๑. ลสุณวคฺโค

๑. ปฐมลสุณสิกฺขาปทวณฺณนา

ตึสกานนฺตรํ ธมฺมา, ฉสฏฺฐิสตสงฺคหา;

สงฺคีตา เย อยํ ทานิ, โหติ เตสมฺปิ วณฺณนา.

๗๙๓. ตตฺถ ลสุณวคฺคสฺส ตาว ปฐมสิกฺขาปเท – เทฺว ตโย ภณฺฑิเกติ เทฺว วา ตโย วา โปฏฺฏลิเก; สมฺปุณฺณมิญฺชานเมตํ อธิวจนํ. น มตฺตํ ชานิตฺวาติ ปมาณํ อชานิตฺวา เขตฺตปาลสฺส วาเรนฺตสฺส พหุํ ลสุณํ หราเปสิ.

อญฺญตรํ หํสโยนินฺติ สุวณฺณหํสโยนึ. โส ตาสํ เอเกกนฺติ โส หํโส ชาติสฺสโร อโหสิ, อถ ปุพฺพสิเนเหน อาคนฺตฺวา ตาสํ เอเกกํ ปตฺตํ เทติ, ตํ ตาปนตาลนจฺเฉทนกฺขมํ สุวณฺณเมว โหติ.

๗๙๕. มาคธกนฺติ มคเธสุ ชาตํ. มคธรฏฺเฐ ชาตลสุณเมว หิ อิธ ลสุณนฺติ อธิปฺเปตํ, ตมฺปิ ภณฺฑิกลสุณเมว, น เอกทฺวิติมิญฺชกํ. กุรุนฺทิยํ ปน ชาตเทสํ อวตฺวา ‘‘มาคธกํ นาม ภณฺฑิกลสุณ’’นฺติ วุตฺตํ. อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเรติ เอตฺถ สเจ เทฺว ตโย ภณฺฑิเก เอกโตเยว สงฺขาทิตฺวา อชฺโฌหรติ, เอกํ ปาจิตฺติยํ. ภินฺทิตฺวา เอเกกํ มิญฺชํ ขาทนฺติยา ปน ปโยคคณนาย ปาจิตฺติยานีติ.

๗๙๗. ปลณฺฑุกาทีนํ วณฺเณน วา มิญฺชาย วา นานตฺตํ เวทิตพฺพํ – วณฺเณน ตาว ปลณฺฑุโก ปณฺฑุวณฺโณ โหติ. ภญฺชนโก โลหิตวณฺโณ. หริตโก หริตปณฺณวณฺโณ. มิญฺชาย ปน ปลณฺฑุกสฺส เอกา มิญฺชา โหติ, ภญฺชนกสฺส เทฺว, หริตกสฺส ติสฺโส. จาปลสุโณ อมิญฺชโก, องฺกุรมตฺตเมว หิ ตสฺส โหติ. มหาปจฺจริยาทีสุ ปน ‘‘ปลณฺฑุกสฺส ตีณิ มิญฺชานิ, ภญฺชนกสฺส เทฺว, หริตกสฺส เอก’’นฺติ วุตฺตํ. เอเต ปลณฺฑุกาทโย สภาเวเนว วฏฺฏนฺติ. สูปสมฺปากาทีสุ ปน มาคธกมฺปิ วฏฺฏติ. ตญฺหิ ปจฺจมาเนสุ มุคฺคสูปาทีสุ วา มจฺฉมํสวิกติยา วา เตลาทีสุ วา พทรสาฬวาทีสุ วา อมฺพิลสากาทีสุ วา อุตฺตริภงฺเคสุ วา ยตฺถ กตฺถจิ อนฺตมโส ยาคุภตฺเตปิ ปกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ลสุณสิกฺขาปทํ ปฐมํ.

๒. ทุติยสิกฺขาปทวณฺณนา

๗๙๙. ทุติเย – สมฺพาเธติ ปฏิจฺฉนฺโนกาเส. ตสฺส วิภาคทสฺสนตฺถํ ปน ‘‘อุโภ อุปกจฺฉกา มุตฺตกรณ’’นฺติ วุตฺตํ. เอกมฺปิ โลมนฺติ กตฺตริยา วา สณฺฑาสเกน วา ขุเรน วา เยน เกนจิ เอกปโยเคน วา นานาปโยเคน วา เอกํ วา พหูนิ วา สํหราเปนฺติยา ปโยคคณนาย ปาจิตฺติยานิ, น โลมคณนาย.

๘๐๑. อาพาธปจฺจยาติ กณฺฑุกจฺฉุอาทิอาพาธปจฺจยา สํหราเปนฺติยา อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว. จตุสมุฏฺฐานํ – กายโต กายวาจโต กายจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ทุติยสิกฺขาปทํ.

๓. ตติยสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๐๓-๔. ตติเย – ตลฆาตเกติ มุตฺตกรณตลฆาตเน. อนฺตมโส อุปฺปลปตฺเตนาปีติ เอตฺถ ปตฺตํ ตาว มหนฺตํ, เกสเรนาปิ ปหารํ เทนฺติยา อาปตฺติเยว.

๘๐๕. อาพาธปจฺจยาติ คณฺฑํ วา วณํ วา ปหริตุํ วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานเมว. ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ตติยสิกฺขาปทํ.

๔. จตุตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๐๖. จตุตฺเถ – ปุราณราโชโรธาติ ปุราเณ คิหิภาเว รญฺโญ โอโรธา. จิราจิรํ คจฺฉตีติ จิเรน จิเรน คจฺฉติ. ธาเรถาติ สกฺโกถ. กสฺสิทํ กมฺมนฺติ วุตฺเต อนาโรจิเตปิ เอตา มยิ อาสงฺกํ กริสฺสนฺตีติ มญฺญมานา เอวมาห – ‘‘มยฺหิทํ กมฺม’’นฺติ.

๘๐๗. ชตุมฏฺฐเกติ ชตุนา กเต มฏฺฐทณฺฑเก. วตฺถุวเสเนเวตํ วุตฺตํ, ยํกิญฺจิ ปน ทณฺฑกํ ปเวเสนฺติยา อาปตฺติเยว. เตนาห – ‘‘อนฺตมโส อุปฺปลปตฺตมฺปิ มุตฺตกรณํ ปเวเสตี’’ติ. เอตมฺปิ จ อติมหนฺตํ, เกสรมตฺตมฺปิ ปน ปเวเสนฺติยา อาปตฺติ เอว. เสสํ อุตฺตานเมว. สมุฏฺฐานาทีนิ ตลฆาตเก วุตฺตสทิสาเนวาติ.

จตุตฺถสิกฺขาปทํ.

๕. ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๑๐. ปญฺจเม – อติคมฺภีรํ อุทกสุทฺธิกํ อาทิยนฺตีติ อติอนฺโต ปเวเสตฺวา อุทเกน โธวนํ กุรุมานา.

๘๑๒. เกสคฺคมตฺตมฺปิ อติกฺกาเมตีติ วิตฺถารโต ตติยํ วา จตุตฺถํ วา องฺคุลํ คมฺภีรโต ทฺวินฺนํ ปพฺพานํ อุปริ เกสคฺคมตฺตมฺปิ ปเวเสนฺติยา ปาจิตฺติยนฺติ อตฺโถ. วุตฺตเญฺหตํ มหาปจฺจริยํ – ‘‘เอกิสฺสา องฺคุลิยา ตีณิ ปพฺพานิ อาทาตุํ น ลภติ, ติณฺณํ วา จตุนฺนํ วา เอเกกมฺปิ ปพฺพํ อาทาตุํ น ลภตี’’ติ. เสสํ อุตฺตานเมว. สมุฏฺฐานาทีนิปิ ตลฆาตเก วุตฺตสทิสาเนวาติ.

ปญฺจมสิกฺขาปทํ.

๖. ฉฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๑๕. ฉฏฺเฐ – ภตฺตวิสฺสคฺคนฺติ ภตฺตกิจฺจํ. ปานีเยน จ วิธูปเนน จ อุปติฏฺฐิตฺวาติ เอเกน หตฺเถน ปานียถาลกํ เอเกน พีชนึ คเหตฺวา พีชมานา สมีเป ฐตฺวาติ อตฺโถ. อจฺจาวทตีติ ปุพฺเพปิ ตุเมฺห เอวํ ภุญฺชถ, อหํ เอวํ อุปฏฺฐานํ กโรมี’’ติ ปพฺพชิตจาริตฺตํ อติกฺกมิตฺวา เคหสฺสิตกถํ กเถตีติ อตฺโถ.

๘๑๗. ยํกิญฺจิ ปานียนฺติ สุทฺธอุทกํ วา โหตุ, ตกฺกทธิมตฺถุรสขีราทีนํ วา อญฺญตรํ. ยา กาจิ พีชนีติ อนฺตมโส จีวรกณฺโณปิ. หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ อิธ ฐานปจฺจยาว ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ. ปหารปจฺจยา ปน ขนฺธเก ทุกฺกฏํ ปญฺญตฺตํ.

๘๑๙. เทติ ทาเปตีติ ปานียํ วา สูปาทึ วา อิมํ ปิวถ, อิมินา ภุญฺชถาติ เทติ; ตาลวณฺฏํ อิมินา พีชนฺตา ภุญฺชถาติ เทติ; อญฺเญน วา อุภยมฺปิ ทาเปติ, อนาปตฺติ. อนุปสมฺปนฺนํ อาณาเปตีติ อุปติฏฺฐนตฺถํ สามเณรึ อาณาเปติ, อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ.

๗. สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๒๒. สตฺตเม – ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ อิทํ ปโยคทุกฺกฏํ นาม, ตสฺมา น เกวลํ ปฏิคฺคหเณเยว โหติ, ปฏิคฺคณฺหิตฺวา ปน อรญฺญโต อาหรเณปิ สุกฺขาปเนปิ วทฺทลิทิวเส ภชฺชนตฺถาย อุทฺธนสชฺชเนปิ กปลฺลสชฺชเนปิ ทพฺพิสชฺชเนปิ ทารูนิ อาทาย อคฺคิกรเณปิ กปลฺลมฺหิ ธญฺญปกฺขิปเนปิ ทพฺพิยา สงฺฆฏฺฏเนสุปิ โกฏฺฏนตฺถํ อุทุกฺขลมุสลาทิสชฺชเนสุปิ โกฏฺฏนปปฺโผฏนโธวนาทีสุปิ ยาว มุเข ฐเปตฺวา อชฺโฌหรณตฺถํ ทนฺเตหิ สงฺขาทติ, ตาว สพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏานิ, อชฺโฌหรณกาเล ปน อชฺโฌหรณคณนาย ปาจิตฺติยานิ. เอตฺถ จ วิญฺญตฺติ เจว โภชนญฺจ ปมาณํ. ตสฺมา สยํ วิญฺญาเปตฺวา อญฺญาย ภชฺชนโกฏฺฏนปจนานิ การาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยาปิ อาปตฺติ. อญฺญาย วิญฺญาเปตฺวา สยํ ภชฺชนาทีนิ กตฺวา ภุญฺชนฺติยาปิ อาปตฺติ. มหาปจฺจริยํ ปน วุตฺตํ – ‘‘อิทํ อามกธญฺญํ นาม มาตรมฺปิ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา ปาจิตฺติยเมว, อวิญฺญตฺติยา ลทฺธํ สยํ ภชฺชนาทีนิ กตฺวา วา การาเปตฺวา วา ภุญฺชนฺติยา ทุกฺกฏํ. อญฺญาย วิญฺญตฺติยา ลทฺธํ สยํ วา ภชฺชนาทีนิ กตฺวา ตาย วา การาเปตฺวา อญฺญาย วา การาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยาปิ ทุกฺกฏเมวา’’ติ. ปุนปิ วุตฺตํ ‘‘อญฺญาย วิญฺญตฺติยา ลทฺธํ, สยํ ภชฺชนาทีนิ กตฺวา ภุญฺชนฺติยา ปาจิตฺติยเมว. ภชฺชนาทีนิ การาเปตฺวา ภุญฺชนฺติยา ปน ทุกฺกฏ’’นฺติ. ตํ ปุพฺพาปรวิรุทฺธํ โหติ, น หิ ภชฺชนาทีนํ กรเณ วา การาปเน วา วิเสโส อตฺถิ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อญฺญาย วิญฺญตฺตํ ภุญฺชนฺติยา ทุกฺกฏ’’นฺติ อวิเสเสน วุตฺตํ.

๘๒๓. อาพาธปจฺจยาติ เสทกมฺมาทีนํ อตฺถาย ธญฺญวิญฺญตฺติยา อนาปตฺติ. ‘‘อวิญฺญตฺติยา ลพฺภมานํ ปน นวกมฺมตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏตี’’ติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. อปรณฺณํ วิญฺญาเปตีติ ฐเปตฺวา สตฺต ธญฺญานิ มุคฺคมาสาทึ วา ลาพุกุมฺภณฺฑาทึ วา อญฺญํ ยํกิญฺจิ ญาตกปวาริตฏฺฐาเน วิญฺญาเปนฺติยา อนาปตฺติ. อามกธญฺญํ ปน ญาตกปวาริตฏฺฐาเน น วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

จตุสมุฏฺฐานํ – กายโต กายวาจโต กายจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

สตฺตมสิกฺขาปทํ.

๘. อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๒๔. อฏฺฐเม – นิพฺพิฏฺโฐ ราชภโฏ รญฺโญ ภติ เกณิ เอเตนาติ นิพฺพิฏฺฐราชภโฏ, เอกํ ฐานนฺตรํ เกณิยา คเหตฺวา ตโต ลทฺธอุทโยติ อตฺโถ. ตญฺเญว ภฏปถํ ยาจิสฺสามีติ รญฺโญ เกณึ ทตฺวา ปุน ตํเยว ฐานนฺตรํ ยาจิสฺสามีติ จินฺเตนฺโต. ปริภาสีติ ตา ภิกฺขุนิโย ‘‘มา ปุน เอวํ กริตฺถา’’ติ สนฺตชฺเชสิ.

๘๒๖. สยํ ฉฑฺเฑตีติ จตฺตาริปิ วตฺถูนิ เอกปโยเคน ฉฑฺเฑนฺติยา เอกาว อาปตฺติ, ปาเฏกฺกํ ฉฑฺเฑนฺติยา วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย. อาณตฺติยมฺปิ เอเสว นโย. ทนฺตกฏฺฐฉฑฺฑเนปิ ภิกฺขุนิยา ปาจิตฺติยเมว. ภิกฺขุสฺส สพฺพตฺถ ทุกฺกฏํ. เสสํ อุตฺตานเมว.

ฉสมุฏฺฐานํ – กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

อฏฺฐมสิกฺขาปทํ.

๙. นวมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๓๐-๒. นวเม – ยํ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ โรปิมนฺติ เขตฺตํ วา โหตุ นาฬิเกราทิอาราโม วา, ยตฺถ กตฺถจิ โรปิมหริตฏฺฐาเน เอตานิ วตฺถูนิ ฉฑฺเฑนฺติยา ปุริมนเยเนว อาปตฺติเภโท เวทิตพฺโพ. เขตฺเต วา อาราเม วา นิสีทิตฺวา ภุญฺชมานา อุจฺฉุอาทีนิ วา ขาทนฺตี; คจฺฉมานา อุจฺฉิฏฺโฐทกจลกาทีนิ หริตฏฺฐาเน ฉฑฺเฑติ, อนฺตมโส อุทกํ ปิวิตฺวา มตฺถกจฺฉินฺนนาฬิเกรมฺปิ ฉฑฺเฑติ, ปาจิตฺติยเมว. ภิกฺขุโน ทุกฺกฏํ. กสิตฏฺฐาเน ปน นิกฺขิตฺตพีเช ยาว องฺกุรํ น อุฏฺฐหติ, ตาว สพฺเพสํ ทุกฺกฏํ. อนิกฺขิตฺตพีเชสุ เขตฺตโกณาทีสุ วา อสญฺชาตโรปิเมสุ เขตฺตมริยาทาทีสุ วา ฉฑฺเฑตุํ วฏฺฏติ. มนุสฺสานํ กจวรฉฑฺฑนฏฺฐาเนปิ วฏฺฏติ. ฉฑฺฑิตเขตฺเตติ มนุสฺเสสุ สสฺสํ อุทฺธริตฺวา คเตสุ ฉฑฺฑิตเขตฺตํ นาม โหติ, ตตฺถ วฏฺฏติ. ยตฺถ ปน ลายิตมฺปิ ปุพฺพณฺณาทิ ปุน อุฏฺฐหิสฺสตีติ รกฺขนฺติ, ตตฺถ ยถาวตฺถุกเมว. เสสํ อุตฺตานเมว. ฉสมุฏฺฐานํ – กิริยากิริยํ…เป… ติเวทนนฺติ.

นวมสิกฺขาปทํ.

๑๐. ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๓๕. ทสเม – ยํกิญฺจิ นจฺจนฺติ นฏาทโย วา นจฺจนฺตุ โสณฺฑา วา, อนฺตมโส โมรสุวมกฺกฏาทโยปิ, สพฺพมฺเปตํ นจฺจเมว. ยํกิญฺจิ คีตนฺติ ยํกิญฺจิ นฏาทีนํ วา คีตํ โหตุ, อริยานํ ปรินิพฺพานกาเล รตนตฺตยคุณูปสํหิตํ สาธุกีฬิตคีตํ วา อสํยตภิกฺขูนํ ธมฺมภาณกคีตํ วา, สพฺพมฺเปตํ คีตเมว. ยํกิญฺจิ วาทิตนฺติ ตนฺติพทฺธาทิวาทนียภณฺฑวาทิตํ วา โหตุ, กุฏเภริวาทิตํ วา, อนฺตมโส อุทกเภริวาทิตมฺปิ, สพฺพมฺเปตํ วาทิตเมว.

๘๓๖. ทสฺสนาย คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ปทวารคณนาย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ยตฺถ ฐิตา ปสฺสติ วา สุณาติ วาติ เอกปโยเคน โอโลเกนฺตี ปสฺสติ, เตสํเยว คีตวาทิตํ สุณาติ, เอกเมว ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน เอกํ ทิสํ โอโลเกตฺวา นจฺจํ ปสฺสติ, ปุน อญฺญโต โอโลเกตฺวา คายนฺเต ปสฺสติ อญฺญโต วาเทนฺเต, ปาเฏกฺกา อาปตฺติโย. ภิกฺขุนี สยมฺปิ นจฺจิตุํ วา คายิตุํ วา วาทิตุํ วา น ลภติ, อญฺเญ ‘‘นจฺจ, คาย, วาเทหี’’ติ วตฺตุมฺปิ น ลภติ. ‘‘เจติยสฺส อุปหารํ เทถ, อุปาสกา’’ติ วตฺตุมฺปิ ‘‘ตุมฺหากํ เจติยสฺส อุปฏฺฐานํ กโรมา’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตุมฺปิ น ลภติ. สพฺพตฺถ ปาจิตฺติยนฺติ สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. ภิกฺขุโน ทุกฺกฏํ. ‘‘ตุมฺหากํ เจติยสฺส อุปฏฺฐานํ กโรมา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อุปฏฺฐานกรณํ นาม สุนฺทร’’นฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ.

๘๓๗. อาราเม ฐิตาติ อาราเม ฐตฺวา อนฺตราราเม วา พหิอาราเม วา นจฺจาทีนิ ปสฺสติ วา สุณาติ วา, อนาปตฺติ. สติ กรณีเยติ สลากภตฺตาทีนํ วา อตฺถาย อญฺเญน วา เกนจิ กรณีเยน คนฺตฺวา คตฏฺฐาเน ปสฺสติ วา สุณาติ วา, อนาปตฺติ. อาปทาสูติ ตาทิเสน อุปทฺทเวน อุปทฺทุตา สมชฺชฏฺฐานํ ปวิสติ, เอวํ ปวิสิตฺวา ปสฺสนฺติยา วา สุณนฺติยา วา อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ทสมสิกฺขาปทํ.

ลสุณวคฺโค ปฐโม.