๓. ปณามิตวคฺโค
๑. เสฏฺฐธมฺมปโญฺห
๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ธมฺโม หิ, วาเสฏฺฐ, เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปราเย จา’ติ. ปุน จ ‘อุปาสโก คิหี โสตาปนฺโน ปิหิตาปาโย ทิฏฺฐิปฺปตฺโต วิญฺญาตสาสโน ภิกฺขุํ วา สามเณรํ วา ปุถุชฺชนํ อภิวาเทติ ปจฺจุฏฺเฐตี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘ธมฺโม หิ, วาเสฏฺฐ, เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปราเย จา’ติ, เตน หิ ‘อุปาสโก คิหี โสตาปนฺโน ปิหิตาปาโย ทิฏฺฐิปฺปตฺโต วิญฺญาตสาสโน ภิกฺขุํ วา สามเณรํ วา ปุถุชฺชนํ อภิวาเทติ ปจฺจุฏฺเฐตี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ‘อุปาสโก คิหี โสตาปนฺโน ปิหิตาปาโย ทิฏฺฐิปฺปตฺโต วิญฺญาตสาสโน ภิกฺขุํ วา สามเณรํ วา ปุถุชฺชนํ อภิวาเทติ ปจฺจุฏฺเฐติ’, เตน หิ ‘ธมฺโม หิ, วาเสฏฺฐ, เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปราเย จาติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ธมฺโม หิ, วาเสฏฺฐ, เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อภิสมฺปราเย จา’ติ, ‘อุปาสโก จ คิหี โสตาปนฺโน ปิหิตาปาโย ทิฏฺฐิปฺปตฺโต วิญฺญาตสาสโน ภิกฺขุํ วา สามเณรํ วา ปุถุชฺชนํ อภิวาเทติ ปจฺจุฏฺเฐติ’. ตตฺถ ปน การณํ อตฺถิ. กตมํ ตํ การณํ?
‘‘วีสติ โข ปนิเม, มหาราช, สมณสฺส สมณกรณา ธมฺมา เทฺว จ ลิงฺคานิ, เยหิ สมโณ อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานสมานนปูชนารโห โหติ. กตเม วีสติ สมณสฺส สมณกรณา ธมฺมา เทฺว จ ลิงฺคานิ? เสฏฺโฐ [เสฏฺฐภูมิสโย (สี. สฺยา.), เสฏฺโฐ ยโม (ปี.)] ธมฺมาราโม, อคฺโค นิยโม, จาโร วิหาโร สํยโม สํวโร ขนฺติ โสรจฺจํ เอกตฺตจริยา เอกตฺตาภิรติ ปฏิสลฺลานํ หิริโอตฺตปฺปํ วีริยํ อปฺปมาโท สิกฺขาสมาทานํ [สิกฺขาปธานํ (สี. สฺยา.), สุกฺกาวทานํ (ก.)] อุทฺเทโส ปริปุจฺฉา สีลาทิอภิรติ นิราลยตา สิกฺขาปทปาริปูริตา, กาสาวธารณํ, ภณฺฑุภาโว. อิเม โข, มหาราช, วีสติ สมณสฺส สมณกรณา ธมฺมา เทฺว จ ลิงฺคานิ. เอเต คุเณ ภิกฺขุ สมาทาย วตฺตติ, โส เตสํ ธมฺมานํ อนูนตฺตา ปริปุณฺณตฺตา สมฺปนฺนตฺตา สมนฺนาคตตฺตา อเสกฺขภูมึ อรหนฺตภูมึ โอกฺกมติ, เสฏฺฐํ ภูมนฺตรํ โอกฺกมติ, อรหตฺตาสนฺนคโตติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘‘ขีณาสเวหิ โส สามญฺญํ อุปคโต, นตฺถิ เม โส สมโย’ติ [ตํ สามญฺญ’’นฺติ (?)] อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘‘อคฺคปริสํ โส อุปคโต, นาหํ ตํ ฐานํ อุปคโต’ติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘‘ลภติ โส ปาติโมกฺขุทฺเทสํ โสตุํ, นาหํ ตํ ลภามิ โสตุ’นฺติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘‘โส อญฺเญ ปพฺพาเชติ อุปสมฺปาเทติ ชินสาสนํ วฑฺเฒติ, อหเมตํ น ลภามิ กาตุ’นฺติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘‘อปฺปมาเณสุ โส สิกฺขาปเทสุ สมตฺตการี, นาหํ เตสุ วตฺตามี’ติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘‘อุปคโต โส สมณลิงฺคํ, พุทฺธาธิปฺปาเย ฐิโต, เตนาหํ ลิงฺเคน ทูรมปคโต’ติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘‘ปรูฬฺหกจฺฉโลโม โส อนญฺชิตอมณฺฑิโต อนุลิตฺตสีลคนฺโธ, อหํ ปน มณฺฑนวิภูสนาภิรโต’ติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, ‘เย เต วีสติ สมณกรณา ธมฺมา เทฺว จ ลิงฺคานิ, สพฺเพเปเต ธมฺมา ภิกฺขุสฺส สํวิชฺชนฺติ, โส เยว เต ธมฺเม ธาเรติ, อญฺเญปิ ตตฺถ สิกฺขาเปติ, โส เม อาคโม สิกฺขาปนญฺจ นตฺถี’ติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘ยถา, มหาราช, ราชกุมาโร ปุโรหิตสฺส สนฺติเก วิชฺชํ อธียติ, ขตฺติยธมฺมํ สิกฺขติ, โส อปเรน สมเยน อภิสิตฺโต อาจริยํ อภิวาเทติ ปจฺจุฏฺเฐติ ‘สิกฺขาปโก เม อย’นฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ‘ภิกฺขุ สิกฺขาปโก วํสธโร’ติ อรหติ อุปาสโก โสตาปนฺโน ภิกฺขุํ ปุถุชฺชนํ อภิวาเทตุํ ปจฺจุฏฺฐาตุํ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, อิมินาเปตํ ปริยาเยน ชานาหิ ภิกฺขุภูมิยา มหนฺตตํ อสมวิปุลภาวํ. ยทิ, มหาราช, อุปาสโก โสตาปนฺโน อรหตฺตํ สจฺฉิกโรติ, เทฺวว ตสฺส คติโย ภวนฺติ อนญฺญา ตสฺมึ เยว ทิวเส ปรินิพฺพาเยยฺย วา, ภิกฺขุภาวํ วา อุปคจฺเฉยฺย. อจลา หิ สา, มหาราช, ปพฺพชฺชา, มหตี อจฺจุคฺคตา, ยทิทํ ภิกฺขุภูมี’’ติ. ‘‘ญาณคโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห สุนิพฺเพฐิโต พลวตา อติพุทฺธินา ตยา, น ยิมํ ปญฺหํ สมตฺโถ อญฺโญ เอวํ วินิเวเฐตุํ อญฺญตฺร ตวาทิเสน พุทฺธิมตา’’ติ.
เสฏฺฐธมฺมปโญฺห ปฐโม.
๒. สพฺพสตฺตหิตผรณปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ตถาคโต สพฺพสตฺตานํ อหิตมปเนตฺวา หิตมุปทหตี’ติ. ปุน จ ภณถ อคฺคิกฺขนฺธูปเม ธมฺมปริยาเย ภญฺญมาเน ‘สฏฺฐิมตฺตานํ ภิกฺขูนํ อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคต’นฺติ. อคฺคิกฺขนฺธูปมํ, ภนฺเต, ธมฺมปริยายํ เทเสนฺเตน ตถาคเตน สฏฺฐิมตฺตานํ ภิกฺขูนํ หิตมปเนตฺวา อหิตมุปทหิตํ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต สพฺพสตฺตานํ อหิตมปเนตฺวา หิตมุปทหติ, เตน หิ อคฺคิกฺขนฺธูปเม ธมฺมปริยาเย ภญฺญมาเน สฏฺฐิมตฺตานํ ภิกฺขูนํ อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคตนฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ อคฺคิกฺขนฺธูปเม ธมฺมปริยาเย ภญฺญมาเน สฏฺฐิมตฺตานํ ภิกฺขูนํ อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคตํ, เตน หิ ตถาคโต สพฺพสตฺตานํ อหิตมปเนตฺวา หิตมุปทหตีติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ตถาคโต, มหาราช, สพฺพสตฺตานํ อหิตมปเนตฺวา หิตมุปทหติ, อคฺคิกฺขนฺธูปเม ธมฺมปริยาเย ภญฺญมาเน สฏฺฐิมตฺตานํ ภิกฺขูนํ อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคตํ, ตญฺจ ปน น ตถาคตสฺส กเตน, เตสํ เยว อตฺตโน กเตนา’’ติ.
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต อคฺคิกฺขนฺธูปมํ ธมฺมปริยายํ น ภาเสยฺย, อปิ นุ เตสํ อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคจฺเฉยฺยาติ, น หิ, มหาราช, มิจฺฉาปฏิปนฺนานํ เตสํ ภควโต ธมฺมปริยายํ สุตฺวา ปริฬาโห กาเย อุปฺปชฺชิ, เตน เตสํ ปริฬาเหน อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคต’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคตสฺเสว กเตน เตสํ อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคตํ, ตถาคโต เยว ตตฺถ อธิกาโร เตสํ นาสนาย, ยถา นาม, ภนฺเต นาคเสน, อหิ วมฺมิกํ ปวิเสยฺย, อถญฺญตโร ปํสุกาโม ปุริโส วมฺมิกํ ภินฺทิตฺวา ปํสุํ หเรยฺย, ตสฺส ปํสุหรเณน วมฺมิกสฺส สุสิรํ ปิทเหยฺย, อถ ตตฺเถว โส อสฺสาสํ อลภมาโน มเรยฺย, นนุ โส, ภนฺเต, อหิ ตสฺส ปุริสสฺส กเตน มรณปฺปตฺโต’’ติ. ‘‘อาม มหาราชา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต เยว ตตฺถ อธิกาโร เตสํ นาสนายา’’ติ.
‘‘ตถาคโต, มหาราช, ธมฺมํ เทสยมาโน อนุนยปฺปฏิฆํ น กโรติ, อนุนยปฺปฏิฆวิปฺปมุตฺโต ธมฺมํ เทเสติ, เอวํ ธมฺเม เทสียมาเน เย ตตฺถ สมฺมาปฏิปนฺนา, เต พุชฺฌนฺติ. เย ปน มิจฺฉาปฏิปนฺนา, เต ปตนฺติ. ยถา, มหาราช, ปุริสสฺส อมฺพํ วา ชมฺพุํ วา มธุกํ วา จาลยมานสฺส ยานิ ตตฺถ ผลานิ สารานิ ทฬฺหพนฺธนานิ, ตานิ ตตฺเถว อจฺจุตานิ ติฏฺฐนฺติ, ยานิ ตตฺถ ผลานิ ปูติวณฺฏมูลานิ ทุพฺพลพนฺธนานิ, ตานิ ปตนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ธมฺมํ เทสยมาโน อนุนยปฺปฏิฆํ น กโรติ, อนุนยปฺปฏิฆวิปฺปมุตฺโต ธมฺมํ เทเสติ, เอวํ ธมฺเม เทสียมาเน เย ตตฺถ สมฺมาปฏิปนฺนา, เต พุชฺฌนฺติ. เย ปน มิจฺฉาปฏิปนฺนา, เต ปตนฺติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, กสฺสโก ธญฺญํ โรเปตุกาโม เขตฺตํ กสติ, ตสฺส กสนฺตสฺส อเนกสตสหสฺสานิ ติณานิ มรนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ปริปกฺกมานเส สตฺเต โพเธนฺโต [โพเธตุํ (สี.)] อนุนยปฺปฏิฆวิปฺปมุตฺโต ธมฺมํ เทเสติ, เอวํ ธมฺเม เทสียมาเน เย ตตฺถ สมฺมาปฏิปนฺนา, เต พุชฺฌนฺติ. เย ปน มิจฺฉาปฏิปนฺนา, เต ติณานิ วิย มรนฺติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, มนุสฺสา รสเหตุ ยนฺเตน อุจฺฉุํ ปีฬยนฺติ, เตสํ อุจฺฉุํ ปีฬยมานานํ เย ตตฺถ ยนฺตมุขคตา กิมโย, เต ปีฬิยนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ปริปกฺกมานเส สตฺเต โพเธนฺโต ธมฺมยนฺตมภิปีฬยติ [ธมฺมยนฺตมติปีฬยติ (ก.)], เย ตตฺถ มิจฺฉาปฏิปนฺนา, เต กิมี วิย มรนฺตี’’ติ.
‘‘นนุ, ภนฺเต นาคเสน, เต ภิกฺขู ตาย ธมฺมเทสนาย ปติตา’’ติ? ‘‘อปิ นุ โข, มหาราช, ตจฺฉโก รุกฺขํ ตจฺฉนฺโต [รกฺขนฺโต (สี. ปี.] อุชุกํ ปริสุทฺธํ กโรตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, วชฺชนียํ อปเนตฺวา ตจฺฉโก รุกฺขํ อุชุกํ ปริสุทฺธํ กโรตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ปริสํ รกฺขนฺโต น สกฺโกติ โพธเนยฺเย [อโพธนีเย (สฺยา.)] สตฺเต โพเธตุํ, มิจฺฉาปฏิปนฺเน ปน สตฺเต อปเนตฺวา โพธเนยฺเย สตฺเต โพเธติ, อตฺตกเตน ปน เต, มหาราช, มิจฺฉาปฏิปนฺนา ปตนฺติ.
‘‘ยถา, มหาราช, กทลี เวฬุ อสฺสตรี อตฺตเชน [อตฺตเชน ผเลน (สี.)] หญฺญติ, เอวเมว โข, มหาราช, เย เต มิจฺฉาปฏิปนฺนา, เต อตฺตกเตน หญฺญนฺติ ปตนฺติ.
‘‘ยถา, มหาราช, โจรา อตฺตกเตน จกฺขุปฺปาฏนํ สูลาโรปนํ สีสจฺเฉทนํ ปาปุณนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, เย เต มิจฺฉาปฏิปนฺนา, เต อตฺตกเตน หญฺญนฺติ ปตนฺติ [ชินสาสนา ปตนฺติ (สี. ปี.)]. เยสํ, มหาราช, สฏฺฐิมตฺตานํ ภิกฺขูนํ อุณฺหํ โลหิตํ มุขโต อุคฺคตํ, เตสํ ตํ เนว ภควโต กเตน, น ปเรสํ กเตน, อถ โข อตฺตโน เยว กเตน.
‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส สพฺพชนสฺส อมตํ ทเทยฺย, เต ตํ อมตํ อสิตฺวา อโรคา ทีฆายุกา สพฺพีติโต [สพฺพีติยา (สี.)] ปริมุจฺเจยฺยุํ, อถญฺญตโร ปุริโส ทุรุปจาเรน ตํ อสิตฺวา มรณํ ปาปุเณยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, อมตทายโก ปุริโส ตโตนิทานํ กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ทสสหสฺสิยา โลกธาตุยา เทวมนุสฺสานํ อมตํ ธมฺมทานํ เทติ, เย เต สตฺตา ภพฺพา, เต ธมฺมามเตน พุชฺฌนฺติ. เย ปน เต สตฺตา อภพฺพา, เต ธมฺมามเตน หญฺญนฺติ ปตนฺติ. โภชนํ, มหาราช, สพฺพสตฺตานํ ชีวิตํ รกฺขติ, ตเมกจฺเจ ภุญฺชิตฺวา วิสูจิกาย มรนฺติ, อปิ นุ โข โส, มหาราช, โภชนทายโก ปุริโส ตโตนิทานํ กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต ทสสหสฺสิยา โลกธาตุยา เทวมนุสฺสานํ อมตํ ธมฺมทานํ เทติ, เย เต สตฺตา ภพฺพา, เต ธมฺมามเตน พุชฺฌนฺติ. เย ปน เต สตฺตา อภพฺพา, เต ธมฺมามเตน หญฺญนฺติ ปตนฺตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
สพฺพสตฺตหิตผรณปโญฺห ทุติโย.
๓. วตฺถคุยฺหนิทสฺสนปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ตถาคเตน –
‘‘‘กาเยน สํวโร สาธุ [ธ. ป. ๓๖๑], สาธุ วาจาย สํวโร;
มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร’ติ.
‘‘ปุน จ ตถาคโต จตุนฺนํ ปริสานํ มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ปุรโต เทวมนุสฺสานํ เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส โกโสหิตํ วตฺถคุยฺหํ ทสฺเสสิ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘กาเยน สํวโร สาธู’ติ, เตน หิ เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส โกโสหิตํ วตฺถคุยฺหํ ทสฺเสสีติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส โกโสหิตํ วตฺถคุยฺหํ ทสฺเสติ, เตน หิ ‘กาเยน สํวโร สาธู’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘กาเยน สํวโร สาธู’ติ, เสลสฺส จ พฺราหฺมณสฺส โกโสหิตํ วตฺถคุยฺหํ ทสฺสิตํ. ยสฺส โข, มหาราช, ตถาคเต กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตสฺส โพธนตฺถาย ภควา อิทฺธิยา ตปฺปฏิภาคํ กายํ ทสฺเสติ, โส เยว ตํ ปาฏิหาริยํ ปสฺสตี’’ติ.
‘‘โก ปเนตํ, ภนฺเต นาคเสน, สทฺทหิสฺสติ, ยํ ปริสคโต เอโก เยว ตํ คุยฺหํ ปสฺสติ, อวเสสา ตตฺเถว วสนฺตา น ปสฺสนฺตีติ. อิงฺฆ เม ตฺวํ ตตฺถ การณํ อุปทิส, การเณน มํ สญฺญาเปหี’’ติ. ‘‘ทิฏฺฐปุพฺโพ ปน ตยา, มหาราช, โกจิ พฺยาธิโต ปุริโส ปริกิณฺโณ ญาติมิตฺเตหี’’ติ. ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. ‘‘อปิ นุ โข สา, มหาราช, ปริสา ปสฺสเตตํ เวทนํ, ยาย โส ปุริโส เวทนาย เวทยตี’’ติ. ‘‘น หิ ภนฺเต, อตฺตนา เยว โส, ภนฺเต, ปุริโส เวทยตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยสฺเสว ตถาคเต กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตสฺเสว ตถาคโต โพธนตฺถาย อิทฺธิยา ตปฺปฏิภาคํ กายํ ทสฺเสติ, โส เยว ตํ ปาฏิหาริยํ ปสฺสติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, กญฺจิเทว ปุริสํ ภูโต อาวิเสยฺย, อปิ นุ โข สา, มหาราช, ปริสา ปสฺสติ ตํ ภูตาคมน’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, โส เยว อาตุโร ตสฺส ภูตสฺส อาคมนํ ปสฺสตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยสฺเสว ตถาคเต กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตสฺเสว ตถาคโต โพธนตฺถาย อิทฺธิยา ตปฺปฏิภาคํ กายํ ทสฺเสติ, โส เยว ตํ ปาฏิหาริยํ ปสฺสตี’’ติ.
‘‘ทุกฺกรํ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา กตํ, ยํ เอกสฺสปิ อทสฺสนียํ, ตํ ทสฺเสนฺเตนา’’ติ. ‘‘น, มหาราช, ภควา คุยฺหํ ทสฺเสสิ, อิทฺธิยา ปน ฉายํ ทสฺเสสี’’ติ. ‘‘ฉายายปิ, ภนฺเต, ทิฏฺฐาย ทิฏฺฐํ เยว โหติ คุยฺหํ, ยํ ทิสฺวา นิฏฺฐํ คโต’’ติ. ‘‘ทุกฺกรญฺจาปิ, มหาราช, ตถาคโต กโรติ โพธเนยฺเย สตฺเต โพเธตุํ. ยทิ, มหาราช, ตถาคโต กิริยํ หาเปยฺย, โพธเนยฺยา สตฺตา น พุชฺเฌยฺยุํ. ยสฺมา จ โข, มหาราช, โยคญฺญู ตถาคโต โพธเนยฺเย สตฺเต โพเธตุํ, ตสฺมา ตถาคโต เยน เยน โยเคน โพธเนยฺยา พุชฺฌนฺติ, เตน เตน โยเคน โพธเนยฺเย โพเธติ.
‘‘ยถา, มหาราช, ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต เยน เยน เภสชฺเชน อาตุโร อโรโค โหติ, เตน เตน เภสชฺเชน อาตุรํ อุปสงฺกมติ, วมนียํ วเมติ, วิเรจนียํ วิเรเจติ, อนุเลปนียํ อนุลิมฺเปติ, อนุวาสนียํ อนุวาเสติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต เยน เยน โยเคน โพธเนยฺยา สตฺตา พุชฺฌนฺติ, เตน เตน โยเคน โพเธติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อิตฺถี มูฬฺหคพฺภา ภิสกฺกสฺส อทสฺสนียํ คุยฺหํ ทสฺเสติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต โพธเนยฺเย สตฺเต โพเธตุํ อทสฺสนียํ คุยฺหํ อิทฺธิยา ฉายํ ทสฺเสสิ. นตฺถิ, มหาราช, อทสฺสนีโย นาม โอกาโส ปุคฺคลํ อุปาทาย. ยทิ, มหาราช, โกจิ ภควโต หทยํ ทิสฺวา พุชฺเฌยฺย, ตสฺสปิ ภควา โยเคน หทยํ ทสฺเสยฺย, โยคญฺญู, มหาราช, ตถาคโต เทสนากุสโล.
‘‘นนุ, มหาราช, ตถาคโต เถรสฺส นนฺทสฺส อธิมุตฺตึ ชานิตฺวา ตํ เทวภวนํ เนตฺวา เทวกญฺญาโย ทสฺเสสิ ‘อิมินายํ กุลปุตฺโต พุชฺฌิสฺสตี’ติ, เตน จ โส กุลปุตฺโต พุชฺฌิ. อิติ โข, มหาราช, ตถาคโต อเนกปริยาเยน สุภนิมิตฺตํ หีเฬนฺโต ครหนฺโต ชิคุจฺฉนฺโต ตสฺส โพธนเหตุ กกุฏปาทินิโย อจฺฉราโย ทสฺเสสิ. เอวมฺปิ ตถาคโต โยคญฺญู เทสนากุสโล.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ตถาคโต เถรสฺส จูฬปนฺถกสฺส ภาตรา นิกฺกฑฺฒิตสฺส ทุกฺขิตสฺส ทุมฺมนสฺส อุปคนฺตฺวา สุขุมํ โจฬขณฺฑํ อทาสิ ‘อิมินายํ กุลปุตฺโต พุชฺฌิสฺสตี’ติ, โส จ กุลปุตฺโต เตน การเณน ชินสาสเน วสีภาวํ ปาปุณิ. เอวมฺปิ, มหาราช, ตถาคโต โยคญฺญู เทสนากุสโล.
‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ตถาคโต พฺราหฺมณสฺส โมฆราชสฺส ยาว ตติยํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ น พฺยากาสิ ‘เอวมิมสฺส กุลปุตฺตสฺส มาโน อุปสมิสฺสติ, มานูปสมา อภิสมโย ภวิสฺสตี’ติ, เตน จ ตสฺส กุลปุตฺตสฺส มาโน อุปสมิ, มานูปสมา โส พฺราหฺมโณ ฉสุ อภิญฺญาสุ วสีภาวํ ปาปุณิ. เอวมฺปิ, มหาราช, ตถาคโต โยคญฺญู เทสนากุสโล’’ติ.
‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, สุนิพฺเพฐิโต ปโญฺห พหุวิเธหิ การเณหิ, คหนํ อคหนํ กตํ, อนฺธกาโร อาโลโก กโต, คณฺฐิ ภินฺโน, ภคฺคา ปรวาทา, ชินปุตฺตานํ จกฺขุํ ตยา อุปฺปาทิตํ, นิปฺปฏิภานา ติตฺถิยา, ตฺวํ คณิวรปวรมาสชฺชา’’ติ.
วตฺถคุยฺหนิทสฺสนปโญฺห ตติโย.
