๔. สพฺพญฺญุตญาณวคฺโค

๑. อิทฺธิกมฺมวิปากปโญฺห

๑. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อิทฺธิมนฺตานํ ยทิทํ มหาโมคฺคลฺลาโน’ติ. ปุน จ กิร โส ลคุเฬหิ ปริโปถิโต ภินฺนสีโส สญฺจุณฺณิตฏฺฐิมํสธมนิฉินฺนปริคตฺโต ปรินิพฺพุโต [ธมนิมชฺชปริกตฺโต (สี. ปี.), ธมฺมนิมิญฺชปริคตฺโต (สฺยา.)]. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, เถโร มหาโมคฺคลฺลาโน อิทฺธิยา โกฏึ คโต, เตน หิ ลคุเฬหิ โปถิโต ปรินิพฺพุโตติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ลคุเฬหิ ปริโปถิโต ปรินิพฺพุโต, เตน หิ อิทฺธิยา โกฏึ คโตติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. กึ น สมตฺโถ อิทฺธิยา อตฺตโน อุปฆาตํ อปนยิตุํ, สเทวกสฺสปิ โลกสฺส ปฏิสรณํ ภวิตุํ อรโหติ? อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อิทฺธิมนฺตานํ ยทิทํ มหาโมคฺคลฺลาโน’ติ. อายสฺมา จ มหาโมคฺคลฺลาโน ลคุฬหโต ปรินิพฺพุโต, ตญฺจ ปน กมฺมาธิคฺคหิเตนา’’ติ.

‘‘นนุ, ภนฺเต นาคเสน, อิทฺธิมโต อิทฺธิวิสโยปิ กมฺมวิปาโกปิ เทฺว อจินฺติยา, อจินฺติเยน อจินฺติยํ อปนยิตพฺพํ. ยถา นาม, ภนฺเต, เกจิ ผลกามา กปิตฺเถน กปิตฺถํ โปเถนฺติ, อมฺเพน อมฺพํ โปเถนฺติ, เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, อจินฺติเยน อจินฺติยํ โปถยิตฺวา อปเนตพฺพ’’นฺติ? ‘‘อจินฺติยานมฺปิ, มหาราช, เอกํ อธิมตฺตํ พลวตรํ, ยถา, มหาราช, มหิยา ราชาโน โหนฺติ สมชจฺจา, สมชจฺจานมฺปิ เตสํ เอโก สพฺเพ อภิภวิตฺวา อาณํ ปวตฺเตติ. เอวเมว โข, มหาราช, เตสํ อจินฺติยานํ กมฺมวิปากํ เยว อธิมตฺตํ พลวตรํ, กมฺมวิปากํ เยว สพฺเพ อภิภวิย อาณํ ปวตฺเตติ, กมฺมาธิคฺคหิตสฺส อวเสสา กิริยา โอกาสํ น ลภนฺติ.

‘‘อิธ ปน, มหาราช, โกจิ ปุริโส กิสฺมิญฺจิเทว ปกรเณ อปรชฺฌติ, น ตสฺส มาตา วา ปิตา วา ภคินี วา ภาตโร วา สขี วา สหายกา วา [ภคินิภาตโร วา สขิสหายกา วา (สี. ปี. ก.)] ตายนฺติ, อถ โข ราชา เยว ตตฺถ อภิภวิย อาณํ ปวตฺเตติ. กึ ตตฺถ การณํ? อปราธิกตา. เอวเมว โข, มหาราช, เตสํ อจินฺติยานํ กมฺมวิปากํ เยว อธิมตฺตํ พลวตรํ, กมฺมวิปากํ เยว สพฺเพ อภิภวิย อาณํ ปวตฺเตติ, กมฺมาธิคฺคหิตสฺส อวเสสา กิริยา โอกาสํ น ลภนฺติ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, มหิยา ทวฑาเห สมุฏฺฐิเต ฆฏสหสฺสมฺปิ อุทกํ น สกฺโกติ นิพฺพาเปตุํ, อถ โข อคฺคิ เยว ตตฺถ อภิภวิย อาณํ ปวตฺเตติ. กึ ตตฺถ การณํ? พลวตา เตชสฺส. เอวเมว โข, มหาราช, เตสํ อจินฺติยานํ กมฺมวิปากํ เยว อธิมตฺตํ พลวตรํ, กมฺมวิปากํ เยว สพฺเพ อภิภวิย อาณํ ปวตฺเตติ, กมฺมาธิคฺคหิตสฺส อวเสสา กิริยา โอกาสํ น ลภนฺติ, ตสฺมา, มหาราช, อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส กมฺมาธิคฺคหิตสฺส ลคุเฬหิ โปถิยมานสฺส อิทฺธิยา สมนฺนาหาโร นาโหสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อิทฺธิกมฺมวิปากปโญฺห ปฐโม.

๒. ธมฺมวินยปฏิจฺฉนฺนาปฏิจฺฉนฺนปโญฺห

๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ตถาคตปฺปเวทิโต, ภิกฺขเว, ธมฺมวินโย วิวโฏ วิโรจติ โน ปฏิจฺฉนฺโน’ติ. ปุน จ ปาติโมกฺขุทฺเทโส เกวลญฺจ วินยปิฏกํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ชินสาสเน ยุตฺตํ วา ปตฺตํ วา สมยํ ลเภถ, วินยปณฺณตฺติ วิวฏา โสเภยฺย. เกน การเณน? เกวลํ ตตฺถ สิกฺขา สํยโม นิยโม สีลคุณอาจารปณฺณตฺติ อตฺถรโส ธมฺมรโส วิมุตฺติรโส. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘ตถาคตปฺปเวทิโต, ภิกฺขเว, ธมฺมวินโย วิวโฏ วิโรจติ โน ปฏิจฺฉนฺโน’ติ, เตน หิ ‘ปาติโมกฺขุทฺเทโส เกวลญฺจ วินยปิฏกํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺน’นฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ปาติโมกฺขุทฺเทโส เกวลญฺจ วินยปิฏกํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ, เตน หิ ‘ตถาคตปฺปเวทิโต, ภิกฺขเว, ธมฺมวินโย วิวโฏ วิโรจติ โน ปฏิจฺฉนฺโน’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ตถาคตปฺปเวทิโต, ภิกฺขเว, ธมฺมวินโย วิวโฏ วิโรจติ โน ปฏิจฺฉนฺโน’ติ. ปุน จ ปาติโมกฺขุทฺเทโส เกวลญฺจ วินยปิฏกํ ปิหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ, ตญฺจ ปน น สพฺเพสํ, สีมํ กตฺวา ปิหิตํ.

‘‘ติวิเธน, มหาราช, ภควตา ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต, ปุพฺพกานํ ตถาคตานํ วํสวเสน ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต, ธมฺมสฺส ครุกตฺตา ปิหิโต, ภิกฺขุภูมิยา ครุกตฺตา ปิหิโต.

‘‘กถํ ปุพฺพกานํ ตถาคตานํ วํสวเสน ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต, เอโส วํโส, มหาราช, สพฺเพสํ ปุพฺพกานํ ตถาคตานํ ยทิทํ ภิกฺขุมชฺเฌ ปาติโมกฺขุทฺเทโส อวเสสานํ ปิหิโต. ยถา, มหาราช, ขตฺติยานํ ขตฺติยมายา ขตฺติเยสุ เยว จรติ, เอวเมตํ ขตฺติยานํ โลกสฺส ปเวณี อวเสสานํ ปิหิตา. เอวเมว โข, มหาราช, เอโส วํโส สพฺเพสํ ปุพฺพกานํ ตถาคตานํ ยทิทํ ภิกฺขุมชฺเฌ ปาติโมกฺขุทฺเทโส อวเสสานํ ปิหิโต.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, มหิยา คณา วตฺตนฺติ, เสยฺยถิทํ, มลฺลา อโตณา ปพฺพตา ธมฺมคิริยา พฺรหฺมคิริยา นฏกา นจฺจกา ลงฺฆกา ปิสาจา มณิภทฺทา ปุณฺณพทฺธา จนฺทิมสูริยา สิริเทวตา กาลิเทวตา, สิวา วสุเทวา ฆนิกา อสิปาสา ภทฺทิปุตฺตาติ, เตสํ เตสํ รหสฺสํ เตสุ เตสุ คเณสุ เยว จรติ, อวเสสานํ ปิหิตํ. เอวเมว โข, มหาราช, เอโส วํโส สพฺเพสํ ปุพฺพกานํ ตถาคตานํ ยทิทํ ภิกฺขุมชฺเฌ ปาติโมกฺขุทฺเทโส อวเสสานํ ปิหิโต. เอวํ ปุพฺพกานํ ตถาคตานํ วํสวเสน ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต.

‘‘กถํ ธมฺมสฺส ครุกตฺตา ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต? ธมฺโม, มหาราช, ครุโก ภาริโย, ตตฺถ สมฺมตฺตการี อญฺญํ อาราเธติ, ตํ ตตฺถ ปรมฺปราสมฺมตฺตการิตาย ปาปุณาติ, น ตํ ตตฺถ ปรมฺปราสมฺมตฺตการิตาย ปาปุณาติ, มา จายํ สารธมฺโม วรธมฺโม อสมฺมตฺตการีนํ หตฺถคโต โอญฺญาโต อวญฺญาโต หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ภวตุ, มา จายํ สารธมฺโม วรธมฺโม ทุชฺชนคโต โอญฺญาโต อวญฺญาโต หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ภวตูติ. เอวํ ธมฺมสฺส ครุกตฺตา ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต.

‘‘ยถา, มหาราช, สารวรปวรอภิชาตชาติมนฺตรตฺตโลหิตจนฺทนํ นาม สวรปุรมนุคตํ โอญฺญาตํ อวญฺญาตํ หีฬิตํ ขีฬิตํ ครหิตํ ภวติ, เอวเมว โข, มหาราช, มา จายํ สารธมฺโม วรธมฺโม ปรมฺปราอสมฺมตฺตการีนํ หตฺถคโต โอญฺญาโต อวญฺญาโต หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ภวตุ, มา จายํ สารธมฺโม วรธมฺโม ทุชฺชนคโต โอญฺญาโต อวญฺญาโต หีฬิโต ขีฬิโต ครหิโต ภวตูติ. เอวํ ธมฺมสฺส ครุกตฺตา ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต.

‘‘กถํ ภิกฺขุภูมิยา ครุกตฺตา ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต, ภิกฺขุภาโว โข, มหาราช, โลเก อตุลิโย อปฺปมาโณ อนคฺฆิโย, น สกฺกา เกนจิ อคฺฆาเปตุํ ตุเลตุํ ปริเมตุํ, มายํ เอวรูเป ภิกฺขุภาเว ฐิโต โลเกน สมสโม ภวตูติ ภิกฺขูนํ เยว อนฺตเร ปาติโมกฺขุทฺเทโส จรติ. ยถา, มหาราช, โลเก วรปวรภณฺฑํ วตฺถํ วา อตฺถรณํ วา คชตุรงฺครถสุวณฺณรชตมณิมุตฺตาอิตฺถิรตนาทีนิ วา วิชิตกมฺมสูรา วา [นิชฺชิตกมฺมสูรา วา (สี. ปี.)] สพฺเพ เต ราชานมุปคจฺฉนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ยาวตา โลเก [โลเก สิกฺขา (สี. ปี.)] สุคตาคมปริยตฺติอาจารสํยมสีลสํวรคุณา, สพฺเพ เต ภิกฺขุสงฺฆมุปคตา ภวนฺติ. เอวํ ภิกฺขุภูมิยา ครุกตฺตา ปาติโมกฺขุทฺเทโส สีมํ กตฺวา ปิหิโต’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปิฏิจฺฉามี’’ติ.

ธมฺมวินยปฏิจฺฉนฺนาปฏิจฺฉนฺนปโญฺห ทุติโย.

๓. มุสาวาทครุลหุภาวปโญฺห

๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘สมฺปชานมุสาวาเท ปาราชิโก โหตี’ติ. ปุน จ ภณิตํ ‘สมฺปชานมุสาวาเท ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ เอกสฺส สนฺติเก เทสนาวตฺถุก’นฺติ. ภนฺเต นาคเสน, โก ปเนตฺถ วิเสโส, กึ การณํ, ยญฺเจเกน มุสาวาเทน อุจฺฉิชฺชติ, ยญฺเจเกน มุสาวาเทน สเตกิจฺโฉ โหติ? ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘สมฺปชานมุสาวาเท ปาราชิโก โหตี’ติ, เตน หิ ‘สมฺปชานมุสาวาเท ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ เอกสฺส สนฺติเก เทสนาวตฺถุก’นฺติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘สมฺปชานมุสาวาเท ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ เอกสฺส สนฺติเก เทสนาวตฺถุก’นฺติ, เตน หิ ‘สมฺปชานมุสาวาเท ปาราชิโก โหตี’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘สมฺปชานมุสาวาเท ปาราชิโก โหตี’ติ. ภณิตญฺจ ‘สมฺปชานมุสาวาเท ลหุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ เอกสฺส สนฺติเก เทสนาวตฺถุก’นฺติ, ตญฺจ ปน วตฺถุวเสน ครุกลหุกํ โหติ. ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, อิธ โกจิ ปุริโส ปรสฺส ปาณินา ปหารํ ทเทยฺย, ตสฺส ตุเมฺห กึ ทณฺฑํ ธาเรถา’’ติ? ‘‘ยทิ โส, ภนฺเต, อาห ‘นกฺขมามี’ติ, ตสฺส มยํ อกฺขมมาเน กหาปณํ หราเปมา’’ติ ‘‘อิธ ปน, มหาราช, โส เยว ปุริโส ตว ปาณินา ปหารํ ทเทยฺย, ตสฺส ปน โก ทณฺโฑ’’ติ? ‘‘หตฺถมฺปิสฺส, ภนฺเต, เฉทาเปยฺยาม, ปาทมฺปิ เฉทาเปยฺยาม, ยาว สีสํ กฬีรจฺเฉชฺชํ เฉทาเปยฺยาม, สพฺพมฺปิ ตํ เคหํ วิลุมฺปาเปยฺยาม, อุภโตปกฺเข [อุภโตปสฺเส (สี. ปี. ก.)] ยาว สตฺตมํ กุลํ สมุคฺฆาตาเปยฺยามา’’ติ. ‘‘โก ปเนตฺถ, มหาราช, วิเสโส, กึ การณํ, ยํ เอกสฺส ปาณิปฺปหาเร สุขุโม กหาปโณ ทณฺโฑ, ยํ ตว ปาณิปฺปหาเร หตฺถจฺเฉชฺชํ ปาทจฺเฉชฺชํ ยาว กฬีรจฺเฉชฺชํ สพฺพเคหาทานํ อุภโตปกฺเข ยาว สตฺตมกุลา สมุคฺฆาโต’’ติ? ‘‘มนุสฺสนฺตเรน, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, สมฺปชานมุสาวาโท วตฺถุวเสน ครุกลหุโก โหตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

มุสาวาทครุลหุภาวปโญฺห ตติโย.

๔. โพธิสตฺตธมฺมตาปโญฺห

๔. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ธมฺมตาธมฺมปริยาเย ‘ปุพฺเพว โพธิสตฺตานํ มาตาปิตโร นิยตา โหนฺติ, โพธิ นิยตา โหติ, อคฺคสาวกา นิยตา โหนฺติ, ปุตฺโต นิยโต โหติ, อุปฏฺฐาโก นิยโต โหตี’ติ. ปุน จ ตุเมฺห ภณถ ‘ตุสิเต กาเย ฐิโต โพธิสตฺโต อฏฺฐ มหาวิโลกนานิ วิโลเกติ, กาลํ วิโลเกติ, ทีปํ วิโลเกติ, เทสํ วิโลเกติ, กุลํ วิโลเกติ, ชเนตฺตึ วิโลเกติ, อายุํ วิโลเกติ, มาสํ วิโลเกติ, เนกฺขมฺมํ วิโลเกตี’ติ. ภนฺเต นาคเสน, อปริปกฺเก ญาเณ พุชฺฌนํ นตฺถิ, ปริปกฺเก ญาเณ น สกฺกา นิเมสนฺตรมฺปิ อาคเมตุํ, อนติกฺกมนียํ ปริปกฺกมานสํ. กสฺมา โพธิสตฺโต กาลํ วิโลเกหิ ‘กมฺหิ กาเล อุปฺปชฺชามี’ติ. อปริปกฺเก ญาเณ พุชฺฌนํ นตฺถิ, ปริปกฺเก ญาเณ น สกฺกา นิเมสนฺตรมฺปิ อาคเมตุํ, กสฺมา โพธิสตฺโต กุลํ วิโลเกติ ‘กุมฺหิ กุเล อุปฺปชฺชามี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ปุพฺเพว โพธิสตฺตสฺส มาตาปิตโร นิยตา, เตน หิ ‘กุลํ วิโลเกตี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ กุลํ วิโลเกติ, เตน หิ ‘ปุพฺเพว โพธิสตฺตสฺส มาตาปิตโร นิยตา’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘นิยตา, มหาราช, ปุพฺเพว โพธิสตฺตสฺส มาตาปิตโร, กุลญฺจ โพธิสตฺโต วิโลเกติ. กินฺติ ปน กุลํ วิโลเกติ ‘เย เม มาตาปิตโร, เต ขตฺติยา อุทาหุ พฺราหฺมณา’ติ. เอวํ กุลํ วิโลเกติ.

