๘. กึสุโกปมสุตฺตวณฺณนา

๒๔๕. อฏฺฐเม ทสฺสนนฺติ ปฐมมคฺคสฺเสตํ อธิวจนํ. ปฐมมคฺโค หิ กิเลสปหานกิจฺจํ สาเธนฺโต ปฐมํ นิพฺพานํ ปสฺสติ, ตสฺมา ทสฺสนนฺติ วุจฺจติ. โคตฺรภุญาณํ ปน กิญฺจาปิ มคฺคโต ปฐมตรํ ปสฺสติ, ปสฺสิตฺวา ปน กตฺตพฺพกิจฺจสฺส กิเลสปหานสฺส อภาเวน น ทสฺสนนฺติ วุจฺจติ. อปิจ จตฺตาโรปิ มคฺคา ทสฺสนเมว. กสฺมา? โสตาปตฺติมคฺคกฺขเณ ทสฺสนํ วิสุชฺฌติ, ผลกฺขเณ วิสุทฺธํ. สกทาคามิอนาคามิอรหตฺตมคฺคกฺขเณ วิสุชฺฌติ, ผลกฺขเณ วิสุทฺธนฺติ เอวํ กเถนฺตานํ ภิกฺขูนํ สุตฺวา โส ภิกฺขุ ‘‘อหมฺปิ ทสฺสนํ วิโสเธตฺวา อรหตฺตผเล ปติฏฺฐิโต ทสฺสนวิสุทฺธิกํ นิพฺพานํ สจฺฉิกตฺวา วิหริสฺสามี’’ติ ตํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ ปุจฺฉิ. โส ผสฺสายตนกมฺมฏฺฐานิโก ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ วเสน รูปารูปธมฺเม ปริคฺคเหตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต. เอตฺถ หิ ปุริมานิ ปญฺจ อายตนานิ รูปํ, มนายตนํ อรูปํ. อิติ โส อตฺตนา อธิคตมคฺคเมว กเถสิ.

อสนฺตุฏฺโฐติ ปเทสสงฺขาเรสุ ฐตฺวา กถิตตฺตา อสนฺตุฏฺโฐ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อยํ ปเทสสงฺขาเรสุ ฐตฺวา กเถสิ. สกฺกา นุ โข ปเทสสงฺขาเรสุ ฐตฺวา ทสฺสนวิสุทฺธิกํ นิพฺพานํ ปาปุณิตุ’’นฺติ? ตโต นํ ปุจฺฉิ – ‘‘อาวุโส, ตฺวํเยว นุ โข อิทํ ทสฺสนวิสุทฺธิกํ นิพฺพานํ ชานาสิ, อุทาหุ อญฺเญปิ ชานนฺตา อตฺถี’’ติ. อตฺถาวุโส, อสุกวิหาเร อสุกตฺเถโร นามาติ. โส ตมฺปิ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ. เอเตนุปาเยน อญฺญมฺปิ อญฺญมฺปีติ.

เอตฺถ จ ทุติโย ปญฺจกฺขนฺธกมฺมฏฺฐานิโก รูปกฺขนฺธวเสน รูปํ, เสสกฺขนฺธวเสน นามนฺติ นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา อนุกฺกเมน อรหตฺตํ ปตฺโต. ตสฺมา โสปิ อตฺตนา อธิคตมคฺคเมว กเถสิ. อยํ ปน ‘‘อิเมสํ อญฺญมญฺญํ น สเมติ, ปฐเมน สปฺปเทสสงฺขาเรสุ ฐตฺวาว กถิตํ, อิมินา นิปฺปเทเสสู’’ติ อสนฺตุฏฺโฐ หุตฺวา ตเถว ตํ ปุจฺฉิตฺวา ปกฺกามิ.

ตติโย มหาภูตกมฺมฏฺฐานิโก จตฺตาริ มหาภูตานิ สงฺเขปโต จ วิตฺถารโต จ ปริคฺคเหตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต, ตสฺมา อยมฺปิ อตฺตนา อธิคตมคฺคเมว กเถสิ. อยํ ปน ‘‘อิเมสํ อญฺญมญฺญํ น สเมติ, ปฐเมน สปฺปเทสสงฺขาเรสุ ฐตฺวา กถิตํ, ทุติเยน นิปฺปเทเสสุ, ตติเยน อติสปฺปเทเสสู’’ติ อสนฺตุฏฺโฐ หุตฺวา ตเถว ตํ ปุจฺฉิตฺวา ปกฺกามิ.

จตุตฺโถ เตภูมกกมฺมฏฺฐานิโก. ตสฺส กิร สมปฺปวตฺตา ธาตุโย อเหสุํ, กลฺลสรีรํ พลปตฺตํ, กมฺมฏฺฐานานิปิสฺส สพฺพาเนว สปฺปายานิ, อตีตา วา สงฺขารา โหนฺตุ อนาคตา วา ปจฺจุปฺปนฺนา วา กามาวจรา วา รูปาวจรา วา อรูปาวจรา วา, สพฺเพปิ สปฺปายาว. อสปฺปายกมฺมฏฺฐานํ นาม นตฺถิ. กาเลสุปิ ปุเรภตฺตํ วา โหตุ ปจฺฉาภตฺตํ วา ปฐมยามาทโย วา, อสปฺปาโย กาโล นาม นตฺถิ. ยถา นาม จาริภูมึ โอติณฺโณ มหาหตฺถี หตฺเถน คเหตพฺพํ หตฺเถเนว ลุญฺจิตฺวา คณฺหาติ, ปาเทหิ ปหริตฺวา คเหตพฺพํ ปาเทหิ ปหริตฺวา คณฺหาติ, เอวเมว สกเล เตภูมกธมฺเม กลาปคฺคาเหน คเหตฺวา สมฺมสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺโต, ตสฺมา เอโสปิ อตฺตนา อธิคตมคฺคเมว กเถสิ. อยํ ปน ‘‘อิเมสํ อญฺญมญฺญํ น สเมติ. ปฐเมน สปฺปเทสสงฺขาเรสุ ฐตฺวา กถิตํ, ทุติเยน นิปฺปเทเสสุ, ปุน ตติเยน สปฺปเทเสสุ, จตุตฺเถน นิปฺปเทเสสุเยวา’’ติ อสนฺตุฏฺโฐ หุตฺวา ตํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, อิทํ ทสฺสนวิสุทฺธิกํ นิพฺพานํ ตุเมฺหหิ อตฺตโนว ธมฺมตาย ญาตํ, อุทาหุ เกนจิ โว อกฺขาต’’นฺติ? อาวุโส, มยํ กึ ชานาม? อตฺถิ ปน สเทวเก โลเก สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ตํ นิสฺสาเยตํ อเมฺหหิ ญาตนฺติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อิเม ภิกฺขู มยฺหํ อชฺฌาสยํ คเหตฺวา กเถตุํ น สกฺโกนฺติ, อหํ สพฺพญฺญุพุทฺธเมว ปุจฺฉิตฺวา นิกฺกงฺโข ภวิสฺสามี’’ติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.

ภควา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘เยหิ เต ปโญฺห กถิโต, เต จตฺตาโรปิ ขีณาสวา, สุกถิตํ เตหิ, ตฺวํ ปน อตฺตโน อนฺธพาลตาย ตํ น สลฺลกฺเขสี’’ติ น เอวํ วิเหเสสิ. การกภาวํ ปนสฺส ญตฺวา ‘‘อตฺถคเวสโก เอส, ธมฺมเทสนาย เอว นํ พุชฺฌาเปสฺสามี’’ติ กึสุโกปมํ อาหริ. ตตฺถ ภูตํ วตฺถุํ กตฺวา เอวมตฺโถ วิภาเวตพฺโพ – เอกสฺมึ กิร มหานคเร เอโก สพฺพคนฺถธโร พฺราหฺมณเวชฺโช ปณฺฑิโต ปฏิวสติ. อเถโก นครสฺส ปาจีนทฺวารคามวาสี ปณฺฑุโรคปุริโส ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. เวชฺชปณฺฑิโต เตน สทฺธึ สมฺโมทิตฺวา ‘‘เกนตฺเถน อาคโตสิ ภทฺรมุขา’’ติ, ปุจฺฉิ. โรเคนมฺหิ, อยฺย, อุปทฺทุโต, เภสชฺชํ เม กเถหีติ. เตน หิ, โภ, คจฺฉ, กึสุกรุกฺขํ ฉินฺทิตฺวา, โสเสตฺวา ฌาเปตฺวา, ตสฺส ขาโรทกํ คเหตฺวา อิมินา จิมินา จ เภสชฺเชน โยเชตฺวา, อริฏฺฐํ กตฺวา ปิว, เตน เต ผาสุกํ ภวิสฺสตีติ. โส ตถา กตฺวา นิโรโค พลวา ปาสาทิโก ชาโต.

อถญฺโญ ทกฺขิณทฺวารคามวาสี ปุริโส เตเนว โรเคน อาตุโร ‘‘อสุโก กิร เภสชฺชํ กตฺวา อโรโค ชาโต’’ติ สุตฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘เกน เต, สมฺม, ผาสุกํ ชาต’’นฺติ. กึสุการิฏฺเฐน นาม, คจฺฉ ตฺวมฺปิ กโรหีติ. โสปิ ตถา กตฺวา ตาทิโสว ชาโต.

อถญฺโญ ปจฺฉิมทฺวารคามวาสี…เป… อุตฺตรทฺวารคามวาสี ปุริโส เตเนว โรเคน อาตุโร ‘‘อสุโก กิร เภสชฺชํ กตฺวา อโรโค ชาโต’’ติ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ ‘‘เกน เต, สมฺม, ผาสุกํ ชาต’’นฺติ? กึสุการิฏฺเฐน นาม, คจฺฉ ตฺวมฺปิ กโรหีติ. โสปิ ตถา กตฺวา ตาทิโสว ชาโต.

อถญฺโญ ปจฺจนฺตวาสี อทิฏฺฐปุพฺพกึสุโก เอโก ปุริโส เตเนว โรเคน อาตุโร จิรํ ตานิ ตานิ เภสชฺชานิ กตฺวา โรเค อวูปสมมาเน ‘‘อสุโก กิร นครสฺส ปาจีนทฺวารคามวาสี ปุริโส เภสชฺชํ กตฺวา อโรโค ชาโต’’ติ สุตฺวา ‘‘คจฺฉามหมฺปิ, เตน กตเภสชฺชํ กริสฺสามี’’ติ ทณฺฑโมลุพฺภ อนุปุพฺเพน ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘เกน เต, สมฺม, ผาสุกํ ชาต’’นฺติ ปุจฺฉิ. กึสุการิฏฺเฐน สมฺมาติ. กีทิโส ปน โส กึสุโกติ. ฌาปิตคาเม ฐิตฌามถูโณ วิยาติ. อิติ โส ปุริโส อตฺตนา ทิฏฺฐากาเรนว กึสุกํ อาจิกฺขิ. เตน หิ ทิฏฺฐกาเล กึสุโก ปติตปตฺโต ขาณุกกาเล ทิฏฺฐตฺตา ตาทิโสว โหติ.

โส ปน ปุริโส สุตมงฺคลิกตฺตา ‘‘อยํ ‘ฌาปิตคาเม ฌามถูโณ วิยา’ติ อาห, อมงฺคลเมตํ. เอตสฺมิญฺหิ เม เภสชฺเช กเตปิ โรโค น วูปสมิสฺสตี’’ติ ตสฺส เวยฺยากรเณน อสนฺตุฏฺโฐ ตํ ปุจฺฉิ – ‘‘กึ นุ โข, โภ, ตฺวญฺเญว กึสุกํ ชานาสิ, อุทาหุ อญฺโญปิ อตฺถี’’ติ. อตฺถิ, โภ, ทกฺขิณทฺวารคาเม อสุโก นามาติ. โส ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ, สฺวาสฺส ปุปฺผิตกาเล ทิฏฺฐตฺตา อตฺตโน ทสฺสนานุรูเปน ‘‘โลหิตโก กึสุโก’’ติ อาห. โส ‘‘อยํ ปุริเมน วิรุทฺธํ อาห, กาฬโก โลหิตกโต สุวิทูรทูเร’’ติ ตสฺสปิ เวยฺยากรเณน อสนฺตุฏฺโฐ ‘‘อตฺถิ ปน, โภ, อญฺโญปิ โกจิ กึสุกทสฺสาวี, เยน กึสุโก ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ? ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อตฺถิ ปจฺฉิมทฺวารคาเม อสุโก นามา’’ติ วุตฺเต ตมฺปิ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ. สฺวาสฺส ผลิตกาเล ทิฏฺฐตฺตา อตฺตโน ทสฺสนานุรูเปน ‘‘โอจิรกชาโต อาทินฺนสิปาฏิโก’’ติ อาห. ผลิตกาลสฺมิญฺหิ กึสุโก โอลมฺพมานจีรโก วิย อโธมุขํ กตฺวา คหิตอสิโกโส วิย จ สิรีสรุกฺโข วิย จ ลมฺพมานผโล โหติ. โส ‘‘อยํ ปุริเมหิ วิรุทฺธํ อาห, น สกฺกา อิมสฺส วจนํ คเหตุ’’นฺติ ตสฺสปิ เวยฺยากรเณน อสนฺตุฏฺโฐ ‘‘อตฺถิ ปน, โภ, อญฺโญปิ โกจิ กึสุกทสฺสาวี, เยน กึสุโก ทิฏฺฐปุพฺโพ’’ติ? ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘อตฺถิ อุตฺตรทฺวารคาเม อสุโก นามา’’ติ วุตฺเต ตมฺปิ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ. โส อสฺส สญฺฉนฺนปตฺตกาเล ทิฏฺฐตฺตา อตฺตโน ทสฺสนานุรูเปน ‘‘พหลปตฺตปลาโส สนฺทจฺฉาโย’’ติ อาห. สนฺทจฺฉาโย นาม สํสนฺทิตฺวา ฐิตจฺฉาโย.

โส ‘‘อยมฺปิ ปุริเมหิ วิรุทฺธํ อาห, น สกฺกา อิมสฺส วจนํ คเหตุ’’นฺติ ตสฺสปิ เวยฺยากรเณน อสนฺตุฏฺโฐ ตํ อาห, ‘‘กึ นุ โข, โภ, ตุเมฺห อตฺตโนว ธมฺมตาย กึสุกํ ชานาถ, อุทาหุ เกนจิ โว อกฺขาโต’’ติ? กึ, โภ, มยํ ชานาม? อตฺถิ ปน มหานครสฺส มชฺเฌ อมฺหากํ อาจริโย เวชฺชปณฺฑิโต, ตํ นิสฺสาย อเมฺหหิ ญาตนฺติ. ‘‘เตน หิ อหมฺปิ อาจริยเมว อุปสงฺกมิตฺวา นิกฺกงฺโข ภวิสฺสามี’’ติ ตสฺส สนฺติกํ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. เวชฺชปณฺฑิโต เตน สทฺธึ สมฺโมทิตฺวา, ‘‘เกนตฺเถน อาคโตสิ ภทฺรมุขา’’ติ ปุจฺฉิ. โรเคนมฺหิ, อยฺย, อุปทฺทุโต, เภสชฺชํ เม กเถถาติ. เตน หิ, โภ, คจฺฉ, กึสุกรุกฺขํ ฉินฺทิตฺวา โสเสตฺวา ฌาเปตฺวา ตสฺส ขาโรทกํ คเหตฺวา อิมินา จิมินา จ เภสชฺเชน โยเชตฺวา อริฏฺฐํ กตฺวา ปิว, เอเตน เต ผาสุกํ ภวิสฺสตีติ. โส ตถา กตฺวา นิโรโค พลวา ปาสาทิโก ชาโต.

ตตฺถ มหานครํ วิย นิพฺพานนครํ ทฏฺฐพฺพํ. เวชฺชปณฺฑิโต วิย สมฺมาสมฺพุทฺโธ. วุตฺตมฺปิ เจ ตํ ‘‘ภิสกฺโก สลฺลกตฺโตติ โข, สุนกฺขตฺต, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๓.๖๕) จตูสุ ทฺวารคาเมสุ จตฺตาโร เวชฺชนฺเตวาสิกา วิย จตฺตาโร ทสฺสนวิสุทฺธิปตฺตา ขีณาสวา. ปจฺจนฺตวาสี ปฐมปุริโส วิย ปญฺหปุจฺฉโก ภิกฺขุ. ปจฺจนฺตวาสิโน จตุนฺนํ เวชฺชนฺเตวาสิกานํ กถาย อสนฺตุฏฺฐสฺส อาจริยเมว อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉนกาโล วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน จตุนฺนํ ทสฺสนวิสุทฺธิปตฺตานํ ขีณาสวานํ กถาย อสนฺตุฏฺฐสฺส สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉนกาโล.

ยถา ยถา อธิมุตฺตานนฺติ เยน เยนากาเรน อธิมุตฺตานํ. ทสฺสนํ สุวิสุทฺธนฺติ นิพฺพานทสฺสนํ สุฏฺฐุ วิสุทฺธํ. ตถา ตถา โข เตหิ สปฺปุริเสหิ พฺยากตนฺติ เตน เตเนวากาเรน ตุยฺหํ เตหิ สปฺปุริเสหิ กถิตํ. ยถา หิ ‘‘กาฬโก กึสุโก’’ติ กเถนฺโต น อญฺญํ กเถสิ, อตฺตนา ทิฏฺฐนเยน กึสุกเมว กเถสิ, เอวเมว ฉผสฺสายตนานํ วเสน ทสฺสนวิสุทฺธิปตฺตขีณาสโวปิ อิมํ ปญฺหํ กเถนฺโต น อญฺญํ กเถสิ, อตฺตนา อธิคตมคฺเคน ทสฺสนวิสุทฺธิกํ นิพฺพานเมว กเถสิ.

ยถา จ ‘‘โลหิตโก โอจิรกชาโต พหลปตฺตปลาโส กึสุโก’’ติ กเถนฺโตปิ น อญฺญํ กเถสิ, อตฺตนา ทิฏฺฐนเยน กึสุกเมว กเถสิ, เอวเมว ปญฺจุปาทานกฺขนฺธวเสน จตุมหาภูตวเสน เตภูมกธมฺมวเสน ทสฺสนวิสุทฺธิปตฺตขีณาสโวปิ อิมํ ปญฺหํ กเถนฺโต น อญฺญํ กเถสิ, อตฺตนา อธิคตมคฺเคน ทสฺสนวิสุทฺธิกํ นิพฺพานเมว กเถสิ.

ตตฺถ ยถา กาฬกกาเล กึสุกทสฺสาวิโนปิ ตํ ทสฺสนํ ภูตํ ตจฺฉํ น เตน อญฺญํ ทิฏฺฐํ, กึสุโกว ทิฏฺโฐ, เอวเมว ฉผสฺสายตนวเสน ทสฺสนวิสุทฺธิปตฺตสฺสาปิ ขีณาสวสฺส ทสฺสนํ ภูตํ ตจฺฉํ, น เตน อญฺญํ กถิตํ, อตฺตนา อธิคตมคฺเคน ทสฺสนวิสุทฺธิกํ นิพฺพานเมว กถิตํ. ยถา จ โลหิตกาเล โอจิรกชาตกาเล พหลปตฺตปลาสกาเล กึสุกทสฺสาวิโนปิ ตํ ทสฺสนํ ภูตํ ตจฺฉํ, น เตน อญฺญํ ทิฏฺฐํ, กึสุโกว ทิฏฺโฐ, เอวเมว ปญฺจุปาทานกฺขนฺธวเสน จตุมหาภูตวเสน เตภูมกธมฺมวเสน ทสฺสนวิสุทฺธิปตฺตสฺสาปิ ขีณาสวสฺส ทสฺสนํ ภูตํ ตจฺฉํ, น เตน อญฺญํ กถิตํ, อตฺตนา อธิคตมคฺเคน ทสฺสนวิสุทฺธิกํ นิพฺพานเมว กถิตํ.

