๖. ฉฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๑๕. ฉฏฺเฐ – ภตฺตวิสฺสคฺคนฺติ ภตฺตกิจฺจํ. ปานีเยน จ วิธูปเนน จ อุปติฏฺฐิตฺวาติ เอเกน หตฺเถน ปานียถาลกํ เอเกน พีชนึ คเหตฺวา พีชมานา สมีเป ฐตฺวาติ อตฺโถ. อจฺจาวทตีติ ปุพฺเพปิ ตุเมฺห เอวํ ภุญฺชถ, อหํ เอวํ อุปฏฺฐานํ กโรมี’’ติ ปพฺพชิตจาริตฺตํ อติกฺกมิตฺวา เคหสฺสิตกถํ กเถตีติ อตฺโถ.

๘๑๗. ยํกิญฺจิ ปานียนฺติ สุทฺธอุทกํ วา โหตุ, ตกฺกทธิมตฺถุรสขีราทีนํ วา อญฺญตรํ. ยา กาจิ พีชนีติ อนฺตมโส จีวรกณฺโณปิ. หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ อิธ ฐานปจฺจยาว ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ. ปหารปจฺจยา ปน ขนฺธเก ทุกฺกฏํ ปญฺญตฺตํ.

๘๑๙. เทติ ทาเปตีติ ปานียํ วา สูปาทึ วา อิมํ ปิวถ, อิมินา ภุญฺชถาติ เทติ; ตาลวณฺฏํ อิมินา พีชนฺตา ภุญฺชถาติ เทติ; อญฺเญน วา อุภยมฺปิ ทาเปติ, อนาปตฺติ. อนุปสมฺปนฺนํ อาณาเปตีติ อุปติฏฺฐนตฺถํ สามเณรึ อาณาเปติ, อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ.