๕. สนฺถววคฺโค
๑. สนฺถวปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา –
‘‘‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช;
อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ.
‘‘ปุน จ ภควตา ภณิตํ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน ภณิตํ ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ, เตน หิ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ, เตน หิ ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ. ภณิตญฺจ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ. ยํ, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ, ตํ สภาววจนํ อเสสวจนํ นิสฺเสสวจนํ นิปฺปริยายวจนํ สมณานุจฺฉวํ สมณสารุปฺปํ สมณปฺปติรูปํ สมณารหํ สมณโคจรํ สมณปฺปฏิปทา สมณปฺปฏิปตฺติ. ยถา, มหาราช, อารญฺญโก มิโค อรญฺเญ ปวเน จรมาโน นิราลโย อนิเกโต ยถิจฺฉกํ สยติ, เอวเมว โข, มหาราช, ภิกฺขุนา ‘สนฺถวโต ภยํ ชาตํ, นิเกตา ชายเต รโช. อนิเกตมสนฺถวํ, เอตํ เว มุนิทสฺสน’นฺติ จินฺเตตพฺพํ.
‘‘ยํ ปน, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ, ตํ เทฺว อตฺถวเส สมฺปสฺสมาเนน ภควตา ภณิตํ. กตเม เทฺว? วิหารทานํ นาม สพฺพพุทฺเธหิ วณฺณิตํ อนุมตํ โถมิตํ ปสตฺถํ, ตํ เต วิหารทานํ ทตฺวา ชาติชรามรณา ปริมุจฺจิสฺสนฺตีติ. อยํ ตาว ปฐโม อานิสํโส วิหารทาเน.
‘‘ปุน จปรํ วิหาเร วิชฺชมาเน ภิกฺขุนิโย พฺยตฺตสงฺเกตา ภวิสฺสนฺติ, สุลภํ ทสฺสนํ ทสฺสนกามานํ, อนิเกเต ทุทฺทสฺสนา ภวิสฺสนฺตีติ. อยํ ทุติโย อานิสํโส วิหารทาเน. อิเม เทฺว อตฺถวเส สมฺปสฺสมาเนน ภควตา ภณิตํ ‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต’ติ, น ตตฺถ พุทฺธปุตฺเตน อาลโย กรณีโย นิเกเต’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
สนฺถวปโญฺห ปฐโม.
๒. อุทรสํยตปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา –
‘‘‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ.
‘‘ปุน จ ภควตา ภณิตํ ‘อหํ โข ปนุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺติกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ, เตน หิ ‘อหํ โข ปนุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺถิกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘อหํ โข ปนุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺถิกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ, เตน หิ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ, ภณิตญฺจ ‘อหํ โข ปนุทายิ, อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺติกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ. ยํ, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ, ตํ สภาววจนํ อเสสวจนํ นิสฺเสสวจนํ นิปฺปริยายวจนํ ภูตวจนํ ตจฺฉวจนํ ยาถาววจนํ อวิปรีตวจนํ อิสิวจนํ มุนิวจนํ ภควนฺตวจนํ อรหนฺตวจนํ ปจฺเจกพุทฺธวจนํ ชินวจนํ สพฺพญฺญุวจนํ ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส วจนํ.
‘‘อุทเร อสํยโต, มหาราช, ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ, มชฺชมฺปิ ปิวติ, มาตรมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ, ปิตรมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ, อรหนฺตมฺปิ ชีวิตา โวโรเปติ, สงฺฆมฺปิ ภินฺทติ, ทุฏฺเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตมฺปิ อุปฺปาเทติ. นนุ, มหาราช, เทวทตฺโต อุทเร อสํยโต สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา กปฺปฏฺฐิยํ กมฺมํ อายูหิ [อายูหติ (ก.)]. เอวรูปานิ, มหาราช, อญฺญานิปิ พหุวิธานิ การณานิ ทิสฺวา ภควตา ภณิตํ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ.
‘‘อุทเร สํยโต, มหาราช, จตุสจฺจาภิสมยํ อภิสเมติ, จตฺตาริ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรติ, จตูสุ ปฏิสมฺภิทาสุ อฏฺฐสุ สมาปตฺตีสุ ฉสุ อภิญฺญาสุ วสีภาวํ ปาปุณาติ, เกวลญฺจ สมณธมฺมํ ปูเรติ. นนุ, มหาราช, สุกโปตโก อุทเร สํยโต หุตฺวา ยาว ตาวตึสภวนํ กมฺเปตฺวา สกฺกํ เทวานมินฺทํ อุปฏฺฐานมุปเนสิ, เอวรูปานิ, มหาราช, อญฺญานิปิ พหุวิธานิ การณานิ ทิสฺวา ภควตา ภณิตํ ‘อุตฺติฏฺเฐ นปฺปมชฺเชยฺย, อุทเร สํยโต สิยา’ติ.
‘‘ยํ ปน, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘อหํ โข ปนุทายิ อปฺเปกทา อิมินา ปตฺเตน สมติตฺติกมฺปิ ภุญฺชามิ, ภิยฺโยปิ ภุญฺชามี’ติ, ตํ กตกิจฺเจน นิฏฺฐิตกิริเยน สิทฺธตฺเถน วุสิตโวสาเนน นิราวรเณน สพฺพญฺญุนา สยมฺภุนา ตถาคเตน อตฺตานํ อุปาทาย ภณิตํ.
‘‘ยถา, มหาราช, วนฺตสฺส วิริตฺตสฺส อนุวาสิตสฺส อาตุรสฺส สปฺปายกิริยา อิจฺฉิตพฺพา โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, สกิเลสสฺส อทิฏฺฐสจฺจสฺส อุทเร สํยโม กรณีโย โหติ. ยถา, มหาราช, มณิรตนสฺส สปฺปภาสสฺส ชาติมนฺตสฺส อภิชาติปริสุทฺธสฺส มชฺชนนิฆํสนปริโสธเนน กรณียํ น โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคตสฺส พุทฺธวิสเย ปารมึ คตสฺส กิริยากรเณสุ อาวรณํ น โหตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อุทรสํยตปโญฺห ทุติโย.
๓. พุทฺธอปฺปาพาธปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อหมสฺมิ, ภิกฺขเว, พฺราหฺมโณ ยาจโยโค สทา ปยตปาณิ อนฺติมเทหธโร อนุตฺตโร ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต’ติ. ปุน จ ภณิตํ ภควตา ‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อปฺปาพาธานํ ยทิทํ พากุโล’ติ. ภควโต จ สรีเร พหุกฺขตฺตุํ อาพาโธ อุปฺปนฺโน ทิสฺสติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต อนุตฺตโร, เตน หิ ‘เอตทคฺคํ…เป… พากุโล’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เถโร พากุโล อปฺปาพาธานํ อคฺโค, เตน หิ ‘อหมสฺมิ…เป… สลฺลกตฺโต’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อหมสฺมิ…เป… สลฺลกตฺโต’ติ, ภณิตญฺจ ‘เอตทคฺคํ…เป… พากุโล’ติ, ตญฺจ ปน พาหิรานํ อาคมานํ อธิคมานํ ปริยตฺตีนํ อตฺตนิ วิชฺชมานตํ สนฺธาย ภาสิตํ.
‘‘สนฺติ โข ปน, มหาราช, ภควโต สาวกา ฐานจงฺกมิกา, เต ฐาเนน จงฺกเมน ทิวารตฺตึ วีตินาเมนฺติ, ภควา ปน, มหาราช, ฐาเนน จงฺกเมน นิสชฺชาย สยเนน ทิวารตฺตึ วีตินาเมติ, เย เต, มหาราช, ภิกฺขู ฐานจงฺกมิกา, เต เตน องฺเคน อติเรกา.
‘‘สนฺติ โข ปน, มหาราช, ภควโต สาวกา เอกาสนิกา, เต ชีวิตเหตุปิ ทุติยํ โภชนํ น ภุญฺชนฺติ, ภควา ปน, มหาราช, ทุติยมฺปิ ยาว ตติยมฺปิ โภชนํ ภุญฺชติ, เย เต, มหาราช, ภิกฺขู เอกาสนิกา, เต เตน องฺเคน อติเรกา, อเนกวิธานิ, มหาราช, ตานิ การณานิ เตสํ เตสํ ตํ ตํ สนฺธาย ภณิตานิ. ภควา ปน, มหาราช, อนุตฺตโร สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนน ทสหิ จ พเลหิ จตูหิ เวสารชฺเชหิ อฏฺฐารสหิ พุทฺธธมฺเมหิ ฉหิ อสาธารเณหิ ญาเณหิ, เกวเล จ พุทฺธวิสเย ตํ สนฺธาย ภณิตํ ‘อหมสฺมิ…เป… สลฺลกตฺโต’ติ.
‘‘อิธ, มหาราช, มนุสฺเสสุ เอโก ชาติมา โหติ, เอโก ธนวา, เอโก วิชฺชวา, เอโก สิปฺปวา, เอโก สูโร, เอโก วิจกฺขโณ, สพฺเพเปเต อภิภวิย ราชา เยว เตสํ อุตฺตโม โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, ภควา สพฺพสตฺตานํ อคฺโค เชฏฺโฐ เสฏฺโฐ.
‘‘ยํ ปน อายสฺมา พากุโล อปฺปาพาโธ อโหสิ, ตํ อภินีหารวเสน, โส หิ, มหาราช, อโนมทสฺสิสฺส ภควโต อุทรวาตาพาเธ อุปฺปนฺเน วิปสฺสิสฺส จ ภควโต อฏฺฐสฏฺฐิยา จ ภิกฺขุสตสหสฺสานํ ติณปุปฺผกโรเค อุปฺปนฺเน สยํ ตาปโส สมาโน นานาเภสชฺเชหิ ตํ พฺยาธึ อปเนตฺวา อปฺปาพาธตํ ปตฺโต, ภณิโต จ ‘เอตทคฺคํ…เป… พากุโล’ติ.
‘‘ภควโต, มหาราช, พฺยาธิมฺหิ อุปฺปชฺชนฺเตปิ อนุปฺปชฺชนฺเตปิ ธุตงฺคํ อาทิยนฺเตปิ อนาทิยนฺเตปิ นตฺถิ ภควตา สทิโส โกจิ สตฺโต. ภาสิตมฺเปตํ มหาราช ภควตา เทวาติเทเวน สํยุตฺตนิกายวรลญฺฉเก –
‘‘‘ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตา อปทา วา ทฺวิปทา วา จตุปฺปทา วา พหุปฺปทา วา รูปิโน วา อรูปิโน วา สญฺญิโน วา อสญฺญิโน วา เนวสญฺญีนาสญฺญิโน วา, ตถาคโต เตสํ อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’ติ. ‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’’ติ.
พุทฺธอปฺปาพาธปโญฺห ตติโย.
๔. มคฺคุปฺปาทนปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ตถาคโต ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’ติ. ปุน จ ภณิตํ ‘อทฺทสํ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, ปุราณํ มคฺคํ ปุราณํ อญฺชสํ ปุพฺพเกหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ อนุยาต’นฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา, เตน หิ ‘อทฺทสํ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, ปุราณํ มคฺคํ ปุราณํ อญฺชสํ ปุพฺพเกหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ อนุยาต’นฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘อทฺทสํ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, ปุราณํ มคฺคํ ปุราณํ อญฺชสํ ปุพฺพเกหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ อนุยาต’นฺติ, เตน หิ ‘ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’ติ. ภณิตญฺจ ‘อทฺทสํ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, ปุราณํ มคฺคํ ปุราณํ อญฺชสํ ปุพฺพเกหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ อนุยาต’นฺติ, ตํ ทฺวยมฺปิ สภาววจนเมว, ปุพฺพกานํ, มหาราช, ตถาคตานํ อนฺตรธาเนน อสติ อนุสาสเก มคฺโค อนฺตรธายิ, ตํ [โส ตํ (สี. ปี. ก.)] ตถาคโต มคฺคํ ลุคฺคํ ปลุคฺคํ คูฬฺหํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ อสญฺจรณํ ปญฺญาจกฺขุนา สมฺปสฺสมาโน [สมฺมสมาโน (สี. ปี.)] อทฺทส ปุพฺพเกหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ อนุยาตํ, ตํการณา อาห ‘อทฺทสํ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, ปุราณํ มคฺคํ ปุราณํ อญฺชสํ ปุพฺพเกหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ อนุยาต’นฺติ.
‘‘ปุพฺพกานํ, มหาราช, ตถาคตานํ อนฺตรธาเนน อสติ อนุสาสเก ลุคฺคํ ปลุคฺคํ คูฬฺหํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ อสญฺจรณํ มคฺคํ ยํ ทานิ ตถาคโต สญฺจรณํ อกาสิ, ตํการณา อาห ‘ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’ติ.
‘‘อิธ, มหาราช, รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส อนฺตรธาเนน มณิรตนํ คิริสิขนฺตเร นิลียติ, อปรสฺส จกฺกวตฺติสฺส สมฺมาปฏิปตฺติยา อุปคจฺฉติ, อปิ นุ โข ตํ, มหาราช, มณิรตนํ ตสฺส ปกต’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ปากติกํ เยว ตํ มณิรตนํ, เตน ปน นิพฺพตฺติต’’นฺติ [นิพฺพตฺตนฺติ (สี. ปี.)]. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ปากติกํ ปุพฺพเกหิ ตถาคเตหิ อนุจิณฺณํ อฏฺฐงฺคิกํ สิวํ มคฺคํ อสติ อนุสาสเก ลุคฺคํ ปลุคฺคํ คูฬฺหํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ อสญฺจรณํ ภควา ปญฺญาจกฺขุนา สมฺปสฺสมาโน อุปฺปาเทสิ, สญฺจรณํ อกาสิ, ตํการณา อาห ‘ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, สนฺตํ เยว ปุตฺตํ โยนิยา ชนยิตฺวา มาตา ‘ชนิกา’ติ วุจฺจติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต สนฺตํ เยว มคฺคํ ลุคฺคํ ปลุคฺคํ คูฬฺหํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ อสญฺจรณํ ปญฺญาจกฺขุนา สมฺปสฺสมาโน อุปฺปาเทสิ, สญฺจรณํ อกาสิ, ตํการณา อาห ‘ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โกจิ ปุริโส ยํ กิญฺจิ นฏฺฐํ ปสฺสติ, ‘เตน ตํ ภณฺฑํ นิพฺพตฺติต’นฺติ ชโน โวหรติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต สนฺตํ เยว มคฺคํ ลุคฺคํ ปลุคฺคํ คูฬฺหํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ อสญฺจรณํ ปญฺญาจกฺขุนา สมฺปสฺสมาโน อุปฺปาเทสิ, สญฺจรณํ อกาสิ, ตํการณา อาห ‘ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’ติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โกจิ ปุริโส วนํ โสเธตฺวา ภูมึ นีหรติ, ‘ตสฺส สา ภูมี’ติ ชโน โวหรติ, น เจสา ภูมิ เตน ปวตฺติตา, ตํ ภูมึ การณํ กตฺวา ภูมิสามิโก นาม โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต สนฺตํ เยว มคฺคํ ลุคฺคํ ปลุคฺคํ คูฬฺหํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ อสญฺจรณํ ปญฺญาย สมฺปสฺสมาโน อุปฺปาเทสิ, สญฺจรณํ อกาสิ, ตํการณา อาห ‘ตถาคโต, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา’’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
มคฺคุปฺปาทนปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. พุทฺธอวิเหฐกปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ปุพฺเพ วาหํ มนุสฺสภูโต สมาโน สตฺตานํ อวิเหฐกชาติโก อโหสิ’นฺติ. ปุน จ ภณิตํ ‘โลมสกสฺสโป นาม อิสิ สมาโน อเนกสเต ปาเณ ฆาตยิตฺวา วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘ปุพฺเพ วาหํ มนุสฺสภูโต สมาโน สตฺตานํ อวิเหฐกชาติโก อโหสิ’นฺติ, เตน หิ ‘โลมสกสฺสเปน อิสินา อเนกสเต ปาเณ ฆาตยิตฺวา วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิต’นฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ‘โลมสกสฺสเปน อิสินา อเนกสเต ปาเณ ฆาตยิตฺวา วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิตํ’, เตน หิ ‘ปุพฺเพ วาหํ มนุสฺสภูโต สมาโน สตฺตานํ อวิเหฐกชาติโก อโหสิ’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ปุพฺเพ วาหํ มนุสฺสภูโต สมาโน สตฺตานํ อวิเหฐกชาติโก อโหสิ’นฺติ, ‘โลมสกสฺสเปน อิสินา อเนกสเต ปาเณ ฆาตยิตฺวา วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิตํ’, ตญฺจ ปน ราควเสน วิสญฺญินา, โน สเจตเนนา’’ติ.
‘‘อฏฺฐิเม, ภนฺเต นาคเสน, ปุคฺคลา ปาณํ หนนฺติ. กตเม อฏฺฐ? รตฺโต ราควเสน ปาณํ หนติ, ทุฏฺโฐ โทสวเสน ปาณํ หนติ, มูโฬฺห โมหวเสน ปาณํ หนติ, มานี มานวเสน ปาณํ หนติ, ลุทฺโธ โลภวเสน ปาณํ หนติ, อกิญฺจโน ชีวิกตฺถาย ปาณํ หนติ, พาโล หสฺสวเสน [อญฺญาณวเสน (ก. สี.)] ปาณํ หนติ, ราชา วินยนวเสน ปาณํ หนติ. อิเม โข, ภนฺเต นาคเสน, อฏฺฐ ปุคฺคลา ปาณํ หนนฺติ. ปากติกํ เยว, ภนฺเต นาคเสน, โพธิสตฺเตน กต’’นฺติ. ‘‘น, มหาราช, ปากติกํ โพธิสตฺเตน กตํ, ยทิ, มหาราช, โพธิสตฺโต ปกติภาเวน โอนเมยฺย มหายญฺญํ ยชิตุํ, น ยิมํ คาถํ ภเณยฺย –
‘‘‘สสมุทฺทปริยายํ, มหึ สาครกุณฺฑลํ;
น อิจฺเฉ สห นินฺทาย, เอวํ เสยฺห [สยฺห (สี. ปี.)] วิชานหี’ติ.
‘‘เอวํวาที, มหาราช, โพธิสตฺโต สห ทสฺสเนน จนฺทวติยา ราชกญฺญาย วิสญฺญี อโหสิ ขิตฺตจิตฺโต รตฺโต วิสญฺญิภูโต อากุลากุโล ตุริตตุริโต เตน วิกฺขิตฺตภนฺตลุฬิตจิตฺเตน มหติมหาปสุฆาตคลรุหิรสญฺจยํ วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิ.
‘‘ยถา, มหาราช, อุมฺมตฺตโก ขิตฺตจิตฺโต ชลิตมฺปิ ชาตเวทํ อกฺกมติ, กุปิตมฺปิ อาสีวิสํ คณฺหาติ, มตฺตมฺปิ หตฺถึ อุเปติ, สมุทฺทมฺปิ อตีรทสฺสึ ปกฺขนฺทติ, จนฺทนิกมฺปิ โอฬิคลฺลมฺปิ โอมทฺทติ, กณฺฏกาธานมฺปิ อภิรุหติ, ปปาเตปิ ปตติ, อสุจิมฺปิ ภกฺเขติ, นคฺโคปิ รถิยา จรติ, อญฺญมฺปิ พหุวิธํ อกิริยํ กโรติ. เอวเมว โข, มหาราช, โพธิสตฺโต สห ทสฺสเนน จนฺทวติยา ราชกญฺญาย วิสญฺญี อโหสิ ขิตฺตจิตฺโต รตฺโต วิสญฺญิภูโต อากุลากุโล ตุริตตุริโต, เตน วิกฺขิตฺตภนฺตลุฬิตจิตฺเตน มหติมหาปสุฆาตคลรุหิรสญฺจยํ วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิ.
‘‘ขิตฺตจิตฺเตน, มหาราช, กตํ ปาปํ ทิฏฺฐธมฺเมปิ น มหาสาวชฺชํ โหติ, สมฺปราเย วิปาเกนปิ โน ตถา. อิธ, มหาราช, โกจิ อุมฺมตฺตโก วชฺฌมาปชฺเชยฺย, ตสฺส ตุเมฺห กึ ทณฺฑํ ธาเรถา’’ติ? ‘‘โก, ภนฺเต, อุมฺมตฺตกสฺส ทณฺโฑ ภวิสฺสติ, ตํ มยํ โปถาเปตฺวา นีหราเปม, เอโสว ตสฺส ทณฺโฑ’’ติ. ‘‘อิติ โข, มหาราช, อุมฺมตฺตกสฺส อปราเธ ทณฺโฑปิ น ภวติ, ตสฺมา อุมฺมตฺตกสฺส กเตปิ น โทโส ภวติ สเตกิจฺโฉ. เอวเมว โข, มหาราช, โลมสกสฺสโป อิสิ สห ทสฺสเนน จนฺทวติยา ราชกญฺญาย วิสญฺญี อโหสิ ขิตฺตจิตฺโต รตฺโต วิสญฺญิภูโต วิสฏปยาโต อากุลากุโล ตุริตตุริโต, เตน วิกฺขิตฺตภนฺตลุฬิตจิตฺเตน มหติมหาปสุฆาตคลรุหิรสญฺจยํ วาชเปยฺยํ มหายญฺญํ ยชิ. ยทา จ ปน ปกติจิตฺโต อโหสิ ปฏิลทฺธสฺสติ, ตทา ปุนเทว ปพฺพชิตฺวา ปญฺจาภิญฺญาโย นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
พุทฺธอวิเหฐกปโญฺห ปญฺจโม.
๖. ฉทฺทนฺตโชติปาลารพฺภปโญฺห
๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ฉทฺทนฺโต นาคราชา –
‘‘‘วธิสฺสเมตนฺติ ปรามสนฺโต, กาสาวมทฺทกฺขิ ธชํ อิสีนํ;
ทุกฺเขน ผุฏฺฐสฺสุทปาทิ สญฺญา, อรหทฺธโช สพฺภิ อวชฺฌรูโป’ติ.
‘‘ปุน จ ภณิตํ ‘โชติปาลมาณโว สมาโน กสฺสปํ ภควนฺตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ มุณฺฑกวาเทน สมณกวาเทน อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกฺโกสิ ปริภาสี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, โพธิสตฺโต ติรจฺฉานคโต สมาโน กาสาวํ อภิปูชยิ, เตน หิ ‘โชติปาเลน มาณเวน กสฺสโป ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ มุณฺฑกวาเทน สมณกวาเทน อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกฺกุฏฺโฐ ปริภาสิโต’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ โชติปาเลน มาณเวน กสฺสโป ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ มุณฺฑกวาเทน สมณกวาเทน อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกฺกุฏฺโฐ ปริภาสิโต, เตน หิ ‘ฉทฺทนฺเตน นาคราเชน กาสาวํ ปูชิต’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. ยทิ ติรจฺฉานคเตน โพธิสตฺเตน กกฺขฬขรกฏุกเวทนํ เวทยมาเนน ลุทฺทเกน นิวตฺถํ กาสาวํ ปูชิตํ, กึ มนุสฺสภูโต สมาโน ปริปกฺกญาโณ ปริปกฺกาย โพธิยา กสฺสปํ ภควนฺตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ ทสพลํ โลกนายกํ อุทิโตทิตํ ชลิตพฺยาโมภาสํ ปวรุตฺตมํ ปวรรุจิรกาสิกกาสาวมภิปารุตํ ทิสฺวา น ปูชยิ? อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ฉทฺทนฺโต นาคราชา ‘วธิสฺสเมตนฺติ…เป… อวชฺฌรูโป’ติ. โชติปาเลน จ มาณเวน กสฺสโป ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ มุณฺฑกวาเทน สมณกวาเทน อสพฺภาหิ ผรุสาหิ วาจาหิ อกฺกุฏฺโฐ ปริภาสิโต, ตญฺจ ปน ชาติวเสน กุลวเสน. โชติปาโล, มหาราช, มาณโว อสฺสทฺเธ อปฺปสนฺเน กุเล ปจฺจาชาโต, ตสฺส มาตาปิตโร ภคินิภาตโร ทาสิทาสเจฏกปริวารกมนุสฺสา พฺรหฺมเทวตา พฺรหฺมครุกา, เต ‘พฺราหฺมณา เอว อุตฺตมา ปวรา’ติ อวเสเส ปพฺพชิเต ครหนฺติ ชิคุจฺฉนฺติ, เตสํ ตํ วจนํ สุตฺวา โชติปาโล มาณโว ฆฏิกาเรน กุมฺภกาเรน สตฺถารํ ทสฺสนาย ปกฺโกสิโต เอวมาห ‘กึ ปน เตน มุณฺฑเกน สมณเกน ทิฏฺเฐนา’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, อมตํ วิสมาสชฺช ติตฺตกํ โหติ, ยถา จ สีโตทกํ อคฺคิมาสชฺช อุณฺหํ โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, โชติปาโล มาณโว อสฺสทฺเธ อปฺปสนฺเน กุเล ปจฺจาชาโต, โส กุลวเสน อนฺโธ หุตฺวา [โส กุลชาติวเสน อนฺโธ ภวิตฺวา (สฺยา.)] ตถาคตํ อกฺโกสิ ปริภาสิ.
‘‘ยถา, มหาราช, ชลิตปชฺชลิโต มหาอคฺคิกฺขนฺโธ สปฺปภาโส อุทกมาสชฺช อุปหตปฺปภาเตโช สีตโล กาฬโก ภวติ ปริปกฺกนิคฺคุณฺฑิผลสทิโส, เอวเมว โข, มหาราช, โชติปาโล มาณโว ปุญฺญวา สทฺโธ ญาณวิปุลสปฺปภาโส อสฺสทฺเธ อปฺปสนฺเน กุเล ปจฺจาชาโต, โส กุลวเสน อนฺโธ หุตฺวา ตถาคตํ อกฺโกสิ ปริภาสิ, อุปคนฺตฺวา จ พุทฺธคุณมญฺญาย เจฏกภูโต วิย อโหสิ, ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา จ สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ฉทฺทนฺตโชติปาลารพฺภปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. ฆฏิการปโญฺห
๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ฆฏิการสฺส กุมฺภการสฺส อาเวสนํ สพฺพํ เตมาสํ อากาสจฺฉทนํ อฏฺฐาสิ, น เทโวติวสฺสี’ติ. ปุน จ ภณิตํ ‘กสฺสปสฺส ตถาคตสฺส [ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส (ม. นิ. ๒.๒๘๙)] กุฏิ โอวสฺสตี’ติ. กิสฺส ปน, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคตสฺส เอวมุสฺสนฺนกุสลมูลสฺส [เอวรูปสฺส อุสฺสนฺนกุสลมูลสฺส (ก.)] กุฏิ โอวสฺสติ, ตถาคตสฺส นาม โส อานุภาโว อิจฺฉิตพฺโพ? ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ฆฏิการสฺส กุมฺภการสฺส อาเวสนํ อโนวสฺสํ อากาสจฺฉทนํ อโหสิ, เตน หิ ‘ตถาคตสฺส กุฏิ โอวสฺสตี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคตสฺส กุฏิ โอวสฺสติ, เตน หิ ‘ฆฏิการสฺส กุมฺภการสฺส อาเวสนํ อโนวสฺสกํ อโหสิ อากาสจฺฉทน’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ฆฏิการสฺส กุมฺภการสฺส อาเวสนํ สพฺพํ เตมาสํ อากาสจฺฉทนํ อฏฺฐาสิ, น เทโวติวสฺสี’ติ. ภณิตญฺจ ‘กสฺสปสฺส ตถาคตสฺส กุฏิ โอวสฺสตี’ติ. ฆฏิกาโร, มหาราช, กุมฺภกาโร สีลวา กลฺยาณธมฺโม อุสฺสนฺนกุสลมูโล อนฺเธ ชิณฺเณ มาตาปิตโร โปเสติ, ตสฺส อสมฺมุขา อนาปุจฺฉาเยวสฺส ฆเร ติณํ หริตฺวา ภควโต กุฏึ ฉาเทสุํ, โส เตน ติณหรเณน อกมฺปิตํ อสญฺจลิตํ สุสณฺฐิตํ วิปุลมสมํ ปีตึ ปฏิลภติ, ภิยฺโย โสมนสฺสญฺจ อตุลํ อุปฺปาเทสิ ‘อโห วต เม ภควา โลกุตฺตโม สุวิสฺสตฺโถ’ติ, เตน ตสฺส ทิฏฺฐธมฺมิโก วิปาโก นิพฺพตฺโต. น หิ, มหาราช, ตถาคโต ตาวตเกน วิกาเรน จลติ.
‘‘ยถา, มหาราช, สิเนรุ คิริราชา อเนกสตสหสฺสวาตสมฺปหาเรนปิ น กมฺปติ น จลติ, มโหทธิ วรปฺปวรสาคโร อเนกสตนหุตมหาคงฺคาสตสหสฺเสหิปิ น ปูรติ น วิการมาปชฺชติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต น ตาวตเกน วิกาเรน จลติ.
‘‘ยํ ปน, มหาราช, ตถาคตสฺส กุฏิ โอวสฺสติ, ตํ มหโต ชนกายสฺส อนุกมฺปาย. เทฺวเม, มหาราช, อตฺถวเส สมฺปสฺสมานา ตถาคตา สยํ นิมฺมิตํ ปจฺจยํ นปฺปฏิเสวนฺติ, ‘อยํ อคฺคทกฺขิเณยฺโย สตฺถา’ติ ภควโต ปจฺจยํ ทตฺวา เทวมนุสฺสา สพฺพทุคฺคติโต ปริมุจฺจิสฺสนฺตีติ, ทสฺเสตฺวา วุตฺตึ ปริเยสนฺตีติ ‘มา อญฺเญ อุปวเทยฺยุ’นฺติ. อิเม เทฺว อตฺถวเส สมฺปสฺสมานา ตถาคตา สยํ นิมฺมิตํ ปจฺจยํ นปฺปฏิเสวนฺติ. ยทิ, มหาราช, สกฺโก วา ตํ กุฏึ อโนวสฺสํ กเรยฺย พฺรหฺมา วา สยํ วา, สาวชฺชํ ภเวยฺย ตํ เยว กรณํ [การณํ (สี. ปี.)] สโทสํ สนิคฺคหํ, อิเม วิภูตํ [วิภูสํ (สี. ปี.)] กตฺวา โลกํ สมฺโมเหนฺติ อธิกตํ กโรนฺตีติ, ตสฺมา ตํ กรณํ วชฺชนียํ. น, มหาราช, ตถาคตา วตฺถุํ ยาจนฺติ, ตาย อวตฺถุยาจนาย อปริภาสิยา ภวนฺตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ฆฏิการปโญฺห สตฺตโม.
๘. พฺราหฺมณราชวาทปโญฺห
๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ตถาคเตน ‘อหมสฺมิ, ภิกฺขเว, พฺราหฺมโณ ยาจโยโค’ติ. ปุน จ ภณิตํ ‘ราชาหมสฺมิ เสลา’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘อหมสฺมิ, ภิกฺขเว, พฺราหฺมโณ ยาจโยโค’ติ, เตน หิ ‘ราชาหมสฺมิ เสลา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘ราชาหมสฺมิ เสลา’ติ, เตน หิ ‘อหมสฺมิ, ภิกฺขเว, พฺราหฺมโณ ยาจโยโค’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. ขตฺติโย วา หิ ภเวยฺย พฺราหฺมโณ วา, นตฺถิ เอกาย ชาติยา เทฺว วณฺณา นาม, อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อหมสฺมิ, ภิกฺขเว, พฺราหฺมโณ ยาจโยโค’ติ, ปุน จ ภณิตํ ‘ราชาหมสฺมิ เสลา’ติ, ตตฺถ การณํ อตฺถิ, เยน การเณน ตถาคโต พฺราหฺมโณ จ ราชา จ โหตี’’ติ.