เสยฺยถาปิ, ภิกฺขุ รญฺโญ ปจฺจนฺติมํ นครนฺติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? สเจ เตน ภิกฺขุนา ตํ สลฺลกฺขิตํ, อถสฺส ธมฺมเทสนตฺถํ อารทฺธํ. สเจ น สลฺลกฺขิตํ, อถสฺส อิมินา นคโรปเมน ตสฺเสวตฺถสฺส ทีปนตฺถาย อาวิภาวนตฺถาย อารทฺธํ. ตตฺถ ยสฺมา มชฺฌิมปเทเส นครสฺส ปาการาทีนิ ถิรานิ วา โหนฺตุ ทุพฺพลานิ วา, สพฺพโส วา มา โหนฺตุ, โจราสงฺกา น โหนฺติ, ตสฺมา ตํ อคฺคเหตฺวา ‘‘ปจฺจนฺติมํ นคร’’นฺติ อาห. ทฬฺหุทฺธาปนฺติ ถิรปาการํ. ทฬฺหปาการโตรณนฺติ ถิรปาการญฺเจว ถิรโตรณญฺจ. โตรณานิ นาม หิ ปุริสุพฺเพธานิ นครสฺส อลงฺการตฺถํ กรียนฺติ, โจรนิวารณตฺถานิปิ โหนฺติเยว. อถ วา โตรณนฺติ ปิฏฺฐสงฺฆาฏสฺเสตํ นามํ, ถิรปิฏฺฐสงฺฆาฏนฺติปิ อตฺโถ. ฉทฺวารนฺติ นครทฺวารํ นาม เอกมฺปิ โหติ เทฺวปิ สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ, อิธ ปน สตฺถา ฉทฺวาริกนครํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. พฺยตฺโตติ เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต วิสทญาโณ. เมธาวีติ ฐานุปฺปตฺติกปญฺญาสงฺขาตาย เมธาย สมนฺนาคโต.

ปุรตฺถิมาย ทิสายาติอาทิมฺหิ ภูตมตฺถํ กตฺวา เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ – สมิทฺเธ กิร มหานคเร สตฺตรตนสมฺปนฺโน ราชา จกฺกวตฺติ รชฺชํ อนุสาสติ, ตสฺเสตํ ปจฺจนฺตนครํ ราชายุตฺตวิรหิตํ, อถ ปุริสา อาคนฺตฺวา ‘‘อมฺหากํ, เทว, นคเร อายุตฺตโก นตฺถิ, เทหิ โน กิญฺจิ อายุตฺตก’’นฺติ อาหํสุ. ราชา เอกํ ปุตฺตํ ทตฺวา ‘‘คจฺฉถ, เอตํ อาทาย ตตฺถ อภิสิญฺจิตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานาทีนิ กตฺวา วสถา’’ติ. เต ตถา อกํสุ. ราชปุตฺโต ปาปมิตฺตสํสคฺเคน กติปาเหเยว สุราโสณฺโฑ หุตฺวา, สพฺพานิ วินิจฺฉยฏฺฐานาทีนิ หาเรตฺวา, นครมชฺเฌ ธุตฺเตหิ ปริวาริโต สุรํ ปิวนฺโต นจฺจคีตาทิรติยา วีตินาเมติ. อถ รญฺโญ อาคนฺตฺวา อาโรจยึสุ.

