสฺส กุมารกสฺสปสฺส คพฺภาวกฺกมน’’นฺติ? ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. ‘‘สาธุ, มหาราช, ปจฺจาคโตสิ มม วิสยํ, เอกวิเธนปิ คพฺภาวกฺกนฺตึ กถยนฺโต มมานุพลํ ภวิสฺสสิ, อถ ยา ปน ตา เทฺว มิคเธนุโย ปสฺสาวํ ปิวิตฺวา คพฺภํ ปฏิลภึสุ, ตาสํ ตฺวํ สทฺทหสิ คพฺภสฺสาวกฺกมน’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, ยํ กิญฺจิ ภุตฺตํ ปีตํ ขายิตํ เลหิตํ, สพฺพํ ตํ กลลํ โอสรติ, ฐานคตํ วุฑฺฒิมาปชฺชติ. ยถา, ภนฺเต นาคเสน, ยา กาจิ สริตา นาม, สพฺพา ตา มหาสมุทฺทํ โอสรนฺติ, ฐานคตา วุฑฺฒิมาปชฺชนฺติ. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ยํ กิญฺจิ ภุตฺตํ ปีตํ ขายิตํ เลหิตํ, สพฺพํ ตํ กลลํ โอสรติ, ฐานคตํ วุฑฺฒิมาปชฺชติ, เตนาหํ การเณน สทฺทหามิ มุขคเตนปิ คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ โหตี’’ติ. ‘‘สาธุ, มหาราช, คาฬฺหตรํ อุปคโตสิ มม วิสยํ, มุขปาเนนปิ ทฺวยสนฺนิปาโต ภวติ. สํกิจฺจสฺส จ, มหาราช, กุมารสฺส อิสิสิงฺคสฺส จ ตาปสสฺส เถรสฺส จ กุมารกสฺสปสฺส คพฺภาวกฺกมนํ สมฺปฏิจฺฉสี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สนฺนิปาโต โอสรตี’’ติ.
‘‘สาโมปิ, มหาราช, กุมาโร มณฺฑโพฺยปิ มาณวโก ตีสุ สนฺนิปาเตสุ อนฺโตคธา, เอกรสา เยว ปุริเมน, ตตฺถ การณํ วกฺขามิ. ทุกูโล จ, มหาราช, ตาปโส ปาริกา จ ตาปสี อุโภปิ เต อรญฺญวาสา อเหสุํ ปวิเวกาธิมุตฺตา อุตฺตมตฺถคเวสกา, ตปเตเชน ยาว พฺรหฺมโลกํ สนฺตาเปสุํ. เตสํ ตทา สกฺโก เทวานมินฺโท สายํ ปาตํ อุปฏฺฐานํ อาคจฺฉติ. โส เตสํ ครุกตเมตฺตตาย อุปธาเรนฺโต อทฺทส อนาคตมทฺธาเน ทฺวินฺนมฺปิ เตสํ จกฺขูนํ อนฺตรธานํ, ทิสฺวา เต เอวมาห ‘เอกํ เม, โภนฺโต, วจนํ กโรถ, สาธุ เอกํ ปุตฺตํ ชเนยฺยาถ, โส ตุมฺหากํ อุปฏฺฐาโก ภวิสฺสติ อาลมฺพโน จา’ติ. ‘อลํ, โกสิย, มา เอวํ ภณี’ติ. เต ตสฺส ตํ วจนํ น สมฺปฏิจฺฉึสุ. อนุกมฺปโก อตฺถกาโม สกฺโก เทวานมินฺโท ทุติยมฺปิ…เป… ตติยมฺปิ เต เอวมาห ‘เอกํ เม, โภนฺโต, วจนํ กโรถ, สาธุ เอกํ ปุตฺตํ ชเนยฺยาถ, โส ตุมฺหากํ อุปฏฺฐาโก ภวิสฺสติ อาลมฺพโน จา’ติ. ตติยมฺปิ เต อาหํสุ ‘อลํ, โกสิย, มา ตฺวํ โข อเมฺห อนตฺเถ นิโยเชหิ, กทายํ กาโย น ภิชฺชิสฺสติ, ภิชฺชตุ อยํ กาโย เภทนธมฺโม, ภิชฺชนฺติยาปิ ธรณิยา ปตนฺเตปิ เสลสิขเร ผลนฺเตปิ อากาเส ปตนฺเตปิ จนฺทิมสูริเย เนว มยํ โลกธมฺเมหิ มิสฺสยิสฺสาม, มา ตฺวํ อมฺหากํ สมฺมุขภาวํ อุปคจฺฉ, อุปคตสฺส เต เอโส วิสฺสาโส, อนตฺถจโร ตฺวํ มญฺเญ’ติ.
ตโต สกฺโก เทวานมินฺโท เตสํ มนํ อลภมาโน ครุกโต ปญฺชลิโก ปุน ยาจิ ‘ยทิ เม วจนํ น อุสฺสหถ กาตุํ, ยทา ตาปสี อุตุนี โหติ ปุปฺผวตี, ตทา ตฺวํ, ภนฺเต, ทกฺขิเณน หตฺถงฺคุฏฺเฐน นาภึ ปรามเสยฺยาสิ, เตน สา คพฺภํ ลจฺฉติ, สนฺนิปาโต เยเวส คพฺภาวกฺกนฺติยา’ติ. ‘สกฺโกมหํ, โกสิย, ตํ วจนํ กาตุํ, น ตาวตเกน อมฺหากํ ตโป ภิชฺชติ, โหตู’ติ สมฺปฏิจฺฉึสุ. ตาย จ ปน เวลาย เทวภวเน อตฺถิ เทวปุตฺโต อุสฺสนฺนกุสลมูโล ขีณายุโก อายุกฺขยปฺปตฺโต ยทิจฺฉกํ สมตฺโถ โอกฺกมิตุํ อปิ จกฺกวตฺติกุเลปิ. อถ สกฺโก เทวานมินฺโท ตํ เทวปุตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห ‘เอหิ โข, มาริส, สุปภาโต เต ทิวโส, อตฺถสิทฺธิ อุปคตา, ยมหํ เต อุปฏฺฐานมาคมึ, รมณีเย เต โอกาเส วาโส ภวิสฺสติ, ปติรูเป กุเล ปฏิสนฺธิ ภวิสฺสติ, สุนฺทเรหิ มาตาปิตูหิ วฑฺเฒตพฺโพ, เอหิ เม วจนํ กโรหี’ติ ยาจิ. ทุติยมฺปิ…เป… ตติยมฺปิ ยาจิ สิรสิ ปญฺชลิกโต.
