๒. โกสิยวคฺโค
๑. โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๔๒. เตน สมเยนาติ โกสิยสิกฺขาปทํ. ตตฺถ สนฺถริตฺวา กตํ โหตีติ สเม ภูมิภาเค โกสิยํสูนิ อุปรูปริ สนฺถริตฺวา กญฺชิกาทีหิ สิญฺจิตฺวา กตํ โหติ. เอเกนปิ โกสิยํสุนา มิสฺสิตฺวาติ ติฏฺฐตุ อตฺตโน รุจิวเสน มิสฺสิตํ, สเจปิ ตสฺส กรณฏฺฐาเน วาโต เอกํ โกสิยํสุํ อาเนตฺวา ปาเตติ, เอวมฺปิ มิสฺเสตฺวา กตเมว โหตีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ,
ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๔๗. เตน สมเยนาติ สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทํ. ตตฺถ สุทฺธกาฬกานนฺติ สุทฺธานํ กาฬกานํ, อญฺเญหิ อมิสฺสิตกาฬกานนฺติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. สมุฏฺฐานาทีนิปิ โกสิยสิกฺขาปทสทิสาเนวาติ.
สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๕๒. เตน สมเยนาติ เทฺวภาคสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อนฺเต อาทิยิตฺวาติ สนฺถตสฺส อนฺเต อนุวาตํ วิย ทสฺเสตฺวา โอทาตํ อลฺลิยาเปตฺวา.
เทฺว ภาคาติ เทฺว โกฏฺฐาสา. อาทาตพฺพาติ คเหตพฺพา. โคจริยานนฺติ กปิลวณฺณานํ. เทฺว ตุลา อาทาตพฺพาติ จตูหิ ตุลาหิ กาเรตุกามํ สนฺธาย วุตฺตํ. อตฺถโต ปน ยตฺตเกหิ เอฬกโลเมหิ กาตุกาโม โหติ, เตสุ เทฺว โกฏฺฐาสา กาฬกานํ เอโก โอทาตานํ, เอโก โคจริยานนฺติ อิทเมว ทสฺสิตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีนิปิ โกสิยสิกฺขาปทสทิสาเนว. เกวลํ อิทํ อาทาย อนาทาย จ กรณโต กิริยากิริยํ เวทิตพฺพนฺติ.
เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๕๗. เตน สมเยนาติ ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อูหทนฺติปิ อุมฺมิหนฺติปีติ สนฺถตานํ อุปริ วจฺจมฺปิ ปสฺสาวมฺปิ กโรนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.
ทินฺนา สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน สนฺถตสมฺมุตีติ เอวํ ลทฺธสมฺมุติโก ภิกฺขุ ยาว โรโค น วูปสมฺมติ, ตาว ยํ ยํ ฐานํ คจฺฉติ, ตตฺถ ตตฺถ สนฺถตํ กาตุํ ลภติ. สเจ อโรโค หุตฺวา ปุน มูลพฺยาธินาว คิลาโน โหติ, โสเยว ปริหาโร, นตฺถญฺญํ สมฺมุติกิจฺจนฺติ ผุสฺสเทวตฺเถโร อาห. อุปติสฺสตฺเถโร ปน ‘‘โส วา พฺยาธิ ปฏิกุปฺปตุ, อญฺโญ วา, ‘สกึ คิลาโน’ติ นามํ ลทฺธํ ลทฺธเมว, ปุน สมฺมุติกิจฺจํ นตฺถี’’ติ อาห.
โอเรน เจ ฉนฺนํ วสฺสานนฺติ ฉนฺนํ วสฺสานํ โอริมภาเค, อนฺโตติ อตฺโถ. ปทภาชเน ปน สงฺขฺยามตฺตทสฺสนตฺถํ ‘‘อูนกฉพฺพสฺสานี’’ติ วุตฺตํ.
อนาปตฺติ ฉพฺพสฺสานิ กโรตีติ ยทา ฉพฺพสฺสานิ ปริปุณฺณานิ โหนฺติ, ตทา สนฺถตํ กโรติ. ทุติยปเทปิ ‘‘ยทา อติเรกฉพฺพสฺสานิ โหนฺติ, ตทา กโรตี’’ติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. น หิ โส ฉพฺพสฺสานิ กโรตีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีนิ โกสิยสิกฺขาปทสทิสาเนวาติ.
ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๖๕. เตน สมเยนาติ นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อิจฺฉามหํ ภิกฺขเวติ ภควา กิร ตํ เตมาสํ น กิญฺจิ โพธเนยฺยสตฺตํ อทฺทส, ตสฺมา เอวมาห. เอวํ สนฺเตปิ ตนฺติวเสน ธมฺมเทสนา กตฺตพฺพา สิยา. ยสฺมา ปนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยิ โอกาสํ กาเรตฺวา ปฏิสลฺลีเน ภิกฺขู อธมฺมิกํ กติกวตฺตํ กริสฺสนฺติ, ตํ อุปเสโน ภินฺทิสฺสติ. อหํ ตสฺส ปสีทิตฺวา ภิกฺขูนํ ทสฺสนํ อนุชานิสฺสามิ, ตโต มํ ปสฺสิตุกามา พหู ภิกฺขู ธุตงฺคานิ สมาทิยิสฺสนฺติ, อหญฺจ เตหิ อุชฺฌิตสนฺถตปจฺจยา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามี’’ติ, ตสฺมา เอวมาห. เอวํ พหูนิ หิ เอตฺถ อานิสํสานีติ.
สปริโส เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ เถโร กิร ‘‘น, ภิกฺขเว, อูนทสวสฺเสน อุปสมฺปาเทตพฺโพ, โย อุปสมฺปาเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๗๕) อิมสฺมึ ขนฺธกสิกฺขาปเท ‘‘กถญฺหิ นาม ตฺวํ โมฆปุริส อญฺเญหิ โอวทิโย อนุสาสิโย อญฺญํ โอวทิตุํ อนุสาสิตุํ มญฺญิสฺสสี’’ติ เอวมาทินา นเยน ครหํ ลภิตฺวา ‘‘สตฺถา มยฺหํ ปริสํ นิสฺสาย ครหํ อทาสิ, โส ทานาหํ ภควนฺตํ เตเนว ปุณฺณจนฺทสสฺสิรีเกน สพฺพาการปริปุณฺเณน มุเขน พฺรหฺมโฆสํ นิจฺฉาเรตฺวา ปริสํเยว นิสฺสาย สาธุการํ ทาเปสฺสามี’’ติ สุหทโย กุลปุตฺโต อติเรกโยชนสตํ ปฏิกฺกมิตฺวา ปริสํ จินิตฺวา ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ ปริวุโต ปุน ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘สปริโส เยน ภควา เตนุปสงฺกมี’’ติ. น หิ สกฺกา พุทฺธานํ อญฺญถา อาราเธตุํ อญฺญตฺร วตฺตสมฺปตฺติยา.
ภควโต อวิทูเร นิสินฺโนติ วตฺตสมฺปตฺติยา ปริสุทฺธภาเวน นิราสงฺโก สีโห วิย กญฺจนปพฺพตสฺส ภควโต อวิทูเร นิสินฺโน. เอตทโวจาติ กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ เอตํ อโวจ. มนาปานิ เต ภิกฺขุ ปํสุกูลานีติ ภิกฺขุ ตว อิมานิ ปํสุกูลานิ มนาปานิ, อตฺตโน รุจิยา ขนฺติยา คหิตานีติ อตฺโถ. น โข เม, ภนฺเต, มนาปานีติ, ภนฺเต น มยา อตฺตโน รุจิยา คหิตานิ, คลคฺคาเหน วิย มตฺถกตาฬเนน วิย จ คาหิโตมฺหีติ ทสฺเสติ.
ปญฺญายิสฺสตีติ ปญฺญาโต อภิญฺญาโต ภวิสฺสติ, ตตฺถ สนฺทิสฺสิสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. น มยํ อปญฺญตฺตํ ปญฺญเปสฺสามาติ มยํ สาวกา นาม อปญฺญตฺตํ น ปญฺญเปสฺสาม, พุทฺธวิสโย หิ เอโส ยทิทํ ‘‘ปาจิตฺติยํ ทุกฺกฏ’’นฺติอาทินา นเยน อปญฺญตฺตสิกฺขาปทปญฺญปนํ ปญฺญตฺตสมุจฺฉินฺทนํ วา. สมาทายาติ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ สมาทิยิตฺวา, ‘‘สาธุ สุฏฺฐู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ยถาปญฺญตฺเตสุ สพฺพสิกฺขาปเทสุ สิกฺขิสฺสามาติ ทสฺเสติ. ตสฺส อารทฺธจิตฺโต ปุนปิ ‘‘สาธุ สาธู’’ติ สาธุการมทาสิ.
