๒. อเภชฺชวคฺโค

๑. ขุทฺทานุขุทฺทกปโญฺห

๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ โน อนภิญฺญายา’ติ. ปุน จ วินยปญฺญตฺติยา เอวํ ภณิตํ ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ ทุปฺปญฺญตฺตานิ, อุทาหุ อวตฺถุสฺมึ อชานิตฺวา ปญฺญตฺตานิ, ยํ ภควา อตฺตโน อจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนาเปติ? ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ โน อนภิญฺญายา’ติ, เตน หิ ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเต วินยปญฺญตฺติยา เอวํ ภณิตํ ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ เตน หิ ‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ โน อนภิญฺญายา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห สุขุโม นิปุโณ คมฺภีโร สุคมฺภีโร ทุนฺนิชฺฌาปโย, โส ตวานุปฺปตฺโต, ตตฺถ เต ญาณพลวิปฺผารํ ทสฺเสหี’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ โน อนภิญฺญายา’ติ, วินยปญฺญตฺติยาปิ เอวํ ภณิตํ ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ, ตํ ปน, มหาราช, ตถาคโต ภิกฺขู วีมํสมาโน อาห ‘อุกฺกเลสฺสนฺติ [อุกฺกฑฺฒิสฺสนฺติ (สี.), อุสฺสกฺกิสฺสนฺติ (สฺยา.)] นุ โข มม สาวกา มยา วิสฺสชฺชาปียมานา มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ, อุทาหุ อาทิยิสฺสนฺตี’ติ.

‘‘ยถา, มหาราช, จกฺกวตฺตี ราชา ปุตฺเต เอวํ วเทยฺย ‘อยํ โข, ตาตา, มหาชนปโท สพฺพทิสาสุ สาครปริยนฺโต, ทุกฺกโร, ตาตา, ตาวตเกน พเลน ธาเรตุํ, เอถ ตุเมฺห, ตาตา, มมจฺจเยน ปจฺจนฺเต ปจฺจนฺเต เทเส ปชหถา’ติ. อปิ นุ โข เต, มหาราช, กุมารา ปิตุอจฺจเยน หตฺถคเต ชนปเท สพฺเพ เต ปจฺจนฺเต ปจฺจนฺเต เทเส มุญฺเจยฺยุ’’นฺติ? ‘‘น หิ ภนฺเต, ราชโต [ราชาโน (สี. ปี.)], ภนฺเต, ลุทฺธตรา [ลทฺธตรา (ก.)] กุมารา รชฺชโลเภน ตทุตฺตรึ ทิคุณติคุณํ ชนปทํ ปริคฺคเณฺหยฺยุํ [ปริกฑฺเฒยฺยุํ (สี. ปี.)], กึ ปน เต หตฺถคตํ ชนปทํ มุญฺเจยฺยุ’’นฺติ? ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ภิกฺขู วีมํสมาโน เอวมาห ‘อากงฺขมาโน, อานนฺท, สงฺโฆ มมจฺจเยน ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ สมูหนตู’ติ. ทุกฺขปริมุตฺติยา, มหาราช, พุทฺธปุตฺตา ธมฺมโลเภน อญฺญมฺปิ อุตฺตรึ ทิยฑฺฒสิกฺขาปทสตํ โคเปยฺยุํ, กึ ปน ปกติปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ มุญฺเจยฺยุ’’นฺติ?

‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ภควา อาห ‘ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานี’ติ, เอตฺถายํ ชโน สมฺมูโฬฺห วิมติชาโต อธิกโต สํสยปกฺขนฺโท. กตมานิ ตานิ ขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ, กตมานิ อนุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานีติ? ทุกฺกฏํ, มหาราช, ขุทฺทกํ สิกฺขาปทํ, ทุพฺภาสิตํ อนุขุทฺทกํ สิกฺขาปทํ, อิมานิ เทฺว ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ, ปุพฺพเกหิปิ, มหาราช, มหาเถเรหิ เอตฺถ วิมติ อุปฺปาทิตา, เตหิปิ เอกชฺฌํ น กโต ธมฺมสณฺฐิติปริยาเย ภควตา เอโส ปโญฺห อุปทิฏฺโฐติ. จิรนิกฺขิตฺตํ, ภนฺเต นาคเสน, ชินรหสฺสํ อชฺเชตรหิ โลเก วิวฏํ ปากฏํ กต’’นฺติ.

ขุทฺทานุขุทฺทกปโญฺห ปฐโม.

๒. อพฺยากรณียปโญฺห

๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘นตฺถานนฺท ตถาคตสฺส ธมฺเมสุ อาจริยมุฏฺฐี’ติ, ปุน จ เถเรน มาลุกฺยปุตฺเตน [มาลุงฺกฺยปุตฺเตน (สี. สฺยา. ปี.) สํ. นิ. ๔.๙๕; อ. นิ. ๑.๔.๒๕๗ ปสฺสิตพฺพํ] ปญฺหํ ปุฏฺโฐ น พฺยากาสิ. เอโส โข, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห ทฺวยนฺโต [ทฺวยโต (สี.)] เอกนฺตนิสฺสิโต ภวิสฺสติ อชานเนน วา คุยฺหกรเณน วา. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘นตฺถานนฺท ตถาคตสฺส ธมฺเมสุ อาจริยมุฏฺฐี’ติ, เตน หิ เถรสฺส มาลุกฺยปุตฺตสฺส อชานนฺเตน น พฺยากตํ. ยทิ ชานนฺเตน น พฺยากตํ, เตน หิ อตฺถิ ตถาคตสฺส ธมฺเมสุ อาจริยมุฏฺฐิ. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘นตฺถานนฺท ตถาคตสฺส ธมฺเมสุ อาจริยมุฏฺฐี’ติ, อพฺยากโต จ เถเรน มาลุกฺยปุตฺเตน ปุจฺฉิโต ปโญฺห, ตญฺจ ปน น อชานนฺเตน น คุยฺหกรเณน. จตฺตาริมานิ, มหาราช, ปญฺหพฺยากรณานิ. กตมานิ จตฺตาริ? เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห ฐปนีโย ปโญฺหติ.

‘‘กตโม จ, มหาราช, เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห? ‘รูปํ อนิจฺจ’นฺติ เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห, ‘เวทนา อนิจฺจา’ติ…เป… ‘สญฺญา อนิจฺจา’ติ…เป… ‘สงฺขารา อนิจฺจา’ติ…เป… ‘วิญฺญาณํ อนิจฺจ’’นฺติ เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห, อยํ เอกํสพฺยากรณีโย ปโญฺห.

‘‘กตโม วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห? ‘อนิจฺจํ ปน รูป’นฺติ วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห, ‘อนิจฺจา ปน เวทนา’ติ…เป… ‘อนิจฺจา ปน สญฺญา’ติ…เป… ‘อนิจฺจา ปน สงฺขารา’ติ…เป… ‘อนิจฺจํ ปน วิญฺญาณ’นฺติ วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห, อยํ วิภชฺชพฺยากรณีโย ปโญฺห.

‘‘กตโม ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห? ‘กึ นุ โข จกฺขุนา สพฺพํ วิชานาตี’ติ อยํ ปฏิปุจฺฉาพฺยากรณีโย ปโญฺห.

‘‘กตโม ฐปนีโย ปโญฺห? ‘สสฺสโต โลโก’ติ ฐปนีโย ปโญฺห, ‘อสสฺสโต โลโก’ติ. ‘อนฺตวา โลโก’ติ. ‘อนนฺตวา โลโก’ติ. ‘อนฺตวา จ อนนฺตวา จ โลโก’ติ. ‘เนวนฺตวา นานนฺตวา โลโก’ติ. ‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’นฺติ. ‘อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีร’นฺติ. ‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’ติ. ‘น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’ติ. ‘โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’ติ. ‘เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา’ติ ฐปนีโย ปโญฺห, อยํ ฐปนีโย ปโญฺห.

‘‘ภควา, มหาราช, เถรสฺส มาลุกฺยปุตฺตสฺส ตํ ฐปนียํ ปญฺหํ น พฺยากาสิ. โส ปน ปโญฺห กึ การณา ฐปนีโย? น ตสฺส ทีปนาย เหตุ วา การณํ วา อตฺถิ, ตสฺมา โส ปโญฺห ฐปนีโย. นตฺถิ พุทฺธานํ ภควนฺตานํ อการณมเหตุกํ คิรมุทีรณ’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อพฺยากรณียปโญฺห ทุติโย.

๓. มจฺจุภายนาภายนปโญฺห

๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน’ติ, ปุน ภณิตํ ‘อรหา สพฺพภยมติกฺกนฺโต’ติ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, อรหา ทณฺฑภยา ตสติ, นิรเย วา เนรยิกา สตฺตา ชลิตา กุถิตา ตตฺตา สนฺตตฺตา ตมฺหา ชลิตคฺคิชาลกา มหานิรยา จวมานา มจฺจุโน ภายนฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน’ติ, เตน หิ ‘อรหา สพฺพภยมติกฺกนฺโต’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ภควตา ภณิตํ ‘อรหา สพฺพภยมติกฺกนฺโต’ติ, เตน หิ ‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยํ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘เนตํ, มหาราช, วจนํ ภควตา อรหนฺเต อุปาทาย ภณิตํ ‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน’ติ. ฐปิโต อรหา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ, สมูหโต ภยเหตุ อรหโต. เย เต, มหาราช, สตฺตา สกิเลสา, เยสญฺจ อธิมตฺตา อตฺตานุทิฏฺฐิ, เย จ สุขทุกฺเขสุ อุนฺนตาวนตา, เต อุปาทาย ภควตา ภณิตํ ‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน’ติ. อรหโต, มหาราช, สพฺพคติ อุปจฺฉินฺนา, โยนิ วิทฺธํสิตา, ปฏิสนฺธิ อุปหตา, ภคฺคา ผาสุกา, สมูหตา สพฺพภวาลยา, สมุจฺฉินฺนา สพฺพสงฺขารา, หตํ กุสลากุสลํ, วิหตา อวิชฺชา, อพีชํ วิญฺญาณํ กตํ, ทฑฺฒา สพฺพกิเลสา, อติวตฺตา โลกธมฺมา, ตสฺมา อรหา น ตสติ สพฺพภเยหิ.

‘‘อิธ, มหาราช, รญฺโญ จตฺตาโร มหามตฺตา ภเวยฺยุํ อนุรกฺขา ลทฺธยสา วิสฺสาสิกา ฐปิตา มหติ อิสฺสริเย ฐาเน. อถ ราชา กิสฺมิญฺจิ เทว กรณีเย สมุปฺปนฺเน ยาวตา สกวิชิเต สพฺพชนสฺส อาณาเปยฺย ‘สพฺเพว เม พลึ กโรนฺตุ, สาเธถ ตุเมฺห จตฺตาโร มหามตฺตา ตํ กรณีย’นฺติ. อปิ นุ โข, มหาราช, เตสํ จตุนฺนํ มหามตฺตานํ พลิภยา สนฺตาโส อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน มหาราชา’’ติ. ‘‘ฐปิตา เต, ภนฺเต, รญฺญา อุตฺตมฏฺฐาเน, นตฺถิ เตสํ พลิ, สมติกฺกนฺตพลิโน เต, อวเสเส อุปาทาย รญฺญา อาณาปิตํ ‘สพฺเพว เม พลึ กโรนฺตู’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, เนตํ วจนํ ภควตา อรหนฺเต อุปาทาย ภณิตํ, ฐปิโต อรหา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ, สมูหโต ภยเหตุ อรหโต, เย เต, มหาราช, สตฺตา สกิเลสา, เยสญฺจ อธิมตฺตา อตฺตานุทิฏฺฐิ, เย จ สุขทุกฺเขสุ อุนฺนตาวนตา, เต อุปาทาย ภควตา ภณิตํ ‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน’ติ. ตสฺมา อรหา น ตสติ สพฺพภเยหี’’ติ.

‘‘เนตํ, ภนฺเต นาคเสน, วจนํ สาวเสสํ, นิรวเสสวจนเมตํ ‘สพฺเพ’ติ. ตตฺถ เม อุตฺตรึ การณํ พฺรูหิ ตํ วจนํ ปติฏฺฐาเปตุ’’นฺติ.

‘‘อิธ, มหาราช, คาเม คามสฺสามิโก อาณาปกํ อาณาเปยฺย ‘เอหิ, โภ อาณาปก, ยาวตา คาเม คามิกา, เต สพฺเพ สีฆํ มม สนฺติเก สนฺนิปาเตหี’ติ. โส ‘สาธุ สามี’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา คามมชฺเฌ ฐตฺวา ติกฺขตฺตุํ สทฺทมนุสฺสาเวยฺย ‘ยาวตา คาเม คามิกา, เต สพฺเพ สีฆสีฆํ สามิโน สนฺติเก สนฺนิปตนฺตู’ติ. ตโต เต คามิกา อาณาปกสฺส วจเนน ตุริตตุริตา สนฺนิปติตฺวา คามสฺสามิกสฺส อาโรเจนฺติ ‘สนฺนิปติตา, สามิ, สพฺเพ คามิกา, ยํ เต กรณียํ ตํ กโรหี’ติ. อิติ โส, มหาราช, คามสฺสามิโก กุฏิปุริเส สนฺนิปาเตนฺโต สพฺเพ คามิเก อาณาเปติ, เต จ อาณตฺตา น สพฺเพ สนฺนิปตนฺติ, กุฏิปุริสา เยว สนฺนิปตนฺติ, ‘เอตฺตกา เยว เม คามิกา’ติ คามสฺสามิโก จ ตถา สมฺปฏิจฺฉติ, อญฺเญ พหุตรา อนาคตา อิตฺถิปุริสา ทาสิทาสา ภตกา กมฺมกรา คามิกา คิลานา โคมหึสา อเชฬกา สุวานา, เย อนาคตา, สพฺเพ เต อคณิตา, กุฏิปุริเส เยว อุปาทาย อาณาปิตตฺตา ‘สพฺเพ สนฺนิปตนฺตู’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, เนตํ วจนํ ภควตา อรหนฺเต อุปาทาย ภณิตํ, ฐปิโต อรหา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ, สมูหโต ภยเหตุ อรหโต, เย เต, มหาราช, สตฺตา สกิเลสา, เยสญฺจ อธิมตฺตา อตฺตานุทิฏฺฐิ, เย จ สุขทุกฺเขสุ อุนฺนตาวนตา, เต อุปาทาย ภควตา ภณิตํ ‘สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส, สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน’ติ. ตสฺมา อรหา น ตสติ สพฺพภเยหิ.

‘‘อตฺถิ, มหาราช, สาวเสสํ วจนํ สาวเสโส อตฺโถ, อตฺถิ สาวเสสํ วจนํ นิรวเสโส อตฺโถ, อตฺถิ นิรวเสสํ วจนํ สาวเสโส อตฺโถ, อตฺถิ นิรวเสสํ วจนํ นิรวเสโส อตฺโถ. เตน เตน อตฺโถ สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ.

‘‘ปญฺจวิเธหิ, มหาราช, การเณหิ อตฺโถ สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ อาหจฺจปเทน รเสน อาจริยวํเสน [อาจริยวํสตาย (ปี. ก.)] อธิปฺปายา การณุตฺตริยตาย. เอตฺถ หิ อาหจฺจปทนฺติ สุตฺตํ อธิปฺเปตํ. รโสติ สุตฺตานุโลมํ. อาจริยวํโสติ อาจริยวาโท. อธิปฺปาโยติ อตฺตโน มติ. การณุตฺตริยตาติ อิเมหิ จตูหิ สเมนฺตํ [สเมตํ (สี.)] การณํ. อิเมหิ โข, มหาราช, ปญฺจหิ การเณหิ อตฺโถ สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ. เอวเมโส ปโญฺห สุวินิจฺฉิโต โหตี’’ติ.

‘‘โหตุ, ภนฺเต นาคเสน, ตถา ตํ สมฺปฏิจฺฉามิ. ฐปิโต โหตุ อรหา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ, ตสนฺตุ อวเสสา สตฺตา, นิรเย ปน เนรยิกา สตฺตา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทยมานา ชลิตปชฺชลิตสพฺพงฺคปจฺจงฺคา รุณฺณการุญฺญกนฺทิตปริเทวิตลาลปฺปิตมุขา อสยฺหติพฺพทุกฺขาภิภูตา อตาณา อสรณา อสรณีภูตา อนปฺปโสกาตุรา อนฺติมปจฺฉิมคติกา เอกนฺตโสกปรายณา อุณฺหติขิณจณฺฑขรตปนเตชวนฺโต ภีมภยชนกนินาทมหาสทฺทา สํสิพฺพิตฉพฺพิธชาลามาลากุลา สมนฺตา สตโยชนานุผรณจฺจิเวคา กทริยา ตปนา มหานิรยา จวมานา มจฺจุโน ภายนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ.

‘‘นนุ, ภนฺเต นาคเสน, นิรโย เอกนฺตทุกฺขเวทนีโย, กิสฺส ปน เต เนรยิกา สตฺตา เอกนฺตทุกฺขเวทนียา นิรยา จวมานา มจฺจุโน ภายนฺติ, กิสฺส นิรเย รมนฺตี’’ติ? ‘‘น เต, มหาราช, เนรยิกา สตฺตา นิรเย รมนฺติ, มุญฺจิตุกามาว เต นิรยา. มรณสฺเสว โส [มรณสฺเสโส (สี. ปี.)], มหาราช, อานุภาโว, เยน เตสํ สนฺตาโส อุปฺปชฺชตี’’ติ. ‘‘เอตํ โข, ภนฺเต นาคเสน, น สทฺทหามิ, ยํ มุจฺจิตุกามานํ จุติยา สนฺตาโส อุปฺปชฺชตีติ, หาสนียํ, ภนฺเต นาคเสน, ตํ ฐานํ, ยํ เต ปตฺถิตํ ลภนฺติ, การเณน มํ สญฺญาเปหี’’ติ.

‘‘มรณนฺติ โข, มหาราช, เอตํ อทิฏฺฐสจฺจานํ ตาสนียฏฺฐานํ, เอตฺถายํ ชโน ตสติ จ อุพฺพิชฺชติ จ. โย จ, มหาราช, กณฺหสปฺปสฺส ภายติ, โส มรณสฺส ภายนฺโต กณฺหสปฺปสฺส ภายติ. โย จ หตฺถิสฺส ภายติ…เป… สีหสฺส…เป… พฺยคฺฆสฺส…เป… ทีปิสฺส…เป… อจฺฉสฺส…เป… ตรจฺฉสฺส…เป… มหึสสฺส…เป… ควยสฺส…เป… อคฺคิสฺส…เป… อุทกสฺส…เป… ขาณุกสฺส…เป… กณฺฏกสฺส ภายติ. โย จ สตฺติยา ภายติ, โส มรณสฺส ภายนฺโต สตฺติยา ภายติ. มรณสฺเสว โส [มรณสฺเสโส (สี. ปี.)], มหาราช, สรสสภาวเตโช [สรสภาวเตโช (สี. ปี.)], ตสฺส สรสสภาวเตเชน สกิเลสา สตฺตา มรณสฺส ตสนฺติ ภายนฺติ, มุจฺจิตุกามาปิ, มหาราช, เนรยิกา สตฺตา มรณสฺส ตสนฺติ ภายนฺติ.

‘‘อิธ, มหาราช, ปุริสสฺส กาเย เมโท คณฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย. โส เตน โรเคน ทุกฺขิโต อุปทฺทวา ปริมุจฺจิตุกาโม ภิสกฺกํ สลฺลกตฺตํ อามนฺตาเปยฺย. ตสฺส วจนํ โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตสฺส โรคสฺส อุทฺธรณาย อุปกรณํ อุปฏฺฐาเปยฺย, สตฺถกํ ติขิณํ กเรยฺย, ยมกสลากา [ทหนสลากํ (ก.)] อคฺคิมฺหิ ปกฺขิเปยฺย, ขารลวณํ นิสทาย ปิสาเปยฺย, อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺส อาตุรสฺส ติขิณสตฺถกจฺเฉทเนน ยมกสลากาทหเนน ขารโลณปฺปเวสเนน ตาโส อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. ‘‘อิติ, มหาราช, ตสฺส อาตุรสฺส โรคา มุจฺจิตุกามสฺสาปิ เวทนาภยา สนฺตาโส อุปฺปชฺชติ. เอวเมว โข, มหาราช, นิรยา มุจฺจิตุกามานมฺปิ เนรยิกานํ สตฺตานํ มรณภยา สนฺตาโส อุปฺปชฺชติ.

‘‘อิธ, มหาราช, ปุริโส อิสฺสราปราธิโก พทฺโธ สงฺขลิกพนฺธเนน คพฺเภ ปกฺขิตฺโต ปริมุจฺจิตุกาโม อสฺส, ตเมนํ โส อิสฺสโร โมเจตุกาโม ปกฺโกสาเปยฺย. อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺส อิสฺสราปราธิกสฺส ปุริสสฺส ‘กตโทโส อห’นฺติ ชานนฺตสฺส อิสฺสรทสฺสเนน สนฺตาโส อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. ‘‘อิติ, มหาราช, ตสฺส อิสฺสราปราธิกสฺส ปุริสสฺส ปริมุจฺจิตุกามาสฺสาปิ อิสฺสรภยา สนฺตาโส อุปฺปชฺชติ. เอวเมว โข, มหาราช, นิรยา มุจฺจิตุกามานมฺปิ เนรยิกานํ สตฺตานํ มรณภยา สนฺตาโส อุปฺปชฺชตี’’ติ.

‘‘อปรมฺปิ, ภนฺเต, อุตฺตรึ การณํ พฺรูหิ, เยนาหํ การเณน โอกปฺเปยฺย’’นฺติ. ‘‘อิธ, มหาราช, ปุริโส ทฏฺฐวิเสน อาสีวิเสน ทฏฺโฐ ภเวยฺย, โส เตน วิสวิกาเรน ปเตยฺย อุปฺปเตยฺย วฏฺเฏยฺย ปวฏฺเฏยฺย, อถญฺญตโร ปุริโส พลวนฺเตน มนฺตปเทน ตํ ทฏฺฐวิสํ อาสีวิสํ อาเนตฺวา ตํ ทฏฺฐวิสํ ปจฺจาจมาเปยฺย, อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺส วิสคตสฺส ปุริสสฺส ตสฺมึ ทฏฺฐวิเส สปฺเป โสตฺถิเหตุ อุปคจฺฉนฺเต สนฺตาโส อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. อิติ, มหาราช, ตถารูเป อหิมฺหิ โสตฺถิเหตุปิ อุปคจฺฉนฺเต ตสฺส สนฺตาโส อุปฺปชฺชติ. เอวเมว โข, มหาราช, นิรยา มุจฺจิตุกามานมฺปิ เนรยิกานํ สนฺตานํ มรณภยา สนฺตาโส อุปฺปชฺชติ. อนิฏฺฐํ, มหาราช, สพฺพสตฺตานํ มรณํ, ตสฺมา เนรยิกา สตฺตา นิรยา ปริมุจฺจิตุกามาปิ มจฺจุโน ภายนฺตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

มจฺจุภายนาภายนปโญฺห ตติโย.

๔. มจฺจุปาสมุตฺติปโญฺห

๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา –

‘‘‘น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ, น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส;

น วิชฺชตี โส ชคติปฺปเทโส, ยตฺถฏฺฐิโต มุจฺเจยฺย มจฺจุปาสา’ติ.

‘‘ปุน ภควตา ปริตฺตา จ อุทฺทิฏฺฐา. เสยฺยถิทํ, รตนสุตฺตํ เมตฺตสุตฺตํ ขนฺธปริตฺตํ โมรปริตฺตํ ธชคฺคปริตฺตํ อาฏานาฏิยปริตฺตํ องฺคุลิมาลปริตฺตํ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, อากาสคโตปิ สมุทฺทมชฺฌคโตปิ ปาสาทกุฏิเลณคุหาปพฺภารทริพิลคิริ วิวรปพฺพตนฺตรคโตปิ น มุจฺจติ มจฺจุปาสา, เตน หิ ปริตฺตกมฺมํ มิจฺฉา. ยทิ ปริตฺตกรเณน มจฺจุปาสา ปริมุตฺติ ภวติ, เตน หิ ‘น อนฺตลิกฺเข…เป… มจฺจุปาสา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห คณฺฐิโตปิ คณฺฐิตโร ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘น อนฺตลิกฺเข…เป… มจฺจุปาสา’ติ, ปริตฺตา จ ภควตา อุทฺทิฏฺฐา, ตญฺจ ปน สาวเสสายุกสฺส วยสมฺปนฺนสฺส อเปตกมฺมาวรณสฺส, นตฺถิ, มหาราช, ขีณายุกสฺส ฐิติยา กิริยา วา อุปกฺกโม วา.

‘‘ยถา มหาราช มตสฺส รุกฺขสฺส สุกฺขสฺส โกฬาปสฺส นิเสฺนหสฺส อุปรุทฺธชีวิตสฺส คตายุสงฺขารสฺส กุมฺภสหสฺเสนปิ อุทเก อากิรนฺเต อลฺลตฺตํ วา ปลฺลวิตหริตภาโว วา น ภเวยฺย. เอวเมว โข, มหาราช, เภสชฺชปริตฺตกมฺเมน นตฺถิ ขีณายุกสฺส ฐิติยา กิริยา วา อุปกฺกโม วา, ยานิ ตานิ, มหาราช, มหิยา โอสธานิ เภสชฺชานิ, ตานิปิ ขีณายุกสฺส อกิจฺจกรานิ ภวนฺติ. สาวเสสายุกํ, มหาราช, วยสมฺปนฺนํ อเปตกมฺมาวรณํ ปริตฺตํ รกฺขติ โคเปติ, ตสฺสตฺถาย ภควตา ปริตฺตา อุทฺทิฏฺฐา.

‘‘ยถา, มหาราช, กสฺสโก ปริปกฺเก ธญฺเญ มเต สสฺสนาเฬ อุทกปฺปเวสนํ วาเรยฺย, ยํ ปน สสฺสํ ตรุณํ เมฆสนฺนิภํ วยสมฺปนฺนํ, ตํ อุทกวฑฺฒิยา วฑฺฒติ. เอวเมว โข, มหาราช, ขีณายุกสฺส เภสชฺชปริตฺตกิริยา ฐปิตา ปฏิกฺขิตฺตา, เย ปน เต มนุสฺสา สาวเสสายุกา วยสมฺปนฺนา, เตสํ อตฺถาย ปริตฺตเภสชฺชานิ ภณิตานิ, เต ปริตฺตเภสชฺเชหิ วฑฺฒนฺตี’’ติ.

‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ขีณายุโก มรติ, สาวเสสายุโก ชีวติ, เตน หิ ปริตฺตเภสชฺชานิ นิรตฺถกานิ โหนฺตี’’ติ? ‘‘ทิฏฺฐปุพฺโพ ปน ตยา, มหาราช, โกจิ โรโค เภสชฺเชหิ ปฏินิวตฺติโต’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อเนกสตานิ ทิฏฺฐานี’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ‘ปริตฺตเภสชฺชกิริยา นิรตฺถกา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภวตี’’ติ.

‘‘ทิสฺสนฺติ, ภนฺเต นาคเสน, เวชฺชานํ อุปกฺกมา เภสชฺชปานานุเลปา, เตน เตสํ อุปกฺกเมน โรโค ปฏินิวตฺตตี’’ติ. ‘‘ปริตฺตานมฺปิ, มหาราช, ปวตฺตียมานานํ สทฺโท สุยฺยติ, ชิวฺหา สุกฺขติ, หทยํ พฺยาวฏฺฏติ, กณฺโฐ อาตุรติ. เตน เตสํ ปวตฺเตน สพฺเพ พฺยาธโย วูปสมนฺติ, สพฺพา อีติโย อปคจฺฉนฺตีติ.

