๕๓๗. มหาสุตโสมชาตกํ (๕)
๓๗๑. ‘‘กสฺมา ตุวํ รสก เอทิสานิ, กโรสิ กมฺมานิ สุทารุณานิ;
หนาสิ อิตฺถี ปุริเส จ มูโฬฺห, มํสสฺส เหตุ อทุ [อาทุ (สี. สฺยา.)] ธนสฺส การณา’’.
๓๗๒. ‘‘นํ อตฺตเหตู น ธนสฺส การณา, น ปุตฺตทารสฺส สหายญาตินํ;
ภตฺตา จ เม ภควา ภูมิปาโล, โส ขาทติ มํสํ ภทนฺเตทิสํ’’.
๓๗๓. ‘‘สเจ ตุวํ ภตฺตุรตฺเถ ปยุตฺโต, กโรสิ กมฺมานิ สุทารุณานิ;
ปาโตว อนฺเตปุรํ ปาปุณิตฺวา, ลเปยฺยาสิ เม ราชิโน สมฺมุเข ตํ’’.
๓๗๔. ‘‘ตถา กริสฺสามิ อหํ ภทนฺเต, ยถา ตุวํ [ยเมว ตฺวํ (สี.)] ภาสสิ กาฬหตฺถิ;
ปาโตว อนฺเตปุรํ ปาปุณิตฺวา, วกฺขามิ เต ราชิโน สมฺมุเข ตํ’’.
๓๗๕. ตโต รตฺยา วิวสาเน [วิวสเน (สี. สฺยา. ปี.)], สูริยุคฺคมนํ ปติ;
กาโฬ รสกมาทาย, ราชานํ อุปสงฺกมิ;
อุปสงฺกมฺม [อุปสงฺกมิตฺวา (สี. สฺยา. ปี.)] ราชานํ, อิทํ วจนมพฺรวิ.
๓๗๖. ‘‘สจฺจํ กิร มหาราช, รสโก เปสิโต ตยา;
หนติ อิตฺถิปุริเส, ตุวํ มํสานิ ขาทสิ’’.
๓๗๗. ‘‘เอวเมว ตถา กาฬ, รสโก เปสิโต มยา;
มม อตฺถํ กโรนฺตสฺส, กิเมตํ ปริภาสสิ’’.
๓๗๘. ‘‘อานนฺโท สพฺพมจฺฉานํ, ขาทิตฺวา รสคิทฺธิมา;
ปริกฺขีณาย ปริสาย, อตฺตานํ ขาทิยา มโต.
๓๗๙. ‘‘เอวํ ปมตฺโต รสคารเว รตฺโต [รโต (สี. สฺยา. ปี.)], พาโล ยที อายติ นาวพุชฺฌติ;
วิธมฺม ปุตฺเต จชิ [จชิตฺวา (ก.)] ญาตเก จ, ปริวตฺติย อตฺตานญฺเญว [อตฺตานเมว (สี. ปี.)] ขาทติ.
๓๘๐. ‘‘อิทํ เต สุตฺวาน วิเคตุ [วิเหตุ (สี. ปี.)] ฉนฺโท, มา ภกฺขยี [มา ภกฺขสี (สี. ปี.)] ราช มนุสฺสมํสํ;
มา ตฺวํ อิมํ เกวลํ วาริโชว, ทฺวิปทาธิป [ทิปทาทิป (สี. ปี.) เอวมุปริปิ] สุญฺญมกาสิ รฏฺฐํ’’.
๓๘๑. ‘‘สุชาโต นาม นาเมน, โอรโส ตสฺส อตฺรโช [ตสฺส โอรส อตฺรโช (สี.), ตสฺส อตฺรช โอรโส (ปี.)];
ชมฺพุเปสิมลทฺธาน, มโต โส ตสฺส สงฺขเย.
๓๘๒. ‘‘เอวเมว อหํ กาฬ, ภุตฺวา ภกฺขํ รสุตฺตมํ;
อลทฺธา มานุสํ มํสํ, มญฺเญ หิสฺสามิ [เหสฺสามิ (สี. สฺยา.), หสฺสามิ (ปี.)] ชีวิตํ’’.
๓๘๓. ‘‘มาณว อภิรูโปสิ, กุเล ชาโตสิ โสตฺถิเย;
น ตฺวํ อรหสิ ตาต, อภกฺขํ ภกฺขเยตเว’’.
๓๘๔. ‘‘รสานํ อญฺญตรํ เอตํ, กสฺมา [ยสฺมา (สี. ปี.)] มํ ตฺวํ นิวารเย;
โสหํ ตตฺถ คมิสฺสามิ, ยตฺถ ลจฺฉามิ เอทิสํ.
๓๘๕. ‘‘โสวาหํ นิปฺปติสฺสามิ, น เต วจฺฉามิ สนฺติเก;
ยสฺส เม ทสฺสเนน ตฺวํ, นาภินนฺทสิ พฺราหฺมณ’’.
๓๘๖. ‘‘อทฺธา อญฺเญปิ ทายาเท, ปุตฺเต ลจฺฉาม มาณว;
ตฺวญฺจ ชมฺม วินสฺสสฺสุ, ยตฺถ ปตฺตํ น ตํ สุเณ’’.
๓๘๗. ‘‘เอวเมว ตุวํ ราช, ทฺวิปทินฺท สุโณหิ เม;
ปพฺพาเชสฺสนฺติ ตํ รฏฺฐา, โสณฺฑํ มาณวกํ ยถา’’.
๓๘๘. ‘‘สุชาโต นาม นาเมน, ภาวิตตฺตาน สาวโก;
อจฺฉรํ กามยนฺโตว, น โส ภุญฺชิ น โส ปิวิ.
๓๘๙. ‘‘กุสคฺเคนุทกมาทาย [กุสคฺเค อุทกมาทาย (สี. ปี.)], สมุทฺเท อุทกํ มิเน;
เอวํ มานุสกา กามา, ทิพฺพกามาน สนฺติเก.
๓๙๐. ‘‘เอวเมว อหํ กาฬ, ภุตฺวา ภกฺขํ รสุตฺตมํ;
อลทฺธา มานุสํ มํสํ, มญฺเญ หิสฺสามิ ชีวิตํ’’.
๓๙๑. ‘‘ยถาปิ เต ธตรฏฺฐา, หํสา เวหายสงฺคมา;
อภุตฺตปริโภเคน [อวุตฺติปริโภเคน (สี. ปี.), อยุตฺตปริโภเคน (สฺยา.)], สพฺเพ อพฺภตฺถตํ คตา.
๓๙๒. ‘‘เอวเมว ตุวํ ราช, ทฺวิปทินฺท สุโณหิ เม;
อภกฺขํ ราช ภกฺเขสิ, ตสฺมา ปพฺพาชยนฺติ ตํ’’.
๓๙๓. ‘‘ติฏฺฐาหีติ มยา วุตฺโต, โส ตฺวํ คจฺฉสิ ปมฺมุโข [ปามุโข (ก.)];
อฏฺฐิโต ตฺวํ ฐิโตมฺหีติ, ลปสิ พฺรหฺมจารินิ;
อิทํ เต สมณายุตฺตํ, อสิญฺจ เม มญฺญสิ กงฺกปตฺตํ’’ [กงฺขปตฺตํ (สฺยา. ก.)].
๓๙๔. ‘‘ฐิโตหมสฺมี สธมฺเมสุ ราช, น นามโคตฺตํ ปริวตฺตยามิ;
โจรญฺจ โลเก อฐิตํ วทนฺติ, อาปายิกํ เนรยิกํ อิโต จุตํ.
๓๙๕. ‘‘สเจ ตฺวํ สทฺทหสิ [สเจปิ สหสิ (สี. ปี.)] ราช, สุตํ คณฺหาหิ ขตฺติย [ขตฺติยํ (สฺยา.)];
เตน ยญฺญํ ยชิตฺวาน, เอวํ สคฺคํ คมิสฺสสิ’’.
๓๙๖. ‘‘กิสฺมึ นุ รฏฺเฐ ตว ชาติภูมิ [ชาตภูมิ (สี.)], อถ เกน อตฺเถน อิธานุปตฺโต;
อกฺขาหิ เม พฺราหฺมณ เอตมตฺถํ, กิมิจฺฉสี เทมิ ตยชฺช ปตฺถิตํ’’.
๓๙๗. ‘‘คาถา จตสฺโส ธรณีมหิสฺสร, สุคมฺภิรตฺถา วรสาครูปมา;
ตเวว อตฺถาย อิธาคโตสฺมิ, สุโณหิ คาถา ปรมตฺถสํหิตา’’.
๓๙๘. ‘‘น เว รุทนฺติ มติมนฺโต สปญฺญา, พหุสฺสุตา เย พหุฏฺฐานจินฺติโน;
ทีปญฺหิ เอตํ ปรมํ นรานํ, ยํ ปณฺฑิตา โสกนุทา ภวนฺติ.
๓๙๙. ‘‘อตฺตานํ ญาตี อุทาหุ [อุท (สี. ปี.)] ปุตฺตทารํ, ธญฺญํ ธนํ รชตํ ชาตรูปํ;
กิเมว ตฺวํ [กิโม นุ ตฺวํ (สี. ปี.)] สุตโสมานุตปฺเป, โกรพฺยเสฏฺฐ วจนํ สุโณม เตตํ’.
๔๐๐. ‘‘เนวาหมตฺตานมนุตฺถุนามิ, น ปุตฺตทารํ น ธนํ น รฏฺฐํ;
สตญฺจ ธมฺโม จริโต ปุราโณ, ตํ สงฺกรํ [สงฺครํ (สี. สฺยา. ปี.) เอวมุปริปิ] พฺราหฺมณสฺสานุตปฺเป.
๔๐๑. ‘‘กโต มยา สงฺกโร พฺราหฺมเณน, รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน;
ตํ สงฺกรํ พฺราหฺมณสปฺปทาย, สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺสํ’’.
๔๐๒. ‘‘เนวาหเมตํ อภิสทฺทหามิ, สุขี นโร มจฺจุมุขา ปมุตฺโต;
อมิตฺตหตฺถํ ปุนราวเชยฺย, โกรพฺยเสฏฺฐ น หิ มํ อุเปสิ.
๔๐๓. ‘‘มุตฺโต ตุวํ โปริสาทสฺส หตฺถา, คนฺตฺวา สกํ มนฺทิรํ กามกามี;
มธุรํ ปิยํ ชีวิตํ ลทฺธ ราช, กุโต ตุวํ เอหิสิ เม สกาสํ’’.
๔๐๔. ‘‘มตํ วเรยฺย ปริสุทฺธสีโล, น ชีวิตํ [น หิ ชีวิตํ (สี.)] ครหิโต ปาปธมฺโม;
น หิ ตํ นรํ ตายติ [ตายเต (สี. สฺยา. ปี. ก.)] ทุคฺคตีหิ, ยสฺสาปิ เหตุ อลิกํ ภเณยฺย.
๔๐๕. ‘‘สเจปิ วาโต คิริมาวเหยฺย, จนฺโท จ สูริโย จ ฉมา ปเตยฺยุํ;
สพฺพา จ นชฺโช ปฏิโสตํ วเชยฺยุํ, น เตฺววหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ.
๔๐๖. [อยํ คาถา สี. ปี. โปตฺถเกสุ น ทิสฺสติ] ‘‘นภํ ผเลยฺย อุทธีปิ สุสฺเส, สํวฏฺฏเย ภูตธรา วสุนฺธรา;
สิลุจฺจโย เมรุ สมูลมุปฺปเต, น เตฺววหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ’’ [อยํ คาถา สี. ปี. โปตฺถเกสุ น ทิสฺสติ].