ราชา เอกํ ปณฺฑิตํ อมจฺจํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉ กุมารํ โอวทิตฺวา, วินิจฺฉยฏฺฐานาทีนิ กาเรตฺวา, ปุน อภิเสกํ กตฺวา, เอหี’’ติ. น สกฺกา, เทว, กุมารํ โอวทิตุํ, จณฺโฑ กุมาโร ฆาเตยฺยาปิ มนฺติ. อเถกํ พลสมฺปนฺนํ โยธํ อาณาเปสิ – ‘‘ตฺวํ อิมินา สทฺธึ คนฺตฺวา สเจ โส โอวาเท น ติฏฺฐติ, สีสมสฺส ฉินฺทาหี’’ติ. อิติ โส อมจฺโจ โยโธ จาติ อิทํ สีฆํ ทูตยุคํ ตตฺถ คนฺตฺวา โทวาริกํ ปุจฺฉิ – ‘‘กหํ, โภ, นครสฺส สามิ กุมาโร’’ติ. เอส มชฺเฌสิงฺฆาฏเก สุรํ ปิวนฺโต ธุตฺตปริวาริโต คีตาทิรตึ อนุโภนฺโต นิสินฺโนติ. อถ ตํ ทูตยุคํ คนฺตฺวา อมจฺโจ ตาเวตฺถ, ‘‘สามิ, วินิจฺฉยฏฺฐานาทีนิ กิร กาเรตฺวา สาธุกํ รชฺชํ อนุสาสา’’ติ อาห. กุมาโร อสุณนฺโต วิย นิสีทิ. อถ นํ โยโธ สีเส คเหตฺวา, ‘‘สเจ รญฺโญ อาณํ กโรสิ, กร, โน เจ, เอตฺเถว เต สีสํ ปาเตสฺสามี’’ติ ขคฺคํ อพฺพาหิ. ปริจารกา ธุตฺตา ตาวเทว ทิสาสุ ปลายึสุ. กุมาโร ภีโต สาสนํ สมฺปฏิจฺฉิ. อถสฺส เต ตตฺเถว อภิเสกํ กตฺวา เสตจฺฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ‘‘สมฺมา รชฺชํ อนุสาสาหี’’ติ รญฺญา วุตฺตํ ยถาภูตวจนํ นิยฺยาเตตฺวา ยถาคตมคฺคเมว ปฏิปชฺชึสุ. อิมมตฺถํ อาวิกโรนฺโต ภควา ‘‘ปุรตฺถิมาย ทิสายา’’ติ อาห.

ตตฺริทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – สมิทฺธมหานครํ วิย หิ นิพฺพานนครํ ทฏฺฐพฺพํ, สตฺตรตนสมนฺนาคโต ราชา จกฺกวตฺติ วิย สตฺตโพชฺฌงฺครตนสมนฺนาคโต ธมฺมราชา สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ปจฺจนฺติมนครํ วิย สกฺกายนครํ, ตสฺมึ นคเร กูฏราชปุตฺโต วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน กูฏจิตฺตุปฺปาโท, กูฏราชปุตฺตสฺส ธุตฺเตหิ ปริวาริตกาโล วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน ปญฺจหิ นีวรเณหิ สมงฺคิกาโล, เทฺว สีฆทูตา วิย สมถกมฺมฏฺฐานญฺจ วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานญฺจ, มหาโยเธน สีเส คหิตกาโล วิย อุปฺปนฺนปฐมชฺฌานสมาธินา นิจฺจลํ กตฺวา จิตฺตคฺคหิตกาโล, โยเธน สีเส คหิตมตฺเต ธุตฺตานํ ทิสาสุ ปลายิตฺวา ทูรีภาโว วิย ปฐมชฺฌานมฺหิ อุปฺปนฺนมตฺเต นีวรณานํ ทูรีภาโว, ‘‘กริสฺสามิ รญฺโญ สาสน’’นฺติ สมฺปฏิจฺฉิตมตฺเต วิสฺสฏฺฐกาโล วิย ฌานโต วุฏฺฐิตกาโล, อมจฺเจน รญฺโญ สาสนํ อาโรจิตกาโล วิย สมาธินา จิตฺตํ กมฺมนิยํ กตฺวา วิปสฺสนากมฺมฏฺฐานสฺส วฑฺฒิตกาโล, ตตฺเถวสฺส เตหิ ทฺวีหิ ทูเตหิ กตาภิเสกสฺส เสตจฺฉตฺตอุสฺสาปนํ วิย สมถวิปสฺสนากมฺมฏฺฐานํ นิสฺสาย อรหตฺตปฺปตฺตสฺส วิมุตฺติเสตจฺฉตฺตุสฺสาปนํ เวทิตพฺพํ.