ตโต โส เทวปุตฺโต เอวมาห ‘กตมํ ตํ, มาริส, กุลํ, ยํ ตฺวํ อภิกฺขณํ กิตฺตยสิ ปุนปฺปุน’นฺติ. ‘ทุกูโล จ ตาปโส ปาริกา จ ตาปสี’ติ. โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตุฏฺโฐ สมฺปฏิจฺฉิ ‘สาธุ, มาริส, โย ตว ฉนฺโท, โส โหตุ, อากงฺขมาโน อหํ, มาริส, ปตฺถิเต กุเล อุปฺปชฺเชยฺยํ, กิมฺหิ กุเล อุปฺปชฺชามิ อณฺฑเช วา ชลาพุเช วา สํเสทเช วา โอปปาติเก วา’ติ? ‘ชลาพุชาย, มาริส, โยนิยา อุปฺปชฺชาหี’ติ. อถ สกฺโก เทวานมินฺโท อุปฺปตฺติทิวสํ วิคเณตฺวา ทุกูลสฺส ตาปสสฺส อาโรเจสิ ‘อสุกสฺมึ นาม ทิวเส ตาปสี อุตุนี ภวิสฺสติ ปุปฺผวตี, ตทา ตฺวํ, ภนฺเต, ทกฺขิเณน หตฺถงฺคุฏฺเฐน นาภึ ปรามเสยฺยาสี’ติ. ตสฺมึ, มหาราช, ทิวเส ตาปสี จ อุตุนี ปุปฺผวตี อโหสิ, เทวปุตฺโต จ ตตฺถูปโค ปจฺจุปฏฺฐิโต อโหสิ, ตาปโส จ ทกฺขิเณน หตฺถงฺคุฏฺเฐน ตาปสิยา นาภึ ปรามสิ, อิติ เต ตโย สนฺนิปาตา อเหสุํ, นาภิปรามสเนน ตาปสิยา ราโค อุทปาทิ, โส ปนสฺสา ราโค นาภิปรามสนํ ปฏิจฺจ มา ตฺวํ สนฺนิปาตํ อชฺฌาจารเมว มญฺญิ, อูหสนมฺปิ [หสนมฺปิ (ก.)] สนฺนิปาโต, อุลฺลปนมฺปิ สนฺนิปาโต, อุปนิชฺฌายนมฺปิ สนฺนิปาโต, ปุพฺพภาคภาวโต ราคสฺส อุปฺปาทาย อามสเนน สนฺนิปาโต ชายติ, สนฺนิปาตา โอกฺกมนํ โหตีติ.
‘‘อนชฺฌาจาเรปิ, มหาราช, ปรามสเนน คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ. ยถา, มหาราช, อคฺคิ ชลมาโน อปรามสโนปิ อุปคตสฺส สีตํ พฺยปหนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, อนชฺฌาจาเรปิ ปรามสเนน คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ.
‘‘จตุนฺนํ, มหาราช, วเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ กมฺมวเสน โยนิวเสน กุลวเสน อายาจนวเสน, อปิ จ สพฺเพเปเต สตฺตา กมฺมสมฺภวา กมฺมสมุฏฺฐานา.
‘‘กถํ, มหาราช, กมฺมวเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ? อุสฺสนฺนกุสลมูลา, มหาราช, สตฺตา ยทิจฺฉกํ อุปฺปชฺชนฺติ ขตฺติยมหาสาลกุเล วา พฺราหฺมณมหาสาลกุเล วา คหปติมหาสาลกุเล วา เทเวสุ วา อณฺฑชาย วา โยนิยา ชลาพุชาย วา โยนิยา สํเสทชาย วา โยนิยา โอปปาติกาย วา โยนิยา. ยถา, มหาราช, ปุริโส อฑฺโฒ มหทฺธโน มหาโภโค ปหูตชาตรูปรชโต ปหูตวิตฺตูปกรโณ ปหูตธนธญฺโญ ปหูตญาติปกฺโข ทาสึ วา ทาสํ วา เขตฺตํ วา วตฺถุํ วา คามํ วา นิคมํ วา ชนปทํ วา ยํ กิญฺจิ มนสา อภิปตฺถิตํ, ยทิจฺฉกํ ทฺวิคุณติคุณมฺปิ ธนํ ทตฺวา กิณาติ, เอวเมว โข, มหาราช, อุสฺสนฺนกุสลมูลา สตฺตา ยทิจฺฉกํ อุปฺปชฺชนฺติ ขตฺติยมหาสาลกุเล วา พฺราหฺมณมหาสาลกุเล วา คหปติมหาสาลกุเล วา เทเวสุ วา อณฺฑชาย วา โยนิยา ชลาพุชาย วา โยนิยา สํเสทชย วา โยนิยา โอปปาติกาย วา โยนิยา. เอวํ กมฺมวเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ.
‘‘กถํ โยนิวเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ? กุกฺกุฏานํ, มหาราช, วาเตน คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ. พลากานํ เมฆสทฺเทน คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ. สพฺเพปิ เทวา อคพฺภเสยฺยกา สตฺตา เยว, เตสํ นานาวณฺเณน คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ. ยถา, มหาราช, มนุสฺสา นานาวณฺเณน มหิยา จรนฺติ, เกจิ ปุรโต ปฏิจฺฉาเทนฺติ, เกจิ ปจฺฉโต ปฏิจฺฉาเทนฺติ, เกจิ นคฺคา โหนฺติ, เกจิ ภณฺฑู โหนฺติ เสตปฏธรา, เกจิ โมฬิพทฺธา โหนฺติ, เกจิ ภณฺฑู กาสาววสนา โหนฺติ, เกจิ กาสาววสนา โมฬิพทฺธา โหนฺติ, เกจิ ชฏิโน วากจีรธรา [วากจีรา (ก.)] โหนฺติ, เกจิ จมฺมวสนา โหนฺติ, เกจิ รสฺมิโย นิวาเสนฺติ, สพฺเพเปเต มนุสฺสา นานาวณฺเณน มหิยา จรนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, สตฺตา เยว เต สพฺเพ, เตสํ นานาวณฺเณน คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ. เอวํ โยนิวเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ.
‘‘กถํ กุลวเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ? กุลํ นาม, มหาราช, จตฺตาริ กุลานิ อณฺฑชํ ชลาพุชํ สํเสทชํ โอปปาติกํ. ยทิ ตตฺถ คนฺธพฺโพ ยโต กุโตจิ อาคนฺตฺวา อณฺฑเช กุเล อุปฺปชฺชติ, โส ตตฺถ อณฺฑโช โหติ…เป… ชลาพุเช กุเล…เป… สํเสทเช กุเล…เป… โอปปาติเก กุเล อุปฺปชฺชติ, โส ตตฺถ โอปปาติโก โหติ. เตสุ เตสุ กุเลสุ ตาทิสา เยว สตฺตา สมฺภวนฺติ. ยถา, มหาราช, หิมวติ เนรุปพฺพตํ เย เกจิ มิคปกฺขิโน อุเปนฺติ, สพฺเพ เต สกวณฺณํ วิชหิตฺวา สุวณฺณวณฺณา โหนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, โย โกจิ คนฺธพฺโพ ยโต กุโตจิ อาคนฺตฺวา อณฺฑชํ โยนึ อุปคนฺตฺวา สภาววณฺณํ วิชหิตฺวา อณฺฑโช โหติ…เป… ชลาพุชํ…เป… สํเสทชํ…เป… โอปปาติกํ โยนึ อุปคนฺตฺวา สภาววณฺณํ วิชหิตฺวา โอปปาติโก โหติ, เอวํ กุลวเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ.
‘‘กถํ อายาจนวเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ? อิธ, มหาราช, กุลํ โหติ อปุตฺตกํ พหุสาปเตยฺยํ สทฺธํ ปสนฺนํ สีลวนฺตํ กลฺยาณธมฺมํ ตปนิสฺสิตํ, เทวปุตฺโต จ อุสฺสนฺนกุสลมูโล จวนธมฺโม โหติ. อถ สกฺโก เทวานมินฺโท ตสฺส กุลสฺส อนุกมฺปาย ตํ เทวปุตฺตํ อายาจติ ‘ปณิเธหิ, มาริส, อสุกสฺส กุลสฺส มเหสิยา กุจฺฉิ’นฺติ. โส ตสฺส อายาจนเหตุ ตํ กุลํ ปณิเธติ. ยถา, มหาราช, มนุสฺสา ปุญฺญกามา สมณํ มโนภาวนียํ อายาจิตฺวา เคหํ อุปเนนฺติ, อยํ อุปคนฺตฺวา สพฺพสฺส กุลสฺส สุขาวโห ภวิสฺสตีติ. เอวเมว โข, มหาราช, สกฺโก เทวานมินฺโท ตํ เทวปุตฺตํ อายาจิตฺวา ตํ กุลํ อุปเนติ. เอวํ อายาจนวเสน สตฺตานํ คพฺภาวกฺกนฺติ โหติ.
‘‘สาโม, มหาราช, กุมาโร สกฺเกน เทวานมินฺเทน อายาจิโต ปาริกาย ตาปสิยา กุจฺฉึ โอกฺกนฺโต. สาโม, มหาราช, กุมาโร กตปุญฺโญ, มาตาปิตโร สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา, อายาจโก สกฺโก, ติณฺณํ เจโตปณิธิยา สาโม กุมาโร นิพฺพตฺโต. อิธ, มหาราช, นยกุสโล ปุริโส สุกฏฺเฐ อนูปเขตฺเต พีชํ โรเปยฺย, อปิ นุ ตสฺส พีชสฺส อนฺตรายํ วิวชฺเชนฺตสฺส วุฑฺฒิยา โกจิ อนฺตราโย ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, นิรุปฆาตํ พีชํ ขิปฺปํ สํวิรุเหยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สาโม กุมาโร มุตฺโต อุปฺปนฺนนฺตราเยหิ ติณฺณํ เจโตปณิธิยา นิพฺพตฺโต.
‘‘อปิ นุ โข, มหาราช, สุตปุพฺพํ ตยา อิสีนํ มโนปโทเสน อิทฺโธ ผีโต มหาชนปโท สชโน สมุจฺฉินฺโน’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยติ. มหิยา ทณฺฑการญฺญํ [ทณฺฑกีรญฺญํ (ม. นิ. ๒.๖๕)] มชฺฌารญฺญํ กาลิงฺคารญฺญํ มาตงฺคารญฺญํ, สพฺพํ ตํ อรญฺญํ อรญฺญภูตํ, สพฺเพเปเต ชนปทา อิสีนํ มโนปโทเสน ขยํ คตา’’ติ. ‘‘ยทิ, มหาราช, เตสํ มโนปโทเสน สุสมิทฺธา ชนปทา อุจฺฉิชฺชนฺติ, อปิ นุ โข เตสํ มโนปสาเทน กิญฺจิ นิพฺพตฺเตยฺยา’’ติ? ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, สาโม กุมาโร ติณฺณํ พลวนฺตานํ เจโตปสาเทน นิพฺพตฺโต อิสินิมฺมิโต เทวนิมฺมิโต ปุญฺญนิมฺมิโตติ. เอวเมตํ, มหาราช, ธาเรหิ.
‘‘ตโยเม, มหาราช, เทวปุตฺตา สกฺเกน เทวานมินฺเทน อายาจิตา กุลํ อุปฺปนฺนา. กตเม ตโย? สาโม กุมาโร มหาปนาโท กุสราชา, ตโยเปเต โพธิสตฺตา’’ติ. ‘‘สุนิทฺทิฏฺฐา, ภนฺเต นาคเสน, คพฺภาวกฺกนฺติ, สุกถิตํ การณํ, อนฺธกาโร อาโลโก กโต, ชฏา วิชฏิตา, นิจฺฉุทฺธา ปรวาทา, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
คพฺภาวกฺกนฺติปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. สทฺธมฺมนฺตรธานปโญฺห
๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ [วสฺสสหสฺสานิ (สี.) ปสฺส อ. นิ. ๘.๕๑] สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ. ปุน จ ปรินิพฺพานสมเย สุภทฺเทน ปริพฺพาชเกน ปญฺหํ ปุฏฺเฐน ภควตา ภณิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท [ที. นิ. ๒.๒๑๔ ปสฺสิตพฺพํ], ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ, อเสสวจนเมตํ, นิสฺเสสวจนเมตํ, นิปฺปริยายวจนเมตํ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน ภณิตํ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ, เตน หิ ‘อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ, เตน หิ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห คหนโตปิ คหนตโร พลวโตปิ พลวตโร คณฺฐิโตปิ คณฺฐิตโร, โส ตวานุปฺปตฺโต, ตตฺถ เต ญาณพลวิปฺผารํ ทสฺเสหิ มกโร วิย สาครพฺภนฺตรคโต’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ. ปรินิพฺพานสมเย จ สุภทฺทสฺส ปริพฺพาชกสฺส ภณิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ. ตญฺจ ปน, มหาราช, ภควโต วจนํ นานตฺถญฺเจว โหติ นานาพฺยญฺชนญฺจ, อยํ สาสนปริจฺเฉโท, อยํ ปฏิปตฺติ ปริทีปนาติ ทูรํ วิวชฺชิตา เต อุโภ อญฺญมญฺญํ. ยถา, มหาราช, นภํ ปถวิโต ทูรํ วิวชฺชิตํ, นิรยํ สคฺคโต ทูรํ วิวชฺชิตํ, กุสลํ อกุสลโต ทูรํ วิวชฺชิตํ, สุขํ ทุกฺขโต ทูรํ วิวชฺชิตํ. เอวเมว โข, มหาราช, เต อุโภ อญฺญมญฺญํ ทูรํ วิวชฺชิตา.
‘‘อปิ จ, มหาราช, มา เต ปุจฺฉา โมฆา อสฺส [อสฺสุ (สี. สฺยา.)], รสโต เต สํสนฺทิตฺวา กถยิสฺสามิ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ ยํ ภควา อาห, ตํ ขยํ ปริทีปยนฺโต เสสกํ ปริจฺฉินฺทิ, วสฺสสหสฺสํ, อานนฺท, สทฺธมฺโม ติฏฺเฐยฺย, สเจ ภิกฺขุนิโย น ปพฺพาเชยฺยุํ. ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตีติ. อปิ นุ โข, มหาราช, ภควา เอวํ วทนฺโต สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ วา วเทติ อภิสมยํ วา ปฏิกฺโกสตี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘นฏฺฐํ, มหาราช, ปริกิตฺตยนฺโต เสสกํ ปริทีปยนฺโต ปริจฺฉินฺทิ. ยถา, มหาราช, ปุริโส นฏฺฐายิโก สพฺพเสสกํ คเหตฺวา ชนสฺส ปริทีเปยฺย ‘เอตฺตกํ เม ภณฺฑํ นฏฺฐํ, อิทํ เสสก’นฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ภควา นฏฺฐํ ปริทีปยนฺโต เสสกํ เทวมนุสฺสานํ กเถสิ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ. ยํ ปน, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ, สาสนปริจฺเฉโท เอโส.
‘‘ยํ ปน ปรินิพฺพานสมเย สุภทฺทสฺส ปริพฺพาชกสฺส สมเณ ปริกิตฺตยนฺโต อาห ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ, ปฏิปตฺติปริทีปนา เอสา, ตฺวํ ปน ตํ ปริจฺเฉทญฺจ ปริทีปนญฺจ เอกรสํ กโรสิ. ยทิ ปน เต ฉนฺโท, เอกรสํ กตฺวา กถยิสฺสามิ, สาธุกํ สุโณหิ มนสิกโรหิ อวิกฺขิตฺตมานโส [อวิจลมานโส (สี.) อวิมานโส (ปี. ก.)].
‘‘อิธ, มหาราช, ตฬาโก ภเวยฺย นวสลิลสมฺปุณฺโณ สมฺมุขมุตฺตริยมาโน ปริจฺฉินฺโน ปริวฏุมกโต, อปริยาทิณฺเณ เยว ตสฺมึ ตฬาเก อุทกูปริ มหาเมโฆ อปราปรํ อนุปฺปพนฺโธ อภิวสฺเสยฺย, อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺมึ ตฬาเก อุทกํ ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน มหาราชา’’ติ? ‘‘เมฆสฺส, ภนฺเต, อนุปฺปพนฺธตายา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ชินสาสนวรสทฺธมฺมตฬาโก อาจารสีลคุณวตฺตปฏิปตฺติวิมลนวสลิลสมฺปุณฺโณ อุตฺตริยมาโน ภวคฺคมภิภวิตฺวา ฐิโต. ยทิ ตตฺถ พุทฺธปุตฺตา อาจารสีลคุณวตฺตปฏิปตฺติเมฆวสฺสํ อปราปรํ อนุปฺปพนฺธาเปยฺยุํ อภิวสฺสาเปยฺยุํ. เอวมิทํ ชินสาสนวรสทฺธมฺมตฬาโก จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย, อรหนฺเตหิ โลโก อสุญฺโญ ภเวยฺย, อิมมตฺถํ ภควตา สนฺธาย ภาสิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ.
‘‘อิธ ปน, มหาราช, มหติ มหาอคฺคิกฺขนฺเธ ชลมาเน อปราปรํ สุกฺขติณกฏฺฐโคมยานิ อุปสํหเรยฺยุํ, อปิ นุ โข โส, มหาราช, อคฺคิกฺขนฺโธ นิพฺพาเยยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ภิยฺโย ภิยฺโย โส อคฺคิกฺขนฺโธ ชเลยฺย, ภิยฺโย ภิยฺโย ปภาเสยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ทสสหสฺสิยา [ทสสหสฺสิมฺหิ (พหูสุ)] โลกธาตุยา ชินสาสนวรมฺปิ อาจารสีลคุณวตฺตปฏิปตฺติยา ชลติ ปภาสติ. ยทิ ปน, มหาราช, ตทุตฺตรึ พุทฺธปุตฺตา ปญฺจหิ ปธานิยงฺเคหิ สมนฺนาคตา สตตมปฺปมตฺตา ปทเหยฺยุํ, ตีสุ สิกฺขาสุ ฉนฺทชาตา สิกฺเขยฺยุํ, จาริตฺตญฺจ สีลํ สมตฺตํ ปริปูเรยฺยุํ, เอวมิทํ ชินสาสนวรํ ภิยฺโย ภิยฺโย จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสาติ อิมมตฺถํ ภควตา สนฺธาย ภาสิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ.
‘‘อิธ ปน, มหาราช, สินิทฺธสมสุมชฺชิตสปฺปภาสวิมลาทาสํ [สปฺปภํ สุวิมลาทาสํ (สี.)] สณฺหสุขุมเครุกจุณฺเณน อปราปรํ มชฺเชยฺยุํ, อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺมึ อาทาเส มลกทฺทมรโชชลฺลํ ชาเยยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อญฺญทตฺถุ วิมลตรํ เยว ภเวยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ชินสาสนวรํ ปกตินิมฺมลํ พฺยปคตกิเลสมลรโชชลฺลํ, ยทิ ตํ พุทฺธปุตฺตา อาจารสีลคุณวตฺตปฏิปตฺติสลฺเลขธุตคุเณน ชินสาสนวรํ สลฺลกฺเขยฺยุํ [สลฺลิกฺเขยฺยุํ (สี. ปี.)], เอวมิทํ ชินสาสนวรํ จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย, อสุญฺโญ จ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสาติ อิมมตฺถํ ภควตา สนฺธาย ภาสิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ. ปฏิปตฺติมูลกํ, มหาราช, สตฺถุสาสนํ ปฏิปตฺติการณํ ปฏิปตฺติยา อนนฺตรหิตาย ติฏฺฐตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘สทฺธมฺมนฺตรธาน’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ สทฺธมฺมนฺตรธาน’’นฺติ? ‘‘ตีณิมานิ, มหาราช, สาสนนฺตรธานานิ. กตมานิ ตีณิ? อธิคมนฺตรธานํ ปฏิปตฺตนฺตรธานํ ลิงฺคนฺตรธานํ, อธิคเม, มหาราช, อนฺตรหิเต สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ, ปฏิปตฺติยา อนฺตรหิตาย สิกฺขาปทปญฺญตฺติ อนฺตรธายติ, ลิงฺคํเยว ติฏฺฐติ, ลิงฺเค อนฺตรหิเต ปเวณุปจฺเฉโท โหติ, อิมานิ โข, มหาราช, ตีณิ อนฺตรธานานี’’ติ.
‘‘สุวิญฺญาปิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห, คมฺภีโร อุตฺตานีกโต, คณฺฐิ ภินฺโน, นฏฺฐา ปรวาทา ภคฺคา นิปฺปภา กตา, ตฺวํ คณิวรวสภมาสชฺชาติ.
สทฺธมฺมนฺตรธานปโญฺห สตฺตโม.
๘. อกุสลจฺเฉทนปโญฺห
๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต สพฺพํ อกุสลํ ฌาเปตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, อุทาหุ สาวเสเส อกุสเล สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต’’ติ? ‘‘สพฺพํ, มหาราช, อกุสลํ ฌาเปตฺวา ภควา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, นตฺถิ ภควโต เสเสกํ อกุสล’’นฺติ.
‘‘กึ ปน, ภนฺเต, ทุกฺขา เวทนา ตถาคตสฺส กาเย อุปฺปนฺนปุพฺพา’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ราชคเห ภควโต ปาโท สกลิกาย [สกฺขลิกาย (สฺยา. ก.)] ขโต, โลหิตปกฺขนฺทิกาพาโธ อุปฺปนฺโน, กาเย อภิสนฺเน ชีวเกน วิเรโก การิโต, วาตาพาเธ อุปฺปนฺเน อุปฏฺฐาเกน เถเรน อุโณฺหทกํ ปริยิฏฺฐ’’นฺติ.
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต สพฺพํ อกุสลํ ฌาเปตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, เตน หิ ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต, โลหิตปกฺขนฺทิกา จ อาพาโธ อุปฺปนฺโนติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคตสฺส ปาโท สกลิกาย ขโต, โลหิตปกฺขนฺทิกา จ อาพาโธ อุปฺปนฺโน, เตน หิ ตถาคโต สพฺพํ อกุสลํ ฌาเปตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโตติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. นตฺถิ, ภนฺเต, วินา กมฺเมน เวทยิตํ, สพฺพํ ตํ เวทยิตํ กมฺมมูลกํ, ตํ กมฺเมเนว เวทยติ, อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ [นิพฺพายิตพฺโพติ (ก.)].
‘‘น หิ, มหาราช, สพฺพํ ตํ เวทยิตํ กมฺมมูลกํ. อฏฺฐหิ, มหาราช, การเณหิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, เยหิ การเณหิ ปุถู สตฺตา เวทนา เวทิยนฺติ. กตเมหิ อฏฺฐหิ? วาตสมุฏฺฐานานิปิ โข, มหาราช, อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ปิตฺตสมุฏฺฐานานิปิ โข, มหาราช…เป… เสมฺหสมุฏฺฐานานิปิ โข, มหาราช…เป… สนฺนิปาติกานิปิ โข, มหาราช…เป… อุตุปริณามชานิปิ โข, มหาราช…เป… วิสมปริหารชานิปิ โข, มหาราช…เป… โอปกฺกมิกานิปิ โข, มหาราช…เป… กมฺมวิปากชานิปิ โข, มหาราช, อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. อิเมหิ โข, มหาราช, อฏฺฐหิ การเณหิ ปุถู สตฺตา เวทนา เวทยนฺติ. ตตฺถ เย เต ปุคฺคลา ‘สตฺเต กมฺมํ วิพาธตี’ติ วเทยฺยุํ, เต อิเม ปุคฺคลา สตฺตการณํ ปฏิพาหนฺติ. เตสํ ตํ วจนํ มิจฺฉา’’ติ. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยญฺจ วาติกํ ยญฺจ ปิตฺติกํ ยญฺจ เสมฺหิกํ ยญฺจ สนฺนิปาติกํ ยญฺจ อุตุปริณามชํ ยญฺจ วิสมปริหารชํ ยญฺจ โอปกฺกมิกํ, สพฺเพเต กมฺมสมุฏฺฐานา เยว, กมฺเมเนว เต สพฺเพ สมฺภวนฺตี’’ติ.
‘‘ยทิ, มหาราช, เตปิ สพฺเพ กมฺมสมุฏฺฐานาว อาพาธา ภเวยฺยุํ, น เตสํ โกฏฺฐาสโต ลกฺขณานิ ภเวยฺยุํ. วาโต โข, มหาราช, กุปฺปมาโน ทสวิเธน กุปฺปติ สีเตน อุเณฺหน ชิฆจฺฉาย วิปาสาย อติภุตฺเตน ฐาเนน ปธาเนน อาธาวเนน อุปกฺกเมน กมฺมวิปาเกน. ตตฺร เย เต นว วิธา, น เต อตีเต, น อนาคเต, วตฺตมานเก ภเว อุปฺปชฺชนฺติ, ตสฺมา น วตฺตพฺพา ‘กมฺมสมฺภวา สพฺพา เวทนา’ติ. ปิตฺตํ, มหาราช, กุปฺปมานํ ติวิเธน กุปฺปติ สีเตน อุเณฺหน วิสมโภชเนน. เสมฺหํ, มหาราช, กุปฺปมานํ ติวิเธน กุปฺปติ สีเตน อุเณฺหน อนฺนปาเนน. โย จ, มหาราช, วาโต ยญฺจ ปิตฺตํ ยญฺจ เสมฺหํ, เตหิ เตหิ โกเปหิ กุปฺปิตฺวา มิสฺสี หุตฺวา สกํ สกํ เวทนํ อากฑฺฒติ. อุตุปริณามชา, มหาราช, เวทนา อุตุปริยาเมน อุปฺปชฺชติ. วิสมปริหารชา เวทนา วิสมปริหาเรน อุปฺปชฺชติ. โอปกฺกมิกา, มหาราช, เวทนา อตฺถิ กิริยา, อตฺถิ กมฺมวิปากา, กมฺมวิปากชา เวทนา ปุพฺเพ กเตน กมฺเมน อุปฺปชฺชติ. อิติ โข, มหาราช, อปฺปํ กมฺมวิปากชํ, พหุตรํ อวเสสํ. ตตฺถ พาลา ‘สพฺพํ กมฺมวิปากชํ เยวา’ติ อติธาวนฺติ. ตํ กมฺมํ น สกฺกา วินา พุทฺธญาเณน ววตฺถานํ กาตุํ.
‘‘ยํ ปน, มหาราช, ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต, ตํ เวทยิตํ เนว วาตสมุฏฺฐานํ, น ปิตฺตสมุฏฺฐานํ, น เสมฺหสมุฏฺฐานํ, น สนฺนิปาติกํ, น อุตุปริณามชํ, น วิสมปริหารชํ, น กมฺมวิปากชํ, โอปกฺกมิกํ เยว. เทวทตฺโต หิ, มหาราช, พหูนิ ชาติสตสหสฺสานิ ตถาคเต อาฆาตํ พนฺธิ, โส เตน อาฆาเตน มหตึ ครุํ สิลํ คเหตฺวา ‘มตฺถเก ปาเตสฺสามี’ติ มุญฺจิ, อถญฺเญ เทฺว เสลา อาคนฺตฺวา ตํ สิลํ ตถาคตํ อสมฺปตฺตํ เยว สมฺปฏิจฺฉึสุ, ตาสํ ปหาเรน ปปฏิกา ภิชฺชิตฺวา ภควโต ปาเท ปติตฺวา รุหิรํ [นิปติตฺวา รุธิรํ (สฺยา.)] อุปฺปาเทสิ, กมฺมวิปากโต วา, มหาราช, ภควโต เอสา เวทนา นิพฺพตฺตา กิริยโต วา, ตตุทฺธํ นตฺถญฺญา เวทนา.
‘‘ยถา, มหาราช, เขตฺตทุฏฺฐตาย วา พีชํ น สมฺภวติ พีชทุฏฺฐตาย วา. เอวเมว โข, มหาราช, กมฺมวิปากโต วา ภควโต เอสา เวทนา นิพฺพตฺตา กิริยโต วา, ตตุทฺธํ นตฺถญฺญา เวทนา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โกฏฺฐทุฏฺฐตาย วา โภชนํ วิสมํ ปริณมติ อาหารทุฏฺฐตาย วา, เอวเมว โข, มหาราช, กมฺมวิปากโต วา ภควโต เอสา เวทนา นิพฺพตฺตา กิริยโต วา, ตตุทฺธํ นตฺถญฺญา เวทนา. อปิ จ, มหาราช, นตฺถิ ภควโต กมฺมวิปากชา เวทนา, นตฺถิ วิสมปริหารชา เวทนา, อวเสเสหิ สมุฏฺฐาเนหิ ภควโต เวทนา อุปฺปชฺชติ, ตาย จ ปน เวทนาย น สกฺกา ภควนฺตํ ชีวิตา โวโรเปตุํ.
‘‘นิปตนฺติ, มหาราช, อิมสฺมึ จาตุมหาภูติเก [จาตุมฺมหาภูติเก (สี.)] กาเย อิฏฺฐานิฏฺฐา สุภาสุภเวทนา. อิธ, มหาราช, อากาเส ขิตฺโต เลฑฺฑุ มหาปถวิยา นิปตติ, อปิ นุ โข โส, มหาราช, เลฑฺฑุ ปุพฺเพ กเตน มหาปถวิยา นิปตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, นตฺถิ โส, ภนฺเต, เหตุ มหาปถวิยา, เยน เหตุนา มหาปถวี กุสลากุสลวิปากํ ปฏิสํเวเทยฺย, ปจฺจุปฺปนฺเนน, ภนฺเต, อกมฺมเกน เหตุนา โส เลฑฺฑุ มหาปถวิยํ นิปตติ. ยถา, มหาราช, มหาปถวี, เอวํ ตถาคโต ทฏฺฐพฺโพ. ยถา เลฑฺฑุ ปุพฺเพ อกเตน มหาปถวิยํ นิปตติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคตสฺส ปุพฺเพ อกเตน สา สกลิกาปาเท นิปติตา.
‘‘อิธ ปน, มหาราช, มนุสฺสา มหาปถวึ ภินฺทนฺติ จ ขณนฺติ จ, อปิ นุ โข, มหาราช, เต มนุสฺสา ปุพฺเพ กเตน มหาปถวึ ภินฺทนฺติ จ ขณนฺติ จา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยา สา สกลิกา ภควโต ปาเท นิปติตา, น สา สกลิกา ปุพฺเพ กเตน ภควโต ปาเท นิปติตา. โยปิ, มหาราช, ภควโต โลหิตปกฺขนฺทิกาพาโธ อุปฺปนฺโน, โสปิ อาพาโธ น ปุพฺเพ กเตน อุปฺปนฺโน, สนฺนิปาติเกเนว อุปฺปนฺโน, เย เกจิ, มหาราช, ภควโต กายิกา อาพาธา อุปฺปนฺนา, น เต กมฺมาภินิพฺพตฺตา, ฉนฺนํ เอเตสํ สมุฏฺฐานานํ อญฺญตรโต นิพฺพตฺตา.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน สํยุตฺตนิกายวรลญฺฉเก โมฬิยสีวเก [โมลิยสิวเก (สฺยา. ก.) สํ. นิ. ๔.๒๖๙ ปสฺสิตพฺพํ] เวยฺยากรเณ –
‘‘‘ปิตฺตสมุฏฺฐานานิปิ โข, สีวก, อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. สามมฺปิ โข เอตํ, สีวก, เวทิตพฺพํ, ยถา ปิตฺตสมุฏฺฐานานิปิ อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. โลกสฺสปิ โข เอตํ, สีวก, สจฺจสมฺมตํ, ยถา ปิตฺตสมุฏฺฐานานิปิ อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. ตตฺร, สีวก, เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน ‘‘ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพ กตเหตู’’ติ. ยญฺจ สามํ ญาตํ, ตญฺจ อติธาวนฺติ, ยญฺจ โลเก สจฺจสมฺมตํ, ตญฺจ อติธาวนฺติ. ตสฺมา เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ มิจฺฉาติ วทามิ.
‘‘‘เสมฺหสมุฏฺฐานานิปิ โข, สีวก, อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. วาตสมุฏฺฐานานิปิ โข, สีวก…เป… สนฺนิปาติกานิปิ โข, สีวก…เป… อุตุปริณามชานิปิ โข, สีวก…เป… วิสมปริหารชานิปิ โข, สีวก…เป… โอปกฺกมิกานิปิ โข, สีวก…เป… กมฺมวิปากชานิปิ โข, สีวก, อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. สามมฺปิ โข เอตํ, สีวก, เวทิตพฺพํ, ยถา กมฺมวิปากชานิปิ อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. โลกสฺสปิ โข เอตํ, สีวก, สจฺจสมฺมตํ, ยถา กมฺมวิปากชานิปิ อิเธกจฺจานิ เวทยิตานิ อุปฺปชฺชนฺติ. ตตฺร, สีวก, เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน ‘‘ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพ กตเหตู’’ติ. ยญฺจ สามํ ญาตํ, ตญฺจ อติธาวนฺติ, ยญฺจ โลเก สจฺจสมฺมตํ, ตญฺจ อติธาวนฺติ. ตสฺมา เตสํ สมณพฺราหฺมณานํ มิจฺฉาติ วทามี’’’ติ.