๔๐๗. ‘‘อสิญฺจ สตฺติญฺจ ปรามสามิ, สปถมฺปิ เต สมฺม อหํ กโรมิ;
ตยา ปมุตฺโต อนโณ ภวิตฺวา, สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺสํ’’.
๔๐๘. ‘‘โย เต กโต สงฺกโร พฺราหฺมเณน, รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน;
ตํ สงฺกรํ พฺราหฺมณสปฺปทาย, สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชสฺสุ’’.
๔๐๙. ‘‘โย เม กโต สงฺกโร พฺราหฺมเณน, รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน;
ตํ สงฺกรํ พฺราหฺมณสปฺปทาย, สจฺจานุรกฺขี ปุนราวชิสฺสํ’’.
๔๑๐. ‘‘มุตฺโต จ โส โปริสาทสฺส หตฺถา, คนฺตฺวาน ตํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ;
สุโณม [สุโณมิ (สี. สฺยา.)] คาถาโย สตารหาโย, ยา เม สุตา อสฺสุ หิตาย พฺรเหฺม’’.
๔๑๑. ‘‘สกิเทว สุตโสม, สพฺภิ โหติ [โหตุ (ปี.)] สมาคโม;
สา นํ สงฺคติ ปาเลติ, นาสพฺภิ พหุสงฺคโม.
๔๑๒. ‘‘สพฺภิเรว สมาเสถ, สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ;
สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย, เสยฺโย โหติ น ปาปิโย.
๔๑๓. ‘‘ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา, อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ;
สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ, สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ.
๔๑๔. ‘‘นภญฺจํ ทูเร ปถวี จ ทูเร, ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร;
ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ, สตญฺจ ธมฺโม [ธมฺมํ (สี. ปี.)] อสตญฺจ ราช’’.
๔๑๕. ‘‘สหสฺสิยา [สหสฺสิโย (สี. ปี.)] อิมา คาถา, นหิมา [น อิมา, (สี. ปี.) นยิมา (สฺยา.)] คาถา สตารหา;
จตฺตาริ ตฺวํ สหสฺสานิ, ขิปฺปํ คณฺหาหิ พฺราหฺมณ’’.
๔๑๖. ‘‘อาสีติยา นาวุติยา [อสีติยา นวุติยา (ปี.)] จ คาถา, สตารหา จาปิ ภเวยฺย [ภเวยฺยุ (สี. สฺยา. ปี.)] คาถา;
ปจฺจตฺตเมว สุตโสม ชานหิ, สหสฺสิยา นาม กา อตฺถิ [สหสฺสิโย นาม อิธตฺถิ (สี.)] คาถา’’.
๔๑๗. ‘‘อิจฺฉามิ โวหํ สุตวุทฺธิมตฺตโน, สนฺโตติ มํ [สนฺโต มมํ (สฺยา.), สนฺโต จ มํ (สี. ปี. ก.)] สปฺปุริสา ภเชยฺยุํ;
อหํ สวนฺตีหิ มโหทธีว, น หิ ตาต ตปฺปามิ สุภาสิเตน.
๔๑๘. ‘‘อคฺคิ ยถา ติณกฏฺฐํ ทหนฺโต, น ตปฺปตี สาคโรว [สาคโร วา (สี. ปี.)] นทีหิ;
เอวมฺปิ เต ปณฺฑิตา ราชเสฏฺฐ, สุตฺวา น ตปฺปนฺติ สุภาสิเตน.
๔๑๙. ‘‘สกสฺส ทาสสฺส ยทา สุโณมิ, คาถํ อหํ อตฺถวตึ [คาถา อหํ อตฺถวตี (สี. ปี.)] ชนินฺท;
ตเมว สกฺกจฺจ นิสามยามิ, น หิ ตาต ธมฺเมสุ มมตฺถิ ติตฺติ’’.