๕๖๖. อนุญฺญาตาวุโสติ อนุญฺญาตํ, อาวุโส. ปิเหนฺตาติ ปิหยนฺตา. สนฺถตานิ อุชฺฌิตฺวาติ สนฺถเต จตุตฺถจีวรสญฺญิตาย สพฺพสนฺถตานิ อุชฺฌิตฺวา. ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ภควา สนฺถตานิ วิปฺปกิณฺณานิ ทิสฺวา ‘‘สทฺธาเทยฺยวินิปาตเน การณํ นตฺถิ, ปริโภคุปายํ เนสํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ.
๕๖๗. สกึ นิวตฺถมฺปิ สกึ ปารุตมฺปีติ สกึ นิสินฺนญฺเจว นิปนฺนญฺจ. สามนฺตาติ เอกปสฺสโต วฏฺฏํ วา จตุรสฺสํ วา ฉินฺทิตฺวา คหิตฏฺฐานํ ยถา วิทตฺถิมตฺตํ โหติ, เอวํ คเหตพฺพํ, สนฺถรนฺเตน ปน ปาฬิยํ วุตฺตนเยเนว เอกเทเส วา สนฺถริตพฺพํ, วิชเฏตฺวา วา มิสฺสกํ กตฺวา สนฺถริตพฺพํ, เอวํ ถิรตรํ โหตีติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีนิ กิริยากิริยตฺตา อิมสฺส สิกฺขาปทสฺส เทฺวภาคสิกฺขาปทสทิสานีติ.
อิเมสุ ปน ปญฺจสุ สนฺถเตสุ ปุริมานิ ตีณิ วินยกมฺมํ กตฺวา ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺติ, ปจฺฉิมานิ เทฺว วฏฺฏนฺตีติ เวทิตพฺพานีติ.
นิสีทนสนฺถตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๗๑. เตน สมเยนาติ เอฬกโลมสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อุปฺปณฺเฑสุนฺติ ‘‘กิตฺตเกน, ภนฺเต, กีตานี’’ติอาทีนิ วทนฺตา อวหสึสุ. ฐิตโกว อาสุมฺภีติ ยถา มนุสฺสา อรญฺญโต มหนฺตํ ทารุภารํ อาเนตฺวา กิลนฺตา ฐิตกาว ปาเตนฺติ, เอวํ ปาเตสีติ อตฺโถ.
๕๗๒. สหตฺถาติ สหตฺเถน, อตฺตนา หริตพฺพานีติ วุตฺตํ โหติ. พหิติโยชนํ ปาเตตีติ ติโยชนโต พหิ ปาเตติ. อนนฺตราเยน ปตนเก หตฺถโต มุตฺตมตฺเต โลมคณนาย นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยานิ. สเจ พหิติโยชเน รุกฺเข วา ถมฺเภ วา ปฏิหญฺญิตฺวา ปุน อนฺโต ปตนฺติ, อนาปตฺติ. ภูมิยํ ปติตฺวา ฐตฺวา ฐตฺวา วฏฺฏมานา เอฬกโลมภณฺฑิกา ปุน อนฺโต ปวิสติ, อาปตฺติเยว. อนฺโต ฐตฺวา หตฺเถน วา ปาเทน วา ยฏฺฐิยา วา วฏฺเฏติ ฐตฺวา วา อฐตฺวา วา วฏฺฏมานา ภณฺฑิกา คจฺฉตุ, อาปตฺติเยว. ‘‘อญฺโญ หริสฺสตี’’ติ ฐเปติ, เตน หริเตปิ อาปตฺติเยว. สุทฺธจิตฺเตน ฐปิตํ วาโต วา อญฺโญ วา อตฺตโน ธมฺมตาย พหิ ปาเตติ, อาปตฺติเยว. สอุสฺสาหตฺตา อจิตฺตกตฺตา จ สิกฺขาปทสฺส. กุรุนฺทิยาทีสุ ปน ‘‘เอตฺถ อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตา, สา อนาปตฺติ ปาฬิยา น สเมติ. อุภโตภณฺฑิกํ เอกาพทฺธํ กตฺวา เอกํ ภณฺฑิกํ อนฺโตสีมาย เอกํ พหิสีมาย กโรนฺโต ฐเปติ, รกฺขติ ตาว. เอกาพทฺเธ กาเชปิ เอเสว นโย. ยทิ ปน อพนฺธิตฺวา กาชโกฏิยํ ฐปิตมตฺตเมว โหติ, น รกฺขติ. เอกาพทฺเธปิ ปริวตฺเตตฺวา ฐปิเต อาปตฺติเยว.
อญฺญสฺส ยาเน วาติ เอตฺถ คจฺฉนฺเต ยาเน วา หตฺถิปิฏฺฐิอาทีสุ วา สามิกสฺส อชานนฺตสฺเสว หริสฺสตีติ ฐเปติ, ตสฺมึ ติโยชนํ อติกฺกนฺเต อาปตฺติ. อคจฺฉนฺเตปิ เอเสว นโย. สเจ ปน อคจฺฉนฺเต ยาเน วา หตฺถิปิฏฺฐิยาทีสุ วา ฐเปตฺวา อภิรุหิตฺวา สาเรติ, เหฏฺฐา วา คจฺฉนฺโต โจเทติ, ปกฺโกสนฺโต วา อนุพนฺธาเปติ, ‘‘อญฺญํ หราเปตี’’ติ วจนโต อนาปตฺติ. กุรุนฺทิยาทีสุ ปน ‘‘อาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ ‘‘อญฺญํ หราเปตี’’ติ อิมินา น สเมติ. อทินฺนาทาเน ปน สุงฺกฆาเต อาปตฺติ โหติ. ยา หิ ตตฺถ อาปตฺติ, สา อิธ อนาปตฺติ. ยา อิธ อาปตฺติ, สา ตตฺถ อนาปตฺติ. ตํ ฐานํ ปตฺวา อญฺญวิหิโต วา โจราทีหิ วา อุปทฺทุโต คจฺฉติ, อาปตฺติเยว. สพฺพตฺถ โลมคณนาย อาปตฺติปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ.
๕๗๕. ติโยชนํ วาสาธิปฺปาโย คนฺตฺวา ตโต ปรํ หรตีติ ยตฺถ คโต, ตตฺถ อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนํ วา ปจฺจยาทีนํ วา อลาเภน ตโต ปรํ อญฺญตฺถ คจฺฉติ, ตโตปิ อญฺญตฺถาติ เอวํ โยชนสตมฺปิ หรนฺตสฺส อนาปตฺติ. อจฺฉินฺนํ ปฏิลภิตฺวาติ โจรา อจฺฉินฺทิตฺวา นิรตฺถกภาวํ ญตฺวา ปฏิเทนฺติ, ตํ หรนฺตสฺส อนาปตฺติ. นิสฺสฏฺฐํ ปฏิลภิตฺวาติ วินยกมฺมกตํ ปฏิลภิตฺวาติ อตฺโถ.
กตภณฺฑนฺติ กตํภณฺฑํ กมฺพลโกชวสนฺถตาทึ ยํ กิญฺจิ อนฺตมโส สุตฺตเกน พทฺธมตฺตมฺปิ. โย ปน ตนุกปตฺตตฺถวิกนฺตเร วา อาโยคอํสพทฺธกกายพนฺธนาทีนํ อนฺตเรสุ วา ปิปฺผลิกาทีนํ มลรกฺขณตฺถํ สิปาฏิกาย วา อนฺตมโส วาตาพาธิโก กณฺณจฺฉิทฺเทปิ โลมานิ ปกฺขิปิตฺวา คจฺฉติ, อาปตฺติเยว. สุตฺตเกน ปน พนฺธิตฺวา ปกฺขิตฺตํ กตภณฺฑฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, เวณึ กตฺวา หรติ, อิทํ นิธานมุขํ นาม, อาปตฺติเยวาติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีสุ อิทํ เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ นาม, กายโต จ กายจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๗๖. เตน สมเยนาติ เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทํ. ตตฺถ ริญฺจนฺตีติ อุชฺฌนฺติ วิสฺสชฺเชนฺติ, น สกฺโกนฺติ อนุยุญฺชิตุนฺติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ ปุราณจีวรสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
เอฬกโลมโธวาปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. รูปิยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๘๒. เตน สมเยนาติ รูปิยสิกฺขาปทํ. ตตฺถ ปฏิวิโสติ โกฏฺฐาโส.
