๙. มฏฺฐกุณฺฑลีวิมานวณฺณนา
อลงฺกโต มฏฺฐกุณฺฑลีติ มฏฺฐกุณฺฑลีวิมานํ. ตสฺส กา อุปฺปตฺติ? ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน. เตน สมเยน สาวตฺถิวาสี เอโก พฺราหฺมโณ อทฺโธ มหทฺธโน มหาโภโค อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน มิจฺฉาทิฏฺฐิโก กสฺสจิ กิญฺจิ น เทติ, อทานโต เอว ‘‘อทินฺนปุพฺพโก’’ติ ปญฺญายิตฺถ. โส มิจฺฉาทิฏฺฐิภาเวน จ ลุทฺธภาเวน จ ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา ทฏฺฐุมฺปิ น อิจฺฉติ. มฏฺฐกุณฺฑลํ นาม อตฺตโน ปุตฺตญฺจ สิกฺขาเปสิ ‘‘ตาต, ตยา สมโณ โคตโม ตสฺส สาวกา จ น อุปสงฺกมิตพฺพา น ทฏฺฐพฺพา’’ติ. โสปิ ตถา อกาสิ. อถสฺส ปุตฺโต คิลาโน อโหสิ, พฺราหฺมโณ ธนกฺขยภเยน เภสชฺชํ น กาเรสิ, โรเค ปน วฑฺฒิเตว เวชฺเช ปกฺโกสิตฺวา ทสฺเสสิ. เวชฺชา ตสฺส สรีรํ โอโลเกตฺวา ‘‘อเตกิจฺโฉ’’ติ ตํ ญตฺวา อปกฺกมึสุ. พฺราหฺมโณ ‘‘ปุตฺเต อพฺภนฺตเร มเต นีหรณํ ทุกฺข’’นฺติ ปุตฺตํ พหิทฺวารโกฏฺฐเก นิปชฺชาเปสิ.
ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมเย มหากรุณาสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต อทฺทส มฏฺฐกุณฺฑลีมาณวํ ขีณายุกํ ตทเหว จวนธมฺมํ, นิรยสํวตฺตนิกญฺจสฺส กมฺมํ กโตกาสํ. ‘‘สเจ ปนาหํ ตตฺถ คมิสฺสามิ, โส มยิ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ปิตรํ อาฬาหเน โรทมานํ อุปคนฺตฺวา สํเวเชสฺสติ, เอวํ โส จ ตสฺส ปิตา จ มม สนฺติกํ อาคมิสฺสติ, มหาชนกาโย สนฺนิปติสฺสติ ตตฺถ มยา ธมฺเม เทสิเต มหาธมฺมาภิสมโย ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ ปน ญตฺวา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ สาวตฺถึ ปิณฺฑาย ปวิฏฺโฐ มฏฺฐกุณฺฑลีมาณวสฺส ปิตุ เคหสมีเป ฐตฺวา ฉพฺพณฺณพุทฺธรํสิโย วิสฺสชฺเชสิ. ตา ทิสฺวา มาณโว ‘‘กิเมต’’นฺติ อิโต จิโต จ วิโลเกนฺโต อทฺทส ภควนฺตํ ทนฺตํ คุตฺตํ สนฺตินฺทฺริยํ ทฺวตฺตึสาย มหาปุริสลกฺขเณหิ อสีติยา อนุพฺยญฺชเนหิ พฺยามปฺปภาย เกตุมาลาย จ วิชฺโชตมานํ อนุปมาย พุทฺธสิริยา อจินฺเตยฺเยน พุทฺธานุภาเวน วิโรจมานํ. ทิสฺวา ตสฺส เอตทโหสิ ‘‘พุทฺโธ นุ โข ภควา อิธานุปฺปตฺโต, ยสฺสายํ รูปสมฺปทา อตฺตโน เตชสา สูริยมฺปิ อภิภวติ, กนฺตภาเวน จนฺทิมํ, อุปสนฺตภาเวน สพฺเพปิ สมณพฺราหฺมเณ, อุปสเมน นาม เอตฺเถว ภวิตพฺพํ, อยเมว จ มญฺเญ อิมสฺมึ โลเก อคฺคปุคฺคโล, มเมว จ อนุกมฺปาย อิธานุปฺปตฺโต’’ติ พุทฺธารมฺมณาย ปีติยา นิรนฺตรํ ผุฏสรีโร อนปฺปกํ ปีติโสมนสฺสํ ปฏิสํเวเทนฺโต ปสนฺนจิตฺโต อญฺชลึ ปคฺคยฺห นิปชฺชิ. ตํ ทิสฺวา ภควา ‘‘อลํ อิมสฺส เอตฺตเกน สคฺคูปปตฺติยา’’ติ ปกฺกามิ.
โสปิ ตํ ปีติโสมนสฺสํ อวิชหนฺโตว กาลํ กตฺวา ตาวตึเสสุ ทฺวาทสโยชนิเก วิมาเน นิพฺพตฺติ. ปิตา ปนสฺส สรีรสกฺการํ กริตฺวา ทุติยทิวเส ปจฺจูสเวลายํ อาฬาหนํ คนฺตฺวา ‘‘หา หา มฏฺฐกุณฺฑลิ, หา หา มฏฺฐกุณฺฑลี’’ติ ปริเทวมาโน อาฬาหนํ อนุปริกฺกมนฺโต โรทติ. เทวปุตฺโต อตฺตโน วิภวสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา ‘‘กุโต นุ โข อหํ อิธาคโต กิญฺจ กมฺมํ กตฺวา’’ติ อุปธาเรนฺโต อตฺตโน ปุริมตฺตภาวํ ญตฺวา ตตฺถ จ มรณกาเล ภควติ ปวตฺติตํ จิตฺตปฺปสาทํ มโนหรํ อญฺชลิกรณมตฺตํ ทิสฺวา ‘‘อโห มหานุภาวา พุทฺธา ภควนฺโต’’ติ สาติสยํ ตถาคเต สญฺชาตปฺปสาทพหุมาโน ‘‘อทินฺนปุพฺพกพฺราหฺมโณ นุ โข กึ กโรตี’’ติ อุปธาเรนฺโต อาฬาหเน โรทมานํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ ปุพฺเพ เภสชฺชมตฺตมฺปิ อกตฺวา อิทานิ นิรตฺถกํ อาฬาหเน โรทติ, หนฺท นํ สํเวเชตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปสฺสามี’’ติ เทวโลกโต อาคนฺตฺวา มฏฺฐกุณฺฑลีรูเปน โรทมาโน ‘‘หา หา จนฺท, หา หา สูริยา’’ติ พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺโต ปิตุ สมีเป อฏฺฐาสิ. อถ นํ พฺราหฺมโณ ‘‘อยํ มฏฺฐกุณฺฑลี อาคโต’’ติ จินฺเตตฺวา คาถาย อชฺฌภาสิ –
๑๒๐๗. ‘‘อลงฺกโต มฏฺฐกุณฺฑลี, มาลธารี หริจนฺทนุสฺสโท;
พาหา ปคฺคยฺห กนฺทสิ, วนมชฺเฌ กึ ทุกฺขิโต ตุว’’นฺติ.
ตตฺถ อลงฺกโตติ วิภูสิโต. มฏฺฐกุณฺฑลีติ สรีรปฺปเทสสฺส อฆํสนตฺถํ มาลาลตาทโย อทสฺเสตฺวา มฏฺฐากาเรเนว กตกุณฺฑโล. อถ วา มฏฺฐกุณฺฑลีติ วิสุทฺธกุณฺฑโล, ตาเปตฺวา ชาติหิงฺคุลิกาย มชฺชิตฺวา โธวิตฺวา สูกรโลเมน มชฺชิตกุณฺฑโลติ อตฺโถ. มาลธารีติ มาลํ ธาเรนฺโต, ปิฬนฺธิตมาโลติ อตฺโถ. หริจนฺทนุสฺสโทติ รตฺตจนฺทเนน สพฺพโส อนุลิตฺตคตฺโต. กินฺติ ปุจฺฉาวจนํ. ทุกฺขิโตติ ทุกฺขปฺปตฺโต. กึทุกฺขิโตติ วา เอกเมว ปทํ, เกน ทุกฺเขน ทุกฺขิโตติ อตฺโถ.