‘‘อิติปิ, มหาราช, น สพฺพา เวทนา กมฺมวิปากชา, สพฺพํ, มหาราช, อกุสลํ ฌาเปตฺวา ภควา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโตติ เอวเมตํ ธาเรหี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อกุสลจฺเฉทนปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. อุตฺตริกรณียปโญฺห
๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ยํ กิญฺจิ กรณียํ ตถาคตสฺส, สพฺพํ ตํ โพธิยา เยว มูเล ปรินิฏฺฐิตํ, นตฺถิ ตถาคตสฺส อุตฺตรึ กรณียํ, กตสฺส วา ปติจโย’ติ, อิทญฺจ เตมาสํ ปฏิสลฺลานํ ทิสฺสติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ยํ กิญฺจิ กรณียํ ตถาคตสฺส, สพฺพํ ตํ โพธิยา เยว มูเล ปรินิฏฺฐิตํ, นตฺถิ ตถาคตสฺส อุตฺตรึ กรณียํ, กตสฺส วา ปติจโย, เตน หิ ‘เตมาสํ ปฏิสลฺลีโน’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เตมาสํ ปฏิสลฺลีโน, เตน หิ ‘ยํ กิญฺจิ กรณียํ, ตถาคตสฺส, สพฺพํ ตํ โพธิยา เยว มูเล ปรินิฏฺฐิต’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. นตฺถิ กตกรณียสฺส ปฏิสลฺลานํ, สกรณียสฺเสว ปฏิสลฺลานํ ยถา นาม พฺยาธิตสฺเสว เภสชฺเชน กรณียํ โหติ, อพฺยาธิตสฺส กึ เภสชฺเชน. ฉาตสฺเสว โภชเนน กรณียํ โหติ, อฉาตสฺส กึ โภชเนน. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, นตฺถิ กตกรณียสฺส ปฏิสลฺลานํ, สกรณียสฺเสว ปฏิสลฺลานํ. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ยํ กิญฺจิ, มหาราช, กรณียํ ตถาคตสฺส, สพฺพํ ตํ โพธิยา เยว มูเล ปรินิฏฺฐิตํ, นตฺถิ ตถาคตสฺส อุตฺตรึ กรณียํ, กตสฺส วา ปติจโย, ภควา จ เตมาสํ ปฏิสลฺลีโน, ปฏิสลฺลานํ โข, มหาราช, พหุคุณํ, สพฺเพปิ ตถาคตา ปฏิสลฺลียิตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺตา, ตํ เต สุกตคุณมนุสฺสรนฺตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ. ยถา, มหาราช, ปุริโส รญฺโญ สนฺติกา ลทฺธวโร ปฏิลทฺธโภโค ตํ สุกตคุณมนุสฺสรนฺโต อปราปรํ รญฺโญ อุปฏฺฐานํ เอติ. เอวเมว โข, มหาราช, สพฺเพปิ ตถาคตา ปฏิสลฺลียิตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺตา, ตํ เต สุกตคุณมนุสฺสรนฺตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส อาตุโร ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ภิสกฺกมุปเสวิตฺวา โสตฺถิมนุปฺปตฺโต ตํ สุกตคุณมนุสฺสรนฺโต อปราปรํ ภิสกฺกมุปเสวติ. เอวเมว โข, มหาราช, สพฺเพปิ ตถาคตา ปฏิสลฺลียิตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺตา, ตํ เต สุกตคุณมนุสฺสรนฺตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ.
‘‘อฏฺฐวีสติ โข ปนิเม, มหาราช, ปฏิสลฺลานคุณา, เย คุเณ สมนุสฺสรนฺตา [สมนุปสฺสนฺตา (สี. ปี.)] ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ. กตเม อฏฺฐวีสติ? อิธ, มหาราช, ปฏิสลฺลานํ ปฏิสลฺลียมานํ อตฺตานํ รกฺขติ, อายุํ วฑฺเฒติ, พลํ เทติ, วชฺชํ ปิทหติ, อยสมปเนติ, ยสมุปเนติ, อรตึ วิโนเทติ, รติมุปทหติ, ภยมปเนติ, เวสารชฺชํ กโรติ, โกสชฺชมปเนติ, วีริยมภิชเนติ, ราคมปเนติ, โทสมปเนติ, โมหมปเนติ, มานํ นิหนฺติ, วิตกฺกํ ภญฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ กโรติ, มานสํ เสฺนหยติ [โสภยติ (สี.)], หาสํ ชเนติ, ครุกํ กโรติ, ลาภมุปฺปาทยติ, นมสฺสิยํ กโรติ, ปีตึ ปาเปติ, ปาโมชฺชํ กโรติ, สงฺขารานํ สภาวํ ทสฺสยติ, ภวปฺปฏิสนฺธึ อุคฺฆาเฏติ, สพฺพสามญฺญํ เทติ. อิเม โข, มหาราช, อฏฺฐวีสติ ปฏิสลฺลานคุณา, เย คุเณ สมนุสฺสรนฺตา ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ.
‘‘อปิ จ โข, มหาราช, ตถาคตา สนฺตํ สุขํ สมาปตฺติรตึ อนุภวิตุกามา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ ปริโยสิตสงฺกปฺปา. จตูหิ โข, มหาราช, การเณหิ ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ. กตเมหิ จตูหิ? วิหารผาสุตายปิ, มหาราช, ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ, อนวชฺชคุณพหุลตายปิ ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ, อเสสอริยวีถิโตปิ ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ, สพฺพพุทฺธานํ ถุตโถมิตวณฺณิตปสตฺถโตปิ ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ. อิเมหิ โข, มหาราช, จตูหิ การเณหิ ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ. อิติ โข, มหาราช, ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺติ น สกรณียตาย, น กตสฺส วา ปติจยาย, อถ โข คุณวิเสสทสฺสาวิตาย ตถาคตา ปฏิสลฺลานํ เสวนฺตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อุตฺตริกรณียปโญฺห นวโม.
