๑๐. สิงฺคาลวคฺโค

๒๔๑. สพฺพทาฐิชาตกํ (๒-๑๐-๑)

๑๘๒. สิงฺคาโล มานถทฺโธ จ, ปริวาเรน อตฺถิโก;

ปาปุณิ มหตึ ภูมึ, ราชาสิ สพฺพทาฐินํ.

๑๘๓. เอวเมว มนุสฺเสสุ, โย โหติ ปริวารวา;

โส หิ ตตฺถ มหา โหติ, สิงฺคาโล วิย ทาฐินนฺติ.

สพฺพทาฐิชาตกํ ปฐมํ.

๒๔๒. สุนขชาตกํ (๒-๑๐-๒)

๑๘๔. พาโล วตายํ สุนโข, โย วรตฺตํ [โย จ โยตฺตํ (ก.)] น ขาทติ;

พนฺธนา จ ปมุญฺเจยฺย, อสิโต จ ฆรํ วเช.

๑๘๕. อฏฺฐิตํ เม มนสฺมึ เม, อโถ เม หทเย กตํ;

กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, ยาว ปสฺสุปตู ชโน [ปสุปตุชฺชโน (สฺยา. ก.)].

สุนขชาตกํ ทุติยํ.

๒๔๓. คุตฺติลชาตกํ (๒-๑๐-๓)

๑๘๖. สตฺตตนฺตึ สุมธุรํ, รามเณยฺยํ อวาจยึ;

โส มํ รงฺคมฺหิ อเวฺหติ, สรณํ เม โหหิ โกสิย.

๑๘๗. อหํ ตํ สรณํ สมฺม [อหํ เต สรณํ โหมิ (วิ. ว. ๓๒๘)], อหมาจริยปูชโก;

น ตํ ชยิสฺสติ สิสฺโส, สิสฺสมาจริย เชสฺสสีติ.

คุตฺติลชาตกํ ตติยํ.

๒๔๔. วิคติจฺฉชาตกํ (๒-๑๐-๔)

๑๘๘. ยํ ปสฺสติ น ตํ อิจฺฉติ, ยญฺจ น ปสฺสติ ตํ กิริจฺฉติ;

มญฺญามิ จิรํ จริสฺสติ, น หิ ตํ ลจฺฉติ ยํ ส อิจฺฉติ.

๑๘๙. ยํ ลภติ น เตน ตุสฺสติ, ยญฺจ ปตฺเถติ ลทฺธํ หีเฬติ;

อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา, วิคติจฺฉาน [วีติจฺฉานํ (สี. ปี.)] นโม กโรมเสติ.

วิคติจฺฉ [วีติจฺฉ (สี. ปี.)] ชาตกํ จตุตฺถํ.

๒๔๕. มูลปริยายชาตกํ (๒-๑๐-๕)

๑๙๐. กาโล ฆสติ ภูตานิ, สพฺพาเนว สหตฺตนา;

โย จ กาลฆโส ภูโต, ส ภูตปจนึ ปจิ.

๑๙๑. พหูนิ นรสีสานิ, โลมสานิ พฺรหานิ จ;

คีวาสุ ปฏิมุกฺกานิ, โกจิเทเวตฺถ กณฺณวาติ.

มูลปริยายชาตกํ ปญฺจมํ.

๒๔๖. พาโลวาทชาตกํ (๒-๑๐-๖)

๑๙๒. หนฺตฺวา เฉตฺวา [ฌตฺวา (สี. ปี.), ฆตฺวา (สฺยา.)] วธิตฺวา จ, เทติ ทานํ อสญฺญโต;

เอทิสํ ภตฺตํ ภุญฺชมาโน, ส ปาปมุปลิมฺปติ [ส ปาเปน อุปลิปฺปติ (สี. ปี.)].

๑๙๓. ปุตฺตทารมฺปิ เจ หนฺตฺวา, เทติ ทานํ อสญฺญโต;

ภุญฺชมาโนปิ สปฺปญฺโญ, น ปาปมุปลิมฺปตีติ.

พาโลวาทชาตกํ ฉฏฺฐํ.

๒๔๗. ปาทญฺชลีชาตกํ (๒-๑๐-๗)

๑๙๔. อทฺธา ปาทญฺชลี สพฺเพ, ปญฺญาย อติโรจติ;

ตถา หิ โอฏฺฐํ ภญฺชติ, อุตฺตรึ นูน ปสฺสติ.

๑๙๕. นายํ ธมฺมํ อธมฺมํ วา, อตฺถานตฺถญฺจ พุชฺฌติ;

อญฺญตฺร โอฏฺฐนิพฺโภคา, นายํ ชานาติ กิญฺจนนฺติ.

ปาทญฺชลีชาตกํ สตฺตมํ.

๒๔๘. กึสุโกปมชาตกํ (๒-๑๐-๘)

๑๙๖. สพฺเพหิ กึสุโก ทิฏฺโฐ, กึเนฺวตฺถ วิจิกิจฺฉถ;

น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ, สารถี ปริปุจฺฉิโต.

๑๙๗. เอวํ สพฺเพหิ ญาเณหิ, เยสํ ธมฺมา อชานิตา;

เต เว ธมฺเมสุ กงฺขนฺติ, กึสุกสฺมึว ภาตโรติ.

กึสุโกปมชาตกํ อฏฺฐมํ.

๒๔๙. สาลกชาตกํ (๒-๑๐-๙)

๑๙๘. เอกปุตฺตโก ภวิสฺสสิ, ตฺวญฺจ โน เหสฺสสิ อิสฺสโร กุเล;

โอโรห ทุมสฺมา สาลก, เอหิ ทานิ ฆรกํ วเชมเส.

๑๙๙. นนุ มํ สุหทโยติ [นนุ มํ หทเยติ (สี. ปี.)] มญฺญสิ, ยญฺจ มํ หนสิ เวฬุยฏฺฐิยา;

ปกฺกมฺพวเน รมามเส, คจฺฉ ตฺวํ ฆรกํ ยถาสุขนฺติ.

สาลกชาตกํ นวมํ.

๒๕๐. กปิชาตกํ (๒-๑๐-๑๐)

๒๐๐. อยํ อิสี อุปสมสํยเม รโต, ส ติฏฺฐติ [สนฺติฏฺฐติ (สี. ปี.)] สิสิรภเยน อฏฺฏิโต;

หนฺท อยํ ปวิสตุมํ อคารกํ, วิเนตุ สีตํ ทรถญฺจ เกวลํ.

๒๐๑. นายํ อิสี อุปสมสํยเม รโต, กปี อยํ ทุมวรสาขโคจโร;

โส ทูสโก โรสโก จาปิ ชมฺโม, สเจวเชมมฺปิ [สเจ + อาวเช + อิมมฺปิ] ทูเสยฺยคารนฺติ [ทูสเย ฆรนฺติ (สี. สฺยา. ปี.)].

กปิชาตกํ ทสมํ.

สิงฺคาลวคฺโค ทสโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

อถ ราชา สิงฺคาลวโร สุนโข, ตถา โกสิย อิจฺฉติ กาลฆโส;

อถ ทานวโรฏฺฐปิ สารถินา, ปุนมฺพวนญฺจ สิสิรกปิ ทสาติ.

อถ วคฺคุทฺทานํ –

ทฬฺหญฺจ วคฺคํ อปเรน สนฺถวํ, กลฺยาณวคฺคาสทิโส จ รูหกํ;

นตํทฬฺห พีรณถมฺภกํ ปุน, กาสาวุปาหน สิงฺคาลเกน ทสาติ.

ทุกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ.