นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

สํยุตฺตนิกาเย

สฬายตนวคฺค-อฏฺฐกถา

๑. สฬายตนสํยุตฺตํ

๑. อนิจฺจวคฺโค

๑. อชฺฌตฺตานิจฺจสุตฺตวณฺณนา

๑. สฬายตนวคฺคสฺส ปฐเม จกฺขุนฺติ เทฺว จกฺขูนิ – ญาณจกฺขุ เจว มํสจกฺขุ จ. ตตฺถ ญาณจกฺขุ ปญฺจวิธํ – พุทฺธจกฺขุ, ธมฺมจกฺขุ, สมนฺตจกฺขุ, ทิพฺพจกฺขุ, ปญฺญาจกฺขูติ. เตสุ พุทฺธจกฺขุ นาม อาสยานุสยญาณญฺเจว อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณญฺจ, ยํ – ‘‘พุทฺธจกฺขุนา โลกํ โวโลเกนฺโต’’ติ (มหาว. ๙; ม. นิ. ๑.๒๘๓; ๒.๓๓๘) อาคตํ. ธมฺมจกฺขุ นาม เหฏฺฐิมา ตโย มคฺคา ตีณิ จ ผลานิ, ยํ – ‘‘วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาที’’ติ (มหาว. ๑๖; ม. นิ. ๒.๓๙๕) อาคตํ. สมนฺตจกฺขุ นาม สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ยํ – ‘‘ปาสาทมารุยฺห สมนฺตจกฺขู’’ติ (มหาว. ๘; ม. นิ. ๑.๒๘๒; ๒.๓๓๘) อาคตํ. ทิพฺพจกฺขุ นาม อาโลกผรเณน อุปฺปนฺนํ ญาณํ, ยํ – ‘‘ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธนา’’ติ (ปารา. ๑๓; ม. นิ. ๒.๓๔๑) อาคตํ. ปญฺญาจกฺขุ นาม จตุสจฺจปริจฺเฉทกญาณํ, ยํ – ‘‘จกฺขุํ อุทปาที’’ติ (ส. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๕) อาคตํ.

มํสจกฺขุปิ ทุวิธํ – สสมฺภารจกฺขุ, ปสาทจกฺขูติ. เตสุ ยฺวายํ อกฺขิกูปเก อกฺขิปฏเลหิ ปริวาริโต มํสปิณฺโฑ, ยตฺถ จตสฺโส ธาตุโย วณฺณคนฺธรโสชา สมฺภโว ชีวิตํ ภาโว จกฺขุปสาโท กายปสาโทติ สงฺเขปโต เตรส สมฺภารา โหนฺติ. วิตฺถารโต ปน จตสฺโส ธาตุโย วณฺณคนฺธรโสชา สมฺภโวติ อิเม นว จตุสมุฏฺฐานวเสน ฉตฺตึส, ชีวิตํ ภาโว จกฺขุปสาโท กายปสาโทติ อิเม กมฺมสมุฏฺฐานา ตาว จตฺตาโรติ จตฺตารีส สมฺภารา โหนฺติ. อิทํ สสมฺภารจกฺขุ นาม. ยํ ปเนตฺถ เสตมณฺฑลปริจฺฉินฺเนน กณฺหมณฺฑเลน ปริวาริเต ทิฏฺฐิมณฺฑเล สนฺนิวิฏฺฐํ รูปทสฺสนสมตฺถํ ปสาทมตฺตํ, อิทํ ปสาทจกฺขุ นาม. ตสฺส ตโต ปเรสญฺจ โสตาทีนํ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตาว.

ตตฺถ ยทิทํ ปสาทจกฺขุ, ตํ คเหตฺวา ภควา – จกฺขุํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจนฺติอาทิมาห. ตตฺถ – ‘‘จตูหิ การเณหิ อนิจฺจํ อุทยพฺพยวนฺตตายา’’ติอาทินา นเยน วิตฺถารกถา เหฏฺฐา ปกาสิตาเยว. โสตมฺปิ ปสาทโสตเมว อธิปฺเปตํ, ตถา ฆานชิวฺหากายา. มโนติ เตภูมกสมฺมสนจารจิตฺตํ. อิติ อิทํ สุตฺตํ ฉสุ อชฺฌตฺติกายตเนสุ ตีณิ ลกฺขณานิ ทสฺเสตฺวา กถิเต พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสเยน วุตฺตํ.

๒-๓. อชฺฌตฺตทุกฺขสุตฺตาทิวณฺณนา

๒-๓. ทุติยํ เทฺว ลกฺขณานิ, ตติยํ เอกลกฺขณํ ทสฺเสตฺวา กถิเต พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสเยน วุตฺตํ. เสสานิ ปน เตหิ สลฺลกฺขิตานิ วา เอตฺตเกเนว วา สลฺลกฺเขสฺสนฺตีติ.

๔-๖. พาหิรานิจฺจสุตฺตาทิวณฺณนา

๔-๖. จตุตฺเถ รูปคนฺธรสโผฏฺฐพฺพา จตุสมุฏฺฐานา, สทฺโท ทฺวิสมุฏฺฐาโน, ธมฺมาติ เตภูมกธมฺมารมฺมณํ. อิทมฺปิ พาหิเรสุ ฉสุ อายตเนสุ ติลกฺขณํ ทสฺเสตฺวา กถิเต พุชฺฌนกานํ วเสน วุตฺตํ. ปญฺจเม ฉฏฺเฐ จ ทุติยตติเยสุ วุตฺตสทิโสว นโย.

๗-๑๒. อชฺฌตฺตานิจฺจาตีตานาคตสุตฺตาทิวณฺณนา

๗-๑๒. สตฺตมาทีนิ อตีตานาคเตสุ จกฺขาทีสุ อนิจฺจลกฺขณาทีนิ สลฺลกฺเขตฺวา ปจฺจุปฺปนฺเนสุ พลวคาเหน กิลมนฺตานํ วเสน วุตฺตานิ. เสสํ สพฺพตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมวาติ.

อนิจฺจวคฺโค ปฐโม.

๒. ยมกวคฺโค

๑-๔. ปฐมปุพฺเพสมฺโพธสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๓-๑๖. ยมกวคฺคสฺส ปฐมทุติเยสุ อชฺฌตฺติกานนฺติ อชฺฌตฺตชฺฌตฺตวเสน อชฺฌตฺติกานํ. โส ปน เนสํ อชฺฌตฺติกภาโว ฉนฺทราคสฺส อธิมตฺตพลวตาย เวทิตพฺโพ. มนุสฺสานญฺหิ อนฺโตฆรํ วิย ฉ อชฺฌตฺติกายตนานิ, ฆรูปจารํ วิย ฉ พาหิรายตนานิ. ยถา เนสํ ปุตฺตทารธนธญฺญปุณฺเณ อนฺโตฆเร ฉนฺทราโค อธิมตฺตพลวา โหติ, ตตฺถ กสฺสจิ ปวิสิตุํ น เทนฺติ, อปฺปมตฺเตน ภาชนสทฺทมตฺเตนาปิ ‘‘กึ เอต’’นฺติ? วตฺตาโร ภวนฺติ. เอวเมวํ ฉสุ อชฺฌตฺติเกสุ อายตเนสุ อธิมตฺตพลวฉนฺทราโคติ. อิติ อิมาย ฉนฺทราคพลวตาย ตานิ ‘‘อชฺฌตฺติกานี’’ติ วุตฺตานิ. ฆรูปจาเร ปน โน ตถา พลวา โหติ, ตตฺถ จรนฺเต มนุสฺเสปิ จตุปฺปทานิปิ น สหสา นิวาเรนฺติ. กิญฺจาปิ น นิวาเรนฺติ, อนิจฺฉนฺตา ปน ปสุปจฺฉิมตฺตมฺปิ คหิตุํ น เทนฺติ. อิติ เนสํ ตตฺถ น อธิมตฺตพลวฉนฺทราโค โหติ. รูปาทีสุปิ ตเถว น อธิมตฺตพลวฉนฺทราโค, ตสฺมา ตานิ ‘‘พาหิรานี’’ติ วุตฺตานิ. วิตฺถารโต ปน อชฺฌตฺติกพาหิรกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตาว. เสสํ ทฺวีสุปิ สุตฺเตสุ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. ตถา ตติยจตุตฺเถสุ.

๕-๖. ปฐมโนเจอสฺสาทสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๗-๑๘. ปญฺจเม นิสฺสฏาติ นิกฺขนฺตา. วิสญฺญุตฺตาติ โนสํยุตฺตา. วิปฺปมุตฺตาติ โน อธิมุตฺตา วิมริยาทีกเตน เจตสาติ นิมฺมริยาทีกเตน เจตสา. ยญฺหิ กิเลสชาตํ วา วฏฺฏํ วา อปฺปหีนํ โหติ, เตน เสขานํ จิตฺตํ สมริยาทีกตํ นาม. ยํ ปหีนํ, เตน วิมริยาทีกตํ. อิธ ปน สพฺพโส กิเลสานญฺเจว วฏฺฏสฺส จ ปหีนตฺตา วิมริยาทีกเตน กิเลสวฏฺฏมริยาทํ อติกฺกนฺเตน จิตฺเตน วิหรึสูติ อตฺโถ. ฉฏฺเฐปิ เอเสว นโย. ฉสุปิ ปเนเตสุ สุตฺเตสุ จตุสจฺจเมว กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๗-๑๐. ปฐมาภินนฺทสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๙-๒๒. สตฺตมาทีสุ จตูสุ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตํ. อนุปุพฺพกถา ปน เนสํ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพาติ.

ยมกวคฺโค ทุติโย.

๓. สพฺพวคฺโค

๑. สพฺพสุตฺตวณฺณนา

๒๓. สพฺพวคฺคสฺส ปฐเม สพฺพํ โว, ภิกฺขเวติ สพฺพํ นาม จตุพฺพิธํ – สพฺพสพฺพํ, อายตนสพฺพํ, สกฺกายสพฺพํ, ปเทสสพฺพนฺติ. ตตฺถ –

‘‘น ตสฺส อทฺทิฏฺฐมิธอตฺถิ กิญฺจิ,

อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพํ;

สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เนยฺยํ,

ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขู’’ติ. (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โธตกมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๓๒; ปฏิ. ม. ๑.๑๒๑) –

อิทํ สพฺพสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ, ตํ สุณาถา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๔) อิทํ อายตนสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑) อิทํ สกฺกายสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพธมฺเมสุ วา ปน ปฐมสมนฺนาหาโร อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ…เป… ตชฺชามโนธาตู’’ติ อิทํ ปเทสสพฺพํ นาม. อิติ ปญฺจารมฺมณมตฺตํ ปเทสสพฺพํ. เตภูมกธมฺมา สกฺกายสพฺพํ. จตุภูมกธมฺมา อายตนสพฺพํ. ยํกิญฺจิ เนยฺยํ สพฺพสพฺพํ. ปเทสสพฺพํ สกฺกายสพฺพํ น ปาปุณาติ, สกฺกายสพฺพํ อายตนสพฺพํ น ปาปุณาติ, อายตนสพฺพํ สพฺพสพฺพํ น ปาปุณาติ. กสฺมา? สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อยํ นาม ธมฺโม อารมฺมณํ น โหตีติ นตฺถิตาย. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต อายตนสพฺพํ อธิปฺเปตํ.

ปจฺจกฺขายาติ ปฏิกฺขิปิตฺวา. วาจาวตฺถุกเมวสฺสาติ, วาจาย วตฺตพฺพวตฺถุมตฺตกเมว ภเวยฺย. อิมานิ ปน ทฺวาทสายตนานิ อติกฺกมิตฺวา อยํ นาม อญฺโญ สภาวธมฺโม อตฺถีติ ทสฺเสตุํ น สกฺกุเณยฺย. ปุฏฺโฐ จ น สมฺปาเยยฺยาติ, ‘‘กตมํ อญฺญํ สพฺพํ นามา’’ติ? ปุจฺฉิโต, ‘‘อิทํ นามา’’ติ วจเนน สมฺปาเทตุํ น สกฺกุเณยฺย. วิฆาตํ อาปชฺเชยฺยาติ ทุกฺขํ อาปชฺเชยฺย. ยถา ตํ, ภิกฺขเว, อวิสยสฺมินฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยถาติ การณวจนํ, ยสฺมา อวิสเย ปุฏฺโฐติ อตฺโถ. อวิสยสฺมิญฺหิ สตฺตานํ วิฆาโตว โหติ, กูฏาคารมตฺตํ สิลํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา คมฺภีเร อุทเก ตรณํ อวิสโย, ตถา จนฺทิมสูริยานํ อากฑฺฒิตฺวา ปาตนํ, ตสฺมึ อวิสเย วายมนฺโต วิฆาตเมว อาปชฺชติ, เอวํ อิมสฺมิมฺปิ อวิสเย วิฆาตเมว อาปชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย.

๒. ปหานสุตฺตวณฺณนา

๒๔. ทุติเย สพฺพปฺปหานายาติ สพฺพสฺส ปหานาย. จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตนฺติ จกฺขุสมฺผสฺสํ มูลปจฺจยํ กตฺวา อุปฺปนฺนา สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณโวฏฺฐพฺพนชวนเวทนา. จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตาย ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. โสตทฺวาราทิเวทนาปจฺจยาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน มโนติ ภวงฺคจิตฺตํ. ธมฺมาติ อารมฺมณํ. มโนวิญฺญาณนฺติ สหาวชฺชนกชวนํ. มโนสมฺผสฺโสติ ภวงฺคสหชาโต สมฺผสฺโส. เวทยิตนฺติ สหาวชฺชนเวทนาย ชวนเวทนา. ภวงฺคสมฺปยุตฺตาย ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อาวชฺชนํ ภวงฺคโต อโมเจตฺวา มโนติ สหาวชฺชเนน ภวงฺคํ ทฏฺฐพฺพํ. ธมฺมาติ อารมฺมณํ. มโนวิญฺญาณนฺติ ชวนวิญฺญาณํ. มโนสมฺผสฺโสติ ภวงฺคสหชาโต สมฺผสฺโส. เวทยิตนฺติ ชวนสหชาตา เวทนา. สหาวชฺชเนน ภวงฺคสหชาตาปิ วฏฺฏติเยว. ยา ปเนตฺถ เทสนา อนุสิฏฺฐิอาณา, อยํ ปณฺณตฺติ นามาติ.

๓. อภิญฺญาปริญฺญาปหานสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ตติเย สพฺพํ อภิญฺญา ปริญฺญา ปหานายาติ สพฺพํ อภิชานิตฺวา ปริชานิตฺวา ปชหนตฺถาย. อภิญฺญา ปริญฺญา ปหาตพฺพนฺติ อภิชานิตฺวา ปริชานิตฺวา ปหาตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๔. ปฐมอปริชานนสุตฺตวณฺณนา

๒๖. จตุตฺเถ อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหนฺติ อนภิชานนฺโต อปริชานนฺโต อวิราเชนฺโต อปฺปชหนฺโต. เอตฺถ จ อวิราเชนฺโตติ อวิคจฺฉาเปนฺโต. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ติสฺโสปิ ปริญฺญา กถิตา โหนฺติ. ‘‘อภิชาน’’นฺติ หิ วจเนน ญาตปริญฺญา กถิตา, ‘‘ปริชาน’’นฺติ วจเนน ตีรณปริญฺญา, ‘‘วิราชยํ ปชห’’นฺติ ทฺวีหิ ปหานปริญฺญาติ.

๕. ทุติยอปริชานนสุตฺตวณฺณนา

๒๗. ปญฺจเม จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพา ธมฺมาติ เหฏฺฐา คหิตรูปเมว คเหตฺวา ทสฺเสติ. เหฏฺฐา วา อาปาถคตํ คหิตํ, อิธ อนาปาถคตํ. อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ – เหฏฺฐา อาปาถคตมฺปิ อนาปาถคตมฺปิ คหิตเมว, อิธ ปน จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา. เต หิ จกฺขุวิญฺญาเณน สห วิญฺญาตพฺพตฺตา ‘‘จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพา’’ติ วุตฺตา. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

๖. อาทิตฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๘. ฉฏฺเฐ คยาสีเสติ คยาคามสฺส หิ อวิทูเร คยาติ เอกา โปกฺขรณีปิ อตฺถิ นทีปิ, คยาสีสนามโก หตฺถิกุมฺภสทิโส ปิฏฺฐิปาสาโณปิ, ยตฺถ ภิกฺขุสหสฺสสฺสปิ โอกาโส ปโหติ, ภควา ตตฺถ วิหรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘คยาสีเส’’ติ. ภิกฺขู อามนฺเตสีติ เตสํ สปฺปายธมฺมเทสนํ วิจินิตฺวา ตํ เทเสสฺสามีติ อามนฺเตสิ.

ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – อิโต กิร ทฺวานวุติกปฺเป มหินฺโท นาม ราชา อโหสิ. ตสฺส เชฏฺฐปุตฺโต ผุสฺโส นาม. โส ปูริตปารมี ปจฺฉิมภวิกสตฺโต, ปริปากคเต ญาเณ โพธิมณฺฑํ อารุยฺห สพฺพญฺญุตํ ปฏิวิชฺฌิ. รญฺโญ กนิฏฺฐปุตฺโต ตสฺส อคฺคสาวโก อโหสิ, ปุโรหิตปุตฺโต ทุติยสาวโก. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ เชฏฺฐปุตฺโต นิกฺขมิตฺวา พุทฺโธ ชาโต, กนิฏฺฐปุตฺโต อคฺคสาวโก, ปุโรหิตปุตฺโต ทุติยสาวโก’’ติ. โส ‘‘อมฺหากํเยว พุทฺโธ, อมฺหากํ ธมฺโม, อมฺหากํ สงฺโฆ’’ติ วิหารํ กาเรตฺวา วิหารทฺวารโกฏฺฐกโต ยาว อตฺตโน ฆรทฺวารา อุภโต เวฬุภิตฺติกุฏิกาหิ ปริกฺขิปิตฺวา มตฺถเก สุวณฺณตารกขจิตสโมสริตคนฺธทามมาลาทามวิตานํ พนฺธาเปตฺวา เหฏฺฐา รชตวณฺณํ วาลุกํ สนฺถริตฺวา ปุปฺผานิ วิกิราเปตฺวา เตน มคฺเคน ภควโต อาคมนํ กาเรสิ.

สตฺถา วิหารสฺมึเยว ฐิโต จีวรํ ปารุปิตฺวา อนฺโตสาณิยาว สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ราชเคหํ อาคจฺฉติ, กตภตฺตกิจฺโจ อนฺโตสาณิยาว คจฺฉติ. โกจิ กฏจฺฉุภิกฺขามตฺตมฺปิ ทาตุํ น ลภติ. ตโต นาครา อุชฺฌายึสุ, ‘‘พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, น จ มยํ ปุญฺญานิ กาตุํ ลภาม. ยถา หิ จนฺทิมสูริยา สพฺเพสํ อาโลกํ กโรนฺติ, เอวํ พุทฺธา นาม สพฺเพสํ หิตตฺถาย อุปฺปชฺชนฺติ, อยํ ปน ราชา สพฺเพสํ ปุญฺญเจตนํ อตฺตโนเยว อนฺโต ปเวเสตี’’ติ.

ตสฺส จ รญฺโญ อญฺเญ ตโย ปุตฺตา อตฺถิ. นาครา เตหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา สมฺมนฺตยึสุ, ‘‘ราชกุเลหิ สทฺธึ อฏฺโฏ นาม นตฺถิ, เอกํ อุปายํ กโรมา’’ติ. เต ปจฺจนฺเต โจเร อุฏฺฐาเปตฺวา, ‘‘กติปยา คามา ปหฏา’’ติ สาสนํ อาหราเปตฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ปุตฺเต ปกฺโกสาเปตฺวา‘‘ตาตา, อหํ มหลฺลโก, คจฺฉถ โจเร วูปสเมถา’’ติ เปเสสิ. ปยุตฺตโจรา อิโต จิโต จ อวิปฺปกิริตฺวา เตสํ สนฺติกเมว อาคจฺฉึสุ. เต อนาวาเส คาเม วาเสตฺวา ‘‘วูปสมิตา โจรา’’ติ อาคนฺตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ.

ราชา ตุฏฺโฐ ‘‘ตาตา, วรํ โว เทมี’’ติ อาห. เต อธิวาเสตฺวา คนฺตฺวา นาคเรหิ สทฺธึ มนฺตยึสุ, ‘‘รญฺญา อมฺหากํ วโร ทินฺโน. กึ คณฺหามา’’ติ? อยฺยปุตฺตา, ตุมฺหากํ หตฺถิอสฺสาทโย น ทุลฺลภา, พุทฺธรตนํ ปน ทุลฺลภํ, น สพฺพกาลํ อุปฺปชฺชติ, ตุมฺหากํ เชฏฺฐภาติกสฺส ผุสฺสพุทฺธสฺส ปฏิชคฺคนวรํ คณฺหถาติ. เต ‘‘เอวํ กริสฺสามา’’ติ นาครานํ ปฏิสฺสุณิตฺวา กตมสฺสุกมฺมา สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘เทว, โน วรํ เทถา’’ติ ยาจึสุ. กึ คณฺหิสฺสถ ตาตาติ? เทว, อมฺหากํ หตฺถิอสฺสาทีหิ อตฺโถ นตฺถิ, เชฏฺฐภาติกสฺส โน ผุสฺสพุทฺธสฺส ปฏิชคฺคนวรํ เทถาติ. ‘‘อยํ วโร น สกฺกา มยา ชีวมาเนน ทาตุ’’นฺติ เทฺว กณฺเณ ปิทหิ. ‘‘เทว, น ตุเมฺห อเมฺหหิ พลกฺกาเรน วรํ ทาปิตา, ตุเมฺหหิ อตฺตโน รุจิยา ตุฏฺเฐหิ ทินฺโน. กึ, เทว, ราชกุลสฺส เทฺว กถา วฏฺฏนฺตี’’ติ? สจฺจวาทิตาย ภณึสุ.

ราชา วินิวตฺติตุํ อลภนฺโต – ‘‘ตาตา, สตฺต สํวจฺฉเร สตฺต มาเส สตฺต จ ทิวเส อุปฏฺฐหิตฺวา ตุมฺหากํ ทสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘สุนฺทรํ, เทว, ปาฏิโภคํ เทถา’’ติ. ‘‘กิสฺส ปาฏิโภคํ ตาตา’’ติ? ‘‘เอตฺตกํ กาลํ อมรณปาฏิโภคํ เทวา’’ติ. ‘‘ตาตา, อยุตฺตํ ปาฏิโภคํ ทาเปถ, น สกฺกา เอวํ ปาฏิโภคํ ทาตุํ, ติณคฺเค อุสฺสาวพินฺทุสทิสํ สตฺตานํ ชีวิต’’นฺติ. ‘‘โน เจ, เทว, ปาฏิโภคํ เทถ, มยํ อนฺตรา มตา กึ กุสลํ กริสฺสามา’’ติ? ‘‘เตน หิ, ตาตา, ฉ สํวจฺฉรานิ เทถา’’ติ. ‘‘น สกฺกา, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ ปญฺจ, จตฺตาริ, ตีณิ, เทฺว, เอกํ สํวจฺฉรํ เทถ’’. ‘‘สตฺต, ฉ มาเส เทถ…เป… มาสฑฺฒมตฺตํ เทถา’’ติ. ‘‘น สกฺกา, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ สตฺตทิวสมตฺตํ เทถา’’ติ. ‘‘สาธุ, เทวาติ สตฺต ทิวเส สมฺปฏิจฺฉึสุ’’. ราชา สตฺต สํวจฺฉเร สตฺต มาเส สตฺต ทิวเส กตฺตพฺพสกฺการํ สตฺตสุเยว ทิวเสสุ อกาสิ.

ตโต ปุตฺตานํ วสนฏฺฐานํ สตฺถารํ เปเสตุํ อฏฺฐอุสภวิตฺถตํ มคฺคํ อลงฺการาเปสิ, มชฺฌฏฺฐาเน จตุอุสภปฺปมาณํ ปเทสํ หตฺถีหิ มทฺทาเปตฺวา กสิณมณฺฑลสทิสํ กตฺวา วาลุกาย สนฺถราเปตฺวา ปุปฺผาภิกิณฺณมกาสิ, ตตฺถ ตตฺถ กทลิโย จ ปุณฺณฆเฏ จ ฐปาเปตฺวา ธชปฏากา อุกฺขิปาเปสิ. อุสเภ อุสเภ โปกฺขรณึ ขณาเปสิ, อปรภาเค ทฺวีสุ ปสฺเสสุ คนฺธมาลาปุปฺผาปเณ ปสาราเปสิ. มชฺฌฏฺฐาเน จตุอุสภวิตฺถารสฺส อลงฺกตมคฺคสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ เทฺว เทฺว อุสภวิตฺถาเร มคฺเค ขาณุกณฺฏเก หราเปตฺวา ทณฺฑทีปิกาโย การาเปสิ. ราชปุตฺตาปิ อตฺตโน อาณาปวตฺติฏฺฐาเน โสฬสอุสภมคฺคํ ตเถว อลงฺการาเปสุํ.

ราชา อตฺตโน อาณาปวตฺติฏฺฐานสฺส เกทารสีมํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปริเทวมาโน, ‘‘ตาตา, มยฺหํ ทกฺขิณกฺขึ อุปฺปาเฏตฺวา คณฺหนฺตา วิย คจฺฉถ, เอวํ คณฺหิตฺวา คตา ปน พุทฺธานํ อนุจฺฉวิกํ กเรยฺยาถ. มา สุราโสณฺฑา วิย ปมตฺตา วิจริตฺถา’’ติ อาห. เต ‘‘ชานิสฺสาม มยํ, เทวา’’ติ สตฺถารํ คเหตฺวา คตา, วิหารํ กาเรตฺวา สตฺถุ นิยฺยาเตตฺวา ตตฺถ สตฺถารํ ปฏิชคฺคนฺตา กาเลน เถราสเน, กาเลน มชฺฌิมาสเน, กาเลน สงฺฆนวกาสเน ติฏฺฐนฺติ. ทานํ อุปปริกฺขมานานํ ติณฺณมฺปิ ชนานํ เอกสทิสเมว อโหสิ. เต อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย จินฺตยึสุ – ‘‘กถํ นุ โข สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเณฺหยฺยามา’’ติ? อถ เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘พุทฺธา นาม ธมฺมครุโน, น อามิสครุโน, สีเล ปติฏฺฐมานา มยํ สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตุํ สกฺขิสฺสามา’’ติ ทานสํวิธายเก มนุสฺเส ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตาตา, อิมินาว นีหาเรน ยาคุภตฺตขาทนียาทีนิ สมฺปาเทนฺตา ทานํ ปวตฺเตถา’’ติ วตฺวา ทานสํวิทหนปลิโพธํ ฉินฺทึสุ.

อถ เนสํ เชฏฺฐภาตา ปญฺจสเต ปุริเส อาทาย ทสสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาย เทฺว กาสายานิ อจฺฉาเทตฺวา กปฺปิยํ อุทกํ ปริภุญฺชมาโน วาสํ กปฺเปสิ. มชฺฌิโม ตีหิ, กนิฏฺโฐ ทฺวีหิ ปุริสสเตหิ สทฺธึ ตเถว ปฏิปชฺชิ. เต ยาวชีวํ สตฺถารํ อุปฏฺฐหึสุ. สตฺถา เตสํเยว สนฺติเก ปรินิพฺพายิ.

เตปิ กาลํ กตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ทฺวานวุติกปฺเป มนุสฺสโลกโต เทวโลกํ, เทวโลกโต จ มนุสฺสโลกํ สํสรนฺตา อมฺหากํ สตฺถุกาเล เทวโลกา จวิตฺวา มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺตึสุ. เตสํ ทานคฺเค พฺยาวโฏ มหาอมจฺโจ องฺคมคธานํ ราชา พิมฺพิสาโร หุตฺวา นิพฺพตฺติ. เต ตสฺเสว รญฺโญ รฏฺเฐ พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺตึสุ. เชฏฺฐภาตา เชฏฺโฐว ชาโต, มชฺฌิมกนิฏฺฐา มชฺฌิมกนิฏฺฐาเยว. เยปิ เตสํ ปริวารมนุสฺสา, เต ปริวารมนุสฺสาว ชาตา. เต วุทฺธิมนฺวาย ตโยปิ ชนา ตํ ปุริสสหสฺสํ อาทาย นิกฺขมิตฺวา ตาปสา หุตฺวา อุรุเวลายํ นทีตีเรเยว วสึสุ. องฺคมคธวาสิโน มาเส มาเส เตสํ มหาสกฺการํ อภิหรนฺติ.

อถ อมฺหากํ โพธิสตฺโต กตาภินิกฺขมโน อนุปุพฺเพน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก ยสาทโย กุลปุตฺเต วิเนตฺวา สฏฺฐิ อรหนฺเต ธมฺมเทสนตฺถาย ทิสาสุ อุยฺโยเชตฺวา สยํ ปตฺตจีวรมาทาย – ‘‘เต ตโย ชฏิลภาติเก ทเมสฺสามี’’ติ อุรุเวลํ คนฺตฺวา อเนเกหิ ปาฏิหาริยสเตหิ เตสํ ทิฏฺฐึ ภินฺทิตฺวา เต ปพฺพาเชสิ. โส ตํ อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรํ สมณสหสฺสํ อาทาย คยาสีสํ คนฺตฺวา เตหิ ปริวาริโต นิสีทิตฺวา, – ‘‘กตรา นุ โข เอเตสํ ธมฺมกถา สปฺปายา’’ติ จินฺเตนฺโต, ‘‘อิเม สายํปาตํ อคฺคึ ปริจรนฺติ. อิเมสํ ทฺวาทสายตนานิ อาทิตฺตานิ สมฺปชฺชลิตานิ วิย กตฺวา เทเสสฺสามิ, เอวํ อิเม อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สกฺขิสฺสนฺตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานมกาสิ. อถ เนสํ ตถา ธมฺมํ เทเสตุํ อิมํ อาทิตฺตปริยายํ อภาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ภิกฺขู อามนฺเตสีติ เตสํ สปฺปายธมฺมเทสนํ วิจินิตฺวา ตํ เทเสสฺสามีติ อามนฺเตสี’’ติ. ตตฺถ อาทิตฺตนฺติ ปทิตฺตํ สมฺปชฺชลิตํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ทุกฺขลกฺขณํ กถิตํ.

๗. อทฺธภูตสุตฺตวณฺณนา

๒๙. สตฺตเม อทฺธภูตนฺติ อธิภูตํ อชฺโฌตฺถฏํ, อุปทฺทุตนฺติ อตฺโถ. อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต ทุกฺขลกฺขณเมว กถิตํ.

๘. สมุคฺฆาตสารุปฺปสุตฺตวณฺณนา

๓๐. อฏฺฐเม สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสารุปฺปนฺติ สพฺเพสํ ตณฺหามานทิฏฺฐิมญฺญิตานํ สมุคฺฆาตาย อนุจฺฉวิกํ. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. จกฺขุํ น มญฺญตีติ จกฺขุํ อหนฺติ วา มมนฺติ วา ปโรติ วา ปรสฺสาติ วา น มญฺญติ. จกฺขุสฺมึ น มญฺญตีติ อหํ จกฺขุสฺมึ, มม กิญฺจนปลิโพโธ จกฺขุสฺมึ ปโร จกฺขุสฺมึ, ปรสฺส กิญฺจนปลิโพโธ จกฺขุสฺมินฺติ น มญฺญติ. จกฺขุโต น มญฺญตีติ อหํ จกฺขุโต นิคฺคโต, มม กิญฺจนปลิโพโธ จกฺขุโต นิคฺคโต, ปโร จกฺขุโต นิคฺคโต, ปรสฺส กิญฺจนปลิโพโธ จกฺขุโต นิคฺคโตติ เอวมฺปิ น มญฺญติ, ตณฺหามานทิฏฺฐิมญฺญนานํ เอกมฺปิ น อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. จกฺขุํ เมติ น มญฺญตีติ มม จกฺขูติ น มญฺญติ, มมตฺตภูตํ ตณฺหามญฺญนํ น อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. อิมสฺมึ สุตฺเต จตุจตฺตาลีสาย ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปาเปตฺวา วิปสฺสนา กถิตา.