๕๘๓-๔. ชาตรูปรชตนฺติ เอตฺถ ชาตรูปนฺติ สุวณฺณสฺส นามํ. ตํ ปน ยสฺมา ตถาคตสฺส วณฺณสทิสํ โหติ, ตสฺมา ‘‘สตฺถุวณฺโณ วุจฺจตี’’ติ ปทภาชเน วุตฺตํ. ตสฺสตฺโถ – ‘‘โย สตฺถุวณฺโณ โลหวิเสโส, อิทํ ชาตรูปํ นามา’’ติ รชตํ ปน ‘‘สงฺโข, สิลา, ปวาล, รชตํ, ชาตรูป’’นฺติอาทีสุ (ปาจิ. ๕๐๖) รูปิยํ วุตฺตํ. อิธ ปน ยํ กิญฺจิ โวหารคมนียํ กหาปณาทิ อธิปฺเปตํ. เตเนวสฺส ปทภาชเน ‘‘กหาปโณ โลหมาสโก’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กหาปโณติ โสวณฺณมโย วา รูปิยมโย วา ปากติโก วา. โลหมาสโกติ ตมฺพโลหาทีหิ กตมาสโก. ทารุมาสโกติ สารทารุนา วา เวฬุเปสิกาย วา อนฺตมโส ตาลปณฺเณนาปิ รูปํ ฉินฺทิตฺวา กตมาสโก. ชตุมาสโกติ ลาขาย วา นิยฺยาเสน วา รูปํ สมุฏฺฐาเปตฺวา กตมาสโก. ‘‘เย โวหารํ คจฺฉนฺตี’’ติ อิมินา ปน ปเทน โย โย ยตฺถ ยตฺถ ชนปเท ยทา ยทา โวหารํ คจฺฉติ, อนฺตมโส อฏฺฐิมโยปิ จมฺมมโยปิ รุกฺขผลพีชมโยปิ สมุฏฺฐาปิตรูโปปิ อสมุฏฺฐาปิตรูโปปิ สพฺโพ สงฺคหิโต.
อิจฺเจตํ สพฺพมฺปิ รชตํ ชาตรูปํ ชาตรูปมาสโก, วุตฺตปฺปเภโท สพฺโพปิ รชตมาสโกติ จตุพฺพิธํ นิสฺสคฺคิยวตฺถุ โหติ. มุตฺตา, มณิ, เวฬุริโย, สงฺโข, สิลา, ปวาล, โลหิตงฺโก, มสารคลฺลํ, สตฺต ธญฺญานิ, ทาสิทาสเขตฺตวตฺถุปุปฺผารามผลารามาทโยติ อิทํ ทุกฺกฏวตฺถุ. สุตฺตํ ผาโล ปฏโก กปฺปาโส อเนกปฺปการํ อปรณฺณํ สปฺปินวนีตเตลมธุผาณิตาทิเภสชฺชญฺจ อิทํ กปฺปิยวตฺถุ. ตตฺถ นิสฺสคฺคิยวตฺถุํ อตฺตโน วา สงฺฆคณปุคฺคลเจติยานํ วา อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ. อตฺตโน อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ โหติ, เสสานํ อตฺถาย ทุกฺกฏํ. ทุกฺกฏวตฺถุํ สพฺเพสมฺปิ อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉโต ทุกฺกฏเมว. กปฺปิยวตฺถุมฺหิ อนาปตฺติ. สพฺพมฺปิ นิกฺขิปนตฺถาย ภณฺฑาคาริกสีเสน สมฺปฏิจฺฉโต อุปริ รตนสิกฺขาปเท อาคตวเสน ปาจิตฺติยํ.
อุคฺคเณฺหยฺยาติ คเณฺหยฺย. ยสฺมา ปน คณฺหนฺโต อาปตฺตึ อาปชฺชติ, เตนสฺส ปทภาชเน ‘‘สยํ คณฺหาติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ วุตฺตํ. เอส นโย เสสปเทสุปิ.
ตตฺถ ชาตรูปรชตภณฺเฑสุ กหาปณมาสเกสุ จ เอกํ คณฺหโต วา คณฺหาปยโต วา เอกา อาปตฺติ. สหสฺสํ เจปิ เอกโต คณฺหาติ, คณฺหาเปติ, วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย. มหาปจฺจริยํ ปน กุรุนฺทิยญฺจ สิถิลพทฺธาย ถวิกาย สิถิลปูริเต วา ภาชเน รูปคณนาย อาปตฺติ. ฆนพทฺเธ ปน ฆนปูริเต วา เอกาว อาปตฺตีติ วุตฺตํ.
อุปนิกฺขิตฺตสาทิยเน ปน ‘‘อิทํ อยฺยสฺส โหตู’’ติ วุตฺเต สเจปิ จิตฺเตน สาทิยติ, คณฺหิตุกาโม โหติ, กาเยน วา วาจาย วา ‘‘นยิทํ กปฺปตี’’ติ ปฏิกฺขิปติ, อนาปตฺติ. กายวาจาหิ วา อปฺปฏิกฺขิปิตฺวาปิ สุทฺธจิตฺโต หุตฺวา ‘‘นยิทํ อมฺหากํ กปฺปตี’’ติ น สาทิยติ, อนาปตฺติเยว. ตีสุ ทฺวาเรสุ หิ เยน เกนจิ ปฏิกฺขิตฺตํ ปฏิกฺขิตฺตเมว โหติ. สเจ ปน กายวาจาหิ อปฺปฏิกฺขิปิตฺวา จิตฺเตน อธิวาเสติ, กายวาจาหิ กตฺตพฺพสฺส ปฏิกฺเขปสฺส อกรณโต อกิริยสมุฏฺฐานํ กายทฺวาเร จ วจีทฺวาเร จ อาปตฺตึ อาปชฺชติ, มโนทฺวาเร ปน อาปตฺติ นาม นตฺถิ.
เอโก สตํ วา สหสฺสํ วา ปาทมูเล ฐเปติ ‘‘ตุยฺหิทํ โหตู’’ติ, ภิกฺขู ‘‘นยิทํ กปฺปตี’’ติ ปฏิกฺขิปติ, อุปาสโก ปริจฺจตฺตํ มยา ตุมฺหากนฺติ คโต, อญฺโญ ตตฺถ อาคนฺตฺวา ปุจฺฉติ – ‘‘กึ, ภนฺเต, อิท’’นฺติ? ยํ เตน อตฺตนา จ วุตฺตํ, ตํ อาจิกฺขิตพฺพํ. โส เจ วทติ – ‘‘โคปยิสฺสามิ, ภนฺเต, คุตฺตฏฺฐานํ ทสฺเสถา’’ติ, สตฺตภูมิกมฺปิ ปาสาทํ อภิรุหิตฺวา ‘‘อิทํ คุตฺตฏฺฐาน’’นฺติ อาจิกฺขิตพฺพํ, ‘‘อิธ นิกฺขิปาหี’’ติ น วตฺตพฺพํ. เอตฺตาวตา กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ นิสฺสาย ฐิตํ โหติ. ทฺวารํ ปิทหิตฺวา รกฺขนฺเตน วสิตพฺพํ. สเจ กิญฺจิ วิกฺกายิกภณฺฑํ ปตฺตํ วา จีวรํ วา อาคจฺฉติ, ‘‘อิทํ คเหสฺสถ ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘อุปาสก อตฺถิ อมฺหากํ อิมินา อตฺโถ, วตฺถุ จ เอวรูปํ นาม สํวิชฺชติ, กปฺปิยการโก นตฺถี’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ โส วทติ, ‘‘อหํ กปฺปิยการโก ภวิสฺสามิ, ทฺวารํ วิวริตฺวา เทถา’’ติ, ทฺวารํ วิวริตฺวา ‘‘อิมสฺมึ โอกาเส ฐปิต’’นฺติ วตฺตพฺพํ, ‘‘อิทํ คณฺหา’’ติ น วตฺตพฺพํ. เอวมฺปิ กปฺปิยญฺจ อกปฺปิยญฺจ นิสฺสาย ฐิตเมว โหติ, โส เจ ตํ คเหตฺวา ตสฺส กปฺปิยภณฺฑํ เทติ, วฏฺฏติ. สเจ อธิกํ คณฺหาติ, ‘‘น มยํ ตว ภณฺฑํ คณฺหาม, ‘‘นิกฺขมาหี’’ติ วตฺตพฺโพ.
สงฺฆมชฺเฌ นิสฺสชฺชิตพฺพนฺติ เอตฺถ ยสฺมา รูปิยํ นาม อกปฺปิยํ, ‘‘ตสฺมา นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา’’ติ น วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ตํ ปฏิคฺคหิตมตฺตเมว น เตน กิญฺจิ กปฺปิยภณฺฑํ เจตาปิตํ, ตสฺมา อุปาเยน ปริโภคทสฺสนตฺถํ ‘‘สงฺฆมชฺเฌ นิสฺสชฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. กปฺปิยํ อาจิกฺขิตพฺพํ สปฺปิ วาติ ‘‘ปพฺพชิตานํ สปฺปิ วา เตลํ วา วฏฺฏติ อุปาสกา’’ติ เอวํ อาจิกฺขิตพฺพํ.
รูปิยปฏิคฺคาหกํ ฐเปตฺวา สพฺเพเหว ปริภุญฺชิตพฺพนฺติ สพฺเพหิ ภาเชตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. รูปิยปฏิคฺคาหเกน ภาโค น คเหตพฺโพ. อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ วา อารามิกานํ วา ปตฺตภาคมฺปิ ลภิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ, อนฺตมโส มกฺกฏาทีหิ ตโต หริตฺวา อรญฺเญ ฐปิตํ วา เตสํ หตฺถโต คฬิตํ วา ติรจฺฉานคตปริคฺคหิตมฺปิ ปํสุกูลมฺปิ น วฏฺฏติเยว, ตโต อาหเฏน ผาณิเตน เสนาสนธูปนมฺปิ น วฏฺฏติ. สปฺปินา วา เตเลน วา ปทีปํ กตฺวา ทีปาโลเก นิปชฺชิตุํ กสิณปริกมฺมมฺปิ กาตุํ, โปตฺถกมฺปิ วาเจตุํ น วฏฺฏติ. เตลมธุผาณิเตหิ ปน สรีเร วณํ มกฺเขตุํ น วฏฺฏติเยว. เตน วตฺถุนา มญฺจปีฐาทีนิ วา คณฺหนฺติ, อุโปสถาคารํ วา โภชนสาลํ วา กโรนฺติ, ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. ฉายาปิ เคหปริจฺเฉเทน ฐิตา น วฏฺฏติ, ปริจฺเฉทาติกฺกนฺตา อาคนฺตุกตฺตา วฏฺฏติ. ตํ วตฺถุํ วิสฺสชฺเชตฺวา กเตน มคฺเคนปิ เสตุนาปิ นาวายปิ อุฬุมฺเปนปิ คนฺตุํ น วฏฺฏติ, เตน วตฺถุนา ขนาปิตาย โปกฺขรณิยา อุพฺภิโททกํ ปาตุํ วา ปริภุญฺชิตุํ วา น วฏฺฏติ. อนฺโต อุทเก ปน อสติ อญฺญํ อาคนฺตุกํ อุทกํ วา วสฺโสทกํ วา ปวิฏฺฐํ วฏฺฏติ. กีตาย เยน อุทเกน สทฺธึ กีตา ตํ อาคนฺตุกมฺปิ น วฏฺฏติ, ตํ วตฺถุํ อุปนิกฺเขปํ ฐเปตฺวา สงฺโฆ ปจฺจเย ปริภุญฺชติ, เตปิ ปจฺจยา ตสฺส น วฏฺฏนฺติ. อาราโม คหิโต โหติ, โสปิ ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. ยทิ ภูมิปิ พีชมฺปิ อกปฺปิยํ เนว ภูมึ น ผลํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. สเจ ภูมึเยว กิณิตฺวา อญฺญานิ พีชานิ โรปิตานิ ผลํ วฏฺฏติ, อถ พีชานิ กิณิตฺวา กปฺปิยภูมิยํ โรปิตานิ, ผลํ น วฏฺฏติ, ภูมิยํ นิสีทิตุํ วา นิปชฺชิตุํ วา วฏฺฏติ.
สเจ โส ฉฑฺเฑตีติ ยตฺถ กตฺถจิ ขิปติ, อถาปิ น ฉฑฺเฑติ, สยํ คเหตฺวา คจฺฉติ, น วาเรตพฺโพ. โน เจ ฉฑฺเฑตีติ อถ เนว คเหตฺวา คจฺฉติ, น ฉฑฺเฑติ, กึ มยฺหํ อิมินา พฺยาปาเรนาติ เยน กามํ ปกฺกมติ, ตโต ยถาวุตฺตลกฺขโณ รูปิยฉฑฺฑโก สมฺมนฺนิตพฺโพ.
โย น ฉนฺทาคตินฺติอาทีสุ โลภวเสน ตํ วตฺถุํ อตฺตโน วา กโรนฺโต อตฺตานํ วา อุกฺกํเสนฺโต ฉนฺทาคตึ นาม คจฺฉติ. โทสวเสน ‘‘เนวายํ มาติกํ ชานาติ, น วินย’’นฺติ ปรํ อปสาเทนฺโต โทสาคตึ นาม คจฺฉติ. โมหวเสน มุฏฺฐปมุฏฺฐสฺสติภาวํ อาปชฺชนฺโต โมหาคตึ นาม คจฺฉติ. รูปิยปฏิคฺคาหกสฺส ภเยน ฉฑฺเฑตุํ อวิสหนฺโต ภยาคตึ นาม คจฺฉติ. เอวํ อกโรนฺโต น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ, น โทสาคตึ คจฺฉติ, น โมหาคตึ คจฺฉติ, น ภยาคตึ คจฺฉตีติ เวทิตพฺโพ.
๕๘๕. อนิมิตฺตํ กตฺวาติ นิมิตฺตํ อกตฺวา, อกฺขีนิ นิมฺมีเลตฺวา นทิยา วา ปปาเต วา วนคหเน วา คูถํ วิย อนเปกฺเขน ปติโตกาสํ อสมนฺนาหรนฺเตน ปาเตตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอวํ ชิคุจฺฉิตพฺเพปิ รูปิเย ภควา ปริยาเยน ภิกฺขูนํ ปริโภคํ อาจิกฺขิ. รูปิยปฏิคฺคาหกสฺส ปน เกนจิ ปริยาเยน ตโต อุปฺปนฺนปจฺจยปริโภโค น วฏฺฏติ. ยถา จายํ เอตสฺส น วฏฺฏติ, เอวํ อสนฺตสมฺภาวนาย วา กุลทูสกกมฺเมน วา กุหนาทีหิ วา อุปฺปนฺนปจฺจยา เนว ตสฺส น อญฺญสฺส วฏฺฏนฺติ, ธมฺเมน สเมน อุปฺปนฺนาปิ อปฺปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺติ.
จตฺตาโร หิ ปริโภคา – เถยฺยปริโภโค, อิณปริโภโค, ทายชฺชปริโภโค, สามิปริโภโคติ. ตตฺถ สงฺฆมชฺเฌปิ นิสีทิตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส ทุสฺสีลสฺส ปริโภโค ‘‘เถยฺยปริโภโค’’ นาม. สีลวโต อปฺปจฺจเวกฺขิตปริโภโค ‘‘อิณปริโภโค’’ นาม. ตสฺมา จีวรํ ปริโภเค ปริโภเค ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ, ปิณฺฑปาโต อาโลเป อาโลเป. ตถา อสกฺโกนฺเตน ปุเรภตฺตปจฺฉาภตฺตปุริมยามปจฺฉิมยาเมสุ. สจสฺส อปฺปจฺจเวกฺขโตว อรุโณ อุคฺคจฺฉติ, อิณปริโภคฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. เสนาสนมฺปิ ปริโภเค ปริโภเค ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ, เภสชฺชสฺส ปฏิคฺคหเณปิ ปริโภเคปิ สติปจฺจยตา วฏฺฏติ, เอวํ สนฺเตปิ ปฏิคฺคหเณ สตึ กตฺวา ปริโภเค อกโรนฺตสฺเสว อาปตฺติ, ปฏิคฺคหเณ ปน สตึ อกตฺวา ปริโภเค กโรนฺตสฺส อนาปตฺติ.
