๕. อนุมานปโญฺห
๑. พุทฺธวคฺโค
๑. ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ อนุปฺปชฺชมานปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ เอกิสฺสา โลกธาตุยา เทฺว อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺโธ อปุพฺพํ อจริมํ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’ติ. เทเสนฺตา จ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพปิ ตถาคตา สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺเม เทเสนฺติ, กถยมานา จ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ กเถนฺติ, สิกฺขาเปนฺตา จ ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขาเปนฺติ, อนุสาสมานา จ อปฺปมาทปฺปฏิปตฺติยํ อนุสาสนฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพสมฺปิ ตถาคตานํ เอกา เทสนา เอกา กถา เอกา สิกฺขา เอกา อนุสิฏฺฐิ, เกน การเณน เทฺว ตถาคตา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ? เอเกนปิ ตาว พุทฺธุปฺปาเทน อยํ โลโก โอภาสชาโต, ยทิ ทุติโย พุทฺโธ ภเวยฺย, ทฺวินฺนํ ปภาย อยํ โลโก ภิยฺโยโสมตฺตาย โอภาสชาโต ภเวยฺย, โอวทมานา จ เทฺว ตถาคตา สุขํ โอวเทยฺยุํ, อนุสาสมานา จ สุขํ อนุสาเสยฺยุํ, ตตฺถ เม การณํ พฺรูหิ, ยถาหํ นิสฺสํสโย ภเวยฺย’’นฺติ.
‘‘อยํ, มหาราช, ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี, เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ, ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย.
‘‘ยถา, มหาราช, นาวา เอกปุริสสนฺธารณี [เอกปุริสสนฺตารณี (สี. ปี.)] ภเวยฺย, เอกสฺมึ ปุริเส อภิรูเฬฺห สา นาวา สมุปาทิกา [สมุทกา (ก.)] ภเวยฺย. อถ ทุติโย ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ตาทิโส อายุนา วณฺเณน วเยน ปมาเณน กิสถูเลน สพฺพงฺคปจฺจงฺเคน, โส ตํ นาวํ อภิรูเหยฺย, อปิ นุ สา, มหาราช, นาวา ทฺวินฺนมฺปิ ธาเรยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย, โอสีเทยฺย อุทเก’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อยํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี, เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ, ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺย.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส ยาวทตฺถํ โภชนํ ภุญฺเชยฺย ฉาเทนฺตํ ยาว กณฺฐมภิปูรยิตฺวา, โส ธาโต ปีณิโต ปริปุณฺโณ นิรนฺตโร ตนฺทิกโต อโนนมิตทณฺฑชาโต ปุนเทว ตตฺตกํ โภชนํ ภุญฺเชยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส สุขิโต ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, สกึ ภุตฺโตว มเรยฺยา’’ติ [ภุตฺโต วเมยฺยาติ (ก.)]. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อยํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ เอกพุทฺธธารณี, เอกสฺเสว ตถาคตสฺส คุณํ ธาเรติ, ยทิ ทุติโย พุทฺโธ อุปฺปชฺเชยฺย, นายํ ทสสหสฺสี โลกธาตุ ธาเรยฺย, จเลยฺย กมฺเปยฺย นเมยฺย โอนเมยฺย วินเมยฺย วิกิเรยฺย วิธเมยฺย วิทฺธํเสยฺย, น ฐานมุปคจฺเฉยฺยา’’ติ.
‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, อติธมฺมภาเรน ปถวี จลตี’’ติ? ‘‘อิธ, มหาราช, เทฺว สกฏา รตนปริปูริตา ภเวยฺยุํ ยาว มุขสมา, เอกสฺมา สกฏโต รตนํ คเหตฺวา เอกสฺมึ สกเฏ อากิเรยฺยุํ, อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, สกฏํ ทฺวินฺนมฺปิ สกฏานํ รตนํ ธาเรยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, นาภิปิ ตสฺส ผเลยฺย, อราปิ ตสฺส ภิชฺเชยฺยุํ, เนมิปิ ตสฺส โอปเตยฺย, อกฺโขปิ ตสฺส ภิชฺเชยฺยา’’ติ. ‘‘กึ นุ โข, มหาราช, อติรตนภาเรน สกฏํ ภิชฺชตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อติธมฺมภาเรน ปถวี จลติ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, อิมํ การณํ พุทฺธพลปริทีปนาย โอสาริตํ. อญฺญมฺปิ ตตฺถ อภิรูปํ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺโธ เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ. ยทิ, มหาราช, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย ‘ตุมฺหากํ พุทฺโธ, อมฺหากํ พุทฺโธ’ติ, อุภโต ปกฺขชาตา ภเวยฺยุํ, ยถา, มหาราช, ทฺวินฺนํ พลวามจฺจานํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย ‘ตุมฺหากํ อมจฺโจ, อมฺหากํ อมจฺโจ’ติ, อุภโต ปกฺขชาตา โหนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ยทิ เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสํ ปริสาย วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย ‘ตุมฺหากํ พุทฺโธ, อมฺหากํ พุทฺโธ’ติ, อุภโต ปกฺขชาตา ภเวยฺยุํ. อิทํ ตาว, มหาราช, เอกํ การณํ, เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ. ยทิ, มหาราช, เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ อุปฺปชฺเชยฺยุํ, ‘อคฺโค พุทฺโธ’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย, ‘เชฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย, ‘เสฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ, ‘วิสิฏฺโฐ พุทฺโธ’ติ, ‘อุตฺตโม พุทฺโธ’ติ, ‘ปวโร พุทฺโธ’ติ, ‘อสโม พุทฺโธ’ติ, ‘อสมสโม พุทฺโธ’ติ, ‘อปฺปฏิโม พุทฺโธ’ติ, ‘อปฺปฏิภาโค พุทฺโธ’ติ, ‘อปฺปฏิปุคฺคโล พุทฺโธ’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภเวยฺย. อิทมฺปิ โข ตฺวํ, มหาราช, การณํ อตฺถโต สมฺปฏิจฺฉ, เยน การเณน เทฺว สมฺมาสมฺพุทฺธา เอกกฺขเณ นุปฺปชฺชนฺติ.
‘‘อปิ จ โข, มหาราช, พุทฺธานํ ภควนฺตานํ สภาวปกติ เอสายํ, เอโก เยว พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชติ. กสฺมา การณา? มหนฺตตาย สพฺพญฺญุพุทฺธคุณานํ. อญฺญมฺปิ, มหาราช, ยํ โลเก มหนฺตํ, ตํ เอกํ เยว โหติ. ปถวี, มหาราช, มหนฺตี, สา เอกา เยว. สาคโร มหนฺโต, โส เอโก เยว. สิเนรุ คิริราชา มหนฺโต, โส เอโก เยว. อากาโส มหนฺโต, โส เอโก เยว. สกฺโก มหนฺโต, โส เอโก เยว. มาโร มหนฺโต, โส เอโก เยว. มหาพฺรหฺมา มหนฺโต, โส เอโก เยว. ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ มหนฺโต, โส เอโก เยว โลกสฺมึ. ยตฺถ เต อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ อญฺญสฺส โอกาโส น โหติ, ตสฺมา, มหาราช, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ เอโก เยว โลกสฺมึ อุปฺปชฺชตี’’ติ.
‘‘สุกถิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห โอปมฺเมหิ การเณหิ. อนิปุโณเปตํ สุตฺวา อตฺตมโน ภเวยฺย, กึ ปน มาทิโส มหาปญฺโญ. สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ อนุปฺปชฺชมานปโญฺห ปฐโม.
๒. โคตมิวตฺถทานปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา มาตุจฺฉาย มหาปชาปติยา โคตมิยา วสฺสิกสาฏิกาย ทียมานาย ‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’ติ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต สงฺฆรตนโต น ภาริโก น ครุโก น ทกฺขิเณยฺโย, ยํ ตถาคโต สกาย มาตุจฺฉาย สยํ ปิญฺชิตํ [ปิจฺฉิตํ (สี. ปี.)] สยํ ลุญฺจิตํ สยํ โปถิตํ สยํ กนฺติตํ สยํ วายิตํ วสฺสิกสาฏิกํ อตฺตโน ทียมานํ สงฺฆสฺส ทาเปสิ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต สงฺฆรตนโต อุตฺตโร ภเวยฺย อธิโก วา วิสิฏฺโฐ วา, ‘มยิ ทินฺเน มหปฺผลํ ภวิสฺสตี’ติ น ตถาคโต มาตุจฺฉาย สยํ ปิญฺชิตํ สยํ ลุญฺจิตํ สยํ โปถิตํ วสฺสิกสาฏิกํ สงฺเฆ ทาเปยฺย, ยสฺมา จ โข ภนฺเต นาคเสน ตถาคโต อตฺตานํ น ปตฺถยติ [น ปตฺถียติ (สี. ปี.)] น อุปนิสฺสยติ, ตสฺมา ตถาคโต มาตุจฺฉาย ตํ วสฺสิกสาฏิกํ สงฺฆสฺส ทาเปสี’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา มาตุจฺฉาย มหาปชาปติยา โคตมิยา วสฺสิกสาฏิกาย ทียมานาย ‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’ติ. ตํ ปน น อตฺตโน ปติมานนสฺส อวิปากตาย น อทกฺขิเณยฺยตาย, อปิ จ โข, มหาราช, หิตตฺถาย อนุกมฺปาย อนาคตมทฺธานํ สงฺโฆ มมจฺจเยน จิตฺตีกโต ภวิสฺสตีติ วิชฺชมาเน เยว คุเณ ปริกิตฺตยนฺโต เอวมาห ‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, ปิตา ธรมาโน เยว อมจฺจภฏพลโทวาริกอนีกฏฺฐปาริสชฺชชนมชฺเฌ รญฺโญ สนฺติเก ปุตฺตสฺส วิชฺชมานํ เยว คุณํ ปกิตฺเตติ [ปริกิตฺเตติ (ก.)] ‘อิธ ฐปิโต อนาคตมทฺธานํ ชนมชฺเฌ ปูชิโต ภวิสฺสตี’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต หิตตฺถาย อนุกมฺปาย อนาคตมทฺธานํ สงฺโฆ มมจฺจเยน จิตฺตีกโต ภวิสฺสตีติ วิชฺชมาเน เยว คุเณ ปกิตฺตยนฺโต เอวมาห ‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปุชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’ติ.
‘‘น โข, มหาราช, ตาวตเกน วสฺสิกสาฏิกานุปฺปทานมตฺตเกน สงฺโฆ ตถาคตโต อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วา. ยถา, มหาราช, มาตาปิตโร ปุตฺตานํ อุจฺฉาเทนฺติ ปริมทฺทนฺติ นหาเปนฺติ สมฺพาเหนฺติ, อปิ นุ โข, มหาราช, ตาวตเกน อุจฺฉาทนปริมทฺทนนหาปนสมฺพาหนมตฺตเกน ‘ปุตฺโต มาตาปิตูหิ อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วา’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อกามกรณียา ภนฺเต ปุตฺตา มาตาปิตูนํ, ตสฺมา มาตาปิตโร ปุตฺตานํ อุจฺฉาทนปริมทฺทนนหาปนสมฺพาหนํ กโรนฺตี’’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, น ตาวตเกน วสฺสิกสาฏิกานุปฺปทานมตฺตเกน สงฺโฆ ตถาคตโต อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วาติ. อปิ จ ตถาคโต อกามกรณียํ กโรนฺโต มาตุจฺฉาย ตํ วสฺสิกสาฏิกํ สงฺฆสฺส ทาเปสิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส รญฺโญ อุปายนํ อาหเรยฺย, ตํ ราชา อุปายนํ อญฺญตรสฺส ภฏสฺส วา พลสฺส วา เสนาปติสฺส วา ปุโรหิตสฺส วา ทเทยฺย. อปิ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส ตาวตเกน อุปายนปฏิลาภมตฺตเกน รญฺญา อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ราชภตฺติโก, ภนฺเต, โส ปุริโส ราชูปชีวี, ตฏฺฐาเน ฐเปนฺโต ราชา อุปายนํ เทตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, น ตาวตเกน วสฺสิกสาฏิกานุปฺปทานมตฺตเกน สงฺโฆ ตถาคตโต อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วา, อถ โข ตถาคตภตฺติโก ตถาคตูปชีวี. ตฏฺฐาเน ฐเปนฺโต ตถาคโต สงฺฆสฺส วสฺสิกสาฏิกํ ทาเปสิ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, ตถาคตสฺส เอวํ อโหสิ ‘สภาวปฏิปูชนีโย สงฺโฆ, มม สนฺตเกน สงฺฆํ ปฏิปูเชสฺสามี’ติ สงฺฆสฺส วสฺสิกสาฏิกํ ทาเปสิ, น, มหาราช, ตถาคโต อตฺตโน เยว ปฏิปูชนํ วณฺเณติ, อถ โข เย โลเก ปฏิปูชนารหา, เตสมฺปิ ตถาคโต ปฏิปูชนํ วณฺเณติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน มชฺฌิมนิกายวรลญฺฉเก ธมฺมทายาทธมฺมปริยาเย อปฺปิจฺฉปฺปฏิปตฺตึ ปกิตฺตยมาเนน ‘อสุ เยว เม ปุริโม ภิกฺขุ ปุชฺชตโร จ ปาสํสตโร จา’ติ. ‘‘นตฺถิ, มหาราช, ภเวสุ โกจิ สตฺโต ตถาคตโต ทกฺขิเณยฺโย วา อุตฺตโร วา อธิโก วา วิสิฏฺโฐ วา, ตถาคโตว อุตฺตโร อธิโก วิสิฏฺโฐ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, สํยุตฺตนิกายวเร มาณวคามิเกน เทวปุตฺเตน ภควโต ปุรโต ฐตฺวา เทวมนุสฺสมชฺเฌ –
‘‘‘วิปุโล ราชคหียานํ [ราชคหิกานํ (ก.) สํ. นิ. ๑.๑๑๑ ปสฺสิตพฺพํ], คิริ เสฏฺโฐ ปวุจฺจติ;
เสโต หิมวตํ เสฏฺโฐ, อาทิจฺโจ อฆคามินํ.
‘‘‘สมุทฺโท อุทธินํ เสฏฺโฐ, นกฺขตฺตานญฺจ จนฺทิมา;
สเทวกสฺส โลกสฺส, พุทฺโธ อคฺโค ปวุจฺจตี’ติ.
‘‘ตา โข ปเนตา, มหาราช, มาณวคามิเกน เทวปุตฺเตน คาถา สุคีตา น ทุคฺคีตา, สุภาสิตา น ทุพฺภาสิตา, อนุมตา จ ภควตา, นนุ, มหาราช, เถเรนปิ สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา ภณิตํ –
‘‘‘เอโก มโนปสาโท; สรณคมนมญฺชลิปณาโม วา;
อุสฺสหเต ตารยิตุํ, มารพลนิสูทเน พุทฺเธ’ติ.
‘‘ภควตา จ ภณิตํ เทวาติเทเวน ‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. กตโม เอกปุคฺคโล? ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… เทวมนุสฺสาน’’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
โคตมิวตฺถทานปโญฺห ทุติโย.
๓. คิหิปพฺพชิตสมฺมาปฏิปตฺติปโญฺห
[๓] ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘คิหิโน วาหํ, ภิกฺขเว, ปพฺพชิตสฺส วา สมฺมาปฏิปตฺตึ วณฺเณมิ, คิหี วา ภิกฺขเว ปพฺพชิโต วา สมฺมาปฏิปนฺโน สมฺมาปฏิปตฺตาธิกรณเหตุ อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสล’’นฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, คิหี โอทาตวสโน กามโภคี ปุตฺตทารสมฺพาธสยนํ อชฺฌาวสนฺโต กาสิกจนฺทนํ ปจฺจนุโภนฺโต มาลาคนฺธวิเลปนํ ธาเรนฺโต ชาตรูปรชตํ สาทิยนฺโต มณิกุณฺฑล [มณิกนก (สี. ปี.)] วิจิตฺตโมฬิพทฺโธ สมฺมาปฏิปนฺโน อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสลํ, ปพฺพชิโตปิ ภณฺฑุกาสาววตฺถวสโน ปรปิณฺฑมชฺฌุปคโต จตูสุ สีลกฺขนฺเธสุ สมฺมาปริปูรการี ทิยฑฺเฒสุ สิกฺขาปทสเตสุ สมาทาย วตฺตนฺโต เตรสสุ ธุตคุเณสุ อนวเสสํ วตฺตนฺโต สมฺมาปฏิปนฺโน อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสลํ. ตตฺถ, ภนฺเต, โก วิเสโส คิหิโน วา ปพฺพชิตสฺส วา? อผลํ โหติ ตโปกมฺมํ, นิรตฺถกา ปพฺพชฺชา. วญฺฌา สิกฺขาปทโคปนา, โมฆํ ธุตคุณสมาทานํ, กึ ตตฺถ ทุกฺขมนุจิณฺเณน, นนุ นาม สุเขเนว สุขํ อธิคนฺตพฺพ’’นฺติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘คิหิโน วาหํ, ภิกฺขเว, ปพฺพชิตสฺส วา สมฺมาปฏิปตฺตึ วณฺเณมิ, คิหี วา, ภิกฺขเว, ปพฺพชิโต วา สมฺมาปฏิปนฺโน สมฺมาปฏิปตฺตาธิกรณเหตุ อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสล’’นฺติ. เอวเมตํ, มหาราช, สมฺมาปฏิปนฺโนว เสฏฺโฐ, ปพฺพชิโตปิ, มหาราช, ‘ปพฺพชิโตมฺหี’ติ น สมฺมา ปฏิปชฺเชยฺย, อถ โข โส อารกาว สามญฺญา, อารกาว พฺรหฺมญฺญา, ปเคว คิหี โอทาตวสโน. คิหีปิ, มหาราช, สมฺมาปฏิปนฺโน อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสลํ, ปพฺพชิโตปิ, มหาราช, สมฺมาปฏิปนฺโน อาราธโก โหติ ญายํ ธมฺมํ กุสลํ.
‘‘อปิ จ โข, มหาราช, ปพฺพชิโตว สามญฺญสฺส อิสฺสโร อธิปติ; ปพฺพชฺชา, มหาราช, พหุคุณา อเนกคุณา อปฺปมาณคุณา, น สกฺกา ปพฺพชฺชาย คุณํ ปริมาณํ กาตุํ.
‘‘ยถา, มหาราช, กามททสฺส มณิรตนสฺส น สกฺกา ธเนน อคฺโฆ ปริมาณํ กาตุํ ‘เอตฺตกํ มณิรตนสฺส มูล’นฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ปพฺพชฺชา พหุคุณา อเนกคุณา อปฺปมาณคุณา, น สกฺกา ปพฺพชฺชาย คุณํ ปริมาณํ กาตุํ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, มหาสมุทฺเท อูมิโย น สกฺกา ปริมาณํ กาตุํ ‘เอตฺตกา มหาสมุทฺเท อูมิโย’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, ปพฺพชฺชา พหุคุณา อเนกคุณา อปฺปมาณคุณา, น สกฺกา ปพฺพชฺชาย คุณํ ปริมาณํ กาตุํ.
‘‘ปพฺพชิตสฺส, มหาราช, ยํ กิญฺจิ กรณียํ, สพฺพํ ตํ ขิปฺปเมว สมิชฺฌติ โน จิรรตฺตาย. กึ การณา? ปพฺพชิโต, มหาราช, อปฺปิจฺโฉ โหติ สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อารทฺธวีริโย นิราลโย อนิเกโต ปริปุณฺณสีโล สลฺเลขิตาจาโร ธุตปฺปฏิปตฺติกุสโล โหติ, ตํ การณา ปพฺพชิตสฺส ยํ กิญฺจิ กรณียํ, สพฺพํ ตํ ขิปฺปเมว สมิชฺฌติ โน จิรรตฺตาย. ยถา, มหาราช, นิคฺคณฺฐิสมสุโธตอุชุวิมลนาราโจ สุสชฺชิโต สมฺมา วหติ, เอวเมว โข, มหาราช, ปพฺพชิตสฺส ยํ กิญฺจิ กรณียํ, สพฺพํ ตํ ขิปฺปเมว สมิชฺฌติ โน จิรรตฺตายา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
คิหิปพฺพชิตสมฺมาปฏิปตฺติปโญฺห ตติโย.
๔. ปฏิปทาโทสปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยทา โพธิสตฺโต ทุกฺกรการิกํ อกาสิ, เนตาทิโส อญฺญตฺร อารมฺโภ อโหสิ นิกฺกโม กิเลสยุทฺธํ มจฺจุเสนํ วิธมนํ อาหารปริคฺคโห ทุกฺกรการิกา, เอวรูเป ปรกฺกเม กิญฺจิ อสฺสาทํ อลภิตฺวา ตเมว จิตฺตํ ปริหาเปตฺวา เอวมโวจ ‘น โข ปนาหํ อิมาย กฏุกาย ทุกฺกรการิกาย อธิคจฺฉามิ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ, สิยา นุ โข อญฺโญ มคฺโค โพธายา’ติ, ตโต นิพฺพินฺทิตฺวา อญฺเญน มเคน สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, ปุน ตาย ปฏิปทาย สาวเก อนุสาสติ สมาทเปติ.
‘‘‘อารมฺภถ นิกฺขมถ, ยุญฺชถ พุทฺธสาสเน;
ธุนาถ มจฺจุโน เสนํ, นฬาคารํว กุญฺชโร’ติ [สํ. นิ. ๑.๑๘๕].
‘‘เกน น โข, ภนฺเต นาคเสน, การเณน ตถาคโต ยาย ปฏิปทาย อตฺตนา นิพฺพินฺโน วิรตฺตรูโป, ตตฺถ สาวเก อนุสาสติ สมาทเปตี’’ติ?
‘‘ตทาปิ, มหาราช, เอตรหิปิ สา เยว ปฏิปทา, ตํ เยว ปฏิปทํ ปฏิปชฺชิตฺวา โพธิสตฺโต สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต. อปิ จ, มหาราช, โพธิสตฺโต อติวีริยํ กโรนฺโต นิรวเสสโต อาหารํ อุปรุนฺธิ. ตสฺส อาหารูปโรเธน จิตฺตทุพฺพลฺยํ อุปฺปชฺชิ. โส เตน ทุพฺพเลฺยน นาสกฺขิ สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตุํ, โส มตฺตมตฺตํ กพฬีการาหารํ เสวนฺโต ตาเยว ปฏิปทาย นจิรสฺเสว สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิ. โส เยว, มหาราช, ปฏิปทา สพฺเพสํ ตถาคตานํ สพฺพญฺญุตญาณปฺปฏิลาภาย.
‘‘ยถา, มหาราช, สพฺเพสํ สตฺตานํ อาหาโร อุปตฺถมฺโภ, อาหารูปนิสฺสิตา สพฺเพ สตฺตา สุขํ อนุภวนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, สา เยว ปฏิปทา สพฺเพสํ ตถาคตานํ สพฺพญฺญุตญาณปฺปฏิลาภาย, เนโส, มหาราช, โทโส อารมฺภสฺส, น นิกฺกมสฺส, น กิเลสยุทฺธสฺส, เยน ตถาคโต ตสฺมึ สมเย น ปาปุณิ สพฺพญฺญุตญาณํ, อถ โข อาหารูปโรธสฺเสเวโส โทโส, สทา ปฏิยตฺตา เยเวสา ปฏิปทา.
‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส อทฺธานํ อติเวเคน คจฺเฉยฺย, เตน โส ปกฺขหโต วา ภเวยฺย ปีฐสปฺปี วา อสญฺจโร ปถวิตเล. อปิ นุ โข, มหาราช, มหาปถวิยา โทโส อตฺถิ, เยน โส ปุริโส ปกฺขหโต อโหสี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต; สทา ปฏิยตฺตา, ภนฺเต, มหาปถวี, กุโต ตสฺสา โทโส? วายามสฺเสเวโส โทโส, เยน โส ปุริโส ปกฺขหโต อโหสี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, เนโส โทโส อารมฺภสฺส, น นิกฺกมสฺส, น กิเลสยุทฺธสฺส, เยน ตถาคโต ตสฺมึ สมเย น ปาปุณิ สพฺพญฺญุตญาณํ, อถ โข อาหารูปโรธสฺเสเวโส โทโส สทา ปฏิยตฺตา เยเวสา ปฏิปทา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส กิลิฏฺฐํ สาฏกํ นิวาเสยฺย, น โส ตํ โธวาเปยฺย, เนโส โทโส อุทกสฺส, สทา ปฏิยตฺตํ อุทกํ. ปุริสสฺเสเวโส โทโส. เอวเมว โข, มหาราช, เนโส โทโส อารมฺภสฺส, น นิกฺกมสฺส, น กิเลสยุทฺธสฺส, เยน ตถาคโต ตสฺมึ สมเย น ปาปุณิ สพฺพญฺญุตญาณํ, อถ โข อาหารูปโรธสฺเสเวโส โทโส, สทา ปฏิยตฺตา เยเวสา ปฏิปทา, ตสฺมา ตถาคโต ตาเยว ปฏิปทาย สาวเก อนุสาสติ สมาทเปติ, เอวํ โข, มหาราช, สทา ปฏิยตฺตา อนวชฺชา สา ปฏิปทา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ปฏิปทาโทสปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. หีนายาวตฺตนปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, มหนฺตํ อิทํ ตถาคตสาสนํ สารํ วรํ เสฏฺฐํ ปวรํ อนุปมํ ปริสุทฺธํ วิมลํ ปณฺฑรํ อนวชฺชํ, น ยุตฺตํ คิหึ ตาวตกํ ปพฺพเชตุํ, คิหี เยว [คิหึ เยว (สี. ปี.)] เอกสฺมึ ผเล วิเนตฺวา ยทา อปุนราวตฺตี โหติ ตทา โส ปพฺพาเชตพฺโพ. กึ การณา? อิเม ทุชฺชนา ตาว ตตฺถ สาสเน วิสุทฺเธ ปพฺพชิตฺวา ปฏินิวตฺติตฺวา หีนายาวตฺตนฺติ, เตสํ ปจฺจาคมเนน อยํ มหาชโน เอวํ วิจินฺเตติ ‘ตุจฺฉกํ วต โภ เอตํ สมณสฺส โคตมสฺส สาสนํ ภวิสฺสติ, ยํ อิเม ปฏินิวตฺตนฺตี’ติ, อิทเมตฺถ การณ’’นฺติ.
‘‘ยถา, มหาราช, ตฬาโก ภเวยฺย สมฺปุณฺณสุจิวิมลสีตลสลิโล, อถ โย โกจิ กิลิฏฺโฐ มลกทฺทมคโต ตํ ตฬากํ คนฺตฺวา อนหายิตฺวา กิลิฏฺโฐว ปฏินิวตฺเตยฺย, ตตฺถ, มหาราช, กตมํ ชโน ครเหยฺย กิลิฏฺฐํ วา ตฬากํ วา’’ติ? ‘‘กิลิฏฺฐํ, ภนฺเต, ชโน ครเหยฺย ‘อยํ ตฬากํ คนฺตฺวา อนหายิตฺวา กิลิฏฺโฐว ปฏินิวตฺโต, กึ อิมํ อนหายิตุกามํ ตฬาโก สยํ นหาเปสฺสติ, โก โทโส ตฬากสฺสา’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต วิมุตฺติวรสลิลสมฺปุณฺณํ สทฺธมฺมวรตฬากํ มาเปสิ ‘เย เกจิ กิเลสมลกิลิฏฺฐา สเจตนา พุธา, เต อิธ นหายิตฺวา สพฺพกิเลเส ปวาหยิสฺสนฺตี’ติ. ยทิ โกจิ ตํ สทฺธมฺมวรตฬากํ คนฺตฺวา อนหายิตฺวา สกิเลโสว ปฏินิวตฺติตฺวา หีนายาวตฺตติ ตํ เยว ชโน ครหิสฺสติ ‘อยํ ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา ตตฺถ ปติฏฺฐํ อลภิตฺวา หีนายาวตฺโต, กึ อิมํ อปฺปฏิปชฺชนฺตํ ชินสาสนํ สยํ โพเธสฺสติ, โก โทโส ชินสาสนสฺสา’ติ?
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส ปรมพฺยาธิโต โรคุปฺปตฺติกุสลํ อโมฆธุวสิทฺธกมฺมํ ภิสกฺกํ สลฺลกตฺตํ ทิสฺวา อติกิจฺฉาเปตฺวา สพฺยาธิโกว ปฏินิวตฺเตยฺย, ตตฺถ กตมํ ชโน ครเหยฺย อาตุรํ วา ภิสกฺกํ วา’’ติ? ‘‘อาตุรํ, ภนฺเต, ชโน ครเหยฺย ‘อยํ โรคุปฺปตฺติกุสลํ อโมฆธุวสิทฺธกมฺมํ ภิสกฺกํ สลฺลกตฺตํ ทิสฺวา อติกิจฺฉาเปตฺวา สพฺยาธิโกว ปฏินิวตฺโต, กึ อิมํ อติกิจฺฉาเปนฺตํ ภิสกฺโก สยํ ติกิจฺฉิสฺสติ, โก โทโส ภิสกฺกสฺสา’’’ติ? ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต อนฺโตสาสนสมุคฺเค เกวลํ สกลกิเลสพฺยาธิวูปสมนสมตฺถํ อมโตสธํ ปกฺขิปิ, ‘เย เกจิ กิเลสพฺยาธิปีฬิตา สเจตนา พุธา, เต อิมํ อมโตสธํ ปิวิตฺวา สพฺพกิเลสพฺยาธึ วูปสเมสฺสนฺตี’ติ. ยทิ โกจิ ยํ อมโตสธํ อปิวิตฺวา สกิเลโสว ปฏินิวตฺติตฺวา หีนายาวตฺตติ, ตํ เยว ชโน ครหิสฺสติ ‘อยํ ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา ตตฺถ ปติฏฺฐํ อลภิตฺวา หีนายาวตฺโต, กึ อิมํ อปฺปฏิปชฺชนฺตํ ชินสาสนํ สยํ โพเธสฺสติ, โก โทโส ชินสาสนสฺสา’ติ?
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ฉาโต ปุริโส มหติมหาปุญฺญภตฺตปริเวสนํ คนฺตฺวา ตํ ภตฺตํ อภุญฺชิตฺวา ฉาโตว ปฏินิวตฺเตยฺย, ตตฺถ กตมํ ชโน ครเหยฺย ฉาตํ วา ปุญฺญภตฺตํ วา’’ติ? ‘‘ฉาตํ, ภนฺเต, ชโน ครเหยฺย ‘อยํ ขุทาปีฬิโต ปุญฺญภตฺตํ ปฏิลภิตฺวา อภุญฺชิตฺวา ฉาโตว ปฏินิวตฺโต, กึ อิมสฺส อภุญฺชนฺตสฺส โภชนํ สยํ มุขํ ปวิสิสฺสติ, โก โทโส โภชนสฺสา’’’ติ? ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต อนฺโตสาสนสมุคฺเค ปรมปวรํ สนฺตํ สิวํ ปณีตํ อมตํ ปรมมธุรํ กายคตาสติโภชนํ ฐเปสิ ‘เย เกจิ กิเลสฉาตชฺฌตฺตา ตณฺหาปเรตมานสา สเจตนา พุธา, เต อิมํ โภชนํ ภุญฺชิตฺวา กามรูปารูปภเวสุ สพฺพํ ตณฺหมปเนสฺสนฺตี’ติ. ยทิ โกจิ ตํ โภชนํ อภุญฺชิตฺวา ตณฺหาสิโตว ปฏินิวตฺติตฺวา หีนายาวตฺตติ, ตญฺเญว ชโน ครหิสฺสติ ‘อยํ ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา ตตฺถ ปติฏฺฐํ อลภิตฺวา หีนายาวตฺโต, กึ อิมํ อปฺปฏิปชฺชนฺตํ ชินสาสนํ สยํ โพเธสฺสสิ, โก โทโส ชินสาสนสฺสา’ติ.
‘‘ยทิ, มหาราช, ตถาคโต คิหึ เยว เอกสฺมึ ผเล วินีตํ ปพฺพาเชยฺย, น นามายํ ปพฺพชฺชา กิเลสปฺปหานาย วิสุทฺธิยา วา, นตฺถิ ปพฺพชฺชาย กรณียํ. ยถา, มหาราช, ปุริโส อเนกสเตน กมฺเมน ตฬากํ ขณาเปตฺวา ปริสาย เอวมนุสฺสาเวยฺย ‘มา เม, โภนฺโต, เกจิ สํกิลิฏฺฐา อิมํ ตฬากํ โอตรถ, ปวาหิตรโชชลฺลา ปริสุทฺธา วิมลมฏฺฐา อิมํ ตฬากํ โอตรถา’ติ. อปิ นุ โข, มหาราช, เตสํ ปวาหิตรโชชลฺลานํ ปริสุทฺธานํ วิมลมฏฺฐานํ เตน ตฬาเกน กรณียํ ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ยสฺสตฺถาย เต ตํ ตฬากํ อุปคจฺเฉยฺยุํ, ตํ อญฺญเตฺรว เตสํ กตํ กรณียํ, กึ เตสํ เตน ตฬาเกนา’’ติ? ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยทิ ตถาคโต คิหึ เยว เอกสฺมึ ผเล วินีตํ ปพฺพาเชยฺย, ตตฺเถว เตสํ กตํ กรณียํ, กึ เตสํ ปพฺพชฺชาย.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, สภาวอิสิภตฺติโก สุตมนฺตปทธโร อตกฺกิโก โรคุปฺปตฺติกุสโล อโมฆธุวสิทฺธกมฺโม ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต สพฺพโรคูปสมเภสชฺชํ สนฺนิปาเตตฺวา ปริสาย เอวมนุสฺสาเวยฺย ‘มา โข, โภนฺโต, เกจิ สพฺยาธิกา มม สนฺติเก อุปคจฺฉถ, อพฺยาธิกา อโรคา มม สนฺติเก อุปคจฺฉถา’ติ. อปิ นุ โข, มหาราช, เตสํ อพฺยาธิกานํ อโรคานํ ปริปุณฺณานํ อุทคฺคานํ เตน ภิสกฺเกน กรณียํ ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ยสฺสตฺถาย เต ตํ ภิสกฺกํ สลฺลกตฺตํ อุปคจฺเฉยฺยุํ, ตํ อญฺญเตฺรว เตสํ กตํ กรณียํ, กึ เตสํ เตน ภิสกฺเกนา’’ติ? ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยทิ ตถาคโต คิหึ เยว เอกสฺมึ ผเล วินีตํ ปพฺพาเชยฺย, ตตฺเถว เตสํ กตํ กรณียํ, กึ เตสํ ปพฺพชฺชาย?
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โกจิ ปุริโส อเนกถาลิปากสตํ โภชนํ ปฏิยาทาเปตฺวา ปริสาย เอวมนุสฺสาเวยฺย ‘มา เม, โภนฺโต, เกจิ ฉาตา อิมํ ปริเวสนํ อุปคจฺฉถ, สุภุตฺตา ติตฺตา สุหิตา ธาตา ปีณิตา ปริปุณฺณา อิมํ ปริเวสนํ อุปคจฺฉถา’’ติ. อปิ นุ โข มหาราช, เตสํ ภุตฺตาวีนํ ติตฺตานํ สุหิตานํ ธาตานํ ปีณิตานํ ปริปุณฺณานํ เตน โภชเนน กรณียํ ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ยสฺสตฺถาย เต ตํ ปริเวสนํ อุปคจฺเฉยฺยุํ, ตํ อญฺญเตฺรว เตสํ กตํ กรณียํ, กึ เตสํ ตาย ปริเวสนายา’’ติ? ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยทิ ตถาคโต คิหึ เยว เอกสฺมึ ผเล วินีตํ ปพฺพาเชยฺย, ตตฺเถว เตสํ กตํ กรณียํ, กึ เตสํ ปพฺพชฺชาย?
‘‘อปิ จ, มหาราช, เย หีนายาวตฺตนฺติ, เต ชินสาสนสฺส ปญฺจ อตุลิเย คุเณ ทสฺเสนฺติ. กตเม ปญฺจ? ภูมิมหนฺตภาวํ ทสฺเสนฺติ, ปริสุทฺธวิมลภาวํ ทสฺเสนฺติ, ปาเปหิ อสํวาสิยภาวํ ทสฺเสนฺติ, ทุปฺปฏิเวธภาวํ ทสฺเสนฺติ, พหุสํวรรกฺขิยภาวํ ทสฺเสนฺติ.
‘‘กถํ ภูมิมหนฺตภาวํ ทสฺเสนฺติ? ยถา, มหาราช, ปุริโส อธโน หีนชจฺโจ นิพฺพิเสโส พุทฺธิปริหีโน มหารชฺชํ ปฏิลภิตฺวา น จิรสฺเสว ปริปตติ ปริธํสติ ปริหายติ ยสโต, น สกฺโกติ อิสฺสริยํ สนฺธาเรตุํ. กึ การณํ? มหนฺตตฺตา อิสฺสริยสฺส. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ นิพฺพิเสสา อกตปุญฺญา พุทฺธิปริหีนา ชินสาสเน ปพฺพชนฺติ, เต ตํ ปพฺพชฺชํ ปวรุตฺตมํ สนฺธาเรตุํ อวิสหนฺตา น จิรสฺเสว ชินสาสนา ปริปติตฺวา ปริธํสิตฺวา ปริหายิตฺวา หีนายาวตฺตนฺติ, น สกฺโกนฺติ ชินสาสนํ สนฺธาเรตุํ. กึ การณํ? มหนฺตตฺตา ชินสาสนภูมิยา. เอวํ ภูมิมหนฺตภาวํ ทสฺเสนฺติ.
‘‘กถํ ปริสุทฺธวิมลภาวํ ทสฺเสนฺติ? ยถา, มหาราช, วาริ โปกฺขรปตฺเต วิกิรติ วิธมติ วิธํเสติ, น ฐานมุปคจฺฉติ นูปลิมฺปติ. กึ การณํ? ปริสุทฺธวิมลตฺตา ปทุมสฺส. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ สฐา กูฏา วงฺกา กุฏิลา วิสมทิฏฺฐิโน ชินสาสเน ปพฺพชนฺติ, เต ปริสุทฺธวิมลนิกฺกณฺฏกปณฺฑรวรปฺปวรสาสนโต น จิรสฺเสว วิกิริตฺวา วิธมิตฺวา วิธํเสตฺวา อสณฺฐหิตฺวา อนุปลิมฺปิตฺวา หีนายาวตฺตนฺติ. กึ การณํ? ปริสุทฺธวิมลตฺตา ชินสาสนสฺส. เอวํ ปริสุทฺธวิมลภาวํ ทสฺเสนฺติ.
‘‘กถํ ปาเปหิ อสํวาสิยภาวํ ทสฺเสนฺติ? ยถา, มหาราช, มหาสมุทฺโท น มเตน กุณเปน สํวสติ, ยํ โหติ มหาสมุทฺเท มตํ กุณปํ, ตํ ขิปฺปเมว ตีรํ อุปเนติ ถลํ วา อุสฺสาเรติ. กึ การณํ? มหาภูตานํ ภวนตฺตา มหาสมุทฺทสฺส. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ ปาปกา อสํวุตา อหิริกา อกิริยา โอสนฺนวีริยา กุสีตา กิลิฏฺฐา ทุชฺชนา มนุสฺสา ชินสาสเน ปพฺพชนฺติ, เต น จิรสฺเสว ชินสาสนโต อรหนฺตวิมลขีณาสวมหาภูตภวนโต นิกฺขมิตฺวา อสํวสิตฺวา หีนายาวตฺตนฺติ. กึ การณํ? ปาเปหิ อสํวาสิยตฺตา ชินสาสนสฺส. เอวํ ปาเปหิ อสํวาสิยภาวํ ทสฺเสนฺติ.
‘‘กถํ ทุปฺปฏิเวธภาวํ ทสฺเสนฺติ? ยถา, มหาราช, เย เกจิ อเฉกา อสิกฺขิตา อสิปฺปิโน มติวิปฺปหีนา อิสฺสาสา [อิสฺสตฺถา (สี. สฺยา. ปี.)] วาลคฺคเวธํ อวิสหนฺตา วิคฬนฺติ ปกฺกมนฺติ. กึ การณํ? สณฺหสุขุมทุปฺปฏิเวธตฺตา วาลคฺคสฺส. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ ทุปฺปญฺญา ชฬา เอฬมูคา มูฬฺหา ทนฺธคติกา ชนา ชินสาสเน ปพฺพชนฺติ, เต ตํ ปรมสณฺหสุขุมจตุสจฺจปฺปฏิเวธํ ปฏิวิชฺฌิตุํ อวิสหนฺตา ชินสาสนา วิคฬิตฺวา ปกฺกมิตฺวา น จิรสฺเสว หีนายาวตฺตนฺติ. กึ การณํ? ปรมสณฺหสุขุมทุปฺปฏิเวธตาย สจฺจานํ. เอวํ ทุปฺปฏิเวธภาวํ ทสฺเสนฺติ.
‘‘กถํ พหุสํวรรกฺขิยภาวํ ทสฺเสนฺติ? ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส มหติมหายุทฺธภูมิมุปคโต ปรเสนาย ทิสาวิทิสาหิ สมนฺตา ปริวาริโต สตฺติหตฺถํ ชนมุเปนฺตํ ทิสฺวา ภีโต โอสกฺกติ ปฏินิวตฺตติ ปลายติ. กึ การณํ? พหุวิธยุทฺธมุขรกฺขณภยา. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ ปาปกา อสํวุตา อหิริกา อกิริยา อกฺขนฺตี จปลา จลิตา อิตฺตรา พาลชนา ชินสาสเน ปพฺพชนฺติ, เต พหุวิธํ สิกฺขาปทํ ปริรกฺขิตุํ อวิสหนฺตา โอสกฺกิตฺวา ปฏินิวตฺติตฺวา ปลายิตฺวา น จิรสฺเสว หีนายาวตฺตนฺติ. กึ การณํ? พหุวิธสํวรรกฺขิยภาวตฺตา ชินสาสนสฺส. เอวํ พหุวิธสํวรรกฺขิยภาวํ ทสฺเสนฺติ.
‘‘ถลชุตฺตเมปิ, มหาราช, วสฺสิกาคุมฺเพ กิมิวิทฺธานิ ปุปฺผานิ โหนฺติ, ตานิ องฺกุรานิ สงฺกุฏิตานิ อนฺตรา เยว ปริปตนฺติ, น จ เตสุ ปริปติเตสุ วสฺสิกาคุมฺโพ หีฬิโต นาม โหติ. ยานิ ตตฺถ ฐิตานิ ปุปฺผานิ, ตานิ สมฺมา คนฺเธน ทิสาวิทิสํ อภิพฺยาเปนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา หีนายาวตฺตนฺติ, เต ชินสาสเน กิมิวิทฺธานิ วสฺสิกาปุปฺผานิ วิย วณฺณคนฺธรหิตา นิพฺพณฺณาการสีลา อภพฺพา เวปุลฺลาย, น จ เตสํ หีนายาวตฺตเนน ชินสาสนํ หีฬิตํ นาม โหติ. เย ตตฺถ ฐิตา ภิกฺขู, เต สเทวกํ โลกํ สีลวรคนฺเธน อภิพฺยาเปนฺติ.
‘‘สาลีนมฺปิ, มหาราช, นิราตงฺกานํ โลหิตกานํ อนฺตเร กรุมฺภกํ นาม สาลิชาติ อุปฺปชฺชิตฺวา อนฺตรา เยว วินสฺสติ, น จ ตสฺสา วินฏฺฐตฺตา โลหิตกสาลี หีฬิตา นาม โหนฺติ. เย ตตฺถ ฐิตา สาลี, เต ราชูปโภคา โหนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา หีนายาวตฺตนฺติ, เต โลหิตกสาลีนมนฺตเร กรุมฺภกา วิย ชินสาสเน น วฑฺฒิตฺวา เวปุลฺลตํ น ปาปุณิตฺวา [วฑฺฒิตฺวา เวปุลฺลตํ อปาปุณิตฺวา (สี. ก.)] อนฺตรา เยว หีนายาวตฺตนฺติ, น จ เตสํ หีนายาวตฺตเนน ชินสาสนํ หีฬิตํ นาม โหติ. เย ตตฺถ ฐิตา ภิกฺขู เต อรหตฺตสฺส อนุจฺฉวิกา โหนฺติ.
‘‘กามททสฺสาปิ, มหาราช, มณิรตนสฺส เอกเทสํ [เอกเทเส (ก.)] กกฺกสํ อุปฺปชฺชติ, น จ ตตฺถ กกฺกสุปฺปนฺนตฺตา มณิรตนํ หีฬิตํ นาม โหติ. ยํ ตตฺถ ปริสุทฺธํ มณิรตนสฺส, ตํ ชนสฺส หาสกรํ โหติ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา หีนายาวตฺตนฺติ, กกฺกสา เต ชินสาสเน ปปฏิกา, น จ เตสํ หีนายาวตฺตเนน ชินสาสนํ หีฬิตํ นาม โหติ. เย ตตฺถ ฐิตา ภิกฺขู, เต เทวมนุสฺสานํ หาสชนกา โหนฺติ.
‘‘ชาติสมฺปนฺนสฺสปิ, มหาราช, โลหิตจนฺทนสฺส เอกเทสํ ปูติกํ โหติ อปฺปคนฺธํ. น เตน โลหิตจนฺทนํ หีฬิตํ นาม โหติ. ยํ ตตฺถ อปูติกํ สุคนฺธํ, ตํ สมนฺตา วิธูเปติ อภิพฺยาเปติ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา หีนายาวตฺตนฺติ, เต โลหิตจนฺทนสารนฺตเร ปูติกเทสมิว ฉฑฺฑนียา ชินสาสเน, น จ เตสํ หีนายาวตฺตเนน ชินสาสนํ หีฬิตํ นาม โหติ. เย ตตฺถ ฐิตา ภิกฺขู, เต สเทวกํ โลกํ สีลวรจนฺทนคนฺเธน อนุลิมฺปยนฺตี’’ติ.
‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เตน เตน อนุจฺฉวิเกน เตน เตน สทิเสน การเณน นิรวชฺชมนุปาปิตํ ชินสาสนํ เสฏฺฐภาเวน ปริทีปิตํ, หีนายาวตฺตมานาปิ เต ชินสาสนสฺส เสฏฺฐภาวํ เยว ปริทีเปนฺตี’’ติ.
หีนายาวตฺตนปโญฺห ปญฺจโม.
๖. อรหนฺตเวทนาเวทิยนปโญฺห
๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘อรหา เอกํ เวทนํ เวทยติ กายิกํ, น เจตสิก’นฺติ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, อรหโต จิตฺตํ ยํ กายํ นิสฺสาย ปวตฺตติ, ตตฺถ อรหา อนิสฺสโร อสฺสามี อวสวตฺตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘น โข, ภนฺเต นาคเสน, ยุตฺตเมตํ, ยํ โส สกจิตฺตสฺส ปวตฺตมาเน กาเย อนิสฺสโร โหติ อสฺสามี อวสวตฺตี; สกุโณปิ ตาว, ภนฺเต, ยสฺมึ กุลาวเก ปฏิวสติ, ตตฺถ โส อิสฺสโร โหติ สามี วสวตฺตี’’ติ.
‘‘ทสยิเม, มหาราช, กายานุคตา ธมฺมา ภเว ภเว กายํ อนุธาวนฺติ อนุปริวตฺตนฺติ. กตเม ทส? สีตํ อุณฺหํ ชิฆจฺฉา ปิปาสา อุจฺจาโร ปสฺสาโว มิทฺธํ ชรา พฺยาธิ มรณํ. อิเม โข, มหาราช, ทส กายานุคตา ธมฺมา ภเว ภเว กายํ อนุธาวนฺติ อนุปริวตฺตนฺติ, ตตฺถ อรหา อนิสฺสโร อสฺสามี อวสวตฺตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เกน การเณน อรหโต กาเย อาณา นปฺปวตฺตติ อิสฺสริยํ วา, ตตฺถ เม การณํ พฺรูหี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, เย เกจิ ปถวินิสฺสิตา สตฺตา, สพฺเพ เต ปถวึ นิสฺสาย จรนฺติ วิหรนฺติ วุตฺตึ กปฺเปนฺติ, อปิ นุ โข, มหาราช, เตสํ ปถวิยา อาณา ปวตฺตติ อิสฺสริยํ วา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อรหโต จิตฺตํ กายํ นิสฺสาย ปวตฺตติ, น จ อรหโต กาเย อาณา ปวตฺตติ อิสฺสริยํ วา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เกน การเณน ปุถุชฺชโน กายิกมฺปิ เจตสิกมฺปิ เวทนํ เวทยตี’’ติ? ‘‘อภาวิตตฺตา, มหาราช, จิตฺตสฺส ปุถุชฺชโน กายิกมฺปิ เจตสิกมฺปิ เวทนํ เวทยติ. ยถา, มหาราช, โคโณ ฉาโต ปริตสิโต อพลทุพฺพลปริตฺตกติเณสุ วา ลตาย วา อุปนิพทฺโธ อสฺส, ยทา โส โคโณ ปริกุปิโต โหติ, ตทา สห อุปนิพนฺธเนน ปกฺกมติ. เอวเมว โข, มหาราช, อภาวิตจิตฺตสฺส เวทนา อุปฺปชฺชิตฺวา จิตฺตํ ปริโกเปติ, จิตฺตํ ปริกุปิตํ กายํ อาภุชติ นิพฺภุชติ สมฺปริวตฺตกํ กโรติ. อถ โข โส อภาวิตจิตฺโต ตสติ รวติ เภรวราวมภิรวติ, อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน ปุถุชฺชโน กายิกมฺปิ เจตสิกมฺปิ เวทนํ เวทยตี’’ติ.
‘‘กึ ปน ตํ การณํ, เยน การเณน อรหา เอกํ เวทนํ เวทยติ กายิกํ, น เจตสิก’’นฺติ? ‘‘อรหโต, มหาราช, จิตฺตํ ภาวิตํ โหติ สุภาวิตํ ทนฺตํ สุทนฺตํ อสฺสวํ วจนกรํ, โส ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน ‘อนิจฺจ’นฺติ ทฬฺหํ คณฺหาติ, สมาธิถมฺเภ จิตฺตํ อุปนิพนฺธติ, ตสฺส ตํ จิตฺตํ สมาธิถมฺเภ อุปนิพนฺธนํ น เวธติ น จลติ, ฐิตํ โหติ อวิกฺขิตฺตํ, ตสฺส เวทนาวิการวิปฺผาเรน กาโย อาภุชติ นิพฺภุชติ สมฺปริวตฺตติ, อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อรหา เอกํ เวทนํ เวทยติ กายิกํ, น เจตสิก’’นฺติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตํ นาม โลเก อจฺฉริยํ ยํ กาเย จลมาเน จิตฺตํ น จลติ, ตตฺถ เม การณํ พฺรูหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, มหติมหารุกฺเข ขนฺธสาขาปลาสสมฺปนฺเน อนิลพลสมาหเต สาขา จลติ, อปิ นุ ตสฺส ขนฺโธปิ จลตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อรหา ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน ‘อนิจฺจ’นฺติ ทฬฺหํ คณฺหาติ, สมาธิถมฺเภ จิตฺตํ อุปนิพนฺธติ, ตสฺส ตํ จิตฺตํ สมาธิถมฺเภ อุปนิพนฺธนํ น เวธติ น จลติ, ฐิตํ โหติ อวิกฺขิตฺตํ, ตสฺส เวทนาวิการวิปฺผาเรน กาโย อาภุชติ นิพฺภุชติ สมฺปริวตฺตติ, จิตฺตํ ปน ตสฺส น เวธติ น จลติ ขนฺโธ วิย มหารุกฺขสฺสา’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, น เม เอวรูโป สพฺพกาลิโก ธมฺมปทีโป ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ.
อรหนฺตเวทนาเวทิยนปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. อภิสมยนฺตรายกรปโญฺห
๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิธ โย โกจิ คิหี ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ภเวยฺย, โส อปเรน สมเยน ปพฺพาเชยฺย, อตฺตนาปิ โส น ชาเนยฺย ‘คิหิปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนสฺมี’ติ, นปิ ตสฺส อญฺโญ โกจิ อาจิกฺเขยฺย ‘คิหิปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนสี’ติ. โส จ ตถตฺตาย ปฏิปชฺเชยฺย, อปิ นุ ตสฺส ธมฺมาภิสมโย ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘เกน, ภนฺเต, การเณนา’’ติ? ‘‘โย ตสฺส เหตุ ธมฺมาภิสมยาย, โส ตสฺส สมุจฺฉินฺโน, ตสฺมา ธมฺมาภิสมโย น ภวตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ชานนฺตสฺส กุกฺกุจฺจํ โหติ, กุกฺกุจฺเจ สติ อาวรณํ โหติ, อาวเฏ จิตฺเต ธมฺมาภิสมโย น โหตี’ติ. อิมสฺส ปน อชานนฺตสฺส อกุกฺกุจฺจชาตสฺส สนฺตจิตฺตสฺส วิหรโต เกน การเณน ธมฺมาภิสมโย น โหติ, วิสเมน วิสเมเนโส ปโญฺห คจฺฉติ, จินฺเตตฺวา วิสชฺเชถา’’ติ.
‘‘รุหติ, มหาราช, สุกฏฺเฐ สุกลเล มณฺฑเขตฺเต สารทํ สุขสยิตํ พีช’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อปิ นุ, มหาราช, ตญฺเญว พีชํ ฆนเสลสิลาตเล รุเหยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน, มหาราช, ตญฺเญว พีชํ กลเล รุหติ, กิสฺส ฆนเสเล น รุหตี’’ติ? ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, ตสฺส พีชสฺส รุหนาย ฆนเสเล เหตุ, อเหตุนา พีชํ น รุหตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, เยน เหตุนา ตสฺส ธมฺมาภิสมโย ภเวยฺย, โส ตสฺส เหตุ สมุจฺฉินฺโน, อเหตุนา ธมฺมาภิสมโย น โหติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ทณฺฑเลฑฺฑุลคุฬมุคฺครา ปถวิยา ฐานมุปคจฺฉนฺติ, อปิ นุ, มหาราช, เต เยว ทณฺฑเลฑฺฑุลคุฬมุคฺครา คคเน ฐานมุปคจฺฉนฺตี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปเนตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน เต เยว ทณฺฑเลฑฺฑุลคุฬมุคฺครา ปถวิยา ฐานมุปคจฺฉนฺติ, เกน การเณน คคเน น ติฏฺฐนฺตี’’ติ? ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, เตสํ ทณฺฑเลฑฺฑุลคุฬมุคฺครานํ ปติฏฺฐานาย อากาเส เหตุ, อเหตุนา น ติฏฺฐนฺตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตสฺส เตน โทเสน อภิสมยเหตุ สมุจฺฉินฺโน, เหตุสมุคฺฆาเต อเหตุนา อภิสมโย น โหตีติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ถเล อคฺคิ ชลติ, อปิ นุ โข, มหาราช, โส เยว อคฺคิ อุทเก ชลตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปเนตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน โส เยว อคฺคิ ถเล ชลติ, เกน การเณน อุทเก น ชลตี’’ติ? ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, อคฺคิสฺส ชลนาย อุทเก เหตุ, อเหตุนา น ชลตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตสฺส เตน โทเสน อภิสมยเหตุ สมุจฺฉินฺโน, เหตุสมุคฺฆาเต อเหตุนา ธมฺมาภิสมโย น โหตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ปุนเปตํ อตฺถํ จินฺเตหิ, น เม ตตฺถ จิตฺตสญฺญตฺติ ภวติ, อชานนฺตสฺส อสติ กุกฺกุจฺเจ อาวรณํ โหตีติ, การเณน มํ สญฺญาเปหี’’ติ. ‘‘อปิ นุ, มหาราช, วิสํ หลาหลํ อชานนฺเตน ขายิตํ ชีวิตํ หรตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อชานนฺเตนปิ กตํ ปาปํ อภิสมยนฺตรายกรํ โหติ.
‘‘อปิ นุ, มหาราช, อคฺคิ อชานิตฺวา อกฺกมนฺตํ ฑหตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อชานนฺเตนปิ กตํ ปาปํ อภิสมยนฺตรายกรํ โหติ.
‘‘อปิ นุ, มหาราช, อชานนฺตํ อาสีวิโส ฑํสิตฺวา ชีวิตํ หรตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อชานนฺเตนปิ กตํ ปาปํ อภิสมยนฺตรายกรํ โหติ.
‘‘นนุ, มหาราช, กาลิงฺคราชา สมณโกลญฺโญ สตฺตรตนปริกิณฺโณ หตฺถิรตนมภิรุยฺห กุลทสฺสนาย คจฺฉนฺโต อชานนฺโตปิ นาสกฺขิ โพธิมณฺฑสฺส อุปริโต คนฺตุํ, อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน อชานนฺเตนปิ กตํ ปาปํ อภิสมยนฺตรายกรํ โหตี’’ติ? ‘‘ชินภาสิตํ, ภนฺเต นาคเสน, การณํ น สกฺกา ปฏิกฺโกสิตุํ, เอโสเวตสฺส อตฺโถ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อภิสมยนฺตรายกรปโญฺห สตฺตโม.
๘. ทุสฺสีลปโญฺห
๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, คิหิทุสฺสีลสฺส จ สมณทุสฺสีลสฺส จ โก วิเสโส, กึ นานากรณํ, อุโภเปเต สมสมคติกา, อุภินฺนมฺปิ สมสโม วิปาโก โหติ, อุทาหุ กิญฺจิ นานาการณํ อตฺถี’’ติ?
‘‘ทส ยิเม, มหาราช, คุณา สมณทุสฺสีลสฺส คิหิทุสฺสีลโต วิเสเสน อติเรกา, ทสหิ จ การเณหิ อุตฺตรึ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.
‘‘กตเม ทส คุณา สมณทุสฺสีลสฺส คิหิทุสฺสีลโต วิเสเสน อติเรกา? อิธ, มหาราช, สมณทุสฺสีโล พุทฺเธ สคารโว โหติ, ธมฺเม สคารโว โหติ, สงฺเฆ สคารโว โหติ, สพฺรหฺมจารีสุ สคารโว โหติ, อุทฺเทสปริปุจฺฉาย วายมติ, สวนพหุโล โหติ, ภินฺนสีโลปิ, มหาราช, ทุสฺสีโล ปริสคโต อากปฺปํ อุปฏฺฐเปติ, ครหภยา กายิกํ วาจสิกํ รกฺขติ, ปธานาภิมุขญฺจสฺส โหติ จิตฺตํ, ภิกฺขุสามญฺญํ อุปคโต โหติ. กโรนฺโตปิ, มหาราช, สมณทุสฺสีโล ปาปํ ปฏิจฺฉนฺนํ อาจรติ. ยถา, มหาราช, อิตฺถี สปติกา นิลียิตฺวา รหสฺเสเนว ปาปมาจรติ; เอวเมว โข, มหาราช, กโรนฺโตปิ สมณทุสฺสีโล ปาปํ ปฏิจฺฉนฺนํ อาจรติ. อิเม โข, มหาราช, ทส คุณา สมณทุสฺสีลสฺส คิหิทุสฺสีลโต วิเสเสน อติเรกา.