๙. ปฐมสมุคฺฆาตสปฺปายสุตฺตวณฺณนา

๓๑. นวเม สมุคฺฆาตสปฺปายาติ สมุคฺฆาตสฺส อุปการภูตา. ตโต ตํ โหติ อญฺญถาติ ตโต ตํ อญฺเญนากาเรน โหติ. อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมวาภินนฺทตีติ อญฺญถาภาวํ วิปริณามํ อุปคมเนน อญฺญถาภาวี หุตฺวาปิ ภเวสุ สตฺโต ลคฺโค ลคิโต ปลิพุทฺโธ อยํ โลโก ภวํเยว อภินนฺทติ. ยาวตา, ภิกฺขเว, ขนฺธธาตุอายตนนฺติ, ภิกฺขเว, ยตฺตกํ อิทํ ขนฺธา จ ธาตุโย จ อายตนานิ จาติ ขนฺธธาตุอายตนํ. ตมฺปิ น มญฺญตีติ สพฺพมฺปิ น มญฺญตีติ เหฏฺฐา คหิตเมว สํกฑฺฒิตฺวา ปุน ทสฺเสติ. อิมสฺมึ สุตฺเต อฏฺฐจตฺตาลีสาย ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปาเปตฺวา วิปสฺสนา กถิตา.

๑๐. ทุติยสมุคฺฆาตสปฺปายสุตฺตวณฺณนา

๓๒. ทสเม เอตํ มมาติอาทีหิ ตีหิ ตีหิ ปเทหิ ตณฺหามานทิฏฺฐิคาเห ทสฺเสตฺวา ติปริวฏฺฏนเยน เทสนา กตา. ปฏิปาฏิยา ปน ตีสุปิ อิเมสุ สุตฺเตสุ สห วิปสฺสนาย จตฺตาโรปิ มคฺคา กถิตาติ.

สพฺพวคฺโค ตติโย.

๔. ชาติธมฺมวคฺควณฺณนา

๓๓-๔๒. ชาติธมฺมวคฺเค ชาติธมฺมนฺติ ชายนธมฺมํ นิพฺพตฺตนสภาวํ. ชราธมฺมนฺติ ชีรณสภาวํ. พฺยาธิธมฺมนฺติ พฺยาธิโน อุปฺปตฺติปจฺจยภาเวน พฺยาธิสภาวํ. มรณธมฺมนฺติ มรณสภาวํ. โสกธมฺมนฺติ โสกสฺส อุปฺปตฺติปจฺจยภาเวน โสกสภาวํ. สํกิเลสิกธมฺมนฺติ สํกิเลสิกสภาวํ. ขยธมฺมนฺติ ขยคมนสภาวํ. วยธมฺมาทีสุปิ เอเสว นโยติ.

ชาติธมฺมวคฺโค จตุตฺโถ.

๕. สพฺพอนิจฺจวคฺควณฺณนา

๔๓-๕๒. อนิจฺจวคฺเค อภิญฺเญยฺยนฺติ ปเท ญาตปริญฺญา อาคตา, อิตรา ปน เทฺว คหิตาเยวาติ เวทิตพฺพา. ปริญฺเญยฺยปหาตพฺพปเทสุปิ ตีรณปหานปริญฺญาว อาคตา, อิตราปิ ปน เทฺว คหิตาเยวาติ เวทิตพฺพา. สจฺฉิกาตพฺพนฺติ ปจฺจกฺขํ กาตพฺพํ. อภิญฺญาปริญฺเญยฺยนฺติ อิธาปิ ปหานปริญฺญา อวุตฺตาปิ คหิตาเยวาติ เวทิตพฺพา. อุปทฺทุตนฺติ อเนกคฺคฏฺเฐน. อุปสฺสฏฺฐนฺติ อุปหตฏฺเฐน. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.

สพฺพอนิจฺจวคฺโค ปญฺจโม.

ปฐโม ปณฺณาสโก.

๖. อวิชฺชาวคฺควณฺณนา

๕๓-๖๒. อวิชฺชาวคฺเค อวิชฺชาติ จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณํ. วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺควิชฺชา. อนิจฺจโต ชานโต ปสฺสโตติ ทุกฺขานตฺตวเสนาปิ ชานโต ปสฺสโต ปหียติเยว, อิทํ ปน อนิจฺจวเสน กถิเต พุชฺฌนกปุคฺคลสฺส อชฺฌาสเยน วุตฺตํ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. อปิ เจตฺถ สํโยชนาติ ทส สํโยชนานิ. อาสวาติ จตฺตาโร อาสวา. อนุสยาติ สตฺต อนุสยา. สพฺพุปาทานปริญฺญายาติ สพฺเพสํ จตุนฺนมฺปิ อุปาทานานํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานนตฺถาย. ปริยาทานายาติ เขปนตฺถาย. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

อวิชฺชาวคฺโค ฉฏฺโฐ.

๗. มิคชาลวคฺโค

๑. ปฐมมิคชาลสุตฺตวณฺณนา

๖๓. มิคชาลวคฺคสฺส ปฐเม จกฺขุวิญฺเญยฺยาติ จกฺขุวิญฺญาเณน ปสฺสิตพฺพา. โสตวิญฺเญยฺยาทีสุปิ เอเสว นโย. อิฏฺฐาติ ปริยิฏฺฐา วา โหนฺตุ มา วา, อิฏฺฐารมฺมณภูตาติ อตฺโถ. กนฺตาติ กมนียา. มนาปาติ มนวฑฺฒนกา. ปิยรูปาติ ปิยชาติกา. กามูปสํหิตาติ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชมาเนน กาเมน อุปสํหิตา รชนียาติ รญฺชนียา, ราคุปฺปตฺติการณภูตาติ อตฺโถ. นนฺทีติ ตณฺหานนฺที. สํโยโคติ สํโยชนํ. นนฺทิสํโยชนสํยุตฺโตติ นนฺทีพนฺธเนน พทฺโธ. อรญฺญวนปตฺถานีติ อรญฺญานิ จ วนปตฺถานิ จ. ตตฺถ กิญฺจาปิ อภิธมฺเม นิปฺปริยาเยน ‘‘นิกฺขมิตฺวา พหิ อินฺทขีลา สพฺพเมตํ อรญฺญ’’นฺติ (วิภ. ๕๒๙) วุตฺตํ, ตถาปิ ยํ ตํ ‘‘ปญฺจธนุสติกํ ปจฺฉิม’’นฺติ (ปารา. ๖๕๔) อรญฺญกงฺคนิปฺผาทกํ เสนาสนํ วุตฺตํ, ตเทว อธิปฺเปตนฺติ เวทิตพฺพํ. วนปตฺถนฺติ คามนฺตํ อติกฺกมิตฺวา มนุสฺสานํ อนุปจารฏฺฐานํ, ยตฺถ น กสียติ น วปียติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘วนปตฺถนฺติ ทูรานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจนํ. วนปตฺถนฺติ วนสณฺฑานเมตํ, วนปตฺถนฺติ ภึสนกานเมตํ, วนปตฺถนฺติ สโลมหํสานเมตํ, วนปตฺถนฺติ ปริยนฺตานเมตํ, วนปตฺถนฺติ อมนุสฺสูปจารานํ เสนาสนานเมตํ อธิวจน’’นฺติ (วิภ. ๕๓๑).

เอตฺถ จ ปริยนฺตานนฺติ อิมํ เอกํ ปริยายํ ฐเปตฺวา เสสปริยาเยหิ วนปตฺถานิ เวทิตพฺพานิ. ปนฺตานีติ ปริยนฺตานิ อติทูรานิ. อปฺปสทฺทานีติ อุทุกฺขลมุสลทารกสทฺทาทีนํ อภาเวน อปฺปสทฺทานิ. อปฺปนิคฺโฆสานีติ เตสํ เตสํ นินฺนาทมหานิคฺโฆสสฺส อภาเวน อปฺปนิคฺโฆสานิ. วิชนวาตานีติ สญฺจรณชนสฺส สรีรวาตวิรหิตานิ. มนุสฺสราหสฺเสยฺยกานีติ มนุสฺสานํ รโหกมฺมสฺส อนุจฺฉวิกานิ. ปฏิสลฺลานสารุปฺปานีติ นิลียนสารุปฺปานิ.

๒. ทุติยมิคชาลสุตฺตวณฺณนา

๖๔. ทุติเย นนฺทินิโรธา ทุกฺขนิโรโธติ ตณฺหานนฺทิยา นิโรเธน วฏฺฏทุกฺขสฺส นิโรโธ.

๓-๕. ปฐมสมิทฺธิมารปญฺหาสุตฺตาทิวณฺณนา

๖๕-๖๗. ตติเย สมิทฺธีติ อตฺตภาวสฺส สมิทฺธตาย เอวํ ลทฺธนาโม. ตสฺส กิร เถรสฺส อตฺตภาโว อภิรูโป อโหสิ ปาสาทิโก, อุกฺขิตฺตมาลาปุโฏ วิย อลงฺกตมาลาคพฺโภ วิย จ สพฺพาการปาริปูริยา สมิทฺโธ. ตสฺมา สมิทฺธิเตฺวว สงฺขํ คโต. มาโรติ มรณํ ปุจฺฉติ. มารปญฺญตฺตีติ มาโรติ ปญฺญตฺติ นามํ นามเธยฺยํ. อตฺถิ ตตฺถ มาโร วา มารปญฺญตฺติ วาติ ตตฺถ มรณํ วา มรณนฺติ อิทํ นามํ วา อตฺถีติ ทสฺเสติ. จตุตฺถํ อุตฺตานเมว, ตถา ปญฺจมํ.

๖. สมิทฺธิโลกปญฺหาสุตฺตวณฺณนา

๖๘. ฉฏฺเฐ โลโกติ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโก. อิติ มิคชาลตฺเถรสฺส อายาจนสุตฺตโต ปฏฺฐาย ปญฺจสุปิ สุตฺเตสุ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตํ.

๗. อุปเสนอาสีวิสสุตฺตวณฺณนา

๖๙. สตฺตเม สีตวเนติ เอวํนามเก สุสานวเน. สปฺปโสณฺฑิกปพฺภาเรติ สปฺปผณสทิสตาย เอวํลทฺธนาเม ปพฺภาเร. อุปเสนสฺสาติ ธมฺมเสนาปติโน กนิฏฺฐภาติกอุปเสนตฺเถรสฺส. อาสีวิโส ปติโต โหตีติ เถโร กิร กตภตฺตกิจฺโจ มหาจีวรํ คเหตฺวา เลณจฺฉายาย มนฺทมนฺเทน วาตปานวาเตน พีชิยมาโน นิสีทิตฺวา ทุปฏฺฏนิวาสเน สูจิกมฺมํ กโรติ. ตสฺมึ ขเณ เลณจฺฉทเน เทฺว อาสีวิสโปตกา กีฬนฺติ. เตสุ เอโก ปติตฺวา เถรสฺส อํสกูเฏ อวตฺถาสิ. โส จ ผุฏฺฐวิโส โหติ. ตสฺมา ปติตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย เถรสฺส กาเย ทีปสิขา วิย วฏฺฏึ ปริยาทิยมานเมวสฺส วิสํ โอติณฺณํ. เถโร วิสสฺส ตถาคมนํ ทิสฺวา กิญฺจาปิ ตํ ปติตมตฺตเมว ยถาปริจฺเฉเทน คตํ, อตฺตโน ปน อิทฺธิพเลน ‘‘อยํ อตฺตภาโว เลเณ มา วินสฺสตู’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ. ปุรายํ กาโย อิเธว วิกิรตีติ ยาว น วิกิรติ, ตาว นํ พหิทฺธา นีหรถาติ อตฺโถ. อญฺญถตฺตนฺติ อญฺญถาภาวํ. อินฺทฺริยานํ วา วิปริณามนฺติ จกฺขุโสตาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปกติวิชหนภาวํ. ตตฺเถว วิกิรีติ พหิ นีหริตฺวา ฐปิตฏฺฐาเน มญฺจกสฺมึเยว วิกิริ.

๘. อุปวาณสนฺทิฏฺฐิกสุตฺตวณฺณนา

๗๐. อฏฺฐเม รูปปฺปฏิสํเวทีติ นีลปีตาทิเภทํ อารมฺมณํ ววตฺถาเปนฺโต รูปํ ปฏิสํวิทิตํ กโรติ, ตสฺมา รูปปฺปฏิสํเวที นาม โหติ. รูปราคปฺปฏิสํเวทีติ กิเลสสฺส อตฺถิภาเวเนว ปน รูปราคํ ปฏิสํวิทิตํ กโรติ นาม, ตสฺมา รูปราคปฺปฏิสํเวทีติ วุจฺจติ. สนฺทิฏฺฐิโกติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตตฺถาเนว. โน จ รูปราคปฺปฏิสํเวทีติ กิเลสสฺส นตฺถิภาเวเนว น รูปราคํ ปฏิสํวิทิตํ กโรติ นาม, ตสฺมา ‘‘โน จ รูปราคปฺปฏิสํเวที’’ติ วุจฺจติ. อิมสฺมึ สุตฺเต เสขาเสขานํ ปจฺจเวกฺขณา กถิตา.

๙. ปฐมฉผสฺสายตนสุตฺตวณฺณนา

๗๑. นวเม ผสฺสายตนานนฺติ ผสฺสากรานํ. อวุสิตนฺติ อวุฏฺฐํ. อารกาติ ทูเร. เอตฺถาหํ, ภนฺเต, อนสฺสสนฺติ, ภนฺเต, อหํ เอตฺถ อนสฺสสึ, นฏฺโฐ นาม อหนฺติ วทติ. ภควา – ‘‘อยํ ภิกฺขุ ‘อหํ นาม อิมสฺมึ สาสเน นฏฺโฐ’ติ วทติ, กินฺนุ ขฺวสฺส อญฺเญสุ ธาตุกมฺมฏฺฐาน-กสิณกมฺมฏฺฐานาทีสุ อภิโยโค อตฺถี’’ติ จินฺเตตฺวา, ตมฺปิ อปสฺสนฺโต – ‘‘กตรํ นุ โข กมฺมฏฺฐานํ อิมสฺส สปฺปายํ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตสิ. ตโต ‘‘อายตนกมฺมฏฺฐานเมว สปฺปาย’’นฺติ ทิสฺวา ตํ กเถนฺโต ตํ กึ มญฺญสิ ภิกฺขูติอาทิมาห. สาธูติ ตสฺส พฺยากรเณ สมฺปหํสนํ. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ อยเมว วฏฺฏทุกฺขสฺสนฺโต ปริจฺเฉโท, นิพฺพานนฺติ อตฺโถ.

๑๐. ทุติยฉผสฺสายตนสุตฺตวณฺณนา

๗๒. ทสเม อนสฺสสนฺติ นสฺสสึ, นฏฺโฐ นามมฺหิ อิจฺเจว อตฺโถ. อายตึ อปุนพฺภวายาติ เอตฺถ อายตึ อปุนพฺภโว นาม นิพฺพานํ, นิพฺพานตฺถาย ปหีนํ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ.

๑๑. ตติยฉผสฺสายตนสุตฺตวณฺณนา

๗๓. เอกาทสเม อนสฺสสนฺติ นฏฺโฐ, ปนสฺสสนฺติ อตินฏฺโฐ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.

มิคชาลวคฺโค สตฺตโม.

๘. คิลานวคฺโค

๑-๕. ปฐมคิลานสุตฺตาทิวณฺณนา

๗๔-๗๘. คิลานวคฺคสฺส ปฐเม อมุกสฺมินฺติ อสุกสฺมึ. อยเมว วา ปาโฐ. อปฺปญฺญาโตติ อญฺญาโต อปากโฏ. นโวปิ หิ โกจิ ปญฺญาโต โหติ ราหุลตฺเถโร วิย สุมนสามเณโร วิย จ, อยํ ปน นโว เจว อปญฺญาโต จ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมวาติ. ตถา อิโต ปเรสุ จตูสุ.

๖. ปฐมอวิชฺชาปหานสุตฺตวณฺณนา

๗๙. ฉฏฺเฐ อนิจฺจโต ชานโตติ ทุกฺขานตฺตวเสน ชานโตปิ ปหียติเยว, อิทํ ปน อนิจฺจลกฺขณํ ทสฺเสตฺวา วุตฺเต พุชฺฌนกสฺส อชฺฌาสเยน วุตฺตํ.

๗. ทุติยอวิชฺชาปหานสุตฺตวณฺณนา

๘๐. สตฺตเม สพฺเพ ธมฺมาติ สพฺเพ เตภูมกธมฺมา. นาลํ อภินิเวสายาติ อภินิเวสปรามาสคฺคาเหน คณฺหิตุํ น ยุตฺตา. สพฺพนิมิตฺตานีติ สพฺพานิ สงฺขารนิมิตฺตานิ. อญฺญโต ปสฺสตีติ ยถา อปริญฺญาตาภินิเวโส ชโน ปสฺสติ, ตโต อญฺญโต ปสฺสติ. อปริญฺญาตาภินิเวโส หิ ชโน สพฺพนิมิตฺตานิปิ อตฺตโต ปสฺสติ. ปริญฺญาตาภินิเวโส ปน อนตฺตโต ปสฺสติ, โน อตฺตโตติ เอวํ อิมสฺมึ สุตฺเต อนตฺตลกฺขณเมว กถิตํ.

๘. สมฺพหุลภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา

๘๑. อฏฺฐเม อิธ โนติ เอตฺถ โน-กาโร นิปาตมตฺตเมว. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. เกวลํ อิธ ทุกฺขลกฺขณํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๙. โลกปญฺหาสุตฺตวณฺณนา

๘๒. นวเม ลุชฺชตีติ ปลุชฺชติ ภิชฺชติ. อิธ อนิจฺจลกฺขณํ กถิตํ.

๑๐. ผคฺคุนปญฺหาสุตฺตวณฺณนา

๘๓. ทสเม ฉินฺนปปญฺเจติ ตณฺหาปปญฺจสฺส ฉินฺนตฺตา ฉินฺนปปญฺเจ. ฉินฺนวฏุเมติ ตณฺหาวฏุมสฺเสว ฉินฺนตฺตา ฉินฺนวฏุเม. กึ ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ? อติกฺกนฺตพุทฺเธหิ ปริหริตานิ จกฺขุโสตาทีนิ ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ. อถ วา สเจ มคฺเค ภาวิเตปิ อนาคเต จกฺขุโสตาทิวฏฺฏํ วฑฺเฒยฺย, ตํ ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉตีติ.

คิลานวคฺโค อฏฺฐโม.

๙. ฉนฺนวคฺโค

๑. ปโลกธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๘๔. ฉนฺนวคฺคสฺส ปฐเม ปโลกธมฺมนฺติ ภิชฺชนกสภาวํ. เอวเมตฺถ อนิจฺจลกฺขณเมว กถิตํ.

๒. สุญฺญตโลกสุตฺตวณฺณนา

๘๕. ทุติเย อตฺตนิเยนาติ อตฺตโน สนฺตเกน ปริกฺขาเรน. เอวเมตฺถ อนตฺตลกฺขณเมว กถิตํ.

๓. สํขิตฺตธมฺมสุตฺตวณฺณนา

๘๖. ตติยํ ขนฺธิยวคฺเค อานนฺโทวาเท (สํ. นิ. ๓.๘๓) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๔. ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา

๘๗. จตุตฺเถ ฉนฺโนติ เอวํนามโก เถโร, น อภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺตเถโร. ปฏิสลฺลานาติ ผลสมาปตฺติโต. คิลานปุจฺฉกาติ คิลานุปฏฺฐากา. คิลานุปฏฺฐานํ นาม พุทฺธปสตฺถํ พุทฺธวณฺณิตํ, ตสฺมา เอวมาห. สีสเวฐํ ทเทยฺยาติ สีเส เวฐนํ สีสเวฐํ, ตญฺจ ทเทยฺย. สตฺถนฺติ ชีวิตหารกสตฺถํ. นาวกงฺขามีติ น อิจฺฉามิ. ปริจิณฺโณติ ปริจริโต. มนาเปนาติ มนวฑฺฒนเกน กายกมฺมาทินา. เอตฺถ จ สตฺต เสขา ปริจรนฺติ นาม, อรหา ปริจารี นาม, ภควา ปริจิณฺโณ นาม.

เอตญฺหิ, อาวุโส, สาวกสฺส ปติรูปนฺติ, อาวุโส, สาวกสฺส นาม เอตํ อนุจฺฉวิกํ. อนุปวชฺชนฺติ อปฺปวตฺติกํ อปฺปฏิสนฺธิกํ. ปุจฺฉาวุโส สาริปุตฺต, สุตฺวา เวทิสฺสามาติ อยํ สาวกปวารณา นาม. เอตํ มมาติอาทีนิ ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาหวเสน วุตฺตานิ. นิโรธํ ทิสฺวาติ ขยวยํ ญตฺวา. เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตาติ สมนุปสฺสามีติ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ สมนุปสฺสามิ. เอตฺตเกสุ ฐาเนสุ ฉนฺนตฺเถโร สาริปุตฺตตฺเถเรน ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวา กเถสิ. สาริปุตฺตตฺเถโร ปน ตสฺส ปุถุชฺชนภาวํ ญตฺวาปิ ตํ ‘‘ปุถุชฺชโน’’ติ วา ‘‘ขีณาสโว’’ติ วา อวตฺวา ตุณฺหีเยว อโหสิ. จุนฺทตฺเถโร ปนสฺส ปุถุชฺชนภาวํ สญฺญาเปสฺสามีติ จินฺเตตฺวา โอวาทํ อทาสิ.

ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา มารณนฺติกํ เวทนํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต สตฺถํ อาหรามีติ วทติ, ตสฺมา ปุถุชฺชโน อายสฺมา, เตน อิทมฺปิ มนสิกโรหีติ ทีเปติ. ยสฺมา วา ฉนฺนํ อายตนานํ นิโรธํ ทิสฺวา จกฺขาทีนิ ติณฺณํ คาหานํ วเสน น สมนุปสฺสามีติ วทสิ. ตสฺมา อิทมฺปิ ตสฺส ภควโต สาสนํ อายสฺมตา มนสิกาตพฺพนฺติปิ ปุถุชฺชนภาวเมว ทีเปนฺโต วทติ. นิจฺจกปฺปนฺติ นิจฺจกาลํ. นิสฺสิตสฺสาติ ตณฺหามานทิฏฺฐีหิ นิสฺสิตสฺส. จลิตนฺติ วิปฺผนฺทิตํ โหติ. ยถยิทํ อายสฺมโต อุปฺปนฺนํ เวทนํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ‘‘อหํ เวทยามิ, มม เวทนา’’ติ อปฺปหีนคฺคาหสฺส อิทานิ วิปฺผนฺทิตํ โหติ, อิมินาปิ นํ ‘‘ปุถุชฺชโนว ตฺว’’นฺติ วทติ.

ปสฺสทฺธีติ กายจิตฺตปสฺสทฺธิ, กิเลสปสฺสทฺธิ นาม โหตีติ อตฺโถ. นติยาติ ตณฺหานติยา. อสตีติ ภวตฺถาย อาลยนิกนฺติปริยุฏฺฐาเน อสติ. อาคติคติ น โหตีติ ปฏิสนฺธิวเสน อาคติ นาม, จุติวเสน คมนํ นาม น โหติ. จุตูปปาโตติ จวนวเสน จุติ, อุปปชฺชนวเสน อุปปาโต. เนวิธ น หุรํ น อุภยมนฺตเรนาติ น อิธโลเก น ปรโลเก น อุภยตฺถ โหติ. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ วฏฺฏทุกฺขกิเลสทุกฺขสฺส อยเมว อนฺโต อยํ ปริจฺเฉโท ปริวฏุมภาโว โหติ. อยเมว หิ เอตฺถ อตฺโถ. เย ปน ‘‘อุภยมนฺตเรนา’’ติ วจนํ คเหตฺวา อนฺตราภวํ อิจฺฉนฺติ, เตสํ วจนํ นิรตฺถกํ. อนฺตราภวสฺส หิ ภาโว อภิธมฺเม ปฏิกฺขิตฺโตเยว. ‘‘อนฺตเรนา’’ติ วจนํ ปน วิกปฺปนฺตรทีปนํ. ตสฺมา อยเมตฺถ อตฺโถ – เนว อิธ น หุรํ, อปโร วิกปฺโป น อุภยนฺติ.

สตฺถํ อาหเรสีติ ชีวิตหารกสตฺถํ อาหริ, อาหริตฺวา กณฺฐนาฬํ ฉินฺทิ. อถสฺส ตสฺมึ ขเณ มรณภยํ โอกฺกมิ, คตินิมิตฺตํ อุปฏฺฐาสิ. โส อตฺตโน ปุถุชฺชนภาวํ ญตฺวา, สํวิคฺคจิตฺโต วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา, สงฺขาเร ปริคฺคณฺหนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา, สมสีสี หุตฺวา ปรินิพฺพุโต. สมฺมุขาเยว อนุปวชฺชตา พฺยากตาติ กิญฺจาปิ อิทํ เถรสฺส ปุถุชฺชนกาเล พฺยากรณํ โหติ; เอเตน ปน พฺยากรเณน อนนฺตรายมสฺส ปรินิพฺพานํ อโหสิ. ตสฺมา ภควา ตเทว พฺยากรณํ คเหตฺวา กเถสิ.

อุปวชฺชกุลานีติ อุปสงฺกมิตพฺพกุลานิ. อิมินา เถโร, ‘‘ภนฺเต, เอวํ อุปฏฺฐาเกสุ จ อุปฏฺฐายิกาสุ จ วิชฺชมานาสุ โส ภิกฺขุ ตุมฺหากํ สาสเน ปรินิพฺพายิสฺสตี’’ติ ปุพฺพภาคปฏิปตฺติยํ กุลสํสคฺคโทสํ ทสฺเสนฺโต ปุจฺฉติ. อถสฺส ภควา กุเลสุ สํสคฺคาภาวํ ทีเปนฺโต โหนฺติ เหเต สาริปุตฺตาติอาทิมาห. อิมสฺมึ กิร ฐาเน เถรสฺส กุเลสุ อสํสฏฺฐภาโว ปากโฏ อโหสิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว.

๕-๖. ปุณฺณสุตฺตาทิวณฺณนา

๘๘-๘๙. ปญฺจเม ตญฺเจติ ตํ จกฺขุญฺเจว รูปญฺจ. นนฺทิสมุทยา ทุกฺขสมุทโยติ ตณฺหาย สโมธาเนน ปญฺจกฺขนฺธทุกฺขสฺส สโมธานํ โหติ. อิติ ฉสุ ทฺวาเรสุ ‘‘นนฺทิสมุทยา ทุกฺขสมุทโย’’ติ อิมินา ทฺวินฺนํ สจฺจานํ วเสน วฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสสิ. ทุติยนเย นิโรโธ มคฺโคติ ทฺวินฺนํ สจฺจานํ วเสน วิวฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสสิ. อิมินา ตฺวํ ปุณฺณาติ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. เอวํ ตาว วฏฺฏวิวฏฺฏวเสน เทสนํ อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวา อิทานิ ปุณฺณตฺเถรํ สตฺตสุ ฐาเนสุ สีหนาทํ นทาเปตุํ อิมินา ตฺวนฺติอาทิมาห.

จณฺฑาติ ทุฏฺฐา กิพฺพิสา. ผรุสาติ กกฺขฬา อกฺโกสิสฺสนฺตีติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสิสฺสนฺติ. ปริภาสิสฺสนฺตีติ ‘‘กึ สมโณ นาม ตฺวํ, อิทญฺจิทญฺจ เต กริสฺสามา’’ติ ตชฺเชสฺสนฺติ. เอวเมตฺถาติ เอวํ มยฺหํ เอตฺถ ภวิสฺสติ. ทณฺเฑนาติ จตุหตฺถทณฺเฑน วา ขทิรทณฺเฑน วา ฆฏิกมุคฺคเรน วา. สตฺเถนาติ เอกโตธาราทินา สตฺเถน. สตฺถหารกํ ปริเยสนฺตีติ ชีวิตหารกสตฺถํ ปริเยสนฺติ. อิทํ เถโร ตติยปาราชิกวตฺถุสฺมึ อสุภกถํ สุตฺวา อตฺตภาเวน ชิคุจฺฉนฺตานํ ภิกฺขูนํ สตฺถหารกปริเยสนํ สนฺธายาห. ทมูปสเมนาติ เอตฺถ ทโมติ อินฺทฺริยสํวราทีนํ เอตํ นามํ.

‘‘สจฺเจน ทนฺโต ทมสา อุเปโต,

เวทนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๑๙๕; สุ. นิ. ๔๖๗) –

เอตฺถ หิ อินฺทฺริยสํวโร ทโมติ วุตฺโต. ‘‘ยทิ สจฺจา ทมา จาคา, ขนฺตฺยา ภิยฺโยธ วิชฺชตี’’ติ (สุ. นิ. ๑๙๑; สํ. นิ. ๑.๒๔๖) เอตฺถ ปญฺญา ทโมติ วุตฺตา. ‘‘ทาเนน ทเมน สํยเมน สจฺจวชฺเชนา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๕; ม. นิ. ๒.๒๒๖) เอตฺถ อุโปสถกมฺมํ ทโมติ วุตฺตํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ขนฺติ ทโมติ เวทิตพฺโพ. อุปสโมติ ตสฺเสว เววจนํ.

อถ โข อายสฺมา ปุณฺโณติ โก ปเนส ปุณฺโณ, กสฺมา จ ปเนตฺถ คนฺตุกาโม อโหสีติ? สุนาปรนฺตวาสิโก เอว เอส, สาวตฺถิยํ ปน อสปฺปายวิหารํ สลฺลกฺเขตฺวา ตตฺถ คนฺตุกาโม อโหสิ.

ตตฺรายํ อนุปฺปุพฺพิกถา – สุนาปรนฺตรฏฺเฐ กิร เอกสฺมึ วาณิชคาเม เอเต เทฺว ภาตโร. เตสุ กทาจิ เชฏฺโฐ ปญฺจ สกฏสตานิ คเหตฺวา ชนปทํ คนฺตฺวา ภณฺฑํ อาหรติ, กทาจิ กนิฏฺโฐ. อิมสฺมึ ปน สมเย กนิฏฺฐํ ฆเร ฐเปตฺวา, เชฏฺฐภาติโก ปญฺจ สกฏสตานิ คเหตฺวา, ชนปทจาริกํ จรนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา, เชตวนสฺส นาติทูเร สกฏสตฺถํ นิเวเสตฺวา ภุตฺตปาตราโส ปริชนปริวุโต ผาสุกฏฺฐาเน นิสีทิ.

เตน จ สมเยน สาวตฺถิวาสิโน ภุตฺตปาตราสา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย สุทฺธุตฺตราสงฺคา คนฺธปุปฺผาทิหตฺถา เยน พุทฺโธ, เยน ธมฺโม, เยน สงฺโฆ, ตนฺนินฺนา ตปฺโปณา ตปฺปพฺภารา หุตฺวา, ทกฺขิณทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา เชตวนํ คจฺฉนฺติ. โส เต ทิสฺวา ‘‘กหํ อิเม คจฺฉนฺตี’’ติ เอกํ มนุสฺสํ ปุจฺฉิ. กึ ตฺวํ, อยฺโย, น ชานาสิ? โลเก พุทฺธธมฺมสงฺฆรตนานิ นาม อุปฺปนฺนานิ, อิจฺเจโส มหาชโน สตฺถุ สนฺติกํ ธมฺมกถํ โสตุํ คจฺฉตีติ. ตสฺส ‘‘พุทฺโธ’’ติ วจนํ ฉวิจมฺมาทีนิ ฉินฺทิตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ อฏฺฐาสิ. โส อตฺตโน ปริชนปริวุโต ตาย ปริสาย สทฺธึ วิหารํ คนฺตฺวา, สตฺถุ มธุรสฺสเรน ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส ปริสปริยนฺเต ฐิโต, ธมฺมํ สุตฺวา ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. อถ ตถาคเตน กาลํ วิทิตฺวา ปริสาย อุยฺโยชิตาย สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา, วนฺทิตฺวา, สฺวาตนาย นิมนฺเตตฺวา, ทุติยทิวเส มณฺฑปํ กาเรตฺวา, อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา, พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา, ภุตฺตปาตราโส อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย ภณฺฑาคาริกํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘เอตฺตกํ ธนํ วิสฺสชฺชิตํ, เอตฺตกํ ธนํ น วิสฺสชฺชิต’’นฺติ สพฺพํ อาจิกฺขิตฺวา, ‘‘อิมํ สาปเตยฺยํ มยฺหํ กนิฏฺฐสฺส เทหี’’ติ สพฺพํ นิยฺยาเตตฺวา, สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา, กมฺมฏฺฐานปรายโณ อโหสิ.

อถสฺส กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตสฺส กมฺมฏฺฐานํ น อุปฏฺฐาติ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ชนปโท มยฺหํ อสปฺปาโย, ยํนูนาหํ สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา สกรฏฺฐเมว คจฺเฉยฺย’’นฺติ. อถ ปุพฺพณฺหสมเย ปิณฺฑาย จริตฺวา, สายเนฺห ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐหิตฺวา, ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา, กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา, สตฺต สีหนาเท นทิตฺวา, ปกฺกามิ. เตน วุตฺตํ, ‘‘อถ โข อายสฺมา ปุณฺโณ…เป… วิหรตี’’ติ.

กตฺถ ปนายํ วิหาสีติ? จตูสุ ฐาเนสุ วิหาสิ. สุนาปรนฺตรฏฺฐํ ตาว ปวิสิตฺวา จ อพฺพุหตฺถปพฺพตํ นาม ปตฺวา วาณิชคามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อถ นํ กนิฏฺฐภาตา สญฺชานิตฺวา ภิกฺขํ ทตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา อิเธว วสถา’’ติ ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา ตตฺเถว วสาเปสิ.

ตโต สมุทฺทคิริวิหารํ นาม อคมาสิ. ตตฺถ อยกนฺตปาสาเณหิ ปริจฺฉินฺทิตฺวา กตจงฺกโม อตฺถิ, โกจิ ตํ จงฺกมิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ตตฺถ สมุทฺทวีจิโย อาคนฺตฺวา อยกนฺตปาสาเณสุ ปหริตฺวา มหาสทฺทํ กโรนฺติ. เถโร ‘‘กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตานํ ผาสุวิหาโร โหตู’’ติ สมุทฺทํ นิสฺสทฺทํ กตฺวา อธิฏฺฐาสิ.

ตโต มาตุลคิรึ นาม อคมาสิ. ตตฺถปิ สกุณสงฺโฆ อุสฺสนฺโน รตฺติญฺจ ทิวา จ สทฺโท เอกาพทฺโธว อโหสิ. เถโร ‘‘อิทํ ฐานํ น ผาสุก’’นฺติ ตโต มกุลการามวิหารํ นาม คโต. โส วาณิชคามสฺส นาติทูโร นจฺจาสนฺโน คมนาคมนสมฺปนฺโน วิวิตฺโต อปฺปสทฺโท. เถโร ‘‘อิมํ ฐานํ ผาสุก’’นฺติ ตตฺถ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานจงฺกมนาทีนิ กาเรตฺวา วสฺสํ อุปคจฺฉิ. เอวํ จตูสุ ฐาเนสุ วิหาสิ.

อเถกทิวสํ ตสฺมึเยว อนฺโตวสฺเส ปญฺจ วาณิชสตานิ ‘‘ปรสมุทฺทํ คจฺฉามา’’ติ นาวาย ภณฺฑํ ปกฺขิปึสุ. นาวาโรหนทิวเส เถรสฺส กนิฏฺฐภาตา เถรํ โภเชตฺวา, เถรสฺส สนฺติเก สิกฺขาปทานิ คเหตฺวา, วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, สมุทฺโท นาม อสทฺเธยฺโย อเนกนฺตราโย, อเมฺห อาวชฺเชยฺยาถา’’ติ วตฺวา นาวํ อารุหิ. นาวา อุตฺตมชเวน คจฺฉมานา อญฺญตรํ ทีปกํ ปาปุณิ. มนุสฺสา ‘‘ปาตราสํ กริสฺสามา’’ติ ทีปเก อุตฺติณฺณา. ตสฺมึ ปน ทีปเก อญฺญํ กิญฺจิ นตฺถิ, จนฺทนวนเมว อโหสิ.

อเถโก วาสิยา รุกฺขํ อาโกเฏตฺวา โลหิตจนฺทนภาวํ ญตฺวา อาห – ‘‘โภ, มยํ ลาภตฺถาย ปรสมุทฺทํ คจฺฉาม, อิโต จ อุตฺตริ ลาโภ นาม นตฺถิ, จตุรงฺคุลมตฺตา ฆฏิกา สตสหสฺสํ อคฺฆติ. หาเรตพฺพยุตฺตกํ ภณฺฑํ หาเรตฺวา จนฺทนสฺส ปูเรสฺสามา’’ติ เต ตถา กรึสุ. จนฺทนวเน อธิวตฺถา อมนุสฺสา กุชฺฌิตฺวา, ‘‘อิเมหิ อมฺหากํ จนฺทนวนํ นาสิตํ ฆาเตสฺสาม เน’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘อิเธว ฆาติเตสุ สพฺพํ เอกกุณปํ ภวิสฺสติ, สมุทฺทมชฺเฌ เนสํ นาวํ โอสีเทสฺสามา’’ติ อาหํสุ. อถ เนสํ นาวํ อารุยฺห มุหุตฺตํ คตกาเลเยว อุปฺปาติกํ อุฏฺฐเปตฺวา สยมฺปิ เต อมนุสฺสา ภยานกานิ รูปานิ ทสฺสยึสุ. ภีตา มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน เทวตานํ นมสฺสนฺติ. เถรสฺส กนิฏฺโฐ จูฬปุณฺณกุฏุมฺพิโก ‘‘มยฺหํ ภาตา อวสฺสโย โหตู’’ติ เถรสฺส นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ.

เถโรปิ กิร ตสฺมึเยว ขเณ อาวชฺเชตฺวา, เตสํ พฺยสนุปฺปตฺตึ ญตฺวา, เวหาสํ อุปฺปติตฺวา, อภิมุโข อฏฺฐาสิ. อมนุสฺสา เถรํ ทิสฺวาว ‘‘อยฺโย ปุณฺณตฺเถโร เอตี’’ติ อปกฺกมึสุ, อุปฺปาติกํ สนฺนิสีทิ. เถโร ‘‘มา ภายถา’’ติ เต อสฺสาเสตฺวา ‘‘กหํ คนฺตุกามตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ภนฺเต, อมฺหากํ สกฏฺฐานเมว คจฺฉามาติ. เถโร นาวงฺคเณ อกฺกมิตฺวา ‘‘เอเตสํ อิจฺฉิตฏฺฐานํ คจฺฉตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. วาณิชา สกฏฺฐานํ คนฺตฺวา, ตํ ปวตฺตึ ปุตฺตทารสฺส อาโรเจตฺวา, ‘‘เอถ เถรํ สรณํ คจฺฉามา’’ติ ปญฺจสตาปิ อตฺตโน ปญฺจหิ มาตุคามสเตหิ สทฺธึ ตีสุ สรเณสุ ปติฏฺฐาย อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทสุํ. ตโต นาวาย ภณฺฑํ โอตาเรตฺวา เถรสฺส เอกํ โกฏฺฐาสํ กตฺวา, ‘‘อยํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ โกฏฺฐาโส’’ติ อาหํสุ. เถโร มยฺหํ วิสุํ โกฏฺฐาสกิจฺจํ นตฺถิ. สตฺถา ปน ตุเมฺหหิ ทิฏฺฐปุพฺโพติ. น ทิฏฺฐปุพฺโพ, ภนฺเตติ. เตน หิ อิมินา สตฺถุ มณฺฑลมาฬํ กโรถ. เอวํ สตฺถารํ ปสฺสิสฺสถาติ. เต สาธุ, ภนฺเตติ. เตน จ โกฏฺฐาเสน อตฺตโน จ โกฏฺฐาเสหิ มณฺฑลมาฬํ กาตุํ อารภึสุ.

สตฺถาปิ กิร ตํ อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ปริโภคํ อกาสิ. อารกฺขมนุสฺสา รตฺตึ โอภาสํ ทิสฺวา, ‘‘มเหสกฺขา เทวตา อตฺถี’’ติ สญฺญํ กรึสุ. อุปาสกา มณฺฑลมาฬญฺจ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ เสนาสนานิ นิฏฺฐาเปตฺวา ทานสมฺภารํ สชฺเชตฺวา, ‘‘กตํ, ภนฺเต, อเมฺหหิ อตฺตโน กิจฺจํ, สตฺถารํ ปกฺโกสถา’’ติ เถรสฺส อาโรเจสุํ. เถโร สายนฺหสมเย อิทฺธิยา สาวตฺถึ คนฺตฺวา, ‘‘ภนฺเต, วาณิชคามวาสิโน ตุเมฺห ทฏฺฐุกามา, เตสํ อนุกมฺปํ กโรถา’’ติ ภควนฺตํ ยาจิ. ภควา อธิวาเสสิ. เถโร สกฏฺฐานเมว ปจฺจาคโต.

ภควาปิ อานนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ, ‘‘อานนฺท, เสฺว สุนาปรนฺเต วาณิชคาเม ปิณฺฑาย จริสฺสาม, ตฺวํ เอกูนปญฺจสตานํ ภิกฺขูนํ สลากํ เทหี’’ติ. เถโร ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ตมตฺถํ อาโรเจตฺวา, ‘‘อากาสจารี ภิกฺขู สลากํ คณฺหนฺตู’’ติ อาห. ตํทิวสํ กุณฺฑธานตฺเถโร ปฐมํ สลากํ อคฺคเหสิ. วาณิชคามวาสิโนปิ ‘‘เสฺว กิร สตฺถา อาคมิสฺสตี’’ติ คามมชฺเฌ มณฺฑปํ กตฺวา ทานคฺคํ สชฺชยึสุ. ภควา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา, คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา, ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา, นิสีทิ. สกฺกสฺส ปณฺฑุกมฺพลสิลาสนํ อุณฺหํ อโหสิ. โส ‘‘กึ อิท’’นฺติ อาวชฺเชตฺวา สตฺถุ สุนาปรนฺตคมนํ ทิสฺวา, วิสฺสกมฺมํ อามนฺเตสิ, ‘‘ตาต, อชฺช ภควา ตึสมตฺตานิ โยชนสตานิ ปิณฺฑจารํ คมิสฺสติ. ปญฺจ กูฏาคารสตานิ มาเปตฺวา เชตวนทฺวารโกฏฺฐกมตฺถเก คมนสชฺชานิ กตฺวา ฐเปหี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. ภควโต กูฏาคารํ จตุมุขํ อโหสิ, ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ ทฺวิมุขานิ, เสสานิ เอกมุขานิ, สตฺถา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา ปฏิปาฏิยา ฐปิตกูฏาคาเรสุ ธุรกูฏาคารํ ปาวิสิ. เทฺว อคฺคสาวเก อาทึ กตฺวา เอกูนปญฺจภิกฺขุสตานิปิ กูฏาคารคตานิ อเหสุํ. เอกํ ตุจฺฉํ กูฏาคารํ อโหสิ, ปญฺจปิ กูฏาคารสตานิ อากาเส อุปฺปตฺตึสุ.

สตฺถา สจฺจพนฺธปพฺพตํ นาม ปตฺวา กูฏาคารํ อากาเส ฐเปสิ. ตสฺมึ ปพฺพเต สจฺจพนฺโธ นาม มิจฺฉาทิฏฺฐิกตาปโส มหาชนํ มิจฺฉาทิฏฺฐึ อุคฺคณฺหาเปนฺโต ลาภคฺคยสคฺคปฺปตฺโต หุตฺวา วสติ, อพฺภนฺตเร จสฺส อนฺโตจาฏิยํ ปทีโป วิย อรหตฺตผลสฺส อุปนิสฺสโย ชลติ. ตํ ทิสฺวา ‘‘ธมฺมมสฺส กเถสฺสามี’’ติ คนฺตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ. ตาปโส เทสนาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปาปุณิ. มคฺเคเนวสฺส อภิญฺญา อาคตา. โส เอหิภิกฺขุ หุตฺวา อิทฺธิมยปตฺตจีวรธโร ตุจฺฉกูฏาคารํ ปาวิสิ.

ภควา กูฏาคารคเตหิ ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ วาณิชคามํ คนฺตฺวา, กูฏาคารานิ อทิสฺสมานกานิ กตฺวา, วาณิชคามํ ปาวิสิ. วาณิชา พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส มหาทานํ ทตฺวา สตฺถารํ มกุลการามํ นยึสุ. สตฺถา มณฺฑลมาฬํ ปาวิสิ. มหาชโน ยาว สตฺถา ภตฺตทรถํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภติ, ตาว ปาตราสํ กตฺวา อุโปสถงฺคานิ สมาทาย พหุํ คนฺธญฺจ ปุปฺผญฺจ อาทาย ธมฺมสฺสวนตฺถาย อารามํ ปจฺจาคมาสิ. สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. มหาชนสฺส พนฺธนโมกฺโข ชาโต, มหนฺตํ พุทฺธโกลาหลํ อโหสิ.

สตฺถา มหาชนสฺส สงฺคหตฺถาย สตฺตาหํ ตตฺเถว วสิ, อรุณํ ปน มหาคนฺธกุฏิยํเยว อุฏฺฐเปสิ. สตฺตาหมฺปิ ธมฺมเทสนาปริโยสาเน จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสิ. ตตฺถ สตฺตาหํ วสิตฺวา, วาณิชคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา, ‘‘ตฺวํ อิเธว วสาหี’’ติ ปุณฺณตฺเถรํ นิวตฺเตตฺวา อนฺตเร นมฺมทานที นาม อตฺถิ, ตสฺสา ตีรํ อคมาสิ. นมฺมทา นาคราชา สตฺถุ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา, นาคภวนํ ปเวเสตฺวา, ติณฺณํ รตนานํ สกฺการํ อกาสิ. สตฺถา ตสฺส ธมฺมํ กเถตฺวา นาคภวนา นิกฺขมิ. โส ‘‘มยฺหํ, ภนฺเต, ปริจริตพฺพํ เทถา’’ติ ยาจิ. ภควา นมฺมทานทีตีเร ปทเจติยํ ทสฺเสสิ. ตํ วีจีสุ อาคตาสุ ปิธียติ, คตาสุ วิวรียติ. มหาสกฺการปตฺตํ อโหสิ. สตฺถา ตโต นิกฺขมิตฺวา สจฺจพนฺธปพฺพตํ คนฺตฺวา สจฺจพนฺธํ อาห – ‘‘ตยา มหาชโน อปายมคฺเค โอตาริโต. ตฺวํ อิเธว วสิตฺวา, เอเตสํ ลทฺธึ วิสฺสชฺชาเปตฺวา, นิพฺพานมคฺเค ปติฏฺฐาเปหี’’ติ. โสปิ ปริจริตพฺพํ ยาจิ. สตฺถา ฆนปิฏฺฐิปาสาเณ อลฺลมตฺติกปิณฺฑมฺหิ ลญฺฉนํ วิย ปทเจติยํ ทสฺเสสิ. ตโต เชตวนเมว คโต. เอตมตฺถํ สนฺธาย เตเนว อนฺตรวสฺเสนาติอาทิ วุตฺตํ.

ปรินิพฺพายีติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ. มหาชโน เถรสฺส สตฺต ทิวสานิ สรีรปูชํ กตฺวา, พหูนิ คนฺธกฏฺฐานิ สโมธาเนตฺวา, สรีรํ ฌาเปตฺวา ธาตุโย อาทาย เจติยํ อกาสิ. สมฺพหุลา ภิกฺขูติ เถรสฺส อาฬาหนฏฺฐาเน ฐิตภิกฺขู. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. ฉฏฺฐํ อุตฺตานเมว.

๗-๘. ปฐมเอชาสุตฺตาทิวณฺณนา

๙๐-๙๑. สตฺตเม เอชาติ ตณฺหา. สา หิ จลนฏฺเฐน เอชาติ วุจฺจติ. สาว อาพาธนฏฺเฐน โรโค, อนฺโต ทุสฺสนฏฺเฐน คณฺโฑ, นิกนฺตนฏฺเฐน สลฺลํ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอชา โรโค เจว คณฺโฑ จ สลฺลญฺจ, ตสฺมา. จกฺขุํ น มญฺเญยฺยาติอาทิ วุตฺตนยเมว, อิธาปิ สพฺพํ เหฏฺฐา คหิตเมว สํกฑฺฒิตฺวา ทสฺสิตํ. อฏฺฐมํ วุตฺตนยเมว.

๙-๑๐. ปฐมทฺวยสุตฺตาทิวณฺณนา

๙๒-๙๓. นวเม ทฺวยนฺติ เทฺว เทฺว โกฏฺฐาเส. ทสเม อิตฺเถตํ ทฺวยนฺติ เอวเมตํ ทฺวยํ. จลญฺเจว พฺยถญฺจาติ อตฺตโน สภาเวน อสณฺฐหนโต จลติ เจว พฺยถติ จ. โยปิ เหตุ โยปิ ปจฺจโยติ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถารมฺมณํ เหตุ เจว ปจฺจโย จ. กุโต นิจฺจํ ภวิสฺสตีติ เกน การเณน นิจฺจํ ภวิสฺสติ. ยถา ปน ทาสสฺส ทาสิยา กุจฺฉิสฺมึ ชาโต ปุตฺโต ปโรว ทาโส โหติ, เอวํ อนิจฺจเมว โหตีติ อตฺโถ. สงฺคตีติ สหคติ. สนฺนิปาโตติ เอกโต สนฺนิปตนํ. สมวาโยติ เอกโต สมาคโม. อยํ วุจฺจติ จกฺขุสมฺผสฺโสติ อิมินา สงฺคติสนฺนิปาตสมวายสงฺขาเตน ปจฺจเยน อุปฺปนฺนตฺตา ปจฺจยนาเมเนว สงฺคติ สนฺนิปาโต สมวาโยติ อยํ วุจฺจติ จกฺขุสมฺผสฺโส.

โสปิ เหตูติ ผสฺสสฺส วตฺถุ อารมฺมณํ สหชาตา ตโย ขนฺธาติ อยํ เหตุ. ผุฏฺโฐติ อุปโยคตฺเถ ปจฺจตฺตํ, ผสฺเสน ผุฏฺฐเมว โคจรํ เวทนา เวเทติ, เจตนา เจเตติ, สญฺญา สญฺชานาตีติ อตฺโถ. ผุฏฺโฐติ วา ผสฺสสมงฺคีปุคฺคโล, ผสฺเสน ผุฏฺฐารมฺมณเมว เวทนาทีหิ เวเทติ เจเตติ สญฺชานาตีติปิ วุตฺตํ โหติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต สมตึสกฺขนฺธา กถิตา โหนฺติ. กถํ? จกฺขุทฺวาเร ตาว วตฺถุ เจว อารมฺมณญฺจ รูปกฺขนฺโธ, ผุฏฺโฐ เวเทตีติ เวทนากฺขนฺโธ, เจเตตีติ สงฺขารกฺขนฺโธ, สญฺชานาตีติ สญฺญากฺขนฺโธ, วิชานาตีติ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. มโนทฺวาเรปิ หิ วตฺถุรูปํ เอกนฺตโต รูปกฺขนฺโธ, รูเป ปน อารมฺมเณ สติ อารมฺมณมฺปิ รูปกฺขนฺโธติ ฉ ปญฺจกาตึส โหนฺติ. สงฺเขเปน ปเนเต ฉสุปิ ทฺวาเรสุ ปญฺเจว ขนฺธาติ สปจฺจเย ปญฺจกฺขนฺเธ อนิจฺจาติ วิตฺถาเรตฺวา วุจฺจมาเน พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสเยน อิทํ สุตฺตํ เทสิตนฺติ.

ฉนฺนวคฺโค นวโม.