อถ นํ เทวปุตฺโต อาห –
๑๒๐๘. ‘‘โสวณฺณมโย ปภสฺสโร, อุปฺปนฺโน รถปญฺชโร มม;
ตสฺส จกฺกยุคํ น วินฺทามิ, เตน ทุกฺเขน ชหามิ ชีวิต’’นฺติ.
อถ นํ พฺราหฺมโณ อาห –
๑๒๐๙. ‘‘โสวณฺณมยํ มณิมยํ, โลหิตกมยํ อถ รูปิยมยํ;
อาจิกฺข เม ภทฺทมาณว, จกฺกยุคํ ปฏิปาทยามิ เต’’ติ.
ตํ สุตฺวา มาณโว ‘‘อยํ ปุตฺตสฺส เภสชฺชํ อกตฺวา ปุตฺตปติรูปกํ มํ ทิสฺวา โรทนฺโต ‘สุวณฺณาทิมยํ รถจกฺกํ กโรมี’ติ วทติ, โหตุ นิคฺคณฺหิสฺสามิ น’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘กีว มหนฺตํ เม จกฺกยุคํ กริสฺสสี’’ติ วตฺวา ‘‘ยาว มหนฺตํ อากงฺขสี’’ติ วุตฺเต ‘‘จนฺทิมสูริเยหิ เม อตฺโถ, เต เม เทหี’’ติ ยาจนฺโต –
๑๒๑๐. ‘‘โส มาณโว ตสฺส ปาวทิ, จนฺทสูริยา อุภเยตฺถ ทิสฺสเร;
โสวณฺณมโย รโถ มม, เตน จกฺกยุเคน โสภตี’’ติ.
อถ นํ พฺราหฺมโณ อาห –
๑๒๑๑. ‘‘พาโล โข ตฺวํ อสิ มาณว, โย ตฺวํ ปตฺถยเส อปตฺถิยํ;
มญฺญามิ ตุวํ มริสฺสสิ, น หิ ตฺวํ ลจฺฉสิ จนฺทสูริเย’’ติ.
อถ นํ มาณโว ‘‘กึ ปน ปญฺญายมานสฺสตฺถาย โรทนฺโต พาโล โหติ, อุทาหุ อปญฺญายมานสฺสา’’ติ วตฺวา –
๑๒๑๒. ‘‘คมนาคมนมฺปิ ทิสฺสติ, วณฺณธาตุ อุภยตฺถ วีถิยา;
เปโต กาลกโต น ทิสฺสติ, โก นิธ กนฺทตํ พาลฺยตโร’’ติ.
ตํ สุตฺวา พฺราหฺมโณ ‘‘ยุตฺตํ เอส วทตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา –
๑๒๑๓. ‘‘สจฺจํ โข วเทสิ มาณว, อหเมว กนฺทตํ พาลฺยตโร;
จนฺทํ วิย ทารโก รุทํ, เปตํ กาลกตาภิปตฺถยิ’’นฺติ. –
วตฺวา ตสฺส กถาย นิสฺโสโก หุตฺวา มาณวสฺส ถุตึ กโรนฺโต อิมา คาถา อภาสิ –
๑๒๑๔. ‘‘อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ, ฆตสิตฺตํว ปาวกํ;
วารินา วิย โอสิญฺจํ, สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ.
๑๒๑๕. ‘‘อพฺพหี วต เม สลฺลํ, โสกํ หทยนิสฺสิตํ;
โย เม โสกปเรตสฺส, ปุตฺตโสกํ อปานุทิ.
๑๒๑๖. ‘‘สฺวาหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ, สีติภูโตสฺมิ นิพฺพุโต;
น โสจามิ น โรทามิ, ตว สุตฺวาน มาณวา’’ติ.
๑๒๐๘-๑๐. ตตฺถ รถปญฺชโรติ รถูปตฺถํ. น วินฺทามีติ น ลภามิ. ภทฺทมาณวาติ อาลปนํ. ปฏิปาทยามีติ สมฺปาเทตฺวา ททามิ, มา จกฺกยุคาภาเวน ชีวิตํ ชหีติ อธิปฺปาโย. อุภเยตฺถ ทิสฺสเรติ อุโภปิ เอตฺถ จนฺทสูริยา อากาเส ทิสฺสนฺติ. ย-กาโร ปทสนฺธิกโร, อุภเย เอตฺถาติ วา ปทวิภาโค.
๑๒๑๒. คมนาคมนนฺติ ทิวเส ทิวเส โอคมนุคฺคมนวเสน จนฺทสูริยานํ คมนํ อาคมนญฺจ ทิสฺสติ. ‘‘คมโนคมน’’นฺติปิ ปาฬิ, อุคฺคมนํ โอคมนญฺจาติ อตฺโถ. วณฺณธาตูติ สีติภาววิสิฏฺฐา กนฺตภาวภาสุรา, อุณฺหภาววิสิฏฺฐา ติกฺขภาวภาสุรา จ วณฺณนิภา. อุภยตฺถาติ จนฺเท สูริเย จาติ ทฺวีสุปิ วณฺณธาตุ ทิสฺสตีติ โยเชตพฺพํ. วีถิยาติ ปวตฺตนวีถิยํ อากาเส, นาควีถิยาทิวีถิยํ วา. ‘‘อุภเยตฺถา’’ติปิ ปาโฐ, อุภเย เอตฺถาติ ปทวิสนฺธิ. พาลฺยตโรติ พาลตโร อติสเยน พาโล.
๑๒๑๓. อิมํ ปน กถํ สุตฺวา ‘‘อลพฺภนียวตฺถุํ วตาหํ ปตฺเถตฺวา เกวลํ โสกคฺคินา ฑยฺหามิ, กึ เม นิรตฺถเกน อนยพฺยสเนนา’’ติ ปฏิสงฺขาเน อฏฺฐาสิ. อถ เทวปุตฺโต มฏฺฐกุณฺฑลีรูปํ ปฏิสํหริตฺวา อตฺตโน ทิพฺพรูเปเนว อฏฺฐาสิ. พฺราหฺมโณ ปน ตํ อโนโลเกตฺวา มาณวโวหาเรเนว โวหรนฺโต ‘‘สจฺจํ โข วเทสิ มาณวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จนฺทํ วิย ทารโก รุทนฺติ จนฺทํ อภิปตฺถยํ รุทนฺโต ทารโก วิยาติ อตฺโถ. กาลกตาภิปตฺถยินฺติ กาลกตํ อภิปตฺถยึ. ‘‘อภิปตฺถย’’นฺติปิ ปาโฐ.
๑๒๑๔-๕. อาทิตฺตนฺติ โสกคฺคินา อาทิตฺตํ. นิพฺพาปเย ทรนฺติ นิพฺพาปยิ ทรถํ โสกปริฬาหํ. อพฺพหีติ อุทฺธริ.
อถ พฺราหฺมโณ โสกํ วิโนเทตฺวา อตฺตโน อุปเทสทายกํ ทิพฺพรูเปน ฐิตํ ทิสฺวา ‘‘โก นาม ตฺว’’นฺติ ปุจฺฉนฺโต –
๑๒๑๗. ‘‘เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ, อทุ สกฺโก ปุรินฺทโท;
โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ. –
อาห. โสปิ ตสฺส –
๑๒๑๘. ‘‘ยญฺจ กนฺทสิ ยญฺจ โรทสิ, ปุตฺตํ อาฬาหเน สยํ ทหิตฺวา;
สฺวาหํ กุสลํ กริตฺวา กมฺมํ, ติทสานํ สหพฺยตํ คโต’’ติ. –
อตฺตานํ กเถสิ. ตตฺถ ยญฺจ กนฺทสิ ยญฺจ โรทสีติ ยํ ตว ปุตฺตํ มฏฺฐกุณฺฑลึ อุทฺทิสฺส โรทสิ, อสฺสูนิ มุญฺจสิ.
อถ นํ พฺราหฺมโณ อาห –
๑๒๑๙. ‘‘อปฺปํ วา พหุํ วา นาทฺทสาม, ทานํ ททนฺตสฺส สเก อคาเร;
อุโปสถกมฺมํ วา ตาทิสํ, เกน กมฺเมน คโตสิ เทวโลก’’นฺติ.
ตตฺถ ‘‘อุโปสถกมฺมํ วา ตาทิสํ นาทฺทสามา’’ติ โยชนา.
อถ นํ มาณโว อาห –
๑๒๒๐. ‘‘อาพาธิโกหํ ทุกฺขิโต คิลาโน, อาตุรรูโปมฺหิ สเก นิเวสเน;
พุทฺธํ วิคตรชํ วิติณฺณกงฺขํ, อทฺทกฺขึ สุคตํ อโนมปญฺญํ.
๑๒๒๑. ‘‘สฺวาหํ มุทิตมโน ปสนฺนจิตฺโต, อญฺชลึ อกรึ ตถาคตสฺส;
ตาหํ กุสลํ กริตฺวาน กมฺมํ, ติทสานํ สหพฺยตํ คโต’’ติ.
๑๒๒๐-๒๑. ตตฺถ อาพาธิโกติ อาพาธสมงฺคี. ทุกฺขิโตติ เตเนว อาพาธิกภาเวน ชาตทุกฺโข. คิลาโนติ คิลายมาโนติ อตฺโถ. อาตุรรูโปติ ทุกฺขเวทนาภิตุนฺนกาโย. วิคตรชนฺติ วิคตราคาทิรชํ. วิติณฺณกงฺขนฺติ สพฺพโส สํสยานํ สมุจฺฉินฺนตฺตา ติณฺณวิจิกิจฺฉํ. อโนมปญฺญนฺติ ปริปุณฺณปญฺญํ, สพฺพญฺญุนฺติ อตฺโถ. อกรินฺติ อกาสึ. ตาหนฺติ ตํ อหํ.
เอวํ ตสฺมึ กเถนฺเตเยว พฺราหฺมณสฺส สกลสรีรํ ปีติยา ปริปูริ. โส ตํ ปีตึ ปเวเทนฺโต –
๑๒๒๒. ‘‘อจฺฉริยํ วต อพฺภุตํ วต,
อญฺชลิกมฺมสฺส อยมีทิโส วิปาโก;
อหมฺปิ มุทิตมโน ปสนฺนจิตฺโต,
อชฺเชว พุทฺธํ สรณํ วชามี’’ติ. – อาห;
ตตฺถ อนภิณฺหปฺปวตฺติตาย อจฺฉรํ ปหริตุํ โยคฺคนฺติ อจฺฉริยํ, อภูตปุพฺพตาย อพฺภุตํ. อุภเยนปิ วิมฺหยาวหตํเยว ทสฺเสตฺวา ‘‘อหมฺปิ มุทิตมโน ปสนฺนจิตฺโต, อชฺเชว พุทฺธํ สรณํ วชามี’’ติ อาห.
อถ นํ เทวปุตฺโต สรณคมเน สีลสมาทาเน จ นิโยเชนฺโต –
๑๒๒๓. ‘‘อชฺเชว พุทฺธํ สรณํ วชาหิ, ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ ปสนฺนจิตฺโต;
ตเถว สิกฺขาย ปทานิ ปญฺจ, อขณฺฑผุลฺลานิ สมาทิยสฺสุ.
๑๒๒๔. ‘‘ปาณาติปาตา วิรมสฺสุ ขิปฺปํ, โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยสฺสุ;
อมชฺชโป มา จ มุสา ภณาหิ, สเกน ทาเรน จ โหหิ ตุฏฺโฐ’’ติ. –
คาถาทฺวยมาห.
๑๒๒๓. ตตฺถ ตเถวาติ ยถา ปสนฺนจิตฺโต ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติ พุทฺธํ สรณํ วเชสิ, ตเถว ‘‘สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’ติ ปสนฺนจิตฺโต ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ สรณํ วชาหิ. ยถา วา ปสนฺนจิตฺโต รตนตฺตยํ สรณํ วเชสิ, ตเถว ‘‘อยํ เอกํสโต ทิฏฺเฐว ธมฺเม อภิสมฺปรายญฺจ หิตสุขาวโห’’ติ ปสนฺนจิตฺโต สิกฺขาย อธิสีลสิกฺขาย ปทานิ โกฏฺฐาสภูตานิ อธิจิตฺตอธิปญฺญาสิกฺขาย วา อุปายภูตานิ ปญฺจสีลานิ อวิโกปนโต จ อสํกิลิสฺสนโต จ อขณฺฑผุลฺลานิ สมาทิยสฺสุ, สมาทาย วตฺตสฺสูติ อตฺโถ.
เอวํ เทวปุตฺเตน สรณคมเน สีลสมาทาเน จ นิโยชิโต พฺราหฺมโณ ตสฺส วจนํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉนฺโต –
๑๒๒๕. ‘‘อตฺถกาโมสิ เม ยกฺข, หิตกาโมสิ เทวเต;
กโรมิ ตุยฺหํ วจนํ, ตฺวํสิ อาจริโย มมา’’ติ. –
คาถํ วตฺวา ตตฺถ ปติฏฺฐหนฺโต –
๑๒๒๖. ‘‘อุเปมิ สรณํ พุทฺธํ, ธมฺมญฺจาปิ อนุตฺตรํ;
สงฺฆญฺจ นรเทวสฺส, คจฺฉามิ สรณํ อหํ.
๑๒๒๗. ‘‘ปาณาติปาตา วิรมามิ ขิปฺปํ, โลเก อทินฺนํ ปริวชฺชยามิ;
อมชฺชโป โน จ มุสา ภณามิ, สเกน ทาเรน จ โหมิ ตุฏฺโฐ’’ติ. –
คาถาทฺวยมาห. ตมฺปิ สุวิญฺเญยฺยเมว.
ตโต เทวปุตฺโต ‘‘กตํ มยา พฺราหฺมณสฺส กตฺตพฺพยุตฺตกํ, อิทานิ สยเมว ภควนฺตํ อุปสงฺกมิสฺสตี’’ติ ตตฺเถว อนฺตรธายิ. พฺราหฺมโณปิ โข ภควติ สญฺชาตปสาทพหุมาโน เทวตาย จ โจทิยมาโน ‘‘สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิสฺสามี’’ติ วิหาราภิมุโข คจฺฉติ. ตํ ทิสฺวา มหาชโน ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ เอตฺตกํ กาลํ ตถาคตํ อนุปสงฺกมิตฺวา อชฺช ปุตฺตโสเกน อุปสงฺกมติ, กีทิสี นุ โข ธมฺมเทสนา ภวิสฺสตี’’ติ ตํ อนุพนฺธิ.
พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอวมาห ‘‘สกฺกา นุ โข โภ โคตม กิญฺจิ ทานํ อทตฺวา สีลํ วา อรกฺขิตฺวา เกวลํ ตุเมฺหสุ ปสาทมตฺเตน สคฺเค นิพฺพตฺติตุ’’นฺติ. ‘‘นนุ, พฺราหฺมณ, อชฺช ปจฺจูสเวลายํ มฏฺฐกุณฺฑลินา เทวปุตฺเตน อตฺตโน เทวโลกูปปตฺติการณํ ตุยฺหํ กถิก’’นฺติ ภควา อโวจ. ตสฺมึ ขเณ มฏฺฐกุณฺฑลีเทวปุตฺโต สห วิมาเนน อาคนฺตฺวา ทิสฺสมานรูโป วิมานโต โอรุยฺห ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. อถ ภควา ตสฺสํ ปริสติ เตน เทวปุตฺเตน กตสุจริตํ กเถตฺวา ปริสาย จิตฺตกลฺลตํ ญตฺวา สามุกฺกํสิกํ ธมฺมเทสนํ อกาสิ. เทสนาปริโยสาเน เทวปุตฺโต จ พฺราหฺมโณ จ สนฺนิปติตปริสา จาติ จตุราสีติยา ปาณสหสฺสานํ ธมฺมาภิสมโย อโหสีติ.
มฏฺฐกุณฺฑลีวิมานวณฺณนา นิฏฺฐิตา.