‘‘กตเมหิ ทสหิ การเณหิ อุตฺตรึ ทกฺขิณํ วิโสเธติ? อนวชฺชกวจธารณตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, อิสิสามญฺญภณฺฑุลิงฺคธารณโตปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, สงฺฆสมยมนุปฺปวิฏฺฐตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, พุทฺธธมฺมสงฺฆสรณคตตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ปธานาสยนิเกตวาสิตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ชินสาสนธร [ชินสาสนธน (สี. ปี.)] ปริเยสนโตปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ปวรธมฺมเทสนโตปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ธมฺมทีปคติปรายณตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ‘อคฺโค พุทฺโธ’ติ เอกนฺตอุชุทิฏฺฐิตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, อุโปสถสมาทานโตปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ. อิเมหิ โข, มหาราช, ทสหิ การเณหิ อุตฺตรึ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.
‘‘สุวิปนฺโนปิ หิ, มหาราช, สมณทุสฺสีโล ทายกานํ ทกฺขิณํ วิโสเธติ. ยถา, มหาราช, อุทกํ สุพหลมฺปิ กลลกทฺทมรโชชลฺลํ อปเนติ; เอวเมว โข, มหาราช, สุวิปนฺโนปิ สมณทุสฺสีโล ทายกานํ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อุโณฺหทกํ สุกุธิตมฺปิ [สุกฐิตมฺปิ (สี. ปี), สุขุฐิตมฺปิ (สฺยา.)] ชฺชลนฺตํ มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปติ, เอวเมว โข, มหาราช, สุวิปนฺโนปิ สมณทุสฺสีโล ทายกานํ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โภชนํ วิรสมฺปิ ขุทาทุพฺพลฺยํ อปเนติ, เอวเมว โข, มหาราช, สุวิปนฺโนปิ สมณทุสฺสีโล ทายกานํ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ตถาคเตน เทวาติเทเวน มชฺฌิมนิกายวรลญฺฉเก ทกฺขิณวิภงฺเค เวยฺยากรเณ –
‘‘‘โย สีลวา ทุสฺสีเลสุ ททาติ ทานํ, ธมฺเมน ลทฺธํ สุปสนฺนจิตฺโต;
อภิสทฺทหํ กมฺมผลํ อุฬารํ, สา ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌตี’’’ติ [ม. นิ. ๓.๓๘๒].
‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, ตาวตกํ มยํ ปญฺหํ อปุจฺฉิมฺห, ตํ ตฺวํ โอปมฺเมหิ การเณหิ วิภาเวนฺโต อมตมธุรํ สวนูปคํ อกาสิ. ยถา นาม, ภนฺเต, สูโท วา สูทนฺเตวาสี วา ตาวตกํ มํสํ ลภิตฺวา นานาวิเธหิ สมฺภาเรหิ สมฺปาเทตฺวา ราชูปโภคํ กโรติ; เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ตาวตกํ มยํ ปญฺหํ อปุจฺฉิมฺห, ตํ ตฺวํ โอปมฺเมหิ การเณหิ วิภาเวตฺวา อมตมธุรํ สวนูปคํ อกาสี’’ติ.
ทุสฺสีลปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. อุทกสตฺตชีวปโญฺห
๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิมํ อุทกํ อคฺคิมฺหิ ตปฺปมานํ จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สทฺทายติ พหุวิธํ, กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, อุทกํ ชีวติ, กึ กีฬมานํ สทฺทายติ, อุทาหุ อญฺเญน ปฏิปีฬิตํ สทฺทายตี’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราช, อุทกํ ชีวติ, นตฺถิ อุทเก ชีโว วา สตฺโต วา, อปิ จ, มหาราช, อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สทฺทายติ พหุวิธ’’นฺติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิเธกจฺเจ ติตฺถิยา อุทกํ ชีวตีติ สีโตทกํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อุทกํ ตาเปตฺวา เวกติกเวกติกํ ปริภุญฺชนฺติ, เต ตุเมฺห ครหนฺติ ปริภวนฺติ ‘เอกินฺทฺริยํ สมณา สกฺยปุตฺติยา ชีวํ วิเหเฐนฺตี’ติ, ตํ เตสํ ครหํ ปริภวํ วิโนเทหิ อปเนหิ นิจฺฉาเรหี’’ติ. ‘‘น หิ, มหาราช, อุทกํ ชีวติ, นตฺถิ, มหาราช, อุทเก ชีโว วา สตฺโต วา, อปิ จ, มหาราช, อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สทฺทายติ พหุวิธํ.
‘‘ยถา, มหาราช, อุทกํ โสพฺภสรสริตทหตฬากกนฺทรปทรอุทปานนินฺนโปกฺขรณิคตํ วาตาตปเวคสฺส มหนฺตตาย ปริยาทิยติ ปริกฺขยํ คจฺฉติ, อปิ นุ ตตฺถ อุทกํ จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สทฺทายติ พหุวิธ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ยทิ, มหาราช, อุทกํ ชีเวยฺย, ตตฺถาปิ อุทกํ สทฺทาเยยฺย, อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ชานาหิ ‘นตฺถิ อุทเก ชีโว วา สตฺโต วา, อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สทฺทายติ พหุวิธ’นฺติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ ‘นตฺถิ อุทเก ชีโว วา สตฺโต วา, อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ สทฺทายตี’ติ. ยทา ปน, มหาราช, อุทกํ ตณฺฑุเลหิ สมฺมิสฺสิตํ ภาชนคตํ โหติ ปิหิตํ อุทฺธเน อฐปิตํ, อปิ นุ ตตฺถ อุทกํ สทฺทายตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อจลํ โหติ สนฺตสนฺต’’นฺติ. ‘‘ตํ เยว ปน, มหาราช, อุทกํ ภาชนคตํ อคฺคึ อุชฺชาเลตฺวา อุทฺธเน ฐปิตํ โหติ, อปิ นุ ตตฺถ อุทกํ อจลํ โหติ สนฺตสนฺต’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, จลติ ขุพฺภติ ลุฬติ อาวิลติ อูมิชาตํ โหติ, อุทฺธมโธ ทิสาวิทิสํ คจฺฉติ, อุตฺตรติ ปตรติ เผณมาลี โหตีติ. กิสฺส ปน ตํ, มหาราช, ปากติกํ อุทกํ น จลติ สนฺตสนฺตํ โหติ, กิสฺส ปน อคฺคิคตํ จลติ ขุพฺภติ ลุฬติ อาวิลติ อูมิชาตํ โหติ, อุทฺธมโธ ทิสาวิทิสํ คจฺฉติ, อุตฺตรติ ปตรติ เผณมาลี โหตี’’ติ? ‘‘ปากติกํ, ภนฺเต, อุทกํ น จลติ, อคฺคิกตํ ปน อุทกํ อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ สทฺทายติ พหุวิธ’’นฺติ. ‘‘อิมินาปิ มหาราช, การเณน ชานาหิ ‘นตฺถิ อุทเก ชีโว วา สตฺโต วา, อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ สทฺทายตี’ติ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรํ การณํ สุโณหิ, นตฺถิ อุทเก ชีโว วา สตฺโต วา, อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ สทฺทายติ. โหติ ตํ, มหาราช, อุทกํ ฆเร ฆเร อุทกวารกคตํ ปิหิต’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อปิ นุ ตํ, มหาราช, อุทกํ จลติ ขุพฺภติ ลุฬติ อาวิลติ อูมิชาตํ โหติ, อุทฺธมโธ ทิสาวิทิสํ คจฺฉติ, อุตฺตรติ ปตรติ เผณมาลี โหตี’’ติ. ‘‘น หิ, ภนฺเต, อจลํ ตํ โหติ ปากติกํ อุทกวารกคตํ อุทก’’นฺติ.
‘‘สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, ‘มหาสมุทฺเท อุทกํ จลติ ขุพฺภติ ลุฬติ อาวิลติ อูมิชาตํ โหติ, อุทฺธมโธ ทิสาวิทิสํ คจฺฉติ, อุตฺตรติ ปตรติ เผณมาลี โหติ, อุสฺสกฺกิตฺวา โอสฺสกฺกิตฺวา [โอสฺสกฺกิตฺวา’’ติ ปทํ สี. ปี. โปตฺถเกสุ นตฺถิ] เวลาย ปหรติ สทฺทายติ พหุวิธ’’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุตปุพฺพํ เอตํ มยา ทิฏฺฐปุพฺพญฺจ ‘มหาสมุทฺเท อุทกํ หตฺถสตมฺปิ เทฺวปิ หตฺถสตานิ คคเน อุสฺสกฺกตี’’’ติ. ‘‘กิสฺส, มหาราช, อุทกวารกคตํ อุทกํ น จลติ น สทฺทายติ, กิสฺส ปน มหาสมุทฺเท อุทกํ จลติ สทฺทายตี’’ติ? ‘‘วาตเวคสฺส มหนฺตตาย, ภนฺเต, มหาสมุทฺเท อุทกํ จลติ สทฺทายติ, อุทกวารกคตํ อุทกํ อฆฏฺฏิตํ เกหิจิ น จลติ น สทฺทายตี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, วาตเวคสฺส มหนฺตตาย มหาสมุทฺเท อุทกํ จลติ สทฺทายติ เอวเมว อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ สทฺทายตี’’ติ.
‘‘นนุ, มหาราช, เภริโปกฺขรํ สุกฺขํ สุกฺเขน โคจมฺเมน โอนนฺธนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’. ‘‘อปิ นุ, มหาราช, เภริยา ชีโว วา สตฺโต วา อตฺถี’’ติ. ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน, มหาราช, เภรี สทฺทายตี’’ติ? ‘‘อิตฺถิยา วา, ภนฺเต, ปุริสสฺส วา ตชฺเชน วายาเมนา’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, อิตฺถิยา วา ปุริสสฺส วา ตชฺเชน วายาเมน เภรี สทฺทายติ, เอวเมว อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ สทฺทายติ. อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ชานาหิ ‘นตฺถิ อุทเก ชีโว วา สตฺโต วา, อคฺคิสนฺตาปเวคสฺส มหนฺตตาย อุทกํ สทฺทายตี’ติ.
‘‘มยฺหมฺปิ ตาว, มหาราช, ตว ปุจฺฉิตพฺพํ อตฺถิ, เอวเมโส ปโญฺห สุวินิจฺฉิโต โหติ, กึ นุ โข, มหาราช, สพฺเพหิปิ ภาชเนหิ อุทกํ ตปฺปมานํ สทฺทายติ, อุทาหุ เอกจฺเจหิ เยว ภาชเนหิ ตปฺปมานํ สทฺทายตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, สพฺเพหิปิ ภาชเนหิ อุทกํ ตปฺปมานํ สทฺทายติ, เอกจฺเจหิ เยว ภาชเนหิ อุทกํ ตปฺปมานํ สทฺทายตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ชหิโตสิ สกสมยํ, ปจฺจาคโตสิ มม วิสยํ, นตฺถิ อุทเก ชีโว วา สตฺโต วา. ยทิ, มหาราช, สพฺเพหิปิ ภาชเนหิ อุทกํ ตปฺปมานํ สทฺทาเยยฺย, ยุตฺตมิทํ ‘อุทกํ ชีวตี’ติ วตฺตุํ. น หิ, มหาราช, อุทกํ ทฺวยํ โหติ, ยํ สทฺทายติ, ตํ ชีวติ, ยํ น สทฺทายติ, ตํ น ชีวตีติ. ยทิ, มหาราช, อุทกํ ชีเวยฺย, มหนฺตานํ หตฺถินาคานํ อุสฺสนฺนกายานํ ปภินฺนานํ โสณฺฑาย อุสฺสิญฺจิตฺวา มุเข ปกฺขิปิตฺวา กุจฺฉึ ปเวสยนฺตานํ, ตมฺปิ อุทกํ เตสํ ทนฺตนฺตเร จิปฺปิยมานํ สทฺทาเยยฺย. หตฺถสติกาปิ มหานาวา ครุกา ภาริกา อเนกสตสหสฺสภารปริปูรา มหาสมุทฺเท วิจรนฺติ, ตาหิปิ จิปฺปิยมานํ อุทกํ สทฺทาเยยฺย. มหติมหนฺตาปิ มจฺฉา อเนกสตโยชนิกกายา ติมี ติมิงฺคลา ติมิรปิงฺคลา อพฺภนฺตเร นิมุคฺคา มหาสมุทฺเท นิวาสฏฺฐานตาย ปฏิวสนฺตา มหาอุทกธารา อาจมนฺติ ธมนฺติ จ, เตสมฺปิ ตํ ทนฺตนฺตเรปิ อุทรนฺตเรปิ จิปฺปิยมานํ อุทกํ สทฺทาเยยฺย. ยสฺมา จ โข, มหาราช, เอวรูเปหิ เอวรูเปหิ มหนฺเตหิ ปฏิปีฬเนหิ ปฏิปีฬิตํ อุทกํ น สทฺทายติ ตสฺมาปิ นตฺถิ อุทเก ชีโว วา สตฺโต วาติ, เอวเมตํ, มหาราช, ธาเรหี’’ติ.
‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, โทสาคโต ปโญฺห อนุจฺฉวิกาย วิภตฺติยา วิภตฺโต, ยถา นาม, ภนฺเต นาคเสน, มหคฺฆํ มณิรตนํ เฉกํ อาจริยํ กุสลํ สิกฺขิตํ มณิการํ ปาปุณิตฺวา กิตฺตึ ลเภยฺย โถมนํ ปสํสํ, มุตฺตารตนํ วา มุตฺติกํ ทุสฺสรตนํ วา ทุสฺสิกํ, โลหิตจนฺทนํ วา คนฺธิกํ ปาปุณิตฺวา กิตฺตึ ลเภยฺย โถมนํ ปสํสํ. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, โทสาคโต [เทสาคโต (สี. ปี.)] ปโญฺห อนุจฺฉวิกาย วิภตฺติยา วิภตฺโต, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อุทกสตฺตชีวปโญฺห นวโม.
พุทฺธวคฺโค ปฐโม.
อิมสฺมึ วคฺเค นว ปญฺหา.
๒. นิปฺปปญฺจวคฺโค
๑. นิปฺปปญฺจปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘นิปฺปปญฺจารามา, ภิกฺขเว, วิหรถ นิปฺปปญฺจรติโน’ติ, กตมํ ตํ นิปฺปปญฺจ’’นฺติ? ‘‘โสตาปตฺติผลํ, มหาราช, นิปฺปปญฺจํ, สกทาคามิผลํ นิปฺปปญฺจํ, อนาคามิผลํ นิปฺปปญฺจํ, อรหตฺตผลํ นิปฺปปญฺจ’’นฺติ.
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, โสตาปตฺติผลํ นิปฺปปญฺจํ, สกทาคามิอนาคามิอรหตฺตผลํ นิปฺปปญฺจํ, กิสฺส ปน อิเม ภิกฺขู อุทฺทิสนฺติ ปริปุจฺฉนฺติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ, นวกมฺเมน ปลิพุชฺฌนฺติ ทาเนน จ ปูชาย จ, นนุ เต ชินปฺปฏิกฺขิตฺตํ กมฺมํ กโรตี’’ติ?
‘‘เย เต, มหาราช, ภิกฺขู อุทฺทิสนฺติ ปริปุจฺฉนฺติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ, นวกมฺเมน ปลิพุชฺฌนฺติ ทาเนน จ ปูชาย จ, สพฺเพ เต นิปฺปปญฺจสฺส ปตฺติยา กโรนฺติ. เย เต, มหาราช, สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปจ โหนฺติ. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ นิปฺปปญฺจา โหนฺติ.
‘‘ยถา, มหาราช, เอโก ปุริโส เขตฺเต พีชํ โรเปตฺวา อตฺตโน ยถาพลวีริเยน วินา ปาการวติยา ธญฺญํ อุทฺธเรยฺย, เอโก ปุริโส เขตฺเต พีชํ โรเปตฺวา วนํ ปวิสิตฺวา กฏฺฐญฺจ สาขญฺจ ฉินฺทิตฺวา วติปาการํ กตฺวา ธญฺญํ อุทฺธเรยฺย. ยา ตตฺถ ตสฺส วติปาการปริเยสนา, สา ธญฺญตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, วินา วติปาการํ ปุริโส วิย ธญฺญุทฺธาโร. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, วติปาการํ กตฺวา ปุริโส วิย ธญฺญุทฺธาโร.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส มหติมหนฺเต อมฺพรุกฺขมตฺถเก ผลปิณฺฑิ ภเวยฺย, อถ ตตฺถ โย โกจิ อิทฺธิมา อาคนฺตฺวา ตสฺส ผลํ หเรยฺย, โย ปน ตตฺถ อนิทฺธิมา, โส กฏฺฐญฺจ วลฺลิญฺจ ฉินฺทิตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ตาย ตํ รุกฺขํ อภิรุหิตฺวา ผลํ หเรยฺย. ยา ตตฺถ ตสฺส นิสฺเสณิปริเยสนา, สา ผลตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน นิปฺปปญฺจา โหนฺติ, อิทฺธิมา วิย รุกฺขผลํ หรนฺโต. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิมินา ปโยเคน สจฺจานิ อภิสเมนฺติ, นิสฺเสณิยา วิย ปุริโส รุกฺขผลํ หรนฺโต.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, เอโก ปุริโส อตฺถกรณิโก เอกโก เยว สามิกํ อุปคนฺตฺวา อตฺถํ สาเธติ. เอโก ธนวา ธนวเสน ปริสํ วฑฺเฒตฺวา ปริสาย อตฺถํ สาเธติ. ยา ตตฺถ ตสฺส ปริสปริเยสนา, สา อตฺถตฺถาย. เอวเมว โข, มหาราช, เย เต สภาวปริสุทฺธา ปุพฺเพ วาสิตวาสนา, เต เอกจิตฺตกฺขเณน ฉสุ อภิญฺญาสุ วสิภาวํ ปาปุณนฺติ, ปุริโส วิย เอกโก อตฺถสิทฺธึ กโรนฺโต. เย ปน เต ภิกฺขู มหารชกฺขา, เต อิเมหิ ปโยเคหิ สามญฺญตฺถมภิสาเธนฺติ, ปริสาย วิย ปุริโส อตฺถสิทฺธึ กโรนฺโต.
‘‘อุทฺเทโสปิ, มหาราช, พหุกาโร, ปริปุจฺฉาปิ พหุการา, นวกมฺมมฺปิ พหุการํ, ทานมฺปิ พหุการํ, ปูชาปิ พหุการา เตสุ เตสุ กรณีเยสุ. ยถา, มหาราช, ปุริโส ราชูปเสวี กตาวี อมจฺจภฏพลโทวาริกอนีกฏฺฐปาริสชฺชชเนหิ, เต ตสฺส กรณีเย อนุปฺปตฺเต สพฺเพปิ อุปการา โหนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, อุทฺเทโสปิ พหุกาโร, ปริปุจฺฉาปิ พหุการา, นวกมฺมมฺปิ พหุการํ, ทานมฺปิ พหุการํ, ปูชาปิ พหุการา เตสุ เตสุ กรณีเยสุ. ยทิ, มหาราช, สพฺเพปิ อภิชาติปริสุทฺธา ภเวยฺยุํ, อนุสาสเนน [อนุสาสเกน (สี. ปี.)] กรณียํ น ภเวยฺย. ยสฺมา จ โข, มหาราช, สวเนน กรณียํ โหติ, เถโร, มหาราช, สาริปุตฺโต อปริมิตมสงฺเขยฺยกปฺปํ อุปาทาย อุปจิตกุสลมูโล ปญฺญาย โกฏึ คโต, โสปิ วินา สวเนน นาสกฺขิ อาสวกฺขยํ ปาปุณิตุํ. ตสฺมา, มหาราช, พหุการํ สวนํ, ตถา อุทฺเทโสปิ ปริปุจฺฉาปิ. ตสฺมา อุทฺเทสปริปุจฺฉาปิ นิปฺปปญฺจา สงฺขตา’’ติ. ‘‘สุนิชฺฌาปิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
นิปฺปปญฺจปโญฺห ปฐโม.
๒. ขีณาสวภาวปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘โย คิหี อรหตฺตํ ปตฺโต, เทฺว วาสฺส คติโย ภวนฺติ อนญฺญา, ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา. น โส ทิวโส สกฺกา อติกฺกเมตุ’นฺติ. สเจ โส, ภนฺเต นาคเสน, ตสฺมึ ทิวเส อาจริยํ วา อุปชฺฌายํ วา ปตฺตจีวรํ วา น ลเภถ, อปิ นุ โข โส อรหา สยํ วา ปพฺพเชยฺย ทิวสํ วา อติกฺกเมยฺย, อญฺโญ โกจิ อรหา อิทฺธิมา อาคนฺตฺวา ตํ ปพฺพาเชยฺย วา ปรินิพฺพาเยยฺย วา’’ติ? ‘‘น โส, มหาราช, อรหา สยํ ปพฺพเชยฺย, สยํ ปพฺพชนฺโต เถยฺยํ อาปชฺชติ, น จ ทิวสํ อติกฺกเมยฺย, อญฺญสฺส อรหนฺตสฺส อาคมนํ ภเวยฺย วา น วา ภเวยฺย, ตสฺมึ เยว ทิวเส ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, อรหตฺตสฺส สนฺตภาโว วิชหิโต โหติ, เยน อธิคตสฺส ชีวิตหาโร ภวตี’’ติ.
‘‘วิสมํ, มหาราช, คิหิลิงฺคํ, วิสเม ลิงฺเค ลิงฺคทุพฺพลตาย อรหตฺตํ ปตฺโต คิหี ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา. เนโส, มหาราช, โทโส อรหตฺตสฺส, คิหิลิงฺคสฺเสเวโส โทโส ยทิทํ ลิงฺคทุพฺพลตา.
‘‘ยถา, มหาราช, โภชนํ สพฺพสตฺตานํ อายุปาลกํ ชีวิตรกฺขกํ วิสมโกฏฺฐสฺส มนฺททุพฺพลคหณิกสฺส อวิปาเกน ชีวิตํ หรติ. เนโส, มหาราช, โทโส โภชนสฺส, โกฏฺฐสฺเสเวโส โทโส ยทิทํ อคฺคิทุพฺพลตา. เอวเมว โข, มหาราช, วิสเม ลิงฺเค ลิงฺคทุพฺพลตาย อรหตฺตํ ปตฺโต คิหี ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา. เนโส, มหาราช, โทโส อรหตฺตสฺส, คิหิลิงฺคสฺเสเวโส โทโส ยทิทํ ลิงฺคทุพฺพลตา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปริตฺตํ ติณสลากํ อุปริ ครุเก ปาสาเณ ฐปิเต ทุพฺพลตาย ภิชฺชิตฺวา ปตติ. เอวเมว โข, มหาราช, อรหตฺตํ ปตฺโต คิหี เตน ลิงฺเคน อรหตฺตํ ธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริโส อพโล ทุพฺพโล นิหีนชจฺโจ ปริตฺตปุญฺโญ มหติมหารชฺชํ ลภิตฺวา ขเณน ปริปตติ ปริธํสติ โอสกฺกติ, น สกฺโกติ อิสฺสริยํ ธาเรตุํ, เอวเมว โข, มหาราช, อรหตฺตํ ปตฺโต คิหี เตน ลิงฺเคน อรหตฺตํ ธาเรตุํ น สกฺโกติ, เตน การเณน ตสฺมึ เยว ทิวเส ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพายติ วา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ขีณาสวภาวปโญฺห ทุติโย.
๓. ขีณาสวสติสมฺโมสปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อตฺถิ อรหโต สติสมฺโมโส’’ติ? ‘‘วิคตสติสมฺโมสา โข, มหาราช, อรหนฺโต, นตฺถิ อรหนฺตานํ สติสมฺโมโส’’ติ. ‘‘อาปชฺเชยฺย ปน, ภนฺเต, อรหา อาปตฺติ’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘กิสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ? ‘‘กุฏิกาเร, มหาราช, สญฺจริตฺเต, วิกาเล กาลสญฺญาย, ปวาริเต อปฺปวาริตสญฺญาย, อนติริตฺเต อติริตฺตสญฺญายา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘เย อาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ, เต ทฺวีหิ การเณหิ อาปชฺชนฺติ อนาทริเยน วา อชานเนน วา’ติ. อปิ นุ โข, ภนฺเต, อรหโต อนาทริยํ โหติ, ยํ อรหา อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ.
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, อรหา อาปตฺตึ อาปชฺชติ, นตฺถิ จ อรหโต อนาทริยํ, เตน หิ อตฺถิ อรหโต สติสมฺโมโส’’ติ? ‘‘นตฺถิ, มหาราช, อรหโต สติสมฺโมโส, อาปตฺติญฺจ อรหา อาปชฺชตี’’ติ.
‘‘เตน หิ, ภนฺเต, การเณน มํ สญฺญาเปหิ, กึ ตตฺถ การณ’’นฺติ? ‘‘เทฺวเม, มหาราช, กิเลสา โลกวชฺชํ ปณฺณตฺติวชฺชญฺจาติ. กตมํ, มหาราช, โลกวชฺชํ? ทส อกุสลกมฺมปถา, อิทํ วุจฺจติ โลกวชฺชํ. กตมํ ปณฺณตฺติวชฺชํ? ยํ โลเก อตฺถิ สมณานํ อนนุจฺฉวิกํ อนนุโลมิกํ, คิหีนํ อนวชฺชํ. ตตฺถ ภควา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ ‘ยาวชีวํ อนติกฺกมนีย’นฺติ. วิกาลโภชนํ, มหาราช, โลกสฺส อนวชฺชํ, ตํ ชินสาสเน วชฺชํ. ภูตคามวิโกปนํ, มหาราช, โลกสฺส อนวชฺชํ, ตํ ชินสาสเน วชฺชํ. อุทเก หสฺสธมฺมํ, มหาราช, โลกสฺส อนวชฺชํ, ตํ ชินสาสเน วชฺชํ. อิติ เอวรูปานิ เอวรูปานิ, มหาราช, ชินสาสเน วชฺชานิ, อิทํ วุจฺจติ ปณฺณตฺติวชฺชํ.
‘‘โลกวชฺชํ อภพฺโพ ขีณาสโว ตํ อชฺฌาจริตุํ, ยํ กิเลสํ ปณฺณตฺติวชฺชํ, ตํ อชานนฺโต อาปชฺเชยฺย. อวิสโย, มหาราช, เอกจฺจสฺส อรหโต สพฺพํ ชานิตุํ, น หิ ตสฺส พลํ อตฺถิ สพฺพํ ชานิตุํ. อนญฺญาตํ, มหาราช, อรหโต อิตฺถิปุริสานํ นามมฺปิ โคตฺตมฺปิ, มคฺโคปิ ตสฺส มหิยา อนญฺญาโต; วิมุตฺตึ เยว, มหาราช, เอกจฺโจ อรหา ชาเนยฺย; ฉฬภิญฺโญ อรหา สกวิสยํ ชาเนยฺย; สพฺพญฺญู, มหาราช, ตถาคโตว สพฺพํ ชานาตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ขีณาสวสติสมฺโมสปโญฺห ตติโย.
๔. โลเก นตฺถิภาวปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ทิสฺสนฺติ โลเก พุทฺธา, ทิสฺสนฺติ ปจฺเจกพุทฺธา, ทิสฺสนฺติ ตถาคตสฺส สาวกา, ทิสฺสนฺติ จกฺกวตฺติราชาโน, ทิสฺสนฺติ ปเทสราชาโน, ทิสฺสนฺติ เทวมนุสฺสา, ทิสฺสนฺติ สธนา, ทิสฺสนฺติ อธนา, ทิสฺสนฺติ สุคตา, ทิสฺสนฺติ ทุคฺคตา, ทิสฺสติ ปุริสสฺส อิตฺถิลิงฺคํ ปาตุภูตํ, ทิสฺสติ อิตฺถิยา ปุริสลิงฺคํ ปาตุภูตํ, ทิสฺสติ สุกตํ ทุกฺกตํ กมฺมํ, ทิสฺสนฺติ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากูปโภคิโน สตฺตา, อตฺถิ โลเก สตฺตา อณฺฑชา ชลาพุชา สํเสทชา โอปปาติกา, อตฺถิ สตฺตา อปทา ทฺวิปทา จตุปฺปทา พหุปฺปทา, อตฺถิ โลเก ยกฺขา รกฺขสา กุมฺภณฺฑา อสุรา ทานวา คนฺธพฺพา เปตา ปิสาจา, อตฺถิ กินฺนรา มโหรคา นาคา สุปณฺณา สิทฺธา วิชฺชาธรา, อตฺถิ หตฺถี อสฺสา คาโว มหึสา [มหิสา (สี. ปี.)] โอฏฺฐา คทฺรภา อชา เอฬกา มิคา สูกรา สีหา พฺยคฺฆา ทีปี อจฺฉา โกกา ตรจฺฉา โสณา สิงฺคาลา, อตฺถิ พหุวิธา สกุณา, อตฺถิ สุวณฺณํ รชตํ มุตฺตา มณิ สงฺโข สิลา ปวาฬํ โลหิตงฺโก มสารคลฺลํ เวฬุริโย วชิรํ ผลิกํ กาฬโลหํ ตมฺพโลหํ วฏฺฏโลหํ กํสโลหํ, อตฺถิ โขมํ โกเสยฺยํ กปฺปาสิกํ สาณํ ภงฺคํ กมฺพลํ, อตฺถิ สาลิ วีหิ ยโว กงฺคุ กุทฺรูโส วรโก โคธูโม มุคฺโค, มาโส ติลํ กุลตฺถํ, อตฺถิ มูลคนฺโธ สารคนฺโธ เผคฺคุคนฺโธ ตจคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ สพฺพคนฺโธ, อตฺถิ ติณ ลตา คจฺฉ รุกฺข โอสธิ วนปฺปติ นที ปพฺพต สมุทฺท มจฺฉกจฺฉปา สพฺพํ โลเก อตฺถิ. ยํ, ภนฺเต, โลเก นตฺถิ, ตํ เม กเถหี’’ติ.
‘‘ตีณิมานิ, มหาราช, โลเก นตฺถิ. กตมานิ ตีณิ? สเจตนา วา อเจตนา วา อชรามรา โลเก นตฺถิ, สงฺขารานํ นิจฺจตา นตฺถิ, ปรมตฺเถน สตฺตูปลทฺธิ นตฺถิ, อิมานิ โข, มหาราช, ตีณิ โลเก นตฺถี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
โลเก นตฺถิภาวปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. อกมฺมชาทิปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ทิสฺสนฺติ โลเก กมฺมนิพฺพตฺตา, ทิสฺสนฺติ เหตุนิพฺพตฺตา, ทิสฺสนฺติ อุตุนิพฺพตฺตา, ยํ โลเก อกมฺมชํ อเหตุชํ อนุตุชํ, ตํ เม กเถหี’’ติ. ‘‘เทฺวเม, มหาราช, โลกสฺมึ อกมฺมชา อเหตุชา อนุตุชา. กตเม เทฺว? อากาโส, มหาราช, อกมฺมโช อเหตุโช อนุตุโช; นิพฺพานํ, มหาราช, อกมฺมชํ อเหตุชํ อนุตุชํ. อิเม โข, มหาราช, เทฺว อกมฺมชา อเหตุชา อนุตุชา’’ติ.
‘‘มา, ภนฺเต นาคเสน, ชินวจนํ มกฺเขหิ, มา อชานิตฺวา ปญฺหํ พฺยากโรหี’’ติ. ‘‘กึ โข, มหาราช, อหํ วทามิ, ยํ มํ ตฺวํ เอวํ วเทสิ ‘มา, ภนฺเต นาคเสน, ชินวจนํ มกฺเขหิ, มา อชานิตฺวา ปญฺหํ พฺยากโรหี’’’ติ? ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยุตฺตมิทํ ตาว วตฺตุํ ‘อากาโส อกมฺมโช อเหตุโช อนุตุโช’ติ. อเนกสเตหิ ปน, ภนฺเต นาคเสน, การเณหิ ภควตา สาวกานํ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย มคฺโค อกฺขาโต, อถ จ ปน ตฺวํ เอวํ วเทสิ ‘อเหตุชํ นิพฺพาน’’’นฺติ. ‘‘สจฺจํ, มหาราช, ภควตา อเนกสเตหิ การเณหิ สาวกานํ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย มคฺโค อกฺขาโต, น จ ปน นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ อกฺขาโต’’ติ.
‘‘เอตฺถ มยํ, ภนฺเต นาคเสน, อนฺธการโต อนฺธการตรํ ปวิสาม, วนโต วนตรํ ปวิสาม, คหนโต คหนตรํ [คหนนฺตรโต คหนนฺตรํ (ก.)] ปวิสาม, ยตฺร หิ นาม นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, ตสฺส ปน ธมฺมสฺส อุปฺปาทาย เหตุ นตฺถิ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, เตน หิ นิพฺพานสฺส อุปฺปาทายปิ เหตุ อิจฺฉิตพฺโพ.
‘‘ยถา ปน, ภนฺเต นาคเสน, ปุตฺตสฺส ปิตา อตฺถิ, เตน การเณน ปิตุโนปิ ปิตา อิจฺฉิตพฺโพ. ยถา อนฺเตวาสิกสฺส อาจริโย อตฺถิ, เตน การเณน อาจริยสฺสปิ อาจริโย อิจฺฉิตพฺโพ. ยถา องฺกุรสฺส พีชํ อตฺถิ, เตน การเณน พีชสฺสปิ พีชํ อิจฺฉิตพฺพํ. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ยทิ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, เตน การเณน นิพฺพานสฺส อุปฺปาทายปิ เหตุ อิจฺฉิตพฺโพ.
‘‘ยถา รุกฺขสฺส วา ลตาย วา อคฺเค สติ เตน การเณน มชฺฌมฺปิ อตฺถิ, มูลมฺปิ อตฺถิ. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ยทิ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, เตน การเณน นิพฺพานสฺส อุปฺปาทายปิ เหตุ อิจฺฉิตพฺโพ’’’ติ.
‘‘อนุปฺปาทนียํ, มหาราช, นิพฺพานํ, ตสฺมา น นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ อกฺขาโต’’ติ. ‘‘อิงฺฆ, ภนฺเต นาคเสน, การณํ ทสฺเสตฺวา การเณน มํ สญฺญาเปหิ, ยถาหํ ชาเนยฺยํ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย เหตุ อตฺถิ, นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ นตฺถี’’ติ.
‘‘เตน หิ, มหาราช, สกฺกจฺจํ โสตํ โอทห, สาธุกํ สุโณหิ, วกฺขามิ ตตฺถ การณํ, สกฺกุเณยฺย, มหาราช, ปุริโส ปากติเกน พเลน อิโต หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ อุปคนฺตุ’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘สกฺกุเณยฺย ปน โส, มหาราช, ปุริโส ปากติเกน พเลน หิมวนฺตํ ปพฺพตราชํ อิธ อาหริตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สกฺกา นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย มคฺโค อกฺขาตุํ, น สกฺกา นิพฺพานสฺส อุปฺปาทาย เหตุ ทสฺเสตุํ.