ภิกฺขุนีวิภงฺควณฺณนา
๑. ปาราชิกกณฺฑํ (ภิกฺขุนีวิภงฺควณฺณนา)
โย ภิกฺขูนํ วิภงฺคสฺส, สงฺคหิโต อนนฺตรํ;
ภิกฺขุนีนํ วิภงฺคสฺส, ตสฺส สํวณฺณนากฺกโม.
ปตฺโต ยโต ตโต ตสฺส, อปุพฺพปทวณฺณนํ;
กาตุํ ปาราชิเก ตาว, โหติ สํวณฺณนา อยํ.
๑. ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๕๖. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ…เป… สาโฬฺห มิคารนตฺตาติ เอตฺถ สาโฬฺหติ ตสฺส นามํ; มิคารมาตุยา ปน นตฺตา โหติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘มิคารนตฺตา’’ติ. นวกมฺมิกนฺติ นวกมฺมาธิฏฺฐายิกํ. ปณฺฑิตาติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตา. พฺยตฺตาติ เวยฺยตฺติเกน สมนฺนาคตา. เมธาวินีติ ปาฬิคฺคหเณ สติปุพฺพงฺคมาย ปญฺญาย อตฺถคฺคหเณ ปญฺญาปุพฺพงฺคมาย สติยา สมนฺนาคตา. ทกฺขาติ เฉกา; อวิรชฺฌิตฺวา สีฆํ กตฺตพฺพการินีติ อตฺโถ. อนลสาติ อาลสิยวิรหิตา. ตตฺรุปายายาติ เตสุ เตสุ กมฺเมสุ อุปายภูตาย. วีมํสายาติ กตฺตพฺพกมฺมุปปริกฺขาย. สมนฺนาคตาติ สมฺปยุตฺตา. อลํ กาตุนฺติ สมตฺถา ตํ ตํ กมฺมํ กาตุํ. อลํ สํวิธาตุนฺติ เอวญฺจ เอวญฺจ อิทํ โหตูติ เอวํ สํวิทหิตุมฺปิ สมตฺถา. กตากตํ ชานิตุนฺติ กตญฺจ อกตญฺจ ชานิตุํ. เตติ เต อุโภ; สา จ สุนฺทรีนนฺทา โส จ สาโฬฺหติ อตฺโถ. ภตฺตคฺเคติ ปริเวสนฏฺฐาเน. นิกูเฏติ โกณสทิสํ กตฺวา ทสฺสิเต คมฺภีเร. วิสฺสโร เม ภวิสฺสตีติ วิรูโป เม สโร ภวิสฺสติ; วิปฺปการสทฺโท ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. ปติมาเนนฺตีติ อเปกฺขมานา. กฺยาหนฺติ กึ อหํ. ชราทุพฺพลาติ ชราย ทุพฺพลา. จรณคิลานาติ ปาทโรเคน สมนฺนาคตา.
๖๕๗-๘. อวสฺสุตาติ กายสํสคฺคราเคน อวสฺสุตา; ตินฺตา กิลินฺนาติ อตฺโถ. ปทภาชเน ปนสฺส ตเมว ราคํ คเหตฺวา ‘‘สารตฺตา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สารตฺตาติ วตฺถํ วิย รงฺคชาเตน กายสํสคฺคราเคน สุฏฺฐุ รตฺตา. อเปกฺขวตีติ ตสฺเสว ราคสฺส วเสน ตสฺมึ ปุริเส ปวตฺตาย อเปกฺขาย สมนฺนาคตา. ปฏิพทฺธจิตฺตาติ เตน ราเคน ตสฺมึ ปุริเส พนฺธิตฺวา ฐปิตจิตฺตา วิย. เอส นโย ทุติยปทวิภงฺเคปิ. ปุริสปุคฺคลสฺสาติ ปุริสสงฺขาตสฺส ปุคฺคลสฺส. อธกฺขกนฺติ อกฺขกานํ อโธ. อุพฺภชาณุมณฺฑลนฺติ ชาณุมณฺฑลานํ อุปริ. ปทภาชเน ปน ปทปฏิปาฏิยา เอว ‘‘เหฏฺฐกฺขกํ อุปริชาณุมณฺฑล’’นฺติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อุพฺภกปฺปรมฺปิ อุพฺภชาณุมณฺฑเลเนว สงฺคหิตํ. เสสํ มหาวิภงฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ปุริมาโย อุปาทายาติ สาธารณปาราชิเกหิ ปาราชิกาโย จตสฺโส อุปาทายาติ อตฺโถ. อุพฺภชาณุมณฺฑลิกาติ อิทํ ปน อิมิสฺสา ปาราชิกาย นามมตฺตํ, ตสฺมา ปทภาชเน น วิจาริตํ.
๖๕๙. เอวํ อุทฺทิฏฺฐสิกฺขาปทํ ปทานุกฺกเมน วิภชิตฺวา อิทานิ อวสฺสุตาทิเภเทน อาปตฺติเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุภโตอวสฺสุเต’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อุภโตอวสฺสุเตติ อุภโตอวสฺสเว; ภิกฺขุนิยา เจว ปุริสสฺส จ กายสํสคฺคราเคน อวสฺสุตภาเว สตีติ อตฺโถ. กาเยน กายํ อามสตีติ ภิกฺขุนี ยถาปริจฺฉินฺเนน กาเยน ปุริสสฺส ยํกิญฺจิ กายํ ปุริโส วา เยน เกนจิ กาเยน ภิกฺขุนิยา ยถาปริจฺฉินฺนํ กายํ อามสติ, อุภยถาปิ ภิกฺขุนิยา ปาราชิกํ. กาเยน กายปฏิพทฺธนฺติ วุตฺตปฺปกาเรเนว อตฺตโน กาเยน ปุริสสฺส กายปฏิพทฺธํ. อามสตีติ เอตฺถ สยํ วา อามสตุ, ตสฺส วา อามสนํ สาทิยตุ, ถุลฺลจฺจยเมว. กายปฏิพทฺเธน กายนฺติ อตฺตโน วุตฺตปฺปการกายปฏิพทฺเธน ปุริสสฺส กายํ. อามสตีติ อิธาปิ สยํ วา อามสตุ, ตสฺส วา อามสนํ สาทิยตุ, ถุลฺลจฺจยเมว. อวเสสปเทสุปิ อิมินาว นเยน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.
สเจ ปน ภิกฺขุ เจว ภิกฺขุนี จ โหติ, ตตฺร เจ ภิกฺขุนี อามสติ, ภิกฺขุ นิจฺจโล หุตฺวา จิตฺเตน สาทิยติ, ภิกฺขุ อาปตฺติยา น กาเรตพฺโพ. สเจ ภิกฺขุ อามสติ, ภิกฺขุนี นิจฺจลา หุตฺวา จิตฺเตเนว อธิวาเสติ, กายงฺคํ อโจปยมานาปิ ปาราชิกกฺเขตฺเต ปาราชิเกน, ถุลฺลจฺจยกฺเขตฺเต ถุลฺลจฺจเยน, ทุกฺกฏกฺเขตฺเต ทุกฺกเฏน กาเรตพฺพา. กสฺมา? ‘‘กายสํสคฺคํ สาทิเยยฺยา’’ติ วุตฺตตฺตา. อยํ อฏฺฐกถาสุ วินิจฺฉโย. เอวํ ปน สติ กิริยาสมุฏฺฐานตา น ทิสฺสติ, ตสฺมา ตพฺพหุลนเยน สา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา.
๖๖๐. อุพฺภกฺขกนฺติ อกฺขกานํ อุปริ. อโธชาณุมณฺฑลนฺติ ชาณุมณฺฑลานํ เหฏฺฐา. เอตฺถ จ อโธกปฺปรมฺปิ อโธชาณุมณฺฑเลเนว สงฺคหิตํ.
๖๖๒. เอกโตอวสฺสุเตติ เอตฺถ กิญฺจาปิ เอกโตติ อวิเสเสน วุตฺตํ, ตถาปิ ภิกฺขุนิยา เอว อวสฺสุเต สติ อยํ อาปตฺติเภโท วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ.
ตตฺรายํ อาทิโต ปฏฺฐาย วินิจฺฉโย – ภิกฺขุนี กายสํสคฺคราเคน อวสฺสุตา, ปุริโสปิ ตเถว. อธกฺขเก อุพฺภชาณุมณฺฑเล กายปฺปเทเส กายสํสคฺคสาทิยเน สติ ภิกฺขุนิยา ปาราชิกํ. ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺคราโค, ปุริสสฺส เมถุนราโค วา เคหสฺสิตเปมํ วา สุทฺธจิตฺตํ วา โหตุ, ถุลฺลจฺจยเมว. ภิกฺขุนิยา เมถุนราโค, ปุริสสฺส กายสํสคฺคราโค วา เมถุนราโค วา คเหสฺสิตเปมํ วา สุทฺธจิตฺตํ วา โหตุ, ทุกฺกฏํ. ภิกฺขุนิยา เคหสฺสิตเปมํ, ปุริสสฺส วุตฺเตสุ จตูสุ ยํ วา ตํ วา โหตุ, ทุกฺกฏเมว. ภิกฺขุนิยา สุทฺธจิตฺตํ, ปุริสสฺส วุตฺเตสุ จตูสุ ยํ วา ตํ วา โหตุ, อนาปตฺติ.
สเจ ปน ภิกฺขุ เจว โหติ ภิกฺขุนี จ อุภินฺนํ กายสํสคฺคราโค, ภิกฺขุสฺส สงฺฆาทิเสโส, ภิกฺขุนิยา ปาราชิกํ. ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺคราโค, ภิกฺขุสฺส เมถุนราโค วา เคหสฺสิตเปมํ วา, ภิกฺขุนิยา ถุลฺลจฺจยํ, ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏํ. อุภินฺนํ เมถุนราโค วา เคหสฺสิตเปมํ วา, อุภินฺนมฺปิ ทุกฺกฏเมว. ยสฺส ยตฺถ สุทฺธจิตฺตํ, ตสฺส ตตฺถ อนาปตฺติ. อุภินฺนมฺปิ สุทฺธจิตฺตํ, อุภินฺนมฺปิ อนาปตฺติ.
๖๖๓. อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจาติอาทีสุ วิรชฺฌิตฺวา วา อามสนฺติยา อญฺญวิหิตาย วา ‘‘อยํ ปุริโส วา อิตฺถี วา’’ติ อชานนฺติยา วา เตน ผุฏฺฐายปิ ตํ ผสฺสํ อสาทิยนฺติยา วา อามสเนปิ สติ อนาปตฺติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว.
ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทฺวิเวทนนฺติ.
ปฐมปาราชิกํ.
๒. ทุติยปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๖๔. ทุติเย ปาราชิเก – กจฺจิ โน สาติ กจฺจิ นุ สา. อวณฺโณติ อคุโณ. อกิตฺตีติ นินฺทา. อยโสติ ปริวารวิปตฺติ; ปรมฺมุขครหา วา.
๖๖๕. วชฺชปฏิจฺฉาทิกาติ อิทมฺปิ อิมิสฺสา ปาราชิกาย นามมตฺตเมว, ตสฺมา ปทภาชเน น วิจาริตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
๖๖๖. สา วา อาโรเจตีติ ยา ปาราชิกํ อาปนฺนา, สา สยํ อาโรเจติ. อฏฺฐนฺนํ ปาราชิกานํ อญฺญตรนฺติ ภิกฺขูหิ สาธารณานํ จตุนฺนํ อสาธารณานญฺจ จตุนฺนเมว อญฺญตรํ. อิทญฺจ ปาราชิกํ ปจฺฉา ปญฺญตฺตํ, ตสฺมา ‘‘อฏฺฐนฺน’’นฺติ วิภงฺเค วุตฺตํ. ปุริเมน ปน สทฺธึ ยุคฬตฺตา อิมสฺมึ โอกาเส ฐปิตนฺติ เวทิตพฺพํ. ธุรํ นิกฺขิตฺตมตฺเตติ ธุเร นิกฺขิตฺตมตฺเต. วิตฺถารกถา ปเนตฺถ สปฺปาณกวคฺคมฺหิ ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. ตตฺร หิ ปาจิตฺติยํ, อิธ ปาราชิกนฺติ อยเมว วิเสโส. เสสํ ตาทิสเมว. วชฺชปฏิจฺฉาทิกาติ อิทมฺปิอิมิสฺสา ปาราชิกาย นามมตฺถาเมว, ตสฺมา ปทภาชเน น วิจาริตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ธุรนิกฺเขปสมุฏฺฐานํ – กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
ทุติยปาราชิกํ.
๓. ตติยปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๖๙. ตติเย – ธมฺเมนาติ ภูเตน วตฺถุนา. วินเยนาติ โจเทตฺวา สาเรตฺวา. ปทภาชนํ ปนสฺส ‘‘เยน ธมฺเมน เยน วินเยน อุกฺขิตฺโต สุอุกฺขิตฺโต โหตี’’ติ อิมํอธิปฺปายมตฺตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. สตฺถุสาสเนนาติ ญตฺติสมฺปทาย เจว อนุสาวนสมฺปทาย จ. ปทภาชเน ปนสฺส ‘‘ชินสาสเนน พุทฺธสาสเนนา’’ติ เววจนมตฺตเมว วุตฺตํ. สงฺฆํ วา คณํ วาติอาทีสุ เยน สงฺเฆน กมฺมํ กตํ, ตํ สงฺฆํ วา ตตฺถ สมฺพหุลปุคฺคลสงฺขาตํ คณํ วา, เอกปุคฺคลํ วา ตํ กมฺมํ วา น อาทิยติ, น อนุวตฺตติ, น ตตฺถ อาทรํ ชเนตีติ อตฺโถ. สมานสํวาสกา ภิกฺขู วุจฺจนฺติ สหายา, โส เตหิ สทฺธึ นตฺถีติ เอตฺถ ‘‘เอกกมฺมํ เอกุทฺเทโส สมสิกฺขตา’’ติ อยํ ตาว สํวาโส; สมาโน สํวาโส เอเตสนฺติ สมานสํวาสกา.เอวรูปา ภิกฺขู ภิกฺขุสฺส ตสฺมึ สํวาเส สห อยนภาเวน สหายาติ วุจฺจนฺติ. อิทานิ เยน สํวาเสน เต สมานสํวาสกาติ วุตฺตา, โส สํวาโส ตสฺส อุกฺขิตฺตกสฺส เตหิ สทฺธึ นตฺถิ. เยหิ จ สทฺธึ ตสฺส โส สํวาโส นตฺถิ, น เตน เต ภิกฺขู อตฺตโน สหายา กตา โหนฺติ. ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘สมานสํวาสกา ภิกฺขู วุจฺจนฺติ สหายา, โส เตหิ สทฺธึ นตฺถิ, เตน วุจฺจติ อกตสหาโย’’ติ. เสสํ สงฺฆเภทสิกฺขาปทาทีสุ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถเมว.
สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ – กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
ตติยปาราชิกํ.
๔. จตุตฺถปาราชิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๗๕. จตุตฺเถ – อวสฺสุตาติ โลกสฺสาทมิตฺตสนฺถววเสน กายสํสคฺคราเคน อวสฺสุตา. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. ปุริสปุคฺคลสฺส หตฺถคฺคหณํ วาติอาทีสุ ปน ยํ ปุริสปุคฺคเลน หตฺเถ คหณํ กตํ, ตํ ปุริสปุคฺคลสฺส หตฺถคฺคหณนฺติ วุตฺตํ. เอเสว นโย สงฺฆาฏิกณฺณคฺคหเณปิ. หตฺถคฺคหณนฺติ เอตฺถ จ หตฺถคฺคหณญฺจ อญฺญมฺปิ อปาราชิกกฺเขตฺเต คหณญฺจ เอกชฺฌํ กตฺวา หตฺถคฺคหณนฺติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เตเนวสฺส ปทภาชเน ‘‘หตฺถคฺคหณํ วา สาทิเยยฺยาติ หตฺโถ นาม กปฺปรํ อุปาทาย ยาว อคฺคนขา, เอตสฺส อสทฺธมฺมสฺส ปฏิเสวนตฺถาย อุพฺภกฺขกํ อโธชาณุมณฺฑลํ คหณํ สาทิยติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อสทฺธมฺโมติ กายสํสคฺโค เวทิตพฺโพ, น เมถุนธมฺโม. น หิ เมถุนสฺส สามนฺตา ถุลฺลจฺจยํ โหติ. ‘‘วิญฺญู ปฏิพโล กายสํสคฺคํ สมาปชฺชิตุนฺติ วจนมฺปิ เจตฺถ สาธกํ.
‘‘ติสฺสิตฺถิโย เมถุนํ ตํ น เสเว,
ตโย ปุริเส ตโย จ อนริยปณฺฑเก;
น จาจเร เมถุนํ พฺยญฺชนสฺมึ,
เฉชฺชา สิยา เมถุนธมฺมปจฺจยา;
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);
อิมาย ปริวาเร วุตฺตาย เสทโมจกคาถาย วิรุชฺฌตีติ เจ? น; เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาคตฺตา. ปริวาเรเยว หิ ‘‘เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาโค ชานิตพฺโพ’’ติ ‘‘วณฺณาวณฺโณ กายสํสคฺโค ทุฏฺฐุลฺลวาจา อตฺตกามปาริจริยาคมนุปฺปาทน’’นฺติ เอวํ สุกฺกวิสฺสฏฺฐิอาทีนิ ปญฺจ สิกฺขาปทานิ เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาโคติ วุตฺตานิ. ตสฺมา กายสํสคฺโค เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาคตฺตา ปจฺจโย โหติ. อิติ เฉชฺชา สิยา เมถุนธมฺมปจฺจยาติ เอตฺถ อิมินา ปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอเตนุปาเยน สพฺพปเทสุ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อปิจ ‘‘สงฺเกตํ วา คจฺเฉยฺยา’’ติ เอตสฺส ปทภาชเน ‘‘อิตฺถนฺนามํ อาคจฺฉา’’ติ. เอวํนามกํ ฐานํ อาคจฺฉาติ อตฺโถ.
๖๗๖. อฏฺฐมํ วตฺถุํ ปริปูเรนฺตี อสฺสมณี โหตีติ อนุโลมโต วา ปฏิโลมโต วา เอกนฺตริกาย วา เยน เตน นเยน อฏฺฐมํ วตฺถุํ ปริปูเรนฺตีเยว อสฺสมณี โหติ. ยา ปน เอกํ วา วตฺถุํ สตฺต วา วตฺถูนิ สตกฺขตฺตุมฺปิ ปูเรติ, เนว อสฺสมณี โหติ. อาปนฺนา อาปตฺติโย เทเสตฺวา มุจฺจติ. อปิเจตฺถ คณนูปิกา อาปตฺติ เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อตฺถาปตฺติ เทสิตา คณนูปิกา, อตฺถาปตฺติ เทสิตา น คณนูปิกา’’ติ. ตตฺรายํ วินิจฺฉโย – อิทานิ นาปชฺชิสฺสามีติ ธุรนิกฺเขปํ กตฺวา เทสิตา คณนูปิกา เทสิตคณนํ อุเปติ ปาราชิกสฺส องฺคํ น โหติ. ตสฺมา ยา เอกํ อาปนฺนา ธุรนิกฺเขปํ กตฺวา เทเสตฺวา ปุน กิเลสวเสน อาปชฺชติ, ปุน เทเสติ, เอวํ อฏฺฐ วตฺถูนิ ปูเรนฺตีปิ ปาราชิกา น โหติ. ยา ปน อาปชฺชิตฺวา ปุนปิ อญฺญํ วตฺถุํ อาปชฺชิสฺสามีติ สอุสฺสาหาว เทเสติ, ตสฺสา สา อาปตฺติ นคณนูปิกา, เทสิตาปิ อเทสิตา โหติ, เทสิตคณนํ น คจฺฉติ, ปาราชิกสฺเสว องฺคํ โหติ. อฏฺฐเม วตฺถุมฺหิ ปริปุณฺณมตฺเต ปาราชิกา โหติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.
ธุรนิกฺเขปสมุฏฺฐานํ – กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทฺวิเวทนนฺติ.
จตุตฺถปาราชิกํ.
อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมาติ ภิกฺขู อารพฺภ ปญฺญตฺตา สาธารณา จตฺตาโร อิเม จ จตฺตาโรติ เอวํ ปาติโมกฺขุทฺเทสมคฺเคน อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย อฏฺฐ ปาราชิกา ธมฺมาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เสสํ มหาวิภงฺเค วุตฺตนยเมวาติ.
สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย ภิกฺขุนีวิภงฺเค
ปาราชิกกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปาราชิกกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ.
๒. สงฺฆาทิเสสกณฺฑํ (ภิกฺขุนีวิภงฺควณฺณนา)
๑. ปฐมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
ปาราชิกานนฺตรสฺส, อยํ ทานิ ภวิสฺสติ;
สงฺฆาทิเสสกณฺฑสฺส, อนุตฺตานตฺถวณฺณนา.
๖๗๘. อุโทสิตนฺติ ภณฺฑสาลา. มายฺโย เอวํ อวจาติ อยฺโย มา เอวํ อวจ. อปินายฺยาติ อปินุ อยฺยา. อจฺจาวทถาติ อติกฺกมิตฺวา วทถ; อกฺโกสถาติ วุตฺตํ โหติ.
๖๗๙. อุสฺสยวาทิกาติ มานุสฺสยวเสน โกธุสฺสยวเสน วิวทมานา. ยสฺมา ปน สา อตฺถโต อฏฺฏการิกา โหติ, ตสฺมา ‘‘อุสฺสยวาทิกา นาม อฑฺฑการิกา วุจฺจตี’’ติ ปทภาชเน วุตฺตํ. เอตฺถ จ อฑฺโฑติ โวหาริกวินิจฺฉโย วุจฺจติ, ยํ ปพฺพชิตา ‘‘อธิกรณ’’นฺติปิ วทนฺติ. ทุติยํ วา ปริเยสตีติ สกฺขึ วา สหายํ วา ปริเยสติ, ทุกฺกฏํ. คจฺฉติ วาติ อุปสฺสโย วา โหตุ ภิกฺขาจารมคฺโค วา, ยตฺถ ฐิตาย ‘‘อฑฺฑํ กริสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, ตโต โวหาริกานํ สนฺติกํ คจฺฉนฺติยา ปทวาเร ปทวาเร ทุกฺกฏํ. เอกสฺส อาโรเจตีติ ทฺวีสุ ชเนสุ ยสฺส กสฺสจิ เอกสฺส กถํ โย โกจิ โวหาริกานํ อาโรเจติ. ทุติยสฺส อาโรเจตีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
อยํ ปเนตฺถ อสมฺโมหตฺถาย วิตฺถารกถา – ยตฺถ กตฺถจิ อนฺตมโส ภิกฺขุนุปสฺสยํ อาคเตปิ โวหาริเก ทิสฺวา ภิกฺขุนี อตฺตโน กถํ อาโรเจติ, ภิกฺขุนิยา ทุกฺกฏํ. อุปาสโก อตฺตโน กถํ อาโรเจติ, ภิกฺขุนิยา ถุลฺลจฺจยํ. ปฐมํ อุปาสโก อตฺตโน กถํ อาโรเจติ, ภิกฺขุนิยา ทุกฺกฏํ. อถ สา อตฺตโน กถํ อาโรเจติ, ถุลฺลจฺจยํ. ภิกฺขุนี อุปาสกํ วทติ – ‘‘มม จ ตว จ กถํ ตฺวํเยว อาโรเจหี’’ติ, โส อตฺตโน วา กถํ ปฐมํ อาโรเจตุ ภิกฺขุนิยา วา, ปฐมาโรจเน ทุกฺกฏํ, ทุติยาโรจเน ถุลฺลจฺจยํ. อุปาสโก ภิกฺขุนึ วทติ – ‘‘มม จ ตว จ กถํ ตฺวํเยว อาโรเจหี’’ติ, เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
ภิกฺขุนี กปฺปิยการเกน กถาเปติ, ตตฺถ กปฺปิยการโก วา ภิกฺขุนิยา กถํ ปฐมํ อาโรเจตุ, อิตโร วา อตฺตโน กถํ, กปฺปิยการโก วา อุภินฺนมฺปิ กถํ, อิตโร วา อุภินฺนมฺปิ กถํ อาโรเจตุ, ยถา วา ตถา วา อาโรจิยมาเน ปฐเม อาโรจเน ภิกฺขุนิยา ทุกฺกฏํ, ทุติเย ถุลฺลจฺจยํ. ยถา วา ตถา วา อาโรจิตํ ปน อุภินฺนมฺปิ กถํ สุตฺวา โวหาริเกหิ วินิจฺฉเย กเต อฑฺฑปริโยสานํ นาม โหติ, ตสฺมึ อฑฺฑปริโยสาเน ภิกฺขุนิยา ชเยปิ ปราชเยปิ สงฺฆาทิเสโส. สเจ ปน คติคตํ อธิกรณํ โหติ, สุตปุพฺพํ โวหาริเกหิ. อถ เต ภิกฺขุนิญฺจ อฑฺฑการกญฺจ ทิสฺวาว ‘‘ตุมฺหากํ กถนกิจฺจํ นตฺถิ, ชานาม มยํ เอตฺถ ปวตฺติ’’นฺติ สยเมว วินิจฺฉินิตฺวา เทนฺติ, เอวรูเป อฑฺฑปริโยสาเนปิ ภิกฺขุนิยา อนาปตฺติ.
ปฐมํ อาปตฺติ เอตสฺสาติ ปฐมาปตฺติโก; วีติกฺกมกฺขเณเยว อาปชฺชิตพฺโพติ อตฺโถ, ตํ ปฐมาปตฺติกํ. ปทภาชเน ปน อธิปฺปายมตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สห วตฺถุชฺฌาจารา อาปชฺชติ อสมนุภาสนายา’’ติ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – สห วตฺถุชฺฌาจารา ยํ ภิกฺขุนี อาปชฺชติ, น ตติยาย สมนุภาสนาย, อยํ ปฐมเมว สห วตฺถุชฺฌาจาเรน อาปชฺชิตพฺพตฺตา ปฐมาปตฺติโกติ. ภิกฺขุนิสงฺฆโต นิสฺสาเรตีติ นิสฺสารณีโย; ตํ นิสฺสารณียํ. ปทภาชเน ปน อธิปฺปายมตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺฆมฺหา นิสฺสารียตีติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยํ อาปนฺนา ภิกฺขุนี สงฺฆโต นิสฺสารียติ, โส นิสฺสารณีโยติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. น หิ โส เอว ธมฺโม สงฺฆมฺหา เกนจิ นิสฺสารียติ. เตน ปน ธมฺเมน ภิกฺขุนี นิสฺสารียติ, ตสฺมา โส นิสฺสาเรตีติ นิสฺสารณีโย.
อากฑฺฒิยมานา คจฺฉตีติ อฑฺฑการกมนุสฺเสหิ สยํ วา อาคนฺตฺวา ทูตํ วา เปเสตฺวา เอหีติ วุจฺจมานา โวหาริกานํ สนฺติกํ คจฺฉติ, ตโต อฑฺฑการโก อตฺตโน วา กถํ ปฐมํ อาโรเจตุ ภิกฺขุนิยา วา, เนว ปฐมาโรจเน ทุกฺกฏํ, น ทุติยาโรจเน ถุลฺลจฺจยํ. อมจฺเจหิ วินิจฺฉินิตฺวา กเต อฑฺฑปริโยสาเนปิ อนาปตฺติเยว. สเจปิ อฑฺฑการโก ภิกฺขุนึ วทติ ‘‘มม จ ตว จ กถํ ตฺวเมว กเถหี’’ติ; กเถนฺติยาปิ กถํ สุตฺวา กเต อฑฺฑปริโยสาเนปิ อนาปตฺติเยว.
รกฺขํ ยาจตีติ ธมฺมิกํ รกฺขํ ยาจติ, อนาปตฺติ. อิทานิ ยถายาจิตา รกฺขา ธมฺมิกา โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ อโนทิสฺส อาจิกฺขตีติ อาห. ตตฺถ อตีตํ อารพฺภ อตฺถิ โอทิสฺสอาจิกฺขนา, อตฺถิ อโนทิสฺสอาจิกฺขนา, อนาคตํ อารพฺภาปิ อตฺถิ โอทิสฺสอาจิกฺขนา, อตฺถิ อโนทิสฺสอาจิกฺขนา.
กถํ อตีตํ อารพฺภ โอทิสฺสอาจิกฺขนา โหติ? ภิกฺขุนุปสฺสเย คามทารกา ธุตฺตาทโย วา เย เกจิ อนาจารํ วา อาจรนฺติ, รุกฺขํ วา ฉินฺทนฺติ, ผลาผลํ วา หรนฺติ, ปริกฺขาเร วา อจฺฉินฺทนฺติ. ภิกฺขุนี โวหาริเก อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อมฺหากํ อุปสฺสเย อิทํ นาม กต’’นฺติ วทติ. ‘‘เกนา’’ติ วุตฺเต ‘‘อสุเกน จ อสุเกน จา’’ติ อาจิกฺขติ. เอวํ อตีตํ อารพฺภ โอทิสฺสอาจิกฺขนา โหติ, สา น วฏฺฏติ. ตญฺเจ สุตฺวา เต โวหาริกา เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ ภิกฺขุนิยา คีวา โหติ. ทณฺฑํ คณฺหิสฺสนฺตีติ อธิปฺปาเยปิ สติ คีวาเยว โหติ. สเจ ปน ตสฺส ทณฺฑํ คณฺหถาติ วทติ, ปญฺจมาสกมตฺเต คหิเต ปาราชิกํ โหติ.
‘‘เกนา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อสุเกนาติ วตฺตุํ อมฺหากํ น วฏฺฏติ, ตุเมฺหเยว ชานิสฺสถ. เกวลญฺหิ มยํ รกฺขํ ยาจาม, ตํ โน เทถ, อวหฏภณฺฑญฺจ อาหราเปถา’’ติ วตฺตพฺพํ. เอวํ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สา วฏฺฏติ. เอวํ วุตฺเต สเจปิ เต โวหาริกา การเก คเวสิตฺวา เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ สาปเตยฺยมฺปิ คหิตํ ภิกฺขุนิยา, เนว คีวา น อาปตฺติ.
ปริกฺขารํ หรนฺเต ทิสฺวา เตสํ อนตฺถกามตาย โจโร โจโรติ วตฺตุมฺปิ น วฏฺฏติ. เอวํ วุตฺเตปิ หิ ยํ เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพมฺปิ ภิกฺขุนิยา คีวา โหติ. อตฺตโน วจนกรํ ปน ‘‘อิมินา เม ปริกฺขาโร คหิโต, ตํ อาหราเปหิ, มา จสฺส ทณฺฑํ กโรหี’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ทาสทาสีวาปิอาทีนํ อตฺถาย อฑฺฑํ กโรนฺติ, อยํ อกปฺปิยอฑฺโฑ นาม, น วฏฺฏติ.
กถํ อนาคตํ อารพฺภ โอทิสฺสอาจิกฺขนา โหติ? วุตฺตนเยเนว ปเรหิ อนาจาราทีสุ กเตสุ ภิกฺขุนี โวหาริเก เอวํ วทติ ‘‘อมฺหากํ อุปสฺสเย อิทญฺจิทญฺจ กโรนฺติ, รกฺขํ โน เทถ อายตึ อกรณตฺถายา’’ติ. ‘‘เกน เอวํ กต’’นฺติ วุตฺเต จ ‘‘อสุเกน อสุเกน จา’’ติ อาจิกฺขติ. เอวํ อนาคตํ อารพฺภ โอทิสฺสอาจิกฺขนา โหติ, สาปิ น วฏฺฏติ. เตสญฺหิ ทณฺเฑ กเต ปุริมนเยเนว สพฺพํ ภิกฺขุนิยา คีวา. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
สเจ ปน โวหาริกา ‘‘ภิกฺขุนุปสฺสเย เอวรูปํ อนาจารํ กโรนฺตานํ อิมํ นาม ทณฺฑํ กโรมา’’ติ เภรึ จราเปตฺวา อาณาย อติฏฺฐมาเน ปริเยสิตฺวา ทณฺฑํ กโรนฺติ, ภิกฺขุนิยา เนว คีวา น อาปตฺติ.
โย จายํ ภิกฺขุนีนํ วุตฺโต, ภิกฺขูนมฺปิ เอเสว นโย. ภิกฺขุโนปิ หิ โอทิสฺสอาจิกฺขนา น วฏฺฏติ. ยํ ตถา อาจิกฺขิเต ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ คีวา โหติ. วุตฺตนเยเนว ทณฺฑํ คณฺหาเปนฺตสฺส ปาราชิกํ. โย ปน ‘‘ทณฺฑํ กริสฺสนฺตี’’ติ ชานนฺโตปิ อโนทิสฺส กเถติ, เต จ ปริเยสิตฺวา ทณฺฑํ กโรนฺติเยว, น โทโส. วิหารสีมาย รุกฺขาทีนิ ฉินฺทนฺตานํ วาสิผรสุอาทีนิ คเหตฺวา ปาสาเณหิ โกฏฺเฏนฺติ, น วฏฺฏติ. สเจ ธารา ภิชฺชติ, การาเปตฺวา ทาตพฺพา. อุปธาวิตฺวา เตสํ ปริกฺขาเร คณฺหนฺติ, ตมฺปิ น กาตพฺพํ, ลหุปริวตฺตญฺหิ จิตฺตํ, เถยฺยเจตนาย อุปฺปนฺนาย มูลจฺเฉชฺชมฺปิ คจฺเฉยฺย. เสสํ อุตฺตานเมว.
กถินสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
สตฺตรสเก ปฐมสิกฺขาปทํ.
๒. ทุติยสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๘๒. ทุติเย – วรภณฺฑนฺติ มุตฺตามณิเวฬุริยาทิ มหคฺฆภณฺฑํ.
๖๘๓. อนปโลเกตฺวาติ อนาปุจฺฉิตฺวา. คณํ วาติ มลฺลคณภฏิปุตฺตคณาทิกํ. ปูคนฺติ ธมฺมคณํ. เสณินฺติ คนฺธิกเสณิทุสฺสิกเสณิอาทิกํ. ยตฺถ ยตฺถ หิ ราชาโน คณาทีนํ คามนิคเม นิยฺยาเตนฺติ ‘‘ตุเมฺหว เอตฺถ อนุสาสถา’’ติ, ตตฺถ ตตฺถ เต เอว อิสฺสรา โหนฺติ. ตสฺมา เต สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ. เอตฺถ จ ราชานํ วา คณาทิเก วา อาปุจฺฉิตฺวาปิ ภิกฺขุนิสงฺโฆ อาปุจฺฉิตพฺโพว. ฐเปตฺวา กปฺปนฺติ ติตฺถิเยสุ วา อญฺญภิกฺขุนีสุ วา ปพฺพชิตปุพฺพํ กปฺปคติกํ ฐเปตฺวาติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
โจรีวุฏฺฐาปนสมุฏฺฐานํ – เกนจิ กรณีเยน ปกฺกนฺตาสุ ภิกฺขุนีสุ อคนฺตฺวา ขณฺฑสีมํ ยถานิสินฺนฏฺฐาเนเยว อตฺตโน นิสฺสิตกปริสาย สทฺธึ วุฏฺฐาเปนฺติยา วาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, ขณฺฑสีมํ วา นทึ วา คนฺตฺวา วุฏฺฐาเปนฺติยา กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, อนาปุจฺฉา วุฏฺฐาปนวเสน กิริยากิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ทุติยสิกฺขาปทํ.
๓. ตติยสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๙๒. ตติเย – ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมนฺติยาติ เอตฺถ เอกํ ปาทํ อติกฺกาเมนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเต สงฺฆาทิเสโส. อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจารนฺติ เอตฺถ ปริกฺเขปารหฏฺฐานํ เอเกน ปาเทน อติกฺกมติ ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเต สงฺฆาทิเสโส. อปิเจตฺถ สกคามโต นิกฺขมนฺติยา คามนฺตรปจฺจยา อนาปตฺติ, นิกฺขมิตฺวา ปน คามนฺตรํ คจฺฉนฺติยา ปทวาเร ปทวาเร ทุกฺกฏํ, เอเกน ปาเทน อิตรสฺส คามสฺส ปริกฺเขเป วา อุปจาเร วา อติกฺกนฺตมตฺเต ถุลฺลจฺจยํ, ทุติเยน อติกฺกนฺตมตฺเต สงฺฆาทิเสโส. ตโต นิกฺขมิตฺวา ปุน สกคามํ ปวิสนฺติยาปิ เอเสว นโย. สเจ ปน ขณฺฑปากาเรน วา วติฉิทฺเทน วา ภิกฺขุนิวิหารภูมิเยว สกฺกา โหติ ปวิสิตุํ, เอวํ ปวิสมานาย กปฺปิยภูมึ นาม ปวิฏฺฐา โหติ, ตสฺมา วฏฺฏติ. สเจปิ หตฺถิปิฏฺฐิอาทีหิ วา อิทฺธิยา วา ปวิสติ, วฏฺฏติเยว. ปทสา คมนเมว หิ อิธาธิปฺเปตํ. เตเนว ‘‘ปฐมํ ปาทํ อติกฺกาเมนฺติยา’’ติอาทิมาห.
เทฺว คามา ภิกฺขุนิวิหาเรน สมฺพทฺธวติกา โหนฺติ, ยสฺมึ คาเม ภิกฺขุนิวิหาโร, ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปุน วิหารํ ปวิสิตฺวา สเจ วิหารมชฺเฌน อิตรสฺส คามสฺส มคฺโค อตฺถิ, คนฺตุํ วฏฺฏติ. ตโต ปน คามโต เตเนว มคฺเคน ปจฺจาคนฺตพฺพํ. สเจ คามทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา อาคจฺฉติ, ปุริมนเยเนว อาปตฺติเภโท เวทิตพฺโพ. สกคามโต เกนจิ กรณีเยน ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ นิกฺขนฺตาย ปุน ปวิสนกาเล หตฺถิ วา มุจฺจติ, อุสฺสารณา วา โหติ, อิตรา ภิกฺขุนิโย สหสา คามํ ปวิสนฺติ, ยาว อญฺญา ภิกฺขุนี อาคจฺฉติ, ตาว พหิคามทฺวาเร ฐาตพฺพํ. สเจ น อาคจฺฉติ, ทุติยิกา ภิกฺขุนี ปกฺกนฺตา นาม โหติ, ปวิสิตุํ วฏฺฏติ.
ปุพฺเพ มหาคาโม โหติ, มชฺเฌ ภิกฺขุนิวิหาโร. ปจฺฉา ตํ คามํ จตฺตาโร ชนา ลภิตฺวา วิสุํ วิสุํ วติปริกฺเขปํ กตฺวา วิภชิตฺวา ภุญฺชนฺติ, วิหารโต เอกํ คามํ คนฺตุํ วฏฺฏติ. ตโต อปรํ คามํ ทฺวาเรน วา วติฉิทฺเทน วา ปวิสิตุํ น วฏฺฏติ. ปุน วิหารเมว ปจฺจาคนฺตุํ วฏฺฏติ. กสฺมา? วิหารสฺส จตุคามสาธารณตฺตา.
อนฺตรวาสโก เตมิยตีติ ยตฺถ ยถา ติมณฺฑลปฏิจฺฉาทนํ โหติ; เอวํ นิวตฺถาย ภิกฺขุนิยา วสฺสกาเล ติตฺเถน วา อติตฺเถน วา โอตริตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ อุตฺตรนฺติยา เอกทฺวงฺคุลมตฺตมฺปิ อนฺตรวาสโก เตมิยติ. เสสํ นทีลกฺขณํ นทีนิมิตฺตกถาย อาวิ ภวิสฺสติ. เอวรูปํ นทึ ติตฺเถน วา อติตฺเถน วา โอตริตฺวา อุตฺตรณกาเล ปฐมํ ปาทํ อุทฺธริตฺวา ตีเร ฐเปนฺติยา ถุลฺลจฺจยํ, ทุติยปาทุทฺธาเร สงฺฆาทิเสโส. เสตุนา คจฺฉติ, อนาปตฺติ. ปทสา โอตริตฺวา อุตฺตรณกาเล เสตุํ อาโรหิตฺวา อุตฺตรนฺติยาปิ อนาปตฺติ. เสตุนา ปน คนฺตฺวา อุตฺตรณกาเล ปทสา คจฺฉนฺติยา อาปตฺติเยว. ยานนาวาอากาสคมนาทีสุปิ เอเสว นโย. โอริมตีรโต ปน ปรตีรเมว อกฺกมนฺติยา อนาปตฺติ. รชนกมฺมตฺถํ คนฺตฺวา ทารุสงฺกฑฺฒนาทิกิจฺเจน เทฺว ติสฺโส อุภยตีเรสุ วิจรนฺติ, วฏฺฏติ. สเจ ปเนตฺถ กาจิ กลหํ กตฺวา อิตรํ ตีรํ คจฺฉติ, อาปตฺติ. เทฺว เอกโต อุตฺตรนฺติ, เอกา มชฺเฌ นทิยา กลหํ กตฺวา นิวตฺติตฺวา โอริมตีรเมว อาคจฺฉติ, อาปตฺติ. อิตริสฺสา ปน อยํ ปกฺกนฺตฏฺฐาเน ฐิตา โหติ, ตสฺมา ปรตีรํ คจฺฉนฺติยาปิ อนาปตฺติ. นฺหายิตุํ วา ปาตุํ วา โอติณฺณา ตเมว ตีรํ ปจฺจุตฺตรติ, อนาปตฺติ.
สห อรุณุคฺคมนาติ เอตฺถ สเจ สชฺฌายํ วา ปธานํ วา อญฺญํ วา กิญฺจิ กมฺมํ กุรุมานา ปุเรอรุเณเยว ทุติยิกาย สนฺติกํ คมิสฺสามีติ อาโภคํ กโรติ, อชานนฺติยา เอว จสฺสา อรุโณ อุคฺคจฺฉติ, อนาปตฺติ. อถ ปน ‘‘ยาว อรุณุคฺคมนา อิเธว ภวิสฺสามี’’ติ วา อนาโภเคน วา วิหารสฺส เอกเทเส อจฺฉติ, ทุติยิกาย หตฺถปาสํ น โอตรติ, อรุณุคฺคมเน สงฺฆาทิเสโส. หตฺถปาโสเยว หิ อิธ ปมาณํ, หตฺถปาสาติกฺกเม เอกคพฺโภปิ น รกฺขติ.
อคามเก อรญฺเญติ เอตฺถ ‘‘นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ เอวํ วุตฺตลกฺขณเมว อรญฺญํ. ตํ ปเนตํ เกวลํ คามาภาเวน ‘‘อคามก’’นฺติ วุตฺตํ, น วิญฺฌาฏวิสทิสตาย. ตาทิเส อรญฺเญ โอกฺกนฺเต ทสฺสนูปจาเร วิชหิเต สเจปิ สวนูปจาโร อตฺถิ, อาปตฺติ. เตเนว วุตฺตํ อฏฺฐกถายํ ‘‘สเจ ภิกฺขุนีสุ มหาโพธิองฺคณํ ปวิสนฺตีสุ เอกา พหิ ติฏฺฐติ, ตสฺสาปิ อาปตฺติ. โลหปาสาทํ ปวิสนฺตีสุปิ ปริเวณํ ปวิสนฺตีสุปิ เอเสว นโย. มหาเจติยํ วนฺทมานาสุ เอกา อุตฺตรทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา คจฺฉติ, ตสฺสาปิ อาปตฺติ. ถูปารามํ ปวิสนฺตีสุ เอกา พหิ ติฏฺฐติ, ตสฺสาปิ อาปตฺตี’’ติ. เอตฺถ จ ทสฺสนูปจาโร นาม ยตฺถ ฐิตํ ทุติยิกา ปสฺสติ. สเจ ปน สาณิปาการนฺตริกาปิ โหติ, ทสฺสนูปจารํ วิชหติ นาม. สวนูปจาโร นาม ยตฺถ ฐิตา มคฺคมูฬฺหสทฺเทน วิย ธมฺมสวนาโรจนสทฺเทน วิย จ ‘‘อยฺเย’’ติ สทฺทายนฺติยา สทฺทํ สุณาติ. อชฺโฌกาเส ทูเรปิ ทสฺสนูปจาโร นาม โหติ. โส เอวรูเป สวนูปจาเร วิชหิเต น รกฺขติ, วิชหิตมตฺเตว อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส.
เอกา มคฺคํ คจฺฉนฺตี โอหียติ. สอุสฺสาหา เจ หุตฺวา อิทานิ ปาปุณิสฺสามีติ อนุพนฺธติ, อนาปตฺติ. สเจ ปุริมาโย อญฺเญน มคฺเคน คจฺฉนฺติ, ปกฺกนฺตา นาม โหนฺติ, อนาปตฺติเยว. ทฺวินฺนํ คจฺฉนฺตีนํ เอกา อนุพนฺธิตุํ อสกฺโกนฺตี ‘‘คจฺฉตุ อย’’นฺติ โอหียติ, อิตราปิ ‘‘โอหียตุ อย’’นฺติ, คจฺฉติ, ทฺวินฺนมฺปิ อาปตฺติ. สเจ ปน คจฺฉนฺตีสุ ปุริมาปิ อญฺญํ มคฺคํ คณฺหาติ, ปจฺฉิมาปิ อญฺญํ, เอกา เอกิสฺสา ปกฺกนฺตฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺติ.
๖๙๓. ปกฺขสงฺกนฺตา วาติ ติตฺถายตนํ สงฺกนฺตา, เสสํ อุตฺตานเมว. ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ตติยสิกฺขาปทํ.
๔. จตุตฺถสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๖๙๔-๘. จตุตฺเถ – ปาทปีฐํ นาม โธตปาทฏฺฐปนกํ. ปาทกฐลิกา นาม อโธตปาทฏฺฐปนกํ. อนญฺญาย คณสฺส ฉนฺทนฺติ ตสฺเสว การกคณสฺส ฉนฺทํ อชานิตฺวา. วตฺเต วตฺตนฺตินฺติ เตจตฺตาลีสปฺปเภเท เนตฺถารวตฺเต วตฺตมานํ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ธุรนิกฺเขปสมุฏฺฐานํ – กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
จตุตฺถสิกฺขาปทํ.
๕. ปญฺจมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๐๑. ปญฺจเม – เอกโต อวสฺสุเตติ เอตฺถ ‘‘ภิกฺขุนิยา อวสฺสุตภาโว ทฏฺฐพฺโพ’’ติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปเนตํ น วุตฺตํ, ตํ ปาฬิยา สเมติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทฺวิเวทนนฺติ.
ปญฺจมสิกฺขาปทํ.
๖. ฉฏฺฐสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๐๕-๖. ฉฏฺเฐ – ยโต ตฺวนฺติ ยสฺมา ตฺวํ. อุยฺโยเชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติอาทิกา สงฺฆาทิเสสปริโยสานา อาปตฺติโย กสฺสา โหนฺตีติ? อุยฺโยชิกาย. วุตฺตญฺเจตํ ปริวาเรปิ –
‘‘น เทติ น ปฏิคฺคณฺหาติ, ปฏิคฺคโห เตน น วิชฺชติ;
อาปชฺชติ ครุกํ น ลหุกํ, ตญฺจ ปริโภคปจฺจยา;
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);
อยญฺหิ คาถา อิมํ อุยฺโยชิกํ สนฺธาย วุตฺตา. อิตริสฺสา ปน อาปตฺติเภโท ปฐมสิกฺขาปเท วิภตฺโตติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ.
๗. สตฺตมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๐๙. สตฺตเม – ยาวตติยกปทตฺโถ มหาวิภงฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.
สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
สตฺตมสิกฺขาปทํ.
๘. อฏฺฐมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๑๕. อฏฺฐเม – กิสฺมิญฺจิเทว อธิกรเณติ จตุนฺนํ อญฺญตรสฺมึ. ปทภาชเน ปน เกวลํ อธิกรณวิภาคํ ทสฺเสตุํ ‘‘อธิกรณํ นาม จตฺตาริ อธิกรณานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เสสํ อุตฺตานเมว สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
อฏฺฐมสิกฺขาปทํ.
๙. นวมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๒๓. นวเม – สํสฏฺฐาติ มิสฺสีภูตา. อนนุโลมิเกนาติ ปพฺพชิตานํ อนนุโลเมน กายิกวาจสิเกน. สํสฏฺฐาติ คิหีนํ โกฏฺฏนปจนคนฺธปิสนมาลาคนฺถนาทินา กายิเกน สาสนปฏิสาสนาหรณสญฺจริตฺตาทินา วาจสิเกน จ สํสฏฺฐา. ปาโป กิตฺติสทฺโท เอตาสนฺติ ปาปสทฺทา. ปาโป อาชีวสงฺขาโต สิโลโก เอตาสนฺติ ปาปสิโลกา. เสสํ อุตฺตานเมว สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
นวมสิกฺขาปทํ.
๑๐. ทสมสงฺฆาทิเสสสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๒๗. ทสเม – เอวาจาราติ เอวํอาจารา. ยาทิโส ตุมฺหากํ อาจาโร, ตาทิสา อาจาราติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อุญฺญายาติ อวญฺญาย นีจํ กตฺวา ชานนาย. ปริภเวนาติ กึ อิมา กริสฺสนฺตีติ เอวํ ปริภวิตฺวา ชานเนน. อกฺขนฺติยาติ อสหนตาย; โกเธนาติ อตฺโถ. เวภสฺสิยาติ พลวภสฺสภาเวน; อตฺตโน พลปฺปกาสเนน สมุตฺราสเนนาติ อตฺโถ. ทุพฺพลฺยาติ ตุมฺหากํ ทุพฺพลภาเวน. สพฺพตฺถ อุญฺญาย จ ปริภเวน จาติ เอวํ สมุจฺจยตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. วิวิจฺจถาติ วินา โหถ. เสสํ อุตฺตานเมว สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
ทสมสิกฺขาปทํ.
อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย สตฺตรส สงฺฆาทิเสสาติ เอตฺถ ฉนฺนํ ปฐมาปตฺติกานํ อนนฺตรา สญฺจริตฺตํ, เทฺว ทุฏฺฐโทสาติ อิมานิ ตีณิ สิกฺขาปทานิ มหาวิภงฺคโต ปกฺขิปิตฺวา นว ปฐมาปตฺติกา, จตุนฺนํ ยาวตติยกานํ อนนฺตรา มหาวิภงฺคโตปิ จตฺตาโร ยาวตติยเก ปกฺขิปิตฺวา อฏฺฐ ยาวตติยกา เวทิตพฺพา. เอวํ สพฺเพปิ ปาติโมกฺขุทฺเทสมคฺเคน อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย สตฺตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมว อญฺญตฺร ปกฺขมานตฺตา. ตํ ปน ขนฺธเก วิตฺถาเรน วณฺณยิสฺสามาติ.
สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย ภิกฺขุนีวิภงฺเค
สตฺตรสกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สงฺฆาทิเสสกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ.
๓. นิสฺสคฺคิยกณฺฑํ (ภิกฺขุนีวิภงฺควณฺณนา)
ปฐมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
ตึส นิสฺสคฺคิยา ธมฺมา, ภิกฺขุนีนํ ปกาสิตา;
เย เตสํ ทานิ ภวติ, อยํ สํวณฺณนากฺกโม.
๗๓๓. อามตฺติกาปณนฺติ อมตฺตานิ วุจฺจนฺติ ภาชนานิ; ตานิ เย วิกฺกิณนฺติ, เต วุจฺจนฺติ อามตฺติกา; เตสํ อาปโณ อามตฺติกาปโณ; ตํ วา ปสาเรสฺสนฺตีติ อตฺโถ.
๗๓๔. ปตฺตสนฺนิจยํ กเรยฺยาติ ปตฺตสนฺนิธึ กเรยฺย; เอกาหํ อนธิฏฺฐหิตฺวา วา อวิกปฺเปตฺวา วา ปตฺตํ ฐเปยฺยาติ อตฺโถ. เสสํ มหาวิภงฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยเมว หิ วิเสโส – ตตฺถ ทสาหํ ปริหาโร, อิธ เอกาหมฺปิ นตฺถิ. เสสํ ตาทิสเมว.
อิทมฺปิ กถินสมุฏฺฐานํ – กายวาจโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, อกิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปฐมสิกฺขาปทํ.
ทุติยนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๓๘. ทุติเย – ทุจฺโจฬาติ วิรูปโจฬา; ชิณฺณโจฬาติ อตฺโถ. อปยฺยาหีติ อปิ อยฺยาหิ.
๗๔๐. อาทิสฺส ทินฺนนฺติ สมฺปตฺตา ภาเชนฺตูติ วตฺวาปิ อิทํ คณสฺส อิทํ ตุมฺหากํ ทมฺมีติ วตฺวา วา ทาตุกมฺยตาย ปาทมูเล ฐเปตฺวา วา ทินฺนมฺปิ อาทิสฺส ทินฺนํ นาม โหติ. เอตํ สพฺพมฺปิ อกาลจีวรํ. อยฺยาย ทมฺมีติ เอวํ ปฏิลทฺธํ ปน ยถาทาเนเยว อุปเนตพฺพํ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ทุติยสิกฺขาปทํ.
ตติยนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๔๓-๕. ตติเย – หนฺทาติ คณฺห. สยํ อจฺฉินฺทตีติ เอกํ ทตฺวา เอกํ อจฺฉินฺทนฺติยา เอกํ นิสฺสคฺคิยํ, พหูสุ พหูนิ. สเจ สํหริตฺวา ฐปิตานิ เอกโต อจฺฉินฺทติ, วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย. พนฺธิตฺวา ฐปิเตสุ ปน เอกาว อาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
ตติยสิกฺขาปทํ.
จตุตฺถนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๔๘. จตุตฺเถ – กเยนาติ มูเลน. น เม อาวุโส สปฺปินา อตฺโถ; เตเลน เม อตฺโถติ อิทํ กิร สา อาหฏสปฺปึ ทตฺวา เตลมฺปิ อาหริสฺสตีติ มญฺญมานา อาห. วิญฺญาเปตฺวาติ ชานาเปตฺวา; อิทํ นาม อาหราติ ยาจิตฺวา วา.
๗๕๒. ตญฺเญว วิญฺญาเปตีติ ยํ ปฐมํ วิญฺญตฺตํ ตํ โถกํ นปฺปโหติ, ตสฺมา ปุน ตญฺเญว วิญฺญาเปตีติ อตฺโถ. อญฺญญฺจ วิญฺญาเปตีติ สเจ ปฐมํ สปฺปิวิญฺญตฺตํ, ยมกํ ปจิตพฺพนฺติ จ เวชฺเชน วุตฺตตฺตา เตเลน อตฺโถ โหติ, ตโต เตเลนาปิ เม อตฺโถติ เอวํ อญฺญญฺจ วิญฺญาเปติ. อานิสํสํ ทสฺเสตฺวาติ สเจ กหาปณสฺส สปฺปิ อาภตํ โหติ, อิมินา มูเลน ทิคุณํ เตลํ ลพฺภติ, เตนาปิ จ อิทํ กิจฺจํ นิปฺผชฺชติ, ตสฺมา เตลํ อาหราติ เอวํ อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา วิญฺญาเปตีติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ฉสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
จตุตฺถสิกฺขาปทํ.
ปญฺจมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๕๓. ปญฺจเม – น เม สิกฺขมาเนติ อิทํ กิร สา กุลธีตา ‘‘อยํ อทฺธา เอวํ วุตฺตา อิทํ เตลํ ฐเปตฺวา สปฺปิมฺปิ เม อตฺตโน กุลฆรา อาหริสฺสตี’’ติ มญฺญมานา อาห. เจตาเปตฺวาติ ชานาเปตฺวา อิจฺเจว อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ จตุตฺถสทิสเมวาติ.
ปญฺจมสิกฺขาปทํ.
ฉฏฺฐนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๕๘. ฉฏฺเฐ – ฉนฺทกนฺติ ‘‘อิทํ นาม ธมฺมกิจฺจํ กริสฺสาม, ยํ สกฺโกถ; ตํ เทถา’’ติ เอวํ ปเรสํ ฉนฺทญฺจ รุจิญฺจ อุปฺปาเทตฺวา คหิตปริกฺขารสฺเสตํ อธิวจนํ. อญฺญทตฺถิเกนาติ อญฺญสฺสตฺถาย ทินฺเนน. อญฺญุทฺทิสิเกนาติ อญฺญํ อุทฺทิสิตฺวา ทินฺเนน. สงฺฆิเกนาติ สงฺฆสฺส ปริจฺจตฺเตน.
๗๖๒. เสสกํ อุปเนตีติ ยทตฺถาย ทินฺโน, ตํ เจตาเปตฺวา อวเสสํ อญฺญสฺสตฺถาย อุปเนติ. สามิเก อปโลเกตฺวาติ ‘‘ตุเมฺหหิ จีวรตฺถาย ทินฺโน, อมฺหากญฺจ จีวรํ อตฺถิ, เตลาทีหิ ปน อตฺโถ’’ติ เอวํ อาปุจฺฉิตฺวา อุปเนติ. อาปทาสูติ ตถารูเปสุ อุปทฺทเวสุ; ภิกฺขุนิโย วิหารํ ฉฑฺเฑตฺวา ปกฺกมนฺติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ ยํ วา ตํ วา เจตาเปตุํ วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ฉสมุฏฺฐานํ – กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ.
สตฺตมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๖๔. สตฺตเม – สญฺญาจิเกนาติ สยํ ยาจิตเกน. เอตเทเวตฺถ นานากรณํ. เสสํ ฉฏฺฐสทิสเมวาติ.
สตฺตมสิกฺขาปทํ.
อฏฺฐมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๖๙. อฏฺฐเม – มหาชนิเกนาติ คณสฺส ปริจฺจตฺเตน. เอตเทเวตฺถ นานากรณํ.
อฏฺฐมสิกฺขาปทํ.
นวมนิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๗๗๔. นวมสิกฺขาปเท – สญฺญาจิเกนาติ อิทํ ปทํ อิโต อธิกตรํ.
นวมสิกฺขาปทํ.