จตุพฺพิธา หิ สุทฺธิ – เทสนาสุทฺธิ, สํวรสุทฺธิ, ปริเยฏฺฐิสุทฺธิ, ปจฺจเวกฺขณสุทฺธีติ. ตตฺถ เทสนาสุทฺธิ นาม ปาติโมกฺขสํวรสีลํ, ตญฺหิ เทสนาย สุชฺฌนโต ‘‘เทสนาสุทฺธี’’ติ วุจฺจติ. สํวรสุทฺธิ นาม อินฺทฺริยสํวรสีลํ, ตญฺหิ น ปุน เอวํ กริสฺสามีติ จิตฺตาธิฏฺฐานสํวเรเนว สุชฺฌนโต ‘‘สํวรสุทฺธี’’ติ วุจฺจติ. ปริเยฏฺฐิสุทฺธิ นาม อาชีวปาริสุทฺธิสีลํ, ตญฺหิ อเนสนํ ปหาย ธมฺเมน สเมน ปจฺจเย อุปฺปาเทนฺตสฺส ปริเยสนาย สุทฺธตฺตา ‘‘ปริเยฏฺฐิสุทฺธี’’ติ วุจฺจติ. ปจฺจเวกฺขณสุทฺธิ นาม ปจฺจยปริโภคสนฺนิสฺสิตสีลํ, ตญฺหิ ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) นเยน วุตฺเตน ปจฺจเวกฺขเณน สุชฺฌนโต ‘‘ปจฺจเวกฺขณสุทฺธี’’ติ วุจฺจติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปฏิคฺคหเณ ปน สตึ อกตฺวา ปริโภเค กโรนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ.
สตฺตนฺนํ เสกฺขานํ ปจฺจยปริโภโค ทายชฺชปริโภโค นาม, เต หิ ภควโต ปุตฺตา, ตสฺมา ปิตุสนฺตกานํ ปจฺจยานํ ทายาทา หุตฺวา เต ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺติ. กึ ปน เต ภควโต ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺติ, คิหีนํ ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตีติ? คิหีหิ ทินฺนาปิ ภควตา อนุญฺญาตตฺตา ภควโต สนฺตกา โหนฺติ, ตสฺมา เต ภควโต ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตีติ (ม. นิ. ๑.๒๙) เวทิตพฺพํ, ธมฺมทายาทสุตฺตญฺเจตฺถ สาธกํ.
ขีณาสวานํ ปริโภโค สามิปริโภโค นาม, เต หิ ตณฺหาย ทาสพฺยํ อตีตตฺตา สามิโน หุตฺวา ปริภุญฺชนฺตีติ. อิเมสุ ปริโภเคสุ สามิปริโภโค จ ทายชฺชปริโภโค จ สพฺเพสมฺปิ วฏฺฏติ. อิณปริโภโค น วฏฺฏติ, เถยฺยปริโภเค กถาเยว นตฺถิ.
อปเรปิ จตฺตาโร ปริโภคา – ลชฺชิปริโภโค, อลชฺชิปริโภโค, ธมฺมิยปริโภโค, อธมฺมิยปริโภโคติ.
ตตฺถ อลชฺชิโน ลชฺชินา สทฺธึ ปริโภโค วฏฺฏติ, อาปตฺติยา น กาเรตพฺโพ. ลชฺชิโน อลชฺชินา สทฺธึ ยาว น ชานาติ, ตาว วฏฺฏติ. อาทิโต ปฏฺฐาย หิ อลชฺชี นาม นตฺถิ, ตสฺมา ยทาสฺส อลชฺชีภาวํ ชานาติ ตทา วตฺตพฺโพ ‘‘ตุเมฺห กายทฺวาเร จ วจีทฺวาเร จ วีติกฺกมํ กโรถ, ตํ อปฺปติรูปํ มา เอวมกตฺถา’’ติ. สเจ อนาทิยิตฺวา กโรติเยว, ยทิ เตน สทฺธึ ปริโภคํ กโรติ, โสปิ อลชฺชีเยว โหติ. โยปิ อตฺตโน ภารภูเตน อลชฺชินา สทฺธึ ปริโภคํ กโรติ, โสปิ นิวาเรตพฺโพ. สเจ น โอรมติ, อยมฺปิ อลชฺชีเยว โหติ. เอวํ เอโก อลชฺชี อลชฺชีสตมฺปิ กโรติ. อลชฺชิโน ปน อลชฺชินาว สทฺธึ ปริโภเค อาปตฺติ นาม นตฺถิ. ลชฺชิโน ลชฺชินา สทฺธึ ปริโภโค ทฺวินฺนํ ขตฺติยกุมารานํ สุวณฺณปาติยํ โภชนสทิโสติ.
ธมฺมิยาธมฺมิยปริโภโค ปจฺจยวเสน เวทิตพฺโพ. ตตฺถ สเจ ปุคฺคโลปิ อลชฺชี ปิณฺฑปาโตปิ อธมฺมิโย, อุโภ เชคุจฺฉา. ปุคฺคโล อลชฺชี ปิณฺฑปาโต ธมฺมิโย, ปุคฺคลํ ชิคุจฺฉิตฺวา ปิณฺฑปาโต น คเหตพฺโพ. มหาปจฺจริยํ ปน ทุสฺสีโล สงฺฆโต อุทฺเทสภตฺตาทีนิ ลภิตฺวา สงฺฆสฺเสว เทติ, เอตานิ ยถาทานเมว คตตฺตา วฏฺฏนฺตีติ วุตฺตํ. ปุคฺคโล ลชฺชี ปิณฺฑปาโต อธมฺมิโย, ปิณฺฑปาโต เชคุจฺโฉ น คเหตพฺโพ. ปุคฺคโล ลชฺชี, ปิณฺฑปาโตปิ ธมฺมิโย, วฏฺฏติ.
อปเร เทฺว ปคฺคหา; เทฺว จ ปริโภคา – ลชฺชิปคฺคโห, อลชฺชิปคฺคโห; ธมฺมปริโภโค อามิสปริโภโคติ.
ตตฺถ อลชฺชิโน ลชฺชึ ปคฺคเหตุํ วฏฺฏติ, น โส อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ. สเจ ปน ลชฺชี อลชฺชึ ปคฺคณฺหาติ, อนุโมทนาย อชฺเฌสติ, ธมฺมกถาย อชฺเฌสติ, กุเลสุ อุปตฺถมฺเภติ. อิตโรปิ ‘‘อมฺหากํ อาจริโย อีทิโส จ อีทิโส จา’’ติ ตสฺส ปริสติ วณฺณํ ภาสติ, อยํ สาสนํ โอสกฺกาเปติ อนฺตรธาเปตีติ เวทิตพฺโพ.
ธมฺมปริโภค-อามิสปริโภเคสุ ปน ยตฺถ อามิสปริโภโค วฏฺฏติ, ตตฺถ ธมฺมปริโภโคปิ วฏฺฏติ. โย ปน โกฏิยํ ฐิโต คนฺโถ ตสฺส ปุคฺคลสฺส อจฺจเยน นสฺสิสฺสติ, ตํ ธมฺมานุคฺคเหน อุคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ.
ตตฺริทํ วตฺถุ – มหาภเย กิร เอกสฺเสว ภิกฺขุโน มหานิทฺเทโส ปคุโณ อโหสิ. อถ จตุนิกายิกติสฺสตฺเถรสฺส อุปชฺฌาโย มหาติปิฏกตฺเถโร นาม มหารกฺขิตตฺเถรํ อาห – ‘‘อาวุโส มหารกฺขิต, เอตสฺส สนฺติเก มหานิทฺเทสํ คณฺหาหี’’ติ. ‘‘ปาโป กิรายํ, ภนฺเต, น คณฺหามี’’ติ. ‘‘คณฺหาวุโส, อหํ เต สนฺติเก นิสีทิสฺสามี’’ติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต, ตุเมฺหสุ นิสินฺเนสุ คณฺหิสฺสามี’’ติ ปฏฺฐเปตฺวา รตฺตินฺทิวํ นิรนฺตรํ ปริยาปุณนฺโต โอสานทิวเส เหฏฺฐามญฺเจ อิตฺถึ ทิสฺวา ‘‘ภนฺเต, สุตํเยว เม ปุพฺเพ, สจาหํ เอวํ ชาเนยฺยํ, น อีทิสสฺส สนฺติเก ธมฺมํ ปริยาปุเณยฺย’’นฺติ อาห. ตสฺส ปน สนฺติเก พหู มหาเถรา อุคฺคณฺหิตฺวา มหานิทฺเทสํ ปติฏฺฐาเปสุํ.
๕๘๖. รูปิเย รูปิยสญฺญีติ เอตฺถ สพฺพมฺปิ ชาตรูปรชตํ รูปิยสงฺคหเมว คตนฺติ เวทิตพฺพํ.
รูปิเย เวมติโกติ ‘‘สุวณฺณํ นุ โข, ขรปตฺตํ นุ โข’’ติอาทินา นเยน สํสยชาโต.
รูปิเย อรูปิยสญฺญีติ สุวณฺณาทีสุ ขรปตฺตาทิสญฺญี. อปิจ ปุญฺญกามา ราโชโรธาทโย ภตฺตขชฺชกคนฺธปิณฺฑาทีสุ ปกฺขิปิตฺวา หิรญฺญสุวณฺณํ เทนฺติ, โจฬภิกฺขาย จรนฺตานํ ทสฺสนฺเต พทฺธกหาปณาทีหิเยว สทฺธึ โจฬกานิ เทนฺติ, ภิกฺขู ภตฺตาทิสญฺญาย วา โจฬกสญฺญาย วา ปฏิคฺคณฺหนฺติ, เอวมฺปิ รูปิเย อรูปิยสญฺญี รูปิยํ คณฺหาตีติ เวทิตพฺโพ. ปฏิคฺคณฺหนฺเตน ปน ‘‘อิมสฺมึ เคเห อิทํ ลทฺธ’’นฺติ สลฺลกฺเขตพฺพํ. เยน หิ อสฺสติยา ทินฺนํ โหติ, โส สตึ ปฏิลภิตฺวา ปุน อาคจฺฉติ, อถสฺส วตฺตพฺพํ – ‘‘ตว โจฬกํ ปสฺสาหี’’ติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีสุ ฉสมุฏฺฐานํ, สิยา กิริยํ คหเณน อาปชฺชนโต, สิยา อกิริยํ ปฏิกฺเขปสฺส อกรณโต รูปิยอญฺญวาทกอุปสฺสุติสิกฺขาปทานิ หิ ตีณิ เอกปริจฺเฉทานิ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
รูปิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๘๗. เตน สมเยนาติ รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทํ. ตตฺถ นานปฺปการกนฺติ กตากตาทิวเสน อเนกวิธํ. รูปิยสํโวหารนฺติ ชาตรูปรชตปริวตฺตนํ. สมาปชฺชนฺตีติ ปฏิคฺคหณสฺเสว ปฏิกฺขิตตฺตา ปฏิคฺคหิตปริวตฺตเน โทสํ อปสฺสนฺตา กโรนฺติ.
๕๘๙. สีสูปคนฺติอาทีสุ สีสํ อุปคจฺฉตีติ สีสูปคํ, โปตฺถเกสุ ปน ‘‘สีสูปก’’นฺติ ลิขิตํ, ยสฺส กสฺสจิ สีสาลงฺการสฺเสตํ อธิวจนํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. กเตน กตนฺติอาทีสุ สุทฺโธ รูปิยสํโวหาโรเยว.
รูปิเย รูปิยสญฺญีติอาทิมฺหิ ปุริมสิกฺขาปเท วุตฺตวตฺถูสุ นิสฺสคฺคิยวตฺถุนา นิสฺสคฺคิยวตฺถุํ เจตาเปนฺตสฺส มูลคฺคหเณ ปุริมสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ, อปราปรปริวตฺตเน อิมินา นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยเมว. นิสฺสคฺคิยวตฺถุนา ทุกฺกฏวตฺถุํ วา กปฺปิยวตฺถุํ วา เจตาเปนฺตสฺสปิ เอเสว นโย. โย หิ อยํ อรูปิเย รูปิยสญฺญี รูปิยํ เจตาเปตีติอาทิ ทุติโย ติโก วุตฺโต, ตสฺสานุโลมตฺตา อวุตฺโตปิ อยมปโรปิ รูปิเย รูปิยสญฺญี อรูปิยํ เจตาเปตีติอาทิ ติโก เวทิตพฺโพ. อตฺตโน วา หิ อรูปิเยน ปรสฺส รูปิยํ เจตาเปยฺย อตฺตโน วา รูปิเยน ปรสฺส อรูปิยํ, อุภยถาปิ รูปิยสํโวหาโร กโตเยว โหติ, ตสฺมา ปาฬิยํ เอกนฺเตน รูปิยปกฺเข เอโกเยว ติโก วุตฺโตติ.
ทุกฺกฏวตฺถุนา ปน นิสฺสคฺคิยวตฺถุํ เจตาเปนฺตสฺส มูลคฺคหเณ ปุริมสิกฺขาปเทน ทุกฺกฏํ, ปจฺฉา ปริวตฺตเน อิมินา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ, ครุกสฺส เจตาปิตตฺตา. ทุกฺกฏวตฺถุนา ทุกฺกฏวตฺถุเมว, กปฺปิยวตฺถุํ วา เจตาเปนฺตสฺส มูลคฺคหเณ ปุริมสิกฺขาปเทน ทุกฺกฏํ, ปจฺฉา ปริวตฺตเนปิ อิมินา ทุกฺกฏเมว. กสฺมา? อกปฺปิยวตฺถุนา เจตาปิตตฺตา. อนฺธกฏฺฐกถายํ ปน ‘‘สเจ กยวิกฺกยํ สมาปชฺเชยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ ภาสิตํ, ตํ ทุพฺภาสิตํ. กสฺมา? น หิ ทานคฺคหณโต อญฺโญ กยวิกฺกโย นาม อตฺถิ, กยวิกฺกยสิกฺขาปทญฺจ กปฺปิยวตฺถุนา กปฺปิยวตฺถุปริวตฺตนเมว สนฺธาย วุตฺตํ, ตญฺจ โข อญฺญตฺร สหธมฺมิเกหิ. อิทํ สิกฺขาปทํ รูปิเยน จ รูปิยารูปิยเจตาปนํ อรูปิเยน จ รูปิยเจตาปนํ. ทุกฺกฏวตฺถุนา ปน ทุกฺกฏวตฺถุโน เจตาปนํ เนว อิธ น ตตฺถ ปาฬิยํ วุตฺตํ, น เจตฺถ อนาปตฺติ ภวิตุํ อรหติ. ตสฺมา ยเถว ทุกฺกฏวตฺถุโน ปฏิคฺคหเณ ทุกฺกฏํ, ตเถว ตสฺส วา เตน วา เจตาปเนปิ ทุกฺกฏํ ยุตฺตนฺติ ภควโต อธิปฺปายญฺญูหิ วุตฺตํ.
กปฺปิยวตฺถุนา ปน นิสฺสคฺคิยวตฺถุํ เจตาเปนฺตสฺส มูลคฺคหเณ ปุริมสิกฺขาปเทน อนาปตฺติ, ปจฺฉา ปริวตฺตเน อิมินา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อรูปิเย อรูปิยสญฺญี รูปิยํ เจตาเปติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ. เตเนว กปฺปิยวตฺถุนา ทุกฺกฏวตฺถุํ เจตาเปนฺตสฺส มูลปฏิคฺคหเณ ตเถว อนาปตฺติ, ปจฺฉา ปริวตฺตเน อิมินา ทุกฺกฏํ. กสฺมา? อกปฺปิยสฺส เจตาปิตตฺตา. กปฺปิยวตฺถุนา ปน กปฺปิยวตฺถุํ อญฺญตฺร สหธมฺมิเกหิ เจตาเปนฺตสฺส มูลคฺคหเณ ปุริมสิกฺขาปเทน อนาปตฺติ, ปจฺฉา ปริวตฺตเน อุปริ กยวิกฺกยสิกฺขาปเทน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. กยวิกฺกยํ โมเจตฺวา คณฺหนฺตสฺส อุปริสิกฺขาปเทนปิ อนาปตฺติ, วฑฺฒึ ปโยเชนฺตสฺส ทุกฺกฏํ.
