๑๐. ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๓๕. ทสเม – ยํกิญฺจิ นจฺจนฺติ นฏาทโย วา นจฺจนฺตุ โสณฺฑา วา, อนฺตมโส โมรสุวมกฺกฏาทโยปิ, สพฺพมฺเปตํ นจฺจเมว. ยํกิญฺจิ คีตนฺติ ยํกิญฺจิ นฏาทีนํ วา คีตํ โหตุ, อริยานํ ปรินิพฺพานกาเล รตนตฺตยคุณูปสํหิตํ สาธุกีฬิตคีตํ วา อสํยตภิกฺขูนํ ธมฺมภาณกคีตํ วา, สพฺพมฺเปตํ คีตเมว. ยํกิญฺจิ วาทิตนฺติ ตนฺติพทฺธาทิวาทนียภณฺฑวาทิตํ วา โหตุ, กุฏเภริวาทิตํ วา, อนฺตมโส อุทกเภริวาทิตมฺปิ, สพฺพมฺเปตํ วาทิตเมว.
๘๓๖. ทสฺสนาย คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ปทวารคณนาย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ยตฺถ ฐิตา ปสฺสติ วา สุณาติ วาติ เอกปโยเคน โอโลเกนฺตี ปสฺสติ, เตสํเยว คีตวาทิตํ สุณาติ, เอกเมว ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน เอกํ ทิสํ โอโลเกตฺวา นจฺจํ ปสฺสติ, ปุน อญฺญโต โอโลเกตฺวา คายนฺเต ปสฺสติ อญฺญโต วาเทนฺเต, ปาเฏกฺกา อาปตฺติโย. ภิกฺขุนี สยมฺปิ นจฺจิตุํ วา คายิตุํ วา วาทิตุํ วา น ลภติ, อญฺเญ ‘‘นจฺจ, คาย, วาเทหี’’ติ วตฺตุมฺปิ น ลภติ. ‘‘เจติยสฺส อุปหารํ เทถ, อุปาสกา’’ติ วตฺตุมฺปิ ‘‘ตุมฺหากํ เจติยสฺส อุปฏฺฐานํ กโรมา’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตุมฺปิ น ลภติ. สพฺพตฺถ ปาจิตฺติยนฺติ สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. ภิกฺขุโน ทุกฺกฏํ. ‘‘ตุมฺหากํ เจติยสฺส อุปฏฺฐานํ กโรมา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อุปฏฺฐานกรณํ นาม สุนฺทร’’นฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ.
๘๓๗. อาราเม ฐิตาติ อาราเม ฐตฺวา อนฺตราราเม วา พหิอาราเม วา นจฺจาทีนิ ปสฺสติ วา สุณาติ วา, อนาปตฺติ. สติ กรณีเยติ สลากภตฺตาทีนํ วา อตฺถาย อญฺเญน วา เกนจิ กรณีเยน คนฺตฺวา คตฏฺฐาเน ปสฺสติ วา สุณาติ วา, อนาปตฺติ. อาปทาสูติ ตาทิเสน อุปทฺทเวน อุปทฺทุตา สมชฺชฏฺฐานํ ปวิสติ, เอวํ ปวิสิตฺวา ปสฺสนฺติยา วา สุณนฺติยา วา อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ทสมสิกฺขาปทํ.
ลสุณวคฺโค ปฐโม.