๔. ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๕๗. เตน สมเยนาติ ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อูหทนฺติปิ อุมฺมิหนฺติปีติ สนฺถตานํ อุปริ วจฺจมฺปิ ปสฺสาวมฺปิ กโรนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.

ทินฺนา สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน สนฺถตสมฺมุตีติ เอวํ ลทฺธสมฺมุติโก ภิกฺขุ ยาว โรโค น วูปสมฺมติ, ตาว ยํ ยํ ฐานํ คจฺฉติ, ตตฺถ ตตฺถ สนฺถตํ กาตุํ ลภติ. สเจ อโรโค หุตฺวา ปุน มูลพฺยาธินาว คิลาโน โหติ, โสเยว ปริหาโร, นตฺถญฺญํ สมฺมุติกิจฺจนฺติ ผุสฺสเทวตฺเถโร อาห. อุปติสฺสตฺเถโร ปน ‘‘โส วา พฺยาธิ ปฏิกุปฺปตุ, อญฺโญ วา, ‘สกึ คิลาโน’ติ นามํ ลทฺธํ ลทฺธเมว, ปุน สมฺมุติกิจฺจํ นตฺถี’’ติ อาห.

โอเรน เจ ฉนฺนํ วสฺสานนฺติ ฉนฺนํ วสฺสานํ โอริมภาเค, อนฺโตติ อตฺโถ. ปทภาชเน ปน สงฺขฺยามตฺตทสฺสนตฺถํ ‘‘อูนกฉพฺพสฺสานี’’ติ วุตฺตํ.

อนาปตฺติ ฉพฺพสฺสานิ กโรตีติ ยทา ฉพฺพสฺสานิ ปริปุณฺณานิ โหนฺติ, ตทา สนฺถตํ กโรติ. ทุติยปเทปิ ‘‘ยทา อติเรกฉพฺพสฺสานิ โหนฺติ, ตทา กโรตี’’ติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. น หิ โส ฉพฺพสฺสานิ กโรตีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.

สมุฏฺฐานาทีนิ โกสิยสิกฺขาปทสทิสาเนวาติ.

ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.