๔. ผรุสวาจาภาวปโญฺห
๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา ‘ปริสุทฺธวจีสมาจาโร อาวุโส ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส วจีทุจฺจริตํ, ยํ ตถาคโต รกฺเขยฺย ‘มา เม อิทํ ปโร อญฺญาสี’ติ. ปุน จ ตถาคโต เถรสฺส สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส อปราเธ ปาราชิกํ ปญฺญเปนฺโต ผรุสาหิ วาจาหิ โมฆปุริสวาเทน สมุทาจริ, เตน จ โส เถโร โมฆปุริสวาเทน มงฺกุจิตฺตวเสน รุนฺธิตตฺตา วิปฺปฏิสารี นาสกฺขิ อริยมคฺคํ ปฏิวิชฺฌิตุํ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ปริสุทฺธวจีสมาจาโร ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส วจีทุจฺจริตํ, เตน หิ ตถาคเตน เถรสฺส สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส อปราเธ โมฆปุริสวาเทน สมุทาจิณฺณนฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ภควตา เถรสฺส สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส อปราเธ โมฆปุริสวาเทน สมุทาจิณฺณํ, เตน หิ ปริสุทฺธวจีสมาจาโร ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส วจีทุจฺจริตนฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา ‘ปริสุทฺธวจีสมาจาโร อาวุโส ตถาคโต, นตฺถิ ตถาคตสฺส วจีทุจฺจริตํ, ยํ ตถาคโต รกฺเขยฺย ‘มา เม อิทํ ปโร อญฺญาสี’ติ. อายสฺมโต จ สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส อปราเธ ปาราชิกํ ปญฺญเปนฺเตน ภควตา โมฆปุริสวาเทน สมุทาจิณฺณํ, ตญฺจ ปน อทุฏฺฐจิตฺเตน อสารมฺเภน ยาถาวลกฺขเณน. กิญฺจ ตตฺถ ยาถาวลกฺขณํ, ยสฺส, มหาราช, ปุคฺคลสฺส อิมสฺมึ อตฺตภาเว จตุสจฺจาภิสมโย น โหติ, ตสฺส ปุริสตฺตนํ โมฆํ อญฺญํ กยิรมานํ อญฺเญน สมฺภวติ, เตน วุจฺจติ ‘โมฆปุริโส’ติ. อิติ, มหาราช, ภควตา อายสฺมโต สุทินฺนสฺส กลนฺทปุตฺตสฺส สตาววจเนน สมุทาจิณฺณํ, โน อภูตวาเทนา’’ติ.
‘‘สภาวมฺปิ, ภนฺเต นาคเสน, โย อกฺโกสนฺโต ภณติ, ตสฺส มยํ กหาปณํ ทณฺฑํ ธาเรม, อปราโธ เยว โส วตฺถุํ นิสฺสาย วิสุํ โวหารํ อาจรนฺโต อกฺโกสตี’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปน, มหาราช, สุตปุพฺพํ ตยา ขลิตสฺส อภิวาทนํ วา ปจฺจุฏฺฐานํ วา สกฺการํ วา อุปายนานุปฺปทานํ วา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ยโต กุโตจิ ยตฺถ กตฺถจิ ขลิโต, โส ปริภาสนารโห โหติ ตชฺชนารโห, อุตฺตมงฺคมฺปิสฺส ฉินฺทนฺติ หนนฺติปิ พนฺธนฺติปิ ฆาเตนฺติปิ ฌาเปนฺติปี’’ติ [ชาเปนฺติปีติ (สี. ปี.)]. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ภควตา กิริยา เยว กตา, โน อกิริยา’’ติ.
‘‘กิริยมฺปิ, ภนฺเต นาคเสน, กุรุมาเนน ปติรูเปน กาตพฺพํ อนุจฺฉวิเกน, สวเนนปิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคตสฺส สเทวโก โลโก โอตฺตปฺปติ หิริยติ ภิยฺโย ทสฺสเนน ตตุตฺตรึ อุปสงฺกมเนน ปยิรุปาสเนนา’’ติ. ‘‘อปิ นุ โข, มหาราช, ติกิจฺฉโก อภิสนฺเน กาเย กุปิเต โทเส สิเนหนียานิ เภสชฺชานิ เทตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ติณฺหานิ เลขนียานิ เภสชฺชานิ เทตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต สพฺพกิเลสพฺยาธิวูปสมาย อนุสิฏฺฐึ เทติ, ผรุสาปิ, มหาราช, ตถาคตสฺส วาจา สตฺเต สิเนหยติ, มุทุเก กโรติ. ยถา, มหาราช, อุณฺหมฺปิ อุทกํ ยํ กิญฺจิ สิเนหนียํ สิเนหยติ, มุทุกํ กโรติ, เอวเมว โข, มหาราช, ผรุสาปิ ตถาคตสฺส วาจา อตฺถวตี โหติ กรุณาสหคตา. ยถา, มหาราช, ปิตุวจนํ ปุตฺตานํ อตฺถวนฺตํ โหติ กรุณาสหคตํ, เอวเมว โข, มหาราช, ผรุสาปิ ตถาคตสฺส วาจา อตฺถวตี โหติ กรุณาสหคตา. ผรุสาปิ, มหาราช, ตถาคตสฺส วาจา สตฺตานํ กิเลสปฺปหานา [กิเลสปฺปหานาย (สี.)] โหติ. ยถา, มหาราช, ทุคฺคนฺธมฺปิ โคมุตฺตํ ปีตํ วิรสมฺปิ อคทํ ขายิตํ สตฺตานํ พฺยาธึ หนติ, เอวเมว โข, มหาราช, ผรุสาปิ ตถาคตสฺส วาจา อตฺถวตี กรุณาสหคตา. ยถา, มหาราช, มหนฺโตปิ ตูลปุญฺโช [ตูลปิจุ (สี. สฺยา.)] ปรสฺส กาเย นิปติตฺวา รุชํ น กโรติ, เอวเมว โข, มหาราช, ผรุสาปิ ตถาคตสฺส วาจา น กสฺสจิ ทุกฺขํ อุปฺปาเทตี’’ติ. ‘‘สุวินิจฺฉิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห พหูหิ การเณหิ, สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ผรุสวาจาภาวปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. รุกฺขอเจตนาภาวปโญฺห
๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ตถาคเตน –
‘‘‘อเจตนํ พฺราหฺมณ อสฺสุณนฺตํ, ชาโน อชานนฺตมิมํ ปลาสํ;
อารทฺธวีริโย ธุวํ อปฺปมตฺโต, สุขเสยฺยํ ปุจฺฉสิ กิสฺส เหตู’ติ [ชา. ๑.๔.๒๕].
ปุน จ ภณิตํ –
‘‘‘อิติ ผนฺทนรุกฺโขปิ, ตาวเท อชฺฌภาสถ;
มยฺหมฺปิ วจนํ อตฺถิ, ภารทฺวาช สุโณหิ เม’ติ [ชา. ๑.๑๓.๒๐].
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, รุกฺโข อเจตโน, เตน หิ ผนฺทเนน รุกฺเขน ภารทฺวาเชน สห สลฺลปิตนฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ผนฺทเนน รุกฺเขน ภารทฺวาเชน สทฺธึ สลฺลปิตํ, เตน หิ รุกฺโข อเจตโนติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘รุกฺโข อเจตโน’ติ, ผนฺทเนน จ รุกฺเขน ภารทฺวาเชน สทฺธึ สลฺลปิตํ, ตญฺจ ปน วจนํ โลกสมญฺญาย ภณิตํ. นตฺถิ, มหาราช, อเจตนสฺส รุกฺขสฺส สลฺลาโป นาม, อปิ จ, มหาราช, ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถาย เทวตาเยตํ อธิวจนํ รุกฺโขติ, รุกฺโข สลฺลปตีติ เจสา โลกปณฺณตฺติ, ยถา, มหาราช, สกฏํ ธญฺญสฺส ปริปูริตํ ธญฺญสกฏนฺติ ชโน โวหรติ, น จ ตํ ธญฺญมยํ สกฏํ, รุกฺขมยํ สกฏํ, ตสฺมึ สกเฏ ธญฺญสฺส ปน อากิริตตฺตา ธญฺญสกฏนฺติ ชโน โวหรติ, เอวเมว โข, มหาราช, น รุกฺโข สลฺลปติ, รุกฺโข อเจตโน, ยา ปน ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา, ตสฺสา เยว ตํ อธิวจนํ รุกฺโขติ, รุกฺโข สลฺลปตีติ เจสา โลกปณฺณตฺติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ทธึ มนฺถยมาโน ตกฺกํ มนฺเถมีติ โวหรติ, น ตํ ตกฺกํ, ยํ โส มนฺเถติ, ทธึ เยว โส มนฺเถนฺโต ตกฺกํ มนฺเถมีติ โวหรติ, เอวเมว โข, มหาราช, น รุกฺโข สลฺลปติ, รุกฺโข อเจตโน. ยา ปน ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา, ตสฺสาเยว ตํ อธิวจนํ รุกฺโขติ, รุกฺโข สลฺลปตีติ เจสา โลกปณฺณตฺติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อสนฺตํ สาเธตุกาโม สนฺตํ สาเธมีติ โวหรติ, อสิทฺธํ สิทฺธนฺติ โวหรติ, เอวเมสา โลกสมญฺญา, เอวเมว โข, มหาราช, น รุกฺโข สลฺลปติ, รุกฺโข อเจตโน. ยา ปน ตสฺมึ รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา, ตสฺสาเยว ตํ อธิวจนํ รุกฺโขติ, รุกฺโข สลฺลปตีติ เจสา โลกปณฺณตฺติ, ยาย, มหาราช, โลกสมญฺญาย ชโน โวหรติ, ตถาคโตปิ ตาเยว โลกสมญฺญาย สตฺตานํ ธมฺมํ เทเสตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
รุกฺขอเจตนาภาวปโญฺห ปญฺจโม.
๖. ปิณฺฑปาตมหปฺผลปโญฺห
๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ธมฺมสงฺคีติการเกหิ เถเรหิ –
‘‘‘จุนฺทสฺส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา, กมฺมารสฺสาติ เม สุตํ;
อาพาธํ สมฺผุสี ธีโร, ปพาฬฺหํ มารณนฺติก’นฺติ [ที. นิ. ๒.๑๙๐].
‘‘ปุน จ ภควตา ภณิตํ ‘เทฺวเม, อานนฺท, ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จ. กตเม เทฺว? ยญฺจ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิ, ยญฺจ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ตถาคโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ. อิเม เทฺว ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา, อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควโต จุนฺทสฺส ภตฺตํ ภุตฺตาวิสฺส [ภุญฺชิตฺวา (สี.)] ขโร อาพาโธ อุปฺปนฺโน, ปพาฬฺหา จ เวทนา ปวตฺตา มารณนฺติกา, เตน หิ ‘เทฺวเม, อานนฺท, ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เทฺวเม ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จ, เตน หิ ภควโต จุนฺทสฺส ภตฺตํ ภุตฺตาวิสฺส [ภุญฺชิตฺวา (สี.)] ขโร อาพาโธ อุปฺปนฺโน, ปพาฬฺหา จ เวทนา ปวตฺตา มารณนฺติกาติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. กึนุ โข, ภนฺเต นาคเสน, โส ปิณฺฑปาโต วิสคตตาย มหปฺผโล, โรคุปฺปาทกตาย มหปฺผโล, อายุวินาสกตาย มหปฺผโล, ภควโต ชีวิตหรณตาย มหปฺผโล? ตตฺถ เม การณํ พฺรูหิ ปรวาทานํ นิคฺคหาย, เอตฺถายํ ชโน สมฺมูโฬฺห โลภวเสน อติพหุํ ขายิเตน โลหิตปกฺขนฺทิกา อุปฺปนฺนาติ. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ธมฺมสงฺคีติการเกหิ เถเรหิ –
‘‘‘จุนฺทสฺส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา, กมฺมารสฺสาติ เม สุตํ;
อาพาธํ สมฺผุสี ธีโร, ปพาฬฺหํ มารณนฺติก’นฺติ.
‘‘ภควตา จ ภณิตํ ‘เทฺวเม, อานนฺท, ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จ. กตเม เทฺว? ยญฺจ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิ, ยญฺจ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิตฺวา ตถาคโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายติ [ปรินิพฺพายิ (สี.)], อิเม เทฺว ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา, อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’ติ.
‘‘โส ปน ปิณฺฑปาโต พหุคุโณ อเนกานิสํโส. เทวตา, มหาราช, หฏฺฐา ปสนฺนมานสา ‘อยํ ภควโต ปจฺฉิโม ปิณฺฑปาโต’ติ ทิพฺพํ โอชํ สูกรมทฺทเว อากิรึสุ. ตญฺจ ปน สมฺมาปากํ ลหุปากํ [พหุปากํ (สี.)] มนุญฺญํ พหุรสํ ชฏฺฐรคฺคิเตชสฺส หิตํ. น, มหาราช, ตโตนิทานํ ภควโต โกจิ อนุปฺปนฺโน โรโค อุปฺปนฺโน, อปิ จ, มหาราช, ภควโต ปกติทุพฺพเล สรีเร ขีเณ อายุสงฺขาเร อุปฺปนฺโน โรโค ภิยฺโย อภิวฑฺฒิ.
‘‘ยถา, มหาราช, ปกติยา ชลมาโน อคฺคิ อญฺญสฺมึ อุปาทาเน ทินฺเน ภิยฺโย ปชฺชลติ, เอวเมว โข, มหาราช, ภควโต ปกติทุพฺพเล สรีเร ขีเณ อายุสงฺขาเร อุปฺปนฺโน โรโค ภิยฺโย อภิวฑฺฒิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โสโต ปกติยา สนฺทมาโน อภิวุฏฺเฐ มหาเมเฆ ภิยฺโย มโหโฆ อุทกวาหโก โหติ, เอวเมว โข, มหาราช, ภควโต ปกติทุพฺพเล สรีเร ขีเณ อายุสงฺขาเร อุปฺปนฺโน โรโค ภิยฺโย อภิวฑฺฒิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, ปกติยา อภิสนฺนธาตุ กุจฺฉิ อญฺญสฺมึ อชฺโฌหริเต ภิยฺโย อายเมยฺย [อามเยยฺย (สี.)], เอวเมว โข, มหาราช, ภควโต ปกติทุพฺพเล สรีเร ขีเณ อายุสงฺขาเร อุปฺปนฺโน โรโค ภิยฺโย อภิวฑฺฒิ, นตฺถิ, มหาราช, ตสฺมึ ปิณฺฑปาเต โทโส, น จ ตสฺส สกฺกา โทสํ อาโรเปตุ’’นฺติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, เกน การเณน เต เทฺว ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’’ติ? ‘‘ธมฺมานุมชฺชนสมาปตฺติวเสน, มหาราช, เต เทฺว ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, กตเมสํ ธมฺมานํ อนุมชฺชนสมาปตฺติวเสน เต เทฺว ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’’ติ? ‘‘นวนฺนํ, มหาราช, อนุปุพฺพวิหารสมาปตฺตีนํ อนุโลมปฺปฏิโลมสมาปชฺชนวเสน เต เทฺว ปิณฺฑปาตา สมสมผลา สมวิปากา อติวิย อญฺเญหิ ปิณฺฑปาเตหิ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ทฺวีสุ เยว ทิวเสสุ อธิมตฺตํ ตถาคโต นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติโย อนุโลมปฺปฏิโลมํ สมาปชฺชี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราชา’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ ภนฺเต นาคเสน. ยํ อิมสฺมึ พุทฺธกฺเขตฺเต อสทิสํ ปรมทานํ, ตมฺปิ อิเมหิ ทฺวีหิ ปิณฺฑปาเตหิ อคณิตํ. อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน. ยาว มหนฺตา นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติโย, ยตฺร หิ นาม นวานุปุพฺพวิหารสมาปตฺติวเสน ทานํ มหปฺผลตรํ โหติ มหานิสํสตรญฺจ. สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ปิณฺฑปาตมหปฺผลปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. พุทฺธปูชนปโญฺห
๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ตถาคเตน ‘อพฺยาวฏา ตุเมฺห, อานนฺท, โหถ ตถาคตสฺส สรีรปูชายา’ติ. ปุน จ ภณิตํ –
‘‘‘ปูเชถ นํ ปูชนิยสฺส ธาตุํ;
เอวํ กิร สคฺคมิโต คมิสฺสถา’ติ.
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน ภณิตํ ‘อพฺยาวฏา ตุเมฺห, อานนฺท, โหถ ตถาคตสฺส สรีรปูชายา’ติ, เตน หิ ‘ปูเชถ นํ ปูชนิยสฺส ธาตุํ, เอวํ กรา สคฺคมิโต คมิสฺสถา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘ปูเชถ นํ ปูชนิยสฺส ธาตุํ, เอวํ กรา สคฺคมิโต คมิสฺสถา’ติ, เตน หิ ‘อพฺยาวฏา ตุเมฺห อานนฺท, โหถ ตถาคตสฺส สรีรปูชายา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อพฺยาวฏา ตุเมฺห, อานนฺท, โหถ ตถาคตสฺส สรีรปูชายา’ติ, ปุน จ ภณิตํ ‘ปูเชถ นํ ปูชนิยสฺส ธาตุํ, เอวํ กรา สคฺคมิโต คมิสฺสถา’ติ, ตญฺจ ปน น สพฺเพสํ ชินปุตฺตานํ เยว อารพฺภ ภณิตํ ‘อพฺยาวฏา ตุเมฺห, อานนฺท, โหถ ตถาคตสฺส สรีรปูชายา’ติ. อกมฺมํ เหตํ, มหาราช, ชินปุตฺตานํ ยทิทํ ปูชา, สมฺมสนํ สงฺขารานํ, โยนิโส มนสิกาโร, สติปฏฺฐานานุปสฺสนา, อารมฺมณสารคฺคาโห, กิเลสยุทฺธํ, สทตฺถมนุยุญฺชนา, เอตํ ชินปุตฺตานํ กรณียํ, อวเสสานํ เทวมนุสฺสานํ ปูชา กรณียา.
‘‘ยถา, มหาราช, มหิยา ราชปุตฺตานํ หตฺถิอสฺสรถธนุถรุเลขมุทฺทาสิกฺขาขคฺคมนฺตสุติ- สมฺมุติยุทฺธยุชฺฌาปนกิริยา กรณียา, อวเสสานํ ปุถุเวสฺสสุทฺทานํ กสิ วณิชฺชา โครกฺขา กรณียา, เอวเมว โข, มหาราช, อกมฺมํ เหตํ ชินปุตฺตานํ ยทิทํ ปูชา, สมฺมสนํ สงฺขารานํ, โยนิโส มนสิกาโร, สติปฏฺฐานานุปสฺสนา, อารมฺมณสารคฺคาโห, กิเลสยุทฺธํ, สทตฺถมนุยุญฺชนา, เอตํ ชินปุตฺตานํ กรณียํ, อวเสสานํ เทวมนุสฺสานํ ปูชา กรณียา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, พฺราหฺมณมาณวกานํ อิรุเวทํ ยชุเวทํ สามเวทํ อถพฺพณเวทํ ลกฺขณํ อิติหาสํ ปุราณํ นิฆณฺฑุ เกฏุภํ อกฺขรปฺปเภทํ ปทํ เวยฺยากรณํ ภาสมคฺคํ อุปฺปาตํ สุปินํ นิมิตฺตํ ฉฬงฺคํ จนฺทคฺคาหํ สูริยคฺคาหํ สุกฺกราหุจริตํ อุฬุคฺคหยุทฺธํ [โอฬุคฺคหยุทฺธํ (ก.)] เทวทุนฺทุภิสฺสรํ โอกฺกนฺติ อุกฺกาปาตํ ภูมิกมฺมํ [ภูมิกมฺปํ (สี. ปี.)] ทิสาทาหํ ภุมฺมนฺตลิกฺขํ โชติสํ โลกายติกํ สาจกฺกํ มิคจกฺกํ อนฺตรจกฺกํ มิสฺสกุปฺปาทํ สกุณรุตรวิตํ [สกุณรุตํ (สี.)] สิกฺขา กรณียา, อวเสสานํ ปุถุเวสฺสสุทฺทานํ กสิ วณิชฺชา โครกฺขา กรณียา, เอวเมว โข, มหาราช, อกมฺมํ เหตํ ชินปุตฺตานํ ยทิทํ ปูชา, สมฺมสนํ สงฺขารานํ, โยนิโส มนสิกาโร, สติปฏฺฐานานุปสฺสนา, อารมฺมณสารคฺคาโห, กิเลสยุทฺธํ, สทตฺถมนุยุญฺชนา, เอตํ ชินปุตฺตานํ กรณียํ, อวเสสานํ เทวมนุสฺสานํ ปูชา กรณียา, ตสฺมา, มหาราช, ตถาคโต ‘มา อิเม อกมฺเม ยุญฺชนฺตุ, กมฺเม อิเม ยุญฺชนฺตู’ติ อาห ‘อพฺยาวฏา ตุเมฺห, อานนฺท, โหถ ตถาคตสฺส สรีรปูชายา’ติ. ยเทตํ, มหาราช, ตถาคโต น ภเณยฺย, ปตฺตจีวรมฺปิ อตฺตโน ปริยาทาเปตฺวา ภิกฺขู พุทฺธปูชํ เยว กเรยฺยุ’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
พุทฺธปูชนปโญฺห สตฺตโม.
๘. ปาทสกลิกาหตปโญฺห
๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ภควโต คจฺฉนฺตสฺส อยํ อเจตนา มหาปถวี นินฺนํ อุนฺนมติ, อุนฺนตํ โอนมตี’ติ, ปุน จ ภณถ ‘ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต’ติ. ยา สา สกลิกา ภควโต ปาเท ปติตา, กิสฺส ปน สา สกลิกา ภควโต ปาทา น นิวตฺตา. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควโต คจฺฉนฺตสฺส อยํ อเจตนา มหาปถวี นินฺนํ อุนฺนมติ, อุนฺนตํ โอนมติ, เตน หิ ‘ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต, เตน หิ ‘ภควโต คจฺฉนฺตสฺส อยํ อเจตนา มหาปถวี นินฺนํ อุนฺนมติ อุนฺนตํ โอนมตี’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘สจฺจํ, มหาราช, อตฺเถตํ ภควโต คจฺฉนฺตสฺส อยํ อเจตนา มหาปถวี นินฺนํ อุนฺนมติ อุนฺนตํ โอนมติ, ภควโต จ ปาโท สกลิกาย ขโต, น จ ปน สา สกลิกา อตฺตโน ธมฺมตาย ปติตา, เทวทตฺตสฺส อุปกฺกเมน ปติตา. เทวทตฺโต, มหาราช, พหูนิ ชาติสตสหสฺสานิ ภควติ อาฆาตํ พนฺธิ, โส เตน อาฆาเตน ‘มหนฺตํ กูฏาคารปฺปมาณํ ปาสาณํ ภควโต อุปริ ปาเตสฺสามี’ติ มุญฺจิ. อถ เทฺว เสลา ปถวิโต อุฏฺฐหิตฺวา ตํ ปาสาณํ สมฺปฏิจฺฉึสุ, อถ เนสํ สมฺปหาเรน ปาสาณโต ปปฏิกา ภิชฺชิตฺวา เยน วา เตน วา ปตนฺตี ภควโต ปาเท ปติตา’’ติ.
‘‘ยถา จ, ภนฺเต นาคเสน, เทฺว เสลา ปาสาณํ สมฺปฏิจฺฉึสุ, ตเถว ปปฏิกาปิ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพา’’ติ? ‘‘สมฺปฏิจฺฉิตมฺปิ, มหาราช, อิเธกจฺจํ ปคฺฆรติ ปสวติ น ฐานมุปคจฺฉติ, ยถา, มหาราช, อุทกํ ปาณินา คหิตํ องฺคุลนฺตริกาหิ ปคฺฆรติ ปสวติ น ฐานมุปคจฺฉติ, ขีรํ ตกฺกํ มธุํ สปฺปิ เตสํ มจฺฉรสํ มํสรสํ ปาณินา คหิตํ องฺคุลนฺตริกาหิ ปคฺฆรติ ปสวติ น ฐานมุปคจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, สมฺปฏิจฺฉนตฺถํ อุปคตานํ ทฺวินฺนํ เสลานํ สมฺปหาเรน ปาสาณโต ปปฏิกา ภิชฺชิตฺวา เยน วา เตน วา ปตนฺตี ภควโต ปาเท ปติตา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, สณฺหสุขุมอณุรชสมํ ปุฬินํ มุฏฺฐินา คหิตํ องฺคุลนฺตริกาหิ ปคฺฆรติ ปสวติ น ฐานมุปคจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, สมฺปฏิจฺฉนตฺถํ อุปคตานํ ทฺวินฺนํ เสลานํ สมฺปหาเรน ปาสาณโต ปปฏิกา ภิชฺชิตฺวา เยน วา เตน วา ปตนฺตี ภควโต ปาเท ปติตา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, กพโฬ มุเขน คหิโต อิเธกจฺจสฺส มุขโต มุจฺจิตฺวา ปคฺฆรติ ปสวติ น ฐานมุปคจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, สมฺปฏิจฺฉนตฺถํ อุปคตานํ ทฺวินฺนํ เสลานํ สมฺปหาเรน ปาสาณโต ปปฏิกา ภิชฺชิตฺวา เยน วา เตน วา ปตนฺตี ภควโต ปาเท ปติตา’’ติ.
‘‘โหตุ, ภนฺเต นาคเสน, เสเลหิ ปาสาโณ สมฺปฏิจฺฉิโต, อถ ปปฏิกายปิ อปจิติ กาตพฺพา ยเถว มหาปถวิยา’’ติ? ‘‘ทฺวาทสิเม, มหาราช, อปจิตึ น กโรนฺติ. กตเม ทฺวาทส? รตฺโต ราควเสน อปจิตึ น กโรติ, ทุฏฺโฐ โทสวเสน, มูโฬฺห โมหวเสน, อุนฺนโต มานวเสน, นิคฺคุโณ อวิเสสตาย, อติถทฺโธ อนิเสธนตาย, หีโน หีนสภาวตาย, วจนกโร อนิสฺสรตาย, ปาโป กทริยตาย, ทุกฺขาปิโต ปฏิทุกฺขาปนตาย, ลุทฺโธ โลภาภิภูตตาย, อายูหิโต อตฺถสาธนตาย [อตฺถสาธเนน (สฺยา. ปี. ก.)] อปจิตึ น กโรติ. อิเม โข มหาราช ทฺวาทส อปจิตึ น กโรนฺติ. สา จ ปน ปปฏิกา ปาสาณสมฺปหาเรน ภิชฺชิตฺวา อนิมิตฺตกตทิสา เยน วา เตน วา ปตมานา ภควโต ปาเท ปติตา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, สณฺหสุขุมอณุรโช อนิลพลสมาหโต อนิมิตฺตกตทิโส เยน วา เตน วา อภิกิรติ, เอวเมว โข, มหาราช, สา ปปฏิกา ปาสาณสมฺปหาเรน ภิชฺชิตฺวา อนิมิตฺตกตทิสา เยน วา เตน วา ปตมานา ภควโต ปาเท ปติตา. ยทิ ปน, มหาราช, สา ปปฏิกา ปาสาณโต วิสุํ น ภเวยฺย, ตมฺปิ เต เสลา ปาสาณปปฏิกํ อุปฺปติตฺวา คเณฺหยฺยุํ. เอสา ปน, มหาราช, ปปฏิกา น ภูมฏฺฐา น อากาสฏฺฐา, ปาสาณสมฺปหารเวเคน ภิชฺชิตฺวา อนิมิตฺตกตทิสา เยน วา เตน วา ปตมานา ภควโต ปาเท ปติตา.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, วาตมณฺฑลิกาย อุกฺขิตฺตํ ปุราณปณฺณํ อนิมิตฺตกตทิสํ เยน วา เตน วา ปตติ, เอวเมว โข, มหาราช, เอสา ปปฏิกา ปาสาณสมฺปหารเวเคน อนิมิตฺตกตทิสา เยน วา เตน วา ปตมานา ภควโต ปาเท ปติตา. อปิ จ, มหาราช, อกตญฺญุสฺส กทริยสฺส เทวทตฺตสฺส ทุกฺขานุภวนาย ปปฏิกา ภควโต ปาเท ปติตา’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ปาทสกลิกาหตปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. อคฺคคฺคสมณปโญฺห
๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’ติ. ปุน จ ภณิตํ –
‘‘‘จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ, ตํ เว นรํ สมณํ อาหุ โลเก’ติ.
ตตฺริเม จตฺตาโร ธมฺมา ขนฺติ อปฺปาหารตา รติวิปฺปหานํ อากิญฺจญฺญํ. สพฺพานิ ปเนตานิ อปริกฺขีณาสวสฺส สกิเลสสฺเสว โหนฺติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, อาสวานํ ขยา สมโณ โหติ, เตน หิ ‘จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ, ตํ เว นรํ สมณํ อาหุ โลเก’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูโต สมโณ โหติ, เตน หิ ‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา, อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’ติ. ปุน จ ภณิตํ ‘จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ, ตํ เว นรํ สมณํ อาหุ โลเก’ติ. ตทิทํ, มหาราช, วจนํ เตสํ เตสํ ปุคฺคลานํ คุณวเสน ภณิตํ ‘จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ, ตํ เว นรํ สมณํ อาหุ โลเก’ติ, อิทํ ปน นิรวเสสวจนํ ‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’ติ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, เย เกจิ กิเลสูปสมาย ปฏิปนฺนา, เต สพฺเพ อุปาทายุปาทาย สมโณ ขีณาสโว อคฺคมกฺขายติ. ยถา, มหาราช, ยานิ กานิจิ ชลชถลชปุปฺผานิ, วสฺสิกํ เตสํ อคฺคมกฺขายติ, อวเสสานิ ยานิ กานิจิ วิวิธานิ ปุปฺผชาตานิ, สพฺพานิ ตานิ ปุปฺผานิ เยว, อุปาทายุปาทาย ปน วสฺสิกํ เยว ปุปฺผํ ชนสฺส ปตฺถิตํ ปิหยิตํ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ กิเลสูปสมาย ปฏิปนฺนา, เต สพฺเพ อุปาทายุปาทาย สมโณ ขีณาสโว อคฺคมกฺขายติ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, สพฺพธญฺญานํ สาลิ อคฺคมกฺขายติ, ยา กาจิ อวเสสา วิวิธา ธญฺญชาติโย, ตา สพฺพา อุปาทายุปาทาย โภชนานิ สรีรยาปนาย, สาลิ เยว เตสํ อคฺคมกฺขายติ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ กิเลสูปสมาย ปฏิปนฺนา, เต สพฺเพ อุปาทายุปาทาย สมโณ ขีณาสโว อคฺคมกฺขายตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อคฺคคฺคสมณปโญฺห นวโม.
๑๐. วณฺณภณนปโญฺห
๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘มมํ วา, ภิกฺขเว, ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ธมฺมสฺส วา, สงฺฆสฺส วา วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ตตฺร ตุเมฺหหิ น อานนฺโท, น โสมนสฺสํ, น เจตโส อุปฺปิลาวิตตฺตํ กรณีย’นฺติ ปุน จ ตถาคโต เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส ยถาภุจฺเจ วณฺเณ ภญฺญมาเน อานนฺทิโต สุมโน อุปฺปิลาวิโต ภิยฺโย อุตฺตรึ สกคุณํ ปกิตฺเตสิ –
‘‘‘ราชาหมสฺมิ เสลาติ, ธมฺมราชา อนุตฺตโร;
ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ, จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติย’นฺติ [ม. นิ. ๒.๓๙๙].
‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘มมํ วา, ภิกฺขเว, ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ตตฺร ตุเมฺหหิ น อานนฺโท, น โสมนสฺสํ, น เจตโส อุปฺปิลาวิตตฺตํ กรณีย’นฺติ, เตน หิ เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส ยถาภุจฺเจ วณฺเณ ภญฺญมาเน อานนฺทิโต สุมโน อุปฺปิลาวิโต ภิยฺโย อุตฺตรึ สกคุณํ ปกิตฺเตสีติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส ยถาภุจฺเจ วณฺเณ ภญฺญมาเน อานนฺทิโต สุมโน อุปฺปิลาวิโต ภิยฺโย อุตฺตรึ สกคุณํ ปกิตฺเตสิ, เตน หิ ‘มมํ วา, ภิกฺขเว, ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ตตฺร ตุเมฺหหิ น อานนฺโท, น โสมนสฺสํ, น เจตโส อุปฺปิลาวิตตฺตํ กรณีย’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘มมํ วา, ภิกฺขเว, ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ตตฺร ตุเมฺหหิ น อานนฺโท, น โสมนสฺสํ, น เจตโส อุปฺปิลาวิตตฺตํ กรณีย’นฺติ. เสลสฺส จ พฺราหฺมณสฺส ยถาภุจฺเจ วณฺเณ ภญฺญมาเน ภิยฺโย อุตฺตรึ สกคุณํ ปกิตฺติตํ –
‘‘‘ราชาหมสฺมิ เสลาติ, ธมฺมราชา อนุตฺตโร;
ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ, จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติย’นฺติ.
‘‘ปฐมํ, มหาราช, ภควตา ธมฺมสฺส สภาวสรสลกฺขณํ สภาวํ อวิตถํ ภูตํ ตจฺฉํ ตถตฺถํ ปริทีปยมาเนน ภณิตํ ‘มมํ วา ภิกฺขเว, ปเร วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ธมฺมสฺส วา สงฺฆสฺส วา วณฺณํ ภาเสยฺยุํ, ตตฺร ตุเมฺหหิ น อานนฺโท, น โสมนสฺสํ, น เจตโส อุปฺปิลาวิตตฺตํ กรณีย’นฺติ. ยํ ปน ภควตา เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส ยถาภุจฺเจ วณฺเณ ภญฺญมาเน ภิยฺโย อุตฺตรึ สกคุณํ ปกิตฺติตํ ‘ราชาหมสฺมิ เสลาติ, ธมฺมราชา อนุตฺตโร’ติ ตํ น ลาภเหตุ, น ยสเหตุ, น อตฺตเหตุ, น ปกฺขเหตุ, น อนฺเตวาสิกมฺยตาย, อถ โข อนุกมฺปาย การุญฺเญน หิตวเสน เอวํ อิมสฺส ธมฺมาภิสมโย ภวิสฺสติ ติณฺณญฺจ มาณวกสตานนฺติ, เอวํ ภิยฺโย อุตฺตรึ สกคุณํ ภณิตํ ‘ราชาหมสฺมิ เสลาติ, ธมฺมราชา อนุตฺตโร’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
วณฺณภณนปโญฺห ทสโม.
๑๑. อหึสานิคฺคหปโญฺห
๑๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อหึสยํ ปรํ โลเก, ปิโย โหหิสิ มามโก’ติ. ปุน จ ภณิตํ ‘นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ, ปคฺคเณฺห ปคฺคหารห’นฺติ. นิคฺคโห นาม, ภนฺเต นาคเสน, หตฺถจฺเฉโท ปาทจฺเฉโท วโธ พนฺธนํ การณา มารณํ สนฺตติวิโกปนํ, น เอตํ วจนํ ภควโต ยุตฺตํ, น จ ภควา อรหติ เอตํ วจนํ วตฺตุํ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘อหึสยํ ปรํ โลเก, ปิโย โหหิสิ มามโก’’ติ, เตน หิ ‘‘นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ, ปคฺคเณฺห ปคฺคหารห’’นฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘‘นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ, ปคฺคเณฺห ปคฺคหารห’’นฺติ, เตน หิ ‘‘อหึสยํ ปรํ โลเก, ปิโย โหหิสิ มามโก’’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อหึสยํ ปรํ โลเก, ปิโย โหหิสิ มามโก’ติ, ภณิตญฺจ ‘นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ, ปคฺคเณฺห ปคฺคหารห’นฺติ. ‘อหึสยํ ปรํ โลเก, ปิโย โหหิสิ มามโก’ติ สพฺเพสํ, มหาราช, ตถาคตานํ อนุมตํ เอตํ, เอสา อนุสิฏฺฐิ, เอสา ธมฺมเทสนา, ธมฺโม หิ, มหาราช, อหึสาลกฺขโณ, สภาววจนํ เอตํ. ยํ ปน, มหาราช, ตถาคโต อาห ‘นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ, ปคฺคเณฺห ปคฺคหารห’นฺติ, ภาสา เอสา, อุทฺธตํ, มหาราช, จิตฺตํ นิคฺคเหตพฺพํ, ลีนํ จิตฺตํ ปคฺคเหตพฺพํ. อกุสลํ จิตฺตํ นิคฺคเหตพฺพํ, กุสลํ จิตฺตํ ปคฺคเหตพฺพํ. อโยนิโส มนสิกาโร นิคฺคเหตพฺโพ, โยนิโส มนสิกาโร ปคฺคเหตพฺโพ. มิจฺฉาปฏิปนฺโน นิคฺคเหตพฺโพ, สมฺมาปฏิปนฺโน ปคฺคเหตพฺโพ. อนริโย นิคฺคเหตพฺโพ อริโย ปคฺคเหตพฺโพ. โจโร นิคฺคเหตพฺโพ, อโจโร ปคฺคเหตพฺโพ’’ติ.
‘‘โหตุ, ภนฺเต นาคเสน, อิทานิ ตฺวํ ปจฺจาคโตสิ มม วิสยํ, ยมหํ ปุจฺฉามิ, โส เม อตฺโถ อุปคโต. โจโร ปน, ภนฺเต นาคเสน, นิคฺคณฺหนฺเตน กถํ นิคฺคเหตพฺโพ’’ติ? ‘‘โจโร, มหาราช, นิคฺคณฺหนฺเตน เอวํ นิคฺคเหตพฺโพ, ปริภาสนีโย ปริภาสิตพฺโพ, ทณฺฑนีโย ทณฺเฑตพฺโพ, ปพฺพาชนีโย ปพฺพาเชตพฺโพ, พนฺธนีโย พนฺธิตพฺโพ, ฆาตนีโย ฆาเตตพฺโพ’’ติ. ‘‘ยํ ปน, ภนฺเต นาคเสน, โจรานํ ฆาตนํ, ตํ ตถาคตานํ อนุมต’’นฺติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘กิสฺส ปน โจโร อนุสาสนีโย อนุมโต ตถาคตาน’’นฺติ? ‘‘โย โส, มหาราช, ฆาตียติ, น โส ตถาคตานํ อนุมติยา ฆาตียติ, สยํกเตน โส ฆาตียติ, อปิ จ ธมฺมานุสิฏฺฐิยา อนุสาสียติ, สกฺกา ปน, มหาราช, ตยา ปุริสํ อการกํ อนปราธํ วีถิยํ จรนฺตํ คเหตฺวา ฆาตยิตุ’’นฺติ? ‘‘น สกฺกา, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน, มหาราชา’’ติ? ‘‘อการกตฺตา, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, น โจโร ตถาคตานํ อนุมติยา หญฺญติ, สยํกเตน โส หญฺญติ, กึ ปเนตฺถ อนุสาสโก กิญฺจิ โทสํ อาปชฺชตี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ตถาคตานํ อนุสิฏฺฐิ สมฺมานุสิฏฺฐิ โหตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
อหึสานิคฺคหปโญฺห เอกาทสโม.
๑๒. ภิกฺขุปณามิตปโญฺห
๑๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘อกฺโกธโน วิคตขิโลหมสฺมี’ติ, ปุน จ ตถาคโต เถเร สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเน สปริเส ปณาเมสิ, กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต กุปิโต ปริสํ ปณาเมสิ, อุทาหุ ตุฏฺโฐ ปณาเมสิ, เอตํ ตาว ชานาหิ อิมํ นามาติ? ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, กุปิโต ปริสํ ปณาเมสิ, เตน หิ ตถาคตสฺส โกโธ อปฺปฏิวตฺติโต, ยทิ ตุฏฺโฐ ปณาเมสิ, เตน หิ อวตฺถุสฺมึ อชานนฺเตน ปณามิตา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘อกฺโกธโน วิคตขิโลหมสฺมี’ติ, ปณามิตา จ เถรา สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา สปริสา, ตญฺจ ปน น โกเปน, อิธ, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส มหาปถวิยา มูเล วา ขาณุเก วา ปาสาเณ วา กฐเล วา วิสเม วา ภูมิภาเค ขลิตฺวา ปตติ, อปิ นุ โข, มหาราช, มหาปถวี กุปิตา ตํ ปาเตตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, นตฺถิ มหาปถวิยา โกโป วา ปสาโท วา, อนุนยปฺปฏิฆวิปฺปมุตฺตา มหาปถวี, สยเมว โส อลโส ขลิตฺวา ปติโตติ. เอวเมว โข, มหาราช, นตฺถิ ตถาคตานํ โกโป วา ปสาโท วา, อนุนยปฺปฏิฆวิปฺปมุตฺตา ตถาคตา อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา, อถ โข สยํ กเตเนว เต อตฺตโน อปราเธน ปณามิตา.
‘‘อิธ ปน, มหาราช, มหาสมุทฺโท น มเตน กุณเปน สํวสติ, ยํ โหติ มหาสมุทฺเท มตํ กุณปํ, ตํ ขิปฺปเมว นิจฺฉุภติ ถลํ อุสฺสาเรติ. อปิ นุ โข, มหาราช, มหาสมุทฺโท กุปิโต ตํ กุณปํ นิจฺฉุภตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, นตฺถิ มหาสมุทฺทสฺส โกโป วา ปสาโท วา, อนุนยปฺปฏิฆวิปฺปมุตฺโต มหาสมุทฺโท’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, นตฺถิ ตถาคตานํ โกโป วา ปสาโท วา, อนุนยปฺปฏิฆวิปฺปมุตฺตา ตถาคตา อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา, อถ โข สยํ กเตเนว เต อตฺตโน อปราเธน ปณามิตา.
‘‘ยถา, มหาราช, ปถวิยา ขลิโต ปตียติ, เอวํ ชินสาสนวเร ขลิโต ปณามียติ. ยถา, มหาราช, สมุทฺเท มตํ กุณปํ นิจฺฉุภียติ, เอวํ ชินสาสนวเร ขลิโต ปณามียติ. ยํ ปน เต, มหาราช, ตถาคโต ปณาเมสิ, เตสํ อตฺถกาโม หิตกาโม สุขกาโม วิสุทฺธิกาโม ‘เอวํ อิเม ชาติชราพฺยาธิมรเณหิ ปริมุจฺจิสฺสนฺตี’ติ ปณาเมสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
ภิกฺขุปณามิตปโญฺห ทฺวาทสโม.
ปณามิตวคฺโค ตติโย.
อิมสฺมึ วคฺเค ทฺวาทส ปญฺหา.