‘‘กึ ปน ตํ, ภนฺเต นาคเสน, การณํ, เยน การเณน ตถาคโต พฺราหฺมโณ จ ราชา จ โหติ’’? ‘‘สพฺเพ, มหาราช, ปาปกา อกุสลา ธมฺมา ตถาคตสฺส พาหิตา ปหีนา อปคตา พฺยปคตา อุจฺฉินฺนา ขีณา ขยํ ปตฺตา นิพฺพุตา อุปสนฺตา, ตสฺมา ตถาคโต ‘พฺราหฺมโณ’ติ วุจฺจติ.
‘‘พฺราหฺมโณ นาม สํสยมเนกํสํ วิมติปถํ วีติวตฺโต, ภควาปิ, มหาราช, สํสยมเนกํสํ วิมติปถํ วีติวตฺโต, เตน การเณน ตถาคโต ‘พฺราหฺมโณ’ติ วุจฺจติ.
‘‘พฺราหฺมโณ นาม สพฺพภวคติโยนินิสฺสโฏ มลรชคตวิปฺปมุตฺโต อสหาโย, ภควาปิ, มหาราช, สพฺพภวคติโยนินิสฺสโฏ มลรชคตวิปฺปมุตฺโต อสหาโย, เตน การเณน ตถาคโต ‘พฺราหฺมโณ’ติ วุจฺจติ.
‘‘พฺราหฺมณา นาม อคฺคเสฏฺฐวรปวรทิพฺพวิหารพหุโล, ภควาปิ, มหาราช, อคฺคเสฏฺฐวรปวรทิพฺพวิหารพหุโล, เตนาปิ กปรเณน ตถาคโต ‘‘พฺราหฺมโณ’’ติ วุจฺจติ.
‘‘พฺราหฺมโณ นาม อชฺฌยน อชฺฌาปน ทานปฺปฏิคฺคหณ ทม สํยมนิยมปุพฺพมนุสิฏฺฐิ ปเวณิ วํส ธรโณ, ภควาปิ, มหาราช, อชฺฌยน อชฺฌาปน ทานปฺปฏิคฺคหณ ทม สํยม นิยม ปุพฺพชินาจิณฺณ อนุสิฏฺฐิ ปเวณิ วํส ธรโณ เตนาปิ การเณน ตถาคโต ‘พฺราหฺมโณ’ติ วุจฺจติ.
‘‘พฺราหฺมโณ นาม พฺรหาสุขวิหารชฺฌานฌายี; ภควาปิ, มหาราช, พฺรหาสุขวิหารชฺฌานฌายี, เตนาปิ การเณน ตถาคโต ‘พฺราหฺมโณ’ติ วุจฺจติ.
‘‘พฺราหฺมโณ นาม สพฺพภวาภวคตีสุ อภิชาติวตฺติตมนุจริตํ ชานาติ, ภควาปิ, มหาราช, สพฺพภวาภวคตีสุ อภิชาติวตฺติตมนุจริตํ ชานาติ, เตนาปิ การเณน ตถาคโต ‘พฺราหฺมโณ’ติ วุจฺจติ.
‘‘พฺราหฺมโณติ, มหาราช, ภควโต เนตํ นามํ มาตรา กตํ, น ปิตรา กตํ, น ภาตรา กตํ, น ภคินิยา กตํ, น มิตฺตามจฺเจหิ กตํ, น ญาติสาโลหิเตหิ กตํ, น สมณพฺราหฺมเณหิ กตํ, น เทวตาหิ กตํ, วิโมกฺขนฺติกเมตํ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ นามํ โพธิยา เยว มูเล มารเสนํ วิธมิตฺวา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม พาเหตฺวา สห สพฺพญฺญุตญาณสฺส ปฏิลาภา ปฏิลทฺธปาตุภูตสมุปฺปนฺนมตฺเต สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ พฺราหฺมโณติ, เตน การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘พฺราหฺมโณ’’’ติ.
‘‘เกน ปน, ภนฺเต นาคเสน, การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘ราชา’’’ติ? ‘‘ราชา นาม, มหาราช, โย โกจิ รชฺชํ กาเรติ โลกมนุสาสติ, ภควาปิ, มหาราช, ทสสหสฺสิยา โลกธาตุยา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรติ, สเทวกํ โลกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสํ อนุสาสติ, เตนาปิ การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘ราชา’ติ.
‘‘ราชา นาม, มหาราช, สพฺพชนมนุสฺเส อภิภวิตฺวา นนฺทยนฺโต ญาติสงฺฆํ, โสจยนฺโต อมิตฺตสงฺฆํ, มหติมหายสสิริหรํ ถิรสารทณฺฑํ อนูนสตสลากาลงฺกตํ อุสฺสาเปติ ปณฺฑรวิมลเสตจฺฉตฺตํ, ภควาปิ, มหาราช, โสจยนฺโต มารเสนํ มิจฺฉาปฏิปนฺนํ, นนฺทยนฺโต เทวมนุสฺเส สมฺมาปฏิปนฺเน ทสสหสฺสิยา โลกธาตุยา มหติมหายสสิริหรํ ขนฺติถิรสารทณฺฑํ ญาณวรสตสลากาลงฺกตํ อุสฺสาเปติ อคฺควรวิมุตฺติปณฺฑรวิมลเสตจฺฉตฺตํ, เตนาปิ การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘ราชา’ติ.
‘‘ราชา นาม อุปคตสมฺปตฺตชนานํ พหูนมภิวนฺทนีโย ภวติ, ภควาปิ, มหาราช, อุปคตสมฺปตฺตเทวมนุสฺสานํ พหูนมภิวนฺทนีโย, เตนาปิ การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘ราชา’ติ.
‘‘ราชา นาม ยสฺส กสฺสจิ อาราธกสฺส ปสีทิตฺวา วริตํ วรํ ทตฺวา กาเมน ตปฺปยติ, ภควาปิ, มหาราช, ยสฺส กสฺสจิ กาเยน วาจาย มนสา อาราธกสฺส ปสีทิตฺวา วริตํ วรมนุตฺตรํ สพฺพทุกฺขปริมุตฺตึ ทตฺวา อเสสกามวเรน จ ตปฺปยติ, เตนาปิ การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘ราชา’ติ.
‘‘ราชา นาม อาณํ วีติกฺกมนฺตํ วิครหติ ฌาเปติ [ชาเปติ (สี. ปี.)] ธํเสติ, ภควโตปิ, มหาราช, สาสนวเร อาณํ อติกฺกมนฺโต อลชฺชี มงฺกุภาเวน โอญฺญาโต หีฬิโต ครหิโต ภวิตฺวา วชฺชติ ชินสาสนวรมฺหา, เตนาปิ การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘ราชา’ติ.
‘‘ราชา นาม ปุพฺพกานํ ธมฺมิกานํ ราชูนํ ปเวณิมนุสิฏฺฐิยา ธมฺมาธมฺมมนุทีปยิตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ การยมาโน ปิหยิโต ปิโย ปตฺถิโต ภวติ ชนมนุสฺสานํ, จิรํ ราชกุลวํสํ ฐปยติ ธมฺมคุณพเลน, ภควาปิ, มหาราช, ปุพฺพกานํ สยมฺภูนํ ปเวณิมนุสิฏฺฐิยา ธมฺมาธมฺมมนุทีปยิตฺวา ธมฺเมน โลกมนุสาสมาโน ปิหยิโต ปิโย ปตฺถิโต เทวมนุสฺสานํ จิรํ สาสนํ ปวตฺเตติ ธมฺมคุณพเลน, เตนาปิ การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘ราชา’ติ. เอวมเนกวิธํ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน ตถาคโต พฺราหฺมโณปิ ภเวยฺย ราชาปิ ภเวยฺย, สุนิปุโณ ภิกฺขุ กปฺปมฺปิ โน นํ สมฺปาเทยฺย, กึ อติพหุํ ภณิเตน, สํขิตฺตํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพ’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
พฺราหฺมณราชวาทปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. คาถาภิคีตโภชนกถาปโญฺห
๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา –
‘‘‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺยํ [อโภชนียํ (ก.) สุ. นิ. ๘๑ ปสฺสิตพฺพํ], สมฺปสฺสตํ พฺราหฺมณ เนส ธมฺมา;
คาถาภิคีตํ ปนุทนฺติ พุทฺธา, ธมฺเม สตี พฺราหฺมณ วุตฺติเรสา’ติ.