นครนฺติ โข ภิกฺขุ อิมสฺเสตํ จาตุมหาภูติกสฺส กายสฺส อธิวจนนฺติอาทีสุ ปน จาตุมหาภูติกสฺสาติอาทีนํ ปทานํ อตฺโถ เหฏฺฐา วิตฺถาริโตว. เกวลํ ปน วิญฺญาณราชปุตฺตสฺส นิวาสฏฺฐานตฺตา เอตฺถ กาโย ‘‘นคร’’นฺติ วุตฺโต, ตสฺเสว ทฺวารภูตตฺตา ฉ อายตนานิ ‘‘ทฺวารานี’’ติ, เตสุ ทฺวาเรสุ นิจฺจํ สุปฺปติฏฺฐิตตฺตา สติ ‘‘โทวาริโก’’ติ, กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขนฺเตน ธมฺมราเชน เปสิตตฺตา สมถวิปสฺสนา ‘‘สีฆํ ทูตยุค’’นฺติ. เอตฺถ มหาโยโธ วิย สมโถ, ปณฺฑิตามจฺโจ วิย วิปสฺสนา เวทิตพฺพา.

มชฺเฌ สิงฺฆาฏโกติ นครมชฺเฌ สิงฺฆาฏโก. มหาภูตานนฺติ หทยวตฺถุสฺส นิสฺสยภูตานํ มหาภูตานํ. วตฺถุรูปสฺส หิ ปจฺจยทสฺสนตฺถเมเวตํ จตุมหาภูตคฺคหณํ กตํ. นครมชฺเฌ ปน โส ราชกุมาโร วิย สรีรมชฺเฌ หทยรูปสิงฺฆาฏเก นิสินฺโน สมถวิปสฺสนาทูเตหิ อรหตฺตาภิเสเกน อภิสิญฺจิตพฺโพ วิปสฺสนาวิญฺญาณราชปุตฺโต ทฏฺฐพฺโพ. นิพฺพานํ ปน ยถาภูตสภาวํ อกุปฺปํ อธิการีติ กตฺวา ยถาภูตํ วจนนฺติ วุตฺตํ. อริยมคฺโค ปน ยาทิโสว ปุพฺพภาควิปสฺสนามคฺโค, อยมฺปิ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตตฺตา ตาทิโสเยวาติ กตฺวา ยถาคตมคฺโคติ วุตฺโต. อิทํ ตาเวตฺถ ธมฺมเทสนตฺถํ อาภตาย อุปมาย สํสนฺทนํ.

ตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏีกรณตฺถํ อาภตปกฺเข ปน อิทํ สํสนฺทนํ – เอตฺถ หิ ฉทฺวารูปมา ฉผสฺสายตนวเสน ทสฺสนวิสุทฺธิปตฺตํ ขีณาสวํ ทสฺเสตุํ อาภตา, นครสามิอุปมา ปญฺจกฺขนฺธวเสน, สิงฺฆาฏกูปมา จตุมหาภูตวเสน, นครูปมา เตภูมกธมฺมวเสน ทสฺสนวิสุทฺธิปตฺตํ ขีณาสวํ ทสฺเสตุํ อาภตา. สงฺเขปโต ปนิมสฺมึ สุตฺเต จตุสจฺจเมว กถิตํ. สกเลนปิ หิ นครสมฺภาเรน ทุกฺขสจฺจเมว กถิตํ, ยถาภูตวจเนน นิโรธสจฺจํ, ยถาคตมคฺเคน มคฺคสจฺจํ, ทุกฺขสฺส ปน ปภาวิกา ตณฺหา สมุทยสจฺจํ. เทสนาปริโยสาเน ปญฺหปุจฺฉโก ภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิโตติ.