๑๙. อาสีวิสวคฺโค

๑. อาสีวิโสปมสุตฺตวณฺณนา

๒๓๘. อาสีวิสวคฺคสฺส ปฐเม ภิกฺขู อามนฺเตสีติ เอกจาริกทฺวิจาริกติจาริกจตุจาริกปญฺจจาริเก สภาควุตฺติโน การเก ยุตฺตปยุตฺเต สพฺเพปิ ทุกฺขลกฺขณกมฺมฏฺฐานิเก ปริวาเรตฺวา นิสินฺเน โยคาวจเร ภิกฺขู อามนฺเตสิ. อิทญฺหิ สุตฺตํ ปุคฺคลชฺฌาสเยน วุตฺตํ. ปุคฺคเลสุปิ วิปญฺจิตญฺญูนํ ทิสาวาสิกานํ ทุกฺขลกฺขณกมฺมฏฺฐานิกานํ อุปฏฺฐานเวลาย อาคนฺตฺวา สตฺถารํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนานํ วเสน วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปิ อุคฺฆฏิตญฺญูอาทีนํ จตุนฺนมฺปิ ปุคฺคลานํ ปจฺจยภูตเมเวตํ. อุคฺฆฏิตญฺญู ปุคฺคโล หิ อิมสฺส สุตฺตสฺส มาติกานิกฺเขเปเนว อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ, วิปญฺจิตญฺญู มาติกาย วิตฺถารภาชเนน, เนยฺยปุคฺคโล อิมเมว สุตฺตํ สชฺฌายนฺโต ปริปุจฺฉนฺโต โยนิโส มนสิกโรนฺโต กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺโต ภชนฺโต ปยิรุปาสนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ. ปทปรมสฺเสตํ สุตฺตํ อนาคเต วาสนา ภวิสฺสตีติ เอวํ สพฺเพสมฺปิ อุปการภาวํ ญตฺวา ภควา สิเนรุํ อุกฺขิปนฺโต วิย อากาสํ วิตฺถาเรนฺโต วิย จกฺกวาฬปพฺพตํ กมฺเปนฺโต วิย จ มหนฺเตน อุสฺสาเหน เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเวติ อิมํ อาสีวิโสปมสุตฺตํ อารภิ.

ตตฺถ จตฺตาโร อาสีวิสาติ กฏฺฐมุโข, ปูติมุโข, อคฺคิมุโข, สตฺถมุโขติ อิเม จตฺตาโร. เตสุ กฏฺฐมุเขน ทฏฺฐสฺส สกลสรีรํ สุกฺขกฏฺฐํ วิย ถทฺธํ โหติ, สนฺธิปพฺเพสุ อธิมตฺตํ อยสูลสมปฺปิตํ วิย ติฏฺฐติ. ปูติมุเขน ทฏฺฐสฺส ปกฺกปูติปนสํ วิย วิปุพฺพกภาวํ อาปชฺชิตฺวา ปคฺฆรติ, จงฺควาเร ปกฺขิตฺตอุทกํ วิย โหติ. อคฺคิมุเขน ทฏฺฐสฺส สกลสรีรํ ฌายิตฺวา ภสฺมมุฏฺฐิ วิย ถุสมุฏฺฐิ วิย จ วิปฺปกิรียติ. สตฺตมุเขน ทฏฺฐสฺส สกลสรีรํ ภิชฺชติ, อสนิปาตฏฺฐานํ วิย มหานิขาทเนน ขตสนฺธิมุขํ วิย จ โหติ. เอวํ วิสวเสน วิภตฺตา จตฺตาโร อาสีวิสา.

วิสเวควิกาเรน ปเนเต โสฬส โหนฺติ. กฏฺฐมุโข หิ ทฏฺฐวิโส, ทิฏฺฐวิโส, ผุฏฺฐวิโส, วาตวิโสติ จตุพฺพิโธ โหติ. เตน หิ ทฏฺฐมฺปิ ทิฏฺฐมฺปิ ผุฏฺฐมฺปิ ตสฺส วาเตน ปหฏมฺปิ สรีรํ วุตฺตปฺปกาเรน ถทฺธํ โหติ. เสเสสุปิ เอเสว นโยติ. เอวํ วิสเวควิการวเสน โสฬส โหนฺติ.

ปุน ปุคฺคลปณฺณตฺติวเสน จตุสฏฺฐิ โหนฺติ. กถํ? กฏฺฐมุเขสุ ตาว ทฏฺฐวิโส จ อาคตวิโส โน โฆรวิโส, โฆรวิโส โน อาคตวิโส, อาคตวิโส เจว โฆรวิโส จ, เนวาคตวิโส น โฆรวิโสติ จตุพฺพิโธ โหติ. ตตฺถ ยสฺส วิสํ สมฺปชฺชลิตติณุกฺกาย อคฺคิ วิย สีฆํ อภิรุหิตฺวา อกฺขีนิ คเหตฺวา ขนฺธํ คเหตฺวา สีสํ คเหตฺวา ฐิตนฺติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ มณิสปฺปาทีนํ วิสํ วิย, มนฺตํ ปน ปริวตฺเตตฺวา กณฺณวาตํ ทตฺวา ทณฺฑเกน ปหฏมตฺเต โอตริตฺวา ทฏฺฐฏฺฐาเนเยว ติฏฺฐติ, อยํ อาคตวิโส โน โฆรวิโส นาม. ยสฺส ปน วิสํ สณิกํ อภิรุหติ, อารุฬฺหารุฬฺหฏฺฐาเน ปน อยํ สีตอุทกํ วิย โหติ อุทกสปฺปาทีนํ วิสํ วิย, ทฺวาทสวสฺสจฺจเยนาปิ กณฺณปิฏฺฐิขนฺธปิฏฺฐิกาทีสุ คณฺฑปิฬกาทิวเสน ปญฺญายติ, มนฺตปริวตฺตนาทีสุ จ กยิรมานาสุ สีฆํ น โอตรติ, อยํ โฆรวิโส โน อาคตวิโส นาม. ยสฺส ปน วิสํ สีฆํ อภิรุหติ, น สีฆํ โอตรติ อเนฬกสปฺปาทีนํ วิสํ วิย, อยํ อาคตวิโส เจว โฆรวิโส จ. ยสฺส ปน วิสํ มนฺทํ โหติ, โอตาริยมานมฺปิ สุเขเนว โอตรติ นีลสปฺปธมฺมนิสปฺปาทีนํ วิสํ วิย, อยํ เนวาคตวิโส น โฆรวิโส นาม. อิมินา อุปาเยน กฏฺฐมุเข ทฏฺฐวิสาทโย ปูติมุขาทีสุ จ ทฏฺฐวิสาทโย เวทิตพฺพาติ. เอวํ ปุคฺคลปณฺณตฺติวเสน จตุสฏฺฐิ.

เตสุ ‘‘อณฺฑชา นาคา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๓.๓๔๒-๓๔๔) โยนิวเสน เอเกกํ จตุธา วิภชิตฺวา ฉปณฺณาสาธิกานิ เทฺว สตานิ โหนฺติ. เต ชลชาถลชาติ ทฺวิคุณิตา ทฺวาทสาธิกานิ ปญฺจสตานิ โหนฺติ, เต กามรูปอกามรูปานํ วเสน ทฺวิคุณิตา จตุวีสาธิกสหสฺสสงฺขา โหนฺติ. ปุน คตมคฺคสฺส ปฏิโลมโต สํขิปฺปมานา กฏฺฐมุขาทิวเสน จตฺตาโรว โหนฺตีติ. เต สนฺธาย ภควา ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อาสีวิสา’’ติ อาห. กุลวเสน หิ เอเต คหิตา.

ตตฺถ อาสีวิสาติ อาสิตฺตวิสาติปิ อาสีวิสา, อสิตวิสาติปิ อาสีวิสา, อสิสทิสวิสาติปิ อาสีวิสา. อาสิตฺตวิสาติ สกลกาเย อาสิญฺจิตฺวา วิย ฐปิตวิสา, ปรสฺส จ อตฺตโน สรีเร จ อาสิญฺจนวิสาติ อตฺโถ. อสิตวิสาติ ยํ ยํ เอเตหิ อสิตํ โหติ ปริภุตฺตํ, ตํ ตํ วิสเมว สมฺปชฺชติ, ตสฺมา อสิตํ วิสํ โหติ เอเตสนฺติ อาสีวิสา. อสิสทิสวิสาติ อสิวิย ติขิณํ ปรมมฺมจฺเฉทนสมตฺถํ วิสํ เอเตสนฺติ อาสีวิสาติ เอวเมตฺถ วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ. อุคฺคเตชาติ อุคฺคตเตชา พลวเตชา. โฆรวิสาติ ทุนฺนิมฺมทฺทนวิสา.

เอวํ วเทยฺยุนฺติ ปฏิชคฺคาปนตฺถํ เอวํ วเทยฺยุํ. ราชาโน หิ อาสีวิเส คาหาเปตฺวา – ‘‘ตถารูเป โจเร วา เอเตหิ ฑํสาเปตฺวา มาเรสฺสาม, นครูปโรธกาเล ปรเสนาย วา ตํ ขิปิสฺสาม, ปรพลํ นิมฺมทฺเทตุํ อสกฺโกนฺตา สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา วรสยนํ อารุยฺห เอเตหิ อตฺตานํ ฑํสาเปตฺวา สตฺตูนํ วสํ อนาคจฺฉนฺตา อตฺตโน รุจิยา มริสฺสามา’’ติ อาสีวิเส ชคฺคาเปนฺติ. เต ยํ โจรํ สหสาว มาเรตุํ น อิจฺฉนฺติ, ‘‘เอวเมเต ทีฆรตฺตํ ทุกฺขปฺปตฺโต หุตฺวา มริสฺสนฺตี’’ติ อิจฺฉนฺตา ตํ ปุริสํ เอวํ วทนฺติ อิเม เต อมฺโภ ปุริส จตฺตาโร อาสีวิสาติ.

ตตฺถ กาเลน กาลนฺติ กาเล กาเล. สํเวเสตพฺพาติ นิปชฺชาเปตพฺพา. อญฺญตโร วา อญฺญตโร วาติ กฏฺฐมุขาทีสุ โย โกจิ. ยํ เต อมฺโภ ปุริส กรณียํ, ตํ กโรหีติ อิทํ อตฺถจรกสฺส วจนํ เวทิตพฺพํ. ตสฺส กิร ปุริสสฺส เอวํ อาสีวิเส ปฏิปาเทตฺวา ‘อยํ โว อุปฏฺฐาโก’ติ จตูสุ เปฬาสุ ฐปิตานํ อาสีวิสานํ อาโรเจนฺติ. อเถโก นิกฺขมิตฺวา อาคมฺม ตสฺส ปุริสสฺส ทกฺขิณปาทานุสาเรน อภิรุหิตฺวา ทกฺขิณหตฺถํ มณิพนฺธโต ปฏฺฐาย เวเฐตฺวา ทกฺขิณกณฺณโสตมูเล ผณํ กตฺวา สุสูติ กโรนฺโต นิปชฺชิ. อปโร วามปาทานุสาเรน อภิรุหิตฺวา ตเถว วามหตฺถํ เวเฐตฺวา วามกณฺณโสตมูเล ผณํ กตฺวา สุสูติ กโรนฺโต นิปชฺชิ, ตติโย นิกฺขมิตฺวา อภิมุขํ อภิรุหิตฺวา กุจฺฉึ เวเฐตฺวา คลวาฏกมูเล ผณํ กตฺวา สุสูติ กโรนฺโต นิปชฺชิ, จตุตฺโถ ปิฏฺฐิภาเคน อภิรุหิตฺวา คีวํ เวเฐตฺวา อุปริมุทฺธนิ ผณํ ฐเปตฺวา สุสูติ กโรนฺโต นิปชฺชิ.

เอวํ จตูสุ อาสีวิเสสุ สรีรฏฺฐเกสุเยว ชาเตสุ เอโก ตสฺส ปุริสสฺส อตฺถจรกปุริโส ตํ ทิสฺวา ‘‘กึ เต, โภ ปุริส, ลทฺธ’’นฺติ, ปุจฺฉิ. ตโต เตน ‘‘อิเม เม, โภ, หตฺเถสุ หตฺถกฏกํ วิย พาหาสุ เกยูรํ วิย กุจฺฉิมฺหิ กุจฺฉิเวฐนสาฏโก วิย กณฺเณสุ กณฺณจูฬิกา วิย คเล มุตฺตาวลิโย วิย สีเส สีสปสาธนํ วิย เกจิ อลงฺการวิเสสา รญฺญา ทินฺนา’’ติ วุตฺเต โส อาห – ‘‘โภ อนฺธพาล, มา เอวํ มญฺญิตฺถ ‘รญฺญา เม ตุฏฺเฐเนตํ ปสาธนํ ทินฺน’นฺติ. ตฺวํ รญฺโญ อาคุจารี โจโร, อิเม จ จตฺตาโร อาสีวิสา ทุรุปฏฺฐาหา ทุปฺปฏิชคฺคิยา, เอกสฺมึ อุฏฺฐาตุกาเม เอโก นฺหายิตุกาโม โหติ, เอกสฺมึ นฺหายิตุกาเม เอโก ภุญฺชิตุกาโม, เอกสฺมึ ภุญฺชิตุกาเม เอโก นิปชฺชิตุกาโม. เตสุ ยสฺเสว อิจฺฉา น ปูรติ, โส ตตฺเถว ฑํสิตฺวา มาเรตี’’ติ. อตฺถิ ปน, โภ, เอวํ สนฺเต โกจิ โสตฺถิมคฺโคติ? อาม, ราชปุริสานํ วิกฺขิตฺตภาวํ ญตฺวา ปลายนํ โสตฺถิภาโวติ วตฺวา ‘‘ยํ เต กรณียํ, ตํ กโรหี’’ติ วเทยฺย.

ตํ สุตฺวา อิตโร จตุนฺนํ อาสีวิสานํ ปมาทกฺขณํ ราชปุริเสหิ จ ปวิวิตฺตํ ทิสฺวา, วามหตฺเถน ทกฺขิณหตฺถํ เวเฐตฺวา, ทกฺขิณกณฺณจูฬิกาย ผณํ ฐเปตฺวา, สยิตาสีวิสสฺส สรีรํ ปริมชฺชนฺโต วิย สณิกํ ตํ อปเนตฺวา, เอเตเนว อุปาเยน เสเสปิ อปเนตฺวา เตสํ ภีโต ปลาเยยฺย. อถ นํ เต อาสีวิสา ‘‘อยํ อมฺหากํ รญฺญา อุปฏฺฐาโก ทินฺโน’’ติ อนุพนฺธมานา อาคจฺเฉยฺยุํ. อิทํ สนฺธาย อถ โข โส, ภิกฺขเว, ปุริโส ภีโต จตุนฺนํ อาสีวิสานํ…เป… ปลาเยถาติ วุตฺตํ.

ตสฺมึ ปน ปุริเส เอวํ อาคตมคฺคํ โอโลเกตฺวา โอโลเกตฺวา ปลายนฺเต ราชา ‘‘ปลาโต โส ปุริโส’’ติ สุตฺวา ‘‘โก นุ โข ตํ อนุพนฺธิตฺวา ฆาเตตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ วิจินนฺโต ตสฺเสว ปจฺจตฺถิเก ปญฺจ ชเน ลภิตฺวา ‘‘คจฺฉถ นํ อนุพนฺธิตฺวา ฆาเตถา’’ติ เปเสยฺย. อถสฺส อตฺถจรา ปุริสา ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา อาโรเจยฺยุํ. โส ภิยฺโยโสมตฺตาย ภีโต ปลาเยถ. อิมมตฺถํ สนฺธาย ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุนฺติอาทิ วุตฺตํ.

ฉฏฺโฐ อนฺตรจโร วธโกติ ‘‘ปฐมํ อาสีวิเสหิ อนุพทฺโธ อิโต จิโต จ เต วญฺเจนฺโต ปลายิ, อิทานิ ปญฺจหิ ปจฺจตฺถิเกหิ อนุพทฺโธ สุฏฺฐุตรํ ปลายติ, น สกฺกา โส เอวํ คเหตุํ, อุปลาฬนาย ปน สกฺกา, ตสฺมา ทหรกาลโต ปฏฺฐาย เอกโต ขาทิตฺวา จ ปิวิตฺวา จ สนฺถวํ อนฺตรจรํ วธกมสฺส เปเสถา’’ติ อมจฺเจหิ วุตฺเตน รญฺญา ปริเยสิตฺวา เปสิโต อนฺตรจโร วธโก.

โส ปสฺเสยฺย สุญฺญํ คามนฺติ นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต ปทํ ฆายิตฺวา ฆายิตฺวา เวเคนาคจฺฉนฺเต จตฺตาโร อาสีวิเส ปญฺจ วธเก ปจฺจตฺถิเก ฉฏฺฐญฺจ อนฺตรจรํ วธกํ ‘‘นิวตฺต โภ, มา ปลายิ, ปุตฺตทาเรน สทฺธึ กาเม ปริภุญฺชนฺโต สุขํ วสิสฺสสี’’ติ วตฺวา อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา, ภิยฺโยโสมตฺตาย เยน วา เตน วา ปลายนฺโต ปจฺจนฺตรฏฺเฐ อภิมุขคตํ เอกํ ฉกุฏิกํ สุญฺญํ คามํ ปสฺเสยฺย. ริตฺตกญฺเญว ปวิเสยฺยาติ ธนธญฺญมญฺจปีฐาทีหิ วิรหิตตฺตา ริตฺตกญฺเญว ปวิเสยฺย. ตุจฺฉกํ สุญฺญกนฺติ เอตสฺเสว เววจนํ. ปริมเสยฺยาติ ‘‘สเจ ปานียํ ภวิสฺสติ, ปิวิสฺสามิ, สเจ ภตฺตํ ภวิสฺสติ, ภุญฺชิสฺสามี’’ติ ภาชนํ วิวริตฺวา หตฺถํ อนฺโต ปเวเสตฺวา ปริมเสยฺย.

ตเมนํ เอวํ วเทยฺยุนฺติ ฉนฺนํ ฆรานํ เอกฆเรปิ กิญฺจิ อลภิตฺวา คามมชฺเฌ เอโก สนฺทจฺฉาโย รุกฺโข อตฺถิ, ตตฺถ วงฺกผลกํ อตฺถตํ ทิสฺวา, ‘‘อิธ ตาว นิสีทิสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา, ตตฺถ นิสินฺนํ มนฺทมนฺเทน วาเตน พีชิยมานํ ตตฺตกมตฺตมฺปิ สุขํ สนฺตโต อสฺสาทยมานํ, ตเมนํ ปุริสํ เกจิเทว อตฺถจรกา พหิ ปวตฺตึ ญตฺวา อาคตา เอวํ วเทยฺยุํ. อิทานิ อมฺโภ ปุริสาติ อมฺโภ, ปุริส, อิทานิ. โจรา คามฆาตกาติ ‘‘ยเทเวตฺถ ลภิสฺสาม, ตํ คณฺหิสฺสาม วา ฆาเตสฺสาม วา’’ติ อาคตา ฉ คามฆาตกโจรา.

อุทกณฺณวนฺติ คมฺภีรํ ปุถุลํ อุทกํ. คมฺภีรมฺปิ หิ อปุถุลํ, ปุถุลํ วา อคมฺภีรํ, น อณฺณโวติ วุจฺจติ, ยมฺปน คมฺภีรญฺจ ปุถุลญฺจ, ตสฺเสเวตํ นามํ. สาสงฺกํ สปฺปฏิภยนฺติ จตุนฺนํ อาสีวิสานํ ปญฺจนฺนํ วธกานํ ฉฏฺฐสฺส อนฺตรจรสฺส ฉนฺนญฺจ คามฆาตกโจรานํ วเสน สาสงฺกํ สปฺปฏิภยํ. เขมํ อปฺปฏิภยนฺติ เตสํเยว อาสีวิสาทีนํ อภาเวน เขมญฺจ นิพฺภยญฺจ วิจิตฺรอุยฺยานวรํ พหฺวนฺนปานํ เทวนครสทิสํ. น จสฺส นาวา สนฺตารณีติ ‘‘อิมาย นาวาย โอริมตีรโต ปรตีรํ คมิสฺสนฺตี’’ติ เอวํ ฐปิตา จ สนฺตารณี นาวา น ภเวยฺย. อุตฺตรเสตุ วาติ รุกฺขเสตุ-ชงฺฆเสตุ-สกฏเสตูนํ อญฺญตโร อุตฺตรเสตุ วา น ภเวยฺย. ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณติ น โข เอส พฺราหฺมโณ. กสฺมา นํ พฺราหฺมโณติ อาห? เอตฺตกานํ ปจฺจตฺถิกานํ พาหิตตฺตา, เทสนํ วา วินิวตฺเตนฺโต เอกํ ขีณาสวพฺราหฺมณํ ทสฺเสตุมฺปิ เอวมาห.

ตสฺมึ ปน เอวํ อุตฺติณฺเณ จตฺตาโร อาสีวิสา ‘‘น ลทฺโธ วตาสิ อเมฺหหิ, อชฺช เต มุรุมุราย ชีวิตํ ขาทิตฺวา ฉฑฺเฑยฺยาม’’. ปญฺจ ปจฺจตฺถิกา ‘‘น ลทฺโธ วตาสิ อเมฺหหิ, อชฺช เต ปริวาเรตฺวา องฺคมงฺคานิ ฉินฺทิตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คตา สตํ วา สหสฺสํ วา ลเภยฺยาม’’. ฉฏฺโฐ อนฺตรจโร ‘‘น ลทฺโธ วตาสิ มยา, อชฺช เต ผลิกวณฺเณน อสินา สีสํ ฉินฺทิตฺวา, เสนาปติฏฺฐานํ ลภิตฺวา สมฺปตฺตึ อนุภเวยฺยํ’’. ฉ โจรา ‘‘น ลทฺโธ วตาสิ อเมฺหหิ, อชฺช เต วิวิธานิ กมฺมการณานิ กาเรตฺวา พหุธนํ อาหราเปสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา, อุทกณฺณวํ โอตริตุํ อสกฺโกนฺตา รญฺโญ อาณาย โกปิตตฺตา ปรโต คนฺตุมฺปิ อวิสหนฺตา ตตฺเถว สุสฺสิตฺวา มเรยฺยุํ.

อุปมา โข มฺยายนฺติ เอตฺถ เอวํ อาทิโต ปฏฺฐาย โอปมฺมสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ – ราชา วิย หิ กมฺมํ ทฏฺฐพฺพํ, ราชาปราธิกปุริโส วิย วฏฺฏนิสฺสิโต ปุถุชฺชโน. จตฺตาโร อาสีวิสา วิย จตฺตาริ มหาภูตานิ, รญฺโญ ตสฺส จตฺตาโร อาสีวิเส ปฏิจฺฉาปิตกาโล วิย กมฺมุนา ปุถุชฺชนสฺส ปฏิสนฺธิกฺขเณเยว จตุนฺนํ มหาภูตานํ ทินฺนกาโล. ‘‘อิเมสํ อาสีวิสานํ ปมาทกฺขเณ ราชปุริสานญฺจ วิวิตฺตกฺขเณ นิกฺขมิตฺวา ยํ เต อมฺโภ, ปุริส, กรณียํ, ตํ กโรหี’’ติ วจเนน ‘‘ปลายสฺสู’’ติ วุตฺตกาโล วิย สตฺถารา อิมสฺส ภิกฺขุโน มหาภูตกมฺมฏฺฐานํ กเถตฺวา ‘‘อิเมสุ จตูสุ มหาภูเตสุ นิพฺพินฺท วิรชฺช, เอวํ วฏฺฏโต ปริมุจฺจิสฺสสี’’ติ กถิตกาโล, ตสฺส ปุริสสฺส อตฺถจรกวจนํ สุตฺวา จตุนฺนํ อาสีวิสานํ ปมาทกฺขเณ ราชปุริสานญฺจ วิวิตฺตกฺขเณ นิกฺขมิตฺวา เยน วา เตน วา ปลายนํ วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ ลภิตฺวา มหาภูตาสีวิเสหิ ปริมุจฺจนตฺถาย ญาณปลายเนน ปลายนํ.

อิทานิ จตุนฺเนตํ มหาภูตานํ อธิวจนํ ปถวีธาตุยา อาโปธาตุยาติอาทีสุ จตุมหาภูตกถา จ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธกถา จ อายตนกถา จ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตนเยเนว เวทิตพฺพา. เอตฺถ จ กฏฺฐมุขอาสีวิโส วิย ปถวีธาตุ ทฏฺฐพฺพา, ปูติมุขอคฺคิมุขสตฺถมุขา วิย เสสธาตุโย. ยเถว หิ กฏฺฐมุเขน ทฏฺฐสฺส สกลกาโย ถทฺโธ โหติ, เอวํ ปถวีธาตุปโกเปนาปิ. ยถา จ ปูติมุขาทีหิ ทฏฺฐสฺส ปคฺฆรติ เจว ฌายติ จ ฉิชฺชติ จ, เอวํ อาโปธาตุเตโชธาตุวาโยธาตุปโกเปนาปีติ. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา –

‘‘ปตฺถทฺโธ ภวตี กาโย, ทฏฺโฐ กฏฺฐมุเขน วา;

ปถวีธาตุปโกเปน, โหติ กฏฺฐมุเขว โส.

‘‘ปูติโก ภวตี กาโย, ทฏฺโฐ ปูติมุเขน วา;

อาโปธาตุปโกเปน, โหติ ปูติมุเขว โส.

‘‘สนฺตตฺโต ภวตี กาโย, ทฏฺโฐ อคฺคิมุเขน วา;

เตโชธาตุปโกเปน, โหติ อคฺคิมุเขว โส.

‘‘สญฺฉินฺโน ภวตี กาโย, ทฏฺโฐ สตฺถมุเขน วา;

วาโยธาตุปโกเปน, โหติ สตฺถมุเขว โส’’ติ. –

เอวํ ตาเวตฺถ วิเสสโต สทิสภาโว เวทิตพฺโพ.

อวิเสสโต ปน อาสยโต วิสเวควิการโต อนตฺถคฺคหณโต ทุรุปฏฺฐานโต ทุราสทโต อกตญฺญุตโต อวิเสสการิโต อนนฺตโทสูปทฺทวโตติ อิเมหิ การเณหิ เอเตสํ อาสีวิสสทิสตา เวทิตพฺพา. ตตฺถ อาสยโตติ อาสีวิสานญฺหิ วมฺมิโก อาสโย, ตตฺเถว เต วสนฺติ. มหาภูตานมฺปิ กายวมฺมิโก อาสโย. อาสีวิสานญฺจ รุกฺขสุสิรติณปณฺณคหนสงฺการฏฺฐานานิปิ อาสโย. เอเตสุปิ หิ เต วสนฺติ. มหาภูตานมฺปิ กายสุสิรํ กายคหนํ กายสงฺการฏฺฐานํ อาสโยติ. เอวํ ตาว อาสยโต สทิสตา เวทิตพฺพา.

วิสเวควิการโตติ อาสีวิสา หิ กุลวเสน กฏฺฐมุขาทิเภทโต จตฺตาโร. ตตฺถ เอเกโก วิสวิการโต วิภชฺชมาโน ทฏฺฐวิสาทิวเสน จตุพฺพิโธ โหติ. มหาภูตานิปิ ปจฺจตฺตลกฺขณวเสน ปถวีอาทิเภทโต จตฺตาริ. เอตฺถ เอเกกํ กมฺมสมุฏฺฐานาทิวเสน จตุพฺพิธํ โหติ. เอวํ วิสเวควิการโต สทิสตา เวทิตพฺพา.

อนตฺถคฺคหณโตติ อาสีวิเส คณฺหนฺตา ปญฺจ อนตฺเถ คณฺหนฺติ – ทุคฺคนฺธํ คณฺหนฺติ, อสุจึ คณฺหนฺติ, พฺยาธึ คณฺหนฺติ, วิสํ คณฺหนฺติ, มรณํ คณฺหนฺติ. มหาภูตานิปิ คณฺหนฺตา ปญฺจ อนตฺเถ คณฺหนฺติ – ทุคฺคนฺธํ คณฺหนฺติ, อสุจึ คณฺหนฺติ, พฺยาธึ คณฺหนฺติ, ชรํ คณฺหนฺติ, มรณํ คณฺหนฺติ. เตนาหุ โปราณา –

‘‘เยเกจิ สปฺปํ คณฺหนฺติ, มีฬฺหลิตฺตํ มหาวิสํ;

ปญฺจ คณฺหนฺตุนตฺถานิ, โลเก สปฺปาภินนฺทิโน.

‘‘ทุคฺคนฺธํ อสุจึ พฺยาธึ, วิสํ มรณปญฺจมํ;

อนตฺถา โหนฺติ ปญฺเจเต, มีฬฺหลิตฺเต ภุชงฺคเม.

‘‘เอวเมวํ อกุสลา, อนฺธพาลปุถุชฺชนา;

ปญฺจ คณฺหนฺตุนตฺถานิ, ภเว ชาตาภินนฺทิโน.

‘‘ทุคฺคนฺธํ อสุจึ พฺยาธึ, ชรํ มรณปญฺจมํ;

อนตฺถา โหนฺติ ปญฺเจเต, มีฬฺหลิตฺเตว ปนฺนเค’’ติ. –

เอวํ อนตฺถคฺคหณโต สทิสตา เวทิตพฺพา.

ทุรุปฏฺฐานโตติ เต อาสีวิสา ทุรุปฏฺฐานา, เอกสฺมึ อุฏฺฐาตุกาเม เอโก นฺหายิตุกาโม โหติ, ตสฺมึ นฺหายิตุกาเม อปโร ภุญฺชิตุกาโม, ตสฺมึ ภุญฺชิตุกาเม อญฺโญ นิปชฺชิตุกาโม โหติ. เตสุ ยสฺส ยสฺเสว อชฺฌาสโย น ปูรติ, โส ตตฺเถว ฑํสิตฺวา มาเรติ. อิเมหิ ปน อาสีวิเสหิ ภูตาเนว ทุรุปฏฺฐานตรานิ. ปถวีธาตุยา หิ เภสชฺเช กยิรมาเน อาโปธาตุ กุปฺปติ, ตสฺเสว เภสชฺชํ กโรนฺตสฺส เตโชธาตูติ เอวํ เอกิสฺสา เภสชฺเช กยิรมาเน อปรา กุปฺปนฺตีติ. เอวํ ทุรุปฏฺฐานโต สทิสตา เวทิตพฺพา.

ทุราสทโตติ ทุราสทา หิ อาสีวิสา, เคหสฺส ปุริมภาเค อาสีวิสํ ทิสฺวา ปจฺฉิมภาเคน ปลายนฺติ, ปจฺฉิมภาเค ทิสฺวา ปุริมภาเคน, เคหมชฺเฌ ทิสฺวา คพฺภํ ปวิสนฺติ, คพฺเภ ทิสฺวา มญฺจปีฐํ อภิรุหนฺติ. มหาภูตานิ ตโตปิ ทุราสทตรานิ. ตถารูเปน หิ กุฏฺฐโรเคน ผุฏฺฐสฺส กณฺณนาสาทีนิ ฉินฺทิตฺวา ปตนฺติ, สรีรํ สมฺผุฏติ นีลมกฺขิกา ปริวาเรนฺติ, สรีรคนฺโธ ทูรโตว อุพฺพาหติ. ตํ ปุริสํ อกฺโกสมานมฺปิ ปริเทวมานมฺปิ เนว โรสวเสน, น การุญฺเญน, อุปสงฺกมิตุํ สกฺโกนฺติ, นาสิกํ ปิทหิตฺวา เขฬํ ปาเตนฺตา ทูรโตว นํ วิวชฺเชนฺติ. เอวํ อญฺเญสมฺปิ ภคนฺทรกุจฺฉิโรควาตโรคาทีนํ พีภจฺฉเชคุจฺฉภาวกรานญฺจ โรคานํ วเสน อยเมวตฺโถ วิภาเวตพฺโพติ. เอวํ ทุราสทโต สทิสตา เวทิตพฺพา.

อกตญฺญุตโตติ อาสีวิสา หิ อกตญฺญุโน โหนฺติ, นฺหาปิยมานาปิ โภชิยมานาปิ คนฺธมาลาทีหิ ปูชิยมานาปิ เปฬายํ ปกฺขิปิตฺวา ปริหริยมานาปิ โอตารเมว คเวสนฺติ. ยตฺถ โอตารํ ลภนฺติ, ตตฺเถว นํ ฑํสิตฺวา มาเรนฺติ. อาสีวิเสหิปิ มหาภูตาเนว อกตญฺญุตรานิ. เอเตสญฺหิ กตํ นาม นตฺถิ, สีเตน วา อุเณฺหน วา นิมฺมเลน ชเลน นฺหาปิยมานานิปิ คนฺธมาลาทีหิ สกฺกริยมานานิปิ มุทุวตฺถมุทุสยนมุทุยานาทีหิ ปริหริยมานานิปิ, วรโภชนํ โภชิยมานานิปิ, วรปานํ ปายาปิยมานานิปิ โอตารเมว คเวสนฺติ. ยตฺถ โอตารํ ลภนฺติ, ตตฺเถว กุปฺปิตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปนฺตีติ. เอวํ อกตญฺญุตโต สทิสตา เวทิตพฺพา.

อวิเสสการิโตติ อาสีวิสา หิ ‘‘อยํ ขตฺติโย วา พฺราหฺมโณ วา เวสฺโส วา สุทฺโท วา คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา’’ติ วิเสสํ น กโรนฺติ, สมฺปตฺตสมฺปตฺตเมว ฑํสิตฺวา มาเรนฺติ. มหาภูตานิปิ ‘‘อยํ ขตฺติโย วา พฺราหฺมโณ วา เวสฺโส วา สุทฺโท วา คหฏฺโฐ วา ปพฺพชิโต วา เทโว วา มนุสฺโส วา มาโร วา พฺรหฺมา วา นิคฺคุโณ วา สคุโณ วา’’ติ วิเสสํ น กโรนฺติ. ยทิ หิ เนสํ ‘‘อยํ คุณวา’’ติ ลชฺชา อุปฺปชฺเชยฺย, สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคเล ตถาคเต ลชฺชํ อุปฺปาเทยฺยุํ. อถาปิ เนสํ ‘‘อยํ มหาปญฺโญ อยํ มหิทฺธิโก อยํ ธุตวาโท’’ติอาทินา นเยน ลชฺชา อุปฺปชฺเชยฺย, ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถราทีสุ ลชฺชํ อุปฺปาเทยฺยุํ. อถาปิ เนสํ ‘‘อยํ นิคฺคุโณ ทารุโณ ถทฺโธ’’ติ ภยํ อุปฺปชฺเชยฺย, สเทวเก โลเก นิคฺคุณถทฺธทารุณานํ อคฺคสฺส เทวทตฺตสฺส ฉนฺนํ วา สตฺถารานํ ภาเยยฺยุํ, น จ ลชฺชนฺติ น จ ภายนฺติ, กุปฺปิตฺวา ยํกิญฺจิ อนยพฺยสนํ อาปาเทนฺติเยว. เอวํ อวิเสสการิโต สทิสตา เวทิตพฺพา.

อนนฺตโทสูปทฺทวโตติ อาสีวิเส นิสฺสาย อุปฺปชฺชนกานญฺหิ โทสูปทฺทวานํ ปมาณํ นตฺถิ. ตถา เหเต ฑํสิตฺวา กาณมฺปิ กโรนฺติ ขุชฺชมฺปิ ปีฐสปฺปิมฺปิ เอกปกฺขลมฺปีติ เอวํ อปริมาณํ วิปฺปการํ ทสฺเสนฺติ. ภูตานิปิ กุปฺปิตานิ น กาณาทิภาเวสุ น กิญฺจิ วิปฺปการํ น กโรนฺติ, อปฺปมาโณ เอเตสํ โทสูปทฺทโวติ. เอวํ อนนฺตโทสูปทฺทวโต สทิสตา เวทิตพฺพา.

อิทาเนตฺถ จตุมหาภูตวเสน ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กเถตพฺพํ สิยา, ตํ วิสุทฺธิมคฺเค จตุธาตุววตฺถานนิทฺเทเส กถิตเมว.

ปญฺจ วธกา ปจฺจตฺถิกาติ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจนนฺติ เอตฺถ ทฺวีหิ อากาเรหิ ขนฺธานํ วธกปจฺจตฺถิกสทิสตา เวทิตพฺพา. ขนฺธา หิ อญฺญมญฺญญฺจ วเธนฺติ, เตสุ จ สนฺเตสุ วโธ นาม ปญฺญายติ. กถํ? รูปํ ตาว รูปมฺปิ วเธติ อรูปมฺปิ, ตถา อรูปํ อรูปมฺปิ วเธติ รูปมฺปิ. กถํ? อยญฺหิ ปถวีธาตุ ภิชฺชมานา อิตรา ติสฺโส ธาตุโย คเหตฺวาว ภิชฺชติ, อาโปธาตุอาทีสุปิ เอเสว นโย, เอวํ ตาว รูปํ รูปเมว วเธติ. รูปกฺขนฺโธ ปน ภิชฺชมาโน จตฺตาโร อรูปกฺขนฺเธ คเหตฺวาว ภิชฺชติ, เอวํ รูปํ อรูปมฺปิ วเธติ. เวทนากฺขนฺโธปิ ภิชฺชมาโน สญฺญาสงฺขารวิญฺญาณกฺขนฺเธ คเหตฺวาว ภิชฺชติ. สญฺญากฺขนฺธาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ อรูปํ อรูปเมว วเธติ. จุติกฺขเณ ปน จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา ภิชฺชมานา วตฺถุรูปมฺปิ คเหตฺวาว ภิชฺชนฺติ, เอวํ อรูปํ รูปมฺปิ วเธติ. เอวํ ตาว อญฺญมญฺญํ วเธนฺตีติ วธกา. ยตฺถ ปน ขนฺธา อตฺถิ, ตตฺถ เฉทนเภทนวธพนฺธนาทโย โหนฺติ, น อญฺญตฺถาติ. เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ วโธ ปญฺญายตีติปิ วธกา.

อิทานิ ปญฺจกฺขนฺเธ รูปารูปวเสน เทฺว โกฏฺฐาเส กตฺวา, รูปวเสน วา นามวเสน วา รูปปริคฺคหํ อาทึ กตฺวา, ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กเถตพฺพํ สิยา ตมฺปิ วิสุทฺธิมคฺเค กถิตเมว.

ฉฏฺโฐ อนฺตรจโร วธโก อุกฺขิตฺตาสิโกติ โข, ภิกฺขเว, นนฺทีราคสฺเสตํ อธิวจนนฺติ เอตฺถ ทฺวีหากาเรหิ นนฺทีราคสฺส อุกฺขิตฺตาสิกวธกสทิสตา เวทิตพฺพา ปญฺญาสิรปาตนโต จ โยนิสมฺปฏิปาทนโต จ. กถํ? จกฺขุทฺวารสฺมิญฺหิ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต ตํ อารมฺมณํ นิสฺสาย โลโภ อุปฺปชฺชติ, เอตฺตาวตา ปญฺญาสีสํ ปติตํ นาม โหติ, โสตทฺวาราทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ ตาว ปญฺญาสิรปาตนโต สทิสตา เวทิตพฺพา. นนฺทีราโค ปเนส อณฺฑชาทิเภทา จตสฺโส โยนิโย อุปเนติ. ตสฺส โยนิอุปคมนมูลกานิ ปญฺจวีสติ มหาภยานิ ทฺวตฺตึส กมฺมการณานิ จ อาคตาเนว โหนฺตีติ เอวํ โยนิสมฺปฏิปาทนโตปิสฺส อุกฺขิตฺตาสิกวธกสทิสตา เวทิตพฺพา.

อิติ นนฺทีราควเสนาปิ เอกสฺส ภิกฺขุโน กมฺมฏฺฐานํ กถิตเมว โหติ. กถํ? อยญฺหิ นนฺทีราโค สงฺขารกฺขนฺโธ, ตํ สงฺขารกฺขนฺโธติ ววตฺถเปตฺวา ตํสมฺปยุตฺตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, จิตฺตํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ, เตสํ วตฺถารมฺมณํ รูปกฺขนฺโธติ, เอวํ ปญฺจกฺขนฺเธ ววตฺถเปติ. อิทานิ เต ปญฺจกฺขนฺเธ นามรูปวเสน ววตฺถเปตฺวา, เตสํ ปจฺจยปริเยสนโต ปฏฺฐาย วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา, อนุปุพฺเพน เอโก อรหตฺตํ ปาปุณาตีติ เอวํ นนฺทีราควเสน กมฺมฏฺฐานํ กถิตํ โหติ.

ฉนฺนํ อชฺฌตฺติกายตนานํ สุญฺญคาเมน สทิสตา ปาฬิยํเยว อาคตา. อยํ ปเนตฺถ กมฺมฏฺฐานนโย – ยถา จ เต ฉ โจรา ฉกุฏิกํ สุญฺญํ คามํ ปวิสิตฺวา อปราปรํ วิจรนฺตา กิญฺจิ อลภิตฺวา คาเมน อนตฺถิกา โหนฺติ, เอวเมวํ ภิกฺขุ ฉสุ อชฺฌตฺติกายตเนสุ อภินิวิสิตฺวา วิจินนฺโต ‘‘อห’’นฺติ วา ‘‘มม’’นฺติ วา คเหตพฺพํ กิญฺจิ อทิสฺวา เตหิ อนตฺถิโก โหติ. โส ‘‘วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสฺสามี’’ติ อุปาทารูปกมฺมฏฺฐานวเสน จกฺขุปสาทาทโย ปริคฺคเหตฺวา ‘‘อยํ รูปกฺขนฺโธ’’ติ ววตฺถเปติ, มนายตนํ ‘‘อรูปกฺขนฺโธ’’ติ. อิติ สพฺพานิเปตานิ นามญฺเจว รูปญฺจาติ นามรูปวเสน ววตฺถเปตฺวา, เตสํ ปจฺจยํ ปริเยสิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา, สงฺขาเร สมฺมสนฺโต อนุปุพฺเพน อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. อิทํ เอกสฺส ภิกฺขุโน ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กถิตํ โหติ.

อิทานิ พาหิรานํ คามฆาตกโจเรหิ สทิสตํ ทสฺเสนฺโต โจรา คามฆาตกาติ โขติอาทิมาห. ตตฺถ มนาปามนาเปสูติ กรณตฺเถ ภุมฺมํ, มนาปามนาเปหีติ อตฺโถ. ตตฺถ โจเรสุ คามํ หนนฺเตสุ ปญฺจ กิจฺจานิ วตฺตนฺติ – โจรา ตาว คามํ ปริวาเรตฺวา ฐิตา อคฺคึ ทตฺวา กฏกฏสทฺทํ อุฏฺฐาเปนฺติ, ตโต มนุสฺสา หตฺถสารํ คเหตฺวา พหิ นิกฺขมนฺติ. ตโต เตหิ สทฺธึ ภณฺฑกสฺส การณา หตฺถปรามาสํ กโรนฺติ. เกจิ ปเนตฺถ ปหารํ ปาปุณนฺติ, เกจิ ปหารฏฺฐาเน ปตนฺติ, อวเสเส ปน อโรคชเน พนฺธิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ เนตฺวา รชฺชุพนฺธนาทีหิ พนฺธิตฺวา ทาสปริโภเคน ปริภุญฺชนฺติ.

ตตฺถ คามฆาตกโจรานํ คามํ ปริวาเรตฺวา อคฺคิทานํ วิย ฉสุ ทฺวาเรสุ อารมฺมเณ อาปาถคเต กิเลสปริฬาหุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา, หตฺถสารํ อาทาย พหิ นิกฺขมนํ วิย. ตงฺขเณ กุสลธมฺมํ ปหาย อกุสลสมงฺคิตา, ภณฺฑกสฺส การณา หตฺถปรามสนาปชฺชนํ วิย ทุกฺกฏทุพฺภาสิตปาจิตฺติยถุลฺลจฺจยานํ อาปชฺชนกาโล, ปหารลทฺธกาโล วิย สงฺฆาทิเสสํ อาปชฺชนกาโล, ปหารํ ลทฺธา ปน ปหารฏฺฐาเน ปติตกาโล วิย ปาราชิกํ อาปชฺชิตฺวา อสฺสมณกาโล, อวเสสชนสฺส พนฺธิตฺวา วสนฏฺฐานํ เนตฺวา ทาสปริโภเคน ปริภุญฺชนกาโล วิย ตเมว อารมฺมณํ นิสฺสาย สพฺเพสํ ปสฺสนฺตานํเยว จูฬสีลมชฺฌิมสีลมหาสีลานิ ภินฺทิตฺวา สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย คิหิภาวํ อาปชฺชนกาโล. ตตฺรสฺส ปุตฺตทารํ โปเสนฺตสฺส สนฺทิฏฺฐิโก ทุกฺขกฺขนฺโธ เวทิตพฺโพ, กาลํ กตฺวา อปาเย นิพฺพตฺตสฺส สมฺปรายิโก.

อิมานิปิ พาหิรายตนานิ เอกสฺส ภิกฺขุโน กมฺมฏฺฐานวเสเนว กถิตานิ. เอตฺถ หิ รูปาทีนิ จตฺตาริ อุปาทารูปานิ, โผฏฺฐพฺพายตนํ ติสฺโส ธาตุโย, ธมฺมายตเน อาโปธาตุยา สทฺธึ ตา จตสฺโสติ อิมานิ จตฺตาริ ภูตานิ, เตสํ ปริจฺเฉทวเสน อากาสธาตุ, ลหุตาทิวเสน ลหุตาทโยติ เอวมิทํ สพฺพมฺปิ ภูตุปาทายรูปํ รูปกฺขนฺโธ, ตทารมฺมณา เวทนาทโย จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา. ตตฺถ ‘‘รูปกฺขนฺโธ รูปํ, จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธา นาม’’นฺติ. นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา ปุริมนเยเนว ปฏิปชฺชนฺตสฺส ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กถิตํ โหติ.

โอฆานนฺติ เอตฺถ ทุรุตฺตรณฏฺโฐ โอฆฏฺโฐ. เอเต หิ ‘‘สีลสํวรํ ปูเรตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ อชฺฌาสยํ สมุฏฺฐาเปตฺวา กลฺยาณมิตฺเต นิสฺสาย สมฺมา วายมนฺเตน ตริตพฺพา, เยน วา เตน วา ทุรุตฺตรา. อิมินา ทุรุตฺตรณฏฺเฐน โอฆาติ วุจฺจนฺติ. เตปิ เอกสฺส ภิกฺขุโน กมฺมฏฺฐานวเสน กถิตา. จตฺตาโรปิ หิ เอเต เอโก สงฺขารกฺขนฺโธ วาติ. เสสํ นนฺทีราเค วุตฺตนเยเนว โยเชตฺวา วิตฺถาเรตพฺพํ.

สกฺกายสฺเสตํ อธิวจนนฺติ, สกฺกาโยปิ หิ อาสีวิสาทีหิ อุทกณฺณวสฺส โอริมตีรํ วิย จตุมหาภูตาทีหิ สาสงฺโก สปฺปฏิภโย, โสปิ เอกสฺส ภิกฺขุโน กมฺมฏฺฐานวเสเนว กถิโต. สกฺกาโย หิ เตภูมกปญฺจกฺขนฺธา, เต จ สมาสโต นามรูปเมวาติ. เอวเมตฺถ นามรูปววตฺถานํ อาทึ กตฺวา ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ วิตฺถาเรตพฺพนฺติ.

นิพฺพานสฺเสตํ อธิวจนนฺติ นิพฺพานญฺหิ อุทกณฺณวสฺส ปาริมตีรํ วิย จตุมหาภูตาทีหิ เขมํ อปฺปฏิภยํ. วีริยารมฺภสฺเสตํ อธิวจนนฺติ เอตฺถ จิตฺตกิริยทสฺสนตฺถํ เหฏฺฐา วุตฺตวายามเมว วีริยนฺติ คณฺหิตฺวา ทสฺเสติ. ติณฺโณ ปารงฺคโตติ ตริตฺวา ปารํ คโต.

ตตฺถ ยถา สาสงฺกโอริมตีเร ฐิเตน อุทกณฺณวํ ตริตุกาเมน กติปาหํ วสิตฺวา สณิกํ นาวํ สชฺเชตฺวา อุทกกีฬํ กีฬนฺเตน วิย น นาวา อภิรุหิตพฺพา. เอวํ กโรนฺโต หิ อนารุโฬฺหว พฺยสนํ ปาปุณาติ. เอวเมว กิเลสณฺณวํ ตริตุกาเมน ‘‘ตรุโณ ตาวมฺหิ, มหลฺลกกาเล อฏฺฐงฺคิกมคฺคกุลฺลํ พนฺธิสฺสามี’’ติ ปปญฺโจ น กาตพฺโพ. เอวํ กโรนฺโต หิ มหลฺลกกาลํ อปตฺวาปิ วินาสํ ปาปุณาติ, ปตฺวาปิ กาตุํ น สกฺโกติ. ภทฺเทกรตฺตาทีนิ ปน อนุสฺสริตฺวา เวเคเนว อยํ อริยมคฺคกุลฺโล พนฺธิตพฺโพ.

ยถา จ กุลฺลํ พนฺธนฺตสฺส หตฺถปาทปาริปูริ อิจฺฉิตพฺพา. กุณฺฐปาโท หิ ขญฺชปาโท วา ปติฏฺฐาตุํ น สกฺโกติ, ผณหตฺถกาทโย ติณปณฺณาทีนิ คเหตุํ น สกฺโกนฺติ. เอวมิมมฺปิ อริยมคฺคกุลฺลํ พนฺธนฺตสฺส สีลปาทานญฺเจว สทฺธาหตฺถสฺส จ ปาริปูริ อิจฺฉิตพฺพา. น หิ ทุสฺสีโล อสฺสทฺโธ สาสเน อปฺปติฏฺฐิโต ปฏิปตฺตึ อสฺสทฺทหนฺโต อริยมคฺคกุลฺลํ พนฺธิตุํ สกฺโกติ. ยถา จ ปริปุณฺณหตฺถปาโทปิ ทุพฺพโล พฺยาธิปีฬิโต กุลฺลํ พนฺธิตุํ น สกฺโกติ, ถามสมฺปนฺโนว สกฺโกติ, เอวํ สีลวา สทฺโธปิ อลโส กุสีโต อิมํ มคฺคกุลฺลํ พนฺธิตุํ น สกฺโกติ, อารทฺธวีริโยว สกฺโกตีติ อิมํ พนฺธิตุกาเมน อารทฺธวีริเยน ภวิตพฺพํ. ยถา โส ปุริโส กุลฺลํ พนฺธิตฺวา ตีเร ฐตฺวา โยชนวิตฺถารํ อุทกณฺณวํ ‘‘อยํ มยา ปจฺจตฺตปุริสการํ นิสฺสาย นิตฺถริตพฺโพ’’ติ มานสํ พนฺธติ, เอวํ โยคินาปิ จงฺกมา โอรุยฺห ‘‘อชฺช มยา จตุมคฺควชฺฌํ กิเลสณฺณวํ ตริตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาตพฺพ’’นฺติ มานสํ พนฺธิตพฺพํ.

ยถา จ โส ปุริโส กุลฺลํ นิสฺสาย อุทกณฺณวํ ตรนฺโต คาวุตมตฺตํ คนฺตฺวา นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘เอกโกฏฺฐาสํ อติกฺกนฺโตมฺหิ, อญฺเญ ตโย เสสา’’ติ ชานาติ, อปรมฺปิ คาวุตมตฺตํ คนฺตฺวา นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘เทฺว อติกฺกนฺโตมฺหิ, เทฺว เสสา’’ติ ชานาติ, อปรมฺปิ คาวุตมตฺตํ คนฺตฺวา นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘ตโย อติกฺกนฺโตมฺหิ, เอโก เสโส’’ติ ชานาติ, ตมฺปิ อติกฺกมฺม นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘จตฺตาโรปิ เม โกฏฺฐสา อติกฺกนฺตา’’ติ ชานาติ, ตญฺจ กุลฺลํ ปาเทน อกฺกมิตฺวา โสตาภิมุขํ ขิปิตฺวา อุตฺตริตฺวา ตีเร ติฏฺฐติ. เอวํ อยมฺปิ ภิกฺขุ อริยมคฺคกุลฺลํ นิสฺสาย กิเลสณฺณวํ ตรนฺโต โสตาปตฺติมคฺเคน ปฐมมคฺควชฺเฌ กิเลเส ตริตฺวา มคฺคานนฺตเร ผเล ฐิโต ปจฺจเวกฺขณญาเณน นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘จตุมคฺควชฺฌานํ เม กิเลสานํ เอโก โกฏฺฐาโส ปหีโน, อิตเร ตโย เสสา’’ติ ชานาติ. ปุน ตเถว อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคานิ สโมธาเนตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต สกทาคามิมคฺเคน ทุติยมคฺควชฺเฌ กิเลเส ตริตฺวา มคฺคานนฺตเร ผเล ฐิโต ปจฺจเวกฺขณญาเณน นิวตฺติตฺวา, โอโลเกนฺโต ‘‘จตุมคฺควชฺฌานํ เม กิเลสานํ เทฺว โกฏฺฐาสา ปหีนา, อิตเร เทฺว เสสา’’ติ ชานาติ. ปุน ตเถว อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคานิ สโมธาเนตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต อนาคามิมคฺเคน ตติยมคฺควชฺเฌ กิเลเส ตริตฺวา มคฺคานนฺตเร ผเล ฐิโต ปจฺจเวกฺขณญาเณน นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘จตุมคฺควชฺฌานํ เม กิเลสานํ ตโย โกฏฺฐาสา ปหีนา, เอโก เสโส’’ติ ชานาติ. ปุน ตเถว อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคานิ สโมธาเนตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต อรหตฺตมคฺเคน จตุตฺถมคฺควชฺเฌ กิเลเส ตริตฺวา มคฺคานนฺตเร ผเล ฐิโต ปจฺจเวกฺขณญาเณน นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต ‘‘สพฺพกิเลสา เม ปหีนา’’ติ ชานาติ.

ยถา โส ปุริโส ตํ กุลฺลํ โสเต ปวาเหตฺวา อุตฺตริตฺวา ถเล ฐิโต นครํ ปวิสิตฺวา อุปริปาสาทวรคโต ‘‘เอตฺตเกน วตมฺหิ อนตฺเถน มุตฺโต’’ติ เอกคฺคจิตฺโต ตุฏฺฐมานโส นิสีทติ, เอวํ ตสฺมึเยว วา อาสเน อญฺเญสุ วา รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ นิสินฺโน ‘‘เอตฺตเกน วตมฺหิ อนตฺเถน มุตฺโต’’ติ นิพฺพานารมฺมณํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา เอกคฺคจิตฺโต ตุฏฺฐมานโส นิสีทติ. อิทํ วา สนฺธาย วุตฺตํ ติณฺโณ ปารงฺคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณติ โข, ภิกฺขเว, อรหโต เอตํ อธิวจนนฺติ. เอวํ ตาเวตฺถ นานากมฺมฏฺฐานานิ กถิตานิ, สโมธาเนตฺวา ปน สพฺพานิปิ เอกเมว กตฺวา ทสฺเสตพฺพานิ. เอกํ กตฺวา ทสฺเสนฺเตนาปิ ปญฺจกฺขนฺธวเสเนว วินิวตฺเตตพฺพานิ.

กถํ? เอตฺถ หิ จตฺตาริ มหาภูตานิ อชฺฌตฺติกานิ ปญฺจายตนานิ พาหิรานิ ปญฺจายตนานิ ธมฺมายตเน ปนฺนรส สุขุมรูปานิ สกฺกายสฺส เอกเทโสติ อยํ รูปกฺขนฺโธ, มนายตนํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ธมฺมายตเนกเทโส จตฺตาโร โอฆา สกฺกาเยกเทโสติ อิเม จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธา. ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ รูปํ, จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธา นามนฺติ อิทํ นามรูปํ. ตสฺส นนฺทีราโค กาโมโฆ ภโวโฆ ธมฺมายตเนกเทโส สกฺกาเยกเทโสติ อิเม ปจฺจยา. อิติ สปฺปจฺจยํ นามรูปํ ววตฺถเปติ นาม. สปฺปจฺจยํ นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณาตีติ อิทํ เอกสฺส ภิกฺขุโน นิยฺยานมุขํ.

ตตฺถ จตฺตาโร มหาภูตา ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา อชฺฌตฺติกพาหิรานิ เอกาทสายตนานิ ธมฺมายตเนกเทโส ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆ สกฺกาเยกเทโสติ อิทํ ทุกฺขสจฺจํ, นนฺทีราโค ธมฺมายตเนกเทโส กาโมโฆ ภโวโฆ สกฺกาเยกเทโสติ อิทํ สมุทยสจฺจํ, ปาริมตีรสงฺขาตํ นิพฺพานํ นิโรธสจฺจํ, อริยมคฺโค มคฺคสจฺจํ. ตตฺถ เทฺว สจฺจานิ วฏฺฏํ, เทฺว วิวฏฺฏํ, เทฺว โลกิยานิ, เทฺว โลกุตฺตรานีติ จตฺตาริ สจฺจานิ โสฬสหากาเรหิ สฏฺฐินยสหสฺเสหิ วิภชิตฺวา ทสฺเสตพฺพานีติ. เทสนาปริโยสาเน วิปญฺจิตญฺญู ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. สุตฺตํ ปน ทุกฺขลกฺขณวเสน กถิตํ.

๒. รโถปมสุตฺตวณฺณนา

๒๓๙. ทุติเย สุขโสมนสฺสพหุโลติ กายิกสุขญฺเจว เจตสิกโสมนสฺสญฺจ พหุลํ อสฺสาติ สุขโสมนสฺสพหุโล. โยนิ จสฺส อารทฺธา โหตีติ การณญฺจสฺส ปริปุณฺณํ โหติ. อาสวานํ ขยายาติ อิธ อาสวกฺขโยติ อรหตฺตมคฺโค อธิปฺเปโต, ตทตฺถายาติ อตฺโถ. โอธสฺตปโตโทติ รถมชฺเฌ ติริยํ ฐปิตปโตโท. เยนิจฺฉกนฺติ เยน ทิสาภาเคน อิจฺฉติ. ยทิจฺฉกนฺติ ยํ ยํ คมนํ อิจฺฉติ. สาเรยฺยาติ เปเสยฺย. ปจฺจาสาเรยฺยาติ ปฏิวินิวตฺเตยฺย. อารกฺขายาติ รกฺขณตฺถาย. สํยมายาติ เวคนิคฺคหณตฺถาย. ทมายาติ นิพฺพิเสวนตฺถาย. อุปสมายาติ กิเลสูปสมตฺถาย.

เอวเมว โขติ เอตฺถ ยถา อกุสลสฺส สารถิโน อทนฺเต สินฺธเว โยเชตฺวา วิสมมคฺเคน รถํ เปเสนฺตสฺส จกฺกานิปิ ภิชฺชนฺติ, อกฺโขปิ สินฺธวานญฺจ ขุรา, อตฺตนาปิ อนยพฺยสนํ ปาปุณาติ, น จ อิจฺฉิติจฺฉิเตน คมเนน สาเรตุํ สกฺโกติ; เอวํ ฉสุ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาโร ภิกฺขุ น อิจฺฉิติจฺฉิตํ สมณรตึ อนุภวิตุํ สกฺโกติ. ยถา ปน เฉโก สารถิ ทนฺเต สินฺธเว โยเชตฺวา, สเม ภูมิภาเค รถํ โอตาเรตฺวา รสฺมิโย คเหตฺวา, สินฺธวานํ ขุเรสุ สตึ ฐเปตฺวา, ปโตทํ อาทาย นิพฺพิเสวเน กตฺวา, เปเสนฺโต อิจฺฉิติจฺฉิเตน คมเนน สาเรติ. เอวเมว ฉสุ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร ภิกฺขุ อิมสฺมึ สาสเน อิจฺฉิติจฺฉิตํ สมณรตึ อนุโภติ, สเจ อนิจฺจานุปสฺสนาภิมุขํ ญาณํ เปเสตุกาโม โหติ, ตทภิมุขํ ญาณํ คจฺฉติ. ทุกฺขานุปสฺสนาทีสุปิ เอเสว นโย.

โภชเน มตฺตญฺญูติ โภชนมฺหิ ปมาณญฺญู. ตตฺถ เทฺว ปมาณานิ – ปฏิคฺคหณปมาณญฺจ ปริโภคปมาณญฺจ. ตตฺถ ปฏิคฺคหณปมาเณ ทายกสฺส วโส เวทิตพฺโพ, เทยฺยธมฺมสฺส วโส เวทิตพฺโพ, อตฺตโน ถาโม ชานิตพฺโพ. เอวรูโป หิ ภิกฺขุ สเจ เทยฺยธมฺโม พหุโก โหติ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, ทายกสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโม อปฺโป, ทายโก พหุํ ทาตุกาโม, เทยฺยธมฺมสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโมปิ พหุ, ทายโกปิ พหุํ ทาตุกาโม, อตฺตโน ถามํ ญตฺวา ปมาเณน คณฺหาติ. โส ตาย ปฏิคฺคหเณ มตฺตญฺญุตาย อนุปฺปนฺนญฺจ ลาภํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนญฺจ ถาวรํ กโรติ ธมฺมิกติสฺสมหาราชกาเล สตฺตวสฺสิโก สามเณโร วิย.

รญฺโญ กิร ปญฺจหิ สกฏสเตหิ คุฬํ อาหรึสุ. ราชา ‘‘มนาโป ปณฺณากาโร, อยฺเยหิ วินา น ขาทิสฺสามา’’ติ อฑฺฒเตยฺยานิ สกฏสตานิ มหาวิหารํ เปเสตฺวา สยมฺปิ ภุตฺตปาตราโส อคมาสิ. เภริยา ปหฏาย ทฺวาทส ภิกฺขุสหสฺสานิ สนฺนิปตึสุ. ราชา เอกมนฺเต ฐิโต อารามิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห – ‘‘รญฺโญ นาม ทาเน ปตฺตปูโรว ปมาณํ, คหิตภาชนํ ปูเรตฺวาว เทหิ, สเจ โกจิ มตฺตปฏิคฺคหเณ ฐิโต น คณฺหาติ, มยฺหํ อาโรเจยฺยาสี’’ติ.

อเถโก มหาเถโร ‘‘มหาโพธิมหาเจติยานิ วนฺทิสฺสามี’’ติ เจติยปพฺพตา อาคนฺตฺวา, วิหารํ ปวิสนฺโต มหามณฺฑปฏฺฐาเน ภิกฺขู คุฬํ คณฺหนฺเต ทิสฺวา ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตํ สามเณรํ อาห, ‘‘นตฺถิ เต คุเฬน อตฺโถ’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, นตฺถี’’ติ. สามเณร มยํ มคฺคกิลนฺตา, เอเกน กปิฏฺฐผลมตฺเตน ปิณฺฑเกน อมฺหากํ อตฺโถติ. สามเณโร ถาลกํ นีหริตฺวา เถรสฺส วสฺสคฺคปฏิปาฏิยํ อฏฺฐาสิ. อารามิโก คหณมานํ ปูเรตฺวา อุกฺขิปิ, สามเณโร องฺคุลึ จาเลสิ. ตาต สามเณร, ราชกุลานํ ทาเน ภาชนปูรเมว ปมาณํ, ถาลกปูรํ คณฺหาหีติ. อาม, อุปาสก, ราชาโน นาม มหชฺฌาสยา โหนฺติ, อมฺหากํ ปน อุปชฺฌายสฺส เอตฺตเกเนว อตฺโถติ.

ราชา ตสฺส กถํ สุตฺวา, ‘‘กึ โภ สามเณโร ภณตี’’ติ? ตสฺส สนฺติกํ คโต. อารามิโก อาห – ‘‘สามิ, สามเณรสฺส ภาชนํ ขุทฺทกํ, พหุํ น คณฺหาตี’’ติ. ราชา อาห, ‘‘อานีตภาชนํ ปูเรตฺวา คณฺหถ, ภนฺเต’’ติ. มหาราช, ราชาโน นาม มหชฺฌาสยา โหนฺติ, อุกฺขิตฺตภาชนํ ปูเรตฺวาว ทาตุกามา, อมฺหากํ ปน อุปชฺฌายสฺส เอตฺตเกเนว อตฺโถติ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ สตฺตวสฺสิกทารโก, อชฺชาปิสฺส มุขโต ขีรคนฺโธ น มุจฺจติ, คเหตฺวา กุเฏ วา กุฏุมฺเพ วา ปูเรตฺวา เสฺวปิ ปุนทิวเสปิ ขาทิสฺสามาติ น วทติ, สกฺกา พุทฺธสาสนํ ปริคฺคเหตุ’’นฺติ ปุริเส อาณาเปสิ, ‘‘โภ, ปสนฺโนมฺหิ สามเณรสฺส, อิตรานิปิ อฑฺฒเตยฺยานิ สกฏสตานิ อาเนตฺวา สฆํสฺส เทถา’’ติ.

โสเยว ปน ราชา เอกทิวสํ ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกาโม จินฺเตสิ – ‘‘สเจ อหํ องฺคารปกฺกํ ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกาโมสฺมีติ อญฺญสฺส กเถสฺสามิ, สมนฺตา โยชนฏฺฐาเน ติตฺติรสมุคฺฆาตํ กริสฺสนฺตี’’ติ อุปฺปนฺนํ ปิปาสํ อธิวาเสนฺโต ตีณิ สํวจฺฉรานิ วีตินาเมสิ. อถสฺส กณฺเณสุ ปุพฺโพ สณฺฐาสิ, โส อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘อตฺถิ นุ โข, โภ, อมฺหากํ โกจิ อุปฏฺฐากุปาสโก สีลรกฺขโก’’ติ ปุจฺฉิ. อาม, เทว, อตฺถิ, ติสฺโส นาม โส อขณฺฑสีลํ รกฺขตีติ. อถ นํ วีมํสิตุกาโม ปกฺโกสาเปสิ. โส อาคนฺตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ตโต นํ อาห – ‘‘ตฺวํ, ตาต, ติสฺโส นามา’’ติ? ‘‘อาม เทวา’’ติ. เตน หิ คจฺฉาติ. ตสฺมึ คเต เอกํ กุกฺกุฏํ อาหราเปตฺวา เอกํ ปุริสํ อาณาเปสิ, ‘‘คจฺฉ ติสฺสํ วทาหิ, อิมํ ตีหิ ปาเกหิ ปจิตฺวา อมฺหากํ อุปฏฺฐาเปหี’’ติ. โส คนฺตฺวา ตถา อโวจ. โส อาห – ‘‘สเจ, โภ, อยํ มตโก อสฺส, ยถา ชานามิ, ตถา ปจิตฺวา อุปฏฺฐเหยฺยํ. ปาณาติปาตํ ปนาหํ น กโรมี’’ติ. โส อาคนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ.

ราชา ปุน ‘‘เอกวารํ คจฺฉา’’ติ เปเสสิ. โส คนฺตฺวา, ‘‘โภ, ราชุปฏฺฐานํ นาม ภาริยํ, มา เอวํ กริ, ปุนปิ สีลํ สกฺกา สมาทาตุํ, ปเจต’’นฺติ อาห. อถ นํ ติสฺโส อโวจ, ‘‘โภ, เอกสฺมึ นาม อตฺตภาเว ธุวํ เอกํ มรณํ, นาหํ ปาณาติปาตํ กริสฺสามี’’ติ. โส ปุนปิ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตติยมฺปิ เปเสตฺวา อสมฺปฏิจฺฉนฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อตฺตนา ปุจฺฉิ. รญฺโญปิ ตเถว ปฏิวจนํ อทาสิ. อถ ราชา ปุริเส อาณาเปสิ, ‘‘อยํ รญฺโญ อาณํ โกเปติ, คจฺฉเถตสฺส อาฆาตนภณฺฑิกายํ ฐเปตฺวา, สีสํ ฉินฺทถา’’ติ. รโห จ ปน เนสํ สญฺญมทาสิ – ‘‘อิมํ สนฺตชฺชยมานา เนตฺวา สีสมสฺส อาฆาตนภณฺฑิกายํ ฐเปตฺวา อาคนฺตฺวา มยฺหํ อาโรเจถา’’ติ.

เต ตํ อาฆาตนภณฺฑิกายํ นิปชฺชาเปตฺวา ตมสฺส กุกฺกุฏํ หตฺเถสุ ฐปยึสุ. โส ตํ หทเย ฐเปตฺวา ‘‘อหํ, ตาต, มม ชีวิตํ ตุยฺหํ เทมิ, ตว ชีวิตํ อหํ คณฺหามิ, ตฺวํ นิพฺภโย คจฺฉา’’ติ วิสฺสชฺเชสิ. กุกฺกุโฏ ปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา อากาเสน คนฺตฺวา วฏรุกฺเข นิลียิ. ตสฺส กุกฺกุฏสฺส อภยทินฺนฏฺฐานํ กุกฺกุฏคิริ นาม ชาตํ.

ราชา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา อมจฺจปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา สพฺพาภรเณหิ อลงฺกริตฺวา อาห – ‘‘ตาต, มยา ตฺวํ เอตทตฺถเมว วีมํสิโต, มยฺหํ ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกามสฺส ตีณิ สํวจฺฉรานิ อติกฺกนฺตานิ, สกฺขิสฺสสิ เม ติโกฏิปริสุทฺธํ กตฺวา อุปฏฺฐาเปตุ’’นฺติ. ‘‘เอตํ นาม, เทว, มยฺหํ กมฺม’’นฺติ นิกฺขมิตฺวา ทฺวารนฺตเร ฐิโต เอกํ ปุริสํ ปาโตว ตโย ติตฺติเร คเหตฺวา ปวิสนฺตํ ทิสฺวา, เทฺว กหาปเณ ทตฺวา ติตฺติเร อาทาย ปริโสเธตฺวา, ชีรกาทีหิ วาเสตฺวา, องฺคาเรสุ สุปกฺเก ปจิตฺวา รญฺโญ อุปฏฺฐาเปสิ. ราชา มหาตเล สิรีปลฺลงฺเก นิสินฺโนว เอกํ คเหตฺวา โถกํ ฉินฺทิตฺวา มุเข ปกฺขิปิ, ตาวเทวสฺส สตฺตรสหรณีสหสฺสานิ ผริตฺวา อฏฺฐาสิ.

ตสฺมึ สมเย ภิกฺขุสงฺฆํ สริตฺวา, ‘‘มาทิโส นาม ปถวิสฺสโร ราชา ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกาโม ตีณิ สํวจฺฉรานิ น ลภิ, อปจฺจมาโน ภิกฺขุสงฺโฆ กุโต ลภิสฺสตี’’ติ? มุเข ปกฺขิตฺตกฺขณฺฑํ ภูมิยํ ฉฑฺเฑสิ. อมจฺจปุตฺโต ชณฺณุเกหิ ปติตฺวา มุเขน คณฺหิ. ราชา ‘‘อเปหิ, ตาต, ชานามหํ ตว นิทฺโทสภาวํ, อิมินา นาม การเณน มยา เอตํ ฉฑฺฑิต’’นฺติ กเถตฺวา, ‘‘เสสกํ ตเถว สงฺโคเปตฺวา ฐเปหี’’ติ อาห.

ปุนทิวเส ราชกุลูปโก เถโร ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อมจฺจปุตฺโต ตํ ทิสฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ราชเคหํ ปเวเสสิ. อญฺญตโร วุฑฺฒปพฺพชิโตปิ เถรสฺส ปจฺฉาสมโณ วิย หุตฺวา อนุพนฺธนฺโต ปาวิสิ. เถโร ‘‘รญฺญา ปกฺโกสาปิตภิกฺขุ ภวิสฺสตี’’ติ ปมชฺชิ. อมจฺจปุตฺโตปิ ‘‘เถรสฺส อุปฏฺฐาโก ภวิสฺสตี’’ติ ปมาทํ อาปชฺชิ. เตสํ นิสีทาเปตฺวา ยาคุํ อทํสุ. ยาคุยา ปีตาย ราชา ติตฺติเร อุปเนสิ. เถโร เอกํ คณฺหิ, อิตโรปิ เอกํ คณฺหิ. ราชา ‘‘อนุภาโค อตฺถิ, อนาปุจฺฉิตฺวา ขาทิตุํ น ยุตฺต’’นฺติ มหาเถรํ อาปุจฺฉิ. เถโร หตฺถํ ปิทหิ, มหลฺลกตฺเถโร สมฺปฏิจฺฉิ. ราชา อนตฺตมโน หุตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ เถรํ ปตฺตํ อาทาย อนุคจฺฉนฺโต อาห – ‘‘ภนฺเต, กุลเคหํ อาคจฺฉนฺเตหิ อุคฺคหิตวตฺตํ ภิกฺขุํ คเหตฺวา อาคนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ. เถโร ตสฺมึ ขเณ อญฺญาสิ ‘‘น เอส รญฺญา ปกฺโกสาปิโต’’ติ.

ปุนทิวเส อุปฏฺฐากสามเณรํ คเหตฺวา ปาวิสิ. ราชา ตทาปิ ยาคุยา ปีตาย ติตฺติเร อุปนาเมสิ. เถโร เอกํ อคฺคเหสิ, สามเณโร องฺคุลึ จาเลตฺวา มชฺเฌ ฉินฺทาเปตฺวา เอกโกฏฺฐาสเมว อคฺคเหสิ. ราชา ตํ โกฏฺฐาสํ มหาเถรสฺส อุปนาเมสิ. มหาเถโร หตฺถํ ปิทหิ, สามเณโรปิ ปิทหิ. ราชา อวิทูเร นิสีทิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑํ ฉินฺทิตฺวา ขาทนฺโต ‘‘อุคฺคหิตวตฺเต นิสฺสาย ทิยฑฺฒติตฺติเร ขาทิตุํ ลภิมฺหา’’ติ อาห. ตสฺส มํเส ขาทิตมตฺเตว กณฺเณหิ ปุพฺโพ นิกฺขมิ. ตโต มุขํ วิกฺขาเลตฺวา สามเณรํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ปสนฺโนสฺมิ, ตาต, อฏฺฐ เต ธุวภตฺตานิ เทมี’’ติ อาห. อหํ, มหาราช, อุปชฺฌายสฺส ทมฺมีติ. อปรานิ อฏฺฐ เทมีติ. ตานิ อมฺหากํ อาจริยสฺส ทมฺมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ เทมีติ. ตานิ สมานุปชฺฌายานํ ทมฺมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ เทมีติ. ตานิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทมฺมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ เทมีติ. สามเณโร อธิวาเสสิ. เอวํ ปฏิคฺคหณมตฺตํ ชานนฺโต อนุปฺปนฺนญฺเจว ลาภํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนญฺจ ถาวรํ กโรติ. อิทํ ปฏิคฺคหณปมาณํ นาม. ตตฺถ ปริโภคปมาณํ ปจฺจเวกฺขณปโยชนํ, ‘‘อิทมตฺถิยํ โภชนํ ภุญฺชามี’’ติ ปน ปจฺจเวกฺขิตปริโภคสฺเสว ปโยชนตฺตา ปริโภคปมาณํเยว นาม, ตํ อิธ อธิปฺเปตํ. เตเนว ปฏิสงฺขา โยนิโสติอาทิมาห, อิตรมฺปิ ปน วฏฺฏติเยว.

สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ กามโภคิเสยฺยา, เปตเสยฺยา, สีหเสยฺยา, ตถาคตเสยฺยาติ จตสฺโส เสยฺยา. ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, กามโภคี วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ กามโภคิเสยฺยา. เตสญฺหิ เยภุยฺเยน ทกฺขิณปสฺเสน สยาโน นาม นตฺถิ.

‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, เปตา อุตฺตานา เสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ เปตเสยฺยา. เปตา หิ อปฺปมํสโลหิตตฺตา อฏฺฐิสงฺฆาฏชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว สยนฺติ.

‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, สีโห มิคราชา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ อนุปกฺขิปิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สยตี’’ติ อยํ สีหเสยฺยา. เตชุสฺสทตฺตา หิ สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ, ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ, ทิวสมฺปิ สยิตฺวา ปพุชฺฌมาโน น อุตฺรสนฺโต ปพุชฺฌติ, สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทาทีนํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขติ. สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ โหติ, ‘‘นยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา สูรภาวสฺส จ อนุรูป’’นฺติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน ‘‘ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิท’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภิตํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธุนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ.

จตุตฺถชฺฌานเสยฺยา ปน ตถาคตเสยฺยาติ วุจฺจติ. ตาสุ อิธ สีหเสยฺยา อาคตา. อยญฺหิ เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา นาม.

ปาเท ปาทนฺติ ทกฺขิณปาเท วามปาทํ. อจฺจาธายาติ อติอาธาย, อีสกํ อติกฺกมฺม ฐเปตฺวา. โคปฺผเกน หิ โคปฺผเก, ชาณุนา วา ชาณุมฺหิ สงฺฆฏฺฏิยมาเน อภิณฺหํ เวทนา อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ น โหติ, เสยฺยา อผาสุกา โหติ. ยถา ปน น สงฺฆํฏฺเฏติ, เอวํ อติกฺกมฺม ฐปิเต เวทนา นุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, เสยฺยา ผาสุกา โหติ. ตสฺมา เอวํ เสยฺยํ กปฺเปติ.

สโต สมฺปชาโนติ สติยา เจว สมฺปชญฺเญน จ สมนฺนาคโต. กถํ นิทฺทายนฺโต สโต สมฺปชาโน โหตีติ? สติสมฺปชญฺญสฺส อปฺปหาเนน. อยญฺหิ ทิวสญฺเจว สกลยามญฺจ อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตฺวา ปฐมยามาวสาเน จงฺกมา โอรุยฺห ปาเท โธวนฺโตปิ มูลกมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโตว โธวติ, ตํ อวิชหนฺโตว ทฺวารํ วิวรติ, มญฺเจ นิสีทติ, อวิชหนฺโตว นิทฺทํ โอกฺกมติ. ปพุชฺฌนฺโต ปน มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว ปพุชฺฌติ. เอวํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺโตปิ สโต สมฺปชาโน โหติ. เอวํ ปน ญาณธาตุกนฺติ น โรจยึสุ.

วุตฺตนเยน ปเนส จิตฺตํ ปริโสเธตฺวา ปฐมยามาวสาเน ‘‘อุปาทินฺนกํ สรีรํ นิทฺทาย สมสฺสาเสสฺสามี’’ติ จงฺกมา โอรุยฺห มูลกมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโตว ปาเท โธวติ, ทฺวารํ วิวรติ, มญฺเจ ปน นิสีทิตฺวา มูลกมฺมฏฺฐานํ ปหาย, ‘‘ขนฺธาว ขนฺเธสุ, ธาตุโยว ธาตูสุ ปฏิหญฺญนฺตี’’ติ เสนาสนํ ปจฺจเวกฺขนฺโต กเมน นิทฺทํ โอกฺกมติ, ปพุชฺฌนฺโต ปน มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว ปพุชฺฌติ. เอวํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺโตปิ สโต สมฺปชาโน นาม โหตีติ เวทิตพฺโพ.

อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ติวงฺคิกา ปุพฺพภาควิปสฺสนาว กถิตา. เอตฺตเกเนว ปน โวสานํ อนาปชฺชิตฺวา ตาเนว อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคานิ สโมธาเนตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ภิกฺขุ อรหตฺตํ ปาปุณาตีติ. เอวํ ยาว อรหตฺตา เทสนา กเถตพฺพา.

๓. กุมฺโมปมสุตฺตวณฺณนา

๒๔๐. ตติเย กุมฺโมติ อฏฺฐิกุมฺโม. กจฺฉโปติ ตสฺเสว เววจนํ. อนุนทีตีเรติ นทิยา อนุตีเร. โคจรปสุโตติ ‘‘สเจ กิญฺจิ ผลาผลํ ลภิสฺสามิ, ขาทิสฺสามี’’ติ โคจรตฺถาย ปสุโต อุสฺสุกฺโก ตนฺนิพนฺโธ. สโมทหิตฺวาติ สมุคฺเค วิย ปกฺขิปิตฺวา. สงฺกสายตีติ อจฺฉติ. สโมทหนฺติ สโมทหนฺโต ฐเปนฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา กุมฺโม องฺคานิ สเก กปาเล สโมทหนฺโต สิงฺคาลสฺส โอตารํ น เทติ, น จ นํ สิงฺคาโล ปสหติ, เอวํ ภิกฺขุ อตฺตโน มโนวิตกฺเก สเก อารมฺมณกปาเล สโมทหนฺโต กิเลสมารสฺส โอตารํ น เทติ, น จ นํ มาโร ปสหติ.

อนิสฺสิโตติ ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสเยหิ อนิสฺสิโต. อญฺญมเหฐยาโนติ อญฺญํ กญฺจิ ปุคฺคลํ อวิเหเฐนฺโต. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. นูปวเทยฺย กญฺจีติ อญฺญํ กญฺจิ ปุคฺคลํ สีลวิปตฺติยา วา อาจารวิปตฺติยา วา อตฺตานํ อุกฺกํเสตุกามตาย วา ปรํ วมฺเภตุกามตาย วา น อุปวเทยฺย, อญฺญทตฺถุ ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวา, ‘‘กาเลน วกฺขามิ, โน อกาเลน, ภูเตน วกฺขามิ, โน อภูเตน, สเณฺหน วกฺขามิ, โน ผรุเสน, อตฺถสํหิเตน วกฺขามิ, โน อนตฺถสํหิเตน, เมตฺตจิตฺโต วกฺขามิ, โน โทสนฺตโร’’ติ เอวํ อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิเตเนว จิตฺเตน วิหรติ.

๔. ปฐมทารุกฺขนฺโธปมสุตฺตวณฺณนา

๒๔๑. จตุตฺเถ อทฺทสาติ คงฺคาตีเร ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสินฺโน อทฺทส. วุยฺหมานนฺติ จตุรสฺสํ ตจฺเฉตฺวา ปพฺพตนฺตเร ฐปิตํ วาตาตเปน สุปริสุกฺขํ ปาวุสฺสเก เมเฆ วสฺสนฺเต อุทเกน อุปฺลวิตฺวา อนุปุพฺเพน คงฺคาย นทิยา โสเต ปติตํ เตน โสเตน วุยฺหมานํ. ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ‘‘อิมินา ทารุกฺขนฺเธน สทิสํ กตฺวา มม สาสเน สทฺธาปพฺพชิตํ กุลปุตฺตํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ ธมฺมํ เทเสตุกามตาย อามนฺเตสิ. อมุํ มหนฺตํ ทารุกฺขนฺธํ คงฺคาย นทิยา โสเตน วุยฺหมานนฺติ อิทํ ปน อฏฺฐโทสวิมุตฺตตฺตา โสตปฏิปนฺนสฺส ทารุกฺขนฺธสฺส อปเร สมุทฺทปตฺติยา อนฺตรายกเร อฏฺฐ โทเส ทสฺเสตุํ อารภิ.

ตตฺรสฺส เอวํ อฏฺฐโทสวิมุตฺตตา เวทิตพฺพา – เอโก หิ คงฺคาย นทิยา อวิทูเร ปพฺพตตเล ชาโต นานาวลฺลีหิ ปลิเวฐิโต ปณฺฑุปลาสตํ อาปชฺชิตฺวา อุปจิกาทีหิ ขชฺชมาโน ตสฺมึเยว ฐาเน อปณฺณตฺติกภาวํ คจฺฉติ, อยํ ทารุกฺขนฺโธ คงฺคํ โอตริตฺวา วงฺกฏฺฐาเนสุ วิลาสมาโน สาครํ ปตฺวา มณิวณฺเณ อูมิปิฏฺเฐ โสภิตุํ น ลภติ.

อปโร คงฺคาตีเร พหิมูโล อนฺโตสาโข หุตฺวา ชาโต, อยํ กิญฺจาปิ กาเลน กาลํ โอลมฺพินีหิ สาขาหิ อุทกํ ผุสติ, พหิมูลตฺตา ปน คงฺคํ โอตริตฺวา วงฺกฏฺฐาเนสุ วิลาสมาโน สาครํ ปตฺวา มณิวณฺเณ อูมิปิฏฺเฐ โสภิตุํ น ลภติ.

อปโร มชฺเฌ คงฺคาย ชาโต, ทฬฺหมูเลน ปน สุปฺปติฏฺฐิโต, พหิ จสฺส คตา วงฺกสาขา นานาวลฺลีหิ อาพทฺธา, อยมฺปิ ทฬฺหมูลตฺตา พหิทฺธา วลฺลีหิ อาพทฺธตฺตา จ คงฺคํ โอตริตฺวา…เป… โสภิตุํ น ลภติ.

อปโร ปติตฏฺฐาเนเยว วาลิกาย โอตฺถโฏ ปูติภาวํ อาปชฺชติ, อยมฺปิ คงฺคํ โอตริตฺวา…เป… น ลภติ.

อปโร ทฺวินฺนํ ปาสาณานํ อนฺตเร ชาตตฺตา, สุนิขาโต วิย นิจฺจโล ฐิโต, อาคตาคตํ อุทกํ ทฺวิธา ผาเลติ, อยํ ปาสาณนฺตเร สุฏฺฐุ ปติฏฺฐิตตฺตา คงฺคํ โอตริตฺวา…เป… น ลภติ.

อปโร อพฺโภกาสฏฺฐาเน นภํ ปูเรตฺวา วลฺลีหิ อาพทฺโธ ฐิโต. เอกํ เทฺว สํวจฺฉเร อติกฺกมิตฺวา อาคเต มโหเฆ สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา เตเมติ, อยมฺปิ นภํ ปูเรตฺวา ฐิตตาย เจว เอกสฺส วา ทฺวินฺนํ วา สํวจฺฉรานํ อจฺจเยน สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา เตมนตาย จ คงฺคํ โอตริตฺวา…เป… น ลภติ.

อปโรปิ มชฺเฌ คงฺคาย ทีปเก ชาโต มุทุกฺขนฺธสาโข โอเฆ อาคเต อนุโสตํ นิปชฺชิตฺวา, อุทเก คเต สีสํ อุกฺขิปิตฺวา, นจฺจนฺโต วิย ติฏฺฐติ. ยสฺสตฺถาย สาคโร คงฺคํ เอวํ วิย วทติ, ‘‘โภติ คงฺเค ตฺวํ มยฺหํ จนฺทนสารสลฬสาราทีนิ นานาทารูนิ อาหรสิ, ทารุกฺขนฺธํ ปน นาหรสี’’ติ. สุลโภ เอส, เทว, ปุนวาเร ชานิสฺสามีติ. ปุนวาเร ตมฺพวณฺเณน อุทเกน อาลิงฺคมานา วิย อาคจฺฉติ. โสปิ ตเถว อนุโสตํ นิปชฺชิตฺวา, อุทเก คเต สีสํ อุกฺขิปิตฺวา, นจฺจนฺโต วิย ติฏฺฐติ. อยํ อตฺตโน มุทุตาย คงฺคํ โอตริตฺวา…เป… น ลภติ.

อปโร คงฺคาย นทิยา ติริยํ ปติโต วาลิกาย โอตฺถริโต อนฺตรเสตุ วิย พหูนํ ปจฺจโย ชาโต, อุโภสุ ตีเรสุ เวฬุนฬกรญฺชกกุธาทโย อุปฺลวิตฺวา ตตฺเถว ลคฺคนฺติ. ตถา นานาวิธา คจฺฉา วุยฺหมานา ภินฺนมุสลภินฺนสุปฺปอหิกุกฺกุรหตฺถิอสฺสาทิกุณปานิปิ ตตฺเถว ลคฺคนฺติ. มหาคงฺคาปิ นํ อาสชฺช ภิชฺชิตฺวา ทฺวิธา คจฺฉติ, มจฺฉกจฺฉปกุมฺภีลมกราทโยปิ ตตฺเถว วาสํ กปฺเปนฺติ. อยมฺปิ ติริยํ ปติตฺวา มหาชนสฺส ปจฺจยตฺตกตภาเวน คงฺคํ โอตริตฺวา วงฺกฏฺฐาเนสุ วิลาสมาโน สาครํ ปตฺวา มณิวณฺเณ อูมิปิฏฺเฐ โสภิตุํ น ลภติ.

อิติ ภควา อิเมหิ อฏฺฐหิ โทเสหิ วิมุตฺตตฺตา โสตปฏิปนฺนสฺส ทารุกฺขนฺธสฺส อปเร สมุทฺทปตฺติยา อนฺตรายกเร อฏฺฐ โทเส ทสฺเสตุํ อมุํ มหนฺตํ ทารุกฺขนฺธํ คงฺคาย นทิยา โสเตน วุยฺหมานนฺติอาทิมาห. ตตฺถ น ถเล อุสฺสีทิสฺสตีติ ถลํ นาภิรุหิสฺสติ. น มนุสฺสคฺคาโห คเหสฺสตีติ ‘‘มหา วตายํ ทารุกฺขนฺโธ’’ติ ทิสฺวา, อุฬุมฺเปน ตรมานา คนฺตฺวา, โคปานสีอาทีนํ อตฺถาย มนุสฺสา น คณฺหิสฺสนฺติ. น อมนุสฺสคฺคาโห คเหสฺสตีติ ‘‘มหคฺโฆ อยํ จนฺทนสาโร, วิมานทฺวาเร นํ ฐเปสฺสามา’’ติ มญฺญมานา น อมนุสฺสา คณฺหิสฺสนฺติ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ สทฺธึ พาหิเรหิ อฏฺฐหิ โทเสหิ เอวํ โอปมฺมสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ – คงฺคาย อวิทูเร ปพฺพตตเล ชาโต ตตฺเถว อุปจิกาทีหิ ขชฺชมาโน อปณฺณตฺติกภาวํ คตทารุกฺขนฺโธ วิย หิ ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทิกาย มิจฺฉาทิฏฺฐิยา สมนฺนาคโต ปุคฺคโล เวทิตพฺโพ. อยญฺหิ สาสนสฺส ทูรีภูตตฺตา อริยมคฺคํ โอรุยฺห สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ.

คงฺคาตีเร พหิมูโล อนฺโตสาโข หุตฺวา ชาโต วิย อจฺฉินฺนคิหิพนฺธโน สมณกุฏิมฺพิกปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ. อยญฺหิ ‘‘จิตฺตํ นาเมตํ อนิพทฺธํ, ‘สมโณมฺหี’ติ วทนฺโตว คิหี โหติ, ‘คิหีมฺหี’ติ วทนฺโตว สมโณ โหติ. โก ชานิสฺสติ, กึ ภวิสฺสตี’’ติ? มหลฺลกกาเล ปพฺพชนฺโตปิ คิหิพนฺธนํ น วิสฺสชฺเชติ. มหลฺลกปพฺพชิตานญฺจ สมฺปตฺติ นาม นตฺถิ. ตสฺส สเจ จีวรํ ปาปุณาติ, อนฺตจฺฉินฺนกํ วา ชิณฺณทุพฺพณฺณํ วา ปาปุณาติ. เสนาสนมฺปิ วิหารปจฺจนฺเต ปณฺณสาลา วา มณฺฑโป วา ปาปุณาติ. ปิณฺฑาย จรนฺเตนาปิ ปุตฺตนตฺตกานํ ทารกานํ ปจฺฉโต จริตพฺพํ โหติ, ปริยนฺเต นิสีทิตพฺพํ โหติ. เตน โส ทุกฺขี ทุมฺมโน อสฺสูนิ มุญฺจนฺโต, ‘‘อตฺถิ เม กุลสนฺตกํ ธนํ, กปฺปติ นุ โข ตํ ขาทนฺเตน ชีวิตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา เอกํ วินยธรํ ปุจฺฉติ – ‘‘กึ, ภนฺเต อาจริย, อตฺตโน สนฺตกํ วิจาเรตฺวา ขาทิตุํ กปฺปติ, โน กปฺปตี’’ติ? ‘‘นตฺเถตฺถ โทโส, กปฺปเตต’’นฺติ. โส อตฺตโน ภชมานเก กติปเย ทุพฺพเจ ทุราจาเร ภิกฺขู คเหตฺวา, สายนฺหสมเย อนฺโตคามํ คนฺตฺวา, คามมชฺเฌ ฐิโต คามิเก ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อมฺหากํ ปโยคโต อุฏฺฐิตํ อายํ กสฺส เทถา’’ติ อาห. ภนฺเต, ตุเมฺห ปพฺพชิตา, มยํ กสฺส ทสฺสามาติ? กึ ปพฺพชิตานํ อตฺตโน สนฺตกํ น วฏฺฏตีติ? กุทฺทาล-ปิฏกํ คเหตฺวา, เขตฺตมริยาทพนฺธนาทีนิ กโรนฺโต นานาปฺปการํ ปุพฺพณฺณาปรณฺณญฺเจว ผลาผเล จ สงฺคณฺหิตฺวา, เหมนฺตคิมฺหวสฺสาเนสุ ยํ ยํ อิจฺฉติ, ตํ ตํ ปจาเปตฺวา ขาทนฺโต สมณกุฏุมฺพิโก หุตฺวา ชีวติ. เกวลมสฺส ปญฺจจูฬเกน ทารเกน สทฺธึ ปาทปริจาริกาว เอกา นตฺถิ. อยํ ปุคฺคโล กิญฺจาปิ โอลมฺพินีหิ สาขาหิ อุทกํ ผุสมาโน อนฺโตสาโข รุกฺโข วิย เจติยงฺคณโพธิยงฺคณาทีสุ ภิกฺขูนํ กายสามคฺคึ เทติ, คิหิพนฺธนสฺส ปน อจฺฉินฺนตาย พหิมูลตฺตา อริยมคฺคํ โอตริตฺวา สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ.

คงฺคาย มชฺเฌ ชาโต พหิทฺธา วลฺลีหิ อาพทฺธวงฺกสาขา วิย สงฺฆสนฺตกํ นิสฺสาย ชีวมาโน ภินฺนาชีวปุคฺคโล ทฏฺฐพฺโพ. เอกจฺโจ คิหิพนฺธนํ ปหาย ปพฺพชนฺโตปิ สารุปฺปฏฺฐาเน ปพฺพชฺชํ น ลภติ. ปพฺพชฺชา หิ นาเมสา ปฏิสนฺธิคฺคหณสทิสา. ยถา มนุสฺสา ยตฺถ ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺติ, เตสํเยว กุลานํ อาจารํ สิกฺขนฺติ, เอวํ ภิกฺขูปิ เยสํ สนฺติเก ปพฺพชนฺติ, เตสํเยว อาจารํ คณฺหนฺติ. ตสฺมา เอกจฺโจ อสารุปฺปฏฺฐาเน ปพฺพชิตฺวา โอวาทานุสาสนีอุทฺเทสปริปุจฺฉาทีหิ ปริพาหิโร หุตฺวา ปาโตว มุณฺฑฆฏํ คเหตฺวา อุทกติตฺถํ คจฺฉติ, อาจริยุปชฺฌายานํ ภตฺตตฺถาย ขนฺเธ ปตฺตํ กตฺวา ภตฺตสาลํ คจฺฉติ, ทุพฺพจสามเณเรหิ สทฺธึ นานากีฬํ กีฬติ, อารามิกทารเกหิ สํสฏฺโฐ วิหรติ.

โส ทหรภิกฺขุกาเล อตฺตโน อนุรูเปหิ ทหรภิกฺขูหิ เจว อารามิเกหิ จ สทฺธึ สงฺฆโภคํ คนฺตฺวา, ‘‘อยํ ขีณาสเวหิ อสุกรญฺโญ สนฺติกา ปฏิคฺคหิตสงฺฆโภโค, ตุเมฺห สงฺฆสฺส อิทญฺจิทญฺจ น เทถ, น หิ ตุมฺหากํ ปวตฺตึ สุตฺวา ราชา วา ราชมหามตฺตา วา อตฺตมนา ภวิสฺสนฺติ, เอถ ทานิ อิทญฺจิทญฺจ กโรถา’’ติ กุทฺทาล-ปิฏกานิ คาหาเปตฺวา เหฏฺฐา ตฬากมาติกาสุ กตฺตพฺพกิจฺจานิ การาเปตฺวา พหุํ ปุพฺพณฺณาปรณฺณํ วิหารํ ปเวเสตฺวา อารามิเกหิ อตฺตโน อุปการภาวํ สงฺฆสฺส อาโรจาเปติ. สงฺโฆ ‘‘อยํ ทหโร พหูปกาโร, อิมสฺส สตํ วา ทฺวิสตํ วา เทถา’’ติ ทาเปติ. อิติ โส อิโต จิโต จ สงฺฆสนฺตเกเนว วฑฺฒนฺโต พหิทฺธา เอกวีสติวิธาหิ อเนสนาหิ พทฺโธ อริยมคฺคํ โอตริตฺวา สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ.

ปติตฏฺฐาเนเยว วาลิกาย โอตฺถริตฺวา ปูติภาวํ อาปาทิตรุกฺโข วิย อาลสิยมหคฺฆโส เวทิตพฺโพ. เอวรูปญฺหิ ปุคฺคลํ อามิสจกฺขุํ ปจฺจยโลลํ วิสฺสฏฺฐอาจริยุปชฺฌายวตฺตํ อุทฺเทสปริปุจฺฉาโยนิโสมนสิการวชฺชิตํ สนฺธาย ปญฺจ นีวรณานิ อตฺถโต เอวํ วทนฺติ – ‘‘โภ, กสฺส สนฺติกํ คจฺฉามา’’ติ? อถ ถินมิทฺธํ อุฏฺฐาย เอวมาห – ‘‘กึ น ปสฺสถ? เอโส อสุกวิหารวาสี กุสีตปุคฺคโล อสุกํ นาม คามํ คนฺตฺวา ยาคุมตฺถเก ยาคุํ, ปูวมตฺถเก ปูวํ, ภตฺตมตฺถเก ภตฺตํ อชฺโฌหริตฺวา วิหารํ อาคมฺม วิสฺสฏฺฐสพฺพวตฺโต อุทฺเทสาทิวิรหิโต มญฺจํ อุปคจฺฉนฺโต มยฺหํ โอกาสํ กโรตี’’ติ.

ตโต กามจฺฉนฺทนีวรณํ อุฏฺฐายาห – ‘‘โภ, ตว โอกาเส กเต มยฺหํ กโตว โหติ, อิทาเนว โส นิทฺทายิตฺวา กิเลสานุรญฺชิโตว ปพุชฺฌิตฺวา กามวิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสตี’’ติ. ตโต พฺยาปาทนีวรณํ อุฏฺฐายาห – ‘‘ตุมฺหากํ โอกาเส กเต มยฺหํ กโตว โหติ. อิทาเนว นิทฺทายิตฺวา วุฏฺฐิโต ‘วตฺตปฏิวตฺตํ กโรหี’ติ วุจฺจมาโน, ‘โภ, อิเม อตฺตโน กมฺมํ อกตฺวา อเมฺหสุ พฺยาวฏา’ติ นานปฺปการํ ผรุสวจนํ วทนฺโต อกฺขีนิ นีหริตฺวา วิจริสฺสตี’’ติ. ตโต อุทฺธจฺจนีวรณํ อุฏฺฐายาห – ‘‘ตุมฺหากํ โอกาเส กเต มยฺหํ กโตว โหติ, กุสีโต นาม วาตาหโต อคฺคิกฺขนฺโธ วิย อุทฺธโต โหตี’’ติ. อถ กุกุจฺจนีวรณํ อุฏฺฐายาห – ‘‘ตุมฺหากํ โอกาเส กเต มยฺหํ กโตว โหติ, กุสีโต นาม กุกฺกุจฺจปกโตว โหติ, อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญํ กปฺปิเย จ อกปฺปิยสญฺญํ อุปฺปาเทตี’’ติ. อถ วิจิกิจฺฉานีวรณํ อุฏฺฐายาห – ‘‘ตุมฺหากํ โอกาเส กเต มยฺหํ กโตว โหติ. เอวรูโป หิ อฏฺฐสุ ฐาเนสุ มหาวิจิกิจฺฉํ อุปฺปาเทสี’’ติ. เอวํ อาลสิยมหคฺฆสํ ปญฺจ นีวรณานิ จณฺฑสุนขาทโย วิย สิงฺคจฺฉินฺนํ ชรคฺควํ อชฺโฌตฺถริตฺวา คณฺหนฺติ. โสปิ อริยมคฺคโสตํ โอตริตฺวา สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ.

ทฺวินฺนํ ปาสาณานํ อนฺตเร นิขาตมูลากาเรน ฐิตรุกฺโข วิย ทิฏฺฐึ อุปฺปาเทตฺวา ฐิโต ทิฏฺฐิคติโก เวทิตพฺโพ. โส หิ ‘‘อรูปภเว รูปํ อตฺถิ, อสญฺญีภเว จิตฺตํ ปวตฺตติ, พหุจิตฺตกฺขณิโก โลกุตฺตรมคฺโค, อนุสโย จิตฺตวิปฺปยุตฺโต, เต จ สตฺตา สนฺธาวนฺติ สํสรนฺตี’’ติ วทนฺโต อริฏฺโฐ วิย กณฺฏกสามเณโร วิย จ วิจรติ. ปิสุณวาโจ ปน โหติ, อุปชฺฌายาทโย สทฺธิวิหาริกาทีหิ ภินฺทนฺโต วิจรติ. โสปิ อริยมคฺคโสตํ โอตริตฺวา สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ.

อพฺโภกาเส นภํ ปูเรตฺวา วลฺลีหิ อาพทฺโธ ฐิโต เอกํ เทฺว สํวจฺฉเร อติกฺกมิตฺวา อาคเต มโหเฆ สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา เตมนรุกฺโข วิย มหลฺลกกาเล ปพฺพชิตฺวา ปจฺจนฺเต วสมาโน ทุลฺลภสงฺฆทสฺสโน เจว ทุลฺลภธมฺมสฺสวโน จ ปุคฺคโล เวทิตพฺโพ. เอกจฺโจ หิ วุฑฺฒกาเล ปพฺพชิโต กติปาเหน อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา ปญฺจวสฺสกาเล ปาติโมกฺขํ ปคุณํ กตฺวา ทสวสฺสกาเล วินยธรตฺเถรสฺส สนฺติเก วินยกถากาเล มริจํ วา หรีตกขณฺฑํ วา มุเข ฐเปตฺวา พีชเนน มุขํ ปิธาย นิทฺทายนฺโต นิสีทิตฺวา เลสกปฺเปน กตวินโย นาม หุตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย ปจฺจนฺตํ คจฺฉติ. ตตฺร นํ มนุสฺสา สกฺกริตฺวา ภิกฺขุทสฺสนสฺส ทุลฺลภตาย ‘‘อิเธว, ภนฺเต, วสถา’’ติ วิหารํ กาเรตฺวา ปุปฺผูปคผลูปครุกฺเข โรเปตฺวา ตตฺถ วาเสนฺติ.

อถ มหาวิหารสทิสวิหารา พหุสฺสุตา ภิกฺขู, ‘‘ชนปเท จีวรรชนาทีนิ กตฺวา อาคมิสฺสามา’’ติ ตตฺถ คจฺฉนฺติ. โส เต ทิสฺวา, หฏฺฐตุฏฺโฐ วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา, ปุนทิวเส อาทาย ภิกฺขาจารคามํ ปวิสิตฺวา, ‘‘อสุโก เถโร สุตฺตนฺติโก, อสุโก อภิธมฺมิโก, อสุโก วินยธโร, อสุโก เตปิฏโก, เอวรูเป เถเร กทา ลภิสฺสถ, ธมฺมสวนํ กาเรถา’’ติ วทติ. อุปาสกา ‘‘ธมฺมสฺสวนํ กาเรสฺสามา’’ติ วิหารมคฺคํ โสเธตฺวา, สปฺปิเตลาทีนิ อาทาย, มหาเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ธมฺมสฺสวนํ กาเรสฺสาม, ธมฺมกถิกานํ วิจาเรถา’’ติ วตฺวา ปุนทิวเส อาคนฺตฺวา ธมฺมํ สุณนฺติ.

เนวาสิกตฺเถโร อาคนฺตุกานํ ปตฺตจีวรานิ ปฏิสาเมนฺโต อนฺโตคพฺเภเยว ทิวสภาคํ วีตินาเมติ. ทิวากถิโก อุฏฺฐิโต สรภาณโก ฆเฏน อุทกํ วเมนฺโต วิย สรภาณํ ภณิตฺวา อุฏฺฐิโต, ตมฺปิ โส น ชานาติ. รตฺติกถิโก สาครํ โขเภนฺโต วิย รตฺตึ กเถตฺวา อุฏฺฐิโต, ตมฺปิ โส น ชานาติ. ปจฺจูสกถิโก กเถตฺวา อุฏฺฐาสิ, ตมฺปิ โส น ชานาติ. ปาโตว ปน อุฏฺฐาย มุขํ โธวิตฺวา, เถรานํ ปตฺตจีวรานิ อุปนาเมตฺวา, ภิกฺขาจารํ อุปคจฺฉนฺโต มหาเถรํ อาห – ‘‘ภนฺเต, ทิวากถิโก กตรํ ชาตกํ นาม กเถสิ, สรภาณโก กตรํ สุตฺตํ นาม ภณิ, รตฺติกถิโก กตรํ ธมฺมกถํ นาม กเถสิ, ปจฺจูสกถิโก กตรํ ชาตกํ นาม กเถสิ, ขนฺธา นาม กติ, ธาตุโย นาม กติ, อายตนา นาม กตี’’ติ. เอวรูโป เอกํ เทฺว สํวจฺฉรานิ อติกฺกมิตฺวา ภิกฺขุทสฺสนญฺเจว ธมฺมสฺสวนญฺจ ลภนฺโตปิ โอเฆ อาคเต อุทเกน สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา เตมิตรุกฺขสทิโส โหติ. โส เอวํ สงฺฆทสฺสนโต จ ธมฺมสฺสวนโต จ ปฏิกฺกมฺม ทูเร วสนฺโต อริยมคฺคํ โอตริตฺวา สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ.

มชฺเฌ คงฺคาย ทีปเก ชาโต มุทุรุกฺโข วิย มธุรสฺสรภาณกปุคฺคโล เวทิตพฺโพ. โส หิ อภิญฺญาตานิ อภิญฺญาตานิ เวสฺสนฺตราทีนิ ชาตกานิ อุคฺคณฺหิตฺวา, ทุลฺลภภิกฺขุทสฺสนํ ปจฺจนฺตํ คนฺตฺวา, ตตฺถ ธมฺมกถาย ปสาทิตหทเยน ชเนน อุปฏฺฐิยมาโน อตฺตานํ อุทฺทิสฺส กเต สมฺปนฺนปุปฺผผลรุกฺเข นนฺทนวนาภิราเม วิหาเร วสติ. อถสฺส ภารหารภิกฺขู ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา, ‘‘อสุโก กิร เอวํ อุปฏฺฐาเกสุ ปฏิพทฺธจิตฺโต วิหรติ. ปณฺฑิโต ภิกฺขุ ปฏิพโล พุทฺธวจนํ วา อุคฺคณฺหิตุํ, กมฺมฏฺฐานํ วา มนสิกาตุํ, อาเนตฺวา เตน สทฺธึ อสุกตฺเถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ อุคฺคณฺหิสฺสาม, อสุกตฺเถรสฺส สนฺติเก กมฺมฏฺฐาน’’นฺติ ตตฺถ คจฺฉนฺติ.

โส เตสํ วตฺตํ กตฺวา สายนฺหสมยํ วิหารจาริกํ นิกฺขนฺเตหิ เตหิ ‘‘อิมํ, อาวุโส, เจติยํ ตยา การิต’’นฺติ ปุฏฺโฐ, ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ วทติ. ‘‘อยํ โพธิ, อยํ มณฺฑโป, อิทํ อุโปสถาคารํ, เอสา อคฺคิสาลา, อยํ จงฺกโม ตยา การิโต. อิเม รุกฺเข โรปาเปตฺวา ตยา นนฺทนวนาภิราโม วิหาโร การิโต’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ, วทติ.

โส สายํ เถรุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ปุจฺฉติ – ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, อาคตตฺถา’’ติ? ‘‘อาวุโส, ตํ อาทาย คนฺตฺวา, อสุกตฺเถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ อุคฺคณฺหิตฺวา, อสุกตฺเถรสฺส สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ, อสุกสฺมึ นาม อรญฺเญ สมคฺคา สมณธมฺมํ กริสฺสามาติ อิมินา การเณน อาคตมฺหา’’ติ. สาธุ, ภนฺเต, ตุเมฺห นาม มยฺหํ อตฺถาย อาคตา, อหมฺปิ จิรนิวาเสน อิธ อุกฺกณฺฐิโต คจฺฉามิ, ปตฺตจีวรํ คณฺหามิ, ภนฺเตติ. อาวุโส, สามเณรทหรา มคฺคกิลนฺตา, อชฺช วสิตฺวา เสฺว ปจฺฉาภตฺตํ คมิสฺสามาติ. สาธุ, ภนฺเตติ ปุนทิวเส เตหิ สทฺธึ ปิณฺฑาย ปวิสติ. คามวาสิโน ‘‘อมฺหากํ อยฺโย พหู อาคนฺตุเก ภิกฺขู คเหตฺวา อาคโต’’ติ อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา ยาคุํ ปาเยตฺวา สุขนิสินฺนกถํ สุตฺวา ภตฺตํ อทํสุ. เถรา ‘‘ตฺวํ, อาวุโส, อนุโมทนํ กตฺวา นิกฺขม, มยํ อุทกผาสุกฏฺฐาเน ภตฺตกิจฺจํ กริสฺสามา’’ติ นิกฺขนฺตา.