‘‘อฏฺฐนฺนํ, มหาราช, ปุพฺเพว อนาคตํ โอโลเกตพฺพํ โหติ. กตเมสํ อฏฺฐนฺนํ? วาณิชสฺส, มหาราช, ปุพฺเพว วิกฺกยภณฺฑํ โอโลเกตพฺพํ โหติ, หตฺถินาคสฺส ปุพฺเพว โสณฺฑาย อนาคโต มคฺโค โอโลเกตพฺโพ โหติ, สากฏิกสฺส ปุพฺเพว อนาคตํ ติตฺถํ โอโลเกตพฺพํ โหติ, นิยามกสฺส ปุพฺเพว อนาคตํ ตีรํ โอโลเกตฺวา นาวา เปเสตพฺพา โหติ, ภิสกฺกสฺส ปุพฺเพว อายุํ โอโลเกตฺวา อาตุโร อุปสงฺกมิตพฺโพ โหติ, อุตฺตรเสตุสฺส ปุพฺเพว ถิราถิรภาวํ ชานิตฺวา อภิรุหิตพฺพํ โหติ, ภิกฺขุสฺส ปุพฺเพว อนาคตํ กาลํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา โภชนํ ภุญฺชิตพฺพํ โหติ, โพธิสตฺตานํ ปุพฺเพว กุลํ โอโลเกตพฺพํ โหติ ‘ขตฺติยกุลํ วา พฺราหฺมณกุลํ วา’ติ. อิเมสํ โข, มหาราช, อฏฺฐนฺนํ ปุพฺเพว อนาคตํ โอโลเกตพฺพํ โหตี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

โพธิสตฺตธมฺมตาปโญฺห จตุตฺโถ.

๕. อตฺตนิปาตนปโญฺห

๕. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘น, ภิกฺขเว, อตฺตานํ ปาเตตพฺพํ, โย ปาเตยฺย, ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’ติ. ปุน จ ตุเมฺห ภณถ ‘ยตฺถ กตฺถจิ ภควา สาวกานํ ธมฺมํ เทสยมาโน อเนกปริยาเยน ชาติยา ชราย พฺยาธิโน มรณสฺส สมุจฺเฉทาย ธมฺมํ เทเสติ, โย หิ โกจิ ชาติชราพฺยาธิมรณํ สมติกฺกมติ, ตํ ปรมาย ปสํสาย ปสํสตี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘น, ภิกฺขเว, อตฺตานํ ปาเตตพฺพํ, โย ปาเตยฺย, ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’ติ, เตน หิ ‘ชาติยา ชราย พฺยาธิโน มรณสฺส สมุจฺเฉทาย ธมฺมํ เทเสตี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ชาติยา ชราย พฺยาธิโน มรณสฺส สมุจฺเฉทาย ธมฺมํ เทเสติ, เตน หิ ‘น, ภิกฺขเว, อตฺตานํ ปาเตตพฺพํ, โย ปาเตยฺย, ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘น, ภิกฺขเว, อตฺตานํ ปาเตตพฺพํ, โย ปาเตยฺย, ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’ติ. ยตฺถ กตฺถจิ ภควตา สาวกานํ ธมฺมํ เทสยามาเนน จ อเนกปริยาเยน ชาติยา ชราย พฺยาธิโน มรณสฺส สมุจฺเฉทาย ธมฺโม เทสิโต, ตตฺถ ปน การณํ อตฺถิ, เยน ภควา การเณน ปฏิกฺขิปิ สมาทเปสิ จา’’ติ.

‘‘กึ ปเนตฺถ, ภนฺเต นาคเสน, การณํ, เยน ภควา การเณน ปฏิกฺขิปิ สมาทเปสิ จา’’ติ? ‘‘สีลวา, มหาราช, สีลสมฺปนฺโน อคทสโม สตฺตานํ กิเลสวิสวินาสเน, โอสธสโม สตฺตานํ กิเลสพฺยาธิวูปสเม, อุทกสโม สตฺตานํ กิเลสรโชชลฺลาปหรเณ, มณิรตนสโม สตฺตานํ สพฺพสมฺปตฺติทาเน, นาวาสโม สตฺตานํ จตุโรฆปารคมเน, สตฺถวาหสโม สตฺตานํ ชาติกนฺตารตารเณ, วาตสโม สตฺตานํ ติวิธคฺคิสนฺตาปนิพฺพาปเน, มหาเมฆสโม สตฺตานํ มานสปริปูรเณ, อาจริยสโม สตฺตานํ กุสลสิกฺขาปเน, สุเทสกสโม สตฺตานํ เขมปถมาจิกฺขเณ. เอวรูโป, มหาราช, พหุคุโณ อเนกคุโณ อปฺปมาณคุโณ คุณราสิ คุณปุญฺโช สตฺตานํ วฑฺฒิกโร สีลวา ‘มา วินสฺสี’ติ สตฺตานํ อนุกมฺปาย ภควา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ ‘น, ภิกฺขเว, อตฺตานํ ปาเตตพฺพํ, โย ปาเตยฺย, ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’ติ. อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน ภควา ปฏิกฺขิปิ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน กุมารกสฺสเปน วิจิตฺรกถิเกน ปายาสิราชญฺญสฺส ปรโลกํ ทีปยมาเนน ‘ยถา ยถา โข ราชญฺญ สมณพฺราหฺมณา สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺฐนฺติ, ตถา ตถา พหุํ ปุญฺญํ ปสวนฺติ, พหุชนหิตาย จ ปฏิปชฺชนฺติ พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสาน’นฺติ.

‘‘เกน ปน การเณน ภควา สมาทเปสิ? ชาติปิ, มหาราช, ทุกฺขา, ชราปิ ทุกฺขา, พฺยาธิปิ ทุกฺโข, มรณมฺปิ ทุกฺขํ, โสโกปิ ทุกฺโข, ปริเทโวปิ ทุกฺโข, ทุกฺขมฺปิ ทุกฺขํ, โทมนสฺสมฺปิ ทุกฺขํ, อุปายาโสปิ ทุกฺโข, อปฺปิเยหิ สมฺปโยโคปิ ทุกฺโข, ปิเยหิ วิปฺปโยโคปิ ทุกฺโข, มาตุมรณมฺปิ ทุกฺขํ, ปิตุมรณมฺปิ ทุกฺขํ, ภาตุมรณมฺปิ ทุกฺขํ, ภคินิมรณมฺปิ ทุกฺขํ, ปุตฺตมรณมฺปิ ทุกฺขํ, ทารมรณมฺปิ ทุกฺขํ, ทาสมรณมฺปิ ทุกฺขํ [อิทํ วากฺยํ สี. ปี. โปตฺถเกสุ นตฺถิ], ญาติมรณมฺปิ ทุกฺขํ, ญาติพฺยสนมฺปิ ทุกฺขํ, โรคพฺยสนมฺปิ ทุกฺขํ, โภคพฺยสนมฺปิ ทุกฺขํ, สีลพฺยสนมฺปิ ทุกฺขํ, ทิฏฺฐิพฺยสนมฺปิ ทุกฺขํ, ราชภยมฺปิ ทุกฺขํ, โจรภยมฺปิ ทุกฺขํ, เวริภยมฺปิ ทุกฺขํ, ทุพฺภิกฺขภยมฺปิ ทุกฺขํ, อคฺคิภยมฺปิ ทุกฺขํ, อุทกภยมฺปิ ทุกฺขํ, อูมิภยมฺปิ ทุกฺขํ, อาวฏฺฏภยมฺปิ ทุกฺขํ, กุมฺภีลภยมฺปิ ทุกฺขํ, สุสุกาภยมฺปิ ทุกฺขํ, อตฺตานุวาทภยมฺปิ ทุกฺขํ, ปรานุวาทภยมฺปิ ทุกฺขํ, ทณฺฑภยมฺปิ ทุกฺขํ, ทุคฺคติภยมฺปิ ทุกฺขํ, ปริสาสารชฺชภยมฺปิ ทุกฺขํ, อาชีวกภยมฺปิ ทุกฺขํ, มรณภยมฺปิ ทุกฺขํ, เวตฺเตหิ ตาฬนมฺปิ ทุกฺขํ, กสาหิ ตาฬนมฺปิ ทุกฺขํ, อทฺธทณฺฑเกหิ ตาฬนมฺปิ ทุกฺขํ, หตฺถจฺเฉทนมฺปิ ทุกฺขํ, ปาทจฺเฉทนมฺปิ ทุกฺขํ, หตฺถปาทจฺเฉทนมฺปิ ทุกฺขํ, กณฺณจฺเฉทนมฺปิ ทุกฺขํ, นาสจฺเฉทนมฺปิ ทุกฺขํ, กณฺณนาสจฺเฉทนมฺปิ ทุกฺขํ, พิลงฺคถาลิกมฺปิ ทุกฺขํ, สงฺขมุณฺฑิกมฺปิ ทุกฺขํ, ราหุมุขมฺปิ ทุกฺขํ, โชติมาลิกมฺปิ ทุกฺขํ, หตฺถปชฺโชติกมฺปิ ทุกฺขํ, เอรกวตฺติกมฺปิ ทุกฺขํ, จีรกวาสิกมฺปิ ทุกฺขํ, เอเณยฺยกมฺปิ ทุกฺขํ, พฬิสมํสิกมฺปิ ทุกฺขํ, กหาปณิกมฺปิ ทุกฺขํ, ขาราปตจฺฉิกมฺปิ ทุกฺขํ, ปลิฆปริวตฺติกมฺปิ ทุกฺขํ, ปลาลปีฐกมฺปิ ทุกฺขํ, ตตฺเตน เตเลน โอสิญฺจนมฺปิ ทุกฺขํ, สุนเขหิ ขาทาปนมฺปิ ทุกฺขํ, ชีวสูลาโรปนมฺปิ ทุกฺขํ, อสินา สีสจฺเฉทนมฺปิ ทุกฺขํ, เอวรูปานิ, มหาราช, พหุวิธานิ อเนกวิธานิ ทุกฺขานิ สํสารคโต อนุภวติ.

‘‘ยถา, มหาราช, หิมวนฺตปพฺพเต อภิวุฏฺฐํ อุทกํ คงฺคาย นทิยา ปาสาณ สกฺขร ขร มรุมฺพ อาวฏฺฏ คคฺคลก อูมิกวงฺกจทิก อาวรณนีวรณมูลกสาขาสุ ปริโยตฺถรติ, เอวเมว โข, มหาราช, เอวรูปานิ พหุวิธานิ อเนกวิธานิ ทุกฺขานิ สํสารคโต อนุภวติ. ปวตฺตํ, มหาราช, ทุกฺขํ, อปฺปวตฺตํ สุขํ. อปฺปวตฺตสฺส คุณํ ปวตฺตสฺส [ปวตฺเต (สี. ปี. ก.)] จ ภยํ ทีปยมาโน, มหาราช, ภควา อปฺปวตฺตสฺส สจฺฉิกิริยาย ชาติชราพฺยาธิมรณสมติกฺกมาย สมาทเปสิ, อิทเมตฺถ, มหาราช, การณํ, เยน การเณน ภควา สมาทเปสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, สุนิพฺเพฐิโต ปโญฺห, สุกถิตํ การณํ, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อตฺตนิปาตนปโญฺห ปญฺจโม.

๖. เมตฺตาภาวนานิสํสปโญฺห

๖. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘เมตฺตาย, ภิกฺขเว, เจโตวิมุตฺติยา อาเสวิตาย ภาวิตาย พหุลีกตาย ยานีกตาย วตฺถุกตาย อนุฏฺฐิตาย ปริจิตาย สุสมารทฺธาย เอกาทสานิสํสา ปาฏิกงฺขา. กตเม เอกาทส? สุขํ สุปติ, สุขํ ปฏิพุชฺฌติ, น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ, มนุสฺสานํ ปิโย โหติ, อมนุสฺสานํ ปิโย โหติ, เทวตา รกฺขนฺติ, นาสฺส อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ [สตฺถํ กมติ (สฺยา.) อ. นิ. ๑๑.๑๕ ปสฺสิตพฺพํ], ตุวฏํ จิตฺตํ สมาธิยติ, มุขวณฺโณ วิปฺปสีทติ, อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, อุตฺตรึ อปฺปฏิวิชฺฌนฺโต พฺรหฺมโลกูปโค โหตี’ติ. ปุน จ ตุเมฺห ภณถ ‘สาโม กุมาโร เมตฺตาวิหารี มิคสงฺเฆน ปริวุโต ปวเน วิจรนฺโต ปีฬิยกฺเขน รญฺญา วิทฺโธ วิสปีเตน สลฺเลน ตตฺเถว มุจฺฉิโต ปติโต’ติ.

‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘เมตฺตาย ภิกฺขเว…เป… พฺรหฺมโลกูปโค โหตี’ติ, เตน หิ ‘‘สาโม กุมาโร เมตฺตาวิหารี มิคสงฺเฆน ปริวุโต ปวเน วิจรนฺโต ปีฬิยกฺเขน รญฺญา วิทฺโธ วิสปีเตน สลฺเลน ตตฺเถว มุจฺฉิโต ปติโต’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ สาโม กุมาโร เมตฺตาวิหารี มิคสงฺเฆน ปริวุโต ปวเน วิจรนฺโต ปีฬิยกฺเขน รญฺญา วิทฺโธ วิสปีเตน สลฺเลน ตตฺเถว มุจฺฉิโต ปติโต, เตน หิ ‘เมตฺตาย, ภิกฺขเว…เป… สตฺถํ วา กมตี’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห สุนิปุโณ ปริสโณฺห สุขุโม คมฺภีโร, อปิ สุนิปุณานํ มนุชานํ คตฺเต เสทํ โมเจยฺย, โส ตวานุปฺปตฺโต, วิชเฏหิ ตํ มหาชฏาชฏิตํ, อนาคตานํ ชินปุตฺตานํ จกฺขุํ เทหิ นิพฺพาหนายา’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘เมตฺตาย ภิกฺขเว…เป... สตฺถํ วา กมตี’ติ. สาโม จ กุมาโร เมตฺตาวิหารี มิคสงฺเฆน ปริวุโต ปวเน วิจรนฺโต ปีฬิยกฺเขน รญฺญา วิทฺโธ วิสปีเตน สลฺเลน ตตฺเถว มุจฺฉิโต ปติโต, ตตฺถ ปน, มหาราช, การณํ อตฺถิ. กตมํ ตตฺถ การณํ? เนเต, มหาราช, คุณา ปุคฺคลสฺส, เมตฺตาภาวนาเยเต คุณา, สาโม, มหาราช, กุมาโร ฆฏํ อุกฺขิปนฺโต ตสฺมึ ขเณ เมตฺตาภาวนาย ปมตฺโต อโหสิ.

‘‘ยสฺมึ, มหาราช, ขเณ ปุคฺคโล เมตฺตํ สมาปนฺโน โหติ, น ตสฺส ปุคฺคลสฺส ตสฺมึ ขเณ อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ. ตสฺส เย เกจิ อหิตกามา อุปคนฺตฺวา ตํ น ปสฺสนฺติ, น ตสฺมึ โอกาสํ ลภนฺติ. เนเต, มหาราช, คุณา ปุคฺคลสฺส, เมตฺตาภาวนาเยเต คุณา. อิธ, มหาราช, ปุริโส สงฺคามสูโร อเภชฺชกวจชาลิกํ สนฺนยฺหิตฺวา สงฺคามํ โอตเรยฺย, ตสฺส สรา ขิตฺตา อุปคนฺตฺวา ปตนฺติ วิกิรนฺติ, น ตสฺมึ โอกาสํ ลภนฺติ, เนโส, มหาราช, คุโณ สงฺคามสูรสฺส, อเภชฺชกวจชาลิกาเยโส คุโณ, ยสฺส สรา ขิตฺตา อุปคนฺตฺวา ปตนฺติ วิกิรนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, เนเต คุณา ปุคฺคลสฺส, เมตฺตาภาวนาเยเต คุณา.

‘‘ยสฺมึ, มหาราช, ขเณ ปุคฺคโล เมตฺตํ สมาปนฺโน โหติ, น ตสฺส ปุคฺคลสฺส ตสฺมึ ขเณ อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ. ตสฺส เย เกจิ อหิตกามา อุปคนฺตฺวา ตํ น ปสฺสนฺติ, ตสฺมึ โอกาสํ น ลภนฺติ, เนเต, มหาราช, คุณา ปุคฺคลสฺส, เมตฺตาภาวนาเยเต คุณา. อิธ ปน, มหาราช, ปุริโส ทิพฺพํ อนฺตรธานํ มูลํ หตฺเถ กเรยฺย, ยาว ตํ มูลํ ตสฺส หตฺถคตํ โหติ, ตาว น อญฺโญ โกจิ ปกติมนุสฺโส ตํ ปุริสํ ปสฺสติ. เนโส, มหาราช, คุโณ ปุริสสฺส, มูลสฺเสโส คุโณ อนฺตรธานสฺส, ยํ โส ปกติมนุสฺสานํ จกฺขุปเถ น ทิสฺสติ. เอวเมว โข, มหาราช, เนเต คุณา ปุคฺคลสฺส, เมตฺตาภาวนาเยเต คุณา.

‘‘ยสฺมึ, มหาราช, ขเณ ปุคฺคโล เมตฺตํ สมาปนฺโน โหติ, น ตสฺส ปุคฺคลสฺส ตสฺมึ ขเณ อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ. ตสฺส เย เกจิ อหิตกามา อุปคนฺตฺวา ตํ น ปสฺสนฺติ, น ตสฺมึ โอกาสํ ลภนฺติ. เนเต, มหาราช, คุณา ปุคฺคลสฺส, เมตฺตาภาวนาเยเต คุณา. ยถา วา ปน, มหาราช, ปุริสํ สุกตํ มหาเลณมนุปฺปวิฏฺฐํ มหติมหาเมโฆ อภิวสฺสนฺโต น สกฺโกติ เตมยิตุํ, เนโส, มหาราช, คุโณ ปุริสสฺส, มหาเลณสฺเสโส คุโณ, ยํ มหาเมโฆ อภิวสฺสมาโน น ตํ เตเมติ. เอวเมว โข, มหาราช, เนเต คุณา ปุคฺคลสฺส, เมตฺตาภาวนาเยเต คุณา.

‘‘ยสฺมึ, มหาราช, ขเณ ปุคฺคโล เมตฺตํ สมาปนฺโน โหติ, น ตสฺส ปุคฺคลสฺส ตสฺมึ ขเณ อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ. ตสฺส เย เกจิ อหิตกามา อุปคนฺตฺวา ตํ น ปสฺสนฺติ, น ตสฺส สกฺโกนฺติ อหิตํ กาตุํ เนเต, มหาราช, คุณา ปุคฺคลสฺส, เมตฺตาภาวนาเยเต คุณา’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ ภนฺเต นาคเสน, สพฺพปาปนิวารณา เมตฺตาภาวนา’’ติ. ‘‘สพฺพกุสลคุณาวหา, มหาราช, เมตฺตาภาวนา หิตานมฺปิ อหิตานมฺปิ, เย เต สตฺตา วิญฺญาณพทฺธา, สพฺเพสํ มหานิสํสา เมตฺตาภาวนา สํวิภชิตพฺพา’’ติ.

เมตฺตาภาวนานิสํสปโญฺห ฉฏฺโฐ.

๗. กุสลากุสลสมวิสมปโญฺห

๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน ‘กุสลการิสฺสปิ อกุสลการิสฺสปิ วิปาโก สมสโม, อุทาหุ โกจิ วิเสโส อตฺถี’ติ? ‘‘อตฺถิ, มหาราช, กุสลสฺส จ อกุสลสฺส จ วิเสโส, กุสลํ, มหาราช, สุขวิปากํ สคฺคสํวตฺตนิกํ, อกุสลํ ทุกฺขวิปากํ นิรยสํวตฺตนิก’’นฺติ.

‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘เทวทตฺโต เอกนฺตกโณฺห, เอกนฺตกเณฺหหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต, โพธิสตฺโต เอกนฺตสุกฺโก, เอกนฺตสุกฺเกหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต’ติ. ปุน จ เทวทตฺโต ภเว ภเว ยเสน จ ปกฺเขน จ โพธิสตฺเตน สมสโม โหติ, กทาจิ อธิกตโร วา. ยทา เทวทตฺโต นคเร พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺตสฺส รญฺโญ ปุโรหิตปุตฺโต อโหสิ, ตทา โพธิสตฺโต ฉวกจณฺฑาโล อโหสิ วิชฺชาธโร, วิชฺชํ ปริชปฺปิตฺวา อกาเล อมฺพผลานิ นิพฺพตฺเตสิ, เอตฺถ ตาว โพธิสตฺโต เทวทตฺตโต ชาติยา นิหีโน ยเสน จ นิหีโน.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต ราชา อโหสิ มหา มหีปติ สพฺพกามสมงฺคี, ตทา โพธิสตฺโต ตสฺสูปโภโค อโหสิ หตฺถินาโค สพฺพลกฺขณสมฺปนฺโน, ตสฺส จารุคติวิลาสํ อสหมาโน ราชา วธมิจฺฉนฺโต หตฺถาจริยํ เอวมโวจ ‘อสิกฺขิโต เต, อาจริย, หตฺถินาโค, ตสฺส อากาสคมนํ นาม การณํ กโรหี’ติ, ตตฺถปิ ตาว โพธิสตฺโต เทวทตฺตโต ชาติยา นิหีโน ลามโก ติรจฺฉานคโต.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มนุสฺโส อโหสิ ปวเน นฏฺฐายิโก, ตทา โพธิสตฺโต มหาปถวี นาม มกฺกโฏ อโหสิ, เอตฺถปิ ตาว ทิสฺสติ วิเสโส มนุสฺสสฺส จ ติรจฺฉานคตสฺส จ, ตตฺถปิ ตาว โพธิสตฺโต เทวทตฺตโต ชาติยา นิหีโน.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มนุสฺโส อโหสิ โสณุตฺตโร นาม เนสาโท พลวา พลวตโร นาคพโล, ตทา โพธิสตฺโต ฉทฺทนฺโต นาม นาคราชา อโหสิ. ตทา โส ลุทฺทโก ตํ หตฺถินาคํ ฆาเตสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโตว อธิกตโร.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มนุสฺโส อโหสิ วนจรโก อนิเกตวาสี, ตทา โพธิสตฺโต สกุโณ อโหสิ ติตฺติโร มนฺตชฺฌายี, ตทาปิ โส วนจรโก ตํ สกุณํ ฆาเตสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโตว ชาติยา อธิกตโร.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต กลาพุ นาม กาสิราชา [กาสิกราชา (ก.)] อโหสิ, ตทา โพธิสตฺโต ตาปโส อโหสิ ขนฺติวาที. ตทา โส ราชา ตสฺส ตาปสสฺส กุทฺโธ หตฺถปาเท วํสกฬีเร วิย เฉทาเปสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว อธิกตโร ชาติยา จ ยเสน จ.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มนุสฺโส อโหสิ วนจโร, ตทา โพธิสตฺโต นนฺทิโย นาม วานรินฺโท อโหสิ, ตทาปิ โส วนจโร ตํ วานรินฺทํ ฆาเตสิ สทฺธึ มาตรา กนิฏฺฐภาติเกน จ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว อธิกตโร ชาติยา.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มนุสฺโส อโหสิ อเจลโก การมฺภิโย นาม, ตทา โพธิสตฺโต ปณฺฑรโก นาม นาคราชา อโหสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว อธิกตโร ชาติยา.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มนุสฺโส อโหสิ ปวเน ชฏิลโก, ตทา โพธิสตฺโต ตจฺฉโก นาม มหาสูกโร อโหสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว ชาติยา อธิกตโร.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต เจตีสุ สูรปริจโร นาม ราชา อโหสิ อุปริ ปุริสมตฺเต คคเน เวหาสงฺคโม, ตทา โพธิสตฺโต กปิโล นาม พฺราหฺมโณ อโหสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว อธิกตโร ชาติยา จ ยเสน จ.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มนุสฺโส อโหสิ สาโม นาม, ตทา โพธิสตฺโต รุรุ นาม มิคราชา อโหสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว ชาติยา อธิกตโร.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มนุสฺโส อโหสิ ลุทฺทโก ปวนจโร, ตทา โพธิสตฺโต หตฺถินาโค อโหสิ, โส ลุทฺทโก ตสฺส หตฺถินาคสฺส สตฺตกฺขตฺตุํ ทนฺเต ฉินฺทิตฺวา หริ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว โยนิยา อธิกตโร.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต สิงฺคาโล อโหสิ ขตฺติยธมฺโม, โส ยาวตา ชมฺพุทีเป ปเทสราชาโน เต สพฺเพ อนุยุตฺเต อกาสิ, ตทา โพธิสตฺโต วิธุโร นาม ปณฺฑิโต อโหสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว ยเสน อธิกตโร.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต หตฺถินาโค หุตฺวา ลฏุกิกาย สกุณิกาย ปุตฺตเก ฆาเตสิ, ตทา โพธิสตฺโตปิ หตฺถินาโค อโหสิ ยูถปติ, ตตฺถ ตาว อุโภปิ เต สมสมา อเหสุํ.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต ยกฺโข อโหสิ อธมฺโม นาม, ตทา โพธิสตฺโตปิ ยกฺโข อโหสิ ธมฺโม นาม, ตตฺถปิ ตาว อุโภปิ สมสมา อเหสุํ.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต นาวิโก อโหสิ ปญฺจนฺนํ กุลสตานํ อิสฺสโร, ตทา โพธิสตฺโตปิ นาวิโก อโหสิ ปญฺจนฺนํ กุลสตานํ อิสฺสโร, ตตฺถปิ ตาว อุโภปิ สมสมา อเหสุํ.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต สตฺถวาโห อโหสิ ปญฺจนฺนํ สกฏสตานํ อิสฺสโร, ตทา โพธิสตฺโตปิ สตฺถวาโห อโหสิ ปญฺจนฺนํ สกฏสตานํ อิสฺสโร, ตตฺถปิ ตาว อุโภปิ สมสมา อเหสุํ.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต สาโข นาม มิคราชา อโหสิ, ตทา โพธิสตฺโตปิ นิโคฺรโธ นาม มิคราชา อโหสิ, ตตฺถปิ ตาว อุโภปิ สมสมา อเหสุํ.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต สาโข นาม เสนาปติ อโหสิ, ตทา โพธิสตฺโตปิ นิโคฺรโธ นาม ราชา อโหสิ, ตตฺถปิ ตาว อุโภปิ สมสมา อเหสุํ.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต ขณฺฑหาโล นาม พฺราหฺมโณ อโหสิ, ตทา โพธิสตฺโต จนฺโท นาม ราชกุมาโร อโหสิ, ตทา โส ขณฺฑหาโล เยว อธิกตโร.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต พฺรหฺมทตฺโต นาม ราชา อโหสิ, ตทา โพธิสตฺโต ตสฺส ปุตฺโต มหาปทุโม นาม กุมาโร อโหสิ, ตทา โส ราชา สกปุตฺตํ โจรปปาเต ขิปาเปสิ, ยโต กุโตจิ ปิตาว ปุตฺตานํ อธิกตโร โหติ วิสิฏฺโฐติ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว อธิกตโร.

‘‘ปุน จปรํ ยทา เทวทตฺโต มหาปตาโป นาม ราชา อโหสิ, ตทา โพธิสตฺโต ตสฺส ปุตฺโต ธมฺมปาโล นาม กุมาโร อโหสิ, ตทา โส ราชา สกปุตฺตสฺส หตฺถปาเท สีสญฺจ เฉทาเปสิ, ตตฺถปิ ตาว เทวทตฺโต เยว อุตฺตโร อธิกตโร.

อชฺเชตรหิ อุโภปิ สกฺยกุเล ชายึสุ. โพธิสตฺโต พุทฺโธ อโหสิ สพฺพญฺญู โลกนายโก, เทวทตฺโต ตสฺส เทวาติเทวสฺส สาสเน ปพฺพชิตฺวา อิทฺธึ นิพฺพตฺเตตฺวา พุทฺธาลยํ อกาสิ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ยํ มยา ภณิตํ, ตํ สพฺพํ ตถํ อุทาหุ วิตถ’’นฺติ?

‘‘ยํ ตฺวํ, มหาราช, พหุวิธํ การณํ โอสาเรสิ, สพฺพํ ตํ ตเถว, โน อญฺญถา’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, กโณฺหปิ สุกฺโกปิ สมสมคติกา โหนฺติ, เตน หิ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ สมสมวิปากํ โหตี’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราช, กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ สมสมวิปากํ โหติ, น หิ, มหาราช, เทวทตฺโต สพฺพชเนหิ ปฏิวิรุทฺโธ, โพธิสตฺเตเนว ปฏิวิรุทฺโธ. โย ตสฺส โพธิสตฺเตน ปฏิวิรุทฺโธ, โส ตสฺมึ ตสฺมึ เยว ภเว ปจฺจติ ผลํ เทติ. เทวทตฺโตปิ, มหาราช, อิสฺสริเย ฐิโต ชนปเทสุ อารกฺขํ เทติ, เสตุํ สภํ ปุญฺญสาลํ กาเรติ, สมณพฺราหฺมณานํ กปณทฺธิกวณิพฺพกานํ นาถานาถานํ ยถาปณิหิตํ ทานํ เทติ. ตสฺส โส วิปาเกน ภเว ภเว สมฺปตฺติโย ปฏิลภติ. กสฺเสตํ, มหาราช, สกฺกา วตฺตุํ วินา ทาเนน ทเมน สํยเมน อุโปสถกมฺเมน สมฺปตฺตึ อนุภวิสฺสตีติ?

‘‘ยํ ปน ตฺวํ, มหาราช, เอวํ วเทสิ ‘เทวทตฺโต จ โพธิสตฺโต จ เอกโต อนุปริวตฺตนฺตี’ติ, โส น ชาติสตสฺส อจฺจเยน สมาคโม อโหสิ, น ชาติสหสฺสสฺส อจฺจเยน, น ชาติสตสหสฺสสฺส อจฺจเยน, กทาจิ กรหจิ พหูนํ อโหรตฺตานํ อจฺจเยน สมาคโม อโหสิ. ยํ ปเนตํ, มหาราช, ภควตา กาณกจฺฉโปปมํ อุปทสฺสิตํ มนุสฺสตฺตปฺปฏิลาภาย, ตถูปมํ, มหาราช, อิเมสํ สมาคมํ ธาเรหิ.

‘‘น, มหาราช, โพธิสตฺตสฺส เทวทตฺเตเนว สทฺธึ สมาคโม อโหสิ, เถโรปิ, มหาราช, สาริปุตฺโต อเนเกสุ ชาติสตสหสฺเสสุ โพธิสตฺตสฺส ปิตา อโหสิ, มหาปิตา อโหสิ, จูฬปิตา อโหสิ, ภาตา อโหสิ, ปุตฺโต อโหสิ, ภาคิเนยฺโย อโหสิ, มิตฺโต อโหสิ.

‘‘โพธิสตฺโตปิ, มหาราช, อเนเกสุ ชาติสตสหสฺเสสุ เถรสฺส สาริปุตฺตสฺส ปิตา อโหสิ, มหาปิตา อโหสิ, จูฬปิตา อโหสิ, ภาตา อโหสิ, ปุตฺโต อโหสิ, ภาคิเนยฺโย อโหสิ, มิตฺโต อโหสิ, สพฺเพปิ, มหาราช, สตฺตนิกายปริยาปนฺนา สํสารโสตมนุคตา สํสารโสเตน วุยฺหนฺตา อปฺปิเยหิปิ ปิเยหิปิ สมาคจฺฉนฺติ. ยถา, มหาราช, อุทกํ โสเตน วุยฺหมานํ สุจิอสุจิกลฺยาณปาปเกน สมาคจฺฉติ, เอวเมว โข, มหาราช, สพฺเพปิ สตฺตนิกายปริยาปนฺนา สํสารโสตมนุคตา สํสารโสเตน วุยฺหนฺตา อปฺปิเยหิปิ ปิเยหิปิ สมาคจฺฉนฺติ. เทวทตฺโต, มหาราช, ยกฺโข สมาโน อตฺตนา อธมฺโม ปเร อธมฺเม นิโยเชตฺวา สตฺตปญฺญาสวสฺสโกฏิโย สฏฺฐิ จ วสฺสสตสหสฺสานิ มหานิรเย ปจฺจิ, โพธิสตฺโตปิ, มหาราช, ยกฺโข สมาโน อตฺตนา ธมฺโม ปเร ธมฺเม นิโยเชตฺวา สตฺตปญฺญาสวสฺสโกฏิโย สฏฺฐิ จ วสฺสสตสหสฺสานิ สคฺเค โมทิ สพฺพกามสมงฺคี, อปิ จ, มหาราช, เทวทตฺโต อิมสฺมึ ภเว พุทฺธํ อนาสาทนียมาสาทยิตฺวา สมคฺคญฺจ สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา ปถวึ ปาวิสิ, ตถาคโต พุชฺฌิตฺวา สพฺพธมฺเม ปรินิพฺพุโต อุปธิสงฺขเย’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

กุสลากุสลสมวิสมปโญฺห สตฺตโม.

๘. อมราเทวีปโญฺห

๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา –

‘‘‘สเจ ลเภถ ขณํ วา รโห วา, นิมนฺตกํ [นิวาตกํ (กุณาลชาตเก)] วาปิ ลเภถ ตาทิสํ;

สพฺพาว [สพฺพาปิ (สี. ปี.)] อิตฺถี กยิรุํ [กเรยฺยุํ (สี. ปี. ก.)] นุ ปาปํ, อญฺญํ อลทฺธา ปีฐสปฺปินา สทฺธิ’นฺติ.

‘‘ปุน จ กถียติ ‘มโหสธสฺส ภริยา อมรา นาม อิตฺถี คามเก ฐปิตา ปวุตฺถปติกา รโห นิสินฺนา วิวิตฺตา ราชปฺปฏิสมํ สามิกํ กริตฺวา สหสฺเสน นิมนฺตียมานา ปาปํ นากาสี’ติ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘สเจ…เป… สทฺธิ’นฺติ เตน หิ ‘มโหสธสฺส ภริยา…เป… นากาสี’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ มโหสธสฺส ภริยา…เป… นากาสิ, เตน หิ ‘สเจ…เป… สทฺธิ’นฺติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘สเจ…เป… สทฺธิ’นฺติ. กถียติ จ ‘มโหสธสฺส ภริยา …เป… นากาสี’ติ. กเรยฺย สา, มหาราช, อิตฺถี สหสฺสํ ลภมานา ตาทิเสน ปุริเสน สทฺธึ ปาปกมฺมํ, น สา กเรยฺย สเจ ขณํ วา รโห วา นิมนฺตกํ วาปิ ตาทิสํ ลเภยฺย, วิจินนฺตี สา, มหาราช, อมรา อิตฺถี น อทฺทส ขณํ วา รโห วา นิมนฺตกํ วาปิ ตาทิสํ.

‘‘อิธ โลเก ครหภยา ขณํ น ปสฺสิ, ปรโลเก นิรยภยา ขณํ น ปสฺสิ, กฏุกวิปากํ ปาปนฺติ ขณํ น ปสฺสิ, ปิยํ อมุญฺจิตุกามา ขณํ น ปสฺสิ, สามิกสฺส ครุกตาย ขณํ น ปสฺสิ, ธมฺมํ อปจายนฺตี ขณํ น ปสฺสิ, อนริยํ ครหนฺตี ขณํ น ปสฺสิ, กิริยํ อภินฺทิตุกามา ขณํ น ปสฺสิ. เอวรูเปหิ พหูหิ การเณหิ ขณํ น ปสฺสิ.

‘‘รโหปิ สา โลเก วิจินิตฺวา อปสฺสนฺตี ปาปํ นากาสิ. สเจ สา มนุสฺเสหิ รโห ลเภยฺย, อถ อมนุสฺเสหิ รโห น ลเภยฺย. สเจ อมนุสฺเสหิ รโห ลเภยฺย, อถ ปรจิตฺตวิทูหิ ปพฺพชิเตหิ รโห น ลเภยฺย. สเจ ปรจิตฺตวิทูหิ ปพฺพชิเตหิ รโห ลเภยฺย, อถ ปรจิตฺตวิทูนีหิ เทวตาหิ รโห น ลเภยฺย. สเจ ปรจิตฺตวิทูนีหิ เทวตาหิ รโห ลเภยฺย, อตฺตนาว ปาเปหิ รโห น ลเภยฺย. สเจ อตฺตนาว ปาเปหิ รโห ลเภยฺย, อถ อธมฺเมน รโห น ลเภยฺย. เอวรูเปหิ พหุวิเธหิ การเณหิ รโห อลภิตฺวา ปาปํ นากาสิ.

‘‘นิมนฺตกมฺปิ สา โลเก วิจินิตฺวา ตาทิสํ อลภนฺตี ปาปํ นากาสิ. มโหสโธ, มหาราช, ปณฺฑิโต อฏฺฐวีสติยา องฺเคหิ สมนฺนาคโต. กตเมหิ อฏฺฐวีสติยา องฺเคหิ สมนฺนาคโต? มโหสโธ, มหาราช, สูโร หิริมา โอตฺตปฺปี สปกฺโข มิตฺตสมฺปนฺโน ขโม สีลวา สจฺจวาที โสเจยฺยสมฺปนฺโน อกฺโกธโน อนติมานี อนุสูยโก วีริยวา อายูหโก สงฺคาหโก สํวิภาคี สขิโล นิวาตวุตฺติ สโณฺห อสโฐ อมายาวี อติพุทฺธิสมฺปนฺโน กิตฺติมา วิชฺชาสมฺปนฺโน หิเตสี อุปนิสฺสิตานํ ปตฺถิโต สพฺพชนสฺส ธนวา ยสวา. มโหสโธ, มหาราช, ปณฺฑิโต อิเมหิ อฏฺฐวีสติยา องฺเคหิ สมนฺนาคโต. สา อญฺญํ ตาทิสํ นิมนฺตกํ อลภิตฺวา ปาปํ นากาสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.

อมราเทวีปโญฺห อฏฺฐโม.

๙. อรหนฺตอภายนปโญฺห

๙. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘วิคตภยสนฺตาสา อรหนฺโต’ติ. ปุน จ นคเร ราชคเห ธนปาลกํ หตฺถึ ภควติ โอปตนฺตํ ทิสฺวา ปญฺจ ขีณาสวสตานิ ปริจฺจชิตฺวา ชินวรํ ปกฺกนฺตานิ ทิสาวิทิสํ เอกํ ฐเปตฺวา เถรํ อานนฺทํ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, เต อรหนฺโต ภยา ปกฺกนฺตา, ปญฺญายิสฺสติ สเกน กมฺเมนาติ ทสพลํ ปาเตตุกามา ปกฺกนฺตา, อุทาหุ ตถาคตสฺส อตุลํ วิปุลมสมํ ปาฏิหาริยํ ทฏฺฐุกามา ปกฺกนฺตา? ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘วิคตภยสนฺตาสา อรหนฺโต’ติ, เตน หิ ‘นคเร…เป… อานนฺท’นฺติ ยํ วจนํ ตํ มิจฺฉา. ยทิ นคเร ราชคเห ธนปาลกํ หตฺถึ ภควติ โอปตนฺตํ ทิสฺวา ปญฺจ ขีณาสวสตานิ ปริจฺจชิตฺวา ชินวรํ ปกฺกนฺตานิ ทิสาวิทิสํ เอกํ ฐเปตฺวา เถรํ อานนฺทํ, เตน หิ ‘วิคตภยสนฺตาสา อรหนฺโต’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘วิคตภยสนฺตาสา อรหนฺโต’ติ, นคเร ราชคเห ธนปาลกํ หตฺถึ ภควติ โอปตนฺตํ ทิสฺวา ปญฺจ ขีณาสวสตานิ ปริจฺจชิตฺวา ชินวรํ ปกฺกนฺตานิ ทิสาวิทิสํ เอกํ ฐเปตฺวา เถรํ อานนฺทํ, ตญฺจ ปน น ภยา, นาปิ ภควนฺตํ ปาเตตุกามตาย.

‘‘เยน ปน, มหาราช, เหตุนา อรหนฺโต ภาเยยฺยุํ วา ตาเสยฺยุํ วา, โส เหตุ อรหนฺตานํ สมุจฺฉินฺโน, ตสฺมา วิคตภยสนฺตาสา อรหนฺโต, ภายติ นุ, มหาราช, มหาปถวี ขณนฺเตปิ ภินฺทนฺเตปิ ธาเรนฺเตปิ สมุทฺทปพฺพตคิริสิขเรติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน มหาราชา’’ติ? ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, มหาปถวิยา โส เหตุ, เยน เหตุนา มหาปถวี ภาเยยฺย วา ตาเสยฺย วา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, นตฺถิ อรหนฺตานํ โส เหตุ, เยน เหตุนา อรหนฺโต ภาเยยฺยุํ วา ตาเสยฺยุํ วา.

‘‘ภายติ นุ, มหาราช, คิริสิขรํ ฉินฺทนฺเต วา ภินฺทนฺเต วา ปตนฺเต วา อคฺคินา ทหนฺเต วา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน มหาราชา’’ติ? ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, คิริสิขรสฺส โส เหตุ, เยน เหตุนา คิริสิขรํ ภาเยยฺย วา ตาเสยฺย วา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, นตฺถิ อรหนฺตานํ โส เหตุ, เยน เหตุนา อรหนฺโต ภาเยยฺยุํ วา ตาเสยฺยุํ วา.

‘‘ยทิปิ, มหาราช, โลกธาตุสตสหสฺเสสุ เย เกจิ สตฺตนิกายปริยาปนฺนา สพฺเพปิ เต สตฺติหตฺถา เอกํ อรหนฺตํ อุปธาวิตฺวา ตาเสยฺยุํ, น ภเวยฺย อรหโต จิตฺตสฺส กิญฺจิ อญฺญถตฺตํ. กึ การณํ? อฏฺฐานมนวกาสตาย.

‘‘อปิ จ, มหาราช, เตสํ ขีณาสวานํ เอวํ เจโตปริวิตกฺโก อโหสิ ‘อชฺช นรวรปวเร ชินวรวสเภ นครวรมนุปฺปวิฏฺเฐ วีถิยา ธนปาลโก หตฺถี อาปติสฺสติ, อสํสยมติเทวเทวํ อุปฏฺฐาโก น ปริจฺจชิสฺสติ, ยทิ มยํ สพฺเพปิ ภควนฺตํ น ปริจฺจชิสฺสาม, อานนฺทสฺส คุโณ ปากโฏ น ภวิสฺสติ, น เหว จ ตถาคตํ สมุปคมิสฺสติ หตฺถินาโค, หนฺท มยํ อปคจฺฉาม, เอวมิทํ มหโต ชนกายสฺส กิเลสพนฺธนโมกฺโข ภวิสฺสติ, อานนฺทสฺส จ คุโณ ปากโฏ ภวิสฺสตี’ติ. เอวํ เต อรหนฺโต อานิสํสํ ทิสฺวา ทิสาวิทิสํ ปกฺกนฺตา’’ติ. ‘‘สุวิภตฺโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห, เอวเมตํ นตฺถิ อรหนฺตานํ ภยํ วา สนฺตาโส วา, อานิสํสํ ทิสฺวา อรหนฺโต ปกฺกนฺตา ทิสาวิทิส’’นฺติ.

อรหนฺตอภายนปโญฺห นวโม.

๑๐. พุทฺธสพฺพญฺญุภาวปโญฺห

๑๐. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห ภณถ ‘ตถาคโต สพฺพญฺญู’ติ. ปุน จ ภณถ ‘ตถาคเตน สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุเข ภิกฺขุสงฺเฆ ปณามิเต จาตุเมยฺยกา จ สกฺยา พฺรหฺมา จ สหมฺปติ พีชูปมญฺจ วจฺฉตรุณูปมญฺจ อุปทสฺเสตฺวา ภควนฺตํ ปสาเทสุํ ขมาเปสุํ นิชฺฌตฺตํ อกํสู’ติ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, อญฺญาตา ตา อุปมา ตถาคตสฺส, ยาหิ ตถาคโต อุปมาหิ โอรโต ขมิโต อุปสนฺโต นิชฺฌตฺตํ คโต? ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคตสฺส ตา อุปมา อญฺญาตา, เตน หิ พุทฺโธ อสพฺพญฺญู, ยทิ ญาตา, เตน หิ โอกสฺส ปสยฺห วีมํสาเปกฺโข ปณาเมสิ, เตน หิ ตสฺส อการุญฺญตา สมฺภวติ. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘สพฺพญฺญู, มหาราช, ตถาคโต, ตาหิ จ อุปมาหิ ภควา ปสนฺโน โอรโต ขมิโต อุปสนฺโต นิชฺฌตฺตํ คโต. ธมฺมสฺสามี, มหาราช, ตถาคโต, ตถาคตปฺปเวทิเตเหว เต โอปมฺเมหิ ตถาคตํ อาราเธสุํ โตเสสุํ ปสาเทสุํ, เตสญฺจ ตถาคโต ปสนฺโน ‘สาธู’ติ อพฺภานุโมทิ.

‘‘ยถา, มหาราช, อิตฺถี สามิกสฺส สนฺตเกเนว ธเนน สามิกํ อาราเธติ โตเสติ ปสาเทติ, ตญฺจ สามิโก ‘สาธู’ติ อพฺภานุโมทติ, เอวเมว โข, มหาราช, จาตุเมยฺยกา จ สกฺยา พฺรหฺมา จ สหมฺปติ ตถาคตปฺปเวทิเตเหว โอปมฺเมหิ ตถาคตํ อาราเธสุํ โตเสสุํ ปสาเทสุํ, เตสญฺจ ตถาคโต ปสนฺโน ‘สาธู’ติ อพฺภานุโมทิ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, กปฺปโก รญฺโญ สนฺตเกเนว สุวณฺณผณเกน รญฺโญ อุตฺตมงฺคํ ปสาธยมาโน ราชานํ อาราเธติ โตเสติ ปสาเทติ, ตสฺส จ ราชา ปสนฺโน ‘สาธู’ติ อพฺภานุโมทติ, ยถิจฺฉิตมนุปฺปเทติ, เอวเมว โข, มหาราช, จาตุเมยฺยกา จ สกฺยา พฺรหฺมา จ สหมฺปติ ตถาคตปฺปเวทิเตเหว โอปมฺเมหิ ตถาคตํ อาราเธสุํ โตเสสุํ ปสาเทสุํ, เตสญฺจ ตถาคโต ปสนฺโน ‘สาธู’ติ อพฺภานุโมทิ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, สทฺธิวิหาริโก อุปชฺฌายาภตํ ปิณฺฑปาตํ คเหตฺวา อุปชฺฌายสฺส อุปนาเมนฺโต อุปชฺฌายํ อาราเธติ โตเสติ ปสาเทติ, ตญฺจ อุปชฺฌาโย ปสนฺโน ‘สาธู’ติ อพฺภานุโมทติ, เอวเมว โข, มหาราช, จาตุเมยฺยกา จ สกฺยา พฺรหฺมา จ สหมฺปติ ตถาคตปฺปเวทิเตเหว โอปมฺเมหิ ตถาคตํ อาราเธสุํ โตเสสุํ ปสาเทสุํ, เตสญฺจ ตถาคโต ปสนฺโน ‘สาธู’ติ อพฺภานุโมทิตฺวา สพฺพทุกฺขปริมุตฺติยา ธมฺมํ เทเสสี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามีติ.

พุทฺธสพฺพญฺญุภาวปโญฺห ทสโม.

สพฺพญฺญุตญาณวคฺโค จตุตฺโถ.

อิมสฺมึ วคฺเค ทส ปญฺหา.