๘. อเภชฺชปริสปโญฺห

๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ตถาคโต อเภชฺชปริโส’ติ, ปุน จ ภณถ ‘เทวทตฺเตน เอกปฺปหารํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ภินฺนานี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต อเภชฺชปริโส, เตน หิ เทวทตฺเตน เอกปฺปหารํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ภินฺนานีติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เทวทตฺเตน เอกปฺปหารํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ภินฺนานิ, เตน หิ ‘ตถาคโต อเภชฺชปริโส’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, คมฺภีโร ทุนฺนิเวฐิโย, คณฺฐิโตปิ คณฺฐิตโร, เอตฺถายํ ชโน อาวโฏ นิวุโต โอวุโต ปิหิโต ปริโยนทฺโธ, เอตฺถ ตว ญาณพลํ ทสฺเสหิ ปรวาเทสู’’ติ.

‘‘อเภชฺชปริโส, มหาราช, ตถาคโต, เทวทตฺเตน จ เอกปฺปหารํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ภินฺนานิ, ตญฺจ ปน เภทกสฺส พเลน, เภทเก วิชฺชมาเน นตฺถิ, มหาราช, อเภชฺชํ นาม. เภทเก สติ มาตาปิ ปุตฺเตน ภิชฺชติ, ปุตฺโตปิ มาตรา ภิชฺชติ, ปิตาปิ ปุตฺเตน ภิชฺชติ, ปุตฺโตปิ ปิตรา ภิชฺชติ, ภาตาปิ ภคินิยา ภิชฺชติ, ภคินีปิ ภาตรา ภิชฺชติ, สหาโยปิ สหาเยน ภิชฺชติ, นาวาปิ นานาทารุสงฺฆฏิตา อูมิเวคสมฺปหาเรน ภิชฺชติ, รุกฺโขปิ มธุกปฺปสมฺปนฺนผโล อนิลพลเวคาภิหโต ภิชฺชติ, สุวณฺณมฺปิ ชาติมนฺตํ [ชาตรูปมฺปิ (สี.)] โลเหน ภิชฺชติ. อปิ จ, มหาราช, เนโส อธิปฺปาโย วิญฺญูนํ, เนสา พุทฺธานํ อธิมุตฺติ, เนโส ปณฺฑิตานํ ฉนฺโท ‘ตถาคโต เภชฺชปริโส’ติ. อปิ เจตฺถ การณํ อตฺถิ, เยน การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘อเภชฺชปริโส’ติ. กตมํ เอตฺถ การณํ? ตถาคตสฺส, มหาราช, กเตน อทาเนน วา อปฺปิยวจเนน วา อนตฺถจริยาย วา อสมานตฺตตาย วา ยโต กุโตจิ จริยํ จรนฺตสฺสปิ ปริสา ภินฺนาติ น สุตปุพฺพํ, เตน การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘อเภชฺชปริโส’ติ. ตยาเปตํ, มหาราช, ญาตพฺพํ ‘อตฺถิ กิญฺจิ นวงฺเค พุทฺธวจเน สุตฺตาคตํ, อิมินา นาม การเณน โพธิสตฺตสฺส กเตน ตถาคตสฺส ปริสา ภินฺนา’ติ? ‘‘นตฺถิ ภนฺเต, โน เจตํ โลเก ทิสฺสติ โนปิ สุยฺยติ. สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อเภชฺชปริสปโญฺห อฏฺฐโม.

อเภชฺชวคฺโค ทุติโย.

อิมสฺมึ วคฺเค อฏฺฐ ปญฺหา.