‘‘ทิฏฺฐปุพฺโพ ปน ตยา, มหาราช, โกจิ อหินา ทฏฺโฐ มนฺตปเทน วิสํ ปาตียมาโน วิสํ จิกฺขสฺสนฺโต อุทฺธมโธ อาจมยมาโน’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อชฺเชตรหิปิ ตํ โลเก วตฺตตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ‘ปริตฺตเภสชฺชกิริยา นิรตฺถกา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภวติ. กตปริตฺตญฺหิ, มหาราช, ปุริสํ ฑํสิตุกาโม อหิ น ฑํสติ, วิวฏํ มุขํ ปิทหติ, โจรานํ อุกฺขิตฺตลคุฬมฺปิ น สมฺภวติ, เต ลคุฬํ มุญฺจิตฺวา เปมํ กโรนฺติ, กุปิโตปิ หตฺถินาโค สมาคนฺตฺวา อุปรมติ, ปชฺชลิตมหาอคฺคิกฺขนฺโธปิ อุปคนฺตฺวา นิพฺพายติ, วิสํ หลาหลมฺปิ ขายิตํ อคทํ สมฺปชฺชติ, อาหารตฺถํ วา ผรติ, วธกา หนฺตุกามา อุปคนฺตฺวา ทาสภูตา สมฺปชฺชนฺติ, อกฺกนฺโตปิ ปาโส น สํวรติ [น สํจรติ (สี.)].

‘‘สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, ‘โมรสฺส กตปริตฺตสฺส สตฺตวสฺสสตานิ ลุทฺทโก นาสกฺขิ ปาสํ อุปเนตุํ, อกตปริตฺตสฺส ตํ เยว ทิวสํ ปาสํ อุปเนสี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยติ, อพฺภุคฺคโต โส สทฺโท สเทวเก โลเก’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช ‘ปริตฺตเภสชฺชกิริยา นิรตฺถกา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา ภวติ.

‘‘สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, ‘ทานโว ภริยํ ปริรกฺขนฺโต สมุคฺเค ปกฺขิปิตฺวา คิลิตฺวา กุจฺฉินา ปริหรติ, อเถโก วิชฺชาธโร ตสฺส ทานวสฺส มุเขน ปวิสิตฺวา ตาย สทฺธึ อภิรมติ, ยทา โส ทานโว อญฺญาสิ, อถ สมุคฺคํ วมิตฺวา วิวริ, สห สมุคฺเค วิวเฏ วิชฺชาธโร ยถากามํ [เยน กามํ (ก.)] ปกฺกามี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยติ, อพฺภุคฺคโต โสปิ สทฺโท สเทวเก โลเก’’ติ. ‘‘นนุ โส, มหาราช, วิชฺชาธโร ปริตฺตพเลน [มนฺตพเลน (?)] คหณา มุตฺโต’’ติ. ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, อตฺถิ ปริตฺตพลํ.

‘‘สุตปุพฺพํ ปน ตยา, มหาราช, ‘อปโรปิ วิชฺชาธโร พาราณสิรญฺโญ อนฺเตปุเร มเหสิยา สทฺธึ สมฺปทุฏฺโฐ [สํสฏฺโฐ (สี.)] คหณปฺปตฺโต สมาโน ขเณน อทสฺสนํ คโต มนฺตพเลนา’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, สุยฺยตี’’ติ. ‘‘นนุ โส, มหาราช, วิชฺชาธโร ปริตฺตพเลน คหณา มุตฺโต’’ติ? ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, อตฺถิ ปริตฺตพล’’นฺติ.

‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘กึ สพฺเพ เยว ปริตฺตํ รกฺขตี’ติ? ‘‘เอกจฺเจ, มหาราช, รกฺขติ, เอกจฺเจ น รกฺขตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, ปริตฺตํ น สพฺพตฺถิก’’นฺติ? ‘‘อปิ นุ โข, มหาราช, โภชนํ สพฺเพสํ ชีวิตํ รกฺขตี’’ติ? ‘‘เอกจฺเจ, ภนฺเต, รกฺขติ, เอกจฺเจ น รกฺขตี’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ. ‘‘ยโต, ภนฺเต, เอกจฺเจ ตํ เยว โภชนํ อติภุญฺชิตฺวา วิสูจิกาย มรนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, โภชนํ น สพฺเพสํ ชีวิตํ รกฺขตี’’ติ? ‘‘ทฺวีหิ, ภนฺเต นาคเสน, การเณหิ โภชนํ ชีวิตํ หรติ อติภุตฺเตน วา อุสฺมาทุพฺพลตาย วา, อายุททํ, ภนฺเต นาคเสน, โภชนํ ทุรุปจาเรน ชีวิตํ หรตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ปริตฺตํ เอกจฺเจ รกฺขติ, เอกจฺเจ น รกฺขติ.

‘‘ตีหิ, มหาราช, การเณหิ ปริตฺตํ น รกฺขติ กมฺมาวรเณน, กิเลสาวรเณน, อสทฺทหนตาย. สตฺตานุรกฺขณํ, มหาราช, ปริตฺตํ อตฺตนา กเตน อารกฺขํ ชหติ, ยถา, มหาราช, มาตา ปุตฺตํ กุจฺฉิคตํ โปเสติ, หิเตน อุปจาเรน ชเนติ, ชนยิตฺวา อสุจิมลสิงฺฆาณิกมปเนตฺวา อุตฺตมวรสุคนฺธํ อุปลิมฺปติ, โส อปเรน สมเยน ปเรสํ ปุตฺเต อกฺโกสนฺเต วา ปหรนฺเต วา ปหารํ เทติ. เต ตสฺส กุชฺฌิตฺวา ปริสาย อากฑฺฒิตฺวา ตํ คเหตฺวา สามิโน อุปเนนฺติ, ยทิ ปน ตสฺสา ปุตฺโต อปรทฺโธ โหติ เวลาติวตฺโต. อถ นํ สามิโน มนุสฺสา อากฑฺฒยมานา ทณฺฑมุคฺครชาณุมุฏฺฐีหิ ตาเฬนฺติ โปเถนฺติ, อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺส มาตา ลภติ อากฑฺฒนปริกฑฺฒนํ คาหํ สามิโน อุปนยนํ กาตุ’’นฺติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน, มหาราชา’’ติ. ‘‘อตฺตโน, ภนฺเต, อปราเธนา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สตฺตานํ อารกฺขํ ปริตฺตํ อตฺตโน อปราเธน วญฺฌํ กโรตี’’ติ [กาเรตีติ (สี.)]. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, สุวินิจฺฉิโต ปโญฺห, คหนํ อคหนํ กตํ, อนฺธกาโร อาโลโก กโต, วินิเวฐิตํ ทิฏฺฐิชาลํ, ตฺวํ คณิวรปวรมาสชฺชา’’ติ.

มจฺจุปาสมุตฺติปโญฺห จตุตฺโถ.

๕. พุทฺธลาภนฺตรายปโญฺห

๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ลาภี ตถาคโต จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาราน’นฺติ. ปุน จ ตถาคโต ปญฺจสาลํ พฺราหฺมณคามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา กิญฺจิเทว อลภิตฺวา ยถาโธเตน ปตฺเตน นิกฺขนฺโตติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ, เตน หิ ปญฺจสาลํ พฺราหฺมณคามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา กิญฺจิเทว อลภิตฺวา ยถาโธเตน ปตฺเตน นิกฺขนฺโตติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ปญฺจสาลํ พฺราหฺมณคามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา กิญฺจิเทว อลภิตฺวา ยถาโธเตน ปตฺเตน นิกฺขนฺโต, เตน หิ ลาภี ตถาคโต จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานนฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห สุมหนฺโต ทุนฺนิพฺเพโฐ ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ลาภี, มหาราช, ตถาคโต จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ, ปญฺจสาลญฺจ พฺราหฺมณคามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา กิญฺจิเทว อลภิตฺวา ยถาโธเตน ปตฺเตน นิกฺขนฺโต, ตญฺจ ปน มารสฺส ปาปิมโต การณา’’ติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควโต คณนปถํ วีติวตฺตกปฺเป [คณนปถวีติวตฺเต กปฺเป (สี.)] อภิสงฺขตํ กุสลํ กินฺติ นิฏฺฐิตํ, อธุนุฏฺฐิเตน มาเรน ปาปิมตา ตสฺส กุสลสฺส พลเวคํ [ตํ กุสลพลเวควิปฺผารํ (สี.)] กินฺติ ปิหิตํ, เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ทฺวีสุ ฐาเนสุ อุปวาโท อาคจฺฉติ, กุสลโตปิ อกุสลํ พลวตรํ โหติ, พุทฺธพลโตปิ มารพลํ พลวตรํ โหตีติ, เตน หิ รุกฺขสฺส มูลโตปิ อคฺคํ ภารตรํ โหติ, คุณสมฺปริกิณฺณโตปิ ปาปิยํ พลวตรํ โหตี’’ติ. ‘‘น, มหาราช, ตาวตเกน กุสลโตปิ อกุสลํ พลวตรํ นาม โหติ, น พุทฺธพลโตปิ มารพลํ พลวตรํ นาม โหติ. อปิ เจตฺถ การณํ อิจฺฉิตพฺพํ.

‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส มธุํ วา มธุปิณฺฑิกํ วา อญฺญํ วา อุปายนํ อภิหเรยฺย, ตเมนํ รญฺโญ ทฺวารปาโล เอวํ วเทยฺย ‘อกาโล, โภ, อยํ รญฺโญ ทสฺสนาย, เตน หิ, โภ, ตว อุปายนํ คเหตฺวา สีฆสีฆํ ปฏินิวตฺต, ปุเร ตว ราชา ทณฺฑํ ธาเรสฺสตี’ติ [มา เต ราชา ทณฺฑํ ปาเปยฺยาติ (สี.)]. ตโต โส ปุริโส ทณฺฑภยา ตสิโต อุพฺพิคฺโค ตํ อุปายนํ อาทาย สีฆสีฆํ ปฏินิวตฺเตยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, ราชา จกฺกวตฺตี ตาวตเกน อุปายนวิกลมตฺตเกน ทฺวารปาลโต ทุพฺพลตโร นาม โหติ, อญฺญํ วา ปน กิญฺจิ อุปายนํ น ลเภยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อิสฺสาปกโต โส, ภนฺเต, ทฺวารปาโล อุปายนํ นิวาเรสิ, อญฺเญน ปน ทฺวาเรน สตสหสฺสคุณมฺปิ รญฺโญ อุปายนํ อุเปตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อิสฺสาปกโต มาโร ปาปิมา ปญฺจสาลเก พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิสิ, อญฺญานิ ปน อเนกานิ เทวตาสตสหสฺสานิ อมตํ ทิพฺพํ โอชํ คเหตฺวา อุปคตานิ ‘ภควโต กาเย โอชํ โอทหิสฺสามา’ติ ภควนฺตํ นมสฺสมานานิ ปญฺชลิกานิ ฐิตานี’’ติ.

‘‘โหตุ, ภนฺเต นาคเสน, สุลภา ภควโต จตฺตาโร ปจฺจยา โลเก อุตฺตมปุริสสฺส, ยาจิโตว ภควา เทวมนุสฺโสหิ จตฺตาโร ปจฺจเย ปริภุญฺชติ, อปิ จ โข ปน มารสฺส โย อธิปฺปาโย, โส ตาวตเกน สิทฺโธ, ยํ โส ภควโต โภชนสฺส อนฺตรายมกาสิ. เอตฺถ เม, ภนฺเต, กงฺขา น ฉิชฺชติ, วิมติชาโตหํ ตตฺถ สํสยปกฺขนฺโท. น เม ตตฺถ มานสํ ปกฺขนฺทติ, ยํ ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลวรสฺส กุสลวรปุญฺญสมฺภวสฺส อสมสมสฺส อนุปมสฺส อปฺปฏิสมสฺส ฉวกํ ลามกํ ปริตฺตํ ปาปํ อนริยํ วิปนฺนํ มาโร ลาภนฺตรายมกาสี’’ติ.

‘‘จตฺตาโร โข, มหาราช, อนฺตรายา อทิฏฺฐนฺตราโย อุทฺทิสฺส กตนฺตราโย อุปกฺขฏนฺตราโย ปริโภคนฺตราโยติ. ตตฺถ กตโม อทิฏฺฐนฺตราโย? อโนทิสฺส อทสฺสเนน อนภิสงฺขตํ โกจิ อนฺตรายํ กโรติ ‘กึ ปรสฺส ทินฺเนนา’ติ, อยํ อทิฏฺฐนฺตราโย นาม.

‘‘กตโม อุทฺทิสฺส กตนฺตราโย? อิเธกจฺจํ ปุคฺคลํ อุปทิสิตฺวา อุทฺทิสฺส โภชนํ ปฏิยตฺตํ โหติ, ตํ โกจิ อนฺตรายํ กโรติ, อยํ อุทฺทิสฺส กตนฺตราโย นาม.

‘‘กตโม อุปกฺขฏนฺตราโย? อิธ ยํ กิญฺจิ อุปกฺขฏํ โหติ อปฺปฏิคฺคหิตํ, ตตฺถ โกจิ อนฺตรายํ กโรติ, อยํ อุปกฺขฏนฺตราโย นาม.

‘‘กตโม ปริโภคนฺตราโย? อิธ ยํ กิญฺจิ ปริโภคํ, ตตฺถ โกจิ อนฺตรายํ กโรติ, อยํ ปริโภคนฺตราโย นาม. อิเม โข, มหาราช, จตฺตาโร อนฺตรายา.

‘‘ยํ ปน มาโร ปาปิมา ปญฺจสาลเก พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิสิ, ตํ เนว ภควโต ปริโภคํ น อุปกฺขฏํ น อุทฺทิสฺสกตํ, อนาคตํ อสมฺปตฺตํ อทสฺสเนน อนฺตรายํ กตํ, ตํ ปน เนกสฺส ภควโต เยว, อถ โข เย เต เตน สมเยน นิกฺขนฺตา อพฺภาคตา, สพฺเพปิ เต ตํ ทิวสํ โภชนํ น ลภึสุ, นาหํ ตํ, มหาราช, ปสฺสามิ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย, โย ตสฺส ภควโต อุทฺทิสฺส กตํ อุปกฺขฏํ ปริโภคํ อนฺตรายํ กเรยฺย. สเจ โกจิ อิสฺสาย อุทฺทิสฺส กตํ อุปกฺขฏํ ปริโภคํ อนฺตรายํ กเรยฺย, ผเลยฺย ตสฺส มุทฺธา สตธา วา สหสฺสธา วา.

‘‘จตฺตาโรเม, มหาราช, ตถาคตสฺส เกนจิ อนาวรณียา คุณา. กตเม จตฺตาโร? ลาโภ, มหาราช, ภควโต อุทฺทิสฺส กโต อุปกฺขโฏ น สกฺกา เกนจิ อนฺตรายํ กาตุํ; สรีรานุคตา, มหาราช, ภควโต พฺยามปฺปภา น สกฺกา เกนจิ อนฺตรายํ กาตุํ; สพฺพญฺญุตํ, มหาราช, ภควโต ญาณรตนํ น สกฺกา เกนจิ อนฺตรายํ กาตุํ; ชีวิตํ, มหาราช, ภควโต น สกฺกา เกนจิ อนฺตรายํ กาตุํ. อิเม โข, มหาราช, จตฺตาโร ตถาคตสฺส เกนจิ อนาวรณียา คุณา, สพฺเพเปเต, มหาราช, คุณา เอกรสา อโรคา อกุปฺปา อปรูปกฺกมา อผุสานิ กิริยานิ. อทสฺสเนน, มหาราช, มาโร ปาปิมา นิลียิตฺวา ปญฺจสาลเก พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิสิ.

‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ ปจฺจนฺเต เทเส วิสเม อทสฺสเนน นิลียิตฺวา โจรา ปนฺถํ ทูเสนฺติ. ยทิ ปน ราชา เต โจเร ปสฺเสยฺย, อปิ นุ โข เต โจรา โสตฺถึ ลเภยฺยุ’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ผรสุนา ผาลาเปยฺย สตธา วา สหสฺสธา วา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อทสฺสเนน มาโร ปาปิมา นิลียิตฺวา ปญฺจสาลเก พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิสิ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อิตฺถี สปติกา อทสฺสเนน นิลียิตฺวา ปรปุริสํ เสวติ, เอวเมว โข, มหาราช, อทสฺสเนน มาโร ปาปิมา นิลียิตฺวา ปญฺจสาลเก พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิสิ. ยทิ, มหาราช, อิตฺถี สามิกสฺส สมฺมุขา ปรปุริสํ เสวติ, อปิ นุ โข สา อิตฺถี โสตฺถึ ลเภยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, หเนยฺยาปิ ตํ, ภนฺเต, สามิโก วเธยฺยาปิ พนฺเธยฺยาปิ ทาสิตฺตํ วา อุปเนยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อทสฺสเนน มาโร ปาปิมา นิลียิตฺวา ปญฺจสาลเก พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิสิ. ยทิ, มหาราช, มาโร ปาปิมา ภควโต อุทฺทิสฺส กตํ อุปกฺขฏํ ปริโภคํ อนฺตรายํ กเรยฺย, ผเลยฺย ตสฺส มุทฺธา สตธา วา สหสฺสธา วา’’ติ. ‘‘เอวเมตํ, ภนฺเต นาคเสน, โจริกาย กตํ มาเรน ปาปิมตา, นิลียิตฺวา มาโร ปาปิมา ปญฺจสาลเก พฺราหฺมณคหปติเก อนฺวาวิสิ. สเจ โส, ภนฺเต, มาโร ปาปิมา ภควโต อุทฺทิสฺส กตํ อุปกฺขฏํ ปริโภคํ อนฺตรายํ กเรยฺย, มุทฺธา วาสฺส ผเลยฺย สตธา วา สหสฺสธา วา, กาโย วาสฺส ภุสมุฏฺฐิ วิย วิกิเรยฺย, สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

พุทฺธลาภนฺตรายปโญฺห ปญฺจโม.

๖. อปุญฺญปโญฺห

๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘โย อชานนฺโต ปาณาติปาตํ กโรติ, โส พลวตรํ อปุญฺญํ ปสวตี’ติ. ปุน จ ภควตา วินยปญฺญตฺติยา ภณิตํ ‘อนาปตฺติ อชานนฺตสฺสา’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, อชานิตฺวา ปาณาติปาตํ กโรนฺโต พลวตรํ อปุญฺญํ ปสวติ, เตน หิ ‘อนาปตฺติ อชานนฺตสฺสา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ อนาปตฺติ อชานนฺตสฺส, เตน หิ ‘อชานิตฺวา ปาณาติปาตํ กโรนฺโต พลวตรํ อปุญฺญํ ปสวตี’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ทุรุตฺตโร ทุรติกฺกโม ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘โย อชานนฺโต ปาณาติปาตํ กโรติ, โส พลวตรํ อปุญฺญํ ปสวตี’ติ. ปุน จ วินยปญฺญตฺติยา ภควตา ภณิตํ ‘อนาปตฺติ อชานนฺตสฺสา’ติ. ตตฺถ อตฺถนฺตรํ อตฺถิ. กตมํ อตฺถนฺตรํ? อตฺถิ, มหาราช, อาปตฺติ สญฺญาวิโมกฺขา, อตฺถิ อาปตฺติ โนสญฺญาวิโมกฺขา. ยายํ, มหาราช, อาปตฺติ สญฺญาวิโมกฺขา, ตํ อาปตฺตึ อารพฺภ ภควตา ภณิตํ ‘อนาปตฺติ อชานนฺตสฺสา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อปุญฺญปโญฺห ฉฏฺโฐ.

๗. ภิกฺขุสงฺฆปริหรณปโญฺห

๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, น เอวํ โหติ ‘‘อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามี’’’ติ วา, ‘‘มมุทฺเทสิโก ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ วา’ติ. ปุน จ เมตฺเตยฺยสฺส ภควโต สภาวคุณํ ปริทีปยมาเนน ภควตา เอวํ ภณิตํ ‘‘โส อเนกสหสฺสํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสติ, เสยฺยถาปิ อหํ เอตรหิ อเนกสตํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหรามี’’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, น เอวํ โหติ ‘‘อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามี’’ติ วา, ‘‘มมุทฺเทสิโก ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ วา’ติ, เตน หิ อเนกสตํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหรามีติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘โส อเนกสหสฺสํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสติ, เสยฺยถาปิ อหํ เอตรหิ อเนกสตํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหรามี’ติ, เตน หิ ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, น เอวํ โหติ ‘อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามี’ติ วา, ‘มมุทฺเทสิโก ภิกฺขุสงฺโฆ’ติ วาติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา, อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ตถาคตสฺส โข, อานนฺท, น เอวํ โหติ ‘‘อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามี’’ติ วา, ‘‘มมุทฺเทสิโก ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ วา’ติ. ปุน จ เมตฺเตยฺยสฺสาปิ ภควโต สภาวคุณํ ปริทีปยมาเนน ภควตา ภณิตํ ‘โส อเนกสหสฺสํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสติ, เสยฺยถาปิ อหํ เอตรหิ อเนกสตํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหรามี’ติ. เอตสฺมิญฺจ, มหาราช, ปเญฺห เอโก อตฺโถ สาวเสโส, เอโก อตฺโถ นิรวเสโส. น, มหาราช, ตถาคโต ปริสาย อนุคามิโก, ปริสา ปน ตถาคตสฺส อนุคามิกา. สมฺมุติ, มหาราช, เอสา ‘อห’นฺติ ‘มมา’ติ, น ปรมตฺโถ เอโส, วิคตํ, มหาราช, ตถาคตสฺส เปมํ, วิคโต สิเนโห, ‘มยฺห’นฺติปิ ตถาคตสฺส คหณํ นตฺถิ, อุปาทาย ปน อวสฺสโย โหติ.

‘‘ยถา, มหาราช, ปถวี ภูมฏฺฐานํ สตฺตานํ ปติฏฺฐา โหติ อุปสฺสยํ, ปถวิฏฺฐา เจเต สตฺตา, น จ มหาปถวิยา ‘มเยฺหเต’ติ อเปกฺขา โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต สพฺพสตฺตานํ ปติฏฺฐา โหติ อุปสฺสยํ, ตถาคตฏฺฐา [ตถาคตปติฏฺฐา เอว (สี.)] เจเต สตฺตา, น จ ตถาคตสฺส ‘มเยฺหเต’ติ อเปกฺขา โหติ. ยถา วา ปน, มหาราช, มหติมหาเมโฆ อภิวสฺสนฺโต ติณรุกฺขปสุมนุสฺสานํ วุฑฺฒึ เทติ สนฺตตึ อนุปาเลติ. วุฏฺฐูปชีวิโน เจเต สตฺตา สพฺเพ, น จ มหาเมฆสฺส ‘มเยฺหเต’ติ อเปกฺขา โหติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต สพฺพสตฺตานํ กุสลธมฺเม ชเนติ อนุปาเลติ, สตฺถูปชีวิโน เจเต สตฺตา สพฺเพ, น จ ตถาคตสฺส ‘มเยฺหเต’ติ อเปกฺขา โหติ. ตํ กิสฺส เหตุ? อตฺตานุทิฏฺฐิยา ปหีนตฺตา’’ติ.

‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, สุนิพฺเพฐิโต ปโญฺห พหุวิเธหิ การเณหิ, คมฺภีโร อุตฺตานีกโต, คณฺฐิ ภินฺโน, คหนํ อคหนํ กตํ, อนฺธกาโร อาโลโก กโต, ภคฺคา ปรวาทา, ชินปุตฺตานํ จกฺขุํ อุปฺปาทิต’’นฺติ.

ภิกฺขุสงฺฆปริหรณปโญฺห สตฺตโม.

๘. อเภชฺชปริสปโญฺห

๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ตถาคโต อเภชฺชปริโส’ติ, ปุน จ ภณถ ‘เทวทตฺเตน เอกปฺปหารํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ภินฺนานี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต อเภชฺชปริโส, เตน หิ เทวทตฺเตน เอกปฺปหารํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ภินฺนานีติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เทวทตฺเตน เอกปฺปหารํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ภินฺนานิ, เตน หิ ‘ตถาคโต อเภชฺชปริโส’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, คมฺภีโร ทุนฺนิเวฐิโย, คณฺฐิโตปิ คณฺฐิตโร, เอตฺถายํ ชโน อาวโฏ นิวุโต โอวุโต ปิหิโต ปริโยนทฺโธ, เอตฺถ ตว ญาณพลํ ทสฺเสหิ ปรวาเทสู’’ติ.

‘‘อเภชฺชปริโส, มหาราช, ตถาคโต, เทวทตฺเตน จ เอกปฺปหารํ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ภินฺนานิ, ตญฺจ ปน เภทกสฺส พเลน, เภทเก วิชฺชมาเน นตฺถิ, มหาราช, อเภชฺชํ นาม. เภทเก สติ มาตาปิ ปุตฺเตน ภิชฺชติ, ปุตฺโตปิ มาตรา ภิชฺชติ, ปิตาปิ ปุตฺเตน ภิชฺชติ, ปุตฺโตปิ ปิตรา ภิชฺชติ, ภาตาปิ ภคินิยา ภิชฺชติ, ภคินีปิ ภาตรา ภิชฺชติ, สหาโยปิ สหาเยน ภิชฺชติ, นาวาปิ นานาทารุสงฺฆฏิตา อูมิเวคสมฺปหาเรน ภิชฺชติ, รุกฺโขปิ มธุกปฺปสมฺปนฺนผโล อนิลพลเวคาภิหโต ภิชฺชติ, สุวณฺณมฺปิ ชาติมนฺตํ [ชาตรูปมฺปิ (สี.)] โลเหน ภิชฺชติ. อปิ จ, มหาราช, เนโส อธิปฺปาโย วิญฺญูนํ, เนสา พุทฺธานํ อธิมุตฺติ, เนโส ปณฺฑิตานํ ฉนฺโท ‘ตถาคโต เภชฺชปริโส’ติ. อปิ เจตฺถ การณํ อตฺถิ, เยน การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘อเภชฺชปริโส’ติ. กตมํ เอตฺถ การณํ? ตถาคตสฺส, มหาราช, กเตน อทาเนน วา อปฺปิยวจเนน วา อนตฺถจริยาย วา อสมานตฺตตาย วา ยโต กุโตจิ จริยํ จรนฺตสฺสปิ ปริสา ภินฺนาติ น สุตปุพฺพํ, เตน การเณน ตถาคโต วุจฺจติ ‘อเภชฺชปริโส’ติ. ตยาเปตํ, มหาราช, ญาตพฺพํ ‘อตฺถิ กิญฺจิ นวงฺเค พุทฺธวจเน สุตฺตาคตํ, อิมินา นาม การเณน โพธิสตฺตสฺส กเตน ตถาคตสฺส ปริสา ภินฺนา’ติ? ‘‘นตฺถิ ภนฺเต, โน เจตํ โลเก ทิสฺสติ โนปิ สุยฺยติ. สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อเภชฺชปริสปโญฺห อฏฺฐโม.

อเภชฺชวคฺโค ทุติโย.

อิมสฺมึ วคฺเค อฏฺฐ ปญฺหา.