๒. อุทรสํยตปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา –
‘‘‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ.
‘‘ปุน จ ภควตา ภณิตํ ‘อหํ โข ปนุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺติกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ, เตน หิ ‘อหํ โข ปนุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺถิกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘อหํ โข ปนุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺถิกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ, เตน หิ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ, ภณิตญฺจ ‘อหํ โข ปนุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺติกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ. ยํ, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ, ตํ สภาววจนํ อเสสวจนํ นิสฺเสสวจนํ นิปฺปริยายวจนํ ภูตวจนํ ตจฺฉวจนํ ยาถาววจนํ อวิปรีตวจนํ อิสิวจนํ มุนิวจนํ ภควนฺตวจนํ อรหนฺตวจนํ ปจฺเจกพุทฺธวจนํ ชินวจนํ สพฺพญฺญุวจนํ ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วจนํ.
‘‘อุทเร อสํยโต, มหาราช, ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ, มชฺชมฺปิ ปิวติ, มาตรมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ, ปิตรมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ, อรหนฺตมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ, สงฺฆมฺปิ ภินฺทติ, ทุฏฺเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตมฺปิ อุปฺปาเทติ. นนุ, มหาราช, เทวทตฺโต อุทเร อสํยโต สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา กปฺปฏฺฐิยํ กมฺมํ อายูหิ [อายูหติ (ก.)]. เอวรูปานิ, มหาราช, อญฺญานิปิ พหุวิธานิ การณานิ ทิสฺวา ภควตา ภณิตํ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ.
‘‘อุทเร สํยโต, มหาราช, จตุสจฺจาภิสมยํ อภิสเมติ, จตฺตาริ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรติ, จตูสุ ปฏิสมฺภิทาสุ อฏฺฐสุ สมาปตฺตีสุ ฉสุ อภิญฺญาสุ วสีภาวํ ปาปุณาติ, เกวลญฺจ สมณธมฺมํ ปูเรติ. นนุ, มหาราช, สุกโปตโก อุทเร สํยโต หุตฺวา ยาว ตาวตึสภวนํ กมฺเปตฺวา สกฺกํ เทวานมินฺทํ อุปฏฺฐานมุปเนสิ, เอวรูปานิ, มหาราช, อญฺญานิปิ พหุวิธานิ การณานิ ทิสฺวา ภควตา ภณิตํ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ.
‘‘ยํ ปน, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘อหํ โข ปนุทายิ อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺติกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ, ตํ กตกิจฺเจน นิฏฺฐิตกิริเยน สิทฺธตฺเถน วุสิตโวสาเนน นิราวรเณน สพฺพญฺญุนา สยมฺภุนา ตถาคเตน อตฺตานํ อุปาทาย ภณิตํ.
‘‘ยถา, มหาราช, วนฺตสฺส วิริตฺตสฺส อนุวาสิตสฺส อาตุรสฺส สปฺปายกิริยา อิจฺฉิตพฺพา โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, สกิเลสสฺส อทิฏฺฐสจฺจสฺส อุทเร สํยโม กรณีโย โหติ. ยถา, มหาราช, มณิรตนสฺส สปฺปภาสสฺส ชาติมนฺตสฺส อภิชาติปริสุทฺธสฺส มชฺชนนิฆํสนปริโสธเนน กรณียํ น โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคตสฺส พุทฺธวิสเย ปารมึ คตสฺส กิริยากรเณสุ อาวรณํ น โหตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อุทรสํยตปโญฺห ทุติโย.