‘‘ปุน จ ภควา ปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺโต กเถนฺโต อนุปุพฺพิกถํ ปฐมํ ตาว ทานกถํ กเถติ, ปจฺฉา สีลกถํ, ตสฺส ภควโต สพฺพโลกิสฺสรสฺส ภาสิตํ สุตฺวา เทวมนุสฺสา อภิสงฺขริตฺวา ทานํ เทนฺติ, ตสฺส ตํ อุยฺโยชิตํ ทานํ สาวกา ปริภุญฺชนฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺย’นฺติ, เตน หิ ‘ภควา ทานกถํ ปฐมํ กเถตี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ทานกถํ ปฐมํ กเถติ, เตน หิ ‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺย’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. กึ การณํ? โย โส, ภนฺเต, ทกฺขิเณยฺโย คิหีนํ ปิณฺฑปาตทานสฺส วิปากํ กเถติ, ตสฺส เต ธมฺมกถํ สุตฺวา ปสนฺนจิตฺตา อปราปรํ ทานํ เทนฺติ, เย ตํ ทานํ ปริภุญฺชนฺติ, สพฺเพ เต คาถาภิคีตํ ปริภุญฺชนฺติ. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห นิปุโณ คมฺภีโร ตปานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺยํ, สมฺปสฺสตํ พฺราหฺมณ เนส ธมฺโม. คาถาภิคีตํ ปนุทนฺติ พุทฺธา, ธมฺเม สตี พฺราหฺมณ วุตฺติเรสา’ติ, กเถติ จ ภควา ปฐมํ ทานกถํ, ตญฺจ ปน กิริยํ สพฺเพสํ ตถาคตานํ ปฐมํ ทานกถาย, ตตฺถ จิตฺตํ อภิรมาเปตฺวา ปจฺฉา สีเล นิโยเชนฺติ. ยถา, มหาราช, มนุสฺสา ตรุณทารกานํ ปฐมํ ตาว กีฬาภณฺฑกานิ เทนฺติ. เสยฺยถิทํ, วงฺกกํ ฆฏิกํ จิงฺคุลกํ ปตฺตาฬฺหกํ รถกํ ธนุกํ, ปจฺฉา เต สเก สเก กมฺเม นิโยเชนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ปฐมํ ทานกถาย จิตฺตํ อภิรมาเปตฺวา ปจฺฉา สีเล นิโยเชติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ภิสกฺโก นาม อาตุรานํ ปฐมํ ตาว จตูหปญฺจาหํ เตลํ ปาเยติ พลกรณาย สิเนหนาย, ปจฺฉา วิเรเจติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ปฐมํ ตาว ทานกถาย จิตฺตํ อภิรมาเปตฺวา ปจฺฉา สีเล นิโยเชติ. ทายกานํ, มหาราช, ทานปตีนํ จิตฺตํ มุทุกํ โหติ มทฺทวํ สินิทฺธํ, เตน เต ทานเสตุสงฺกเมน ทานนาวาย สํสารสาครปารมนุคจฺฉนฺติ, ตสฺมา เตสํ ปฐมํ กมฺมภูมิมนุสาสติ, น จ เกนจิ [เตน (สี. ปี.)] วิญฺญตฺติมาปชฺชตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘วิญฺญตฺติ’นฺติ ยํ วเทสิ, กติ ปน ตา วิญฺญตฺติโย’’ติ? ‘‘เทฺวมา, มหาราช, วิญฺญตฺติโย กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ จาติ. ตตฺถ อตฺถิ กายวิญฺญตฺติ สาวชฺชา, อตฺถิ อนวชฺชา. อตฺถิ วจีวิญฺญตฺติ สาวชฺชา, อตฺถิ อนวชฺชา.
‘‘กตมา กายวิญฺญตฺติ สาวชฺชา? อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ กุลานิ อุปคนฺตฺวา อโนกาเส ฐิโต ฐานํ ภญฺชติ, อยํ กายวิญฺญตฺติ สาวชฺชา. ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา น ปริภุญฺชนฺติ, โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย โอญฺญาโต โหติ หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ปริภูโต อจิตฺตีกโต, ภินฺนาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ กุลานิ อุปคนฺตฺวา อโนกาเส ฐิโต คลํ ปณาเมตฺวา โมรเปกฺขิตํ เปกฺขติ ‘เอวํ อิเม ปสฺสนฺตี’ติ, เตน จ เต ปสฺสนฺติ. อยมฺปิ กายวิญฺญตฺติ สาวชฺชา. ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา น ปริภุญฺชนฺติ, โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย โอญฺญาโต โหติ หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ปริภูโต อจิตฺตีกโต, ภินฺนาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ หนุกาย วา ภมุกาย วา องฺคุฏฺเฐน วา วิญฺญาเปติ, อยมฺปิ กายวิญฺญตฺติ สาวชฺชา, ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา น ปริภุญฺชนฺติ, โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย โอญฺญาโต โหติ หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ปริภูโต อจิตฺตีกโต, ภินฺนาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘กตมา กายวิญฺญตฺติ อนวชฺชา? อิธ ภิกฺขุ กุลานิ อุปคนฺตฺวา สโต สมาหิโต สมฺปชาโน ฐาเนปิ อฏฺฐาเนปิ ยถานุสิฏฺฐึ คนฺตฺวา ฐาเน ติฏฺฐติ, ทาตุกาเมสุ ติฏฺฐติ, อทาตุกาเมสุ ปกฺกมติ. อยํ กายวิญฺญตฺติ อนวชฺชา, ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา ปริภุญฺชนฺติ, โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย วณฺณิโต โหติ ถุโต ปสตฺโถ สลฺเลขิตาจาโร, ปริสุทฺธาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน –
‘น เว ยาจนฺติ สปฺปญฺญา, ธีโร จ เวทิตุมรหติ [อริยา ครหนฺติ ยาจนํ (สี. ปี.)];
อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ, เอสา อริยาน ยาจนา’ติ.
‘‘กตมา วจีวิญฺญตฺติ สาวชฺชา? อิธ, มหาราช, ภิกฺขุ วาจาย พหุวิธํ วิญฺญาเปติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, อยํ วจีวิญฺญตฺติ สาวชฺชา, ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา น ปริภุญฺชนฺติ, โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย โอญฺญาโต โหติ หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ปริภูโต อจิตฺตีกโต, ภินฺนาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ ปเรสํ สาเวนฺโต เอวํ ภณติ ‘อิมินา เม อตฺโถ’ติ, ตาย จ วาจาย ปเรสํ สาวิตาย ตสฺส ลาโภ อุปฺปชฺชติ, อยมฺปิ วจีวิญฺญตฺติ สาวชฺชา, ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา น ปริภุญฺชนฺติ, โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย โอญฺญาโต โหติ หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ปริภูโต อจิตฺตีกโต, ภินฺนาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ วจีวิปฺผาเรน ปริสาย สาเวติ ‘เอวญฺจ เอวญฺจ ภิกฺขูนํ ทาตพฺพ’นฺติ, ตญฺจ เต วจนํ สุตฺวา ปริกิตฺติตํ อภิหรนฺติ, อยมฺปิ วจีวิญฺญตฺติ สาวชฺชา, ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา น ปริภุญฺชนฺติ, โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย โอญฺญาโต โหติ หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ปริภูโต อจิตฺตีกโต, ภินฺนาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘นนุ, มหาราช, เถโรปิ สาริปุตฺโต อตฺถงฺคเต สูริเย รตฺติภาเค คิลาโน สมาโน เถเรน มหาโมคฺคลฺลาเนน เภสชฺชํ ปุจฺฉียมาโน วาจํ ภินฺทิ, ตสฺส เตน วจีเภเทน เภสชฺชํ อุปฺปชฺชิ. อถ เถโร สาริปุตฺโต ‘วจีเภเทน เม อิมํ เภสชฺชํ อุปฺปนฺนํ, มา เม อาชีโว ภิชฺชี’ติ อาชีวเภทภยา ตํ เภสชฺชํ ปชหิ น อุปชีวิ. เอวมฺปิ วจีวิญฺญตฺติ สาวชฺชา, ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา น ปริภุญฺชนฺติ. โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย โอญฺญาโต โหติ หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ปริภูโต อจิตฺตีกโต, ภินฺนาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘กตมา วจีวิญฺญตฺติ อนวชฺชา? อิธ, มหาราช, ภิกฺขุ สติ ปจฺจเย เภสชฺชํ วิญฺญาเปติ ญาติปวาริเตสุ กุเลสุ, อยํ วจีวิญฺญตฺติ อนวชฺชา, ตาย จ วิญฺญาปิตํ อริยา ปริภุญฺชนฺติ, โส จ ปุคฺคโล อริยานํ สมเย วณฺณิโต โหติ โถมิโต ปสตฺโถ, ปริสุทฺธาชีโวเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ, อนุมโต ตถาคเตหิ อรหนฺเตหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธหิ.
‘‘ยํ ปน, มหาราช, ตถาคโต กสิภารทฺวาชสฺส พฺราหฺมณสฺส โภชนํ ปชหิ [ปชหติ (ก.)], ตํ อาเวฐนวินิเวฐนกฑฺฒนนิคฺคหปฺปฏิกมฺเมน นิพฺพตฺติ, ตสฺมา ตถาคโต ตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิกฺขิปิ น อุปชีวี’’ติ.
‘‘สพฺพกาลํ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเต ภุญฺชมาเน เทวตา ทิพฺพํ โอชํ ปตฺเต อากิรนฺติ, อุทาหุ ‘สูกรมทฺทเว จ มธุปายาเส จา’ติ ทฺวีสุ เยว ปิณฺฑปาเตสุ อากิรึสู’’ติ? ‘‘สพฺพกาลํ, มหาราช, ตถาคเต ภุญฺชมาเน เทวตา ทิพฺพํ โอชํ คเหตฺวา อุปติฏฺฐิตฺวา อุทฺธฏุทฺธเฏ อาโลเป อากิรนฺติ.
‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ สูโท รญฺโญ ภุญฺชนฺตสฺส สูปํ คเหตฺวา อุปติฏฺฐิตฺวา กพเฬ กพเฬ สูปํ อากิรติ, เอวเมว โข, มหาราช, สพฺพกาลํ ตถาคเต ภุญฺชมาเน เทวตา ทิพฺพํ โอชํ คเหตฺวา อุปติฏฺฐิตฺวา อุทฺธฏุทฺธเฏ อาโลเป ทิพฺพํ โอชํ อากิรนฺติ. เวรญฺชายมฺปิ, มหาราช, ตถาคตสฺส สุกฺขยวปุลเก [สุกฺขยวมูลเก (ก.)] ภุญฺชมานสฺส เทวตา ทิพฺเพน โอเชน เตมยิตฺวา เตมยิตฺวา อุปสํหรึสุ, เตน ตถาคตสฺส กาโย อุปจิโต อโหสี’’ติ. ‘‘ลาภา วต, ภนฺเต นาคเสน, ตาสํ เทวตานํ, ยา ตถาคตสฺส สรีรปฺปฏิชคฺคเน สตตํ สมิตํ อุสฺสุกฺกมาปนฺนา. สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
คาถาภิคีตโภชนกถาปโญฺห นวโม.
๑๐. ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกปโญฺห
๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ตถาคเตน จตูหิ จ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปานํ สตสหสฺเสน จ เอตฺถนฺตเร สพฺพญฺญุตญาณํ ปริปาจิตํ มหโต ชนกายสฺส สมุทฺธรณายา’ติ. ปุน จ ‘สพฺพญฺญุตํ ปตฺตสฺส อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ, โน ธมฺมเทสนายา’ติ.
‘‘ยถา นาม, ภนฺเต นาคเสน, อิสฺสาโส วา อิสฺสาสนฺเตวาสี วา พหุเก ทิวเส สงฺคามตฺถาย อุปาสนํ สิกฺขิตฺวา สมฺปตฺเต มหายุทฺเธ โอสกฺเกยฺย, เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน จตูหิ จ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปานํ สตสหสฺเสน จ เอตฺถนฺตเร สพฺพญฺญุตญาณํ ปริปาเจตฺวา มหโต ชนกายสฺส สมุทฺธรณาย สพฺพญฺญุตํ ปตฺเตน ธมฺมเทสนาย โอสกฺกิตํ.
‘‘ยถา วา ปน, ภนฺเต นาคเสน, มลฺโล วา มลฺลนฺเตวาสี วา พหุเก ทิวเส นิพฺพุทฺธํ สิกฺขิตฺวา สมฺปตฺเต มลฺลยุทฺเธ โอสกฺเกยฺย, เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน จตูหิ จ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปานํ สตสหสฺเสน จ เอตฺถนฺตเร สพฺพญฺญุตญาณํ ปริปาเจตฺวา มหโต ชนกายสฺส สมุทฺธรณาย สพฺพญฺญุตํ ปตฺเตน ธมฺมเทสนาย โอสกฺกิตํ.
‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน ภยา โอสกฺกิตํ, อุทาหุ อปากฏตาย โอสกฺกิตํ, อุทาหุ ทุพฺพลตาย โอสกฺกิตํ, อุทาหุ อสพฺพญฺญุตาย โอสกฺกิตํ, กึ ตตฺถ การณํ, อิงฺฆ เม ตฺวํ การณํ พฺรูหิ กงฺขาวิตรณาย. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน จตูหิ จ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปานํ สตสหสฺเสน จ เอตฺถนฺตเร สพฺพญฺญุตญาณํ ปริปาจิตํ มหโต ชนกายสฺส สมุทฺธรณาย, เตน หิ ‘สพฺพญฺญุตํ ปตฺตสฺส อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ, โน ธมฺมเทสนายา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ สพฺพญฺญุตํ ปตฺตสฺส อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ โน ธมฺมเทสนาย, เตน หิ ‘ตถาคเตน จตูหิ จ อสงฺเขฺยยฺเยติ กปฺปานํ สตสหสฺเสน จ เอตฺถนฺตเร สพฺพญฺญุตญาณํ ปริปาจิตํ มหโต ชนกายสฺส สมุทฺธรณายา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห คมฺภีโร ทุนฺนิพฺเพโฐ ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ปริปาจิตญฺจ, มหาราช, ตถาคเตน จตูหิ จ อสงฺเขฺยยฺเยหิ กปฺปานํ สตสหสฺเสน จ เอตฺถนฺตเร สพฺพญฺญุตญาณํ มหโต ชนกายสฺส สมุทฺธรณาย, ปตฺตสพฺพญฺญุตสฺส จ อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ, โน ธมฺมเทสนาย. ตญฺจ ปน ธมฺมสฺส คมฺภีรนิปุณทุทฺทสทุรนุโพธสุขุมทุปฺปฏิเวธตํ สตฺตานญฺจ อาลยารามตํ สกฺกายทิฏฺฐิยา ทฬฺหสุคฺคหิตตญฺจ ทิสฺวา ‘กึ นุ โข, กถํ นุ โข’ติ อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ, โน ธมฺมเทสนาย, สตฺตานํ ปฏิเวธจินฺตนมานสํ เยเวตํ.
‘‘ยถา, มหาราช, ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต อเนกพฺยาธิปริปีฬิตํ นรํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ จินฺตยติ ‘เกน นุ โข อุปกฺกเมน กตเมน วา เภสชฺเชน อิมสฺส พฺยาธิ วูปสเมยฺยา’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคตสฺส สพฺพกิเลสพฺยาธิปริปีฬิตํ ชนํ ธมฺมสฺส จ คมฺภีรนิปุณทุทฺทสทุรนุโพธสุขุมทุปฺปฏิเวธตํ ทิสฺวา ‘กึ นุ โข, กถํ นุ โข’ติ อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ, โน ธมฺมเทสนาย, สตฺตานํ ปฏิเวธจินฺตนมานสํ เยเวตํ.
‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส โทวาริกอนีกฏฺฐปาริสชฺชเนคมภฏพล [พลตฺถ (สี. ปี.)] อมจฺจราชญฺญราชูปชีวิเน ชเน ทิสฺวา เอวํ จิตฺตมุปฺปชฺเชยฺย ‘กึ นุ โข, กถํ นุ โข อิเม สงฺคณฺหิสฺสามี’ติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคตสฺส ธมฺมสฺส คมฺภีรนิปุณทุทฺทสทุรนุโพธสุขุมทุปฺปฏิเวธตํ สตฺตานญฺจ อาลยารามตํ สกฺกายทิฏฺฐิยา ทฬฺหสุคฺคหิตตญฺจ ทิสฺวา ‘กึ นุ โข, กถํ นุ โข’ติ อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ, โน ธมฺมเทสนาย, สตฺตานํ ปฏิเวธจินฺตนมานสํ เยเวตํ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, สพฺเพสํ ตถาคตานํ ธมฺมตา เอสา, ยํ พฺรหฺมุนา อายาจิตา ธมฺมํ เทเสนฺติ. ตตฺถ ปน กึ การณํ? เย เตน สมเยน มนุสฺสา ตาปสปริพฺพาชกา สมณพฺราหฺมณา, สพฺเพเต พฺรหฺมเทวตา โหนฺติ พฺรหฺมครุกา พฺรหฺมปรายณา, ตสฺมา ตสฺส พลวโต ยสวโต ญาตสฺส ปญฺญาตสฺส อุตฺตรสฺส อจฺจุคฺคตสฺส โอนมเนน สเทวโก โลโก โอนมิสฺสติ โอกปฺเปสฺสติ อธิมุจฺจิสฺสตีติ อิมินา จ, มหาราช, การเณน ตถาคตา พฺรหฺมุนา อายาจิตา ธมฺมํ เทเสนฺติ.
‘‘ยถา, มหาราช, โกจิ ราชา วา ราชมหามตฺโต วา ยสฺส โอนมติ อปจิตึ กโรติ, พลวตรสฺส ตสฺส โอนมเนน อวเสสา ชนตา โอนมติ อปจิตึ กโรติ, เอวเมว โข, มหาราช, พฺรเหฺม โอนมิเต ตถาคตานํ สเทวโก โลโก โอนมิสฺสติ, ปูชิตปูชโก มหาราช, โลโก, ตสฺมา โส พฺรหฺมา สพฺเพสํ ตถาคตานํ อายาจติ ธมฺมเทสนาย, เตน จ การเณน ตถาคตา พฺรหฺมุนา อายาจิตา ธมฺมํ เทเสนฺตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, สุนิพฺเพฐิโต ปโญฺห, อติภทฺรกํ เวยฺยากรณํ, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกปโญฺห ทสโม.
๑๑. อาจริยานาจริยปโญฺห
๑๑. ‘‘ภนฺเต, นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา –
‘‘‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ;
สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ, นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล’ติ [มหาว. ๑๑].
‘‘ปุน จ ภณิตํ ‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อาฬาโร กาลาโม อาจริโย เม สมาโน อนฺเตวาสึ มํ สมานํ อตฺตนา สมสมํ ฐเปสิ, อุฬาราย จ มํ ปูชาย ปูเชสี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน ภณิตํ ‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ. สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ, นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล’ติ, เตน หิ ‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อาฬาโร กาลาโม อาจริโย เม สมาโน อนฺเตวาสึ มํ สมานํ อตฺตนา สมสมํ ฐเปสี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อาฬาโร กาลาโม อาจริโย เม สมาโน อนฺเตวาสึ มํ สมานํ อตฺตนา สมสมํ ฐเปสี’ติ, เตน หิ ‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ. สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ, นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ตถาคเตน ‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ. สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ, นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล’ติ, ภณิตญฺจ ‘อิติ โข, ภิกฺขเว, อาฬาโร กาลาโม อาจริโย เม สมาโน อนฺเตวาสึ มํ สมานํ อตฺตนา สมสมํ ฐเปสิ, อุฬาราย จ มํ ปูชาย ปูเชสี’ติ.
‘‘ตญฺจ ปน วจนํ ปุพฺเพว สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต อาจริยภาวํ สนฺธาย ภาสิตํ.
‘ปญฺจิเม, มหาราช, ปุพฺเพว สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺส สโต อาจริยา, เยหิ อนุสิฏฺโฐ โพธิสตฺโต ตตฺถ ตตฺถ ทิวสํ วีตินาเมสิ. กตเม ปญฺจ? เย เต, มหาราช, อฏฺฐ พฺราหฺมณา ชาตมตฺเต โพธิสตฺเต ลกฺขณานิ ปริคฺคณฺหึสุ, เสยฺยถีทํ, ราโม ธโช ลกฺขโณ มนฺตี ยญฺโญ สุยาโม สุโภโช สุทตฺโตติ. เต ตสฺส โสตฺถึ ปเวทยิตฺวา รกฺขากมฺมํ อกํสุ, เต จ ปฐมํ อาจริยา.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, โพธิสตฺตสฺส ปิตา สุทฺโธทโน ราชา ยํ เตน สมเยน อภิชาตํ อุทิจฺจชาติมนฺตํ ปทกํ เวยฺยากรณํ ฉฬงฺควนฺตํ สพฺพมิตฺตํ นาม พฺราหฺมณํ อุปเนตฺวา โสวณฺเณน ภิงฺคาเรน [ภิงฺกาเรน (สี. ปี.)] อุทกํ โอโณเชตฺวา ‘อิมํ กุมารํ สิกฺขาเปหี’ติ อทาสิ, อยํ ทุติโย อาจริโย.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ยา สา เทวตา โพธิสตฺตํ สํเวเชสี, ยสฺสา วจนํ สุตฺวา โพธิสตฺโต สํวิคฺโค อุพฺพิคฺโค ตสฺมึ เยว ขเณ เนกฺขมฺมํ นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิ, อยํ ตติโย อาจริโย.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อาฬาโร กาลาโม อากิญฺจญฺญายตนสฺส ปริกมฺมํ อาจิกฺขิ, อยํ จตุตฺโถ อาจริโย.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, อุทโก รามปุตฺโต เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส ปริกมฺมํ อาจิกฺขิ [อาจิกฺขติ (ก.)], อยํ ปญฺจโม อาจริโย. อิเม โข, มหาราช, ปุพฺเพว สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺส สโต ปญฺจ อาจริยา. เต จ ปน อาจริยา โลกิเย ธมฺเม. อิมสฺมิญฺจ ปน, มหาราช, โลกุตฺตเร ธมฺเม สพฺพญฺญุตญาณปฺปฏิเวธาย นตฺถิ ตถาคตสฺส อนุตฺตโร อนุสาสโก, สยมฺภู, มหาราช, ตถาคโต อนาจริยโก, ตสฺมา การณา ตถาคเตน ภณิตํ ‘น เม อาจริโย อตฺถิ, สทิโส เม น วิชฺชติ. สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ, นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโล’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อาจริยานาจริยปโญฺห เอกาทสโม.
สนฺถววคฺโค ปญฺจโม.
อิมสฺมึ วคฺเค เอกาทส ปโญฺห.
เมณฺฑกปโญฺห นิฏฺฐิโต.