๑๐. อิทฺธิพลทสฺสนปโญฺห
๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา, โส อากงฺขมาโน, อานนฺท, ตถาคโต กปฺปํ วา ติฏฺเฐยฺย กปฺปาวเสสํ วา’ติ. ปุน จ ภณิตํ ‘อิโต ติณฺณํ มาสานํ อจฺจเยน ตถาคโต ปรินิพฺพายิสฺสตี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา…เป… กปฺปาวเสสํ วา’ติ, เตน หิ เตมาสปริจฺเฉโท มิจฺฉา. ยทิ, ภนฺเต, ตถาคเตน ภณิตํ ‘อิโต ติณฺณํ มาสานํ อจฺจเยน ตถาคโต ปรินิพฺพายิสฺสตี’ติ, เตน หิ ‘‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา…เป… กปฺปาวเสสํ วา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. นตฺถิ ตถาคตานํ อฏฺฐาเน คชฺชิตํ. อโมฆวจนา พุทฺธา ภควนฺโต ตถวจนา อเทฺวชฺฌวจนา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห คมฺภีโร สุนิปุโณ ทุนฺนิชฺฌาปโย ตวานุปฺปตฺโต, ภินฺเทตํ ทิฏฺฐิชาลํ, เอกํเส ฐปย, ภินฺท ปรวาท’’นฺติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา…เป… กปฺปาวเสสํ วา’ติ, เตมาสปริจฺเฉโท จ ภณิโต, โส จ ปน กปฺโป อายุกปฺโป วุจฺจติ. น, มหาราช, ภควา อตฺตโน พลํ กิตฺตยมาโน เอวมาห, อิทฺธิพลํ ปน มหาราช, ภควา ปริกิตฺตยมาโน เอวมาห ‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา…เป… กปฺปาวเสสํ วา’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ อสฺสาชานีโย ภเวยฺย สีฆคติ อนิลชโว, ตสฺส ราชา ชวพลํ ปริกิตฺตยนฺโต สเนคมชานปทภฏพลพฺราหฺมณคหปติกอมจฺจชนมชฺเฌ เอวํ วเทยฺย ‘อากงฺขมาโน เม, โภ, อยํ หยวโร สาครชลปริยนฺตํ มหึ อนุวิจริตฺวา ขเณน อิธาคจฺเฉยฺยา’ติ, น จ ตํ ชวคตึ ตสฺสํ ปริสายํ ทสฺเสยฺย, วิชฺชติ จ โส ชโว ตสฺส, สมตฺโถ จ โส ขเณน สาครชลปริยนฺตํ มหึ อนุวิจริตุํ. เอวเมว โข, มหาราช, ภควา อตฺตโน อิทฺธิพลํ ปริกิตฺตยมาโน เอวมาห, ตมฺปิ เตวิชฺชานํ ฉฬภิญฺญานํ อรหนฺตานํ วิมลขีณาสวานํ เทวมนุสฺสานญฺจ มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ภณิตํ ‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา, โส อากงฺขมาโน, อานนฺท, ตถาคโต กปฺปํ วา ติฏฺเฐยฺย กปฺปาวเสสํ วา’ติ. วิชฺชติ จ ตํ, มหาราช, อิทฺธิพลํ ภควโต, สมตฺโถ จ ภควา อิทฺธิพเลน กปฺปํ วา ฐาตุํ กปฺปาวเสสํ วา, น จ ภควา ตํ อิทฺธิพลํ ตสฺสํ ปริสายํ ทสฺเสติ, อนตฺถิโก, มหาราช, ภควา สพฺพภเวหิ, ครหิตา จ ตถาคตสฺส สพฺพภวา. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตโกปิ คูโถ ทุคฺคนฺโธ โหติ. เอวเมว โข อหํ, ภิกฺขเว, อปฺปมตฺตกมฺปิ ภวํ น วณฺเณมิ อนฺตมโส อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปี’ติ อปิ นุ โข, มหาราช, ภควา สพฺพภวคติโยนิโย คูถสมํ ทิสฺวา อิทฺธิพลํ นิสฺสาย ภเวสุ ฉนฺทราคํ กเรยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ภควา อิทฺธิพลํ ปริกิตฺตยมาโน เอวรูปํ พุทฺธสีหนาทมภินที’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อิทฺธิพลทสฺสนปโญฺห ทสโม.
อิทฺธิพลวคฺโค ปฐโม.
อิมสฺมึ วคฺเค ทส ปญฺหา.
๒. อเภชฺชวคฺโค
๑. ขุทฺทานุขุทฺทกปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ โน อนภิญฺญายา’ติ. ปุน จ วินยปญฺญตฺติยา เอวํ ภณิตํ ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ ทุปฺปญฺญตฺตานิ, อุทาหุ อวตฺถุสฺมึ อชานิตฺวา ปญฺญตฺตานิ, ยํ ภควา อตฺตโน อจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนาเปติ? ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ โน อนภิญฺญายา’ติ, เตน หิ ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเต วินยปญฺญตฺติยา เอวํ ภณิตํ ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ เตน หิ ‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ โน อนภิญฺญายา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห สุขุโม นิปุโณ คมฺภีโร สุคมฺภีโร ทุนฺนิชฺฌาปโย, โส ตวานุปฺปตฺโต, ตตฺถ เต ญาณพลวิปฺผารํ ทสฺเสหี’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ โน อนภิญฺญายา’ติ, วินยปญฺญตฺติยาปิ เอวํ ภณิตํ ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ, ตํ ปน, มหาราช, ตถาคโต ภิกฺขู วีมํสมาโน อาห ‘อุกฺกเลสฺสนฺติ [อุกฺกฑฺฒิสฺสนฺติ (สี.), อุสฺสกฺกิสฺสนฺติ (สฺยา.)] นุ โข มม สาวกา มยา วิสฺสชฺชาปียมานา มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ, อุทาหุ อาทิยิสฺสนฺตี’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, จกฺกวตฺตี ราชา ปุตฺเต เอวํ วเทยฺย ‘อยํ โข, ตาตา, มหาชนปโท สพฺพทิสาสุ สาครปริยนฺโต, ทุกฺกโร, ตาตา, ตาวตเกน พเลน ธาเรตุํ, เอถ ตุเมฺห, ตาตา, มมจฺจเยน ปจฺจนฺเต ปจฺจนฺเต เทเส ปชหถา’ติ. อปิ นุ โข เต, มหาราช, กุมารา ปิตุอจฺจเยน หตฺถคเต ชนปเท สพฺเพ เต ปจฺจนฺเต ปจฺจนฺเต เทเส มุญฺเจยฺยุ’’นฺติ? ‘‘น หิ ภนฺเต, ราชโต [ราชาโน (สี. ปี.)], ภนฺเต, ลุทฺธตรา [ลทฺธตรา (ก.)] กุมารา รชฺชโลเภน ตทุตฺตรึ ทิคุณติคุณํ ชนปทํ ปริคฺคเณฺหยฺยุํ [ปริกฑฺเฒยฺยุํ (สี. ปี.)], กึ ปน เต หตฺถคตํ ชนปทํ มุญฺเจยฺยุ’’นฺติ? ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ภิกฺขู วีมํสมาโน เอวมาห ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ. ทุกฺขปริมุตฺติยา, มหาราช, พุทฺธปุตฺตา ธมฺมโลเภน อญฺญมฺปิ อุตฺตรึ ทิยฑฺฒสิกฺขาปทสตํ โคเปยฺยุํ, กึ ปน ปกติปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ มุญฺเจยฺยุ’’นฺติ?
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ภควา อาห ‘ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานี’ติ, เอตฺถายํ ชโน สมฺมูโฬฺห วิมติชาโต อธิกโต สํสยปกฺขนฺโท. กตมานิ ตานิ ขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ, กตมานิ อนุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ? ทุกฺกฏํ, มหาราช, ขุทฺทกํ สิกฺขาปทํ, ทุพฺภาสิตํ อนุขุทฺทกํ สิกฺขาปทํ, อิมานิ เทฺว ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ, ปุพฺพเกหิปิ, มหาราช, มหาเถเรหิ เอตฺถ วิมติ อุปฺปาทิตา, เตหิปิ เอกชฺฌํ น กโต ธมฺมสณฺฐิติปริยาเย ภควตา เอโส ปโญฺห อุปทิฏฺโฐติ. จิรนิกฺขิตฺตํ, ภนฺเต นาคเสน, ชินรหสฺสํ อชฺเชตรหิ โลเก วิวฏํ ปากฏํ กต’’นฺติ.
ขุทฺทานุขุทฺทกปโญฺห ปฐโม.