คามวาสิโน อนุโมทนํ สุตฺวา ปุจฺฉึสุ, ‘‘กุโต, ภนฺเต, เถรา อาคตา’’ติ? เอเต อมฺหากํ อาจริยุปชฺฌายา สมานุปชฺฌายา สนฺทิฏฺฐา สมฺภตฺตาติ. กสฺมา อาคตาติ? มํ คเหตฺวา คนฺตุกามตายาติ. ตุเมฺห ปน คนฺตุกามาติ? อามาวุโสติ. กึ วเทถ, ภนฺเต, อเมฺหหิ กสฺส อุโปสถาคารํ การิตํ, กสฺส โภชนสาลา, กสฺส อคฺคิสาลาทโย การิตา, มยํ มงฺคลามงฺคเลสุ กสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามาติ? มหาอุปาสิกาโยปิ ตตฺเถว นิสีทิตฺวา อสฺสูนิ ปวตฺตยึสุ. ทหโร ‘‘ตุเมฺหสุ เอวํ ทุกฺขิเตสุ อหํ คนฺตฺวา กึ กริสฺสามิ? เถเร อุยฺโยเชสฺสามี’’ติ วิหารํ คโต.

เถราปิ กตภตฺตกิจฺจา ปตฺตจีวรานิ คเหตฺวา นิสินฺนา ตํ ทิสฺวาว, ‘‘กึ, อาวุโส, จิรายสิ, ทิวา โหติ, คจฺฉามา’’ติ อาหํสุ. อาม, ภนฺเต, ตุเมฺห สุขิตา, อสุกเคหสฺส อิฏฺฐกามูลํ ฐิตสณฺฐาเนเนว ฐิตํ, อสุกเคหาทีนํ จิตฺตกมฺมมูลาทีนิ อตฺถิ, คตสฺสาปิ เม จิตฺตวิกฺเขโป ภวิสฺสติ, ตุเมฺห ปุรโต คนฺตฺวา อสุกวิหาเร จีวรโธวนรชนาทีนิ กโรถ, อหํ ตตฺถ สมฺปาปุณิสฺสามีติ. เต ตสฺส โอสกฺกิตุกามตํ ญตฺวา ตฺวํ ปจฺฉา อาคจฺเฉยฺยาสีติ ปกฺกมึสุ.

โส เถเร อนุคนฺตฺวา นิวตฺโต วิหารเมว อาคนฺตฺวา โภชนสาลาทีนิ โอโลเกนฺโต วิหารํ รามเณยฺยกํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สาธุ วตมฺหิ น คโต. สเจ อคมิสฺสํ, โกจิ, เทว, ธมฺมกถิโก อาคนฺตฺวา, สพฺเพสํ มนํ ภินฺทิตฺวา, วิหารํ อตฺตโน นิกายสนฺตกํ กเรยฺย, อถ มยา ปจฺฉา อาคนฺตฺวา เอตสฺส ปจฺฉโต ลทฺธปิณฺฑํ ภุญฺชนฺเตน จริตพฺพํ ภวิสฺสตี’’ติ.

โส อปเรน สมเยน สุณาติ, ‘‘เต กิร ภิกฺขู คตฏฺฐาเน เอกนิกายเทฺวนิกายเอกปิฏกเทฺวปิฏกาทิวเสน พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา อฏฺฐกถาจริยา ชาตา วินยธรา ชาตา สตปริวาราปิ สหสฺสปริวาราปิ จรนฺติ. เย ปเนตฺถ สมณธมฺมํ กาตุํ คตา, เต ฆเฏนฺตา วายมนฺตา โสตาปนฺนา ชาตา, สกทาคามิโน อนาคามิโน อรหนฺโต ชาตา, มหาสกฺกาเรน ปรินิพฺพุตา’’ติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘สเจ อหมฺปิ อคมิสฺสํ, มยฺหมฺเปสา สมฺปตฺติ อภวิสฺส, อิมํ ปน ฐานํ มุญฺจิตุํ อสกฺโกนฺโต อติวิย ปริหีนมฺหี’’ติ. อยํ ปุคฺคโล อตฺตโน มุทุตาย ตํ ฐานํ อมุญฺจนฺโต อริยมคฺคํ โอตริตฺวา สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ.

คงฺคาย นทิยา ติริยํ ปติตฺวา, วาลิกาย โอตฺถฏภาเวน อนฺตรเสตุ วิย หุตฺวา, พหูนํ ปจฺจโย ชาตรุกฺโข วิย รถวินีตมหาอริยวํสจนฺโทปมาทิปฏิปทาสุ อญฺญตรํ ปฏิปทํ อุคฺคเหตฺวา ฐิโต โอลีนวุตฺติโก ปุคฺคโล เวทิตพฺโพ. โส หิ ตํ ปฏิปตฺตินิสฺสิตํ ธมฺมํ อุคฺคเหตฺวา ปกติยา มญฺชุสฺสโร จิตฺตลปพฺพตาทิสทิสํ มหนฺตํ ฐานํ คนฺตฺวา เจติยงฺคณวตฺตาทีนิ กโรติ. อถ นํ ธมฺมสฺสวนคฺคํ ปตฺตํ อาคนฺตุกา ทหรา ‘‘ธมฺมํ กเถหี’’ติ วทนฺติ. โส สมฺมา อุคฺคหิตํ ธมฺมํ ปฏิปทํ ทีเปตฺวา กเถติ. อถสฺส ปํสุกูลิกปิณฺฑปาติกาทโย สพฺเพ เถรนวมชฺฌิมา ภิกฺขู ‘‘อโห สปฺปุริโส’’ติ อตฺตมนา ภวนฺติ.

โส กสฺสจิ นิทานมตฺตํ, กสฺสจิ อุปฑฺฒคาถํ, กสฺสจิ คาถํ อุปฏฺฐาเปนฺโต อยปฏฺฏเกน อาพนฺธนฺโต วิย ทหรสามเณเร สงฺคณฺหิตฺวา มหาเถเร อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อยํ โปราณกวิหาโร อตฺถิ, เอตฺถ โกจิ ตตฺรุปฺปาโท’’ติ?, ปุจฺฉติ. เถรา – ‘‘กึ วเทสิ, อาวุโส, จตุวีสติ กรีสสหสฺสานิ ตตฺรุปฺปาโท’’ติ. ภนฺเต, ตุเมฺห เอวํ วเทถ, อุทฺธเน ปน อคฺคิปิ น ชลตีติ. อาวุโส, มหาวิหารวาสีหิ ลทฺธา นาม เอวเมว นสฺสนฺติ, น โกจิ สณฺฐเปตีติ. ภนฺเต, โปราณกราชูหิ ทินฺนํ ขีณาสเวหิ ปฏิคฺคหิตํ กสฺมา เอเต นาเสนฺตีติ? อาวุโส, ตาทิเสน ธมฺมกถิเกน สกฺกา ภเวยฺย ลทฺธุนฺติ. ภนฺเต, มา เอวํ วเทถ, อเมฺห ปฏิปตฺติทีปกธมฺมกถิกา นาม, ตุเมฺห มํ ‘‘สงฺฆกุฏุมฺพิโก วิหารุปฏฺฐาโก’’ติ มญฺญมานา กาตุกามาติ. กึ นุ โข, อาวุโส, อกปฺปิยเมตํ, ตุมฺหาทิเสหิ ปน กถิเต อมฺหากํ อุปฺปชฺเชยฺยาติ? เตน หิ, ภนฺเต, อารามิเกสุ อาคเตสุ อมฺหากํ ภารํ กโรถ, เอกํ กปฺปิยทฺวารํ กเถสฺสามาติ.

โส ปาโตว คนฺตฺวา, สนฺนิปาตสาลายํ ฐตฺวา, อารามิเกสุ อาคเตสุ ‘‘อุปาสกา อสุกเขตฺเต ภาโค กุหึ, อสุกเขตฺเต กหาปณํ กุหิ’’นฺติอาทีนิ วตฺวา, อญฺญสฺส เขตฺตํ คเหตฺวา, อญฺญสฺส เทติ. เอวํ อนุกฺกเมน ตํ ตํ ปฏิเสเธนฺโต ตสฺส ตสฺส เทนฺโต ตถา อกาสิ, ยถา ยาคุหตฺถา ปูวหตฺถา ภตฺตหตฺถา เตลมธุผาณิตฆตาทิหตฺถา จ อตฺตโนว สนฺติกํ อาคจฺฉนฺติ. สกลวิหาโร เอกโกลาหโล โหติ, เปสลา ภิกฺขู นิพฺพิชฺช อปกฺกมึสุ.

โสปิ อาจริยุปชฺฌาเยหิ วิสฺสฏฺฐกานํ พหูนํ ทุพฺพจปุคฺคลานํ อุปชฺฌํ เทนฺโต วิหารํ ปูเรติ. อาคนฺตุกา ภิกฺขู วิหารทฺวาเร ฐตฺวาว ‘‘วิหาเร เก วสนฺตี’’ติ, ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘เอวรูปา นาม ภิกฺขู’’ติ สุตฺวา พาหิเรเนว ปกฺกมนฺติ. อยํ ปุคฺคโล สาสเน ติริยํ นิปนฺนตาย มหาชนสฺส ปจฺจยภาวํ อุปคโต อริยมคฺคํ โอตริตฺวา สมาธิกุลฺเล นิสินฺโน นิพฺพานสาครํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ.

ภควนฺตํ เอตทโวจาติ ‘‘นิพฺพานปพฺภารา’’ติ ปเทน โอสาปิตํ ธมฺมเทสนํ ญตฺวา อนุสนฺธิกุสลตาย เอตํ ‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตถาคโตปิ หิ อิมิสฺสํ ปริสติ นิสินฺโน ‘‘อนุสนฺธิกุสโล ภิกฺขุ อตฺถิ, โส มํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสตี’’ติ ตสฺเสว โอกาสกรณตฺถาย อิมสฺมึ ฐาเน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.

อิทานิ โอริมํ ตีรนฺติอาทินา นเยน วุตฺเตสุ อชฺฌตฺติกายตนาทีสุ เอวํ อุปคมนานุปคมนาทีนิ เวทิตพฺพานิ. ‘‘มยฺหํ จกฺขุ-ปสนฺนํ, อหํ อปฺปมตฺตกมฺปิ รูปารมฺมณํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกมี’’ติ เอตํ นิสฺสาย จกฺขุํ อสฺสาเทนฺโตปิ ติมิรกวาตาทีหิ อุปหตปสาโท ‘‘อมนาปํ มยฺหํ จกฺขุ, มหนฺตมฺปิ รูปารมฺมณํ วิภาเวตุํ น สกฺโกมี’’ติ โทมนสฺสํ อาปชฺชนฺโตปิ จกฺขายตนํ อุปคจฺฉติ นาม. อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ติณฺณํ ลกฺขณานํ วเสน วิปสฺสนฺโต ปน น อุปคจฺฉติ นาม. โสตาทีสุปิ เอเสว นโย.

มนายตเน ปน ‘‘มนาปํ วต เม มโน, กิญฺจิ วามโต อคฺคเหตฺวา สพฺพํ ทกฺขิณโตว คณฺหาตี’’ติ วา ‘‘มเนน เม จินฺติตจินฺติตสฺส อลาโภ นาม นตฺถี’’ติ วา เอวํ อสฺสาเทนฺโตปิ, ‘‘ทุจินฺติตจินฺติตสฺส เม มโน อปฺปทกฺขิณคฺคาหี’’ติ เอวํ โทมนสฺสํ อุปฺปาเทนฺโตปิ มนายตนํ อุปคจฺฉติ นาม. อิฏฺเฐ ปน รูเป ราคํ, อนิฏฺเฐ ปฏิฆํ อุปฺปาเทนฺโต รูปายตนํ อุปคจฺฉติ นาม. สทฺทายตนาทีสุปิ เอเสว นโย.

นนฺทีราคสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ยถา หิ มชฺเฌ สํสีทิตฺวา ถลํ ปตฺตํ ทารุกฺขนฺธํ สณฺหถูลวาลิกา ปิทหติ, โส ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกติ, เอวํ นนฺทีราเคน อาพทฺโธ ปุคฺคโล จตูสุ มหาอปาเยสุ ปติโต มหาทุกฺเขน ปิธียติ, โส อเนเกหิปิ วสฺสสหสฺเสหิ ปุน สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นนฺทีราคสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ.

อสฺมิมานสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ยถา หิ ถเล อารุโฬฺห ทารุกฺขนฺโธ เหฏฺฐา คงฺโคทเกน เจว อุปริ วสฺเสน จ เตเมนฺโต อนุกฺกเมน เสวาลปริโยนทฺโธ ‘‘ปาสาโณ นุ โข เอส ขาณุโก’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ, เอวเมว อสฺมิมาเนน อุนฺนโต ปุคฺคโล ปํสุกูลิกฏฺฐาเน ปํสุกูลิโก โหติ, ธมฺมกถิกฏฺฐาเน ธมฺมกถิโก, ภณฺฑนการกฏฺฐาเน ภณฺฑนการโก, เวชฺชฏฺฐาเน เวชฺโช, ปิสุณฏฺฐาเน ปิสุโณ. โส นานปฺปการํ อเนสนํ อาปชฺชนฺโต ตาหิ ตาหิ อาปตฺตีหิ ปลิเวฐิโต ‘‘อตฺถิ นุ โข อสฺส อพฺภนฺตเร กิญฺจิ สีลํ, อุทาหุ นตฺถี’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อสฺมิมานสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ.

ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจนนฺติ ยถา หิ อาวฏฺเฏ ปติตทารุขนฺโธ อนฺโตเยว ปาสาณาทีสุ อาหตสมพฺภาหโต ภิชฺชิตฺวา จุณฺณวิจุณฺณํ โหติ, เอวํ ปญฺจกามคุณาวฏฺเฏ ปติตปุคฺคโล จตูสุ อปาเยสุ กมฺมการณขุปฺปิปาสาทิทุกฺเขหิ อาหตสมพฺภาหโต ทีฆรตฺตํ จุณฺณวิจุณฺณตํ อาปชฺชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจน’’นฺติ.

ทุสฺสีโลติ นิสฺสีโล. ปาปธมฺโมติ ลามกธมฺโม. อสุจีติ น สุจิ. สงฺกสฺสรสมาจาโรติ ‘‘อิมสฺส มญฺเญ อิมสฺส มญฺเญ อิทํ กมฺม’’นฺติ เอวํ ปเรหิ สงฺกาย สริตพฺพสมาจาโร. สงฺกาย วา ปเรสํ สมาจารํ สรตีติปิ สงฺกสฺสรสมาจาโร. ตสฺส หิ เทฺว ตโย ชเน กเถนฺเต ทิสฺวา, ‘‘มม โทสํ มญฺเญ กเถนฺตี’’ติ เตสํ สมาจารํ สงฺกสฺสรติ ธาวตีติ สงฺกสฺสรสมาจาโร.

สมณปฏิญฺโญติ สลากคฺคหณาทีสุ ‘‘กิตฺตกา วิหาเร สมณา’’ติ คณนาย อารทฺธาย ‘‘อหมฺปิ สมโณ, อหมฺปิ สมโณ’’ติ ปฏิญฺญํ เทติ, สลากคฺคหณาทีนิ กโรติ. พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญติ อุโปสถปวารณาทีสุ ‘‘อหมฺปิ พฺรหฺมจารี’’ติ ปฏิญฺญาย ตานิ กมฺมานิ ปวิสติ. อนฺโตปูตีติ วกฺกหทยาทีสุ อปูติกสฺสปิ คุณานํ ปูติภาเวน, อนฺโตปูติ. อวสฺสุโตติ ราเคน ตินฺโต. กสมฺพุชาโตติ ราคาทีหิ กิเลเสหิ กจวรชาโต.

เอตทโวจาติ โคคณํ คงฺคาตีราภิมุขํ กตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐิโต อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา, ‘‘สตฺถา โอริมตีราทีนํ อนุปคจฺฉนฺตาทิวเสน สกฺกา ปฏิปตฺตึ ปูเรตุนฺติ วทติ. ยทิ เอวํ ปูเรตุํ สกฺกา, อหํ ปพฺพชิตฺวา ปูเรสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เอตํ ‘‘อหํ โข, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

วจฺฉคิทฺธินิโยติ วจฺเฉสุ สเสฺนหา ถเนหิ ขีรํ ปคฺฆรนฺเตหิ วจฺฉกเสฺนเหน สยเมว คมิสฺสนฺตีติ. นิยฺยาเตเหวาติ นิยฺยาเตหิเยว. คาวีสุ หิ อนิยฺยาติตาสุ โคสามิกา อาคนฺตฺวา, ‘‘เอกา คาวี น ทิสฺสติ, เอโก โคโณ, เอโก วจฺฉโก น ทิสฺสตี’’ติ ตุยฺหํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต วิจริสฺสนฺติ, อิติ เต อผาสุกํ ภวิสฺสติ. ปพฺพชฺชา จ นาเมสา สอิณสฺส น รุหติ, อณณา ปพฺพชฺชา จ พุทฺธาทีหิ สํวณฺณิตาติ ทสฺสนตฺถํ เอวมาห. นิยฺยาตาติ นิยฺยาติตา. อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏํ กถิตํ.

๕. ทุติยทารุกฺขนฺโธปมสุตฺตวณฺณนา

๒๔๒. ปญฺจเม กิมิลายนฺติ กิมิลานามเก นคเร. สํกิลิฏฺฐนฺติ ปฏิจฺฉนฺนกาลโต ปฏฺฐาย อสํกิลิฏฺฐา นาม อาปตฺติ นตฺถิ, เอวรูปํ สํกิลิฏฺฐํ อาปตฺตึ. น วุฏฺฐานํ ปญฺญายตีติ ปริวาสมานตฺตอพฺภาเนหิ วุฏฺฐานํ น ทิสฺสติ.

๖. อวสฺสุตปริยายสุตฺตวณฺณนา

๒๔๓. ฉฏฺเฐ นวํ สนฺถาคารนฺติ อธุนา การิตํ สนฺถาคารํ, เอกา มหาสาลาติ อตฺโถ. อุยฺโยคกาลาทีสุ หิ ราชาโน ตตฺถ ฐตฺวา, ‘‘เอตฺตกา ปุรโต คจฺฉนฺตุ, เอตฺตกา ปจฺฉา, เอตฺตกา อุโภหิ ปสฺเสหิ, เอตฺตกา หตฺถี อภิรุหนฺตุ, เอตฺตกา อสฺเส, เอตฺตกา รเถสุ ติฏฺฐนฺตู’’ติ เอวํ สนฺถํ กโรนฺติ, มริยาทํ พนฺธนฺติ, ตสฺมา ตํ ฐานํ สนฺถาคารนฺติ วุจฺจติ. อุยฺโยคฏฺฐานโต จ อาคนฺตฺวา ยาว เคเหสุ อลฺลโคมยปริภณฺฑาทีนิ กาเรนฺติ, ตาว เทฺว ตีณิ ทิวสานิ เต ราชาโน ตตฺถ สนฺถรนฺตีติปิ สนฺถาคารํ. เตสํ ราชูนํ สห อตฺถานุสาสนํ อคารนฺติปิ สนฺถาคารํ. คณราชาโน หิ เต, ตสฺมา อุปฺปนฺนํ กิจฺจํ เอกสฺส วเสน น ฉิชฺชติ, สพฺเพสํ ฉนฺโทปิ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา สพฺเพ ตตฺถ สนฺนิปติตฺวา อนุสาสนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สห อตฺถานุสาสนํ อคารนฺติปิ สนฺถาคาร’’นฺติ. ยสฺมา ปน เต ตตฺถ สนฺนิปติตฺวา, ‘‘อิมสฺมึ กาเล กสิตุํ วฏฺฏติ, อิมสฺมึ กาเล วปิตุ’’นฺติ เอวมาทินา นเยน ฆราวาสกิจฺจานิ สมฺมนฺตยนฺติ, ตสฺมา ฉิทฺทาวฉิทฺทํ ฆราวาสํ ตตฺถ สนฺถรนฺตีติปิ, สนฺถาคารํ. อจิรการิตํ โหตีติ อิฏฺฐกกมฺมสุธากมฺมจิตฺตกมฺมาทิวเสน สุสชฺชิตํ เทววิมานํ วิย อธุนา นิฏฺฐาปิตํ. สมเณน วาติ เอตฺถ ยสฺมา ฆรวตฺถุปริคฺคหณกาเลเยว เทวตา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คณฺหนฺติ, ตสฺมา ‘‘เทเวน วา’’ติ อวตฺวา, ‘‘สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เกนจิ วา มนุสฺสภูเตนา’’ติ วุตฺตํ.

เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ สนฺถาคารํ นิฏฺฐิตนฺติ สุตฺวา ‘‘คจฺฉาม นํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ คนฺตฺวา ทฺวารโกฏฺฐกโต ปฏฺฐาย สพฺพํ โอโลเกตฺวา ‘‘อิทํ สนฺถาคารํ อติวิย มโนรมํ สสฺสิริกํ. เกน ปฐมํ ปริภุตฺตํ อมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อสฺสา’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘อมฺหากํ ญาติเสฏฺฐสฺส ปฐมํ ทิยฺยมาเนปิ สตฺถุโนว อนุจฺฉวิกํ, ทกฺขิเณยฺยวเสน ทิยฺยมาเนปิ สตฺถุโนว อนุจฺฉวิกํ, ตสฺมา สตฺถารํ ปฐมํ ปริภุญฺชาเปสฺสาม, ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อาคมนํ กริสฺสาม, ภิกฺขุสงฺเฆ อาคเต เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อาคตเมว ภวิสฺสติ, สตฺถารํ ติยามรตฺตึ อมฺหากํ ธมฺมกถํ กถาเปสฺสาม, อิติ ตีหิ รตเนหิ ปริภุตฺตํ ปจฺฉา มยํ ปริภุญฺชิสฺสาม, เอวํ โน ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา อุปสงฺกมึสุ.

เยน นวํ สนฺถาคารํ เตนุปสงฺกมึสูติ ตํทิวสํ กิร สนฺถาคารํ กิญฺจาปิ ราชกุลานํ ทสฺสนตฺถาย เทววิมานํ วิย สุสชฺชิตํ โหติ สุปฏิชคฺคิตํ, พุทฺธารหํ ปน กตฺวา อปญฺญตฺตํ. พุทฺธา หิ นาม อรญฺญชฺฌาสยา อรญฺญารามา อนฺโตคาเม วเสยฺยุํ วา โน วา, ตสฺมา ‘‘ภควโต มนํ ชานิตฺวาว, ปญฺญาเปสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา, เต ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ, อิทานิ ปน มนํ ลภิตฺวา ปญฺญาเปตุกามา เยน สนฺถาคารํ เตนุปสงฺกมึสุ.

สพฺพสนฺถรึ สนฺถาคารํ สนฺถริตฺวาติ ยถา สพฺพเมว สนฺถตํ โหติ, เอวํ ตํ สนฺถราเปตฺวา. สพฺพปฐมํ ตาว ‘‘โคมยํ นาม สพฺพมงฺคเลสุ วฏฺฏตี’’ติ สุธาปริกมฺมกตมฺปิ ภูมึ อลฺลโคมเยน โอปุญฺชาเปตฺวา, ปริสุกฺขภาวํ ญตฺวา, ยถา อกฺกนฺตฏฺฐาเน ปทํ ปญฺญายติ, เอวํ จตุชฺชาติยคนฺเธหิ ลิมฺปาเปตฺวา อุปริ นานาวณฺณกฏสารเก สนฺถริตฺวา เตสํ อุปริ มหาปิฏฺฐิกโกชเว อาทึ กตฺวา หตฺถตฺถรอสฺสตฺถรสีหตฺถรพฺยคฺฆตฺถรจนฺทตฺถรกสูริยตฺถรกจิตฺตตฺถรกาทีหิ นานาวณฺเณหิ อตฺถรเกหิ สนฺถริตพฺพยุตฺตกํ สพฺโพกาสํ สนฺถราเปสุํ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺพสนฺถรึ สนฺถาคารํ สนฺถริตฺวา’’ติ.

อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวาติ มชฺฌฏฺฐาเน ตาว มงฺคลถมฺภํ นิสฺสาย มหารหํ พุทฺธาสนํ ปญฺญาเปตฺวา, ตตฺถ ตตฺถ ยํ ยํ มุทุกญฺจ มโนรมญฺจ ปจฺจตฺถรณํ, ตํ ตํ ปจฺจตฺถริตฺวา อุภโตโลหิตกํ มนุญฺญทสฺสนํ อุปธานํ อุปทหิตฺวา อุปริ สุวณฺณรชตตารกวิจิตฺตวิตานํ พนฺธิตฺวา คนฺธทามปุปฺผทามปตฺตทามาทีหิ อลงฺกริตฺวา สมนฺตา ทฺวาทสหตฺเถ ฐาเน ปุปฺผชาลํ กาเรตฺวา, ตึสหตฺถมตฺตํ ฐานํ ปฏสาณิยา ปริกฺขิปาเปตฺวา ปจฺฉิมภิตฺตึ นิสฺสาย ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปลฺลงฺกปีฐอปสฺสยปีฐมุณฺฑปีฐานิ ปญฺญาเปตฺวา อุปริ เสตปจฺจตฺถรเณหิ ปจฺจตฺถราเปตฺวา ปาจีนภิตฺตึ นิสฺสาย อตฺตโน อตฺตโน มหาปิฏฺฐิกโกชเว ปญฺญาเปตฺวา มโนรมานิ หํสโลมาทิปูริตานิ อุปธานานิ ฐปาเปสุํ ‘‘เอวํ อกิลมมานา สพฺพรตฺตึ ธมฺมํ สุณิสฺสามา’’ติ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา’’ติ.

อุทกมณิกํ ปติฏฺฐาเปตฺวาติ มหากุจฺฉิกํ อุทกจาฏึ ปติฏฺฐาเปตฺวา ‘‘เอวํ ภควา จ ภิกฺขุสงฺโฆ จ ยถารุจิยา หตฺเถ วา โธวิสฺสนฺติ ปาเท วา, มุขํ วา วิกฺขาเลสฺสนฺตี’’ติ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ มณิวณฺณสฺส อุทกสฺส ปูราเปตฺวา วาสตฺถาย นานาปุปฺผานิ เจว อุทกวาสจุณฺณานิ จ ปกฺขิปิตฺวา กทลิปณฺเณหิ ปิทหิตฺวา ปติฏฺฐาเปสุํ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อุทกมณิกํ ปติฏฺฐาเปตฺวา’’ติ.

เตลปฺปทีปํ อาโรเปตฺวาติ รชตสุวณฺณาทิมยทณฺฑทีปิกาสุ โยนกรูปกิราตรูปกาทีนํ หตฺเถ ฐปิตสุวณฺณรชตาทิมยกปลฺลิกาสุ จ เตลปฺปทีปํ ชาลาเปตฺวาติ อตฺโถ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ เอตฺถ ปน เต สกฺยราชาโน น เกวลํ สนฺถาคารเมว, อถ โข โยชนาวฏฺเฏ กปิลวตฺถุสฺมึ นครวีถิโยปิ สมฺมชฺชาเปตฺวา ธเช อุสฺสาเปตฺวา เคหทฺวาเรสุ ปุณฺณฆเฏ จ กทลิโย จ ฐปาเปเตวา สกลนครํ ทีปมาลาทีหิ วิปฺปกิณฺณตารกํ วิย กตฺวา ‘‘ขีรูปเค ทารเก ขีรํ ปาเยถ, ทหเร กุมาเร ลหุํ ลหุํ โภเชตฺวา สยาเปถ, อุจฺจาสทฺทํ มา กริตฺถ, อชฺช เอกรตฺตึ สตฺถา อนฺโตคาเม วสิสฺสติ, พุทฺธา นาม อปฺปสทฺทกามา โหนฺตี’’ติ เภรึ จราเปตฺวา สยํ ทณฺฑทีปิกา อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ.

อถ โข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน เยน นวํ สนฺถาคารํ เตนุปสงฺกมีติ ‘‘ยสฺส ทานิ, ภนฺเต, ภควา กาลํ มญฺญตี’’ติ เอวํ กิร กาเล อาโรจิเต ภควา ลาขารสตินฺตรตฺตโกวิฬารปุปฺผวณฺณํ รตฺตทุปฏฺฏํ กตฺตริยา ปทุมํ กนฺเตนฺโต วิย, สํวิธาย ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺโต นิวาเสตฺวา สุวณฺณปามงฺเคน ปทุมกลาปํ ปริกฺขิปนฺโต วิย, วิชฺชุลตาสสฺสิริกํ กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา รตฺตกมฺพเลน คชกุมฺภํ ปริโยนนฺธนฺโต วิย, รตนสตุพฺเพเธ สุวณฺณคฺฆิเก ปวาฬชาลํ ขิปมาโน วิย สุวณฺณเจติเย รตฺตกมฺพลกญฺจุกํ ปฏิมุญฺจนฺโต วิย, คจฺฉนฺตํ ปุณฺณจนฺทํ รตฺตวณฺณวลาหเกน ปฏิจฺฉาทยมาโน วิย, กญฺจนปพฺพตมตฺถเก สุปกฺกลาขารสํ ปริสิญฺจนฺโต วิย, จิตฺตกูฏปพฺพตมตฺถกํ วิชฺชุลตาย ปริกฺขิปนฺโต วิย จ สจกฺกวาฬสิเนรุยุคนฺธรํ มหาปถวึ สญฺจาเลตฺวา คหิตํ นิโคฺรธปลฺลวสมานวณฺณํ รตฺตวรปํสุกูลํ ปารุปิตฺวา, คนฺธกุฏิทฺวารโต นิกฺขมิ กญฺจนคุหโต สีโห วิย อุทยปพฺพตกูฏโต ปุณฺณจนฺโท วิย จ. นิกฺขมิตฺวา ปน คนฺธกุฏิปมุเข อฏฺฐาสิ.

อถสฺส กายโต เมฆมุเขหิ วิชฺชุกลาปา วิย รสฺมิโย นิกฺขมิตฺวา สุวณฺณรสธาราปริเสกปิญฺชรปตฺตปุปฺผผลวิฏเป วิย อารามรุกฺเข กรึสุ. ตาวเทว จ อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย มหาภิกฺขุสงฺโฆ ภควนฺตํ ปริวาเรสิ. เต ปน ปริวาเรตฺวา ฐิตา ภิกฺขู เอวรูปา อเหสุํ – อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา อสํสฏฺฐา อารทฺธวีริยา วตฺตาโร วจนกฺขมา โจทกา ปาปครหิโน สีลสมฺปนฺนา สมาธิสมฺปนฺนา ปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺนา. เตหิ ปริวาริโต ภควา รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺโต วิย สุวณฺณกฺขนฺโธ, รตฺตปทุมสณฺฑมชฺฌคตา วิย สุวณฺณนาวา, ปวาฬเวทิกาปริกฺขิตฺโต วิย สุวณฺณปาสาโท วิโรจิตฺถ. สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทโย มหาเถราปิ นํ เมฆวณฺณํ ปํสุกูลํ ปารุปิตฺวา มณิวมฺมวมฺมิกา วิย มหานาคา ปริวารยึสุ วนฺตราคา ภินฺนกิเลสา วิชฏิตชฏา ฉินฺนพนฺธนา กุเล วา คเณ วา อลคฺคา.

อิติ ภควา สยํ วีตราโค วีตราเคหิ, วีตโทโส วีตโทเสหิ, วีตโมโห วีตโมเหหิ, นิตฺตโณฺห นิตฺตเณฺหหิ, นิกฺกิเลโส นิกฺกิเลเสหิ, สยํ พุทฺโธ พหุสฺสุตพุทฺเธหิ ปริวาริโต ปตฺตปริวาริตํ วิย เกสรํ, เกสรปริวาริตา วิย กณฺณิกา, อฏฺฐนาคสหสฺสปริวาริโต วิย ฉทฺทนฺโต นาคราชา, นวุติหํสสหสฺสปริวาริโต วิย ธตรฏฺโฐ หํสราชา, เสนงฺคปริวาริโต วิย จกฺกวตฺติราชา, มรุคณปริวาริโต วิย สกฺโก เทวราชา, พฺรหฺมคณปริวาริโต วิย หาริตมหาพฺรหฺมา, ตาราคณปริวาริโต วิย ปุณฺณจนฺโท อสเมน พุทฺธเวเสน อปริมาเณน พุทฺธวิลาเสน กปิลวตฺถุคามิมคฺคํ ปฏิปชฺชิ.

อถสฺส ปุรตฺถิมกายโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสิ ปจฺฉิม-กายโต, ทกฺขิณหตฺถโต, วามหตฺถโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสิ. อุปริ เกสนฺตโต ปฏฺฐาย สพฺพเกสาวฏฺเฏหิ โมรคีววณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา คคนตเล อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสิ. เหฏฺฐา ปาทตเลหิ ปวาฬวณฺณา รสฺมิ อุฏฺฐหิตฺวา ฆนปถวึ อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสิ. เอวํ สมนฺตา อสีติหตฺถฏฺฐานํ ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย วิชฺโชตมานา วิปฺผนฺทมานา กญฺจนทณฺฑทีปิกาหิ นิจฺฉริตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทชาลา วิย จาตุทฺทีปิกมหาเมฆโต นิกฺขนฺตวิชฺชุลตา วิย วิธาวึสุ. สพฺพทิสาภาคา สุวณฺณจมฺปกปุปฺเผหิ วิกิริยมานา วิย, สุวณฺณฆฏโต นิกฺขนฺตสุวณฺณรสธาราหิ สิญฺจมานา วิย, ปสาริตสุวณฺณปฏปริกฺขิตฺตา วิย, เวรมฺภวาตสมุฏฺฐิตกึสุกกณิการปุปฺผจุณฺณสโมกิณฺณา วิย วิปฺปภาสึสุ.

ภควโตปิ อสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภาทฺวตฺตึสวรลกฺขณสมุชฺชลสรีรํ สมุคฺคตตารกํ วิย คคนตลํ, วิกสิตมิว ปทุมวนํ, สพฺพปาลิผุลฺโล วิย โยชนสติโก ปาริจฺฉตฺตโก, ปฏิปาฏิยา ฐปิตานํ ทฺวตฺตึสจนฺทานํ ทฺวตฺตึสสูริยานํ ทฺวตฺตึสจกฺกวตฺตีนํ ทฺวตฺตึสเทวราชานํ ทฺวตฺตึสมหาพฺรหฺมานํ สิริยา สิรึ อภิภวมานํ วิย วิโรจิตฺถ, ยถา ตํ ทสหิ ปารมีหิ ทสหิ อุปปารมีหิ ทสหิ ปรมตฺถปารมีหิ สมฺมเทว ปูริตาหิ สมตึสปารมิตาหิ อลงฺกตํ. กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ทินฺนทานํ รกฺขิตสีลํ กตกลฺยาณกมฺมํ เอกสฺมึ อตฺตภาเว โอตริตฺวา วิปากํ ทาตุํ ฐานํ อลภมานํ สมฺพาธปตฺตํ วิย อโหสิ. นาวาสหสฺสภณฺฑํ เอกนาวํ อาโรปนกาโล วิย, สกฏสหสฺสภณฺฑํ เอกสกฏํ อาโรปนกาโล วิย, ปญฺจวีสติยา คงฺคานํ โอฆสฺส สมฺภิชฺช มุขทฺวาเร เอกโต ราสิภูตกาโล วิย อโหสิ.

อิมาย พุทฺธสิริยา โอภาสมานสฺสาปิ จ ภควโต ปุรโต อเนกานิ ทณฺฑทีปิกาสหสฺสานิ อุกฺขิปึสุ, ตถา ปจฺฉโต, วามปสฺเส, ทกฺขิณปสฺเส. ชาติสุมนจมฺปกวนมลฺลิการตฺตุปฺปล-นีลุปฺปล-พกุลสินฺทุวารปุปฺผานิ เจว นีลปีตาทิวณฺณสุคนฺธคนฺธจุณฺณานิ จ จาตุทฺทีปิกเมฆวิสฺสฏฺฐา อุทกวุฏฺฐิโย วิย วิปฺปกิริยึสุ. ปญฺจงฺคิกตูริยนิคฺโฆสา เจว พุทฺธธมฺมสงฺฆคุณปฏิสํยุตฺตา ถุติโฆสา จ สพฺพา ทิสา ปูรยึสุ. เทวมนุสฺสนาคสุปณฺณคนฺธพฺพยกฺขาทีนํ อกฺขีนิ อมตปานํ วิย ลภึสุ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา ปทสหสฺเสน คมนวณฺณํ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ตตฺริทํ มุขมตฺตํ –

‘‘เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺโน, กมฺปยนฺโต วสุนฺธรํ;

อเหฐยนฺโต ปาณานิ, ยาติ โลกวินายโก.

‘‘ทกฺขิณํ ปฐมํ ปาทํ, อุทฺธรนฺโต นราสโภ