๔๒๐. ‘‘อิทํ เต รฏฺฐํ สธนํ สโยคฺคํ, สกายุรํ สพฺพกามูปปนฺนํ;
กึ กามเหตุ ปริภาสสิมํ [ภาสเส มํ (สี. สฺยา. ปี.)], คจฺฉามหํ โปริสาทสฺส ญตฺเต’’ [โปริสาทสฺส กนฺเต (สี. ปี.), โปริสาทสฺสุปนฺเต (ก.)].
๔๒๑. ‘‘อตฺตานุรกฺขาย ภวนฺติ เหเต, หตฺถาโรหา รถิกา ปตฺติกา จ;
อสฺสารุหา [อสฺสาโรหา (สฺยา. ปี.)] เย จ ธนุคฺคหาเส, เสนํ ปยุญฺชาม หนาม สตฺตุํ’’.
๔๒๒. ‘‘สุทุกฺกรํ โปริสาโท อกาสิ, ชีวํ คเหตฺวาน อวสฺสชี มํ;
ตํ ตาทิสํ ปุพฺพกิจฺจํ สรนฺโต, ทุพฺเภ อหํ ตสฺส กถํ ชนินฺท’’.
๔๒๓. ‘‘วนฺทิตฺวา โส ปิตรํ มาตรญฺจ, อนุสาเสตฺวา เนคมญฺจ พลญฺจ;
สจฺจวาที สจฺจานุรกฺขมาโน, อคมาสิ โส ยตฺถ โปริสาโท’’.
๔๒๔. ‘‘กโต มยา สงฺกโร พฺราหฺมเณน, รฏฺเฐ สเก อิสฺสริเย ฐิเตน;
ตํ สงฺกรํ พฺราหฺมณสปฺปทาย, สจฺจานุรกฺขี ปุนราคโตสฺมิ;
ยชสฺสุ ยญฺญํ ขาท มํ โปริสาท’’.
๔๒๕. ‘‘น หายเต ขาทิตํ [ขาทิตุํ (สี. สฺยา. ปี.)] มยฺหํ ปจฺฉา, จิตกา อยํ ตาว สธูมิกาว [สธูมกา จ (สฺยา.)];
นิทฺธูมเก ปจิตํ สาธุปกฺกํ, สุโณม [สุโณมิ (สี.), สุณาม (ปี.)] คาถาโย สตารหาโย’’.
๔๒๖. ‘‘อธมฺมิโก ตฺวํ โปริสาทกาสิ [โปริสาทมกาสิ (ก.)], รฏฺฐา จ ภฏฺโฐ อุทรสฺส เหตุ;
ธมฺมญฺจิมา อภิวทนฺติ คาถา, ธมฺโม จ อธมฺโม จ กุหึ สเมติ.
๔๒๗. ‘‘อธมฺมิกสฺส ลุทฺทสฺส, นิจฺจํ โลหิตปาณิโน;
นตฺถิ สจฺจํ กุโต ธมฺโม, กึ สุเตน กริสฺสสิ’’.
๔๒๘. ‘‘โย มํสเหตุ มิควํ จเรยฺย, โย วา หเน ปุริสมตฺตเหตุ;
อุโภปิ เต เปจฺจ สมา ภวนฺติ, กสฺมา โน [กสฺมา นุ (ก.)] อธมฺมิกํ พฺรูสิ มํ ตฺวํ’’.
๔๒๙. ‘‘ปญฺจ ปญฺจนขา ภกฺขา, ขตฺติเยน ปชานตา;
อภกฺขํ ราช ภกฺเขสิ, ตสฺมา อธมฺมิโก ตุวํ’’.
๔๓๐. ‘‘มุตฺโต ตุวํ โปริสาทสฺส หตฺถา, คนฺตฺวา สกํ มนฺทิรํ กามกามี;
อมิตฺตหตฺถํ ปุนราคโตสิ, น ขตฺตธมฺเม กุสโลสิ ราช’’.
๔๓๑. ‘‘เย ขตฺตธมฺเม กุสลา ภวนฺติ, ปาเยน เต เนรยิกา ภวนฺติ;
ตสฺมา อหํ ขตฺตธมฺมํ ปหาย, สจฺจานุรกฺขี ปุนราคโตสฺมิ;
ยชสฺสุ ยญฺญํ ขาท มํ โปริสาท’’.
๔๓๒. ‘‘ปาสาทวาสา ปถวีควสฺสา, กามิตฺถิโย กาสิกจนฺทนญฺจ;
สพฺพํ ตหึ ลภสิ [ลพฺภติ (ปี.)] สามิตาย, สจฺเจน กึ ปสฺสสิ อานิสํสํ’’.
๔๓๓. ‘‘เย เกจิเม อตฺถิ รสา ปถพฺยา, สจฺจํ เตสํ สาธุตรํ รสานํ;
สจฺเจ ฐิตา สมณพฺราหฺมณา จ, ตรนฺติ ชาติมรณสฺส ปารํ’’.
๔๓๔. ‘‘มุตฺโต ตุวํ โปริสาทสฺส หตฺถา, คนฺตฺวา สกํ มนฺทิรํ กามกามี;
อมิตฺตหตฺถํ ปุนราคโตสิ, น หิ นูน เต มรณภยํ ชนินฺท;
อลีนจิตฺโต อสิ [จ’สิ (สี. สฺยา. ปี.)] สจฺจวาที’’.
๔๓๕. ‘‘กตา เม กลฺยาณา อเนกรูปา, ยญฺญา ยิฏฺฐา เย วิปุลา ปสตฺถา;
วิโสธิโต ปรโลกสฺส มคฺโค, ธมฺเม ฐิโต โก มรณสฺส ภาเย.
๔๓๖. ‘‘กตา เม กลฺยาณา อเนกรูปา, ยญฺญา ยิฏฺฐา เย วิปุลา ปสตฺถา;
อนานุตปฺปํ ปรโลกํ คมิสฺสํ, ยชสฺสุ ยญฺญํ อท [ขาท (สี. สฺยา. ปี.)] มํ โปริสาท.
๔๓๗. ‘‘ปิตา จ มาตา จ อุปฏฺฐิตา เม, ธมฺเมน เม อิสฺสริยํ ปสตฺถํ;
วิโสธิโต ปรโลกสฺส มคฺโค, ธมฺเม ฐิโต โก มรณสฺส ภาเย.
๔๓๘. ‘‘ปิตา จ มาตา จ อุปฏฺฐิตา เม, ธมฺเมน เม อิสฺสริยํ ปสตฺถํ;
อนานุตปฺปํ ปรโลกํ คมิสฺสํ, ยชสฺสุ ยญฺญํ อท มํ โปริสาท.
๔๓๙. ‘‘ญาตีสุ มิตฺเตสุ กตา เม การา [กตูปกาโร (สฺยา. ก.)], ธมฺเมน เม อิสฺสริยํ ปสตฺถํ;
วิโสธิโต ปรโลกสฺส มคฺโค, ธมฺเม ฐิโต โก มรณสฺส ภาเย.
๔๔๐. ‘‘ญาตีสุํ มิตฺเตสุ กตา เม การา, ธมฺเมน เม อิสฺสริยํ ปสตฺถํ;
อนานุตปฺปํ ปรโลกํ คมิสฺสํ, ยชสฺสุ ยญฺญํ อท มํ โปริสาท.
๔๔๑. ‘‘ทินฺนํ เม ทานํ พหุธา พหูนํ, สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ;
วิโสธิโต ปรโลกสฺส มคฺโค, ธมฺเม ฐิโต โก มรณสฺส ภาเย.
๔๔๒. ‘‘ทินฺนํ เม ทานํ พหุธา พหูนํ, สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ;
อนานุตปฺปํ ปรโลกํ คมิสฺสํ, ยชสฺสุ ยญฺญํ อท มํ โปริสาท’’.