อิมสฺส จ รูปิยสํโวหารสฺส ครุกภาวทีปกํ อิทํ ปตฺตจตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. โย หิ รูปิยํ อุคฺคณฺหิตฺวา เตน อยพีชํ สมุฏฺฐาเปติ, ตํ โกฏฺฏาเปตฺวา เตน โลเหน ปตฺตํ กาเรติ, อยํ ปตฺโต มหาอกปฺปิโย นาม, น สกฺกา เกนจิ อุปาเยน กปฺปิโย กาตุํ. สเจ หิ ตํ วินาเสตฺวา ถาลกํ กาเรติ, ตมฺปิ อกปฺปิยํ. วาสึ กาเรติ, ตาย ฉินฺนํ ทนฺตกฏฺฐมฺปิ อกปฺปิยํ. พฬิสํ กาโรติ, เตน มาริตา มจฺฉาปิ อกปฺปิยา. วาสิผลํ ตาเปตฺวา อุทกํ วา ขีรํ วา อุณฺหาเปติ, ตมฺปิ อกปฺปิยเมว.
โย ปน รูปิยํ อุคฺคณฺหิตฺวา เตน ปตฺตํ กิณาติ, อยมฺปิ ปตฺโต อกปฺปิโย. ‘‘ปญฺจนฺนมฺปิ สหธมฺมิกานํ น กปฺปตี’’ติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. สกฺกา ปน กปฺปิโย กาตุํ, โส หิ มูเล มูลสามิกานํ ปตฺเต จ ปตฺตสามิกานํ ทินฺเน กปฺปิโย โหติ. กปฺปิยภณฺฑํ ทตฺวา คเหตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.
โยปิ รูปิยํ อุคฺคณฺหาเปตฺวา กปฺปิยการเกน สทฺธึ กมฺมารกุลํ คนฺตฺวา ปตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ รุจฺจตี’’ติ วทติ. กปฺปิยการโก จ ตํ รูปิยํ ทตฺวา กมฺมารํ สญฺญาเปติ, อยมฺปิ ปตฺโต กปฺปิยโวหาเรน คหิโตปิ ทุติยปตฺตสทิโสเยว, มูลสฺส สมฺปฏิจฺฉิตตฺตา อกปฺปิโย. กสฺมา เสสานํ น กปฺปตีติ? มูลสฺส อนิสฺสฏฺฐตฺตา.
โย ปน รูปิยํ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘เถรสฺส ปตฺตํ กิณิตฺวา เทหี’’ติ ปหิตกปฺปิยการเกน สทฺธึ กมฺมารกุลํ คนฺตฺวา ปตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อิเม กหาปเณ คเหตฺวา อิมํ เทหี’’ติ กหาปเณ ทาเปตฺวา คหิโต, อยํ ปตฺโต เอตสฺเสว ภิกฺขุโน น วฏฺฏติ ทุพฺพิจาริตตฺตา, อญฺเญสํ ปน วฏฺฏติ, มูลสฺส อสมฺปฏิจฺฉิตตฺตา.
มหาสุมตฺเถรสฺส กิร อุปชฺฌาโย อนุรุทฺธตฺเถโร นาม อโหสิ. โส อตฺตโน เอวรูปํ ปตฺตํ สปฺปิสฺส ปูเรตฺวา สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชิ. ติปิฏกจูฬนาคตฺเถรสฺสปิ สทฺธิวิหาริกานํ เอวรูโป ปตฺโต อโหสิ. ตํ เถโรปิ สปฺปิสฺส ปูราเปตฺวา สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชาเปสีติ. อิทํ อกปฺปิยปตฺตจตุกฺกํ.
สเจ ปน รูปิยํ อสมฺปฏิจฺฉิตฺวา ‘‘เถรสฺส ปตฺตํ กิณิตฺวา เทหี’’ติ ปหิตกปฺปิยการเกน สทฺธึ กมฺมารกุลํ คนฺตฺวา ปตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ รุจฺจตี’’ติ วา ‘‘อิมาหํ คเหสฺสามี’’ติ วา วทติ, กปฺปิยการโก จ ตํ รูปิยํ ทตฺวา กมฺมารํ สญฺญาเปติ, อยํ ปตฺโต สพฺพกปฺปิโย พุทฺธานมฺปิ ปริโภคารโหติ.
๕๙๑. อรูปิเย รูปิยสญฺญีติ ขรปตฺตาทีสุ สุวณฺณาทิสญฺญี. อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ สเจ เตน อรูปิยํ เจตาเปติ ทุกฺกฏาปตฺติ โหติ. เอส นโย เวมติเก. อรูปิยสญฺญิสฺส ปน ปญฺจหิ สหธมฺมิเกหิ สทฺธิ ‘‘อิทํ คเหตฺวา อิทํ เทถา’’ติ กยวิกฺกยํ กโรนฺตสฺสาปิ อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. กยวิกฺกยสิกฺขาปทวณฺณนา
๕๙๓. เตน สมเยนาติ กยวิกฺกยสิกฺขาปทํ. ตตฺถ กติ หิปิ ตฺยายนฺติ กติ เต อยํ, หิกาโร ปเนตฺถ ปทปูรโณ, ปิกาโร ครหายํ, อยํ ทุพฺพลสงฺฆาฏิ ตว กติ ทิวสานิ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. อถ วา กติหมฺปิ ตฺยายนฺติปิ ปาโฐ. ตตฺถ กติหนฺติ กติ อหานิ, กติ ทิวสานีติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ วุตฺตนยเมว. กติหิปิ มฺยายนฺติ อิทมฺปิ เอเตเนว นเยน เวทิตพฺพํ. คิหีปิ นํ คิหิสฺสาติ เอตฺถ นนฺติ นามตฺเถ นิปาโต, คิหี นาม คิหิสฺสาติ วุตฺตํ โหติ.
๕๙๔. นานปฺปการกนฺติ จีวราทีนํ กปฺปิยภณฺฑานํ วเสน อเนกวิธํ. เตเนวสฺส ปทภาชเน จีวรํ อาทึ กตฺวา ทสิกสุตฺตปริโยสานํ กปฺปิยภณฺฑเมว ทสฺสิตํ. อกปฺปิยภณฺฑปริวตฺตนญฺหิ กยวิกฺกยสงฺคหํ น คจฺฉติ. กยวิกฺกยนฺติ กยญฺเจว วิกฺกยญฺจ. ‘‘อิมินา อิมํ เทหี’’ติอาทินา หิ นเยน ปรสฺส กปฺปิยภณฺฑํ คณฺหนฺโต กยํ สมาปชฺชติ, อตฺตโน กปฺปิยภณฺฑํ เทนฺโต วิกฺกยํ.
๕๙๕. อชฺฌาจรตีติ อภิภวิตฺวา จรติ, วีติกฺกมวาจํ ภาสตีติ อตฺโถ. ยโต กยิตญฺจ โหติ วิกฺกยิตญฺจาติ ยทา กยิตญฺจ โหติ ปรภณฺฑํ อตฺตโน หตฺถคตํ กโรนฺเตน, วิกฺกีตญฺจ อตฺตโน ภณฺฑํ ปรหตฺถคตํ กโรนฺเตน. ‘‘อิมินา อิม’’นฺติอาทิวจนานุรูปโต ปน ปาเฐ ปฐมํ อตฺตโน ภณฺฑํ ทสฺสิตํ.
นิสฺสชฺชิตพฺพนฺติ เอวํ ปรสฺส หตฺถโต กยวเสน คหิตกปฺปิยภณฺฑํ นิสฺสชฺชิตพฺพํ. อยญฺหิ กยวิกฺกโย ฐเปตฺวา ปญฺจ สหธมฺมิเก อวเสเสหิ คิหิปพฺพชิเตหิ อนฺตมโส มาตาปิตูหิปิ สทฺธึ น วฏฺฏติ.
ตตฺรายํ วินิจฺฉโย – วตฺเถน วา วตฺถํ โหตุ ภตฺเตน วา ภตฺตํ, ยํ กิญฺจิ กปฺปิยํ ‘‘อิมินา อิมํ เทหี’’ติ วทติ, ทุกฺกฏํ. เอวํ วตฺวา มาตุยาปิ อตฺตโน ภณฺฑํ เทติ, ทุกฺกฏํ. ‘‘อิมินา อิมํ เทหี’’ติ วุตฺโต วา ‘‘อิมํ เทหิ, อิมํ เต ทสฺสามี’’ติ วตฺวา วา มาตุยาปิ ภณฺฑํ อตฺตนา คณฺหาติ, ทุกฺกฏํ. อตฺตโน ภณฺเฑ ปรหตฺถํ ปรภณฺเฑ จ อตฺตโน หตฺถํ สมฺปตฺเต นิสฺสคฺคิยํ. มาตรํ ปน ปิตรํ วา ‘‘อิมํ เทหี’’ติ วทโต วิญฺญตฺติ น โหติ. ‘‘อิมํ คณฺหาหี’’ติ วทโต สทฺธาเทยฺยวินิปาตนํ น โหติ. อญฺญาตกํ ‘‘อิมํ เทหี’’ติ วทโต วิญฺญตฺติ โหติ. ‘‘อิมํ คณฺหาหี’’ติ วทโต สทฺธาเทยฺยวินิปาตนํ โหติ. ‘‘อิมินา อิมํ เทหี’’ติ กยวิกฺกยํ อาปชฺชโต นิสฺสคฺคิยํ. ตสฺมา กปฺปิยภณฺฑํ ปริวตฺเตนฺเตน มาตาปิตูหิปิ สทฺธึ กยวิกฺกยํ อญฺญาตเกหิ สทฺธึ ติสฺโส อาปตฺติโย โมเจนฺเตน ปริวตฺเตตพฺพํ.
ตตฺรายํ ปริวตฺตนวิธิ – ภิกฺขุสฺส ปาเถยฺยตณฺฑุลา โหนฺติ, โส อนฺตรามคฺเค ภตฺตหตฺถํ ปุริสํ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ ตณฺฑุลา อตฺถิ, น จ โน อิเมหิ อตฺโถ, ภตฺเตน ปน อตฺโถ’’ติ วทติ. ปุริโส ตณฺฑุเล คเหตฺวา ภตฺตํ เทติ, วฏฺฏติ. ติสฺโสปิ อาปตฺติโย น โหนฺติ. อนฺตมโส นิมิตฺตกมฺมมตฺตมฺปิ น โหติ. กสฺมา? มูลสฺส อตฺถิตาย. ปรโต จ วุตฺตเมว ‘‘อิทํ อมฺหากํ อตฺถิ, อมฺหากญฺจ อิมินา จ อิมินา จ อตฺโถติ ภณตี’’ติ. โย ปน เอวํ อกตฺวา ‘‘อิมินา อิมํ เทหี’’ติ ปริวตฺเตติ; ยถาวตฺถุกเมว. วิฆาสาทํ ทิสฺวา ‘‘อิมํ โอทนํ ภุญฺชิตฺวา, รชนํ วา ทารูนิ วา อาหรา’’ติ วทติ, รชนฉลฺลิคณนาย ทารุคณนาย จ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ. ‘‘อิมํ โอทนํ ภุญฺชิตฺวา อิทํ นาม กโรถา’’ติ ทนฺตการาทีหิ สิปฺปิเกหิ ธมกรณาทีสุ ตํ ตํ ปริกฺขารํ กาเรติ, รชเกหิ วา วตฺถํ โธวาเปติ; ยถาวตฺถุกเมว. นฺหาปิเตน เกเส ฉินฺทาเปติ, กมฺมกาเรหิ นวกมฺมํ กาเรติ; ยถาวตฺถุกเมว. สเจ ปน ‘‘อิทํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา อิทํ กโรถา’’ติ น วทติ ‘‘อิทํ ภตฺตํ ภุญฺช ภุตฺโตสิ ภุญฺชิสฺสสิ, อิทํ นาม กโรหี’’ติ วทติ, วฏฺฏติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ วตฺถโธวเน วา เกสจฺเฉทเน วา ภูมิโสธนาทินวกมฺเม วา ปรภณฺฑํ อตฺตโน หตฺถคตํ นิสฺสชฺชิตพฺพํ นาม นตฺถิ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน ทฬฺหํ กตฺวา วุตฺตตฺตา น สกฺกา เอตํ ปฏิกฺขิปิตุํ, ตสฺมา ยถา นิสฺสคฺคิยวตฺถุมฺหิ ปริภุตฺเต วา นฏฺเฐ วา ปาจิตฺติยํ เทเสติ, เอวมิธาปิ เทเสตพฺพํ.
๕๙๖. กยวิกฺกเย กยวิกฺกยสญฺญีติอาทิมฺหิ โย กยวิกฺกยํ สมาปชฺชติ, โส ตสฺมึ กยวิกฺกยสญฺญี วา ภวตุ เวมติโก วา, น กยวิกฺกยสญฺญี วา นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยเมว. จูฬตฺติเก ทฺวีสุ ปเทสุ ทุกฺกฏเมวาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
๕๙๗. อคฺฆํ ปุจฺฉตีติ ‘‘อยํ ตว ปตฺโต กึ อคฺฆตี’’ติ ปุจฺฉติ. ‘‘อิทํ นามา’’ติ วุตฺเต ปน สเจ ตสฺส กปฺปิยภณฺฑํ มหคฺฆํ โหติ, เอวญฺจ นํ ปฏิวทติ ‘‘อุปาสก, มม อิทํ วตฺถุ มหคฺฆํ, ตว ปตฺตํ อญฺญสฺส เทหี’’ติ. ตํ สุตฺวา อิตโร ‘‘อญฺญํ ถาลกมฺปิ ทสฺสามี’’ติ วทติ คณฺหิตุํ วฏฺฏติ, ‘‘อิทํ อมฺหากํ อตฺถี’’ติ วุตฺตลกฺขเณ ปตติ. สเจ โส ปตฺโต มหคฺโฆ, ภิกฺขุโน วตฺถุ อปฺปคฺฆํ, ปตฺตสามิโก จสฺส อปฺปคฺฆภาวํ น ชานาติ, ปตฺโต น คเหตพฺโพ, ‘‘มม วตฺถุ อปฺปคฺฆ’’นฺติ อาจิกฺขิตพฺพํ. มหคฺฆภาวํ ญตฺวา วญฺเจตฺวา คณฺหนฺโต หิ คหิตภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา กาเรตพฺพตํ อาปชฺชติ. สเจ ปตฺตสามิโก ‘‘โหตุ, ภนฺเต, เสสํ มม ปุญฺญํ ภวิสฺสตี’’ติ เทติ, วฏฺฏติ.
กปฺปิยการกสฺส อาจิกฺขตีติ ยสฺส หตฺถโต ภณฺฑํ คณฺหาติ, ตํ ฐเปตฺวา อญฺญํ อนฺตมโส ตสฺส ปุตฺตภาติกมฺปิ กปฺปิยการกํ กตฺวา ‘‘อิมินา อิมํ นาม คเหตฺวา เทหี’’ติ อาจิกฺขติ. โส เจ เฉโก โหติ, ปุนปฺปุนํ อปเนตฺวา วิวทิตฺวา คณฺหาติ, ตุณฺหีภูเตน ฐาตพฺพํ. โน เจ เฉโก โหติ, น ชานาติ คเหตุํ, วาณิชโก ตํ วญฺเจติ, ‘‘มา คณฺหา’’ติ วตฺตพฺโพ.
อิทํ อมฺหากนฺติอาทิมฺหิ ‘‘อิทํ ปฏิคฺคหิตํ เตลํ วา สปฺปิ วา อมฺหากํ อตฺถิ, อมฺหากญฺจ อญฺเญน อปฺปฏิคฺคหิตเกน อตฺโถ’’ติ ภณติ. สเจ โส ตํ คเหตฺวา อญฺญํ เทติ, ปฐมํ อตฺตโน เตลํ น มินาเปตพฺพํ. กสฺมา? นาฬิยญฺหิ อวสิฏฺฐเตลํ โหติ, ตํ ปจฺฉา มินนฺตสฺส อปฺปฏิคฺคหิตกํ ทูเสยฺยาติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ฉสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมวจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
กยวิกฺกยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิฏฺฐิโต โกสิยวคฺโค ทุติโย.